เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง Selle Italia, Selle SMP, Prologo

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง Selle Italia, Selle SMP, Prologo

โพสต์ โดย rain_mx2 » 19 ก.ย. 2013, 02:26

ดูเหมือนกระทู้มันเริ่มยาวๆ แล้วตามอ่านกันยากครับ เลยตัดตอนเอามาขี้น กระทู้ใหม่ ใครเข้ามาตรงนี้แล้วอยากอ่านภาคแรก ตาม ลิ้งค์นี้ไปได้เลยครับ

viewtopic.php?f=63&t=789947

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มตามอ่าน กระทู้เบาะรีวิวนี่ ผมนำชมเบาะที่เคยคิดเลือกมาใช้นะครับ โดยเทียบกับ Brooks B17 เป็นสำคัญครับ โดยส่วนใหญ่จะนำชมเบาะที่มี Sit Bone กว้างนิดหน่อย และเป็นเบาะที่เหมาะกับรถพับธรรมดาที่ไม่ใด้นั่งกึ่งเสือหมอบครับ

วันนี้เรามาต่อ Sella Italia กันครับ Sella Italia นี่ถือเป็นยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่งของวงการเบาะเลยทีเดียว โดยมีเบาะหลายตระกูล แต่ตระกูลที่สร้างชื่อที่สุดของ Sella Italia ก็คือตระกูล Flite ครับ



Sella Italia Flite 1990 (Flite Classic) ตัวนี้ถือเป็น เบาะ Classic ของ Sella Italia ครับ จากรีวิวที่อ่านๆมา บางคนถีงกับใช้ Flite มา 20 กว่าปีแล้วก็ยังใช้อยู่เลยทีเดียวครับ Flite 1990 มี ตัวรางเป็นไททาเนี่ยมด้วยโดยตัวโครงสร้างเป็นพลาสติกผสมกับ คาร์บอนครับโดยมีอัตราส่วน คาร์บอน 10% ตัวเบาะหุ้มหนัง และตัวบุเบาะถูกออกแบบให้สบายสุดขีด ตัวนี้สำหรับผมถือว่าเป็นอีกตัวที่เป็นทางเลือกของ Brooks ได้ครับ

flite1990.jpg


ในปัจจุบันเบาะรุ่น Flite ได้มีการปรับปรุงทั้งในเรื่องโครงสร้างและวัสดุเบาะไปแยะมากครับเลยมี Flite รุ่นย่อยๆที่เป็น series ใหม่ออกมาอีก สี่รุ่นเลยทีเดียว รวมทั้งตัวที่น่าสนใจที่ชื่อ Flite Gel Flow ที่ตัวบุเบาะสามารถปรับตัวตามรูปแบบการนั่งของเราได้ด้วย แต่ตัวที่ถือว่านั่งสบายสุดตัวหนึ่งในตระกูลก็ยังเป็นตัว 1990 นี้อยู่ครับ

Width 144 mm
Length 280 mm
Weight 222 g
ราคา $110

ถ้ายังจำกันได้ Fizik แบ่งเบาะเป็นสาม line ตามลักษณะความยืดหยุ่นของคนนั่ง ของ Sella Italia นี่เขาทำอีกแบบครับ โดยเอาค่าของความกว้าง Sit Bone มาผสมแบบเคร่าๆด้วยครับ โดย Sella Italia เรียกว่าระบบ ID Match เจ้าระบบ ID Match นี่มีตัวอักษร แสดงชนิด โดยอักษรตัวแรก อาจจะเป็น S หรือ L ครับ โดย S จะเหมาะสำหรับ คนที่มี Sit Bone แคบ ในขณะที่ L จะกว้าง ส่วนอักษรตัวหลัง จะเป็น เลข 1-3 ครับ โดยตัวเลขจะแทนมุมของสะโพก โดยเลข 1 คือคนที่นั่งค่อนข้างจะตัวตรง ในขณะที่ เลข 3 นี่หมอบลงไปชิดกับเบาะครับ เจ้า Flight 1990 นี่ ID เป็น L1 ครับ คือเหมาะกับคน Sit Bone กว้างและ นั่งตัวตรงพอสมควรครับ

เจ้าระบบ ID Match นี่มันก็ดีนะครับ ทำให้เรามองปร้าดตาม Catalog ของ Sella Italia แล้วรู้เลยว่าเบาะนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า ผมว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลยครับในเชิงการตลาด เพราะทำให้ผู้ใช้เข้าใจได้ทันที

อาจจะมีคำถามว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่า Sit Bone เท่าใหร่ถีงจะนับเป็น S หรือ L อันนี้จริงๆใน Sella Italia ไม่ใด้บอกไว้ครับ แต่ถ้าคำนวณย้อนกลับจากความกว้่างเบาะ ก็จะได้ว่า S อยู่ ประมาณ 10 cm ลงไปในขณะที่ L อยู่ประมาณ 10-12 cm เจ้า Flite Classic ตัวที่อยู่ข้างบนนี่ ID เป็น L1 ครับ

เบาะของ Sella Italia ส่วนใหญ่ถ้ามีชื่่อย่อยตามว่า Flow แปลว่ามี Cut Out ครับ แต่ถ้ามีคำว่า Mono แสดงว่าใช้รางเบาะแบบรางเดียว

flite_flow_set.jpg


ข้างบนนี่เป็นเบาะรุ่น Flite Flow ครับ มีขาเบาะเป็นไททาเนี่ยม แต่สังเกตมิตินะครับ ว่าสูสีกับรุ่น คลาสิกหมดทุกอย่าง ตัวนี้ ID เป็น L2

Flite Flow
Width 145 mm
Length 280 mm
Weight 210 g
ราคา $195

รุ่นอื่นๆของ Sella Italia ส่วนใหญ่จะเป็น เบาะสำหรับคนมี Sit Bone แคบ หรือ หรือ เป็น ID Match ที่ขี้นต้นด้วย S เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ เบาะที่น่าสนใจ ในกลุ่มนั้นก็คงไม่พ้นจากเบาะ ตระกูล SLR ซี่งน้ำหนักเบามากๆถึง 135 กรับ และก็เป็นเบาะที่ราบและแบนมากๆด้วยครับ เจ้าตระกูล SLR นี่ก็เหมือนกับ Flite ก็คือจะมีเบาะที่มีทั้งขา คาร์บอน เบาะรุ่น Flow และ เบาะที่มีขา Mono อยู่เหมือนกันครับ ตัวอย่างของ SLR ครับ

italia_slr.jpg


เจ้า SLR นี่มีจุดที่น่าสนใจคืิอมีการใช้ Elastomer มาเสริมในจุดต่อระหว่างขาเบาะกับตัวโครงเบาะครับทำให้ยืดหยุ่นและให้ตัวได้ในระดับหนึ่งเลยครับ ถืิอเป็นเบาะระดับบนๆของรถถนนของ Sella Italia เลยทีเดียว ตัวในรูปนี่ เป็นขาเดี่ยวนะครับ ID S1 (เพิ่มเติมนิดหน่อยครับ จากความเห็นของ Bike Fitter เก่งๆหลายๆคน เขาแนะนำว่า SLR นี่ให้ปรับมุม จมูกเบาะให้เชิดขี้น 0.5 - 1.5 องศาครับ)

Width 131 mm
Length 275 mm
Weight 140 g
ราคา $140

รุ่นของ Sella Italia ที่จะไม่พูดถีงไม่ใด้ก็คือ รุ่น Max ครับ รุ่น Max นี่เพิ่มช่อง Cut Out ให้ใหญ่พิเศษ โดยเอาเบาะรุ่น Flow ของ ตระกูล SLR และ Flite มาทำต่อครับ ตัวในรูป ID เป็น L3 ครับ

max_flite.jpg


Width 146 mm
Length 290 mm
Weight 290 g
ราคา $130

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อ กันด้วย SMP กับ Prologo กันครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 21 ก.ย. 2013, 07:13, แก้ไขไปแล้ว 4 ครั้ง.
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย Pisit sirichote » 19 ก.ย. 2013, 04:16

ติดตามอ่านต่อไปครับ


Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย manop1661 » 19 ก.ย. 2013, 05:53

ขอบคุณครับ
คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง


Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย toop » 19 ก.ย. 2013, 08:20

ขอบคุณครับพี่Rain ภาคหนี่งผมยังตามอ่านไม่หมดเลยครับ ภาคสองมารอแล้ว เยี่ยมจริงๆครับ

:D :D :D
ร่วมแบ่งปันข้อเสนอแนะเกี่ยวกับจักรยานพับทางFaceBook ได้ที่นี่ครับ TFBC

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย Supa » 19 ก.ย. 2013, 09:31

Selle Italia สุดยอดครับทนทานนุ่มและเข้ากับก้นผมที่สุดเท่าที่ๆด้ลองมาหลายๆยี่ห้อ

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย Bluewhite » 19 ก.ย. 2013, 12:03

Selle Royal mach ก็นุ่มดีครับ

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย rain_mx2 » 19 ก.ย. 2013, 12:10

Bluewhite เขียน:Selle Royal mach ก็นุ่มดีครับ


:-) ครับ เดี๋ยวจะวนไปหา Selle Royal Mach อยู่เหมือนกันครับ จริงๆเบาะที่ เป็นทางเลือกนี่มันแยะมากครับ เรียกว่าจะ ช้อปกันจริงๆ คงสนุกน่าดู ตอนนี้ที่อยู่ในคิวจะมี SMP, Prologo, WTB, Selle Royal ภาคสอง, Selle Anatomica, Gillese Berthoud ครับ เขียนวันละยี่ห้อนี่คงอีกหลายวัน ฮ่าๆ สงสัยคงได้เล่นเกมไตรภาคแน่ๆครับ
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย Wita » 19 ก.ย. 2013, 13:37

ตามมาอ่านต่อด้วยครับ ความรู้ดีๆทั้งนั้นเลย

ขอบคุณมากครับ :D

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย rain_mx2 » 20 ก.ย. 2013, 01:42

วันนี้มาคุยกันเรื่อง เบาะ Selle SMP นะครับ Selle SMP นี่เป็นเบาะที่รอบแรกผมมองข้ามมากๆ เพราะเป็นเบาะที่ทำ Web Site ข้อมูลไม่ดึงดูดใจอย่างยิ่ง ข้อความก็อ่านยากสำหรับคนไม่ใช่เจ้าของภาษาแบบผมครับ ศัพท์ประหลาดเต็มไปหมด แต่พอตามอ่านเรื่องเบาะมากขี้นเรื่อยๆก็มีรีวิวต่างประเทศบอกว่าดี และนั่งสบาย ก็เลยมาลองอ่านศึกษาข้อมูลแบบจริงจังครับ การศีกษาข้อมูลรอบนี้ทำให้ผมรู้อะไรแยะขี้นพอสมควรครับ และทำให้เข้าใจการนั่งมากขี้นด้วย ดังนั้นก่อนที่เราจะ มาดูเบาะรุ่นต่างๆของ SMP เรามา เพิ่มเติมความเข้าใจไปด้วยกันอีกหน่อยนะครับ

ถ้าจำกันได้จากเรื่อง เบาะๆ ตอนแรก กฏข้อแรกของเราเกี่ยวข้องกับการวัด Sit Bone และการ ทำให้ Sit Bone นั้นอยู่บนเบาะพอดีครับ แต่ผมก็คอยประหลาดใจอยู่ตลอดเวลาที่ พอคนก้มตัวมากๆแล้ว ความสำคัญเรื่องความกว้าง Sit Bone แทบจะถูกละเลยไปมาให้ความสำคัญกับจมูกเบาะ และร่อง Cut Out มากกว่า ตอนแรกก็งงๆครับ แต่พอผมมาเจอรูปนี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นี่ผมถีงกับบางอ้อครับ

sit_bone_with_pelvic_angle.jpg


รูปนี้เป็นรูป โครงกระดูกส่วนล่างของเราเวลานั่งกับเบาะครับ โดยมองจากด้านหลังเข้าไป กระดูกส่วนที่หนาๆอยู่ด้านหลัง ซ้ายขวานั่นก็คือ กระดูก Sit Bone ครับ หริอ จุด A แต่ที่น่าสนใจก็คือ กระดูกที่เชื่อมต่อขี้นไปหากระดูกส่วนหน้าครับ จะเห็นว่ากระดูกตรงนั้น มันค่อยๆ เรียวๆเข้าไป คราวนี้เริ่มน่าสนใจครับ เพราะเวลาเรานั่งก้มไปข้างหน้าน้ำหนักแทนที่มันจะลงมาที่ Sit Bone มันจะมาลงที่กระดูกส่วนนี้นั่นเองหริอที่จุด B ครับ ยิ่งก้มแยะส่วนที่รับน้ำหนักมันก็จะยิ่งไปอยู่ข้างหน้ามากขึ้นเรื่อยๆถึงขนาดไปถีงจุด C ได้ และก็อย่าลืมด้วยนะครับ ว่าในสภาวะจริงเราไม่ใด้นั่งเฉยๆ ขาของเราขยับตลอดเวลา กระดูกส่วนนี้ก็จะถูกยกขึ้น กดลง ยกขี้น กดลง เป็นจังหวะตามการโยกขาของเราครับ

เพื่อนๆ พี่ๆ อาจจะมองปุ้ปแล้วบอกว่า อ้าวอย่างนี้กฏข้อหนึ่งจากเรื่องเบาะๆ ตอนแรก ที่ว่าเบาะต้องอย่างน้อยเท่ากับ หรือมากกว่า Sit ฺBone ก็ไม่จริงซิ ถ้าให้ผมตอบตรงๆก็คงบอกว่า อาจเป็นได้ครับ ถ้าเรานั่งในท่าก้มนั้นตลอด แต่ในความเป็นจริงถ้าเรานั่งสลับไปมาเปลี่ยนท่ากันตลอดเวลาขี่ ต่อให้เป็นคนขับขี่ก้มตัวแยะแบบเสือหมอบ ก็ยังควรจะหาเบาะที่อย่างน้อยพอๆกับ Sit Bone อยู่ครับ

สิ่งที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นจากความจริงที่เราเพิ่งเจออันนี้ก็คือ เบาะส่วนใหญ่ไม่ใด้ออกแบบตามหลักการนี้เท่าใหร่นักครับ เบาะที่ผมเห็นว่าออกแบบตามหลักการนี้ก็คือ SMP ที่เราจะพูดถีงกัน ISM ที่ออกแบบเบาะแบบแหวกแนวมาก และอีกยี่ห้อหนึ่งก็คือ Selle Anatomica ครับ ซี่งในกรณี Selle Anatomica นั้นถีงกับเอากลไกการเคลื่อนตัวขึ้นลงของกระดูกนี้มาเป็นส่วนในการออกแบบกันเลยทีเดียว เดี๋ยวเราค่อยว่ากันถีง Sella Anatomica กันต่อไปนะครับ วันนี้เอา SMP ก่อน

SMP เข้าใจถีงหลักการนี้ครับ และก็ให้ความเห็นว่านักขี่จักรยานทั่วๆไปมักจะทำการโยกตัวไปมาอยู่ในขณะขับขี่ บางทีก็ทำเพราะต้องการเพิ่มแรงหริอเปลี่ยนท่า ก็จะโยกตัวไปข้างหน้าแยะขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดจากหลักการออกแบบของ SMP ว่า เบาะ SMP ส่วนใหญ่จะทำ การเพิ่มความยาว Cut Out ไปจนถีงส่วนด้านหน้าของจมูกเบาะซี่งถ้าเทียบกันจะยาวกว่าเบาะที่มี Cut Out แบบอื่นๆพอควรครับ การทำให้ยาวนี้ก็เพื่อให้มีพื้นที่หลบเนื้อเยื่อและน้ำหนักที่กดแบบกึ่งๆกลิ้งมาข้างหน้าของเรานั่นเองครับ

sella_smp_cutout.jpg


นอกจากทำ Cut Out ยาวแล้ว จุดเด่นที่มองเห็นได้ชัดของ SMP ก็คือยังออกแบบให้เบาะทุกเบาะของ SMP มีจุดเว้าลงกลางเบาะด้วยครับโดยเบาะที่เป็นรุ่นแข่งขันของ SMP จะมีความเว้าสูงกว่าเบาะอื่นๆมาก SMP ให้เหตุผลว่าเวลาขี่ลงเขา หรือการทำมุมเอนราบมากๆ น้ำหนักมันอาจจะมาลงที่จุด B หรือ C ตามรูปแรกแทนครับ ซี่ง การทำเบาะให้มีเว้าแบบนี้จะทำให้มีส่วนโหนกขี้นมาด้านหน้าคอยรับน้ำหนัก จุดที่จะลง B หรือ C ได้ และก็จะมีส่วนของเบาะที่สูงขี้นมาด้านหลังคอยรับน้ำหนักในการกระแทกกลับไปข้างหลังทำให้ไม่ลื่นใหลได้ง่ายๆครับ การออกแบบในลักษณะนี้ก็มีทั้งผลดีผลเสียครับ ผลดีก็อย่างที่กล่าวนั่นละครับ แต่ผลเสียก็คือ เนื่องจากแต่ละคน Build มาไม่เท่ากัน SMP ก็เลยทำขนาดความกว้าง และมุมของจุดเว้านี้ไม่เท่ากันด้วย แต่ก็ทำให้การทำ เบาะ Fitting ยุ่งมากๆพอควรครับ เพราะ มุมก้มที่เท่ากันของแต่ละคน อาจจะใช้เบาะคนละรุ่นกันเลยก็ได้ครับ

smp_dip.jpg


จุดเด่นที่เห็นง่ายๆ อีกจุดของ SMP ก็คือจมูกเบาะที่งุ้มลงครับ Web ของ SMP เรียกอันนี้ว่า Beak หรือจงอยปากนก กันเลยทีเดียว คนรีวิวหลายๆคนบอกว่ามันเหมือนจมูกเครื่องบิน Concord มากกว่า ซี่งผมเห็นด้วยว่าเหมือนจมูกเครื่อง Concord จริงๆ ครับ SMP ไม่บอกวัตถุประสงค์ของการออกแบบ แบบนี้มาแบบชัดๆ แต่คนรีวิวเมืองนอกให้ความเห็นว่าเอาไว้ป้องกันการขูดหรือรั้ง ร่างกายหรือชุดขี่จักรยานในจังหวะ ที่คนขี่เปลี่ยนท่าลงมาจากเบาะแล้วกำลังดันตัวกลับขึ้นไปนั่งครับ ซึ่งถ้าจมูกเบาะแบบตรงๆก็จะมีโอกาศรั้งกางเกงหริอกระแทกโดนตัวได้สูงกว่า

beak_smp.jpg


จุดน่าสนใจจุดสุดท้ายสำหรับผมก็คือ รางเบาะ SMP เป็นแบบยาวพิเศษครับ รางเบาะปรกติจุดที่สามารถปรับได้ตรงกลางจะยาวประมาณ 70-75 mmครับ ซึ่งในบางโอกาศทำให้การปรับ Fitting มีข้อจำกัดมากพอสมควร ทั้งในการปรับไปข้างหลัง หรือมาข้างหน้ามากๆ ซี่งไม่น่าเชื่อว่าเกิดบ่อยครับ ผมเคยทำเบาะ Fitting ขำๆให้เพื่อนที่ขี่จักรยานในกลุ่มครับ ปรากฎว่าด้วยรถจักรยานและมุมของหลังอานของเพื่อนผมนี่ต้องเลื่อนเบาะไปจนสุดเผื่อให้ KOP สามารถลงได้ตรงแนวถูกต้อง ซึ่งจริงๆก็คลาดเคลื่อนไปนิดหน่อยครับเพราะรางเบาะยาวไม่พอ ของ SMP นี่ทำรางเบาะยาวถีง 95-100 mm เลยครับซึ่งก็น่าจะทำให้การ Fitting สะดวกสบายขึ้นพอสมควรครับ ซึ่งเบาะที่มีรางเบาะยาวสูสีกับ SMP นี่ก็มีอีกแค่ยี่ห้อเดียวที่ผมทราบก็คือ Selle Anatomica ครับ ใครมีข้อมูลเบาะรุ่นอื่นๆที่ยาวๆยังไงมาบอกให้ทราบด้วยก็ดีครับ แอบแปะรูป Selle Anatomica สีประหลาดๆเป็นน้ำจิ้มก่อนครับ

saamahog_a.jpg


เบาะ SMP ทุกรุ่นต้องปรับมุมจุดหมุนของเบาะให้ก้มลง 2.5-5 องศานะครับ แต่โดยปรกติน่าจะอยู่ที่ 2.5-3 องศา่
เดี๋ยวต่อ Post หน้าเรื่องรุ่นเบาะ SMP นะครับ รูปมันเกิน 5 รูปต่อ Post แล้ว
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย rain_mx2 » 20 ก.ย. 2013, 02:06

SMP มีรุ่นเบาะมากมายครับ เข้าไปดูนี่ถีงกับตาลายกันเลยทีเดียว แต่ ถ้าดูจริงๆ จะแบ่งเบาะออกได้เป็นสามสี่กลุ่มใหญ่ๆครับ

กลุ่มแรก คือกลุ่ม Composit ครับ กลุ่มนี้ มีเบาะอยู่สี่รุ่นด้วยกัน คือ Carbon, Composit, Evolution และ Stratos ครับ โดยทุกรุ่นมีขนาดและรูปร่างเบาะไกล้เคียงกัน Composit และ Carbon ไม่มีวัสดุบุเลย ในขณะที่ Evolution คือ เอา Composit มาหุ้มวัสดุหุ้มครับ แต่ก็บางๆเท่านั้นในขณะที่ Stratos นี่จะหุ้มแยะที่สุดครับ Evolution เนื่องจากมีการหุ้มก็จะมี Cutout แคบกว่า Composit ครับ รุ่น Carbon นี่ขาเป็น แสตนเลสนะครับ ถ้าเอาขาเป็น Carbon ด้วยนี่เขาจะเรียกรุ่น Full Carbon

smp_composite.jpg


Width 129 mm
Length 263 mm Composit/Carbon, 266 mm Evolution/Stratos
Weight 165g (Carbon), 200g (Composit) ,230g (Evolution), 250 g (Stratos) มีทางเลือกเป็นขาคาร์บอนในทุกๆรุ่นน้ำหนักจะลดลงไป 50 g ครับ
ราคา $569 Carbon, $279 ทุกรุ่นที่เหลือ แพงจับใจครับ ฮ่าๆ

fullcarbonlite3__46659.1334451772.1280.1280.jpg


กลุ่มที่สองของ SMP ก็คือ Forma ครับ เบาะในกลุ่มนี้ได้แก่ Full Carbon Lite, Forma, Dynamic, Drakon และก็ Lite 209 ซึ่งก็เหมือนกลุ่มที่แล้วอีกแล้วครับ คือรูปร่างเบาะเหมือนกันหมด Full Carbon Lite และ Forma ไม่มีหุ้มเลย Dynamic จะมีหุ้มนิดหน่อย ส่วน Drakon ก็จะมีหุ้มมากขี้นจาก Dynamic อีกหน่อย ในขณะที่ Lite 209 มีหุ้มมากที่สุด เบาะกลุ่มนี้จะมีขนาดเบาะที่กว้างกว่ากลุ่ม Composit ครับ แต่มีจมูกเบาะแคบกว่า และก็ถือว่าเป็นเบาะที่ปรับให้เข้ากับคนปรกติได้ง่ายกว่าในขณะที่กลุ่มแรกจะไปทางเบาะแข่งขันเสียมากกว่าครับ ทุกรุ่นมี option ขา Carbon ครับ

Width 137 mm -- Forma/Full Carbon Lite, 138 mm -- Dynamic/Drakon, 139 mm -- Lite 209
Length 273 mm -- Forma/Full Carbon Lite/Lite 209, 274 mm -- Dynamic, 276 mm Drakon
Weight 119 g -- Full Carbon Lite, 230g -- Forma, 260g -- Dynamic, 285g -- Drakon, 310g -- Lite 209
ราคา $750 -- Full Carbon Lite, $289 -- Forma, $279 -- Dynamic/Drakon, $209 -- Lite 209

smp_pro.jpg


กลุ่มสุดท้ายของ SMP ก็คือ กลุ่ม Avant/Pro/Plus ครับ กลุ่มนี้เป็นเบาะกลุ่มที่มีขนาดกว้างที่ีสุด และจริงๆ น่าจะเหมาะกับการใช้บนรถพับปรกติธรรมดามากที่สุดเช่นกันครับ Avant เป็นตัวที่มี cutout และความกว้่างเบาะ มากที่สุดของ SMP ทั้งหมด ในขณะที่โปรนี่มีความกว้างเบาะแยะแต่ก็มีจมูกก็แคบมากครับ เกือบๆจะเป็นเบาะรูปตัว T เบาะทั้งสองตัวเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักสูงและท่าในการขับขี่เป็นแบบนั่งตรงๆกว่าอีกสองกลุ่มครับ แต่ Pro นี่ยังอนุญาติให้นั่งเอียงมาข้างหน้าได้แยะเช่นกัน รุ่น Plus เป็นรุ่น Pro แบบบุหนาครับ

Width 148 mm -- Pro, 154 mm -- Avant, 159 mm -- Plus
Length 278 mm -- Pro, 269 mm -- Avant, 279 mm -- Plus
Weight 315 g -- Pro, 335 g -- Avant, 360 g -- Plus ขา คาร์บอนลดไป 50g รุ่น Plus ไม่มีขาคาร์บอนนะครับ
ราคา $279 ทุกรุ่น

smp_glider.jpg


นอกจากสามกลุ่มนี้ยังมีเบาะรุ่นอื่นๆของ SMP อีกครับ เช่น Glider ที่เอาโครงของ Composit มาใช้แต่ความกว้างขี้นไปสูสีกับ Forma หรือ Draker ครับ
อาจจะมีคำถามว่า SMP มีเบาะผู้หญิงมั้ย มีครับแต่รูปทรงเหมือนของผู้ชายทุกอย่างต่างแค่สีเท่านั้นครับ

ยังไงๆตอนเลือกเบาะ ก็อย่าลืมนะครับว่าเราไม่ได้นั่งเอียงตลอด Sit Bone ก็ยังสำคัญพอสมควรในการนั่งตรงครับ วันนี้คงต่อ Prologo ไม่ใหว เดี๋ยวว่ากันต่อรอบหน้าครับ

แถมด้วยรูปเบาะ SMP บนหลังอานครับสังเกตมุมเบาะกับหลังอานนะครับ เนื่องจาก SMP เราจำเป็นต้องปรับเบาะจากแนวจุดหมุนลงไปอีกให้ได้มุมไม่น้อยกว่า 2.5 องศา ในกรณีนี้ ตัวปรับด้านหน้าของตัวจับหลังอานก็ต้องขันแน่นมาก ในขณะที่ตัวจับข้างหลังก็จะต้องปล่อยมาก ซี่งในหลังอานบางรุ่น การไขแบบนี้อาจจะทำให้หลวมหรือไม่มั่นคงได้ครับ ถ้่าคนขี่ตัวหนักและมีการกระแทกแรงๆ

smp_angle.jpg
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง

โพสต์ โดย Bluewhite » 20 ก.ย. 2013, 03:18

อ่านเพลินเลยครับ


Re: เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวีว ภาคสอง Selle Italia, Selle SMP

โพสต์ โดย Chalong » 20 ก.ย. 2013, 12:55

ตามมาอ่านต่อ ;)
จักรยานราคาแพงไม่ได้ทำให้เราเป็น "นักปั่น"เราแค่เป็นเจ้าของจักรยานราคาแพงเท่านั้น


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 6 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน