☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 05 ก.ค. 2011, 14:01

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 15 ส.ค. 2011, 10:52, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 05 ก.ค. 2011, 14:07

141.ปั่นแล้วเหี่ยวจริงหรือ ?

ปั่นแล้วเหี่ยวจริงหรือ ?
รูปภาพคนขี่จักรยานมักจะถูกคนที่ไม่ได้ขี่ถามเอาบ่อย ๆ ว่าปั่นมาก ๆ แล้วนกเขาไม่ขันจริงหรืเปล่า ? เรื่องที่เถียงกันไม่จบนี้เป็นประเด็นขึ้นมาอีกแล้วในหนังสือแทบลอยด์ของอังกฤษคือ “เดอะ ซัน” ที่ขึ้นหัวข่าวเสียใหญ่โตว่า “การปั่นจักรยานทางไกลจะส่งผลเสียต่อความสามารถในการสืบพันธ์” เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงก่อนสตาร์ทของตูร์เดอฟร็องซ์ สื่อมวลชนอังกฤษยังเตือนพวกนักปั่นฝีเท้าฉมังเอาไว้ด้วยว่ามนุษย์ชาติกำลังปั่นจักรยานไปสู่จุดมุ่งหมายคือไร้ลูก
เรื่องที่เดอะซันเสนอนี้มาจากเรื่องจริงในการวิจัยที่เสนอสู่ ยูโรเปี้ยน โซไซตี้ ออฟ ฮิวแมน รีโพรดัคชั่น แอนด์ เอมบรีโอโลจี (จะแปลว่าสมาคมการแพร่พันธุ์มนุษย์และตัวอ่อนแห่งยุโรปได้ไหมนี่) กระทำโดยศาสตราจารย์ไดอานา วามอนเด แห่งคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยคอร์โดบา ประเทศสเปน ถึงกระนั้นรายงานฉบับนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจาะลึกถึงผลกระทบที่อานจักรยานมีผลต่อสเปิร์ม ย้อนกลับไปในปี 1997 นายแพทย์เออร์วิน โกลด์สไตน์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศแห่งมหาวิทยาลัยบอสตัน ได้เคยเผยแพร่ข้อมูลมาแล้วชิ้นหนึ่งทีเน้นเรื่องอาการเจ็บก้นเนื่องจากอานที่ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ เป็นการเสนอรายงานที่หนักแน่นที่สุดเกี่ยวกับผลกระทบสำคัญอันนี้และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เกรียวกราว อีกครั้งหนึ่งในขณะนี้ที่นักจักรยานถูกเตือนว่าอานจักรยานนี้แหละที่จะทำให้สเปิร์มลดจำนวนลง แม้ว่ารายงานการทดลองจากมหาวิทยาลัยคอร์โดบาจะไม่ได้เน้นที่นักขี่จักรยานไกล แต่ก็มาจากตัวอย่างนักไตรกีฬาอาชีพจำนวน 15 คนที่ยอมมาเข้าร่วมโครงการทดสอบ ต้องยอมรับกันล่ะว่าพวกนักไตรกีฬาต้องขี่จักรยานมากพอสมควร แต่การเอานักกีฬาตัวอย่างมาทดสอบแค่ 15 คนแค่นี้กลุ่มมันจะไม่เล็กไปหน่อยหรือ ? แต่คนทำวิจัยเขาก็มีเหตุผลว่านักกีฬากลุ่มนี้ซ้อมกันอาทิตย์ละเก้าครั้งนานแปดปี จึงน่าเชื่อว่าเพราะซ้อมกันหนักหักโหมเกินไปหน่อยหรือเปล่าสเปิร์มจึงได้น้อย ไม่ได้เน้นหนักที่การขี่จักรยานอย่างเดียว
นายแพทย์อัลแลน เพซีย์ อาจารย์อาวุโสในแผนกแอนโดรโลจี หรือศาสตร์ที่ว่าด้วยความเป็นเพศชาย (มีศาสตร์ทำนองนี้เรียนกันด้วยนะ ) แห่งมหาวิทยาลัยเซฟฟิลด์ อธิบายไว้ว่า “ไม่เพียงแต่กลุ่มตัวอย่างจะไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยนักจักรยานล้วน ๆ แต่ยังเอาเรื่องอุณหภูมิที่สูงในกางเกงผ้าไลคราที่มีผลต่อลูกอัณฑะมาโยงเข้าหากันได้อีกเมื่อไม่ได้ศึกษากันด้วยนักกีฬาจักรยานล้วน ๆ ก็คงจะฟันธงลงไปไม่ได้หรอกว่าการขี่จักรยานแต่เพียงลำพังจะทำให้ด้อยความสามารถในการสืบพันธุ์”
เมื่อพูดถึงรายละเอียดของการทดสอบนักไตรกีฬา ปรากฎว่าพอวัดประมาณสเปิร์มแล้วพบว่ามันเหลืออยู่แค่ 10 เปอร์เซ็นต์จากปริมาณน้ำเชื้อทั้งหมดโดยคนปกติจะมีอยู่ประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นคณะของวามอนเดจึงเจาะลึกลงไปในตารางซ้อมเพื่อดูแต่เฉพาะพวกนักจักรยานที่ขี่กันไกล 300 ก.ม. ต่อสัปดาห์ ก็พบว่านักจักรยานเหล่านี้เหลือสเปิร์มน้อยลงคือเหลือแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ ถึงทีมของวามอนเดจะไม่สามารถหาเหตุผลที่ทำให้สเปิร์มลดลงเหลือแค่นี้ได้แต่รายงานการวิจัยที่คาดเอาว่าน่าจะเกิดจากการระคายเคืองและกดทับของน้ำหนักตัวกับอาน หรือไม่ก็เป็นเพราะเสื้อผ้ารัดรูปที่ทำให้อุณหภูมิรอบอัณฑะสูงขึ้นอันจะทำให้กระทบกระเทือนต่อการผลิตสเปิร์ม กระนั้นคุณหมอวามอนเดยังคาดว่าน่าจะเป็นเพราะโมเลกุลเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารีแอคทีฟ ออกซิเจน สเปซี อันเป็นโมเลกุลที่เกิดจากการออกกำลังกายหนัก ๆ จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ โดยโมเลกุลเหล่านี้จะทำหน้าที่ต่อต้านความเครียดที่ร่างกายพบระหว่างการออกกำลังหรือเล่นกีฬาประเภททนทาน อันจะเป็นอันตรายต่อเซลล์ต่าง ๆ และในที่สุดก็ส่งผลต่อการผลิตสเปิร์ม
แต่คุณหมอเพซีย์บอกว่านักจักรยานไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้หรอก ซ้ำยังเตือนคนทำวิจัยเอาไว้ด้วยที่จะเสนอเรื่องจักรยานเกี่ยวกับสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ก็ต้องระมัดระวัง เพซีย์บอกว่า “ในทศวรรษที่ 20-40 นั้นการแข่งจักรยานยังธรรมดากว่านี้จนถึงทศวรรษที่ 60 เรื่องความเป็นห่วงต่อสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายเริ่มมาปรากฏชัดเอาเมื่อยี่สิบปีนี้เอง” เพซีย์ ยังตั้งขอสังเกตด้วยว่าไม่น่าจะเป็นเพราะการขี่จักรยานหนัก ๆ อย่างเดียว เพราะตามรายละเอียดของตัวอย่างทั้ง 15 นั้นบ่งบอกว่าทุกคนเล่นกีฬาแบบค่อนข้างหักโหม และความเหนื่อยสายตัวแทบขาดนี้แหละที่เป็นผลต่อสเปิร์มหรือพูดกันตรง ๆ คือจะทำอะไรก็ตามถ้ามากไปไม่ค่อยได้หยุดพักสเปิร์มมันก็ลดได้ทั้งนั้น ไม่ใช่แต่เฉพาะการขี่จักรยานหรือถูกอานกดทับอวัยวะสำคัญหรอก และที่สเปิร์มลดน้อยลงก็จ่าจะเป็นเพราะร่างกายดึงเลือดไปเลี้ยงแขนขามากกว่าจะส่งลงไปตรงอัณฑะ ซึ่งผลิตโดยตรง เพื่อให้นักกีฬาใช้อวัยวะส่วนนั้นไปในการวิ่งหรือปีนป่ายเอาตัวรอด พอความสนใจถูกดึงไปที่อื่นนอกจากตรงอวัยวะเพศแล้วสเปิร์มก็ลดลง ยิ่งพวกที่ขี่จักรยานกันอาทิตย์ละ 300 ก.ม. นี้คงไม่ต้องพูดถึงว่าลำพังขี่จักรยานก็เครียดและเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสืบพันธุ์ได้อีก
ทางด้านนายแพทย์เดวิด ราล์ฟผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปัสสาวะแห่งมหาวิทยาลัยลอนดอด พูดถึงอาการกระแทกกระทั้นภายหลังจากขี่จักรยานวิบาก ที่อาจเป็นสาเหตุของความด้อยสมรรถภาพว่าสิ่งนี้ก็ไม่เกี่ยว คุณหมอราล์ฟบอกว่า “การขี่เมาเท่นไบค์อาจสร้างความสั่นสะเทือนให้อัณฑะได้ และน่าจะเป็นเรื่องน่าห่วงเพราะอาจนำไปสู่การกดทับเส้นประสาทและเส้นเลือด แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกันกับความสามารถในการสืบพันธุ์ถึงงั้นนักจักรยานก็ควรหลีกเลี่ยงการขี่โลดโผน กระแทกระทั้นถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็เท่านั้นเอง”
เพื่อความปลอดภัยคุณหมอราล์ฟแนะนำให้ใช้อานออกแบบมาพิเศษ ที่นุ่มและเข้ากับสรีระสำคัญ ทั้งยังย้ำว่านักจักรยานควรหลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันแต่กับความด้อยหรือเด่นเรื่องการสืบพันธุ์นั้นคุณหมอว่ากันไปคนละเรื่อง “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาเหตุหลัก ๆ ของการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ก็คือการไม่ออกกำลังกายและไม่ยอมฝึกในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้หลอดเลือดแข็งแรง และมีแต่การขี่จักรยานนี้เท่านั้นที่จะช่วยเสริมสมรรถภาพ ผมไม่เห็นว่ามันจะทำให้เสื่อมที่ตรงไหน ยิ่งปั่นยิ่งเตะปิ๊บดังล่ะไม่ว่า “ คุณหมอราล์ฟกล่าว เขาไม่ใช่แค่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่กล้าบอกว่าการขี่จักรยานจะทำให้คึกคักขึ้นเท่านั้น แต่คณะนักวิจัยจากสถาบันโรคหัวใจลานซิซีแห่งอันโคนาประเทศอิตาลีก็พบเช่นกันว่าถ้าปั่นจักรยานกันอย่างเดียวในปริมาณพอเหมาะ มันจะทำให้หัวใจแข็งแรงและส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ดีด้วย ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียก็พบว่าบุคคลที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิค บริหารหัวใจและหลอดเลือดอยู่เป็นประจำอยู่แล้วนี่แหละตัวดี เพราะพวกนี้จะมีเซ็กซ์ถี่ ขึ้นอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์
ถ้าการปั่นจักรยานไม่เกี่ยวกับการลดลงของสเปิร์ม สิ่งที่นักจักรยานต้องเลือกให้ดีก็คงเหลือแค่อานซึ่งต้องนั่งสบาย ไม่กดทับเส้นประสาทจนเกิดอาการชา ถ้าอยากขี่จักรยานให้สบายเอาแค่นั้นก็น่าจะพอ เพราะที่เหลือก็ถือว่าพวกเราเดินทางถูกทางกันอยู่แล้ว ปั่นกันต่อไปอย่าได้ย่อท้อ..

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย caramel » 05 ก.ค. 2011, 23:52

สวัสดีคุณพี่อู๊ดนะคะ วันนี้ว่าจะไปทักแต่ทำงานยาวเลยค่ะ

สบายดีใช่ไหมคะ :D :D
☯☯☯☯☯☯☯☯
********เกิดเป็นหญิงต้องเสียสละให้ผู้ชาย(ผู้ชายหน้าด้าน)*************************************************************************
อักษรสะดุดตา เนื้อหาสะดุุด..
คารมกวนตา วาจากวน..
ลีลายวนตา มารยาทยวน..

♡♡✿✿✿✿✿✿✿♡♡
ปิดตา ปิดหู เปิดใจ นะคะ ^^
♡♡♡♡♡♡ทำไมคุณไม่รักษาสัญญา หน้าไม่อายนะคะ





Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 08 ก.ค. 2011, 14:10

142.คนหลายจำพวก ในหมู่เราชาวจักรยาน

รูปภาพการขี่จักรยานเป็นกลุ่มนั้น เป็นได้ทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา แต่เมื่อวัดจากปริมาณความถี่แล้วจะพบว่าเสือหมอบขี่เป็นกลุ่มกันบนทางเรียบ ๆ ง่ายกว่า เพราะเส้นทางอันราบเรียบทำให้เกาะกลุ่มกันได้ง่าย จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม การขี่จักรยานเป็นกลุ่มไม่ว่าจะเพื่อซ้อมหรือเพื่อความสนุกสนานทุกวันหยุดนั้นเป็นเช่นนี้มากนานนับร้อยปีแล้ว จะเปลี่ยนไปก็แค่วัสดุที่ใช้ทำจักรยานกับเสื้อผ้าสีสันของคนขี่จักรยานเท่านั้น แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือทัศนคติของมนุษย์เมื่อมารวมกลุ่มกัน ซึ่งนิตยสารไบซิคลิ่งเขาวิเคราะห์เอาไว้อย่างน่าฟัง ลองอ่านดูแล้วคุณอาจจะเกิดความคิดก็ได้ว่าตัวเองอยู่ในบุคคลจำพวกไหน
รูปภาพ

พวกนักแข่งมือโปร : คนพวกนี้มักถูกเรียกว่า โปร หรืออย่างน้อยก็เรียกตัวเองว่าโปรจะด้วยความที่แข่งบ่อยหรือใช้ของดีกว่าชาวบ้านก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พวกเขาชอบทำคือการแสดงออกให้เด็กใหม่ ๆ หรือคนที่ไม่เป็นมือโปรอย่างตัวเองรู้สึกว่าพวกเขาทำอะไรได้ง่ายดายเหลือเกิน รวมทั้งการแต่งเนื้อแต่งตัวที่บ่งบอกด้วยว่าฉันเจ๋ง ใช้ของดีมีราคา ที่แน่ ๆ คือปั่นเร็วชะมัดแต่ดูเหมือนทำอะไรง่าย ๆ พอขึ้นไปอยู่หน้าสุดทิ้งกลุ่มไปตั้งไกลแล้วยังมีหน้าหยิบกล้วยออกมาปอกกินหน้าตาเฉย ไม่ว่าคนพวกนี้จะปั่นเล่นสนุก ๆ หรือซ้อม ทุกสิ่งที่เขาทำดูง่ายดายแต่ความจริงแล้วมันเกิดจากความพากเพียรและฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอมาเนิ่นนาน

นักปั่นกลุ่มจอมซีเรียส : สำหรับคนประเภทนี้ การขี่จักรยานไม่ได้หมายถึงการมาซ้อม หรือเพื่อมากาเพื่อนแล้วสันทนาการกัน แต่ทุกจังหวะของการปั่นมันคือการแข่งขันที่แม้จะไม่ได้ปั่นแข่งกับใครแข่งกับตัวเองก็ยังดี บางทีถ้าเห็นคนในกลุ่มคนไหนปั่นเหยาะแหยะ หรือทำท่าจะไปไม่รอดก็จะเข้าไปแนะนำหรือทำท่าทางให้รู้วิธีที่ถูก บางทีอาจจะเป็นปมด้อยอย่างหนึ่งในใจ ประมาณว่าเคยแข่งแล้วไม่ชนะหรือมีความบกพร่องด้านการเข้าสังคมอะไรสักอย่าง ปล่อยให้เขาซีเรียสของเขาไปเถอะถ้าคุณหวังปั่นแค่สนุก

นักปั่นผู้ครบเครื่อง : ที่ว่าครบเครื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าทางเรียบก็ได้ ขึ้นเขาก็เก่ง จะให้เป็นหัวลากอยู่ข้างหน้าก็เจ๋ง ไม่ใช่ แต่หมายความว่าเขาช่างเพียบพร้อมไปหมดทั้งเสื้อผ้าหน้าผม อุปกรณ์ก็เพียบ เช่น มียางในติดกระเป๋าหลังพร้อมอุปกรณ์ปะไปเผื่อเพื่อนยางแบน ใครเป็นอะไรต้องนึกถึงเขาเสมอ ถ้าในกลุ่มของคุณมีนักปั่นคนนี้เพียงคนเดียวก็เย็นใจได้แล้วว่าถึงยังไงก็คงไม่มีใครต้องโบกแท็กซี่กลับบ้านแน่ หรือถ้าคุณบังเอิญเป็นคนประเภทนี้ก็จะมีเพื่อนเยอะ แต่ข้อเสียคือคุณหอบของมากแล้วมันหนัก เท่านั้นแหละ

นักปั่นผัวเมีย : ห้ามแฟนปั่นจักรยานไม่ได้แล้วฉันก็ปั่นมันเองซะเลย ว่าแล้วก็ตามมาจนได้ เราจะเห็นอยู่บ่อย ๆ ว่ามีนักปั่นคู่สามีภรรยาหรือคู่รัก เมื่อเขาอยู่ที่ไหนเราจะเห็นเธออยู่เคียงข้างหรือบางทีก็ตามดูดล้อหลังคู่ของตัวเองอยู่เหยง ๆ เธอมาด้วยจะได้สบายใจว่าแฟนไปไหนโดยไม่ต้องรอฟังรายงานสรุปจากเขาตอนที่ถึงบ้าน ถ้าแฟนใครเป็นแบบนี้ด้วยความชอบปั่นจักรยานจริง ๆ ก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าจะมาตามจับผิดกันจริง ๆ ล่ะก็คงเสียเวลาเปล่า เหนื่อยด้วย ไม่สนุกเลย พับผ่าซิ

แม่หญิงจอมโหด : ใครว่าการขี่จักรยานทางไกลเป็นกลุ่มเป็นเรื่องของชายชาตรีเท่านั้น ผิดไปล่ะกระมังถ้าคิดได้แค่นี้เพราะเดี๋ยวนี้มีผู้หญิงทั้งสาวและไม่สาวหันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น แต่ก็มีบางคนที่ปั่นได้เก่งชนิดที่ชายหนุ่มต้องอาย จงดีใจกับพวกเธอที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ซ้ำยังทำให้สุขภาพตัวเองดีขึ้นอีก

คนรวยไม่ยอมซื้อแร็คติดจักรยาน : ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ปั่นจักรยานเป็นกลุ่มบ่อย ๆ สิ่งหนึ่งที่ต้องเห็นเหมือนกันคือคนบางคนที่ใช้รถยนต์ราคาเป็นล้าน เอาจักรยานราคาเป็นแสนถอดล้อ เข้า ๆ ออก ๆ ท้ายรถแล้วใช้ผ้าขี้ริ้วรองกันเบาะฉีกโดยไม่ยอมซื้อแร็คติดจักรยาน เรื่องนี้จะไปว่ากันไม่ได้นอกจากอาจจะเป็นที่รำคาญสายตาเล็ก ๆ สำหรับเพื่อน ๆ บางคน ทุกคนทำอะไรย่อมมีเหตุผลตลอด เขาอาจจะชอบทำเช่นนี้เพราะมันไม่ต้องกลัวจักรยานหายก็เป็นได้ หรือไม่เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของแร็คติดจักรยานมาแต่ไหนแต่ไรก็ได้เหมือนกัน ถ้าคุณบังเอิญเป็นนักจักรยานประเภทนี้เราบอกได้เลยว่าคุณไม่แปลก ใคร ๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น

นักจักรยานอนุรักษ์นิยม : รับรองได้เลยว่าคุณต้องเจอนักปั่นประเภทนี้ทุกทริป หรือทุกครั้งที่รวมกลุ่มกัน เฟรมจักรยานของเขาจะเป็นเหล็ก ที่เปลี่ยนเกียร์ของเขาจะเป็นแบบสับถัง หมวกกันน็อคแบบนวมเป็นริ้ว ๆ ไม่ใช่โฟมหล่อขึ้นรูปเหมือนพวกเรา สิ่งที่สังเกตได้ง่ายของนักปั่นประเภทนี้คืออายุ 50 อัพ เงินทองน่ะมีแต่ไม่ชอบใช้ของใหม่ ชอบอะไรที่มัน เรโทร แต่โทษทีปั่นยังกะลมพัด

อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนจำพวกไหนในกลุ่ม เมื่อรู้แล้วก็จงเข้าใจไว้เถิดว่าไม่มีอะไรเสียหายตราบใดที่คุณออกกำลังแล้วสุขภาพดี ไม่เบียดเบียนใคร

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 11 ก.ค. 2011, 09:07

143.ตะคริว ปัญหาที่พบบ่อยกับนักจักรยาน

"ตะคริว" ปัญหาที่พบบ่อยกับนักจักรยาน (เสือภูเขา เสือหมอบ ดาวน์ฮิลล์)
รูปภาพ “ตะคริว” (muscle cramps) เป็นปัญหาที่พบบ่อยในนักกีฬา และบ่อยครั้งอาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในระหว่างการแข่งขัน ถ้าถามว่าสาเหตุเกิดมาจากอะไร น้อยคนที่จะตอบได้อย่างชัดเจนหรือฟันธงลงไปว่าเกิดจากอะไร แม้แต่นักกีฬาที่มีการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ก็ยังเกิดเป็นตะคริวได้ เป็นที่เชื่อกันว่าปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตะคริวได้แก่
1. การขาดเกลือแร่อิเลคโตรไลท์ (Electrolyte) ซึ่งเป็นการสูญเสียทางเหงื่อในระหว่างการเล่นกีฬา
2. การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากร้อนเป็นเย็น
3. มัดกล้ามเนื้อเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากการใส่อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมเช่น กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไปซึ่งทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนขาน้อยเกินไปกล้ามเนื้อขาดออกซิเจนและมีอาการคั่งของของเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกล้ามเนื้อ จึงเกิดเป็นตะคริวขึ้น นอกจากนั้นปัจจัยที่ได้กล่าวมาแล้ว การบาดเจ็บระหว่างการเล่นกีฬาเช่น ถูกกระแทกโดยตรงที่มัดกล้ามเนื้อ จะทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งกะทันหันซึ่งทำให้เกิดเป็นตะคริวได้เหมือนกัน

การป้องกันการเป็นตะคริวแบบง่าย ๆ
- ก่อนออกกำลังการ ควรจะยืดคลายกล้ามเนื้อก่อนทุกครั้ง อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ สังเกตง่าย ๆ คือดูสีของน้ำปัสสาวะถ้ามีสีเข้มเหลืองเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนักมีโอกาสที่จะเป็นตะคริว ถ้ามัดกล้ามเนื้อถูกใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ
- อุปกรณ์ที่สวมใส่อย่าให้รัดแน่นเกินไป
- สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับอ็อกซิเจนได้เต็มที่

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเป็นตะคริว
เมื่อตะคริวเกิดขึ้นที่ตำแหน่งใดให้ใช้ของเย็นประคบ อย่างใช้ของอุ่นและของร้อนประคบเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อบีบเกร็งมากขึ้น ถ้าเกิดขึ้นที่บริเวณน่องให้ทำการยืดขาออกช้า ๆ แล้วดันปลายเท้าเข้าหาตัวคนเจ็บ ซึ่งจะช่วยให้ตะคริวคลายออกได้เร็วขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นตะคริวที่น่องและเป็น ๆ หาย ๆ อยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเดินนาน ๆ ให้ลองทำง่าย ๆ ดังนี้ คือเริ่มจากยืนหันหน้าเข้าหากำแพงห่างประมาณ 3 – 4 ฟุต จากนั้นให้ก้มตัวไปด้านหน้าโดยเอามือยันกำแพงให้ส้นเท้าอยู่ติดกับพื้น จะทำให้น่องยืดตึงและทำให้กล้ามเนื้อเกิดความผ่อนคลายและช่วยลดอาการดังกล่าวได้

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 13 ก.ค. 2011, 15:59

144.เทคนิคการวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยานเพื่อลดอาการบาดเจ็บ

เทคนิคการวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยานเพื่อลดอาการบาดเจ็บ
รูปภาพมีผู้ขี่จักรยานและนักกีฬาจักรยานหลายคนที่ขี่จักรยานแล้วไม่ประทับใจ เช่น เกิดอาการปวดตามที่ต่าง ๆ เช่น ปวดก้น ปวดขา ปวดแขน เมื่อยหลัง เป็นตะคริว ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเราขาดการเรียนรู้ในเทคนิคทักษะของการวางตำแหน่งของร่างกาย กล่าวคือขณะที่เราปั่นจักรยานจะมีตำแหน่งที่สำคัญอยู่ 3 ที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สัมผัสกับจักรยานคือ

1.การนั่งอาน: ปกติจะนั่งเต็มก้นกันทุกๆ คนก็จริง แต่ระดับของอานที่ถูกต้องจะต้องไม่เงยขึ้นหรือก้มลง อานจะต้องปรับให้ขนานกับพื้นเสมอ ทำให้การจัดตำแหน่งในการขี่จักรยาน(ทั้งนั่งและยืนปั่น)ทำได้ง่าย เช่น เวลาขี่ขึ้นเขาชันให้ขยับก้นขึ้นไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มแรงกดลูกบันได หากขึ้นเขายาว ๆ แล้วละก็ให้เลื่อนก้นลงมาอยู่ข้างหลัง เพื่อเพิ่มแรงดันลูกบันได และถ้าเป็นทางราบยาว ๆ ซึ่งต้องขี่เร็วให้เลื่อนก้นมาข้างหน้า ขี่เสมอให้นั่งเต็มอาน

รูปภาพ
2.การวางตำแหน่งของมือ: ถ้าเป็นรถจักรยานธรรมดาก็เพียงแต่จับแฮนด์สบายๆ แต่ถ้าเป็นรถจักรยานเสือภูเขาควรจับที่ยางแฮนด์โดยใช้นิ้วชี้ และกลาง แตะมือเบรกเอาไว้ตลอดเวลาพร้อมที่จะเบรก หรือชะลอความเร็วเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทาง หรือหลบหลีกเครื่องกีดขวางในเส้นทางที่ต้องขี่ผ่าน ส่วนเสือหมอบเราสามารถจะวางมือบนแฮนด์ได้หลายตำแหน่ง เช่น จับแฮนด์ด้านในสุด (Drop In ) จับบนแฮนด์ใกล้ๆ คอแฮนด์ จับตรงยางมือเบรก และจับส่วนโค้งของแฮนด์ด้านบน เป็นต้น การวางตำแหน่งของมือบนแฮนด์ที่ถูกต้องเพื่อทำให้เกิดความสบายในการขี่ ลดอาการเมื่อยล้าของแขน และลำตัว

3. การวางตำแหน่งของเท้า: เป็นเรื่องที่สำคัญมากถ้าวางตำแหน่งได้ไม่สมดุลจะทำให้แรงที่ปั่นจักรยานสูญเปล่าอย่างน่าเสียดาย นักแข่งหลายคนติดกริ๊ปใต้รองเท้าไม่เท่ากัน ทำให้การปั่นลูกบันไดไม่เป็นวงกลม ถ้ามองดูโซ่จะเห็นว่ามันวิ่งไม่เรียบ ในขณะที่บางคนติดกริ๊ปสั้นหรือยาวเกินไป ถ้าติดสั้น จะทำให้ปวดข้อเท้าเวลาปั่นนานๆไกลๆเพราะข้อต่อข้อเท้าต้องทำงานหนักคือหมุนจำนวนรอบที่มากเกิน แต่ถ้าติดกริ๊ปยาวเกินไป จะทำให้เมื่อยข้อเท้าเช่นกันและรอบขาที่ปั่นได้จะไม่เร็วเหมือนคนอื่น สมมุติว่าทุกคนติดกริ๊ปพอดีกับขนาดของรองเท้าตนเอง การวางตำแหน่งของเท้าในการปั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ คือถ้าปั่นทางราบควรวางปลายเท้าและส้นเท้าเสมอกันขณะปั่นลูกบันได แต่ถ้าขึ้นเขาให้เชิดปลายเท้าขึ้นส้นเท้าต่ำลงขณะปั่น แต่สปริ้นท์ให้จิกปลายเท้าลงเสมอ
รูปภาพดังนั้นการวางตำแหน่งของร่างกายในการปั่นจักรยาน เป็นเทคนิคที่เราชาวจักรยานจะต้องฝึก และทดลองทำดู ถึงจะค้นพบตำแหน่งที่เหมาะสมของตนเองครับ โดยการปรับการนั่งอาน การวางมือและเท้า ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ของการขี่นั้นๆ การวางตำแหน่งของร่างกายที่ถูกต้องช่วยประหยัดแรง และทำให้เกิดความสมดุลในการปั่นทำให้ง่ายต่อการบังคับรถจักรยานของคุณและจะทำให้การออกทริปปั่นจักรยานครั้งต่อไป สนุกสนานยิ่งขึ้น และช่วยลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ

บทความโดย "เสือเฒ่าเทอร์โบ"

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย Frogman_twin » 15 ก.ค. 2011, 06:54

:D :P
ไม่ต้องประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่สิ่งที่เลือกทำขอให้ทำให้เต็มที่น๊ะลูก

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย chakaphan_sri » 15 ก.ค. 2011, 19:30

ต้องขอขอบคุณสำหรับความรู้/เทคนิคดี ๆ อู๊ด-พีระ
หน่วยบริการข้อมูลสังกัดอ่างทองไบค์ คนดีมีน้ำใจต้องเชิดชู
จะประสบความสำเร็จได้จะต้องมีคำว่า "วัด" อยู่ในใจตลอด..แล้ว "วัด" คืออะไร...Positive thinking
พูดคุยกันที่บางสะพาน viewtopic.php?f=53&t=89631

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 19 ก.ค. 2011, 10:49

รูปภาพ chakaphan_sri เขียน:ต้องขอขอบคุณสำหรับความรู้/เทคนิคดี ๆ อู๊ด-พีระ
หน่วยบริการข้อมูลสังกัดอ่างทองไบค์ คนดีมีน้ำใจต้องเชิดชู

ขอบคุณครับ :)


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 11 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน