บันทึกเสือมือใหม่ 500 ก.ม. แรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - ถึงเวลาเปลี่ยนเฟืองหน้าจาก 2 ใบ เป็น 3 ใบ

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย breeze » 17 เม.ย. 2011, 09:24

เดี๋ยวกระทู้จะเข้าทะเล

เป้าหมายกระทู้นี้ไม่ใช่เรื่องลดน้ำหนักนะครับ *** ลดน้ำหนักเป้าหมายผม **** 555


แต่เป้าหมายกระทู้นี้อยากให้เพื่อนๆ ทั้งเสือเก่า เสือใหม่ มาแชร์ประสบการณ์ช่วงแรกของการปั่น ซึ่งผมเชื่อว่าแต่ละท่านต้่องเจออะไรดีๆ แน่นอน

อย่างน้อย เพื่อให้คนที่คิดจะปั่น ได้อ่านไว้เตรียมรับประสบการณ์ หรือเตรียมตัวให้พร้อม ก้าวข้ามผ่านประสบการณ์แรกให้ได้

บางคนกว่าจะผ่าน 500 กิโลเมตรแรก อาจใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน แต่บางคนอาจหลายเดือน ดังนั้นประสบการณ์ที่ได้จึงต่างกัน แต่ละคนก็ปั่นบนถนน บนเส้นทางที่ต่างกัน ประสบการณ์ย่อมต่างกัน

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย a lone wolf » 17 เม.ย. 2011, 10:37

:)
ขอบคุณนะครับที่มาแชร์บันทึก แชร์ประสบการณ์
ผมกับคุณ breeze น่าจะเริ่มขี่ใกล้เคียงกัน ผมเริ่มเมื่อหลังปีใหม่ 2554 ครับ
นับตอนนี้ก็เข้าสามเดือนครึ่งแล้ว
ที่ขี่หลังปีใหม่ก็ไม่ใช่นิวเยียร์เรโซลูชั่นอะไรดอกครับ เวลามันบังเอิญมาพ้องกันเท่านั้น
ตอนต้นเดือนธันวาคม ปี 2553 ช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ผมได้มีโอกาสไปหลวงพระบางมา
ผมนั่งรถยนต์เช่าเหมาจากเวียงจันทน์ขึ้นไปและกลับลงมา
ตลอดทางบนภูเขาอันแสนชันนั้น ผมเห็นนักขี่จักรยานเป็นระยะๆ ทั้งฝรั่ง ทั้งชาวไทย
ผมชื่นชมมากครับ ว่าพวกเขาแข็งแรงมาก
ภูเขาในลาวเหนือที่ทำให้เส้นทางเชียงใหม่ปายเป็นอนุบาลหมีน้อยไปเลยในเชิงเปรียบเทียบ...พวกเขาขี่กันหน้าตาเฉย
ผมนึกไว้ในใจว่า "วันหนึ่งจะลองขี่บ้าง แต่หลวงพระบางคงไม่ไหว เอาจากกรุงเทพขึ้นเชียงใหม่แล้วขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพนี่แหละ"
ก่อนวันหยุดยาวปีใหม่ผมก็เลยไปซื้อจักรยานครับ
การซื้อนั้นง่ายมาก เพราะเป้าหมายนั้นชัดเจน...ไม่หมอบ ไม่ภูเขา...ทัวร์ริ่งเท่านั้น
มีรุ่นน้องที่ออฟฟิศเขาเล่นจักรยานอยู่ เขาบอก "พี่เข้า thaimtb นะพี่" ผมก็มาคลิกๆดู อ้าว..ไม่มีห้องทัวร์ริ่งแฮะ :lol:
คลิกอยู่วันสองวัน ก็บอกน้องเขาว่าพี่อยากได้ทัวร์ริ่ง ที่ไหนเขาขายบ้าง ไอ้น้องบอก "วันก่อนผมเห็นในกระทู้เขาบอก TCA มีลดราคาอยู่สองคัน"
ผมหาเบอร์แล้วโทรถามว่าร้านอยู่ไหน แล้วก็ขับรถไปดูครับ
ช่างเป็นการซื้อที่ตัดสินใจง่ายมาก คันหนึ่งลดแล้วเหลือสองหมื่นเก้า อีกคันลดแล้วเหลือสามหมื่นสี่
...ผมก็เอาคันสองหมื่นเก้าสิครับ ขนาดไม่ได้วัดล่ะครับ เขามีเหลือในสต๊อกสองไซส์ น้องคนขายบอกตัวโชว์มันเล็กไปสำหรับพี่ พี่เอาอีกตัวเนาะ ผมก็เอา ก็เท่านั้นเอง
ยี่ห้อ Kona เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อ เพราะจักรยานเนี่ยผมรู้จักอยู่สองสามยี่ห้อเท่านั้นคือเฟสสัน และ แอลเอ ไบสิเกิล บวกกับที่เคยอ่านเรื่องจักรยานเก่าติดหูคือ ราเลย์
เอามาก็ขี่ไม่ได้ครับ ราคาสองหมื่นเก้าแต่ไม่มีลูกบันไดให้...ขอแถมก็ไม่ให้ แถมให้แต่กระติกน้ำบวกแรกก์
คราวนี้ก็นั่งเสิรชเวปอีกล่ะครับว่าจะไปซื้อลูกบันไดที่ไหน รวมทั้งหมวกกันน๊อกด้วย ที่ร้าน TCA มีราคา 4500 บาท ผมว่ามันแพงไปหน่อย
มาเจอร้านนครไทยนี่แหละครับ อ้อพนักงานขายของ TCA เขาก็บอกก่อนแยกจากกันด้วยว่าพี่ไปนครไทยก็ได้
Kona ที่ถอดล้อหน้าใส่รถเก๋งมาก็ไม่ต้องยกลงมาครับ วันรุ่งขึ้นขับต่อไปนครไทยเลย
ขับจอดตรงเวิ้งทางเท้าหน้าร้าน
บอกเฮียผมจะมาติดลูกบันได แล้วผมควรมีอะไรอีกเฮียบอกด้วย
ลูกบันได หมวกกันน๊อก สูบหลัก สูบพกพา อุปกรณ์ขันน๊อตพกพา ชุดปะยาง ยางในสำรอง ขาตั้งจักรยาน ไฟหน้าแคทอายส์ ไฟหลังกระพริบแคทอายส์บวกแรกก์ กระดิ่ง อ้อมีไมล์แคทอายส์ด้วย อันนี้ตอนแรกผมจะไม่เอา บอกเฮียว่าผมก็ขี่ไปเรื่อยๆแร๊ะไม่เห็นจำเป็น เฮียบอกเอาไปเห๊อะอย่าขี้เหนียว เราขี่เราก็มักอยากรู้วาเราขี่ไปกี่กิโลแล้ว เชื่อเฮียเชื่อเฮีย...อืมม์เฮียแกพูดถูกครับ
อันสุดท้ายกางเกงจักรยานครับ ผมบอกเฮียผมไม่ชอบแบบรัดหำนะ มันเร้าใจไปหน่อย เฮียเลยจัดแบบมีกางเกงทับด้านนอกให้ดูเหมือนกางเกงชายหาดน่ะครับ
อุปกรณ์เสริมเนี่ยก็เล่นอีกหลายพันเหมือนกันนะครับ เฮียยังเชียร์ว่าให้เปลี่ยนสเตมคอด้วย อันนี้มันต่ำไปเดี๋ยวจะปวดหลัง ผมมองหน้าเฮียแล้วบอกว่า เฮีย ซื้อมาเนี่ยยังไม่ได้ขี่เลยสักฉึก ขอเอาไปใช้ก่อนเหอะ ปวดแล้วจะมาเปลี่ยนนะเฮียนะ ;)

ได้อุปกรณ์มาก็ขี่เล่นอยู่แถวบ้านแหละครับ ขี่ไปแถวในซอย ไปสวนหลวงร.9 เพื่อหาความคุ้นเคย
ผมขี่จักรยานหลังสุดเนี่ยตอนมอต้นมั๊งครับ
ตอนอยู่ประถมเนี่ยชอบขี่จักรยานไปตะลอนๆแถวบ้าน ไม่ได้เป็นแบบบีเอ็มเอกซ์นะครับ เป็นแบบจักรยานแม่บ้าน
ขี่ตั้งแต่ยังนั่งเบาะไม่ได้ ยืนขี่กระย๊อกกระแย็กกันไป ไปเข้าซอยโน้นออกซอยนี้
แต่ตอนหลังห่างหายไปจนลืมเลยว่าเคยสนุกกับการขี่จักรยาน

แต่...ความจริงน่ะการขี่ขึ้นเชียงใหม่ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพเป็นแค่ความฝันเพริด ยามที่เห็นนักจักรยานทางไกลเขาขี่กันในลาว
เอาเข้าจริงแล้วผมมีความท้าทายที่มันฝังอยู่ในใจมานาน และเป็นเหตุผลหลักในการไปซื้อจักรยาน
...ผมไม่กล้าขี่จักรยานบนถนนเส้นหลักในกรุงเทพครับ
เป็นความกลัวมาตั้งแต่เด็กๆ แม่กับยายขู่ว่าอย่าขี่ออกนอกซอยไปถนนใหญ่นะ เดี๋ยวรถมันจะทับเอา
ผมกลัวมาตลอด และผมอยากเอาชนะความกลัวนี้
เคยมีเพื่อนเก่าในออฟฟิศที่ขี่จักรยานมาทำงาน ผมชื่นชมพวกเขามากครับ
บางคนมาเล่าอย่างสนุกสนาน คนที่ผมจำได้ดีชื่อ เจ๊กกี้
เจ๊กกี้เคยเล่าว่าโดนรถกระบะปาดใส่จนล้มกระเด็น แบบว่าตั้งใจแกล้งน่ะครับ แต่เจ๊กกี้ก็ยังขี่จักรยานอยู่
ช่วงก่อนที่จะบ่มความรู้สึกได้ที่จนไปซื้อจักรยาน เจ๊กกี้กลับมาเยี่ยมออฟฟิศ
นั่งคุยกัน ผมถามว่ามีเทคนิคอะไรในการขี่ ทำยังไงถึงจะไม่กลัวเวลาขี่บนถนนกรุงเทพ
เจ๊กกี้บอก "มึงขี่เลย ขึ้นคล่อมแล้วขี่ไปเรื่อยๆ"...(ง่ายไปหน่อยอ้ะป่าวเนี่ย เจ๊กกี้)
...ฮ่าฮ่าฮ่า แต่ผมเชื่อเจ๊กกี้ครับ

ผมเริ่มขี่จากแถวบ้านไปในซอยอุดมสุข มุ่งขึ้นบางนา
ชิดซ้ายตลอด
วันแรกๆไม่ค่อยแซงรถยนต์ที่วิ่งช้าๆบนเลนซ้ายสุดด้วยซ้ำ
การขับรถยนต์มาก่อนช่วยให้เราพอจะรู้จักนิสัยคนขับรถยนต์..."การขับขี่แบบคาดเดาได้" คือหัวใจของการขี่จักรยานในกรุงเทพ
ให้คนอื่นเดาได้ว่าเรากำลังจะไปไหน พยายามอย่าขี่แบบวูบวาบ
ผมพบว่ารถใหญ่ถ้าเขาหลีกได้ ร้อยละเก้าสิบห้าก็ไม่ขับมาเฉียดเราหรอกครับ เขาจะตีออกห่างเสมอ
จากนั้นก็เริ่มหัดขี่ไปออฟฟิศวันหยุด (ผมอยู่แถวสวนหลวงร.9 ออฟฟิศอยู่สุขุมวิท 33 แถวๆวิลล่าซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรก)
พอขี่วันหยุดได้ ก็เริ่มขี่วันธรรมดาล่ะครับ
ไปสิบเจ็ดกิโล กลับสิบเจ็ดกิโล
เดี๋ยวนี้เริ่มมั่นใจมากขึ้นน่ะครับ พบว่าเวลารถติดเป็นแพเนี่ย วิ่งระหว่างเลนซ้ายสุดกับเลนสองออกจากเป็น best policy
วิ่งซ้ายสุดบางทีก็ติดรถเมล์ที่จอดชิด หรือเสียวเวลาคนนั่งแท็กซี่จะเปิดประตูออกมากระทันหัน
มันมีเรื่องให้เรียนรู้ใหม่ๆได้เกือบทุกวัน บางบทเรียนก็แลกมาด้วยความเจ็บตัว
ผมพบว่าร่องถนนคอนกรีตแบบห่างๆเนี่ยน่ากลัวมาก โดยเฉพาะวันฝนตกถนนลื่น ล้มมาแล้วครับ แฮนด์เบี้ยว ขาถลอกเป็นหมูแดงไปทั้งขาเลย

เผอิญเป็นคนไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวครับ
สูง 173 หนัก 63-64 กก.
มีปัญหาอย่างเดียวสำหรับชายวัยกลางคน ตัวผอมแต่พุงป่อง
เมื่อก่อนผมไปฟิตเนส จ้างเทรนเนอร์ด้วยซ้ำ แต่เป็นคนขี้เกียจวิ่งเบิร์นไขมันน่ะครับ
แค่ยกเวทย๊อกแย๊ก กับซิทอัพวันละราวสามร้อยกว่าที พุงมันก็เลยไม่ค่อยลด
เทรนเนอร์บอกว่าพี่ไม่ค่อยเบิร์นไขมัน พุงมันลดยากพี่
...พอมาขี่จักรยาน พุงแฟบเห็นๆเลยครับ กางเกงตัวที่คับใส่ไม่ได้ ตอนนี้กลับมาใส่ได้แล้ว
ผมกินเท่าเดิมไม่ได้กินเยอะขึ้น การขี่จักรยานมันคงทำให้ร่างกายใช้พลังงานเยอะมากกว่าการป้อนเข้าผ่านการกิน
พอร่างกายนำไขมันตรงพุงไปใช้มันก็เลยลด

ผมขี่คนเดียวครับ
มีความสุขมากกว่า
เวลาไปขี่ที่สนามราษฏร์ตรงสวนหลวงร.9 ที่มีนักปั่นมาซ้อมกันโดยการขี่รอบวง มีหัวลากและคนตาม
เขาขี่กันเร็วเกินกว่าที่ผมจะมีความสุขได้ ลองตามเขาไปแล้วหายใจไม่ทันครับ
ผมเน้นขี่แนวทิงนองนอยของตัวเองน่ะครับ ไปกันสักยี่สิบห้า ถ้าลมช่วยหน่อยก็ยี่สิบแปด ลมต้านลงมายี่สิบสองก็มีความสุขตามอัตภาพ
ความเร็วสามสิบเก้าหรือสี่สิบเนี่ย...เอาไว้ใช้ตอนลงสะพานรถข้ามตรงแยกใหญ่ๆก็พอครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

วันไหนฟ้าหม่นฝนตก จิตใจผมก็พลอยตกไปด้วย เพราะว่าไม่ได้เอารถไปขี่
พยายามขี่ทุกวัน
เดี๋ยวนี้วันไหนประชุมดึกที่ออฟฟิศผมก็ยังขี่รถจักรยานไปนะครับ
ติดไฟหน้าไฟหลังรองเท้าสะท้อนแสง เป้หลังสะท้อนแสง แถมไฟติดหมวกกันน๊อกแถมเข้าไปอีก
กะว่าจะให้คนขับรถมองเห็นจากระยะครึ่งกิโลกันเลยเชียว
แต่กลัวคนเมามากกว่าครับ คนสติดีนั้นถ้าเขาเห็นเขามักจะเลี่ยงเรา คนเมานั้นคาดเดายาก
แต่ถ้าวันไหนต้องไปทำงานนอกสถานที่ไกลๆกับลูกค้าก็อดอีก
ขี่รถไปประชุมข้างนอกบางทีมันไม่มีที่อาบน้ำ กลัวเหม็นเหงื่อตอนนั่งประชุมน่ะครับ
ที่ออฟฟิศผมมีที่อาบน้ำ หรือยังมีฟิตเนสท้ายซอยออฟฟิศให้อาบได้
เมียผมตอนแรกก็กลัวนะครับ แต่ตอนนี้คงทำใจได้แล้ว
ชีวิตคือการเสี่ยงครับ ผมเชื่ออย่างนี้ หากเราป้องกันอย่างถึงที่สุด พยายามไม่ประมาท สิ่งที่เหลือถือเป็นโชคชะตาอันควบคุมไม่ได้ มีความสุขกับการขี่ดีที่สุด
เมื่อกี้ไปดูไมล์มา ตอนนี้ได้ 2360 กว่ากิโลแล้วครับ
ขอบคุณคุณ breeze ที่เปิดกระทู้ให้ได้มาเล่านะครับ
ผมรักการขี่จักรยานครับ :D

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย umbabab » 17 เม.ย. 2011, 10:52

ผมสรุบระยะทางคร่าวๆเพราะไมล์พึ่งมาติดที่หลัง แฮ้งค์ไปก็หลายที ล่าสุดโดนน้ำสงกราน ต้องรีเซ็ทอีกรอบ
0กิโล หนัก96-98นี่หละครับ เลวร้ายมากสำหรับคนที่ตอนวัยรุ่นหนักแค่60 อ้วนจนเดินมากๆ แก้มก้นสีกัน ขาอ่อนสีกัน จนแสบผิวลอก ทุเรศตัวเองมาก
0กิโล ซื้อจักรยานพับเหล็กมือสองมาถูกๆลองวิชา ปั่นได้ราวๆ3กิโล หมดแรง เดินเข็นจักรยานแทน...คนมองด้วยความอนาถ
400กิโล น้ำหนักลดไปเกิน10กิโลครับ เพราะทุกวันไปกลับคือควาทรมาน รถที่บันไดแข็งเป้ก เพราะเกียรสูงสุด แบกเป้อันใหญ่ อานต่ำปั่นท่าปู แฮนด์สูงลิบตัวตรงต้านลม ปั่นช้าๆค่อยๆเคลื่อนไปพร้อมเสียงเอี้ยดอ้าด ทุกวันๆ ตามริมถนน และ บนฟุทบาท
500กิโล เข้าเว็บthai mtb เริ่มเข้าใจระบบเกียร์ หยอดน้ำมัน ล้างโซ่ ฉีดยากัดสนิม ยกหลักอานสูง กดแฮนด์ต่ำ ปรับตำแหน่งอาน อะไรๆก็ง่ายขึ้นหมด แต่เพราะไม่ชินกับการขับรถเร็วขึ้น ทำให้รถล้ม ชนชาวบ้านบ่อย เพราะเบรคไม่ค่อยดี และเร่งไม่ค่อยขึ้น ทำให้ไม่กล้าปั่นเร็วบนถนนใหญ่
0กิโลเมตร น้ำหนักลด15กิโลละ ตัดสินซื้อคันใหม่มือหนึ่งฉลองที่ลดได้ครบ15โล คราวนี้กะเอาซิ่ง ลุยแหลก แต่อนิจา เพราะล้มบ่อย กับ เร่งไม่ขึ้นรถบีบแตรไล่กลางถนนใหญ่ และเบรคแตกบ่อย บนคันเก่า มันฝังใจให้เกิดความกลัว ก็เลยไม่ค่อยกล้าเท่าไร แต่ก็พยายามไปเรื่อยๆ เปลี่ยนเส้นทางเป็นถนนใหญ่ ที่โล่งๆ
1500กิโล น้ำหนักไมค่อยลด คงเพราะรถคันใหม่มันเบา จึงหาทางใหม่ ซื้อจักรยานเหล็ก16นิ้วมา แล้วฝึกปั่นด้วยการซอยรอบขาถี่ๆๆกลางถนนใหญ่ ตามด้วย ออกวิ่งตอนเย็นเพิ่ม(และเพิ่มพลังเท้าด้วย)
ปัจจุบันน้ำหนัก ก็ยังไม่ค่อยลดอยู่ดี ผมตรวจสอบด้วยเกม wiifit(แสดงเป็นกราฟ)ตลอด มันไม่เพิ่มนะ แต่ก็ลดน้อยมากทีละนิดๆ
แต่กล้ามเนื้อขาเพ่ิมขึ้นมากทีเดีว
1เดือนแรกปั่นได้25max(ล้อ20นิ้ว) เดือนที่2 30max(10วินาที) เดือนที่3 35max(ราวๆ10วิ) เดือนที่4 43max(ราวๆ10วิ)บางคนอาจจะมองว่าแค่ไม่กี่วิ แต่มันก็เพ่ิมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ
ค่าAVผมไม่สูง เพราะปั่นในเมือง เบรคบ่อยมาก ได้เร่งจริงๆตรงทางว่างๆแค่ไม่กี่จุดต่อวัน
ระยะทางปั่นไปทำงานผมเพิ่มไม่ได้ แต่พยามเพิ่มรอบวิ่งรอบสนามกีฬาทุกวันๆ เพื่อเพิ่มกำลังขาเอาไปปั่นเร็วๆครับ
ปล. ปั่นเร็วๆแค่ตอนเช้ามืดครับ ตอนเย็นปั่นเร็วไม่ได้สำลักฝุ่นควันพิษเต็มคอ ไม่ไหว
ความเจ็บปวดของคุณ จะกลายเป็นตัวของคุณ

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย Gu_gonk » 17 เม.ย. 2011, 11:14

ผมก็พึ่งซื้อจักรยานมาปั่นได้ 1เดือนละคับ เหตุเพราะพี่ที่ปั่นจักรยานแถวบ้าน มาซื้อสเปร์ยเอนกประสงค์ที่บ้านผม เค้าเลยให้ผมลองขี่ดู ติดใจเลยคับ เลยถามพี่เค้าว่าคันเท่าไหร่คับ เค้าบอก 2หมื่นกว่า ผมสะดุ้ง โหรถจักรยานไรวะ แพงสาดดด คิดในใจนะ จากนั้นก็เริ่มเอาจักรยานเสือภูเขา คันเก่าๆที่บ้านมาปั่นลองดู วันแรกปั่นไป-กลับได้ 8กม. ดีใจแล้วคับ เหนื่อยโคดๆ ปั่นได้ 2อาทิตยื ตัดสินใจซื้อรถคันใหม่เลยคับ จะได้เบาหน่อย จนได้เข้ากลุ้ม วัฒนานคร อะครับ พี่ๆเค้าชวนปั่น สนุกดีครับ ไม่ท้อ รู้สึกว่าร่างกาย ฟิตข้นครับ ระยะทางรวมตอนนี้ 600 กม.แล้วครับ สนุกมากครับ คลายเครียดจากงานได้ดีมากครับ

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย เสืออ้วน 129 » 17 เม.ย. 2011, 11:51

0-500 กิโลเมตรของผม ไม่มีอะไรมาก

หลังจากผ่าตัดหัวเข่า และข้อเท้า มาแล้ว 2 ครั้ง ร่างกาย และขาอ่อนแอมาก
คนที่เคยผ่าหัวเข่าจะทราบดี ว่ามันมีผลข้างเคียงคือ จะมีพังผืดขึ้น ถ้าไม่งอขาบ่อยๆ
หมอแนะนำให้ออกกำลังกายบ้าง ไม่ว่ายน้ำ ก็ปั่นจักรยาน ตอนแรกผมเลิกคิดเรื่องจักรยานไปเลย
เพราะ น.น.ตัวผมขนาดนี้ ยางแบนแน่นอน ไอครั้นจะไปว่ายน้ำ ก็อาย ไม่อยากโชว์พุง
มีจักรยานน้องที่บ้านวางอยู่ เป็น LA Spectrum เลยเกิดอยากลองปั่นขึ้นมา
สูบลมจนแข็งโป๊ก แล้วลองปั่นดู ปรากฏว่า ปั่นได้ ยางแบนเล็กน้อย ในระยะที่พอรับได้
จากนั้นจึงเอาจักรยานของน้องไปเพื่อนกับเพื่อนๆ แรกๆสนุกมาก ไม่เหนื่อยเลย ปั่นชมธรรมชาติ

หลังจากปั่นมาได้ซักพัก ขาผมแข็งแรงขึ้นมาก มีกล้ามเนื้อมากขึ้น ผมผ่าตัดนอน ร.พ.เกือบเดือน
ขาทั้งสองข้างของผมไม่ได้เดินเลย ไม่มีกล้ามเนื้อซักนิด ยืนแทบไม่ไหว ตอนนี้น.น.ผม ลดลงมาแค่ 4-5 กิโล
ปั่นมาได้ 3 เดือนแล้ว ตอนนี้ก็มีความสุขดี ปั่นจักรยานผ่อนคลายจากการทำงาน

แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกแย่ลง ปั่นไปได้ 1/3 หรือ 1/2 ก็รู้สึกเหนื่อย อยากกลับบ้านแล้ว ทั้งๆที่แต่ก่อน
ปั่นจนกลับบ้านก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย ล้อก็เปลี่ยนเป็น1.5แล้ว ดุมก็เปลี่ยนแล้ว
บางทีรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรง ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุใด อาจจะประกอบกับเส้นทางเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่
จากที่เคยปั่นตอนเช้าหรือตอนเย็น กลับมาเป็นปั่นตอนกลางคืนแทน แต่ปั่นในเมือง ปั่นเรื่อยเปื่อย อารมณ์ออกแนวเบื่อๆ

:? :(
ตัวหนัก ปั่นช้า แรงน้อย แต่ไม่เคยหันหัวรถกลับ

รับรันอินล้อทุกชนิด ติดต่อทาง PM

You'll Never Ride Alone

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย breeze » 17 เม.ย. 2011, 11:55

a lone wolf เขียน::)
ขอบคุณนะครับที่มาแชร์บันทึก แชร์ประสบการณ์
ผมกับคุณ breeze น่าจะเริ่มขี่ใกล้เคียงกัน ผมเริ่มเมื่อหลังปีใหม่ 2554 ครับ


ผมซื้อจักรยานคันนี้ 25 ก.พ. 54 ครับ

ปั่นจริงๆ ถ้านับก็ได้แค่ 9 อาทิตย์เองครับหรือ 2 เดือน 1 สัปดาห์ เพราะหายไปอาทิตย์หนึ่ง กับการซ่อมจักรยาน ยิ่งถ้าไม่นับช่วงสงกรานต์นี้ด้วย ก็เหลือแค่ 2 เดือนเต็มๆ ครับ

55

แต่ถือว่า ผมปั่นได้น้อยกว่า คุณ a lone wolf มากเลยครับ

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย breeze » 17 เม.ย. 2011, 12:01

เสืออ้วน 129 เขียน:0-500 กิโลเมตรของผม ไม่มีอะไรมาก

หลังจากผ่าตัดหัวเข่า และข้อเท้า มาแล้ว 2 ครั้ง ร่างกาย และขาอ่อนแอมาก
คนที่เคยผ่าหัวเข่าจะทราบดี ว่ามันมีผลข้างเคียงคือ จะมีพังผืดขึ้น ถ้าไม่งอขาบ่อยๆ
หมอแนะนำให้ออกกำลังกายบ้าง ไม่ว่ายน้ำ ก็ปั่นจักรยาน ตอนแรกผมเลิกคิดเรื่องจักรยานไปเลย
เพราะ น.น.ตัวผมขนาดนี้ ยางแบนแน่นอน ไอครั้นจะไปว่ายน้ำ ก็อาย ไม่อยากโชว์พุง
มีจักรยานน้องที่บ้านวางอยู่ เป็น LA Spectrum เลยเกิดอยากลองปั่นขึ้นมา
สูบลมจนแข็งโป๊ก แล้วลองปั่นดู ปรากฏว่า ปั่นได้ ยางแบนเล็กน้อย ในระยะที่พอรับได้
จากนั้นจึงเอาจักรยานของน้องไปเพื่อนกับเพื่อนๆ แรกๆสนุกมาก ไม่เหนื่อยเลย ปั่นชมธรรมชาติ

หลังจากปั่นมาได้ซักพัก ขาผมแข็งแรงขึ้นมาก มีกล้ามเนื้อมากขึ้น ผมผ่าตัดนอน ร.พ.เกือบเดือน
ขาทั้งสองข้างของผมไม่ได้เดินเลย ไม่มีกล้ามเนื้อซักนิด ยืนแทบไม่ไหว ตอนนี้น.น.ผม ลดลงมาแค่ 4-5 กิโล
ปั่นมาได้ 3 เดือนแล้ว ตอนนี้ก็มีความสุขดี ปั่นจักรยานผ่อนคลายจากการทำงาน

แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกแย่ลง ปั่นไปได้ 1/3 หรือ 1/2 ก็รู้สึกเหนื่อย อยากกลับบ้านแล้ว ทั้งๆที่แต่ก่อน
ปั่นจนกลับบ้านก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย ล้อก็เปลี่ยนเป็น1.5แล้ว ดุมก็เปลี่ยนแล้ว
บางทีรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรง ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุใด อาจจะประกอบกับเส้นทางเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่
จากที่เคยปั่นตอนเช้าหรือตอนเย็น กลับมาเป็นปั่นตอนกลางคืนแทน แต่ปั่นในเมือง ปั่นเรื่อยเปื่อย อารมณ์ออกแนวเบื่อๆ

:? :(


อย่าพึ่งหมดกำลังใจครับ

ลองวางแผนการฝึก (วางแผนการปั่น) ใหม่ ใส่ใจสักนิด อย่าคิดแค่ว่า ขึ้นขี่แล้วไปเลย

ที่ผมเจอกับตัวเอง คือ ถ้าวันไหนผมปั่น 2 วันติดกัน วันแรก จะสบายๆ วันที่สองจะเหนื่อยเร็วมาก แล้ววันที่ 3 ที่หยุดพัก เรียกว่า เหมือนคนหมดสภาพ

แปลง่ายๆ คือ ร่างกายยังไม่ฟิต

ผมเลยเปลี่ยนเป็น วันเว้นวัน ก็ดีขึ้น

อีกอย่าง เส้นทางเดิมๆ อาจเบื่อ ลองเปลี่ยนเส้นทางใหม่ อาจช่วยเรื่อง อะดีนาลีน ให้หลั่งครับ เพราะความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ

พอ อะดีนาลีน หลั่ง พลังมันจะมา เราจะไม่เหนื่อย และตื่นตัว รู้สึกดีอย่างมาก

นักกีฬาบางคนถึงขั้น ติดสารเสพติดตัวนี้เลยทีเดียว (อะดีนาลีน เป็นสารเสพติดที่ร่างกายผลิตได้เอง)

ยังไง ผมเป็นกำลังใจให้ครับ


อย่างน้อยๆ การปั่นก็ช่วยเรื่องหัวเข่าที่ไปผ่ามา

แต่อย่าหักโหมครับ อาจต้องใช้เวลาเป็นปีก็ได้กว่าร่างกายจะกลับสู่สภาพปกติ

ยังไงก็สู้ๆ ไม่ต้องตามคนอื่น อ่านและเรียนรู้ทฤษฎี แล้วไปประยุกต์ออกแบบ วิธีการฝึกของเราเอง ในแบบที่ร่างกายเรารับไหว

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย monkizka » 17 เม.ย. 2011, 12:28

15กิโลเมตร......แรก
ผมเริ่มการปั่นจักรยานอย่างจริงจังแต่ไม่เต็มใจที่ม.ศิลปากร(ทับแก้ว) เนื่องด้วยว่าปีแรกยังไม่มีพาหนะหรูๆอย่างรถยนต์ให้ใช้ หรูที่สุดที่ผมจะมีได้ก็คือจักรยาน ขี่ไปเรียนเกือบทุกวัน วันไหนรีบๆก็ขอติดรถเพื่อนไปด้วย เพราะจักรยานที่ผมใช้เป็นจักรยานครุยเซอร์ ไม่มีเกียร์ ใช้เบรกแบบการปั่นถอยหลัง ตามคอนเซป เร็วไม่มากแต่เท่ห์ พอใกล้จะเรียนจบก็มีรถยนต์มาใช้ การปั่นจักรยานของผมจึงลดลง จนแทบจะไม่ได้ปั่นอีกเลย แต่ผมก็ไม่ลืมที่จะนำมันกลับมาที่บ้านของผมด้วย ผมนำมันกลับมาบ้านให้สภาพเหมือนอะไหล่แยกชิ้นกลับมา เพราะว่าไม่สามารถนำมันใส่รถเก๋งทั้งคันได้ จากนั้นก็ทิ้งมันไว้ในห้องเก็บของ ไม่ได้ประกอบให้เป็นคันแต่อย่างใด.........
จนเวลาผ่านไป คุณพ่ออยากออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งท่านจึงได้คืนชีพให้กับมันอีกครั้งหนึ่ง....หลังจากที่ประกอบเสร็จแล้วได้ลองปั่นดู "ทำไมปั่นยากจัง" เป็นคำแรกที่ท่านบอกกับผม จากนั้นท่านก็ลองปั่นจักรยานคันนี้ไปที่ทำงาน ซึ่งไป-กลับเป็นระยะทางประมาณ15กิโลเมตร ท่านบอกว่าเหนื่อยดี จนเวลาผ่านมาถึงตอนนี้4ปี ท่านก็ยังใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางไปทำงาน แต่เปลี่ยนจากครุยเซอร์กลายเป็นเสือหมอบ ท่านเป็นคนจุดประกายให้คุณแม่ ผม และน้องสาว เริ่มปั่นจักรยาน ทุกวันนี้บ้านเราปั่นกันทั้งบ้าน
วันธรรมดาประมาณ20กิโลเมตร วันเสาร์-อาทิตย์ประมาณ50-60กิโลเมตร การปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวเราผูกพันและได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ถ้าไม่มี15กิโลเมตรแรก ก็คงไม่มีหลายพันกิโลเมตรในวันนี้
มีบ้านให้เช่าใกล้ม.ศิลปากร(เพชรบุรี)ติดต่อ 081-880-5456 อ.สุเทพ
Facebook :Pa and Ma Homemade & Second Hand Shop
จำหน่ายสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ Organic ,สินค้ามือสอง

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย Kamo » 17 เม.ย. 2011, 12:58

เยี่ยมมากครับ
ความรู้สึกแบบเดียวกับผม ตอนแรกๆเลย แม้แต่ตอนนี้ เวลาหยุดปั่นนานๆ กลับมาปั่นอีกทีก็จะเหนื่อยง่าย
แต่ปั่นไม่นานก็ฟิตเร็วขึ้น กว่าแรกๆ
ใครที่ปั่นแรกๆ อย่าท้อครับ ปั่นไปร่างกายจะแข็งแรงขึ้น เราก็จะสนุกกับการปั่น

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย ครูชิต » 17 เม.ย. 2011, 13:06

เสืออิฐ คนหลังอาน เขียน:500 กม. แรกผมยังจำได้ดีครับ (แต่ไม่ละเอียด เพราะเหตุการณ์ ผ่านมาประมาณ 3 ปี กว่าๆ แล้ว ) :mrgreen:

รูปภาพ


รูปภาพ


หล่อจัง :mrgreen: หนวดก็หายไปด้วย :lol: :lol: :lol:
การขี่จักรยานเสือภูเขาเป็นการหลุดพ้น หลีกหนีจากการ จำเจ วุ่นวาย
Riding mountain bikes is disengagement. Routinely escape from the tempest.

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย lycantopia » 17 เม.ย. 2011, 13:40

ผมเองเพิ่งเริ่มปั่นจักรยานได้สัก 6สัปดาห์ครับ อ่านไปแล้วยิ้มไป เหมือนได้เจอเพื่อนที่มีประสบการณ์เดียวกันเลยครับ ขอบคุณครับที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ผมอ่านแล้วได้ความรู้ไปเยอะเลย

0กม. แรกของผมเริ่มที่จักรยานฟิตเนสเพื่อลดน้ำหนักครับ ปั่นไปแหงนคอมองทีวีไป แล้วเริ่มเบื่อ ไม่เข้าใจจะมาปั่นๆในฟิตเนสนี่ทำไม แล้วเพื่อนๆผมก็ชวนมาปั่นจักรยานจริงๆ มีรูปไปทริป ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ผมก็เลยจากแรกๆที่ปั่นจักรยานไม่เป็นเลย ทรงตัวไม่ได้ แม้ขึ้นคร่อมยังลำบาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เริ่มปั่นจักรยานจริงจังเลยด้วยซ้ำ ก็ถอยเสือภูเขาคันแรกมา ลองผิดลองถูกไปหลายอย่าง หัดปั่นไปได้หลายแผลมั่ง จนตอนนี้ไม่ได้ปั่นแล้วล่ะครับ มาปั่นหมอบซิงเกิ้ลสปีดแทน วัดกำลังขาล้วนๆเลยขึ้นสะพานลงสะพาน ตอนนี้ยังไม่ถึง 500กม. ครับ อยู่ราวๆ 200 กว่า กม. แต่จะเก็บสถิติไว้ทุกๆ 100กม. เลยครับ ได้แรงบันดาลใจจากกระทู้นี้ไปเยอะครับ

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย เอ หมวกฟาง » 17 เม.ย. 2011, 14:14

...ชอบครับกระทู้นี้ เท่าที่จำได้ ตลอด10ปีที่ปั่นจักรยานมา

สิ่งที่ได้รับทุกๆวัน ก็คือความสุขทั้งใจและกาย :D

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย kamjai » 17 เม.ย. 2011, 14:54

ได้อ่านบันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรก ของคุณแล้ว ดีใจและขอบคุณ ที่ได้เปิดกระทู้นี้ มีประโยชน์สำหรับผู้เริ่มปั่นจักรยาน /ที่เคยปั่นแล้วแต่ทิ้งการขี่จักรยาน
เหตุเพราะขาดแรงบันดาลใจหรืออย่างไรก็ตาม จะได้กลับมาปั่นอีกครั้ง เห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับ และเพิ่งทราบว่า ตนค้นคน มีเรื่องราวของ มิตรภาพบนหลังเสือ และ สารคดี TCA จักรยานยาวิเศษ จะได้แจ้งเพื่อนชาวจักรยานได้ดูกัน

ได้มาแชร์ประสบการณ์ ที่เก็บเอาไว้ในใจแต่เพียงคนเดียว แต่ได้มาแบ่งปันให้คนอื่นได้รับทราบในสิ่งที่ดี มุมมอง ความมุ่งมั่น ความอดทน มิตรภาพ ประโยชน์ของแต่ละคน ได้คุยในเรื่องเดียวกัน คนที่ชอบเหมือนกัน

ดิฉันเองปั่นจักรยาน ครบ 1 ปี 8 เดือน วันนี้เลขไมค์ ครบ 10000 กิโลเมตรแล้ว ตลอดเวลาที่ปั่นจักรยานก็มีเรื่องเล่ามากมาย มิตรภาพ ความสนุก ความเหนื่อย และและได้รู้ว่า ความสุขบนอานจักรยานเป็นอย่างไร ความอดทน ได้พบเพื่อนๆต่างๆวัย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และอื่นๆอีกมากมาย (กลุ่มที่ปั่นมีอายุสูงสุด 87 ปี อายุน้อยสุด 7 ขวบ)

การออก trip แต่ละครั้งมีเรื่องเล่าที่ต่างๆกัน เวลาว่างๆ นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น อดที่จะอมยิ้ม หัวเราะกับตัวเองคนเดียว ทุกครั้งไป คิดไว้ว่าอยากจะเก็บไว้เขียนบันทึกส่วนตัว เป็นความทรงจำที่ดี (อาจจะมีความรู้สึกที่ไม่ดีบ้างแต่เล็กน้อยจริงๆ แต่ถือว่าสิ่งที่ดีมีเยอะกว่ามากมาย)

รออ่านต่อไปน่ะค่ะ
กำจาย

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย nunkasho » 17 เม.ย. 2011, 15:34

อ่านแล้วรู้สึกดีจังครับ เหมือนได้มีเพื่อนร่วมปั่นเลยครับ ไมล์รถผมพึ่ง 1000 กว่าเหมือนกันครับ พึ่งเริ่มเมื่อตอนต้นปีครับ :D

Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์)

โพสต์ โดย SeaFood » 17 เม.ย. 2011, 19:00

ปั่นมาได้ประมาณ 3 เดือนครับ ตอนนี้เข้ากิโมเมตรที่ 600 แล้ว
ตอนแรกที่สนใจเพราะ พี่ๆที่รู้จักเค้ามีกิจกรรมปั่นกันทุกสัปดาห์ดูแล้วอบอุ่นดี
อยากหากิจกรรมทำบ้าง ชั่งใจอยู่ 2 เดือน ระหว่างชั่งใจอยู่นั้น มองไปทางไหน
ก็เห็นแต่คนปั่นจักรยาน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมองเห็นในสายตาเลย
เลยตัดใจถอย Gary Fisher
เริ่มที่ 0-200 กม. เนื่องจากบ้านผมส่วนใหญ่ทางไม่สม่ำเสมอ (ภูเก็ต)มีเนินเยอะ
ปั่นได้ไม่เกินวันละ 15 กม. ขาก็หมดแรงแล้วที่จิงหมดแรงตั้งแต่เนินแรกๆแล้ว
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ เจ็บก้นมาก แต่ก็ยังฝืนก้นนั้งบนอานในวันต่อต่อไป
จนชินไปแล้ว ณ วันนี้ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มปรับสภาพให้ชินกับการปั่นครับ
ช่วง 200-400 กม. เริ่มเน้นเรื่องรอบขา และก็ความหนักของแรงกดบันได พยายามไม่กด
หนักๆ ไม่เน้นเร็วแต่เน้นปั่นนานๆ ตามสไตล์ของทีมที่ผมปั่นอยู่
ช่วง 400-600 กม. น้ำหนักหายไปประมาณ 6 kg จากเดิม 76 ตอนนี้เหลือ 70 แต่ก็ยัง
มีพุงน้อยๆ อยู่ดี แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ต้นขา ต้นแขน แก้ม นม เริ่มเล็กลงเหมือนคนผอมแต่มีพุง
มาถึงวันนี้ ยังไม่รู้สึกเบื่อเลยอยากปั่นทุกวัน ยิ่งวันไหนเป็นวันหยุดอยากปั่นทั้งตอนเช้าและตอนเย็น
สิ่งที่ทำให้ไม่รู้สึกเบือคือ 1. ร่างกายแข็งแรงจนทุกคนถามว่าจะฟิตร่างกายไปแต่งงานหรือยังไง พอหุ่นดี
ก็เริ่มหล่อขึ้นอ่ะนะ แฟนยังสงสัยเลยว่าแอบมีกิ๊กหรือเปล่า
2. มีกิจกรรมกลุ่มให้ทำเพิ่มขึ้นมา ทำให้การใช้ชิวิตเราการเข้าสังคมดีขึ้น
3. มีสมาธิดีขึ้น ไม่คิดแต่เรื่องงาน หรือเรื่องอื่นที่ทำให้เครียด
4. เมื่อสุภาพดี จิตใจก็เข็มแข็งขึ้น การเอาชนะความเหนื่อย ความเมื่อยมันไม่ทำให้เราตาย
มีแต่จะทำให้เราแข็มแข็งขึ้นครับ


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 8 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน