☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย Bike Lover » 24 ธ.ค. 2011, 14:28

ปักบ้าง

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย เอ ธรรศสิต » 05 ม.ค. 2012, 12:33

:mrgreen:
ถึงมาสายแต่ก็กลับตรงเวลานะ


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ม.ค. 2012, 14:56

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 23 มิ.ย. 2012, 16:53, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 ม.ค. 2012, 15:03

167.TDF เขาวัดระดับความยากเส้นทางขึ้นเขากันอย่างไร

เพื่อน ๆ ที่ติดตามดูการแข่งขัน Tour de France หรือการแข่งโปรทัวร์ต่าง ๆ มาหลายต่อหลายครั้ง เคยสงสัยกันไหมครับว่า ใน Stage ที่ปั่นขึ้นเขานั้น เค้าแบ่งความยากง่ายและความชันของภูเขาแต่ละแห่งไว้อย่างไร และหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า Mountain stage ใน TDF โหดร้ายขนาดไหน แต่บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจดีนัก ผมเลยขอสรุปให้เพื่อนๆได้อ่านก่อนครับ

รูปภาพ

ความยากในการขึ้นเขา มักจะบอกเป็นหน่วยของเปอร์เซ็นความชัน (GR%) โดยมีสูตรคือ
Percent of Grade = ( ความสูง / ระยะทาง ) x 100.

เช่นถ้าเราปั่นเป็นระยะทาง 100 เมตร และมีความสูงเพิ่มขึ้น 10 เมตร อย่างนี้แสดงว่ามี GR% = 10% , สำหรับจักรยาน 10% climb ถือว่าโหดมากแล้ว , 25% ถือว่านรกที่แทบจะปั่นขึ้นไม่ได้แล้ว (ทางที่ชันมากๆเสือภูเขาอาจจะขึ้นได้เพราะมีการทดเกียร์ได้มากกว่า)

แต่ใน Tour de France, จะแบ่งระดับของการไต่เขาแต่ละลูกไว้ที่หน่วยของ climbs category 1, 2 3, 4 ( โดย 4 นี่ถือว่าหมูที่สุด, 1 จะยากสุด ) โดยจะพิจารณาจาก GR %, ผิวถนน และความยากของสถานที่
โดยจะมีอีกระดับนึงที่เรียกว่า "Hors" category ( อ่านว่า "oar" category) ซึ่งถือว่าเป็นระดับความโหดของเส้นทางที่ครั้งหนึ่งเคยถือว่าคงไม่มีใครสามารถปั่นไหว แต่ด้วยเทคโนโลยี่ของอุปกรณ์ในปัจจุบันที่เบาลง จึงถือว่าสามารถปั่นขึ้นกันได้แล้ว ต่อมาจึงได้บรรจุเป็นส่วนหนึ่งในหลายๆเส้นทางใน TDF !!!

การปั่นขึ้นเทือกเขา Alps และ Pyrenees ถือว่าเป็นนรกของนักปั่นดี ๆ นี่เอง เช่นใน Stage 10, Sestri่res to L'Alpe d'Huez นั้นต้องปั่นผ่านเขาระดับ "Hors" category ถึง 3 ลูก หรือ ปั่นขึ้นเขาโหด ๆเป็นระยะทางถึง 67 km ....

ระดับในการแบ่ง Category

Category 4 - ขึ้นเขาแบบง่ายๆที่สุดแล้ว ต้องไต่ความสูงกว่า (100-300m).
Category 3 - ต้องไต่ความสูงกว่า (300-600m).
Category 2 - ต้องไต่ความสูงกว่า (600-1100m)
Category 1 - ต้องไต่ความสูงกว่า (1100-1500m)
Hors Category - ยากและโหดสุดๆ (1500m+)

นอกจากความสูงของเส้นทาง ยังต้องนำความชัน (GR%) มาพิจารณาประกอบด้วยนะครับ
การขึ้นเขาโหดๆในเทือกเขา Alps จะมี GR% เฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 % , ขณะที่เส้นทางขึ้นเขาโหดๆใน Pyrenees จะเฉลี่ยที่ประมาณ 8-9 %.

โดยการแข่งช่วง stage ขึ้นเขานี่เอง ที่จะวัดกันได้ถึงว่าใครจะแข็งแกร่งที่สุด ที่สมควรคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์ TDF

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก thaimtb



Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย @..tik..@ » 03 ก.พ. 2012, 10:16

:o อ่าวแล้วมีความรู้อีกมากเลยครับขอบคุณมากคร๊าบบบ :mrgreen:


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 11 ก.พ. 2012, 10:53

168.ปั่นจักรยานให้เร็ว และแรงขึ้นได้ ด้วยการพักผ่อน

รูปภาพ

ผมเริ่มเขียน ชื่อบทความ ขึ้นมาหลายคนอาจจะงง ครับว่าพักผ่อนแล้ว จะทำให้ขี่จักรยานได้เร็ว ขึ้นได้อย่างไร ในความหมายของผมคือ การที่เราทำการฝึกซ้อม จักรยาน เสร็จแล้ว เราควรจัดสรร เวลาสำหรับการพักผ่อนด้วยนะครับ ไม่ใช้ว่า 1 อาทิตย์ มี 7 วัน เราก็ซ้อมมันเข้าไปเลยทั้ง 7 วันอันนี้เป็นความคิดที่ผิดครับ เปรียบเทียบง่ายครับ คุณลองไม่นอน หรืออดนอน ซัก 2 วัน แล้วจะรู้สึกอย่างไร ร่างกายของเราก็เช่นเดียวกันครับ หากผ่านการทำงานมาอย่างหนักหน่วง เป็นธรรมชาติ ครับร่างกายก็ต้องการพักผ่อน เพื่อที่จะได้มีแรงทำงานในวันต่อไป บุคคลธรรมดา ทั่วไปที่ทำงาน ทั้งวัน พอเลิกงานมาแล้ว ก็กลับบ้าน มาพักผ่อน หากเป็นนักกีฬา แล้วละก็มันจะมีอะไรมากกว่านั้นครับ

ผมขอกล่าวถึงประสบการณ์ สมัยที่ผมยังเป็นนักกีฬาจักรยาน สักเล็กน้อยนะครับ คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผม และทีมทำการแข่งขันเสร็จ ถ้าจำไม่ผิดนะครับ คือเป็นการแข่งขัน กีฬาเขต 5 ซึ่งจังหวัดลำพูน เป็นเจ้าภาพใน การจัดการแข่งขัน พอทำการแข่งขันเสร็จทุกรายการแล้ว ทางผู้จัดการทีม จึงให้เวลาพักผ่อน 1 เดือน คือใครจะไปทำอะไรก็ตามใจครับ แต่พอครบเดือน ก็ต้องกลับมารวมตัวฝึกซ้อมกันใหม่ หลายคนส่วนมาก จะกลับบ้านกันครับ (ลืมบอกไปครับทางทีมผมทำการเก็บตัวฝึกซ้อม จักรยาน กันอยู่ที่จังหวัดลำพูนครับ กินนอนอยู่ที่นั่นเลยครับ) ส่วนตัวผมก็กลับบ้านครับ เพราะเพื่อนๆ เรียกร้องครับ และ หลังจากที่ผมไม่ได้แตะต้องจักรยานเลย เป็นเวลา ประมาณ 20 วัน แต่พอมาจับจักรยานฝึกซ้อมอีกครั้ง ผมรู้สึกได้เลยว่า ร่างกายของผม แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือความรู้สึกแบบว่ายิ่งขี่ยิ่งมันครับ ไม่รู้เรี่ยวแรงมันมาจากใหน ผิดกับช่วงที่ผมเก็บตัวฝึกซ้อม แบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ ผมขออธิบายนิดหน่อย นะครับ คือช่วงที่เก็บตัวฝึกซ้อม ตารางการฝึกซ้อมค่อนข้าง จะหนักพอสมควรครับ 1 อาทิตย์ ซ้อม จักรยาน จันทร์ - เสาร์ หยุดวันอาทิตย์ 1 วัน ผมเข้าใจว่าในตอนนั้น คนมีความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์ การกีฬา ยังมีไม่มาก ส่วนมาก แบบแผน หรือตารางการฝึกซ้อมจะเป็นการบอกต่อ จากรุ่นพี่ สู่รุ่นน้องโดยใช้ประสบการณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้พัฒนาการในการปั่นจักรยานเป็นไปอย่าง ช้าๆ ต่างจากปัจจุบันมากครับ

เมื่อคุณรู้สึกเบื่อหน่ายการขี่จักรยาน คุณควรจะพักบ้าง
ผมว่าอาการแบบนี้ นักปั่นจักรยานทุกคน คงเคยประสบมาแล้ว นักปั่นหน้าใหม่ๆ อาจจะยังไม่ค่อยเคยได้พบกับอาการนี้เท่าไหร่ เพราะว่ากำลังเห่อจักรยาน คันใหม่ แต่พอปั่นไปนานๆ แล้วอาการดังกล่าวก็จะมาเยือนคุณเองไม่ช้าก็เร็วครับ บางคนพอเจออาการ นี้แล้วถึงกับเลิกขี่จักรยานไปเลยครับ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอาการที่ สามารถสกัดดาวรุ่งได้เลยครับ เพราะเด็กที่มีพรสวรรค์ ในการปั่นจักรยาน บางคนพอเจอการซ้อมแบบเข้มข้นติดๆ กันโดยไม่มีการสันทนาการ หรือการพักผ่อนที่เพียงพอ และถูกวิธี จึงทำให้เด็กเหล่านี้รู้สึกเบื่อ การขี่จักรยาน, เบื่อการฝึกซ้อม และผลสุดท้ายก็เลิกปั่นจักรยาน ไปในที่สุด และหันไปทำอย่างอื่นที่ไม่ซ้ำซากจำแจ แทน

อาการดังกล่าวข้างต้นมักจะมีสาเหตุมาจาก
•ฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นติดต่อกัน เป็นเวลานานๆ วิธีแก้ไข คือ จัดตารางการฝึกซ้อมใหม่ เช่นใน 1 สัปดาห์ ควรมีวันหยุดพัก 1 - 2 วัน แต่มันก็ขึ้นอยู่ว่า ใน สัปดาห์ ดังกล่าวคุณ ฝึกซ้อมเข้มข้นขนาดใหน หากเป็นสัปดาห์ ที่มีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ในสัปดาห์ดังกล่าวควรมีวันหยุดให้ร่างกายได้พักสัก 2 วัน
•ฝึกซ้อมในเส้นทางเดิมๆ ทุกวัน วิธีแก้ไข คือ หาเส้นทางปั่น จักรยาน เส้นทางใหม่ๆ บ้างเพื่อลดความน่าเบื่อหน่ายลง เช่น ไปปั่น จักรยาน ฝึกตามเส้นทางที่มีเนินเขา บ้างไม่ใช่ว่าขี่แต่ทางเรียบอย่างเดียวมันอาจทำให้เราเบื่อได้
•ออกไปซ้อมทีไรโดนเพื่อนๆ เฆี่ยน ตลอด หรือหลุด ออกจากกลุ่มทุกวัน พุดง่ายๆ คือออกไปปั่นที่ไร ตามเขาไม่ทันสักที่ นั่นแหละครับ ปัญหานี้ส่วนใหญ่ จะเกิดกับนักปั่นหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ จักรยาน วิธีแก้ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ ทางด้านจิตใจ เราไม่ควรไปคิดมากครับ เพราะปัญหานี้ผมก็เคยสัมผัสมาแล้ว สมัยที่ผมเริ่มปั่นใหม่ๆ ไม่ต้องห่วงครับ มันจะหายไปเองโดยใช้เวลาประมาน 2 - 3 เดือน จงอดทน และขยันซ้อม มีวินัยในตนเองไม่โกงตนเอง และฝึกซ้อมอย่างฉลาด ผมรับรองว่า อีกไม่นานคุณจะตามกลุ่มทัน และไล่บี้กับพวกรุ่นพี่ที่แรงๆ ได้แน่นอนครับ

ซึ่งการฟักผ่อนนั้นเราสามารถ จำแนกได้เป็นสองแบบครับ
รูปภาพ
1.การพักผ่อนโดยการออกกำลังกายเบาๆ (Active rest) ยกตัวอย่างเช่น ออกไปปั่นจักรยาน เบาๆ ซัก 20 นาที, ว่ายน้ำ, เดินเล่นตามสวนสาธารณะ ผมขอเน้นหน่อยนะครับ ว่าออกกำลังเบาๆ โดยใช้เวลาไม่นาน ครับ
2.การพักผ่อนโดยการหยุดออกกำลังกายไปเลยครับ (Passive rest) ยกตัวอย่าง เช่นนอนดูซีรี่เกาหรีอยู่กับบ้าน, หรือจะออกไปดูหนังกับแฟนก็ไม่ว่ากันครับ ซึ่งการพักแบบนี้เป็นการพักจริงๆ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู กลับสู่สภาพปรกติ อย่างรวดเร็ว ซึ่งการพักผ่อนแบบนี้เหมาะสำหรับ นักปั่น จักรยาน ที่เพิ่งฝึกซ้อมมาอย่างหนัก หรือจากจบการแข่งขันรายการต่างๆ ครับ

ขอบคุณบทความจาก: www.thbike.blogspot.com ขอบคุณมากครับ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย veenono » 17 ก.พ. 2012, 16:52

หมู Civilman เขียน:รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


+++
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย Frogman_twin » 17 ก.พ. 2012, 17:20

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆมีประโยชน์น๊ะครับ :D
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย Rangsimon » 22 ก.พ. 2012, 13:12

เยี่ยมมากเลยครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
เขาว่า..การตี Hole in one ต้องใช้ดวง...แต่การตีใกล้ธง 2-3 ฟุตทุกครั้งต้องใช้ฝีมือ
จงใช้สมองนำความรู้สึก

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย TREKMAN » 24 ก.พ. 2012, 20:19

ไม่ต้องซื้อหนังสือเลย หนังสือก็ไม่มีละเอียดแบบนี้ด้วยๆ LIKE สุดยอดครับๆ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย hibiki98 » 02 มี.ค. 2012, 09:28

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 10 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน