☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย schwinn99 » 14 ธ.ค. 2010, 12:26

ขอบคุณ..สำหรับบทความดีๆ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย tn69 » 14 ธ.ค. 2010, 13:06

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ :)
ขายของไม่เกี่ยวกับจักรยาน (เผื่อใครต้องการ) viewtopic.php?f=154&t=589190



Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย air16 » 14 ธ.ค. 2010, 14:29

ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ดีๆมาแบ่งปัน จะรอเก็บความรู้ต่อไปเรื่อยๆครับ


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย Reaw » 18 ธ.ค. 2010, 12:14

เยี่ยมๆๆๆ

ติดตามชมตลอดครับ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย PEERASETH » 18 ธ.ค. 2010, 16:52

สมกับเป็นคำภีร์จริงๆครับ :ugeek:



Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 18 ธ.ค. 2010, 19:25

32.บัญญัติ 10 ประการในการปรับรถให้ถูกวิธี

รูปภาพ

นักจักรยานทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือมือใหม่จะมีปัญหาซ้ำ ๆ กันเหมือน ๆ กันเกี่ยวกับจักรยานที่ตนเองขี่ทุกวัน เกี่ยวกับการปรับรถจะให้เหมาะสมกับการขี่ของตนเองไม่น้อยกว่าการเลือกซื้อจักรยานเท่าไหร่นัก แต่การปรับรถจะเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่กว่าการเลือกซื้อเสียอีก และอะไรคือปัญหาเหล่านั้น เราลองมาดูกันว่าการที่เราจะปรับรถให้ถูกต้องนั้นควรจะทำอย่างไร เพื่อจะได้ประสิทธิภาพในการขี่ที่สูงสุด

ประการแรก ขนาดตัวถัง (Frame Size) ดังที่หลาย ๆ คนได้กล่าวไว้ว่าขนาดตัวถังต้องสมส่วนกับความสูงของผู้ใช้ โดยการทดสอบง่าย ๆ ให้เราใส่รองเท้าจักรยานแล้วขึ้นไปคร่อมตรงกลางของท่อบน ขณะยืนบนพื้นราบถ้าช่วงห่างระหว่างสุดเป้าการเกงกับท่อนบนอยู่ประมาณ 2 นิ้วก็ถือว่าใช้ได้ เพราะสามารถปรับอานให้สูงพอดีได้โดยไม่เกินความยาวของหลักอาน และช่วงความยาวของของตัวถังก็ค่อนข้างจะเอื้ออำนวยให้ช่วงจับแฮนด์เป็นไปอย่างเหมาะสม ที่สำคัญขอเตือนว่าความผิดพลาดขั้นพื้นฐานก็คือการซื้อรถที่ตัวถังใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปจนไม่สามารถแก้ไขให้ขี่ได้อย่างสบาย เพราะฉะนั้นจงอย่าเชื่อผู้ขายที่ไม่มีความรู้ แต่พยายามจะยัดเยียดสินค้าให้กับลูกค้า เพราะนั้นจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้ในเวลาต่อมา

ประการที่ 2 ระดับความสูงของอาน เป็นสิ่งแรกที่พึงกระทำและสำคัญที่สุดในการช่วยให้การปั่นจักรยานมีประสิทธิภาพ วิธีปรับความสูงของอานมีอยู่หลายวิธี แต่ถ้าเราจะเอาให้ละเอียดจนต้องวัดกันออกเป็นตัวเลข มีสูตรในการคำนวนดังนี้ 0.888 เป็นตัวคูน ถอดสูตรสำเร็จได้ดังนี้ครับ
ความสูงของอาน = ความยาวของขาด้านใน x 0.888 *** นับจากจุดกึ่งกลางของกะโหลกถึงหลังอาน***
เมื่อได้ตัวเลขมาแล้วก็เอาไปตั้งความสูงของอานแล้วลองขี่ดู ท่านอาจจะต้องปรับความสูงของอานหรือลดลงให้ต่ำ ให้เหมาะสมกับพื้นผิวรองเท้าที่ใช้ในเวลานั้น ถ้าปั่นแล้วรู้สึกว่าสะโพกส่ายไปมา นั้นแสดงว่าอานสูงเกินไป ข้อสังเกตุอีกประการหนึ่งคือในขณะที่ปั่นถึงจังหวะต่ำสุด หัวเข่าควรงอได้เล็กน้อยเป็นมุมประมาณ 150 -160 องศา ทั้งนี้เพื่อช่วยทรงตัวให้รับแรงกระแทกได้เวลาตกหลุม

ประการที่ 3 ปรับระยะหน้า - หลังของอานและมุมเอียง การปรับนี้ไม่ใช่เพื่อให้ได้ระยะจับมือแฮนด์ที่พอดี แต่เป็นการปรับเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการปั่นสูงสุด วิธีการนี้ก็คือ ขึ้นไปนั่งบนอานที่รถอยู่กับที่ (หาผู้ช่วยมาจับรถไม่ให้ล้ม) สวมรองเท้าจักรยานที่ใส่ในการขี่เป็นประจำ วางปลายเท้าไว้บนลูกบันได้ ให้โคนหัวแม่เท้าอยู่ถึ่งกลางลูกบันได้ในตำแหน่งที่ลูกบันได้ขนานกับพื้น จะสังเกตุง่าย ๆ เห็นว่าปลายหัวเข่าของเราจะทำเป็นมุม 90 องศากับลูกบันได้ โดยสังเกตุจาก หัวเข่ามองเป็นเส้นตรงลงมาที่ลูกบันได้จะเป็นเส้นตรงแนวดิ่ง ทำมุม 90 องศาไปตามแนวนอนกับพื้นราบจากกึ่งกลางของรองเท้าไปยังปลายเท้า ผลกระทบต่อการตั้งอานเป็นอย่างนี้ ถ้าตั้งในตำแหน่งค่อนข้างไปข้างหน้าจะช่วยให้รอบการปั่นสูงในเกียร์ต่ำได้ดี ตรงกันข้ามถ้าตั้งอานค่อนมาข้างหลังก็ช่วยให้กำลังกดในจานใหญ่ได้ดี แต่ละคนมีสไตล์ในการปั่นไม่เหมือนกัน ตำแหน่งอาจจะไม่มีกฎตายตัว แล้วแต่ใครคิดว่าจุดใดจุดหนึ่งที่ตนเองปั่นแล้วเกิดอาการเมื่อยล้าช้าที่สุดและน้อยที่สุด จุดนั้นเป็นจุดที่ถูกต้องแล้วสำหรับเขา โดยเแาะการปรับความสูงต่ำของอานนี้ กระผมไม่อยากจะแนะนำว่าต้องฟิกให้ตายอยู่ที่ความสูง ต่ำ เท่าที่กำหนดไว้ เพราะในทางความเป็นจริง คนเราเมื่อเริ่มการออกกำลังกายกล้ามเนื้อทุกส่วนยังไม่พร้อมที่จะรองรับแรงกดมาก ๆ และยังไม่ยืดยุ่นพอในการใช้งาน การปรับความสูง ของอานที่คิดว่าถูกต้องตามที่คำนวนไว้ ก็อาจจะมีความรู้สึกว่าสูงไปในช่วงเวลานั้น แต่เมื่อได้ทำการฝึกซ้อมมาได้สักระยะหนึ่ง ร่างกายมีความฟิตเพียงพอแล้วที่จะรองรับ การปรับหลักอานในครั้งที่ผ่านไปก็จะมีความรู้สึกว่าต่ำไปบ้าง ก็ขอให้เราทำการปรับให้สูงขึ้นตามความเหมาะสมในเวลานั้น จะสังเกตุได้ง่าย ๆ กับจักรยานที่เราขี่เป็นประจำ และมีความพอดีในทุก ๆ อย่าง หลังจากนั้นเราลองหยุดพักสักประมาณ 7 วัน แล้วกลับมาขี่ใหม่ จะมีความรู้สึกว่า ทำไมหลักอานรู้สึกว่ามันจะสูงไปกว่าเดิม นี้ก็แสดงว่า ตอนที่ร่างกายไม่พร้อมกล้ามเนื้อยืดไม่เต็มที่เราจะรู้สึกว่าสูง แต่เมื่อซ้อมได้สักระยะหนึ่งแล้ว ร่ายกลับมาฟิตเหมือนเดิมก็มีความรู้สึกว่าหลักอานจะต่ำไป

ประการที่ 4 ตำแหน่งเท้าบนลูกบันได เมื่อเราปั่นจักรยานแล้วต้องปั่นด้วยปลายเท้า ไม่ใช่ส่วนกลางของเท้า แต่ถ้าปั่นด้วยปลายเท้ามากไปจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อเท้าและน่อง ตำแหน่งที่พอดีคือให้หัวแม่เท้าตกลงประมาณแกนลูกบันได้ เพราะฉะนั้นเวลาปรับเหล็กจับลูกบันได้รองเท้าที่เป็นแบบ Clipless ให้คำนึงถึงตำแหน่งฝ่าเท้าของเราด้วย

ประการที่ 5 ความยาวขาบันได นักปั่นมือโปรส่วนมากชอบใช้ความยาวขนาด 175 มม. เพราะให้พละกำลังในการปั่นมากกว่า แต่หากคนที่มีความสูงไม่เกิน 160 ซม.ก็ไม่ควรใช้ ให้ใช้ขนาดความยาว 170 มม. จะดีกว่า เพราะจะมีผลต่อการปั่นในทางขึ้นเขาและซิงเกิ้นแทรค แต่ถ้าคิดว่ามีความแข่งแกรงเพียงพอที่จะงัดความยาว 175 มม. ก็ไม่ผิดกติการใด ๆ ที่จะนำมาใช้เป็นอาวุธประจำกาย

ประการที่ 6 สัดส่วนห้องบังคับการ พื้นที่ส่วนนี้ควรกว้างขวางพอที่จะให้เราเคลื่อนไหวได้สะดวกไม่ว่าจะนั่งขี่ทางไกลก็ไม่เมื่อย หรือจะลุกขึ้นยืนโยกก็ไม่ติดขัด ท่านั่งที่ถูกนั้น ขาหลังจะต้องงอเล็กน้อย ส่วนเสาแฮนด์ (Strem) นั้นไม่ควรยาวเกินไป ระยะที่พอดีนั้นเมื่อยืดแขนสุดแล้วควรถอยหลังได้สุดอาน เพื่อถ่ายน้ำหนักตัวตอนขี่ลงเขา

ประการที่ 7 ความสูงของแฮนด์ จุดนี้ควรปรับหลังจากปรับอานแล้ว โดยทั่วไปจะอยู่ต่ำกว่าระดับอานประมาณ 2 นิ้ว โดยเล็งผลสำคัญไปที่ทวงท่าของการขี่เป็นสำคัญ ซึ่งได้กล่าวไปแล้วในข้อ 6 นอกจากนี้ความสูงที่พอดีนั้นควรเอื่ออำนวยให้

ประการที่ 8 องศาและความกว้างของแฮนด์ โดยทั่วไปแฮนด์เสือภูเขาจะเข้าโค้งประมาณ 3 องศา ถ้าเราบิดมุมโค้งขึ้นเล็กน้อยให้รับกับแนวแขนก็จะทำให้ข้อมือที่จับแฮนด์เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ส่วนความกว้างนั้นมักจะถือเอาความกว้างของไหล่เป็นเกณฑ์กำหนด

ประการที่ 9 บาร์เอน ประโยชน์ของบาร์เอนคือ ช่วยให้ขี่ขึ้นเขาได้ดีขึ้น หรือจะใช้เป็นที่พักมือในการปั่นระยะไกล เพราะบ่อยครั้งเมื่อเราขี่เป็นระยะทางไกล มือที่กุมแฮนด์อยู่นาน ๆ จะเกิดอาการชา เราก็สามารถใช้บาร์เอนเป็นที่พักมือและควบคุมแฮนด์ได้ดีเสมือนที่เราจับแฮนด์ ฉะนั้นการปรับตั้งบาร์เอนควรจะอยู่ในลักษณะที่ไม่เชิดจนเกินไป ให้สามารถโยกรถใส่กำลังได้อย่างเต็มที่

ประการที่ 10 ตำแหน่งเบรค เราใช้เบรคหนัก ๆ ก็ในจังหวะลงเขาโดยเฉพาะทางธุรกันดาร บางครั้งต้องอยู่ในท่ากึ่งยืน ซึ่งเวลา ตั้งเบรคควรตั้งเผื่อเวลาใช้กับท่านี้ด้วย โดยให้เข้ากับข้อมือในแนวตรง เพื่อประสิทธิภาพในการเบรค และลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ถ้าเราตั้งมือเบรคให้เหมาะสมกับท่านั่ง เมื่อลุกยืนและใช้เบรคข้อมือจะงอมากเกินไป

เอาละครับคิดว่าเมื่อท่านได้อ่านบทบัญญัติ 10 ประการ จบลงแล้วคราวนี้คงต้องไปก้ม ๆ เงยกับเจ้าเสือตัวโปรดของท่านเสียบ้างแล้วละครับ แต่มีข้อแนะนำเพิ่มเติมครับ การปรับรถทั้ง 10 ประการนี้เป็นเพียงพื้นฐานเท่านั้น ฉะนั้นท่านไม่ต้องไปซีเรียซกับข้อมูลเหล่านี้ให้มากนัก ให้ท่านยึดเอาหลักของสรีระของท่านมาเป็นหลัก เพราะคนเราทุกคนจะมีสรีระของร่างกายที่ไม่เหมือนกัน บางคนความสูง 160 ซม.เท่านัน แต่ไม่สามารถใช้จักรยานขนาดเดียวกันได้ เพราะอีกคนหนึ่งส่วนขาจะสั้นกว่าอีกคนหนึ่ง นี่ก็เป็นปัญหาในการที่จะซื้อจักรยานคันแรก ซึ่งจะยึดว่าความสูงเท่าไหร่ต้องใช้รถขนาดเบอร์เท่าไหร่ เป็นต้น ที่ถูกต้องควรไปลองนั่งคร่อมที่ร้านให้แน่ใจเสียก่อน หรือถ้ามีรถของเพื่อนฝูงก็ลองไปนั่งคร่อม ลองขี่ดูก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่ และหวังว่าบทบัญญัติ 10 ประการนี้คงจะให้ประโยชน์กับเพื่อน ๆไม่มากก็น้อยนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 15:16, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 18 ธ.ค. 2010, 19:26

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 11 พ.ค. 2011, 12:01, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 19 ธ.ค. 2010, 09:43

33.เทคนิค "การพักขา" ในขณะปั่นควรทำอย่างไร

รูปภาพ

ประการแรก...
ปั่นเป็นกลุ่มๆแล้วเห็นมีฟรีขา เพราะว่าฟรีขาคุมระยะห่างกับคันหน้าครับ บางทีมันก็มีเหตุให้ต้องคอยฟรีขาไม่งั้นก็เสยล้อหลังคันหน้า แต่ถ้าเจอกลุ่มปั่นดีจริงๆ จะไม่มีฟรีขาซักเท่าใหร่ครับ แต่การได้อยู่ในกลุ่มก็ทำให้เราได้พักขาไปได้มาก อาจถึง 20%

เพราะอะไร? อ่านต่อครับ
ประการที่สอง....
พื้นฐานจักรยาน.... ยิ่งออกแรงคงที่เท่าใหร่ยิ่งถนอมพลังงานมากเท่านั้น เพราะพลังงานเสียไปมากสุดเวลา"เร่งความเร็ว" จะเร่งมาก เร่งน้อย ก็ถือว่าเร่งครับ ดังนั้นการปั่นๆ ฟรีๆ ก็เท่ากับ เร่ง ผ่อน เร่ง ผ่อน แบบนี้เหนื่อยกว่าปั่นคงที่มากครับ เป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆที่ควรหัดเลยครับ คงความเร็วคงที่ให้ได้ยาวๆก่อนจะหัดเร่งให้ได้ดีๆ

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่ม ก็ไม่ควรปั่นแบบที่ว่านะครับ...เพราะคนหลังคุณจะปั่นได้ลำบากมากครับ ต้องคอยเร่งๆฟรีๆตามไปด้วย พาลจะไม่ปลอดภัย เสยกันได้ง่ายๆครับ ควรรักษาความเร็วและไลน์การปั่นให้นิ่งที่สุด จะฟรีขาก็เฉพาะคุมไม่ให้รถมันไปเสยคันหน้า พยายามอย่าเบรค อย่าเบนออกซ้ายขวาโดยไม่จำเป็น
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 15:17, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 19 ธ.ค. 2010, 09:47

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 11 พ.ค. 2011, 12:01, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 20 ธ.ค. 2010, 08:27

34.ยางจักรยาน

ก่อนอื่น ขอให้ทำความเข้าใจกับคำ 2 คำนี้ก่อนคือ
1. tire ก็คือยางนอก มีคำให้ทำความเข้าใจดังนี้
1.1 Outer diameter ซึ่งจะเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก วัดจากหน้ายางนอกสุด - หน้ายางนอกสุดด้านตรงข้าม
1.2 Bead diameter ซึ่งเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางภายในภายใน เป็นบริเวณที่ยางนอกจะไปเกี่ยวหรือสัมผัสยึดติดกับขอบล้อ บางทีก็อาจจะเรียกว่า tire-bead diameter
1.3 Width หรือ ความกว้างหรือความอ้วนของยางนอก ซึ่งจะเป็นค่าที่วัดเมื่อmount ยางเข้ากับrim และสูบลมแล้ว

2. Rim หรือ ขอบล้อ มีคำให้ทำความเข้าใจดังนี้
2.1 Rim outer diameter ซึ่งถ้าจะพูดให้ถูกความหมายก็คือ เป็นแค่ approximate rim OD.เท่านั้น
2.2 bead-seat diameter จะเป็นส่วนเส้นผ่าศูนย์กลางที่วัดจากขอบbead seat ของrim ซึ่งbead seat ก็คือส่วนที่จะสัมผัสกับbeadหรือขอบยางด้านในนั่นเอง ดังนั้นยางและขอบล้อที่สวมกันอย่างน้อยสุดนั้น ยางจะต้องมีค่าbead diameter = bead-seat diameter ของrim นั่นเอง
2.3 Flange คือ ส่วนของขอบล้อที่อยู่สูงขึ้นมาจาก bead seat นั่นเอง
2.4 Inside-rim width
( ดูรูปเสริมความเข้าใจก็แล้วกันนะครับ )

คราวนี้เราวกกลับกันมาดูที่ขนาดของยางที่กำลังสับสนและปวดหัวก็คือ ตัวเลขที่มันปรากฏให้เราเห็นมันหมายถึงอะไรกันแน่ เช่น ล้อ 26",700c , 650C , 27 " sizeหรือขนาดเหล่านี้เป็นสิ่งที่สร้างความสับสนให้แก่หลายๆคนเลยทีเดียว
ขนาดของยางที่ใช้กันมาแต่เดิมนั้นจะแสดงด้วย
1. Nominal outer diameter ของยาง
2. Width ของยาง
เช่น

ยาง MTB ขนาด 26" x 1.75" ก็จะหมายถึงยางที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก( แบบประมาณๆ หรือแต่ในนาม , nominal )เท่ากับ 26" เมื่อใส่เข้าไปกับขอบล้อแล้วสูบลม ยางจะอ้วน 1.75" ( ซึ่งขนาด 1.75" คือ มาตรฐานเดิม ซึ่งจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกใกล้เคียงกับ 26"

ยาง 700C เป็นมาตรฐานของฝรั่งเศส ซึ่งทางแคนาดาก็ลอกแบบและขนาดไปใช้ แล้วกำหนดขนาดเป็น Canada 28" x 1 ½ "

ยาง 27" เป็นมาตรฐานของอังกฤษ คือ 27 x 1 ¼ " แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่า 700 C เล็กน้อย

ยาง 650C หรือ USA/26" ซึ่งเป็นยางที่ใช้กับจักรยานไตรกีฬา

ไปๆมาๆ ก็เลยบอกอะไรกันไม่ได้เลยกับความแน่นอนของขนาดยาง เพราะที่ว่าวัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกก็ยังไม่เห็นจะเป็นไปอย่างที่คิด เพราะว่ายาง 27 x 1 ¼ " ของอังกฤษ ก็ดันใหญ่กว่า Canada 28 x 1 ½ " หรือ 700C ไปเสียอีก

แล้วมาตรฐานมันอยู่ที่ไหนหละ เจ้า ISO หรือ International Standard Organization ก็เข้ามามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานของยางและขอบล้อ โดยกำหนดมาเป็นค่า xx-yyy แทน โดยสำหรับ

ยางนอก

xx คือ width ของยาง

yyy คือ Tire-bead diameter

เช่น 20-622 ก็คือยางนอกที่มีความกว้าง 20 mm และมีbead seat diameter 622 mm หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ ยางขนาด 700 x20C นั่นเอง

ขอบล้อ


xx คือ ความกว้างของrim ที่วัดระหว่าง flange นั่นเอง

yyy คือ Seat-bead diameter

แน่นอนว่ายางและขอบล้อที่จะมาใช้ด้วยกันได้นั้นจะต้องมีค่า tire-bead diameter และ seat-bead diameter เท่ากันเสมอ ยางจึงจะเกี่ยวกันได้ แต่ความกว้างของขอบล้อจะแคบกว่าความกว้างของยาง เช่น ยาง 20-622 จะใส่ได้กับขอบ 14-622 เป็นต้น

คราวนี้มีของแถมมาให้คือ tire-bead diameter ของยางแต่ละขนาดเป็นเช่นไร

ยาง 27" tire-bead diameter = 630 mm , Approximate rim OD = 640 - 644 mm

ยาง 700C tire-bead diameter = 622 mm , Approximate rim OD = 632 - 636 mm

ยาง 650C tire-bead diameter = 571 mm , Approximate rim OD = 583 - 587 mm

ยาง 26" MTB tire-bead diameter = 559 mm , Approximate rim OD = 571 - 575 mm

ก็ยังมีอีกหลายขนาด แต่เป็นขนาดที่พวกเราไม่ค่อยจะได้เห็นกันครับ

คราวนี้ก็มาแง้มดูยางของเพื่อนๆกันบ้างนะครับ ว่าที่ขอบยางเขียนไว้ว่าอย่างไร ส่วนที่ขอบล้อนั้น เฮ้อ หาดูยาก แล้วยังเขียนตามใจผู้ผลิตอีก ช่างมันเถอะ
ของผม Panaracer Fire XC pro 1.8" เขียนข้างแก้มยางว่า 45-559 เพื่อนๆเข้าใจแล้วหรือยังครับว่าหมายความว่าอย่างไรกัน

และจากของแถมที่ให้คงไม่แปลกใจกันแล้วใช่ไหมว่าทำไมV brakeของMTB มันถึงใช้กับขอบ700C ไม่ได้ ส่วนเบรคของ700C กับ 27"นั้น ทำไมถึงมีลุ้น

รูปภาพ รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 07 พ.ค. 2011, 15:19, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 19 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน