สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย Jazzberry » 22 เม.ย. 2013, 16:36

ปกติขี่มาไม่เคยสนใจ แต่พอจะเปลี่ยนเฟรมได้ไปลองหลายๆยี่ห้อพอไซส์ใกล้กันต่ความรู้สึกเวลาขึ้นคล่อมจับแฮนด์แล้วรู้สึกต่างกัน ดูไซส์เท่ากันแต่พอคร่อมจริงกลับรู้สึกเอื้อมมากกว่าคันเก่า
หลังจากลองหาอ่านดูแล้ว ยังงงๆกับเรื่องระยะ reach กับ stackอยู่ มีปัญหาสงสัยดังนี้ครับ
1. ระยะ Reach ของ เฟรม ถ้ามันเท่ากัน ความยาวของท่อนอนที่ต่างกันเช่น 52 กับ 54 ถ้ากรณีนี้ความยาวของท่อนอนที่ต่างกันจะมีผลต่ออะไรครับ ในเมื่อเอื้อมพอๆกัน นอกจากที่ว่ารถเล็กกว่าคล่องตัวกว่า เพราะจะว่าไปไซส์มันก็ต่างกันนิดเดียว

2. ระยะ Stack นี่ มีผลมากขนาดใหนครับ บางเฟรมระยะreach เท่ากันแต่ stack ต่างกันเช่น 2 cm มีผลมากน้อยแค่ใหนครับ

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย ต้อง » 22 เม.ย. 2013, 20:19

เอาเป็นว่าตอบแบบบ้าน ๆ น๊ะครับ

- รถที่ไซท์เท่ากัน แต่ความยาวของท่อนอนไม่เท่ากัน ลักษณะแบบนี้มักจะพบในรถที่มีการใช้งานต่างกันเช่น รถทัวร์ริ่ง/ รถเสือภูเขา /รถเสือหมอบ /รถหมอบทัวร์ริ่ง /รถภูเขาทางเรียบ /รถภูเขากึ่งสมถนะ /นู่น นี่ นั่น อะไรทำนองนั้นครับ :P

ซึ่ง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน ถึงแม้จะไซท์เดียวกันและรูปทรงของรถจะคล้ายกันก็ตามครับ ยกตัวอย่าง

- เสือหมอบ กับ หมอบทัวร์ริ่ง ฟังดูอาจคล้ายกันครับ แต่ ต่างกันที่การใช้งานครับ

1. เสือหมอบ มีลักษณะของผู้ขับขี่ที่ต้องการประสิทธิภาพของความเร็วสูงสุด แฮนด์จะต่ำ ตูดจะโด่ง โดยยังมี บางท่าน ปรับแต่งให้ศรีษะก้มลงจนมาปิดไข่ เพื่อป้องกันการผ่านของลมที่จะเข้ามาปะทะจุดที่ไม่จำเป็น และลดแรงต้านของแรงลม ส่วนใหญ่ เฟรมชนิดนี้จะมีท่อนนอนที่สั้น ระยะของล้อทั้งหน้า และ หลัง จะใกล้ชิดกันกับเฟรม และ อื่น ๆ

2. หมอบทัวร์ริ่ง ดูทรงแล้วจะคล้าย ๆ กัน แต่ ไม่เหมือนกัน รถชนิดนี้ไม่ต้องการความเร็ว แต่ต้องการความมั่นคงในการเดินทาง ท่อนอนนั้น จะมีความยาวใกล้เคียงเสือภูเขาทางเรียบ ออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ นั่งขับขี่อย่างสบาย และนั่งอยู่ในสรีระที่สามารถเดินทางได้ไกล ๆ ประมาณ 2-300 กิโลเมตร/วัน หรือบางท่านอาจมากกว่านั้น โดยที่ไม่ได้รับการบาดเจ็บและเสียดสีของร่างกายมากนัก

......... อันที่จริงแล้ว ในรายระเอียดของรถ 2 ประเภท ที่ยกตัวอย่างขึ้นมานี้ มีมากมายครับ ถ้าอธิบายในเบื้องลึกเกรงว่าจะยาวเกินไปง่ะครับ....... :D :D

..........เอาเป็นว่า ความแตกต่างเหล่านี้ อธิบายง่าย ๆ น๊ะครับ ผิดถูกยังงัย ก็ รอความเห็นจากท่านต่อไปน๊ะครับ............. :P :P :mrgreen:

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย Pigman » 22 เม.ย. 2013, 20:43

Jazzberry เขียน:1. ระยะ Reach ของ เฟรม ถ้ามันเท่ากัน ความยาวของท่อนอนที่ต่างกันเช่น 52 กับ 54 ถ้ากรณีนี้ความยาวของท่อนอนที่ต่างกันจะมีผลต่ออะไรครับ ในเมื่อเอื้อมพอๆกัน นอกจากที่ว่ารถเล็กกว่าคล่องตัวกว่า เพราะจะว่าไปไซส์มันก็ต่างกันนิดเดียว


ถ้าระยะ reach เท่ากัน แปลว่าระยะเอื้อมเท่ากัน ความยาวท่อนอนที่แตกต่างกันไม่มีผลต่อท่านั่งครับ

Jazzberry เขียน:2. ระยะ Stack นี่ มีผลมากขนาดใหนครับ บางเฟรมระยะreach เท่ากันแต่ stack ต่างกันเช่น 2 cm มีผลมากน้อยแค่ใหนครับ


ระยะ stack ต่างกัน 2 cm จะมีผลกับตำแหน่งสูงต่ำของคอแฮนด์(สเตม)ครับ ยกตัวอย่างผมเป็นหลักนะครับ ผมสูง 173 cm ผมขี่ Cervelo R5 size 51 ซึ่ง stack 530 ผมมีแหวนรองสเตมอยู่ 1 cm ถ้าผมเปลี่ยนเป็น size 54 ซึ่ง stack 555 ผมจะมีปัญหากับการจัดท่านั่งให้เหมือนเดิมเพราะถึงผมเอาแหวนรองสเตมออกหมด สเตมก็ยังสูงกว่าเดิมอยู่ 1.5 cm ทำให้ผมก้มไม่ได้เหมือนเดิม (อาจแก้ได้โดยการหาสเตมที่มีองศามากขึ้น) ในกรณีกลับกันถ้าเปลี่ยนจากไซส์ใหญ่เป็นไซส์เล็ก รถที่มีแหวนรองสเตมอยู่แล้ว ก็ต้องย่ิงรองสเตมเยอะขึ้น ซึ่งหลายๆท่านบอกว่าไม่สวยครับ

ลองศึกษาดูรูป reach กับ stack ดีๆ ผมว่ามันเข้าท่ามากกว่าระบบการเพิ่มไซส์อื่นๆครับ

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย lucifer » 22 เม.ย. 2013, 21:17

geo_stack_reach.jpg


ดูรูปข้างบนแล้วพยายามจินตนาการสักหน่อยนะครับ

ทำไมรถบางคันที่มีขนาดเท่าๆกัน แต่ขึ้นไปนั่งแล้วเอื้อมแตกต่างกัน ทั้งนี้ก็เพราะรถแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้น ถ้าเป็นในอดีตที่เป็นเฟรมแบบท่อบนขนานพื้นโลก ก็จะกำหนดขนาดของรถโดยวัดจากความยาวของท่อนั่งเป็นสำคัญ

แต่ในปัจจุบันที่รถเกือบจะทุกๆค่ายทำมาเป็นเฟรมแบบ compact หรือไม่ก็เฟรม slope กันหมด หลายค่ายจึงกำหนดขนาดของรถโดยอ้างจากการลากเส้นสมมติตามแนวท่อนั่งขึ้นไปตัดกับเส้นที่ใช้วัด ETT ( effective top tube ) กลายมาเป็นขนาดของรถที่เอามาใช้ขาย ดังนั้นความยาวท่อนั่ง ( seat tube length ในรถหลายๆยี่ห้อ หลายๆรุ่น จึงสั้นกว่าขนาดของรถที่ผู้ผลิตกำหนดมา )

พอรถถูกเปลี่ยนมาตรฐานใหม่ วิธีการทำfittingรถ ก็เริ่มเปลี่ยนมามุ่งประเด็นไปที่ความยาวของท่อนอน โดยจะใช้ความยาวของท่อบนที่ขนานกับพื้นโลก หรือ ETT , Effective top tube length เป็นตัวมากำหนดความเหมาะสมของรถที่จะลงตัวกับผู้ขับขี่ เพราะว่า ขนาดของรถบอกคร่าวๆว่าเราจะขึ้นลงรถลำบากแค่ไหน หรือ เหลือระยะปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน ( อันนี้ต้องวัด Stand-over height หรือ ระยะยืนคร่อม ) ซึ่งตรงนี้ขนาดของรถก็น่าจะใช้อ้างอิงกับความยาว inseem ได้สิ แต่อันที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าควรจะใช้ความยาว inseemเป็นตัวกำหนดหรือเลือกขนาดของรถที่เหมาะสมได้เสมอไป เพราะบางคนขาสั้นตัวยาว , ขายาวตัวสั้น แต่ดันสูงเท่ากัน เวลาเลือกรถก็ได้รถที่แตกต่างกัน เพราะหากมามองกันที่ ETT แล้ว คนที่ช่วงตัวยาวจะขี่รถที่มีระยะ ETT ยาวได้สบายกว่าคนที่ช่วงตัวสั้น ในขณะเดียวกันคนที่ช่วงตัวสั้นก็จะเหมาะสำหรับรถที่มีค่า ETT สั้นกว่าหละสิ ก็อาจจะใช่ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้องกันอีก

พอยุคสมัยเปลี่ยนไป จักรยานมันถูกออกแบบมาหลายหลากขึ้น มันก็เริ่มมีvariation มากขึ้นเรื่อย ถ้าเราจะมาดู ETT length เราก็จะเห็นว่าความยาว ETT นั้นจะขึ้นกับ
1. มุมของท่อนั่ง ( seat tube angle ) ต่อให้รถ 2 คัน มีความยาวท่อคอเท่ากัน มุมท่อคอเท่ากัน ฐานล้อเท่ากันทุกอย่าง แต่มุมท่อนั่ง ( seat tube angle )แตกต่างกัน ก็จะทำให้ค่า ETT มีความแตกต่างกันในทันที แล้วถ้าให้ผมประกอบรถ 2 คัน แล้วเซทปรับระยะเบาะหน้า-หลังตามลักษณะที่ผมทำประจำ รถ 2 คันนี้ก็จะไม่มีความแตกต่างกัน เพราะรถคันที่ ETT ยาวกว่าเนื่องจากมุมท่อนั่งเอียงกว่า จะถูกชดเชยด้วยการขยับเบาะมาด้านหน้า
2. ท่อคอ ถ้าหากท่อคอยาวขึ้นแต่มุมท่อคอเท่าเดิม หรือ มุมท่อคอเปลี่ยนไปแต่ความยาวท่อคอเท่าเดิม ก็ส่งผลให้ ETT lenth เปลี่ยนไปเช่นกัน เพียงแต่จะไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกขนาด เพราะส่วนที่ส่งผลนั้นมีผลต่อระยะเอื้อมโดยตรง

พอมาดูความยาวของท่อคอกัน เราก็อาจจะใช้ความยาวท่อคอเป็นตัวตัดสินว่ารถคันนี้จะหมอบได้มากน้อยแค่ไหน จะหมอบไหวไหมหนอ จะต้องรองแหวนรองคอกลายเป็นกระเหรี่ยงคอยาวไหม หรือ จะหมอบได้นิดเดียวหรือไม่ ---> แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันบอกอะไรแทบจะไม่ได้เลย เพราะรถแต่ละคัน แต่ละค่าย มีความแตกต่างกันในเรื่องของมุมท่อคอ ความยาวของตะเกียบ และความสูงของกระโหลก ( ผมเคยเจอรถกระโหลกสูง แต่ตัดซางโดยอ้างอิงกับรถคันเดิมที่กระโหลกต่ำกว่า ผลก็คือ ต้องกล้ำกลืนฝืนก้มจนกระทั่งก้มได้แบบจำใจ , ปกติแล้ว หลังจากผมปั่นไปสักระยะ ปรับตัวได้ ผมก็จะค่อยๆลดแหวนรองคอออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะก้มไม่ไหว , คราวนี้เลยต้องจำก้ม ก้มจนปรับตัวได้แบบจำใจในที่สุด :lol: )


สุดท้ายก็เริ่มมีการวัดสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีก 2 ค่า ก็คือ ค่า Stack ซึ่งเป็น ความสูงที่วัดจากกระโหลกถึงปลายท่อคอ ซึ่งจะบอกให้รู้ว่ารถคันนี้จะก้มจะหมอบได้มากน้อยกว่าอีกคันแค่ไหน โดยไม่ต้องใส่ใจว่ารถจะมีกระโหลกสูงต่ำเพียงใด เพราะสุดท้ายความสูงของอานก็ยังจะต้องสัมพันธ์กับความยาวinseem ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่วัดห่างจากกระโหลกอยู่ดี แล้วก็อีกค่าก็คือ ค่า reach ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของความยาว ETT โดยไม่ต้องสนใจมุมของท่อนั่งที่ส่งผลต่อความยาว ETT


ยกตัวอย่างรถค่ายหนึ่ง ขนาด 46 , 50 , 53 รถ 3 ขนาดนี้ มีค่า ETT 520,525,535 mm ตามลำดับ แต่มีค่า reach 375 ,376 ,377 mm ตามลำดับ ดูเผินจะนึกว่ารถมีขนาดสั้นยาวแตกต่างกัน แต่พอเซทขี่แล้ว ก็อาจจะพบว่ามันแทบจะมีระยะเอื้อมที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่สิ่งที่แตกต่างกันมากๆก็คือ ค่า stack ที่มีค่า 515 , 531 ,546 mm ตามลำดับ

ถ้ามองกันให้ลึกต่อไปอีก ค่า reach นั้นไม่ได้เอาความสูงของแหวนรองคอมาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าเราเลือกรถขนาดเล็ก ค่าstackน้อย แล้วก้มไม่ไหว พอเราหนุนแหวนรองคอให้สูงขึ้น ระยะห่างระหว่างstem กับกึ่งกลางกระโหลกก็จะสั้นลงไปอีก จะยิ่งกลายเป็นรถที่สั้นลง หรืออย่างในกรณีที่รถมีค่า stack ที่เพิ่มขึ้น แต่reachใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาสัดส่วนโดยรวมๆ ก็จะเห็นว่ามันมีความยาวฐานล้อมากขึ้นไปอีก

เป็นไงครับ มึนดีไหม อธิบายสั้นๆแบบที่ คุณ pigman ก็เข้าใจง่ายดีแล้ว แต่พอเอามาขยายความขึ้น มันก็จะยิ่งงงขึ้นไปอีกใช่ปะ


ดังนั้นลำพังเพียงค่า reach อย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอในการใช้เลือกขนาดของรถเช่นกัน เพราะต้องดูกันที่ค่า stack ว่ามากน้อยเพียงใด ก้มเงยได้แค่ไหน , ความสูงของท่อนอน หรือ stand-over height ว่าจะยืนคร่อมได้อย่างปลอดภัยไหม , ความยาวฐานล้อรวมๆ ที่จะส่งผลต่ออุปนิสัยของรถว่าจะกลายเป็นรถคล่องตัวหรือไม่

ยกตัวอย่างรถค่ายข้างบน คนที่สูง 167 ซม อย่างผม จะขี่รถขนาด 50 ก็ยังไหว เพราะเขาออกแบบรถมาเป็นแบบ C2C เพื่อให้นั่งสบาย มุมหลังไม่ต้องก้มมาก แต่ผมเองช่วงตัวสั้น ก้มได้มากพอสมควร ผมก็เลยเลือกขนาด 46 เพราะระยะเอื้อมไม่แตกต่าง แต่ระยะstackที่เตี้ยลงทำให้ผมสามารถก้มหมอบได้มากขึ้นกว่าเดิม สามารถเปลี่ยนนิสัยของรถได้มาก แต่ถ้าจะให้คนสูง 175 - 176 ซม. ที่น่าจะเหมาะกับรถขนาด 53 มาขี่รถขนาด 46 เพราะค่า reachพอๆกันหละก้อ ผมว่าก็คงจะขี่ไม่ถนัด เพราะต้องก้มลงมาก พอสวมแหวนรองคอให้เป็นกระเหรี่ยงคอยาว ก็จะกลายเป็นรถที่สั้นมากเช่นกัน เพราะท่อคอมันเอียงลาดกว่าท่อนั่งเสมอๆ ยิ่งยกให้stemลอยขึ้นมามากขึ้นเท่าไหร่ ระยะเอื้อมระหว่างstemกับเส้นแนวกระโหลกก็จะยิ่งสั้นลงมาเท่านั้น ยิ่งกลายเป็นรถสั้นมากไปในที่สุด

ยิ่งคิดรายละเอียดปลีกย่อยเยอะขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งหยุมหยิม ยิ่งปวดหัว ยิ่งวุ่นวาย สูตรสำเร็จที่ผู้ผลิตทำรถออกมาให้ลงตัวกับกลุ่มประชากรที่ระดับความสูงต่างๆ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้เทียบเพื่อเลือกขนาดรถได้เช่นเดิม รายละเอียดปลีกย่อยก็เป็นสิ่งที่จะบอกลึกลงไปได้อีกว่าควรจะปรับแต่งรถอย่างไร
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 22 เม.ย. 2013, 22:23, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย gazz » 22 เม.ย. 2013, 21:51

ปัก.. :D
จักรยานอะไร ปั่นไวๆ ก็เหนื่อยเหมือนกันหมด :mrgreen:

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย เป้(MAHACHAI) » 22 เม.ย. 2013, 22:13

:D
รับฝึกสอนและออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมจักรยาน :https://www.facebook.com/100rpmclassroombypemahachai

กลุ่ม 100 rpm ...https://www.facebook.com/groups/615371001857266/

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย ohonut11 » 22 เม.ย. 2013, 22:19

เดี๋ยวค่อยมาอ่าน :lol:
รับถ่ายภาพทุกประเภท สนใจติดต่อ 084-499-2762 , 085-330-6762 (นัท)
Line ID: ohonut11

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย i_dum » 22 เม.ย. 2013, 23:44

ปัก ๆๆ
เต่ากัดยาง
Since 2011

Slow & Steady

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย Jazzberry » 23 เม.ย. 2013, 00:01

แน่นจริงๆ มีทั้งแบบง่ายๆและมึนตึ๊ป :lol: ขอบคุณทุกท่านที่มาแชร์ความรู้และประสบการณ์ครับ

ส่วนตัวแต่ก่อนไม่เคยใส่ใจค่าพวกนี้ ได้รถมาก็ปรับเอาตามความรู้สึก ลองดูเอาเปลี่ยนstem ยาวสั้นเปลี่ยน ฯลฯ ฟังดูยากแต่พอมาลองศึกษาดูแล้ว มันสามารถทำให้เราปรับแต่งรถให้เหมาะกับเราได้ง่ายขึ้นมากเลยนะครับ แม้จะเปลี่ยนเฟรมข้ามค่ายข้ามยี่ห้อ แต่เราสามารถเลือกรถและปรับให้เหมือนของเดิมหรือใกล้เคียง หรืออยากได้รถสไตล์ใหนทำได้สบาย ที่สำคัญทำให้แต่งปรับเปลี่ยนสนุกมากเลยครับ ^^

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย waranon1974 » 23 เม.ย. 2013, 00:58

เข้ามาอ่าน กำลังศึกษาเรื่องเลือกขนาด ปรับตั้ง หมอบ อยู่พอดี
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้ครับ


Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย ltkoat » 23 เม.ย. 2013, 10:39

ขอบคุณครับ ละเอียดยิบเลย
สุขภาพทันที ที่เริ่มปั่น....^-^
Rst. 52

zone 1 94-113
zone 2 117-136
zone 3 136-156
zone 4 156-175
zone 5 175-195

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย หมาหอบแดด » 23 เม.ย. 2013, 11:10

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผม
" ไม่มีเพื่อนอย่าไปไกล ไม่มีน้ำใจอย่าไปกับเพื่อน "

@@@กระทู้ Like สาระ(หนุ๊กกันนิคุณ)@@@

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย Gorn-pat » 23 เม.ย. 2013, 12:01

ปักมาอ่านเก็บความรู้ขอบคุณครับ

Re: สงสัยเรื่องระยะ Reach กับ Stack ครับ

โพสต์ โดย BlackBody » 23 เม.ย. 2013, 12:06

ขอบคุณสำหรับความรู้คร้าบป๋าลู...... :D :D :D
ใกล้ที่ไหน ปั่นที่นั่น
Suranaree University of Technology


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 44 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน