ThaiMTB.com

วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2014, 20:30

* เข้าสู่ระบบ    * สมัครสมาชิก * FAQ




กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]  หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » เทคนิคการซ้อม/อุปกรณ์ » เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร
เจ้าของ ข้อความ
  18 ก.พ. 2009, 07:10 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 18
Tel: 0862879919
team: อิสระ
Bike: ไจแอนท์840,เทร็ก1.9

สถิติออนไลน์: 19h 39m 12s
ปั่นมาหลายปีไม่เคยมีปัญหาเรื่องปวดเข่าเลย วันก่อนปั่นหนักๆไปหลายโล กลับถึงบ้านปวดเอ็นแถวๆหน้าเข่าเจ็บและเสียว หายากินมาสองวันเรื่องเจ็บเรื่องเสียวก็หายไป แต่ที่ยังเหลือคือ เข่างอหรือพับไม่ได้ตึงไปหมด เวลานั่งพิมพ์งานต้องงอเข่าก็เจ็บอีก พอจะเปลี่ยนเป็นลุกขึ้นยืนคราวนี้หนักเลยละเจ็บสุดๆต้องใชมือช่วยดัดช่วยนวดสักพัก จะรักษายังไงดีครับ หรือว่านายแพทย์สถานเดียว..


  18 ก.พ. 2009, 08:47 
      ข้อมูลส่วนตัว  

โพสต์: 315
Tel: 086-900-8893
Bike: ฺBlkTrk

สถิติออนไลน์: 19h 12m 35s
ตื่นนอนตอนเช้า..เอาน้ำเย็น ๆ รดหัวเข่า..
ผมใช้วิธีนี้ ตอนนี้มันหายปวดแล้ว ลองดูนะครับ


  18 ก.พ. 2009, 09:14 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 1131
Tel: 081-933-3074
team: Bike Joy
Bike: Hilight - Titanium

สถิติออนไลน์: 133d 6h 39m 19s
ไปหาหมอดีกว่าครับ

ส่วนผม ซื้อยาแก้อักเสบ กิน แล้วก็พักอย่างเดียวครับ จนกว่าจะหาย


  18 ก.พ. 2009, 09:17 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 594
Tel: 053329167
Bike: MIYATA TRYCROSS

สถิติออนไลน์: 13d 15h 52m 36s
ผมมองโลกในแง่ดีไว้ก่อนว่าอาการของคุณเป็นเพราะเอ็นข้อเข่าอักเสบ ลองหยุดพักการใช้งานดูครับ ทานยาคลายกล้ามเนื้ออาจจะช่วยได้บ้าง ยานวดผมว่ามีผลทางจิตใจมากกว่า ใส่สนับเข้าประคองไว้ แต่ถ้าอาการแย่ลงเรื่อยๆไปหาหมอดีกว่า


  18 ก.พ. 2009, 10:23 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 179
Tel: 0857720022
Bike: trek

สถิติออนไลน์: 1d 17h 49m 43s
ปั่นไปได้เดือนนึงและครับ ยังไม่มีอาการปวดเข่า เมื่อวานดันไปเล่นตระกร้อ พอกลับมาบ้าน ปวดเข่าทั้งคืนเลย ตอนนี้ก็ยังตึงๆอยู่เลยครับ :mrgreen:


  18 ก.พ. 2009, 17:07 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 27071
Images: 0
Tel: ~ O9O o_O x555 ~
team: ~ TaLon cc ~
Bike: ~ GTzk ~ AnTheM ~

สถิติออนไลน์: 112d 23h 12m 11s
ไม่รู้เหมือนกันหรือเปล่า ของผมก็แบบกิน วันละซอง ๆ ละ 30 กว่าบาท ซื้อร้านขายยาทั่ว ๆ ไปอาจจะแพงกว่านี้ ประมาณ 50.- บาท เดี๋ยวนี้มีของทำในนี้ด้วยถูกกว่ามาก แต่จำยี่ห้อไม่ได้ครับ
From : ป้อม - วีระชัย ว. 0819333074 [ 10 เม.ย. 50 - 14:44:06 น. ]

