ThaiMTB.com

วันเวลาปัจจุบัน 21 เม.ย. 2014, 16:42

* เข้าสู่ระบบ    * สมัครสมาชิก * FAQ




กลับไปยังกระทู้  [ 4826 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28 ... 322  ต่อไป หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » ข่าวสารและกิจกรรมการปั่น » พูดคุยสอบถามเรื่องเส้นทางปั่น สถานที่ต่างๆทั่วไทย
เจ้าของ ข้อความ
  28 ก.ย. 2009, 21:00 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6410
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 12h 3m 43s
รูปภาพ
อ้างคำพูด:
  • วันเสาร์ เป็นวันหยุด(งานหลวง)
  • วันอาทิตย์ เป็นวันปั่นจักรยานแห่งชาติ
  • วันจันทร์ เป็นวันนั่งรวมรวมข้อมูลสรุปทริป

  • วันอังคาร, พุธ และพฤหัสฯ เป็นการทะยอยรายงานทริป
  • วันศุกร์ ประชุมสภา และจัดทำข้อมูลเตรียมการปั่นทริปต่อไป
... ครบ 7 วันแล้วยังหว่า ... อิอิอิ :lol:

... ส่วนเรื่องของกินอันนี้แล้วแต่"ด-ว-ง" :D

... มาถึงเรื่อง"บัตรแรกที่ท่านเลือก"ไม่ใช้มัน .... การเลิกมันไม่น่าจะยากกว่าการเลิก"บุหรี่" นะ...ผมว่า อิอิอิ ก่อนนี้ผมมีบัตร"คุณผู้หญิงที่ชื่อออน" หรือชาวบ้านชอบเรียก "อีอ้อน" ผมว่าเขาใช้คำพูดไม่ค่อยสุภาพ ... แจ้งทางเอกสารว่าบัญชีผมขาดการติดต่อมา 2 ปี หากไม่รับการติดต่อกลับภายใน 15 วัน ทางบริษัทต้องขอยกเลิกบัญชีของท่านทันที ... "ขอบคุณ" คือคำตอบที่ผมมีให้ในใจ 555

... อีกเรื่องบัตรเครดิต"เมืองธนาคาร" มันขยันเพิ่มวงเงินในบัตร เพิ่มเสร็จมันก็ส่งเอกสารมาบอกเรา เยินยอเราว่าเป็นลูกค้าที่ดีเกรด A (หากเที่ยบกับถุงมือก็คงยี่ห้อ "โลวี่-ฮาตี้" ... เที่ยบกับดุมก็คงเป็น"โฮ-ปี้" ... เทียบกับไปท้ายก็คงเป็น"ยี่ห้อสลบ" ... น๊อก) ว่างๆ มีพนักงานเสียงใสๆ โทรมาบอกให้เอาเงินไปใช้สัก"แสน" ... ผมรีบบอก"ตกลง" ส่งเป็นธนาณัติมาตามที่อยู่ในใบแจ้งหนี้ซิ ... คุณเธอก็ไม่ยอม 555 พอโทรมาบ่อยๆ ผมก็เกล้งทำเป็นโมโหขอให้โอนสายไปแผนกบัตรฯ คุณเธอถามว่าจะคุยเรื่องอะไร? ... ผมบอกว่าจะขอยกเลิกบัตรฯ คุณเธอจึงรีบจบการสนทนา ... ขืนโอนไปแล้วผมยกเลิกบัตรจริง ... เธอตกงาน ชัวร์

รูปภาพ รูปภาพ

:arrow: หัวรุ่งวันอาทิตย์ที่ 27 กย. 52 ... อันที่จริงผมตื่นแต่ตี "4 สิบ 5" เพราะท่าน ผบ.ฯ ทั่นจะไปร่วมเดิน-วิ่ง ของเทศบาล ต.คอหงส์ฯ เลย

ต้องตั้ง"ลูกยาม" หรือนาฬิกาให้มันทำหน้าที่บ้าง ... (จริงๆ ไม่ได้ใช้นาฬิกาหรอกนะ ใช้มือถือนี่แหละ...อิอิอิ) เสียงปลุก กะ เสียงฝนกระทบ

หลังคา มันกลมกลืนประสานเป็นทำนองเดียวกัน คุณ ผบ.ฯ ท่านหลับต่อ ... อันตัวข้าพเจ้าก็เลยต้องมานั่งน่าคอมฯ เปิดเน็ทดูว่าจะมีใครสักคน"

แคนเซิล" ... ไม่ยักจะมีแฮะ .... :roll:

... ตี 5 สิบ 5 มีเสียงทางสาย"โฟนอิน" บอกว่าขอดูลาดเลาตอน ตี 5 ครึ่ง ;)

... ตี 5 สี่ 10 มีเสียง"โฟนอิน" บอกว่าเจอกันหน้าคาร์ฟู ตอน ตี 5 ห้า 10 ;) ไม่ต้องรอผม ... ไปรอที่ถานีเลย ผมตอบ

... 6 โมง 5 นาที ก็หน้าสลอนกันอยู่ที่ถานีรถไฟหาดใหญ่,,, หมอจักรยานทำหน้าที่ไปรับตั๋วมา 1 ชุด 4 ที่ ... มิสะเตอปังเลยอาสาเป็นนายแบบ(

เพราะหน้าตาให้) ส่วนเฮียตือขอถอยห่างๆ :lol:

... ขบวนที่ 446 เวลาออก(ตามตาราง 6 โมง 30 ... เวลาถึงถานีพัดลุง 8 โมง 30) แต่ของจริงถึง 9 โมงครึ่ง ตามที่ใครบาง

คนเกริ่นให้ฟังไปแล้ว 555 รฟท. น่ารักออกจะตาย :mrgreen:

รูปภาพ รูปภาพ

... ค่าโดยสารฟรี 4 ท่าน ... ส่วน"เสือ" ตัวละ 90.- เท่ากันหมด ไม่แบ่งแยกเลยว่าดุม"โอ-ปี้" หรือ "ดุมจักรพรรดิ์" ... ดุม xt(r) เก่าๆ น่าจะลดราคาให้บ้างนะพี่ รฟท. :oops: ขณะอยู่บนรถไฟมี"ตาลุง" คนหนึ่งถามว่า "ไอ้หลายชาย ... คันไหนแพงสุดว๊ะ" พอทียังงี้รุมชี้มาที่"เหล็กไหลขาว-แดง" :o

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
LastTrip | ยิ้ม-เฮฮา ออนทัวร์ "ทีลอซู - ภูทับเบิก"


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 30 ก.ย. 2009, 18:59, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  28 ก.ย. 2009, 21:26 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6410
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 12h 3m 43s
รูปภาพ
รูปภาพ

:| 3 ชั่วโมงถัดมาเราก็ได้ลงมายืดเส้นยืดสายกันที่"พัทลุง" ซะที ... โดยมาคณะ"4 คูณ 100" (อ่านว่า สี่ - คูน - ร้อย) ทีมดังแห่งเมืองลุงมาคอยรับที่สถานีรถไฟ...

รูปภาพ รูปภาพรูปภาพ

... ที่แรกที่ไปคือ"ร้านศิริชัยฯ" เกาเหลา-ตำลึง-เลือหมู ... ที่อร่อยชื่อดังอีกเช่นกัน(มีร้านเดียว) :oops: เราไปสายจึงมีตัวเลือกค่อนข้างน้อย... แต่ก็ได้รับบริการครบถ้วนทั่วหน้า (อิ่มจัง...ตังค์อยู่โคร๊บบบบบบบบ) ขอบคุณครับ

รูปภาพ รูปภาพ

... หอโพนมงคลที่แรกที่เราไปชมคือโพนอนันตชัย อยู่ในลำดับที่ 7 ใน 9 ลำดับ เหตุที่เรามาที่นี่ก่อนเพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟพัทลุง อยู่ถัดมาทางทิศใต้ของสถานี และอยู่ฝั่งตะวันตกของทางรถไฟ ... หากนั่งรถไฟจากหาดใหญ่จะอยู่ทางซ้ายมือ มองเห็นได้ชัดเจน บริเวณนั้นเขาเรียกสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรตื ร.9 คาดว่าน่าจะเป็นทีดินของการรถไฟฯ

อ้างคำพูด:
โพนอนันตชัย (ชื่อเดิม - อีโด)
โพนแห่งวัดท่าสำเภาใต้ อำเภอเมืองพัทลุง สร้างเมื่อ พ.ศ.2430 แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่า ใครเป็นผู้สร้าง
เป็นโพนรุ่นเล็ก ทำจากไม้ประดู่ สูง 57 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร มีลูกลัก 78 อัน ขนาด 4 หุน

เป็นโพนบอกเวลาเช้า - เย็น เหตุฉุกเฉิน มีอายุมาก เสียงดังก้องกังวาน ไม่เป็นสองรองใครเรื่องเสียง แม้อาจจะไม่ได้แชมป์สนามใหญ่หรือสนามกลาง กระนั้นก็ติดรองแชมป์ทุกปี ส่วนสนามภูธร ระดับตำบล - หมู่บ้าน ยากที่คู่แข่งชนะได้

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
LastTrip | ยิ้ม-เฮฮา ออนทัวร์ "ทีลอซู - ภูทับเบิก"


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 08:52, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  28 ก.ย. 2009, 21:54 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 422
Tel: 081-170-4327
team: รั้งท้าย team_Hatyai •BOSS•
Bike: ไอ้ยักษ์, RM BLIZZARD

สถิติออนไลน์: 13d 9h 35m 51s
:mrgreen: ขอเข้ามาขั้นกลางระหว่างการรายงานของพี่เสือยิ้มก่อนนะครับ

:mrgreen: ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณพี่ๆ ทีมงาน สี่ คูน ร้อย แห่งเมืองพัทลุง นะครับ ที่ต้อนรับพวกกระผมเป็นอย่างดีมากๆ (หมายถึงอิ่มมากๆนะครับ :lol: )
และได้ตีนโพนมหามงคลทั้ง 9 ใบ นอกจากนั้นยังได้กราบพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ(พระสี่มุมเมือง) ที่ศักดิ์สิทธิ์ดูแลปกป้องประจำทิศใต้ด้วย
พอตีโพนได้ครบทั้ง 9 ใบ ยางผมก็แบนทันที ผมคิดในทางที่ดีมันทำให้ผมต้องเดินทางช้าออกไปอีกนิดหนึ่ง น่าจะทำให้แคล้วคลาดจากเหตุร้ายแน่ๆ เลย :P

:mrgreen: ส่วนเรื่องตะโพน กับโพนผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ และยังไงรบกวนค้นหาให้อีกซักเรื่องหนึ่งว่า "ทำไมประตูทางขึ้นรถไฟจึงได้เล็กเช่นนี้ครับ" อยากรู้จริงๆ :lol:

:mrgreen: รายงานข่าวเพิ่มเติมครับ เฮียตือปลอดภัยครับ ไม่มีปัญหาเจ็บที่มือนิดหน่อย นอกนั้นปกติ ทุกอย่าง :mrgreen: เห็นไหมขนาดมีเคราะห์ ยังจากหนักเป็นเบาเลย นี่แหล่ะอนิสงค์ของการทำบุญไหว้พระมา สาธุ สาธุ สาธุ :P

:mrgreen: รอฟังการบรรยายของพี่เสือยิ้มต่อดีกว่า :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

_________________
ถึงเราจะไม่นำหน้าสุด แต่เราก็ไม่เคยหลุดจากขบวน...รั้งท้าย[team]ฺ(BOSS)


  28 ก.ย. 2009, 23:39 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 4426
Tel: 0814461178
team: รั้งท้ายทีมลื่นไหล
Bike: M5SidXO,F3LeftyXTR, SL3SramRED, Radac, Tendem, CRF250X, MSX

สถิติออนไลน์: 236d 10h 28m 7s
แข่งก็แข่งไม่จบปั่นได้รอบเดียว จุกซะก่อน(ซ้อมไม่ถึง+อดนอน)
รู้งี้ไปร่วม ทริปพัทลุงด้วยดีกว่า

_________________
>>ห า ด ใ ห ญ่ ลื่ น ไ ห ล ► ► ► ► ที ม เ ร า ไ ม่ ไ ด้ มี แ ค่ จั ก ร ย า น !

ถึงพวกเราจะไม่นำหน้าสุด แต่ก็ไม่เคยหลุดจากขบวน............รั้งท้าย team


  29 ก.ย. 2009, 06:51 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6410
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 12h 3m 43s
รูปภาพ
:idea: ทักทายกันยามเช้ากับ รั้งท้ายทีมส์ หัวหน้าทีมแอบไปเที่ยว สมาชิกไปแข่ง ... กลับมาคงได้รับเงิน(ค่า)อัดฉีด :P อย่างนี้ต้องฟ้อง กกต. ให้เพิกถอนสิทธิฯ (หัวหน้า) 5 ปี ... ดีครับ แข่งก็สนุก, ปั่นเที่ยวก็สนุกไปอีกแบบ

:arrow: ตึง...ตึง...ตึง... นี่เป็นเสียงของเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง เรียกว่า "โพน" จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ "กลอง"

... โพนเป็นภาษาท้องถิ่นของภาคใต้ใช้เรียกเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เสียงของมันมีความดังก้องกังวาน ที่แสดงถึงพลังอำนาจ ความยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะโพนที่จังหวัดพัทลุงนั้นได้รับการยอมรับว่า ยอดเยี่ยมไม่เป็นรองใคร

ทำความรู้จัก "โพน" เมืองพัทลุง
... ไม่ว่าต้นกำเนิดของโพนจะมาจากที่ใดก็ตาม แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ "โพน" อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนพัทลุงหรือคนเมืองลุงมายาวนาน วิธีการทำโพน และลีลาท่าทางการตีโพนของคนเมืองพัทลุงก็จะไม่เหมือนกับเมืองอื่นๆ คือมีทั้งความสวยงามและความแข็งแรงเข้มแข็งอยู่ในที

... สำหรับอดีตของโพนนั้น ในอดีตจะนำมาตีเพื่อให้สัญญาณเวลาฉันท์อาหาร ใช้ตีบอกเหตุร้ายในเวลากลางคืน หรือตีโพนเพื่อเป็นสัญญาณการเรียกประชุม นอกจากนั้นยังใช้โพนเพื่อให้จังหวะการลากพระสร้างความสนุกสนานให้กับขบวนลากพระ การลากพระ(ชักพระ)เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณของชาวใต้จัดขึ้นในวันออกพรรษา

เรียนรู้วิธีการทำโพน จากภูมิปัญญา
... ปัจจุบันการทำโพนกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงไปแล้ว โดยเฉพาะที่หมู่บ้านทำโพน ม. 3 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง ถือเป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อลือชาในการทำโพนมาแต่ช้านาน ช่างทำโพนหมู่บ้านนี้ถ่ายทอดเคล็ดลับวิธีการทำโพนสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยในปัจจบันมีการมีการประยุกต์ นำเทคนิคและคิดค้นวิธีการเพื่อให้ได้โพนที่มีเสียงไพเราะมากยิ่งขึ้น

... เมื่อปลายเดือน กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รับเชิญจาก ททท.หาดใหญ่ ไปร่วมปั่นจักรยานเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาปสงขลา (25-27 กค. 52) ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 45 ม. 3 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง 93000 บ้านของ"พ่อกล่อม ชูแก้ว" พัทลุง-นักหุ้มโพนมือฉกาจ สร้างตำนานสืบทอดบรรพบุรุษ

รูปภาพ รูปภาพ

... ครอบครัวนี้ได้รับการสืบทอดการทำโพนมาแต่รุ่นก่อนๆ ปู-ย่า-ลูก-หลาน ช่วยกันทำโพน ... ลูก-หลาน รับหน้าที่ตีโพน ทั้งแต่แข่ง ตีโชว์ตามงานพิธีต่างๆ อย่างเช่นเมื่อ 26 กค. ตอนตี 3 มีการตีเป็นสัญญาณปล่อยตัวนักวิ่งมาราธอน ที่หาดใหญ่(วิ่งไปแหลมโพธิ์) กลอง"โพน"คู่นี้ และ ลูก กับ หลานชาย คู่นี้อีกเช่นกันรับหน้าที่ตีฯ ... ตอนที่คณะของเราเข้าไปชมและขอให้เขาตี 2 คนนี้ยังบ่นให้ฟังว่า"เหนื่อยอยู่เลย" แต่พออธิบายว่าคณะที่มาเป็นสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ... น้อง 2 คนบรรเลงตีแบบไม่ยั้ง สังเกตได้จากเนื้อที่แก้มเต้นพริ้วตามเสียงกลอง"โพน"

รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
LastTrip | ยิ้ม-เฮฮา ออนทัวร์ "ทีลอซู - ภูทับเบิก"


แก้ไขล่าสุดโดย TigerSmile'Hy เมื่อ 29 ก.ย. 2009, 10:03, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

  29 ก.ย. 2009, 07:33 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6410
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 12h 3m 43s
รูปภาพ
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ

... ขั้นตอนการทำโพนนั้น ช่างจะเริ่มจากการการคัดเลือกไม้ที่จะนำมาทำ ไม้ที่นิยมนำมาทำจะเป็นไม้เนื้อแข็งได้แก่ ไม้ตลาดโตนด ไม้จำปาปีก ไม้ขนุนป่า ทั้งต้นมาตัดให้มีความสมส่วนกับเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้ที่นำมาทำ โดยมีสัดส่วนความกว้างของหน้าโพนยาวเท่ากับความยาวของหน่วยโพน ตั้งแต่ช่วงระหว่างลูกสักของหน้าโพนทั้งสองหน้า

... หลังจากนั้นเจาะให้มีลักษณะกลมกลวงเป็นอกไก่ โดยใช้ ขวาน สิ่ว ปิ้ง ขวานถาก สิ่งกระทุ้ง เมื่อขุดเจาะไม้เป็นหน่วยโพนตามความต้องการแล้ว นำหน่วยโพนมาวางบนหมอนรองโพนซึ่งมีความกว้างกว่าหน้าโพน อาจเป็นแผ่นไม้หรือตีไม้เป็นกากบาทวางอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของลานแม่ไฟ ซึ่งเป็นแผงหรือผังไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสใช้ยึดคันเบ็ดในการดึงรั้งการขึงหนัง

... สำหรับหนังที่ใช้หุ้มโพนนิยมใช้หนังควายแก่ และผอมเนื่องจากมีไขมันติดน้อย มีความทนทาน ถ้าหากเป็นควายที่มีการใช้งานยิ่งดีเพราะว่าหนังจะมีความเหนียว และทนทานสามารถใช้งานได้นาน หนังที่จะใช้ต้องเป็นหนังสด นำมาหุ้มหน้าโพนด้วยการแทงไม้กลัดกับชายหนังเพื่อเกี่ยวหูชองแช่เกลือ นำมาขึงแผงตากให้แห้งแล้วนำมาฆ่า (ฆ่าหนังคือการตีหนัง) โดยนำมาแช่น้ำที่ผสมกับหยวกกล้วย ลูกมะเฟืองเหลี่ยม ตะไคร้แช่หมักไว้หนึ่งคืน แล้วนำมาฆ่าด้วยการตีด้วยค้อนไม้ที่ทำด้วยไม้กระถินณรงค์ด้ามหวายตีจนหนังยึดตัวเต็มที่แล้วนำไปหุ้มโพน (การตีฆ่าหนังต่อตีไปเรื่อยๆจนหนังตึงและดังดี)

... หลังจากนั้นนำเนื้อมะพร้าวกะทิมาชโลมหนัง เพื่อให้น้ำกะทิกัดหนังทำให้หนังเป็นมันใสและสีผิวหนังลอกออกจะเป็นสีขาวสวย ขณะที่ตีหนังจะต้องชโลมมะพร้าวกะทิลงบนหนังทิ้งไว้ทั้งคืน จนกว่าจะได้หน้าโพนที่เสียงดี และมีข้อควรระวังคือ เวลาตากหนังต้องระวังไม่ให้มดแดงขึ้น เพราะหนังที่มดแดงปัสสาวะใส่จะทำให้หนังหมดสภาพ และก่อนที่จะหุ้มหน้าโพนจะต้องเจาะรูลูกสักให้ห่างจากขอบลงมาเล็กน้อย เจาะให้รอบหน่วยโพนทั้ง 2 ด้าน ลูกสักแต่ละลูกจะห่างกันไม่เกิน 2 เซนติเมตร โพน 1 ลูกจะใช้ลูกสักประมาณ 80-150 ลูก ดึงหนังให้ตึงใช้ไม้กลัดที่เหลาจากไม้ไผ่ให้แหลมมาแทงชายหนัง เพื่อใช้เป็นที่ยึดจับหูชองให้รอบผืนหนัง เกี่ยวหูชองด้วยเชือกที่มีความแข็งแรงรอบหน่วยโพนแล้วใช้ไม้คันเบ็ดที่มีความแข็งแรงทนทานในการรับน้ำหนักแรงดึงสอดใส่ในหูชอง ปลายไม้คันเบ็ดด้านหนึ่งเลยเข้าไปสอดขัดกับหมอนรองโพน ส่วนปลายไม้คันเบ็ดอีกด้านหนึ่งใช้เชือกผูกดึงไว้กับไม้ลานแม่ไฟ แล้วตีหนังให้ยึดตึงสลับกับดึงคันเบ็ดลงมาเรื่อง ๆ จนหนังตึงและได้เสียงที่ต้องการ

... เมื่อได้หนังที่เสียงไพเราะแล้วนำลูกสักที่เหลาด้วยไม้เป็นเดือยแหลมหัวมนด้วยไม้เนื้อแข็ง ตอกยึดหนังกับหน่วยโพนตามรูที่เจ้าไว้โดยรอบหน่วยโพน แล้วใช้หวายมาขัดเป็นปลอกลายหางเลนรัดหนังกับหน่วยโพนใต้แนวลูกสักทั้ง 2 ด้าน ก็จะเสร็จสิ้นการหุ้มโพน จากนั้นนำโพนลงจากหมอนรองโพนแล้วนำมาใส่ขาไม้ยึดโพนให้ตั้งได้อย่างมั่นคง

อ้างคำพูด:
เคล็ดลับ ที่ (ไม่) ลับกับการตีโพน

... เสกสรร อ่อนทอง แชมป์โพนขนาดกลาง เล่าให้ฟังว่า "เริ่มเล่นโพนมาตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยเริ่มเล่นกันในหมู่บ้าน จะมีนักเรียน นักศึกษา มาซ้อมตีกัน โดยจะฝึกซ้อมทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ปีนี้เป็นแรกที่ผมได้รางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ หลักสำคัญในการตีโพนคือต้องตีให้ดังๆใส่แรงเต็มที่ คนที่ตัวใหญ่ได้เปรียบเพราะมีแรงเยอะ โพนที่ใช้แข่งชื่อว่า สุวรรณโณ เหตุผลที่ใช้ชื่อโพนสุวรรณโณเพราะว่าเป็นฉายาทางธรรมที่พระอุปัชฌาย์ตั้งให้"

... เสกสรร ยังบอกอีกว่า เทคนิคการตีโพนที่ดี ผู้ตีต้องมีร่างกายแข็งแรงและมีพละกำลังมากเพราะต้องตีให้ครบตามเวลาที่กำหนด ผู้ตีโพนต้องมีลูกเล่นและไหวพริบยั่วเย้าให้คู่แข่งหลงทาง โพนเสียงทุ้มจะเป็นเสียงที่ต้องให้ตีสม่ำเสมอ ส่วนโพนเสียงแหลมจะต้องตีขัดให้กรรมการได้ยิน โดยรวบรวมพลังที่มีแล้วทิ้งลงไปที่จุดกลางโพน ความแรงและพละกำลังในการตีโพนต้องสม่ำเสมอ


ย้อนอดีตประเพณีแข่งโพน
... ประเพณีแข่งโพน เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวปักษ์ใต้ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆกับประเพณีลากพระ เนื่องจากวัดส่วนมากจะอยู่ในละแวกเดียวกัน เสียงโพนที่ดังกึกก้องนั้นทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าดังมาจากวัดไหน จึงเป็นที่มาของการแข่งโพน จังหวัดพัทลุงมีงานแข่งขันโพนที่ยิ่งใหญ่และสนุกสนานกว่าเมืองอื่นๆและจัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงมีคำพูดจากปากของผู้ที่ได้ชมการแข่งโพน "จะร้อยพันแม้นหมื่นเสียงตะโกน ฤาจะสู้เสียงแข่งโพนที่เมืองลุง" กลายเป็นคำกล่าวที่สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่และความมีชื่อเสียงของกลองโพนที่จังหวัดพัทลุง จนเป็นที่กล่าวขานกันว่า "จะแลแข่งโพนให้หรอยและหนุกต้องแข่งโพนเมืองลุง"

... ลักษณะของการแข่งโพนสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทด้วยกันคือ การแข่งขันมือ (ตีทน) การแข่งขันมือไม่ค่อยได้รับความนิยมเนื่องจากต้องใช้เวลาตีนาน เพราะต้องแข่งขันกันจนกว่าผู้ตีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะหมดแรง หรือมืออ่อนลงไปเองจึงตัดสินรู้แพ้รู้ชนะได้ อีกประเภทหนึ่งคือการแข่งขันจันเสียง การแข่งขันจันเสียงนี้จะได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถตัดสินผู้ชนะได้ง่ายและใช้เวลาเพียงนิดเดียว

... การแข่งขันตีโพน มักจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือน 10 และสิ้นสุดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาพอดี สถานที่ทำการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการผู้จัดว่าจะจัดขึ้นที่ใด ส่วนมากนิยมแข่งขันกันในช่วงกลางคืนตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป ถ้าหากมีผู้เข้าแข่งขันตีโพนจำนวนมากอาจจะแบ่งประเภทของกลองโพนโดยวัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางได้เป็น ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่

... การตีโพนเป็นศิลปะที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง ถ้าลูกหลานไม่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้หรือช่วยกันเผยแพร่ศิลปะที่ดีงามนี้ให้คนทั่วไปได้รู้จัก โพนจะกลายเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ประดับไว้ในบ้านเพื่อความสวยงามเท่านั้น และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต อยากเชิญชวนให้มาชมการแข่งขันตีโพนและร่วมตีโพนสำคัญๆที่หอโพนทั้ง 9 จุดในจังหวัดพัทลุง และถ้ามาที่จังหวัดพัทลุงแล้วไม่ได้มาตีโพนทั้ง 9 ลูก ก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดพัทลุงโดยสมบูรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ท่องเที่ยววิถีไทย

_________________
นักปั่นฯ, นักแข่ง ... ได้เจอแค่เส้นชัยที่ปลายทาง ทว่า นักท่องเที่ยว, นักเดินทาง ... ได้เจอเรื่องราวมากมายระหว่างทาง
WebSite | www.TigerSmile.Net
LastTrip | ยิ้ม-เฮฮา ออนทัวร์ "ทีลอซู - ภูทับเบิก"


  29 ก.ย. 2009, 07:41 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 6410
Images: 0
Tel: 081-4190187
team: "สสสสส." (สุมหัวกันปั่นยานพาหนะที่ต้องใช้ 2 ขาถีบ เพื่อความสนุกสนานและสังสรรค์)
Bike: SOMA SAGA, KHS Team St, KHS F20-T3, TheOldCan, Mazda, Honda, Yamaha / Map60cs / Nikon D3000 ...

สถิติออนไลน์: 74d 12h 3m 43s
ตะโพน ... จาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95% ... E%E0%B8%99 เขียน:
รูปภาพ
  • ตะโพน เป็นเครื่องดนตรีที่ขึงด้วยหนัง ตัวตะโพนทำด้วยไม้สักหรือไม้ขนุน เรียกว่า หุ่น ขุดแต่งให้เป็นโพรงภายใน ขึ้นหนัง 2 หน้า ดึงด้วยสายหนังโยงเร่งเสียงเรียกว่า หนังเรียด หน้า