เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว Brooks, Specialized, Fizik, San Marco, Selle Royale ภาคแรก

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย wichien_ch » 12 ก.ย. 2013, 11:41

ขอบคุณครับ :D





Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย makorn » 12 ก.ย. 2013, 14:50

มารอครับ
ปั่นปั่นอะไหล่ดี รื้อทีอะไหล่พัง(ทำพังเอง)


Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย rain_mx2 » 12 ก.ย. 2013, 20:18

มาต่อครับ เรามาดูการตั้งความสูงเบาะวิธีสุดท้ายกันบ้าง การตั้งเบาะแบบนี้เป็น วิธีของ Steve Hogg ครับซี่งถือเป็นยอดฝีมือด้าน Bike Fitting คนหนึ่งของโลกครับ Steve Hogg บอกว่า การตั้งเบาะแบบอื่นเป็นการตั้งเบาะแบบที่ตั้งสุมมุติฐานขี้นมาจากค่าเฉลี่ยของคน ซี่งแทบจะเป็นไปไม่ใด้ที่จะเป็นวิธีการที่ได้ความสูงที่ถูกต้อง เพราะคนแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันมาก (คนเอเชียเรา กับ ฝรั่งก็ต่างกันมากแล้วครับ) วิธีของ Hogg ตั้งอยู่บนเหตุผลที่ว่าเวลาคนเราปั่นในสภาวะแรงต้านสูงๆ เช่น การปั่นขี้นเขา การปั่นในจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ขี้นไป หรือต้องการประสิทธิภาพสูงๆ คนเราจะลงเท้าแรงแยะกว่าปรกติทำให้ระยะของเท้ายืดลงไปมากกว่าระยะปรกติในการปั่นธรรมดาด้วย เพราะเราจะทำการบิดสะโพกช่วยทำให้มีระยะเพิ่ม ดังนั้นถ้าตั้งความสูงหลังอานแบบปรกติ นอกจากจะทำให้มีแรงกระแทกกลับขี้นมาจากตัวบันไดมากเกินไปแล้ว ยังทำให้มีแรงกระแทกขี้นไปที่ก้น และอวัยวะอ่อนนุ่มมากกว่าที่ควรจะเป็นด้วย การตั้งความสูงแบบ Steve Hogg ให้ใช้วิธี เพิ่มแรงต้านครับ โดยอาจจะทำได้สองแบบ แบบแรกคือให้ปั่นด้วยเกียร์ที่ปรกติปั่นบนพื้นราบได้พอดีแล้ว ให้ลองหาเนินที่ยาวพอที่จะปั่นต่อเนื่องได้อย่างน้อยสามนาทีแล้วลองปั่นขี้นเนิน แต่ถ้าอยู่ในบริเวณที่ไม่มีเนินก็ให้หาเกียร์ที่เหมาะสมกับตัวเองคือปั่นได้เร็วและไม่เหนื่อย แล้วเพิ่มเกียร์ขี้นไปหนึ่งจังหวะ เพื่อเพิ่มแรงต้าน โดยทั้งสองวิธีต้องปั่นให้ได้รอบขาประมาณ 80-85 rpm ครับ โดยในการปั่นให้ปั่นแบบควงขาครับ โดยการปรับเบาะแบบนี้อาจจะต้องใช้ cleat หรือตะกร้อ บันไดช่วยครับ
โดยมีกฏการปรับดังนี้ครับ

ถ้า รู้สีกว่าปั่นไม่ไปมีแรงต้านแยะและต้องลงพลังตอนกด หรือรอบควงด้านบนลงล่างแยะกว่าปรกติเพื่อจะทำรอบขา 80-85 นี่ ให้ปรับเบาะต่ำลง 3 mm ครับแล้วลองทำใหม่ ถ้ายังเหมือนเดิมให้ทำให้ต่ำขี้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง รู้สีกว่าสามารถควงขาแล้วแรงเสมอตลอดวงการควงขาครับ

ถ้า รู้สีกว่าปั่นแล้วรอบขาจาก 3 นาฬิกา ถีง 9 นาฬิกา หรือรอบด้านล่างนี่สามารถปั่นได้แรงสม่ำเสมอ แต่ไม่มีแรงในช่วงรอบขาด้านบน ให้ปรับเบาะสูงขี้นทีละ 3 mm ครับ ไปเรื่อยๆจนกระทั่ง ขาทั้งสองข้างเริ่มมีข้างใดข้างหนึ่งรู้สึกแตกต่างจากอีกข้างในเชิงของแรงในการควงขา ในจุดนั้นให้ ลดหลังอานลงมา 6 mm ครับแล้วตรวจสอบอีกทีว่าควงขาได้แรงสม่ำเสมอตลอดวงการปั่นหรือเปล่าครับ ถ้าได้สม่ำเสมอก็จบเลยถ้าไม่ก็ให้ทำ เพิ่มๆ ลดๆ ทีละ 3 mm แทน ในวิธีการปั่นแบบนี้ก็หมายถีงว่าเราอาจจะปั่นผ่านจุดที่มีแรงเสมอมาแล้วรอบหนึ่งนะครับ เลยต้องลดทีละ 6 mm เลย

การวัดแบบ Hogg นี่ทุกครั้งที่จะเริ่มปั่นต้องทำอย่างน้อยสามนาทีครับ และแนะนำให้ใช้ระยะจากวิํธีอื่นๆมาเป็นการตั้งต้นแล้วใช้ท่าของ Hogg จัดการปรับให้เหมาะที่สุดครับ

ส่วนตัวผมเองยังไม่ใด้ลองปรับตามวิธีนี้ดูเองเลยครับ เพราะปรกติปั่นอยู่ในกรุงเทพและก็ไม่กล้าใส่ Cleat ลอง แต่เคยเล่าให้เพื่อนอีกคนที่ปั่นเสือหมอบฟังแล้วเขาไปลองดูเองก็บอกว่าได้ผลดีทีเดียว ถ้ายังไงมีใครไปลองมา ช่วยมาแจ้งผลด้วยนะครับว่าวิธีของ Steve Hogg นี่เป็นยังไง

มีวิธีการสังเกตว่าความสูงหลังอานเหมาะสมหรือไม่ได้อีกวิธีนะครับแต่วิธีนี้ไม่ละเอียดมาก แต่เหมาะกับการมองแล้วดูว่าเพื่อนร่วมทางแต่ละคนมีการปรับหลังอานที่สูงเหมาะสมหรือเปล่าครับ โดยปรกติผมจะใช้วิธีปั่นตามหลังเพื่อน ครับ แล้วให้เพื่อนลองปั่นอย่างเต็มที่แล้วดูแนวขาของเพื่อนจากด้านหลัง แบบในรูปครับ

Wrong_seat_height.jpg


ถ้ามุมขาของเพื่อนข้างหน้าเรามีการเอียงออกมาที่หัวเข่าแบบรูปที่สองแล้วละก็ หลังอานมีความสูงน้อยเกินไปแน่นอนครับ ในขณะที่ถ้าเป็นแบบที่สามนี่คือหลังอานสูงเกินไป ถ้าไปขี่เป็นกลุ่มขี่ตามกันแล้วเห็นก็ลองปรับกันดูได้ครับ ความสูงที่เหมาะสมขาของเราควรจะลงแบบแนวตรงๆ สม่ำเสมอครับ

ขอเสริมก่อนจบเรื่องความสูงหลังอานว่า ตามตำราการลองความสูงหลังอานว่าเหมาะสมมั้ยนี่ หลังจากลอง สิบวินาทีแรกแล้วดูดีนี่ยังไม่พอนะครับ ควรจะต้องปั่นที่ความสูงนั้นๆต่อไปอีกอย่างน้อย สองชั่วโมงต่อเนื่องถ้าเป็นไปได้ ถีงจะสรุบว่าเป็นจุดที่เหมาะสมกับเราหรือไม่ ส่วนตัวผมเองไม่มีเวลาปั่นแยะถีงขนาดสองชั่วโมงได้ทุกๆวันก็จะลองระดับยี่สิบกิโลดูแทนครับ

เดี๋ยวดึกๆมาต่อเรื่อง วิธีการวัดระยะปรับเบาะเลื่อนหน้าหลังนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 13 ก.ย. 2013, 01:06, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย rain_mx2 » 13 ก.ย. 2013, 00:52

การทำ Fitting เบาะจังหวะสุดท้ายก็คือ เราควรจะปรับเบาะหน้าหลังอย่างไรให้เหมาะสมครับ ซึ่งเป็นระยะที่มีความสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งของ ความรู้สีกทั้งหมดในการขับขี่จักรยานเลยก็ว่าได้ครับ

ระยะของเบาะกับมือจับมีผลกระทบหลายอย่างครับ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราเลื่อนเบาะไปข้างหน้า 5 cm นี่ แล้วเรายังเอาตัว Hand ไว้ที่เดิม มุมของการจับของเราก็จะเปลี่ยนไปแคบลง ดูตามรูปนะครับ

angle_of_control.jpg


มุมการจับแคบลงนี่ น้ำหนักก็จะมาลงที่เบาะมากขี้น ซี่งก็อาจจะเป็นผลดีครับเพราะทำให้น้ำหนักไม่ลงที่มือ ไม่ปวดหรือ ชามือ แต่ก็จะทำให้รถหน้าเบาขี้น ถ้าเป็นรถพับก็อาจจะรู้สีกหวิวๆขี้นเวลาขับขี่ที่ความเร็วสูงครับ แต่ถ้าเราชอบให้ระยะห่างจากเบาะถีงมือจับคงเดิม แต่ยังเลื่อนเบาะไปข้างหน้า 5 cm นี่ เราก็คงต้องต่อ stem ของเราออกไปอีกครับ ซึ่งจะทำให้มือเราเลย ตัวซางตะเกียบออกไป น้ำหนักก็จะกดลงบนล้อหน้ามากขี้น ทำให้มีเสถียรภาพสูงขี้นในความเร็วสูงๆ ครับ

อย่างนี้ อาจจะถามว่าแล้วถ้าเลื่อนเบาะถอยหลังละ การเลื่อนเบาะถอยหลังก็จะทำให้ มุมการจับกว้างขี้นครับ ตัวเราก็ต้องยืดมากขึ้นน้ำหนักก็จะไปลงที่มือมากขึ้นด้วย ก็จะปวดหรือชามือมากกว่าในกรณีนั้นๆครับ ถ้าจะให้จับสบายก็ต้องลดระยะ stem หรือ ยึด stem กลับหลัง แต่ก็จะมีผลต่อการทรงตัวที่แย่ลงครับ แต่ก็อาจจะแก้ไขได้ถ้าออกแบบมุม stem อย่างเหมาะสม

อย่างนี้มุมการจับควรเป็นเท่าไหร่ อันนี้จริงๆขี้นอยู่กับรูปแบบการชับชี่ครับ ถ้าเป็นเสือหมอบ หรือ รถพับแฮนด์หมอบก็อาจจะมีมุมการจับที่กว้างมากและใช้ให้น้ำหนักลงไปถ่ายเท ที่ตัวมือจับแทน แต่ถ้าไม่ใด้ใช้ แฮนด์แบบหมอบแล้วละก็ มุมจับที่สบายและไม่ให้น้ำหนักลงไปด้านหน้ามากเกินไปไม่ควรเกิน 90 องศาครับ

แต่ปัญหาใหญ่ในการเลื่อนเบาะไปมือก็คือมุมของขาเราตอนที่จะยื่นไปข้างหน้ามากที่สุดครับ เพราะถ้ามุมของหัวเข่ายื่นออกไปมากๆก็จะทำให้ หัวเข่าทำงานหนักขี้นและเป็นอันตรายได้ วิธีมาตรฐานในการทำ Fitting ก็คือ ทำให้มุมหัวเข่าไม่เกินแนวแกนเท้า หรือจุดที่เท้ามีความกว้างที่สุด ตามรูป วิธีนี้เป็น เรียกว่า KOPS ครับ หรือ Knee Over Pedals แต่วิธีนี้ก็เป็นแค่การประมาณการครับเพราะจริงๆเราก็อาจจะขยับตัวไปมาทำให้มุมนี้มันไม่ตรงเสียทีเดียว เวลาทำก็ง่ายๆครับ ปรับขาจานให้อยู่ในตำแหน่ง 9 นาฬิกา แล้วให้เพื่อนช่วยจับรถครับ แล้วเอาลูกดิ่ง หรืออะไรผูกเชือกห้อยลงไปจากจุดหัวเข่า ตามรูป

saddle-fore-aft-knee-position-man-400x600.gif


KOPS ไม่ใด้ใช้ได้กับจักรยานทุกแบบครับ เพราะ KOPS ถูกนิยามขี้นมาใช้กับรถจักรยานแบบเสือหมอบที่มีมุม ของหลังอานประมาณ 72-74 องศานะครับ ถ้ารถของเรามีมุมของหลังอาน มากกว่า หรือน้อยกว่านั้น กฎของ KOPS ก็อาจจะไม่สอดคล้องก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่นรถแบบ TT ที่มีแกนหลังอานทำมุมเกือบฉาก แต่คนขี่นั่งเกือบจะนอนเทียบกับเสือหมอบธรรมดาตามรูปครับ จะเห็นว่า แนวเส้นก็จะเลยจุดนั้นออกมาได้ โดยอาจจะออกมาได้ถีง 5-10 cm เลยครับสำหรับรถ TT บางคัน รูปแรกของรถแบบธรรมดานะครับ รูปที่สองของรถ TT ที่มีมุมเกือบ 80 องศา

normal_angle_seat_tube.jpg


KOPS4_tt.jpg


อ้าวแล้วจะทำยังไงกันดี :-) อันนี้ก็คงต้องดู Geometry ของรถเราหน่อยครับว่าจะเป็นยังไง ถ้า Geometry ไกล้เคียงเสือหมอบธรรมดาก็สามารถใช้ KOPS ได้ โดยเลื่อนเบาะให้จุด KOPS ตรงตามกฏ ถ้าไม่ธรรมดาก็ต้องดูมุมของแกนหลังอาน ว่ามากกว่าหรือน้อยกว่า 72-74 องศา ถ้ามากกว่า แนวเส้นก็จะเลื่อนไปข้างหน้าจุด KOPS ปรกติครับ ก็อาจจะต้องขยับเบาะไปข้างหลังอีกนิด ถ้ามุมของแกนหลังอานลาดกว่า ก็คงต้องปรับเบาะเลื่อนมาด้านหน้าแทนครับแล้วทดสอบขี่กันดู แต่โดยปรกติที่ผมทดลองมา KOPS ส่วนใหญ่ก็ให้ผลที่ทำให้รู้สีกดีกว่าจริงๆครับ แต่ยังไงการปรับอย่าลืมนึกถึงมุมการจับแฮนด์ด้านบนครับ

อันนี้ผมไม่ใด้พูดเรื่องการปรับเสตมอย่างละเอียดนะครับ เพราะมันจะกลายเป็นเรื่อง Bike Fitting ไปไม่ใช่แค่เบาะอย่างเดียว การปรับ เสตม หรือระยะสูง ระยะเอื้อมของแฮนด์ฺมันขี้นอยู่กับความชอบในรูปแบบการขี่ และสรีระของแต่ละคนพอสมควรครับ ทำให้ไม่มีกฏตายตัวมากนักครับ

วันนี้คงขอพอแค่นี้ก่อนครับ ไว้่เดี๋ยวมาต่อเรื่องเบาะรีวิวกันครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 13 ก.ย. 2013, 14:25, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969



Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย mr-microwave » 13 ก.ย. 2013, 09:26

ขอปักหมุดไว้ก่อน เดี๋ยวกลับไปอ่านที่บ้าน ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ดีๆ
Tamarind Boutique Resort @ Kanchanaburi

Leave the chaos behind, rest in a 'Green' resort in a peaceful village.
Design you sight seeing trip on your own bikes!


http://www.tamarindboutique.com
tamarindboutique@gmail.com


"CYCLISTS FRIENDLY"
(special price for 'CYCLISTS')

Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย rain_mx2 » 13 ก.ย. 2013, 09:51

ยินดีครับ สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆทุกคนที่เข้ามาขอบคุณ ก็หวังว่าจะพอมีประโยชน์บ้างครับ นำเอาไปทดลองใช้กันเป็นยังไงแวะมาบอก Feedback บ้่างก็ดีครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นๆใช้แล้วเป็นยังไงบ้างสำหรับแต่ละแบบ เรื่อง Bike Fitting นี่จริงๆมันสำคัญครับ การปรับเบาะและท่านั่งที่ถูกต้องนี่ช่วยให้การขี่จักรยานมันเพลิดเพลินขี้นอีกแยะครับ

แถม สรุบนิดหน่อย เรื่อง รูปร่างเบาะกับความสูงของ แฮนด์นะครับ

โดยปรกติ เราควรจะปรับ stem แฮนด์ ให้อยู่ในระนาบเดียวกับเบาะ แต่ในบางกรณีเราอาจจะมีการปรับมุม ของ stem แฮนด์ให้สูงหรือต่ำ ในกรณีนี้มีผลต่อรูปร่างและขนาดของเบาะพอสมควรครับ

ถ้า เราปรับเสตมต่ำกว่าแนวเบาะ เช่นติดตั้งเสตมทำมุมกลับหัว มุมของตัวเรา หรือ Pelvic Angle มันจะเอียงไปข้างหน้าแยะครับ อันนี้จริงๆปรกติเขาใช้กับรถแบบ TT นะครับ รถเสือหมอบธรรมดาไม่ต้องทำก็ได้ แต่บางทีอาจจำเป็นต้องปรับ แบบนี้ เพื่อให้มุมขา และความสูงถูกต้อง ถ้าเป็นกรณีนี้ควรเลือกใช้เบาะที่แคบกว่าที่ปรกติวัดได้จาก Sit Bone แบบนั่งตรงนิดหน่อยครับ เล็กลงข้างละ 2 cm เป็นอย่่างน้อย ซี่งจริงๆอาจจะไปดูจากตารางในโพสต์แรกๆของผมข้างบนได้ครับ รูปร่างเบาะก็ควรจะเป็นตัว T เพื่อลดการเสียดสีระหว่างต้นขากับขอบเบาะ ถ้านั่งไม่สบายและยังรู้สีกเจ็บชา ให้ปรับมุมเบาะลง 1-2 องศาครับ อย่าปรับแยะมากครับ

ถ้าปรับ เสตมสูงกว่าเบาะ น้ำหนักถ่ายลงไปด้านหลังแยะ ก็อาจจะต้องเลื่อนเบาะขี้นมานิดหน่อยครับ ให้มันสมดุลกัน หรือเปลี่ยนความกว้างเบาะให้กว้่างขี้น เบาะรูปลูกแพร์ก็จะเหมาะสมมากกว่าครับ
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย rain_mx2 » 13 ก.ย. 2013, 10:11

แวะ แปะก่อนจะไม่ใด้แปะนะครับ อย่าเรียกว่า รีวีวเบาะเลยครับ เริ่ม เขินๆ เอาเป็นว่าผมพาชม เบาะที่ผมสนใจละกันครับ ข้อมูลตอนนี้ผมเขียนมาสักพักแล้ว การอ้างอิงเวลาอาจจะทำให้งงๆนะครับ บางจุดก็มีความเห็นเพ่ิมเติมจากแต่ก่อนบ้างครับ

------

มาถีงตอนเลือกเบาะแล้วครับผมคงไม่พูดเบาะทุกตัวหรอกนะครับเพราะบางตัวก็ไม่ใด้อยู่ในเป้าหมายก็เลยไม่ใด้ค้นคว้าเอาไว้ เอากันแบบสั้นๆง่ายๆเลยแล้วกัน

การเลือกเบาะอันนี้เทียบกับตัวผมนะครับ ผมวัด Sit Bone ตัวเองออกมาได้ที่ 11 cm ถ้าตามตารางของ Specialized นี่คือผม ต้องใช้เบาะประมาณ 140-155 mm ถ้าคำนวณด้วยสูตร + 2cm ผมก็ควรจะใช้เบาะกว้างไม่น้อยกว่า 150 mm ดังนั้นเบาะที่ผมควรจะนั่งสบายคือ 140-155 mm ครับ

ผมลองทดสอบว่าผมควรจะต้องใช้ cut out หรือร่องกลางเบาะหรือไม่ ผลสรุบออกมาว่าควรใช้นะครับโดยมีระยะ cut out จากการวัดและคำนวณประมาณ 15 mm

ระยะรัศมีของต้นขาผมอยู่ที่ประมาณ 105 mm ซี่งอยู่ที่ประมาณ 70% ของระยะความกว้างเบาะที่ได้จากการคำนวณจาก Sit Bone ซี่งเกิน 65% ไป ซี่งแสดงว่าผมน่าจะเหมาะกับเบาะรูปตัว T มากกว่าเบาะแบบลูกแพร์ แต่ปรกติผมขี่จักรยานไม่ใด้นั่งตัวตรงมาก แต่ก็ไม่ใด้ก้มระดับ เสือหมอบ ถ้าผมจะใช้เบาะรูปลูกแพร์ จริงๆก็ควรจะเกือบๆใช้ได้ แต่ก็ควรมีแถบข้างๆเบาะที่ช่วยลดแรงเสียดทานได้ด้วยก็น่าจะดี

ผมหนักกว่าเกณท์ที่ถือว่าหนักของในการเลือกเบาะ ที่ 60 kg ไปพอสมควรครับ อันนี้ขอไม่บอกน้ำหนักจริงละกัน ความลับฟ้าห้ามแพร่งพราย ฮ่าๆ ดังนั้นผมควรจะใช้เบาะที่โครงแข็ง (Firm) แต่มีการให้ตัวได้แบบคาร์บอน หรือหนัง และไม่ควรมี padding หรือวัสดุนิ่มๆมากเกินไป

มาดูตัวเลือกจาก Brooks ก่อนเลยครับ

ตัวแรกที่อยากจะพูดถีงก็คือ Brooks B17 รุ่น standard ตัวนี้เป็นตัวที่ผมเคยซื้อแบบหลับตาซื้อมาแล้วครับ เห็นใครๆก็ว่าดีกันก็เลยลองดูเสียหน่อย และตอนนี้ก็ยังใช้อยุ่บนจักรยานที่บ้านหลายค้นครับ ผมกำลังคันมืออยากจะหาเบาะใหม่อยู่ ถีงแม้ว่า B17 ตัวนี้จะนั่งสบายก็ตามแต่มันก็ดูหนักไปหน่อย และที่สำคัญคือห้ามเปียก แต่ถ้าหาที่ดีกว่าไม่ใด้ก็คงต้องยังใช้ต่อไปอยู่ครับ (ความเห็นเพิ่มเติม: ตอนนี้ผมหาได้แล้วนะครับ เดี๋ยวลองอ่านตามๆไปนะครับ)

มาดู Spec เบาะ ตัวนี้กัน

width 175
length 275
weight 520 g
ราคา ประมาณ $110 เมืองไทยผมเคยเจอคนขายอยู่ 4000 นิดๆครับ ไม่รู้จะมีถูกกว่านี้มั้ย

ตายๆ หนักเกือบๆ ครี่งกิโลเลยครับ และก็กว้างมากๆสำหรับความต้องการของผมเองจากสูตรที่วัดได้มา ตัวโครงสร้างเบาะทำจากหนัง โดยไม่มีวัสดุบุใดๆเพิ่มเติม เราสามารถใช้ประแจไขเบาะที่ Brooks แถมมาให้ในกล่องขันให้เบาะตีงขี้นหรือหย่อนลงได้ครับ ถ้าขันให้หย่อนลงนิดหน่อยมันจะดูเหมือนจะสบายขี้นนะครับในความรุ้สีกผม อาจจะคิดไปเองก็ได้ (หมุน 4 รอบ ครับ) Brooks แนะนำว่าต้องขี่ให้ Break In เสียก่อนแล้วจะสบายขี้น และก็มีคำขู่มากมายว่ามันจะไม่สบายตอนเริ่มใช้งาน แต่สำหรับผมนี่สงสัยจะตัวหนักครับ เพราะใช้แล้วไม่มีปัญหาใดๆ เลยเรียกว่าสบายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งานเลยทีเดียว

brooks_side_way.jpg


ถ้าเรามาดูทรงของ B17 กันครับ B17 จะยกท้ายขี้นนิดหน่อยซี่งผมพบว่าถ้าผมนั่งตรงจุดที่กว้างที่สุดแล้วผมจะแทบไม่รุ้สีกในความเจ็บอะไรเลย ทาง Brooks เขาบอกว่าเจตนาการออกแบบให้เบาะข้างหลังสูงก็เพื่อให้มีระยะนิดหน่อยระหว่างเบาะตรงกลางกับ อวัยวะสุดถนอมของพวกเรา ก็ดูเหมือนออกแบบมาดีครับและก็ทำสำเร็จด้วย B17 เป็นเบาะรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Brooks เลยทีเดียว B17 รูปร่างออกจะไปทางลูกแพร์มากกว่าแต่ ผมก็พบว่าไม่มีการเสียดสีใดๆครับ ตัวเบาะมันลื่นมากพอสมควรทำให้เวลาขี่ในบางจังหวะ ก็จะเลื่อนไปมาได้ ตัวเบาะหนังจะรู้สีกเหมือนแข็งๆแต่ก็จะมีการให้ตัวพอสมควรครับ เรียกว่านิ่มอยู่ในความแข็งเลยทีเดียว



B17 มีหลายรุ่นนะครับแต่ถ้าไม่อยากรอให้เบาะ break in ละก็มีรุ่น Age ที่ผ่านกระบวนการทำให้เบาะนิ่มพร้อมใช้มาก่อนครับมาถีงนั่งแป้ปเดียวก็จะเข้ารูปกับ Sit Bone เราได้พอดี นอกจากนี้ยังมีรุ่น B17 ไททาเนี่ยมที่ลงไปเป็น 410 g ด้วยนะครับ

ข้อดี: นั่งสบายมากๆ ไม่รู้สีกเจ็บหรือชาใดๆ ตอน break in แล้วยิ่งรู้สีกสบาย
ข้อเสีย: หนัก มาก, กว้างไปมั้ยนะสำหรับตัวผมเอง, ลื่นไถลเป็นบางครั้งตอนใช้งาน, ห้ามเปียก

b17_narrow_imperial_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg


Brooks B17 รุ่น Narrow Imperial

Width 151 mm
Length 279 mm
Weight 530 g
ราคา $120-135

ตัวนี้คงไม่ต่างกับตัวทีผมใช้อยุ่มาก แต่มันแคบกว่าและลงมาอยู่ในขนาดที่น่าจะใช้งานได้ดีครับ ตัวนี้มี Cut Out ตรงกลาง ซี่งจะทำให้ structure ของเบาะเสีย เราเลยจำเป็นต้องผูกเชือกตัวเบาะคล้ายๆกับผูกร้องเท้าเพื่อให้มันแข็งแรงกลับขี้นมาใหม่ครับ แต่น้ำหนักสิครับหนักกว่ารุ่น standard เสียอีก อ้ากๆ มันน่าจะเบาลงนะ ไม่ใช่หรือ

ข้อดี: เหมือน B17 มาตรฐาน, มี Cut Out, เบาะแคบลงเหมาะกับขนาดตัว
ข้อเสีย: หนักกว่า B17 standard, น่าจะยังลื่นอยู่, ห้ามเปียก

Brooks B17 Flyers

Width 175 mm
Length 275 mm
Weight 860 g
ราคา $120

ตัวนี้คือ B17 ที่ติดสปริงครับ ตัวสปริงถูกทาง Brooks จูนไว้ให้เริ่มทำงานถ้าคนใช้มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 175-180 lb ซี่งก็ประมาณ 80 kg ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขี้นแบบเกือบสองเท่าจากรุ่น B17 ปรกติ และถ้าน้ำหนักตัวไม่เกิน 80 kg แล้วบางทีผมว่าใช้รุ่น B17 อาจจะน่าสนใจกว่า ข้อดีข้อเสียอย่างอื่นก็ตาม B17 ครับ

Brooks Team Pro
Width 160 mm
Length 272 mm
Weight 430 g (titanium), 530 g (classic), 540 g (รุ่นอื่นๆที่เหลือ)

Team Pro จริงๆเป็นเบาะรุ่น B17 Competition ครับ เนื่องจากเริ่มทำมาจาก B17 นอกจากขนาดความกว้างที่ลดลงมา 15 mm แล้ว อย่างอื่นแทบจะเหมือนกันหมด Team Pro น่าจะต้องการจับตลาดคนที่ใช้ Brooks B17 ที่ต้องการขี่จักรยานเร็วขี้นในท่าการขี่ที่หมอบมากขี้นครับ รุ่น Titanium ของทีมโปรมีการเฉียนผิวขอบเบาะส่วนที่เป็นหนังอกให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นหนังกลับตรงขอบ ซี่งผมคิดว่าออกแบบมาสำหรับให้หนังส่วนนั้นมีความอ่อนมากขี้นเพื่อลดการเสียดสีของต้นขากับด้านข้างของเบาะ เบาะทีเป็นแบบนี้มีแค่ Team Pro กับ Swift เท่านั้นครับ Team Pro ยังมีรุ่น Classic ที่เบากว่า Team Pro รุ่นธรรมดาอื่นๆอยู่ 10 g แต่รุ่น Classic จะไม่มีการเฉือนหนังด้านข้างครับ

b_15_swallow_select_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg



Brooks B15 Swallow

Width 153 mm
Length 285 mm
Weight 370 g (titanium), 490 (chrome), 590 (steel)
ราคา $200-359

ตัวนี้มีจมูกเบาะยาวพิเศษออกแบบมาสำหรับเป็นเบาะแข่งโดยเฉพาะครับ น้ำหนักถ้าใช้ frame ไททาเนียมนี่ก็ลดลงไปแยะ แต่ก็ยังสู้พวกเบาะสมัยใหม่ไม่ใด้
ครับ แทนที่จะทิ้งชายหนังลงมาตรงข้างๆเบาะ ตัว Swallow จะตัดหนังด้านข้างที่มีใน B17 ทิ้งเพื่อลดน้ำหนักแล้วก็ดีงหนังที่เหลือเข้าไปใต้เบาะแล้วเอาไปล้อกกันไว้ด้วยตัวหมุดยีดสี่จุด

ถ้าจะหาเบาะที่เบาที่สุดของ Brooks ก็ต้องตัวนี้เท่านั้นครับ ปัญหาใหญ่ของ Swallow คือจะถูกปรับความตีงของหนังไว้สูงเพื่อชดเชยกับโครงสร้างที่เสียไปทำให้ นั่งแล้วเจ็บกว่า และก็เสียเวลา break in นานกว่าด้วย

ข้อดี: จมูกยาว, น้ำหนักเบาที่สุดของ Brooks ในรุ่นไททาเนี่ยม,
ข้อเสีย: break in นานกว่ารุ่นอื่นๆ

swift_honey1_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg



Brooks Swift
Width 150 mm
Length 272 mm
Weight 390 g (titanium), 510 g (chrome)
ราคา $199-300

Swift นี่มีจุดที่น่าสนใจที่ต่างจากเบาะตัวอื่นของ Brooks ตรงที่ Swift จะมีการเฉีอนผิวของขอบเบาะส่วนที่เป็นหนังออกให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นหนังกลับตรงขอบ เหมือนๆกับ Team Pro ทำให้เหมาะกับงานของ Swift ที่น่าจะใช้ต่อเนื่องหลายๆชั่วโมงในการแข่งขัน ถือว่าเป็นเบาะที่น่าสนใจมากๆตัวหนี่งของ Brooks ครับ รีวิวเมืองนอกก็ออกมาดีมากๆ

ข้้อดี: น้ำหนักเบาในรุ่นไททาเนี่ยม, นั่งสบายมาก (จากรีวิวเมืองนอก), มีการออกแบบข้างเบาะเพื่อลดแรงเสียดสีที่น่าสนใจ
ข้อเสีย: ยังมีข้อมูลไม่พอครับ ใครเคยใช้ช่วยมาบอกด้วย

b67_honey_1_w375_h275_vamiddle_jc95.jpg


Brooks B67
Width 205 mm
Length 260 mm
Weight 850 g

Brooks B67 นี่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้กับรถในเมือง ขี่เล่นเป็นส่วนใหญ่ครับ ตัว B17 Flyer ที่มีสปริงเหมือนกัน จริงๆน่าสนใจกว่าสำหรับผมเพราะขนาดเบาะเล็กกว่า แต่ถีงแม้ B67 จะมีขนาดเบาะใหญ่กว่าแต่น้ำหนักตัวยังเบากว่าถีง 10 g ครับ น่าแปลกใจมาก มีคนใช้บ่นว่ารุ่นนี้มีเสียงดังจากสปริง และมีเหตุการณ์ที่ใช้ๆไปแล้ว ตัวสปริงล้อก แต่ก็คงไม่ใด้เกิดกับทุกคน เนื่องจากตัวหนังที่เป็นตัวเบาะมีขนาดใหญ่กว่าเบาะตัวอื่นของ Brooks ก็จะทำให้หนังเสื่อมง่ายกว่าตัวอื่นครับ ต้องมีการขันการปรับบ่อยกว่าพอสมควรจากรีวิวที่อ่านมา ตัวสปริงก็จะไม่ทำงานจนกว่าคนขี่จะน้ำหนักเกิน 80 kg เหมือนกับ B17 flyer ครับ

สำหรับของบรุ้ครุ่นที่น่าสนใจตอนนี้หมดแล้วครับ ทุกรุ่นที่พูดมาจะมีรุ่น S สำหรับผู้หญิงนะครับที่แค่มีขนาดจมูกเบาะสั้นกว่าเฉยๆ ซี่งตามที่อ่านมาคือออกแบบมาให้หลบกระโปรงง่ายขี้นเท่านั้น ถ้าพี่ๆ เพื่อนๆที่เป็นหญิงคนใหนอยากใช้ผมว่ารุ่นธรรมดาก็น่าจะใช้ใด้ครับ

ถ้าอยากจะใช้เบาะ Brooks ต่อไปผมคิดว่าตัวที่ผมอยากจะลองก็คงเป็น Swift ละครับ เพราะน่าจะตรงกับความต้องการ แต่ก็ไม่รู้ว่า profile ของ เบาะเป็นอย่างไรบ้าง แต่เนื่องจากวิธีการขี้นรูปเบาะเป็นแบบเดียวกัน หลังจากใช้งานไปจนกระทั่ง break in แล้วก็น่าจะสบายเท่าๆกับ B17 ที่ใช้อยู่ตอนนี้ครับ มีข้อสงสัยหน่อยเดียวว่าจะเจ็บหรือเปล่่าเพราะเบาะแคบลงและก็ไม่มี cut out

ตัวที่จริงๆน่าจะเหมาะกับผมที่สุดใน line up ของ Brooks ก็คือ B17 รุ่น narrow imperial ที่มีขนาดสูสีกับ Swift แต่มี Cut Out สวยงามเรียบร้อยครับ รีวิวหลายๆเจ้าก็ให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นเบาะที่นั่งสบายที่สุดของ Brooks ตัวหนึ่งเลยทีเดียวครับ

ข้อมูลในส่วนนี้ส่วนใหญ่มาจากรีวิวเมืองนอกนะครับ สรุบมาให้อ่านอีกที มีตัวที่ผมใช้จริงๆอยู่ก็แค่ B17 ครับตอนนี้ที่ให้ข้อมูลจริงจังได้

ตอนหน้าจะมาพูดถีงเบาะทางเลือก ที่ไม่ใช่ Brooks บ้างครับ
เรื่องเบาะๆ viewtopic.php?f=63&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 viewtopic.php?f=63&t=766119&p=9528969#p9528969

Re: เรื่องเบาะๆ -- วิธีเลือก การวัด sitbone เบาะ fitting และ เบาะรีวิว

โพสต์ โดย kajonjad » 13 ก.ย. 2013, 13:34

ข้อสงสัยหลายเรื่องที่อยู่ในใจมานาน กระจ่างเลยครับ ขอบคุณมากครับ


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 12 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน