☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 23 ก.พ. 2011, 11:15

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:30, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 23 ก.พ. 2011, 11:17

87.ล้อแบบไหนที่เหมาะกับนักจักรยานเสือหมอบมือใหม่ ?

รูปภาพ

ชุดล้อเปรียบเสมือนขาของรถจักรยาน หาได้ขาที่บึกบึนแข็งแรงเสมือนดั่งกว่ารถจักรยานของท่านก็จะวิ่งได้อย่างหนักแน่น ง่ายต่อการควบคุมหรือหาได้ขาที่เรียวงาม รถคันนั้นก็อาจจะวิ่งได้ประดุจนกที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ แต่ความเป็นจริงแล้ว การอุปมาอุปมัยคงช่วยเราฟันธงไม่ได้อยู่แล้ว เราจึงมีวิธีเลือกชุดล้อที่เหมาะกับทุกคน มาฝากกัน
- งบประมาณ
ปฎิเสธไม่ได้แล้วล่ะว่าล้อตัวไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับเราในประเด็นนี้ เพราะเงินในกระเป๋าของแต่ละท่านนั้นไม่เท่ากัน ขีดจำกัดของการเลือกชื้อล้อก็ถูกขีดเส้นไว้ด้วย แต่ถึงแม้งบประมาณจะถูกจำกัด หากการเลือกซื้อที่ถูกไตร่ตรองด้วยเหตุผล ก็จะทำให้เราได้ล้อที่คุณภาพคุ้มเงินคุ้มราคาสำหรับเรา
- ลักษณะการใช้งาน
เนื่องจากล้อจักรยานเสือหมอบมีหลายรูปแบบการใช้งานที่เหมาะกับชีวิตประจำวันและเหมาะกับลักษณะการใช้งานของเรา ภูมิประเทศหรือเส้นทางการปั่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สำคัญ
เมื่อได้แนวทางเรื่องงบประมาณ ลักษณะการใช้งานแล้ว ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับรูปแบบต่าง ๆ ของล้อจักรยานเสือหมอบกันดูบ้าง
- ล้อประกอบ vs ล้อสำเร็จรูป
ล้อประกอบ คือชุดล้อที่แยกประกอบกันระหว่างขอบ ดุม ซี่ลวด ผู้เล่นต้องศึกษาหาข้อมูลของ 3 สิ่งนี้ก่อนที่จะหาช่างที่ไว้ใจได้ขึ้นรูปให้เป็นวง วิธีนี้ไม่เหมาะกับนักจักรยานเสือหมอบมือใหม่แน่นอน เพราะการเลือกชุดล้อประกอบไม่ง่ายเลย ยากที่สุดคือการหาขนาดซี่ลวดที่พอดีกับดุมและขอบล้อ และที่สำคัญช่างที่ไว้ใจได้ก็ค่อนข้างหายากอีกด้วย
ล้อสำเร็จรูป คือล้อที่ประกอบจากโรงงาน ข้อดีของล้อประเภทนี้คือ ไม่ยุ่งยาก ชอบยี่ห้อไหนก็เลือกซื้อได้เลย ได้รับการยอมรับว่าเป็นล้อที่ได้มาตรฐาน แข็งแรง แต่ข้อเสียก็คือ ยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่ซี่ลวดขาด งานก็เข้าแล้วรับ หมดสิทธิ์ที่ช่างท้องถิ่นหรือช่างทั่ว ๆ ไปจะทำได้ หากแม้ว่าทำได้ก็ต้องรอชิ้นส่วนที่เป็นของมันโดยตรง
- ล้อขอบสูง vs ล้อขอบต่ำ
ล้อขอบสูง ต้องสูงเท่าไหร่เราถึงจะเรียกว่าเป็นล้อขอบสูง ? ไม่ได้ระบุอย่างแน่นอน แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ต่างมีความเห็นว่า 25 mm. ขึ้นไปถึงจะเรียกว่าเป็นล้อขอบสูง มีหลายเหตุผลที่ล้อขอบสูงเป็นที่นิยมของนักปั่นทั่ว ๆ ไป ข้อดีของลักษณะรูปทรงสูงว่ากันว่าได้ความแอร์โรไดนามิคส์ แอร์โรไดนามิคส์คืออะไร ? จะเรียกว่าตัดลมลู่ลมก็คงไม่ผิด แต่เมื่อมีคุณประโยชน์ก็ย่อมมีโทษ ในทางกลับกัน ล้อขอบสูงมีผลกับแรงลมที่ปะทะด้านข้าง ขอบยิ่งสูงก็ยิ่งกินลม เข้าตำรายิ่งสูงยิ่งหนาว
