☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 09:15

16.แนะนำเทคนิค การปั่น เสือภูเขามาฝากครับ

การปั่นจักรยานเสือภูเขาให้สนุกกว่าเดิม คือการปั่นขึ้นเนิน-ลงเนิน มีหลายคนไม่ชอบการปั่นจักรยานขึ้นเนินเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จะช้าหรือเร็ว ก็จะต้องเจอกับเส้นทางที่ลาดสูงขึ้น จะเป็นแค่เนินเตี้ยๆ หรือสะพานก็แล้วแต่ การที่จะเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวได้ ต้องใช้พละกำลังมากกว่าปั่นจักรยานบนพื้นราบ แล้ว ถ้าคุณต้องปั่นในทางวิบากที่ไม่ใช่ถนนทั่วๆ ไป คุณจะต้องใช้เทคนิคชั้นสูงอีกด้วย

รูปภาพ

ถนนทั่วๆ ไป หรือ ทางราดยาง หรือ ทางลำลองวิบาก ที่มีความชันไม่มากนัก ให้เปลี่ยนเกียร์ลดต่ำลงสัก 1-2 เกียร์ แล้วออกแรงถีบมากขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ก็สามารถปั่นขึ้นยอดเนินได้แล้ว แต่ถ้าเนินที่ไม่ชันนั้นมีความยาวขึ้น ก็ให้ชิฟเปลี่ยนเกียร์หลังลงมาทีละเกียร์ ไล่ลงมาเรื่อยๆ พยายามรักษารอบการปั่นให้สม่ำเสมอ ถ้ารู้สึกว่าเกียร์หนักไป ให้ชิฟเกียร์หลังต่ำลงมาอีก 1 เกียร์ อย่ารีบร้อนซอยเท้าปั่นเพื่อเร่งความเร็วขึ้นเนิน อย่ามองขึ้นไปบนยอดเนิน ให้ปั่นไปเรื่อยๆ ตามแรงที่คุณมี ถ้าปั่นไม่ไหว หมดแรง หรือ เริ่มทรงตัวไม่ได้ แก้ปัญหาด้วยการลงจูงจะดีกว่า แต่อย่าเพิ่งท้อถอดใจทันทีที่เห็นทางเริ่มลาดขึ้น ลองปั่นดูด้วยเทคนิคข้างต้น บางทีคุณอาจทึ่งในความสามารถของคุณก็ได้

รูปภาพ

เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง เป็นเรื่องธรรมดา การปั่นจักรยานลงเขาเป็นที่โปรดปรานของนักปั่นเสือภูเขาโดยทั่วไป ถึงขนาดมีการแข่งขันปั่นจักรยานลงเขาหรือที่เรียกกันว่า “ดาวน์ฮิลล์” ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั้งใน และ ต่างประเทศ การปั่นจักรยานลงเขา หรือ ดาวน์ฮิลล์ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ท้าทาย ยิ่งลงชันมาก ยาวมากเท่าไรยิ่งมันเร้าใจเท่านั้น แต่การปั่นดาวน์ฮิลล์ก็อันตรายมากอยู่เหมือนกัน เพราะใช้ความเร็วสูง ตามแรงดึงดูดของโลก การจะปั่นให้ปลอดภัยต้องมีการถ่ายน้ำหนัก และการทรงตัวที่ดี นอกจากจะมีอุปกรณ์ที่สำคัญควบคู่ไปด้วย

รูปภาพ

การปั่นลงทางไม่ชันมากนัก ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไร นั่งในท่าปกติ ปล่อยจักรยานไหลลงมาตามทาง เพียงแต่ให้ระวังเรื่องของการเบรคทั้งล้อหน้า และหลัง โดยเฉพาะล้อหน้า อย่าเบรคจนล้อล๊อค คุณจะลอยตีลังกาข้ามแฮนด์ทันที ล้อหลังก็เช่นกัน ถ้าคุณเบรคจนล้อล๊อคตายรถจะเป๋ แล้วปัดออก เสียการควบคุมซึ่งเป็นอันตรายได้ ถ้าต้องเบรคจริงๆ อย่าเบรคกระทันหัน อย่ากดเบรคแรงๆ ให้เบรคแล้วปล่อย เบรคแล้วปล่อย อย่าบีบมือ เบรคลากยาวตลอด เพราะผ้าเบรคจะไหม้ และเกิดการสึกหรอมากกว่าปกติ
ทางลงเขาชันมากๆ ถ้าต้องขี่ลงเขาชันมากจริงๆ ให้ลงเดินดูทางที่จะผ่านไปว่ามีอุปสรรคอะไรบ้าง พยายามมองหาเส้นทางที่คิดว่าราบเรียบที่สุด โดยที่ไม่มีหินหรือร่องน้ำที่เป็นอุปสรรคในระหว่างทาง ก่อนที่จะขี่ลงให้ปรับเบาะนั่งให้ลดต่ำลงมากที่สุด และในตอนขี่ลงเนินชัน ให้ถอยออกมาจากจุดที่จะดิ่งลงสัก 3-4 เมตร เพื่อจะได้ทรงตัวได้อย่างมั่นคงขึ้น อย่าเริ่มขี่ลงตรงหัวทางชันซึ่งอันตรายมาก มันจะควบคุม และทรงตัวได้ลำบาก

ยังงัยก็ลองเอาไปฝึกฝนกันดูนะครับ ทำให้ฝีมือการปั่นยกระดับขึ้นได้อีก
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 14:42, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย boboo » 09 ธ.ค. 2010, 09:16

มีประโยชน์อย่างมาก และยอดเยี่ยมมากครับ
Love to ride with my Love

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 09:16

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 14 พ.ค. 2011, 10:04, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 09:24

17.ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยาน

ลดความอ้วนด้วยการปั่นจักรยานเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและใช้ระยะเวลาที่นานมากครับ

ทั้งนี้เพราะ aerobic exerciseนั้น ถึงแม้ว่าจะใช้พลังงานหลักมาจากการสลายไขมันก็ตามที แต่ปริมาณที่ใช้นั้นก็ไม่ได้มากมายนัก ทั้งนี้เนื่องจากว่าการออกกำลังกายในระดับaerobic ที่เป็นระดับที่เรียกว่า fat burningนั้น จะเป็นการออกกำลังกายในระดับที่เบา หรือ ระดับแรกของaerobicเลยทีเดียว

ดังนั้นหากหวังจะเผาผลาญไขมันด้วยการออกกำลังกายในระดับaerobicเพียงอย่างเดียว ก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 40 นาที และอาจจะต้องปั่นกันทุกวันเลยทีเดียว ร่วมกับการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด

แต่หากต้องการหวังผลที่เร็วขึ้น ก็จำเป็นจะต้องร่วมกับการออกกำลังกายในลักษณะที่เรียกว่า weight training ครับ ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อแต่ละมัด โดยแต่ละมัดจะหดตัวรวมๆกันแล้วไม่เกิน 50 - 100 ครั้ง ( ขึ้นกับปริมาณของพลังงานพื้นฐานที่สะสมในกล้ามเนื้อของแต่ละคน ) โดยใช้น้ำหนัก(หรือแรงต้าน)ที่กำลังดี

ผลของ weight training จะทำให้กล้ามเนื้อใช้พลังงานหลักจากภายในกล้ามเนื้อก่อนที่จะเริ่มจะใช้พลังงานจากภายนอก ( พอใช้พลังงานจนพร่อง ก็หยุดออกแรงกล้ามเนื้อมัดนั้นไปแล้ว ) ร่างกายเมื่อเห็นว่าความต้องการพลังงานของกล้ามเนื้อชุดนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน (ก็หยุดออกแรงไปแล้วนี่ ) ร่างกายก็จะค่อยสร้างพลังงานมาทดแทนให้

การสร้างพลังงานทดแทนนั้นจะไม่เร่งรีบ เมื่อไม่เร่งรีบแล้ว แหล่งกำเนิดที่ดีที่สุดก็คือจากไขมัน หลังจากออกกำลังแบบweight traing กระบวนการสลายไขมันจะยังคงดำเนินต่อเนื่องกันได้นานถึง 3ชม. ( เรียกว่า After effect ) ในขณะที่การออกกำลังกายแบบaerobicทั่วๆไปนั้น จะมีafter effectต่อเนื่องไม่นานเกินกว่า1ชม.

ถ้าเข้าฟิตเนสก็ควรจะออกกำลังกายแบบผสมผสานครับ เพราะaerobicจะช่วยสร้างความอดทนให้แก่ร่างกาย โดยสร้างความฟิตให้แก่ระบบหัวใจ และหลอดเลือด รวมไปถึงระบบหายใจ ในขณะที่เวทเทรนนิ่งจะสร้างความแข็งแรงให้กับระบบกล้ามเนื้อ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 14:43, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 09:26

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 14 พ.ค. 2011, 10:05, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย baosamnoi » 09 ธ.ค. 2010, 09:37

:shock: ขอบคุณครับ สุดยอดข้อมูล จด ครับ จด
เพราะรักเจ้าดอก...จึงบอกให้ปั่น

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย liverkop » 09 ธ.ค. 2010, 09:47

ขอบคุณครับ ข้อ 17 ได้ใจสุด ๆ แต่เรื่องกินเรื่องใหญ่ครับ 555
การให้ที่ดีที่สุดในชีวิต คือ ให้อภัยตัวเอง และให้อภัยคนอื่น

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 10:22

18.เทคนิคการหายใจสำหรับนักปั่นจักรยาน

รูปภาพ

เทคนิคการหายใจขณะขี่แข่งขันถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะในการแข่งขัน: ทำได้ดังนี้
1. ถ้าคุณหายใจไม่ทันขณะที่ปล่อยตัวออกไปอย่างรวดเร็ว คุณต้องฝึกการหายใจเข้า - ออกทุกๆ วันก่อนออกฝึกซ้อม
มีวิธีฝึกดังนี้
....1. ฝึกหายใจเข้าทางจมูกให้เต็มปอด และ เป่าลมออกทางปากจนหมดปอด จังหวะการหายใจให้หายใจลึกๆ ( ยาว ) ช้าๆก่อนทั้งเข้า - ออก
....2. ฝึกหายใจเข้า-ออกทั้งทางปากและจมูกพร้อมๆกัน จังหวะการหายใจเหมือนแบบที่ 1.
....3. รวมการหายใจแบบที่ 1+2 เข้าด้วยกันแต่เน้นจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงแรงและเร็วเหมือนแข่งขันฯประมาณ 15-20 สะโตก( เข้า - ออก ) แล้วผ่อนการหายใจยาวๆเป็นแบบที่หนึ่งหรือสองจนกว่าจะรู้สึกว่าหายเหนื่อยดีแล้วก็ให้กลับมาเริ่มฝึกหายใจแบบที่สามอีก คือหนักหน่วงแรงและเร็ว ทำสลับกันอย่างนี้ใช้เวลาประมาณ 5 - 10 นาที แล้วก็ออกไปฝึกซ้อม
หมายเหตุ: การฝึกแรกๆระวังหน้ามืดเป็นลม ต้องค่อยเป็นค่อยไป เมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีแล้วคุณจะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการหายใจว่า " นี่คือหัวใจของความอึด " ในการปั่นเสือที่คุณชอบครับ การฝึกหายใจเป็นประจำทำให้ปอดขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับฝึกประสาทควบคุมการหายใจให้รับรู้วิธีการหายใจในขณะแข่งขันฯ ทำให้คุณผ่านพ้น " ภาวะอึดอัด " ( หายใจไม่ทัน )ไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีในการปั่นแข่งขัน มากกว่าคนที่ไม่เคยฝึกเทคนิคการหายใจครับ แต่ทุกๆคนต้องหายใจเพื่อชีวิตเพียงแต่ว่าคุณหายใจได้ดีแค่ไหน ? โดยเฉพาะอากาศออกซิเจนที่คุณต้องการน่ะมากพอหรือยังครับ

ข้อมูลจาก เสือเฒ่า เทอร์โบ ขอบคุณมากครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 02 พ.ค. 2011, 16:03, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 10:23

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 14 พ.ค. 2011, 10:05, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 10:49

19.หมวกจักรยานที่เหมาะสมกับเรา



ข้อดีของจักรยานนั้น ทุกคนต่างทราบและเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ถ้าจะให้มาขี่จักรยาน จะมีสักกี่คนที่ไม่เมินหน้าหนี ยิ่งในเมืองใหญ่ที่ถนนหนทางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สร้างมารองรับรถยนต์โดยเฉพาะแล้ว การจะนำพาหนะ 2 ล้อ ที่ต้องการพื้นที่อันน้อยนิดในการเคลื่อนตัวร่วมถนนไปด้วยนั้น ดูเป็นเรื่องน่าอันตรายอย่างยิ่ง แต่รู้มั้ยว่าอุบัติเหตุจราจรในประเทศไทยนั้น เป็นอุบัติเหตุจักรยานเพียง 2-3 % เท่านั้นนะ

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรประมาท เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ส่วนที่ต้องเจอกับแรงกระแทกต่าง ๆ ก็คือร่างกายของเราล้วน ๆ โดยเฉพาะ "ศีรษะ" ถ้าได้รับการบาดเจ็บอาจมีอันตรายถึงชีวิต จากการศึกษาของนิวยอร์กพบว่า ผู้ขี่จักรยานที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตนั้น 97% ไม่ได้สวมหมวกนิรภัย และศัลยแพทย์ด้านสมองยังยืนยันมาด้วยว่าหมวกนิรภัยนั้นสามารถป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ถึง 85%
รูปภาพ
ในเมื่อ หมวกนิรภัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเสริมความมั่นใจในสวัสดิภาพของชีวิตเราซะขนาดนี้ จะขี่จักรยานตัวปลิวโดยเปิดโอกาสให้เลือดคั่งในสมอง หรือปล่อยให้สมองไหลมาประท้วงอยู่ตามท้องถนนคงใช่ที่ หาหมวกนิรภัยดี ๆ สักใบมาใส่ดีกว่า

เอ..แล้วหมวกจักรยานนี่มีวิธีเลือกยังไงนะ??

1. เลือกสไตล์ที่ใช่!

หากไม่ได้ขี่จักรยานในที่สมบุกสมบันมาก หมวกนิรภัยแบบ Sport ก็เพียงพอแล้ว

รูปภาพ

แต่ถ้าปกติขี่เสือหมอบ อยากได้หมวกน้ำหนักเบา รูปร่างเพรียวลม มีช่องระบายอากาศใหญ่ ๆ ก็ต้อง Road bike helmets

รูปภาพ

ส่วนใครที่ชอบลุยกับทางวิบาก แนะนำให้เลือก Mountain bike helmets เนื่องจากออกแบบมาเพื่อการปกป้องอย่างสูงสุด ปกติหมวกรูปแบบนี้จะมีปีกหมวกด้านหน้า และจะครอบคลุมศีรษะด้านหลังทั้งหมด

รูปภาพ

2. ขนาดต้องเหมาะสม

เมื่อต้องการทราบว่าศีรษะของเราเหมาะกับหมวกไซส์ไหนนั้น ก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำ สายวัดเอว หรือเชือกอะไรก็ได้ มาวัดรอบศีรษะเราตรงส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อรู้ขนาดหัวก็มองหาหมวกที่ขนาดพอดีกับเราได้เลย
ขนาดของหมวกทั่วไป

*เล็ก : 20" - 21.75" (51 cm - 55 cm)
*กลาง : 21.75 " - 23.25 " (55 cm - 59 cm)
*ใหญ่ : 23.25 " - 24.75 " (59 cm - 63 cm)
*เล็กพิเศษ : น้อยกว่า 20 " (51 cm)
*ใหญ่พิเศษ : มากกว่า 24.75 " (63 cm)
*ฟรีไซส์(ผู้ชาย) : 21.25 "- 24 " (54 cm - 61 cm)
*ฟรีไซส์(ผู้หญิง) : 19.75 " - 22.5 " (50 cm - 57 cm)
*ฟรีไซส์(เด็ก) : 18 " - 22.5 " (46 cm - 57 cm)
หากขนาดศีรษะของคุณอยู่ระหว่างไซส์ใดไซส์หนึ่ง โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้เลือก ขนาดที่เล็กกว่า

3. ปรับระดับให้พอเหมาะ

หมวกนิรภัยที่ดีต้องสัมผัสกับศีรษะของเราโดยรอบ มีสายรัดที่มั่นคง เมื่อสวมแล้วควรจะรู้สึกว่ากระชับแน่นหนา แต่ขณะเดียวกันต้องรู้สึกสบาย ๆ ไม่บีบรัดหรือหลวมเกินไปด้วย เมื่อสวมเข้าที่แล้วส่วนบนสุดของหมวกต้องตั้งฉากกับหน้าผาก และขอบหมวกไม่ควรอยู่เหนือคิ้วมากกว่า 1 นิ้ว

ระหว่างสายรัดกับคางต้องสามารถสอดนิ้วเข้าไปได้เพียง 1-2 นิ้วเท่านั้น สายรัดด้านหน้าและด้านหลังที่อยู่ข้างหูนั้น ควรปรับระยะให้เท่ากัน หากมีปุ่มหมุนปรับระดับความหลวมแน่นของหมวกอยู่ด้านหลัง ต้องปรับจนด้านในกระชับกับศีรษะ

รูปภาพ

เมื่อปรับขนาดหมวกได้พอเหมาะแล้ว ลองส่ายหัวไปมาแรง ๆ จากหน้าไปหลัง ซ้ายไปขวา ใช้มือผลักหมวกทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแม้จะเกิดการเคลื่อนไหวใด ๆ ขึ้น หมวกจะยังคงสถิตอยู่บนศีรษะเราโดยไม่โคลงไปเคลงมา
รูปภาพระดับที่ถูกต้อง
รูปภาพเอียง ๆ แบบนี้ ไม่ถูกนะจ๊ะ

4. มาตรฐานด้านความปลอดภัย

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหมวกที่เราจะซื้อนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม มาตรฐานหลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมมีเครื่องหมายรับรอง ดังนี้ CPSC(Consumer Safety Product Commision) , ASTM 1477(American Society for Testing and Materials), Snell B-95 Europe, JIS และ AUS/NZ

5. สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ปั่นจักรยาน

แม้ว่าหมวกที่เราเลือกมานั้นจะมีประสิทธิภาพดีเลิศเลอเพียงใดก็คงไม่มีประโยชน์หากเราละเลยไม่สวมใส่ให้เป็นนิสัย "อุบัติเหตุ" น่ะ ไม่เลือกช่วงเวลาหรอกนะจ๊ะ

6. เปลี่ยนหมวกเมื่อไหร่ดี?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และหมวกของคุณได้ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกไปแล้ว แม้ว่ามองจากภายนอกจะไม่เห็นร่องรอยของความเสียหายใด ๆ คุณก็ควร เปลี่ยนหมวกนิรภัยใบใหม่ทันที แต่หากไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย ควรเปลี่ยนหลังจากใช้งานไปแล้ว 5 ปี เนื่องจาก มลภาวะต่าง ๆ แสง UV หรือแม้แต่สภาพดินฟ้าอากาศ ล้วนมีส่วนทำให้หมวกที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว มาอย่างยาวนานเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ซึ่งถ้ามัวแต่เหนียมเสียดายเงินที่จะซื้อใหม่ อาจไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเสียใจก็เป็นได้

แต่บางคนหัวหมอ เห็นว่าหมวกที่ขี่จักรยานล้มมาแล้ว ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ จึงนำไปวางขายที่สนามหลวงซะเลย ตัวเองปลอดภัย แต่คนซื้อไปเสี่ยงตาย อย่างนี้ก็ไม่ไหวนะจ๊ะ กรุณามีคุณธรรมต่อเพื่อนร่วมโลกนิดนึง (ส่วนใครที่คิดจะซื้อหมวกจักรยานมือสอง ก็พึงระวังไว้ด้วย)

เมื่อต้องเปลี่ยนหมวกนิรภัยใบใหม่ อย่าทิ้งหมวกใบเก่าซะล่ะ นำไปเป็นกระถางปลูกต้นไม้เก๋ ๆ ได้จ้ะ

รูปภาพ

ทิปแถมท้าย

-สีของหมวกดูเหมือนจะไม่สำคัญ และขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่แนะนำให้เลือก สีโทนสว่าง เข้าไว้ เนื่องจากผู้อื่นจะสามารถมองเห็นได้ง่ายหากขี่จักรยานตอนกลางคืน

-หากหมวกนิรภัยของคุณมี คู่มือการใช้งาน เสียเวลาอ่านสักนิด

-หลีกเลี่ยงการใช้ สารเคมี ในการทำความสะอาดหมวกนิรภัย ควรใช้เพียงผ้านุ่ม ๆ หรือฟองน้ำชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ และน้ำเปล่า เช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอ

-ไม่เก็บหมวกนิรภัยในห้องใต้หลังคา โรงรถ กระโปรงรถ หรือที่ใดก็ตามที่เป็น แหล่งเก็บสะสมความร้อน เนื่องจากความร้อนที่มากเกินไปจะทำให้เกิดฟองอากาศภายในหมวก

-ตรวจสอบหมวกนิรภัยอยู่เสมอว่ามี รอยแตกร้าว หรือไม่

รักการขี่จักรยาน รักที่จะห่วงใยสิ่งแวดล้อม แล้วก็อย่าลืมรักตัวเองและคิดถึงคนที่คุณรักด้วยนะ ก้นแปะอานครั้งใด อย่าลืมเอาหมวกนิรภัยใส่หัวนะจ๊ะ!!
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 14:50, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ธ.ค. 2010, 10:51

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 14 พ.ค. 2011, 10:06, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย atomnewton » 09 ธ.ค. 2010, 11:20

:D ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้เยอะเลยครับ ปักหมุดไว้เลยน่าจะดีนะครับ :D

:D ผมมือใหม่ด้วย ขอบคุณมากมายเลยครับ :D

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย tiwa » 09 ธ.ค. 2010, 11:48

เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณสำหรับความรู้/เทคนิคดี ๆ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ขอรองบาทราชวงศ์พงษ์จักรี จนชีวีสูญสิ้นดินกลบกาย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย Reaw » 09 ธ.ค. 2010, 12:33

เยี่ยมมากกกกกก

เอาอีก


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน