ThaiMTB.com

วันเวลาปัจจุบัน 02 ส.ค. 2014, 15:36

* เข้าสู่ระบบ    * สมัครสมาชิก * FAQ




กลับไปยังกระทู้  [ 700 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16 ... 47  ต่อไป หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » เทคนิคการซ้อม/อุปกรณ์ » เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร
เจ้าของ ข้อความ
  27 มิ.ย. 2011, 00:33 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
ขอตอบพี่เสือแมว เกี่ยวกับการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดการเมื่อยล้า การปวดของกล้ามเนื้อหลังจากการปั่นและออกทริปยาว หรืออาจใช้ระหว่างทริปเพื่อให้การปั่นในวันต่อมาไม่ล้ามากเกินไป
อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบบ่อยมากซึ่ง สาเหตุส่วนใหญ่ได้แก่
- ออกกำลังกายหักโหมเกินไป ปั่นทริปยาวๆ หลายๆวัน
- อยู่ในท่าที่เสียสมดุลของกล้ามเนื้อ นั่งก้มอยู่บนหลังอาน การหดเข่า ยืดเข่าตลอดการปั่น การเกร็งกล้ามเนื้อหลัง คอ ท่อนแขน
- ออกแรงลาก เข็น ดัน จักรยานด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม(เพราะมันหนักมาก) กรณีปั่นขึ้นเขาแล้วหมดแรง :D :D :D
- เกิดความเครียดเกินไป ภายใต้ภาวะเครียดฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน(มีฤทธิ์คลายเครียด แก้ปวด) ลดน้อยลง ทำให้เกิดการเจ็บปวดให้ง่ายขึ้น แต่ถ้าทริปที่ปั่นสนุก เอ็นโดรฟินหลั่งมากก็จะทำให้สบาย มีความสุข การเมื่อยล้าจะลดลงอย่างอัศจรรย์ใจ
โดยปกติอาการปวดเมื่อยมักหายได้เองครับเมื่อได้รับการพักผ่อนที่พอเพียง เมื่อกล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย สิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีขึ้นคือ การยืดกล้ามเนื้อ การนวด การประคบร้อน การอาบน้ำอุ่น และสุดท้ายการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ ข้อปฏิบัติ 4 อย่างแรกที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ต้องซื้อหาดำเนินการได้เอง โดยเฉพาะการยืดกล้ามเนื้อและการปั่นแบบเบาๆก่อนจบทริประหว่างวัน ส่วนยาคลายกล้ามเนื้อต้องซื้อจากร้านยา ที่ถูกควรต้องได้รับคำแนะนำการใช้จากแพทย์หรือเภสัชกร

1. เมโทคาร์บามอล(METHOCARRAMOL)
ชื่อการค้า เช่น โรแบกซิน (ROBAXIN), มัยโอเมทอล (MYOMETHOU, รีแลกซอน (REZLAXON) เป็นต้น
สรรพคุณ : ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
ผลข้างเคียง : ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการตาพร่ามัว, เห็นภาพซ้อน, มึนงง, ง่วงนอน, รู้สึกคล้ายศีรษะลอยและปวดหัว
อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลง เมื่อร่างกายปรับตัวได้
ผลข้างเคียงที่พบน้อยคือ ทำให้มีไข้, คลื่นไส้
ผลข้างเคียงที่รุนแรงคือ ผื่นที่ผิวหนังและเยื่อบุจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ดังนั้น ถ้ามีอาการคัน, ผื่นขึ้น, คัดจมูก หรือจุดเลือดออกในตาระหว่างที่กินยานี้ ให้หยุดยาทันที และรีบไปพบแพทย์
ข้อควรระวัง : ถ้าเป็นโรคไตหรือโรคลมชักอยู่ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพราะการฉีดยาเมโทคาร์บามอล ทำให้โรคไตและโรคลมชักทรุดลง ถ้ากำลังกินยากันชัก, ยาแก้ปวด, ยานอนหลับ, ยาแก้ซึมเศร้า, ยาคลายกังวล (ยากล่อมประสาท) ต้องบอกให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
อย่าดื่มสุรา, เบียร์ หรือสิ่งมึนเมาทุกชนิดในระหว่างกินยาชนิดนี้ ถ้ากำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมลูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่ควรใช้ยานี้
ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ :
ครั้งละ 1.5-2 กรัม (3-4 เม็ด) วันละ 4 ครั้งใน 3 วันแรก แล้วลดลงเหลือครั้งละ 1 กรัม (2 เม็ด) วันละ 4 ครั้ง ราคา ขนาดเม็ด 500 มิลลิกรัม

2. ไดอะซีแพม(DLAZEPAM)
เป็นยาคลายกังวลและมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อด้วย จึงนำมาใช้เพื่อแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ในทางปฏิบัติ อาการเกร็งกล้ามเนื้อ มักทำให้เกิดอาการปวดร่วมด้วยเสมอ จึงจำเป็นต้องให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย ยาแก้ปวดที่ใช้ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ อาจเป็นพาราเซตามอล หรือแอสไพรินก็ได้
วิธีบีบนวด, ประคบร้อน, ทำสมาธิ และอาบน้ำอุ่น ล้วนช่วยเสริมฤทธิ์การรักษาของยา สามารถใช้แทนยาได้ และช่วยให้สามารถลดขนาดยาให้น้อยลง

3. นอร์จีสิค(Norgesic)
คือยาที่เป็นส่วนผสมของพาราเซตตามอล และ ออร์ฟรีนาร์ดีน
ตัวยาพาราเซตตามอลจะไม่กัดกระเพาะ แต่ส่วนของ orphenadrine มีอาการข้างเคียง คือ มึนงงและง่วงนอน
ผลข้างเคียง ก็จะมีอาการ ผื่นขึ้น คัน หรือลมพิษ ใบหน้า ริมฝีปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก มีไข้ เจ็บคอ สับสน ประสาทหลอน การมองเห็นเปลี่ยนไป ใจสั่น (palpitation) หรือชีพจรเต้นเร็ว มีเลือดออกหรือฟกช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ บริเวณตาขาวหรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เหนื่อยหรืออ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ หน้ามืด เป็นลม หมดสติ อาเจียน

4. ไดโคฟีแนค(Diclofenac) เป็นยาประเภท เอ็นเซด (NSAID) มีฤทธิ์ลด การอักเสบ ในโรค ข้ออักเสบ (arthritis) หรือ การบาดเจ็บ ชนิดเฉียบพลัน และสามารถใช้ลดอาการปวด ประจำเดือน
ชื่อทางการค้าดังนี้
โวลทาเรน® (Voltaren) โวลทารอล® (Voltarol) คาทาแฟลม® (Cataflam)
ส่วนประกอบหลัก
ชนิดป้องกันการถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะ (25 and 50 มก),
สูตรกระจายตัวเร็ว (50 มก),
สูตรควบคุมการปล่อยตัวยาช้าๆ (75, 100 or 150 มก),
ยาเหน็บ (50 and 100 มก),
ยาฉีด (50 and 75 มก)

5. ไอบูโปรเฟน(Ibuprofen) เป็นยาบรรเทาอาการปวดประเภทเอ็นเซด(nonsteroidal anti-inflammatory drug-NSAID)
ชื่อการค้ามีมากมาย เช่นแอกต์-3 (Act-3) แอดวิล (Advil) บรูเฟน (Brufen) โมตริน (Motrin) นูปริน (Nuprin) นูโรเฟน (Nurofen) อันนี้ลักลอบขายในไทยแบบผิดกฏหมาย
ไอบูโปรเฟนใช้รักษาข้ออักเสบ (arthritis) อาการปวดระดู (dysmenorrhoea) เป็นไข้ (fever) ยาบรรเทาปวด (analgesic) และ การอักเสบ ไอบูโปรเฟนเป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาของ กลุ่มบริษัทบูตส์
ข้อบ่งใช้ไอบูโปรเฟนใช้รักษาโรคได้ดังตอไปนี้: รูมาตอยด์ อาร์ทริติส (rheumatoid arthritis) ออสทีโออาร์ทริติส (osteoarthritis) รูมาตอยด์ อาร์ทริติส ในเด็ก (juvenile rheumatoid arthritis) อาการปวดระดู (primary dysmenorrhoea) ไข้ (fever) รักษาอาการปวดและอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง บรรเทาอาการ ปวดหัว โดยเฉพาะ ไมเกรน (migraine)
กลไกการออกฤทธ์ไอบูโปรเฟนเป็นเอ็นเซดที่เชื่อกันว่ามันมีฤทธ์ยับยั้งเอ็นไซม์ไซโคลออกซีจีเนส (COX) เป็นผลให้เกิดการยับยั้งการสังเคราะห์โพรสตาแกลนดิน (prostaglandin)
ผลข้างเคียงพบว่าไอบูโปรเฟนที่ขนาดการใช้ต่ำๆ มีผลข้างเคียงต่อทางเดินอาหาร (gastrointestinal) น้อยมาก ในตำรับที่เป็นOTC (over-the-counter) จะระบุว่าปริมาณการใช้สูงสุดไม่ควรเกินวันละ 1.2 กรัม

จะเห็นว่าตัวยาสำหรับคลายกล้ามเนื้อนั้นมีผลข้างเคียงแอบแฝงมาทุกตัว(จะผลมากผลน้อยอยู่ที่ผู้ใช้) ผมเลยไม่รู้จะแนะนำยาแบบไหนที่จะให้พี่เสือแมวติดตัวไประหว่างทริปจริงๆครับ เพราะอาการแพ้ยา และผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในแต่ละคนไม่เท่ากัน(โดยส่วนใหญ่ นอร์จีสิกจะเป็นที่นิยมมากที่สุดเพราะมีส่วนผสมของยาคลายกล้ามเนื้อน้อยที่สุด แต่ก็ทำให้เกิดอาการดื้อยามากที่สุดด้วยเช่นกันปกติใครทานยาตัวนี้ต้องมีอาการง่วงนอน มึนงง แต่พอกินบ่อยครั้งเข้าจะเห็นว่าไม่มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นเลย) การทนทานต่อยาเป็นส่วนสำคัญครับ ของผมจะใช้ยาพาราเซตตามอลของไทลีนอลเป็นหลัก ถ้าไม่ไหวจริงๆ และเน้นการทานอาหารที่ถูกต้อง การยืดก่อนและหลังปั่น การวอร์มอัพและคูลดาวน์ในช่วงการเริ่มทริปและก่อนจบทริป ที่สำคัญมากที่สุดของผมคือ เลือกทริปการเดินทางที่ความสามารถของตัวเองไปถึงครับ :D :D :D ผมเป็นหมอที่ไม่แนะนำให้ลูกค้าใช้ยา แนะนำให้ใช้แพทย์ทางเลือกมากกว่าครับ ไม่รู้ว่าคำตอบจะตรงกับที่พี่เสือแมวถามหรือเปล่านะครับ ต้องขอโทษจริงๆที่แนะนำไม่ได้แต่ให้ข้อมูลไว้ตัดสินใจดีกว่าครับ :) :)
(ข้อมูลในเรื่องของยาบางส่วน ขอขอบคุณหนังสือหมอชาวบ้าน และ WIKI PEDIA ครับ)

_________________
Believe?


  27 มิ.ย. 2011, 10:39 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 172
Tel: 0896402070
team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
Bike: merida , m5

สถิติออนไลน์: 12d 17h 14m 13s
ขอบคุณ คุณไก่มากครับ ผมตัดสินใจแล้วไม่พกยาดีกว่า เพราะ 3 ปีที่ปั่นจักรยาน โรคประจำตัวต่างๆ ก็หายหมด เป็นหวัดอย่างมากก็ 2 วัน ปั่นจักรยานให้เหงื่อออกมากๆ กลับมากินอาหารที่มีประโยชน์มากๆ หลับพักผ่อนยาวๆ เช้ามาก็หายแล้ว 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยกินยาใดๆ เลยครับ


  27 มิ.ย. 2011, 19:52 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 9128
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

สถิติออนไลน์: 67d 18h 10m 55s
แล้วฝึกขมิบก้นล่ะครับ เอาไว้ทำอะไร ;)

_________________
ขวด

Freedom Of Speech



  27 มิ.ย. 2011, 23:44 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
แนะนำว่า ถ้าออกทริปยาวๆโดยเฉพาะพี่ๆที่ชอบแบบทัวร์ริ่งน่าจะติด นอร์จีสิคและไดโคฟีแนคไว้บ้างก็ดีครับ ยาแก้อักเสบ พารา นี่เป็นยาสามัญติดกับชุดยาสำหรับเดินทางไกลอยู่แล้ว
ส่วนที่พี่Dhandranundaถามมาเรื่องการขมิบก้น อยากถามเพิ่มเติมว่า ขมิบตอนไหนครับ จะได้ตอบได้ถูก ขอรายละเอียดเพิ่มเติมหน่อยนะครับ :D :D :D

_________________
Believe?


  28 มิ.ย. 2011, 05:58 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 9128
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

สถิติออนไลน์: 67d 18h 10m 55s
เคยฟังแว่บๆ ว่าหมอแนะนำให้ฝึกขมิบก้นเหมือนเวลาปัสสาวะเสร็จให้ได้วันละ 100 ครั้ง (อูย คงเมื่อยตูดแย่) ให้ทำได้ทุกโอกาส นั่งทำงาน ยืนรอรถเมล์ เมื่อใดที่นึกได้ เค้าว่าดีมีประโยชน์ ??!!

_________________
ขวด

Freedom Of Speech



  28 มิ.ย. 2011, 15:47 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
เข้าใจความหมายที่ถามมาแล้วครับ เดียวช่วงคำ่ผมมาตอบให้นะครับ ตรงส่วนที่เราขมิบก้นเวลาเข้าห้องน้ำทั้งหนักและเบาเป็นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่สำคัญมากต่อการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อก้น และส่วนของอวัยวะเพศทั้งของผู้หญิงและผู้ชายครับ เป็นประโยชน์มากต่อการขี่จักรยานจริงๆ เราเรียกมันว่า piriformis(พิริฟอมิส) ครับ

_________________
Believe?


  28 มิ.ย. 2011, 23:04 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
กล้ามเนื้อที่ใช้ในการฝึกการขมิบก้น หรือขมิบ/เกร็งกล้ามเนื้ออวัยวะเพศทั้งของผู้ชายและผู้หญิง จะมีอยู่สองส่วนใหญ่คือ
1. Piriformis หรือ พิริฟอมิส กล้ามเนื้อมัดนี้จะมีหน้าที่สำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อหน้าท้อง การหมุนของช่วงกลางลำตัว และการหดของขาเมื่อสะโพกหดตัว นึกถึงการปั่นจักรยานในช่วงที่ยกเข่าครับ สะโพกของเราจะหด เข่าจะตั้งชันขึ้นมาจะเกิดการหดของกล้ามเนื้อต้นขามัดด้านใน หรือตรงขาอ่อนด้านในนั่นเอง ส่วนนี้ถ้าไม่มีการออกกำลังจะเป็นส่วนที่นิ่มๆ เสียดสีกับหว่างขาแล้วจะแสบๆครับ การฝึกขมิบจะทำให้พิริฟอมิสทำงาน เกิดการหดตัว เกร็งตัว และปล่อยตัว เป้นส่วนที่เกิดการตึงตัวได้ง่ายและอ่อนแอง่ายมากๆ

2. Pelvic floor หรือ เพลวิค ฟลอร์ เป็นแหล่งกำเนิดพลังให้กับร่างกายของเรา เรียกว่า Power house

_________________
Believe?


  29 มิ.ย. 2011, 12:32 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 365
Tel: -
team: ไทรโยค
Bike: gt

สถิติออนไลน์: 9d 3h 47m 27s
2. Pelvic floor หรือ เพลวิค ฟลอร์ เป็นแหล่งกำเนิดพลังให้กับร่างกายของเรา เรียกว่า Power house
:D :D :? :?: คุณไก่ช่วยขยายความ Pelvic floor ให้อีกหน่อย แบบว่าสนใจหรือขี้สงสัยก็ใช่ :lol: :lol: :lol: ........ :idea: :idea:


  29 มิ.ย. 2011, 22:57 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
สุดสัปดาห์นี้ผมต้องไปธุระที่เชียงใหม่ คงไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คไปด้วยนะครับ เดียววันจันทร์ขอกลับมาตอบคำถามที่ติดค้างไว้ 2 ข้อ คือ
พี่ s_prom ถามมาให้ช่วย ขยายความว่าPelvic Floor คืออะไรนะครับ แล้วทำไมถึงเรียกว่า Power House และการนวดด้วยเท้า ที่หมอบอกว่าอันตรายตกลงมันเป็นอย่างไรกันแน่ครับ
พี่ๆเพื่อนๆท่านใด มีคำถามๆไว้ได้เลยนะครับ เดียวกลับมาจะรีบตอบให้ทันทีครับ

_________________
Believe?


  30 มิ.ย. 2011, 20:30 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 322
Tel: 085-925-58-58
team: เสือนำร่อง inter speed
Bike: *Time VXRS Ulteam* ++ trek 8500

สถิติออนไลน์: 57d 4h 12m
:idea: :idea: :idea:ก่อนหน้านี้ผมยกของผิดท่าทำให้เจ็บหลังมา 2อาทิตย์จนออกปั่นไม่ได้ ผมได้พบกระทู้นี้เมื่อ 1เดือนที่แล้วได้ติดตามและทำตามมาตลอด ตอนนี้หาย 90%แล้วครับโดยไม่ได้ใช้ยาปฏิชีวนะใดๆ ออกปั่นได้แล้วครับขอบคุณ คุณหมอไก่มากครับบบบบบ :D :D :D :D :idea: :idea: :idea: :idea:

_________________
++...อยู่ที่ขาและปอด++

http://www.competitivecyclist.com/za/CC ... ATOR_INTRO


  02 ก.ค. 2011, 08:07 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
ขอบคุณ พี่กระบี่ไร้น้ำตามากครับอุตส่าห์เข้ามาบอกผลลัพธ์ที่ได้ฝึกไป ผมดีใจมากเลยครับที่ได้เอาความรู้ที่เรียนมา มาแบ่งปันกับพี่ๆเพื่อนๆที่รักการปั่นจักรยานด้วยกัน พี่ๆเพื่อนๆท่านใดลองนำไปใช้แล้วดีขึ้นอย่างไร หรือติดปัญหาตรงไหน เล่าหรือถามเพิ่มเติมมาได้เลยนะครับ การทานยาและหาหมอที่โรงพยาบาลเป็นการแก้ไขเบื้องต้น ถ้ายากหายเราต้องทำเองครับ ร่างกายของเราฟังเค้าบ้าง ถ้าไม่เป็นอะไร ร่างกายของเราจะไม่ฟ้องออกมานะครับ ถ้าฟ้องออกมา แสดงว่าเกิดเรื่องแว้วววว 555 ผมยังอยู่เชียงใหม่แต่ก็ใช้ไอโฟนเข้ามาอัพเดตตลอดครับ ขอให้พี่กระบี่ไร้น้ำตาหายเร็วๆนะครับ

_________________
Believe?


  03 ก.ค. 2011, 20:03 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 3703
team: JOY & JAM
Bike: MERIDA TFS300D GT สีแดง

สถิติออนไลน์: 89d 23h 49m 7s
เข้ามาอ่านเรื่อยๆครับ
ตอนนี้ปั่นจักรยานทุกวัน ใกล้้บ้าง ไกลบ้าง
เร็วบ้า ช้าบ้าง ก็มีอาการเพิ่มมาอีกนิดนึงชาที่ปลายนิ้วมือเสียอย่างนั้น ตอนพิมพ์อยู่ก็ชา หยุดปั่นมา 1 ชม.แล้ว
อันนี้เกี่ยวกับขาดวิตามินหรือเปล่าครับ

:D :D :D :D :D

_________________
รูปรายงานทริปแทร็ค แบบ PoP pOp กับ จอย แอนด์ แจม

ขี่จักรยานไปก่อนนะตัวเธอ.......


  04 ก.ค. 2011, 09:34 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
สวัสดีครับคุณ ospop จากอาการมือชาที่ถามมา อยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้นะครับ อาการมือชาอยากให้สังเกตุอาการแบบนี้นะครับ
1. ก่อนปั่นจักรยาน ระหว่างการทำงานตามปกติ ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติมีอาการมือชาหรือไม่ครับ
2. พอปั่นจักรยาน ปั่นนานขนาดไหนมือจึงชา ชาที่ฝ่ามือหรือปลายนิ้วหรือทั้งมือครับ เพราะการปั่นจักรยานมีปัจจัยมากมายที่ทำให้นิ้วมือชา เช่น การปรับที่นั่ง หลักอาน องศาเบาะ กริปของที่จับแบบแข็งเกินไปหรือนิ่มเกินไป ถุงมือที่ใช้หนาไป บางไป เวลาปั่นได้เปลี่ยนอิริยาบถบ้างไหม การปั่นจักรยานเป็นกีฬาทีทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายมากๆกีฬาหนึ่งนะครับ
3. หลังการปั่นค่อยปลายนิ้วชา หรือ เป็นการชาตั้งแต่ปั่นแต่มีอาการยาวมาจนหลังปั่นครับ
ลองสังเกตตามอาการแล้วบอกผมหน่อยนะครับ จะได้วินิจฉัยได้ถูก
การชาปลายน้ิว นั้นหลักๆเกิดจาก 1. การขาดวิตามินในกลุ่มของ vitamin b 2. การกดทับฝ่ามือนานจนเกินไปทำให้การไหลเวียนเลือดลดลงจนทำให้การขจัดของเสียลดลง 3. ข้อมือและฝ่ามือไม่แข็งแรง และมีเส้นเลือดลีบเล็ก(เป็นลักษณะแล้วแต่คนนะครับ ข้อมือใหญ่ ข้อมือเล็ก ผมเป็นคนข้อมือเล็ก มือเล็กอูม เวลาปั่นจักรยานจะชาบ่อยมาก) คุณospop ลองสังเกตดูนะครั

_________________
Believe?


  04 ก.ค. 2011, 10:34 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 441
Tel: 08-3090-2004
team: No Team
Bike: Trek 4400

สถิติออนไลน์: 14d 19h 48m 15s
วันนี้(4/7/54)ผมอ่านไทยรัฐหน้า 4 สกู๊ปบทความเกี่ยวกับ การทานยารักษากลุ่มอาการข้อเสื่อม ซึ่งเป็นตัวยากลุ่ม Glucosamine(กลูโคซามีน) chondroitin(คอนดรอยติค) เพื่อรักษาอาการข้อเสื่อมต่าง ทั้งในมุมของ บรรเทาอากาวปวด ชะลอการผุของกระดูกและข้อ เวลาไปหาหมอๆจะจ่ายยาชนิดนี้มาเพื่อบรรเทาและแก้อาการโรคข้อเสื่อม ความจริงนั้นบรรเทาได้บ้าง กินเวลานานเป็นเดือนกว่าจะเห็นผลและไม่มีผลต่อการสร้างเสริมต่อโครงสร้างของข้อ ผมคิดว่าเพื่อนนักปั่นน่าจะทานยาหรืออาหารเสริมในกลุ่มกลูโคซามีนกันเยอะเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อ แต่จริงๆแล้วการทานยาหรืออาหารเสริมในกลุ่มนี้นั้นมีผลต่อการรักษาได้น้อยมากๆ อาจได้ผลบ้างแต่มีผลเพียงเล็กน้อย และต้องใช้ระยะเวลาในการทานนานมากๆ ในปัจจุบันตลาดของกลุ่ม กลูโคซามีนอยู่ที่ 2,000ล้านบาทเลยนะครับ เยอะมากจนน่าตกใจ(เป็นเพราะมันเอามาโฆษณาได้ง่าย ทำตลาดง่ายและเล่นกับการเสื่อมของกระดูกและข้อตามอายุของคนเราที่เพิ่มขึ้น) ผมขอเสนอให้พี่ๆเน้นการทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงหรืออาจทานอาหารเสริมหรือแร่ธาตุเสริมในกลุ่มแคลเซียมจะได้ประโยชน์มากกว่านะครับ เน้นเพิ่มกล้ามเนื้อรอบข้อต่อนั้นๆเพื่อไม่ให้ข้อต่อทำงานหนักและรับภาระมากเกินไป ยิ่งพี่ๆที่ปั่นนานๆออกทริปบ่อยๆ เน้นการวอร์มอัพ คูลดาวน์ ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลัง 10-15 นาที เราปั่นจักรยานเรื่อง วิตามินดีที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถใช้แคลเซียมได้นั้นไม่น่ามีปัญหาเพราะเราโดนแดดกันอยู่แล้ว(แต่ถ้าคลุมตัวเป็นไอ้โม่งอันนี้ก็ไม่เกี่ยวนะครับ) ก่อนจะซื้ออาหารเสริมแบบไหนอยากให้ลองศึกษาก่อนนะครับจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของบริษัทขายยาหรืออาหารเสริมพวกนี้ ยังไงสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาก็ไม่ดีกว่าสารในธรรมชาติแน่นอน ถ้าเราหาได้อยากให้เลือกกินอาหารที่ดีและมีคุณภาพจะดีกว่านะครับ

_________________
Believe?


  04 ก.ค. 2011, 15:52 
      ข้อมูลส่วนตัว  
ภาพประจำตัวสมาชิก

โพสต์: 3703
team: JOY & JAM
Bike: MERIDA TFS300D GT สีแดง

สถิติออนไลน์: 89d 23h 49m 7s
openroad เขียน:
สวัสดีครับคุณ ospop จากอาการมือชาที่ถามมา อยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้นะครับ อาการมือชาอยากให้สังเกตุอาการแบบนี้นะครับ
1. ก่อนปั่นจักรยาน ระหว่างการทำงานตามปกติ ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติมีอาการมือชาหรือไม่ครับ
2. พอปั่นจักรยาน ปั่นนานขนาดไหนมือจึงชา ชาที่ฝ่ามือหรือปลายนิ้วหรือทั้งมือครับ เพราะการปั่นจักรยานมีปัจจัยมากมายที่ทำให้นิ้วมือชา เช่น การปรับที่นั่ง หลักอาน องศาเบาะ กริปของที่จับแบบแข็งเกินไปหรือนิ่มเกินไป ถุงมือที่ใช้หนาไป บางไป เวลาปั่นได้เปลี่ยนอิริยาบถบ้างไหม การปั่นจักรยานเป็นกีฬาทีทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายมากๆกีฬาหนึ่งนะครับ
3. หลังการปั่นค่อยปลายนิ้วชา หรือ เป็นการชาตั้งแต่ปั่นแต่มีอาการยาวมาจนหลังปั่นครับ
ลองสังเกตตามอาการแล้วบอกผมหน่อยนะครับ จะได้วินิจฉัยได้ถูก
การชาปลายน้ิว นั้นหลักๆเกิดจาก 1. การขาดวิตามินในกลุ่มของ vitamin b 2. การกดทับฝ่ามือนานจนเกินไปทำให้การไหลเวียนเลือดลดลงจนทำให้การขจัดของเสียลดลง 3. ข้อมือและฝ่ามือไม่แข็งแรง และมีเส้นเลือดลีบเล็ก(เป็นลักษณะแล้วแต่คนนะครับ ข้อมือใหญ่ ข้อมือเล็ก ผมเป็นคนข้อมือเล็ก มือเล็กอูม เวลาปั่นจักรยานจะชาบ่อยมาก) คุณospop ลองสังเกตดูนะครั


ตอบตามข้อนะครับ
1.เวลาที่ไม่ได้ปั่น หรือทำกิจกรรมปกติ ไม่มีอาการชาครับ
2.ประมาณ 30 นาทีขึ้นไปครับ ชาที่ปลายนิ้วนางมือขวาครับ นิ้วอื่นไม่ค่อยเป็น ถุงมือไม่ได้ใส่ครับ กริปที่จับเป็นของที่ติดมากับรถ เวลาปั่นผมชอบปล่อยมือทิ้ง 1 ข้าง จับแฮนด์ 1 ข้าง เพื่อให้ไม่เมื่อยครับ
ถ้าปั้นผม มือจะจับแฮนด์แบบไม่เต็มมือ ชอบเอามือดันแฮนด์มากกว่า ระหว่างอุ้งมือ หรือขยับมือมาจับบนตรงเกียร์ทั้ง 2 มือครับ
ไม่เคยกำแฮนด์แน่นสักครั้งครับ ปล่อยสบายๆ
3.มีอาการระหว่างปั่นเลยครับ รู้สึกได้เลย (เมื่อวานตอนพิมพ์ มีชามาที่ต้นขาขวาเล็กน้อย เลยเปลี่ยนท่านั่งก็บรรเทาลงครับ)

ปล.ตอนเรียน ป.ตรี แขนมีอาการชาไปทั้งแขนเลยครับ เป็นอยู่หลายวันเอาน้ำร้อนประคบ เอามือตียังไม่จ็บเลย
เข้าใจว่าเกิดจากอาหารหรือเปล่าไม่แน่ใจ คะน้าหมูกรอบ กระพราะหมูกรอบทุกวัน (แม่ค้าใส่ผงชูรสเยอะไม่แน่ใจว่ามีผลหรือไม่ครับ)
ก็เลยไปหาวิตามินมาทาน ก็ค่อยบรรเทาขึ้นหน่อย
ผมคิดว่าตัวเองไม่ค่อยขาดสารอาหารนะ ผมกินนม เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ตลอด เยอะไปด้วยซ้ำครับ
ขอบคุณครับ
:D :D :D :D :D

_________________
รูปรายงานทริปแทร็ค แบบ PoP pOp กับ จอย แอนด์ แจม

ขี่จักรยานไปก่อนนะตัวเธอ.......


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 700 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16 ... 47  ต่อไป หน้าเว็บบอร์ด » กระดานหลัก » เทคนิคการซ้อม/อุปกรณ์ » เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: blacksheep และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน

ตัวอย่างพิมพ์ | | <<หัวข้อก่อนหน้า | หัวข้อถัดไป>> 

ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  

Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com
[ Time : 0.151s | 15 Queries | GZIP : On | Load : 2.42 ]



เวบไซค์นี้บริหารและดูแลโดย บริษัท ไทยเอ็มทีบี จำกัด / ติดต่ออีเมล webmaster แอด thaimtb . com