ล้อขอบต่ำ เป็นล้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากคุณลักษณะการใช้งานแบบทั่ว ๆ ไป สามารถรองรับพฤติกรรมการปั่นได้เกือบทุกรูปแบบ จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ มีน้ำหนักเบา ผู้ที่อยู่บนพื้นราบสูงดูจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว หรือแม้แต่พื้นราบก็ไม่ได้เสียเปรียบมากมายอะไรนัก
- ขอบล้อยางงัด vs ขอบล้อยางฮาล์ฟ
ขอบล้อยางงัด (Clincher) เป็นขอบล้อที่ใช้สำหรับยางใน มีทั้งแบบขอบสูงและขอบต่ำ ตลาดส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญของขอบล้อชนิดนี้มากกว่า เนื่องจากเป็นที่ต้องการของผู้เล่นทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า ใช้งานง่ายดูแลรักษาง่าย เปลี่ยนยางในง่ายและรวดเร็ว ไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องกังวล แต่พกยางในสำรองไว้ก็อุ่นใจแล้ว ข้อเสียของระบบยางงัดคือ น้ำหนักยังไม่เบาเท่าที่ควร การเติมลมก็ทำได้น้อยกว่ายางฮาล์ฟ ในปัจจุบันขอบล้อยางงัดมีระบบ (Tubeless) ไม่ต้องใช้ยางในให้เลือกอีกหนึ่งทางเลือก แต่ยังใหม่ต่อวงการเสือหมอบ ทำให้ผู้ผลิตยาง Tubeless สำหรับเสือหมอบยังมีไม่กี่แบรนด์เท่านั้น
ขอบล้อยางฮาล์ฟ (Tubular) เป็นขอบที่ใช้กับยางฮาล์ฟโดยเฉพาะ ด้วยการทากาวระหว่างยางกับขอบล้อ เป็นขอบที่มีน้ำหนักเบาแต่ค่อนข้างยุ่งยากเมื่อต้องเปลี่ยนยาง ต้องใช้ความชำนาญอยู่พอสมควร เติมลมได้มากกว่าขอบยางงัด จึงเหมาะกับเสือหมอบมือเก่าหรือนักกีฬาที่ใช้เพื่อการแข่งขัน มีทั้งแบบขอบต่ำและขอบสูง ขอบชนิดนี้ไม่ค่อยเหมาะกับเสือหมอบมือใหม่เท่าไหร่นัก
- ขอบอลูมินั่ม vs ขอบคาร์บอน
ขอบอลูมินั่ม ยังคงเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของผู้เริ่มต้นจนถึงระดับอาชีพ เนื่องจากการพัฒนาที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง สมัยก่อนขอบล้อแบบอลูมินั่มยังมีน้ำหนักมาก แต่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นขอบสูงหรือขอบต่ำ ชุดล้ออลูมินั่มก็ไม่ได้เป็นรองขอบล้อคาร์บอนเลย แต่กระแสความนิยมเทใจให้ขอบอลูมินั่มในเรื่องของความแข็งแรงและเน้นด้วยว่าต้องเป็นขอบต่ำ ทำให้ทุกวันนี้ล้อแบบอลูมินั่มก็ยังคงเป็นที่ครองใจของชาวเสือหมอบทั่ว ๆ ไป
ขอบคาร์บอน เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าล้อขอบคาร์บอนพบเห็นได้ในสนามแข่งขันทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับโลก เราแทบจะไม่พบเห็นขอบอลูมิเนียมเลย เจ้าขอบคาร์บอนมันถูกจับคู่กับขอบยางฮาล์ฟ ทำให้ประสิทธิภาพของชุดล้อสมบูรณ์และลงตัว โดยเฉพาะขอบสูง มันกลายเป็นที่ไว้วางใจของนักแข่งระดับแนวหน้ามากมาย ด้วยการพัฒนาด้านคาร์บอนอย่างไม่หยุดยั้ง ขอบคาร์บอนในยุคนี้มีความสูงที่ 45 mm. หลายค่ายทำน้ำหนักได้เบากว่า 300 กรัม อีกทั้งยังคงพัฒนาในเรื่องการตัดลม ลู่ลม หรือที่เราเรียกกันติดหูว่า ล้อมันเหวี่ยง หรือว่านี่คืออนาคตในวันข้างหน้าที่เราต้องรอคำตอบจากจำนวนผู้บริโภค


สุดท้ายนี้การเลือกซื้อล้อสำหรับนักจักรยานเสือหมอบมือใหม่ ต้องตอบคำถามของตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราจะซื้อแบบไหน “ซื้อแล้วจบ หรือว่าซื้อเผื่อเปลี่ยน” หากต้องการซื้อเพื่อจบ งบประมาณ เป็นเหตุผลเดียวที่ท่านต้องไตร่ตรองเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพียงพอกับเงินในกระเป๋าของท่าน ส่วนการซื้อเผื่อขาย ให้มองหาล้อที่มีประโยชน์ครบด้าน ซื้อง่าย ขายคล่อง เพื่อวันข้างหน้าต้องการขายจะได้ไม่ปวดหัว เท่านี้การปั่นของท่านทั้งหลายก็ราบรื่นไปนานแสนนาน
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:38, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย jackiewara » 23 ก.พ. 2011, 16:47

:D :D :D ขอบคุณกับทุกบทความ
เป็นคัมภีร์เสือภูเขาจริงๆ รอติดตามตอนต่อไป
จัดมาเรื่อยๆ ขอบคุณอีกครั้งครับครับผม

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 24 ก.พ. 2011, 08:33

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:31, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 24 ก.พ. 2011, 08:46

88.ELECTRIC BIKE จักรยานไฟฟ้าอนาคตที่มาถึงแล้ว

รูปภาพ

กระแสลดโลกร้อนดูเหมือนจะเป็นกระแสที่ถูกนำมาใช้ทั่วโลก วงการจักรยานเองก็เช่นเดียวกันก็ได้มีการพัฒนานำระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามาใช้งานเพื่อเป็นพาหนะที่ไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม เหมือนยานพาหนะที่ใช้น้ำมัน ตลาดของรถจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปยุโรปนอกนั้นก็กระจายตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกบ้างแต่ก็ยังมีประมาณไม่มากนักทั้งนี้เพราะจักรยานประเภทนี้มักมีราคาสูงกว่ารถจักรยานปกติ

ระบบจักรยานไฟฟ้าแบ่งออกเป็นสองแบบคือ 1. จักรยานไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว 2. จักรยานขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าผสมกับแรงคนซึ่งแบบที่สองนี้จะเป็นที่นิยมมากกว่าเพราะนอกจากจะใช้ไฟฟ้าช่วยในการขับเคลื่อนแล้วหากแบตเตอรี่หมดก็ยังสามารถปั่นเหมือนจักรยานปกติได้ ซึ่งจักรยานประเภทนี้ก็ยังแบ่งได้อีกสามชนิดตามการขับเคลื่อนได้ดังนี้ 2.1 จักรยานแบบขับเคลื่อนด้วยการติดตั้งมอเตอร์ที่ดุมหน้า จักรยานแบบนี้จะเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะว่ามีการดัดแปลงน้อยที่สุดและติดตั้งไม่ยุ่งยากเพียงแค่เปลี่ยนดุมหน้าที่เป็นมอเตอร์เท่านั้นก็ใช้งานได้แล้ว ซึ่งวิธีการใช้งานก็ขี่เหมือนจักรยานปกติหากผู้ขี่ต้องการผ่อนแรง ก็แค่ทำการเปิดมอเตอร์ที่ดุมหน้าให้มอเตอร์ทำงานหมุน ช่วยลดแรงปั่น ข้อดีอีกประการหนึ่งของจักรยานแบบนี้คือ สามารถใช้เกียร์ของจักรยานได้หลายเกียร์ เพราะว่ามีการติดตั้งมอเตอร์แค่ดุมหน้า ในส่วนดุมหลังก็ใช้ของเดิมทำให้ยังมีเกียร์ให้ใช้งานได้หลายเกียร์เหมือนเดิม 2.2 จักรยานแบบขับเคลื่อนด้วยการติดตั้งมอเตอร์ที่ดุมหลัง จักรยานแบบนี้ได้รับความนิยมตามมาเป็นอันดับสอง เพราะสามารถดัดแปลงจากจักรยานปกติได้ง่ายเพียงแค่ไปหาซื้อชุดดุมล้อหลังมอเตอร์พร้อมชุดแบตเตอรี่มาติดตั้งในจักรยานคันเดิมก็สามารถใช้งานเป็นจักรยานกึ่งไฟฟ้าได้แล้ว ข้อเสียของจักรยานระบบนี้ก็คือ เนื่องจากมีการติดตั้งมอเตอร์ที่ดุมหลังทำให้สามารถติดตั้งเฟืองหลังได้แค่เฟืองเดียว เป็นผลให้สามารถช้างานได้เกียร์เดียว หากแบตเตอรี่หมดก็ไม่มีเกียร์ช่วยทดแรงในการปั่น 2.3 จักรยานแบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์อยู่ที่ชุดจาน จักรยานแบบนี้จะมีการติดตั้งมอเตอร์ไว้ที่กลางตัวถังของจักรยานแล้วชุดมอเตอร์นี้ก็ไปขับเคลื่อนให้ชุดใบจานหมุนเพื่อที่จะได้ขับเคลื่อนเฟืองหลังทันที ซึ่งจักรยานแบบนี้เป็นที่นิยมน้อยที่สุด เพราะต้องซื้อใหม่ทั้งคันซึ่งมีราคาสูงไม่เหมือนจักรยานสองแบบแรกที่สามารถดัดแปลงได้ จากรถคันเดิมทำให้ประหยัดเงินไปได้เยอะ ทิศทางของจักรยานไฟฟ้าเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น สังเกตได้จาก Shimano ผู้ผลิตอะไหล่จักรยานชั้นนำของโลกได้ออกผลิตภัณฑ์ชุดอะไหล่ STEP ซึ่งเป็นชุดอะไหล่จักรยานไฟฟ้า โดยใช้ชุดอะไหล่เกียร์ดุมที่มีอยู่เดิม โดยเพิ่มดุมหน้ามอเตอร์ไฟฟ้าชุดแบตเตอรี่ ชุดชาร์ทไฟ และชุดควบคุมการขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้าไป
ในอนาคตแนวโน้มการใช้จักรยานไฟฟ้าก็คงจะมีกระแสความนิยมไปทั่วโลก
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:39, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 24 ก.พ. 2011, 12:00

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:31, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 24 ก.พ. 2011, 12:00

89.การเตรียมตัวก่อนปั่น 1 วัน ก่อนปั่น 24 ชั่วโมง ตอนที่ 1

รูปภาพถ้าจะว่าไปแล้วการปั่น 100 ก.ม. หรือ 160 ไมล์แบบเซ็นทิวรี่จริง ๆ นั้นแทบไม่ต่างกันเลยในด้านการเตรียมตัว ไม่ว่าคุณจะปั่นจักรยานได้ใกล้หรือไกลแค่ไหนสิ่งที่ต้องเตรียมยังคงเหมือนเดิม คือต้องมีหมวก แว่นตา เสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ ที่จะทำให้การขี่จักรยานครั้งนั้นปลอดภัยและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ แต่ถ้าจะเตรียมตัวปั่นกันอย่างมือโปรก็ต้องมีเวลา เวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อ่ให้รายละเอียดทุกอย่างถูกเก็บได้เรียบร้อยจงน่าจะเป็นช่วง 24 ชั่วโมงซึ่งน่าจะเป็นการเตรียมตัวครั้งสุดท้ายก่อนก้าวขึ้นคร่อมอาน
ถ้าจักรยานของคุณยังไม่ได้ถูกปรับแต่งให้เข้าที่ในเวลา 24 ชั่วโมงนี้ก็ต้องทำ สำหรับคาร์โบฯโหลดดิ้งที่จะสำคัญต่อการขี่จักรยานไกลก็ควรทำด้วยในเวลาก่อนนอนสามชั่วโมงเพื่อให้ไกลโคเจนเข้าไป สะสมในกล้ามเนื้อเรียบร้อยพร้อมใช้งาน ทั้งยังต้องเริ่มดื่มน้ำมาก ๆ เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คงไม่ต้องพูดถึงรวมทั้งน้ำชากาแฟ เพราะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่เป็นผลดีต่อการขี่จักรยานหรือการออกกำลังกายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย หลังรับประทานอาหารเย็นแล้วควรดื่มน้ำให้พอแต่ต้องเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนนอนเช่นกัน ก่อนปั่นไกล เป็นร้อย ๆ กิโลฯ ให้ครบคุณต้องได้นอนพักผ่อนให้เต็มที่โดยไม่ต้องมีอะไรมาขัดจังหวะระหว่างนั้น
ก่อนจะล้มตัวลงนอนให้จัดการกับเช็คลิสต์ให้เรียบร้อยเสียก่อนโดยการเอาเสื้อผ้า หมวกกันกระแทก เครื่องวัดชีพจร แว่นกันแดด รองเท้า อาหารบำรุงกำลังติดกระเป๋า และทุกสิ่งที่ต้องใช้ก่อน ระหว่างปั่น และหลังปั่นมาวางไว้ก่อนหยิบลงกระเป๋า จงอย่าได้คิดว่าจะมาจัดลงกระเป๋าในตอนเช้าวันปั่นเพราะความรีบร้อนจะทำให้พลาดจนลืมหยิบเอาของสำคัญใส่กระเป๋าได้ง่าย ๆ
สำหรับเรื่องการจัดของนี้ ถ้าคุณเป็นคนปั่นจักรยานเป็นประจำอยู่แล้วก็อาจไม่ต้องถึงกับจดรายการแล้วจัดของตาม วิธีง่ายที่สุดคือจินตนาการถึงการแต่งกายของตัวเองว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง นึกถึงตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจะพบว่ามันง่ายกว่าเมื่อจะจัดเรียงลำดับ ไปตั้งแต่หมวกกันกระแทก แว่นตา เสื้อ ถุงมือ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า แล้วค่อยมาคำนึงถึ่งสิ่งที่จะนำติดตัวใส่กระเป๋าหลังของเสื้อไป เช่น เพาเวอร์เจลและอื่น ๆ ที่จำเป็น นึงไปพลางหยิบของในตู้มาวางไว้ข้างกระเป๋าก่อนจัดของลง
พอของพร้อมแล้วก็นั่งลงค่อย ๆ คิดถึงแผนการที่วางไว้ว่าจะทำอะไรบ้างในการขี่วันนั้น เมื่อถึงช่วงยากลำบากของเส้นทางแล้วจะทำอย่างไร เสร็จแล้วเมื่อก่อนนอนก็ตั้งเวลาไว้ อยากจะตื่นตอนไหนก็ตั้งเวลาไว้ เมื่อไม่ประมาทก็ต้องตั้งเวลาไว้เป็นครั้งที่สองด้วยหากครั้งแรกปลุกแล้วคุณไม่อยากตื่น

วันปั่นไกล
การตั้งเวลาไว้จะทำให้ไม่ต้องรีบกระหืดกระหอบตื่นขึ้นหลังจากได้พักผ่อนมาเต็มที่แล้ว จงรับประทานอาหารเช้าแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ถ้าได้ดื่มน้ำมาแล้วตอนก่อนนอนสิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องไปห้องน้ำเสียก่อน อาหารเช้าในวันนี้ต้องมั่นในว่ามีพลังงาน 70 % มาจากคาร์โบฯ สำหรับคนไทยคงไม่ต้องห่วงเพราะเรารับประทานข้าวซึ่งประกอบด้วยคาร์โบฯเป็นหลักอยู่แล้ว ข้อสำคัญคือคุณต้องรับประทานอาหารให้เสร็จก่อนออกสตาร์ทสองชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายได้ย่อยสลายไปส่วนหนึ่งก่อนออกกำลัง รับประทานมากไปจะจุกและอาจถึงกับอาเจียนจนรู้สึกแย่ ๆ ได้ระหว่างทาง

ชั่วโมงสุดท้ายก่อนออกตัว
ถ้าคุณไม่ได้คาดหวังว่าจะไปขี่จักรยานกับกลุ่ม ขาแรง ชอบปั่นเร็ว หรือไม่ได้คาดคิดว่าตัวเองต้องทำลายสถิติไม่ว่าจะเป็นสถิติของเพื่อนหรือของตัวเองก็ตาม การปั่นแบบเซ็นทิวรี่ไม่จำเป็นต้องวอร์มอัพกันบนจักรยานเลย แค่ยืดเส้นยืดสายสักห้านาทีเพื่อให้กล้ามเนื้อหลังตอนล่าง หัวไหล่ ช่วงขาตอนหลัง และหลังของคุณได้ผ่อนคลายเท่านั้นก็พอแล้ว การได้ยืดเส้นยืดสายจะช่วยได้มากทั้งการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการลดควมตื่นเต้น ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้นตามชั่วโมงของการปั่นที่ผ่านมา คุณจะวางแผนก่อนการปั่นได้อย่างเป็นธรรมชาติเองจนถึงนาทีสุดท้ายหน้าเส้นสตาร์ท ต่อไปนี้แหละที่เราจะเข้าสู่กระบวนการวางแผนระหว่างการปั่นไกลเกิน 100 ก.ม.
ในตอนต่อไปจะมาแนะนำวิธีในการขี่จักรยานทางไกลเกินร้อย ก.ม. ว่ามีวิธีในการเริ่มปั่นอย่างไร
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:40, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 25 ก.พ. 2011, 07:42

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:32, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย thachon » 25 ก.พ. 2011, 10:12

ขอบคุณครับ :mrgreen: :mrgreen:
ปั่นจักรยานเพื่อจุดมุ่งหมายที่อยากเป็นคนแข็งแร็ง

ปั่นไปปั่นมาอยากเป็นนักแข่งชะงั้นเท่จริงๆ

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 25 ก.พ. 2011, 11:41

รูปภาพ jackiewara เขียน: :D :D :D ขอบคุณกับทุกบทความ
เป็นคัมภีร์เสือภูเขาจริงๆ รอติดตามตอนต่อไป
จัดมาเรื่อยๆ ขอบคุณอีกครั้งครับครับผม

รูปภาพสวัสดีครับ!...เดี๋ยวจัดให้ครับ


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย coolbeer » 25 ก.พ. 2011, 16:29

ความรู้ ดี ๆ ขอปักไว้ครับ :D :D :D

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 26 ก.พ. 2011, 07:46

90.การเตรียมตัวก่อนปั่น 1 วัน ก่อนปั่น 24 ชั่วโมง ตอนที่ 2

รูปภาพ มีหลายวิธีที่ถูกต้องเพื่อขี่จักรยานทางไกลเกินร้อย กิโลเมตร วิธีที่ผิดก็มีเหมือนกันแต่เราคงไม่แนะนำวิธีผิด ๆ ให้คุณ เพราะฉะนั้นจึงขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่จะได้อ่านต่อไปนี้คือเรื่องดี ๆ และถูกต้องเท่านั้น
เริ่มปั่นช้า ๆ : ทำไมเราจึงแนะนำเช่นนั้น ก็เพราะคุณยังมีวันอันแสนยาวนานรอคอยอยู่จึงไม่จำเป็นต้องเร่งร้อนอะไร ออกตัวง่าย ๆ ขี่ไปสบาย ๆ ด้วยรอบขาไม่ต้องจัดนัก ใช้เกียร์เบา ๆ แต่ไม่ต้องเบามากเพื่ออุ่นเครื่องให้กล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเลยเว้นแต่จะเตรียมตัวมาดีและอยากทำลายสถิติหรืออยากจะได้ถ้วยกันจริง ๆ ถ้าตราบใดที่มันไม่ใช่การแข่งขันตราบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
คุมรอบขาให้ได้ : เพียงไม่กี่นาทีหลังจากออกตัวมาแล้วคุณจะเริ่มรู้รอบขาปั่นของตัวเอง รอบเท่าใดที่เหมาะสม ปั่นแล้วสบายไม่หนักแรงหรือเร่งชีพจรเกินไปก็ควรคงรอบนั้น ๆ ไว้ให้ได้ ตรวจสอบไซโคลคอมพิวเตอร์และเครื่องวัดชีพจรอยู่ตลอดเวลา เป็นเรื่องปกติหากจะรู้สึกตื่นเต้นบ้างแต่คุณจะรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นเมื่อรอบขาคงที่แล้ว พอรอบขาหมุนได้คงที่คุณจะพบว่าความเร็วเพิ่มขึ้นเอง หากไปกันเป็นกลุ่มความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะมากกว่าที่ตั้งใจไว้เสมอจนคุณเองก็ต้องแปลกใจ
จงขี่จักรยานเป็นกลุ่ม : ถ้าคุณมีเพื่อนซ้อมจักรยานเป็นประจำหรือรู้จักใครที่วางเป้าหมายในการขี่ไกลไว้เหมือนกัน การขี่ทางไกลจะยิ่งสนุกถ้าคุณและเพื่อนจับกลุ่มกันขี่แล้วผลัดกันขึ้นมาลาก ด้วยวิธีนี้จะสนุกและช่วยให้เบาแรงได้อย่างมหัศจรรย์ การได้คุยกันไปด้วยระหว่างปั่นจะทำให้ระยะทางร่นเข้าเร็วขึ้น การได้หมกอยู่กลางกลุ่มบ้างจะช่วยให้เบาแรงและความเร็วจะสูงขึ้นด้วยการปั่นไปด้วยกันมีเพื่อน ๆ คอยช่วงบังลมไว้ให้
ระวังกลุ่มขี่เร็วไว้ก็ดี : จากข้อที่แล้วที่เราบอกว่าการขี่จักรยานเป็นกลุ่มจะทำให้ความเร็วสูงขึ้น แต่ระหว่าทางนั้นถนนไม่ได้เรียบไร้หลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวางจนถึงปลายทาง ระหว่างนั้นอาจมีการสร้างถนน หลุมบ่อ รถยนต์น้อยใหญ่จอดข้างทาง วิธีจะขี่เป็นกลุ่มแบบความเร็วสูงได้อย่างปลอดภัยคือต้องมีระบบการแจ้งเตือนที่เด่นชัดแน่นอน ทุกครั้งที่จักรยานแถวหน้าสุดเห็นสิ่งกีดขวางหรือจะเป็นอันตรายนักจักรยานต้องตะโกนบอกมาข้างหลังแล้วชี้ไปที่สิ่งนั้น ถ้าแถวยาวเป็นร้อย ๆ คันการชี้บอกจะกระทำเป็นทอด ๆ มาจนถึงคนสุดท้าย ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้นักจักรยานรอดจากการตกหลุมหรือชนเข้ากับรถหรือสิ่งกีดขวางอื่นริมทางได้ ในการปั่นความเร็วสูง ๆ ที่ล้อหน้าของคุณแทบจะสัมผัสกับล้อหลังของเพื่อนนั้น
มันยากจริง ๆ ที่จะหลบหลีกอะไรข้างหน้าได้ในระยะเพียงสามถึงห้าเมตร มองเห็นอย่างเดียวคงไม่พอต้องให้เพื่อนชี้บอกด้วย แต่การหลบหลีกต้องเป็นไปอย่างปลอดภัยคือต้องมีระยะห่างทางข้างให้เคลื่อนที่ได้ด้วยโดยไม่ไปเกี่ยวจักรยานข้างเคียงซ้ายขวาเข้า ถ้าเป็นหลุมไม่ลึกนักคุณก็ขี่ลุยได้โดยไม่ต้องหลบ เพราะการหลบจะทำอันตรายให้ตัวเองและเพื่อนพ้องได้มากกว่า ในกรณีที่เป็นสิ่งของวางพ้นพื้นขึ้นมารเราคิดว่าคงไม่ต้องหลบ เพราะหากชนเพื่อนคันข้างหน้าของคุณคงรับเคราะห์ไปก่อนแล้ว คุณนั่นแหละที่จะชนกับล้อหลังของเขาเองหากหลบไม่พ้น
ออมมามากแล้ว ใช้มันเสียบ้างตอนใกล้จบ : เมื่อคุณได้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ถูกต้องมาตลอดตั้งแต่เริ่ม และรู้สึกดีมาก ๆ ในช่วงกิโลเมตรสุดท้าย ถ้ายังคิดว่าตัวเองมีเรี่ยวแรงก็จงเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิดโดยไม่จำเป็นต้องโหมปั่นสุดแรงเพราะมันคงไม่ช่วยอะไร อัตราชีพจรที่ถูกเร่งมาตลอดทางจะพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่เป็นผลดีอะไรเลย การรู้ว่าอีกไม่นานก็จะถึงเส้นชัยจะทำให้ตื่นเต้น อะดรีนาลีนหลั่งมากระตุ้นให้เกิดเรี่ยวแรงฮึดสู้ขึ้นอีกครั้ง ถ้าคุณทำตามหลักการอย่างถูกต้องและปั่นมาได้ตลอดระยะโดยยังรู้สึกดี ความเร็วคงที่ ช่วงก.ม.สุดท้าย ๆ นี่แหละที่เรี่ยวแรงมันจะมาเอง
หลังจากเข้าเส้นชัยแล้วใช่ว่าจะหยุดอยู่แค่นั้น จอดจักรยานไว้ก่อนแล้วยืดเส้นยืดสายอีกครั้งเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักมาทุกวันจนเมื่อยล้า ถอดเสื้อผ้าเปื้อนเหงื่อและเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ออกซักทันที่ก่อนจะตรงเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำให้สาบตัว ดื่มน้ำให้อิ่มหลังปั่น แล้วจึงบันทักสถิติเอาไว้ด้วยว่าระหว่างปั่นคุณเผชิญกับอะไรมาบ้าง ให้ลงรายละเอียดถึงสภาพอากาศ อุณหภูมิ เครื่องดื่ม และอาหารระหว่างการปั่น สถิติเหล่านี้แหละที่จะช่วยให้คุณใช้ตั้งต้นได้เมื่อจะปั่นครั้งต่อไปด้วยระยะมากกว่า 10 ก.ม.
ปั่นครบ 100 ก.ม.เป็นครั้งแรกแล้วสิ่งที่ต้องทำคือพักผ่อน หลังจากนอนให้เต็มที่แล้วการขี่จักรยานในวันรุ่งขึ้นควรเป็นไปอย่างไม่หักโหม คุณควรปั่นด้วยเกียร์เบา ๆ รอบขาสบาย ๆ โดยต้องไม่ลืมยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ที่ฝรั่งมีคำคมอยู่ว่า “สิ่งใดก็ตามที่มันฆ่าเราไม่ได้ มันย่อมทำให้เราแข็งแรงขึ้น” นั้นเป็นจริง คุณปั่นครบร้อยแล้วยังไม่ตายก็ย่อมหมายความว่าคุณพร้อมจะปั่นในระยะไกลขึ้นแน่นอนใช่แล้วครับ เรากำลังจะเปิดประตูนำคุณเข้าสู่ระยะทางที่ไกลขึ้น โลกใหม่ที่ท้าทายในระยะทางไกลกว่า 100 ก.ม. จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ถ้าเอาจริงคุณเองก็ขี่จักรยานไกลได้ถึง 200 ก.ม.โดยไม่ต้องเป็น แลนซ์ อาร์มสตรอง หรืออัลแบร์โต คอนทาดอร์

ขอให้โชคดีมีความสุขในการปั่นจักรยานทุกคนนะครับ..
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 14:42, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 8 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน