Ori bike ผจญภัยเขาใหญ่

. บริษัท เนสโก้ กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จักรยานพับ Brand "K-POP" จักรยานพับ มีสไตล์ Brand "ORi " Lifestyle folding bikes. หมวก Stylish Brand "Helt-Pro" Styled protection hand made in Germany หมวก " Melon" No Brain No Game

Moderator: nescocycling, nescocycling

Ori bike ผจญภัยเขาใหญ่

โพสต์ โดย nescocycling » 14 ธ.ค. 2016, 12:00

เคยแต่ได้ยินมาว่าการปั่นจักรยานขึ้นอุทานยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นเรื่องยากมาก ขนาดระดับมืออาชีพที่ใช้รถเสือหมอบคุณภาพดีๆยังเกือบแย่ อย่างผมมือสมัครเล่นคงยากที่จะปั่นจักรยานขึ้นอุทยานแห่งชาติใหญ่ได้เป็นแน่แท้ และยิ่งเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งกับการจะใช้จักรยานขนาดล้อ 16 นิ้ว อย่าง Oribike รุ่น M10 ปั่นขึ้นเขาสูงชันระดับ 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวลกับการไปปั่นบนเขาใหญ่ในครั้งนี้ แต่ด้วยความที่อยากเอาจักรยานไปปั่นบนนั้นจึงนำรถพับ Ori Bike รุ่น M10 และจักรยาน K-POP รุ่น KP-2001TSP21 พับใส่ท้ายรถของผมไป2 คันกับความหวังจะได้ปั่นกินลมชมวิวบนเขาใหญ่
รูปภาพ
รูปภาพ

Ori Bike รุ่น M10
รูปภาพ
จักรยาน K-POP รุ่น KP-2001TSP21

เราเดินทางกันวันที่ 9 ธ.ค. 59 แผนคือไปพักโรงแรม 1 คืนเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าลุยกันมากเกินไป แต่ก็มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแผนเมื่อไปถึงโรงแรมที่ตั้งใจจะไปพัก เนื่องจากที่พักไม่น่าพักเอาซะเลย มันช่างแตกต่างจากรีวิวที่ผมหาดูมาจากทางอินเตอร์เนต ก็เลยปรึกษากับผู้ร่วมเดินทางว่าจะยังไงกันต่อ ว่าแล้วเราก็ตกลงกันว่าจะไปหาที่พักกันใหม่ใกล้กับทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างหาที่พักสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ดีบวกกับไม่ค่อยชำนาญเส้นทางด้วยกันทั้งคู่ ผลที่ออกมาคือหลงทางและหาที่พักไม่ได้ เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องค่าที่พักในเขตนั้นแพงมากมาย เพื่อนร่วมทางกับผมมีความเห็นตรงกันว่าเรานอนกันแค่คืนเดียวไม่อยากพักที่แพงๆ หาไปหามาก็ไม่ได้สักทีสุดท้ายก็เลยต้องขึ้นไปบนเขาใหญ่ โดยมีเป้าหมายคือไปนอนกางเต้นที่ผากล้วยไม้ ระหว่างทางที่ขึ้นเขาใหญ่ผมรู้สึกว่าทางมันชันมาก ไม่แปลกใจที่นักปั่นหลายๆคนที่เตรียมตัวฟิตซ้อมมาไม่ดีพอจึงยอมพ่ายแพ้อย่างราบคาบ และแน่นอนพาให้นึกถึงจักรยานพับเล็กๆ2คันที่อยู่ท้ายรถผมว่าจะสามารถปั่นกินลมชมวิวดังที่ตั้งใจไว้ก่อนมาได้หรือไม่ แต่ในใจลึกๆก็แอบให้กำลังใจตัวเองว่ามันน่าจะพอมีสถานที่ให้เราสามรถปั่นเจ้าล้อเล็กที่พกมาได้บ้าง และที่น่าสังเกตอีกอย่างคือนักท่องเที่ยววันนี้ไม่หนาตาอาจจะเพราะยังไม่ใช่วันหยุด แต่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นเพราะไม่มีคนแย่งกินแย่งใช้ และที่ผากล้วยไม้นักท่องเที่ยวยิ่งน้อยมากมีแต่เต้นที่เจ้าหน้าที่กางเตรียมไว้รอนักท่องเที่ยวมาพัก ส่วนเราเลือกกางใหม่ตามใจชอบ เนื่องจากเต้นที่กางไว้แล้วมันติดกันมากเกินไป เมื่อกางเต้นเสร็จก็มืดพอดีและต้องทำอาหารทานกันเอง กว่าจะเสร็จภารกิจหลายๆอย่างก็ดึกแล้ว วันนั้นก็เลยนอนกันทันทีด้วยความเหนื่อยล้ากับการขับรถเกือบทั้งวัน ทำให้วันนั้นไม่ได้ปั่นจักรยานเลย แต่ก็ไม่ได้ผิดแผนอะไรเพราะเราตั้งใจจะมาปั่นกันอีกวันอยู่แล้ว
รูปภาพ
ผากล้วยไม้ จุดหมายในการกางเต้นของพวกเรา
รูปภาพ
กวางมานอนเล่นด้วย ผมอดตื่นเต้นไม่ได้ และแน่นอนขอเซลฟี่ไว้เป็นที่ระลึกครับ

เช้าวันที่ 10 ธ.ค. 59 เราตื่นกันมาตั้งแต่เช้า ทานอาหารเช้าที่ร้านสวัสดิการของอุทยานรสชาติอร่อยมาก เมื่อทานกันเสร็จก็เปลี่ยนชุดปั่นจักรยานพร้อมลุย อากาศบนนี้ช่างดีเหลือเกินผมคิดในใจว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี่ถือได้ว่าเป็นแหล่งธรรมชาติที่คู่ควรแก่การรักษาไว้ตราบนานเท่านาน เพราะมันทั้งสวย เดินทางสะดวก มีความหลากหลายทางธรรมชาติและยังมีสัตว์ป่ามากมายอาศัยอยู่ที่นี่ ผมช่างโชคดีเหลือเกินที่ผมมีโอกาสได้มาที่นี่ก่อนที่มันอาจจะถูกทำลายโดยมนุษย์ผู้ล้างผลาญที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ เมื่อไหร่เราจะอยู่คู่กับธรรมชาติกันสักที ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวว่าแล้วก็ปั่นจักรยานดีกว่า ชื่นชมธรรมชาติที่ผมสามารถเสพรับความสุขได้ในวันนี้กันดีกว่า ว่าแล้วก็เริ่มออกปั่นจากผากล้วยไม้โดยไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่นอน คิดว่าจะปั่นไปเรื่อยๆเหนื่อยก็กลับ เพราะเรามีเวลาทั้งวันครับ
รูปภาพ
ปั่นไปลิ่วเลย นี่ขนาดน้องเขาไม่ค่อยได้ปั่นจักรยานนะครับ ผมปั่น K-POP ปั่นตามไม่ทัน
รูปภาพ
ผ่านไปสักพัก ผลจากการไม่วอร์มก่อนออกตัวแรง

ระหว่างทางจากผากล้วยไม้มาที่ลำตะคลอง จุดกางเต้นยอดนิยมอีกแห่ง ในเส้นทางที่ผ่านมาเส้นทางบางช่วงออกจะชันแต่พวกเราก็ปั่นข้ามมาได้อย่างสนุกสนาน มีสลับกันระหว่าง K-POP กับ Ori Bike ความรู้สึกมันช่างแตกต่างกันเหลือเกินครับ
M10 ปั่นแล้วรู้สึกกินแรงน้อยกว่าเยอะมาก มิน่าละผมถึงตามไม่ทันในช่วงแรก การปั่นขึ้นเขาก็สบายเพราะมี 10 สปีด ยังไงก็เหลือๆ ที่เหลือก็แค่กำลังขาของตัวเองเท่านั้นที่สามารถมีแรงกดไปที่บันไดเพื่อส่งตัวเองไปข้างหน้าได้หรือไม่ ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่ปั่นจักรยานบ่อยๆไม่ต้องกังวลครับ ว่าจะปั่นจักรยานพับบนเขาใหญ่ไม่ได้
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
ปั่นมาได้สักพักก็ถึงลำตะคลอง บรรยากาศสวย น่ากางเต้นมากๆ มีร้านน้ำให้แวะพักเหนื่อย รสชาติก็ใช้ได้ครับ แต่แม่ค้าดุไปนิดหนึ่ง


เมื่อแวะทานน้ำเสร็จก็ไปต่อครับ จุดหมายต่อไปคือศูนย์ฝึกอบรมที่สอง เท่าที่จำได้เส้นทางค่อนข้างชันกว่าจากผากล้วยไม้มาลำตะคลอง ระหว่างทางพวกเราก็เลยแวะถ่ายรูปเล่นตามข้างทางบ้าง
รูปภาพ
รูปภาพ
ระหว่างเส้นทางปั่นมีลิงอยู่ข้างถนนด้วยนะครับ เสียดายไม่ได้เก็บรูปมา สักพักเราก็ถึงศูนย์ฝึกอบรมที่สอง ในขณะที่ปั่นๆอยู่สายตาก็ไปมองเห็นฝูงกวางนอนเล่นและเล็มหญ้าอยู่ที่ลานกว้าง ก็เลยชวนกันปั่นเข้าไปดู ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ พอเข้ามาข้างในโอ้โหเลย บรรยากาศสวยใช่เล่น มีบ้านพักหลายๆหลังให้จองพักกันด้วย คิดในใจว่าน่าชวนเพื่อนๆมากันเยอะๆจัง
รูปภาพ
ทางเข้าบ้านพักศูนย์อบรมที่สอง
รูปภาพ
ยกจักรยานโชว์สักหน่อยครับ
รูปภาพ
บรรยากาศร่มรื่น อากาศเย็นๆดีมากครับ ลืมไปเลยว่าตอนแรกตั้งใจจะมาดูฝูงกวาง ปั่นไปปั่นมาวนออกมานอกศูนย์ฝึกอบรมสะงั้น ประกอบกับอยากไปต่อก็เลยไม่ได้กลับเข้าไปถ่ายรูปกับฝูงกวางฝูงนั้น โดยเป้าหมายต่อไปคืออ่างเก็บน้ำสายศร ซึ่งในวันที่เดินทางขึ้นมาเห็นว่าวิวสวยมากและมีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันเยอะ แต่เส้นทางไปจากศูนย์ฝึกอบรมที่สองกับอ่างเก็บน้ำสายศร เส้นทางเอาเรื่องน่าดู มีให้ข้ามเนินหลายลูก แต่เราก็ไปกันต่อเพราะเห็นพ้องกันว่าจากผากล้วยไม้มาถึงศูนย์ฝึกอบรมที่สองยังปั่นกันมาถึงได้เลย จะไม่ไปต่อได้ไง จึงตัดสินใจลุยต่อไปให้ถึงที่ตั้งใจไว้ และระหว่างทางที่ปั่นไปนั้นเจอนักปั่นมืออาชีพมากมาย ทุกท่านทักทายและส่งรอยยิ่มให้กันซึ่งเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากๆและประทับใจทุกครั้งเสมอ คนปั่นจักรยานด้วยกันส่งมอบมิตรภาพดีๆให้กันแบบนี้มันช่างดีเหลือเกิน น้องผมที่ไปด้วยถึงกับเอยปากว่าน่าประทับใจ และถามกลับมาว่าคนปั่นจักรยาเขาเป็นแบบนี้เหรอ น่ารักจัง.... ผมตอบกลับไปว่า ใช่ คนปั่นจักรยานเขาจะทักทายส่งรอยยิ้มให้กันแบบนี้แหละ
รูปภาพ
ก่อนจะแยกย้ายกันถ่ายรูปเดียวก็เซลฟี่ร่วมกันก่อนครับ
รูปภาพ
รูปภาพ
หายเหนื่อยครับ กับเส้นทางที่ปั่นมาร่วม 10 กิโลเมตรจากผากล้วยไม้มาถึงอ่างเก็บน้ำสายศร
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
ถ่ายรูปกันจนเพลิน หันมองดูนาฬิกาก็ใกล้เย็นแล้วกลัวกลับไปไม่ทันค่ำด้วยเพราะเส้นทางร่วม 10 กิโลเมตร เส้นทางก็ชันน่าจะใช้เวลานาน ก็เลยพากันปั่นกลับไปผากล้วยไม้ ระหว่างทางที่ปั่นกลับก็เจอนักปั่นหลายๆท่านเช่นเคยและส่งรอยยิ้มให้กันเหมือนเดิม บางท่านพบกันขามาจากผากล้วยไม้ ขากลับก็ยังเจอและยิ้มทักทายเหมือนเดิม บางท่านส่งเสียงมาว่าเก่งนะ ซึ่งผมแอบคิดเข้าข้างตัวเองในใจว่า คงหมายถึงพวกเราปั่นเก่งที่สามารถปั่นจักรยานพับคันเล็กอย่าง Oribike รุ่น M10 และจักรยานพับ K-POP รุ่น KP-2001TSP21 มาปั่นบนเขาใหญ่ได้
ขากลับจากอ่างเก็บน้ำสายศรไวมาก เราใช้เวลากันไม่่นาน ประมาณ 30-40 นาที ก็ถึงผากล้วยไม้ที่พักของเรา เบ็ดเสร็จวันนั้นเราปั่นกันไปเกือบ 20 กิโลเมตร ขากลับที่พักเราปั่นกันอย่างสบายๆ มีเข็นขึ้นครั้งเดียวคือจากเนินขึ้นศูนย์อบรมที่สอง ซึ่งชันมากเกินกำลังขาของน้องที่ไปด้วย เนินที่เหลือเราปั่นข้ามกันได้หมด ซึ่งต้องขอบคุณจักรยานพับล้อเล็กที่พาเราไปเที่ยวได้หลายที พร้อมกับวิวสวยๆให้พวกเราได้ชื่่นชมกัน มันช่างแตกต่างและเทียบกันไม่ได้เลยกับการขับรถกินลมชมวิว เพราะการปั่นจักรยาน Oribikeและ K-POP เที่ยวในครั้งนี้ได้มากกว่านั้นจนยากเกินอธิบาย และผมสัญญาว่าจะพาเจ้าล้อเล็กนี่ไปเยือนอีกแน่นอนเมื่อมีโอกาสเพราะผมได้รอยยิ้มที่สดใสและพลังในการทำงานกลับมามากมาย พร้อมที่จะเผชิญกับชุมชนเมืองที่วุ่นวายอีกครั้ง
รูปภาพ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน