☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 27 ม.ค. 2011, 10:47

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:41, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย กบducati » 27 ม.ค. 2011, 10:53

ขอเข้ามาหาความรู้ด้วยครับ ขอบคุณเจ้าของกระทู้ครับ :D

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 27 ม.ค. 2011, 10:58

71.เปลี่ยนเกียร์แบบมหัศจรรย์เพื่อการขี่ขึ้นเขา

รูปภาพ


1.เมื่อเริ่มต้นช่วงขึ้นเขา :- เปลี่ยนเป็นเกียร์เบา ให้เร็วกว่าที่ท่านคิดไว้สักเล็กน้อย

2.ปั่น-ปั่น-ปั่น ด้วยรอบสูง ที่ระยะทางประมาณ 2/3 ของช่วงขึ้นเขา อย่ากังวลกับรอบที่สูงนั้น
จากนั้นเปลี่ยนเกียร์ให้หนักขึ้น ยืนปั่น รอบจะค่อยๆลดลงเอง

3.รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเกียร์ครั้งต่อไป หยุดชั่วขณะที่รอบการปั่นของท่านเริ่มลดลง และท่านกำลังอยู่ข้างหน้าในหมู่เพื่อนซึ่งกำลังปั่นด้วยเกียร์ที่หนักเกินไปและความเร็วเริ่มลดลง และเขาเหล่านั้นเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นเกียร์ที่เบาลง จากนั้น......

4.เปลี่ยนเป็นเกียร์ที่หนักขึ้น (เฟืองเล็กลง 1-2/3 ซี่) ยืนปั่น ให้น้ำหนักตัวส่งแรงลงไปเพื่อคงความเร็วไว้ อย่าเร่งด้วยการส่งแรงเหยียบลงบนลูกบันไดโดยตรง. ขณะนี้รอบการปั่นจะลดลงแต่จะให้กำลังในการปั่นมากกว่าโดยที่ท่านออกแรงเท่าเดิม ถ้ารอบสูงเกินไป ให้เปลี่ยนเกียร์หนักขึ้นมากกว่าที่จะใช้รอบการปั่นที่เร็วเกิน

5.อย่าเร่ง ! ท่านมีแนวโน้มที่จะยืนปั่นด้วยเกียร์ที่หนักเกิน ซึ่งทำให้ท่านรู้สึกดีเพียง 2-3 รอบเท่านั้น จากนั้น…ท่านต้องชดใช้คืนแน่นอนด้วยการหมดแรงก่อนเวลาอันควร.

เทคนิคนี้อาจใช้ขณะที่ต้องการโจมตีคู่ต่อสู้ แต่เมื่อพิจารณาโดยพื้นฐานเท่ากับเป็นการช่วยชีวิตตัวเอง ด้วยการประหยัดพลังงานของท่านในขณะที่คนอื่นกำลังเผาผลาญอย่างดุเดือด.

ข้อมูลจาก pskorat ขอบคุณมากครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 02 พ.ค. 2011, 08:53, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 27 ม.ค. 2011, 11:26

รูปภาพ kobfujar เขียน:
อ่านไปแล้ว...ต้องกลับมาอ่านอีกรอบแน่นอน ให้ความรู้ดีมาก
ขอบคุณ มากๆๆๆๆๆๆๆๆเลยครับ.....

:D :D

สวัสดีครับ!...ตามสบายเลยครับรูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 28 ม.ค. 2011, 07:50, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย กบducati » 27 ม.ค. 2011, 12:35

ขอบคุณ คุณอู๊ดครับ :D

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 28 ม.ค. 2011, 08:22

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:42, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 28 ม.ค. 2011, 13:31

72.กลเม็ด เทคนิค จุดสำคัญในการปั่นขึ้นเขาชัน และเลี้ยวโค้ง

รูปภาพวันนี้เราจะพูดถึงการขึ้นทางลาดชันและเลี้ยวโค้ง เพื่อให้การปั่นได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เสียความเร็ว ไม่เสียเวลาในจังหวะขึ้นเขามีโอกาสเสียจังหวะรถเสียความเร็ว ทำให้ต้องลงจูง หรือเกิดอุบัติเหตุตกไหล่ทางหรือเหวลึกได้ การปั่นขึ้นเข้าถือเป็นสุดยอดของการปั่นจักรยานเสือภูเขา แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และวัดใจ ฝึกความอดทนทดสอบความแข็งแรงของตัวท่านเอง และฝึกการทรงตัวระหว่างความเร็ว/ช้า และควบคุมคอแฮนด์ให้ไปในเส้นทางที่เราต้องการ หรือหลาย ๆ ที่ที่เรามองว่าดีที่สุด และฝึกสมาธิ การหายใจเป็นระบบ แน่นอนคุณต้องถึงยอดเขาให้ได้ และจะต้องเอาชนะใจตัวเองโดยไม่เอาขาลงจากรถ นั่นแหละคุณเริ่มศึกษาและเข้าใจเทคนิคการขึ้นเขาโดยถูกต้อง

1. มองดูเส้นทาง และวิเคราะห์เส้นทางว่าภูมิประเทศสูงมากแค่ไหน ใช้เกียร์ต่ำแค่ไหน ดูให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ และความเร็วที่เราปั่นได้ และควรมีการมองใกล้มองไกล

2. วิเคราะห์ผิวถนนว่าเป็นดินประเภทไหน หรือลาดยาง หิน ทราย รากไม้ ควรวิ่งในเส้นทางที่มีอุปสรรคน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เสียการทรงตัวจนต้องลงจากรถ

3.จัดท่าทางการปั่นช่วงบนของร่างกาย สำหรับขึ้นเขาลาดชันมาก ๆ เราจะต้องจัดลำตัวช่วงบนทำมุม 30 องศา โน้มตัวไปข้างหน้าให้มากหน่อย เพื่อไม่ให้ล้อหน้ายก พร้อมกับงอแขน และทำการกางแขนออกให้พอดีละไม่เกร็งกล้ามเนื้อ พร้อมกันนั้นส่งน้ำหนักช่วงบนจากหัวไหล่ลงไปที่แขนส่งถึงนิ้วมือ และอุ้งมือ กดไปที่แฮนด์ให้ล้อหน้ายึดเกาะถนนมากขึ้น และไม่ให้เสียการทรางตัวของแฮนด์ และคอเอียงซ้าย เอียงขวาไปมา ทำให้การควบคุมง่ายขึ้นกว่าเดิม และวิ่งไปในไลน์เส้นทางที่เราต้องการ และที่พลาดไม่ได้ควรหายใจเป็นจังหวะ หายใจเข้าให้ลึกแล้วค่อยๆ ปล่อย ทั้งควรหายใจทางปากช่วยด้วย เพราะการปั่นขึ้นเขาต้องการออกซิเจนสูง และควรมีการดื่มน้ำอย่างต่อเนื่องทุก 10 นาที ต่อเมื่ออยู่ในสภาพถนนดี หรือมีอุปสรรคน้อยหน่อยไม่เช่นนั้นร่างกายจะขาดน้ำและระบบร่างกายจะไม่สดชื่นและเมื่อยล้าเร็วกว่าปกติ

4. จัดท่าทางช่วงล่างของร่างกายตั้งแต่สะโพกจะอยู่ในตำแหน่งที่ส่วนหน้าของเบาะ และทำการกดน้ำหนักไปที่เบาะให้มากหน่อย ยิ่งถนนทีมีผิวดินร่วนซุย ก็ต้องกดน้ำหนักให้มากขึ้น เพราะน้ำหนักจะส่งลงไปที่ล้อหลังไม่ฟรีจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ตลอด และจะไม่เสียการทรงตัวเป๋ซ้ายเป๋ขวา รถจะวิ่งขึ้นตรง ๆ โดยไม่เสียความเร็ว ความเร็วจะต่อเนื่องไปพร้อมจังหวะการปั่นรอบขาอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนขาท่อนบนลงไปท่อนล่าง จะไม่เอียงซ้ายเอียงขวา จะปั่นขนานกับตัวถังไปตลอดไม่เร็วมาก และไม่ช้าไป แต่จะสม่ำเสมอขึ้นไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ใจเย็น ๆ ในจังหวะที่ปั่นเร็วหรือใช้รอบขาเร็วไปอาจเสียแรง หรือหมดแรงไปทำให้เสียการทรงตัวต้องลงจากรถ ยิ่งทำให้ต้องมาตั้งความเร็วใหม่ยิ่งเสียแรกมากกว่าเดิม และปั่นใช้รอบขาช้าไปก็อาจจะต้องทรงตัวมากเกิน อาจทำให้รถยกล้อหน้าถอยหลังได้ ทำให้เป็นอันตรายได้

5. ตั้งหลักอาน หรือเบาให้สูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อเบาแรงกล้ามเนื้อท่อนบน และทำการปั่นใช้รอบขาได้สะดวกมากกว่าเดิม เพราะการขึ้นเขาชัน ๆ จะต้องนั่งปั่นเป็นส่วนมากการยืนปั่นจะมีในบางช่วงที่ไม่ชันมากเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นล้อหลังอาจจะฟรี หรือเสียการทรงตัวได้เพราะไม่มีน้ำหนักกดไปที่ล้อหลัง

รูปภาพ
- ลักษณะการเลี้ยวโค้งนอกขึ้นทางชันโค้งซ้าย

การปั่นจะเคลื่อนตัวจากตีนเขาวิ่งขึ้นไปจากซ้ายไปขวาค่อย ๆ เคลื่อนตัวอีกเลนส์หนึ่ง จากมุมที่มีภูมิประเทศสภาพถนนชันน้อยที่สุด ไปมุมโค้งนอกจะใช้แรง และออกกำลังในการปั่นค่อยข้างน้อย และทำความเร็วดีการทรงตัวค่อนข้างง่าย เพราะการตีมุมอาศาเลี้ยวค่อย ๆ เลี้ยว เพราะโค้งมุมองศากว้างขึ้น ในการใช้กล้ามเนื้อขาจะใช้การปั่นลักษณะควงรอบขาเป็นส่วนมาก แทนที่จะกดน้ำหนักไปที่ลูกบันไดก็จะสลับกับการดึงข้อเท้าทั้งกด และดึงลงไปที่ลูกบันได เช่น เท้าซ้ายกด เท้าขวาดึง เป็นจังหวะสม่ำเสมอ และต่อเนื่องไม่เร็วมากความเร็วรอบขาไม่เกิน 60 รอบต่อนาที ช่วงเขาชัน ๆ

- สำหรับขึ้นเขาชัน เลี้ยวโค้งใน

อาจจะต้องใช้แรงและกำลังกล้ามเนื้อขาที่ท่อนบน และท่อนล่างมากหน่อย เพราะความชันค่อนข้างมาก อนึ่งมุมองศาการเลี้ยวโค้งค่อนข้างแคบ ช่วงจังหวะที่เราปั่นจักรยานจะทำความเร็วได้ไม่มาก อาจเสียการทรงตัวหรือเสียสมดุล ในจังหวะหักเลี้ยวเข้าโค้งชัน ๆ กะทันหัน อาจจะต้องลงจากรถเสียความเร็ว และจะต้องตั้งความเร็วใหม่ หรือตั้งรอบใหม่ทำให้เสียเวลา และในจังหวะสภาพการแข่งขันอยู่นั้น อาจทำให้คู่ต่อสู้ไล่ตามทันได้และเสียกำลังโดยเปล่าประโยชน์ โอกาสพลาดสูงจะไม่เหมาะสม แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยหรือสถานการณ์บังคับให้เราวิ่งไปในเส้นทางไลน์นั้น เราจะต้องใช้เกียร์ต่ำมากหน่อยและทรงตัวให้ดี กดน้ำหนักไปที่ล้อหน้าให้มากเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เสียการทรงตัว
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:10, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย kobfujar » 29 ม.ค. 2011, 09:52

เผอิญไปได้ไฟล์เกี่ยวกับจักรยาน และ การดูแลรักษา มา(เป็นภาษาอังกฤษครับ)
แต่ผมยังตั้งกระทู้ใหม่เองไม่ได้ เลยขออนุญาตฝากไว้กับกระทู้นี้นะครับ
เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้าง ลองไปดาวโหลดมาอ่านกันดูนะครับ

กดตามลิงค์ด้านล่าง แล้วรอประมาณ 10 วินาที จะขึ้นข้อความ "ดาวน์โหลด คลิกที่นี่" ก็กดดาวโหลดได้เลยครับ

ไฟล์: Bike Repair & Maintenance For Dummies.pdf
รายละเอียด: Bike Repair & Maintenance For Dummies
ลิงก์: http://www.zidofile.com/fo84U5


ไฟล์: BlueSpringStateParkMountainBikeTrails.pdf
รายละเอียด: BlueSpringStateParkMountainBikeTrails
ลิงก์: http://www.zidofile.com/kfBPCZ


ไฟล์: CycleMaintenance.pdf
รายละเอียด: CycleMaintenance
ลิงก์: http://www.zidofile.com/4ky4eG


ไฟล์: gobybike.pdf
รายละเอียด: gobybike
ลิงก์: http://www.zidofile.com/RqUtjT


ไฟล์: Illustrated_Bicycle_Maintenance.pdf
รายละเอียด: Illustrated_Bicycle_Maintenance
ลิงก์: http://www.zidofile.com/xZQipg


ไฟล์: CycleMaintenance.pdf
รายละเอียด: CycleMaintenance
ลิงก์: http://www.zidofile.com/4ky4eG


ไฟล์: sprocket man.pdf
รายละเอียด: sprocket man
ลิงก์: http://www.zidofile.com/Vgv2UY


ไฟล์: The Barnett's Manual of Bicycle Repair.pdf
รายละเอียด: The Barnett's Manual of Bicycle Repair
ลิงก์: http://www.zidofile.com/7hdd9W
แก้ไขล่าสุดโดย kobfujar เมื่อ 29 ม.ค. 2011, 11:20, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 29 ม.ค. 2011, 10:19

รูปภาพ kobfujar เขียน:เผอิญไปได้ไฟล์เกี่ยวกับจักรยาน และ การดูแลรักษา มา(เป็นภาษาอังกฤษครับ)
แต่ผมยังตั้งกระทู้ใหม่เองไม่ได้ เลยขออนุญาติฝากไว้กับกระทู้นี้นะครับ
เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้าง ลองไปดาวโหลดมาอ่านกันดูนะครับ

กดตามลิงค์ด้านล่าง แล้วรอประมาณ 10 วินาที จะขึ้นข้อความ "ดาวน์โหลด คลิกที่นี่" ก็กดดาวโหลดได้เลยครับ

ไฟล์: Bike Repair & Maintenance For Dummies.pdf
รายละเอียด: Bike Repair & Maintenance For Dummies
ลิงก์: http://www.zidofile.com/fo84U5


ไฟล์: BlueSpringStateParkMountainBikeTrails.pdf
รายละเอียด: BlueSpringStateParkMountainBikeTrails
ลิงก์: http://www.zidofile.com/kfBPCZ


ไฟล์: CycleMaintenance.pdf
รายละเอียด: CycleMaintenance
ลิงก์: http://www.zidofile.com/4ky4eG


ไฟล์: gobybike.pdf
รายละเอียด: gobybike
ลิงก์: http://www.zidofile.com/RqUtjT


ไฟล์: Illustrated_Bicycle_Maintenance.pdf
รายละเอียด: Illustrated_Bicycle_Maintenance
ลิงก์: http://www.zidofile.com/xZQipg


ไฟล์: CycleMaintenance.pdf
รายละเอียด: CycleMaintenance
ลิงก์: http://www.zidofile.com/4ky4eG


ไฟล์: sprocket man.pdf
รายละเอียด: sprocket man
ลิงก์: http://www.zidofile.com/Vgv2UY


ไฟล์: The Barnett's Manual of Bicycle Repair.pdf
รายละเอียด: The Barnett's Manual of Bicycle Repair
ลิงก์: http://www.zidofile.com/7hdd9W

รูปภาพขอบคุณครับ!...ที่แบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆนักปั่น ได้อ่านกัน...ขอบคุณมากครับรูปภาพ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 31 ม.ค. 2011, 08:19

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:43, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 31 ม.ค. 2011, 10:31

73.การใช้เกียร์ในทางซิงเกิลแทรค

รูปภาพ

เทคนิคการปั่นการจักรยานในเส้นทางซิงเกิลแทรคนั้น เป็นการขี่ในทางที่แคบ ๆ ประมาณแค่ทางคนเดินได้เท่านั้น ประกอบกับความคดเคี้ยว ตามป่าเขา ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่ทุรกันดารทั่ว ๆ ไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่ขี่ได้อย่างสนุกสนานมากทีเดียว เพราะผู้ขี่จะต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการควบคุมรถความต่อเนื่องและความเร็วค่อนข้างสูงพอสมควร แต่หากการใช้เกียร์ไม่ถูกต้องอาจจะทำให้การขี่ในเส้นทางซิงเกิลแทรคนี้ขาดรสชาดไป หรืออาจเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สร้างความเบื่อหน่ายให้กับคุณต่อไป ดังนั้นเทคนิคการใช้เกียร์ในเส้นทางซิงเกิลแทรคนี้จะทำให้คุณได้รับความสนุกสนานและชื่นชอบการขับขี่กับเส้นทางประเภทนี้ ซึ่งมีเทคนิคบางประการต่อไปนี้ [เทคนิคการปั่นจักรยาน]

เทคนิคการปั่นจักรยาน ในทางซิงเกิลแทรค

1.หากเส้นทางซิงเกิลแทรคเป็นทางขึ้นเขาไม่สูงชันมากนัก ให้ปรับเกียร์ปานกลาง หากใบหน้าเป็นจานใหญ่ (จานที่ 3) เกียร์หลังควรจะอยู่ประมาณ ไม่เกินเฟืองที่ 4 หรือเฟืองที่ 5
2. ใช้ใบจานหน้าใหญ่ (เฟืองที่ 3) และหลังเล็ก ไม่ถึงขั้นเล็กสุด ประมาณเฟืองที่ 7 หรือ 6 เมื่อขี่ลงเขา และหากมีเนินเขาข้างหน้าอีกทอดหนึ่งก็ให้พยายามใช้เกียร์เดิมที่ขี่ลงจากเขา อาจจะเปลี่ยนเฟืองหลังขึ้นมา 1 เฟืองให้เบาลงเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นโยกขึ้นเขาต่อไปตามแรงโน้มถ่วงตอนที่ลงจากเขา นอกจากคุณจะได้ความเร็วในการขึ้นเขาแล้วยังเพิ่มความมันส์ในการใช้กำลังขาในการขึ้นเขาอีกต่างหาก [เทคนิคการปั่นจักรยาน]
3. เริ่มเปลี่ยนเกียร์ให้เบาลงหากเริ่มรู้สึกว่ารอบขาเริ่มช้าลง
4. ควรจะเริ่มเปลี่ยนจากเฟืองหลังก่อน เมื่อหลังอยู่ที่ประมาณเฟืองที่ 4 หรือ 5 ก็เริ่มเปลี่ยนจานหน้า จากใหญ่สุด เป็นจานกลาง ตามลำดับ
5. หากกำลังขาอ่อนล้ายังไม่มีแรงเพียงพอ ให้คุณใช้จานกลางในการปั่นเส้นทางซิงเกิลแทรค
6. ใช้ใบจานหน้าใหญ่ เมื่อต้องขี่บนเส้นทางซิงเกิลแทรคที่ทุรกันดาร มีเครื่องกีดขวางมาก เช่น ก้อนหิน ขอนไม้ หรืออื่น ๆ [เทคนิคการปั่นจักรยาน]
7. ให้หัดยืนโยกขี่ในทางซิงเกิลแทรค โดยเฉพาะทุกครั้งที่รถเข้าโค้ง เพราะในขณะที่เข้าโค้งเราจะสูญเสียความเร็วไป เนื่องจากต้องลดความเร็วรถลงเพื่อความปลอดภัย หรืออาจจะมีเครื่องกีดขวางอันไม่พึงประสงค์อยู่ข้างหน้า ฉะนั้นเมื่อเริ่มการปั่นใหม่เท่ากับเราต้องเพิ่มความเร็วและเพิ่มแรงใหม่อีกครั้ง การยืนโยกหลังจากพ้นทางโค้งแล้วนับว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเร่งความเร็วให้กลับมาให้ได้ความเร็วเท่าเดิมที่เราขี่มา และจะได้ความเร็วต่อ ๆ ไปโดยไม่ต้องออกแรงมากจนเกินไป [เทคนิคการปั่นจักรยาน]

...การปั่นทางซิงเกิลแทรคหากว่าทางเป็นหินลอย หรือเป็นทางทราย ชันมากแถมลื่นอีกด้วย เราจะนั่งปั่นไม่ได้แล้ว ต้องยืนขึ้นปั่นแทนการนั่ง แต่อย่ายืนปั่นแล้วเลื่อนตัวไปด้านหน้ามากเกินไป เพราะจะทำให้ล้อหลังไม่สามารถยึดเกาะถนนได้ ล้อหลังจะลื่นฟรีไปเลย ให้ยกก้นขึ้นจากเบาะนั่งเฉยๆ พยายามถ่ายน้ำหนักให้สมดุลทั้งล้อหน้า และ หลัง พร้อมทั้งกำแฮนด์ให้เต็มกระชับมือแล้วออกแรงดึงแฮนด์เข้าหาตัว สลับกับใช้เท้าด้านตรงข้ามของมือที่ดึงเข้าหาตัว ถีบทิ้งน้ำหนักลงไป เพื่อช่วยจังหวะในการปั่นให้ได้แรงมากขึ้น ทำเช่นนี้สลับกันไป แต่ถ้าคุณมีแรงพอที่จะไม่ต้องยืนปั่นโยกขึ้นเนิน ก็ให้นั่งปั่นจะดีกว่าเพราะการยืนปั่นจะสูญเสียพลังงานมากกว่าการนั่งปั่น และอีกเทคนิคหนึ่งคือ เวลาเราจะขี่ในทางซิงเกิลแทรกต้องปล่อยลมออกให้ล้อนิ่มกว่าปกติเล็กน้อย และในช่วงการปั่นลงเขาในทางขรุขระนั้นต้องใช้จานหน้าเป็นใหญ่เสมอครับ เพื่อว่าหากเวลาเกิดอุบัติเหตุรถล้ม จะทำให้ป้องกันไม่ให้ใบจานหน้ามาโดนถูกน่อง อาจทำให้บาดเจ็บได้ครับ

นี่คือเทคนิคการปั่นจักรยานและเคล็ดลับเล็กๆ น้อย ๆ ในการปั่นจักรยานในทางซิงเกิลแทรค เพื่อให้คุณผู้อ่านลองนำไปฝึกซ้อมดู เพื่อว่าในการออกทริปทางซิงเกิลแทรคครั้งหน้า เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันอาจจะแปลกใจว่าเราไปทำอะไรมาจึงทำให้ปั่นได้ดีขึ้น คล่องขึ้นจนผิดหูผิดตา ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ออกทริปปั่นจักรยานกันให้สนุกนะครับ และอย่าลืมนำเทคนิคนี้ไปปฏิบัติด้วยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:11, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 01 ก.พ. 2011, 07:52

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:43, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 01 ก.พ. 2011, 13:38

74.พื้นฐานการยืนปั่น

รูปภาพในการขับรถยนต์ตัวแปรในการทำความเร็วก็คือรอบเครื่องยนต์และเกียร์ที่ใช้ ในการขี่จักรยานก็เช่นเดียวกัน ตัวแปรความเร็วของการขี่จักรยานคือรอบขาและเกียร์ที่ใช้ ซึ่งก็เหมือนกันกับตัวแปรความเร็วของรถยนต์ ปกติเวลาเรานั่งปั่นจักรยานบนเบาะ ร่างกายเราจะสัมผัสกับจักรยาน 5 จุด ได้แก่ ขาทั้งสองข้างที่เหยียบบันได มือทั้งสองข้างที่จับแฮนด์ และก้นที่นั่งบนเบาะนั่นคือสภาวะปกติ เมื่อเรานั่งปั่น แต่ก็ยังมีสภาวะพิเศษที่เราต้องการเร่งความเร็วแบบทันทีทันใด หรือต้องการเพิ่มพลังในการขับเคลื่อนให้มีเพิ่มขึ้นแบบทันทีทันใด เราสามารถทำได้โดยการใช้น้ำหนักทั้งหมดของตัวกดบันไดด้วยการยืนปั่น [เทคนิคการปั่นจักรยาน]
เวลาที่เรานั่งปั่นบนเบาะ น้ำหนักตัวส่วนหนึ่งจะกดที่เบาะแล้วส่วนหนึ่งกดไปที่บันได แต่ถ้าเรายืนปั่นโดยยกก้นขึ้นจากการนั่งบนเบาะ น้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดจะกดบันได ซึ่งการยืนปั่นแบบนี้จะให้แรงในการขี่สูง แต่ก็เป็นท่าขี่ที่เหนื่อยมากที่สุดเหมือนกัน เพราะกล้ามเนื้อขาต้องทำงานอย่างเต็มที่ ประโยชน์ของการยืนปั่นจะมีอยู่สองอย่างคือ อย่างแรกใข้ในการเร่งความเร็วเช่นกรณีแซงหรือแข่งกันขี่เข้าเส้นชัย อย่างที่สองเป็นการเพิ่มพลังในการขับเคลื่อนให้มีสูงสุดเมื่อต้องการใช้งาน ส่วนในการฝึกซ้อมการยืนปั่นยังเป็นการวัดความอดทนของร่างกายว่าจะสามารถทนสภาวะทำงานหนัก ๆ ได้นานแค่ไหนอีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าฝึกยืนปั่นอยู่บ่อย ๆ ก็จะเป็นหนทางในการฝึกฝนความแข็งแรงในกล้ามเนื้ออย่างหนึ่ง พื้นฐานของการยืนปั่นมีอยู่สองอย่างคือ การทรงตัวบนจักรยานโดยไม่นั่งบนเบาะและการรู้จักใช้เกียร์ จากที่เคยกล่าวไว้ว่าการยืนปั่นเป็นการใช้พลังงานสูงสุด ช่วยให้การขี่มีอัตราเร่งดี ดังนั้นก่อนที่จะทำการขึ้นยืนปั่นผู้ขี่จะต้องเปลี่ยนเกียร์ไปอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ที่หนักกว่า (มีอัตราการทดมากกว่า) เกียร์ปัจจุบันนิดหน่อย เพราะว่าการยืนปั่นเป็นการใช้พลังงานสูงสุด หากไม่มีการเปลี่ยนไปใช้เกียร์ที่มีอัตราการทดที่มากกว่า ก็จะทำให้การเร่งของรถไม่สูงเท่าที่ควร กล่าวคือรถพุ่งตัวเร็วขึ้นนิดเดียวแล้วความเร็วก็หยุด ทำให้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นไม่พอที่จะแซงให้พ้น หรือผู้ขี่อาจจะฟรีขาทิ้งเปล่า ซึ่งกรณีที่เปลี่ยนเกียร์หนักก่อนยืนปั่นนี้จะให้ในการเร่งความเร็ว ส่วนในกรณีที่ต้องการใช้พลังงานสุงสุดในการขับเคลื่อนแบบทันทีทันใด เช่นกรณีขี่ขึ้นจากท้องร่องนั้น สามารถยืนขี่ได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ก่อนยืนปั่น [เทคนิคการปั่นจักรยาน] ส่วนพื้นฐานการทรงตัวบนจักรยานโดยไม่นั่งบนเบาะ ท่านสามารถฝึกด้วยตัวเองได้โดยการขี่รถด้วยความเร็วระดับหนึ่งแล้วปล่อยให้รถไหลจากนั้นให้จัดตำแหน่งบันไดจักรยานให้ขนานพื้นให้เท้าด้านที่ถนัดอยู่ข้างหลัง จากนั้นจึงค่อย ๆ เหยียบบันไดทั้งสองข้าง ยกก้นขึ้นมาเหนือเบาจนขาทั้งสองข้างตึง แล้วทรงตัวบนรถปล่อยให้รถไหลไปเรื่อย ๆ จนแรงส่งใกล้จะหมดจึงนั่งลงปั่นต่อ ฝึกยืนยกก้นบนบันไดในตำแหน่งบันไดขนานพื้นจนคล่องก่อน จากนั้นก็มาฝึกขั้นต่อไปก็คือการยืนปั่นพร้อมกับโยกรถไปพร้อมกัน ซึ่งการฝึกขั้นนี้ก็มีพื้นฐานมาจากการฝึกในขั้นที่แล้ว กล่าวคือต้องทำการขี่แล้วยืนบนบันไดให้รถไหลไปก่อน จากนั้นจึงทำการยืนปั่นโดยเวลาที่กดขาซ้ายลงก็ให้ใช้แขนดึงตัวรถไปด้านขวา ส่วนเวลาที่กดขาขวาลงก็ให้ใช้แขนดึงตัวรถไปด้านซ้าย ซึ่งขาที่ปั่นกับทิศทางการดึงตัวรถจะตรงกันข้ามอยู่เสมอ กล่าวคือใช้ขาซ้ายปั่นก็จะต้องดึงตัวรถไปด้านขวา และเวลาใช้ขาขวาปั่นก็จะต้องดึงตัวรถไปด้านซ้าย เหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อรักษาสมดุลการทรงตัวของรถไม่ให้รถล้ม [เทคนิคการปั่นจักรยาน] เวลาทำการฝึกให้ทำการฝึกทั้งการยืนบนรถโดยให้บันไดขนานพื้นก่อนแล้วจึงฝึกยืนปั่นตามทีหลัง ฝึกบ่อย ๆ จนคล่อง แค่นี้คุณก็จะได้รู้วิธีขี่แบบเร่งแซงให้พ้น หรือการขี่ขึ้นจากท้องร่องได้ครับเทคนิคการยืนปั่นยังเป็นเทคนิคพื้นฐานที่ถูกนำไปใช้ในการแข่งขันเสือหมอบอยู่บ่อย ๆ เวลาที่นักแข่งขี่เร่งเข้าเส้นชัย ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากการฝึกแบบนี้ก่อนที่จะไปฝึกเทคนิคขั้นสูงต่อไป [เทคนิคการปั่นจักรยาน]
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:13, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย ทองนนท์ » 01 ก.พ. 2011, 15:22

อยากทราบวิธีืการปรับสูงต่ำของหลักอานอะคับ

ช่วยแนะนำผมที
ล๐งมองขึ์นไปบนฟ์าแล์วก๊ถามต์วเ๐งว่า...ชีวิตที่เกิดมานั์นใช์คุ์มหรือย์ง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 8 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน