รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย giro » 23 ก.ย. 2016, 18:25

รีวิว Tropix โดย
โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

ได้รับการยินยอมจาก พี่ตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท ใจดีเอื้อเฟื้อเนื้อหาและภาพถ่ายมาเผยแพร่ทาง thaimtb.com ขอขอบพรคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

รูปภาพ
จักรยานระดับลากไปแข่งขันได้ในราคารถออกกำลังกาย
ครับ..ได้รีวิวซะทีหลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับเจ้า Tropix Paris มาได้เต็มสัปดาห์ ซึ่งต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมจะรีวิวไปตามที่ผมขี่และจับความรู้สึกจริงๆ เอาล่ะ ลุยกันเลยลองตามมาดูกันครับ
แรกพบ..


รูปภาพ
หลังจากที่ผมได้รับการติดต่อให้มารับรถจักรยาน Tropix เพื่อเอาไปทดสอบดูว่า รถที่เขาเซทมาเต็มทั้งคันในราคาแบบนี้ มันจะพอไปได้มั้ย? พอได้ฟังว่าเป็นรถผลิตในโรงงานที่จีน บอกตามตรงความสนใจหายไปครึ่ง 555 ในตอนแรกที่ยังไม่ได้เห็นรถ ตัวจริง แต่พอเห็นแค่ในรูป ผมกลับรู้สึกเตะตา ในรูปทรงของมัน ซึ่งแรกเห็นก็คิดในใจว่า “สวยดี” แต่ด้วยความที่ยังฝังใจว่า รถผลิตในจีนราคาสุดๆ แบบนี้ มันจะเป็นไปได้รึ ที่เขาจะ”ยัด”อะไรไปได้มากกว่าที่ในตลาดบ้านเรามีอยู่ แต่พอวันที่ไปดูรถตัวจริง แรกพบก็รู้สึก สตั้นท์ ไปนิดๆ เพราะว่ารายละเอียดของเฟรมที่ออกแบบมาสวยจริง ทั้งสีสันและรูปทรง อุปกรณ์ที่ให้มานั้น เรียกได้ว่า จุใจมาก ทั้ง อัลเทรกร้า11 สปีดเต็มเซท แบบไม่มีตอน (ส่วนใหญ่รถราคาระดับนี้จะโดนตอนโซ่/เฟืองเป็น 105 ก้ามเบรกเป็น ตัวรองๆ ลงไป ขาจานก็อลูมิเนียม คอมแพค ฯลฯ) ให้มาเต็มๆกับ ขาจาน 53/39 ความยาว 170 ข้อดีคือโซ่จะยาวพอดีไม่เหมือนรถที่ให้ชุดจานคอมแพคมา ถ้าเปลี่ยนจานเป็น สแตนดาร์ท ต้องเปลี่ยนโซ่ด้วย เพราะที่ติดรถมาจะสั้นไป และที่น่าสนใจสุดๆ เป็นเบรกระบบใหม่ทั้งหน้า/หลัง ที่ใช้ระบบไดเรคท์เม้าท์ (ยึด 2 จุด) วางมาบนเฟรมฟูลคาร์บอน โมโนค็อก T700 เทียบเท่ารถแบรนด์เนมระดับตัวรอง ให้ชุดล้อ Vision team30 มิล รัดด้วยยาง Hutchinson และเบาะมีแบรนด์อย่าง Sanmarco ให้มากับรถเลย ตัวคอกพิทนี่ละที่ผมรู้สึกว่าคนที่สเปคอะไหล่นั้น “เป็นมวย” คือไซส์ 50 เขามาพร้อมกันแฮนด์กว้าง 42 สเตมเบอร์ 100 เลยทีเดียว คือมันจบ สำหรับสรีระอย่างผม สูง 175อินซีม 80 อย่างมากก็แค่เปลี่ยนสเตมให้ยาวขึ้นอีกนิด โดยที่แฮนด์กว้างพอดีแล้ว แต่สำหรับคนที่สูง 168-172 นั้นแทบไม่ต้องเปลี่ยนอะไร ใส่บันใดก็ออกไปลุยได้เลยครับ..
มิติของเฟรม..


รูปภาพ
หลายๆท่านคงได้เห็นไปแล้วนะครับกับช่วงที่ผมเอาไปทดสอบ ว่าหน้าตาเป็นยังไง ผมคิดว่า องศาของเฟรม Tropix นี่วางได้ตำแหน่งที่สวยเลยทีเดียว อาจไปคล้ายหลายๆ บิ้กเนม ที่ราคาสุดกู่ ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย แต่รายละเอียดที่เขาออกมา ผมให้ผ่านเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบองศา การสโลปที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เฟรมทีเน้นความแข็งแรงเป็นจุดๆ ไป ตะเกียบหน้ารับกับท่อหน้าอย่างเนียนๆ วีลเบส (จากดุมหน้าถึงดุมหลัง) วัดได้ 95 ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆ ในหลายๆ แบรนด์ และมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่เขาออกแบบมา เช่นตะเกียบหน้า/หลัง ที่ไม่สามารถไปใส่เบรกรุ่นเก่าๆ ได้อีกแล้ว ต้องไดเรคท์เม้าท์เท่านั้น เพราะมี 2 รูยึดน้อต หลักอานคาร์บอน ทรงแอโร่ว์ ที่ฉาบเนื้อทรายมาให้กันลื่น และระบบล้อคหลักอานที่ ผมเห็นแล้ว อืมม์ อย่างนี้สิ ไม่รูดแน่ๆ อีกทั้งการซ่อนสายเบรกสายเกียร์ที่ เก็บงานได้ละเอียดเนียนตา แม้กระทั้งสายตีนผีหลัง ที่ยี่ห้ออื่นๆ ไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก ปล่อยให้สายออกมาจากรูเฟรม แต่เจ้าตัวนี้ กลับเก็บงานโดยมี ฝาปิดให้ทุกจุด และที่สำคัญรองรับ DI2 ด้วยครับ แต่... ในจุดเด่นก็จะพบจุดด้อยไปในคราเดียวกัน ผมพอจะหาเจออยู่ สองสามจุด คือ 1. เขาเจาะรูใส่ขากระติกน้ำท่อล่างสูงเกินไป ดูไม่สวย และถ้าต้องใช้กระติกยาว การชักกระติกออกจะติดท่อบน การบาล้านซ์น้ำหนักเมือต้องบรรทุกน้ำ จะไม่ลงที่จุดศูนย์ถ่วงที่กระโหลกมากนัก เพราะกระติกน้ำลอยเกินไป 2. การเจารูร้อยสายเบรกหลัง เขาเจาะมาฝั่งขวาของเฟรม ซึ่งในยุโรปเป็นเรื่องปกติที่เขานิยมปั่น เบรกหน้าขวา หลังซ้าย แต่บ้านเรากลับตรงกันข้าม เป็น หน้าซ้าย หลังขวา ซึ่งถ้าเดินสายเบรกหลังออกมา สายจะไม่เดินธรรมชาติ ออกไปฝั่งซ้ายของเฟรม แต่ต้องหักมุดลงมาร้อยด้านขวาซี่งมันดูขัดๆ 3. น้ำหนักผมบอกได้เลยว่า ตะเกียบหน้านั้นมีน้ำหนักตัว เกินพอดี คือรู้สึกได้เลยว่า มันหนักกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่ซางก็เป็นคาร์บอนแล้วถ้ารีดความอวบลงมาได้มากกว่านี้จะแจ่มเลยครับ


รูปภาพ
แกะกล่องลองขี่..
รูปภาพ
ผมได้รถมาทั้งกล่อง พอแกะออกมาก็ประกอบอย่างนั้นเลยครับ กับอุปกรณ์ที่เขาให้มา ยกเว้นเปลี่ยนบันใดปั่นเป็นคลิปเลส น้ำหนักตัวที่เขาเคลมว่า 8.3 กก. นั้นเป๊ะๆ เลยครับ(ไม่รวมบันใด) ล้อเดิมๆ ผมประกอบแล้วลองเซทช่วงดูปรากฎว่า ระดับความสูงเบาะนั้นปรับได้สวยๆ แต่ระยะเอื้อมมันสั้นไปนิด ขอเปลี่ยนสเตมเป็น 120 อย่างเดียวก่อนละกัน และเอาไปลองกันเลย ความรู้สึกแรกที่ได้คร่อมเจ้า Tropix แบบออกรอบจริงจัง (ซัดไป 80 กม.) ยังรู้สึกหนักๆ และยังสู้มืออยู่นะครับ คือคนกับรถยังไม่สามารถทำความรู้จักกันได้สนิท การยกยืนโยก ยังไม่ค่อยเนียนนัก รู้สึกหนักๆเพราะว่า มิติบนรถมันเปลี่ยนไป จากคันเดิม แต่ผมพอจะรู้แล้วว่าต้องมาทำอะไรกับมันอีก สิ่งแรกที่ผมต้องจัดการให้ได้ความรู้สึกไกล้เคียงกับคันเดิมมากที่สุด ก็จัดการเปลี่ยนรองเท้าใหม่เลยครับ เอาล้อ อลูขอบงัด 30 มิลซึ่งหนักเกือบๆ 2 กิโลกรัมออก แล้วยัด Vision 40 ยางงัด เข้าไป โห..น้ำหนักลงไปเห็นๆ เกือบครึ่งกิโล!! ปรับองศาระยะเอื้อมที่เขาเซทมาให้มือเบรคต่ำเกินไป ก็ยกขึ้นมานิดนึง ขยับเบาถอยหลังอีกหน่อย เอาล่ะลงตัว นี่ล่ะช่วงของผม ..


รูปภาพ
วันที่ 2 ออกไปปั่นเช้า 100 เย็นอีก 50 กม. เอาให้รู้กันไปเลยว่า นิสัยใจคอรถตัวนี้มันเป็นยังไง สลับเอาล้อ Vision 50 ยางฮาล์ฟมาใส่ดู อืมม์ เข้าท่าแฮะ เริ่มตกผลึกละ ว่ารถตัวนี้ ผมคิดว่าแค่อัพล้อน้ำหนักไม่เกิน 1400 กรัมเข้าไป น้ำหนักลงเห็นๆ ลงมาที่ 7.5 ซึ่งมันเพียงพอละที่จะลากไปซัดกับเพื่อน หรือไปซ่าส์ในสนามแข่งได้แบบไม่อายใคร แต่เดี๋ยวก่อน สำหรับผม แค่น้ำหนักมันพื้นๆ ไปครับ เพราะผมไม่ค่อยชอบขี่รถที่น้ำหนักตักเบาเกินไป ผมจะปลื้มกับ 7.2-7.5 มากกว่าต่ำกว่า 7 เพราะมันดูมีโมเมนตั้มดีครับ(ทางราบนะ) สิ่งที่ผมให้ความสำคัญ (ที่สุด) คือ จุดหมุนครับ ผมพาเจ้า Tropix ไปหาเจ้าพ่อ UCB จัดการถอดกะโหลกออก แล้วยัดอาวุธร้ายแรงเข้าไป เท่านั้นล่ะครับ การปั่นวันที่ 3 ของผม สนุกจนขาหมุนไม่ทันเลยล่ะครับ มันลื่นปั่นสนุกมาก ทีนี้ล่ะมาดูสมรรถนะจริงๆ กันได้แล้วว่า รถที่โมเต็มมาแบบนี้ มันตอบสนองเราได้ดีขนาดไหน
รูปภาพ

รูปภาพ
บทสรุป
รูปภาพ
หลังจากที่ได้สัมผัสมาในระดับหนีง ผมบอกได้ว่ารถตัวนี้ ไม่ได้แข็งและพุ่งปรู้ดปร้าดอย่างที่รถระดับโปรเขาทำมา แต่ก็ไม่มีอาการอ่อนย้วยให้เห็น คือกดเป็นมาเหมือนกัน อาจจะมาช้าหน่อยแต่ไม่เสียแรงเปล่าแน่ๆ ครับ ผมทดลองทุกๆรูปแบบ (เหลือแค่ใส่พาวเวอร์มิเตอร์และตะเวนปั่นเปรียบเทียบกับเส้นทางที่เคยทำได้) และนึกถึงคนดีไซน์ ยกเครดิตให้เลยว่าทำรถออกมาได้ดีในระดับเกินคุ้ม คะแนนเต็ม 10 ผมให้ 7.5 ถ้าคุณมีจุดประสงค์จัดหนักจัดเต็ม และมีนักปั่นโปรทัวร์เป็นไอดอล โดยที่ไม่ต้องจำกัดงบประมาณ ให้มองข้ามไปเลยครับ แต่ถ้ามองหารถที่เอาไว้ปั่นออกกำลังกาย ซัดกับกลุ่มหรือไปลงแข่งบ้าง หน้าตาหล่อเหลาพอได้ เฟอร์นิเจอร์ไม่ขี้เหร่ ตัวนี้ล่ะครับ ท้าชนทุกตัวที่ราคาเทียบเท่ากัน เอามาอัพล้อเบาๆ 1 คู่จบแบบไม่เจ็บ เพราะราคาที่ท่านๆ เห็นอยู่ว่าในชั่วโมงนี้ไม่มีใครถูกและให้ของจุใจกว่านี้อีกแล้ว แต่ต้องรับข้อด้อยที่ผมดันหาเจอทั้ง 3 ข้อให้ได้นะครับ ถ้ารับได้ เตรียมไปจองกันเลยครับ เก็บงบส่วนเกินไว้ไปทำฟิตติ้งเนียนๆ และอัพแรงขาครับ อีกอย่างผมคิดว่า ผู้ที่เริ่มต้นใหม่ๆ ไม่น่าจะจ่ายแพงๆ เพื่อไปเล่นรถระดับซุปเปอร์ไบค์ อยากให้ลองเริ่มจากแบบนี้ก่อน ถ้าชอบและคิดจะจริงจัง ค่อยไล่สเตปต่อไป รวมทั้งเยาวชนที่อยากเป็นนักแข่ง ตัวนี้ตอบโจทย์มากที่สุด ทั้งราคาและรูปลักษณ์ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เจ็บตัวเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูกันยาวๆ นะครับ เพราะระยะเวลาที่ผมทดสอบมันแค่อาทิตย์เดียว ยังไม่สมบุกสมบันมากนัก ถ้าเกิดนานๆ ไป มีแตกมีร้าว ต้องบอกก่อนว่าผมไปไม่ถึงตรงนั้นนะครับ ถ้าผมเจอ จะรีบมาบอกกันครับ .. อ่านแบบมีวิจารณญานนะครับ เขาเปิดให้จองในงานเมืองทอง ต้นเดือนตุลานี้ครับ ใจเย็นๆกันนะคร้าบบบบ 
รูปภาพ
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย dspyrogira » 23 ก.ย. 2016, 20:06

รถสวยเลยครับ .. ราคาน่าคบหามาก
ขาอ่อนๆ อยากไป BRM200 :D

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย nongnoey » 23 ก.ย. 2016, 20:51

เห็นราคาแล้วสุดๆจริงๆครับ ultegra กับล้อ team30 ซื้อแยกก็ 3หมื่นแล้ว ที่เหลือ 16000 เฟรม หลักอาน สเต็ม แฮนด์ เบาะ

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย ลิงกังปั่นหมอบ » 24 ก.ย. 2016, 13:31

อือหือ มีอะไรมั่งเนี่ย ดูดิ๊

- เบรคแบบ Direct Mount (เริ่มนิยมกันแล้ว) ทั้งตะเกียบหน้าและตะเกียบหลัง
- ท่อล่างแบบตรงกลางอ้วนบังลมสำหรับจุดวางขวดน้ำล่าง
- ท่อนั่งสไตล์ Farring ไล่ลมเนียน แบบรถอิตาลีนิยมทำกัน
- ตะเกียบหลังมีบังลมให้เบรคหลัง เพื่อลดลมกวน แบบรถอิตาลีนิยมทำกัน
- ตะเกียบหน้า ถ้าดูดี ๆ มันมีมุมกว้าง ทำให้ลมผ่านล้อหน้าได้ไวและไม่มีลมกวน (ยกตัวอย่างก็ รถรุ่นใหม่ของ Strock เพิ่งออกรถตะเกียบหน้ากว้าง) ผมนี่ เฮ้ย!! ตาฝาดเปล่าวะ รถจีน ๆ มีเทคโนโลยีนี่แล้ว!?

เท่าที่ดู มีประมาณนี้ มาดูข้อติหน่อย

- สเตมธรรมดา ไม่ใช่ทรงแอโร่ (เอาอะไรมาก)
- สีไม่สวย ลายไม่คม ดูแล้วการ์ตูนไปหน่อย (รสนิยมส่วนตัวล้วน ๆ)
- ไม่ชอบวิธีร้อยเคเบิ้ลเข้าช่องหน้าแบบนี้ ขี่ไปนาน ๆ มีสิทธิ์ทำให้เฟรมเป็นรอยถลอกแน่นอน ฟันธง แถมไม่แอโร่อีกต่างหาก (อีกแล้ว เอาอะไรมากวะ!??? เยอะไปป่ะ อิอิ แต่อันนี้ข้อติจริง ๆ เฟรมถลอกแน่นอน 10000%)

ดูแล้ววิจารณ์เอาตามภาพประกอบล้วน ๆ ราคาไม่แพงดี
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย Juhaha » 25 ก.ย. 2016, 19:29

เหมือนเอาเฟรมจีนจาก อารีเอ็กเพลส มาพ่นสีแล้วมาประกอบอ่ะครับ

yosza2011
Facebook
PM มาได้ครับ

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย yosza2011 » 26 ก.ย. 2016, 09:50

ผมชอบแนวทางการปรับแต่งที่ใช้ประสบการณ์ในการขี่จริงๆมาให้ความรู้ของพี่ตั้มครับ คือการรีวิวก็คือริวิวจริงๆจากการใช้งานจริงๆไม่ต้องอวยอะไรกันเยอะเกินไป
ขอบคุณครับ
พบรอยยิ้มพร้อมพยักหน้าทักทายและตบท้ายด้วยคำว่าสวัสดี
ยังคงมีอยู่ในทุกๆสถานที่ ที่เราปั่นไปเจอกัน

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย neoleoygry » 30 ก.ย. 2016, 11:13

สวยเลยครับน่าสนใจ
ร่มตอนเดียว http://www.rombkk.com ร่มสองตอน ร่มสามตอน ร่มกอล์ฟ ด้วย โรงงานร่มพรีเมี่ยม ได้หลากหลายแบบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ rombkk.com

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย chaiyan mbc » 01 ต.ค. 2016, 20:58

กระซิบราคาเปิดตัวหน่อยดิครับ อยากรู้
ปั่นจักรยานวันนี้ เพื่อสุขภาพวันหน้า...ครับ

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย Aof BangNara » 05 ต.ค. 2016, 10:05

chaiyan mbc เขียน:กระซิบราคาเปิดตัวหน่อยดิครับ อยากรู้



ตัว 105 ราคา สามหมื่นกลางๆ เองมั่งครับ ทั้งคัน

Re: รีวิว Tropix โดย โค้ชตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท

โพสต์ โดย ความหวัง และอนาคต » 19 พ.ย. 2016, 02:10

เท่าที่ผมหาอ่านจากรีวิวผู้ใช้โดยตรง ฟีดแบคกลับมาดีนะครับ ราคา45900 ได้อัลเตกร้าครบกรุ๊ป


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 39 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน