พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย giro » 19 ก.ย. 2016, 18:20

DARE BIKE

รูปภาพ

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประเทศผู้ผลิตจักรยานอันดับหนึ่งของโลกอย่างไต้หวัน ซึ่งเต็มไปด้วยโรงงานผลิตจักรยานชั้นนำของโลกมากมาย พูดให้ถูกอีกอย่างต้องบอกว่า จักรยานไม่ว่าจะแบรนด์อะไรก็ตามที สัญชาติของต้นกำเนิดจะมาจากไหน เมื่อสิ้นสุดการออกแบบและพัฒนาจนเป็นผลสำเร็จแล้ว ก็ต่างถูกผลิตออกจากโรงงานในไต้หวันเสียเป็นส่วนมาก บางคนกล่าวกันเลยด้วยซ้ำว่า จักรยานแจ่งขันชั้นดีของโลก ส่วนใหญ่ก็ออกมาจากโรงงานไต้หวันนี่แหละ เพราะมาตรฐานการผลิต ฝีไม้ฝีมือ และวัตถุดิบที่ต้องการ ก็ต่างพร้อมสรรพอยู่ที่ไต้หวัน ดังนั้นก็ไม่ได้เป็นที่แปลกใจอะไรเมื่อบรรดาโรงงานเหล่านั้นจะหันเข้าสู่เส้นทางการเป็นเจ้าของแบรนด์เสียเอง
รูปภาพ
สองผู้นำแนวทางนี้คงไม่พ้นกับค่าย"ยักษ์" ใหญ่ของไต้หวัน ที่ทำเอาตลาดจักรยานโลกสั่นสะเทือนด้วยการเป็นผู้ผลิตตั้งแต่ขั้นวัตถุดิบไปจนสำเร็จเป็นรถทั้งคัน และพิสูจน์ตัวเองได้ในเวทีการแข่งระดับโลกอย่างไม่อายใคร หรือค่ายที่ขึ้นต้นด้วยตัว M ที่เป็นหนึ่งในโรงงานขนาดใหญ่ มีบริษัทแม่เป็นกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดมหึมา มโหฬารขนาดที่แบรนด์นี้อยู๋ภายใต้ชายคาเดียวกับแบรนด์ชั้นนำยอดนิยมแบรนด์หนึ่งของโลก (น้อยคนจะรู้) ซึ่งแนวทางสู่ความสำเร็จของทั้งสองค่ายนี้เองที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้กับโรงงานผู้หลิตต่างๆหันมามุ่งพัฒนาออกแบบจักรยานของตนเองบ้าง เป็นที่ฮือฮากันเมื่องานโชว์จักรยานงานใหญ่ของเอเชียอย่างงานไทเปไบค์โชว์เมื่อต้นปี
รูปภาพ
และ DARE ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์จากโรงงานผู้หลิตรายใหญ่ ที่เป็นแหล่งคลอดแบรนด์ดังๆของโลกมาเสียนาน ถึงเวลาที่ได้ฟูมฟักเอาบุตรในอุทรออกมาจนได้ โดยเพิ่งแจ้งเกิดในตลาดมาหมาดๆไม่กี่ขวบปีนี้เอง และเล็งเป้าหมายเส้นทางเดินเอาไว้ไปถึงระดับรุ่นพี่ทั้งสองค่ายที่บุกเบิกทางเอาไว้ ดังนั้น การออกแบบและการทำตลาดจึงมุ่งไปในเส้นทางค่อยเป็นค่อยไปแต่เห็นได้ชัดว่าบั้นปลายของ "DARE" มีความกล้าสมชื่อที่จะเดินไปให้ถึงระดับโลกในที่สุด


รูปภาพ
DARE ไม่ทำจักรยานระดับกลาง
ผมได้พบกับทีมงานจากไต้หวันซึ่งอธิบายวิธีคิดของ DARE ให้ฟังว่า เค้าต้องการสร้างแบรนด์ที่เป็นจักรยานเพื่อการแข่งขัน มีสมรรถนะสูงเป็นตัวนำ สอดคล้องกับแนวคิดทางการตลาดที่จะเดินทางสู่การพิสูจน์ตัวเองในสนามแข่งโปรทีมก่อน ดังนั้น DARE จึงเน้นสร้างจักรยานสำหรับการแข่งขันในระดับสูงสุด ด้วยวัสดุและการผลิตที่สูงที่สุดเท่าที่โรงงานจะสามารถทำได้เท่านั้น อย่าคิดหวังว่าจะได้เห็นรุ่นราคามหาชน หรือถูกจนห้ามใจยากจากแบรนด์นี้ในระยะแรก แบบที่กลยุทธของแบรนด์แดนมังกรเน้นทิศทางกัน เพื่อบุกตลาดประเทศโลกที่สาม
รูปภาพ
ข้อนี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้หลายๆคนคงตั้งกำแพงออกห่างเมื่อได้เห็นราคาอย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวมาลองดูกันว่า ราคาที่ไต้หวันตั้งมาขายในประเทศไทย กับวิศวกรรมการออกแบบและวัสดุ เค้าให้อะไรกันมาบ้างก่อนค่อยมาประเมินกันว่าถูกหรือแพง เพราะคำว่า "แพง" เป็นนามธรรมที่ไม่สามารถประเมินออกมาเป็นตัวเลขได้


รูปภาพ
ก่อนอื่น เรามาดูจุดขายเด่นของเขาก่อนครับ เพราะครั้งนี้ มาในแนวที่แตกต่างจากคู่แข่งมากมายอย่างสิ้นเชิง
สีที่เป็นของคุณ
ในสภาวะที่ตลาดจักรยานโลกกำลังแฟ่บลง จากการอิ่มตัวของตลาดจักรยานอังกฤษ จนตัวเลขถดถอย ประกอบกับตลาดอเมริกาที่ยังไม่เงยหัวขึ้นจากเบื้องล่าง แม้ว่าตลาดเอเชียจะเติบโตอย่างสูงในระยะหลังๆมานี้ แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเกินกว่าจะนำมาเป็นประเด็นในการห้ำหั่นของมหาแบรนด์ของโลก DARE ซึ่งมีจุดเด่นที่ตำแหน่งที่ตั้ง และกลไกการบริหารการบริการ ชูเอาแนวคิด "Customized Color" หรือการสั่งสีตามใจชอบได้ โดยไม่มีจำนวนขั้นต่ำ คล้ายๆกับไอเดียของแบรนด์ใหญ่ตัว T จากเมืองฝรั่ง แต่สะดวกกว่าเพราะค่าขนส่งและระยะเวลาการผลิตไม่นานเกินรอ
รูปภาพ
ดังนั้นลูกค้าของ DARE กลุ่มแรกๆในเอเชีย และประเทศไทย ต่างก็ได้ยิ้มแย้มกับจักรยานที่เป็นสีพิเศษถูกใจ สมใจอยากกันไปทั้งสิ้น



DARE MRIS
รูปภาพ
เรือธงของยี่ห้อนี้ ซึ่งสร้างออกมาเป็นรถในแบบ"ออลราวด์" ที่เน้นผสมผสานระหว่างความเบาที่พอดี ความสติฟของระบบส่งกำลังที่พอเพียงสำหรับขานักแข่งโปรทัวร์ และความสบายที่สามารถใช้ได้ในทุกๆสภาพเส้นทาง เป็นเรื่องปกติของแบรนด์ที่ไม่ใหญ่ที่พยายามไม่แตกแนวของจักรยานออกมาให้มากนัก และผสมผสานความลงตัวเอาไว้ในโมเดลเดียว เพื่อความคุ้มค่าของผู้ซื้อ จะนำไปปรุงแต่งออกไปทางไหนก็อยู๋ที่ความชอบในการผสมผสานชิ้นส่วนต่างๆชึ้นมาเป็นจักรยานซักคันของแต่ละคน
รูปภาพ
[img]น้ำหนัก[/img]
น้ำหนักของเฟรมเปล่าที่ทางโรงงานระบุเอาไว้ อยู๋ช่วงราวๆ 8xx กรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและสีที่ผู้สั่งเลือก ซึ่งสีที่ทางเราได้มาเป็นตัวอย่างเป็นสีพิเศษแบบ "ทอง" หรือ Metalic Gold ซึ่งมีน้ำหนักค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องผ่านกรรมวิธีรองพื้นหลายครั้งและเนื้อสีมีน้ำหนักสูงกว่า เมื่อจับมาชั่งจริงๆ รวมทุกอย่าง (รัดหลักอาน ที่ยึดสับจาน ตัวกันโซ่ตก น็อตทั้งหมด และดร็อปเอาท์) พบว่าทำน้ำหนักของเฟรมชั่งจริงอยู่ที่ราวๆ 940 กรัม ซึ่งไม่ใช่น้ำหนักที่เบาหวิวๆสำหรับเฟรมเสือหมอบแนวไต่เขา แต่เมื่อมองลึกๆลงไปที่การออกแบบ ก็จะพอเดาได้ว่า วิศวกรที่ออกแบบ มีแนวคิดอย่างไร
รูปภาพ
รูปภาพ


C+C Technology
รูปภาพ
เทคโนโลยีแบบ C+C หรือมาจากคำว่า Comfort + Channel มาจากแนวคิดการออกแบบเพื่อสร้างความสบายในการขี่จากการลดแรงสั่นสะเทือนจากถนนที่จะขึ้นมายังหลักอาน และส่งต่อไปยังผู้ขี่โดยตรง ด้วยการออกแบบเฟรมให้ท่อนั่งมีช่องว่างระหว่างจุดเชื่อมต่อท่อนอนและตะเกียบหางด้านหลัง แรงสั่นสะเทือนจากด้านหลังจะถูกส่งผล่านไปยังท่อนอนเพื่อเปลี่ยนทิศทางของแรง ส่วนท่อนั่งและหลักอานสามารถให้ตัวขยับได้ในแนวหน้า-หลัง ด้วยการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนตระกูลรหัส M ที่มีคุณสมบัติในการกระจายแรงและให้ตัวได้ในทิศทางที่ต้องการ ดังนั้นแรงสั่นสะเทือนทั้งหมดจึงถูกทอนลงไปไม่ต่างจากค่าการให้ตัวเมื่อได้รับแรงของจักรยานในกลุ่มเอ็นดูแรนซ์เลยทีเดียว
รูปภาพ
ด้วยเหตุผลในการออกแบบนี้เองที่ทำให้เฟรมไม่ได้ถึงเบาที่สุด เพราะการออกแบบให้เฟรมมี "รู" อย่างนี้ หมายถึงการที่ต้องพิถีพิถันบรรจงเลือกชิ้นและทิศทางของแผ่นคาร์บอนแต่ละชนิด แต่ละแผ่นให้สอดคล้องกันจนได้รูปร่างที่ต้องการ และมีคุณสมบัติในการรับแรงตามที่ตั้งเอาไว้ กว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ได้ ผ่านการทดสอบมาอย่างหนักหน่วง จนได้เป็นผลสุดท้าย นี่คือสิ่งที่วิศวกรไต้หวันเล่าให้กับผมมา หากเค้าต้องการทำเฟราให้เบากว่านี้ทำได้หรือไม่? คำตอบคือไม่ยากเลย แต่ DARE ต้องการสร้างเฟรมที่แข่งได้จริง ขี่สบายได้จริง และผู้ซื้อที่เป็นนักปั่นทั่วไปได้เฟรมที่แข็งแรง ทนทาน ไม่มีจุดเปราะบางไปใช้งานจริง ทำไมต้องทำให้เบากว่นี้ ในเมื่อในการแข่งขันสนามอาชีพ ก็มีพิกัดน้ำหนักระบุอยู่ และน้ำหนักของเฟรมดังกล่าว เป็นน้ำหนักปกติที่สามารถสร้างรถแข่งทั้งคันให้ได้น้ำหนักตามที่กติกาสากลตั้งเอาไว้อยู่แล้ว



VETOX BLADE SEAT STAY
หางหลัง (seatstay) ออกแบบด้วยวัสดุคาร์บอนรหัส M ผสมกับรหัส T ที่เราคุ้นเคย เพื่อให้มีความแข็งแกร่งและให้ตัวได้ในแนวที่ต้องการ รูปทรงแบนบางนอกจากเสริมความแอโร่ไดนามิคส์ด้านท้าย ยังช่วยให้หางหลังกลายเป็นส่วนที่สามารถให้ตัวได้เมื่อรับแรงแนวดิ่งจากพื้นขึ้นมา และลดแรงสะเทือนที่จะส่งต่อมายังตัวผู้ขี่ก่อนจะมาถึงจุดหลักอานที่เป็นเทคโนโลยีแบบ C+C ที่กล่าวไปแล้ว เฉพาะ 2 ส่วนนี้ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่เราพอจะอ่านใจนักวิจัยของ DARE ได้แล้วว่า เสือหมอบคันนี้ แม้จะออกแบบมาในลักษณะของการแข่งขันอยู่สุดขีด แต่มีความพยายามอย่างมากที่จุดสร้างสมดุลย์กับการใช้งานในทุกๆพื้นที่ของถนน ร่วมกับคำคอมเม็นท์จากนักแข่งอาชีพที่ได้รับมาเพื่อนำมาพัฒนาการออกแบบจนออกมาเป็น MR1s (ต่อยอดมาจาก MR1)
รูปภาพ


รูปภาพ
นอกจากนั้น ยังมีรายละเอียดทางการออกแบบอีกมากมาย ที่เป็นศัพท์ทางการค้า แต่ผมขอสรุสั้นๆเอาไว้ว่าประกอบไปด้วยมาตรฐานการผลิตและการออกแบบของจักรยานแบรนด์ใหญ่ๆแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการรีดควบคุมให้มีฟองอากาศภายในชั้นคาร์บอนน้อยที่สุด เพื่อให้คาร์บอนที่ประกอบกันขึ้นมามีความแข็งแรงที่สุด ใช้เนื้อวัสดุน้อยที่สุด หรือการออกแบบบให้รอยต่อระหว่างชิ้นส่วนทั้งหมด ต่อเนื่องกันอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีรอยต่อ รอยห่างระหว่างชิ้น โดยไม่ต้องทำการปิดผิวในภายหลัง ช่วยลดวัสดุแต่งเติมที่เข้ามาในขั้นการเก็บงาน ส่วนสุดท้ายก็คือการเลือกใช้คาร์บอนในรหัส T ที่แตกต่างกันตั้งแต่ 1000 ไปจนถึง 800 ในส่วนต่างๆตามความเหมาะสม
รูปภาพ
เรื่อง T นี้เป็นอีกหนึ่ง"คำร่ำลือ" ของตลาดจักรยานบ้านเรา เพราะเฟรมอะไรๆก็อ้างกันท้งนั้นว่าเป็น "ทีนั้น ทีนี้" แต่หากได้พบกับผู้ผลิตเฟรมจักรยานจริงๆ ไม่มีใครจะมากล่าวกันถึงเนื้อคาร์บอนแบบนี้หรอกครับ เพราะกว่าจะได้เฟรมมาหนึ่งเฟรม ประกอบด้วยคาร์บอนหลายชิ้น หลายส่วน แต่ละชิ้นจะใช้ในรูปแบบไหน รหัสอะไร มันอยู่ที่การออกแบบ และเฟรมจักรยานดีๆในโลกนี้ ไม่มีเฟรมไหนที่ใช้คาร์บอนชนิดเดียว ดังนั้น ที่บอกกันว่าเฟรมนั้นดี เฟรมนี้เด่น ใช้ "ทีละพัน" ไม่ใช่เครื่องการันตีแม้แต่น้อยว่าเฟรมนั้นๆจะดีหรือไม่ ยิ่งถ้าได้เจอกับนักออกแบบเฟรมจักรยานบางชาติที่เน้นไปในทางอนุรักษ์นิยมหน่อย จะบอกเลยว่าเจ้ารหัส T ตัวยอดนิยม มันมีข้อเสียที่ทำให้เฟรมใช้งานจริงๆแล้วไม่สมบูรณ์แบบ ใครเอามาทำเฟรมทั้งคันนอกจากจะแพงสุดขีด ยังต้องบอกว่าบ้าสุดโต่งด้วย เรื่องนี้คุยกันยาวมากๆ ผมหาโอกาสจะย่อยออกมาเป็นเรื่องของคาร์บอนหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่สบโอกาสเสียที
รูปภาพ
เอาสรุปง่ายๆในเรื่องของการพรีวิวนี้ก่อนเลยว่า ใน 1 เฟรมของ MR1s ที่กำลังคุยกัน ประกอบด้วยคาร์บอน 2 รหัสได้แก่ T และ M ซึ่งใช้แตกต่างกัน 4 ชนิด ในแต่ละส่วนถูกแยกเป็นชิ้นเล็กๆกว่า 550 ชิ้น ในจุดต่างๆ ทิศทางต่างๆกัน สลับชั้นและทิศทางเพื่อให้ได้เป้าหมายการออกแบบที่ต้องการ จนคลอดออกมาเป็นเฟรมดังที่เห็น



VSR
รูปภาพ
ยุคนี้ไม่แอโร่ฯ ก็คงไม่ทันสมัย ไม่ดิสค์เบรค ก็คงจะตกยุค แต่ DARE จับเอาทั้งสองอย่างมารวมกันเอาไว้ สำหรับคนที่มองๆหาอนาคตแต่ยังไม่พร้อมไปเต็มตัว ด้วยการออกแบบ VSR ออกมาเป็นเสือหมอบแอโร่ไดนามิคส์ บนฐานของการรองรับทั้งดิสค์เบรคและริมเบรคธรรมดาในคันเดียว หากใครที่มองว่าอนาคตอย่างไรเสียก็ต้องไปหาดิสค์เบรคอย่างแน่นอน แล้วอยากได้ความซิ่งบนทางราบแบบสุดๆ VSR กลายเป็นทางออกที่ทำให้อีก 2 ปีข้างหน้า ไม่ต้องรื้อหาเฟรมใหม่ แค่เปลี่ยนนิดหน่อยก็ได้เสือหมอบดิสค์เบรคแล้ว
รูปภาพ
รูปภาพ
ตัวเฟรมออกแบบมารองรับได้ทั้งดิสค์เบรคและเบรคขอบล้อ มีจุดยึดเบรคมาให้ทั้งสองที่ รวมถึงออกแบบความแข็งแรงของจุดรับแรงเบรคมาเผื่อเอาไว้แล้ว โดยที่ในแบบริมเบรคเลือกใช้เบรคแบบใหม่ "Dual Pivot" หรือเบรคแบบ "Direct Mount" ทั้งหน้าและหลัง พร้อมทั้งอะแด็ปเตอร์ที่จะเปลี่ยนดร็อปเอาท์ให้กลายเป็นแบบยุดดิสค์เบรคได้หากต้องการติดตั้งระบบดิสค์เบรค
รูปภาพ
ความกว้างของแกนดุมหลังรองรับมาตรฐานอยู๋ที่ 130 มม. แต่เมื่อใส่ดร็อปเอาท์แบบดิสค์เบรคที่ให้มาด้วย ก็จะสามารถรองรับแกนล้อหลังแบบ 135 มม. พร้อมติดตั้งดิสค์เบรคได้ทันที สิ่งที่ต้องเปลี่ยนก็คือตะเกียบหน้า (สามารถระบุสั่งได้ว่าต้องการแบบไหน) เท่านั้น
รูปภาพ
และแน่นอนว่าด้วยความเป็นเฟรมแบบแอโร่ไดนามิคส์ นักออกแบบได้ทดสอบแบบจำลองในระบบคอมพิวเตอร์และอุโมงค์ลมจนได้เฟรมที่เอื้อต่อการเดินทางของกระแสอากาศที่เรียบที่สุดในทุกๆส่วน โดยเน้นที่รอยต่อระหว่างตะเกียบและท่อคอที่ช่วยลดแรงต้านได้มากถึง 30% และช่วงสามเหลี่ยมด้านหลังที่ออกแบบมาลดแรงฉุดออกไปถึง 25% เพื่อให้เฟรม VSR ไม่ใช่เพียงเฟรมที่สวยเพียงรูปร่างแบบแอโร่ฯเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่ได้จริงๆที่ความเร็วสุงอีกด้วย
รูปภาพ


รูปภาพ
RED DOT DESIGN AWARD
ความ"กล้า"ของ DARE ไม่ได้อยู่แค่การออกแบบออกมาเท่านั้น แต่ยังกล้าพอที่จุส่งเอาจักรยานของพวกเขาเข้าสู่การประกวดการออกแบบอุตสาหกรรมระดับโลก ในการประกวดชิงรางวัล Red Dot Design Award รางวัลที่เป็นสุดยอดของนักออกแบบทั้งหลายในโลก ในหมวดต่างๆมากมาย และจักรยาน ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการประกวดให้รางวัลอย่างเป็นทางการ โดยในอดีตจักรยานยี่ห้อ C ของเยอรมัน ก็เคยคว้ารางวัลนี้มาครองได้ และความสำเร็จของ DARE คือการได้รางวัล Red Dot ในกลุ่ม "การออกแบบจักรยานยอดเยี่ยม" ถึง 2 ปีซ้อนจากปี 2015 และ 2016 ซึ่งถือว่าพลิกโผอย่างมาก เนื่องจากมีจักรยานอีกหลายๆแบรนด์ดังๆที่ถูกส่งเข้าประกวด และเป็นตัวเต็งอยู่ด้วยวิศวกรรมการออกแบบที่ล้ำลึก แต่ DARE สามารถคว้าเอารางวัลการออกแบบไปได้ด้วยการผลิตที่เรียบง่าย แต่ใช้ได้ผลจริง และสอดคล้องกับกระบวนการผลิตจนเกิดเป็นจักรยานที่มีความสมดุลย์ระหว่งาสมรรถนะและมูลค่า

สิ่งหนึ่งที่ Red Dot Design Award แตกต่างจากบรรดารางวัลจักรยานยอดเยี่ยมขวัญใจคอมเม็นเตเตอร์ของสื่อจักรยาน ซึ่งทำให้เป็นโจทย์ที่ยากสำหรับแบรนด์จักรยานตลาดจ๋าๆ จะผ่านไปได้คือ มุมมองของนักออกแบบทางด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ ที่ต้องพ่วงเข้ากับความเหมาะสมของการผลิตด้วยระบบอุตสาหกรรม (ใครเรียนออกแบบอุตสาหกรรมมาจะเข้าใจดีมากครับ) ผมอธิบายง่ายๆว่า ใครจะออกแบบจักรยานมาได้เทพขนาดไหน มันไม่ใช่เรื่องยากมาก แต่ออกแบบมาแล้ว ผลิตออกมาได้หรือไม่ ถ้าผลิตได้จะมีขั้นตอนยุ่งยาก ลำบากต่อการควบคุม หรือทำให้ต้นทุนสูงจนลิ่วหรือเปล่า เกิดหน้าตาที่แปลกประหลาดกระชากคนเกินไป ตลอดจนรูปทรงที่ก่อให้เกิดคำถามและปัญหาอื่นๆตามมาต้องคอยแก้ไข พวกนั้นจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการชิงรางวัลสำหรับนักออกแบบในรายการนี้
รูปภาพ
การที่ DARE ต้องการรางวัลนี้ ก็เพื่อยืนยันกับโลกให้รู็ว่า พวกเขา ตั้งใจมุ่งมั่นในการออกแบบมันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตที่จับเอาเทคโนโลยีของลูกค้ามายำผสมกันจนเกิดเป็นจักรยานของตนเองเท่านั้น


รูปภาพ
Pro Team
การร่วมมือกับทีมโปรจักรยาน หลายๆท่านคงยังไม่ทราบว่าบรรดาจักรยานทั้งหลาย ต้องพยายามควักเงินเป็นหลักสอบ หลักร้อยล้านบาท เพื่อให้โปรทีมใช้จักรยานของตนเอง ส่วนหนึ่งเพื่อการตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งหลายๆยี่ห้อให้ความสำคัญมากกว่าแค่การโฆษณาคือการได้รับคำแนะนำจากนักแข่งและทีมนั้นๆ เพื่อมาเป็นแนวทางในการพัฒนาการออกแบบต่อไปไม่หยุดยั้ง DARE เองแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มก้าวออกมาจากห้องคลอดได้ไม่นานนัก แต่ก็เล็งเห็นความสำคัญของกระบวนการนี้
[imghttp://cdn.cyclist.sanspo.com/photos/2016/02/UK_01-600x400.jpg[/img]
UKYO
"อูเคียว" หรือ "เซ็นริน อุเคียว" เป็นหนึ่งในทีมจักรยานที่มั่นคงที่สุดทีมหนึ่งของญี่ปุ่น จดทะเบียนเป็นทีมจักรยานอาชีพ และมีนักปั่นอาชีพที่ขึ้นทะเบียนกับ UCI สำหรับลงแข่งรายการสำคัญๆในแถบเอเชียมากมาย และเป็นหนึ่งในทีมที่สร้างเลือดใหม่ของนักปั่นแดนซามูไรขึ้นมารับใช้ชาติอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ เป็นก้าวสำคัญของนักแข่งหลายต่อหลายคน ที่จะได้ไปปั่นอาชีพในยุโรป เพราะทีมนี้ ปั้นนักแข่งญี่ปุ่น ที่ไปไกลถึงได้เข้าร่วมทีมยุโรปอย่างเต็มตัว และได้ลงแข่งรายการแกรนด์ทัวร์ อย่าง จิโร่ ดิตาเลีย มาแล้ว
รูปภาพ
แม้จะมีนักแข่งอยู่ไม่มากเพราะเป็นทีมระดับคอนติเน็นตัล แต่ก็มีคุณภาพเพราะนักแข่งในทีมได้สวมเสื้อลายธงชาติแดนอาทิตย์อุทัยในฐานะของแชมป์ประจำประเทศญี่ปุ่นในปีล่าสุด และแน่นอนว่าได้ร่วมการแข่งสำคัญๆของเอเชียหลายๆรายการ รวมถึง ทัวร์ออฟเจแปน และ ตูร์เดอโอกินาว่า ร่วมกับโปรทีมระดับโลกอีกมากมาย



การทำสีได้ตามที่ต้องการ
dare 2.jpg

จุดเด่นที่ไม่พูดก็คงไม่ได้.. เพราะเป็นหนึ่งในจักรยานไม่กี่ยี่ห้อ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าไปลองปรับเลือกแบบสีสันต่างๆตามที่ต้องการ และสั่งผลิตได้โดยไม่มีจำนวนขั้นต่ำ ใครที่สนใจ ลองเข้าไปแต่งภาพสีของ DARE ที่สนใจได้จากหน้าเว็บไซท์ได้โดยตรง ที่
http://dare-bikes.com/customize/
dare 1.jpg




ราคาและความคุ้มค่า
รูปภาพ
เอาล่ะครับ อ่านมาถึงตรงนี้ อาจมีบางท่านรอคำถามอยู่ว่า "ราคาเท่าไหร่?" ผมบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าหากท่านกำลังมองหาจักรยานไต้หวัน ราคาเฟรมคาร์บอนเกรดแข่งขันในงบเบาๆจบทั้งคันครึ่งแสนล่ะก็ DARE ไม่มช่สิ่งที่ท่านกำลังมองหา เพราะด้วยองค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ตำแหน่งในการยืนของแบรนด์นี้กล้าก้าวขึ้นไปเทียบชั้นกับแบรนด์ใหญ่ๆของโลก แต่ก็ยังแอบยื่นความคุ้มให้ เพราะกับค่าตัวในราคา 80K มีทอน มาเป็นชุดเฟรมเซ็ท และแฮนด์ (เลือกได้ว่าเอาแบบปกติหรือแบบแอโร่ฯ) ในคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้าจะเป็นรองก็คงต้องยกธงยอมแพ้แบรนด์ใหญ่ๆที่ผลิตปีละหลายๆหมื่นเฟรมจนต้นทุนต่อเฟรมลดลงเหลือน้อยนิด (แต่ขายราคาพอๆกัน) ปัจจัยที่ทำให้ DARE ทำราคาได้ถูกกว่าแบรนด์อื่นๆในคุณภาพวัสดุและการผลิตเดียวกันก็เพราะ พวกเขาเป็นผู้ผลิตเอง ควบคุมการผลิตและพัฒนาขึ้นมาเองตั้งแต่ต้น แม้จะมีต้นทุนการพัฒนาและการตลาดอยู๋บ้าง แต่ก็ทำให้ราคาของมันไม่ได้กระโดดขึ้นไปสูงมากนัก
รูปภาพ
สิ่งสำคัญที่น่าจะทดแทนความเสียขวัญด้านราคา ก็คงต้องให้ DARE ปลอบขวัญกันด้วยการแสดงออกว่า แบรนด์นี้ใส่ใจกับผู้บริโภคอย่างสุดๆไปเลย ชนิดที่แทบไม่เห็นจากแบรนด์ใหญ่ๆจะทำกัน เพราะ จากกล่องตัวอย่างที่ส่งมาให้ทำการแกะกล่อง ผมต้องยกนิ้วให้ กดไลค์ ถูกใจกันไปซัก 3 ดอก
รูปภาพ
ในกล่องนอกจากจะแพ็คเฟรม แฮนด์ และเสต็มมาให้ ยังให้คู่มือของเฟรมนั้นๆมาแบบเต็มพิกัด ข้างในระบุเสป็คของเฟรมอย่างชัดเจน รวมถึงการประกอบและชิ้นส่วนต่างๆ มาในแบบพิมพ์สี กระดาษอย่างดีนะครับ เอาล่ะ อันนี้ไม่ใช่ของแปลกอะไรมาก เพราะเฟรมทั่วๆไปก็มีมาให้ (แต่เราไม่เคยขอจากร้าน) สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ทุกเฟรม มากับป้ายที่บอกว่าเฟรมนั้นผ่านการทดสอบมาอย่างไรบ้าง มีค่าจากห้องทดลองในการทดสอบต่างๆมาให้เราอย่างละเอียด เรียกว่า DARE ทดสอบ *ทุกเฟรม* ที่จะส่งมอบให้ลูกค้าเต็มสูบ ไม่ใช่การสุ่มทดสอบ ข้อนี้การผลิตไม่มาก และเป็นผู้ผลิตเอง ก็กลายเป็นจุดแข็งที่สามารถเอื้อให้พวกเขาพิถีพิถันได้ขนาดนี้นั่นเอง
รูปภาพ

รูปภาพ
สุดท้าย
ในยุคที่จักรยานเกิดการแข่งขันกันอย่างหนักหน่วง มีผู้นำเข้าและแบรนด์ต่างๆเข้ามาในตลาดอย่างมากมาย ทั้งแบรนด์ดังระดับโลก แบรนด์กระแส แบรนด์แฟชั่น ไปจนทางเลือกอีกมากมายจากหลากหลายแหล่งที่มา วินาทีนี้ อำนาจอยู่ในมือของผู้บริโภค เราเลือกสิ่งที่เป็นของเรา เหมาะกับตัวเรา และบ่งบอกความเป็นตัวของเราได้ รักใคร ชอบใคร ไปทางไหน ไม่มีถูกหรือผิดครับ ลองเลือกที่รัก มักที่ชอบกันแต่ตามสุขใจ เพราะจักรยานที่เราถูกใจ คือจักรยานที่ดีที่สุด แล้วเราจะอยากปั่นมันบ่อยที่สุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากผุ้นำเข้าโดยตรง
https://www.facebook.com/bikeandbodythailand/?fref=ts
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
รายการสบายๆสไตล์คนปั่น กับเมนูง่ายๆที่ใครก็ทำเองได้

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย visual3dmax » 19 ก.ย. 2016, 19:49

ถ้าคิดว่าดี เทียบแบรนดังได้เปิดราคาสู้มาเลยครับ

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย exkasit » 19 ก.ย. 2016, 20:47

ราคา 80000 มีทอน ได้ทั้งเฟรมเซ็ท และแฮนด์ ราคาแค่นี้ไม่ต้องคิดมากเลยครับ...











ขอเลือกแบรนด์อื่นดีกว่า :D

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย visual3dmax » 19 ก.ย. 2016, 21:02

โทดทีดูไม่เห็นราคา 80k ผมไป propel isp ไม่ต้องคิด เฟรมระดับ protoure top ไต้หวันเหมือนกัน propel เบื่อแล้วยังปล่อยได้เน้อ
แก้ไขล่าสุดโดย visual3dmax เมื่อ 19 ก.ย. 2016, 23:44, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

โพสต์ โดย Eternal_BB » 19 ก.ย. 2016, 22:26

ขอบคุณสำหรับบทความครับ
รออ่านเรื่องประเภทคาร์บอนว่ากระบวนการ,มาตราฐาน,คุณภาพการผลิตแต่ละโรงงานแตกต่างกันยังไง

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย Wimpy » 19 ก.ย. 2016, 22:38

อ่านแล้วก็น่าสนใจครับ

แต่80k ต้องขอคิดกันหน่อย เพราะมีทั้ง ridley และ giant แบรนด์ระดับแชมป์โปรทัวร์ให้เห็นกันบ่อยๆ ถึงจะออกแบบสีสันตามใจชอบไม่ได้ แต่เท่าที่มีก็สวยเข้าตาอยู่

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย trek3900/2009 » 19 ก.ย. 2016, 23:27

ตามชื่อยี่ห้อนะครับ ต้อง "กล้า" ซื้อด้วยครับ 5555 แซวเล่นสักนิด

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย Hxs » 20 ก.ย. 2016, 03:22

giro เขียน:โดยที่ในแบบริมเบรคเลือกใช้เบรคแบบใหม่ "Dual Pivot" หรือเบรคแบบ "Direct Mount" ทั้งหน้าและหลัง


เดี๋ยวครับพี่ Dual Pivot กับ Direct Mount ไม่เกี่ยวกันนะครับ
Dual Pivot คือมี"จุดหมุน"สองจุด (แทนที่จะมีจุดหมุนจุดเดียว) ซึ่งเบรค Shimano, Campagnolo ปัจจุบันเป็นแบบนี้หมด ไม่ว่าจะใช้ตัวยึดแบบ Traditional Mount หรือ Direct Mount

ส่วน Direct Mount คือ"ตัวยึดกับเฟรม" มีสองจุด ใช้เฟรมเป็นคานต้านแรงระหว่างเบรคสองด้าน จึงกำจัดแผ่นคานด้านหลังเบรคได้หนึ่งแผ่นเมื่อเทียบกับการมีจุดยึดจุดเดียว

EE Brake เป็น Single Pivot ทุกรุ่น
มีทั้งแบบ Traditional Mount และ Direct Mount

Shimano ริมเบรครุ่นปัจจุบันเป็น Dual Pivot ทุกรุ่น
มีทั้งแบบ Traditional Mount (พวกรหัสลงท้ายด้วย 00 เช่น 6800) และ Direct Mount (พวกลงท้ายด้วย 10 เช่น 6810)

ส่วนของเฟรมนี้ผมเข้าใจว่าหมายถึงใช้ตัวยึดแบบ Direct mount แต่จะเป็น Single Pivot (EE Brake รุ่น Direct Mount) หรือ Dual Pivot (แบบพวก Shimano) ก็ได้ครับ
ตัวเล็กก็ยอมรับความจริงบ้าง อย่าหลอกตัวเองแล้วใช้อุปกรณ์ไซส์เกินตัวเลย
สูง 169cm, frame size=49, crank length=165mm, stem length=100mm, bar width=36cm (at hood)

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย KleinMantra1998 » 20 ก.ย. 2016, 08:14

ขอบคุณสำหรับบทความแนะนำยี่ห้อใหม่ๆ
รออ่านเรื่อง คาร์บอนครับ

แต่เรื่อง Dare ราคา 8 หมื่น โดยส่วนตัวไม่คิดมากครับ
ขอเลือกใช้ยี่ห้อดังติดตลาดดีกว่าครับ ตัวดีๆราคาถูกกว่า

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย veera31 » 20 ก.ย. 2016, 08:29

ราคานี้ถามว่าแพงมั้ยนี้คือข้อสงสัยแรกของเราก่อนที่จะได้เเห็นแล่ะลองขี่ ถ้าจะเอาไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นก้อต้องเลือกว่าจะเปรียบเทียบกับที่ถูกกว่าหรือแพงกว่า ชื่อยี่ห้ออาจจะไม่สามารถบขายได้ด้วยตัวมันเองเหมือนแบรนอื่นต้องลองมาดูตัวจริงก่อนที่จะเชื่อครับ ทิศทางของในไทยคือจักรยานไม่ถูกก้อแพงไปเลย อะไรที่อยู่ตรงกลางจะลําบากหน่อยอันนี้ทางDareเข้าใจเป็นอย่างดีที่ไต้หวันเค้าต้องสู้ในตลาดที่ดุเดือดกว่าไทยเย่อะแต่เค้าพิสูตรมาแล้วถ้าใช้เวลาค่อยค่อยได้รับการยอมรับจากคุณภาพของสินค้าสักวันคนที่เลือกDareจะไม่ผิดหวังครับ อะไรที่คิดว่าแพงอาจจะถูกในความเป็นจริงก้อได้ ลองเปิดใจดูตัวจริงก่อนต้ดสินใจนี้คือสิ่งที่เค้าตั้งใจจะต้งชื่อว่าDare
สุดท้ายยี่ห้อจักรยานสามารถสะท้อนคาแรกเตอร์ของเจ้าของได้ครับเลือกในสิ่งเหมาะกับคุณไม่ว่าจะยี่ห้ออะไรก้อตามขอให้ทุกท่านได้จักรยานที่เหมาะกับตัวเองจะถูกจะแพงจะดังไม่ดังแต่ขอให้ถูกใจคุณเป็นพอ


Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย พี่แวว » 20 ก.ย. 2016, 10:59

การเลือกซื้อจักรยานของบ้านเรามันต่างกับเมืองนอกอ่ะ จะเอามาเป็นบรรทัดฐานเดียวกันคงลำบาก
บ้านเราต้องเน้น เอาตามประสบการณ์ ความเห็นส่วนตัวผมนะ
1.แบรนด์
2.ราคา
3.ราคาขายต่อ
4.หน้าตา
5.ประสิทธิภาพ

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย veera31 » 20 ก.ย. 2016, 11:20

ขอบคุณที่ช่วยแน่ะนําครับ จะบอกให้ผู้ผลิตพยายามเข้าใจคนไทยมากขึ้นครับ มีตัวให้เลือกเย่อะขึ้นก้อน่าจะดีสําหรับตลาดโดยรวมน่ะครับ เราจะพยายามต่อไปครับสักวันนึงต้องกล้า เราเชื่อในคุณภาพครับ

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย davelevi » 20 ก.ย. 2016, 13:17

คงต้องพิสูจน์ในแกรนทัวร์ระยะใหญ่เลยครับ ดูอย่าง M สิครับ ยังขายดีพวกตัวล่าง-กลางเลยครับ
แต่ P หรือ S กลับขายดีในตัว Top ต้องใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์เลยหละครับสำหรับตลาดบ้านเรา แฮร่ๆ

Re: พรีวิว DARE จักรยานที่เป็นได้ตามที่ใจอยาก

โพสต์ โดย phantom » 20 ก.ย. 2016, 13:52

ดูแนวคิดการออกแบบแล้วก็น่าสนใจดี แต่พอเห็นราคาแล้วบอกเลยมีเหนื่อย giant ตัวท็อปราคาต่ำกว่าเยอะ ridley Focus ใกล้เคียงแต่ก็ยังต่ำกว่า คนงบเยอะก็คงไป ตามาก มาโดน9 F8 ได้หล่อได้ไฮโซ ถ้ามั่นใจว่าดีสมราคาจริงผู้นำเข้าก็คงต้องกล้าๆหน่อย มีรถเทสไว้ให้คนสนใจได้ลองของจริงก็น่าจะขายได้ไม่ยาก เพราะว่ากันตามจริงรถคัสต้อมสีได้ 80Kก็ถือว่าไม่แพง ถ้าให้ซื้อไปลองเองคงจะขายยากหน่อย
อุปกรณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน