????...คุณลุงแดง- คุณป้าอ๋อย พา เที่ยว ...???

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านผู้มีเกียรติและญาติธรรมที่เคารพทุกท่าน เมื่อหวนรำลึกนึกถึง “คำสั่งของหลวงปู่พุทธทาส ก่อนที่จะอำลาภาคใต้ ที่สั่งไว้กับผม”

ผมต้องขอย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๒๖-๒๗ เมื่อเจ้านายออกคำสั่งให้เรียกตัวผมกลับมา กก.ตชด.เขต ๕ (ตอนนั้นผมประจำ กองร้อย ๓ กก.ตชด.เขต ๕ อ.เชียงคำ) ให้มาช่วยดูแลกองร้อย ๙ กก.ตชด.เขต ๕ อ.แม่ริม ชม. กองร้อย ๙ ซึ่งเป็นกองร้อยที่รวมยอดขุนพล “ขี้” ไว้มากเช่น ขี้เหล้า ขี้ยา ขี้ไพ่ และ ขี้ ๆ ๆ.... เมื่อมารับตำแหน่งก็คิดซิครับ... “ทำอย่างไร ? ” สุดท้ายตกผลึกที่ต้องอาศัยแนวพุทธศาสนาเท่านั้น

ผมจึงไปหา ท่านเจ้าคุณ วินัย โกศล วัดป่าดาราภิรมย์ (พระพุทธพจนวราภรณ์ จันทร์ กุสโล เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง) อยู่หลังค่ายดารารัศมี (กก.ตชด.เขต ๕) ซึ่งผมคุ้นเคยกับท่าน ท่านแนะนำให้ลองพาพวกขี้ทั้งหลายมาเข้ากรรมฐาน ปฏิบัติธรรม ได้ผลครับ ๑๐ได้๑ (ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย) จากนั้นเป็นต้นมาผมไปอยู่ที่ใดก็จะนำหลักนี้ไปใช้เสมอ ซึ่งเป็นข้อดีของผม ที่จะได้ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับหลวงปู่พุทธทาส แสดงว่าหลวงปู่ท่านมีฌานหยั่งรู้ว่า “ผมทำได้”

ครั้งล่าสุดก่อนลาออกจาราชการ เมื่อมาอยู่ที่ กก.ตชด.๓๓ บ.แม่เตาไห อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้นิมนต์หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป ท่านเจ้าคุณพระพยอมกัลยาโณ ท่านพระอาจารย์ภิกษุณี รุ้งเดือน สุวรรณ มาให้ธรรมะกับกำลังพล เป็นอดีตที่เมื่อคิดถึงก็เป็นบุญกุศล(ปลื้มใจครับ)

บ.วังหาด แต่ก่อนนานมาแล้วน่าจะยิ่งใหญ่ ผมอยากจะนำพาท่านย้อนอดีตคนไทยเราว่ามาจากไหนกันก่อนครับ ไปชมกันครับ

“คนไทย" ไม่เคยสงสัยว่าตัวเองมาจากไหน แต่คนที่สงสัยคือ "ฝรั่ง"


:lol: :lol: คนไทยไม่ได้มาจากเทือกเขาอัลไต ... สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก | ผู้กองเบนซ์ :idea: :idea:
ไฟล์แนบ
เวลาหัวค่ำของวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์ทั้งดวงผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวยูเรนัสในเวลาเดียวกันอีกด้วย<br /><br />ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่มีรูปร่างเป็นดวงกลมสว่าง ทำให้เงาของโลกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนมืดเรียกว่าเงามืด บริเวณที่มืดน้อยกว่ามากเรียกว่าเงามัว ช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ในเงามัว ดวงจันทร์มีความสว่างลดลงเพียงเล็กน้อย แทบไม่สามารถสังเกตได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบนดวงจันทร์ ช่วงที่เกิดจันทรุปราคาบางส่วนหรือเต็มดวง ผิวดวงจันทร์ส่วนที่อยู่ในเงามืดจะมืดลงอย่างชัดเจน สามารถสังเกตเห็นรูปร่างและสีสันของดวงจันทร์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยตาเปล่า<br /><br />พรุ่งนี้อย่าลืมชมจันทรุปราคากันนะครับ เต็มดวงด้วยนะ<br /><br />ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 8 พฤศจิกายน 2565<br /><br />1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก	15:02:15 (ไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น)<br /><br />2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน	16:09:12 (ไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น)<br /><br />3. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง	17:16:39 (ไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น)<br /><br />4. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด	17:59:10 (ขนาดอุปราคา = 1.3592)<br /><br />5. สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง	18:41:39 (ดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืด)<br /><br />6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน	19:49:05 (ดวงจันทร์กลับมาสว่างเต็มดวง)<br /><br />7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก	20:56:11<br /><br />ข้อมูลจาก สมาคมดาราศาสตร์ไทย
เวลาหัวค่ำของวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์ทั้งดวงผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวยูเรนัสในเวลาเดียวกันอีกด้วย

ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่มีรูปร่างเป็นดวงกลมสว่าง ทำให้เงาของโลกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนมืดเรียกว่าเงามืด บริเวณที่มืดน้อยกว่ามากเรียกว่าเงามัว ช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ในเงามัว ดวงจันทร์มีความสว่างลดลงเพียงเล็กน้อย แทบไม่สามารถสังเกตได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบนดวงจันทร์ ช่วงที่เกิดจันทรุปราคาบางส่วนหรือเต็มดวง ผิวดวงจันทร์ส่วนที่อยู่ในเงามืดจะมืดลงอย่างชัดเจน สามารถสังเกตเห็นรูปร่างและสีสันของดวงจันทร์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยตาเปล่า

พรุ่งนี้อย่าลืมชมจันทรุปราคากันนะครับ เต็มดวงด้วยนะ

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 8 พฤศจิกายน 2565

1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 15:02:15 (ไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น)

2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 16:09:12 (ไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น)

3. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง 17:16:39 (ไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น)

4. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด 17:59:10 (ขนาดอุปราคา = 1.3592)

5. สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง 18:41:39 (ดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืด)

6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 19:49:05 (ดวงจันทร์กลับมาสว่างเต็มดวง)

7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 20:56:11

ข้อมูลจาก สมาคมดาราศาสตร์ไทย
3297.jpg (49.35 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
วันที่ ๖ พฤศจิกายน วันกอบกู้เอกราชไทย การสงครามกอบกู้เอกราชครั้งนั้น เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๓๑๐  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงยกกองทัพเรือจากจันทบุรีเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าโจมตีข้าศึกที่เมืองธนบุรี ทรงยึดเมืองธนบุรีคืนได้และประหารนายทองอินคนไทยที่เป็นไส้ศึก แล้วจึงเคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยา เข้ายึดค่ายโพธิ์สามต้น ปราบข้าศึกจนราบคาบ กอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้ เมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๓๑๐ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ใช้เวลา ๗ เดือนหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาในการทรงกอบกู้เอกราช<br /><br />ข่าวคราวที่ดังกระหึ่มทั่วไทยเวลานี้ คือการขายแผ่นดินให้ต่างชาติเข้าครองคนละ ๑ ไร่ มีการถกเถียงกันมากว่าเราจะต้องเสียแผ่นดินอีกครั้งจริงหรือ? หากเป็นจริงใครคนต่อไปที่จะกู้แผ่นดินนี้คืน ??????
วันที่ ๖ พฤศจิกายน วันกอบกู้เอกราชไทย การสงครามกอบกู้เอกราชครั้งนั้น เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงยกกองทัพเรือจากจันทบุรีเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าโจมตีข้าศึกที่เมืองธนบุรี ทรงยึดเมืองธนบุรีคืนได้และประหารนายทองอินคนไทยที่เป็นไส้ศึก แล้วจึงเคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยา เข้ายึดค่ายโพธิ์สามต้น ปราบข้าศึกจนราบคาบ กอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้ เมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๓๑๐ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ใช้เวลา ๗ เดือนหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาในการทรงกอบกู้เอกราช

ข่าวคราวที่ดังกระหึ่มทั่วไทยเวลานี้ คือการขายแผ่นดินให้ต่างชาติเข้าครองคนละ ๑ ไร่ มีการถกเถียงกันมากว่าเราจะต้องเสียแผ่นดินอีกครั้งจริงหรือ? หากเป็นจริงใครคนต่อไปที่จะกู้แผ่นดินนี้คืน ??????
133325.jpg (84.61 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
133979.jpg
133979.jpg (118.45 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
เช้าวันที่ ๒๐/๑๐/๖๕ ออกจากรีสอร์ทเพื่อไปเที่ยวยัง บ.วังหาดที่ได้ศึกษามาว่าเป็นชุมชนคนไทยก่อนสุโขทัยเป็นราชธานี เผลอ ๆ อาจจะเป็นราชธานีแรกของคนไทยก็ได้ (ถ้าโปรโมทและศึกษากันอย่างจริงจัง) เสียดาย....จัง.
เช้าวันที่ ๒๐/๑๐/๖๕ ออกจากรีสอร์ทเพื่อไปเที่ยวยัง บ.วังหาดที่ได้ศึกษามาว่าเป็นชุมชนคนไทยก่อนสุโขทัยเป็นราชธานี เผลอ ๆ อาจจะเป็นราชธานีแรกของคนไทยก็ได้ (ถ้าโปรโมทและศึกษากันอย่างจริงจัง) เสียดาย....จัง.
133981.jpg (139.68 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
ผัดไทย บ.ด่านลานหอยที่แสนอร่อย เช้าวันนั้นเจ็ดโมงเช้าร้านยังไม่เปิด เราก็เลยต้องอาศัญ ๗-๑๑ ที่ยังมีอาหารเจขาย ส่วนในตลาดพ่อค้า-แม่ค้า บอกว่าเขาขายเฉพาะช่วงเทศกาล แต่เมื่อก่อนมีขายคงจะไม่มีคนนิยมทานก็เลยหยุด นี่ละความไม่แน่นอน &quot;เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป&quot;
ผัดไทย บ.ด่านลานหอยที่แสนอร่อย เช้าวันนั้นเจ็ดโมงเช้าร้านยังไม่เปิด เราก็เลยต้องอาศัญ ๗-๑๑ ที่ยังมีอาหารเจขาย ส่วนในตลาดพ่อค้า-แม่ค้า บอกว่าเขาขายเฉพาะช่วงเทศกาล แต่เมื่อก่อนมีขายคงจะไม่มีคนนิยมทานก็เลยหยุด นี่ละความไม่แน่นอน "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป"
133317.jpg (105.96 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
The first trip of 2565 (45).JPG
The first trip of 2565 (45).JPG (133.12 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
The first trip of 2565 (47).JPG
The first trip of 2565 (48).JPG
The first trip of 2565 (48).JPG (129.01 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
The first trip of 2565 (50).JPG
The first trip of 2565 (50).JPG (138.6 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
The first trip of 2565 (53).JPG
The first trip of 2565 (53).JPG (99.15 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
ปั่นไปเที่ยวไปแวะไปตามอารมณ์ไม่ได้เร่งรีบ มาเพื่อศึกษาหาความรู้ชมทัศนียภาพท้องถิ่นไทยที่สวยงาม เรียกว่าได้อารมณ์ &quot;ชิลล์&quot; มีความสุขครับ
ปั่นไปเที่ยวไปแวะไปตามอารมณ์ไม่ได้เร่งรีบ มาเพื่อศึกษาหาความรู้ชมทัศนียภาพท้องถิ่นไทยที่สวยงาม เรียกว่าได้อารมณ์ "ชิลล์" มีความสุขครับ
The first trip of 2565 (54).JPG (136.46 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
133974.jpg
133974.jpg (144.67 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
133975.jpg
133975.jpg (131.13 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
The first trip of 2565 (39).JPG
๐๙๐๐ น.คุณนายเริ่มหิว เราหาสถานที่สำหรับมื้อเช้า เป็นที่ร่ม สงบ เงียบ แวะเปิบข้าวกล่องจาก ๗-๑๑ เป็นข้าวกระเพราเจ อร่อย รสชาติมาตรฐานเครื่องจักรไม่ใช่จากฝีมือหรือน้ำมือที่เรียก &quot;สเน่ห์ปลายจวัก&quot; สำหรับผมเรียก &quot;กินกันตาย&quot; ไม่ใช่สุนทรียภาพของการกิน ๕๕๕.ว่ากันไปครับ
๐๙๐๐ น.คุณนายเริ่มหิว เราหาสถานที่สำหรับมื้อเช้า เป็นที่ร่ม สงบ เงียบ แวะเปิบข้าวกล่องจาก ๗-๑๑ เป็นข้าวกระเพราเจ อร่อย รสชาติมาตรฐานเครื่องจักรไม่ใช่จากฝีมือหรือน้ำมือที่เรียก "สเน่ห์ปลายจวัก" สำหรับผมเรียก "กินกันตาย" ไม่ใช่สุนทรียภาพของการกิน ๕๕๕.ว่ากันไปครับ
The first trip of 2565 (40).JPG (125.58 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
133969.jpg
133969.jpg (146.41 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
133970.jpg
The first trip of 2565 (42).JPG
The first trip of 2565 (42).JPG (145.66 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
133923.jpg
ติดตามตอน &quot;ไอ้จุ๊ก&quot; ได้ของเล่นใหม่ไม่แปลก แต่ทึ่ง น้อยคนที่จะสามารถเป็นเหมือนท่าน จุ๊ก ติดตามกันครับ<br /><br /><br />ตอนที่ ๑๑<br /><br />                เหตุการณ์ต่าง ๆ ชาวบ้านรับทราบได้พูดคุยกันไปทั่วหมู่บ้าน ถ้าวันไหนเป็นหยุด รร ชาวบ้านจะเวียนมานั่งคุยกับที่บ้านพักแม้แต่ที่ร้านขายของในหมู่บ้าน ชาวบ้านบางคนนั่งคุยผมเป็นเวลานาน ๆ เกิดความคุ้นเลยมักจะเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน แม้เหตุการณ์ที่เลยเวลาไปหลายปี จนถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันจะพูดให้ทราบหมดทุกเรื่อง มีเรื่องยกเว้นที่ไม่ยอมบอกหรือเล่าให้ฟัง คือเรื่องไปทำไร่ฝิ่นที่ไหน แต่ผมก็รู้ว่าชาวบ้านไปปลูกฝิ่นที่ไหน ชาวบ้านจะปลูกฝิ่นบริเวณหุบเขาหรือตามสันเขา จะปลูกผักต่าง ๆ เรื่องต่าง ๆ นั้นเด็กนักเรียนจะมาบอกให้ผมว่า ครอบครัวไปปลูกผักตรงไหน หุบเขาลูกไหนหรือตามสันเขาลูกไหน ผมฟังนักเรียนเล่าให้ฟังผมก็เก็บเอาไว้ในใจไม่ได้พูดคุยกับชาวบ้าน<br />              <br />วันนี้เป็นวันพระชาวบ้านจะหยุดไปทำไร่ จะอยู่บ้านและจะมักมาพูดกับผมที่บ้านพัก ชาวบ้านบางคนชวนผมไปเที่ยวที่บ้าน ผมก็ต้องไปตามคำเชิญ เมื่อถึงบ้านของชาวบ้านได้ชวนขึ้นบนบ้านนั่งคุยกันรอบกองไฟที่มีถ่านไม้ที่ติดไฟอยู่กลางบ้าน กองไฟดังกล่าวบ้านทุกหลังคาเรือนจะมีไว้อยู่กลางบ้าน เพราะจะอาศัยความร้อนจากการจุดไฟเพื่อทำให้เกิดความอบอุ่น<br /> <br />ข้างกองไฟที่มีถ่านไม้ที่ติดไฟจะมีกาน้ำตั่งอยู่ ไอน้ำจากกาน้ำยังร้อน เมื่อนั่งล้อมวงรอบกองไฟชาวบ้านนำถ้วยใส่น้ำชามาวางไว้ตรงหน้า แล้วรินน้ำร้อนจากกาน้ำลงถ้วยชาและในถ้วยชามีใบชาประมาณสองสามใบอยู่ เมื่อชาถูกน้ำร้อนกลิ่นหอมของชาส่งกลิ่นหอม ผมนั่งชิมน้ำชาอยู่บนบ้าน หันไปด้านซ้ายมือเห็นเด็กชายจะเสือและเด็กชายจะกล้านั่งรวมกับเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านพูดว่าครูลูกน้องครูจะติดตามครูตลอดนะ ผมก็ยิ้มรับและนึกอยู่ในใจว่าดีแล้ว เหมือนมีเพื่อนที่สนิท เมื่อนั่งคุยกับชาวบ้านนานพอสมควรผมก็ขอลากลับ จากนั้นผมพร้อมเด็กชายทั้งสองเดินลงจากเจ้าของบ้าน เดินไปเที่ยวร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อจะสั่งแม่ค้าที่มาจากพื้นราบมักจะนำไข่ไก่ขึ้นมาขายในหมู่บ้าน <br /><br />เมื่อผมเดินไปที่ร้านค้าในหมู่บ้านเข้าไปในร้านค้าก็พบแม่ค้าพอดี จึงขอซื้อไข่ไก่แม่ค้าบอกว่าเหลือไข่ไก่เพียงสิบใบ ผมว่าสิบก็ซื้อคราวหน้าถ้าขึ้นมาขายของในหมู่บ้านผมสั่งซื้อไขไก่ไว้ยี่สิบใบ แม่ค้ารับปากว่าคราวจะนำมาให้ครู ผมนั่งคุยกับชาวบ้านหลายคนที่เข้ามาซื้อของแห้ง ขณะนั่งคุยกับชาวบ้าน  สามีของเจ้าของร้านเข้านั่งพูดคุยด้วย เอาน้ำชาใส่กาน้ำร้อนมาเลี้ยง สามีของเจ้าของร้านค้าก็เป็นบิดานักเรียนของผมที่ชื่อนายสุภาพ ขณะที่นั่งคุยอยู่ร่วมกับชาวบ้านหลายคนนั้น สามีของบ้านของร้านบอกผมว่า ครูต้องการม้าเอาไว้ขี่ไหมและชี้ไปที่ยุ้งข้าวเห็นม้าแกบ(ม้าตัวเล็ก) ยืนกินหญ้าอยู่ที่ยุ้งข้าว <br /><br />ผมและสามีเจ้าของร้านและชาวบ้านสองสามคนเดินไปดูสภาพของม้าดังกล่าว ผมเห็นมีน้ำตาไหลออกจากตาสองข้าง ผมถามว่าม้าเป็นอะไร สามีเจ้าของร้านบอกว่า ม้าตัวนี้เป็นฝีที่ต้นคอเพราะถูกใช้งานขนข้าวสารจากพื้นราบขึ้นมาในหมู่บ้าน บางครั้งเจ้าของม้าก็แบกต่างข้าวสารเดินข้ามเขตพม่าเพื่อไปส่งข้าวสาร ที่คอเกิดอักเสบเป็นแผลมีน้ำหนองบวมแดงเป็นก้อนเห็นชัดเจน ม้ามีน้ำตาไหลทั้งสองตา มันคงจะเจ็บปวดมากถึงน้ำตาไหล เจ้าของม้าจะขายม้าตัวนี้เพราะนำไปใช้งานไม่ได้ เจ้าของม้าจะขาย 500 บาท สามีเจ้าของร้านขายของพูดกับผมว่าม้าตัวนี้อายุยังน้อยอยู่ ถ้ารักษาฝีที่บวมแดงโดยเอาหนองที่ฝีออกมันก็จะหาย <br /><br />ผมนึกอยู่ในใจว่าราคาม้าตั้ง 500 บาท เงินเดือนเราเดือนละ 450 บาท เท่านั้น ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินเพียง 500 กว่าบาทเท่านั้น ผมจะไม่ซื้อม้าตัวนี้ก็สงสารมองเห็นน้ำตามันไหลก็ยิ่งสงสาร ผมจึงตัดสินใจต่อรองราคาจากเจ้าของม้าให้เหลือ 400 บาท และบอกว่าถ้าขายให้ 400 บาท ผมก็เหลือเงินเพียง 100 กว่าบาทเท่านั้น ผมต่อรองราคาซื้อม้า  ใช้เวลานานพอสมควร สุดท้ายเจ้าของม้าตกลงขาย 400 บาท เมื่อตกลงกันเรียบร้อยและก็จ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อย สามีเจ้าของร้านค้าบอกผมว่า ครูเตรียมใบมีดโกนพร้อมด้วยสำสีและแอลกฮอล์ ผมหันไปบอกให้เด็กชายจะกล้าไปเอาใบมีดโกนและแอลฮอล์ที่ครูใช้ล้างหูให้เด็กนักเรียนที่หูเป็นน้ำหนวก <br /><br />เด็กชายจะกล้าหาย ไปสักพัก กลับมาพร้อมใบมีดโกนสำสีและแอลกฮอล์ จากนั้นช่วยกันผูกมัดม้าให้ชิดติดกับต้นไม้ ม้ามันก็ช่างรู้มันไม่ได้ขัดขืนการมัดการผูกมัดแต่อย่างใด จากนั้นสามีเจ้าของร้านขาย ใช้ใบมีดโกนกีดฝีที่ต้นคอม้า. ซ้ำแผลเดิมอีกหลายหน จนเห็นเลือดม้าไหลออกมาพร้อมกับน้ำหนองข้นเข้มมีกลิ่นเหม็นฟุ้งออกตามลอยแผล เสียงม้าร้องพร้อมมีอาการเต้นเล็กน้อย ผมและสามีเจ้าของค้าช่วยกันบีบเอาน้ำหนองออกให้หมด ใช้เวลานานพอสมควรเมื่อเห็นว่าน้ำหนองออกหมด จึงเอาสำสีชุบแอลกฮอล์เช็ดแผลจนแน่ใจว่าแผลสะอาด สามีเจ้าของร้านค้าได้เอายาแผลแดงชุบสำสีชัดแผลอีกครั้ง และบอกว่าไม่ต้องเอาอะไรมาปิดแผล ปล่อยทิ้งไว้คอยดูแลม้าเท่านั้น ธรรมชาติแผลมันแห้งหายและอาการจะดีขึ้น<br /><br /> เมื่อเสร็จการปฐมพยาบาลม้าเสร็จ ผมให้เด็กชานทั้งสองนำม้าไปไว้ที่บ้านพัก โดยให้ผูกเชือกไว้ที่ต้นไม้ของบ้านพักและมอบหน้าที่ให้เด็กชายทั้งสองรับผิดดูแลม้า คอยหาหญ้าหาน้ำให้ม้ากิน ได้ม้าผูกไว้เรียบร้อย เด็กชายทั้งสองก็หายไปไม่รู้ว่าไปไหน. พักหนึ่งกลับมาบ้านพักพร้อมด้วยหญ้าและน้ำเอามาให้ม้ากิน ผมสังเกตที่ตาม้าไม่มีน้ำตาไหลแล้ว ม้ามันคงจะหายปวดที่คอแล้ว เพราะได้เอาน้ำหนองออกหมด  ม้ากินหญ้ากินน้ำพอสมควร มันถามเด็กชายทั้งสองว่าไปเอาหญ้ากับน้ำมาจากไหน เด็กชายทั้งสองบอกว่าเอาหญ้าที่เอาให้วัวกินโดยแบ่งมาเพียงบางส่วน ส่วนน้ำได้เอากระบอกน้ำไปตักที่ลำธาร <br />             <br />ช่วงตอนเช้าที่ผมไป รร ได้ผูกม้าไว้ที่เดิมและได้เตรียมหญ้าและน้ำไว้ให้มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้บ้านพัก บอกว่าครูไม่ต้องห่วงม้าเขาจะดูแลให้ ผมจึงสบายใจที่มีคนช่วยดูแลม้าให้ เมื่อเสร็จภารกิจการสอนเรียบร้อยกลับมาบ้านพัก ม้าก็ยืนกินหญ้าอยู่ที่เดิมมีน้ำมีหญ้ากองไว้ใกล้จำนวนมากพอสมควร สอบถามก็ทราบว่าชาวบ้านช่วยกันหาหญ้าและน้ำไว้ให้ ผมเข้าไปหาม้าค่อยเอามือจับที่หัวม้าและลูบไปตามรอบคอม้า ม้าก็ยืนนิ่งให้ผมจับและลูบที่คอ ผมให้เด็กนักเรียนทั้งสองช่วยกันเอาเศษผ้าลูบเช็ดไปทั่วตัวม้า ม้าก็ยืนนิ่งให้เช็ด ผมนึกใจว่าไม่ต้องไปแบกข้าวหรือสิ่งอีกแแล้ว<br />           <br /> ตื่นตอนเช้าก่อนจะไป รร ผมและเด็กนักเรียนต่างไปลูบหัวและตัวม้าก่อนที่จะเดินไป รร ในช่วงระหว่างที่สอนหนังสือ เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งเข้าพูดกับผม  พ่อและแม่ของเด็กนักเรียนหญิงได้ช่วยหาหญ้ามาให้ม้าครูกิน เด็กนักเรียนหลายคนก็ประสงค์ที่ช่วยครูหาหญ้าหาน้ำให้ม้ากิน ผมก็บอกฝากบอกว่าครูขอบคุณ จากวันนั้นเป็นต้นมาม้ามีหญ้ามีน้ำกินไม่ขาด อาการแผลที่คอของม้าเริ่มแห้งอาการของม้าก็ดีวันดีคืน ใช้เวลาไม่กี่อาทิตย์แผลที่ต้นคอหายแห้งสนิท<br /><br />             ตื่นเช้าในวันนี้เสร็จภาระต่าง ๆ เรียบร้อยได้เดินลงจากบ้าน ผมได้เดินเข้าหาม้าตามปกติที่ปฎิบัติเหมือนทุกวัน วันนี้ผมนึกว่าวันนี้จะพาม้าไป รร. ด้วย จึงให้เด็กชายจะกล้าจูงม้า เด็กชายจะเสือถืออุปกรณ์การสอนเดินตาม ผมเดินนำหน้าพร้อมอุปกรณ์การสอนบางอย่าง ม้าและเด็กชายทั้งสองก็เดินพากันไปตามถนนในหมู่บ้าน  ทุกครั้งนักเรียนที่ยืนรอตามแนวทางเดินได้เดินตามหลังม้าเป็นแถวเดินขึ้น รร. เมื่อถึง รร. ผมให้เด็กชายจะกล้าปล่อยเชือกที่ผูกม้าให้ม้าเดินกินหญ้าตาม รร. โดยอิสระ จากนั้นผมนักเรียนทั้งหมดก็ปฎิบัติตามหน้าที่ของตนเอง จนกระทั่ง รร. เลิกกลับบ้าน เด็กชายจะกล้าก็ไปจับม้ามาผูกเชือก แล้วก็เดินตามกันเป็นแถวกลับบ้าน ถึงบ้านพักเอาม้าไปผูกมันไว้ที่เดิม ได้มีชาวบ้านได้นำเกลือมาให้ผมบอกว่าเอาผสมกับน้ำให้ม้ากิน ผมก็ปฎิบัติตาม  ม้าดูอาการเจ็บป่วยหายไปหมดแล้ว อาการสดชื่นเวลาเอาผ้าเช็ดตัวม้า มันจะยืนให้เช็ดโดยไม่มีอาการขัดขืนเลย ผมจะปฎิบัติอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง เวลาไป รร. ม้าก็ไป รร. ด้วย ผมนึกในใจว่าม้ามันก็เหมือนนักเรียน บางครั้งที่สอนนักเรียนมันจะมายืนใกล้ๆ เด็กนักเรียนจะยกเอามือจับหูม้าจับหางม้าบ้าง ม้ามันก็ไม่ทำร้ายนักเรียน<br /><br />           เช้าวันหนึ่งผมและเด็กชายสองทำธุระของตนเสร็จพร้อมจะไป รร. ผมนึกว่าวันนี้ทดลองขี่ม้าไป รร. ผมจึงบอกเด็กชายทั้งสองว่าวันนี้ครูจะขี่ม้าไป รร. เด็กชายทั้งสองเห็นด้วย โดยเด็กชายจะกล้าจะเป็นคนจูงม้าให้ครูขึ้นขี่ม้า ผมขึ้นขี่ม้าโดยไม่ใช้อานม้าเพราะมันไม่มี ผมขึ้นขี่ม้าโดยไม่ต้องใช้อะไรเป็นอุปกรณ์ ครั้งแรกนึกว่าม้าคงจะไม่ให้ขี่  จึงระวังตัวไว้ เมื่อขึ้นนั่งหลังม้าก็ไม่มีอาการสบัดของม้า ม้ายืนเฉยพอผมนั่งได้ที่ เด็กชายจะกล้าก็จูงม้าออกเดินตามถนนในหมู่บ้าน เด็กนักเรียนที่ยืนรอตามถนน เด็กนักเรียนบางคนหัวเราะและเดินตามหลังม้าตามม้าไป รร. เมื่อมาถึง รร. ผมลงจากหลังม้า เด็กชายจะกล้าปล่อยม้าเดินกินตามสบาย ผมเด็กนักเรียนเข้าห้องเรียนไปตามปกติ<br /><br /> เวลาว่างผมมองหาม้าก็ม้าเดินกินหญ้ารอบ รร. บางครั้งก็เดินมาใกล้ห้องเรียน มายืนใกล้ ๆเด็กนักเรียนเพื่อให้จับให้ลูบ ผมเห็นอาการของม้ามันคงอยากเป็นนักเรียนกระมัง ชาติหน้ามีจริงคงจะเกิดเป็นคนได้เรียนหนังสือ เมื่อ รร. เลิกม้ามันก็เดินมาให้เด็กชายจะกล้าจับผูกเชือก ผมก็ขึ้นนั่งหลังม้า  ขี่เดินกลับบ้านพร้อมกับเด็กนักเรียน ถึงบ้านพักนำไปผูกมัดที่เดิม จากนั้นผมและเด็กชายทั้งสองก็จัดการภารกิจของตนเองที่เคยปฎิบัติมา เวลากลางคืนเด็กชายจะกล้ามีอาการไอ ตัวร้อนผมจึงเอายาให้กินและห่มผ้าให้หนา ๆ เมื่อกินยาเสร็จเด็กชายจะกล้าก็หลับสนิท ถึงเวลาเช้าเมื่อผมและเด็กชายจะเสือเสร็จภารกิจของตนเอง ส่วนเด็กชายจะเสือกินข้าวเสร็จให้กินยาให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านไม่ต้องไป รร. ผมเดินลงจากบ้านพักเด็กชายจะเสือปลดเชือกม้า ม้าได้เดินมาหาผมที่ยืนรออยู่โดยเด็กชายจะเสือยังไม่ทันจับเชือก ม้ามายืนใกล้ผม ผมจึงขึ้นขี่ม้าเด็กชายจะเสือรีบมาจับเชือกจูงม้าเดินตาม  ผมรีบเอาอุปกรณ์การสอนมาถือไว้ ม้าเดินตามเด็กชายจะเสือไปตามถนนในหมู่บ้านนักเรียนที่ยืนรอม้าเดินผ่านก็จะเดินตามเป็นแถวไป รร. วันต่อมาผมจึงให้เด็กชายจะกล้าเอาเชือกที่ผูกม้าออกเสีย ให้ม้าเดินอย่างอิสระโดยไม่ต้องมีเชือกผูกมีคนจูงนำทาง เมื่อเอาเชือกออกม้าจะเดินไป - กลับจาก รร ไม่ออกนอกเส้นทาง จะอยู่กับผมและเด็กชายทั้งสองอย่างอิสระ
ติดตามตอน "ไอ้จุ๊ก" ได้ของเล่นใหม่ไม่แปลก แต่ทึ่ง น้อยคนที่จะสามารถเป็นเหมือนท่าน จุ๊ก ติดตามกันครับ


ตอนที่ ๑๑

เหตุการณ์ต่าง ๆ ชาวบ้านรับทราบได้พูดคุยกันไปทั่วหมู่บ้าน ถ้าวันไหนเป็นหยุด รร ชาวบ้านจะเวียนมานั่งคุยกับที่บ้านพักแม้แต่ที่ร้านขายของในหมู่บ้าน ชาวบ้านบางคนนั่งคุยผมเป็นเวลานาน ๆ เกิดความคุ้นเลยมักจะเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน แม้เหตุการณ์ที่เลยเวลาไปหลายปี จนถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันจะพูดให้ทราบหมดทุกเรื่อง มีเรื่องยกเว้นที่ไม่ยอมบอกหรือเล่าให้ฟัง คือเรื่องไปทำไร่ฝิ่นที่ไหน แต่ผมก็รู้ว่าชาวบ้านไปปลูกฝิ่นที่ไหน ชาวบ้านจะปลูกฝิ่นบริเวณหุบเขาหรือตามสันเขา จะปลูกผักต่าง ๆ เรื่องต่าง ๆ นั้นเด็กนักเรียนจะมาบอกให้ผมว่า ครอบครัวไปปลูกผักตรงไหน หุบเขาลูกไหนหรือตามสันเขาลูกไหน ผมฟังนักเรียนเล่าให้ฟังผมก็เก็บเอาไว้ในใจไม่ได้พูดคุยกับชาวบ้าน

วันนี้เป็นวันพระชาวบ้านจะหยุดไปทำไร่ จะอยู่บ้านและจะมักมาพูดกับผมที่บ้านพัก ชาวบ้านบางคนชวนผมไปเที่ยวที่บ้าน ผมก็ต้องไปตามคำเชิญ เมื่อถึงบ้านของชาวบ้านได้ชวนขึ้นบนบ้านนั่งคุยกันรอบกองไฟที่มีถ่านไม้ที่ติดไฟอยู่กลางบ้าน กองไฟดังกล่าวบ้านทุกหลังคาเรือนจะมีไว้อยู่กลางบ้าน เพราะจะอาศัยความร้อนจากการจุดไฟเพื่อทำให้เกิดความอบอุ่น

ข้างกองไฟที่มีถ่านไม้ที่ติดไฟจะมีกาน้ำตั่งอยู่ ไอน้ำจากกาน้ำยังร้อน เมื่อนั่งล้อมวงรอบกองไฟชาวบ้านนำถ้วยใส่น้ำชามาวางไว้ตรงหน้า แล้วรินน้ำร้อนจากกาน้ำลงถ้วยชาและในถ้วยชามีใบชาประมาณสองสามใบอยู่ เมื่อชาถูกน้ำร้อนกลิ่นหอมของชาส่งกลิ่นหอม ผมนั่งชิมน้ำชาอยู่บนบ้าน หันไปด้านซ้ายมือเห็นเด็กชายจะเสือและเด็กชายจะกล้านั่งรวมกับเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านพูดว่าครูลูกน้องครูจะติดตามครูตลอดนะ ผมก็ยิ้มรับและนึกอยู่ในใจว่าดีแล้ว เหมือนมีเพื่อนที่สนิท เมื่อนั่งคุยกับชาวบ้านนานพอสมควรผมก็ขอลากลับ จากนั้นผมพร้อมเด็กชายทั้งสองเดินลงจากเจ้าของบ้าน เดินไปเที่ยวร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อจะสั่งแม่ค้าที่มาจากพื้นราบมักจะนำไข่ไก่ขึ้นมาขายในหมู่บ้าน

เมื่อผมเดินไปที่ร้านค้าในหมู่บ้านเข้าไปในร้านค้าก็พบแม่ค้าพอดี จึงขอซื้อไข่ไก่แม่ค้าบอกว่าเหลือไข่ไก่เพียงสิบใบ ผมว่าสิบก็ซื้อคราวหน้าถ้าขึ้นมาขายของในหมู่บ้านผมสั่งซื้อไขไก่ไว้ยี่สิบใบ แม่ค้ารับปากว่าคราวจะนำมาให้ครู ผมนั่งคุยกับชาวบ้านหลายคนที่เข้ามาซื้อของแห้ง ขณะนั่งคุยกับชาวบ้าน สามีของเจ้าของร้านเข้านั่งพูดคุยด้วย เอาน้ำชาใส่กาน้ำร้อนมาเลี้ยง สามีของเจ้าของร้านค้าก็เป็นบิดานักเรียนของผมที่ชื่อนายสุภาพ ขณะที่นั่งคุยอยู่ร่วมกับชาวบ้านหลายคนนั้น สามีของบ้านของร้านบอกผมว่า ครูต้องการม้าเอาไว้ขี่ไหมและชี้ไปที่ยุ้งข้าวเห็นม้าแกบ(ม้าตัวเล็ก) ยืนกินหญ้าอยู่ที่ยุ้งข้าว

ผมและสามีเจ้าของร้านและชาวบ้านสองสามคนเดินไปดูสภาพของม้าดังกล่าว ผมเห็นมีน้ำตาไหลออกจากตาสองข้าง ผมถามว่าม้าเป็นอะไร สามีเจ้าของร้านบอกว่า ม้าตัวนี้เป็นฝีที่ต้นคอเพราะถูกใช้งานขนข้าวสารจากพื้นราบขึ้นมาในหมู่บ้าน บางครั้งเจ้าของม้าก็แบกต่างข้าวสารเดินข้ามเขตพม่าเพื่อไปส่งข้าวสาร ที่คอเกิดอักเสบเป็นแผลมีน้ำหนองบวมแดงเป็นก้อนเห็นชัดเจน ม้ามีน้ำตาไหลทั้งสองตา มันคงจะเจ็บปวดมากถึงน้ำตาไหล เจ้าของม้าจะขายม้าตัวนี้เพราะนำไปใช้งานไม่ได้ เจ้าของม้าจะขาย 500 บาท สามีเจ้าของร้านขายของพูดกับผมว่าม้าตัวนี้อายุยังน้อยอยู่ ถ้ารักษาฝีที่บวมแดงโดยเอาหนองที่ฝีออกมันก็จะหาย

ผมนึกอยู่ในใจว่าราคาม้าตั้ง 500 บาท เงินเดือนเราเดือนละ 450 บาท เท่านั้น ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินเพียง 500 กว่าบาทเท่านั้น ผมจะไม่ซื้อม้าตัวนี้ก็สงสารมองเห็นน้ำตามันไหลก็ยิ่งสงสาร ผมจึงตัดสินใจต่อรองราคาจากเจ้าของม้าให้เหลือ 400 บาท และบอกว่าถ้าขายให้ 400 บาท ผมก็เหลือเงินเพียง 100 กว่าบาทเท่านั้น ผมต่อรองราคาซื้อม้า ใช้เวลานานพอสมควร สุดท้ายเจ้าของม้าตกลงขาย 400 บาท เมื่อตกลงกันเรียบร้อยและก็จ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อย สามีเจ้าของร้านค้าบอกผมว่า ครูเตรียมใบมีดโกนพร้อมด้วยสำสีและแอลกฮอล์ ผมหันไปบอกให้เด็กชายจะกล้าไปเอาใบมีดโกนและแอลฮอล์ที่ครูใช้ล้างหูให้เด็กนักเรียนที่หูเป็นน้ำหนวก

เด็กชายจะกล้าหาย ไปสักพัก กลับมาพร้อมใบมีดโกนสำสีและแอลกฮอล์ จากนั้นช่วยกันผูกมัดม้าให้ชิดติดกับต้นไม้ ม้ามันก็ช่างรู้มันไม่ได้ขัดขืนการมัดการผูกมัดแต่อย่างใด จากนั้นสามีเจ้าของร้านขาย ใช้ใบมีดโกนกีดฝีที่ต้นคอม้า. ซ้ำแผลเดิมอีกหลายหน จนเห็นเลือดม้าไหลออกมาพร้อมกับน้ำหนองข้นเข้มมีกลิ่นเหม็นฟุ้งออกตามลอยแผล เสียงม้าร้องพร้อมมีอาการเต้นเล็กน้อย ผมและสามีเจ้าของค้าช่วยกันบีบเอาน้ำหนองออกให้หมด ใช้เวลานานพอสมควรเมื่อเห็นว่าน้ำหนองออกหมด จึงเอาสำสีชุบแอลกฮอล์เช็ดแผลจนแน่ใจว่าแผลสะอาด สามีเจ้าของร้านค้าได้เอายาแผลแดงชุบสำสีชัดแผลอีกครั้ง และบอกว่าไม่ต้องเอาอะไรมาปิดแผล ปล่อยทิ้งไว้คอยดูแลม้าเท่านั้น ธรรมชาติแผลมันแห้งหายและอาการจะดีขึ้น

เมื่อเสร็จการปฐมพยาบาลม้าเสร็จ ผมให้เด็กชานทั้งสองนำม้าไปไว้ที่บ้านพัก โดยให้ผูกเชือกไว้ที่ต้นไม้ของบ้านพักและมอบหน้าที่ให้เด็กชายทั้งสองรับผิดดูแลม้า คอยหาหญ้าหาน้ำให้ม้ากิน ได้ม้าผูกไว้เรียบร้อย เด็กชายทั้งสองก็หายไปไม่รู้ว่าไปไหน. พักหนึ่งกลับมาบ้านพักพร้อมด้วยหญ้าและน้ำเอามาให้ม้ากิน ผมสังเกตที่ตาม้าไม่มีน้ำตาไหลแล้ว ม้ามันคงจะหายปวดที่คอแล้ว เพราะได้เอาน้ำหนองออกหมด ม้ากินหญ้ากินน้ำพอสมควร มันถามเด็กชายทั้งสองว่าไปเอาหญ้ากับน้ำมาจากไหน เด็กชายทั้งสองบอกว่าเอาหญ้าที่เอาให้วัวกินโดยแบ่งมาเพียงบางส่วน ส่วนน้ำได้เอากระบอกน้ำไปตักที่ลำธาร

ช่วงตอนเช้าที่ผมไป รร ได้ผูกม้าไว้ที่เดิมและได้เตรียมหญ้าและน้ำไว้ให้มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้บ้านพัก บอกว่าครูไม่ต้องห่วงม้าเขาจะดูแลให้ ผมจึงสบายใจที่มีคนช่วยดูแลม้าให้ เมื่อเสร็จภารกิจการสอนเรียบร้อยกลับมาบ้านพัก ม้าก็ยืนกินหญ้าอยู่ที่เดิมมีน้ำมีหญ้ากองไว้ใกล้จำนวนมากพอสมควร สอบถามก็ทราบว่าชาวบ้านช่วยกันหาหญ้าและน้ำไว้ให้ ผมเข้าไปหาม้าค่อยเอามือจับที่หัวม้าและลูบไปตามรอบคอม้า ม้าก็ยืนนิ่งให้ผมจับและลูบที่คอ ผมให้เด็กนักเรียนทั้งสองช่วยกันเอาเศษผ้าลูบเช็ดไปทั่วตัวม้า ม้าก็ยืนนิ่งให้เช็ด ผมนึกใจว่าไม่ต้องไปแบกข้าวหรือสิ่งอีกแแล้ว

ตื่นตอนเช้าก่อนจะไป รร ผมและเด็กนักเรียนต่างไปลูบหัวและตัวม้าก่อนที่จะเดินไป รร ในช่วงระหว่างที่สอนหนังสือ เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งเข้าพูดกับผม พ่อและแม่ของเด็กนักเรียนหญิงได้ช่วยหาหญ้ามาให้ม้าครูกิน เด็กนักเรียนหลายคนก็ประสงค์ที่ช่วยครูหาหญ้าหาน้ำให้ม้ากิน ผมก็บอกฝากบอกว่าครูขอบคุณ จากวันนั้นเป็นต้นมาม้ามีหญ้ามีน้ำกินไม่ขาด อาการแผลที่คอของม้าเริ่มแห้งอาการของม้าก็ดีวันดีคืน ใช้เวลาไม่กี่อาทิตย์แผลที่ต้นคอหายแห้งสนิท

ตื่นเช้าในวันนี้เสร็จภาระต่าง ๆ เรียบร้อยได้เดินลงจากบ้าน ผมได้เดินเข้าหาม้าตามปกติที่ปฎิบัติเหมือนทุกวัน วันนี้ผมนึกว่าวันนี้จะพาม้าไป รร. ด้วย จึงให้เด็กชายจะกล้าจูงม้า เด็กชายจะเสือถืออุปกรณ์การสอนเดินตาม ผมเดินนำหน้าพร้อมอุปกรณ์การสอนบางอย่าง ม้าและเด็กชายทั้งสองก็เดินพากันไปตามถนนในหมู่บ้าน ทุกครั้งนักเรียนที่ยืนรอตามแนวทางเดินได้เดินตามหลังม้าเป็นแถวเดินขึ้น รร. เมื่อถึง รร. ผมให้เด็กชายจะกล้าปล่อยเชือกที่ผูกม้าให้ม้าเดินกินหญ้าตาม รร. โดยอิสระ จากนั้นผมนักเรียนทั้งหมดก็ปฎิบัติตามหน้าที่ของตนเอง จนกระทั่ง รร. เลิกกลับบ้าน เด็กชายจะกล้าก็ไปจับม้ามาผูกเชือก แล้วก็เดินตามกันเป็นแถวกลับบ้าน ถึงบ้านพักเอาม้าไปผูกมันไว้ที่เดิม ได้มีชาวบ้านได้นำเกลือมาให้ผมบอกว่าเอาผสมกับน้ำให้ม้ากิน ผมก็ปฎิบัติตาม ม้าดูอาการเจ็บป่วยหายไปหมดแล้ว อาการสดชื่นเวลาเอาผ้าเช็ดตัวม้า มันจะยืนให้เช็ดโดยไม่มีอาการขัดขืนเลย ผมจะปฎิบัติอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง เวลาไป รร. ม้าก็ไป รร. ด้วย ผมนึกในใจว่าม้ามันก็เหมือนนักเรียน บางครั้งที่สอนนักเรียนมันจะมายืนใกล้ๆ เด็กนักเรียนจะยกเอามือจับหูม้าจับหางม้าบ้าง ม้ามันก็ไม่ทำร้ายนักเรียน

เช้าวันหนึ่งผมและเด็กชายสองทำธุระของตนเสร็จพร้อมจะไป รร. ผมนึกว่าวันนี้ทดลองขี่ม้าไป รร. ผมจึงบอกเด็กชายทั้งสองว่าวันนี้ครูจะขี่ม้าไป รร. เด็กชายทั้งสองเห็นด้วย โดยเด็กชายจะกล้าจะเป็นคนจูงม้าให้ครูขึ้นขี่ม้า ผมขึ้นขี่ม้าโดยไม่ใช้อานม้าเพราะมันไม่มี ผมขึ้นขี่ม้าโดยไม่ต้องใช้อะไรเป็นอุปกรณ์ ครั้งแรกนึกว่าม้าคงจะไม่ให้ขี่ จึงระวังตัวไว้ เมื่อขึ้นนั่งหลังม้าก็ไม่มีอาการสบัดของม้า ม้ายืนเฉยพอผมนั่งได้ที่ เด็กชายจะกล้าก็จูงม้าออกเดินตามถนนในหมู่บ้าน เด็กนักเรียนที่ยืนรอตามถนน เด็กนักเรียนบางคนหัวเราะและเดินตามหลังม้าตามม้าไป รร. เมื่อมาถึง รร. ผมลงจากหลังม้า เด็กชายจะกล้าปล่อยม้าเดินกินตามสบาย ผมเด็กนักเรียนเข้าห้องเรียนไปตามปกติ

เวลาว่างผมมองหาม้าก็ม้าเดินกินหญ้ารอบ รร. บางครั้งก็เดินมาใกล้ห้องเรียน มายืนใกล้ ๆเด็กนักเรียนเพื่อให้จับให้ลูบ ผมเห็นอาการของม้ามันคงอยากเป็นนักเรียนกระมัง ชาติหน้ามีจริงคงจะเกิดเป็นคนได้เรียนหนังสือ เมื่อ รร. เลิกม้ามันก็เดินมาให้เด็กชายจะกล้าจับผูกเชือก ผมก็ขึ้นนั่งหลังม้า ขี่เดินกลับบ้านพร้อมกับเด็กนักเรียน ถึงบ้านพักนำไปผูกมัดที่เดิม จากนั้นผมและเด็กชายทั้งสองก็จัดการภารกิจของตนเองที่เคยปฎิบัติมา เวลากลางคืนเด็กชายจะกล้ามีอาการไอ ตัวร้อนผมจึงเอายาให้กินและห่มผ้าให้หนา ๆ เมื่อกินยาเสร็จเด็กชายจะกล้าก็หลับสนิท ถึงเวลาเช้าเมื่อผมและเด็กชายจะเสือเสร็จภารกิจของตนเอง ส่วนเด็กชายจะเสือกินข้าวเสร็จให้กินยาให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านไม่ต้องไป รร. ผมเดินลงจากบ้านพักเด็กชายจะเสือปลดเชือกม้า ม้าได้เดินมาหาผมที่ยืนรออยู่โดยเด็กชายจะเสือยังไม่ทันจับเชือก ม้ามายืนใกล้ผม ผมจึงขึ้นขี่ม้าเด็กชายจะเสือรีบมาจับเชือกจูงม้าเดินตาม ผมรีบเอาอุปกรณ์การสอนมาถือไว้ ม้าเดินตามเด็กชายจะเสือไปตามถนนในหมู่บ้านนักเรียนที่ยืนรอม้าเดินผ่านก็จะเดินตามเป็นแถวไป รร. วันต่อมาผมจึงให้เด็กชายจะกล้าเอาเชือกที่ผูกม้าออกเสีย ให้ม้าเดินอย่างอิสระโดยไม่ต้องมีเชือกผูกมีคนจูงนำทาง เมื่อเอาเชือกออกม้าจะเดินไป - กลับจาก รร ไม่ออกนอกเส้นทาง จะอยู่กับผมและเด็กชายทั้งสองอย่างอิสระ
152129.jpg (39.14 KiB) เข้าดูแล้ว 506 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ญาติธรรมและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ผมกลับจากการปั่นทัวร์เที่ยวเมืองรอง จ.นครพนม และ เมืองสกลนคร ถึงบ้านเมื่อวาน ๒๑๐๙๓๐ พ.ย.๖๕ โดยออกเดินทางแต่ ๐๘๑๘๔๕ พ.ย.๖๕ รวม ๑๓ วันเต็ม ๆ ทัวร์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ในรอบปีต่อจากทัวร์เมืองเก่าสุโขทัย ครั้งนี้ต้องเรียกว่าทัวร์บุญจริง ๆ เพราะผมตั้งใจไปกราบพระธาตุพนมและกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ด้วย เอาไว้จบทริปสุโขทัยก็จะมาเล่าให้ท่านที่เคารพได้รับชมกัน ติดตามเป็นกำลังใจกันนะครับ

เช้านี้เรามาต่อเรื่องเมืองสุโขทัยที่ยังติดอยู่ที่บ้านวังหาดกันต่อครับ
:) :D

:idea: :idea: #จังหวัดสุโขทัย #อ่างเก็บน้ำ ใจกับวิถีกลางอารยธรรมบ้านวังหาด :idea: :idea:
ไฟล์แนบ
การปั่นไปเที่ยวเมืองนครพนมและเมืองสกลนครครั้งนี้ มีปัญหาและอุปสรรคมากมายแต่เรา ๒ คนก็สามารถที่จะฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ สำหรับเมืองสุโขทัยเป็นทริปแรกที่เราเริ่มเดินทางปัญหาแทบจะไม่มีเลย ซึ่งนับว่าเป็นฤกษ์ดีที่ให้กำลังใจกับเราสองคนครับ หากเจอปัญหาแต่เบื้องต้น อาจจะเปลี่ยนแปลงแนวทางตลอดจนอุดมการณ์ที่วางไว้ก็ได้ สรุปอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ ๆ คอยติดตามกันนะครับจะนำมา Review ให้ได้ชมกันต่อจากทริปสุโขทัยครับ
การปั่นไปเที่ยวเมืองนครพนมและเมืองสกลนครครั้งนี้ มีปัญหาและอุปสรรคมากมายแต่เรา ๒ คนก็สามารถที่จะฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ สำหรับเมืองสุโขทัยเป็นทริปแรกที่เราเริ่มเดินทางปัญหาแทบจะไม่มีเลย ซึ่งนับว่าเป็นฤกษ์ดีที่ให้กำลังใจกับเราสองคนครับ หากเจอปัญหาแต่เบื้องต้น อาจจะเปลี่ยนแปลงแนวทางตลอดจนอุดมการณ์ที่วางไว้ก็ได้ สรุปอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ ๆ คอยติดตามกันนะครับจะนำมา Review ให้ได้ชมกันต่อจากทริปสุโขทัยครับ
425618.jpg (34.36 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
The first trip of 2565 (69).JPG
The first trip of 2565 (69).JPG (123.8 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (64).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (66).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (70).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (71).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (72).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (73).jpg
จากข้อมูลที่เราเตรียมมาทราบว่า ผู้ที่รู้เรื่องเมืองเก่าสุโขทัยและอารยธรรมแห่งบ้านวังหาดก็คือท่านเจ้าอาวาสของวัดวังหาดแห่งนี้ เมื่อมาถึงยังที่หมายผมและคุณนายก็เข้าไปกราบนมัสการท่านและขอโอกาส ให้ท่านพาเยี่ยมชม ท่านเมตตาเรา ๒ คนมาก ๆ มาเปิดกุญแจพาเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลังเล็ก ๆ ซึ่งมองแล้วไม่สมกับความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่มีมาเลย..รู้สึกได้ว่า &quot;เศร้า&quot; ครับ.
จากข้อมูลที่เราเตรียมมาทราบว่า ผู้ที่รู้เรื่องเมืองเก่าสุโขทัยและอารยธรรมแห่งบ้านวังหาดก็คือท่านเจ้าอาวาสของวัดวังหาดแห่งนี้ เมื่อมาถึงยังที่หมายผมและคุณนายก็เข้าไปกราบนมัสการท่านและขอโอกาส ให้ท่านพาเยี่ยมชม ท่านเมตตาเรา ๒ คนมาก ๆ มาเปิดกุญแจพาเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลังเล็ก ๆ ซึ่งมองแล้วไม่สมกับความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่มีมาเลย..รู้สึกได้ว่า "เศร้า" ครับ.
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (74).jpg (143.17 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
ท่านเจ้าอาวาสมาเปิดอาคารพร้อมอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ เราสนทนากันนานพอสมควรท่านเล่ารายละเอียดต่าง ๆ เป็นความรู้ใหม่ของเราสองคนจริง ๆ สรุปลงท้ายว่า &quot;ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง มันไม่เที่ยงเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ตามคำสอนขอองค์พระศาสดาของเรา&quot; ท่านเจ้าอาวาสยังบอกเราอีกว่าเมื่อรู้แล้วก็ขอให้แค่เพียงรู้ ไม่ต้องไปพูดอะไรมาก นิ่ง สงบ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปตามกฏแห่งธรรมชาติ สิ่งใดใครทำอะไรไว้ ผลของกรรมคือ วิบากกรรม ก็จะตกไปอยู่ที่ตัวเขาเหล่านั้นหนีไม่พ้น <br /><br />ความจริงแล้วชาวบ้านรวมตัวกันร้องขอให้ทางราชการเข้ามาดำเนินการขุดคุ้ยเรื่องราวความจริงทั้งหมด ซึ่งทางราชการก็รับปากอย่างดีมีคนเข้ามาแล้วก็หยิบฉวยทั้งวัตถุและจิตวิญญาณของวังหาด ไปสร้างความรุ่งเรือง ร่ำรวยให้กับตัวเอง คนแล้วคนเล่า จนบัดนี้ใครก็ตามที่เข้ามายังบ้านวังหาดเพื่อจะขอขุดค้นสิ่งใด ๆ อีก ชาวบ้านจะห้ามเด็ดขาด เรียกว่า &quot;จบ&quot; ทุกตารางนิ้วของบ้านวังหาดยังมีวัตถุโบราณอีกมากครับ
ท่านเจ้าอาวาสมาเปิดอาคารพร้อมอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ เราสนทนากันนานพอสมควรท่านเล่ารายละเอียดต่าง ๆ เป็นความรู้ใหม่ของเราสองคนจริง ๆ สรุปลงท้ายว่า "ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง มันไม่เที่ยงเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ตามคำสอนขอองค์พระศาสดาของเรา" ท่านเจ้าอาวาสยังบอกเราอีกว่าเมื่อรู้แล้วก็ขอให้แค่เพียงรู้ ไม่ต้องไปพูดอะไรมาก นิ่ง สงบ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปตามกฏแห่งธรรมชาติ สิ่งใดใครทำอะไรไว้ ผลของกรรมคือ วิบากกรรม ก็จะตกไปอยู่ที่ตัวเขาเหล่านั้นหนีไม่พ้น

ความจริงแล้วชาวบ้านรวมตัวกันร้องขอให้ทางราชการเข้ามาดำเนินการขุดคุ้ยเรื่องราวความจริงทั้งหมด ซึ่งทางราชการก็รับปากอย่างดีมีคนเข้ามาแล้วก็หยิบฉวยทั้งวัตถุและจิตวิญญาณของวังหาด ไปสร้างความรุ่งเรือง ร่ำรวยให้กับตัวเอง คนแล้วคนเล่า จนบัดนี้ใครก็ตามที่เข้ามายังบ้านวังหาดเพื่อจะขอขุดค้นสิ่งใด ๆ อีก ชาวบ้านจะห้ามเด็ดขาด เรียกว่า "จบ" ทุกตารางนิ้วของบ้านวังหาดยังมีวัตถุโบราณอีกมากครับ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (106).jpg (118.77 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (78).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (78).jpg (97.15 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (79).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (79).jpg (114.72 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (80).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (80).jpg (65.42 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (81).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (81).jpg (71.66 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (82).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (82).jpg (64.66 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (83).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (83).jpg (65.99 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (85).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (85).jpg (74.07 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (86).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (86).jpg (112.06 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (84).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (84).jpg (99.44 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (85).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (85).jpg (74.07 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 22 พ.ย. 2022, 06:16, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ติดตามเรื่องราวกันต่อครับ :) :D
ไฟล์แนบ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (86).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (86).jpg (112.06 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (87).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (87).jpg (61.75 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (88).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (88).jpg (76.34 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (89).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (89).jpg (106.89 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (90).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (90).jpg (122.81 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (91).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (91).jpg (115.1 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (92).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (92).jpg (128.43 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (93).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (93).jpg (91.62 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (94).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (94).jpg (118.84 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (96).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (96).jpg (59.77 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (97).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (97).jpg (94.69 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (98).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (98).jpg (81.9 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (99).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (99).jpg (99.84 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (100).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (100).jpg (90.85 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (101).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (101).jpg (83.41 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (102).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (102).jpg (60.93 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (104).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (104).jpg (100.67 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (105).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (105).jpg (74.66 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (103).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (103).jpg (92.51 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
ครูจุ๊กอยู่บนดอยคนเดียวบางครั้งก็เกิดอาการประสาทหลอนเอาเช่นกัน ชีวิตกว่าจะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาได้ มันเป็นอดีตที่เมื่อกลับมาย้อนมองเป็นเรื่องขำ ๆ แต่ในเวลานั้น วันนั้นมันคือ &quot;ชีวิต&quot; เราต้องไม่ประมาทรักษาชีวิตให้รอดติดตามครูจุ๊กเล่าครับ<br /><br />ตอนที่ ๑๒<br /><br />           เวลาผ่านไปเป็นเดือนจะเข้าเป็นปีแล้ว พฤติกรรมของครูใหญ่ขึ้นมานอนที่บ้านพักสองวันบ้างสามวันบ้าง จะบอกผมว่าต้องไปทำธุระเรื่องการย้ายครอบครัวจากเชียงใหม่มาอยู่ที่กองร้อยหนึ่ง กิ่งอำเภอแม่อาย ผมก็ไม่ขัดคอจะไปไหนก็ไปเถอะ ผมอยู่คนเดียวได้ ในหนึ่งเดือนครูใหญ่จะขึ้นมาสอนก็ประมาณไม่เกินสามหรือสี่วัน จากนั้นจะกลับบ้านพักที่กองร้อย <br /><br />            ผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับกองร้อย ฯ ให้ครูบอกชาวบ้านช่วยกันทำสมานบิน ฮ โดยจะมีคณะ พ.อ.ส.ว ลงมาเยี่ยมชาวบ้านเพื่อจะมารักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วย เมื่อได้รับคำสั่งดังกล่าว ผมจึงให้ผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุมชาวบ้าน  ตอนหัวค่ำวันหนึ่งผมได้ยินเสียงเคาะเกาะไม้ไผ่จึงเป็นสัญญาณเรียกประชุม  ชาวบ้านใช้เวลาไม่เกินสิบนาที ก็มาพร้อมกันที่หน้าลานบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่ได้เริ่มพูดกับชาวบ้านที่มาประชุมเป็นภาษามูเซอ ผมฟังรู้บ้างไม่รู้บ้าง พักหนึ่งผู้ใหญ่บ้านให้ยืนขึ้นพูดบอกชาวบ้านให้ทราบ ผมนึกในใจว่าถ้าพูดไปชาวบ้านคงเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง <br /><br />ขณะที่นึกอยู่ว่าจะหาล่ามที่ไหนมาแปลเป็นภาษามูเซอ หันไปเห็นเด็กชายสุภาพซึ่งเป็นนักเรียนนั่งอยู่กับแม่ที่เป็นเจ้าของร้านค้าในหมู่บ้าน ผมจึงเรียกเด็กชายสุภาพมานั่งข้างผม จากนั้นผมบอกเด็กชายสุภาพว่า ถ้าครูพูดเสร็จให้เด็กชายสุภาพแปลเป็นภาษามูเซอนะ จากนั้นผมดำเนินการพูดตามที่ได้รับคำสั่งมาให้ชาวบ้านช่วยทำสนามบิน (ฮ ) เด็กชายสุภาพจะแปลทุกคำพูดของผมทุกถ้อยคำพูดชาวบ้านนั่งเงียบ ไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ผมเข้าใจว่าชาวบ้านทุกคนทราบและเข้าใจ  ต่อมาที่ประชุมเลิกประชุมชาวบ้านต่างตนต่างกลับบ้าน ผมและเด็กชายทั้งสองกลับบ้านพัก จากวันที่ประชุมผ่านไปสองวันสามวันสี่วันก็ไม่มีชาวบ้านไปทำสนามบินเลยสักคน เพราะสนามบินจะอยู่ที่สนามหน้า รร. ผมสังเกตชาวบ้าน ก็ไม่มีใครพูดถึงการทำสนามบินเลย ผมสงสัยอยู่ในใจเหตุใดชาวบ้านจึงไม่ทำสนามบิน เข้าวันที่หกผมทนไม่ได้ ถ้ามี ฮ บินว่อนจะลงสนามบินแต่ไม่มีสนามบินลง คงจะเดือดร้อนไปตามสายบังคับบัญชาแน่<br /><br />ตอนเย็นของวันที่เจ็ดผมไปที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแจ้งจุดประสงค์ต้องการให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเคาะเกาะเรียกประชุมชาวบ้าน จากนั้นไม่นานเสียงการเคาะเกาะก็ดังขึ้น เวลาไม่นานชาวบ้านก็มาพร้อมกัน เมื่อชาวบ้านมาพร้อมกันผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ผมยืนพูด ผมพร้อมล่ามคือเด็กชายสุภาพพร้อมที่แปลทุกคำพูดของครู ผมพูดถึงจุดประสงค์ทุกอย่างให้ทราบ พร้อมกับแจ้งว่าถ้าชาวบ้านไม่ร่วมมือทำสนามบิน ครูจะขอเสนอผู้บังคับบัญชายุบ รร. เสีย แล้วครูขนอุปกรณ์ทุกอย่างกลับกองร้อย ฯ และ รร. จะไม่มีครูมาสอนเด็กนักเรียน <br /><br />ชาวบ้านนั่งฟังเด็กชายสุภาพนิ่งเงียบไม่มีเสียงพูดสอดแทรก เมื่อผมพูดจบผมก็บอกเลิกการประชุมแยกย้ายกันกลับบ้าน จากนั้นผมกับเด็กชายทั้งสองก็เดินกลับบ้านพัก  ถึงเวลาเข้านอน ผมก็รีบเข้านอนเพราะวันๆ ใช้เสียงมากในการประชุม เกิดความเครียดเล็กน้อยว่าชาวบ้านจะทำสนามบินหรือไม่ นอนคิดไปคิดมาหลับไปเลย สะดุ้งได้ยินเสียงคนเดินรอบบ้านพักและเสียงเดินไปทาง รร. รีบมองดูนาฬิกาเวลาตีห้ากว่ามองขอบฟ้ายังไม่มีแสงดวงอาทิตย์เลย <br /><br />นึกในใจว่าคงพูดในที่ประชุมหนักไป ทำให้ชาวบ้านโกรธ  คงจะรวมตัวเข้าทำร้าย เพราะเสียงเดินนั้นจะมีเสียงเหมือนลากวัตถุที่เป็นเหล็กตามประสบการณ์ที่ฝึกมาในด้านกลยุทธ์ต่าง ๆ มองดูเด็กนักเรียนทั้งสองนอนหลับไม่ขยับตัวเลย ผมค่อย ๆสวมเสื้อเจ็กเก็ทฟิน เอาเป้หลังพาดหลังในเป้ของผมนั้นผมจะเก็บกระสุนปืน ระเบิดมือ มีดพกสั้น และอุปกรณ์ปืนและเครื่องดำรงชีพ ที่เคยฝึกมาจาก รร ฝึกอาวุธค่ายดารารัศมี ค่อย ๆ ลุกสวมถุงเท้ารองเท้าผูกเชือกรองเท้าแน่นจนแน่ใจแล้ว ค่อย ๆลุกคลานออกจากห้องนอน ลงไปใต้ถุนบ้านพัก<br /><br /> เห็นม้ายืนอยู่ มองฝ่าความมืดไป  เห็นชาวบ้านเดินถือสิ่งของบางอย่างมองไม่ชัดเจนว่าเป็นอะไร เดินไปเป็นคู่ๆ มีทั้งชาวบ้านผู้หญิงผู้ชายบางกลุ่มก็มีผู้ชาย ขณะที่ผมกำลังจะขยับตัวได้ยินเสียงเหมือนคนกระโดดลงจากบ้านพักคลานมานั่งข้าง ๆ ผม จึงรู้ว่าเป็นเด็กชายจะกล้ากับเด็กชายเสือ อยู่กระนาบซ้ายขวา ผมคลานไปทางไหนเด็กชายทั้งสองก็จะคลานตามผม  ผมกระซิบบอกว่าไม่ให้พูดให้มองไปรอบ ๆ ตัว เพื่อจะให้ทราบว่าชาวบ้านกำลังทำอะไร <br /><br />ผมและเด็กชายทั้งสองนั่งซุ่มไม่เคลื่อนไหว เพื่อรอให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างจะได้รู้ว่าชาวบ้านเขากำลังทำอะไร นั่งรอแสงสว่างพ้นขอบฟ้า ไม่นานนักแสงสว่างของดวงอาทิตย์เริ่มพ้นขอบฟ้า เริ่มมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ผมหันไปหาเด็กชายจะกล้าไม่รู้ว่าได้หลบไปซ่อนตัวที่ไหน มองหาอย่างไรก็ไม่พบ จึงถามเด็กชายจะเสือก็ไม่รู้ไปซ่อนตัวที่ไหนเช่นกัน  เกิดความเป็นห่วงเด็กทั้งสอง แสงดวงอาทิตย์เริ่มสว่างขึ้นพ้นขอบฟ้าจะเห็นบางอย่างชัดเจนขึ้น พักหนึ่งขณะที่ผมขยับตัวมองเห็นเด็กชายเสือเดินออกจากเงามืดทางด้านทิศเหนือ รีบเดินเข้ามาหาผมที่ซ่อนตัวและพูดบอกว่า ชาวบ้านกำลังช่วยกันทำสนามบินอยู่ ผมจึงถึงบางอ้อว่าชาวบ้านร่วมกันทำสนามบินตามที่ผมพูดขู่ไว้ตอนประชุมชาวบ้าน<br /><br /> ผมพร้อมเด็กทั้งสองจึงขึ้นบนบ้าน เข้าห้องปลดเป้หนังถอดรองเท้า เก็บอาวุธปืน เสร็จแล้วเอนตัวนอนต่อแต่ก็นอนไม่หลับเพราะฟ้าสว่างแล้ว จะได้เวลาไป รร. อีกแล้ว ผมมองไปที่เด็กชายทั้งคู่นอนต่อ ผมไม่ปลุกให้นอนต่อไปจนฟ้าสว่างไปทั่ว เราลุกทำหน้าที่ตามภารกิจของตนที่ปฎิบัติมา เมื่อเสร็จภารกิจตอนเช้าก็ได้เวลาทำหน้าที่สอนเหมือนทุกวัน ผมขี่ม้านำหน้าตามด้วยนักเรียนเดินกันเป็นแถวขึ้นเขาไป รร. ไปถึง รร. แล้วเห็นว่าชาวบ้านได้ช่วยถากถางสนามบินกว้างออกไปกว่าเดิมมาก ที่สนามบินยังมีชาวบ้านหลายคน ยังช่วยกันปรับพื้นสนามให้เรียบ นักเรียนเข้าห้องเรียนแล้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านประมาณสามถึงสี่ร่วมกันนั่งคุยกัน และได้พูดบอกผมว่าเมื่อปีที่แล้วมีตำรวจตระเวนชายแดนที่กองร้อย ฯ ขึ้นมาประชุมชาวบ้านให้ชาวบ้านช่วยทำสนามบิน ชาวบ้านก็ร่วมกันช่วยทำสนามบิน เมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย ว่าจะมีคณะ พอ.สว. มาปรากฎว่าเครื่องบิน (ฮ) ไม่มาลงกลับไปลงที่หมู่บ้านอื่น จึงทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อ <br /><br />ตอนแรกจึงไม่มีใครทำสนามบิน เมื่อครูประชุมชาวบ้านครั้งที่สองว่าจะขอเสนอยุบ รร. ชาวบ้านเขาตกใจหมดกลัวว่าลูกหลานของเขาจะไม่มี รร. วันนี้จึงมาช่วยกันทำสนามบิน ผมเข้าใจที่ชาวบ้านเล่า ผมจึงเล่าให้ชาวบ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฟังว่า ครั้งเครื่องบินจะลงตามนัดหมาย แต่เมื่อถึงจุดนัดหมายปรากฏว่าฟ้าปิดมีเมฆหมอกมากจึงไม่สามารถจะลงได้  จึงหันไปที่เป้าที่สองที่สามที่มีอากาศเปิด ผมเล่าให้ชาวบ้านฟัง ทำให้ชาวบ้านเข้าใจเหตุการณ์อย่างนี้  เพราะหมู่บ้านของเรามันอยู่ระหว่างเขามีเมฆหมอกมาก ผมจึงให้ชาวบ้านช่วยบอกให้คนอื่นทราบด้วย เมื่อพูดเข้าใจกันแล้วผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านพูดบอกผมว่า อาหารการกินของครูเป็นอย่างไร ถ้าขาดอะไรก็ให้เด็กชายจะกล้าจะเสือไปบอกชาวบ้าน ชาวบ้านพร้อมใจจะช่วยครู <br /><br />ตั้งแต่ครูมาสอนเด็กนักเรียนบ้านเรา  ชาวบ้านเขาชื่นชมทุกคนเขามีอะไรเขาจะนำมาแบ่งปันให้ครู ผมบอกขอบคุณชาวบ้านด้วย จากนั้นกลุ่มชาวบ้านต่างเดินกลับบ้านของตนเอง ผมกลับเข้าห้องเรียนก็สอนเด็กนักเรียนต่อจน รร. เลิกกลับบ้าน<br />            <br /> วันเวลาล่วงเลยมาจนเข้าเดือนมกราคมของปีใหม่ ผมกับชาวบ้านมีความเข้าดีซึ่งกันและกัน มีในวันหนึ่งเวลาประมาณเกือบหนึ่งทุ่ม ขณะที่ภาคบันเทิงของกลุ่มหนุ่มสาวจะเริ่ม มีชาวบ้านผู้ชายสองคนเดินขึ้นมาบนบ้านพักของผม ได้นั่งพูดคุยกัน หนึ่งในสองคนได้พูดบอกผมว่า เป็นไข้มาเกือบอาทิตย์แล้วกินข้าวอะไรก็ไม่หาย จึงจะมาขอยาของครูกินให้ไข้หาย ผมดูอาการรู้สึกตัวจะร้อน ผมจึงไปหยิบยาแก้ไข้เม็ดสีชมพู โดยขวดยาทุกขวดผมจะเขียนภาษากำกับไว้ข้างขวดทุกขวด และได้เขียนกำกับไว้ว่าเป็นยาแก้โรคอะไร ผมหยิบสามเม็ดโดยให้กินยาต่อหน้าผมเมื่อกินยาเสร็จ ผมบอกว่าวันพรุ่งนี้ถ้าอาการยังไม่หายไข้ให้มาเอายาไปกินอีก <br /><br />กรณีที่ผมต้องให้กินยาต่อหน้าผมโดยป้องกันที่จะไม่ให้เอายาไปกินที่บ้าน เพราะปรากฎว่าถ้าเอาไปกินที่บ้านเมื่อกินยาเข้าปากรสยาขม จะคายทิ้งโดยผมพบร่องลอยยาที่คายทิ้งไว้จึงทราบ  จึงแก้ปัญหาให้กินยาต่อหน้าผม พอรุ่งเช้าของวันเวลาประมาณเก้าโมงชาวบ้านที่ไปขอยากิน เดินไปหาผมที่ รร. และบอกว่าไข้หายแล้ว จึงมาขอบคุณผม จากนั้นก็เดินไปทำไร่ เมื่อการสอนเสร็จไปอีกวัน รร. เลิกผมนักเรียนทั้งหมดพร้อมม้าแกลบ ซึ่งก็เป็นสมาชิกนักเรียนด้วยก็เดินกลับบ้าน
ครูจุ๊กอยู่บนดอยคนเดียวบางครั้งก็เกิดอาการประสาทหลอนเอาเช่นกัน ชีวิตกว่าจะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาได้ มันเป็นอดีตที่เมื่อกลับมาย้อนมองเป็นเรื่องขำ ๆ แต่ในเวลานั้น วันนั้นมันคือ "ชีวิต" เราต้องไม่ประมาทรักษาชีวิตให้รอดติดตามครูจุ๊กเล่าครับ

ตอนที่ ๑๒

เวลาผ่านไปเป็นเดือนจะเข้าเป็นปีแล้ว พฤติกรรมของครูใหญ่ขึ้นมานอนที่บ้านพักสองวันบ้างสามวันบ้าง จะบอกผมว่าต้องไปทำธุระเรื่องการย้ายครอบครัวจากเชียงใหม่มาอยู่ที่กองร้อยหนึ่ง กิ่งอำเภอแม่อาย ผมก็ไม่ขัดคอจะไปไหนก็ไปเถอะ ผมอยู่คนเดียวได้ ในหนึ่งเดือนครูใหญ่จะขึ้นมาสอนก็ประมาณไม่เกินสามหรือสี่วัน จากนั้นจะกลับบ้านพักที่กองร้อย

ผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับกองร้อย ฯ ให้ครูบอกชาวบ้านช่วยกันทำสมานบิน ฮ โดยจะมีคณะ พ.อ.ส.ว ลงมาเยี่ยมชาวบ้านเพื่อจะมารักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วย เมื่อได้รับคำสั่งดังกล่าว ผมจึงให้ผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุมชาวบ้าน ตอนหัวค่ำวันหนึ่งผมได้ยินเสียงเคาะเกาะไม้ไผ่จึงเป็นสัญญาณเรียกประชุม ชาวบ้านใช้เวลาไม่เกินสิบนาที ก็มาพร้อมกันที่หน้าลานบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่ได้เริ่มพูดกับชาวบ้านที่มาประชุมเป็นภาษามูเซอ ผมฟังรู้บ้างไม่รู้บ้าง พักหนึ่งผู้ใหญ่บ้านให้ยืนขึ้นพูดบอกชาวบ้านให้ทราบ ผมนึกในใจว่าถ้าพูดไปชาวบ้านคงเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง

ขณะที่นึกอยู่ว่าจะหาล่ามที่ไหนมาแปลเป็นภาษามูเซอ หันไปเห็นเด็กชายสุภาพซึ่งเป็นนักเรียนนั่งอยู่กับแม่ที่เป็นเจ้าของร้านค้าในหมู่บ้าน ผมจึงเรียกเด็กชายสุภาพมานั่งข้างผม จากนั้นผมบอกเด็กชายสุภาพว่า ถ้าครูพูดเสร็จให้เด็กชายสุภาพแปลเป็นภาษามูเซอนะ จากนั้นผมดำเนินการพูดตามที่ได้รับคำสั่งมาให้ชาวบ้านช่วยทำสนามบิน (ฮ ) เด็กชายสุภาพจะแปลทุกคำพูดของผมทุกถ้อยคำพูดชาวบ้านนั่งเงียบ ไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ผมเข้าใจว่าชาวบ้านทุกคนทราบและเข้าใจ ต่อมาที่ประชุมเลิกประชุมชาวบ้านต่างตนต่างกลับบ้าน ผมและเด็กชายทั้งสองกลับบ้านพัก จากวันที่ประชุมผ่านไปสองวันสามวันสี่วันก็ไม่มีชาวบ้านไปทำสนามบินเลยสักคน เพราะสนามบินจะอยู่ที่สนามหน้า รร. ผมสังเกตชาวบ้าน ก็ไม่มีใครพูดถึงการทำสนามบินเลย ผมสงสัยอยู่ในใจเหตุใดชาวบ้านจึงไม่ทำสนามบิน เข้าวันที่หกผมทนไม่ได้ ถ้ามี ฮ บินว่อนจะลงสนามบินแต่ไม่มีสนามบินลง คงจะเดือดร้อนไปตามสายบังคับบัญชาแน่

ตอนเย็นของวันที่เจ็ดผมไปที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแจ้งจุดประสงค์ต้องการให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเคาะเกาะเรียกประชุมชาวบ้าน จากนั้นไม่นานเสียงการเคาะเกาะก็ดังขึ้น เวลาไม่นานชาวบ้านก็มาพร้อมกัน เมื่อชาวบ้านมาพร้อมกันผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ผมยืนพูด ผมพร้อมล่ามคือเด็กชายสุภาพพร้อมที่แปลทุกคำพูดของครู ผมพูดถึงจุดประสงค์ทุกอย่างให้ทราบ พร้อมกับแจ้งว่าถ้าชาวบ้านไม่ร่วมมือทำสนามบิน ครูจะขอเสนอผู้บังคับบัญชายุบ รร. เสีย แล้วครูขนอุปกรณ์ทุกอย่างกลับกองร้อย ฯ และ รร. จะไม่มีครูมาสอนเด็กนักเรียน

ชาวบ้านนั่งฟังเด็กชายสุภาพนิ่งเงียบไม่มีเสียงพูดสอดแทรก เมื่อผมพูดจบผมก็บอกเลิกการประชุมแยกย้ายกันกลับบ้าน จากนั้นผมกับเด็กชายทั้งสองก็เดินกลับบ้านพัก ถึงเวลาเข้านอน ผมก็รีบเข้านอนเพราะวันๆ ใช้เสียงมากในการประชุม เกิดความเครียดเล็กน้อยว่าชาวบ้านจะทำสนามบินหรือไม่ นอนคิดไปคิดมาหลับไปเลย สะดุ้งได้ยินเสียงคนเดินรอบบ้านพักและเสียงเดินไปทาง รร. รีบมองดูนาฬิกาเวลาตีห้ากว่ามองขอบฟ้ายังไม่มีแสงดวงอาทิตย์เลย

นึกในใจว่าคงพูดในที่ประชุมหนักไป ทำให้ชาวบ้านโกรธ คงจะรวมตัวเข้าทำร้าย เพราะเสียงเดินนั้นจะมีเสียงเหมือนลากวัตถุที่เป็นเหล็กตามประสบการณ์ที่ฝึกมาในด้านกลยุทธ์ต่าง ๆ มองดูเด็กนักเรียนทั้งสองนอนหลับไม่ขยับตัวเลย ผมค่อย ๆสวมเสื้อเจ็กเก็ทฟิน เอาเป้หลังพาดหลังในเป้ของผมนั้นผมจะเก็บกระสุนปืน ระเบิดมือ มีดพกสั้น และอุปกรณ์ปืนและเครื่องดำรงชีพ ที่เคยฝึกมาจาก รร ฝึกอาวุธค่ายดารารัศมี ค่อย ๆ ลุกสวมถุงเท้ารองเท้าผูกเชือกรองเท้าแน่นจนแน่ใจแล้ว ค่อย ๆลุกคลานออกจากห้องนอน ลงไปใต้ถุนบ้านพัก

เห็นม้ายืนอยู่ มองฝ่าความมืดไป เห็นชาวบ้านเดินถือสิ่งของบางอย่างมองไม่ชัดเจนว่าเป็นอะไร เดินไปเป็นคู่ๆ มีทั้งชาวบ้านผู้หญิงผู้ชายบางกลุ่มก็มีผู้ชาย ขณะที่ผมกำลังจะขยับตัวได้ยินเสียงเหมือนคนกระโดดลงจากบ้านพักคลานมานั่งข้าง ๆ ผม จึงรู้ว่าเป็นเด็กชายจะกล้ากับเด็กชายเสือ อยู่กระนาบซ้ายขวา ผมคลานไปทางไหนเด็กชายทั้งสองก็จะคลานตามผม ผมกระซิบบอกว่าไม่ให้พูดให้มองไปรอบ ๆ ตัว เพื่อจะให้ทราบว่าชาวบ้านกำลังทำอะไร

ผมและเด็กชายทั้งสองนั่งซุ่มไม่เคลื่อนไหว เพื่อรอให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างจะได้รู้ว่าชาวบ้านเขากำลังทำอะไร นั่งรอแสงสว่างพ้นขอบฟ้า ไม่นานนักแสงสว่างของดวงอาทิตย์เริ่มพ้นขอบฟ้า เริ่มมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ผมหันไปหาเด็กชายจะกล้าไม่รู้ว่าได้หลบไปซ่อนตัวที่ไหน มองหาอย่างไรก็ไม่พบ จึงถามเด็กชายจะเสือก็ไม่รู้ไปซ่อนตัวที่ไหนเช่นกัน เกิดความเป็นห่วงเด็กทั้งสอง แสงดวงอาทิตย์เริ่มสว่างขึ้นพ้นขอบฟ้าจะเห็นบางอย่างชัดเจนขึ้น พักหนึ่งขณะที่ผมขยับตัวมองเห็นเด็กชายเสือเดินออกจากเงามืดทางด้านทิศเหนือ รีบเดินเข้ามาหาผมที่ซ่อนตัวและพูดบอกว่า ชาวบ้านกำลังช่วยกันทำสนามบินอยู่ ผมจึงถึงบางอ้อว่าชาวบ้านร่วมกันทำสนามบินตามที่ผมพูดขู่ไว้ตอนประชุมชาวบ้าน

ผมพร้อมเด็กทั้งสองจึงขึ้นบนบ้าน เข้าห้องปลดเป้หนังถอดรองเท้า เก็บอาวุธปืน เสร็จแล้วเอนตัวนอนต่อแต่ก็นอนไม่หลับเพราะฟ้าสว่างแล้ว จะได้เวลาไป รร. อีกแล้ว ผมมองไปที่เด็กชายทั้งคู่นอนต่อ ผมไม่ปลุกให้นอนต่อไปจนฟ้าสว่างไปทั่ว เราลุกทำหน้าที่ตามภารกิจของตนที่ปฎิบัติมา เมื่อเสร็จภารกิจตอนเช้าก็ได้เวลาทำหน้าที่สอนเหมือนทุกวัน ผมขี่ม้านำหน้าตามด้วยนักเรียนเดินกันเป็นแถวขึ้นเขาไป รร. ไปถึง รร. แล้วเห็นว่าชาวบ้านได้ช่วยถากถางสนามบินกว้างออกไปกว่าเดิมมาก ที่สนามบินยังมีชาวบ้านหลายคน ยังช่วยกันปรับพื้นสนามให้เรียบ นักเรียนเข้าห้องเรียนแล้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านประมาณสามถึงสี่ร่วมกันนั่งคุยกัน และได้พูดบอกผมว่าเมื่อปีที่แล้วมีตำรวจตระเวนชายแดนที่กองร้อย ฯ ขึ้นมาประชุมชาวบ้านให้ชาวบ้านช่วยทำสนามบิน ชาวบ้านก็ร่วมกันช่วยทำสนามบิน เมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย ว่าจะมีคณะ พอ.สว. มาปรากฎว่าเครื่องบิน (ฮ) ไม่มาลงกลับไปลงที่หมู่บ้านอื่น จึงทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อ

ตอนแรกจึงไม่มีใครทำสนามบิน เมื่อครูประชุมชาวบ้านครั้งที่สองว่าจะขอเสนอยุบ รร. ชาวบ้านเขาตกใจหมดกลัวว่าลูกหลานของเขาจะไม่มี รร. วันนี้จึงมาช่วยกันทำสนามบิน ผมเข้าใจที่ชาวบ้านเล่า ผมจึงเล่าให้ชาวบ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฟังว่า ครั้งเครื่องบินจะลงตามนัดหมาย แต่เมื่อถึงจุดนัดหมายปรากฏว่าฟ้าปิดมีเมฆหมอกมากจึงไม่สามารถจะลงได้ จึงหันไปที่เป้าที่สองที่สามที่มีอากาศเปิด ผมเล่าให้ชาวบ้านฟัง ทำให้ชาวบ้านเข้าใจเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะหมู่บ้านของเรามันอยู่ระหว่างเขามีเมฆหมอกมาก ผมจึงให้ชาวบ้านช่วยบอกให้คนอื่นทราบด้วย เมื่อพูดเข้าใจกันแล้วผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านพูดบอกผมว่า อาหารการกินของครูเป็นอย่างไร ถ้าขาดอะไรก็ให้เด็กชายจะกล้าจะเสือไปบอกชาวบ้าน ชาวบ้านพร้อมใจจะช่วยครู

ตั้งแต่ครูมาสอนเด็กนักเรียนบ้านเรา ชาวบ้านเขาชื่นชมทุกคนเขามีอะไรเขาจะนำมาแบ่งปันให้ครู ผมบอกขอบคุณชาวบ้านด้วย จากนั้นกลุ่มชาวบ้านต่างเดินกลับบ้านของตนเอง ผมกลับเข้าห้องเรียนก็สอนเด็กนักเรียนต่อจน รร. เลิกกลับบ้าน

วันเวลาล่วงเลยมาจนเข้าเดือนมกราคมของปีใหม่ ผมกับชาวบ้านมีความเข้าดีซึ่งกันและกัน มีในวันหนึ่งเวลาประมาณเกือบหนึ่งทุ่ม ขณะที่ภาคบันเทิงของกลุ่มหนุ่มสาวจะเริ่ม มีชาวบ้านผู้ชายสองคนเดินขึ้นมาบนบ้านพักของผม ได้นั่งพูดคุยกัน หนึ่งในสองคนได้พูดบอกผมว่า เป็นไข้มาเกือบอาทิตย์แล้วกินข้าวอะไรก็ไม่หาย จึงจะมาขอยาของครูกินให้ไข้หาย ผมดูอาการรู้สึกตัวจะร้อน ผมจึงไปหยิบยาแก้ไข้เม็ดสีชมพู โดยขวดยาทุกขวดผมจะเขียนภาษากำกับไว้ข้างขวดทุกขวด และได้เขียนกำกับไว้ว่าเป็นยาแก้โรคอะไร ผมหยิบสามเม็ดโดยให้กินยาต่อหน้าผมเมื่อกินยาเสร็จ ผมบอกว่าวันพรุ่งนี้ถ้าอาการยังไม่หายไข้ให้มาเอายาไปกินอีก

กรณีที่ผมต้องให้กินยาต่อหน้าผมโดยป้องกันที่จะไม่ให้เอายาไปกินที่บ้าน เพราะปรากฎว่าถ้าเอาไปกินที่บ้านเมื่อกินยาเข้าปากรสยาขม จะคายทิ้งโดยผมพบร่องลอยยาที่คายทิ้งไว้จึงทราบ จึงแก้ปัญหาให้กินยาต่อหน้าผม พอรุ่งเช้าของวันเวลาประมาณเก้าโมงชาวบ้านที่ไปขอยากิน เดินไปหาผมที่ รร. และบอกว่าไข้หายแล้ว จึงมาขอบคุณผม จากนั้นก็เดินไปทำไร่ เมื่อการสอนเสร็จไปอีกวัน รร. เลิกผมนักเรียนทั้งหมดพร้อมม้าแกลบ ซึ่งก็เป็นสมาชิกนักเรียนด้วยก็เดินกลับบ้าน
152128.jpg (36 KiB) เข้าดูแล้ว 409 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:( :( สวัสดียามค่ำคืนที่แสนเศร้ากับข่าวคราวโดยเฉพาะข่าว car bomb เป็นเหตุให้นายตำรวจเสียชีวิต ๑ นาย ผู้บาดเจ็บอีกหลายคน เหตุเกิดเมื่อวานยามเที่ยงกว่า ๆ เมื่อคิดนึก..ตรึกตรอง...บอกได้ว่า.."พูดไม่ออกครับ".. ได้แต่เสียใจ ไม่น่า...ไม่น่า ??? เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่มีอาชีพตำรวจครับ แต่มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนไทยทั้งประเทศทีเดียวคือ "ไม่ควรลืม"....ไปชมคลิปครับ :o :o

:( :( #บึ..ยะลา ! เหตุลอบปลงพระชนม์ รัชกาลที่9 วันที่ 22 ก.ย. 2520 :shock: :shock:

:idea: :idea: พวกไม่รู้ นรก-สวรรค์ น่าสงสารครับ อยากจะบอกนะครับว่า บารมีพ่อ ร.๙ ได้รับการยืนยันจากพ่อ-แม่-ครูบาอาจารย์ ทุกองค์ กล่าวเป็นเสียงเดียวกัน คือ "พระโพธิสัตว์"

พระโพธิสัตว์ หมายถึง ผู้ที่บำเพ็ญบารมี เพื่อการตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือจะตรัสรู้เป็น พระพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือจะตรัสรู้เป็นพุทธสาวกอย่างใดอย่างหนึ่ง พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ในช่วงที่ท่านบำเพ็ญบารมีอยู่นั้น ท่านจะสะสมบารมี ตามควรแก่อัตตภาพ คือ ในสมัยนอกพุทธกาล ท่านย่อมสะสมบารมี เช่น ทาน ศีล เนกขัมมะ เจริญสมถภาวนา แต่ในสมัยที่พบ พระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ท่านย่อมฟังธรรมศึกษาพระธรรมวินัย เจริญทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ทั้งสมถะและวิปัสสนา :idea: :idea:

:) :D สำหรับผมขอยืนยันได้ประสบพบเห็น สิ่งเหลือเชื่อของพระองค์ท่าน หลายครั้งจนแน่ใจและเชื่อในคำที่พ่อ-แม่-ครูบาอาจารย์กล่าวไว้ มีหลายคนที่ละลาบละล้วงพระองค์ท่าน ทั้ง ๆ ที่ผมพยายามห้ามและว่ากล่าว แต่ไม่ยอมเชื่อ สุดท้ายชีวิตพังครับน่าสงสาร "บอกแล้วไม่ฟัง.." :) :D
ไฟล์แนบ
19-24 Oct 2022 (16).jpg
19-24 Oct 2022 (16).jpg (71.8 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
เราสองคนสนทนากับท่านเจ้าอาวาสได้ความรู้มากมาย หลาย ๆ เรื่องที่เราไม่รู้ก็ได้รับรู้ รับทราบ แต่สุดท้ายเราถูกท่านอบรมสั่งสอนให้คำนึงเรื่องของกฏแห่งกรรม คือ &quot;ทำดีดี ทำชั่วชั่ว&quot; ไม่มีใครจะหนีกฏแห่งกรรมไปได้ พระคุณเจ้าจึงขอให้เรารู้ไว้เพียงแค่ในใจ ไม่ควรพูดให้เสียหายเพราะแต่ละคนแต่ละเวลาทุกคนย่อมมีเหตุผล วังหาด อาจจะเป็นเมืองที่ถูกสาปก็เป็นได้ ทำอย่างไร ๆ ก็ไม่เด่น ไม่ดัง น่าเศร้านะ<br /><br />ใครที่มีเวลาหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนและสนทนากับท่านนะครับ ท่านจิตใจดีงาม ต้อนรับขับสู้ด้วยอัฒฌาสัยไมตรีอันดียิ่ง และท่านจะให้ความรู้ทุก ๆ คนที่ต้องการครับ <br /><br />จากนั้นท่านแนะนำให้เราสองคนปั่นขึ้นไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำที่หล่อเลี้ยงคนสุโขทัยคือ อ่างเก็บน้ำแม่รำพัน ซึ่งมีความจุ ๘ ล้านลูกบาศก์เมตร อยู่ในพื้นที่หมู่ ๒ บ้านวังหาด ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย   นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสุโขทัย เนื่องจากที่นี่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก รวมทั้งยังมีแหล่งโบราณคดีเก่าแก่กว่า ๒,๕๐๐ ปี ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและศึกษาเรียนรู้กันอีกด้วย<br /><br />ใจจริงผมอยากจะไปเห็นจุดที่เขาขุดค้นพบโครงกระดูกเป็นพัน ๆ ปี ชาวบ้านบอกต้องใช้เวลามากพอควร คราวนี้เราคงไม่ทันเอาเป็นว่าโอกาสหน้าเราต้องหาเวลามาปักหลักนอนที่นี่เลยจึงจะได้เห็น<br /><br />พื้นที่ทุกตารางเมตรในที่แห่งนี้ขุดลงไปเจอวัตถุโบราณแน่นอนนี่เป็นคำบอกเล่าของชาวบ้าน มีผู้กอบโกยเอาไปเป็รคันรถ ๆ น่าเสียดาย
เราสองคนสนทนากับท่านเจ้าอาวาสได้ความรู้มากมาย หลาย ๆ เรื่องที่เราไม่รู้ก็ได้รับรู้ รับทราบ แต่สุดท้ายเราถูกท่านอบรมสั่งสอนให้คำนึงเรื่องของกฏแห่งกรรม คือ "ทำดีดี ทำชั่วชั่ว" ไม่มีใครจะหนีกฏแห่งกรรมไปได้ พระคุณเจ้าจึงขอให้เรารู้ไว้เพียงแค่ในใจ ไม่ควรพูดให้เสียหายเพราะแต่ละคนแต่ละเวลาทุกคนย่อมมีเหตุผล วังหาด อาจจะเป็นเมืองที่ถูกสาปก็เป็นได้ ทำอย่างไร ๆ ก็ไม่เด่น ไม่ดัง น่าเศร้านะ

ใครที่มีเวลาหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนและสนทนากับท่านนะครับ ท่านจิตใจดีงาม ต้อนรับขับสู้ด้วยอัฒฌาสัยไมตรีอันดียิ่ง และท่านจะให้ความรู้ทุก ๆ คนที่ต้องการครับ

จากนั้นท่านแนะนำให้เราสองคนปั่นขึ้นไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำที่หล่อเลี้ยงคนสุโขทัยคือ อ่างเก็บน้ำแม่รำพัน ซึ่งมีความจุ ๘ ล้านลูกบาศก์เมตร อยู่ในพื้นที่หมู่ ๒ บ้านวังหาด ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสุโขทัย เนื่องจากที่นี่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก รวมทั้งยังมีแหล่งโบราณคดีเก่าแก่กว่า ๒,๕๐๐ ปี ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและศึกษาเรียนรู้กันอีกด้วย

ใจจริงผมอยากจะไปเห็นจุดที่เขาขุดค้นพบโครงกระดูกเป็นพัน ๆ ปี ชาวบ้านบอกต้องใช้เวลามากพอควร คราวนี้เราคงไม่ทันเอาเป็นว่าโอกาสหน้าเราต้องหาเวลามาปักหลักนอนที่นี่เลยจึงจะได้เห็น

พื้นที่ทุกตารางเมตรในที่แห่งนี้ขุดลงไปเจอวัตถุโบราณแน่นอนนี่เป็นคำบอกเล่าของชาวบ้าน มีผู้กอบโกยเอาไปเป็รคันรถ ๆ น่าเสียดาย
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (106).jpg (118.77 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
The first trip of 2565 (113).JPG
The first trip of 2565 (113).JPG (96.7 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (111).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (111).jpg (121.13 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (113).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (113).jpg (112.38 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (115).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (116).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (116).jpg (141.07 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (118).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (122).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (123).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (123).jpg (73.32 KiB) เข้าดูแล้ว 375 ครั้ง
ได้เวลาทานข้าวกลางวันพอดีครับ เราได้อาศัยบรรยากาศอ่างเก็บน้ำที่มีลมเย็น ๆ บรรจงสร้างเป็นบรรยากาศการกิน ที่ให้กำไรกับเรา ๒ สองคน มีความสุขมากครับ ไม่จำเป็นเป็นภัตราคารหรู ๆ ความสุขเกิดได้ที่ใจของเราครับ  วันนี้ผมมีบทความดี ๆ ที่พอจะเตือนสติพวกเรา พิจารณาเอานะครับ เพื่อความสุขของทุกท่านทุกคนครับ<br /><br />ขอเตือนสติแก่  บรรดาผู้เกษียณอายุและบุคคลทั่วไปให้สำนึก  ก่อนสายเกินแก้ ไม่ต้องโทษตัวเองว่า รู้งี้ จะละสิ่งนี้  จะไม่ทำสิ่งนั้น !!<br /><br />     ๑. ชีวิตทุกคนเริ่มต้นมาจากศูนย์   ดำเนินไปในทิศทางใด  ยากดี. มีจน. รุ่งเรือง  หรือรุ่งริ่ง. สุดท้ายต่างจบลงที่เลขศูนย์<br /><br />     ๒. ยามแก่ชรา เวลาเหลือน้อย.  อย่าคาดหวังร่ำรวยเงินทอง   แม้ชีวิตยังเหลืออยู่. หรือหลังความตาย  สมบัติพัสถาน  จะยังมีสิ่งใดเป็นของเจ้าล่ะ ?  ต้องตระหนักรู้สัจธรรมความจริง. อย่าได้หลงผิด. หลอกตัวเอง<br /><br />     ๓.รู้จักเพียงพอ. ย่อมเกิดสุข. ชีวิตวัยชราต้องสงบสุข. ไม่ตื่นเต้น ดีใจกับความร่ำรวย ไม่เศร้าสร้อย เสียใจเพราะยากจน. ยอมรับตามสภาพที่แท้จริง<br /><br />     ๔. ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง. ก่อศึกแย่งชิง. ชีวิตคนนั้นแสนสั้น.  ดั่งความฝัน. เหมือนปุยเมฆ หมอกควัน  ล่องลอยจางหาย.  ลับไป<br /><br />     ๕. ดวงตะวัน ดวงจันทร์.   กาลเวลา และกระแสน้ำ หมุนเวียน ผันแปรไปตลอดกาล  เคหะสถาน ที่ดินไร่นา  ล้วนสลับสับเปลี่ยนเจ้าของถือครองได้เพียงชั่วคราว<br /><br />      ๖. สายใยรัก ความรักความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน เมื่อสิ้นใจ ก็สิ้นสลาย หายเข้าไปในปล่องควัน เมรุเผาศพ. เงินทองมากเพียงใดก็นำไปไม่ได้<br /><br />     ๗. ชื่อเสียง. ดีงาม หรือ เลวร้าย  ชัยชนะ หรือพ่ายแพ้ ผลได้หรือผลเสีย . ต่างสะดุดหยุดลง. เมื่อชีวิตปิดฉากจบลงที่ปลายทาง<br /><br />     ๘. ยศฐาบรรดาศักดิ์.  อำนาจวาสนา บุญบารมี  ไม่มีใครยึดครองได้ตลอดไป. สุดท้าย รวยก็จบ. จนก็จบ. ต้องตระหนักรู้ตัวตนที่แท้จริง  ชีวิตก็เป็นเพียงเช่นนี้ นั่นเอง<br /><br />     ๙. ฤดูวสันต์ผันผ่าน ตามด้วย คิมหันต์  ถึงสารท. และเหมันต์. ฤดูกาล ทั้ง ๔  อีกทั้ง นำ้ขึ้นนำ้ลง  หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไม่จบสิ้น. มองทะลุ ทุกมิติชีวิตคน.  ทุกๆ ครัวเรือน  ต่างมีปัญหาที่แตกต่างกันไป  ต้องยอมรับ และอย่าทุกข์ระทมขมขื่น. ผูกเจ็บฝังใจ<br /><br />     ๑๐. การมีบุตร  เป็นภาระหน้าที่ของพ่อแม่. เลี้ยงดูอุ้มชูในอ้อมกอด. ย่อมเป็นสุข  ลูกหลานต่างมีบุญวาสนาของตน. อย่าควบคุมบังคับเหมือนใส่กรง. ยามแก่มีสุขภาพดีก็สุขแล้ว <br /><br />     ๑๑. ชีวิตมนุษย์เสมือนผึ้งน้อย. เช้าโน่น. เย็นนี่  ตระเวนดูดนำ้หวานจากเกสรดอกไม้. สร้างสมเป็นนำ้ผึ้ง.  เหนื่อยยากมาทั้งชีวิตเพื่อใคร ?  วาระสุดท้าย  กลับสูญเปล่าไร้ค่าส่วนตน.  มองเห็นธาตุแท้. รู้เช่นเห็นชาติ.  ควรผ่อนคลายการขับเคี่ยว. ลดละแย่งชิง ทะนุถนอม รักษากายใจ. เพื่อความสุขสมบูรณ์ในวัยชรา ดั่งใจปอง<br /><br />     ๑๒. มองจากไกล โรงพยาบาลคล้ายสวรรค์  มองเข้าใกล้ เหมือนธนาคาร.   ดึงดูดกอบโกยทรัพย์  นับไม่ถ้วน. เข้าไปเหมือนห้องขัง. ต้องป้องกันอย่าเข้าใกล้โดยเด็ดขาด<br /><br />     ๑๓. สุขภาพดี เป็นสินทรัพย์นับไม่ถ้วน. สุขภาพดี เหมือนออมทรัพย์. โรคภัยไข้เจ็บ   คือ  การกู้เงิน- ใช้หนี้. ป่วยหนัก  อาจล้มละลายหมดตัว ไม่ใช่พูดล้อเล่น เดี๋ยวจะสายเกินแก้<br /><br />     ๑๔. ลุกขึ้นปกป้องสุขภาพ  ไม่นอนรอให้ใครมาหลอกเอาเงินไป. ไม่ดูแลสุขภาพ.  เท่ากับเลี้ยงดูหมอ. ช่วยเหลือโรงพยาบาล   มองการณ์ไกล รักครอบครัว ต้องรักษาตัวตนก่อน<br /><br />     ๑๕. ชีวิตนั้นแสนสั้น. อย่ามัว วุ่นวายกับการหาเงินหาทอง  แม้มีมากเพียงใด ก็ใช้ห้ามตะวันตกดินไม่ได้. เงินทองซื้อสุขภาพไม่ได้  ความเป็นความตาย เป็นดวงชะตากรรม. มั่งคั่งร่ำรวยเป็นลิขิตฟ้า  ยากจะฝ่าฝืน นำพา  แม้บุญไม่มาดิ้นไปก็ไร้ผล<br /><br />       ลูกหลานต่างมีบุญมา  วาสนาเกิด. อย่าเป็นวัวเป็นควาย.  ฝ่าฟันเพื่อลูกหลาน. ต้องวิเคราะห์เจาะลึก รู้ซึ้งสิ่งใด. หนัก - เบา.  ลาภยศสรรเสริญ เป็นเพียงปุยเมฆลอยผ่าน  มั่งมีศรีสุข เป็นแค่งานเลี้ยงเฉลิมฉลอง. แค่พริบตาเดียว เส้นผมขาวโพนเต็มศรีษะ.  เรื่องราวทั้งหลายผ่านไปราวหมอกควัน  ไม่ควรเอาเป็นเอาตาย ทุกเรื่องราว. รกจิต หมองใจ. ทรมานกาย เปล่าๆ. <br /><br />      ขอมอบเคล็ดลับ ๑๐ สิ่งให้ชื่นใจ<br /><br />๑.ใจเปิดกว้าง.  ๒.คิดให้ตก.  ๓.ทิ้งให้ได้.   ๔.วางให้ลง.  ๕.ยอมถอย. ๖.ให้อภัย. ๗.เห็นใจ.  ๘.ละทิ้ง. ๙.ยินยอม ๑๐ มีคุณธรรม  ท่านจะมีสุคติเป็นที่ไป<br /><br />Cr.ลีกาชิง มหาเศรษฐีชาวฮ่องกงเขียนก่อนที่จะเสียชีวิตบนเตียงในโรงพยาบาล
ได้เวลาทานข้าวกลางวันพอดีครับ เราได้อาศัยบรรยากาศอ่างเก็บน้ำที่มีลมเย็น ๆ บรรจงสร้างเป็นบรรยากาศการกิน ที่ให้กำไรกับเรา ๒ สองคน มีความสุขมากครับ ไม่จำเป็นเป็นภัตราคารหรู ๆ ความสุขเกิดได้ที่ใจของเราครับ วันนี้ผมมีบทความดี ๆ ที่พอจะเตือนสติพวกเรา พิจารณาเอานะครับ เพื่อความสุขของทุกท่านทุกคนครับ

ขอเตือนสติแก่ บรรดาผู้เกษียณอายุและบุคคลทั่วไปให้สำนึก ก่อนสายเกินแก้ ไม่ต้องโทษตัวเองว่า รู้งี้ จะละสิ่งนี้ จะไม่ทำสิ่งนั้น !!

๑. ชีวิตทุกคนเริ่มต้นมาจากศูนย์ ดำเนินไปในทิศทางใด ยากดี. มีจน. รุ่งเรือง หรือรุ่งริ่ง. สุดท้ายต่างจบลงที่เลขศูนย์

๒. ยามแก่ชรา เวลาเหลือน้อย. อย่าคาดหวังร่ำรวยเงินทอง แม้ชีวิตยังเหลืออยู่. หรือหลังความตาย สมบัติพัสถาน จะยังมีสิ่งใดเป็นของเจ้าล่ะ ? ต้องตระหนักรู้สัจธรรมความจริง. อย่าได้หลงผิด. หลอกตัวเอง

๓.รู้จักเพียงพอ. ย่อมเกิดสุข. ชีวิตวัยชราต้องสงบสุข. ไม่ตื่นเต้น ดีใจกับความร่ำรวย ไม่เศร้าสร้อย เสียใจเพราะยากจน. ยอมรับตามสภาพที่แท้จริง

๔. ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง. ก่อศึกแย่งชิง. ชีวิตคนนั้นแสนสั้น. ดั่งความฝัน. เหมือนปุยเมฆ หมอกควัน ล่องลอยจางหาย. ลับไป

๕. ดวงตะวัน ดวงจันทร์. กาลเวลา และกระแสน้ำ หมุนเวียน ผันแปรไปตลอดกาล เคหะสถาน ที่ดินไร่นา ล้วนสลับสับเปลี่ยนเจ้าของถือครองได้เพียงชั่วคราว

๖. สายใยรัก ความรักความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน เมื่อสิ้นใจ ก็สิ้นสลาย หายเข้าไปในปล่องควัน เมรุเผาศพ. เงินทองมากเพียงใดก็นำไปไม่ได้

๗. ชื่อเสียง. ดีงาม หรือ เลวร้าย ชัยชนะ หรือพ่ายแพ้ ผลได้หรือผลเสีย . ต่างสะดุดหยุดลง. เมื่อชีวิตปิดฉากจบลงที่ปลายทาง

๘. ยศฐาบรรดาศักดิ์. อำนาจวาสนา บุญบารมี ไม่มีใครยึดครองได้ตลอดไป. สุดท้าย รวยก็จบ. จนก็จบ. ต้องตระหนักรู้ตัวตนที่แท้จริง ชีวิตก็เป็นเพียงเช่นนี้ นั่นเอง

๙. ฤดูวสันต์ผันผ่าน ตามด้วย คิมหันต์ ถึงสารท. และเหมันต์. ฤดูกาล ทั้ง ๔ อีกทั้ง นำ้ขึ้นนำ้ลง หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไม่จบสิ้น. มองทะลุ ทุกมิติชีวิตคน. ทุกๆ ครัวเรือน ต่างมีปัญหาที่แตกต่างกันไป ต้องยอมรับ และอย่าทุกข์ระทมขมขื่น. ผูกเจ็บฝังใจ

๑๐. การมีบุตร เป็นภาระหน้าที่ของพ่อแม่. เลี้ยงดูอุ้มชูในอ้อมกอด. ย่อมเป็นสุข ลูกหลานต่างมีบุญวาสนาของตน. อย่าควบคุมบังคับเหมือนใส่กรง. ยามแก่มีสุขภาพดีก็สุขแล้ว

๑๑. ชีวิตมนุษย์เสมือนผึ้งน้อย. เช้าโน่น. เย็นนี่ ตระเวนดูดนำ้หวานจากเกสรดอกไม้. สร้างสมเป็นนำ้ผึ้ง. เหนื่อยยากมาทั้งชีวิตเพื่อใคร ? วาระสุดท้าย กลับสูญเปล่าไร้ค่าส่วนตน. มองเห็นธาตุแท้. รู้เช่นเห็นชาติ. ควรผ่อนคลายการขับเคี่ยว. ลดละแย่งชิง ทะนุถนอม รักษากายใจ. เพื่อความสุขสมบูรณ์ในวัยชรา ดั่งใจปอง

๑๒. มองจากไกล โรงพยาบาลคล้ายสวรรค์ มองเข้าใกล้ เหมือนธนาคาร. ดึงดูดกอบโกยทรัพย์ นับไม่ถ้วน. เข้าไปเหมือนห้องขัง. ต้องป้องกันอย่าเข้าใกล้โดยเด็ดขาด

๑๓. สุขภาพดี เป็นสินทรัพย์นับไม่ถ้วน. สุขภาพดี เหมือนออมทรัพย์. โรคภัยไข้เจ็บ คือ การกู้เงิน- ใช้หนี้. ป่วยหนัก อาจล้มละลายหมดตัว ไม่ใช่พูดล้อเล่น เดี๋ยวจะสายเกินแก้

๑๔. ลุกขึ้นปกป้องสุขภาพ ไม่นอนรอให้ใครมาหลอกเอาเงินไป. ไม่ดูแลสุขภาพ. เท่ากับเลี้ยงดูหมอ. ช่วยเหลือโรงพยาบาล มองการณ์ไกล รักครอบครัว ต้องรักษาตัวตนก่อน

๑๕. ชีวิตนั้นแสนสั้น. อย่ามัว วุ่นวายกับการหาเงินหาทอง แม้มีมากเพียงใด ก็ใช้ห้ามตะวันตกดินไม่ได้. เงินทองซื้อสุขภาพไม่ได้ ความเป็นความตาย เป็นดวงชะตากรรม. มั่งคั่งร่ำรวยเป็นลิขิตฟ้า ยากจะฝ่าฝืน นำพา แม้บุญไม่มาดิ้นไปก็ไร้ผล

ลูกหลานต่างมีบุญมา วาสนาเกิด. อย่าเป็นวัวเป็นควาย. ฝ่าฟันเพื่อลูกหลาน. ต้องวิเคราะห์เจาะลึก รู้ซึ้งสิ่งใด. หนัก - เบา. ลาภยศสรรเสริญ เป็นเพียงปุยเมฆลอยผ่าน มั่งมีศรีสุข เป็นแค่งานเลี้ยงเฉลิมฉลอง. แค่พริบตาเดียว เส้นผมขาวโพนเต็มศรีษะ. เรื่องราวทั้งหลายผ่านไปราวหมอกควัน ไม่ควรเอาเป็นเอาตาย ทุกเรื่องราว. รกจิต หมองใจ. ทรมานกาย เปล่าๆ.

ขอมอบเคล็ดลับ ๑๐ สิ่งให้ชื่นใจ

๑.ใจเปิดกว้าง. ๒.คิดให้ตก. ๓.ทิ้งให้ได้. ๔.วางให้ลง. ๕.ยอมถอย. ๖.ให้อภัย. ๗.เห็นใจ. ๘.ละทิ้ง. ๙.ยินยอม ๑๐ มีคุณธรรม ท่านจะมีสุคติเป็นที่ไป

Cr.ลีกาชิง มหาเศรษฐีชาวฮ่องกงเขียนก่อนที่จะเสียชีวิตบนเตียงในโรงพยาบาล
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 24 พ.ย. 2022, 16:32, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ติดตามกันต่อนะครับ :) :D
ไฟล์แนบ
133944.jpg
133944.jpg (112.96 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
ช่วงทานข้าวเพื่อนคุณนาย 2 คน โทร ฯ แจ้งจะมารับเข้าเมืองสุโขทัย สอบถามได้ความว่าเขาตามใน fb.ของคุณนายเห็นว่าคุณนายมาสุโขทัย และเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เขาถือว่าเข้าในพื้นที่เขา ไม่บอกได้ไง ? ตกลงเขาจะเอารถมารับและให้ไปนอนบ้านเขาที่เมืองเก่าสุโขทัย และจะมารับที่รีสอร์ทในเวลาตั้งแต่ ๑๖.๓๐ น.เป็นต้นไป
ช่วงทานข้าวเพื่อนคุณนาย 2 คน โทร ฯ แจ้งจะมารับเข้าเมืองสุโขทัย สอบถามได้ความว่าเขาตามใน fb.ของคุณนายเห็นว่าคุณนายมาสุโขทัย และเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เขาถือว่าเข้าในพื้นที่เขา ไม่บอกได้ไง ? ตกลงเขาจะเอารถมารับและให้ไปนอนบ้านเขาที่เมืองเก่าสุโขทัย และจะมารับที่รีสอร์ทในเวลาตั้งแต่ ๑๖.๓๐ น.เป็นต้นไป
The first trip of 2565 (125).JPG (99.24 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (147).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (151).jpg
ไม่ลืมที่จะแวะเที่ยวเป้าหมายที่เราผ่านแล้วไม่ได้แวะ ซึ่งมีหลาย ๆ ที่สวย ๆ ทั้งนั้นครับ
ไม่ลืมที่จะแวะเที่ยวเป้าหมายที่เราผ่านแล้วไม่ได้แวะ ซึ่งมีหลาย ๆ ที่สวย ๆ ทั้งนั้นครับ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (154).jpg (122.64 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
The first trip of 2565 (146).JPG
The first trip of 2565 (149).JPG
The first trip of 2565 (149).JPG (99.76 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
The first trip of 2565 (156).JPG
The first trip of 2565 (156).JPG (110.63 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
The first trip of 2565 (159).JPG
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (156).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (158).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (158).jpg (95.76 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
กลับมาถึงบ้านด่านลานหอยเกือบ ๑๕.๓๐ น.อากาศร้อนมาก ๆ ได้ร้านกาแฟพักในห้องรับแอร์เย็นๆ พร้อมเครื่องดื่มที่ชื่นชอบสบายเนื้อสบายตัว ก่อนจะกลับรีสอร์ทเพื่อเตรียมตัวไปกับเพื่อนคุณนายที่จะมารับตามกำหนดเวลา
กลับมาถึงบ้านด่านลานหอยเกือบ ๑๕.๓๐ น.อากาศร้อนมาก ๆ ได้ร้านกาแฟพักในห้องรับแอร์เย็นๆ พร้อมเครื่องดื่มที่ชื่นชอบสบายเนื้อสบายตัว ก่อนจะกลับรีสอร์ทเพื่อเตรียมตัวไปกับเพื่อนคุณนายที่จะมารับตามกำหนดเวลา
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (160).jpg (122.67 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001559.jpg
1000001559.jpg (52.21 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001561.jpg
1000001561.jpg (56.89 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001562.jpg
1000001562.jpg (56 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001566.jpg
1000001566.jpg (61.77 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001568.jpg
1000001568.jpg (54.82 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001571.jpg
1000001571.jpg (58.56 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
1000001575.jpg
1000001575.jpg (39.26 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
เพื่อนของคุณนายมารับตรงเวลามาก ๆ เรานำจักรยานพาหนะของเราขึ้นรถมุ่งหน้าเข้าเมืองเก่า เพื่อนพาไปกราบศาลพระแม่ย่าขอพรก่อนเลย แล้วขับรถแนะนำสถานที่ ก่อนจะพาไปร้านอาหารเลี้ยงข้าวมือเย็นอีก มีเพื่อนมาสมทบอีก ๒ คน ส่วนเรื่องที่นอนเดี๋ยวค่อยเจรจาจะตกลงกันอย่างไร
เพื่อนของคุณนายมารับตรงเวลามาก ๆ เรานำจักรยานพาหนะของเราขึ้นรถมุ่งหน้าเข้าเมืองเก่า เพื่อนพาไปกราบศาลพระแม่ย่าขอพรก่อนเลย แล้วขับรถแนะนำสถานที่ ก่อนจะพาไปร้านอาหารเลี้ยงข้าวมือเย็นอีก มีเพื่อนมาสมทบอีก ๒ คน ส่วนเรื่องที่นอนเดี๋ยวค่อยเจรจาจะตกลงกันอย่างไร
144617.jpg (106.8 KiB) เข้าดูแล้ว 374 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: โอวาทธรรมคำสอน หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

1.ปากอย่าไว ใจอย่าเบา เรื่องเก่าอย่ารื้อฟื้น เรื่องอื่นอย่าไปคิด กิจที่ชอบให้รีบทำ

2.ทำดีได้ดี ไม่ได้แปลว่าทำดี แล้ว รวยแต่แปลว่า ทำดีแล้วมีความสุข มีชีวิตร่มเย็น ไม่เดือดร้อนตนเอง และ ผู้อื่น

3.ความสุขนั้นไม่เที่ยงฉันใด ความทุกข์ก็ไม่ได้อยู่กับเรา ตลอดไปฉันนั้น

4.ใครตั้งใจ ทำดี อย่าไปกังวลเรื่อง ปากคน เพราะต่อให้เราดี ขนาดไหน หากไม่ถูกกิเลสเขา เขาก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ
ดี-ชั่ว ไม่ได้อยู่ที่เขาว่าเรา แต่อยู่ที่ตัวเราเองทั้งหมด

5.สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ถ้าโยมอยากหมดเวร หมดกรรม อย่าไปสร้างกรรมต่อไปอีกเลย ใช้หนี้เขาไปเถอะ หมดแน่ๆ

6.บางคนเวลาจะตายขึ้นมาถึงได้มาเข้าวัด เวลาดีๆน่ะ ตาดี หูดี ไม่เอา ปากดี ไม่เคยรับศีล หูดี ไม่เคยฟังเทศน์ มือดี ไม่เคยไหว้พระสวดมนต์ พอเวลาเป็นอัมพาตขึ้นมา แล้วมันจะไหว้พระได้ไหม ?

7.คนดี ไปอยู่กับคนชั่วไม่ได้หรอก คนชั่ว ไปอยู่กับคนดีเขาไม่ได้ไม่ต้องไปไล่ เดี๋ยวมันเคลื่อนย้ายของมันเอง

8.ถ้าใครเคารพ บูชาพระในบ้าน เคารพพ่อ เคารพแม่ ซึ่งเป็นพระผู้ประเสริฐ เป็นพระอรหันต์อยู่ในบ้าน ใครทำได้อย่างนี้ รับรองรวยมหาศาล

#ธรรมะ #อมตะธรรม #ธรรมะสอนใจ
:idea: :idea:

:o :o เจ้าหญิงแห่งบรูไน..ทรงร้องเพลง "พ่อแห่งแผ่นดิน"...ได้เพราะมาก..อยากให้ฟัง น้ำตาไหลเลย..! :D :D

:) :D สวัสดียามบ่าย ๆ ครับ ฟังเพลงแล้วคิดนะครับว่า โลกทั้งโลกต่างให้ความรักต่อ ร.๙ ขอจงภูมิใจที่เราได้เกิดมาภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่านครับ ขอพระองค์ทรงพระเจริญเสด็จพระราชดำเนินตามปณิธานที่ตั้งไว้

เราไปเที่ยวเมืองสุโขทัยกันต่อ ความจริงแล้วสุโขทัยเป็นเมืองประวัติศาสตร์และเป็นมรดกโลก แต่ผมยังสงสัยว่าทำไมหนาาาา กลายเป็นเมือง "รอง" ไม่ใช่เมืองหลักของการท่องเที่ยว เราสองคนได้ไปเยี่ยมชมหลายครั้งมาแล้ว รู้สึกได้มันยิ่งใหญ่มาก ๆ นะครับ ความภาคภูมิใจ ความรักชาติ ฯ ทับทวีในใจ ไทยไม่แพ้ใครในโลก

ความสงสัยทำให้ได้มีเวลาศึกษาและค้นคว้า ที่สุดแล้วจึงได้พบอีกมุมหนึ่ง ที่เป็นมุมอับแสงดังที่เกริ่นมาแต่ต้น จากนี้ไปเราสองคนก็ไม่ได้ไปค้นพบอะไรที่มากกว่านี้ เราก็เพียงได้เข้าไปชมสถานที่สำคัญ ๆ แต่เราพิเศษตรงที่เราละเอียดมากขึ้นมีหลาย ๆ จุดที่ไม่ได้ไปเลยแต่คราวนี้เราดั้นด้นเข้าไปให้ถึง เก็บภาพมาฝากโอกาสหน้าถ้าท่านมีเวลา อย่าลืมไปชมให้ได้นะครับ
ไฟล์แนบ
147943.jpg
147943.jpg (25.79 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
เพื่อนคุณนายพาไปเลี้ยงมื้อเย็น และจะพาไปนอนที่บ้านด้วย แต่เราสองคนขอไปพักที่ใกล้ ๆ กับอุทยานดีกว่าเผื่อว่าจะได้ตื่นเช้าไปชมชีวิตธรรมชาติ ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนได้แต่ผ่านไป ผ่านมา เพื่อนก็ดีครับจัดให้พาไปส่งที่ ตูนเกสต์เฮ้าส์อยู่ที่หน้าอุทยานพอดีเลย
เพื่อนคุณนายพาไปเลี้ยงมื้อเย็น และจะพาไปนอนที่บ้านด้วย แต่เราสองคนขอไปพักที่ใกล้ ๆ กับอุทยานดีกว่าเผื่อว่าจะได้ตื่นเช้าไปชมชีวิตธรรมชาติ ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนได้แต่ผ่านไป ผ่านมา เพื่อนก็ดีครับจัดให้พาไปส่งที่ ตูนเกสต์เฮ้าส์อยู่ที่หน้าอุทยานพอดีเลย
ว่าจะตื่นเช้าเพื่อไปใส่บาตร ไม่ทันครับเหนื่อย หลับเพลินเจ้าของเกสต์เฮ้าส์บอกถ้าจะใส่บาตรต้องไปแต่หกโมงเช้า เช้าแรกที่เมืองเก่าเราจึงถือโอกาสปั่นเที่ยวและหาอะไรรองท้องก่อนที่จะเริ่มทัวร์ในอุทยานครับ
ว่าจะตื่นเช้าเพื่อไปใส่บาตร ไม่ทันครับเหนื่อย หลับเพลินเจ้าของเกสต์เฮ้าส์บอกถ้าจะใส่บาตรต้องไปแต่หกโมงเช้า เช้าแรกที่เมืองเก่าเราจึงถือโอกาสปั่นเที่ยวและหาอะไรรองท้องก่อนที่จะเริ่มทัวร์ในอุทยานครับ
The first trip of 2565 (180).JPG (112.46 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (181).JPG
The first trip of 2565 (181).JPG (112.28 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (182).JPG
The first trip of 2565 (184).JPG
The first trip of 2565 (184).JPG (130.11 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (186).JPG
The first trip of 2565 (186).JPG (122.74 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (188).JPG
The first trip of 2565 (188).JPG (104.25 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (189).JPG
The first trip of 2565 (189).JPG (131.42 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (190).JPG
The first trip of 2565 (191).JPG
The first trip of 2565 (191).JPG (109.07 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (192).JPG
The first trip of 2565 (192).JPG (120.42 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (193).JPG
The first trip of 2565 (193).JPG (92.21 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (194).JPG
The first trip of 2565 (194).JPG (83.23 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
The first trip of 2565 (197).JPG
The first trip of 2565 (197).JPG (133.04 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
เราเตรียมแผนที่เพื่อปั่นเที่ยวชมอุทยาน ทั้งนอกและในอุทยานเรียกว่าไปทุกจุดครับ ได้ซึมซับอะไรมากขึ้น ซึ่งแต่ก่อนเรามักจะเที่ยวชมแต่ภายในบริเวณกำแพงเท่านั้น รอบ ๆ นอกกำแพงก็มีสิ่งปลูกสร้างโบราณต่าง ๆ ให้ได้ชมครับ
เราเตรียมแผนที่เพื่อปั่นเที่ยวชมอุทยาน ทั้งนอกและในอุทยานเรียกว่าไปทุกจุดครับ ได้ซึมซับอะไรมากขึ้น ซึ่งแต่ก่อนเรามักจะเที่ยวชมแต่ภายในบริเวณกำแพงเท่านั้น รอบ ๆ นอกกำแพงก็มีสิ่งปลูกสร้างโบราณต่าง ๆ ให้ได้ชมครับ
สัญญาอันตรายที่ &quot;ไอ่จุ๊ก&quot; เสี่ยงมาก ๆ ขนาดผมซึ่ง หน.แผนก ๕ คุ้นกัน ผมยังทำไม่ได้ ครั้งนี้นับถือคุณไอ่จุ๊กมันทำได้ มีหลายหน่วยงานที่ไปรับปากกับชาวเขาแล้วทำไม่ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาที่ตามแก้กันในสมัยนั้น ติดตาม &quot;สัญญาใจไอ่จุ๊ก&quot; ครับ <br /><br /><br />ตอนที่ ๑๓<br /><br />ในวันรุ่งขึ้นก่อนผมจะเดินทางไปสอนที่ รร. พบผู้ใหญ่บ้านยืนรอผมข้างถนนในหมู่บ้าน บอกผมว่า ตอนกลางคืนชาวบ้านจะประชุมกัน ขอให้ครูเข้าร่วมประชุมด้วย ผมตอบตกลงและได้เดินไป รร. ตามตามปกติ ถึง รร. ก็ทำหน้าเหมือนทุกครั้งที่ปฎิบัติมา รร.เลิกก็กลับพร้อมคณะ เมื่อถึงบ้านพักได้บอกเด็กชายทั้งสองว่าตอนกลางคืนชาวบ้านจะประชุมกัน วันนี้ต้องเร่งภารกิจของตนเองให้เร็วกว่าทุกวัน <br /><br />                เมื่อถึงเวลาที่จะประชุมเสียงการเคาะเกราะก็ดังขึ้น เป็นเสียงสัญญาณของหมู่บ้านที่ทุกครัวเรือนต้องมาประชุมที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านเมื่อชาวบ้านมาพร้อมกันทุกครัวเรือน โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตรวจนับความพร้อมในการประชุม เมื่อทุกคนพร้อมผู้ใหญ่ก็กล่าวนำในการประชุม ผู้ใหญ่บ้านจะพูดเป็นภาษามูเซอผมฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง โชคดีที่เด็กนักเรียนชื่อเด็กชายสุภาพคอยแปลเป็นภาษาไทยให้ทราบเป็นช่วง ๆ จับเนื้อหาที่ประชุมทราบว่า ในปลายเดือนกุมภาพันธุ์ต้นเดือนมีนาคม จะมีประเพณีประจำเผ่า (กินวอ ) ในหมู่บ้านจะมีการเลี้ยงกัน มีการร้องทำเพลง มีการเต้นเป็นคู่เป็นกลุ่ม และในหมู่บ้านจะมีญาติจากหมู่บ้านอื่น ๆ ที่เป็นพี่น้องกันจะมาเยี่ยม <br /><br />ชาวบ้านจะต้องทำพิธีต้อนรับ ชาวบ้านทุกคนต่างทราบและดีใจ เพราะพี่น้องของเผ่าจะได้เที่ยวหากัน ผู้ใหญ่ได้มอบหมายหน้าที่ต่าง ๆ ให้คณะกรรมการหมู่บ้านรับผิดชอบในหน้าที่ต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะเลิกการประชุมผู้ใหญ่ได้พูดขอร้องให้ผมเอาภาพยนต์ขึ้นมาฉายในหมู่บ้าน ผมตอบรับไว้ และจะไปดำเนินการติดต่อขออนุญาตต่อหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ แผนก 5 กองกำกับการตำตระเวนชายแดน เขต 5 ก่อน เมื่อทราบผลประการใด  จะมาแจ้งให้ทราบ ชาวบ้านในที่ประชุมต่างร้องเป็นเสียงกันว่า ขอให้ครูเอาภาพยนต์มาฉายให้ชาวบ้านดูให้ได้นะครับ เพราะไม่เคยมีใครเอาภาพยนต์ขึ้นฉายให้ชาวบ้านได้ดูเลย ผมจำเป็นต้องรับปากว่าจะดำเนินการติดต่อจนหมดความสามารถ<br /> ชาวบ้านในที่ประชุมต่างตบมือแสดงความดีใจที่จะได้เห็นภาพยนต์ จากนั้นในที่ประชุมเลิกประชุม ชาวบ้านต่างเดินกลับบ้านของตนเอง ชาวบ้านบางคนก่อนจะเดินกลับบ้านเข้ามาพูดกับผมว่า ครูพวกเราไม่เคยดูภาพยนต์เลยตั้งแต่โตมานี่ ขอครูช่วยดำเนินการให้ได้ด้วย จากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านตนเอง ผมและเด็กชายทั้งสองเดินกลับบ้านพักค่ำคืนนี้ภาคบันเทิงของกลุ่มหนุ่มสาวงดการบันเทิง<br /><br />           ได้เวลาที่ต้องเดินทางกับบ้านอีกแล้ว การลงจาก รร. ครั้งนี้ เป็นที่สนใจของชาวบ้านมาก เพราะการลงไปครั้งนี้ ผมจะต้องไปดำเนินการติดต่อขออนุมัตินำเอาภาพยนต์ขึ้นมาฉายให้ชาวบ้านได้ดู ก่อนจะออกเดินทางชาวบ้านหลายคนบอกผมว่า ครูเอาภาพยนต์มาฉายให้ได้ ผมมิได้ตอบ  แต่ยิ้มให้ชาวบ้านเท่านั้น  จากนั้นก็เริ่มเดินลงภูเขาไปตามแนวเส้นทางที่เคยเดินขึ้นเดินลงมาจะร่วมปีแล้ว จังหวะจะพักจังหวะที่จะเดินต่อก็ทราบอยู่ในใจตลอดเส้นทาง เมื่อเดินลงมาถึงเป้าหมาย ต้องขึ้นรถยนต์ลงรถยนต์ขึ้นรถยนต์ต่อเข้าเชียงใหม่(๕๕สนุก)  เมื่อถึงบ้านที่ อำเภอแม่ริม ได้เข้าไปอยู่ในบ้าน ความสุขมันไหลมาสู่ใจ “บ้านคือวิมานของเรา”<br /><br />รุ่งขึ้นเข้ากองกำกับ ฯ ไปแผนก 5 ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายชุดมวลชน ติดต่อสอบถามการขออนุมัตินำภาพยนต์ขึ้นไปฉายในหมู่บ้าน ได้บันทึกขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชา ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธุ์นำภาพยนต์ขึ้นไปฉายให้ชาวบ้านได้ จากนั้นผมดำเนินตามขั้นตอนโดยได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธุ์ ตามวันเวลาโดยได้อนุมัติเพียง ๓ วัน ส.ต.ท อัศวิน บุญโยทยาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธุ์ ได้นัดหมายวันเวลาที่พบกัน โดยผมจะต้องเดินทางขึ้นไปที่ รร. ก่อน เพราะต้องเตรียมชาวบ้านลงมารับเครื่องทำไฟ เครื่องฉายยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ <br /><br />เมื่อได้นัดหมายเป็นที่เข้าใจเรียบร้อย ถึงเวลาผมก็ออกเดินทางกลับไปที่ รร. เมื่อถึง รร. ชาวบ้านหลายคนมานั่งรอผมอยู่ที่บ้านพัก ถึงบ้านพักชาวบ้านต่างเข้ามาสอบถามผม จึงตอบบอกว่าอีก 5 วันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชาย จะนำเอาภาพยนต์ขึ้นมาฉายให้ชาวบ้านดู ชาวบ้านทุกคนพากันหัวเราะดีใจ ชาวบ้านเขาจะบอกกันต่อ ๆ ไป จนข่าวดังกล่าวเป็นที่รับทราบไปทั่วหมู่บ้าน เวลาผมเดินผ่านชาวบ้านคนไหนต่างเข้าพูดคุยกับตลอด<br /><br />            เมื่อได้ตามวันเวลาที่นัดหมายไว้ก่อนหนึ่งวัน ชาวบ้านกลุ่มแรกได้เดินทางลงจากหมู่บ้านไปรอเพื่อจะช่วยกันแบกอุปกรณ์ และในวันที่นัดหมายชาวบ้านชุดที่สองประมาณสิบกว่าคนก็เดินลงจากหมู่บ้านตอนเช้า เวลาประมาณบ่ายสามโมง มีชาวบ้านชุดแรกเดินมาถึงหมู่บ้านพร้อมอุปกรณ์เครื่องฉายภาพยนต์ต่าง ๆ เช่น เครื่องฉาย ม้วนภาพยนต์ สายไฟต่าง ๆ พร้อมด้วยน้ำมันเบนซิน แต่ยังขาดเครื่องปั่นไฟฟ้า ซึ่งมีขนาดใหญ่มีชาวบ้านจำนวนมากช่วยกันแบก หมุนผัดกันแบกเพราะเครื่องปั่นไฟหนักมาก กว่าจะพ้นภูเขาแต่ละลูกจึงทำให้ใช้เวลาพอควร เวลาผ่านไปอีกบ่ายสี่โมง มีชาวบ้านคนหนึ่งได้เดินล่วงหน้ามาบอกผู้ใหญ่บ้านว่า ต้องการกำลังชาวบ้านชายอีก ชาวบ้านที่นั่งคอยเครื่องปั่นไฟกลุ่มแรก เมื่อได้ยินดังนั้นจึงพากันวิ่งลงจากหมู่บ้านเพื่อจะไปช่วยกันแบกเครื่องปั่นไฟฟ้า <br /><br />ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ยินเสียงชาวบ้านที่ช่วยกันแบกเครื่องปั่นไฟฟ้าตะโกนมาขอความช่วยเหลือ  ชาวบ้านที่เหลืออีกส่วนหนึ่งได้รีบลงจากหมู่บ้านไปช่วยกันแบกเครื่องปันไฟฟ้า ไม่นานนักชาวบ้านได้ช่วยกันแบกขึ้นถึงหมู่บ้าน ผมจึงชี้ให้เอาวางไว้ใต้ถุนบ้านพักของผม เพื่อความสะดวกและดูแลรักษาง่าย เมื่อทุกอย่างขึ้นมาพร้อมหมด แต่ยังขาดคนฉายภาพยนต์คือ พี่ ส.ต.ท อัศวิน ยังเดินมาไม่ถึงหมู่บ้าน ผมพร้อมกับชาวบ้านนั่งคอยไม่นานนักก็เห็นชาวบ้านอีกกลุ่มพร้อมด้วยพี่อัศวินฯ เดินตามกันมาจนถึงหมู่บ้าน จากนั้นผมเอาน้ำให้ดื่มและพักผ่อนก่อน พี่แกพูดกับผมว่า รร. นี้มันไกลและมีดอยสูงเดินเหนื่อยมาก จากนั้นพี่แกได้พักผ่อนจนหายเหนื่อย และสำรวจอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบทุกอย่าง พี่แกได้เอาจอภาพยนต์ที่ทำด้วยผ้าผืนใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอาเชือกให้ผมให้นำไปกาง 20 - 30 เมตร<br /><br /> ผมพร้อมชาวบ้านกลุ่มชายล้วนประมาณสิบกว่าคน นำจอภาพยนตร์ไปที่ปลายลานบ้านผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นลานกว้างยาวไปตามสันเขา เมื่อกะได้ที่แล้ว  กางจอภาพยนต์ออก ชาวบ้านได้ตัดไม้ไผ่มาจำนวนหนึ่ง เอาไม้ไผ่สอดไปตามแนวที่มีหูเป็นระยะ จากนั้นขุดหลุมสองหลุม ห่างเท่าจอภาพยนต์ เสาที่จะลงหลุมจะใช้ไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ ใช้เชือกผูกมัดหัวเสาทั้งสองให้แน่น จากนั้นช่วยกันดึงขึ้นแล้วมัดเชือกกับเสาหลักจนเป็นที่แน่ใจว่า  จอจะไม่ล้มลงมา ผมขยับดูจอกลัวว่าจะต้านลมไม่ไหว จึงให้หย่อนจอหน่อยมิให้จอมันตึงเกินไป เมื่อแน่ใจแล้ว กลับมาบ้านเอาเครื่องฉายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงมาตั้งเตรียมไว้เอาโต๊ะไม้บ้านผู้ใหญ่บ้านมาตั้งวางเครื่องฉายและอุปกรณ์ไฟฟ้า จากนั้นพี่อัศวินได้ลงมาร่วมติดตั้งสายไฟและทดลองติดเครื่องทำไฟ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีเครื่องไฟฟ้าก็ติดส่งเสียงดังไปทั่วหมู่บ้าน <br /><br />เมื่อติดตั้งและทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ปิดเครื่องไฟฟ้า ทุกคนไปทำธุระของตนเองให้เป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน ผมมองดูอาการของชาวบ้านแม้แต่เด็กนักเรียนทั้งสองคนยังมีอาการตื่นเต้นไปพร้อมกับชาวบ้าน ก่อนที่แสงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ผู้ใหญ่บ้านได้มาชวนพี่อัศวินกับผมให้ไปกินข้าวที่บ้าน เมื่อเดินไปถึงบ้านผู้ใหญ่ก็พบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านอีกประมาณ 6-7 คนนั่งรออยู่แล้วพร้อมกับข้าวหลายชนิดวางบนโต๊ะ เชื้อเชิญนั่งร่วมวงกันกินข้าว กลางวงอาหารมีขวดอยู่ประมาณสองขวด มีแก้วเล็ก ๆ วางอยู่ สองสามแก้ว ผมทราบทันทีว่าในขวดนั้นคือเหล้าข้าวโพด สีใสเหมือนตาตั๊กแตน รสชาติร้อนแรงเกินขนาด ผมเคยดื่มมาครั้งแรกที่ขึ้นมาถึงหมู่บ้านในวันแรกที่ผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงอาหารพร้อมกับเจ้าเหล้าข้าวโพด ดื่มแก้วเล็ก ๆ เพียงสองรอบก็เรียบร้อยเลย เมาจนไม่รู้เรื่อง <br /><br />เห็นวันนี้มาวางตรงกลางสำรับอาหาร รู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีนึกอยู่ในใจว่ากูไม่เอาแล้ว กลัวหัวทิ่มเหมือนคราวก่อน ทุกคนร่วมกันกินข้าวบางคนตบท้ายด้วยเหล้าข้าวโพด เวลาก็ล่วงเลยเกือบสองทุ่ม ได้ยินเสียงชาวบ้านจำนวนมากมานั่งจองที่นั่งดูภาพยนต์ บางคนก็แอบมาดูว่ากินกันเสร็จยัง จะเริ่มภาพยนต์ได้หรือยัง   ผมสังเกตเห็นชาวบ้านมาเป็นจำนวนมากแล้ว จึงขอตัวไปติดเครื่องทำไฟจากนั้นพี่อัศวินก็เดินตามมา ตรงไปที่เครื่องฉาย เสียงเครื่องไฟดังขึ้น ตามมาด้วยแสงหลอดไฟฟ้าสว่างขึ้น พร้อมกับเสียงชาวบ้านดังขึ้นด้วยความดีใจ<br /><br />อีกไม่นานเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ภาพก็ปรากฏบนจอ เสียงชาวบ้านโห่ร้องด้วยดีใจ ภาพบนจอก็ปรากฎไปเรื่อย ๆ มิได้มีเสียงชาวบ้านดังขึ้นเลยทุกคนนั่งเงียบดูภาพในจอ ในหนึ่งม้วนใช้เวลาประมาณสักสิบนาที ภาพยนต์จะเป็นภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงเสด็จไปเยี่ยมโครงการหลวงต่าง ๆ และทรงเยี่ยมหมู่บ้านชาวเขาแต่ละเผ่า ในช่วงไหนที่ทรงเสด็จเยี่ยมชาวเขาเผ่ามูเซอ จะมีเสียงหัวเราะของชาวบ้านดังเป็นระยะ เมื่อม้วนแรกจบก็เปิดไฟฟ้า  หลอดขึ้นแสงสว่าง จะรอพักเครื่องไว้ประมาณห้านาที เมื่อครบเวลาก็จะเอาม้วนใหม่ใส่แทน จากนั้นก็ฉายม้วนที่สองทั้งสองม้วนจะเป็นภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ในการเยี่ยมโครงการพระราชดำริและการเยี่ยมชาวเขาเผ่าต่าง ๆ <br />ภาพยนต์จะมีสองม้วนเมื่อฉายครบทั้งสองม้วนแล้ว ที่ลานดังกล่าวจะมีการร้องรำ การเต้นของกลุ่มหนุ่มสาว โดยจะสลับกันเต้นพร้อมร้องเพลงไปด้วย การเต้นจะจับกันเป็นกลุ่ม ๆ ละสี่ถึงห้าคน บางกลุ่มจับกลุ่มเกือบสิบคน เสียงหัวเราะของหนุ่มสาวเสียงของชาวบ้าน  ผมสังเกตเห็นว่าคืนนี้มีชาวบ้านจำนวนมาก บางกลุ่มที่จับกลุ่มกันเต้นมีทั้งสาวและผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วก็ออกมาเต้น และมีลูกชายลูกสาวทั้งเล็กทั้งโตออกมาเต้นไปด้วย บรรยากาศมีแต่ความสนุกของชาวบ้าน กลุ่มหนุ่มสาวมาชวนผมไปเต้นด้วยผมก็ไปเต้นด้วย  เต้นไปเต้นมาผมเต้นอยู่ในวงล้อมของเด็กนักเรียนทั้งนั้น เต้นจนเหนื่อยจะออกจากวงเต้นกลุ่มหนุ่มสาวก็ไม่ยอมให้ออกอย่างง่าย ๆ พยามปิดช่องว่างไม่ให้ผมออกจากวงเต้น สุดท้ายก็หลุดออกจากวงเต้น มานั่งพักเหนื่อยพักหนึ่ง<br />               <br />กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ชาวบ้านคนหนึ่งอายุมากแล้ว  มาขอให้ผมฉายภาพยนต์อีกครั้งหนึ่ง และพูดว่าแก่แล้วขอดูอีกรอบเพราะไม่เคยดูภาพยนต์มาเกือบทั้งชีวิต  ผมจึงเดินไปบอกให้พี่อัศวินฉายอีกรอบ พี่แกก็ใส่ม้วนและสอนวิธีฉายให้ผมดู  การฉายให้สอดฟิล์มไปตามช่องมีเครื่องหมายสอด จากนั้นเอาปลายฟิล์มใส่ติดต่อกับม้วนเปล่าที่จะหมุนฟิล์ม พี่อัศวินสอนผมสองครั้ง  ผมเข้าขั้นตอนการฉายยนต์ได้แม่น จากนั้นผมก็ทดลองฉาย ก็ฉายได้ เมื่อภาพปรากฎบนจอชาวบ้านทุกคนนั่งเงียบ จนผมฉายทั้งสองม้วนเสร็จสิ้นจึงบอกว่าวันนี้หนังเลิกแล้วกลับได้แล้ว พรุ่งนี้มาพบกันที่เดิม <br /><br />จากนั้นชาวบ้านต่างแยกกันกลับบ้าน เมื่อแสงจากหลอดไฟฟ้าปิดลง ความมืดก็เข้าแทนที่ เด็กชายทั้งสองพร้อมกับผมเก็บอุปกรณ์เครื่องฉายขึ้นบนบ้านพัก ผู้ใหญ่บ้านบอกผมว่าตำรวจที่ขึ้นมาฉายภาพยนต์ผู้ใหญ่บ้านได้จัดให้นอนที่บ้านผู้ใหญ่แล้ว  ผมก็รับทราบ ผมและเด็กชายทั้งสองเสร็จภารกิจเรียบร้อยแล้วก็รีบเข้านอน  ผมเข้านอนไม่ถึงห้านาทีก็หลับสนิทเพราะอ่อนเพลียมาทั้งวัน
สัญญาอันตรายที่ "ไอ่จุ๊ก" เสี่ยงมาก ๆ ขนาดผมซึ่ง หน.แผนก ๕ คุ้นกัน ผมยังทำไม่ได้ ครั้งนี้นับถือคุณไอ่จุ๊กมันทำได้ มีหลายหน่วยงานที่ไปรับปากกับชาวเขาแล้วทำไม่ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาที่ตามแก้กันในสมัยนั้น ติดตาม "สัญญาใจไอ่จุ๊ก" ครับ


ตอนที่ ๑๓

ในวันรุ่งขึ้นก่อนผมจะเดินทางไปสอนที่ รร. พบผู้ใหญ่บ้านยืนรอผมข้างถนนในหมู่บ้าน บอกผมว่า ตอนกลางคืนชาวบ้านจะประชุมกัน ขอให้ครูเข้าร่วมประชุมด้วย ผมตอบตกลงและได้เดินไป รร. ตามตามปกติ ถึง รร. ก็ทำหน้าเหมือนทุกครั้งที่ปฎิบัติมา รร.เลิกก็กลับพร้อมคณะ เมื่อถึงบ้านพักได้บอกเด็กชายทั้งสองว่าตอนกลางคืนชาวบ้านจะประชุมกัน วันนี้ต้องเร่งภารกิจของตนเองให้เร็วกว่าทุกวัน

เมื่อถึงเวลาที่จะประชุมเสียงการเคาะเกราะก็ดังขึ้น เป็นเสียงสัญญาณของหมู่บ้านที่ทุกครัวเรือนต้องมาประชุมที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านเมื่อชาวบ้านมาพร้อมกันทุกครัวเรือน โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตรวจนับความพร้อมในการประชุม เมื่อทุกคนพร้อมผู้ใหญ่ก็กล่าวนำในการประชุม ผู้ใหญ่บ้านจะพูดเป็นภาษามูเซอผมฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง โชคดีที่เด็กนักเรียนชื่อเด็กชายสุภาพคอยแปลเป็นภาษาไทยให้ทราบเป็นช่วง ๆ จับเนื้อหาที่ประชุมทราบว่า ในปลายเดือนกุมภาพันธุ์ต้นเดือนมีนาคม จะมีประเพณีประจำเผ่า (กินวอ ) ในหมู่บ้านจะมีการเลี้ยงกัน มีการร้องทำเพลง มีการเต้นเป็นคู่เป็นกลุ่ม และในหมู่บ้านจะมีญาติจากหมู่บ้านอื่น ๆ ที่เป็นพี่น้องกันจะมาเยี่ยม

ชาวบ้านจะต้องทำพิธีต้อนรับ ชาวบ้านทุกคนต่างทราบและดีใจ เพราะพี่น้องของเผ่าจะได้เที่ยวหากัน ผู้ใหญ่ได้มอบหมายหน้าที่ต่าง ๆ ให้คณะกรรมการหมู่บ้านรับผิดชอบในหน้าที่ต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะเลิกการประชุมผู้ใหญ่ได้พูดขอร้องให้ผมเอาภาพยนต์ขึ้นมาฉายในหมู่บ้าน ผมตอบรับไว้ และจะไปดำเนินการติดต่อขออนุญาตต่อหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ แผนก 5 กองกำกับการตำตระเวนชายแดน เขต 5 ก่อน เมื่อทราบผลประการใด จะมาแจ้งให้ทราบ ชาวบ้านในที่ประชุมต่างร้องเป็นเสียงกันว่า ขอให้ครูเอาภาพยนต์มาฉายให้ชาวบ้านดูให้ได้นะครับ เพราะไม่เคยมีใครเอาภาพยนต์ขึ้นฉายให้ชาวบ้านได้ดูเลย ผมจำเป็นต้องรับปากว่าจะดำเนินการติดต่อจนหมดความสามารถ
ชาวบ้านในที่ประชุมต่างตบมือแสดงความดีใจที่จะได้เห็นภาพยนต์ จากนั้นในที่ประชุมเลิกประชุม ชาวบ้านต่างเดินกลับบ้านของตนเอง ชาวบ้านบางคนก่อนจะเดินกลับบ้านเข้ามาพูดกับผมว่า ครูพวกเราไม่เคยดูภาพยนต์เลยตั้งแต่โตมานี่ ขอครูช่วยดำเนินการให้ได้ด้วย จากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านตนเอง ผมและเด็กชายทั้งสองเดินกลับบ้านพักค่ำคืนนี้ภาคบันเทิงของกลุ่มหนุ่มสาวงดการบันเทิง

ได้เวลาที่ต้องเดินทางกับบ้านอีกแล้ว การลงจาก รร. ครั้งนี้ เป็นที่สนใจของชาวบ้านมาก เพราะการลงไปครั้งนี้ ผมจะต้องไปดำเนินการติดต่อขออนุมัตินำเอาภาพยนต์ขึ้นมาฉายให้ชาวบ้านได้ดู ก่อนจะออกเดินทางชาวบ้านหลายคนบอกผมว่า ครูเอาภาพยนต์มาฉายให้ได้ ผมมิได้ตอบ แต่ยิ้มให้ชาวบ้านเท่านั้น จากนั้นก็เริ่มเดินลงภูเขาไปตามแนวเส้นทางที่เคยเดินขึ้นเดินลงมาจะร่วมปีแล้ว จังหวะจะพักจังหวะที่จะเดินต่อก็ทราบอยู่ในใจตลอดเส้นทาง เมื่อเดินลงมาถึงเป้าหมาย ต้องขึ้นรถยนต์ลงรถยนต์ขึ้นรถยนต์ต่อเข้าเชียงใหม่(๕๕สนุก) เมื่อถึงบ้านที่ อำเภอแม่ริม ได้เข้าไปอยู่ในบ้าน ความสุขมันไหลมาสู่ใจ “บ้านคือวิมานของเรา”

รุ่งขึ้นเข้ากองกำกับ ฯ ไปแผนก 5 ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายชุดมวลชน ติดต่อสอบถามการขออนุมัตินำภาพยนต์ขึ้นไปฉายในหมู่บ้าน ได้บันทึกขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชา ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธุ์นำภาพยนต์ขึ้นไปฉายให้ชาวบ้านได้ จากนั้นผมดำเนินตามขั้นตอนโดยได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธุ์ ตามวันเวลาโดยได้อนุมัติเพียง ๓ วัน ส.ต.ท อัศวิน บุญโยทยาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธุ์ ได้นัดหมายวันเวลาที่พบกัน โดยผมจะต้องเดินทางขึ้นไปที่ รร. ก่อน เพราะต้องเตรียมชาวบ้านลงมารับเครื่องทำไฟ เครื่องฉายยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

เมื่อได้นัดหมายเป็นที่เข้าใจเรียบร้อย ถึงเวลาผมก็ออกเดินทางกลับไปที่ รร. เมื่อถึง รร. ชาวบ้านหลายคนมานั่งรอผมอยู่ที่บ้านพัก ถึงบ้านพักชาวบ้านต่างเข้ามาสอบถามผม จึงตอบบอกว่าอีก 5 วันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชาย จะนำเอาภาพยนต์ขึ้นมาฉายให้ชาวบ้านดู ชาวบ้านทุกคนพากันหัวเราะดีใจ ชาวบ้านเขาจะบอกกันต่อ ๆ ไป จนข่าวดังกล่าวเป็นที่รับทราบไปทั่วหมู่บ้าน เวลาผมเดินผ่านชาวบ้านคนไหนต่างเข้าพูดคุยกับตลอด

เมื่อได้ตามวันเวลาที่นัดหมายไว้ก่อนหนึ่งวัน ชาวบ้านกลุ่มแรกได้เดินทางลงจากหมู่บ้านไปรอเพื่อจะช่วยกันแบกอุปกรณ์ และในวันที่นัดหมายชาวบ้านชุดที่สองประมาณสิบกว่าคนก็เดินลงจากหมู่บ้านตอนเช้า เวลาประมาณบ่ายสามโมง มีชาวบ้านชุดแรกเดินมาถึงหมู่บ้านพร้อมอุปกรณ์เครื่องฉายภาพยนต์ต่าง ๆ เช่น เครื่องฉาย ม้วนภาพยนต์ สายไฟต่าง ๆ พร้อมด้วยน้ำมันเบนซิน แต่ยังขาดเครื่องปั่นไฟฟ้า ซึ่งมีขนาดใหญ่มีชาวบ้านจำนวนมากช่วยกันแบก หมุนผัดกันแบกเพราะเครื่องปั่นไฟหนักมาก กว่าจะพ้นภูเขาแต่ละลูกจึงทำให้ใช้เวลาพอควร เวลาผ่านไปอีกบ่ายสี่โมง มีชาวบ้านคนหนึ่งได้เดินล่วงหน้ามาบอกผู้ใหญ่บ้านว่า ต้องการกำลังชาวบ้านชายอีก ชาวบ้านที่นั่งคอยเครื่องปั่นไฟกลุ่มแรก เมื่อได้ยินดังนั้นจึงพากันวิ่งลงจากหมู่บ้านเพื่อจะไปช่วยกันแบกเครื่องปั่นไฟฟ้า

ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ยินเสียงชาวบ้านที่ช่วยกันแบกเครื่องปั่นไฟฟ้าตะโกนมาขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านที่เหลืออีกส่วนหนึ่งได้รีบลงจากหมู่บ้านไปช่วยกันแบกเครื่องปันไฟฟ้า ไม่นานนักชาวบ้านได้ช่วยกันแบกขึ้นถึงหมู่บ้าน ผมจึงชี้ให้เอาวางไว้ใต้ถุนบ้านพักของผม เพื่อความสะดวกและดูแลรักษาง่าย เมื่อทุกอย่างขึ้นมาพร้อมหมด แต่ยังขาดคนฉายภาพยนต์คือ พี่ ส.ต.ท อัศวิน ยังเดินมาไม่ถึงหมู่บ้าน ผมพร้อมกับชาวบ้านนั่งคอยไม่นานนักก็เห็นชาวบ้านอีกกลุ่มพร้อมด้วยพี่อัศวินฯ เดินตามกันมาจนถึงหมู่บ้าน จากนั้นผมเอาน้ำให้ดื่มและพักผ่อนก่อน พี่แกพูดกับผมว่า รร. นี้มันไกลและมีดอยสูงเดินเหนื่อยมาก จากนั้นพี่แกได้พักผ่อนจนหายเหนื่อย และสำรวจอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบทุกอย่าง พี่แกได้เอาจอภาพยนต์ที่ทำด้วยผ้าผืนใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอาเชือกให้ผมให้นำไปกาง 20 - 30 เมตร

ผมพร้อมชาวบ้านกลุ่มชายล้วนประมาณสิบกว่าคน นำจอภาพยนตร์ไปที่ปลายลานบ้านผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นลานกว้างยาวไปตามสันเขา เมื่อกะได้ที่แล้ว กางจอภาพยนต์ออก ชาวบ้านได้ตัดไม้ไผ่มาจำนวนหนึ่ง เอาไม้ไผ่สอดไปตามแนวที่มีหูเป็นระยะ จากนั้นขุดหลุมสองหลุม ห่างเท่าจอภาพยนต์ เสาที่จะลงหลุมจะใช้ไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ ใช้เชือกผูกมัดหัวเสาทั้งสองให้แน่น จากนั้นช่วยกันดึงขึ้นแล้วมัดเชือกกับเสาหลักจนเป็นที่แน่ใจว่า จอจะไม่ล้มลงมา ผมขยับดูจอกลัวว่าจะต้านลมไม่ไหว จึงให้หย่อนจอหน่อยมิให้จอมันตึงเกินไป เมื่อแน่ใจแล้ว กลับมาบ้านเอาเครื่องฉายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงมาตั้งเตรียมไว้เอาโต๊ะไม้บ้านผู้ใหญ่บ้านมาตั้งวางเครื่องฉายและอุปกรณ์ไฟฟ้า จากนั้นพี่อัศวินได้ลงมาร่วมติดตั้งสายไฟและทดลองติดเครื่องทำไฟ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีเครื่องไฟฟ้าก็ติดส่งเสียงดังไปทั่วหมู่บ้าน

เมื่อติดตั้งและทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ปิดเครื่องไฟฟ้า ทุกคนไปทำธุระของตนเองให้เป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน ผมมองดูอาการของชาวบ้านแม้แต่เด็กนักเรียนทั้งสองคนยังมีอาการตื่นเต้นไปพร้อมกับชาวบ้าน ก่อนที่แสงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ผู้ใหญ่บ้านได้มาชวนพี่อัศวินกับผมให้ไปกินข้าวที่บ้าน เมื่อเดินไปถึงบ้านผู้ใหญ่ก็พบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านอีกประมาณ 6-7 คนนั่งรออยู่แล้วพร้อมกับข้าวหลายชนิดวางบนโต๊ะ เชื้อเชิญนั่งร่วมวงกันกินข้าว กลางวงอาหารมีขวดอยู่ประมาณสองขวด มีแก้วเล็ก ๆ วางอยู่ สองสามแก้ว ผมทราบทันทีว่าในขวดนั้นคือเหล้าข้าวโพด สีใสเหมือนตาตั๊กแตน รสชาติร้อนแรงเกินขนาด ผมเคยดื่มมาครั้งแรกที่ขึ้นมาถึงหมู่บ้านในวันแรกที่ผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงอาหารพร้อมกับเจ้าเหล้าข้าวโพด ดื่มแก้วเล็ก ๆ เพียงสองรอบก็เรียบร้อยเลย เมาจนไม่รู้เรื่อง

เห็นวันนี้มาวางตรงกลางสำรับอาหาร รู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีนึกอยู่ในใจว่ากูไม่เอาแล้ว กลัวหัวทิ่มเหมือนคราวก่อน ทุกคนร่วมกันกินข้าวบางคนตบท้ายด้วยเหล้าข้าวโพด เวลาก็ล่วงเลยเกือบสองทุ่ม ได้ยินเสียงชาวบ้านจำนวนมากมานั่งจองที่นั่งดูภาพยนต์ บางคนก็แอบมาดูว่ากินกันเสร็จยัง จะเริ่มภาพยนต์ได้หรือยัง ผมสังเกตเห็นชาวบ้านมาเป็นจำนวนมากแล้ว จึงขอตัวไปติดเครื่องทำไฟจากนั้นพี่อัศวินก็เดินตามมา ตรงไปที่เครื่องฉาย เสียงเครื่องไฟดังขึ้น ตามมาด้วยแสงหลอดไฟฟ้าสว่างขึ้น พร้อมกับเสียงชาวบ้านดังขึ้นด้วยความดีใจ

อีกไม่นานเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ภาพก็ปรากฏบนจอ เสียงชาวบ้านโห่ร้องด้วยดีใจ ภาพบนจอก็ปรากฎไปเรื่อย ๆ มิได้มีเสียงชาวบ้านดังขึ้นเลยทุกคนนั่งเงียบดูภาพในจอ ในหนึ่งม้วนใช้เวลาประมาณสักสิบนาที ภาพยนต์จะเป็นภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงเสด็จไปเยี่ยมโครงการหลวงต่าง ๆ และทรงเยี่ยมหมู่บ้านชาวเขาแต่ละเผ่า ในช่วงไหนที่ทรงเสด็จเยี่ยมชาวเขาเผ่ามูเซอ จะมีเสียงหัวเราะของชาวบ้านดังเป็นระยะ เมื่อม้วนแรกจบก็เปิดไฟฟ้า หลอดขึ้นแสงสว่าง จะรอพักเครื่องไว้ประมาณห้านาที เมื่อครบเวลาก็จะเอาม้วนใหม่ใส่แทน จากนั้นก็ฉายม้วนที่สองทั้งสองม้วนจะเป็นภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ในการเยี่ยมโครงการพระราชดำริและการเยี่ยมชาวเขาเผ่าต่าง ๆ
ภาพยนต์จะมีสองม้วนเมื่อฉายครบทั้งสองม้วนแล้ว ที่ลานดังกล่าวจะมีการร้องรำ การเต้นของกลุ่มหนุ่มสาว โดยจะสลับกันเต้นพร้อมร้องเพลงไปด้วย การเต้นจะจับกันเป็นกลุ่ม ๆ ละสี่ถึงห้าคน บางกลุ่มจับกลุ่มเกือบสิบคน เสียงหัวเราะของหนุ่มสาวเสียงของชาวบ้าน ผมสังเกตเห็นว่าคืนนี้มีชาวบ้านจำนวนมาก บางกลุ่มที่จับกลุ่มกันเต้นมีทั้งสาวและผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วก็ออกมาเต้น และมีลูกชายลูกสาวทั้งเล็กทั้งโตออกมาเต้นไปด้วย บรรยากาศมีแต่ความสนุกของชาวบ้าน กลุ่มหนุ่มสาวมาชวนผมไปเต้นด้วยผมก็ไปเต้นด้วย เต้นไปเต้นมาผมเต้นอยู่ในวงล้อมของเด็กนักเรียนทั้งนั้น เต้นจนเหนื่อยจะออกจากวงเต้นกลุ่มหนุ่มสาวก็ไม่ยอมให้ออกอย่างง่าย ๆ พยามปิดช่องว่างไม่ให้ผมออกจากวงเต้น สุดท้ายก็หลุดออกจากวงเต้น มานั่งพักเหนื่อยพักหนึ่ง

กำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ชาวบ้านคนหนึ่งอายุมากแล้ว มาขอให้ผมฉายภาพยนต์อีกครั้งหนึ่ง และพูดว่าแก่แล้วขอดูอีกรอบเพราะไม่เคยดูภาพยนต์มาเกือบทั้งชีวิต ผมจึงเดินไปบอกให้พี่อัศวินฉายอีกรอบ พี่แกก็ใส่ม้วนและสอนวิธีฉายให้ผมดู การฉายให้สอดฟิล์มไปตามช่องมีเครื่องหมายสอด จากนั้นเอาปลายฟิล์มใส่ติดต่อกับม้วนเปล่าที่จะหมุนฟิล์ม พี่อัศวินสอนผมสองครั้ง ผมเข้าขั้นตอนการฉายยนต์ได้แม่น จากนั้นผมก็ทดลองฉาย ก็ฉายได้ เมื่อภาพปรากฎบนจอชาวบ้านทุกคนนั่งเงียบ จนผมฉายทั้งสองม้วนเสร็จสิ้นจึงบอกว่าวันนี้หนังเลิกแล้วกลับได้แล้ว พรุ่งนี้มาพบกันที่เดิม

จากนั้นชาวบ้านต่างแยกกันกลับบ้าน เมื่อแสงจากหลอดไฟฟ้าปิดลง ความมืดก็เข้าแทนที่ เด็กชายทั้งสองพร้อมกับผมเก็บอุปกรณ์เครื่องฉายขึ้นบนบ้านพัก ผู้ใหญ่บ้านบอกผมว่าตำรวจที่ขึ้นมาฉายภาพยนต์ผู้ใหญ่บ้านได้จัดให้นอนที่บ้านผู้ใหญ่แล้ว ผมก็รับทราบ ผมและเด็กชายทั้งสองเสร็จภารกิจเรียบร้อยแล้วก็รีบเข้านอน ผมเข้านอนไม่ถึงห้านาทีก็หลับสนิทเพราะอ่อนเพลียมาทั้งวัน
152117.jpg (93.7 KiB) เข้าดูแล้ว 359 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :) เที่ยวกันต่อครับ :) :D
ไฟล์แนบ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (178).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (178).jpg (122.37 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (179).jpg
มื้อเช้ามื้อแรกก่อนเข้าชมอุทยาน เป็นข้าวผัดมัง ฯ เขาทำได้อร่อยมากครับ
มื้อเช้ามื้อแรกก่อนเข้าชมอุทยาน เป็นข้าวผัดมัง ฯ เขาทำได้อร่อยมากครับ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (183).jpg (78.12 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
อย่าลืมมองขนมครกเจ้านี้นะครับ ครั้งแรกไปยืนชมเขาทำ แม่ค้าให้ชิมมันอร่อยจริง ๆ ต้องอุดหนุนครับซื้อติดไปด้วย มีหลากหลายอารมณ์รสชาติ เยี่ยมจริง ๆ อยู่ติด ๆ กับร้านอาหารสุรีรัตน์โภชนาที่ผมนั่งสั่งมื้อเช้ามาทานนั่นล่ะ
อย่าลืมมองขนมครกเจ้านี้นะครับ ครั้งแรกไปยืนชมเขาทำ แม่ค้าให้ชิมมันอร่อยจริง ๆ ต้องอุดหนุนครับซื้อติดไปด้วย มีหลากหลายอารมณ์รสชาติ เยี่ยมจริง ๆ อยู่ติด ๆ กับร้านอาหารสุรีรัตน์โภชนาที่ผมนั่งสั่งมื้อเช้ามาทานนั่นล่ะ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (185).jpg (126.92 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (195).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (195).jpg (115.33 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
สำหรับเข้าชมอุทยาน ผู้เฒ่าเข้าฟรีนะครับ ๕๕๕
สำหรับเข้าชมอุทยาน ผู้เฒ่าเข้าฟรีนะครับ ๕๕๕
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (196).jpg (70.04 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (199).JPG
The first trip of 2565 (199).JPG (114.2 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (201).JPG
The first trip of 2565 (201).JPG (120.87 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (202).JPG
The first trip of 2565 (202).JPG (132.6 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (203).JPG
The first trip of 2565 (204).JPG
The first trip of 2565 (206).JPG
The first trip of 2565 (207).JPG
The first trip of 2565 (207).JPG (139.16 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (211).JPG
The first trip of 2565 (211).JPG (143.97 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (212).JPG
The first trip of 2565 (214).JPG
The first trip of 2565 (214).JPG (106.95 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (216).JPG
The first trip of 2565 (217).JPG
The first trip of 2565 (217).JPG (68.58 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
The first trip of 2565 (219).JPG
The first trip of 2565 (219).JPG (98.71 KiB) เข้าดูแล้ว 356 ครั้ง
นักท่องเที่ยวต่างพากันเช่าจักรยานปั่นเข้าชม เยอะมากครับ เห็นแล้วดีใจเศรษฐกิจไทยจะได้ไปโลด (ชาวบ้านรอดตายแล้ว) ๕๕๕.
นักท่องเที่ยวต่างพากันเช่าจักรยานปั่นเข้าชม เยอะมากครับ เห็นแล้วดีใจเศรษฐกิจไทยจะได้ไปโลด (ชาวบ้านรอดตายแล้ว) ๕๕๕.
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D สวัสดีครับท่านญาติธรรมและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ การสื่อสารแบบ One way communication มันลำบากจังเลยเพราะไม่สามารถสนองจุดประสงค์ท่านผู้ชมผู้ฟังได้ เป็นไปตามความคิดของผู้นำเสนอฝ่ายเดียว ระยะหลัง ๆ มานี่ผู้ชมหายไปเยอะ ตกใจนิด ๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ? แต่ไม่เป็นไรครับผมยังสนุกที่จะนำเรื่องราวที่ได้ไปท่องเที่ยว มาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ เพื่อว่าท่านที่สนใจจะได้เข้ามาเก็บเกี่ยวข้อมูล ในส่วนสุโขทัยครั้งแรกผมเตรียมเรื่องราวไว้เยอะ แต่เมื่อพิจารณาเหตุและผลแล้ว ท่าน ๆ คงเบื่อแน่ ๆ เพราะสุโขทัยใคร ๆ ก็คุ้นใช่ไหมครับ ? เป็นการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน สรุปผมจะขอลงแค่ภาพถ่ายที่เราสองคนไปเก็บมา อาจจะมีมุมหลาย ๆ มุมที่คนยังไม่เคยพบเห็น จะได้พบได้เห็น ส่วนรายละเอียดขออนุญาตุ copy จากผู้รู้มาประกอบดีกว่านะครับ เรียนเชิญรับชมรับฟังได้ครับ :) :D

:idea: :idea: สารคดีนำชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย :D :D
ไฟล์แนบ
The first trip of 2565 (221).JPG
The first trip of 2565 (223).JPG
The first trip of 2565 (224).JPG
The first trip of 2565 (227).JPG
The first trip of 2565 (227).JPG (122.57 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
ช่วงที่เราไปเที่ยวเป็นจังหวะที่ทางจังหวัดกำลังเตรียมงานลอยกระทงพอดี อะไร ๆ ยังไม่เข้าที่เราก็ต้องคอยหลบซ้านหลบขวา บางจุดก็ห้ามเข้าเพราะกำลังสร้างซุ้มต่าง ๆ เป็นที่สนุกสนานได้บรรยากาศการท่องเที่ยวดีครับ
ช่วงที่เราไปเที่ยวเป็นจังหวะที่ทางจังหวัดกำลังเตรียมงานลอยกระทงพอดี อะไร ๆ ยังไม่เข้าที่เราก็ต้องคอยหลบซ้านหลบขวา บางจุดก็ห้ามเข้าเพราะกำลังสร้างซุ้มต่าง ๆ เป็นที่สนุกสนานได้บรรยากาศการท่องเที่ยวดีครับ
The first trip of 2565 (229).JPG (115.2 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (232).JPG
The first trip of 2565 (232).JPG (89.12 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (233).JPG
The first trip of 2565 (233).JPG (119.06 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (235).JPG
The first trip of 2565 (235).JPG (126.09 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (236).JPG
The first trip of 2565 (236).JPG (115.26 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (238).JPG
The first trip of 2565 (238).JPG (133.53 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (241).JPG
The first trip of 2565 (241).JPG (128.09 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (242).JPG
The first trip of 2565 (242).JPG (146.33 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (243).JPG
The first trip of 2565 (243).JPG (94.22 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (244).JPG
The first trip of 2565 (245).JPG
The first trip of 2565 (245).JPG (82.21 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (246).JPG
The first trip of 2565 (246).JPG (89.56 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (247).JPG
The first trip of 2565 (248).JPG
The first trip of 2565 (248).JPG (100.34 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (249).JPG
The first trip of 2565 (249).JPG (82.97 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
The first trip of 2565 (250).JPG
The first trip of 2565 (250).JPG (118.96 KiB) เข้าดูแล้ว 346 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 27 พ.ย. 2022, 07:37, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ไปต่อกันเลยครับ :) :D
ไฟล์แนบ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (212).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (216).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (217).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (218).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (219).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (219).jpg (121.54 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
ประมาณ ๑๐.๓๐ น.ร่างกายมันฟ้องอยากได้สิ่งเสพติด ๕๕๕ จัดให้ครับ เราหาศาลาที่สัปปายะงัดเอาชุดหม้อต้มกาแฟของเราออกมา จัดการสนองตัณหาความอยาก เป็นการพักไปในตัวได้มีเวลาแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น สนทนากันไปจิบกาแฟสดของเราไป ทำให้บรรยากาศการเดินทางมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น มันคือ &quot;ความสุขล้วน ๆ &quot;
ประมาณ ๑๐.๓๐ น.ร่างกายมันฟ้องอยากได้สิ่งเสพติด ๕๕๕ จัดให้ครับ เราหาศาลาที่สัปปายะงัดเอาชุดหม้อต้มกาแฟของเราออกมา จัดการสนองตัณหาความอยาก เป็นการพักไปในตัวได้มีเวลาแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น สนทนากันไปจิบกาแฟสดของเราไป ทำให้บรรยากาศการเดินทางมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น มันคือ "ความสุขล้วน ๆ "
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (223).jpg (109.19 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (265).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (265).jpg (94.89 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (272).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (272).jpg (99.6 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (275).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (275).jpg (94.28 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (278).jpg
The first trip of 2565 (253).JPG
The first trip of 2565 (254).JPG
The first trip of 2565 (254).JPG (115.9 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
The first trip of 2565 (255).JPG
The first trip of 2565 (258).JPG
The first trip of 2565 (259).JPG
The first trip of 2565 (260).JPG
The first trip of 2565 (260).JPG (108.57 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
The first trip of 2565 (261).JPG
The first trip of 2565 (261).JPG (134.25 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
The first trip of 2565 (263).JPG
The first trip of 2565 (263).JPG (142.12 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
The first trip of 2565 (264).JPG
The first trip of 2565 (264).JPG (107.61 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
The first trip of 2565 (265).JPG
The first trip of 2565 (265).JPG (99.68 KiB) เข้าดูแล้ว 345 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: พระรูปหนึ่ง .. เข้าไปเก็บฟืนในป่า หลังจากเก็บได้พอประมาณ ก็แบกฟืนกลับวัด
พอเดินใกล้จะถึงวัด ก็เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังไล่จับผีเสื้ออยู่ และเขาก็จับผีเสื้อได้ตัวหนึ่ง

"หลวงพี่ เรามาพนันกันไหม" .. เด็กหนุ่มถาม "พนันยังไงล่ะโยม" .. พระหนุ่มถาม "หลวงพี่ลองทายดูสิครับว่า ..ผีเสื้อที่อยู่ในมือผมนี่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหลวงพี่ทายผิด ฟืนมัดนี้ก็เป็นของผม" .. เด็กหนุ่มตอบ

เมื่อหลวงพี่ได้ฟังกติกาก็พยักหน้าว่าเข้าใจ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า .. "อาตมาว่ามันตายแล้ว"

เด็กหนุ่มแบมือที่กุมผีเสื้อไว้แล้วหัวเราะชอบใจ "หลวงพี่แพ้ผมแล้ว ฮ่าๆ" ผีเสื้อตัวน้อย .. ก็ได้บินออกจากมือของเด็กหนุ่ม

"ดีแล้วๆ งั้นฟืนมัดนี้ก็เป็นของโยมละสินะ" หลวงพี่กล่าวเสร็จก็ถอนหายใจ .. แล้วเดินยิ้มจากไป

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมหลวงพี่ต้องทำท่าทีเหมือนดีใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจไตร่ถาม ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายยิ้มบ้าง จากนั้นก็หอบเอาฟืนขึ้นบ่าแบกกลับบ้านด้วยความดีใจ

เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อของเขาถามว่าไปเอาฟืนมาจากไหน เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวที่พนันกับหลวงพี่ให้พ่อฟังอย่างละเอียด เมื่อพ่อของเด็กหนุ่มฟังจบ ก็ใช้มือตีไปที่ลูกชายหนึ่งที

"แกนะแก! .. โง่ซะไม่ไว้หน้าพ่อแม่เลยนะ" จากนั้นก็สั่งให้ลูกชายแบกฟืนเดินตามไปที่วัด เมื่อเข้าไปหาหลวงพี่ พ่อของเด็กหนุ่มได้แต่นั่งไหว้ปลกๆ

"หลวงพี่ครับ ผมต้องขอโทษแทนลูกชายของกระผมด้วยนะครับ เจ้านี่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ"

หลวงพี่ได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร เมื่อเดินออกจากวัด เด็กหนุ่มก็ถามพ่ออย่าสงสัยว่า เขาไปทำอะไรผิดต่อหลวงพี่เหรอ

"เพราะหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อตาย แกถึงปล่อยผีเสื้อให้รอด แกชนะ ได้ฟืนไป แต่หากหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อเป็น แกก็จะบีบผีเสื้อให้ตายคามือ แกก็ชนะได้ฟืนไปเหมือนเดิม แต่ผีเสื้อตาย แกคิดว่าหลวงพี่รู้ไม่ทันความคิดชั่วๆ ของแกเหรอ ที่หลวงพี่แพ้นะ .. ก็แค่ฟืนหนึ่งมัด แต่ชนะแกที่จิตเมตตาดวงใหญ่เบ้อเริ่ม ซึ่งที่แกไม่มี"

ครูคนแรก คือ .. พ่อแม่
ครูคนที่สอง คือ .. ครูในโรงเรียน
ครูคนต่อมา คือ .. เรื่องราว ผู้คน สรรพสิ่ง

ครูคนแรก .. ปลูกฝังคุณธรรม
ครูคนที่สอง .. ให้วิชาความรู้
ครูคนต่อมา .. สอนการเอาตัวรอดในชีวิตจริง

ครูไม่รักศิษย์ไม่เป็นไร แต่ .. ครูพึงหวังดีต่อศิษย์
หากรักแต่ไม่หวังดีต่อศิษย์ .. ชีวิตศิษย์พัง

สอนให้ศิษย์รู้แพ้รู้ชนะ รู้ดีรู้ชั่ว รู้ในน้ำใจไมตรี

เพราะคำว่าแพ้ ชนะ ได้ เสีย
ทำให้ความดีของคนสูญสิ้นไปมากมายมหาศาล

เรามักคิดว่า .. เราเป็นฝ่ายชนะ
แต่ที่จริง .. เราแพ้ต่างหาก และแพ้อย่างไม่มีชิ้นดีเสียด้วย

Cr. พุทธ เซน เพจ FB อมตะธรรม ประเทศไทย #ธรรมะ #อมตะธรรม #ธรรมะสอนใจ
:idea: :idea:

:) :D สวัสดียามบ่าย ๆ ครับ เราสองคนปั่นชมภายในอุทยานจนรอบเรียกว่าทั่วทุกมุม ตอนนี้เราจะออกไปนอกอุทยานแล้วนะครับ บอกตรง ๆ ภายนอกอุทยานเราไม่เคยได้ไปเที่ยวชมเลยครับ ทั้ง ๆ ที่มาเที่ยวหลายรอบมาก รอบนี้จึงถอนทุนคืนครับติดตามไปพร้อมกันนะครับ :) :D
ไฟล์แนบ
The first trip of 2565 (267).JPG
The first trip of 2565 (267).JPG (142.35 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (268).JPG
The first trip of 2565 (268).JPG (125.36 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (269).JPG
The first trip of 2565 (270).JPG
The first trip of 2565 (271).JPG
The first trip of 2565 (272).JPG
The first trip of 2565 (272).JPG (136.37 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (273).JPG
The first trip of 2565 (273).JPG (123.27 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (274).JPG
The first trip of 2565 (274).JPG (65.54 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (275).JPG
The first trip of 2565 (275).JPG (95.45 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (276).JPG
The first trip of 2565 (276).JPG (114.87 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (277).JPG
The first trip of 2565 (277).JPG (119.38 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (278).JPG
The first trip of 2565 (279).JPG
The first trip of 2565 (280).JPG
The first trip of 2565 (281).JPG
The first trip of 2565 (282).JPG
The first trip of 2565 (283).JPG
The first trip of 2565 (286).JPG
The first trip of 2565 (286).JPG (138.43 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เมื่อครูเข้ากับชาวบ้านได้ดี เป็นที่ไว้ใจและเป็นที่รักของชาวบ้าน &quot;ไอ้จุ๊ก&quot; ครูดอยชีวิตความเป็นอยู่ก็มีความสุขอาหารการกินต่าง ๆ ไม่ต้องเดือดร้อน ชาวบ้านดูแลอย่างดี ตชด.ชีวิตไม่แน่นอน ยามที่เริ่มจะสบายดี ก็ต้องมีอันเป็นไป เช่นกันครู &quot;ไอ้จุ๊ก&quot; อีกไม่นานก็น่าจะเป็นไปตามลิขิต ติดตามกันครับอะไรจะเกิดขึ้นกับครูจุ๊ก ของเรา<br /><br />ตอนที่ ๑๔<br /><br />               รุ่งเช้าวันใหม่หมุนเวียนมาอีก วันนี้ รร. ปิด เพราะเป็นวันเสาร์ ผมตื่นลุกขึ้นเวลาประมาณเกือบเจ็ดโมงเย็น  เพราะรู้ว่าวันนี้ไม่ต้องไป รร. ผมเดินออกมายืนอยู่หน้าบ้านพัก ยืนสูดอากาศตอนเช้า รู้สึกเย็นสบาย มีลมหนาวผัดผ่านมากระทบตัวผม  บางครั้งอากาศหนาว บางครั้งลมเย็นธรรมดาผัดผ่าน ขณะที่ยืนอยู่นั้นได้ยินเสียงชาวบ้านสองถึงสามคนที่มีหน้าที่ต้องลงจากหมู่บ้านไปซื้อน้ำมันเบนซินที่พื้นที่ราบ ตะโกนถามผมว่า ครูต้องการอะไรบ้างจะซื้อมาฝาก ผมนึกได้ว่าไข่ไก่หมด จึงขอฝากซื้อไข่ไก่มาให้สักยี่สิบฟอง พร้อมฝากเงินให้ไปซื้อด้วย จากนั้นชาวบ้านก็เดินจากไปตามแนวทางเดิน ไม่นานนักภาพกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวเดินลับหายไปจากแนวสันเขา <br /><br />ชาวบ้านกลุ่มนี้เป็นกลุ่มชายที่แข็งแรง ที่ถูกชาวบ้านทั้งหมดเลือกทำหน้าที่เป็นม้าเร็วในการซื้อน้ำมันเบนซิน วันนี้เป็นวันที่สองของการจะฉายภาพยนต์ และเป็นวันแรกของประเพณีกินวอ คือประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ามูเซอ แต่ละบ้านจะเห็นควันไฟขโมง ชาวบ้านแต่ละครอบครัวเขาเตรียมอาหารเพื่อเตรียมเลี้ยงญาติพี่น้อง  แต่ละหมู่บ้านที่จะมาเที่ยว และในหมู่บ้านปีนี้มีการฉายภาพยนต์ ผมเห็นเขาทำตามวิธีประเพณีผมก็รู้สึกดีใจไปด้วย และตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในงานประเพณี ได้เวลาก็เดินกลับเข้าบ้าน โดยเด็กชายทั้งสองทำอาหารเสร็จแล้ว <br /><br />วันนี้สังเกตว่ามีอาหารหลายอย่าง  มีผักที่กินอยู่ประจำ พิเศษมื้อนี้มีเนื้อหมูย่างปิ้งไฟกลิ่นหอม มีผัดผักป่าใส่เนื้อหมู ผมจึงถามเด็กชายจะสือว่า วันนี้มีอาหารพิเศษหลายอย่าง แต่เด็กจะกล้าชิงตอบว่ามีชาวบ้านได้นำเอาเนื้อหมูรมควันจำนวนหนึ่งขา ที่พูกแขวนไว้ริมฝาบ้าน  และในถังก็มีพืชผักหลายอย่าง ชาวบ้านเอามาให้ตอนไหนผมถาม ตอนดูภาพยนต์  มีชาวบ้านเรียกผมกับเด็กชายจะสือว่า เอาไว้ให้ครูทำอาหารกิน จึงรับไว้นำเอาไว้บนบ้าน  ว่าจะบอกให้ครูทราบตอนครูกลับจากการฉายภาพยนต์ เห็นครูเดินขึ้นมาบ้านแล้วเข้านอนและหลับในเวลารวดเร็ว พวกผมจึงไม่บอกครู  นึกกันว่าวันพรุ่งนี้ค่อยบอกให้ครูทราบ <br /><br />อาหารมื้อนี้ผมและเด็กชายทั้งสองกินแบบอร่อย เพราะไม่ต้องเปิดอาหารกระป๋องเหมือนทุกมื้อ เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อยและจัดเก็บเรียบร้อย  ได้ออกมานั่งอยู่หน้าบ้านพัก วันนี้มีชาวบ้านเดินผ่านไปมาจำนวนมากกว่าทุกวัน จะทราบว่าชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านคือจะเรียกทักทายผมจะถามครูนอนหลับสบายหรือ บางคนก็ยิ้มให้โดยจะเดินผ่านมาใกล้ ๆ มีบางกลุ่มทราบว่าเป็นชาวบ้านต่างหมู่บ้าน   เพราะเวลาจะเดินผ่านที่นั่งอยู่จะมีลักษณะกลัว ๆ  เดินก้ม ๆ ค่อย ๆ เดินผ่าน จะมีผู้บรรยายนั่งอยู่ข้างผมก็เด็กชายทั้งสอง จะคอยบอกชาวบ้านกลุ่มนี้เป็นญาติใครจะอยู่หัวบ้านหรือท้ายบ้านหรือกลางหมู่บ้าน ผมนั่งอยู่สักพักหนึ่ง  ก็รีบเข้าไปในบ้านเพราะเกรงใจชาวบ้านต่างถิ่นเขาจะเดินไปเยี่ยมญาติ เวลาผ่านหน้าบ้านพักของผมจะกลัวหรือมีอาการต่าง ๆให้เห็น <br /><br />ผมกลับเข้านอนเล่นเพื่อพักผ่อน เด็กชายจะกล้าลงไปดูแลเอาน้ำเอาหญ้าให้ม้า ผมนอนนึกว่าเดินไปตามบ้านจะดีไหม ก็นึกได้ถ้าไปบ้านของชาวบ้าน ญาติพี่น้องชาวบ้านเขาจะกลัว ก็เลยนอนเล่นอยู่บนบ้านดีกว่า ผมบอกให้เด็กทั้งสองกลับไปที่บ้านของตนเอง  เพื่อจะได้ไปพบญาติต่างหมู่บ้านที่มาเที่ยวในหมู่บ้าน ผมนอนเล่นหลับไป มารู้สึกตัวเสียงคนเดินขึ้นมาบนบ้าน จึงลุกขึ้นออกมาดูพบเด็กชายทั้งสองเดินกลับมาโดยมาพร้อมกับชาวบ้านผู้ชายสองคนเดินขึ้นมาบนบ้านพัก  และได้นั่งอยู่ริมขอบฝาบ้านพัก <br /><br />ทั้งสองยกมือไหว้ผมและบอกกับว่าเป็นญาติ ของเด็กชายทั้งสองมีฐานะเป็นพี่ชาย เมื่อปีที่แล้วได้เดินทางไปแต่งงานกับชาวเขามูเซออีกหมู่บ้านหนึ่ง  ใช้เวลาเดินประมาณเกือบทั้งวัน วันนี้มางานประเพณีในหมู่บ้านและได้ทราบจากชาวเขาที่ได้บอกต่อกันไปว่า  ในหมู่บ้านจะนะงานประเพณีปีนี้ จะมีการฉายภาพยนต์โดยครูได้นำมาฉายให้ดู บอกว่าขอขอบคุณครูที่เมตตาต่อน้องชายทั้งของเขา และครูเป็นครูคนแรกของหมู่บ้าน  พวกชาวบ้านเขาดีใจที่หมู่เขามีครูมาสอนเด็กในหมู่บ้าน เขาได้หยิบห่อใบตองขนาดเล็ก ๆ สองชิ้นนำมาให้ผมเพื่อใช้กินเวลาอาหารขาดแคลน ผมเปิดดูแกะห่อใบตองออกเป็นขาหมูลมควัน สามขา อีกห่อแกะออกดูเป็นส่วนชายโครงหมูรมควัน ผมบอกว่าขอบคุณที่อุตส่าห์นำมาให้ จากนั้นได้นั่งคุยเป็นเวลานานพอสมควร ก็ลากลับไปเด็กชายจะกล้าจึงนำไปเก็บรวมกับที่มา เด็กชายจะเสือบอกว่าครูเรามีอาหารมากมาย ทำกับข้าวได้สบายไปหลายมื้อ
เมื่อครูเข้ากับชาวบ้านได้ดี เป็นที่ไว้ใจและเป็นที่รักของชาวบ้าน "ไอ้จุ๊ก" ครูดอยชีวิตความเป็นอยู่ก็มีความสุขอาหารการกินต่าง ๆ ไม่ต้องเดือดร้อน ชาวบ้านดูแลอย่างดี ตชด.ชีวิตไม่แน่นอน ยามที่เริ่มจะสบายดี ก็ต้องมีอันเป็นไป เช่นกันครู "ไอ้จุ๊ก" อีกไม่นานก็น่าจะเป็นไปตามลิขิต ติดตามกันครับอะไรจะเกิดขึ้นกับครูจุ๊ก ของเรา

ตอนที่ ๑๔

รุ่งเช้าวันใหม่หมุนเวียนมาอีก วันนี้ รร. ปิด เพราะเป็นวันเสาร์ ผมตื่นลุกขึ้นเวลาประมาณเกือบเจ็ดโมงเย็น เพราะรู้ว่าวันนี้ไม่ต้องไป รร. ผมเดินออกมายืนอยู่หน้าบ้านพัก ยืนสูดอากาศตอนเช้า รู้สึกเย็นสบาย มีลมหนาวผัดผ่านมากระทบตัวผม บางครั้งอากาศหนาว บางครั้งลมเย็นธรรมดาผัดผ่าน ขณะที่ยืนอยู่นั้นได้ยินเสียงชาวบ้านสองถึงสามคนที่มีหน้าที่ต้องลงจากหมู่บ้านไปซื้อน้ำมันเบนซินที่พื้นที่ราบ ตะโกนถามผมว่า ครูต้องการอะไรบ้างจะซื้อมาฝาก ผมนึกได้ว่าไข่ไก่หมด จึงขอฝากซื้อไข่ไก่มาให้สักยี่สิบฟอง พร้อมฝากเงินให้ไปซื้อด้วย จากนั้นชาวบ้านก็เดินจากไปตามแนวทางเดิน ไม่นานนักภาพกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวเดินลับหายไปจากแนวสันเขา

ชาวบ้านกลุ่มนี้เป็นกลุ่มชายที่แข็งแรง ที่ถูกชาวบ้านทั้งหมดเลือกทำหน้าที่เป็นม้าเร็วในการซื้อน้ำมันเบนซิน วันนี้เป็นวันที่สองของการจะฉายภาพยนต์ และเป็นวันแรกของประเพณีกินวอ คือประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ามูเซอ แต่ละบ้านจะเห็นควันไฟขโมง ชาวบ้านแต่ละครอบครัวเขาเตรียมอาหารเพื่อเตรียมเลี้ยงญาติพี่น้อง แต่ละหมู่บ้านที่จะมาเที่ยว และในหมู่บ้านปีนี้มีการฉายภาพยนต์ ผมเห็นเขาทำตามวิธีประเพณีผมก็รู้สึกดีใจไปด้วย และตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในงานประเพณี ได้เวลาก็เดินกลับเข้าบ้าน โดยเด็กชายทั้งสองทำอาหารเสร็จแล้ว

วันนี้สังเกตว่ามีอาหารหลายอย่าง มีผักที่กินอยู่ประจำ พิเศษมื้อนี้มีเนื้อหมูย่างปิ้งไฟกลิ่นหอม มีผัดผักป่าใส่เนื้อหมู ผมจึงถามเด็กชายจะสือว่า วันนี้มีอาหารพิเศษหลายอย่าง แต่เด็กจะกล้าชิงตอบว่ามีชาวบ้านได้นำเอาเนื้อหมูรมควันจำนวนหนึ่งขา ที่พูกแขวนไว้ริมฝาบ้าน และในถังก็มีพืชผักหลายอย่าง ชาวบ้านเอามาให้ตอนไหนผมถาม ตอนดูภาพยนต์ มีชาวบ้านเรียกผมกับเด็กชายจะสือว่า เอาไว้ให้ครูทำอาหารกิน จึงรับไว้นำเอาไว้บนบ้าน ว่าจะบอกให้ครูทราบตอนครูกลับจากการฉายภาพยนต์ เห็นครูเดินขึ้นมาบ้านแล้วเข้านอนและหลับในเวลารวดเร็ว พวกผมจึงไม่บอกครู นึกกันว่าวันพรุ่งนี้ค่อยบอกให้ครูทราบ

อาหารมื้อนี้ผมและเด็กชายทั้งสองกินแบบอร่อย เพราะไม่ต้องเปิดอาหารกระป๋องเหมือนทุกมื้อ เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อยและจัดเก็บเรียบร้อย ได้ออกมานั่งอยู่หน้าบ้านพัก วันนี้มีชาวบ้านเดินผ่านไปมาจำนวนมากกว่าทุกวัน จะทราบว่าชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านคือจะเรียกทักทายผมจะถามครูนอนหลับสบายหรือ บางคนก็ยิ้มให้โดยจะเดินผ่านมาใกล้ ๆ มีบางกลุ่มทราบว่าเป็นชาวบ้านต่างหมู่บ้าน เพราะเวลาจะเดินผ่านที่นั่งอยู่จะมีลักษณะกลัว ๆ เดินก้ม ๆ ค่อย ๆ เดินผ่าน จะมีผู้บรรยายนั่งอยู่ข้างผมก็เด็กชายทั้งสอง จะคอยบอกชาวบ้านกลุ่มนี้เป็นญาติใครจะอยู่หัวบ้านหรือท้ายบ้านหรือกลางหมู่บ้าน ผมนั่งอยู่สักพักหนึ่ง ก็รีบเข้าไปในบ้านเพราะเกรงใจชาวบ้านต่างถิ่นเขาจะเดินไปเยี่ยมญาติ เวลาผ่านหน้าบ้านพักของผมจะกลัวหรือมีอาการต่าง ๆให้เห็น

ผมกลับเข้านอนเล่นเพื่อพักผ่อน เด็กชายจะกล้าลงไปดูแลเอาน้ำเอาหญ้าให้ม้า ผมนอนนึกว่าเดินไปตามบ้านจะดีไหม ก็นึกได้ถ้าไปบ้านของชาวบ้าน ญาติพี่น้องชาวบ้านเขาจะกลัว ก็เลยนอนเล่นอยู่บนบ้านดีกว่า ผมบอกให้เด็กทั้งสองกลับไปที่บ้านของตนเอง เพื่อจะได้ไปพบญาติต่างหมู่บ้านที่มาเที่ยวในหมู่บ้าน ผมนอนเล่นหลับไป มารู้สึกตัวเสียงคนเดินขึ้นมาบนบ้าน จึงลุกขึ้นออกมาดูพบเด็กชายทั้งสองเดินกลับมาโดยมาพร้อมกับชาวบ้านผู้ชายสองคนเดินขึ้นมาบนบ้านพัก และได้นั่งอยู่ริมขอบฝาบ้านพัก

ทั้งสองยกมือไหว้ผมและบอกกับว่าเป็นญาติ ของเด็กชายทั้งสองมีฐานะเป็นพี่ชาย เมื่อปีที่แล้วได้เดินทางไปแต่งงานกับชาวเขามูเซออีกหมู่บ้านหนึ่ง ใช้เวลาเดินประมาณเกือบทั้งวัน วันนี้มางานประเพณีในหมู่บ้านและได้ทราบจากชาวเขาที่ได้บอกต่อกันไปว่า ในหมู่บ้านจะนะงานประเพณีปีนี้ จะมีการฉายภาพยนต์โดยครูได้นำมาฉายให้ดู บอกว่าขอขอบคุณครูที่เมตตาต่อน้องชายทั้งของเขา และครูเป็นครูคนแรกของหมู่บ้าน พวกชาวบ้านเขาดีใจที่หมู่เขามีครูมาสอนเด็กในหมู่บ้าน เขาได้หยิบห่อใบตองขนาดเล็ก ๆ สองชิ้นนำมาให้ผมเพื่อใช้กินเวลาอาหารขาดแคลน ผมเปิดดูแกะห่อใบตองออกเป็นขาหมูลมควัน สามขา อีกห่อแกะออกดูเป็นส่วนชายโครงหมูรมควัน ผมบอกว่าขอบคุณที่อุตส่าห์นำมาให้ จากนั้นได้นั่งคุยเป็นเวลานานพอสมควร ก็ลากลับไปเด็กชายจะกล้าจึงนำไปเก็บรวมกับที่มา เด็กชายจะเสือบอกว่าครูเรามีอาหารมากมาย ทำกับข้าวได้สบายไปหลายมื้อ
152118.jpg (72.95 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ไปต่อกันครับ :) :D
ไฟล์แนบ
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (304).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (304).jpg (117.69 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (305).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (305).jpg (122.04 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (314).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (314).jpg (99.91 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (235).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (310).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (310).jpg (124.8 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (311).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (311).jpg (107.79 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (321).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (324).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (324).jpg (145.42 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (328).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (330).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (332).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (336).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (336).jpg (137.73 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (337).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (340).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (342).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (344).jpg
The first trip of 2565 (297).JPG
The first trip of 2565 (298).JPG
The first trip of 2565 (298).JPG (98.64 KiB) เข้าดูแล้ว 302 ครั้ง
The first trip of 2565 (299).JPG
The first trip of 2565 (300).JPG
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: ในยามอับจน แม้ไปงานเลี้ยงก็มิมีคนทักทาย เมื่อใดร่ำรวย ซ่อนตัวเร้นกายบนเขาสูงก็มีคนตามไปเยี่ยมเยียน

ควบคุมคนมีปัญญา ด้วยคุณธรรมนำมิตร
ควบคุมคนด้อยปัญญา ด้วยกฏระเบียบ

คนฉลาดยินยอมน้อมศรีษะในบางสถานการณ์แต่ใช่ว่าจะยอมทิ้งความมุ่งมั่นปรารถนา

คนเมื่อยืนตรง เงาย่อมไม่คด หากกระทำดีจริง อย่ากลัวคนนินทาว่าร้าย

คนหนุ่มสาวมักหัวเราะคนชรา โดยลืมว่าวันหนึ่งตนต้องแก่เฒ่า

ต้นไม้ใหญ่เท่าหลายแขนโอบนั้น เมื่อก่อนเป็นเพียงไม้ต้นน้อยๆ ดังนั้นหากไม่เริ่มต้นเสียวันนี้ ก็มิมีวันอันยิ่งใหญ่

เข้มงวดเกินไป คนดีหนีหาย
หย่อนยานเกินไป คนเลวมาแวดล้อม

เอาชนะใจคนผู้หนึ่ง อาจต้องใช้เวลากว่าครึ่งปีทำลายน้ำใจคนผู้หนึ่ง ใช้เพียงครึ่งประโยคเท่านั้น

เรียนรู้ระดับสูง ใช่จะมีปัญญามาก
มองโลกให้ลึกซึ้ง ปัญญาจึงบังเกิด

ไม่เข้าป่าลึก ก็ไม่พบเสือ
รักษาชีวิตให้ดี มิพบเจออันตราย

เครดิต : สุภาษิตจีน 𝑺𝒊𝒏𝒈𝒏𝒖𝒆𝒏𝒈𝒕𝒉𝒊𝒄𝒉𝒂𝒃𝒐𝒌 : 𝒑𝒂𝒈𝒆
:idea: :idea:

:) :D สวัสดียามบ่าย ทีค่อนจะมืดฟ้ามัวฝน จะตกก็ไม่ตก อึมครึม เศร้า ๆ เหงา ๆ ผมบอกแต่ต้นแล้วว่าการไปเที่ยวสุโขทัยเมืองรองครั้งนี้ ผมทำการบ้านมากพอสมควรมีข้อสงสัยและกังขาหลายเรื่อง สุดท้ายเรื่องที่กังขาก็ต้องถูกระงับด้วยคำพูดของพระอาจารย์เจ้าอาวาสแห่งวัดบ้านวังหาด ซึ่งเหตุผลของท่านต้องยอมครับ

อีกที่หนึ่งที่ผมให้ความสนใจคือ ที่วัดศรีชุมครับ เมื่อเราเที่ยวภายในขอบรั้วราชธานีเรียบร้อย ก็ออกตระเวนภายนอกราชธานี วัดศรีชุมคือจุดหลักที่ไม่พลาด วัดศรีชุม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ ๑๑.๓๐ เมตร ซึ่งมีนามว่า "พระอจนะ" มีความหมายว่า ผู้ไม่หวั่นไหว ที่ร่ำลือกันว่าเป็นพระพูดได้ สันนิษฐานกันว่าวัดศรีชุมสร้างตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและกลายเป็นวัดร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๙๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีโครงการบูรณปฏิสังขรณ์เสียใหม

วัดศรีชุม (Si Chum Temple) มีพระประธานองค์ใหญ่ที่อยู่ภายในมณฑปซึ่งต่างจากวัดทั่วไปที่พระประธานมักอยู่ในโบสถ์ร่องรอยภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่มณฑปแม้จะลบเลือนไปมากแล้วแต่ก็ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงามยิ่งใหญ่ของวัดศรีชุม ในอดีตวัดนี้เป็นสถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ ๒ หรือศิลาจารึกวัดศรีชุม โดยรวมแล้ววัดศรีชุมจึงเป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีความสวยงามของศิลปะสมัยสุโขทัยที่แสดงออกผ่านองค์พระมณฑปเสาวิหารต่าง ๆ เสียดายผมไม่ได้ยินพระพูดได้ ตามที่เขาเล่ากัน และไม่ได้เข้าอุโมงค์ทราบว่าอุโมงค์ปิดมานานแล้ว
:( :(

:idea: :idea: ชื่นชมศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัยกับ ศ. ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ตอน 5 วัดศรีชุม :idea: :idea:
ไฟล์แนบ
The first trip of 2565 (319).JPG
The first trip of 2565 (319).JPG (127.49 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (321).JPG
The first trip of 2565 (321).JPG (133.21 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
มะม่วงต้นใหญ่ตั้งตระหง่านคู่อยู่กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่แห่งวัดศรีชุม
มะม่วงต้นใหญ่ตั้งตระหง่านคู่อยู่กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่แห่งวัดศรีชุม
The first trip of 2565 (339).JPG
The first trip of 2565 (339).JPG (95.35 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (328).JPG
The first trip of 2565 (328).JPG (137.47 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (329).JPG
The first trip of 2565 (329).JPG (128.73 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (332).JPG
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (348).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (348).jpg (91.44 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (349).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (349).jpg (107.31 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (350).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (350).jpg (58.8 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (351).jpg
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (351).jpg (65.79 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
เที่ยวเมืองรอง สุโขทัย (353).jpg
The first trip of 2565 (338).JPG
The first trip of 2565 (338).JPG (139.94 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (340).JPG
The first trip of 2565 (340).JPG (121.21 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (342).JPG
The first trip of 2565 (342).JPG (103.37 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (343).JPG
The first trip of 2565 (343).JPG (127.09 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (344).JPG
The first trip of 2565 (345).JPG
The first trip of 2565 (345).JPG (143.05 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (346).JPG
The first trip of 2565 (347).JPG
The first trip of 2565 (347).JPG (127.48 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 27 พ.ย. 2022, 16:49, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ไปต่อกันครับ :) :D
ไฟล์แนบ
วัดสะพานหิน จัดเป็นโบราณสถานนอกเขตกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางทิศตะวันตก ชื่อของวัดสะพานหินมาจากทางที่ปูด้วยหินชนวนก่อขึ้นจนดูคล้ายกำแพงหิน ปูเป็นทางจากบริเวณตีนเขาขึ้นไป 300 เมตร เมื่อขึ้นไปจะพบกับวิหารพระยืนที่สูงกว่า 12.5 เมตร พระพุทธรูปประทับยืนนี้มีนามว่า พระอัฎฐารส มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี
วัดสะพานหิน จัดเป็นโบราณสถานนอกเขตกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยทางทิศตะวันตก ชื่อของวัดสะพานหินมาจากทางที่ปูด้วยหินชนวนก่อขึ้นจนดูคล้ายกำแพงหิน ปูเป็นทางจากบริเวณตีนเขาขึ้นไป 300 เมตร เมื่อขึ้นไปจะพบกับวิหารพระยืนที่สูงกว่า 12.5 เมตร พระพุทธรูปประทับยืนนี้มีนามว่า พระอัฎฐารส มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี
The first trip of 2565 (345).JPG (116.02 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (351).JPG
The first trip of 2565 (351).JPG (97.41 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปที่นิยมสร้างกันในสมัยสุโขทัย วัดแห่งนี้ยังปรากฎอยู่ในศิลาจารึกที่ 1 โดยเชื่อว่าเป็นวัดที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงช้างเผือกขึ้นไปนบพระ (นมัสการ) ทุกวันข้างขึ้น 15 ค่ำและข้างแรม 15 ค่ำ อีกด้วย
นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปที่นิยมสร้างกันในสมัยสุโขทัย วัดแห่งนี้ยังปรากฎอยู่ในศิลาจารึกที่ 1 โดยเชื่อว่าเป็นวัดที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงช้างเผือกขึ้นไปนบพระ (นมัสการ) ทุกวันข้างขึ้น 15 ค่ำและข้างแรม 15 ค่ำ อีกด้วย
The first trip of 2565 (352).JPG (96.68 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
และถึงแม้เสาศิลาในพระวิหารนั้นอาจทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ความขลังของสถานที่แห่งนี้กลับไม่เคยลดน้อยลงเลย ใครตื่นเช้าไหว เราแนะนำให้ไปในตอนเช้าตรู่ เพราะที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
และถึงแม้เสาศิลาในพระวิหารนั้นอาจทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ความขลังของสถานที่แห่งนี้กลับไม่เคยลดน้อยลงเลย ใครตื่นเช้าไหว เราแนะนำให้ไปในตอนเช้าตรู่ เพราะที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
The first trip of 2565 (353).JPG (141.04 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (357).JPG
The first trip of 2565 (357).JPG (120.57 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (358).JPG
The first trip of 2565 (359).JPG
The first trip of 2565 (360).JPG
The first trip of 2565 (360).JPG (122.29 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (361).JPG
The first trip of 2565 (362).JPG
The first trip of 2565 (362).JPG (129.37 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (363).JPG
The first trip of 2565 (363).JPG (91.95 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (364).JPG
The first trip of 2565 (364).JPG (111.63 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (366).JPG
The first trip of 2565 (367).JPG
The first trip of 2565 (368).JPG
The first trip of 2565 (368).JPG (111.78 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
The first trip of 2565 (369).JPG
The first trip of 2565 (369).JPG (107.86 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
คุณไอ้จุ๊ก อยู่สอนจะนะนับปี ได้สร้างคุณูปการให้กับชาวเขาเผ่ามูเซอร์ จนชาวเขาให้ความไว้วางใจมากขึ้น ๆ เรียกว่าเนื้อหอม แต่ทุกสิ่งอย่างย่อมเป็นอนิจจัง (ไม่เที่ยง) วันเวลาล่วงไป ๆ ชีวิตไอ้จุ๊ก จะเป็นอย่างไรติดตามครับ<br /><br />ตอนที่ ๑๕<br /><br />เวลาบ่าย ๆ มีชาวบ้านเป็นกลุ่ม ๆ เดินตรงเข้ายังบ้านพัก ที่ผมกับเด็กชายนั่งอยู่ ดูว่าชาวบ้านเขามาทำไม เมื่อหัวหน้ากลุ่มเดินมาใกล้ผมในมือถือกระบอกน้ำไม้ไผ่  บอกให้ผมยื่นมือออกไปพร้อมกันโดยให้พ้นบ้านพักจากนั้นเขาพูดเป็นภาษามูเซอ ผมฟังไม่รู้เรื่องว่าพูดว่าอย่างไร จากนั้นก็ราดน้ำในกระบอกน้ำใส่มือผมทั้งสองข้าง รู้คำพูดสุดท้ายโดยพูดว่า ขอให้ครูโชคดีปีใหม่มูเซอ กลุ่มแรกลงไปกลุ่มสองที่สามก็เรียงทำเหมือนกลุ่มแรก แต่ละกลุ่มจะนำพืชผักเอากองไว้ให้ เมื่อหมดทุกกลุ่มแล้วเด็กชายทั้งสองก็มีหน้าที่ เป็นลูกศิษย์เก็บปัจจัยต่าง ๆ เข้าที่เข้าทาง <br /><br />รอวันต่อไปประเพณีกินวอชาวบ้านเขามีอยู่เจ็ดวัน เวลาเกือบจะสี่โมงเย็นผู้ช่วยผู่ใหญ่บ้านเดินมาพร้อมกับชาวบาน ซึ่งเป็นผู้หญิงประมาณห้าหกคนเดินขึ้นบ้านพัก โดยนำเอาหารที่กลุ่มผู้หญิงปรุงมาเสร็จเรียบร้อย  พร้อมด้วยข้าวเหนียวนึ่งสุขแล้วยังเห็นควันลอยอยู่  แสดงว่าทำเสร็จมาใหม่ ๆ กลุ่มผู้หญิงเขารวมกันทำกับข้าวให้ครู ผมบอกขอขอบคุณทุกคนนะที่กลัวครูไม่มีอาหารกิน ผมสังเกตกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนี้จะเคยเห็นหน้า ขณะที่ผมกำลังจ้องมองอยู่ มีเสียงดังมาด้านหัวแถวว่า ครูจำคณะภาคบันเทิงที่ครูตั้งชื่อไว้ ที่มาเต้นรำ ร้องเพลงทุกค่ำคืนอย่างไรเล่า ผมจึงถึงบางออทราบทันที <br /><br />จะยังมีคำเชิญว่าคืนนี้ก่อนภาพยนต์จะฉาย ที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่จะมีร้องรำทำเพลงกัน  จะมีกลุ่มหนุ่มสาวต่างหมู่บ้านมาร่วมด้วยครูต้องไปร่วม  พวกเราได้ทำที่นั่งครูไว้แล้วจากนั้นหันมาบอกให้เด็กชายทั้งสองว่าได้เวลาพาครูไปนั่งที่นั่งได้จัดไว้แล้ว ผมต้องยอมตามเงื่อนไขทุกประการ จากนั้นกลุ่มสาวพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ลาลงจากบ้านไป ผมบอกเด็กชายทั้งสองว่าวันนี้ไม่ต้องทำกับข้าว มีอาหารเพียบอุดมสมบูรณไปอีกหนึ่งมื้อ ได้เวลาจึงเอาอาหารเอามากิน มื้อนี้มีแต่เนื้อหมูผักไม่มี ข้าวเหนียวยังอุ่น ๆ ร้อน ๆ เสร็จภารกิจแล้วต่างคนเตรียมตัวเพื่อจะไปที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน<br /><br />       เมื่อทุกอย่างพร้อมเสียงแคนสั้นดังขึ้น วันนี้เสียงแคนสั้นจะดังขึ้นพร้อมกันทั้งสี่มุมของลานแสดง จากนั้นกลุ่มหนุ่มสาวออกมาเต้นเป็นวงกลม สังเกตเห็นว่ามีกลุ่มหนุ่มสาวเป็นจำนวนมากดูผิดตาไปกว่าทุกครั้ง เห็นสาว ๆ หลายคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มาทราบว่ากลุ่มหนุ่มสาวเหล่านี้ได้เดินทางมาจากหมู่บ้าน มาพักบ้านญาติในหมู่บ้านจะนะ เห็นทุกคนมีความสุขจะร้องเพลงไปพร้อมกับเต้น การร้องเพลงการเต้นจะเป็นจังหวะให้หนุ่มสาวต่างหมู่บ้านมาพบกัน ยิ่งปีนี้ในหมู่บ้านจะนะมีภาพยนต์ฉายให้ดูด้วย ทำให้พี่น้องต่างหมู่มาเที่ยวกัน เมื่อการเต้นการร้องเพลงสิ้นสุดลง ผมพร้อมทั้งเด็กชายสามก็พร้อมจะฉายภาพยนต์ เสียงเครื่องปั่นดังขึ้นมาพร้อมแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้าขนาดหกสิบวัตต์ เสียงชาวบ้านตบมือทุกคนเข้าประจำที่นั่ง โดยเลือกได้หลายระยะจะไกลหรือใกล้ แล้วแต่ละบุคคลเลือก แถมมีการจุดกองไฟให้ความร้อนด้วย เมื่อทุกอย่างเสร็จผมเริ่มฉายภาพยนต์ เสียงชาวบ้านเงียบมีความตั้งอกตั้งใจดูภาพยนต์ <br /><br />ม้วนแรกจบแสงไฟฟ้าก็สว่างขึ้น หยุดพักประมาณห้านาที เพื่อให้เครื่องฉายไม่ร้อน ไอ้เครื่องฉายมันไม่หลอกอันคนฉายภาพยนต์นั่งตัวงอต้านลมหนาวอยู่ การหยุดพักชั่วเวลาก็เพื่อจะให้ชาวบ้านได้ลุกฉี่ก่อนหรือลุกเดินไปเดินมาเพื่อคลายเส้นสายของแต่ละคน แต่ในส่วนลึกนั้นผมไม่อยากฉายติดต่อกันเพราะม้วนภาพยนต์มีแค่สามม้วนเท่านั้น เมื่อได้เวลาเริ่มฉายภาพยนต์ ไฟฟ้าก็ดับลงทุกคนรีบเข้าที่นั่งของตนเอง ขณะที่กำลังฉายไปได้ครึ่งม้วน เกิดลมพัดแรงพัดเอาจ่อภาพยนต์ล้ม ผมหยุดฉายเปิดไฟฟ้าสว่างขึ้นได้ยินเสียงชาวบ้านวิ่งช่วยกันดึงเชือกเสาจอภาพยนต์ บางคนยืนเอามือยันเสาจอไว้ ชาวบ้านจากสิบกว่าคนช่วยกันแต่ต้านแรงลมไม่ไหว มีชาวบ้านอีกกลุ่มวิ่งเข้าช่วยจากนั้นรู้สึกว่าชาวบ้านที่นั่งดูร่วมช่วยกัน  มีทั้งเด็กชายเด็กหญิง ผู้สุงอายุก็เข้าร่วมช่วยกัน พอแรงลมเริ่มอ่อนแรง จึงช่วยกันผูกมัดเชือกอยู่กับที่ได้ <br /><br />เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ฉายภาพยนต์ต่อ ฉายม้วนที่สองจบติดตามด้วยม้วนที่สามเลย เพราะเสียเวลาจากแรงลมไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อภาพยนต์จบ เปิดไฟฟ้าให้แสงเพื่อให้ชาวบ้านได้อาศัยแสงสว่างจากไฟฟ้ากลับบ้านไปด้วยความสะดวกขึ้น ผมพร้อมเด็กชายทั้งสองรีบเก็บอุปกรณ์เครื่องฉายขึ้นบ้านพัก จากนั้นก็ปิดไฟฟ้าและปิดเครื่องปั่นไฟ  ก่อนจะขึ้นบ้านผมแวะไปดูม้าที่ผูกไว้ข้างบ้านพัก ตรงไปลูบหัวม้า  ดูเหมือนว่ามันก็รับรู้มีอาการนิ่งเฉย ผมฉายไฟฉายไปรอบ ๆ บริเวณผูกม้า พบมีกองหญ้าที่เกี่ยวมายังสด ๆอยู่และมีกระบอกไม้ไผ่แขวนไว้สามสี่กระบอก เด็กชายจะกล้าเดินลงจากบ้านมาที่ผมยืนดูม้า แล้วพูดบอกว่าเด็กนักเรียนทั้งชายหญิงเขาช่วยไปเกี่ยวหญ้าไว้ให้ม้ากินและเอาน้ำมาให้ม้า  กระบอกน้ำอีกห้าหกกระบอกเอาให้ครูใช้ล้างหน้า จากนั้นผมกับเด็กชายจะกล้าก็พาเดินขึ้นบ้านพัก เสร็จภารกิจของตนเองก็รีบเข้านอนต่อเพื่อไว้ต่อสู้เหตุการภายหน้าต่อไปอีก<br /><br />                รุ่งเช้าวันนี้ผมตื่นสายเช่นเคย เพราะอ่อนเพลียต่อภารกิจต่าง ๆ ทำภารกิจของตนเองเสร็จ เตรียมกินข้าวโดยเด็กชายทั้งสองจะเป็นผู้จัดทำ วันนี้แปลกใจตั้งแต่เข้าวันประเพณีจะมีอาหารพิเศษทุกมื้อ เด็กชายทั้งสองก็ไม่ได้ทำจะมีผู้ชายบ้างผู้หญิงบ้างนำมาให้เสมอทุกมื้อ บางมื้อเอามาให้กินผู้เอามาให้จะนั่งดูด้วยว่ากินหรือไม่ บางครั้งผมให้มากินร่วมกันพร้อมเด็กชาย บางคนก็ไม่กล้านั่งกินร่วม นั่งมองดูว่าผมชอบอาหารแบบไหน ถ้ากินข้าวจานไหมมากกว่าจานอื่น มื้อต่อไปรับรองว่ามีติดตามมาทุกมื้อ เหมือนกับญาติโยมไปวัดถวายอาหารพระ ถ้ารู้ว่าชอบอาหารแบบไหนมากรับรองว่าพระได้ฉันอาหารจนหายอยาก ผมกับเด็กชายทั้งสองคนก็เหมือนกัน บางมื้อกินไปมองกันไป ทำเป็นอร่อย อาหารนำมาให้กินนั้นจะหนักไปทางเนื้อหมู ชาวบ้านเขาจะย่างให้แห้งหรือลมควัน นำเอามาทอดหรือปิ้ง กินแล้วก็อร่อยดีแต่กินทุกมื้อมันก็หืดขึ้นคอเหมือนกัน<br /><br />                ตอนบ่ายกว่า ๆ ขณะนั่งพักผ่อนอยู่บ้านพักมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนำชาวบ้านประมาณสามสี่คนขึ้นมาบนบ้านพัก ขอพูดคุยกับผม เราจึงพากันไปนั่งคุยที่ลานหน้าบ้านพักเพราะบริเวณกว้างกว่าบนบ้าน เมื่อต่าง ๆ คนต่างหาที่นั่งเฉพาะตัวแล้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้พูดแนะนำตัวชาวบ้านคนหนึ่งในกลุ่มนั้น และได้ชี้ไปยังชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนอื่น และแนะนำตัวว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านในเขตประเทศพม่า วันนี้ได้พาชาวบ้านในเขตประเทศพม่าจำนวนประมาณสิบกว่าคนได้เดินทางมายังบ้านจะนะ  และจะมีพี่น้องที่เดินไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ทราบว่าในหมู่บ้านจะนะมีการฉายภาพยนต์ให้ชาวบ้านดู ผู้ใหญ่บ้านจึงได้นำชาวบ้านในเขตประเทศพม่าเข้ามาดูการฉายภาพยนต์และมาร่วมประเพณีกินวอด้วย  บ้านทั้งสองประเทศก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  เคยไปมาหาสู่กันอยู่เสมอมา และทางหมู่บ้านจะนะผู้ช่วยผู้ใหญ่ก็รับรู้แล้ว ผมบอกว่าไม่เป็นอย่างไร มาอยู่พักกับญาติทางหมู่บ้าน ก็อยู่กินสบายไม่ต้องกังวนใจใด อีกอย่างหนึ่งผมก็รับทราบด้วย กลุ่มชาวบ้านต่างถิ่นดูรู้สึกมีท่าทางชื่นมื่นไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับ การพูดคุยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจทุกอย่างจนเป็นที่พอใจ จากนั้นก็ลาผมกลับไปพักผ่อนตามบ้านญาติ<br /><br /><br />                 วันนี้เป็นคืนที่สามของการฉายภาพยนต์ ก่อนจะฉายภาพยนต์กลุ่มหนุ่มสาวบ้านจะนะได้จัดชุดการเต้นไว้ต้อนรับญาติที่เดินทางข้ามภูเขาเข้ามาหมู่บ้านเพื่อร่วมงานประเพณีกินวอ แถมได้ดูภาพยนต์ด้วย โดยมากจะไม่เคยได้ดูมาก่อนเลย เมื่อแสงอาทิตย์มืดสนิทมีแสงดวงจันทร์ขึ้นมาแทนส่องแสงสว่าง รอบ ๆ ลานหมู่บ้านชาวบ้านได้นำเอาไม้มาทำคบเพลิงจุดแสงสว่างไปทั่วลานเต้น เมื่อได้เวลาเสียงแคนสั้นแคนยาวดังขึ้นพร้อม ๆ กัน กลุ่มหนุ่มที่เป่าแคนสั้นแคนยาวและยืนสลับกัน ทั้งเป่าทั้งเต้นเป็นจังหวะดังพรึบ ๆ พร้อมกัน เสียงกระแทกมีเสียงดังไปทั่วลาน เมื่อคนเป่าแคนชุดแรกหมุนเวียนวนออกให้วงกว้างขึ้น จากนั้นมีกลุ่มชายอีกชุดเป่าแคนสั้นล้วน ๆ เดินเป่าผ่าเข้ากลางวงกลมทำเป็นวงเล็กขยายออกทำวงกว้างซ้อนวงแรก แปลกใจว่าเสียงแคนทั้งสองวงจะเป่าเป็นเสียงเดียวกัน เสียงแคนจะดังไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ผมนั่งฟังทั้งที่ไม่รู้ความหมายของเสียงแคน แต่รับว่าเสียงไพเราะจริง ๆ ผมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงทำให้หลงเสียงแคนไปด้วย <br /><br />เสียงแคนที่ดังอยู่ติดต่อกันเป็นเวลานาน จากนั้นก็เริ่มเบาลง ๆ มีกลุ่มสาวได้วิ่งเข้าวงมีประมาณยี่สิบคน ด้วยแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้ตบมือพร้อมกันตามเสียงแคนที่เบาเสียงลง จากนั้นเสียงตบมือก็ดังพร้อมเริ่มเกิดเสียงดังไปทั่วลาน พร้อมกันนั้นได้เอาขาเกี่ยวกันแบ่งเป็นสองกลุ่มเต้นไปพร้อมจังวะตบมือ เมื่อการเต้นผสมกลมเกลียวกันกับเสียงร้อง  เพลงดังขึ้น ๆ เป็นผู้หญิงล้วน ๆเสียงเพลงร้องพร้อมกันในหมู่คนจำนวนมากจึงให้เกิดมีเสียงแห่งพลัง เสียงเพลงจะเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นเสียงเพลงเบาลง ๆ แต่เมื่อเสียงเบาลงก็ไม่ขาดเสียง เสียงเพลงจะดังอย่างต่อเนื่องใช้เป็นเวลานาน จากนั้นเสียงเพลงก็เริ่มดังขึ้นอีกพร้อมกับเสียงแคนที่คอยให้จังหวะเพลง และก็เบาลงอีกและก็เสียงดังขึ้นมาอีก จะสลับกันไปมา <br /><br />ผมสังเกตในกลุ่มสาวที่ออกมาเต้นมาร้องเพลง  จะมีผู้หญิงในหมู่บ้าน ปะปนกับผู้หญิงต่างหมู่บ้านที่เข้าร่วมกันร้องรำทำเพลง ผมนึกอยู่ในใจว่าประเพณีการเป่าแคน การร้องเพลง การเต้นรำ จะต้องเป็นวัฒนาธรรมเดียวกันสืบสานสายสัมพันธุ์เดียวกัน แต่แบ่งแผ่นดินออกเป็นพรมแดน  เพื่อจะแบ่งเขตแดนว่าอันนี้ประเทศฉันฝั่งโน้นเป็นประเทศเธอ โดยใช้สันเขาล่องน้ำตามธรรมชาติเป็นแนวที่กำหนดไว้ วงบันเทิงเริ่มเสียงเบาลง เบาลง จนในที่สุดเสียงร้องเสียงแคน และการเต้นรำหยุดลง เสียงชาวบ้านต่างร้องโห่ร้องและตบมือเสียงดังไปทั่วจากนั้นคบเพลิงก็เริ่มถูกชาวบ้านจุด พากันเดินไปที่ลานฉายภาพยนต์ จะจุดไฟเป็นกองไฟเพื่อเอาพิงแก้หนาว ขณะที่จะดูภาพยนต์ต่อ ผมเด็กชายทั้งสองก็เข้าประจำหน้าที่ เด็กชายจะกล้ากับผมลำดับแรกต้องปั่นไฟก่อน ใช้เวลาไม่นานนักเสียงเครื่องปันก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฟ้าสว่างขึ้นชาวบ้านต่างร้องเสียงดังไปทั่วพร้อมความสว่าง ผมให้เด็กชายจะเสือไปตรวจเช็คเสาจอภาพยนต์ก่อนว่ามันแน่นไหมจะไม่ให้เกิดซ้ำรอยเดิม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเครื่องฉายเริ่มทำงานตามปกติ ไฟฟ้าดับลง เสียงชาวบ้านที่มานั่งดูภาพยนต์เงียบสนิท นั่งดูภาพยนต์อย่างใจจดจ่อ ผมก็ฉายตามกติกา จบหนึ่งม้วนพักเครื่องฉายประมาณห้านาที เมื่อได้เวลาก็เริ่มฉายจนหมดม้วนที่สอง จบม้วนที่สองหยุดพักประมาณห้านาที จากนั้นก็ฉายม้วนที่สามต่อเมื่อจบม้วนที่สามแสงไฟฟ้าก็แสวงขึ้น ชาวบ้านก็เริ่มลุกกลับบ้านของตนเอง<br /><br /> ขณะที่ผมกำลังเก็บอุปกรณ์อยู่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาเชิญผมไปร่วมประชุมกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ผมบอกเด็กชายทั้งสองคนช่วยกันเก็บอุปกรณ์เครื่องฉายขึ้นบ้านพัก จากนั้นผมก็เดินไปยังบ้านผู้ใหญ่ ขึ้นบนบ้านก็พบเห็นชาวบ้านเป็นกลุ่มนั่งล้อมวงอยู่ มีอาหาร สุรา ตั้งไว้หลายขวด ในวงนั้นก็มีพี่อัศวินนั่งร่วมวงอยู่ด้วย เมื่อผมนั่งลงเรียบร้อยตามที่เขาจัดไว้ ผู้ใหญ่บ้านถามผมว่า ครูอาหารการกินของครูพอเพียงหรือ? ถ้าครูขาดสิ่งไหนก็บอกให้ผมด้วย หรือบอกผู้ช่วยผู้ใหญ่หรือชาวบ้านคนไหนก็ได้ เมื่อถามสภาพการเป็นอยู่เป็นที่พอใจแล้ว ผู้ใหญ่บ้านได้พูดว่า ครูครับวันพรุ่งนี้มันจะครบกำหนดตามที่ครูขออนุญาต พวกผมมาปรึกษากันทั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน ญาติบางครอบครัวก็เดินทางมายังไม่ถึงหมู่บ้านของเรา เพราะชาวบ้านบางหมู่บ้านใช้เวลาเดินหลายวัน ในความรู้สึกของผมก็มีความรู้สึกเหมือนผู้ใหญ่บ้านได้พูด เพราะผมเองมีความสัมพันธุ์กับชาวบ้านอยู่ รู้เห็นเหตุการณ์มาตลอด. <br /><br />ผมนั่งเพื่อให้คณะกรรมการหมู่บ้านได้พูดในที่ประชุม เพื่อได้แสดงความรู้สึกออกมา ผมนั่งฟังคณะกรรมออกความเห็นทุกคนแล้ว ผมจึงหันไปถามพี่อัศวินว่า พี่จะทำอย่างไร พี่แกพูดว่าจากที่คณะกรรมการหมู่บ้านได้แสดงความคิดเห็นก็เห็นด้วย ถ้าจะขนไปเครื่องปั่นไฟฟ้าก็จะไม่มีใครช่วยกันแบกลงภูเขา แม้แต่ขาขึ้นยังแบกแทบตาย และพูดต่อว่าขึ้นมาอยู่หมู่บ้านนี้อยู่กินนอนผู้ใหญ่บ้านก็ต้อนรับอย่างดี และยังไม่ได้ทำหน้าที่ฉายภาพยนต์เลย ครูจัดการทุกอย่าง คณะกรรมการได้ประชุมร่วมกันว่าขอฉายภาพยนตร์ต่อไปอีกสี่วัน ครบเจ็ดวันตามประเพณีกินวอพอดี โดยพี่อัศวินขอรบกวนว่าถ้าฉายครบกำหนด จัดนำเครื่องปั่นไฟและอุปกรณ์เครื่องฉายส่งฝากไว้ที่กองร้อยหนึ่ง จากนั้นจะขอรถยนต์ของกองร้อยฯ นำส่งกองกำกับการอีกทอดหนึ่ง ผมรับปากว่าจะดำเนินทุกอย่างให้ เมื่อทุกอย่างสรุปลงได้  คณะกรรมการในที่ประชุมมีเสียงหัวเราะปนกับความดีใจที่ทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ผมจะจากวงประชุมก็เห็นผู้ใหญ่บ้านต่างแดนนั่งอมยิ้ม แกจะยิ้มให้ผมตลอดที่นั่งประชุม ผู้ใหญ่บ้านต่างแดนรีบขยับเข้ามานั่งใกล้แล้วยกแก้วใสใหม่กว่าทุกแก้วที่อยู่ในวงสุรา สุราในแก้วไม่ได้เป็นสุราข้าวโพดที่ขยาดมาแล้ว คงจะเป็นสุราพื้นราบผมเห็นแวบเป็นขวดสุราตรากวาง แล้วเป็นพูดภาษามูเซอผมฟังไม่รู้ ผู้ใหญ่บ้านรีบแปลเป็นภาษาไทยบอกว่าเขาชื่นชอบครูมาก  ดูการกระทำของครูมาตลอดเวลาที่เข้ามาพักในหมู่บ้าน ขอให้ครูดื่มสุราเพื่อจะได้ขวัญกำลังใจ ผู้ใหญ่บ้านได้หันไปบอกผู้ใหญ่บ้านต่างหมู่บ้านว่า ครูไม่ดื่มสุราผมดูอาการของผู้ใหญ่ต่างหมู่บ้าน  แกสะอึก ใบหน้าเปลี่ยนสีทันที <br /><br />ผมทราบถึงความรู้สึกจึงรีบจับแก้วสุราไว้ พูดว่าวันนี้ผมจะดื่มสุราแก้วนี้เพื่อผู้ใหญ่บ้านต่างหมู่บ้านและยินดีต้อนรับด้วย จากนั้นยกแก้วดื่มไปประมาณครึ่งแก้ว แล้วส่งกลับให้ผู้ใหญ่ต่างหมู่บ้านรับช่วงต่อให้หมดแก้ว ได้ยินเสียงตบมือแสดงความดีใจด้วย ผมจึงรีบขอตัวกลับบ้าน ขืนอยู่ต่อคงเมาแน่  ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่เดินไปส่งครูที่บ้านพัก ผมเดินลงจากบ้านผู้ใหญ่บ้านพบเด็กชายทั้งสองรอผมอยู่หน้าลานผู้ใหญ่แล้ว จากนั้นก็พากันกลับบ้านพัก เมื่อเดินมาถึงบ้านพักรีบทำภารกิจให้เสร็จเด็กชายจะกล้าได้เตรียมกระบอกน้ำให้ผมใช้ล้างหน้าเช็ดตัว เมื่อเสร็จก็รีบเข้านอนทันที
คุณไอ้จุ๊ก อยู่สอนจะนะนับปี ได้สร้างคุณูปการให้กับชาวเขาเผ่ามูเซอร์ จนชาวเขาให้ความไว้วางใจมากขึ้น ๆ เรียกว่าเนื้อหอม แต่ทุกสิ่งอย่างย่อมเป็นอนิจจัง (ไม่เที่ยง) วันเวลาล่วงไป ๆ ชีวิตไอ้จุ๊ก จะเป็นอย่างไรติดตามครับ

ตอนที่ ๑๕

เวลาบ่าย ๆ มีชาวบ้านเป็นกลุ่ม ๆ เดินตรงเข้ายังบ้านพัก ที่ผมกับเด็กชายนั่งอยู่ ดูว่าชาวบ้านเขามาทำไม เมื่อหัวหน้ากลุ่มเดินมาใกล้ผมในมือถือกระบอกน้ำไม้ไผ่ บอกให้ผมยื่นมือออกไปพร้อมกันโดยให้พ้นบ้านพักจากนั้นเขาพูดเป็นภาษามูเซอ ผมฟังไม่รู้เรื่องว่าพูดว่าอย่างไร จากนั้นก็ราดน้ำในกระบอกน้ำใส่มือผมทั้งสองข้าง รู้คำพูดสุดท้ายโดยพูดว่า ขอให้ครูโชคดีปีใหม่มูเซอ กลุ่มแรกลงไปกลุ่มสองที่สามก็เรียงทำเหมือนกลุ่มแรก แต่ละกลุ่มจะนำพืชผักเอากองไว้ให้ เมื่อหมดทุกกลุ่มแล้วเด็กชายทั้งสองก็มีหน้าที่ เป็นลูกศิษย์เก็บปัจจัยต่าง ๆ เข้าที่เข้าทาง

รอวันต่อไปประเพณีกินวอชาวบ้านเขามีอยู่เจ็ดวัน เวลาเกือบจะสี่โมงเย็นผู้ช่วยผู่ใหญ่บ้านเดินมาพร้อมกับชาวบาน ซึ่งเป็นผู้หญิงประมาณห้าหกคนเดินขึ้นบ้านพัก โดยนำเอาหารที่กลุ่มผู้หญิงปรุงมาเสร็จเรียบร้อย พร้อมด้วยข้าวเหนียวนึ่งสุขแล้วยังเห็นควันลอยอยู่ แสดงว่าทำเสร็จมาใหม่ ๆ กลุ่มผู้หญิงเขารวมกันทำกับข้าวให้ครู ผมบอกขอขอบคุณทุกคนนะที่กลัวครูไม่มีอาหารกิน ผมสังเกตกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนี้จะเคยเห็นหน้า ขณะที่ผมกำลังจ้องมองอยู่ มีเสียงดังมาด้านหัวแถวว่า ครูจำคณะภาคบันเทิงที่ครูตั้งชื่อไว้ ที่มาเต้นรำ ร้องเพลงทุกค่ำคืนอย่างไรเล่า ผมจึงถึงบางออทราบทันที

จะยังมีคำเชิญว่าคืนนี้ก่อนภาพยนต์จะฉาย ที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่จะมีร้องรำทำเพลงกัน จะมีกลุ่มหนุ่มสาวต่างหมู่บ้านมาร่วมด้วยครูต้องไปร่วม พวกเราได้ทำที่นั่งครูไว้แล้วจากนั้นหันมาบอกให้เด็กชายทั้งสองว่าได้เวลาพาครูไปนั่งที่นั่งได้จัดไว้แล้ว ผมต้องยอมตามเงื่อนไขทุกประการ จากนั้นกลุ่มสาวพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ลาลงจากบ้านไป ผมบอกเด็กชายทั้งสองว่าวันนี้ไม่ต้องทำกับข้าว มีอาหารเพียบอุดมสมบูรณไปอีกหนึ่งมื้อ ได้เวลาจึงเอาอาหารเอามากิน มื้อนี้มีแต่เนื้อหมูผักไม่มี ข้าวเหนียวยังอุ่น ๆ ร้อน ๆ เสร็จภารกิจแล้วต่างคนเตรียมตัวเพื่อจะไปที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน

เมื่อทุกอย่างพร้อมเสียงแคนสั้นดังขึ้น วันนี้เสียงแคนสั้นจะดังขึ้นพร้อมกันทั้งสี่มุมของลานแสดง จากนั้นกลุ่มหนุ่มสาวออกมาเต้นเป็นวงกลม สังเกตเห็นว่ามีกลุ่มหนุ่มสาวเป็นจำนวนมากดูผิดตาไปกว่าทุกครั้ง เห็นสาว ๆ หลายคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มาทราบว่ากลุ่มหนุ่มสาวเหล่านี้ได้เดินทางมาจากหมู่บ้าน มาพักบ้านญาติในหมู่บ้านจะนะ เห็นทุกคนมีความสุขจะร้องเพลงไปพร้อมกับเต้น การร้องเพลงการเต้นจะเป็นจังหวะให้หนุ่มสาวต่างหมู่บ้านมาพบกัน ยิ่งปีนี้ในหมู่บ้านจะนะมีภาพยนต์ฉายให้ดูด้วย ทำให้พี่น้องต่างหมู่มาเที่ยวกัน เมื่อการเต้นการร้องเพลงสิ้นสุดลง ผมพร้อมทั้งเด็กชายสามก็พร้อมจะฉายภาพยนต์ เสียงเครื่องปั่นดังขึ้นมาพร้อมแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้าขนาดหกสิบวัตต์ เสียงชาวบ้านตบมือทุกคนเข้าประจำที่นั่ง โดยเลือกได้หลายระยะจะไกลหรือใกล้ แล้วแต่ละบุคคลเลือก แถมมีการจุดกองไฟให้ความร้อนด้วย เมื่อทุกอย่างเสร็จผมเริ่มฉายภาพยนต์ เสียงชาวบ้านเงียบมีความตั้งอกตั้งใจดูภาพยนต์

ม้วนแรกจบแสงไฟฟ้าก็สว่างขึ้น หยุดพักประมาณห้านาที เพื่อให้เครื่องฉายไม่ร้อน ไอ้เครื่องฉายมันไม่หลอกอันคนฉายภาพยนต์นั่งตัวงอต้านลมหนาวอยู่ การหยุดพักชั่วเวลาก็เพื่อจะให้ชาวบ้านได้ลุกฉี่ก่อนหรือลุกเดินไปเดินมาเพื่อคลายเส้นสายของแต่ละคน แต่ในส่วนลึกนั้นผมไม่อยากฉายติดต่อกันเพราะม้วนภาพยนต์มีแค่สามม้วนเท่านั้น เมื่อได้เวลาเริ่มฉายภาพยนต์ ไฟฟ้าก็ดับลงทุกคนรีบเข้าที่นั่งของตนเอง ขณะที่กำลังฉายไปได้ครึ่งม้วน เกิดลมพัดแรงพัดเอาจ่อภาพยนต์ล้ม ผมหยุดฉายเปิดไฟฟ้าสว่างขึ้นได้ยินเสียงชาวบ้านวิ่งช่วยกันดึงเชือกเสาจอภาพยนต์ บางคนยืนเอามือยันเสาจอไว้ ชาวบ้านจากสิบกว่าคนช่วยกันแต่ต้านแรงลมไม่ไหว มีชาวบ้านอีกกลุ่มวิ่งเข้าช่วยจากนั้นรู้สึกว่าชาวบ้านที่นั่งดูร่วมช่วยกัน มีทั้งเด็กชายเด็กหญิง ผู้สุงอายุก็เข้าร่วมช่วยกัน พอแรงลมเริ่มอ่อนแรง จึงช่วยกันผูกมัดเชือกอยู่กับที่ได้

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ฉายภาพยนต์ต่อ ฉายม้วนที่สองจบติดตามด้วยม้วนที่สามเลย เพราะเสียเวลาจากแรงลมไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อภาพยนต์จบ เปิดไฟฟ้าให้แสงเพื่อให้ชาวบ้านได้อาศัยแสงสว่างจากไฟฟ้ากลับบ้านไปด้วยความสะดวกขึ้น ผมพร้อมเด็กชายทั้งสองรีบเก็บอุปกรณ์เครื่องฉายขึ้นบ้านพัก จากนั้นก็ปิดไฟฟ้าและปิดเครื่องปั่นไฟ ก่อนจะขึ้นบ้านผมแวะไปดูม้าที่ผูกไว้ข้างบ้านพัก ตรงไปลูบหัวม้า ดูเหมือนว่ามันก็รับรู้มีอาการนิ่งเฉย ผมฉายไฟฉายไปรอบ ๆ บริเวณผูกม้า พบมีกองหญ้าที่เกี่ยวมายังสด ๆอยู่และมีกระบอกไม้ไผ่แขวนไว้สามสี่กระบอก เด็กชายจะกล้าเดินลงจากบ้านมาที่ผมยืนดูม้า แล้วพูดบอกว่าเด็กนักเรียนทั้งชายหญิงเขาช่วยไปเกี่ยวหญ้าไว้ให้ม้ากินและเอาน้ำมาให้ม้า กระบอกน้ำอีกห้าหกกระบอกเอาให้ครูใช้ล้างหน้า จากนั้นผมกับเด็กชายจะกล้าก็พาเดินขึ้นบ้านพัก เสร็จภารกิจของตนเองก็รีบเข้านอนต่อเพื่อไว้ต่อสู้เหตุการภายหน้าต่อไปอีก

รุ่งเช้าวันนี้ผมตื่นสายเช่นเคย เพราะอ่อนเพลียต่อภารกิจต่าง ๆ ทำภารกิจของตนเองเสร็จ เตรียมกินข้าวโดยเด็กชายทั้งสองจะเป็นผู้จัดทำ วันนี้แปลกใจตั้งแต่เข้าวันประเพณีจะมีอาหารพิเศษทุกมื้อ เด็กชายทั้งสองก็ไม่ได้ทำจะมีผู้ชายบ้างผู้หญิงบ้างนำมาให้เสมอทุกมื้อ บางมื้อเอามาให้กินผู้เอามาให้จะนั่งดูด้วยว่ากินหรือไม่ บางครั้งผมให้มากินร่วมกันพร้อมเด็กชาย บางคนก็ไม่กล้านั่งกินร่วม นั่งมองดูว่าผมชอบอาหารแบบไหน ถ้ากินข้าวจานไหมมากกว่าจานอื่น มื้อต่อไปรับรองว่ามีติดตามมาทุกมื้อ เหมือนกับญาติโยมไปวัดถวายอาหารพระ ถ้ารู้ว่าชอบอาหารแบบไหนมากรับรองว่าพระได้ฉันอาหารจนหายอยาก ผมกับเด็กชายทั้งสองคนก็เหมือนกัน บางมื้อกินไปมองกันไป ทำเป็นอร่อย อาหารนำมาให้กินนั้นจะหนักไปทางเนื้อหมู ชาวบ้านเขาจะย่างให้แห้งหรือลมควัน นำเอามาทอดหรือปิ้ง กินแล้วก็อร่อยดีแต่กินทุกมื้อมันก็หืดขึ้นคอเหมือนกัน

ตอนบ่ายกว่า ๆ ขณะนั่งพักผ่อนอยู่บ้านพักมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนำชาวบ้านประมาณสามสี่คนขึ้นมาบนบ้านพัก ขอพูดคุยกับผม เราจึงพากันไปนั่งคุยที่ลานหน้าบ้านพักเพราะบริเวณกว้างกว่าบนบ้าน เมื่อต่าง ๆ คนต่างหาที่นั่งเฉพาะตัวแล้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้พูดแนะนำตัวชาวบ้านคนหนึ่งในกลุ่มนั้น และได้ชี้ไปยังชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนอื่น และแนะนำตัวว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านในเขตประเทศพม่า วันนี้ได้พาชาวบ้านในเขตประเทศพม่าจำนวนประมาณสิบกว่าคนได้เดินทางมายังบ้านจะนะ และจะมีพี่น้องที่เดินไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ทราบว่าในหมู่บ้านจะนะมีการฉายภาพยนต์ให้ชาวบ้านดู ผู้ใหญ่บ้านจึงได้นำชาวบ้านในเขตประเทศพม่าเข้ามาดูการฉายภาพยนต์และมาร่วมประเพณีกินวอด้วย บ้านทั้งสองประเทศก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เคยไปมาหาสู่กันอยู่เสมอมา และทางหมู่บ้านจะนะผู้ช่วยผู้ใหญ่ก็รับรู้แล้ว ผมบอกว่าไม่เป็นอย่างไร มาอยู่พักกับญาติทางหมู่บ้าน ก็อยู่กินสบายไม่ต้องกังวนใจใด อีกอย่างหนึ่งผมก็รับทราบด้วย กลุ่มชาวบ้านต่างถิ่นดูรู้สึกมีท่าทางชื่นมื่นไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับ การพูดคุยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแปลเป็นภาษาไทยให้เข้าใจทุกอย่างจนเป็นที่พอใจ จากนั้นก็ลาผมกลับไปพักผ่อนตามบ้านญาติ


วันนี้เป็นคืนที่สามของการฉายภาพยนต์ ก่อนจะฉายภาพยนต์กลุ่มหนุ่มสาวบ้านจะนะได้จัดชุดการเต้นไว้ต้อนรับญาติที่เดินทางข้ามภูเขาเข้ามาหมู่บ้านเพื่อร่วมงานประเพณีกินวอ แถมได้ดูภาพยนต์ด้วย โดยมากจะไม่เคยได้ดูมาก่อนเลย เมื่อแสงอาทิตย์มืดสนิทมีแสงดวงจันทร์ขึ้นมาแทนส่องแสงสว่าง รอบ ๆ ลานหมู่บ้านชาวบ้านได้นำเอาไม้มาทำคบเพลิงจุดแสงสว่างไปทั่วลานเต้น เมื่อได้เวลาเสียงแคนสั้นแคนยาวดังขึ้นพร้อม ๆ กัน กลุ่มหนุ่มที่เป่าแคนสั้นแคนยาวและยืนสลับกัน ทั้งเป่าทั้งเต้นเป็นจังหวะดังพรึบ ๆ พร้อมกัน เสียงกระแทกมีเสียงดังไปทั่วลาน เมื่อคนเป่าแคนชุดแรกหมุนเวียนวนออกให้วงกว้างขึ้น จากนั้นมีกลุ่มชายอีกชุดเป่าแคนสั้นล้วน ๆ เดินเป่าผ่าเข้ากลางวงกลมทำเป็นวงเล็กขยายออกทำวงกว้างซ้อนวงแรก แปลกใจว่าเสียงแคนทั้งสองวงจะเป่าเป็นเสียงเดียวกัน เสียงแคนจะดังไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ผมนั่งฟังทั้งที่ไม่รู้ความหมายของเสียงแคน แต่รับว่าเสียงไพเราะจริง ๆ ผมก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงทำให้หลงเสียงแคนไปด้วย

เสียงแคนที่ดังอยู่ติดต่อกันเป็นเวลานาน จากนั้นก็เริ่มเบาลง ๆ มีกลุ่มสาวได้วิ่งเข้าวงมีประมาณยี่สิบคน ด้วยแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้ตบมือพร้อมกันตามเสียงแคนที่เบาเสียงลง จากนั้นเสียงตบมือก็ดังพร้อมเริ่มเกิดเสียงดังไปทั่วลาน พร้อมกันนั้นได้เอาขาเกี่ยวกันแบ่งเป็นสองกลุ่มเต้นไปพร้อมจังวะตบมือ เมื่อการเต้นผสมกลมเกลียวกันกับเสียงร้อง เพลงดังขึ้น ๆ เป็นผู้หญิงล้วน ๆเสียงเพลงร้องพร้อมกันในหมู่คนจำนวนมากจึงให้เกิดมีเสียงแห่งพลัง เสียงเพลงจะเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นเสียงเพลงเบาลง ๆ แต่เมื่อเสียงเบาลงก็ไม่ขาดเสียง เสียงเพลงจะดังอย่างต่อเนื่องใช้เป็นเวลานาน จากนั้นเสียงเพลงก็เริ่มดังขึ้นอีกพร้อมกับเสียงแคนที่คอยให้จังหวะเพลง และก็เบาลงอีกและก็เสียงดังขึ้นมาอีก จะสลับกันไปมา

ผมสังเกตในกลุ่มสาวที่ออกมาเต้นมาร้องเพลง จะมีผู้หญิงในหมู่บ้าน ปะปนกับผู้หญิงต่างหมู่บ้านที่เข้าร่วมกันร้องรำทำเพลง ผมนึกอยู่ในใจว่าประเพณีการเป่าแคน การร้องเพลง การเต้นรำ จะต้องเป็นวัฒนาธรรมเดียวกันสืบสานสายสัมพันธุ์เดียวกัน แต่แบ่งแผ่นดินออกเป็นพรมแดน เพื่อจะแบ่งเขตแดนว่าอันนี้ประเทศฉันฝั่งโน้นเป็นประเทศเธอ โดยใช้สันเขาล่องน้ำตามธรรมชาติเป็นแนวที่กำหนดไว้ วงบันเทิงเริ่มเสียงเบาลง เบาลง จนในที่สุดเสียงร้องเสียงแคน และการเต้นรำหยุดลง เสียงชาวบ้านต่างร้องโห่ร้องและตบมือเสียงดังไปทั่วจากนั้นคบเพลิงก็เริ่มถูกชาวบ้านจุด พากันเดินไปที่ลานฉายภาพยนต์ จะจุดไฟเป็นกองไฟเพื่อเอาพิงแก้หนาว ขณะที่จะดูภาพยนต์ต่อ ผมเด็กชายทั้งสองก็เข้าประจำหน้าที่ เด็กชายจะกล้ากับผมลำดับแรกต้องปั่นไฟก่อน ใช้เวลาไม่นานนักเสียงเครื่องปันก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฟ้าสว่างขึ้นชาวบ้านต่างร้องเสียงดังไปทั่วพร้อมความสว่าง ผมให้เด็กชายจะเสือไปตรวจเช็คเสาจอภาพยนต์ก่อนว่ามันแน่นไหมจะไม่ให้เกิดซ้ำรอยเดิม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเครื่องฉายเริ่มทำงานตามปกติ ไฟฟ้าดับลง เสียงชาวบ้านที่มานั่งดูภาพยนต์เงียบสนิท นั่งดูภาพยนต์อย่างใจจดจ่อ ผมก็ฉายตามกติกา จบหนึ่งม้วนพักเครื่องฉายประมาณห้านาที เมื่อได้เวลาก็เริ่มฉายจนหมดม้วนที่สอง จบม้วนที่สองหยุดพักประมาณห้านาที จากนั้นก็ฉายม้วนที่สามต่อเมื่อจบม้วนที่สามแสงไฟฟ้าก็แสวงขึ้น ชาวบ้านก็เริ่มลุกกลับบ้านของตนเอง

ขณะที่ผมกำลังเก็บอุปกรณ์อยู่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาเชิญผมไปร่วมประชุมกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ผมบอกเด็กชายทั้งสองคนช่วยกันเก็บอุปกรณ์เครื่องฉายขึ้นบ้านพัก จากนั้นผมก็เดินไปยังบ้านผู้ใหญ่ ขึ้นบนบ้านก็พบเห็นชาวบ้านเป็นกลุ่มนั่งล้อมวงอยู่ มีอาหาร สุรา ตั้งไว้หลายขวด ในวงนั้นก็มีพี่อัศวินนั่งร่วมวงอยู่ด้วย เมื่อผมนั่งลงเรียบร้อยตามที่เขาจัดไว้ ผู้ใหญ่บ้านถามผมว่า ครูอาหารการกินของครูพอเพียงหรือ? ถ้าครูขาดสิ่งไหนก็บอกให้ผมด้วย หรือบอกผู้ช่วยผู้ใหญ่หรือชาวบ้านคนไหนก็ได้ เมื่อถามสภาพการเป็นอยู่เป็นที่พอใจแล้ว ผู้ใหญ่บ้านได้พูดว่า ครูครับวันพรุ่งนี้มันจะครบกำหนดตามที่ครูขออนุญาต พวกผมมาปรึกษากันทั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน ญาติบางครอบครัวก็เดินทางมายังไม่ถึงหมู่บ้านของเรา เพราะชาวบ้านบางหมู่บ้านใช้เวลาเดินหลายวัน ในความรู้สึกของผมก็มีความรู้สึกเหมือนผู้ใหญ่บ้านได้พูด เพราะผมเองมีความสัมพันธุ์กับชาวบ้านอยู่ รู้เห็นเหตุการณ์มาตลอด.

ผมนั่งเพื่อให้คณะกรรมการหมู่บ้านได้พูดในที่ประชุม เพื่อได้แสดงความรู้สึกออกมา ผมนั่งฟังคณะกรรมออกความเห็นทุกคนแล้ว ผมจึงหันไปถามพี่อัศวินว่า พี่จะทำอย่างไร พี่แกพูดว่าจากที่คณะกรรมการหมู่บ้านได้แสดงความคิดเห็นก็เห็นด้วย ถ้าจะขนไปเครื่องปั่นไฟฟ้าก็จะไม่มีใครช่วยกันแบกลงภูเขา แม้แต่ขาขึ้นยังแบกแทบตาย และพูดต่อว่าขึ้นมาอยู่หมู่บ้านนี้อยู่กินนอนผู้ใหญ่บ้านก็ต้อนรับอย่างดี และยังไม่ได้ทำหน้าที่ฉายภาพยนต์เลย ครูจัดการทุกอย่าง คณะกรรมการได้ประชุมร่วมกันว่าขอฉายภาพยนตร์ต่อไปอีกสี่วัน ครบเจ็ดวันตามประเพณีกินวอพอดี โดยพี่อัศวินขอรบกวนว่าถ้าฉายครบกำหนด จัดนำเครื่องปั่นไฟและอุปกรณ์เครื่องฉายส่งฝากไว้ที่กองร้อยหนึ่ง จากนั้นจะขอรถยนต์ของกองร้อยฯ นำส่งกองกำกับการอีกทอดหนึ่ง ผมรับปากว่าจะดำเนินทุกอย่างให้ เมื่อทุกอย่างสรุปลงได้ คณะกรรมการในที่ประชุมมีเสียงหัวเราะปนกับความดีใจที่ทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ผมจะจากวงประชุมก็เห็นผู้ใหญ่บ้านต่างแดนนั่งอมยิ้ม แกจะยิ้มให้ผมตลอดที่นั่งประชุม ผู้ใหญ่บ้านต่างแดนรีบขยับเข้ามานั่งใกล้แล้วยกแก้วใสใหม่กว่าทุกแก้วที่อยู่ในวงสุรา สุราในแก้วไม่ได้เป็นสุราข้าวโพดที่ขยาดมาแล้ว คงจะเป็นสุราพื้นราบผมเห็นแวบเป็นขวดสุราตรากวาง แล้วเป็นพูดภาษามูเซอผมฟังไม่รู้ ผู้ใหญ่บ้านรีบแปลเป็นภาษาไทยบอกว่าเขาชื่นชอบครูมาก ดูการกระทำของครูมาตลอดเวลาที่เข้ามาพักในหมู่บ้าน ขอให้ครูดื่มสุราเพื่อจะได้ขวัญกำลังใจ ผู้ใหญ่บ้านได้หันไปบอกผู้ใหญ่บ้านต่างหมู่บ้านว่า ครูไม่ดื่มสุราผมดูอาการของผู้ใหญ่ต่างหมู่บ้าน แกสะอึก ใบหน้าเปลี่ยนสีทันที

ผมทราบถึงความรู้สึกจึงรีบจับแก้วสุราไว้ พูดว่าวันนี้ผมจะดื่มสุราแก้วนี้เพื่อผู้ใหญ่บ้านต่างหมู่บ้านและยินดีต้อนรับด้วย จากนั้นยกแก้วดื่มไปประมาณครึ่งแก้ว แล้วส่งกลับให้ผู้ใหญ่ต่างหมู่บ้านรับช่วงต่อให้หมดแก้ว ได้ยินเสียงตบมือแสดงความดีใจด้วย ผมจึงรีบขอตัวกลับบ้าน ขืนอยู่ต่อคงเมาแน่ ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่เดินไปส่งครูที่บ้านพัก ผมเดินลงจากบ้านผู้ใหญ่บ้านพบเด็กชายทั้งสองรอผมอยู่หน้าลานผู้ใหญ่แล้ว จากนั้นก็พากันกลับบ้านพัก เมื่อเดินมาถึงบ้านพักรีบทำภารกิจให้เสร็จเด็กชายจะกล้าได้เตรียมกระบอกน้ำให้ผมใช้ล้างหน้าเช็ดตัว เมื่อเสร็จก็รีบเข้านอนทันที
152133.jpg (137.44 KiB) เข้าดูแล้ว 284 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: "นิทานเพื่อชีวิต ที่มีพลัง"

อาตมาก็ขอเล่านิทานให้ฟัง นิทานฝรั่งเรื่อง "พ่อครัวเจ้าปัญญา กับลูกสาวเจ้าทุกข์"

ลูกสาวพ่อครัวคนนี้ทุกข์ตลอดเวลา ทุกข์กับคนนั้น ทุกข์กับคนนี้ อยู่ที่โรงเรียนก็ทุกข์ อยู่ที่บ้านก็ทุกข์ ทุกข์ง่าย สุขยาก อะไรที่จะเป็นทุกข์ได้ ก็อยากจะเป็นทุกข์กับเรื่องนั้น !!

พ่อก็เป็นห่วงลูก ลูกมาปรับทุกข์กับคุณพ่อ ฟังแล้วก็น่าสงสาร

พ่อคิดพิจารณาว่า จะสอนลูกอย่างไรดี!! พ่อฉุกคิดได้ พาลูกเข้าไปในห้องครัว... เอาหม้อมาสามหม้อ ใส่น้ำไว้ แล้วก็ตั้งไฟทั้งสามหม้อ รอให้น้ำเดือด ... แล้วก็เอาของออกจากตู้ มีแครอท ๑ หัว ไข่ไก่ ๑ ฟอง เมล็ดกาแฟสดจำนวนหนึ่ง พอน้ำเดือด พ่อเอาแครอทลงไปในหม้อที่ ๑ ไข่ไก่ลงไปในหม้อที่ ๒ เมล็ดกาแฟสดลงไปในหม้อที่ ๓ แล้วก็ปล่อยให้เดือดพล่าน สัก ๑๐ กว่านาที

พอเสร็จก็เอาแครอท ไข่ไก่ และเมล็ดกาแฟสดออกมาจากหม้อ!! พ่อชี้ให้ลูกเห็น ... ดูสิลูก !! ธรรมชาติของของต่างๆ ไม่เหมือนกัน เดิมทีแครอทเป็นผักที่แข็ง แต่พอเจอน้ำเดือด กลายเป็นของอ่อนปวกเปียก ส่วนไข่ไก่ เดิมเป็นของแตกง่าย ข้างในอ่อน แต่พออยู่ในน้ำเดือดนานๆ มันกลายเป็นของแข็งเลย!! ส่วนเมล็ดกาแฟสด ใส่ลงไปในน้ำอย่างไร เอาออกมาก็อย่างนั้น มันไม่เปลี่ยน ยังรักษาความเป็นเมล็ดกาแฟของมันไว้ !! กลายเป็นน้ำต่างหากที่เปลี่ยน!! เปลี่ยนเป็นน้ำมีรส และกลิ่นหอม

จิตใจของมนุษย์ก็เหมือนกันนะลูก...พ่อมีการขยายความ บางคนดูแข็งแกร่ง แต่พอเจอความทุกข์ ซึ่งพ่อเปรียบเหมือนน้ำร้อน ก็หมดกำลังใจ อ่อนปวกเปียกเหมือนแครอท บางคนเริ่มต้นอ่อนไหว เปราะบาง พอเจอปัญหา เจอความทุกข์ ก็เปลี่ยนเป็นคนแข็งกระด้าง ขึงขัง ตึงเครียด เหมือนไข่ไก่ที่ต้มน้ำแล้ว

แต่บางคนเหมือนเมล็ดกาแฟ เจอน้ำร้อน ก็ไม่เปลี่ยนสภาพความเป็นเมล็ดกาแฟ!! และยังสามารถปล่อยรสชาติเข้าไปในน้ำได้ ทำให้น้ำนั้นเปลี่ยน เป็นน้ำที่มีรสน่าดื่ม น้ำที่หอม ตัวเมล็ดกาแฟก็เหมือนเดิม!!

ให้ลูกคิดดีๆ ว่า ต้องการเป็นคนแบบไหน ต้องการเป็นคนแบบ..แครอท ไหม หรือจะเป็นคนแบบ..ไข่ไก่ หรือจะเป็นคนแบบ..กาแฟสด

ลูกก็ยอมรับว่า เหมือนกาแฟสดดีที่สุด!!

คือเราจะอยู่ในโลกที่ไม่มีปัญหานั้น อย่าไปหวังเลย เหมือนกับหวังให้ทะเลไม่มีคลื่น ทะเลต้องมีคลื่น ชีวิตต้องมีปัญหา โลกต้องมีโลกธรรม สรรเสริญอยู่ที่ไหน นินทาอยู่ที่นั่น ลาภอยู่ที่ไหน เสื่อมลาภอยู่ที่นั่น อย่าไปหวังจะเอาแต่กำไร คือลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อย่างเดียว โดยไม่ต้องขาดทุนเลย คิดอย่างนี้เจอทุกข์แน่ๆ

เมื่อเรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ให้เอาหลักธรรมะไปใช้ อย่างพอเหมาะพอดีในทุกด้านของชีวิต ทั้งด้านความสัมพันธ์กับโลกวัตถุ ด้านความสัมพันธ์กับโลกมนุษย์ ด้านจิตใจ ด้านปัญญา ทำให้เป็นองค์รวม บูรณาการไปพร้อมๆ กัน

จะเจอน้ำเดือดก็ไม่กลัว !! เพราะตัวเองเหมือนเมล็ดกาแฟ เจอแล้วก็ยังสามารถทำให้น้ำเดือดนั้นเป็นน้ำมีกลิ่นหอม เป็นน้ำกาแฟได้ ไม่กลัวว่าความเข้มแข็งจะหมด หรือกลับกลายเป็นความอ่อนแอปวกเปียก ไม่กลัวว่าความอ่อนจะกลายเป็นความขึงขังตึงเครียด ไม่กลัวแล้ว พร้อมที่จะรับกับเหตุการณ์กับสถานการณ์ทุกอย่าง เพราะมีคุณสมบัติอยู่ในใจ

มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ระดับนามธรรมอยู่ในใจ....จากหนังสือ Why ไหว้ โดย พระชยสาโรภิกขุ
:idea: :idea:

:) :D สวัสดียามบ่าย ๆ ครับ อ่านนิทานแล้วคิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับ เชื่อว่าทุกคนคงยอมรับว่า "เป็นเหมือนกาแฟสดดีที่สุด" เช่นกันนะครับ

สำหรับอุทยานประวัติศาสาตร์เมืองเก่าสุโขทัย นอกราชธานีอีกที่หนึ่งที่ผมให้ความสนใจคือ วัดสะพานหิน เราต้องเดินขึ้นไปเพื่อไปเก็บภาพสวยงาม จิตที่ต้องคิดก็จินตนาการต่อไปว่า "เสียดายเราน่าจะมาช่วงเช้า ๆ ที่พระอาทิตย์ขึ้น" เราคงจะ Happy กว่านี้ สำหรับประวัติก็ไม่ใช่ย่อย เราไปฟังประวัติกันครับ
:) :D

:idea: :idea: พ่อขุนรามคำแหงทรงช้างเผือกไปสักการะทุกวันพระ วัดสะพานหิน สุโขทัย :) :D
ไฟล์แนบ
เส้นทางที่เราสองคนปั่นชมโบราณสถานที่เหลือเพียงซาก แต่ก็มีบางที่ ที่พอให้ได้เห็นรูปร่าง ส่วนใหญ่จะเหลือเพียงเจดีย์หินเก่าตั้งให้ได้ทราบพิกัดแค่นั้นครับ
เส้นทางที่เราสองคนปั่นชมโบราณสถานที่เหลือเพียงซาก แต่ก็มีบางที่ ที่พอให้ได้เห็นรูปร่าง ส่วนใหญ่จะเหลือเพียงเจดีย์หินเก่าตั้งให้ได้ทราบพิกัดแค่นั้นครับ
19-24 Oct 2022 (3).JPG (82.25 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (354).JPG
The first trip of 2565 (354).JPG (143.8 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (362).JPG
The first trip of 2565 (362).JPG (129.37 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (368).JPG
The first trip of 2565 (368).JPG (111.78 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (372).JPG
The first trip of 2565 (372).JPG (127.03 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (374).JPG
The first trip of 2565 (374).JPG (138.01 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (376).JPG
The first trip of 2565 (376).JPG (136.97 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (377).JPG
The first trip of 2565 (377).JPG (133.45 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (378).JPG
The first trip of 2565 (379).JPG
The first trip of 2565 (379).JPG (124.34 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (380).JPG
The first trip of 2565 (381).JPG
The first trip of 2565 (382).JPG
The first trip of 2565 (382).JPG (101.18 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (383).JPG
The first trip of 2565 (384).JPG
The first trip of 2565 (390).JPG
The first trip of 2565 (390).JPG (113.57 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (391).JPG
The first trip of 2565 (391).JPG (93.38 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (394).JPG
The first trip of 2565 (394).JPG (134.66 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
The first trip of 2565 (395).JPG
The first trip of 2565 (397).JPG
The first trip of 2565 (397).JPG (146.45 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 28 พ.ย. 2022, 15:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4130
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ไปต่อกันครับ :) :D
ไฟล์แนบ
The first trip of 2565 (396).JPG
The first trip of 2565 (396).JPG (143.31 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (398).JPG
The first trip of 2565 (398).JPG (102.99 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (400).JPG
The first trip of 2565 (400).JPG (123.42 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (401).JPG
The first trip of 2565 (401).JPG (108.46 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (402).JPG
The first trip of 2565 (404).JPG
The first trip of 2565 (404).JPG (145.11 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (405).JPG
The first trip of 2565 (405).JPG (95.52 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (406).JPG
The first trip of 2565 (406).JPG (120.9 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (407).JPG
The first trip of 2565 (408).JPG
The first trip of 2565 (408).JPG (107.93 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (409).JPG
The first trip of 2565 (409).JPG (105.89 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (411).JPG
The first trip of 2565 (411).JPG (99.43 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
The first trip of 2565 (413).JPG
The first trip of 2565 (414).JPG
The first trip of 2565 (418).JPG
วันนี้เป็นตอนจบชีวิต &quot;ครูดอย&quot; ของเพื่อนจุ๊กผมครับ หลังจากที่ครูจุ๊กได้ขอย้ายเข้ามาอยู่ใน ผ.๕ ผมก็เช่นกันได้ย้ายเข้ามาอยู่ใน ผ.๕ พร้อมกันในคำสั่งเดียวกัน เราทั้ง ๒ ก็มาศึกษาต่อไม่นานท่านจุ๊กก็ได้ย้ายเข้า กทม.จากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้วันที่ท่านจุ๊กย้ายไปอยู่ ตร.ภ.ผมก็ยังไม่ทราบ มาเจอกันอีกครั้งเมื่อท่านได้ไปเป็น สวป.ที่ สภอ.เชียงแสน จากนั้นทราบว่าย้ายไปอยู่ที่ รร.ภ.๖ นครสวรรค์ สุดท้ายท่านได้เข้าไปประจำอยู่ที่ รร.นรต.จนเกษียณ น่าจะประมาณนี้ ขอบคุณท่านที่ได้มาเล่าเรื่องราวให้น้อง ๆ หลาน ๆ ได้อ่านได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิต ตชด.ที่ทำหน้าที่ ครู ครับ<br /><br /><br />ตอนที่ ๑๖<br /><br />           ตื่นเช้าวันนี้อากาศตอนเช้าก็ยังมีอากาศหนาวเหมือนเช่นเคย ผมตื่นจากการนอนลุกมานั่งอยู่นอกบ้านพัก มองไปยังหมู่บ้านเห็นควันไฟลอยเป็นลำ ๆ บางบ้านได้ยินเสียงชาวบ้านทำอาหาร มองเห็นชาวบ้านหลายคนนั่งผิงไฟที่สุมไฟให้ความร้อนอยู่หน้าบ้าน ข่าวการฉายภาพยนต์ต่ออีกสี่วันรวมเป็นเจ็ดวัน ชาวบ้านก็ทราบกันหมดทั้งหมู่บ้าน ผมก็ทำหน้าที่ฉายภาพยนต์ให้ชาวบ้านได้ดูต่อไปอีก ผมนึกไปนึกมาก็รู้สึกสงสารชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลอุตส่าห์เดินทางข้ามภูเขาข้ามน้ำใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง ๆ บางหมู่บ้านใช้เวลาเดินทางเป็นวันเพื่อจะมาค้างแรมบ้านญาติเพื่อต้องการดูภาพยนต์ เมื่อรับปากว่าจะฉายภาพยนต์ให้ครบอีกสี่วันผมก็จะทำหน้าที่นั้น <br /><br />              เมื่อแสงดวงอาทิตย์ลับฟ้าแสงดวงจันทร์เข้าแทนที่ ก่อนฉายภาพยนต์ก็มีการเต้น ร้องรำเพลงตามประเพณี โดยจะมีชาวบ้านต่างหมู่บ้านเข้าร่วมเพราะเป็นประเพณีของเขา เมื่อบันเทิงจบก็เริ่มการฉายภาพยนต์ ทุกอย่างก็จะหมุนเวียนอย่างนี้จนเหลืออีกสองวันสุดท้าย เริ่มเข้าวันที่หกของประเพณี ตอนเช้าก่อนที่ผมกับเด็กชายทั้งสองจะเริ่มกินอาหารเช้า มีผู้ใหญ่บ้านพร้อมคณะกรรมการหมู่ประมาณสี่ห้าคนเดินขึ้นบ้านพัก ผมและเด็กชายทั้งสองกำลังจะเริ่มกินอาหารเช้า คณะกรรมการหมู่บ้านทั้งหมดได้นั่งลง ผมถามว่าวันนี้ทำไมมาแต่เช้า ผู้ใหญ่บ้านได้พูดว่าครูและเด็กชายทั้งสองกินข้าวก่อน ถ้าเสร็จแล้วมีเรื่องจะปรึกษาครู <br /><br />ผมและเด็กชายทั้งสองรีบกิน เมื่อเสร็จแล้วผมก็นั่งร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านได้บอกว่ามีคนพื้นราบประมาณสี่ห้าคนได้ขึ้นมาเที่ยวประเพณีกินวอ ได้นำเงินฉบับละร้อยบาทมาซื้อของในหมู่บ้านในตอนกลางคืน ตอนเช้าร้านค้าในหมู่บ้านได้เอาเงินฉบับร้อยบาทมาให้คณะกรรมการหมู่บ้านดู จึงได้นำเงินฉบับร้อยบาทส่งให้ผมดู ผมดูเงินทั้งกล่าว มีลักษณะเป็นเงินฉบับร้อยบาทโดยใช้เป็นกระดาษที่พิมพ์เป็นเงินร้อยบาทเอามาประกบกันใช้กาวทาเพื่อให้ติดกัน เอามือขยี้ ๆ จะแยกออกจากกัน<br /><br /> ผมสอบถามว่าคนพื้นราบที่เอาเงินฉบับละร้อยมาซื้อของ  ขณะนี้ไปอยู่ที่บ้านใคร ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า คนพื้นราบเมื่อซื้อของเสร็จก็เดินลงจากหมู่บ้านเมื่อตอนเย็นเมื่อวานแล้ว ผมและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ปรึกษากันว่า ถ้าวันนี้กลุ่มคนดังกล่าวขึ้นมาในหมู่บ้าน คอยจังหวะให้ซื้อของในหมู่บ้านแล้วค่อยเข้าจับกุมตัว ระวังอย่าให้รู้ตัว เมื่อได้ข้อยุติ คณะกรรมการหมู่บ้านได้แยกไปตามที่ได้นัดหมายกันไว้ จนกระทั่งเวลาบ่าย กลุ่มชายดังกล่าวก็ได้เข้ามาในหมู่บ้าน และได้แยกกันไปเที่ยวตามบ้านต่าง ๆ สุดท้ายก็มารวมกันที่ร้านค้าในหมู่บ้าน และเข้าซื้อของในร้านค้าได้ยื่นเงินฉบับร้อยบาทให้เจ้าของร้าน เจ้าของร้านรับไว้และทอนให้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ผมและคณะกรรมการหมู่บ้านได้นัดหมาย และเฝ้ามองอยู่แล้ว  เมื่อการซื้อขายสำเร็จ คณะกรรรมการหมู่บ้านได้ส่งสัญญาณให้ทราบทั่วกัน พร้อมเข้าจับกุมตัวกลุ่มชายทั้งหมดไว้<br /><br /> กลุ่มชายดังกล่าวพยามขัดขืนบอกว่าชาวบ้านไม่มีอำนาจจับกุม จากนั้นผมก็ปรากฏตัว เข้าร่วมการจับกุม กลุ่มชายดังกล่าวเมื่อเห็นผมหน้าซีด ผมจึงค้นตัวชายผู้ถือเงินฉบับละร้อยบาท พบเงินที่ร้านค้าทอนให้ และ ค้นในกระเป๋ากางเกงยังพบเงินฉบับละร้อยบาทอีกสี่ฉบับ ได้เอามาเปรียบเทียบเงินฉบับละร้อยบาทที่นำมาซื้อของเมื่อวานก่อน  และฉบับที่วันนี้มาซื้อที่ร้านค้า สรุปเหมือนกันทุกฉบับ จากการสอบถามชายดังกล่าว ได้ค้นพบเงินฉบับร้อยบาทในกระเป๋ากางเกง รับว่าได้ซื้อมาจากที่พื้นราบโดยซื้อมาฉบับละยี่สิบบาท ซื้อมาหกฉบับ นำมาซื้อของในหมู่บ้านเมื่อวานก่อน จากการสอบสวนกลุ่มชายที่มาด้วยว่า  ได้ร่วมรับรู้หรือไม่ ชายดังกล่าวบอกว่ากลุ่มชายที่มาด้วยไม่มีใครทราบเลย และก็ไม่ได้บอกให้ใครทราบเลย <br /><br />จากการค้นตัวก็ไม่พบมีเงินฉบับละร้อยบาท จากนั้นผมก็สอบถามชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านว่ารู้จักกลุ่มชายนี้หรือไม่ ชาวบ้านและคณะกรรมการบอกว่ารู้จัก เพราะเป็นพ่อค้าที่นำสินค้ามาขายในหมู่บ้าน และจะซื้อของป่าในหมู่บ้านด้วย ผมจึงได้บันทึกจับกุมชายดังกล่าวข้อหามีธนบัตรปลอมไว้ในครอบครอง ชายดังกล่าวก็รับสารภาพ ผมจึงให้ผู้ใหญ่บ้านคณะกรรมการหมู่บ้านควบคุมตัวส่งสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอแม่อาย เมื่อเสร็จภารกิจผมกลับบ้านพักเพื่อไปกินข้าวต่ออีก เพราะกินไม่ทันจะอิ่ม <br /><br />ขณะที่กำลังกินข้าวกับเด็กชายทั้งสองอยู่มีชาวบ้านประมาณสองสามคนเดินขึ้นบ้านพร้อมด้วยอาหารหลายอย่าง และบอกว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้เอามาครูกินเพราะครูยังไม่ได้กินข้าว ผมก็รับอาหารเหล่านั้นไว้ดูมีเนื้อหมูทอดยังร้อน ๆ อยู่ ต้มวุ้นเส้นใส่เนื้อไก่ และพัดผักอีก เมื่อกินข้าวเสร็จผมไปนั่งพักผ่อนอยู่บนบ้านพัก      เวลาประมาณโมงกว่า ๆ ขณะที่ผมกำลังนั่งคุยกับชาวบ้านสองสามคนที่มานั่งคุยด้วย เห็นผู้เฒ่าในหมู่บ้านเดินมากับชาวบ้านประมาณสิบกว่าคน ได้เดินขึ้นมาบนบ้านพัก บอกให้ผมยื่นมือทั้งสอง จากนั้นก็เอาน้ำรดลงมือผม จากกระบอกน้ำ แล้วผู้เฒ่าได้กล่าวเป็นภาษามูเซอ จากนั้นกลุ่มชาวบ้านที่มาด้วยถือกระบอกไม้ไผ่คนละกระบอกรดลงมือผม จนครบทุกคนจากนั้นได้นำข้าวสารเทลงถังจนเกือบเต็ม บอกว่าครูเอาไว้กิน <br /><br />เสร็จพิธีต่างคนแยกย้ายกลับบ้าน เด็กชายทั้งสองรีบจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ และทำความสะอาดพื้นบ้านพักจนสะอาด เวลาประมาณเกือบห้าโมงเย็นคณะกรรมการหมู่บ้านและผู้ใหญ่บ้านเดินมาถึงหมู่บ้าน และได้แจ้งให้ผมทราบนำตัวผู้ต้องหาส่งสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอแม่อายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็แสดงความดีใจด้วย  เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ สู่ภาวะปกติ ชาวบ้านก็ดำเนินประเพณีไปตลอดจนครบเจ็ดวัน ผมก็ทำหน้าที่ต้องนำเครื่องปั่นไฟอุปกรณ์เครื่องฉายภาพยนต์ นำส่งไปไว้ที่กองร้อย ฯ ตามนัดหมายเพื่อจะนำส่งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต5 ค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่<br />             <br />ในเดือนเมษายนของทุกปี ขณะที่ ร.ร.ตชด.ปิดภาคเรียนครู ตชด.ทั้งหมดต้องลงจากดอย เพื่อเข้ารับการอบรม โดยทางกองกำการตำรวจ ฯ จะเป็นจัดการอบรมขึ้นในปีนี้ต้องเข้าอบรมที่ ร.ร. สงเคราะห์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นเวลาสามอาทิตย์โดยมีคณะวิทยาการมาจากมหาวิทยาจุฬาลงกรณ์ คณะคุรุศาสตร์ นักศีกษาปริญญาโท ผมและครู ตชด. เข้ารับการอบรมได้รับวิทยาการใหม่ ๆ จากการสังเกตของผมรู้สึกว่าท่านวิทยากรทั้งหลายท่านมีประสบการณ์การนักเรียนในพื้นราบ นำเอาการเหล่านั้นมาเป็นวิทยาทานให้ครู ตชด. แต่บางอย่างไม่สามารถนำไปสอน รร. ชาวเขาได้ เพราะประสบการณ์ต่าง ๆ มันแตกต่างกัน บางอย่างไปคนละทิศละทางกัน ในความคิดของผม ท่านทั้งหลายควรจะไปสัมผัสกับเหตุการ์จริงก่อนแล้วค่อยมาคัดแปลงการเรียนการสอนให้ตรงสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าสอนตามทฤษฏี<br /><br />               การอบรมเสร็จครู ตชด. ต่างกลับภูมิเนาของตนเอง รร. จะเริ่มอีกครั้งใน่ช่วงเดือน พฤภาคม ก่อนที่ รร. จะเปิดสอนจะมีคำสั่งจากกองกำกับการตำรวจ ฯ แต่งตั้งครู ตชด. ว่าครูท่านไหนไปสอนที่ รร. ไหน บางท่านก็สอนอยู่ รร เดิม บางท่านย้ายไปสอนอีก รร. ส่วนผมขอเข้าอยู่แผนกไม่ขอเป็นครูสอน เพราะต้องการจะลงมาเรียนหนังสือต่อ เมื่อคำสั่งออกผมก็ได้อยู่ประจำแผนก ๕ มี ตชด. รุ่นเดียวผมขึ้นไปสอนแทนผม ตั้งแต่คำสั่งออกมาผมก็ไม่ได้ไปที่กิ่งอำเภอแม่อายอีกเลย และทราบข่าวว่าหมู่บ้านจะนะ มีทางที่รถจักรยานยนต์วิ่งได้ การค้าของชาวบ้านก็สะดวกมากขึ้น ชาวบ้านไม่ต้องใช้ม้าต่างบรรทุกสิ่งของอีกแล้ว ส่วนม้าที่ผมซื้อไว้เจ้าของร้านค้าในหมู่บ้านขอซื้อ  ผมขายให้สี่ร้อยบาท ต่อมาผมทราบว่า รร. ตชด บำรุง ที่  93 บ้านจะนะ เปลี่ยนชื่อใหม่ ชื่อ รร.ตชด. ทุติยะโพธิอนุสรณ์ บ้านจะนะ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่<br /><br />ชีวิตครูดอยของผมก็จบลงเพียงนี้ จากนั้นผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียน และได้ปรับวิทยฐานะ ย้ายไปหลากหลายสถานที่ มีโอกาสจะนำมาเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานให้น้อง ๆ ลูก ๆ ได้เป็นบทเรียน ชีวิตมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตทุกชีวิตต่างมี ฐานเกิดที่ไม่เท่าเทียมกัน ใครทำบุญมาดีฐานเกิดก็จะเป็นทุนให้เจริญก้าวหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่องไว้ครับ  “กรรมในปัจจุบัน” จะเป็นตัวให้ผลในชาติปัจจุบัน ฝากไว้ว่า “จงคิดดี พูดดี ทำดี” ท่านจะปลอดภัยในทุกที่และทุกสถาน สวัสดีมีโชคมีชัย และขอขอบคุณที่ติดตามจนมาถึงอวสาน พบกันอีกในโอกาสหน้าครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ.
วันนี้เป็นตอนจบชีวิต "ครูดอย" ของเพื่อนจุ๊กผมครับ หลังจากที่ครูจุ๊กได้ขอย้ายเข้ามาอยู่ใน ผ.๕ ผมก็เช่นกันได้ย้ายเข้ามาอยู่ใน ผ.๕ พร้อมกันในคำสั่งเดียวกัน เราทั้ง ๒ ก็มาศึกษาต่อไม่นานท่านจุ๊กก็ได้ย้ายเข้า กทม.จากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้วันที่ท่านจุ๊กย้ายไปอยู่ ตร.ภ.ผมก็ยังไม่ทราบ มาเจอกันอีกครั้งเมื่อท่านได้ไปเป็น สวป.ที่ สภอ.เชียงแสน จากนั้นทราบว่าย้ายไปอยู่ที่ รร.ภ.๖ นครสวรรค์ สุดท้ายท่านได้เข้าไปประจำอยู่ที่ รร.นรต.จนเกษียณ น่าจะประมาณนี้ ขอบคุณท่านที่ได้มาเล่าเรื่องราวให้น้อง ๆ หลาน ๆ ได้อ่านได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิต ตชด.ที่ทำหน้าที่ ครู ครับ


ตอนที่ ๑๖

ตื่นเช้าวันนี้อากาศตอนเช้าก็ยังมีอากาศหนาวเหมือนเช่นเคย ผมตื่นจากการนอนลุกมานั่งอยู่นอกบ้านพัก มองไปยังหมู่บ้านเห็นควันไฟลอยเป็นลำ ๆ บางบ้านได้ยินเสียงชาวบ้านทำอาหาร มองเห็นชาวบ้านหลายคนนั่งผิงไฟที่สุมไฟให้ความร้อนอยู่หน้าบ้าน ข่าวการฉายภาพยนต์ต่ออีกสี่วันรวมเป็นเจ็ดวัน ชาวบ้านก็ทราบกันหมดทั้งหมู่บ้าน ผมก็ทำหน้าที่ฉายภาพยนต์ให้ชาวบ้านได้ดูต่อไปอีก ผมนึกไปนึกมาก็รู้สึกสงสารชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลอุตส่าห์เดินทางข้ามภูเขาข้ามน้ำใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง ๆ บางหมู่บ้านใช้เวลาเดินทางเป็นวันเพื่อจะมาค้างแรมบ้านญาติเพื่อต้องการดูภาพยนต์ เมื่อรับปากว่าจะฉายภาพยนต์ให้ครบอีกสี่วันผมก็จะทำหน้าที่นั้น

เมื่อแสงดวงอาทิตย์ลับฟ้าแสงดวงจันทร์เข้าแทนที่ ก่อนฉายภาพยนต์ก็มีการเต้น ร้องรำเพลงตามประเพณี โดยจะมีชาวบ้านต่างหมู่บ้านเข้าร่วมเพราะเป็นประเพณีของเขา เมื่อบันเทิงจบก็เริ่มการฉายภาพยนต์ ทุกอย่างก็จะหมุนเวียนอย่างนี้จนเหลืออีกสองวันสุดท้าย เริ่มเข้าวันที่หกของประเพณี ตอนเช้าก่อนที่ผมกับเด็กชายทั้งสองจะเริ่มกินอาหารเช้า มีผู้ใหญ่บ้านพร้อมคณะกรรมการหมู่ประมาณสี่ห้าคนเดินขึ้นบ้านพัก ผมและเด็กชายทั้งสองกำลังจะเริ่มกินอาหารเช้า คณะกรรมการหมู่บ้านทั้งหมดได้นั่งลง ผมถามว่าวันนี้ทำไมมาแต่เช้า ผู้ใหญ่บ้านได้พูดว่าครูและเด็กชายทั้งสองกินข้าวก่อน ถ้าเสร็จแล้วมีเรื่องจะปรึกษาครู

ผมและเด็กชายทั้งสองรีบกิน เมื่อเสร็จแล้วผมก็นั่งร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านได้บอกว่ามีคนพื้นราบประมาณสี่ห้าคนได้ขึ้นมาเที่ยวประเพณีกินวอ ได้นำเงินฉบับละร้อยบาทมาซื้อของในหมู่บ้านในตอนกลางคืน ตอนเช้าร้านค้าในหมู่บ้านได้เอาเงินฉบับร้อยบาทมาให้คณะกรรมการหมู่บ้านดู จึงได้นำเงินฉบับร้อยบาทส่งให้ผมดู ผมดูเงินทั้งกล่าว มีลักษณะเป็นเงินฉบับร้อยบาทโดยใช้เป็นกระดาษที่พิมพ์เป็นเงินร้อยบาทเอามาประกบกันใช้กาวทาเพื่อให้ติดกัน เอามือขยี้ ๆ จะแยกออกจากกัน

ผมสอบถามว่าคนพื้นราบที่เอาเงินฉบับละร้อยมาซื้อของ ขณะนี้ไปอยู่ที่บ้านใคร ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า คนพื้นราบเมื่อซื้อของเสร็จก็เดินลงจากหมู่บ้านเมื่อตอนเย็นเมื่อวานแล้ว ผมและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ปรึกษากันว่า ถ้าวันนี้กลุ่มคนดังกล่าวขึ้นมาในหมู่บ้าน คอยจังหวะให้ซื้อของในหมู่บ้านแล้วค่อยเข้าจับกุมตัว ระวังอย่าให้รู้ตัว เมื่อได้ข้อยุติ คณะกรรมการหมู่บ้านได้แยกไปตามที่ได้นัดหมายกันไว้ จนกระทั่งเวลาบ่าย กลุ่มชายดังกล่าวก็ได้เข้ามาในหมู่บ้าน และได้แยกกันไปเที่ยวตามบ้านต่าง ๆ สุดท้ายก็มารวมกันที่ร้านค้าในหมู่บ้าน และเข้าซื้อของในร้านค้าได้ยื่นเงินฉบับร้อยบาทให้เจ้าของร้าน เจ้าของร้านรับไว้และทอนให้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ผมและคณะกรรมการหมู่บ้านได้นัดหมาย และเฝ้ามองอยู่แล้ว เมื่อการซื้อขายสำเร็จ คณะกรรรมการหมู่บ้านได้ส่งสัญญาณให้ทราบทั่วกัน พร้อมเข้าจับกุมตัวกลุ่มชายทั้งหมดไว้

กลุ่มชายดังกล่าวพยามขัดขืนบอกว่าชาวบ้านไม่มีอำนาจจับกุม จากนั้นผมก็ปรากฏตัว เข้าร่วมการจับกุม กลุ่มชายดังกล่าวเมื่อเห็นผมหน้าซีด ผมจึงค้นตัวชายผู้ถือเงินฉบับละร้อยบาท พบเงินที่ร้านค้าทอนให้ และ ค้นในกระเป๋ากางเกงยังพบเงินฉบับละร้อยบาทอีกสี่ฉบับ ได้เอามาเปรียบเทียบเงินฉบับละร้อยบาทที่นำมาซื้อของเมื่อวานก่อน และฉบับที่วันนี้มาซื้อที่ร้านค้า สรุปเหมือนกันทุกฉบับ จากการสอบถามชายดังกล่าว ได้ค้นพบเงินฉบับร้อยบาทในกระเป๋ากางเกง รับว่าได้ซื้อมาจากที่พื้นราบโดยซื้อมาฉบับละยี่สิบบาท ซื้อมาหกฉบับ นำมาซื้อของในหมู่บ้านเมื่อวานก่อน จากการสอบสวนกลุ่มชายที่มาด้วยว่า ได้ร่วมรับรู้หรือไม่ ชายดังกล่าวบอกว่ากลุ่มชายที่มาด้วยไม่มีใครทราบเลย และก็ไม่ได้บอกให้ใครทราบเลย

จากการค้นตัวก็ไม่พบมีเงินฉบับละร้อยบาท จากนั้นผมก็สอบถามชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านว่ารู้จักกลุ่มชายนี้หรือไม่ ชาวบ้านและคณะกรรมการบอกว่ารู้จัก เพราะเป็นพ่อค้าที่นำสินค้ามาขายในหมู่บ้าน และจะซื้อของป่าในหมู่บ้านด้วย ผมจึงได้บันทึกจับกุมชายดังกล่าวข้อหามีธนบัตรปลอมไว้ในครอบครอง ชายดังกล่าวก็รับสารภาพ ผมจึงให้ผู้ใหญ่บ้านคณะกรรมการหมู่บ้านควบคุมตัวส่งสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอแม่อาย เมื่อเสร็จภารกิจผมกลับบ้านพักเพื่อไปกินข้าวต่ออีก เพราะกินไม่ทันจะอิ่ม

ขณะที่กำลังกินข้าวกับเด็กชายทั้งสองอยู่มีชาวบ้านประมาณสองสามคนเดินขึ้นบ้านพร้อมด้วยอาหารหลายอย่าง และบอกว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้เอามาครูกินเพราะครูยังไม่ได้กินข้าว ผมก็รับอาหารเหล่านั้นไว้ดูมีเนื้อหมูทอดยังร้อน ๆ อยู่ ต้มวุ้นเส้นใส่เนื้อไก่ และพัดผักอีก เมื่อกินข้าวเสร็จผมไปนั่งพักผ่อนอยู่บนบ้านพัก เวลาประมาณโมงกว่า ๆ ขณะที่ผมกำลังนั่งคุยกับชาวบ้านสองสามคนที่มานั่งคุยด้วย เห็นผู้เฒ่าในหมู่บ้านเดินมากับชาวบ้านประมาณสิบกว่าคน ได้เดินขึ้นมาบนบ้านพัก บอกให้ผมยื่นมือทั้งสอง จากนั้นก็เอาน้ำรดลงมือผม จากกระบอกน้ำ แล้วผู้เฒ่าได้กล่าวเป็นภาษามูเซอ จากนั้นกลุ่มชาวบ้านที่มาด้วยถือกระบอกไม้ไผ่คนละกระบอกรดลงมือผม จนครบทุกคนจากนั้นได้นำข้าวสารเทลงถังจนเกือบเต็ม บอกว่าครูเอาไว้กิน

เสร็จพิธีต่างคนแยกย้ายกลับบ้าน เด็กชายทั้งสองรีบจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ และทำความสะอาดพื้นบ้านพักจนสะอาด เวลาประมาณเกือบห้าโมงเย็นคณะกรรมการหมู่บ้านและผู้ใหญ่บ้านเดินมาถึงหมู่บ้าน และได้แจ้งให้ผมทราบนำตัวผู้ต้องหาส่งสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอแม่อายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็แสดงความดีใจด้วย เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ สู่ภาวะปกติ ชาวบ้านก็ดำเนินประเพณีไปตลอดจนครบเจ็ดวัน ผมก็ทำหน้าที่ต้องนำเครื่องปั่นไฟอุปกรณ์เครื่องฉายภาพยนต์ นำส่งไปไว้ที่กองร้อย ฯ ตามนัดหมายเพื่อจะนำส่งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต5 ค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ในเดือนเมษายนของทุกปี ขณะที่ ร.ร.ตชด.ปิดภาคเรียนครู ตชด.ทั้งหมดต้องลงจากดอย เพื่อเข้ารับการอบรม โดยทางกองกำการตำรวจ ฯ จะเป็นจัดการอบรมขึ้นในปีนี้ต้องเข้าอบรมที่ ร.ร. สงเคราะห์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นเวลาสามอาทิตย์โดยมีคณะวิทยาการมาจากมหาวิทยาจุฬาลงกรณ์ คณะคุรุศาสตร์ นักศีกษาปริญญาโท ผมและครู ตชด. เข้ารับการอบรมได้รับวิทยาการใหม่ ๆ จากการสังเกตของผมรู้สึกว่าท่านวิทยากรทั้งหลายท่านมีประสบการณ์การนักเรียนในพื้นราบ นำเอาการเหล่านั้นมาเป็นวิทยาทานให้ครู ตชด. แต่บางอย่างไม่สามารถนำไปสอน รร. ชาวเขาได้ เพราะประสบการณ์ต่าง ๆ มันแตกต่างกัน บางอย่างไปคนละทิศละทางกัน ในความคิดของผม ท่านทั้งหลายควรจะไปสัมผัสกับเหตุการ์จริงก่อนแล้วค่อยมาคัดแปลงการเรียนการสอนให้ตรงสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าสอนตามทฤษฏี

การอบรมเสร็จครู ตชด. ต่างกลับภูมิเนาของตนเอง รร. จะเริ่มอีกครั้งใน่ช่วงเดือน พฤภาคม ก่อนที่ รร. จะเปิดสอนจะมีคำสั่งจากกองกำกับการตำรวจ ฯ แต่งตั้งครู ตชด. ว่าครูท่านไหนไปสอนที่ รร. ไหน บางท่านก็สอนอยู่ รร เดิม บางท่านย้ายไปสอนอีก รร. ส่วนผมขอเข้าอยู่แผนกไม่ขอเป็นครูสอน เพราะต้องการจะลงมาเรียนหนังสือต่อ เมื่อคำสั่งออกผมก็ได้อยู่ประจำแผนก ๕ มี ตชด. รุ่นเดียวผมขึ้นไปสอนแทนผม ตั้งแต่คำสั่งออกมาผมก็ไม่ได้ไปที่กิ่งอำเภอแม่อายอีกเลย และทราบข่าวว่าหมู่บ้านจะนะ มีทางที่รถจักรยานยนต์วิ่งได้ การค้าของชาวบ้านก็สะดวกมากขึ้น ชาวบ้านไม่ต้องใช้ม้าต่างบรรทุกสิ่งของอีกแล้ว ส่วนม้าที่ผมซื้อไว้เจ้าของร้านค้าในหมู่บ้านขอซื้อ ผมขายให้สี่ร้อยบาท ต่อมาผมทราบว่า รร. ตชด บำรุง ที่ 93 บ้านจะนะ เปลี่ยนชื่อใหม่ ชื่อ รร.ตชด. ทุติยะโพธิอนุสรณ์ บ้านจะนะ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

ชีวิตครูดอยของผมก็จบลงเพียงนี้ จากนั้นผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียน และได้ปรับวิทยฐานะ ย้ายไปหลากหลายสถานที่ มีโอกาสจะนำมาเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานให้น้อง ๆ ลูก ๆ ได้เป็นบทเรียน ชีวิตมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตทุกชีวิตต่างมี ฐานเกิดที่ไม่เท่าเทียมกัน ใครทำบุญมาดีฐานเกิดก็จะเป็นทุนให้เจริญก้าวหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่องไว้ครับ “กรรมในปัจจุบัน” จะเป็นตัวให้ผลในชาติปัจจุบัน ฝากไว้ว่า “จงคิดดี พูดดี ทำดี” ท่านจะปลอดภัยในทุกที่และทุกสถาน สวัสดีมีโชคมีชัย และขอขอบคุณที่ติดตามจนมาถึงอวสาน พบกันอีกในโอกาสหน้าครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ.
152136.jpg (97.07 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”