ThaiMTB.com

วันเวลาปัจจุบัน 19 ธ.ค. 2014, 00:14

* เข้าสู่ระบบ    * สมัครสมาชิก * FAQ




กลับไปยังกระทู้  [ 4829 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28 ... 322  ต่อไป หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » ข่าวสารและกิจกรรมการปั่น » พูดคุยสอบถามเรื่องเส้นทางปั่น สถานที่ต่างๆทั่วไทย
เจ้าของ ข้อความ
  28 ก.ย. 2009, 21:00 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
อ้างคำพูด:
  • วันเสาร์ เป็นวันหยุด(งานหลวง)
  • วันอาทิตย์ เป็นวันปั่นจักรยานแห่งชาติ
  • วันจันทร์ เป็นวันนั่งรวมรวมข้อมูลสรุปทริป

  • วันอังคาร, พุธ และพฤหัสฯ เป็นการทะยอยรายงานทริป
  • วันศุกร์ ประชุมสภา และจัดทำข้อมูลเตรียมการปั่นทริปต่อไป
... ครบ 7 วันแล้วยังหว่า ... อิอิอิ :lol:

... ส่วนเรื่องของกินอันนี้แล้วแต่"ด-ว-ง" :D

... มาถึงเรื่อง"บัตรแรกที่ท่านเลือก"ไม่ใช้มัน .... การเลิกมันไม่น่าจะยากกว่าการเลิก"บุหรี่" นะ...ผมว่า อิอิอิ ก่อนนี้ผมมีบัตร"คุณผู้หญิงที่ชื่อออน" หรือชาวบ้านชอบเรียก "อีอ้อน" ผมว่าเขาใช้คำพูดไม่ค่อยสุภาพ ... แจ้งทางเอกสารว่าบัญชีผมขาดการติดต่อมา 2 ปี หากไม่รับการติดต่อกลับภายใน 15 วัน ทางบริษัทต้องขอยกเลิกบัญชีของท่านทันที ... "ขอบคุณ" คือคำตอบที่ผมมีให้ในใจ 555

... อีกเรื่องบัตรเครดิต"เมืองธนาคาร" มันขยันเพิ่มวงเงินในบัตร เพิ่มเสร็จมันก็ส่งเอกสารมาบอกเรา เยินยอเราว่าเป็นลูกค้าที่ดีเกรด A (หากเที่ยบกับถุงมือก็คงยี่ห้อ "โลวี่-ฮาตี้" ... เที่ยบกับดุมก็คงเป็น"โฮ-ปี้" ... เทียบกับไปท้ายก็คงเป็น"ยี่ห้อสลบ" ... น๊อก) ว่างๆ มีพนักงานเสียงใสๆ โทรมาบอกให้เอาเงินไปใช้สัก"แสน" ... ผมรีบบอก"ตกลง" ส่งเป็นธนาณัติมาตามที่อยู่ในใบแจ้งหนี้ซิ ... คุณเธอก็ไม่ยอม 555 พอโทรมาบ่อยๆ ผมก็เกล้งทำเป็นโมโหขอให้โอนสายไปแผนกบัตรฯ คุณเธอถามว่าจะคุยเรื่องอะไร? ... ผมบอกว่าจะขอยกเลิกบัตรฯ คุณเธอจึงรีบจบการสนทนา ... ขืนโอนไปแล้วผมยกเลิกบัตรจริง ... เธอตกงาน ชัวร์

รูปภาพ รูปภาพ

:arrow: หัวรุ่งวันอาทิตย์ที่ 27 กย. 52 ... อันที่จริงผมตื่นแต่ตี "4 สิบ 5" เพราะท่าน ผบ.ฯ ทั่นจะไปร่วมเดิน-วิ่ง ของเทศบาล ต.คอหงส์ฯ เลย

ต้องตั้ง"ลูกยาม" หรือนาฬิกาให้มันทำหน้าที่บ้าง ... (จริงๆ ไม่ได้ใช้นาฬิกาหรอกนะ ใช้มือถือนี่แหละ...อิอิอิ) เสียงปลุก กะ เสียงฝนกระทบ

หลังคา มันกลมกลืนประสานเป็นทำนองเดียวกัน คุณ ผบ.ฯ ท่านหลับต่อ ... อันตัวข้าพเจ้าก็เลยต้องมานั่งน่าคอมฯ เปิดเน็ทดูว่าจะมีใครสักคน"

แคนเซิล" ... ไม่ยักจะมีแฮะ .... :roll:

... ตี 5 สิบ 5 มีเสียงทางสาย"โฟนอิน" บอกว่าขอดูลาดเลาตอน ตี 5 ครึ่ง ;)

... ตี 5 สี่ 10 มีเสียง"โฟนอิน" บอกว่าเจอกันหน้าคาร์ฟู ตอน ตี 5 ห้า 10 ;) ไม่ต้องรอผม ... ไปรอที่ถานีเลย ผมตอบ

... 6 โมง 5 นาที ก็หน้าสลอนกันอยู่ที่ถานีรถไฟหาดใหญ่,,, หมอจักรยานทำหน้าที่ไปรับตั๋วมา 1 ชุด 4 ที่ ... มิสะเตอปังเลยอาสาเป็นนายแบบ(

เพราะหน้าตาให้) ส่วนเฮียตือขอถอยห่างๆ :lol:

... ขบวนที่ 446 เวลาออก(ตามตาราง 6 โมง 30 ... เวลาถึงถานีพัดลุง 8 โมง 30) แต่ของจริงถึง 9 โมงครึ่ง ตามที่ใครบาง

คนเกริ่นให้ฟังไปแล้ว 555 รฟท. น่ารักออกจะตาย :mrgreen:

รูปภาพ รูปภาพ

... ค่าโดยสารฟรี 4 ท่าน ... ส่วน"เสือ" ตัวละ 90.- เท่ากันหมด ไม่แบ่งแยกเลยว่าดุม"โอ-ปี้" หรือ "ดุมจักรพรรดิ์" ... ดุม xt(r) เก่าๆ น่าจะลดราคาให้บ้างนะพี่ รฟท. :oops: ขณะอยู่บนรถไฟมี"ตาลุง" คนหนึ่งถามว่า "ไอ้หลายชาย ... คันไหนแพงสุดว๊ะ" พอทียังงี้รุมชี้มาที่"เหล็กไหลขาว-แดง" :o

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 30 ก.ย. 2009, 18:59, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  28 ก.ย. 2009, 21:26 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
รูปภาพ

:| 3 ชั่วโมงถัดมาเราก็ได้ลงมายืดเส้นยืดสายกันที่"พัทลุง" ซะที ... โดยมาคณะ"4 คูณ 100" (อ่านว่า สี่ - คูน - ร้อย) ทีมดังแห่งเมืองลุงมาคอยรับที่สถานีรถไฟ...

รูปภาพ รูปภาพรูปภาพ

... ที่แรกที่ไปคือ"ร้านศิริชัยฯ" เกาเหลา-ตำลึง-เลือหมู ... ที่อร่อยชื่อดังอีกเช่นกัน(มีร้านเดียว) :oops: เราไปสายจึงมีตัวเลือกค่อนข้างน้อย... แต่ก็ได้รับบริการครบถ้วนทั่วหน้า (อิ่มจัง...ตังค์อยู่โคร๊บบบบบบบบ) ขอบคุณครับ

รูปภาพ รูปภาพ

... หอโพนมงคลที่แรกที่เราไปชมคือโพนอนันตชัย อยู่ในลำดับที่ 7 ใน 9 ลำดับ เหตุที่เรามาที่นี่ก่อนเพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟพัทลุง อยู่ถัดมาทางทิศใต้ของสถานี และอยู่ฝั่งตะวันตกของทางรถไฟ ... หากนั่งรถไฟจากหาดใหญ่จะอยู่ทางซ้ายมือ มองเห็นได้ชัดเจน บริเวณนั้นเขาเรียกสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรตื ร.9 คาดว่าน่าจะเป็นทีดินของการรถไฟฯ

อ้างคำพูด:
โพนอนันตชัย (ชื่อเดิม - อีโด)
โพนแห่งวัดท่าสำเภาใต้ อำเภอเมืองพัทลุง สร้างเมื่อ พ.ศ.2430 แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่า ใครเป็นผู้สร้าง
เป็นโพนรุ่นเล็ก ทำจากไม้ประดู่ สูง 57 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร มีลูกลัก 78 อัน ขนาด 4 หุน

เป็นโพนบอกเวลาเช้า - เย็น เหตุฉุกเฉิน มีอายุมาก เสียงดังก้องกังวาน ไม่เป็นสองรองใครเรื่องเสียง แม้อาจจะไม่ได้แชมป์สนามใหญ่หรือสนามกลาง กระนั้นก็ติดรองแชมป์ทุกปี ส่วนสนามภูธร ระดับตำบล - หมู่บ้าน ยากที่คู่แข่งชนะได้

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 08:52, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  28 ก.ย. 2009, 21:54 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 421
Tel: 081-170-4327
team: รั้งท้าย team_Hatyai •BOSS•
Bike: ไอ้ยักษ์, RM BLIZZARD

สถิติออนไลน์: 13d 9h 35m 51s
:mrgreen: ขอเข้ามาขั้นกลางระหว่างการรายงานของพี่เสือยิ้มก่อนนะครับ

:mrgreen: ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณพี่ๆ ทีมงาน สี่ คูน ร้อย แห่งเมืองพัทลุง นะครับ ที่ต้อนรับพวกกระผมเป็นอย่างดีมากๆ (หมายถึงอิ่มมากๆนะครับ :lol: )
และได้ตีนโพนมหามงคลทั้ง 9 ใบ นอกจากนั้นยังได้กราบพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ(พระสี่มุมเมือง) ที่ศักดิ์สิทธิ์ดูแลปกป้องประจำทิศใต้ด้วย
พอตีโพนได้ครบทั้ง 9 ใบ ยางผมก็แบนทันที ผมคิดในทางที่ดีมันทำให้ผมต้องเดินทางช้าออกไปอีกนิดหนึ่ง น่าจะทำให้แคล้วคลาดจากเหตุร้ายแน่ๆ เลย :P

:mrgreen: ส่วนเรื่องตะโพน กับโพนผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ และยังไงรบกวนค้นหาให้อีกซักเรื่องหนึ่งว่า "ทำไมประตูทางขึ้นรถไฟจึงได้เล็กเช่นนี้ครับ" อยากรู้จริงๆ :lol:

:mrgreen: รายงานข่าวเพิ่มเติมครับ เฮียตือปลอดภัยครับ ไม่มีปัญหาเจ็บที่มือนิดหน่อย นอกนั้นปกติ ทุกอย่าง :mrgreen: เห็นไหมขนาดมีเคราะห์ ยังจากหนักเป็นเบาเลย นี่แหล่ะอนิสงค์ของการทำบุญไหว้พระมา สาธุ สาธุ สาธุ :P

:mrgreen: รอฟังการบรรยายของพี่เสือยิ้มต่อดีกว่า :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

_________________
ถึงเราจะไม่นำหน้าสุด แต่เราก็ไม่เคยหลุดจากขบวน...รั้งท้าย[team]ฺ(BOSS)


  28 ก.ย. 2009, 23:39 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 4468
Tel: 0814461178
team: รั้งท้ายทีมลื่นไหล
Bike: M5SidXO,F3LeftyXTR, SL3SramRED, Radac, Tendem, CRF250X, MSX

สถิติออนไลน์: 244d 13h 16m 27s
แข่งก็แข่งไม่จบปั่นได้รอบเดียว จุกซะก่อน(ซ้อมไม่ถึง+อดนอน)
รู้งี้ไปร่วม ทริปพัทลุงด้วยดีกว่า

_________________
>>ห า ด ใ ห ญ่ ลื่ น ไ ห ล ► ► ► ► ที ม เ ร า ไ ม่ ไ ด้ มี แ ค่ จั ก ร ย า น !

ถึงพวกเราจะไม่นำหน้าสุด แต่ก็ไม่เคยหลุดจากขบวน............รั้งท้าย team


  29 ก.ย. 2009, 06:51 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
:idea: ทักทายกันยามเช้ากับ รั้งท้ายทีมส์ หัวหน้าทีมแอบไปเที่ยว สมาชิกไปแข่ง ... กลับมาคงได้รับเงิน(ค่า)อัดฉีด :P อย่างนี้ต้องฟ้อง กกต. ให้เพิกถอนสิทธิฯ (หัวหน้า) 5 ปี ... ดีครับ แข่งก็สนุก, ปั่นเที่ยวก็สนุกไปอีกแบบ

:arrow: ตึง...ตึง...ตึง... นี่เป็นเสียงของเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เรียกว่า "โพน" จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ "กลอง"

... โพนเป็นภาษาท้องถิ่นของภาคใต้ใช้เรียกเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เสียงของมันมีความดังก้องกังวาน ที่แสดงถึงพลังอำนาจ ความยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะโพนที่จังหวัดพัทลุงนั้นได้รับการยอมรับว่า ยอดเยี่ยมไม่เป็นรองใคร

ทำความรู้จัก "โพน" เมืองพัทลุง
... ไม่ว่าต้นกำเนิดของโพนจะมาจากที่ใดก็ตาม แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ "โพน" อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนพัทลุงหรือคนเมืองลุงมายาวนาน วิธีการทำโพน และลีลาท่าทางการตีโพนของคนเมืองพัทลุงก็จะไม่เหมือนกับเมืองอื่นๆ คือมีทั้งความสวยงามและความแข็งแรงเข้มแข็งอยู่ในที

... สำหรับอดีตของโพนนั้น ในอดีตจะนำมาตีเพื่อให้สัญญาณเวลาฉันท์อาหาร ใช้ตีบอกเหตุร้ายในเวลากลางคืน หรือตีโพนเพื่อเป็นสัญญาณการเรียกประชุม นอกจากนั้นยังใช้โพนเพื่อให้จังหวะการลากพระสร้างความสนุกสนานให้กับขบวนลากพระ การลากพระ(ชักพระ)เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณของชาวใต้จัดขึ้นในวันออกพรรษา

เรียนรู้วิธีการทำโพน จากภูมิปัญญา
... ปัจจุบันการทำโพนกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงไปแล้ว โดยเฉพาะที่หมู่บ้านทำโพน ม. 3 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง ถือเป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อลือชาในการทำโพนมาแต่ช้านาน ช่างทำโพนหมู่บ้านนี้ถ่ายทอดเคล็ดลับวิธีการทำโพนสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยในปัจจบันมีการมีการประยุกต์ นำเทคนิคและคิดค้นวิธีการเพื่อให้ได้โพนที่มีเสียงไพเราะมากยิ่งขึ้น

... เมื่อปลายเดือน กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รับเชิญจาก ททท.หาดใหญ่ ไปร่วมปั่นจักรยานเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาปสงขลา (25-27 กค. 52) ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 45 ม. 3 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง 93000 บ้านของ"พ่อกล่อม ชูแก้ว" พัทลุง-นักหุ้มโพนมือฉกาจ สร้างตำนานสืบทอดบรรพบุรุษ

รูปภาพ รูปภาพ

... ครอบครัวนี้ได้รับการสืบทอดการทำโพนมาแต่รุ่นก่อนๆ ปู-ย่า-ลูก-หลาน ช่วยกันทำโพน ... ลูก-หลาน รับหน้าที่ตีโพน ทั้งแต่แข่ง ตีโชว์ตามงานพิธีต่างๆ อย่างเช่นเมื่อ 26 กค. ตอนตี 3 มีการตีเป็นสัญญาณปล่อยตัวนักวิ่งมาราธอน ที่หาดใหญ่(วิ่งไปแหลมโพธิ์) กลอง"โพน"คู่นี้ และ ลูก กับ หลานชาย คู่นี้อีกเช่นกันรับหน้าที่ตีฯ ... ตอนที่คณะของเราเข้าไปชมและขอให้เขาตี 2 คนนี้ยังบ่นให้ฟังว่า"เหนื่อยอยู่เลย" แต่พออธิบายว่าคณะที่มาเป็นสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ... น้อง 2 คนบรรเลงตีแบบไม่ยั้ง สังเกตได้จากเนื้อที่แก้มเต้นพริ้วตามเสียงกลอง"โพน"

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 10:03, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  29 ก.ย. 2009, 07:33 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... ขั้นตอนการทำโพนนั้น ช่างจะเริ่มจากการการคัดเลือกไม้ที่จะนำมาทำ ไม้ที่นิยมนำมาทำจะเป็นไม้เนื้อแข็งได้แก่ ไม้ตลาดโตนด ไม้จำปาปีก ไม้ขนุนป่า ทั้งต้นมาตัดให้มีความสมส่วนกับเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้ที่นำมาทำ โดยมีสัดส่วนความกว้างของหน้าโพนยาวเท่ากับความยาวของหน่วยโพน ตั้งแต่ช่วงระหว่างลูกสักของหน้าโพนทั้งสองหน้า

... หลังจากนั้นเจาะให้มีลักษณะกลมกลวงเป็นอกไก่ โดยใช้ ขวาน สิ่ว ปิ้ง ขวานถาก สิ่งกระทุ้ง เมื่อขุดเจาะไม้เป็นหน่วยโพนตามความต้องการแล้ว นำหน่วยโพนมาวางบนหมอนรองโพนซึ่งมีความกว้างกว่าหน้าโพน อาจเป็นแผ่นไม้หรือตีไม้เป็นกากบาทวางอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของลานแม่ไฟ ซึ่งเป็นแผงหรือผังไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสใช้ยึดคันเบ็ดในการดึงรั้งการขึงหนัง

... สำหรับหนังที่ใช้หุ้มโพนนิยมใช้หนังควายแก่ และผอมเนื่องจากมีไขมันติดน้อย มีความทนทาน ถ้าหากเป็นควายที่มีการใช้งานยิ่งดีเพราะว่าหนังจะมีความเหนียว และทนทานสามารถใช้งานได้นาน หนังที่จะใช้ต้องเป็นหนังสด นำมาหุ้มหน้าโพนด้วยการแทงไม้กลัดกับชายหนังเพื่อเกี่ยวหูชองแช่เกลือ นำมาขึงแผงตากให้แห้งแล้วนำมาฆ่า (ฆ่าหนังคือการตีหนัง) โดยนำมาแช่น้ำที่ผสมกับหยวกกล้วย ลูกมะเฟืองเหลี่ยม ตะไคร้แช่หมักไว้หนึ่งคืน แล้วนำมาฆ่าด้วยการตีด้วยค้อนไม้ที่ทำด้วยไม้กระถินณรงค์ด้ามหวายตีจนหนังยึดตัวเต็มที่แล้วนำไปหุ้มโพน (การตีฆ่าหนังต่อตีไปเรื่อยๆจนหนังตึงและดังดี)

... หลังจากนั้นนำเนื้อมะพร้าวกะทิมาชโลมหนัง เพื่อให้น้ำกะทิกัดหนังทำให้หนังเป็นมันใสและสีผิวหนังลอกออกจะเป็นสีขาวสวย ขณะที่ตีหนังจะต้องชโลมมะพร้าวกะทิลงบนหนังทิ้งไว้ทั้งคืน จนกว่าจะได้หน้าโพนที่เสียงดี และมีข้อควรระวังคือ เวลาตากหนังต้องระวังไม่ให้มดแดงขึ้น เพราะหนังที่มดแดงปัสสาวะใส่จะทำให้หนังหมดสภาพ และก่อนที่จะหุ้มหน้าโพนจะต้องเจาะรูลูกสักให้ห่างจากขอบลงมาเล็กน้อย เจาะให้รอบหน่วยโพนทั้ง 2 ด้าน ลูกสักแต่ละลูกจะห่างกันไม่เกิน 2 เซนติเมตร โพน 1 ลูกจะใช้ลูกสักประมาณ 80-150 ลูก ดึงหนังให้ตึงใช้ไม้กลัดที่เหลาจากไม้ไผ่ให้แหลมมาแทงชายหนัง เพื่อใช้เป็นที่ยึดจับหูชองให้รอบผืนหนัง เกี่ยวหูชองด้วยเชือกที่มีความแข็งแรงรอบหน่วยโพนแล้วใช้ไม้คันเบ็ดที่มีความแข็งแรงทนทานในการรับน้ำหนักแรงดึงสอดใส่ในหูชอง ปลายไม้คันเบ็ดด้านหนึ่งเลยเข้าไปสอดขัดกับหมอนรองโพน ส่วนปลายไม้คันเบ็ดอีกด้านหนึ่งใช้เชือกผูกดึงไว้กับไม้ลานแม่ไฟ แล้วตีหนังให้ยึดตึงสลับกับดึงคันเบ็ดลงมาเรื่อง ๆ จนหนังตึงและได้เสียงที่ต้องการ

... เมื่อได้หนังที่เสียงไพเราะแล้วนำลูกสักที่เหลาด้วยไม้เป็นเดือยแหลมหัวมนด้วยไม้เนื้อแข็ง ตอกยึดหนังกับหน่วยโพนตามรูที่เจ้าไว้โดยรอบหน่วยโพน แล้วใช้หวายมาขัดเป็นปลอกลายหางเลนรัดหนังกับหน่วยโพนใต้แนวลูกสักทั้ง 2 ด้าน ก็จะเสร็จสิ้นการหุ้มโพน จากนั้นนำโพนลงจากหมอนรองโพนแล้วนำมาใส่ขาไม้ยึดโพนให้ตั้งได้อย่างมั่นคง

อ้างคำพูด:
เคล็ดลับ ที่ (ไม่) ลับกับการตีโพน

... เสกสรร อ่อนทอง แชมป์โพนขนาดกลาง เล่าให้ฟังว่า "เริ่มเล่นโพนมาตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยเริ่มเล่นกันในหมู่บ้าน จะมีนักเรียน นักศึกษา มาซ้อมตีกัน โดยจะฝึกซ้อมทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ปีนี้เป็นแรกที่ผมได้รางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ หลักสำคัญในการตีโพนคือต้องตีให้ดังๆใส่แรงเต็มที่ คนที่ตัวใหญ่ได้เปรียบเพราะมีแรงเยอะ โพนที่ใช้แข่งชื่อว่า สุวรรณโณ เหตุผลที่ใช้ชื่อโพนสุวรรณโณเพราะว่าเป็นฉายาทางธรรมที่พระอุปัชฌาย์ตั้งให้"

... เสกสรร ยังบอกอีกว่า เทคนิคการตีโพนที่ดี ผู้ตีต้องมีร่างกายแข็งแรงและมีพละกำลังมากเพราะต้องตีให้ครบตามเวลาที่กำหนด ผู้ตีโพนต้องมีลูกเล่นและไหวพริบยั่วเย้าให้คู่แข่งหลงทาง โพนเสียงทุ้มจะเป็นเสียงที่ต้องให้ตีสม่ำเสมอ ส่วนโพนเสียงแหลมจะต้องตีขัดให้กรรมการได้ยิน โดยรวบรวมพลังที่มีแล้วทิ้งลงไปที่จุดกลางโพน ความแรงและพละกำลังในการตีโพนต้องสม่ำเสมอ


ย้อนอดีตประเพณีแข่งโพน
... ประเพณีแข่งโพน เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวปักษ์ใต้ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆกับประเพณีลากพระ เนื่องจากวัดส่วนมากจะอยู่ในละแวกเดียวกัน เสียงโพนที่ดังกึกก้องนั้นทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าดังมาจากวัดไหน จึงเป็นที่มาของการแข่งโพน จังหวัดพัทลุงมีงานแข่งขันโพนที่ยิ่งใหญ่และสนุกสนานกว่าเมืองอื่นๆและจัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงมีคำพูดจากปากของผู้ที่ได้ชมการแข่งโพน "จะร้อยพันแม้นหมื่นเสียงตะโกน ฤาจะสู้เสียงแข่งโพนที่เมืองลุง" กลายเป็นคำกล่าวที่สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่และความมีชื่อเสียงของกลองโพนที่จังหวัดพัทลุง จนเป็นที่กล่าวขานกันว่า "จะแลแข่งโพนให้หรอยและหนุกต้องแข่งโพนเมืองลุง"

... ลักษณะของการแข่งโพนสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทด้วยกันคือ การแข่งขันมือ (ตีทน) การแข่งขันมือไม่ค่อยได้รับความนิยมเนื่องจากต้องใช้เวลาตีนาน เพราะต้องแข่งขันกันจนกว่าผู้ตีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะหมดแรง หรือมืออ่อนลงไปเองจึงตัดสินรู้แพ้รู้ชนะได้ อีกประเภทหนึ่งคือการแข่งขันจันเสียง การแข่งขันจันเสียงนี้จะได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถตัดสินผู้ชนะได้ง่ายและใช้เวลาเพียงนิดเดียว

... การแข่งขันตีโพน มักจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือน 10 และสิ้นสุดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาพอดี สถานที่ทำการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการผู้จัดว่าจะจัดขึ้นที่ใด ส่วนมากนิยมแข่งขันกันในช่วงกลางคืนตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป ถ้าหากมีผู้เข้าแข่งขันตีโพนจำนวนมากอาจจะแบ่งประเภทของกลองโพนโดยวัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางได้เป็น ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่

... การตีโพนเป็นศิลปะที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง ถ้าลูกหลานไม่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้หรือช่วยกันเผยแพร่ศิลปะที่ดีงามนี้ให้คนทั่วไปได้รู้จัก โพนจะกลายเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ประดับไว้ในบ้านเพื่อความสวยงามเท่านั้น และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต อยากเชิญชวนให้มาชมการแข่งขันตีโพนและร่วมตีโพนสำคัญๆที่หอโพนทั้ง 9 จุดในจังหวัดพัทลุง และถ้ามาที่จังหวัดพัทลุงแล้วไม่ได้มาตีโพนทั้ง 9 ลูก ก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดพัทลุงโดยสมบูรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ท่องเที่ยววิถีไทย

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


  29 ก.ย. 2009, 07:41 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
ตะโพน ... จาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95% ... E%E0%B8%99 เขียน:
รูปภาพ
  • ตะโพน เป็นเครื่องดนตรีที่ขึงด้วยหนัง ตัวตะโพนทำด้วยไม้สักหรือไม้ขนุน เรียกว่า หุ่น ขุดแต่งให้เป็นโพรงภายใน ขึ้นหนัง 2 หน้า ดึงด้วยสายหนังโยงเร่งเสียงเรียกว่า หนังเรียด หน้าใหญ่มีความกว้างประมาณ 25 ซม เรียกว่า หน้าเท่ง ติดหน้าด้วยข้าวสุกบดผสมกับขี้เถ้าเพื่อถ่วงเสียง อีกหน้าหนึ่งเล็กกว่ามีขนาดประมาณ 22 ซม เรียกว่า หน้ามัด ตัวกลองยาวประมาณ 48 ซม รอบ ๆ ขอบหนังที่ขึ้นหน้า ถักด้วยหนังที่ตีเกลียวเป็นเส้นเล็กๆ เรียกว่า ไส้ละมาน แล้วจึงเอาหนังเรียดร้อยในช่วงของไส้ละมานทั้งสองข้าง โยงเรียงไปโดยรอบจนมองไม่เห็นไม้หุ่น มีหนังพันตรงกลางเรียกว่า รัดอก ข้างบนรัดอกทำเป็นหูหิ้วและมีเท้ารองให้ ตัวตะโพนวางนอนอยู่บนเท้า ใช้ฝ่ามือซ้ายขวาตีได้ทั้งสองหน้า ใช้สำหรับบรรเลงผสมอยู่ในวงปี่พาทย์ ทำหน้าที่กำกับจังหวะหน้าทับต่าง ๆ
  • ตะโพนนี้ ถือเป็นบรมครูทางดุริยางคศิลป์ นับว่าพระประโคนธรรพ เป็นครูตะโพน เมื่อจะเริ่มการบรรเลง จะต้องนำดอกไม้ธูปเทียน บูชาตะโพนก่อนทุกครั้ง และถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมา เหตุที่ต้องกราบใหว้บูชาก็เพราะ ตะโพนเป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงร่วมกับ สังข์ บัณเฑาะว์ และ มโหระทึก ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำองค์ของเทพเจ้า และสมมุติเทพ ดังนี้คือ สังข์ประจำพระองค์พระนารายณ์ และพระอินทร์ บัณเฑาะว์ ประจำองค์พระอิศวร มโหระทึก เป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบพระอิศริยยศองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นสมมุติเทพส่วนตะโพนนั้นเป็นกลองที่พระคเณศได้เป็นผู้ตีเป็นคนแรก ดังนั้น ตะโพนเมื่อนำมาร่วมบรรเลงในวงปี่พาทย์ จึงถือเป็นบรมครู และทำหน้าที่กำกับหน้าทับต่างๆทั้งหมด
รูปภาพ


ณ ที่นี้ผมเข้าใจเอาเองว่า "กลอง"โพน เป็นการรวมเรียกโดยใช้สรรพนาม"กลอง"นำหน้าเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงที่มีลักษณะองค์ประกอบด้วยไม้, หนัง ... ฯลฯ ส่วน"ตะโพน" คือคำนามที่ใช้เรียกเครื่องดนตรีที่ชาวบ้านเรียกว่า"โพน" ... อิอิอิ งงไหมเนี่ย

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


  29 ก.ย. 2009, 09:31 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... ร่ายยาวเรื่อง"โพน" มามากพอควร มาต่อกิจกรรมเล็กๆ ของเราดีกว่า ... เราออกปั่นไปตาม ถ.ราเมศวร์ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3.5 กม. ถึงแยก"ท่ามิหรำ" ถึงแห่งวัดอินทราวาส (ท่ามิหรำ) ทางขวามือ โดยการนำทางของ" สี่ คูณ ร้อย" จ้าวเดิม

รูปภาพ รูปภาพ
อ้างคำพูด:
โพนก้องฟ้า (ชื่อเดิม - ฟ้าลั่น)
โพนแห่งวัดอินทราวาส (ท่ามิหรำ) อ.เมืองพัทลุง สร้างขึ้นโดยพระครูตาแก้ว และพระปลัดประคอง ธมุมปาโล เมื่อ พ.ศ. 2497
เป็นโพนใหญ่ สูง 76 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 51 ซม. ทำจากไม้ขนุนทอง ลูกสักมี 98 อัน ขนาด 3 หุนครึ่ง มีนายแปลก ขุนชำนาญ เป็นผู้ตี

ผลงานที่สร้างชื่อคือเป็นแชมป์ในงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ ติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536-2540 เป็นที่โจษจันกันในหมู่นักเลงโพนทุกเพศ ทุกวัย รูปทรงสวยงาม เสียงดัง มีเสน่ห์


รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... วัดอินทราวาส (ท่ามิหรำ) พิกัด N7.61075 E100.05654เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองพัทลุง ละแวกนี้เรียกกันว่า"บ้านท่ามิหรำ หรือ ท่าหรำ" เคยเป็นจุดผ่านที่สำคัญของการเดินทางโดยรถยนต์ที่จะต้องผ่านขึ้นไปทางตรัง หรือ นครศรีฯ และจังหวัดอื่นๆ สมัยเด็กๆ ที่ยังไม่มีถนนสายเอเชียตัดผ่าน ผมนั่งรถไป/กลับตรัง-กระบี่-ภูเก็ต รถต้องมาจอดรอพักผู้โดยสารที่นี่เหมือนท่าแพขนานยนต์สงขลาแต่เดิม จะมีใครเกิดทันบ้างเนี่ย

บ้านท่ามิหรำตั้งอยู่ ในเขต เทศบาลพัทลุงส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ และทิศตะวันตกของเขตเทศบาล เมืองพัทลุง ห่างจากศาลากลาง จังหวัดพัทลุงประมาณ 3 กิโลเมตร
พัทลุง.คอม http://www.phatlung.com/place/bantamiram.php เขียน:
พระธรรมเมธาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดภูผาภิมุข สัณนิษฐานคำว่า ท่ามิหรำ ปรากฎในหนังสือ เทพสาร คำว่า “ ท่ามิหรำ” มาจาก ท่ามิฬนครำ หมายถึงเมืองของชาว ทมิฬ ( ที่อยู่ ของชาวทมิฬ ) ที่อพยพมาจากประเทศลังกา
นายถัด พรหมาณพ ( อดีตผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ) ให้ความเห็นว่า ท่ามิหรำ มาจากคำว่า “ท่าหมีร่ำ”
(ร้อง ) คือ สมัยโบราณหมีจะข้ามคลองตรงที่บ้านท่ามิหรำ เนื่องจากน้ำมากหมีข้ามไม่ได้ จึงส่งเสียงร้อง คนจึงเรียกชื่อตรงนี้ว่า “ ท่าหมีร่ำ” นานๆก็เพี้ยนเป็นท่ามิหรำ และยังมีคำบอกเล่าว่า บริวณนี้เป็นท่าน้ำมาก่อน ต่อมามีชาวอิสลามอาศัยอยู่ ลูกสาวคนหนึ่งชื่อ “หรำ “
ไปตกน้ำตายที่ท่าน้ำ จึงเรียกท่านี้ว่า “ ท่าอิหรำ” และก็เรียกเพี้ยนมาเป็น “ ท่ามิหรำ”
แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่า บ้านท่ามิหรำ เคยเป็นชุมชนเก่าแก่ อายุนับร้อยๆปี หลักฐานเคยเป็นที่ตั้งสถานที่ทำการของราชการ เรียกว่า “ บ้านทำเนียบ ” ( บริเวณด้านทิศเหนือของที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ ) ปัจจุบันชื่อบ้านค่อยหดหายเลือนลางไป แต่ชาวบ้านยังมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน ซึ่งมีวัดอินทราวาส หรือวัดท่ามิหรำเป็นศูนย์รวมจิตใจ ชาวบ้านใกล้เคียงตลอดมา


หุหุหุ จะมาจาก "ท่ามิฬนครำ" , “ ท่าหมีร่ำ” หรือ “ ท่าอิหรำ” ... ล้วนฟังแล้วน่ากลัวทั้งสิ้น มิน่าชาวจักรยานเมืองลุงเขาตั้งชื่อทีมกันแบบดุดุทั้งนั้นเลย สี่-คูณ-ร้อย งิ, ผีสิง งิ, ฟั่นเฟือน งิ, เลื่อนลอย งิ :lol: :lol: :lol:

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 10:24, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  29 ก.ย. 2009, 09:57 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ
โพนมงคลลำดับที่ 2/9 เขียน:
โพนพสุธาสนั่น (ชื่อเดิม - สุธาลั่น)
โพนแห่งจังหวัดสงขลา ไม่ปรากฏว่าเป็นของวัดใด แต่มีคนแลกเปลี่ยนกับโพนตาพ่วง จุลพูน ข้างโพนมีรอยระบุปีที่สร้าง คือ พ.ศ. 2471
เป็นโพนขนาดใหญ่ สูง 80 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 61 ซม. ทำจากไม้ตะเคียน มีลูกสัก 100 อัน ขนาด 3 หุน ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของนายพ่วง จุลพูน

โพนสุธาสนั่น เป็นโพนที่มีเสียงยืด ทุ้ม มีจุดเด่นที่รูปทรงสวยงาม สมส่วน เคยเป็นแชมป์ไทยสยามภูธรและรองแชมป์ถ้วยพระราชทาน

... ออกจากวัดอินทราวาส ปั่นย้อนกลับมาทางเดิม บนถนนราเมศวร์ (กลับมาทางทิศตะวันออก) เพียงแค่ 300 เมตร ก็จะถึง"สวนกาญจนาภิเษกเทศบาลเมืองพัทลุง" พิกัด N7.61112 E100.05906 เป็นหอโพนมงคลลำดับที่ 3 ใน 9 ลำดับ ... งานนี้หนูนา 1 ในทีม สี่คูณร้อย พาเราเลยไป ..."นาแลไม่เห็นโพนฮะพี่ยิ้ม" :lol: แลไหรอยู่ละน๊อง :D สรุปว่าหอโพนที่ 2 นี้เราเป็นผู้ชวนชาวเมืองลุง(หนูนา) มาดูโพน :lol: แต่คุณหนูนาพาพวกเรา"ข้ามโพน" :D น่าจะเป็นการคาดไม่ถึง(เข็มขัดสั้น) ที่หอโพนมงคลทั้ง 2 จุดนี้มันอยู่ห่างกันแค่ 300 เมตร ในความเห็นส่วนตัวผมไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ในการวางจุดที่ 2 ... ยิ่งเป็นสวนสาธารณะ ผมยิ่งไม่เห็นด้วยเพราะ"ขาดการดูแล" หากเทียบกับ"โพนก้องฟ้า" ที่วัดินทราวาส จุดนั้นผมคิดว่าเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... อากาศเริ่มร้อน แต่พวกเรา 8 คนยังยิ้มแย้ม สดชื่น นี่คือ มิตรภาพ

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


  29 ก.ย. 2009, 10:40 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 99
Tel: 0859196992
team: สงขลาสมิหลาบีช
Bike: giant scr1

สถิติออนไลน์: 14d 1h 26m 40s
ผมมือใหม่ อยู่อ.เมืองสงขลา ใช้รถTrek3900 อยากจะไปด้วยคนได้ไหมครับ ไม่ทราบว่ามันเหนื่อยมากไหมครับ พี่ๆ


  29 ก.ย. 2009, 11:11 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
โพนมงคลลำดับที่ 3/9 เขียน:
โพนขวัญเมือง (ชื่อเดิม - ฟ้าเมืองลุง) มีการแลกเปลี่ยนโพนกันหลายทอด ท้ายที่สุดอยู่ในความผิดชอบของนายฉกรรจ์ ศารานุรักษ์ ที่เป็นผู้ตีด้วย
สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2496 เป็นโพนขนาดใหญ่ ทำด้วยไม้ตะเคียนทอง สูง 82 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 59 ซม. มีลูกสัก 76 อัน ขนาด 4 หุน

โพนฟ้าเมืองลุงเคยคว้าแชมป์โพนถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2543 เคยเป็นแชมป์ระดับตำบล-หมู่บ้านมาทุกปี หลังจากที่ประสบความสำเร็จสูงสุด จึงไม่ไปแข่งขันที่สนามใดเลยจวบจนปัจจุบัน

... เราปั่นฯ ย้อนกลับมาอีกราว 1,800 เมตร บนถนนราเมศวร์ ก็จะมาถึงหอโพนมงคลลำดับที่ 3 ใน 9ลำดับ ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางกับศาลจังหวัดพัทลุงพิกัด N7.61589 E100.07432 ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือ ศาลาจตุรมุข เป็นที่ประดิษฐาน ของพระสี่มุมเมืองหรือเรียกชื่อเต็มๆว่า "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ" กิจกรรมที่เรามาคือเรื่อง"โพนมงคล" แต่ ณ จุดนี้เราต้องเริ่มที่ไหว้พระ"พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ" ซึ่งมีลำดับความสำคัญเหนือกว่า

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... ที่โดดเด่นกว่านั้น มิสะเตอปัง กะ เฮียตือ ลงมือปั่น"ทักษิณาวัตร" คือวนขวา 3 รอบ โดยมีหมอจักรยานของเราคอยให้สัญญาณ ... :P ครบแล้วก็เข้าไปไหว้พระกันครับ

รูปภาพ
รูปภาพ

... ฝากรูปนี้ให้พี่ธานินทร์ 520 ด้วยนะครับ ... อิอิอิ (ถ่ายเมื่อครั้งไปร่วมฯ ททท.หาดใหญ่ 26/7/52)
อ้างคำพูด:
ศาลาจตุรมุข

:arrow: เป็นที่ประดิษฐาน ของพระสี่มุมเมืองหรือเรียกชื่อเต็มๆว่า "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ" เป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และพระคู่บ้านคู่เมืองของพัทลุง ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจัตุรมุขหล่อด้วยสำริดปางสมาธิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลปัจจุบัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางกับศาลจังหวัดพัทลุง หน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง (เยื้องเล็กน้อย)

:arrow: ประวัติความเป็นมา ของพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เป็นพระพุทธปฏิมาปางตรัสรู้ หน้าตักกว้าง ๔๙ นิ้ว สูง ๖๙ นิ้ว โลหะที่ใช้หล่อประกอบด้วยทองเหลือง ๒ ส่วน ทองแดง ๑ ส่วน ทองขาว ๑ ส่วน น้ำหนักประมาณ ๔๐๐ กิโลกรัม เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง พระพุทธรูปปางนี้มีเพียง ๔ องค์ทั่วประเทศที่กรมการรักษาดินแดนสร้างขึ้น โดยพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินเททองด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๒ ส.ค. ๒๕๑๑ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ ปีวอก เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก โดยพระมหาเถระผู้ทรงคุณวุฒิ นับว่าเป็นพิธีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศครั้งหนึ่งด้วย
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระพุทธปฏิมาทั้ง ๔ องค์นั้นและได้ประดิษฐานไว้ ณ สี่มุมเมืองของประเทศ ได้แก่
  • ๑.ทิศตะวันตก ประดิษฐานไว้ที่ จ.ราชบุรี (บนยอดเขาแก่นจันทร์)
  • ๒.ทิศเหนือ ประดิษฐานไว้ที่ จ.ลำปาง (ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง)
  • ๓.ทิศตะวันออก ประดิษฐานไว้ที่ จ.สระบุรี (หน้าศาลากลางจังหวัด) และ
  • ๔. ทิศใต้ ประดิษฐานไว้ที่ จ.พัทลุง (ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางกับศาลจังหวัดพัทลุง)
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามพระพุทธปฏิมาทั้ง ๔ องค์ ว่า "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ"

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


  29 ก.ย. 2009, 11:27 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
pacharasupattanagul เขียน:
ผมมือใหม่ อยู่อ.เมืองสงขลา ใช้รถTrek3900 อยากจะไปด้วยคนได้ไหมครับ ไม่ทราบว่ามันเหนื่อยมากไหมครับ พี่ๆ

สวัสดีดีครับ ... ยินดีที่เข้ามาทักทายฯ "เหนื่อยมากไหมครับ" ความเหนื่อยล้า มันเลี่ยงไม่ได้ครับ ส่วนจะมาก จะน้อย มันมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมๆ กัน ....แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะสำคัญมาลำดับต้นๆ คือ ใจ ครับ ... หมดใจ ก็สิ้นหมดทุกอย่าง :P

... มือใหม่ มือเก่า ไม่ค่อยสำคัญ สำคัญที่เรามี"ความถี่" ในการออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน ความฟิต ไม่เคยอยู่กับใครคงที่คงวานัก หากผู้นั้นไม่ค่อยจะ"ปั่น"ให้คงที่คงวา :mrgreen: มีรถ 6-7 คัน (บางคนแถวๆ นี้นะ) ก็ช่วยไม่ได้ ... ฮา

มีโอกาสคงได้ร่วมปั่นกันนะครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


  29 ก.ย. 2009, 12:03 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 2576
Tel: 0865986577
team: เสือโคกเมา Kokmao mtb Group
Bike: missile x nine-pro (เหลือง ดำ แดง)

สถิติออนไลน์: 26d 15h 54s
สรุปว่า 18 ตุลาคม 52 นะครับ ลุงยิ้ม
ไปเกาะนางคำเหนือ ไปกลับ 125 โล
ไม่โร้ต้องเตรียมไหรไปมั่ง

_________________
สังคม คนเขรถถีบ


  29 ก.ย. 2009, 13:21 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 99
Tel: 0859196992
team: สงขลาสมิหลาบีช
Bike: giant scr1

สถิติออนไลน์: 14d 1h 26m 40s
TigerSmile'Hy เขียน:
pacharasupattanagul เขียน:
ผมมือใหม่ อยู่อ.เมืองสงขลา ใช้รถTrek3900 อยากจะไปด้วยคนได้ไหมครับ ไม่ทราบว่ามันเหนื่อยมากไหมครับ พี่ๆ

สวัสดีดีครับ ... ยินดีที่เข้ามาทักทายฯ "เหนื่อยมากไหมครับ" ความเหนื่อยล้า มันเลี่ยงไม่ได้ครับ ส่วนจะมาก จะน้อย มันมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างรวมๆ กัน ....แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะสำคัญมาลำดับต้นๆ คือ ใจ ครับ ... หมดใจ ก็สิ้นหมดทุกอย่าง :P

... มือใหม่ มือเก่า ไม่ค่อยสำคัญ สำคัญที่เรามี"ความถี่" ในการออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน ความฟิต ไม่เคยอยู่กับใครคงที่คงวานัก หากผู้นั้นไม่ค่อยจะ"ปั่น"ให้คงที่คงวา :mrgreen: มีรถ 6-7 คัน (บางคนแถวๆ นี้นะ) ก็ช่วยไม่ได้ ... ฮา

มีโอกาสคงได้ร่วมปั่นกันนะครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก


ครับพี่ครับ หากผมมีเวลาว่างก็ไปด้วยคนครับ ผมอายุ18ปีครับ ยังเด็กอยู่ไหมครับ


  29 ก.ย. 2009, 13:31 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6415
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 14h 38m 4s
:arrow: อิอิอิ อายุเป็นเพียงตัวเลข ... ดีใจที่มีคนเรียกพี่ :P

ดีน เขียน:
สรุปว่า 18 ตุลาคม 52 นะครับ ลุงยิ้ม
ไปเกาะนางคำเหนือ ไปกลับ 125 โล
ไม่โร้ต้องเตรียมไหรไปมั่ง

... อิอิอิ ก็คงมีเรื่องสถานที่กินมื้อเที่ยง แถวๆ "เกาะนางคำเหนือ" ผมไม่เคยเข้าไป บังฯ ลองนึกๆ ดูว่าพอมีร้านข้าว, ข้าวยำ, หนมจีน หรืออย่างอื่นที่กินได้ :lol: มื้อเช้าก็คงจัดการกันให้เสร็จก่อนออกเดินทาง... :P

... อ้อ มีอีกเรื่อง "แรง" ปั่นฯ ครับของใครของมัน ยืมกันแบบยางในไม่ได้ :?

อ้างคำพูด:
รูปภาพ รูปภาพ

... ฝากข่าวนี้บรรจุเป็นวาระ(เพื่อทราบ) เข้าที่ประชุมสภาฯ ศุกร์นี้ด้วย ... ฉุยฉายทีม :lol: จะไปร่วมปั่น"บ้านเก่าบังดีน ณ โคกเมา ... อาทิตย์ที่ 18 ตค. 52 (60% จะซ้ำทางเดิมที่ไปปั่นชม 4 เกาะ ... เกาะหมาก เกาะนางคำ เกาะยวน และ เกาะแน่นๆ นะน้องนะ) :D

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 14:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4829 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28 ... 322  ต่อไป หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » ข่าวสารและกิจกรรมการปั่น » พูดคุยสอบถามเรื่องเส้นทางปั่น สถานที่ต่างๆทั่วไทย


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

ตัวอย่างพิมพ์ | | <<หัวข้อก่อนหน้า | หัวข้อถัดไป>> 

ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  

Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com
[ Time : 0.254s | 14 Queries | GZIP : On | Load : 1.14 ]



เวบไซค์นี้บริหารและดูแลโดย บริษัท ไทยเอ็มทีบี จำกัด / ติดต่ออีเมล webmaster แอด thaimtb . com