☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย นู๋เล็ก » 07 เม.ย. 2011, 12:48

เก็บความรู้เพิ่มเติมครับ :P
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
viewtopic.php?f=56&t=344145

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย caramel » 08 เม.ย. 2011, 06:29

อรุณสวัสดิ์ นะคะ :P
☯☯☯☯☯☯☯☯
********เกิดเป็นหญิงต้องเสียสละให้ผู้ชาย(ผู้ชายหน้าด้าน)*************************************************************************
อักษรสะดุดตา เนื้อหาสะดุุด..
คารมกวนตา วาจากวน..
ลีลายวนตา มารยาทยวน..

♡♡✿✿✿✿✿✿✿♡♡
ปิดตา ปิดหู เปิดใจ นะคะ ^^
♡♡♡♡♡♡ทำไมคุณไม่รักษาสัญญา หน้าไม่อายนะคะ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 เม.ย. 2011, 08:08

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:41, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 09 เม.ย. 2011, 08:29

114.เสือภูเขา “Mountain Bike” คุณรู้จักมันดีแค่ไหน ?

รูปภาพ
เมื่อเห็นจักรยานยางใหญ่ ๆ ดอกหนา ๆ มีช็อคหน้าและหลังเรามักจะเรียกมันว่า “เมาเท่นไบค์” หรือ “เสือภูเขา” ไว้ก่อน โดยแทบไม่สนใจเลยว่ามันเป็นเมาเท่นไบค์จริง ๆ ตามความต้องการของผู้ผลิตหรือไม่ และจักรยานที่ถูกเรียกว่าเมาเท่นไบค์นั้นก็ถูกแบ่งแยกอกไปได้อีกหลายประเภทย่อย ๆ ไม่ได้มีแค่แบบมีตะเกียบช็อคอันเดียวคือฮาร์ดเทลและฟูลซัสเพนชั่นซึ่งมีช็อคหน้า – หลัง แต่มันถูกแบ่งประเภทตามวิธีการใช้งานได้ถึง 6 ประเภท และน่าจะมีแค่ 6 ประเภทนี้ไปอีกนานตราบเท่าที่มนุษย์ยังนึกไม่ออกว่าจะสร้างเมาเท่นไบค์ประเภทไหนขึ้นมาอีก ลองมาดูกันว่าตัวเองขี่เมาเท่นไบค์ประเภทไหนอยู่ หรือไม่แน่จักรยานที่คุณขี่อาจจะไม่ใช่เมาเท่นไบค์เลยก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะยางใหญ่ก็ตาม

Cross Country
รูปภาพCross country
วัตถุประสงค์ : จักรยานแข่งวิบากหรือ “ครอส คันทรี่” นี้จุดเด่นคือต้องน้ำหนักเบา มีตะเกียบช็อคหน้าเพียงคู่เดียวหรือมีช็อคกันสะเทือนหน้าหลังก็ได้ ช่วงชักของช็อคที่กำหนดไว้ให้จักรยานแบบนี้คือ 4 นิ้ว หรือน้อยกว่านั้นเนื่องจากไม่ได้รับแรงกระทบกระแทกหนักหนาสาหัส เมื่อจักรยานครอส คันทรี่ไม่ได้ถูกขี่ลุยทางวิบากยาว ๆ ที่ไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน (trail) ซึ่งเทรลไบค์เข้ามารับช่วงไป นักออกแบบจักรยานจึงสร้างมันให้ตรงกับงานเฉพาะกิจมากขึ้น

ครอส คันทรี่ถูกสร้างให้เบา ไต่ที่สูงได้ง่าย นักจักรยานที่มีประสบการณ์จะใช้มันขี่ในลู่แข่งที่ถูกเตรียมสภาพเอาไว้แล้ว ขี่บนถนนดินและเส้นทางที่ไม่โหดเกินไป น้ำหนักของจักรยานประเภทนี้คือเรื่องใหญ่ ดังนั้น ครอส คันทรี่เก่ง ๆ จึงตองมั่นใจในความเบาของตัวรถ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดจากการใช้งานด้วย เช่นกระโจนสูงเกิน ลงพื้นกระแทกจนชิ้นส่วนทนไม่ไหว การปรนนิบัติดูแลเป็นประจำไม่ใช่คำแนะนำ แต่เป็นข้อต้องปฏิบัติกันเลยทีเดียวสำหรับ ครอส คันทรี่

น้ำหนัก : ตั้งแต่ 8.50 – 11.25 ก.ก.

ระดับความโหดที่รับได้ : ทำบันนี่ฮ็อปข้ามสิ่งกีดขวางในเส้นทาง เหินได้ระดับเตี้ย ๆ สู้กับทางโหดได้พอประมาณ ไม่ใช่ลุยดงหินกันตลอดเส้นทางหรือมีเนินให้โดดบ่อย ๆ

สิ่งที่มันไม่ใช่ : ความสบายและความทนทาน ล้มเมื่อไรโอกาสพังย่อมสูง จะขี่แบบโหดมาก ๆ ก็รับไม่ไหวอีก

รูปภาพJump
วัตถุประสงค์ : “จัมพ์” ชื่อบอกอยู่แล้วว่าใช้โดด มันจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนอากาศ จะใช้เพื่อเดินทางไปไหน ๆ ทุกวันหรือเอาไปขี่ในเส้นทางวิบากที่ไม่ได้เตรียมการไว้ก็ได้ แต่มันถูกสร้างมาให้เหินจากเนินส่งหรือจะเอาไปตีลังกากลางหาวในสเก็ตพาร์คก็ยังได้ ดูจากสภาพแล้วคงเข้าใจว่าไม่ใช่จักรยานที่สร้างมาให้ขี่นาน ๆ น้ำหนักเบา ๆ จึงไม่เน้นแต่เน้นที่ความทนทาน เกือบทั้งหมดเลยคือฮาร์เทลเฟรมอลูมินั่นและโคร-โมลี เสริมตรงจุดนั้นจุดนี้มากมาย มีระยะห่างมากสำหรับยางหน้ากว้าง ๆ อานค่อนข้างต่ำเพื่อให้คนขี่โยกตัวถ่ายน้ำหนักซ้ายขวาหน้าหลังได้ง่ายเมื่อเหิน เล่นท่าได้สวย ส่วนใหญ่อีกเช่นกันที่ราคาของมันสูง คุณคงไว้ใจอุปกรณ์ราคาถูกไม่ได้เพราะมันคงทนแรงกระแทกจากการกระโดยไม่ไหว

น้ำหนัก : ตั้งแต่ 13.50 -18 ก.ก.

ระดับความโหดที่รับได้ : อะไรก็ได้ที่คนขี่ทนได้ จักรยานทนได้เหมือนกัน ผู้ผลิตจักรยานโดดแทบทั้งหมดไม่ยอมรับประกันชิ้นส่วนของมันนานเพราะธรรมชาติการใช้งานอันสุดโหดของมันนั่นเอง

สิ่งที่มันไม่ใช่: ความสะดวกสบายสำหรับการขี่ในเส้นทางวิบาก และการโดดสูง ๆ โหด ๆ ตลอดเส้นทางแบบดาวน์ฮิลล์

รูปภาพSlalom / 4X
วัตถุประสงค์: มันถูกสร้างให้นักแข่งสองคนแข่งกันลงเนินมาตามช่องทางไม้ปัก (gate) ต้องสาดโค้งตรงดินถม (Berm) ต้องเปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็ว เฟรมต้องแข็งเพื่อการสปรินต์ด้วยความเร็วสูง อุปกรณ์ก็ต้องทนไปตามกันแต่ไม่เน้นที่น้ำหนักน้อย ๆ ใช้วัสดุสร้างเฟรมได้ทั้งอลูมินั่มและเหล็กกล้า ต้องเป็นแบบอาร์เทลและมีช่วงชักของข็อค 4 นิ้วหรือน้อยกว่า มันต้องถูกนักแข่งสปรินต์เร่งฝีเท้าสาดโค้งหรือบางครั้งก็ต้องโดดช่วงสั้น ๆ ตลอดเส้นทาง อานจึงสูงพอประมาณ ระดับอานสูงกว่าจักรยานโดด แต่ไม่สูงเท่ากับครอส คันทรี่เพราะต้องการศูนย์ถ่วงต่ำเวลาเข้าโค้งและโดด พวกนักแข่งเก่ง ๆ อาจจะใช้อุปกรณ์เบา ๆ ได้แต่ก็ต้องมีช่างคอยอยู่ปลายทางเพราะมันอาจพังพร้อมกับการแข่งเสร็จ

น้ำหนัก : 12 – 14 ก.ม.

ระดับความโหดที่รับได้ : อะไรก็ตามที่มีในสนามที่ถูกเตรียมการเอาไว้แล้วเช่นในสนามสลาลอม พร้อมตารางเวลาการดูแลเฟรมและอุปกรณ์สม่ำเสมอ

สิ่งที่มันไม่ใช่ : การขี่อย่างดาวน์ฮิลล์ที่บินสูง กระแทกหนัก หักกระจาย โดดแบบจักรยานโดด และไม่น่าจะมีอายุการใช้งานนานกว่า 2 ปี

รูปภาพTrail Rider
วัตถุประสงค์ : จักรยานประเภทนี้ถูกสร้างมาเพื่อลุยทางวิบากโดยเฉพาะ เป็นจักรยานในดวงใจของใคร ๆ หลาย ๆ คนเพราะซื้อมาแล้วคุ้ม จักรยานเทรลมีแบบเดียวเท่านั้นคือ ฟูลซัสเพนชั่นมีช็อคหน้า-หลัง ช่วงชักมากกว่าครอส คันทรี่ 2 นิ้ว คือ 6 นิ้ว เพื่อให้รองรับสภาพเส้นทางที่วิบากเองโดยธรรมชาติ (ย่อมโหดกว่าที่มนุษย์ทำ) บางครั้งเทรลไบค์อาจมีฮาร์ดเทลเข้ามาปะปนแต่นั่นไม่ใช่คำตอบแท้ ๆ ของเส้นทางวิบาก ความสามารถในการไต่และอัตราเร่งช่วงทางเรียบคือกุญแจสำคัญของเทรลไบค์ แต่คนขี่ยังต้องบังคับทิศทางจักรยานอยู่ได้อย่างคล่องแคล่วไม่เสียการทรงตัว เพราะสภาพจักรยานที่รองรับภารกิจวิบากปานกลางได้กว้าง บริษัทผลิตจักรยานจึงนิยมผลิตรถชนิดนี้ออกมามาก มันไม่ต้องเบามากแต่ต้องทนและทรงตัวดี ทุกเส้นทาง ระบบกันสะเทือนต้องดี ทน เกาะเส้นทางพอประมาณ เทรบไบค์แพงที่สุดใช้เฟรมสร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์ ในขณะที่อลูมินั่มยังคงเป็นวัสดุยอดนิยม

น้ำหนัก : 11 – 14.50 ก.ก.

ระดับความโหดที่รับได้ : การขี่แบบลุยแหลกพอประมาณ เช่นการโดดจากเนินลงเนินรองรับและทิ้งดิ่งได้ไม่เกิน 3 ฟุต มันสามารถลุยได้สบาย ๆ แบบครอส คันทรี่ ทะยานด้วยความเร็วสูงได้ในพื้นที่ดงหินก้อนเตี้ย ๆ ตะปุ่มตะป่ำแบบที่ครอส คันทรี่รับไม่ไหวแต่มันเอาอยู่เพราะช่วงชักของช็อคยาวกว่า

สิ่งที่มันไม่ใช่ : ขี่โดดตลอดทางแบบดาวน์ฮิลล์หรือวิบากสุดขั้วแบบแบล็คไดมอนด์ การขี่โดดตลอดเวลาหรือสตั้นต์ในสเกตพาร์ค

รูปภาพBlack Diamond
วัตถุประสงค์ : ถ้าคุณอยากจะทดสอบความสามารถของตัวเองล่ะก็ใช่เลย แบล็คไดมอนด์เกิดมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ ชื่อแบล็คไดมอนด์นี้กำเนิดจากเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ในรีสอร์ทหลาย ๆ ที่ เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกไว้ว่าต้องมือโปรเท่านั้นจึงจะผ่านเส้นทางโหดขนาดนี้ไปได้แบบครบสามสิบสอง

เมื่อเน้นให้รับมือกับเส้นทางสุดโหดมันจึงไม่เน้นเรื่องน้ำหนัก จักรยานแบล็คไดมอนด็สามารถเป็นได้ทั้งฮาร์ดเทล น้ำหนักมากถึง 13.50 ก.ก. ใช้เฟรมเสริมความแข็งแกร่งตลอดทั้งคันและช็อคช่วงชักยาว ที่นิยมที่สุดคือช่วงชักยาว 6 – 8 นิ้ว แลกกับน้ำหนักอีกเล็กน้อยที่อาจจะทำให้ปั่นทางเรียบได้ช้าลง แต่มันจะช่วยให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้นตลอดเส้นทางวิบากสาหัส ไม่ต้องกลัวเฟรมร้าวหรืออุปกรณ์พังจากการกระแทก ต้องมีดุมธรู-แอ็กเชียลร้อยแกนใหญ่ ล้อทั้งหน้าและหลังต้องใช้ดิสก์เบรกใหญ่เพื่อหยุดได้มั่นใจไม่ว่าจะย่านความเร็วไหนก็ตาม

น้ำหนัก : 16 – 20 ก.ก.

ระดับความโหดที่รับได้ : อะไรก็ตามที่ตัวนักจักรยานทนได้ มันก็ทนได้เหมือนกัน เมาเท่นไบค์แบบแบล็คไดมอนด์ โคตรทนและแข็งแกร่งสุด ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่พัง ถ้าขี่กันแบบไม่บันยะบันยังของทนแค่ไหนก็พัง ถ้าเปรียบจักรยานชนิดนี้เป็นเครื่องบิน คนขี่ก็ไม่ต่างอะไรจากนักบินทดสอบที่ต้องเค้นสมรรถนะของตัวเองและจักรยานออกมาให้หมด รีดมันออกมาให้ถึงที่สุด และเมื่อทำได้เช่นนั้นก็จงระวังให้ดีเถิดว่าอาจมีการแตกหักเสียหายของทั้งเฟรมและอุปกรณ์ อาจจะมีตัวคุณเป็นของแถมด้วยก็ได้

สิ่งที่มันไม่ใช่ : การขี่แบบสบาย ๆ ชิว ๆ ที่ไหน ๆ ก็ตาม ถ้าต้องการแบบนี้ให้ไปใช้ครอส คันทรี่หรือเทรลไบค์จะดีกว่า หรือจะให้กระแทกกระทั้นกันตลอดทางแบบดาวน์ฮิลล์ยังถือว่าแรงไป

รูปภาพDownhill
วัตถุประสงค์ : ถ้าคิดว่าจักรยานอะไรก็ได้จะมาร่อนลงเนิน แล้วยังเป็นคัน ๆ ครบสามสิบสองทั้งคนทั้งรถตอนปลายทางคุณคิดผิด จักรยานดาวน์ฮิลล์ต้องเป็นดาวน์ฮิลล์ที่สร้างมาเพื่อดิ่งลงเขาโดยเฉพาะ มันต้องมีเฟรมแข็งแกร่งถึงจะหนักหน่อยก็ไม่เป็นไร มีระบบกันสะเทือนที่มั่นใจได้ มีช็อคช่วงชักยาวสุด ๆ เพราะต้องกระแทกกระทั้นกันตลอดทางรวมทั้งการโดดเหินสูง ๆ ที่ตอนลงเป็นได้ทั้งนิ่มนวลแบบมีเนินรองรับและตูมเดียวกระจายทั้งคนทั้งรถ

พวกนักจักรยานดาวน์ฮิลล์ หลายคนใช้อุปกรณ์เบากว่าแบล็คไดมอนด์ เพราะพิจารณาแล้วว่ามันพังแน่ เมื่อพังก็เปลี่ยนใหม่แบบไม่ต้องซ่อม ดังนั้นจึงเล่นของเบาไปเสียเลย เป็นจักรยานแบบเดียวที่ต้องปรับแต่อุปกรณ์กันตามภูมิประเทศสนามแข่งขัน นักจักรยานที่คว้าถ้วยในสนามหนึ่งอาจจะเดี้ยงได้ในอีกสนามแบบเห็น ๆ และเป็นจักรยานประเภทเดียวอีกเหมือนกันที่คุณต้องทำการบ้านให้มาก ๆ หาข้อมูลให้ละเอียดก่อนจะควักกระเป๋าซื้อมาไว้เหินหาวเล่นสักคัน เพราะมันพังง่ายมาก มีแต่ของดีเท่านั้นที่จะอยู่กับคุณได้ (นานขึ้นอีกนิด)

น้ำหนัก : 16 – 22.5 ก.ก.

ระดับความโหดที่รับได้ : โหดแบบดาวน์ฮิลล์ระดับมืออาชีพไงล่ะ แต่ถึงจะรับได้ก็ยังพังถ้าเหินสูงแล้วลงพื้นกระแทกแรงเกิน เป็นจักรยานหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่ต้องดูแลกันราวลูกอ่อน เพราะแทบวางใจในความปลอดภัยไม่ได้เลยหลังจากแข่งแต่ละครั้ง

สิ่งที่มันไม่ใช่ : ทางเรียบหรือวิบากใด ๆ ที่ไม่ใช่ดาวน์ฮิลล์ ลองเอาจักรยานดาวน์ฮิลล์ไปขี่ในทางเรียบแบบนั้นจะรู้ว่านรกมีจริง มันไม่ใช่ของเล่น ใช้ทิ้ง ๆ ขวาง ๆ คุณอาจไม่มีวันชนะ หรือร้ายกว่านั้นคืออาจเจ็บตัวแบบถาวร

แล้วจักรยานเสือภูเขาของคุณอยู่ในประเภทไหนกันครับ....

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:08, แก้ไขไปแล้ว 4 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย ayai » 10 เม.ย. 2011, 08:54

เยอะมากครับ
ขอบคุณนะครับสำหรับความรู้

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย caramel » 13 เม.ย. 2011, 21:44

ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณพี่อู๊ด :P

รูปภาพ
☯☯☯☯☯☯☯☯
********เกิดเป็นหญิงต้องเสียสละให้ผู้ชาย(ผู้ชายหน้าด้าน)*************************************************************************
อักษรสะดุดตา เนื้อหาสะดุุด..
คารมกวนตา วาจากวน..
ลีลายวนตา มารยาทยวน..

♡♡✿✿✿✿✿✿✿♡♡
ปิดตา ปิดหู เปิดใจ นะคะ ^^
♡♡♡♡♡♡ทำไมคุณไม่รักษาสัญญา หน้าไม่อายนะคะ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 16 เม.ย. 2011, 07:37

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:41, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 16 เม.ย. 2011, 07:53

115.แต่งตัวดีมีสไตล์ ไม่ไร้เหตุผล

รูปภาพเวลาไปขี่จักรยานรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ คุณ เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า ทำไมใครถึงต้องแต่งตัวอย่างนั้นอย่างนี้ ยางคนมีเครื่องประดับแปลก ๆ เช่นฮาร์เรทมอนิเตอร์ หรือกระจกมองหลังติดหน้าหมวกกันกระแทก บางคนสวมแว่นตาเลนส์ฉาบปรอทในขณะที่บางคนสวมแว่นตาเลนส์ไส ๆ บางคนนุ่งกางเกงไลคราธรรมดา ขณะที่อีกคนนุ่งกางเกงเอี้ยม ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหนหรือของใครก็ตาม ทั้งหมดนี้นักจักรยานต่างทำเพื่อความมั่นใจ สะดวกสบายและปลอดภัยของตัวเองทั้งสิ้น บางคนอาจคำนึงถึงแค่ป้องกันอันตรายและเพื่อสะดวก อีกหลายคนบอกว่ามันต้องดูดี ต้องมีสไตล์ด้วย จะได้เข้ากับรถจักรยานราคาแพงระยับของตน ประมาณว่าจักรยานแพงแล้วจะมาแต่งตัวเห่ย ๆ ได้อย่างไร ลองดูเรื่องราวที่จะเล่า แล้วคุณจะทราบว่าเบื้องหลังสไตล์ของแต่ละคนนั้นมีเหตุผลแฝงอยู่

แว่นกันแดด ลม : สวมมันให้ขาแว่นทับสายรัดคาง ไม่ใช่สวมสายรัดคางทับขาแว่น

แฟชั่น : ถ้าคุณใช้แว่นราคาแพงอย่างโอคลีย์หรือรูดี้ หรือแบรนด์ไหนก็ตามที่รู้จักกันในวงการว่าอยู่บนใบหน้านักจักรยานระดับโปรฯมากที่สุด การสวมมันทับสายรัดคางจะช่วยให้โลโก้ดูเด่นเป็นสง่า ไปไหนใคร ๆ ก็รู้ว่าใช้ของจริงของแพง

ประโยชน์ : การให้ขาแว่นพาดทับสายรัดคางจะทำให้สายรัดคางนั้นกดขาเข้ากับกะโหลกของคุณ เป็นความกดดันอันไม่พึงปรารถนา ทั้งเจ็บและน่ารำคาญเมื่อขี่ทางไกลเป็นชั่วโมง การพาดขาแว่นบนสายรัดคางยังช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณด้วยเวลาสวมหรือถอดแว่น ถอดง่ายสวมง่ายไม่ต้องกะระยะนาน ไม่อันตรายเพราะสายรัดจะไม่กดขาแว่นจนโค้งแล้วเด้งไปเกี่ยวลูกตาตอนดึงออก ข้อนี้อย่าทำเป็นเล่นไปเพราะมีสิทธิ์ตาบอดได้

กางเกงทรงแบ็กกี้ : สวมเพื่อความคล่องตัวเวลาขี่จักรยานไปทำธุระ

แฟชั่น : ใช้เพื่อขี่จักรยานในละแวกบ้านหรือไปไหนมาไหนใกล้ ๆ บ่งบอกให้รู้รสนิยมอันวิไลของคุณเมื่อใช้กางเกงทรงแบ็กกี้ เสริมเป้าแล้วมีกางเกงผ้าไลคราซ้อนด้านใน ถ้าต้องการความสะดวกสบายหรือไม่จำเป็นต้องเสริมเป้าถ้าไปทำธุระหรือขี่เล่นใกล้ๆ มีแต่พวกบ้าเห่อเท่านั้นที่สวมกางเกงผ้าไลครารัดรูปมาขี่จักรยานไปซื้อของแค่ปากซอยใน เซเว่น อีเลฟเว่น

ประโยชน์ : การมีขากางเกงเปื้อนน้ำมันหยอดโซ่จักรยานเป็นเรื่องเหลือทนจริง ๆ ทั้งสกปรกและดูไม่ดีเอาเสียเลยเผลอ ๆ คุณอาจต้องเสียกางเกงขายาวตัวนั้นไปตลอดกาลเพราะซักคราบน้ำมันไม่ออก การเลือกใช้กางเกงทรงแบ็กกี้จึงดีที่สุด จะให้ดีกว่าแค่แบ็กกี้ก็ควรเป็นกางเกงแบ็กกี้สำหรับขี่จักรยานด้วย เพื่อให้มีกางเกงผ้าไลคราบุเป้าเสริมด้านในสะดวกสบายยามขี่ใกล้ ๆ หรือหากเกิดอารมณ์มันส์ ๆ ขึ้นมาจะเพิ่มระยะทางมันก็จะช่วยได้มาก แล้วยังใช้เพื่อทำธุระอื่นได้ด้วยโดยไม่ต้องกระดากหวาดหวั่นว่าใครจะมามองเป้ากางเกง มีประโยชน์ใช้สอยมากมายด้วยกระเป๋ารอบตัว

ช่วงขาชโลมน้ำมัน : ทำให้ช่วงขาเป็นมัน เน้นกล้ามเนื้อให้ดูเด่นกว่าเดิมดีกว่าปล่อยให้เห็นรอยผิวหนังแห้งแตก

แฟชั่น : การโกนขนแล้วทาขาด้วยน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันนวดหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นผิว ช่วยให้ขาดูเป็นมันเน้นกล้ามเนื้อ และดูเหมือนพวกโปรที่ปั่นเร็ว ๆ แม้ว่าจริง ๆ แล้วอาจจะปั่นจักรยานไม่เอาไหนก็ตาม

ประโยชน์ : นอกจากจะช่วยให้ดูดีถ้าน้ำมันนวดแล้วร้อนมันจะช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณอุ่นขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะในฤดูฝนเมื่อทาน้ำมันนี้จะทำให้ฝนและโคลนไม่ค่อยจับตัวกับขา ล้างออกได้ง่าย

รูปภาพ
เสื้อและกางเกงผ้ายึดสแปนเด็กซ์ (บ้างก็เรียกว่าผ้าไลครา) : ฟิตเข้ารูปดูดีเหมือนมือโปรเมื่อสวมใส่

แฟชั่น : เสื้อขี่จักรยานผ้ายึดของคุณควรสั้นเหนือเป้ากางเกง ปลายขากางเกงไม่ควรเปื่อยยุ่ยหรือยาวเลยหัวเข่าเหนือหัวเข่าคือความยาวที่ดี ทั้งเสื้อและกางเกงควรจะเข้ารูปพอดีกับสรีระของคุณ เหมือนผิวหนังชั้นที่สอง ถ้าคุณไม่มีหน้าท้องร่างกายไร้ไขมันอยู่แล้วชุดฟิต ๆ นี้จะช่วยให้ดูดีเซ็กซี่ขึ้นมาก (ขอบอก)

ประโยชน์ : ปัจจุบันนี้ชุดขี่จักรยานจะถูกออกแบบและตัดเย็บด้วยผ้ายึดเทคโนโลยีสูง ระบายได้หมดจดทั้งความร้อนและความชื้นจากเหงื่อ มันหายใจได้ตามคำโฆษณา ช่วยให้คุณสบายตัวตลอดระยะทางที่ควบจักรยานคันโปรด แตกต่างเห็นได้ชัดจากเสื้อกางเกงธรรมดา ถูกออกแบบมาเพื่อขี่จักรยานโดยเฉพาะด้วยกระเป๋าด้านหลังให้ใส่อุปกรณ์และสิ่งของในตำแหน่งหยิบจับได้สะดวก กางเกงสั้นเหนือเข่าช่วยให้เนื้อผ้าไม่เกี่ยวกับหัวเข่าจนรำคาญ คล่องตัวถูกจังหวะของการปั่น

กางเกงเอี้ยม (Bibs) : กางเกงต่อสายรั้งไหล่ ช่วยให้พุงไม่กระเพื่อม (ถ้าคุณมีพุง)น่าเกลียด

แฟชั่น : มันน่าสวมใส่เพราะพวกโปรในเปโลต็องชอบสวม เท่โคตร ๆ เวลาปล่อยซิปเสื้อทั้งหมดชายเสื้อปลิวไสวดูเหมือนพวกโปรช่วงท้าย ๆ สเตจ ใคร ๆ ประมาทฝีมือคุณไม่ได้แน่เมื่อเห็นคุณสวมกางเกงเอี้ยม

ประโยชน์ : นอกจากสวยงามเหมือนพวกมือโปรแล้วมันยังกระชับกับสัดส่วนคุณด้วย โดยเฉพาะจะให้ความสะดวกสบายจริง ๆ กับช่วงกลางของลำตัวปราศจากสายรัดเอวที่จะรั้งเข้าไปจนพุง (ถ้ามี) กระเพื่อมหลามออกมา ไม่ต้องเสี่ยงกับการกลั่นแกล้งของเพื่อน ที่ขอบขี่มาใกล้ ๆ ด้านหลังแล้วชอบดึงกางเกงคุณลงมาเกี่ยวไว้กับอาน

วางตำแหน่งวาล์วไว้ตรงกับแบรนด์ของยาง : เท่และดูดีเป็นระเบียบ

แฟชั่น : ช่วยให้คุณดูดีและใคร ๆ ที่พบเห็นจะเข้าใจได้ว่าคุณใส่ใจในรายละเอียด เวลาประกอบยางเข้ากับล้อหากไม่ทำเช่นนี้ก็เหมือนกับเดินในห้างสรรพสินค้าโดยไม่รูดซิปกางเกงนั่นเอง

ประโยชน์ : การวางตำแหน่งแบรนด์ยางไว้ให้ตรงกับวาล์ว ไม่ใช่แค่สะดวกแต่ยังช่วยให้จำได้ง่ายถึงขนาดและหน้ายาง ค้นหาได้รวดเร็วเมื่อจะทำธุระอื่นดับยางเช่นจำหน้ายางไปซื้อใหม่มาเปลี่ยน หรือต้องการทราบความดันลมยางที่ถูกต้องก่อนเติมลม เพียงกวาดตามองที่จุดเดียวคือตรงวาล์วยางคุณก็รู้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาหมุนวงล้อเป็นรอบ

โกนขนหน้าแข้ง : ดูเหมือนโปรและสวยงามในส่วนของเนื้อขาที่โผล่พ้นกางเกง

แฟชั่น : เพราะนักจักรยานระดับโลกชอบโกนกัน คุณจึงต้องโกนขนหน้าแข้งเพื่อให้ดูเหมือนพวกมือโปรเหล่านั้นความเชื่อบางแระแสบอกว่ามันช่วยให้ลู่ลมยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในทางเรียบ แต่เราเชื่อว่าคุณโกนขนหน้าแข้งเพื่อให้ขาสวยตอนซอยรอบถี่ ๆ บนบันไดและเหมือนพวกนักจักรยานระดับโลกเหล่านั้น มากกว่าอย่างอื่น

ประโยชน์ : นอกจากจะสวยงามประโยชน์ที่แท้จริงของการโกนขนหน้าแข้งคือช่วยให้สะอาด ล้างสิ่งสกปรกออกง่ายไม่ว่าคุณจะขี่ทางเรียบหรือวิบาก โดยเฉพาะเมื่อพลาดท่าล้มเป็นแผลที่ขาจะทำให้ดูแลยาดแผลได้ง่ายและสะอาดกว่าปล่อยให้มีขนรุงรัง การทาโลชั่นหรือน้ำมันนวดให้ร้อนก็ทำได้สะดวกกว่าปล่อยขนไว้เหมือนกัน

ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นเส้นผมบังภูเขาที่เรา ๆ ไม่เคยสนใจเท่าไร พอเห็นใครทำอะไรเท่ ๆ หน่อยก็ทำตามไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโกนขนหน้าแข้งหรืออื่น ๆ อ่านแล้วคงทราบนะครับว่าเบื้องหลังความเท่นั้นมีเหตุผลและความจำเป็นแฝงอยู่

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:09, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 16 เม.ย. 2011, 08:33

รูปภาพ นู๋เล็ก เขียน:เก็บความรู้เพิ่มเติมครับ :P

รูปภาพ caramel เขียน:อรุณสวัสดิ์ นะคะ :P

รูปภาพ ayai เขียน:เยอะมากครับ
ขอบคุณนะครับสำหรับความรู้

สวัสดีครับ!...ยินดีต้อนรับครับผมรูปภาพ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย ตี๋เล็ก-เด็กรังสีฯ » 16 เม.ย. 2011, 10:35

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย ขออวยพรให้คุณอู๊ด ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ อายุยืนนาน ความเจ็บอย่าให้ได้ ความไข้อย่าให้มี ขอให้รวย ๆ เฮง ๆ ตลอดไปครับ... :P

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 19 เม.ย. 2011, 15:42

รูปภาพ ตี๋เล็ก-เด็กรังสีฯ เขียน:เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย ขออวยพรให้คุณอู๊ด ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ อายุยืนนาน ความเจ็บอย่าให้ได้ ความไข้อย่าให้มี ขอให้รวย ๆ เฮง ๆ ตลอดไปครับ... :P

เช่นกันครับ...ขอบคุณครับรูปภาพ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 19 เม.ย. 2011, 15:45

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:40, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 19 เม.ย. 2011, 15:52

116.จักรยานถนน, ลู่ และวิบาก ภาค 1

จักรยานถนน, ลู่ และวิบาก ภาค 1

วันนี้จะมาแนะนำประเภทการแข่งขันจักรยานแบบสากลว่าปกติแล้วมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

รูปภาพลองมาดูกันนะครับว่าทั้งหมดทั้งปวงแล้วการแข่งขันจักรยานมีประเภทอะไรกันบ้าง และแต่ละประเภทนั้นมีความน่าตื่นเต้นที่แตกต่างกันไปอย่างไร รวมถึงต้องอาศัยเทคนิคที่ใช้ในการแข่งขันซึ่งแน่นอนว่าจะต้องแตกต่างกันออกไป การแข่งขันแต่ละประเภทนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนซึ่งมีรูปแบบเฉพาะที่ต่างกันก็ขึ้นอยู่กับสภาพและปัจจัยต่าง ๆ ในการแข่งขันอย่างที่เคยเล่าไปแล้วในฉบับก่อนๆนะครับ นอกจากนี้แล้วยังจะต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆในแบบที่ต่างกันด้วย เช่น แบบที่ทนทาน (Endurance) ก็คือเน้นความอดทน ว่ากันด้วยระยะทางไกลๆ และแบบส่งแรงมหาศาลและรวดเร็ว (explosive) เดี๋ยวค่อย ๆ มารู้จักกันนะครับว่าการแข่งขันประเภทไหนท็่ต้องการเรี่ยวแรงขนาดนั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่การแข่งขันจักรยานต้องการเป็นอย่างมากนั่นก็คือ ความมุ่งมั่นและความตั้งใจ รวมไปถึงการหมั่นฝึกซ้อมนะครับ เพราะถ้าตั้งใจจะไปแข่งอย่างเดียวแต่อ่อนซ้อม อนาคตก็อาจจะไม่สดใสเท่าที่ควรทีนี้ก็มาเข้าใจประเภทของการเเข่งขันต่าง ๆ ซึ่งเราสามารถแบ่งการเเข่งขันแบบหลัก ๆ ออกไต้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

รูปภาพ

1. ประเภทถนน

2. ประเภทลู่

3. ประเภทวิบาก

การแข่งขันในแต่ละประเภทยังจะแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีกเป็นการแข่งขันประเภทย่อย และในส่วนปลีกย่อยเหล่านั้นก็ยังสามารถแบ่งประเภทได้โดยอีกหนึ่งชั้นโดยใช้ อายุ และความสามารถเป็นตัวแบ่ง เช่น ประเภทเยาวชน ประเภทผู้สูงอายุหรือว่าจะเป็นประเภทบุคคลทั่วไป แล้วก็เป็นทีมชาติไปเลย การแบ่งประเภทในแบบสุดท้ายนี้ก็เพื่อให้การแข่งขันมีความเข้มข้นเพิ่มความสูสีและความตื่นเต้นให้กับผู้เเข่งขัน รวมทั้งท้าทาย

ศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันทุกคน ซึ่งส่วนนี้ผมมองว่าเป็นเสน่ห์ของการแข่งขันจักรยานเลยนะครับ เมื่อความตื่นเต้นสนุกสนานเต็มเปี่ยมขนาดนี้สำหรับผู้เข้าแข่งขัน มีหรือครับผู้ชมการแข่งขันอย่างพวกเราๆ จะไม่พลอยมีอารมณ์ร่วมไปด้วย เราลองมาลงรายละเอียดเพื่อทำความรู้จักกับการแข่งขันจักรยานทั้ง 3 ประเภทรวมทั้งประเภทย่อยของแต่ละการแข่งขันกันเลยนะครับ

1. ประเภทถนน

ตามชื่อของประเภทการแข่งขันเลยครับ นั่นก็คือการแข่งขันประเภทนี้จะแข่งขันกันบนถนน ธรรมชาตินี่ล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันโดยใช้เส้นทางแถบชานเมืองหรือว่าระหว่างเมือง ซึ่งระหว่างทางก็จะมีภูเขา ธรรมชาติสวย ๆ ให้ได้ชื่นชมกันและเพิ่มบรรยากาศในการแข่งขันซึ่งเครียด ๆ อยู่ดูเบาลงไปได้มากเลยทีเดียว แต่บางครั้งก็อาจจะใช้เป็นทางเรียบธรรมดา แล้วแต่ว่าธีมของการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สถานที่ที่ใช้แข่งก็มีส่วนพอสมควรครับ การแข่งขันประเภทนี้นั้นแพร่หลายมากซึ่งเราก็จะพบเห็นได้โดยทั่วไปตามการถ่ายทอดในรายการกีฬาช่องต่าง ๆ ในการแข่งประเภทถนนนี้ก็สามารถแบ่งเป็นประเภทย่อยๆได้ดังนี้

- Road Race การแข่งขันลักษณะนี้จะเริ่มต้นการแข่งขันแบบกลุ่มใหญ่ ปั่นกันไปเป็นกลุ่ม เน้นความเร็ว ผลัดกันนำ แซงกันไปมาไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ระยะทาง ที่สำาคัญคือจะมีการใช้ทีมเข้ามาช่วยและยังมีการใช้แทคติกต่าง ๆในการพยายามทิ้งคู่แข่ง หรือว่าสร้างระยะห่าง ใครผ่านเส้นชัยได้เป็นคนแรกคือผู้ชนะ การแข่งขันแบบนี้มักจะเป็นการแข่งขันจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งระยะทางตั้งแต่ 100 กิโลเมตรขึ้นไป
- Criterium การแข่งขันประเภทนี้จะใช้เป็นแบบถนนปิด ไม่มีการจราจร และการแข่งขันจะเป็นการขี่วนเป็นรอบ ๆ แต่ละรอบระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมีความชำนาญในการเข้าโค้ง และการเร่งสปริ้นท์ Criterium จะมีความน่าตื่นเต้น และน่าชมน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ผู้ชมสามารถชมการแข่งขันได้อย่างใกล้ชิด criterium เป็นที่นิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และระยะเวลาที่ใช้ในการแข่งขันนั้นก็ไม่ยาวนานเกินไป ประมาณ 30-90 นาทีเท่านั้น
- Hill cllmb การแข่งขันชนิดนี้ เป็นการแข่งขันบนถนนทางหลวง แต่จุดเริ่มต้นของการแข่งขันจะอยู่ที่ตีนภูเขาที่ไหนสักแห่งหนึ่ง และผู้เข้าแข่งขันจะต้องปั่นขึ้นไปบนยอดภูเขา ซึ่งการแข่งขันอาจจะเป็นแบบจับเวลาของแต่ละคน หรือแบบออกมาพร้อมกันหลาย ๆ คนที่เดียวก็สุดแล้วแต่ครับ ใครที่ใช้เวลาน้อยที่สุดที่จะขึ้นสู่ยอดเขา คนนั้นคือผู้ชนะ สนุกไปอีกแบบ
- Time Trial เป็นการแข่งขันที่จับเวลาผู้แข่งขันแต่ละคนหรือจับแบบเป็นทีม ใครที่ใช้เวลาน้อยที่สุดจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัย คือผู้ชนะ ผู้แข่งขันจะเริ่มออกตัวตามช่วงเวลาที่กำหนด เช่น อาจจะเป็นทุก 1 0 นาที หรือ 15 นาทีก็แล้วแต่ ส่วนระยะทาง ของการแข่งขันนั้นจะเริ่มตั้งแต่ 1 -70 กิโลเมตร การแข่งขันอาจจะเริ่มจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง หรือจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง หรือปั่นวนเป็นวงกลม การจราจรมักจะถูกปิดเพื่อการแข่งขัน คุณจะพบเห็นผู้เข้าร่วมการแข่งขันใช้จักรยานเป็นรูปทรงแอโรไดนามิค และชุดจักรยานในลักษณะเดียวกัน ผู้ที่ทำการแข่งขันประเภทนี้ได้ดี มักจะเป็นผ้ที่ปั่นจักรยานระยะไกลได้ดี และมีการฝึกฝนแบบ Endurance ค่าเฉลี่ยความเร็วของการปั่นในการแข่งขันประเภทนี้ ในทางเรียบอาจมีความเร็วถึง 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง น่าทึ่งมากๆครับ คุณผู้อ่านท่านไหนอยากจะมองดูว่าปั่นจักรยานความเร็วขนาดนั้นเป็นอย่างไรก็ลองดูครับ ผมเคยลองได้สูงสุดแค่ 30 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง แค่นั้นก็รู้สึกตื่นเต้นมากแล้วครับไม่อยากคิดเลยว่านักกีฬาที่ปั่นด้วยความเร็วถึง 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จะต้องเตรียมความพร้อมให้ร่างกายกันขนาดไหน
- Stage Race การแข่งขันชนิดนั้นเป็นการผสมผสานของสิ่งต่าง ๆ ที่ได้กล่าวข้างต้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันประเภทนี้การแขงขัน stage Race อาจจะใช้ระยะเวลาข้ามวันหรืออาจจะเป็นเดือน ผู้ชนะนั้นจะแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น ผู้ชนะประเภทความเร็ว ผู้ชนะประเภทขึ้นเขา หรือ TIme Trial แต่ผู้ชนะแบบรวมทั้งหมดนั้นก็คือผู้ที่มีคะแนนรวมดีที่สุดในทุกประเภทเมื่อเอาคะแนนทุกอย่างมารวมกัน การแข่งขันประเภทนี้นั้นนิยมมากในแถบยุโรป เช่น Tour de France ที่เราทุกคนคงเคยได้ยินและรู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี Tour of spaln และ Italy อีกด้วย

คงจะเห็นกันแล้วนะครับว่าการแข่งขันประเภทถนนนั้นมีอยู่หลายประเภท แต่ที่แน่ ๆ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องฝึกฝนเทคนิคเฉพาะทางที่เหมาะสมกับการแข่งขันประเภทนั้นๆ เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งชัยชนะ นี่คือประเทภแรกเท่านั้น ยังมีอีก 2 ประเภท โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:11, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 21 เม.ย. 2011, 10:18

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:39, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 21 เม.ย. 2011, 16:09

117.จักรยานถนน, ลู่ และวิบาก ภาค 2

จักรยานถนน, ลู่ และวิบาก ภาค 2

ทีนี้เราจะมาดูประเภทต่อกันนะครับ นั่นก็คือ

รูปภาพ

2. ประเทภลู่ (Track Event)

การแข่งขันประเภทนี้ จะใสัสถานที่แข่งขันในเวลโลโดรม(velodrome) หากนึกภาพไม่ออกว่าเจ้าเวลโลโดรมหน้าตาเป็นอย่างไรก็ดูตามภาพด้านบนนี้นะครับ เวลโลโดรมจะมีลักษณะเป็นวงกลม หรือวงรี โดยระยะเส้นรอบวงของเวลโลโดรมจะมีระยะทางประมาณ 200-400 เมตร ตามขอบจะสูงชันเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้ใช้ความชันให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะตอนลงจากขอบความเร็วของผู้ขับขี่ก็จะเร็วขึ้น การแข่งขันในเวลโลโดรมจะมีเสน่ห์ในการดึงดูดผู้ชมได้เป็นพิเศษ เพราะผู้ชมสามารถที่จะมองเห็นการแข่งขันที่เกิดขึ้นทั้งสนามได้ทั้งหมด สำหรับผู้แข่งขันนั้นจะต้องเน้นการฝึกฝนให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และมีจังหวะการเร่ง

ที่รวดเร็ว ฝึกฝนเทคนิคในการขึ้นลงในทางลาด ทางชัน ฝึกฝนที่จะใช้สมาธิที่จะคุมเชิงคู่แข่ง และจะต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรวดเร็ว จักรยานที่ใช้แข่งประเภทลูกนี้จะไม่มีเกียร์และไม่มีเบรค การแข่งขันประเภทลู่นั้นสามารถแยกย่อยเป็นประเภทการแข่งขันแบบต่าง ๆ อีกมากมายมากกว่า 20 ชนิด ผมจะหยิบยกเฉพาะ

ตัวที่นิยมกันมาก ๆ มาเล่าให้ฟังกัน ได้ยินว่าที่ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาประเภทการแข่งขันหลากหลายรูปแบบเพื่อการพนัน ถึงแม้ว่าจะเป็นกลุ่มคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นแต่ก็ไม่ดีครับ กีฬาและการพนันไม่ควรที่จะไปด้วยกันน หาไม่แล้วสปิริตของกีฬาก็จะเสื่อมลง แต่ทำไปเพียงเพื่อเงินเดิมพันเท่านั้น มาดูประเภทย่อยของการแข่งขันประเภทลู่กันเลยครับ อันได้แก่

รูปภาพ

- Madison relay การแข่งขันประเภทนี้เป็นการแข่งขันที่ต้องมีการ Tag team จะเห็นได้ว่านักกีฬาจะมีการจับมือกันและใช้ประโยชน์จากการเหวี่ยงและผลักเพื่อนร่วมทีมไปข้างหน้า หรือว่าการช่วยเหลือกันที่จะส่งเพื่อนของตัวไปข้างหน้าให้เร็วยิ่งขึ้นทำไปอย่างนี้เพื่อสลับตำแหน่งกันไปมา การแข่งขันประเภทนึ้ถ้าไม่มีความชำนาญและความเข้าใจเพื่อร่วมทีมก็จะเป็นอันตรายมากครับ พลาดพลั้งขึ้นมาก็เจ็บตัวเอาการทีเดียว แต่การแข่งขันประเภทนี้ก็น่าจะมีเสน่ห์ตรงนี้แหละครับ นอกจากนี้ผู้แข่งขันยังจะต้องมีความแข็งแรงค่อนข้างมากทั้งช่วงบนและช่วงล่างของร่างกาย ต้องสามารถปั่นรอบขาได้อย่างรวดเร็วและมีความอดทนสูงดูแล้วไม่ง่ายครับ น่านับถือผู้เข้าร่วมแข่งขันจริง ๆ ที่ฝึกฝนมาจนเข้าขากันได้เป็นอย่างดีขนาดนี้
- Point Race จะมีกลุ่มผู้เข้าร่วมการแข่งขันมาออกตัวพร้อม ๆกัน และขับวนหลาย ๆ รอบ เช่น 40 กิโลเมตร ทุกๆ 10 กิโลเมตรจะมีการนับแต้มให้กับผู้ที่เข้ามาเป็น 5 อันดับแรก ผู้เข้าแข่งขันที่เข้ามาเป็นอันดับหลังจากนั้นจะไม่ได้แต้ม แข่งไปอย่างนี้จนถึงรอบสุดท้ายใครที่ได้คะแนนรวมสูงสุดก็จะเป็นผู้ชนะ ที่บ้านเราก็นิยมการแข่งขันประเภทนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ทำการแข่งขันอยู่ใน เวลโลโดรมก็ตาม เช่น จัดการแข่งขันให้ปั่นกันรอบสนามธูปเตมีย์เป็นต้น
- 0lympic sprint การแข่งขันประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ทีมแต่ละทีมมี 3 คน จะเริ่มต้นด้วยการออกตัวคนละฝั่ง แต่ละรอบนักกีฬาทั้ง 3 จะต้องผลัดกันนำและเมื่อครบรอบก็จะออกจากสนามแข่งไป เช่น รอบแรกนาย ก นำ พอครบรอบนาย ก ก็จะออกไปจากสนามและให้นาย ข ขึ้นมานำ และรอบสามก็จะเหลือ
คนสุดท้ายที่จะต้องปั่นเข้าเส้นชัย การแข่งขันชนิดนี้ความสนุกจะอยู่ตรงที่ผู้จัดการทีมจะต้องรอบคอบในการวางตัวนักปั่นซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ดีจะต้องมีความเข้าใจในตัวนักกีฬาทั้งทีม ดูไปมาก็เหมือนกับการแข่งขันวิ่งผลัดของเราดี ๆนั่นแหละครับ ซึ่งเคล็ดลับแห่งชัยชนะก็คือการวางตัวนักกีฬานั่นเอง- Pursult การแข่งขันประเภทนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ 0lym-pic spint คือใครเข้าเสันชัยก่อนชนะ เพียงแต่นักกีฬาทุกคนในทีมจะอยู่ในการแข่งขันตั้งแต่ต้นจนจบ และไม่ได้มีกฎเกณฑ์ว่าใครจะต้องนำหรือว่าตาม ขึ้นอยู่กับแผนการของแต่ละทีม แต่จะมีการเพิ่มกฎว่า ถ้าอีกทีมสามารถน๊อกรอบได้ก็จะชนะไปเลย ระยะทางในการแข่งขันโดยส่วนใหญ่จะมีระยะทางยาวประมาณ 2-4กิโลเมตร
- Sprint ในการแข่งขันลักษณะนี้ผู้แข่งขันทั้ง 2 คนจะออกตัวไปพร้อมกันและจะพยายามเอาชนะกันเพื่อเข้าเส้นชัย แต่นักกีฬาทั้ง 2 คนนั้นในช่วงต้นจะพยายามคุมเชิงกันไปมาจนกว่าจะถึงรอบสุดท้ายที่นักแข่งทั้งสองจะต้องพยายามปั่นสุตชีวิตเพื่อทีจะเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก นักกีฬาทั้งสองจะมีความพยายามอย่างมากที่จะขึ้นไปอยู่บนขอบเวลโลโดรม แล้วทิ้งตัวลงมาเพื่อชิงความได้เปรียบในการเข้าเส้นชัยด้วยการใช้ความเร็วจากการทิ้งตัวลงมา รอบสุดท้ายของการแข่งขันประเภทนี้จะเป็นอะไรที่สนุกมาก ๆ ครับ มีทั้งการชิงไหวชิงพริบ ใช้ความเร็วเมื่อถึงเวลาเรียกได้ว่ามีครบทุกรสชาติในรอบสุดท้ายทีเดียว
- Time Trial โดยมากระยะทางของการแข่งขันประเภทนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลเมตร ผู้แข่งขันจะมีโค้ชยืนอยู่ด้วยกับนักกีฬาที่จุดสตาร์ทและจะเป็นคนช่วยส่งในการออกตัว และผู้แข่งขันจะต้องรีบปั่นรวดเร็วสุดชีวิตเพื่อที่จะเข้าเส้นชัย ใครใช้เวลาน้อยที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะการแข่งขันประเภทลู่ ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากมายในช่วงหลังๆ มีทั้งที่ช่วยกันปั่นสองคนหรือแบบที่มีมอเตอร์ไซค์ขับนำแต่พอจะสรุปได้ว่าการแข่งขันประเภทลู่นี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมีรูปร่างที่แข็งแรงบึกบึนมาก เนื่องจากเป็นกีฬาประเภทที่ต้องการความเข็งแรงของกล้ามเนื้อในการออกแรงอย่างรวดเร็ว หากคุณผู้อ่านท่านใดสนใจจะเอาดีในการปั่นจักรยานประเภทนี้แนะนำให้นำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าช่วย เรียกได้ว่าน้อง ๆ ของการหัดเพาะกายเลยล่ะครับ

3. ประเภทวิบาก (Off road)

การแข่งขันประเภทนี้จ ะไม่ แข่งขันกันบนถนนปกติ แต่จะต้อง มีจุดท้าทายความทรหด มีความยากลำบาก เช่น สนามอาจจะเปียกแฉะ เลอะเทอะ มีระยะทางที่ท้าทาย ผิวถนนที่ขรุขระ แต่การแข่งขันประเภทนี้มีข้อดีคือจะเปิดกว้างให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันหลายวัยและรวมทั้งหลากหลายความสามารถ เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่เปิดกว้างให้นักกีฬาในหลาย ๆ กลุ่มได้เข้ามามีโอกาสพิสูจน์ฝีมือกันอย่างถ้วนทั่ว เช่นBMX เป็นการแข่งขันหนึ่งที่เปิดให้เด็ก ๆ เข้าร่วมการแข่งขันได้ BMX เป็นการแข่งขันที่ต้องขับวนอยู่ในที่ ๆ มีดินโคลน และเต็มไปด้วยเนินที่ต้องกระโดดขึ้น กระโดดลงอยู่ตลอดเวลา เน้นทักษะในการประคองตัวเองและจักรยาน การทรงตัวนั่นเองครับ

รูปภาพ

- Cross country การแข่งขันประเภทนี้สถานที่แข่งขันนั้นจะประกอบไปด้วยพื้นผิวหลายสภาพ และคู่แข่งขันจะมีหลายกลุ่ม ส่วนระยะทางก็จะเริ่มตั้งแต่ 8-80 กิโลเมตร การเริ่มต้นการแข่งขันก็มีทั้งแบบเป็นกลุ่มหรือทีละคน ผู้ชนะ จะเป็นแบบใครเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะหรือจับเวลาว่าใครเร็วที่สุดเป็นผู้ชนะทั้งนี้ก็แล้วแต่ประเภทของการแข่งขันครับ cross country นั้นจะต้องอาศัยความชำนาญในการบังคับรถจักรยานเสือภูเขา ซึ่งจะถูกยกหิ้วไปหิ้วมา ขึ้นเขาลงห้วย ซึ่งเป็นความมันส์ที่นิยมกันอย่าง กว้างขวาง
- Dirt Criterium การแข่งขันลักษณะนี้จะคล้ายกับ criteriumดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่สนามนี้จะประกอบไปด้วยหิน ดินทราย คุณผู้ชมทั้งหลายจะมีโอกาสได้ชมตามจุดต่าง ๆ และมีวิวทิวทัศน์ให้ชมด้วย
- Down Hill เป็นการแข่งขันที่ออกจะคล้าย ๆ กับการแข่งขันสกีคือปั่นลงเขาอย่างเดียวตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ใครใช้เวลาน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ ถ้าท่านใดเคยชมการแข่งขันประเภทนี้ก็อาจจะเคยเห็นจักรยานล้มคว่ำกันไปบ้าง ผู้เข้าแข่งขันกีฬาประเภทนี้นั้นจะต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีทักษะการบังคับรถที่ดีมาก
- HiII climb ก็ตามชื่อเลยครับ นั่นก็คือการปั่นจักรยานขึ้นเขามีความวิบากเอาการเพราะต้องปั่นขึ้นไปตามทางลาดชัน
- Dual slalom เป็นการขับเคี่ยวระหว่างคนสองคนที่แข่งพร้อมกัน คู่กันไป ใครแพ้ก็ไม่ได้เข้ารอบถัดไป จะแข่งกันหลายๆรอบจนเหลือผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุดสองคนมาแข่งกันในรอบสุดท้ายเพราะฉะนั้น คุณจะต้องพร้อมมากในด้านร่างกาย คุณจึงจะสามารถชนะรายการนี้ได้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ การแข่งขันจักรยานที่กล่าวมาทั้งสามกลุ่มบางรายการก็มีการถ่ายทอดการแข่งขันผ่านหน้าจอโทรทัศน์ให้เราได้ชมกันบ่อยๆ แต่บางอย่างก็หาดูได้ไม่ง่ายนัก อย่างไรก็ดีอ่านกันมาจนถึงตอนนี้แล้ว ผมก็หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณผู้อ่านมีความรู้ในประเภทของการแข่งขันจักรยานประเภทต่างๆ และพอนึกภาพกันออกบ้างนะครับ หากท่านใดสนใจเข้าร่วมการแข่งขันประเภทใดก็แนะนำให้เลือกฝึกซ้อมในประเภทที่เหมาะสมกับร่างกาย และความสนใจของเราที่สำคัญต้องฝึกอย่างจริงจัง เพื่อชัยชนะตามที่หวังไว้ครับ

ข้อมูลจาก Thai Cycling Club ขอบคุณมากครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 10:12, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน