DARE : MR1s นำหนัก กับ ความคุ้มค่า

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, velocity, spinbike

DARE : MR1s นำหนัก กับ ความคุ้มค่า

โพสต์ โดย Auum Jakkaphan » 26 ส.ค. 2017, 15:59

สวัสดีสมาชิก ThaiMTB ครับ
ผมเป็นน้องใหม่หัดโพสต์ และเพิ่งเริ่มสนใจการขี่จักรยานอย่าจริงจังเมื่อสักไม่นานมานี้
ประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้ก็ปั่นเรื่อยๆตามประสาคนชอบถ่ายรูปหาของกินไป
จุดเปลี่ยนสำคัญคงเริ่มจากการไปรู้จักพี่ๆเพื่อนๆแถวบ้านที่เป็นทีมแข่ง เลยทำให้ผมเริ่มสนใจ
ว่าทีมแข่งเค้าปั่นกันยังไง ...นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้น

เข้าเรื่องดีกว่าครับ ด้วยการที่ผมชอบทดลองอะไรไปแบบไม่เหมือนชาวบ้านเค้าจักรยาน

คันแรกของผม คือ Java Pro Falco
คันที่ 2 Ridley Noah
คันปัจจุบัน Dare MR1s

ทั้ง 3 คัน สำหรับตลาดเมืองไทยที่เน้นราคาขายต่อคงไม่ใช่แบรนด์ตลาดที่นิยมทั้งหมด
ความชอบ การขี่ของเราเองที่ไม่ซ้อมแล้วไปโทษรถ 555 ก็ช่างเถอะครับของมันผ่านไปแล้ว
คันเดียวที่ได้มีการทดลองก่อนจะได้มาคือ MR1s ส่วน เจ้า Falco ได้มาเพราะการโฆษณา / Noah ได้มาเพราะรูปทรง และ ชื่อชั้นที่อยู่ในระดับโปรทัวร์ ส่วน MR1s ได้มาเพราะได้ลองขี่

ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆผมบ้างไม่มากก็น้อย แล้วถ้าถามว่าทำไมไม่ไป Brand ที่ตลาดเมืองไทยนิยมซื้อง่ายขายคล่องนั่นสิครับทำไม ก็เป็นพวกชอบลองอ่ะครับ เรียกว่าได้เรียนรู้กับตนเองและจักรยานที่ชอบ

หลังจากที่ได้ลอง MR1s มาเกือบๆเดือน
พาไปทั้งขึ้นเขา (เขาใหญ่ - เขาเขียว) ทางราบ ปั่นชิล (บางกะเจ้า - เทียนทะเล) และปั่นซ้อมทีมแข่งของผมเอง Cannello ทุกวันอาทิตย์เส้นทางสุขสวัสดิ์ - วัดกาหลง(สมุทรสาคร) ประมาณ 100 โล

ในระยะเวลากว่า 1 เดือนที่เจ้า Mr1s จากค่าย Dare มาอยู่ในมือผมก็พาออกไปลุยทุกอาทิตย์ว่าจะพาให้เราไปสนุก
กับเพื่อนๆพี่ๆได้ขนาดไหน ถ้าเอาจริงๆเรื่องความนุ่มผมว่ามันได้เลยเมื่อเทียบกับทรงแอโร่อย่าง Noah ส่วนความเบาใกล้เคียงกับ Falco ที่ต่างกันคือ ความ Stiff ที่ต่างกันมากๆ ในการขี่ในเส้นทางเดียวกัน ล้อคู่เดียวกัน (คันที่ทดลอง คือ Noah กับ MR1s)

ผมลัพธ์ออกมาไม่ต่างกันนัก ถ้าจะต่างอย่างนึงแน่ๆคือ อารมณ์ ของผมเองในการขี่ที่รู้สึกชอบเจ้า MR1s มากกว่า เลยหาเวลากลับไปที่ Bike&Body เพื่อสอบถามเบื้องลึกเบื้องหลังของเจ้า Dare: MR1s
เลยเอามาเทียบอุปกรณ์ติดรถของ MR1s 2 คัน มาเทียบกัน

พอได้พูดคุยเบื้องต้นนก็พบว่า
เฟรม เป็น "เจ้าเดียว" ที่ใช้ Carbon T1000 ผสม กับ มิตซู
เลยทำให้ผมได้คำตอบว่าทำไมเฟรมถึงได้ Stiff และ มีน้ำหนักเบา
เพราะอย่างนี้นี่เอง

ข้อมูลเพิ่มเติม
http://dare-bikes.com/mr1s/#carbon-technolog

[img]
IMG_5317.JPG
[/img]

คันแรกเป็น MR1s สีดำ
ชุดขับ Ultegra Group Set + Power Meter Dura Ace 4iiii
ล้อ Salukivi 38R

คันที่ 2 MR1s สีขาว
ชุดขับ Dura Ace Di2 Power Meter Dura Ace 4iiii
ล้อ Lightweight

ขั้นตอนที่ทำคือ ถอดอะไหล่รถ 2 คันมาชั่งดูซิว่า เฟรมเดียวกัน
อะไหล่ต่างกัน นำ้หนักของมันจะต่างกันแค่ไหน

ชิ้นแรกที่เราหยิบมาชั่ง คือ ล้อ พร้อมเฟือง และ ยาง ครับ
[img]
IMG_5318.JPG
[/img]

ระหว่าง Salukivi กับ Lightweight
น้ำหนักของ ล้อหน้า Salukivi 0.810 g.
Lightweight 0.800 g.

[img]
IMG_5319.JPG
[/img]
น้ำหนักของล้อหลัง Salukivi 1.190 g.
Lightweight 1.210 g.

[img]
IMG_5323.JPG
[/img]

พอชั่งล้อเรียบร้อยก็ประกอบเข้ากับรถแล้วขึ้นชั่งอีกรอบ
ปรากฏว่านำ้หนักต่างกัน แค่ 0.030 g.
[img]
IMG_5320.JPG
[/img]


คราวนี้ผมเลยลองเปรียบเทียบอะไหล่ของทั้ง 2 คันมาให้ได้ดูกันครับตามนี้เลย
[img]
IMG_5321.JPG
[/img]
[img]
IMG_5322.JPG
[/img]

เอาละครับมาถึงตรงนี้ สิ่งที่เห็นคือน้ำหนักที่ต่างกันเพียงนิดเดียวมากๆ

แล้วราคาของรถทั้ง 2 คันนี่ล่ะครับจะต่างกันแค่ไหน
ลองเคาะคร่าวๆก็ 2 แสนได้นะครับลองคำนวนจากภาพ

ที่นี้ประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้าเรามีงบไม่เยอะ ก็สามารถใช้อะไหล่กลางๆ
ก็สามารถทำน้ำหนักได้ไม่ต่างกับชุดขับ Hi-end
ซึ่งเฟรมที่ใช้ก็ คือ ตัวเดียวกัน MR1s

มาถึงตรงนี้ก็อยู่ที่ความกล้าเลือกที่จะเล่นหรือเปล่า เพราะน้ำหนักเพียง 6 โลนิดๆ
กับ Brand ที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาในตลาดบ้านเรา เรียกว่า ต้องพิสูจน์ตัวเองกันพอสมควร
ไม่มีราคา ระดับกลาง หรือ ล่างให้ได้จับต้อง

แต่พอลองแล้วสำหรับผมเองก็ติดใจนะครับ อาจจะด้วยหลังๆผมเริ่มไปติดใจสายเขามากขึ้น
ทำให้ทุกวันนี้หยิบเจ้า MR1s ออกบ่อยสุด ด้วยอารมณ์ของรถที่กดได้ดังใจก็พาเราไปได้สนุกกว่าเดิม

อยากลองบอกมาจะพาไปครับ

ติดตามเรื่องราวของผมกับการเดินทางกับจักรยานได้ที่
https://www.facebook.com/AuumCycling/
แนบไฟล์
IMG_5317.JPG