ผมก็อปของพี่ป้อมมาครับ ผมปวดเข่าไปหาหมอมา หมอก็ให้ผมกินยาแบบนี้ครับ มันหล่อเลี้ยงหัวเข่าแก้ปวดได้ ลองดูครับ :P


  18 ก.พ. 2009, 21:19 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 1131
Tel: 081-933-3074
team: Bike Joy
Bike: Hilight - Titanium

สถิติออนไลน์: 133d 6h 39m 19s
voOnZ เขียน:
ไม่รู้เหมือนกันหรือเปล่า ของผมก็แบบกิน วันละซอง ๆ ละ 30 กว่าบาท ซื้อร้านขายยาทั่ว ๆ ไปอาจจะแพงกว่านี้ ประมาณ 50.- บาท เดี๋ยวนี้มีของทำในนี้ด้วยถูกกว่ามาก แต่จำยี่ห้อไม่ได้ครับ
From : ป้อม - วีระชัย ว. 0819333074 [ 10 เม.ย. 50 - 14:44:06 น. ]

ผมก็อปของพี่ป้อมมาครับ ผมปวดเข่าไปหาหมอมา หมอก็ให้ผมกินยาแบบนี้ครับ มันหล่อเลี้ยงหัวเข่าแก้ปวดได้ ลองดูครับ :P


ไม่ค่อยอยากจะยืนยันยาตัวนี้เท่าไหร่ครับ

เพราะว่าปวดเข่าเพราะปั่นมักจะเกี่ยวกับเอ็นหัวเข่าอักเสบเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ

สาเหตุเป็นได้หลายอย่าง

ใช้เกียร์หนักไป นานไป
ปรับรถไม่เข้ากับตัว หลักอานเตี้ยไปก็เป็น
ถ้าใช้คลีตก็ต้องลองปรับ หันซ้ายหันขวาด้วย ผมเคยปวดเพราะคลีตมาก่อน ปรับหันปลายรองเท้าเข้านิดเดียวประมาณ มิลนึงก็หาย

Viatril สำหรับบำรุงกระดูกอ่อนที่อยู่ที่ห้วเข่า ซึ่งไม่เกี่ยวกับเอ็นหัวเข่าครับ เคยกินอยู่พักนึงก็บอกไม่ได้ว่า ช่วยให้เราดีขึ้นหรือเปล่า

ตอนปั่นใหม่ ๆ ใช้เกียร์หนักก็เป็น แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว เพราะว่าค่อย ๆ ฝึกปั่นไปเรื่อย ๆ ใช้เกียร์หนักขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่โหมมาก ไม่รีบมาก ก็ดีขึ้นเยอะครับ

้เวลาซ้อมปัั่น ถ้าใช้เกียร์หนักไป แล้วเกิดอาการแม้เล็กน้อย ผมก็จะถอยไป step นึง แล้วก็ปั่นซ้อมไปเรื่อย ๆ ให้เวลาร่างกายปรับตัว แล้วลองใหม่ ถ้าไม่เป็นก็ซ้อมหนักเท่านั้นไปเรื่อย ๆ สักระยะถึงจะเพิ่มความหนักไปอีก step แล้วก็ดูว่ามีอาการหรือไม่ ถ้ามีอาการ ก็ถอยลงมาก่อน ถ้าไม่มีอาการก็ยืนอยู่อย่างนั้นครับ


  18 ก.พ. 2009, 22:54 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 1320
Bike: GARRY FISHER wahoo n_n

สถิติออนไลน์: 31d 19h 59m 21s
กลูโคซามิน ถือเป็นสารอาหาร มันเป็นตัวที่รักษาข้อเสื่อมครับ


  20 ก.พ. 2009, 15:11 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 139
Tel: 0897001709
team: Friends & Family
Bike: Trek+WSD+Gary+ Mini Louis+P24

สถิติออนไลน์: 7d 6h 21m 12s
ลองอ่านบทความนี้ดูครับ

วันละร้อยห้าสิบวินาทีเพื่อห่างไกลโรคปวดหลัง
ผู้เขียนมีโรคประจําตัวคือ โรคปวดหลัง ซึ่งมีสาเหตุจากหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท และเป็นต่อเนื่องมานานรวมยี่สิบปี, ผ่าตัดมาแล้วสองครั้ง,
นอนรอคิวผ่าตัดครั้งที่สามมาแล้วสามวันที่โรงพยาบาลเลิดสิน ก่อนคณะแพทย์มีความเห็นว่าไม่ควรผ่าตัดเพราะอาการไม่รุนแรงถึงขั้นดํารงชีวิตอย่างยากลําบาก
ทนทุกข์ทรมานมานานหลายปีไดรับการรักษา และคําแนะนําจากแพทย์หลายท่านที่มากไปด้วยประสพการณ์ รวมทั้งที่ชื่อเสียงโดงดังระดับประเทศ
แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งอาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวได้ จนวันนี้มีอาการดีขึ้นจึงอยากสรุปความเห็นเผื่อจะเป็นประโยชนกับผู้รวมชะตากรรมคนอื่นๆ
อาการเริ่มตนครั้งแรกเกิดจากก้มตัวลงยกของอย่างไม่ถูกท่าทาง มีอาการแปล๊บขึ้นที่กระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอว ขณะนั้นขยับขาทั้งสองข้างต่อไม่ได้
รอไม่ถึงห้านาทีเริ่มทุเลาจึงค่อยๆขึ้นรถขับไปหาหมอด้วยตนเอง แต่ยังคงเดินแบบลากขาอย่างช้าๆ หมอที่คลินิคใหความเห็นว่ากล้ามเนื้อคงอักเสบ
จึงฉีดยาแก้ปวดและอักเสบให้ กลับไปบ้านต้องหยุดงานเพราะเดินไม้สะดวกไปสามวัน
หลังจากนั้นอาการแปล๊บๆข้างตนก็จะเกิดกับตนเองปีละสองสามครั้งอยู่หลายปี ทุกครั้งต้องหยุดพักผ่อนอย่างน้อยสามถึงสี่วันเพราะลุกเดินไม่ไหว
จนไปพบแพทย์ออร์โธปีดิคเฉพาะทางซึ่งนับเป็นกระบี่มือหนึ่งของจังหวัด รักษากันอยู่นานเป็นปี โดยเริ่มจากยากิน ยาฉีด และเอ็กซเรย์แบบ
คอมพิวเตอร์ติดตามดูอาการ จนสุดท้ายหมอสั่งใหไปทําเอ็กซเรย MRI ที่รพ.บํารุงราษฎร กทม. ซึ่งขณะนั้นมีอยูแห่งเดียวในประเทศไทย
ภาพจากฟิลม์ฟ้องว่าหมอนรองกระดูกสันหลังมันปลิ้นออกมาขวางและดันไขสันหลังและเส้นประสาทจนเกิดอาการชาไปถึงหลังเทา หมอตัดสินใจผ่าตัด
เพื่อขูดเอาหมอนรองกระดูกที่แตกออก โดยเปิดแผลคืบนึงที่หน้าท้อง พร้อมทั้งตัดกระดูกเชิงกรานมาแว่นนึงขนาดเท่ากับหมอนรองกระดูกที่ขูดออก
อัดเข้าไปรับช่องว่างข้อกระดูกสันหลังแทน ซึ่งแน่นอนมันจะส่งผลให้ข้อต่อส่วนนี้ไมมีการยืดหยุนอีกต่อไป เวลาผ่านไประยะนึงมันก็จะเชื่อมข้อบน
และข้อล่างให้ต่อเป็นชิ้นเดียวกัน งานนี้ตองหยุดพักรักษาแผลไปรวมเดือน
หลังผ่าตัดก็ยังคงพบแพทย์เพื่อติดตามอาการเป็นระยะๆ จากสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี แต่อาการดูเหมือนมันยังไม่หายขาด แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าเก่ามาก
สุดท้ายหมอขอแก้ตัวอีกครั้งโดยการผ่าตัดจากด้านหลัง เปิดแผลช่วงกระดูกสันหลังที่มีปัญหา พร้อมยึดโยงข้อกระดูกสันหลังบน และล่างด้วยโลหะ
เพื่อเสริมความแข็งแรงไม่ให้เกิดการเสียดสีหรือกดทับเส้นประสาทอีก งานนี้ตองพักรักษาแผลไปเกือบสามอาทิตย์
แต่ก็พบว่าอาการที่ยังคงช้าอยูที่หลังเทาไม่ได้หายขาดไป เลยรู้สึกปลงๆและไม่สนใจอะไรมากมายอีก นานๆเป็นปีถึงจะเจ็บหนักๆสักครั้งนึง
เลยถือโอกาสยอมรับว่ามันคงเป็นอยางนี้แหละจนเวลาล่วงเลยไปไปอีกหลายปี
ประมาณปี 2544 ก็เริ่มเกิดอาการปวดระดับต้องนอนพักถี่ขึ้น ไปพบแพทยที่รพ.กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแพทย์ประจํารพ.เลิดสิน เชี่ยวชาญเรื่องกระดูก
เอ็กซเรย์ไปหลายครั้งทั้งธรรมดา และแบบสแกนคอมพิวเตอร์ แต่ก็เห็นไมชัดเลยต้องลองทํา MRI อีกครั้ง ปรากฏว่าภาพเกิดแสงสะท้อนมากจนดูไม่รู้เรื่อง
เพราะมีโลหะอยู่ข้างใน สุดท้ายคุณหมอขอฉีดสีเข้าไขสันหลังเพื่อให้ภาพเอ็กซเรย์ธรรมดาชัดเจนมากขึ้น ช่วยใหการวินิจฉัยแมนยํา
ครั้งนี้พบว่ามีหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทเพิ่มอีกสองตําแหนง คือ ข้อบนและข้อลางของข้อที่เคยมีปัญหามาก่อน ซึ่งคุณหมอบอกว่าเกิดจาก
ข้อที่เสียไปไม่ยืดหยุน จึงไปเพิ่มภาระให้กับข้อบนและล่างมากกวาปกติ...เฮอ..เวรกรรม ไม่รู้เพราะตอนเด็กไปตีงูหลังหักไปหลายตัวจนตาย
กรรมเลยตามสนองในชาตินี้เลยหรือปล่าว
สุดท้ายหมอนัดให้ไปนอนรอที่รพ.เลิดสินเพื่อผ่าตัด นอนรออยู่สามวันคณะแพทย์ของรพ.เลิดสิน มาแจ้งผลว่ายกเลิกนัดที่จะผ่าตัด
เพราะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะผ่าตัดจุดเดิมซ้ําซากหลายๆครั้ง เลยจําใจอดทนรับการเจ็บปวดปีละหลายครั้งต่อไป จนกระทั่งปี 46 ต้องโยกย้ายไปช่วยงาน-
ที่เมืองจีนสามปี ระหว่างอยู่ที่นั่นก็นับว่าโชคดีที่เกิดการปวดรุนแรงไม่บ่อยมาก ส่วนใหญ่พอเริ่มมีอาการเพียงเล็กน้อยก็จะรีบกินยากันไว้
และระวังท่าทางการเคลื่อนไหวไม่ให้เสี่ยงเจ็บเป็นกรณีพิเศษ ทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ต้องแวะหาหมอเพื่อตรวจอาการ
และขอยาไปสํารองไว้ครั้งละรวมหมื่น มีอยูหลายครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้านได้รับคําแนะนําใหไปหาหมอคนนั้นคนนี้ ซึ่งแตละท่านมีชื่อเสียงระดับประเทศ
ก็ลองไปขอคําปรึกษามาแล้วทั้งนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าช่วงทํางานในจีนจะไม่เกิดปัญหาบาดเจ็บรุนแรงจนเสียการเสียงาน มีคุณหมอท่านหนึ่งของโรงพยาบาล
จุฬาฯสรุปอย่างตรงประเด็นให้ฟังวา โรคนี้นะมันรักษาไมหายขาดหรอก หากเจ็บบ่อยหรือชาลงขามากก็ผ่าตัดสถานเดียว และถ้าเจ็บจุดอื่นต่อไปก็ต้องผ่าตัดไปเรื่อยๆ
แตมีทางช่วยป้องกันและลดโอกาสการเจ็บปวดได้โดยต้องบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงเพื่อยึดโยงกระดูกสันหลังใหมั่นคง ซึ่งฟังดูแล้วก็เห็นคล้อยตามที่หมอบอกเลยว่าจริง
แต่หมอสอนท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังมาให้หลายท่า ซึ่งใช้เวลาต่อครั้งเกินชั่วโมงและไม่เหมาะกับคนขี้เกียจบริหารตัวเอง และคงไม่จําเป็นต้องรู้ว่าบริหารอย่างไร
เพราะผมเองทําอยู่ได้ไมกี่วันก็ยอมแพ้ เอาเป็นว่าตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าหัวใจของปัญหาอยู่ที่กล้ามเนื้อหลัง
หลังจากย้ายกลับจากจีนเพราะสุขภาพโดยรวมไม่เอื้ออํานวยให้ลุยงานที่ต้องสมบุกสมบันที่นั่น เมื่อเกิดอาการปวดอีกก็เลยไปพบคุณหมอสมศักดิ์ที่มักจะหาอยู่เป็นประจําที่รพ.กรุงเทพฯ
คุณหมอเองก็พยายามจะบอกว่า ฟังประวัติการรักษาที่ผ่านมา ถ้าท่านเป็นผู้ผ่าตัดตั้งแต่ครั้งแรกๆ ท่านจะต้องบังคับให้ทํากายภาพบําบัดด้วยตนเองหลังแผลหายดีแล้ว
ซึ่งหากทํามาตั้งแตแรกก็คงจะช่วยทําให้ไม่ต้องมาพบหมออีกเหมือนในตอนนี้ เพราะกายภาพบําบัดโดยบริหารกล้ามเนื้อหลังจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ําซากอีกต่อไป
เพียงแต่เราต้องไม่หลีกเลี่ยงบริหารเป็นประจําทุกวัน ซึ่งหลังจากคุณหมอได้อธิบายให้ฟังวิธีการบริหารแล้วรู้สึกได้เลยว่าหมูมาก และใช้เวลาน้อยมากๆต่อวัน
จึงเริ่มทําต่อเนื่องมาได้สองสามเดือนแล้ว รู้สึกว่าแผ่นหลังแข็งแรงขึ้น พร้อมกับหน้าท้องก็เฟรมขึ้น ที่สําคัญอาการเจ็บแปล๊บๆที่เป็นบ่อยแต่ไม่รุนแรงหลายเดือนก่อนหน้า
หายขาดไปเลย ทั้งที่ช่วงต้นปีเป็นต้นมาชักเริ่มมีปัญหาถี่มาก จนคุณหมอเองยังออกปากว่าถ้าลองบริหารแลวไม่ดีขึ้นก็คงต้องผ่าตัดแน่นอน ด้วยก่อนหน้านี้อัดไปทั้งยาฉีด,
ยารักษา, ยาบํารุงเต็มพิกัดแลว เมื่อผลออกมาว่าอาการปวดหายเหมือนปลิดทิ้งอย่างนี้ เลยต้องยกเครดิตให้การบริหารกล้ามเนื้อหลังเป็นพระเอกตัวจริง
อยากรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทํายังไง
เอาฟังนะ.....ตื่นเช้าทุกวันใหบริหารกล้ามเนื้อหลังดังนี้
• นอนหงายยืดเท้าตรงแนบชิดกัน
• ยกปลายเท้าลอยสูงขึ้นประมาณหนึ่งฟุต (ไม่ควรยกใหสูงกว่านี้)
• ฝืนค้างไว้พร้อมนับสิบวินาทีี
• ครบแล้วลดปลายเท้าวางลงพักห้าวินาที...ดังนี้คือหนึ่งเซ็ท
• ทําติดต่อกันรวมสิบเซ็ท นั่นหมายถึงใช้เวลาไปรวมร้อยหาสิบวินาทีต่อวันเท่านั้น
เห็นแล้วยังครับ ว่ามันง่ายมากจริงๆ
• แตละสัปดาห์ให้เพิ่มน้ำหนักห้าร้อยกรัมถ่วงไว้ (อาจใช้ถุงทรายที่มีขายทั่วไป)
• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะค่อยๆสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อหลังเพื่อแก้ปัญหาที่เหตุุ
• น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะสิ้นสุดที่เท่าใดเหรอครับ คุณหมอบอกว่าจนกวายกไม่ไหว...แต่
• น้ำหนักขั้นต่ำที่แต่ละคนต้องยกให้ได้มีวิธีคํานวณดังนี้ครับ
น้ำหนักขั้นต่ำที่ต้องยกได้ = น้ำหนักตัว – น้ำหนักท่อนขาสองข้าง / 10
โดยปรกติน้ำหนักท่อนขาสองข้างประมาณสิบกิโลกรัม ถ้าอ้วนหรือผอมกว่าปกติก็
ปรับเพิ่มหรือลดเอาตามความเหมาะสม (อย่าบอกว่าขาสองข้างหนักห้าสิบโลนะ)
หวังว่าวิทยาทานในการบริหารดวยตนเองวันละร้อยห้าสิบวินาทีจะช่วยให้ผู้เป็นโรค
ปวดหลังคลายทุกข์ได้ในเร็ววันนี้นะครับ และขอให้ผลบุญที่ช่วยให้ผู้อื่นคลายทุกข์
จงอย่าได้มีอาการปวดหลังมากล้ำกลายข้าพเจาอีกตอไปเลย
ส่งต่อมากๆก็ได้บุญอีกมากๆนะครับ
วิวัฒน อัครวิเนค
07-08-2550

_________________
ตัวแทนประกันชีวิต AIA และ รับสั่งพิมพ์ออกแบบ ฟอร์มบิลกระดาษต่อเนื่อง 089-7001709

https://www.facebook.com/media/set/?set ... 771&type=3

มาไม่มีอะไร แล้วไปจะเอาอะไรไป เหลืออะไรๆดีๆไว้ดีกว่า


  28 ก.พ. 2009, 11:27 
      ข้อมูลส่วนตัว  

โพสต์: 161
Tel: 081-3063100

สถิติออนไลน์: 20d 2h 26m 3s
อาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยได้นะครับ แม่ผมเค้าทานข้าวกล้องมาหลายปีแล้วครับ ที่เค้าทานเพราะว่า มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย
ผลพลอยได้ก็คือ เรื่องหัวเข่า จากที่ก่อนทานข้าวกล้องเวลาลุกนั่ง แม่บอกว่าจะรู้สึกเหมือนหัวเข่าขบกัน แล้วก็มีปวดหัวเข่าเล็กน้อย
พอได้ทานข้าวกล้องมาหลายปี อาการหัวเข่าของแม่ผมดีขึ้นครับ ไม่รุ้สึกว่าหัวเข่าขบกัน ปวดหัวเข่าเลยครับ


  23 มี.ค. 2009, 10:24 
      ข้อมูลส่วนตัว  

โพสต์: 207
Tel: 085-9445413
team: โลมาพะยูน
Bike: Scott scale 70

สถิติออนไลน์: 7d 9m 40s
ผมเช่นกันครับซื้อจักรยานได้ประมาน 2 เดือนแล้วครับ เริ่มปั่นอาทิตย์แรก ๆ ไม่ปวดเข่า แต่พอหลังจากนั้น เวลาปั่นเสร็จพอลองค่อย ๆ ย่อเข่าลงที่ละนิดจนอยู่ในท่านั่งยอง เริ่มปวดเสียว ๆ เข่าช่วงบนครับ แรก ๆ เป็นไม่มากหลัง ๆมาเป็นมากขึ้นครับ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรอ่ะครับ หรือเป็นเพราะว่าผมอยุดปั่นมาประมาน 6 ปี แล้วพอมาเริ่มปั่นใหม่แล้วจะเกิดอาการแบบนี้ขึ้นเป็นปกติหรือไม่ปกติครับ รบกวนพี่ ๆ ในบอร์ดช่วยแนะนำทีครับทำยังไงถึงจะหาย เริ่มท้อแล้วครับเหมือนกับอยากจะขายจักรยานไปเลยครับ แต่ใจยังอยากปั่นมากครับ ขอบคุณครับ


  24 มี.ค. 2009, 07:13 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 692
Tel: 08-9449-3219
team: TBC
Bike: challanger, scott, surly lht, Dahon p8

สถิติออนไลน์: 10d 20h 4m 43s
Anuchit เขียน:
ลองอ่านบทความนี้ดูครับ

วันละร้อยห้าสิบวินาทีเพื่อห่างไกลโรคปวดหลัง
ผู้เขียนมีโรคประจําตัวคือ โรคปวดหลัง
เฮอ..เวรกรรม ไม่รู้เพราะตอนเด็กไปตีงูหลังหักไปหลายตัวจนตาย
กรรมเลยตามสนองในชาตินี้เลยหรือปล่าว
วิวัฒน อัครวิเนค
07-08-2550


ขอบคุณมากครับ..ที่กรุณาเผยแพร่ข้อมูล
คนเราพออายุมากขึ้น..ข้อมูลเล่านี้จะสำคัญมากครับ
มีพระดังแถวอุบลเคยทักผมว่าเคยไปตีงู(หรือสัตว์เลื้อยคลาน)บาดเจ็บบ้างมั๊ย..ประมาณว่าเค้าอยู่ของเค้าเฉยๆ
คุณก็ดันไปทำเขาบาดเจ็บ..ซะงั้น
ตาเนื้อๆของเรามองเห็นได้เฉพาะวัตถุที่จับต้องได้แค่นั้น
ขอให้อานิสงนี้..คุ้มครองปกป้องท่านให้หายดี..นะครับ

_________________
ลาภย่อมบำเรอเฉพาะบุคคลผู้มีความเพียร ใจเด็ดดุจสีหะ
ผู้มีใจต่ำมักกล่าวว่า.."แล้วแต่วาสนา"

-----------------------------------------
http://www.brfarm.multiply.com/


  24 มี.ค. 2009, 20:08 
      ข้อมูลส่วนตัว  

โพสต์: 161
Tel: 081-3063100

สถิติออนไลน์: 20d 2h 26m 3s
ampmtb เขียน:
ผมเช่นกันครับซื้อจักรยานได้ประมาน 2 เดือนแล้วครับ เริ่มปั่นอาทิตย์แรก ๆ ไม่ปวดเข่า แต่พอหลังจากนั้น เวลาปั่นเสร็จพอลองค่อย ๆ ย่อเข่าลงที่ละนิดจนอยู่ในท่านั่งยอง เริ่มปวดเสียว ๆ เข่าช่วงบนครับ แรก ๆ เป็นไม่มากหลัง ๆมาเป็นมากขึ้นครับ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรอ่ะครับ หรือเป็นเพราะว่าผมอยุดปั่นมาประมาน 6 ปี แล้วพอมาเริ่มปั่นใหม่แล้วจะเกิดอาการแบบนี้ขึ้นเป็นปกติหรือไม่ปกติครับ รบกวนพี่ ๆ ในบอร์ดช่วยแนะนำทีครับทำยังไงถึงจะหาย เริ่มท้อแล้วครับเหมือนกับอยากจะขายจักรยานไปเลยครับ แต่ใจยังอยากปั่นมากครับ ขอบคุณครับ



ผมมือใหม่หัดขี่จักรยานเหมือนกันครับ เท่าที่ผมศึกษามาในเวปนี้ ก็คงอาจจะเป็นเพราะว่า ตั้งระยะเบาะสูงต่ำ ผิดครับ ต้องปรับครับ ส่วนว่าจะสูงหรือต่ำไป
รอท่านผู้รู้ (กูรู) มาช่วยแนะนำก็แล้วกันครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]  หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » เทคนิคการซ้อม/อุปกรณ์ » เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ton11kop และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน

ตัวอย่างพิมพ์ | | <<หัวข้อก่อนหน้า | หัวข้อถัดไป>> 

ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  

Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com
[ Time : 0.161s | 15 Queries | GZIP : On | Load : 2.13 ]



เวบไซค์นี้บริหารและดูแลโดย บริษัท ไทยเอ็มทีบี จำกัด / ติดต่ออีเมล webmaster แอด thaimtb . com