☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา-เสือหมอบ ฯลฯ ☆☆☆

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย ไอ้มดแดง » 10 ม.ค. 2011, 20:32

ขอบคุณครับ...สำหรับความรู้ดีๆ :D
แนบไฟล์
523.gif
ซ้อมตามเวลาที่มี แรงหรือไม่แรง ก็ตามเวลา ที่ได้ซ้อม...

เมื่อก่อน รถต้องเป๊ะๆ...แต่เดี๋ยวนี้อะไรก็ได้...ขอให้มีเวลาปั่นก็พอ...

วันนี้คุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือยัง ?

คุยสนุกๆกับผมที่ https://www.facebook.com/profile.php?id ... ef=tn_tnmn



Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 11 ม.ค. 2011, 09:08

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:49, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 11 ม.ค. 2011, 09:24

57.การฝึกด้วย Trainer

รูปภาพ

ทำความเข้าใจกับการฝึกด้วย Trainer

เทรนเนอร์(Trainer) คืออุปกรณ์ช่วยในการฝึกซ้อมจักรยาน เดิมถูกเรียกว่าอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อมจักรยานภายในอาคาร แต่ความจริงสามารถใช้ที่ไหนก็ได้ แม้แต่ในคอนโยที่พักอาศัย ระเบียงบ้าน ริมสวน หรือแม้กระทั่งสำนักงานที่ยังพอมีที่ว่างและมีความเป็นส่วนตัว เทรนเนอร์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นโดยเฉพาะประเทศที่หน้าหนาวมีหิมะตกจนออกซ้อมไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าในบ้านเราไม่ควรใช้เทรนเนอร์ บ้านเรามาโอกาสที่จะต้องใช้เทรนเนอร์มากมายหรืออาจจะมากกว่าสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีรถราติดขัด ออกซ้อมต่อเนื่องไม่ได้ไม่ว่าเวลาไหน หากเป็นหน้าฝนยิ่งอันตราย ไม่ใช่อันตรายจากถนนลื่นอย่างเดียว ยังอันตรายจากรถที่เสียการควบคุมซึ่งอาจเกิดขึ้นได้

รูปภาพเทรนเนอร์เป็นอุปกรณ์การซ้อมจักรยานที่มีคุณประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง สามารถใช้ได้สำหรับทำให้เกิดการซ้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อการขี่จักรยานอย่างสนุก ตามพรรคพวกได้ทันในวันหยุดสุดสัปดาห์ ในต่างประเทศนิยมใช้ประกอบการซ้อมทั่วไปเพื่อเพิ่มความแข็งแรงเฉพาะทาง เช่นการซ้อมขึ้นเขาซึ่งหลายแห่งหาเขาแทบจะไม่ได้ การซ้อมสำหรับไทม์ไทรอัล (Time Trial) หรือแม้กระทั่งการซ้อมเพื่อพัฒนาความสามารถทางแอโรบิคของร่างกาย

ผู้ที่ต้องทนอยู่ในกรุงเทพหรือต้องอยู่กับบ้านทำอะไรไม่ได้ในช่วงที่ฝนตก อาจนึกถึงการฝึกซ้อมกับเทรนเนอร์พร้อมๆกับความคิดที่ว่า”มันน่าเบื่อ” แต่ใครจะรู้ว่าตอนที่เรานั่งจิบกาแฟหรือนอนหลับอุตุ เพื่อนของเราบางคนอาจกำลังฝึกซ้อมอยู่กับบ้าน รอเวลที่จะร่วมกลุ่มกับเราในวันหยุดกับพัฒนาการที่ดีขึ้นจนเราตามไม่ทันก็เป็นไปได้ เทรนเนอร์สามารถให้สิ่งที่ดีกว่าที่คนอื่นพูดเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านพละกำลัง ความทนทานของกล้ามเนื้อ และทักษะของการใช้กำลังที่ดีขึ้น ไม่เพียงแต่มีประโยชน์กับจอมยุทธสุดสัปดาห์เท่านั้น จอมยุทธตัวจริงระดับมืออาชีพที่ติดอยู่ในเมืองใหญ่ หรือติดกับอยู่กับบ้านช่วงหน้าฝนก็สามารถ ฝึกฝนทักษะของการสปริ๊นท์ หรือการฝึกซ้อมแบบอินเทอวัล (Interval) ซึ่งค่อนข้างจะอันตรายหากทำกันบนถนนที่มีรถราแล่นอยู่

ในอดีตนักจักรยานระดับทีมชาติจะใช้เทรนเนอร์ที่เรียกกันว่าลูกกลิ้ง 3 ลูกช่วยในการฝึกซ้อม จนทุกวันนี้นักจักรยานจำนวนหนึ่งก็ยังพิสมัยที่จะใช้ลูกกลิ้งแบบนี้ นัยว่าให้ความรู้สึกที่คล้ายจริงมากที่สุด เพียงแต่ได้ทักษะของเรื่องรอบขากับสมาธิเท่านั้น หากเป็นการฝึกซ้อมชนิดอื่นอาจเกิดอันตรายได้เพราะ ล้อจักรยานที่ตั้งอยู่บนลูกกลิ้งโดยไม่มีอะไรจับยึด ค่อนข้างจะอันตราย เพียงแค่หันหน้าหรือเสียสมาธิเพียงวินาทีเดียวก็มีสิทธิ์กลิ้งได้ ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านผู้ผลิตหลายรายจึงพยายามพัฒนาอุปกรณ์ที่จะมาแทนที่ลูกกลิ้ง ทำให้คนทั่วไปสามารถฝึกซ้อมจักรยานได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพที่มีความชำนาญ แม้แต่ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายอยู่กับบ้านก็สามารถฝึกซ้อมเองได้

ผู้ผลิตเทรนเนอร์รายใหญ่คือ Minoura ได้แนะนำเทรนเอร์หลายรุ่นหลายแบบ แบบที่นิยมมากที่สุดมี 2 แบบคือแบบที่สร้างแรงต้านด้วยแรงเหนี่ยวนำแม่เหล็ก (Magnetic) และแบบสร้างแรงต้านด้วยของเหลว (Fluid)

• แบบแรงต้านเหนี่ยวนำแม่เหล็ก (Magnetic)
มีจุดเด่นที่สามารถปรับความหนืดเป็นขั้นๆได้ ทำให้เทรนเนอร์ชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกการขึ้นเขา ฝึกซอยรอบขาสูง ฝึกสปริ๊นท์ หรือแม้กระทั่งฝึกไทม์ไทรอัล สามารถปรับความหนืดได้ตามความต้องการหรือเหมาะสมกับความแข็งแรง การปรับความหนืดของเทรนเนอร์ Minoura จะใช้วิธีปรับมุมของแม่เหล็กเพื่อให้เปลี่ยนแปลงความเข้มของสนามแม่เหล็ก เป็นระบบแบบง่ายๆ หากใช้กับยางหน้าเรียบแล้วเสียงจะค่อยมาก ค่ายยุโรปมีการพัฒนาเทรนเนอร์แบบแรงต้านเหนี่ยวนำโดยใช้กระแสไฟฟ้า ด้วยการปรับค่ากระแสไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความเข้มของสนามแม่เหล็ก เทรนเนอร์เหล่านี้มักจะมีอุปกรณ์ช่วยวัดที่สามารถบอกความเร็ว รอบขา กำลังที่ใช้ (watt) รวมถึงการจับเวลา ในขณะที่บ้างแบรนด์สามารถตั้งโปรแกรมการซ้อมเองได้
• แบบแรงต้านจากของเหลว (Fluid)
เป็นเทรนเนอร์ที่โปรค่อนข้างจะนิยมกันมาก มีความเงียบมาก เป็นเทรนเนอร์ที่เงียบมากเพราะแรงต้านได้จากชุดใบพัดที่อยู่ในกระเปาะที่บรรจุด้วยของเหลวประเภทน้ำมันความหนืดสูง ทำให้แรงต้านของเทรนเนอร์ชนิดนี้เพิ่มขึ้นตามอัตราความเร็วรอบขาที่เราปั่น ยิ่งรอบสูงความหนืดยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เทรนเนอร์ชนิดนี้จึงเหมาะที่จะใช้กับตารางการฝึกซ้อมอินเทอวัลที่ค่อนข้างหนักเพื่อรักษาระดับอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างสูง
รูปภาพ

http://www.probike.co.th/view_news.php?id=121
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 11 พ.ค. 2011, 17:59, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย NiKee » 12 ม.ค. 2011, 19:06

ได้ความรู้เยอะเลย ขอบคุณมากครับ :D :D :D

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 13 ม.ค. 2011, 10:21

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:50, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 13 ม.ค. 2011, 10:23

58.เทรนเนอร์ชนิดต่างๆ

1. Minoura Rim Drive trainer RDA-850D-LW เป็นเทรนเนอร์ที่เหมาะสำหรับใช้กับเมาเทนไบค์ สามารถติดตั้งเมาเทนไบค์กับเทรนเนอร์โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนยางให้เป็นแบบหน้าเรียบ ปรับความหนืดได้ 7 ระดับตามชนิดของการฝึกซ้อม หรือตามตารางฝึกซ้อม ปรับใช้ได้ทั้งกับล้อเมาเทนไบค์ 26” หรือล้อที่ใหญ่กว่า ผู้ใช้ยังสามารถปรับเกียร์ของจักรยานเพื่อเพิ่มความหลากหลายของความหนืดได้

2. Minoura Variable Fluid trainer VFS และ VFS-G เทรนเนอร์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีประสพการณ์แล้ว หรือผู้ที่ต้องการขึ้นชั้นไปสู่ระดับการขี่ที่มีคุณภาพมากขึ้น Minoura ได้ออกแบบเทรนเนอร์รุ่น VFS-G ให้มีความรู้สึกเสมือนจริงมากขึ้น โดยล้อหลังของจักรยานจะถูกกดทับลงบนลูกกลิ้งด้วยน้ำหนักของนักจักรยานเอง และได้ติดตั้งฟลายวิลล์น้ำหนัก 1.5 กก. เพื่อเพิ่มสร้างแรงเฉื่อย ทำให้การฝึกซ้อมกับเทรนเนอร์รุ่นนี้เป็นไปอย่างนุ่มนวลเสมือนกับขี่อยู่บนถนน ระบบแรงต้านของเหลวจะสร้างแรงต้านหรือความหนืดมากขึ้นเมื่อเพิ่มรอบขา ทำให้เหมาะกับการซ้อมเพาเวอร์ที่อัตราการเต้นของหัวใจค่อนข้างสูง
รูปภาพ
Elite Trainer (จาก Italy) อิตาลีที่ได้ชื่อว่ามีวัฒนธรรมจักรยานไม่แพ้ชาติอื่นๆในยุโรป แต่ละปีหลังสิ้นสุดฤดูกาลแข่งขันนักจักรยานจะออกพักผ่อนจนย่างเข้าช่วงหน้าต้นหน้าหนาวซึ่งหลายพื้นที่หิมะตกจนไม่สามารถซ้อมจักรยานต่อได้ เทรนเนอร์เป็นทางออกที่ดีที่สุดที่นักจักรยานยุโรปมีความคุ้นเคยเป็นที่สุด ฤดูกาลแข่งขันใหม่มักจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม การแข่งขันทั้งภายในทีมและในเปโลตองจะสูงขึ้นทุกปี Elite ได้พัฒนาเทรนเนอร์เพื่อให้เหมาะกับความเป็นอยู่ของคนยุโรปที่ค่อนข้างจะแออัด จึงเป็นที่มาของ ElastroGel ลูกกลิ้งที่เคลือบด้วยเจลความหนาแน่นสูง ทนทั้งความร้อน ความชื้น และการสึกหรอจากการซ้อม และเก็บเสียงได้เกือบหมดยกเว้นเสียงหายใจหอบของนักจักรยาน

3. Elite Crono E-Mag In and Out เป็นเทรนเนอร์ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลท์แปลงเป็นกระแสตรงผ่านอะแดพเตอร์ ควบคุมความหนืดด้วยการกดปุ่มปรับจากหน้าปัดที่สามารถถอดออกไปใส่กับจักรยานคันอื่นได้เพื่อเก็บสถิติการซ้อมไม่ให้ขาดตอน จอแสดงผลแสดงตัวเลขทั้งกำลัง (watt) ความเร็ว รอบขา อัตราความชันเป็น% รวมถึงค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุดต่างๆ เหมาะกับการซ้อมทุกรูปแบบ Elite ถือเป็นเจ้าแห่งระบบยึดจักรยานกับเทรนเนอร์แบบ Gravity force คือใช้น้ำหนักของนักจักรยานกดทับล้อลงบนลูกกลิ้งที่เคลือบด้วย ElastroGelโดยตรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งน้ำหนักใดๆ
4. Elite Crono Fluid Wireless เทอนเนอร์แบบแรงต้านระบบของเหลว ซึ่งใช้ลูกกลิ้งแบบ ElastroGel ที่ให้แรงต้านตามรอบขา จุดเด่นก็คือมีจอแสดงผลที่แสดงข้อมูลเช่นกำลัง (watt) รอบขา ความเร็ว ค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุด ของการฝึกซ้อมอย่างพร้อมมูลแบบไร้สาย มีเพียงรอบขาเท่านั้นที่ต้องเดินสายจากก้านบันไดสู่ตัวแสดงผล เทรนเนอร์รุ่นนี้ใช้ระบบยึดจักรยานแบบ Gravity force ทำให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการขี่บนถนนมากที่สุดและไม่จำเป็นต้องปรับแต่งเรื่องน้ำหนักกดใดๆอีก

ผู้ผลิตเทรนเนอร์แต่ละรายจะมีรายละเอียดวิธีการใช้งานและการฝึกซ้อมเป็นตัวอย่างให้นักจักรยานหรือผู้ที่สนใจการออกกำลังกายได้ทดสอบใช้งาน นักจักรยานยังสามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามเวบไซท์ต่างๆเช่น http://www.spinervals.com หรือ http://www.trainright.com หรือเวบไซท์ของบริษัทฯโปรไบค์ที่ http://www.probike.co.th เพื่อสอบถามข้อมูลการฝึกด้วยเทรนเนอร์เพิ่มเติม

รูปภาพแนะนำเทรนเนอร์สำหรับฝึกซ้อม

ผลดีจากการฝึกซ้อมด้วยเทรนเนอร์

• ใช้เพื่อซ้อมได้ทุกเวลา ไม่เลือกสภาพอากาศ กินเนื้อที่น้อย จะใช้ในอาคารติดแอร์หรือในที่ร่มนอกอาคารเพื่อรับอากาศดีๆก็ได้ หากเป็นที่อากาศอับไม่มีลมอาจใช้พัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนไหวบ้าง
• สร้างความหลากหลายในการฝึกซ้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมความแข็งแรงเพื่อขึ้นเขาโดยเฉพาะ ซ้อมรอบขาเพื่อให้หัวใจทำงานในระดับที่ต้องการ ซ้อมแบบเพาเวอร์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ
• หากมีตารางซ้อมหรือดีวีดีที่ช่วยการซ้อม จะทำให้สมาธิค่อนข้างดี เพราะต้องวางแผนล่วงหน้าและจัดการกับตนเองเพื่อให้บรรลุตารางซ้อมแต่ละครั้งได้
• เหมาะสำหรับผู้มีเวลาขี่จักรยานจริงน้อยหรืออาศัยในเมืองใหญ่ มีโอกาสเอาจักรยานจริงไปขี่นอกเมืองน้อย แม้ในสภาพที่อากาศไม่เป็นใจเช่นฝนตก ไม่เสียโอกาสในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดเวลา
• เผาผลาญแคลอรี่ได้ดีไม่แพ้การขี่จักรยานกลางแจ้ง แต่ไม่เสี่ยงอันตราย
• หากมีกระจกบานใหญ่พอสมควร ผู้ฝึกซ้อมสามารถมองตำแหน่งและลักษณะการขี่ของตนเอง เพื่อจะได้แก้ไขได้กรณีที่ร่างกายส่วนบนส่าย หรือขาโก่งงอ เท้าทิ่มเกินไป เป็นต้น
• หากจัดตารางซ้อมที่สม่ำเสมอ นักจักรยานจะสามารถวัดขีดความสามารถได้เมื่อต้องซ้อมด้วยตารางซ้อมเดียวกันในครั้งต่อๆไป
รูปภาพ


อุปกรณ์แนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเทรนเนอร์
รูปภาพHart Rate Moniter เครื่องวัดหัวใจ บอกค่าชีพจรทั้งโซนต่ำและสูง พร้อมสัญญาณเตือน ช่วยให้การฝึกซ้อมของงคุณเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

รูปภาพGel Block อุปกรณ์หนุนล้อให้ได้ระดับราบ เมื่อประกอบกับเทรนเนอร์ให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังขี่บนถนน

รูปภาพMat แผ่นรองเทรนเนอร์ ช่วยลดเสียงให้คุณขี่เทรนเนอร์ได้เงียบและป้องกันพื้นจากรอยขูดขีดและเบื้อนเหงื่อที่หยดขณะออกกำลังเพิ่มความปลอดภัยในการฝึกซ้อม

รูปภาพSweat net ผ้าซับเหงื่อ แผ่นรองไม่ให้โดนเฟรมระหว่างซ้อม

http://www.probike.co.th/view_news.php?id=121
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 11 พ.ค. 2011, 18:00, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 13 ม.ค. 2011, 16:41

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:50, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย hatori11 » 13 ม.ค. 2011, 22:50

ขอบคุณมากครับสำหรับ ความรู้ที่มากมาย

Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 14 ม.ค. 2011, 10:59

59.ฝึกขี่จักรยาน เสือหมอบ (Road Bike) หรือ จักรยานเสือภูเขา (MTB)

ปั่นจักรยานไปเพื่ออะไร

รูปภาพ

1. ปั่นจักรยานเพื่อเดินทางไปทำงาน หมายถึง คุณใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักของคุณในการเดินทางไปที่ต่างๆ ไปทำงานในเมือง หรือต่างจังหวัด ข้อนี้ สิ่งที่ต้องตอบโจทย์แรก คือ 1.ระยะทางเท่าไร 2.ต้องใช้เวลาเท่าไร 3.จักรยานประเภทไหนถึงจะเหมาะ

การฝึกฝน คุณคงไม่ต้องไปฝึกอะไรมาก เมื่อคุณปั่นเป็นประจำนั่นคือการฝึกของคุณอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการร่นระยะเวลาลง ก็ปั่นให้มันเร็วขึ้นเท่านั้นเอง

2. ปั่นเพื่อสุขภาพ หมายถึงคุณต้องการลดน้ำหนัก หรือเพื่อใช้กีฬานี้พัฒนาร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง แทนที่จะเป็นการออกกำลังกายชนิดอื่น

การฝึกฝน คุณควรจะปั่นจักรยานให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องคิดจะไปชนะใคร แค่ชนะใจตัวเองให้ได้ ว่าต้องออกปั่นอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 วัน วันละ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที – 1 ชั่วโมง แต่ไม่ควรหักโหมเกินไป กรณีที่คุณมีอายุมาก หรือมีโรคประจำตัว ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ด้วยนะครับ

3. ปั่นเพื่อออกทริป ท่องเที่ยว สันทนาการ หมายถึงคุณต้องการใช้จักรยานเป็นพาหนะ เป็นกีฬาออกกำลังกาย เริ่มจริงจังมากขึ้น

การฝึกฝน ควรจะเริ่มมองหากลุ่มเพื่อน ที่ปั่นด้วยกันระแวกใกล้ๆที่พัก เพื่อทำให้การปั่นมาประสิทธิภาพ มีการเปรียบเทียบ มีการแข่งขันเล็กๆภายในกันมากขึ้น ใช้เวลาอย่างมีค่า ในการออกทริปต่างๆกับกลุ่มเพื่อนในวันหยุด ครั้งละ 3-4 ชั่วโมงก็เข้าทีครับ มาถึงระดับนี้เพื่อเป็นการไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนๆในกลุ่ม เราก็จะหาเวลาปั่นซ้อมกันเองมากขึ้น วันละ 1-2 ชั่วโมง ควรจะมีวันให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง อาทิตย์ละ 2-3 วัน

4. ปั่นเพื่อจะเป็น “ขาแรง” เมื่อเข้ากลุ่มมาแล้ว เริ่มมีการแข่งขัน หรืออยากออกทริปปั่นกับกลุ่มอื่นๆ ก็มีอารมณ์อยากจะไปวัดแรงกับกลุ่มอื่นที่ไม่รู้จักบ้าง ขั้นนี้ก็แสดงว่าคุณต้องใส่ใจกับการฝึกซ้อมมากขึ้นแล้วล่ะครับ ยกตัวอย่างออกทริปปั่น 100 กิโล พอผ่านพ้นไป 60-70 กิโล เราโดนทิ้งห่างจากกลุ่มนำเป็นชั่วโมง ไม่มีกำลังใจจะปั่นต่อ อยากขึ้นรถแล้ว 555 ทำไมเราถึงปั่นตามพวกข้างหน้าไม่ทันนะ?

การฝึกฝน ในขั้นนี้จะไม่ใช่การออกปั่นจักรยานแบบ 3 ข้อด้านบนแล้ว คุณต้องเปลี่ยนเป็นคำว่า “ซ้อมปั่นจักรยาน” ให้ตามเป้าหมายที่ว่าคุณสามารถ ออกทริปใหญ่แล้วปั่นไปกับกลุ่มนำได้ หรือไม่โดนทิ้งขาดจนเกินไป อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีมาเสริมนอกจากไมล์วัดระยะทางแล้ว ก็ควรจะมี ไมล์วัดรอบขา Cadance ไมล์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ Hart rate Monitor เพื่อนำมาประยุกต์ในการซ้อมให้มีประสิทธิภาพและ ตรวจสอบความก้าวหน้าของคุณได้

เวลาที่ใช้ในการฝึกซ้อม ไม่ต่ำกว่า 4 วัน/1สัปดาห์ เวลาอย่างน้อย 1 ชม.ตามตารางที่จัดแตกต่างกันออกไป วันไหนมีเวลามาก เช่นเสาร์ หรืออาทิตย์ ควรจะให้เวลากับการซ้อม 3-4 ชั่วโมง ระยะทาง 80-100 กิโล สำหรับในวันธรรมดา คนที่ไม่สามารถออกจากบ้านหลังเลิกทำงานได้ ก็ควรมี เทรนเนอร์ หรือลุกกลิ้งไว้ฝึกซ้อม อย่างต่ำวันละ 40 นาทีครับ

ตัวผมเองก็ถือว่าฝึกอยู่ในขั้นนี้ที่4 ล่ะครับ ซึ่งในขั้นสุดท้ายคงเป็นระดับ 5 หรือระดับการแข่งขัน ซึ่งผม หรือท่านๆที่มีหน้าที่การงานครอบครัวแล้วคงให้เวลากับมันมากขนาดนักแข่งไม่ได้ แค่มีคนมาเรียกเราว่า “ขาแรง” ก็ปลื้มแล้ว

ข้อดีของ “ขาแรง” สนุกสนานเมื่อไปทริปไหนๆ ก็ยังมีเพื่อนๆ ที่ร่วมทางไปด้วย ไม่ถูกทิ้ง หรือถ้าเราแรงกว่าคนอื่นก็ถนอมแรงมาปั่นไปกับเพื่อนๆได้ ทำให้การปั่นจักรยานของเราสนุกสนานขึ้น นอกเหนือจากนั้นก็คือร่างกาย และหัวใจเราที่แข็งแรงขึ้นไปด้วยนั่นเองครับ
แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 08 พ.ค. 2011, 09:14, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.


Re: ☆☆☆ คำภีร์เสือภูเขา ☆☆☆

โพสต์ โดย อู๊ด-พีระ » 14 ม.ค. 2011, 14:29

แก้ไขล่าสุดโดย อู๊ด-พีระ เมื่อ 10 พ.ค. 2011, 14:51, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 10 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน