......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 29 ม.ค. 2018, 08:50

อรุณสวัสดิ์ครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน

ทราบข่าวเรื่องคุณลุงท่านนึงที่เสียชีวิตที่ดอยอินฯแล้วเศร้าครับ ยังไงลุง-ป้าระวังด้วยนะครับ

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 30 ม.ค. 2018, 04:46

NOKNICE เขียน:อรุณสวัสดิ์ครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน

ทราบข่าวเรื่องคุณลุงท่านนึงที่เสียชีวิตที่ดอยอินฯแล้วเศร้าครับ ยังไงลุง-ป้าระวังด้วยนะครับ

:( :( อรุณสวัสดิ์ครับ หลานนกพี่เนตรและทุก ๆ ท่านที่เคารพ ตกข่าวครับไม่ทราบเลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริง ๆ ครับ ผมจะเตือนทุกคนที่ปั่นเดินทางร่วมกับผมเสมอ ๆ ว่า "ขึ้นเหนื่อย..ลงตาย" อย่าประมาทเด็ดขาด ขอบคุณหลานนกครับ ลุง-ป้า จะระมัดระวังยิ่งขึ้น

และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวท่านนี้ด้วย ขอไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของท่าน ให้สู่สุขคติภพครับ
:( :(
แนบไฟล์
28-เฒ่าปั่นจักรยาน.jpg
สลด! ตาวัย61ปั่นจักรยานลงดอยอินทนนท์ เสียหลักพุ่งชนรถยนต์ร่างกระเด็นดับกลางถนน (วันที่ 28 มกราคม 2561 - 12:39 น)

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ม.ค. พ.ต.ท.สมศักดิ์ สมใจอ้าย สว.(สอบสวน) สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยาน บริเวณถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ ช่องกิโลเมตรที่ 26-27 ม.17 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.จอมทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉิน
28-ปั่น1.jpeg
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขห-8048 เชียงใหม่ จอดอยู่กลางถนน บริเวณล้อรถยนต์ด้านหน้าพบรถจักรยานถูกชนติดอยู่ คนขับชื่อนายทองย้อย ออนแสน ที่อยู่ 164/24 ม.3 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้เดินทางมาพร้อมกับคณะรวม 4 คน ห่างจากตัวรถประมาณ 10 เมตร พบศพนายวิชาญ เฮงอุดมทรัพย์ อายุ 61 ปี ที่อยู่ 112/289 ม.1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี สภาพมีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำศพออกจากที่เกิดเหตุและนำส่งโรงพยาบาลต่อไป

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายวิชาญได้ปั่นรถจักรยานมากับคณะซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวที่ดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นคณะของผู้สูงอายุ โดยระหว่างที่ปั่นจักรยานเป็นกลุ่มลงมานั้น คาดว่ารถจักรยานของนายวิชาญน่าจะวิ่งลงมาด้วยความเร็ว จนเกิดเสียการควบคุม แล้วไหลเข้าไปในเลนที่รถยนต์ขับสวนขึ้นมา เป็นเหตุทำให้ชนกันเข้าอย่างจัง จนร่างของนายวิชาญกระเด็นตกกระแทกกับพื้นถนนเสียชีวิตดังกล่าว
28-ปั่น2.jpeg
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูลในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ ส่วนศพของผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่นำส่งไปยังโรงพยาบาลจอมทอง เพื่อประสานให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตทราบ และมารับศพนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัดนั้น จะได้ทำการสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องให้แน่ชัดอีกครั้ง (ขอขอบคุณข่าวสดออนไลน์ครับ)
IMG_9029.JPG
ปั่นไปหลวงพระบาง๑๐.jpg
เหตุการณ์ของผมกับที่นำเสนอแตกต่างกันนะครับ จะเล่าให้ฟัง

ที่ว่าแตกต่างเพราะของผมนั้นมีสโลแกนที่สอนนักปั่นทัวร์ริ่งทุกคนที่เดินทางไปด้วยกัน ให้ระมัดระวังถ้าเป็นไปได้ห้ามเกิดอุบัติเหตุเด็ดขาดเพราะจะทำให้ ทริปนั้น ๆ เสียหาย เดินทางไม่จบทริปตามที่ตั้งใจเพราะจะบั่นทอนขวัญกำลังใจของสมาชิก สโลแกนที่ว่าคือ "ขึ้นเหนื่อย - ลงตาย" ดังนั้นหากเป็นขาขึ้นจะเห็นได้ว่าเหนื่อยแทบสายตัวจะขาดแต่ต้องอดทนกัดฟันไม่ย่อท้อ ไม่ถอดใจ สู้ สู้ และสู้ต่อไป พอขึ้นถึงจุดสูงสุด ความสุขก็จะประดังเข้ามา ความภาคภูมิใจก็จะทดแทนความเหนื่อยยากนั้น ๆ ส่วนขาลงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามทำตัวเป็นพระเอกเด็ดขาดเพราะขาลง ถ้าปล่อยฟรี จักรยานจะควบคุมยาก เสียหลักแน่นอนพลิกคว่ำไม่เป็นท่า เบาะ ๆ คือบาดเจ็บ หนักสุด ๆ ก็ "ตาย"

ในส่วนกรณีของผมนั้นเหตุเกิดที่ สปปล.แขวงไชยบุรี ทางออกเข้าไทยที่ห้วยโก๋น โดยเราปั่นออกจากหลวงพระบางลัดเลาะเขามาตลอดเส้นทางต้องนอนพักค้างคืนที่ค่ายทหารลาวคืนหนึ่ง ก่อนที่จะถึงเมืองหงสา

ก่อนเดินทางเข้าลาวทุกครั้ง และครั้งนั้นเช่นกัน ผมได้อธิษฐานจิตว่าดินแดนแถบชายแดนนี้ผมเคยสร้างวีรกรรมไว้ในอดีต คือสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.มว.(ผู้บังคับหมวด)แถบชายแดนมักจะมีชาวบ้านคนไทยถูกฆาตกรรมเป็นประจำ การแก้เผ็ดก็คือฝั่งเราตาย ๑ ฝั่งเขาต้องตาย ๒ หากเราตาย ๒ เขาต้องตาย ๔ ในที่สุดคนไทยในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบจะไม่มีการตายเกิดขึ้นอีกเลย และนี่ก็คือตราบาปที่ฝังอยู่ในใจ เดินทางปั่นเข้า สปปล.ทุกครั้ง จะขอขมาและขอชดใช้กรรมที่ทำไว้ ถ้าเขายังโกรธแค้นก็ให้มาเอาคืนได้ สุดท้ายก็มาเกิดเหตุที่เมืองหงสานี่ และหลังจากที่เกิดเหตุครั้งนั้นแล้ว ก็ไม่มีอุบัติเหตุเช่นนี้อีกเลยจนถึงปัจจุบัน

วันนั้นจักรยานของผมเป็นเลข 8 ครับไปต่อไม่ได้ต้องจ้างมอไซด์ชาวลาวส่งมาทำแผลที่อนามัยลาว เหมารถเข้าตัวเมืองหงสานอนที่โรงแรมในเมืองหงสาคืนหนึ่ง รุ่งเช้าเหมารถจากเมืองหงสาต่อเข้าด่านชายแดนห้วยโก๋น และเหมารถจากห้วยโก๋นเข้าเมืองน่าน ขึ้นรถเมล์เขียวกลับเชียงใหม่ ให้ลุงดมนำรถไปรับที่ท่ารถเมล์เขียว ทำเอาหลายคนตกใจกันหมดและเกือบจะไม่ได้ปั่นจักรยานอีกแล้ว ต้องอธิบายให้ทั้งคุณนายและคนรอบข้างกว่าจะเข้าใจ

ขึ้นเหนื่อย - ลงตาย ใช้ได้จริง ๆ ครับท่องไว้นะครับ
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 30 ม.ค. 2018, 09:28

สวัสดีครับลุงแ ลุงเนตรและทุกท่าน


โชคดีมากๆครับลุงที่ไม่เป็นอะไรมาก

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 31 ม.ค. 2018, 07:12



:( :( เมื่อวานนี้ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๑ ทราบข่าวจากทางวัดว่า หลวงพ่อท่านอาการไม่ดีหลังจากที่กลับมาจำอยู่ที่วัด(โยมพาไปหนองสาหร่าย) เรารีบเดินทางไปกราบท่าน(เพื่อความไม่ประมาท)ได้แต่ภาวนาขอให้ท่านมีอาการดีขึ้นและหายในที่สุด ขอให้อยู่เป็นกำลังใจลูกศิษย์ต่อไปอีกนาน ๆ ใครที่มีเวลารีบหาโอกาสไปกราบท่านเสียก่อนจะสาย ถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปใกล้องค์ท่านแต่เราไปที่วัด องค์ท่านย่อมทราบด้วยณาณของท่าน ศิริมงคลยังคงบังเกิดแก่ตัวเรา

viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 31 ม.ค. 2018, 12:48

สวัสดีครับลุงแดงและทุกท่าน

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 02 ก.พ. 2018, 07:04

:) :D เมื่อเย็นวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ได้มีโอกาสนั่งชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ พระจันทร์สีเลือด เริ่มตั้งแต่ราหูเคลื่อนตัวเข้าบดบังจันทร์ รอจนบังมิดเป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ ใครที่พลาดโอกาสคงต้องรออีกนาน สำหรับผมแล้วไม่เคยพลาดเรื่องพวกนี้เป็นความสนใจและชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ครับ

ผมได้เก็บภาพโดยใช้มือถือแล้วนำมาประมวลบันทึกเก็บไว้ ฝากไว้ที่ยูทูปไม่ได้สวยงามหรือน่าสนใจอะไร เป็นเพียงคนแก่ที่พยายามหาอะไรทำ ไม่ให้สมองฝ่อในภาพจะมีวัดผาซ่อนแก้วและภาพวาดของหลวงพี่โอภาส ศิลปินผู้หันหน้าเข้าวัดตัดขาดทางโลกเด็ดขาด(บวชแล้ว) ภาพของท่านสวยงามวิจิตรมากติดใจเก็บไว้คนเดียวไม่ดีแบ่งกันชมบ้าง นอกจากนี้ยังแทรกด้วยภาพผมกับจักรยานเพื่อเตือนใจหรือกระตุ้นให้คนหันมาปั่นจักรยานกัน Life story นี้ผมเผยแพร่ทางไลน์ไปยังเพื่อนฝูง ก็มีทั้งชมทั้งด่าไม่ว่ากันเพราะเราไม่ใช่มืออาชีพ ทำเพียงอยากทำแล้วไม่มีเทคนิดอะไรทื่อ ๆ ก็สมควรแล้ว :lol: :lol:

แต่ที่สำคัญมาก ๆ ท่านไม่ควรพลาด สองภาพสุดท้ายเป็นภาพเด็ด ที่ผมกำลังติดตามเพราะเป็นภาพเสก็ตที่นักประวัติศาสตร์ร่วมกับนักจิตรกร ได้พยายามขุดค้นแสวงหาตัวตนที่เหมือนจริงของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึงบัดนี้ได้ปรากฏเป็นรูปร่างแล้ว อีกไม่ช้าไม่นานพวกเราคนไทยจะได้ยลองค์จริงที่เหมือนคนจริง ๆ ของพระพุทธองค์ ทราบว่าจะประดิษฐานไว้ที่ประเทศไทยด้วย ดีใจกันไหมล่ะครับ :) :D


แนบไฟล์
S__3301819.jpg
หลวงพ่อพระอาจารย์เจริญ จัตตสัลโล เจ้าอาวาสวัดอรัญญวิเวก ชี้แจงความคืบหน้าการอาพาธขององค์หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป แก่ญาติโยม วันนี้มีพระเถรานุเถระและศิษย์ฆราววาสเข้าเยี่ยมอาการหลวงปู่ฯ ตลอดทั้งวัน..อาการองค์ท่านล่าสุดเมิ่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561..รับน้ำเกลือและยาเป็นปกติ ลมหายใจสม่ำเสมอดี โดยมีคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ช่วงนี้มีข่าวลือว่อนทางเน็ตกันมาก ว่าหลวงพ่อมรณภาพแล้ว ผมเห็นแล้วขัดใจมากครับ นรกจะกินกบาลไม่ตรวจสอบ ดังนั้นก่อนที่ท่านจะแชร์เรื่องอะไร ขอให้ตรวจสอบก่อนนะครับ เรื่องพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นที่เคารพรักนี่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่รู้จริงอย่าไปร่วมลงนรกกับเขาเลย ผมจะพยายามมาอัฟเดทให้ทราบเป็นระยะครับ
S__6356994.jpg
r-ws-front.jpg
S__3301818.jpg
สรพงษ์ ชาตรี ผู้ที่ให้ความเคารพหลวงพ่อมาก คงทราบข่าวหลวงพ่ออาพาธ ก็รีบมากราบและมาเยี่ยมหลวงพ่อด้วยเช่นกัน ทุกปีวันเกิดของหลวงพ่อ สรพงษ์และภรรยาก็จะมาร่วมออกโรงทานเสมอ ๆ ขออนุโมทนาสาธุกับท่าน สรพงษ์ ด้วยครับ.
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 03 ก.พ. 2018, 04:52

:idea: :idea: ศาสนาพุทธ...มีหลักคำสอนที่มีแต่เหตุและผล พิสูจน์ได้เห็นได้จริงด้วยสติและปัญญา รู้ได้เห็นได้เฉพาะตน(ปัจจัตตัง) ไม่มีคำสอนใดที่มีมรรคองค์แปด เหมือนพระพุทธศาสนา ถ้าคำสอนและแนวปฏิบัติที่ไม่มีมรรคองค์แปด ถือว่าคำสอนนั้นไม่ใช่ของศาสนาพุทธ

เมื่อไม่มีสัมมาทิฏฐิคือความเห็นถูกต้องแล้ว ก็ยากที่จะพ้นทุกข์ได้ เพราะต้องเห็นอริยสัจ ๔ คือต้องเห็นทุกข์ เห็นเหตุที่เกิดทุกข์และดับที่เหตุนั้น นิโรธจึงจะเกิดขึ้นคือทุกข์ดับลงโดยสิ้นเชิง และต้องอยู่ด้วยมรรคเป็นวิหารธรรม การปล่อยวางนั้นต้องเห็นเหตุจึงจะมีผล

เพราะเห็นแจ้งในความจริงแล้วจึงปล่อยวางให้เป็นธรรมชาติ...คือคืนสู่ความเป็นธรรมชาติ เพราะเห็นแจ้งในธรรมชาตินั้น ๆ อย่างแท้จริงจึงปล่อยวางในสิ่งนั้นไป แต่ถ้ายังไม่แจ้งในสิ่งนั้น...จะเป็นการปล่อยวางแบบไม่เห็นเหตุและผล ไม่รู้อะไรเลย การปล่อยนั้นจึงเป็นโมหะ ถือว่าไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า

พระองค์ตรัสรู้ด้วยสติและปัญญา ทรงสอนให้พุทธบริษัทมีสติและปัญญา จึงเห็นแจ้งตามที่พระองค์ตรัส จึงได้ชื่อว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เพราะเห็นแจ้งตามความเป็นจริงตามที่พระองค์ตรัสแสดงมา จนหมดสิ้นสงสัยในคำสอน ผู้นั้นได้แก่ สาวกสังโฆ..ผู้รู้ตามคำสอนของพระตถาคตเจ้า
:idea: :idea:


แนบไฟล์
907.jpg
เมื่อวันที่ ๑ ก.พ.๖๑ ไปส่งคุณนายพบหมอเพื่อเอาใบนัดเตรียมการผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ขาด ช่วงที่กำลังรอหมอคาดว่าคงจะนาน จึงขอตัวออกไปเดินดูทางด้านหน้าอาคารโรงพยาบาล เห็นมีแผงขายหวยเรียงรายอยู่หลายเจ้า ด้วยจิตที่คิดต่ำอยากรวย ๕๕๕ จึงคิดจะหาซื้อสักใบ ไม่ทันได้โยนิโส ฯ หน้ามืดตาลายเดินตรงไปที่แผงเลือกเลขที่ถูกใจ จ่ายเงินไปแบงค์ร้อย ยืนรอทำไม่เขาไม่ทอนตังค์ ก็เลยทวงจึงรู้ว่าใบละ ๑๐๐ บาท โดยเขาบอกว่าเป็นหวยชุดแบ่งมาขายทุกใบราคาเท่ากันคือ ๑๐๐ บ. สติกลับคืนมาทันที ปกติแล้วเลิกเล่นหวยมาได้ ๓๐ กว่าปีแล้ว และอธิษฐานจิตว่าจะเลิกเล่นหวยเด็ดขาด แต่เปลี่ยนมาซื้อสลากออมสินแทน ซื้อไว้เป็นแสนแต่ก็ไม่เคยถูกเลยจนทุกวันนี้ สติกลับคืนมารีบโยนิโส ฯ เข้าสู่ใจ คนจะรวยมันต้องมีแววรวยตั้งแต่เกิด อย่างผมนี่ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงกายและการอดออมจึงจะรวย ทุกวันนี้พออยู่พอกินก็ถือว่ารวยแล้ว ตกเย็นเลขหวยที่ออกปรากฏเลขที่เลือกซื้อแล้วคืนเขาไปไม่ถูก ๕๕ เห็นไหม ๆ ยังมีเงินเหลืออีก ๑๐๐ บ.ไว้ซื้อของที่จำเป็น

เรื่องหวยเกินราคาขอให้เชื่อเถอะ รัฐบาลไหน ๆ ก็เอาไม่อยู่ เห็นปราบกันจังคุยเหลือเกินสุดท้ายวันนี้เวลานี้ ทุกแผงแม่ค้าขายใบละ ๑๐๐ เท่ากันหมด อยากจะบอกว่า "เลิกโม้ได้แล้ว" มีคำโบราณกล่าวไว้ว่า "หวังถูกหวย..ร่ำรวยกับพ่อตา..ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ น๊ะ" ผมว่ามันเป็นแท้แน่นอนครับ เลิกเถอะครับหวย ๆ เปลี่ยนมาเป็นซื้อสลากออมสินแทนหากอดไม่ได้จะดีกว่าเพราะพอครบกำหนดเราได้เงินคืนแถมดอกเบี้ยอีกนิดหน่อย ก็ยังดี

วันนี้เวลานี้ผมนึกขึ้นได้ว่า ลุงจงประดิษฐ์เจ้าของร้านตัดผ้าชื่อดังของเชียงใหม่(ตายไปแล้ว) แกสอนผมไว้ว่า "ชีวิตต้องมีความหวัง ขอให้ซื้อไว้เถอะงวดละใบ อย่างน้อยก็เป็นการทำบุญให้กับรัฐบาล(ถ้าไม่ถูก) แต่หากดวงดีมีโชคเกิดถูกขึ้นมาเราก็จะมีตังค์ใช้"...เอาไงดีครับ ๕๕๕.
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 04 ก.พ. 2018, 05:19

"..สวัสดีครับ น้องแดง หลานนก และทุกท่่าน ../.. ขอบคุณมากครับ สำหรับสิ่งดี ๆ ที่นำมามอบให้.." (ขออนุญาตคัดลอก "แก่นธรรมะ" ไปไว้ที่ห้องฯ ด้วยนะครับ.)
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 04 ก.พ. 2018, 05:33

:idea: :idea: การดับทุกข์

การดับทุกข์นั้น ต้องดับตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ไม่ใช่ไปดับตัวทุกข์และเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ พระองค์ทรงตรัสว่า คือ สมุทัย ได้แก่ ตัณหาคือความอยาก

โดยธรรมชาติเมื่อเกิดมามีขันธ์ห้า ย่อมจะมีทุกข์เป็นธรรมดา ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจก็เป็นทุกข์ ความปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นนั่นก็เป็นทุกข์ ความประสบกับอารมณ์ที่ไม่น่ารักไม่ชอบใจนั่นก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่ชอบใจก็เป็นทุกข์ เพราะมีอุปาทานในขันธ์ทั้งห้าซึ่งเป็นตัวทุกข์ ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ มีรูปก็เป็นทุกข์ มีเวทนาก็เป็นทุกข์ มีสัญญาก็เป็นทุกข์ มีสังขารก็เป็นทุกข์

วิญญาณก็เป็นทุกข์ตราบใดที่ขันธ์ยังไม่ดับ ไม่มีวันใดเลยที่จะไม่เป็นทุกข์ เพราะความอยากได้ และความไม่อยากได้ ที่พยายามแก้ไขทุกข์ของขันธ์ ไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จึงทำให้เกิดความลำบาก และเป็นการเพิ่มทุกข์ให้มากขึ้นทุก ๆ ครั้งที่อยากจะแก้ทุกข์

การทำใจและเข้าไปยอมรับความจริงในทุกขสัจของขันธ์ ไม่ไปฝืนธรรมชาติของขันธ์ และอยู่กับธรรมชาตินั้น ๆ ให้ได้ ความทุกข์ที่เกิดเพราะความอยากนั้นจะหมดไป นั่นคือการดับสมุทัยได้ นิโรธจึงเกิดขึ้น คือความดับไปแห่งทุกข์เพราะตัณหาจะหมดลงไป จะเหลือก็เพียงทุกขสัจประจำขันธ์เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเจริญมรรคให้เกิดขึ้นในใจ

สิ่งนั้นคือ สติ สมาธิ ปัญญา ทำให้มาก ๆ และทุกข์ของขันธ์จะน้อยลง เพราะมรรคนั้นจะเป็นเครื่งออยู่ของขันธ์ จงเอา สติ สมาธิ ปัญญา เป็นตัวบ่มเพื่อขัดเกลากิเลส และตัณหาให้เบาบางไปจากขันธ์ จนในที่สุดจะไม่เหลือทุกข์ให้เห็นอีกเลย จะมีความสบายและความอิสระเกิดขึ้นมาแทน ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จะมีขึ้นตลอดทั้งวันและทั้งคืน โดยไม่มีราตรีกาล เพราะมีความอิสระในทุกข์ แม้ทุกข์กาย ทุกข์ใจยังมีอยู่ก็ตาม

คิดดี..ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เศร้าหมอง
ทำดี..ทำให้ดำรงชีวิตเป็นสุข หลับก็สบาย
พูดดี..ใครใครก็รัก ใครใครก็เมตตา
นี่คือหลักแห่งความสุข

ชีวิตคือการเดินทาง การยึดติดคือสัมภาระ ยึดติดมาก ก็หนักมาก ยึดติดน้อยก็หนักน้อย ไม่ยึดติดก็เบาสบาย ความธรรมดาของหมู่มนุษย์ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ แปดอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืนแปรปรวนไปเป็นธรรมดา :idea: :idea:


:) :) เมื่อวานนี้วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ที่ จ.เชียงใหม่ มีงานไม้ดอกไม้ประดับ เป็นงานประจำปี ปีนี้เป็นปีที่ ๔๒ แล้ว ๔๒ ปีกับงานไม้ดอกไม้ประดับ ที่ จ.เชียงใหม่ ยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นงานประจำปีของชาวเชียงใหม่

๒ - ๔ ก.พ.นี้ จ.เชียงใหม่ จัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ ๔๒ ประจำปี ๒๕๖๑ อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด "หมื่นแสนมวลบุปผา งามตาทั่วเวียงพิงค์"...ผมได้รวบรวมจัดทำเป็น Life Story เท่าที่ทำได้แทนการเสนอทีละภาพ เชิญเข้าไปชมกันนะครับสำหรับผลการตัดสินพรุ่งนี้ผมจะนำมาเสนอนะครับ :) :D



viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 05 ก.พ. 2018, 05:55

:idea: :idea: สัพเพ ธัมมา อะนัตตา......สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่เป็นสังขาร แลมิใช่สังขารทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ควรถือว่าเรา ว่าของเรา ว่าตัวว่าตนของเรา.

อะธุวัง ชีวิตัง...... ชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน

ธุวัง มะระณัง....... ความตายเป็นของยั่งยืน

อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง....... อันเราจะพึงตายเป็นแท้

มะระณะปะริโยสานัง เม ชีวิตัง..... ชีวิตของเรามีความตายเป็นที่สุดรอบ

ชีวิตัง เม อะนิยะตัง...... ชีวิตของเรา เป็นของไม่เที่ยง

มะระณัง เม นิยะตัง........ ความตายของเรา เป็นของเที่ยง

วะตะ......... ควรที่จะสังเวช

อะยัง กาโย....... ร่างกายนี้

อะจิรัง........ มิได้ตั้งอยู่นาน

อะเปตะวิญญาโณ....... ครั้นปราศจากวิญญาณ

ฉุฑโฑ........ อันเขาทิ้งเสียแล้ว

อะธิเสสสะติ....... จักนอนทับ

ปะฐะวิง........ ซึ่งแผ่นดิน

กะลิงคะรัง อิวะ........ ปะดุจดังว่าท่อนไม้และท่อนฟืน

นิรัตถัง......... หาประโยชน์มิได้
:idea: :idea:





:( :( เช้าวันนี้ผมได้นำบทสวดที่ผมใช้สวดตอนค่ำก่อนนอนทุก ๆ คืน มานำเสนอเพราะเมื่อวานนี้ ใน Facebook จู่ ๆ ก็มีภาพในอดีตที่เราปั่นขึ้นอินทนนท์ปรากฏให้ได้รำลึก ครั้งนั้นเราปั่นไปกัน ๖ คน ไปอาศัยกางเต้นท์นอนที่ศาลาของกรมทางหลวง ซึ่งตั้งอยู่ตรงหน้ากรมอุทยานประมาณ กม.๓๖ จุดที่เป็นจุดปล่อยตัวจุดที่ ๒ ของการปั่นพิชิตอินทนนท์ประจำปี (ปีนี้เป็นปีที่ ๑๑ จะเริ่มในวันที่ ๑๑ ก.พ.๖๑ ขณะนี้ทราบว่ามีถึง ๗๕๐๐ คน)

ช่วงที่พักเราประกอบอาหารผมเป็นคนถ่ายวีดีโอ ท่าน อ.ภมร นึกคลึ้มใจเปิดเพลงเป็นเพลงไทยเดิม ฟังไปเหมือนจะเศร้า ๆ วันนั้นไม่ได้คิดอะไรกันแต่ก็ปรารภเรื่องเพลง ไม่นึกว่าเพลงที่เปิดพร้อมกับอัดไปกับวีดีโอที่ถ่าย จะกลายมาเป็นความหลังที่ให้รำลึกนึกถึง ลุงดม(คนใส่เสื้อสีดำ)เพื่อนร่วมทีมของเรา ที่ได้มาล้มหายตายจากกันไปเมื่อปีที่แล้ว ครับ...ชีวิตนี้ไม่ยั่งยืนและไม่ได้ตั้งอยู่นาน ตายไปแล้วร่างกายนี้ก็หาประโยชน์มิได้ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่จะทำอะไรที่เกิดประโยชน์ต่อมวลชนก็รีบทำครับ อย่าเอาแต่หลงระเริงไปกับอกุศลทั้งหลาย (โลภ โกรธ หลง)ที่หลอกหลอนให้หลอกล่อให้ติดอกติดใจ ตายไปท่านจะไม่มีทุนหนุนนำไปสู่สุคติภพ ถือได้ว่าท่านประมาทในชีวิตครับ :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 05 ก.พ. 2018, 08:51

อรุณสวัสดิ์ครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 05 ก.พ. 2018, 20:10

"..สวัสดี ตอนหัวค่ำ น้องแดง หลานนก ../.. ขอบคุณมากครับ สำหรับสิ่งดี ๆ และภาพสวย ๆ ที่นำมามอบให้ที่นี่ด้วยครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 07 ก.พ. 2018, 05:40

:) :D อรุณสวัสดิ์ท่านที่เคารพคุณพี่เนตรหลานนก เช้าวันนี้มีเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับบุญ-บารมีมาเล่าสู่กันฟัง-ชม ครับ คือเมื่อ วันที่ ๕ - ๖ กุมพาพันธ์ ๒๕๖๑ เป็นบุญวาสนาและบารมีของตูบแสงจันทร์ ที่ได้ต้อนรับและรับใช้พระเดชพระคุณท่าน พระราชธรรมนิเทศ(หลวงพ่อพระ พยอม กลฺญาโณ) แห่งสำนักวัดสวนแก้ว

วันที่ ๕ ก.พ.๖๑ หลวงพ่อได้เดินทางโดยสายการบินนกแอร์มาลงที่สนามบิน นานาชาติเชียงใหม่เมื่อเวลา ๑๘.๓๐ น. ผมได้เดินทางไปรับหลวงพ่อ การดูแลพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังนี่ยากพอสมควรเพราะศรัทธาของชาวบ้าน ดังนั้นผมต้องเตรียมแผนพอสมควรเพราะเชื่อแน่ว่าถ้ามีคนเห็นจะเสียเวลาเยอะ เมื่อท่านลงจากเครื่องผมรีบพาหลบเข้าห้องน้ำก่อน ก่อนที่จะมีคนพบเห็นและไหวตัว สังเกตุพอมีคนเบาบางก็รีบพาหลวงพ่อเดินไปที่รถทันที ที่ ๆ จอดรถก็ประสานกับ รปภ.ขอจอดจุดรอผู้โดยสาร VIP ที่ใกล้ประตูทางออกที่สุดได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีต้องขอขอบคุณน้อง ๆ รปภ.ทุกท่านทุกคน

รับท่านออกจากสนามบินได้รีบไปที่งานแรกเลยคือ รับขยะรีไซเคิลที่รอยต่อระหว่างเชียงใหม่ - ลำพูน หรือที่รู้จักกันในนามแดนเมือง เป็นเขตติดต่อหมู่บ้านปากกองสารภีเชียงใหม่ กับหมู่บ้านอุโมงค์ลำพูน ครั้งแรกจะให้พักผ่อนที่บ้านก่อน (ซึ่งเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว) แต่หลวงพ่อขอให้ไปที่งานเลยเพื่อจะได้ไปตรวจดูขยะ ที่ชาวบ้านนำมาบริจาคปรากฏว่าได้เป็นคันรถสิบล้อ ในคืนนั้นท่านรองผู้ว่า จ.ลำพูนได้มาเป็นประธานในการต้อนรับ พร้อมข้าราชการต่าง ๆ ของ จ.ลำพูนเช่นนายอำเภอเมืองลำพูน นายก อบต.ต่าง ๆ หลายท่าน พิธีทอดผ้าป่าขยะเริ่มเวลา ๑๙.๓๐ น.ก่อนทอดผ้าป่าหลวงพ่อเมตตาเทศนาอบรม ปชช.ที่มาต้อนรับจำนวนมากล้นงานหาที่นั่งไม่ได้เลย เรียกว่ามากันหมดทั้งหมู่บ้านปากกองและอุโมงค์ นาน ๆ ทีโดยเฉพาะ ๓ ปีมานี้หลวงพ่อไม่ออกต่างจังหวัดเลย เทศนาเสร็จผมก็พาท่านกลับมาจำวัดที่บ้านผม ซึ่งปกติเวลาหลวงพ่อไปเชียงใหม่ท่านจะไปพักที่บ้านทุกครั้ง เป็นบุญและวาสนาของผมและครอบครัวที่มีโอกาสรับใช้พระเดชพระคุณท่านครับ

รุ่งเช้าวันที่ ๖ ก.พ.ถวายโอวัลติร้อนและแบรนด์ ก่อนพาท่านไปบิณฑบาตรตามปกติของกิจสงฆ์ พาไปที่ตลาดป่าเหว(ลพ.) ต่อด้วยตลาด บ.ปากกอง และตลาดยางเนิ้ง สารภีเชียงใหม่รวม ๓ ตลาด ชาวบ้านร้านตลาดเห็นพระพยอมต่างตกใจ ดีใจ กรูกันใส่บาตรถวายเงิน ผมปลื้มใจมาก ๆ ท่านเจ้าคุณสอนชาวบ้านร้านตลาด ให้ใส่บาตรและแจกหนังสือธรรมะให้กับทุก ๆ คน ที่ใส่บาตรให้กับท่าน(เรียกว่าไม่ค้ากำไร) สำหรับเงินนั้นท่านไม่ให้ใส่ลงไปในบาตร ให้วางบนฝาบาตรแล้วจะมีลูกศิษย์มาเก็บไปอีกทอดหนึ่ง ท่านบอกว่าบาตรเป็นภาชนะสำหรับอาหาร เงินเป็นอสรพิษใส่ในบาตรมันจะกัดเอา ๕๕๕

หลังจากเสร็จภารกิจของสงฆ์นำท่านกลับมาที่บ้าน คุณนายและลูกทีมได้เตรียมอาหารเช้าถวาย สังเกตุของโปรดหลวงพ่อคือน้ำพริกผักลวกครับ หลังจากฉันเช้าเสร็จท่านเดินทางไปเทศน์ที่บริษัทซีพี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดลำพูน หลังจากนั้นจะมารับผ้าป่าขยะรีไซเคิลของ รร.ดรุณนิมิตรคาดว่าอีกลำรถสิบล้อ เวลา ๑๗.๐๐ น.ท่านก็จะเดินทางกลับวัดสวนแก้ว หลังถวายภัตราหารเช้าแล้ว ผมและคุณนายก็ไม่ได้ติดตามท่านไป เนื่องจากต้องเดินทางไปเชียงราย ซึ่งเช้านี้ผมนำเสนอเรื่องนี้ที่ ภูแสงจันทร์บ้านสวนของลูกชายครับ ร่วมอนุโมทนาบุญกุศลด้วยกันนะครับ ผมมีภาพสรุปกิจกรรมเป็น Life stye story ให้ได้ติดตามเชิญคลิกเข้าไปอนุโมทนาบุญกุศลร่วมกัน ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงร่ำรวย ๆ ทุกท่านทุกคนครับ. :) :D






:lol: :lol: คนที่นับว่าโชคดีสุด ๆ ยกให้น้องสาวผมครับ เขาเดินทางจากอเมริกามาเยี่ยมแม่ ได้กราบหลวงพ่อแบบใกล้ชิดมาก ๆ ดีใจปลื้มใจสมใจ ก็ขอให้มีบุญวาสนาไป-กลับอเมริกาให้ปลอดภัยทุกเที่ยวทุกครั้งไป :lol: :lol:
แนบไฟล์
IMG_4328.JPG
หลานชายคนมีบุญมาเกิดได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนาและพบหลวงพ่อแต่เด็ก ๆ คนนี้เห็นพระไม่ได้ยกมือ สาธุ ทุกครั้งไป ก็ขอให้เจริญในธรรมเป็นเด็กดีของสังคม เป็นหน่อเนื้อนาบุญของพุทธศาสนาสืบไป
IMG_4343.JPG
ลูกชาย ปัจจุบันหันหน้าเข้าสู่เส้นทางสายธรรม แล้ว ทำให้หายห่วงคลายกังวล แต่ก่อนต้องคอยห่วงหากังวลใจ เนื่องจากเขาเป็นเด็กเรียนเก่งแต่เน้นกิจกรรม สังคมจัด ดื้อไม่ถึงกับเกเรมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง หลังจากเรียนจบมหาลัยแล้ว จึงปล่อยให้เรียยนรู้ด้วยเองเกือบจะทุกเรื่อง ในที่สุดต้องหันกลับมาดำเนินชีวิตดังเช่นที่พ่อ-แม่ได้ประพฤติปฏิบัติ ผมจึงเชื่อมั่นว่า "การทำให้ดูมีค่ามากกว่าการพร่ำสอน"
IMG_4344.JPG
น้องสาวคนถัดจากผม เรามีพี่น้อง ๕ คนด้วยกันครับ น้องสาวคนนี้ครั้งเป็นเด็กชอบดูหนังอินเดีย และชอบเต้นรำแบบชาวภารตี โตขึ้นจบมหาลัยธรรมศาตร์ทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ ลาออกแต่งงานกับแขกปากีสถาน พากันไปตั้งรกรากอยู่ในอเมริกา ๓๐ กว่าปีมีธุรกิจร่ำรวย สมัยพ่อยังมีชีวิตอยู่จะพูดเสมอ ๆ ว่า อีคนนี้มันเป็นแขกมาเกิด(ไม่เชื่อคอยดู) ตอนนี้เชื่อพ่อแล้วครับ ยิ่งได้มาเดินเส้นทางสายธรรมยิ่งทำให้เชื่อสนิทใจ สัตว์โลกมันหนีวิบากกรรมไม่พ้น และสัตว์ทุกตัวในโลกล้วนเคยข้องเกี่ยวกันมานับภพนับชาติกันไม่ถ้วน.
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 07 ก.พ. 2018, 09:33

สาธุด้วยครับลุงแดง

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 08 ก.พ. 2018, 05:41

:( :( อรุณสวัสดิ์ท่านที่เคารพทุกท่าน วันที่ผมได้รับใช้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพยอม(๕-๖ ก.พ.๖๑) ผมมีเรื่องคาใจกับหลวงพ่อมานานและรู้สึกว่าหลวงพ่อไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยสักนิด ได้สอบถามตรง ๆ กับหลวงพ่อซึ่งท่านก็เมตตาเล่าให้ฟัง เรื่องนี้ท่านได้พิมพ์ลงในวารสารวัดสวนแก้วฉบับใหม่ล่าสุดซึ่งผมได้อ่านแล้ว จะนำมาเขียนเกรงว่าจะไม่ได้เรื่อง เพราะเรื่องมันยาว เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาแต่เช้าก็เข้าไปค้นหาคำตอบ โชคดีครับเจอพอดิบพอดีเลยนำมาเสนอให้ได้รับทราบ เชิญเข้าไปฟังได้นะครับมันออกจากปากหลวงพ่อโดยตรงเหมือนกับที่ท่านเล่าให้ผมฟังด้วย :lol: :lol:





:o :o เมืองไทยมาตรฐานมันอยู่ตรงไหน ชักไม่ใคร่ไว้ใจหลาย ๆ เรื่องแล้วละครับแปลกไหมครับ? :o :o
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 2 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน