ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย winhaha » 04 มี.ค. 2017, 11:02

รบกวนสอบถามหน่อยครับ สำหรับคนที่เปลี่ยนจาก 172.5 >> 170 หรือ 170 >> 172.5 สงสัยว่ามันรู้สึกได้ ขณะควงขา ขนาดนั้นเลยหรือครับ เพียงแค่ 2 mm. รบกวนขอถามความรู้สึก จากการปั่นจริง ในระยะ 100 km. หรือ มากกว่า 1ชม. ต่อเนื่องนะครับ ที่ถามเพราะผมงงครับ บางคนบอกผมถึงขั้นปวดเข่า ปวดขา ไม่ใช่แค่ควงขาไม่เนียน ผมเลยคิดว่า มันไม่น่าจะใช่ถึงขั้นปวดขา ปวดเข่าเนี่ยะ อาการพวกนี้น่าจะเป็นจากการ ปรับความสูงหลักอานมากกว่านะ

โดยความรู้สึกส่วนตัวเท่าที่เคยลอง จาก 172.5>> 170 ผมรู้สึกแค่ ตอนต้นออกตัว หรือตอนยืนเหยียบ ว่ามันวืดขึ้น แต่เป็นเพียงแค่ความรู้สึกเล็กน้อยถึงขั้นน้อยมาก แบบต้องจับผิด รู้สึกแค่นั้นจริงๆ แต่ตอนยืนระยะ ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นเลยครับ


รบกวนขอความเห็นด้วยครับ :D
ขายติมเรื่อย............ไป

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย davelevi » 04 มี.ค. 2017, 13:50

ผมเปลี่ยนจาก 170 > 172.5 ครับ

เปลี่ยนเพราะปวดเข่า เปลี่ยนแล้ว หายกริ๊ป

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย teemai » 04 มี.ค. 2017, 14:23

170-172.5
ส่วนต่างความยาวขาจาน 2.5 มม.
แต่ความสูงขาจานเวลาหมุนต่างกัน5มม.ครับ
ในทางตัวเลขง่ายๆ
จาก170ไป172.5
ต้องปรับหลักอานลง2.5มม.แต่ด้านสูงบันไดก็สูงขึ้น2.5มม.เช่นกัน
แนวเข่า ก็ต้องปรับเบาะเดินหน้า2.5มม.เช่นกัน แต่ความยาวขาจานก็ทำให้บันไดย้อนไปด้านหลังอี2.5มม.เช่นกัน ระยะเอื้อมก็เปลี่ยนด้วย
มีผลกับมุมเข่า มุมสะโพก การถ่ายเทน้ำหนักครับ

ในทางกลับกัน ถ้าลดความยาวขาจานลง ก็จะทำให้เข่างอน้อยลงด้วยเช่นกัน มีผลกับอาการของเข่าเยอะครับ

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย Paitoon1956 » 04 มี.ค. 2017, 16:49

ผมใช้ 170 แล้วมา 172.5 แล้วมาลอง 175
175 นี่ นุ่มละมุนครับ เกียร์ใหนก็นุ่ม กดเป็นนุ่ม ไม่ต้าน ไม่กระด้าง
เรื่องเจ็บเข่าต้องรอดูอีกซักพัก ว่าจะมีอาการหรือไม่ เพราะเพิ่งปั่นไปไม่กี่วัน
ความเห็นผม มันถูกกว่าซื้อล้อขอบสูงมาลองครับ

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย nguang4 » 05 มี.ค. 2017, 12:30

ผมเปลี่ยนจาก 172.5 มาใช้ 170
1.ควงขาง่ายขึ้น
2.กดหนักได้ไม่ต่างจากเดิม
3.ขาล้าน้อยกว่าเดิมมากเวลากดหนักๆนานๆ
4.นั่งกดขึ้นเขาได้นานขึ้นสบายขึ้น
5.อาการปวดเข่าไม่มีอีกเลย มีแต่กล้ามเนื้อต้นขาตึงๆ
ปล.ผมชอบกดเกียร์หนักรอบต่ำเลยลองลดความยาวขาจานลงเพื่อเพิ่มรอบอีกนิด ปัจจุบันใช้จานกลม 54t
ผมสูง175อินซีม 82.5 สรุปผมเหมาะกับขาจาน170มากกว่าครับ

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย Limmy » 06 มี.ค. 2017, 10:10

ขาจานติดรถผมยาว 172.5 ครับ ปั่นยาว ๆ เกิน 100 กม. ปวดเข่าทุกครั้ง ฟิตติ้งยังไงก็ไม่หาย

เลยเปลี่ยนขาจานมาเป็น 170 หลังจากนั้นไม่เคยปวดเข่าอีกเลยครับ

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย zero2zero » 06 มี.ค. 2017, 11:01

เปลี่ยนจาก172.5มาเป็น170เหมือนกันครับ
ผมสูง184 Inseem87.7 ปกติใช้ขาจานยาว172.5ก็ไม่มีปัญหาอะไร ลองเปลี่ยนมาใช้ขา170 ควงขาง่ายขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง รอบขาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น2-3รอบ ในเส้นทางเดียวกันเมื่อเทียบกับขา172.5 แต่ความเร็วเฉลี่ยเท่าเดิม แค่รู้สึกว่าเร่งรอบขาง่ายขึ้นหน่อย
ส่วนเรื่องแรงกดลดลง อันนี้ผมขาอ่อน ไม่มีวัดวัตต์ด้วย เลยบอกไม่ได้ว่าลดลงจริงไหม

แต่สิ่งที่ต่างกันระหว่าง170กับ172.5คือ ใช้ขา170แล้วผมสามารถลดหลักอานลงมาจาก172.5ได้ถึง10มิล โดยที่ไม่มีอาการปวดเข่า ทำให้ท่าปั่นสบายเนื้อตัวขึ้นนิดหนึ่ง(อันนี้อาจเป็นความมโนส่วนตัว อย่าเชื่อผมนะ555)

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย lucifer » 06 มี.ค. 2017, 11:04

ความยาวขาจานมันเป็นเรืองทีมองได้ 2 แบบคือ

Static คือ ขาจานสั้นลง แรงบิดลดลง ตามทฤษฏี แรงบิดหรือ ทอร์ค = แรงกด x ความยาวขาจาน ขาจานสั้นลง 2.5mm คือ ประมาณ 1.5% แรงบิดลดลงก็จริง แต่ชดเชยกำลังให้กลับมาได้ด้วยการเพิ่มรอบขา

Dynamic คือ เรื่องการขยับของข้อสะโพก ข้อเข่า ซึ่งมีต้นกำเนิดของแรงคือกล้ามเนื้อ

ขาจานสั้นลง 2.5mm แต่หลักอานไม่ได้ขยับขึ้นไปเพียง 2.5mm นะครับ เราสามารถขยับหลักอานขึ้นไปได้สูงขึ้นอีก 3-4mm ได้เลย เพราะพอขาจานสั้นลง หลักอานสูงขึ้น ไม่ใช่แค่เส้นรอบวงของการหมุนของบันไดเล็กลง แต่มุมของข้อสะโพกและข้อเข่าที่ขยับยืดสุดและหุบแคบสุด จะมีองศาน้อยลง แน่นอนครับพอยกหลักอานสูงขึ้น มุมปิดของข้อสะโพกกว้างขึ้น ทำให้จังหวะการเริ่มต้นออกแรงของกล้ามเนื้อก้นย้อยได้มาเริ่มต้นในตำแหน่งที่ดีกว่า แรงเริ่มต้นสูงกว่า เร่งรอบเร่งแรงส่งจังหวะไปให้กล้ามเนื้อต้นขาทำงานรับช่วงต่อได้ดีกว่า แต่ก็ต้องฝึกด้วยนะครับ ผลลัพธ์โดยรวมดีขึ้น ( ยังไม่นับ เรื่องที่ยกหลักอานสูงขึ้น แล้วก้มได้มากขึ้น ได้ aerodynamic มากขึ้น แต่มุมสะโพกไม่ปิดแคบจนวิกฤติ นอกจากจะไม่กระทบการออกแรงของกล้ามเนือก้นย้อยแล้ว ยังเสริมในองค์รวมอีกด้วย )

ผลทางด้าน dynamics เอาชนะ statics ได้ครับ เพราะเราสามารถฝึกให้เพิ่มรอบขาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ทำให้รอบขาสามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 1.5%

เรื่องปวดเข่านั้น อธิบายดังนี้นะครับ
ผิวข้อเข่าของเรานั้น ปกคลุมด้วยกระดูกอ่อนที่เรียกว่า articular cartilage จะหนาสุดในส่วนที่ธรรมชาติคิดว่ามันรับการเสียดสีมากที่สุด แล้วจะค่อยๆบางลงไปยังส่วนขอบ

ในท่างอเข่า ผิวของข้อเข่าส่วนที่สัมผัสกันนั้น จะมีกระดูกอ่อนที่บางมาก และกระดูกอ่อนเมื่อมันเสียดสีมันจะบางลง (​ร่างกายซ่อมได้ ) แต่พอมันบางลง มันจะเริ่มก่อให้เกิดอาการปวด ถ้ามันบางลงมากๆจนมันหมด คราวนี้ซ่อมไม่ได้นะ งานงอกยาวเลย

ลดหลักอานลงมา 5mm เข่าด้านที่ยกขึ้นจะยกขึ้นสูงกว่าเดิม 10mm เข่างอมากกว่าเดิม ช่วงการขยับเข่ามากขึ้นกว่าเดิม โอกาสขอบๆของผิวข้อเข่าจะต้องมารับการเสียดสีก็สูงขึ้น โอกาสปวดเข่าก็มากขึ้น

ยังไม่นับเรื่องของเอ็นกล้ามเนื้อหน้าขาที่รวมกันมาดึงกระดูกสะบ้าอีกนะครับ บอกแล้วไงว่า ขาจานยิ่งยาว มุมการขยับของเข่าจะกว้างขึ้น กล้ามเนื้อจะมีระยะการทำงานในช่วงที่กว้างขึ้น โอกาสบาดเจ็บของเอ็นหน้าลูกสะบ้าก็จะมากขึ้น

ผมเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้ว

ทุกวันนี้ผมใช้ขาจาน 167.5mm ในรถถนน และ 165mm ในรถไตร เรียนรู้วิธีการออกแรงใหม่ ฝึกใหม่ ทุกวันนี้มีความสุขกับขาจานที่สั้นลงมากกว่าเดิม powerที่วัดได้ก้ไม่ได้น้อยลง ห่างไกลจากปัญหาปวดเข่ามานานมากแล้ว

อ้อ inseam ผม 79.8 cm สูง 166 cm หารถถูกใจได้ไม่ง่ายนัก :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย lucifer » 06 มี.ค. 2017, 11:17

ทิ้งท้ายไว้ให้คิด
90 รอบต่อนาที = 5,400 รอบต่อชม.
ปั่น 100 กม. 3 ชม. = 16,200 รอบ เสียดๆสีๆเบียดๆบดๆ ในส่วนบางๆซ้ำกันเป็นหมื่นครั้ง สงสารผิวข้อนะครับ
zero2zero,winhaha,,,,,,,,
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย winhaha » 06 มี.ค. 2017, 17:12

lucifer เขียน:ความยาวขาจานมันเป็นเรืองทีมองได้ 2 แบบคือ

Static คือ ขาจานสั้นลง แรงบิดลดลง ตามทฤษฏี แรงบิดหรือ ทอร์ค = แรงกด x ความยาวขาจาน ขาจานสั้นลง 2.5mm คือ ประมาณ 1.5% แรงบิดลดลงก็จริง แต่ชดเชยกำลังให้กลับมาได้ด้วยการเพิ่มรอบขา

Dynamic คือ เรื่องการขยับของข้อสะโพก ข้อเข่า ซึ่งมีต้นกำเนิดของแรงคือกล้ามเนื้อ

ขาจานสั้นลง 2.5mm แต่หลักอานไม่ได้ขยับขึ้นไปเพียง 2.5mm นะครับ เราสามารถขยับหลักอานขึ้นไปได้สูงขึ้นอีก 3-4mm ได้เลย เพราะพอขาจานสั้นลง หลักอานสูงขึ้น ไม่ใช่แค่เส้นรอบวงของการหมุนของบันไดเล็กลง แต่มุมของข้อสะโพกและข้อเข่าที่ขยับยืดสุดและหุบแคบสุด จะมีองศาน้อยลง แน่นอนครับพอยกหลักอานสูงขึ้น มุมปิดของข้อสะโพกกว้างขึ้น ทำให้จังหวะการเริ่มต้นออกแรงของกล้ามเนื้อก้นย้อยได้มาเริ่มต้นในตำแหน่งที่ดีกว่า แรงเริ่มต้นสูงกว่า เร่งรอบเร่งแรงส่งจังหวะไปให้กล้ามเนื้อต้นขาทำงานรับช่วงต่อได้ดีกว่า แต่ก็ต้องฝึกด้วยนะครับ ผลลัพธ์โดยรวมดีขึ้น ( ยังไม่นับ เรื่องที่ยกหลักอานสูงขึ้น แล้วก้มได้มากขึ้น ได้ aerodynamic มากขึ้น แต่มุมสะโพกไม่ปิดแคบจนวิกฤติ นอกจากจะไม่กระทบการออกแรงของกล้ามเนือก้นย้อยแล้ว ยังเสริมในองค์รวมอีกด้วย )

ผลทางด้าน dynamics เอาชนะ statics ได้ครับ เพราะเราสามารถฝึกให้เพิ่มรอบขาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ทำให้รอบขาสามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 1.5%

เรื่องปวดเข่านั้น อธิบายดังนี้นะครับ
ผิวข้อเข่าของเรานั้น ปกคลุมด้วยกระดูกอ่อนที่เรียกว่า articular cartilage จะหนาสุดในส่วนที่ธรรมชาติคิดว่ามันรับการเสียดสีมากที่สุด แล้วจะค่อยๆบางลงไปยังส่วนขอบ

ในท่างอเข่า ผิวของข้อเข่าส่วนที่สัมผัสกันนั้น จะมีกระดูกอ่อนที่บางมาก และกระดูกอ่อนเมื่อมันเสียดสีมันจะบางลง (​ร่างกายซ่อมได้ ) แต่พอมันบางลง มันจะเริ่มก่อให้เกิดอาการปวด ถ้ามันบางลงมากๆจนมันหมด คราวนี้ซ่อมไม่ได้นะ งานงอกยาวเลย

ลดหลักอานลงมา 5mm เข่าด้านที่ยกขึ้นจะยกขึ้นสูงกว่าเดิม 10mm เข่างอมากกว่าเดิม ช่วงการขยับเข่ามากขึ้นกว่าเดิม โอกาสขอบๆของผิวข้อเข่าจะต้องมารับการเสียดสีก็สูงขึ้น โอกาสปวดเข่าก็มากขึ้น

ยังไม่นับเรื่องของเอ็นกล้ามเนื้อหน้าขาที่รวมกันมาดึงกระดูกสะบ้าอีกนะครับ บอกแล้วไงว่า ขาจานยิ่งยาว มุมการขยับของเข่าจะกว้างขึ้น กล้ามเนื้อจะมีระยะการทำงานในช่วงที่กว้างขึ้น โอกาสบาดเจ็บของเอ็นหน้าลูกสะบ้าก็จะมากขึ้น

ผมเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้ว

ทุกวันนี้ผมใช้ขาจาน 167.5mm ในรถถนน และ 165mm ในรถไตร เรียนรู้วิธีการออกแรงใหม่ ฝึกใหม่ ทุกวันนี้มีความสุขกับขาจานที่สั้นลงมากกว่าเดิม powerที่วัดได้ก้ไม่ได้น้อยลง ห่างไกลจากปัญหาปวดเข่ามานานมากแล้ว

อ้อ inseam ผม 79.8 cm สูง 166 cm หารถถูกใจได้ไม่ง่ายนัก :lol:



เยี่ยมครับ ชัดเจน!!! ขอบคุณมากๆ ครับ
ขายติมเรื่อย............ไป

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย Joeboy » 06 มี.ค. 2017, 18:34

สูง 173 inseam 80

TT 165 สลัับ กะ 170
หมอบ 170 / 172.5
พับ 172.5
single speed 175 ตอนแรกมีอาการปวดเข่่าชัดเจนมาก แบบเสียวแปร๊บ พอเปลี่ยนมาเป็น 172.5 ไม่มีอาการอีกเลย

สลับกันไปออกรอบ skl ยาวๆ 4-5 รอบ ไม่มีอาการปวดเข่่า ให้รำคาญใจ

ต้องลองครับ

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย Hxs » 07 มี.ค. 2017, 07:34

lucifer เขียน:ทุกวันนี้ผมใช้ขาจาน 167.5mm ในรถถนน และ 165mm ในรถไตร
inseam ผม 79.8 cm สูง 166 cm หารถถูกใจได้ไม่ง่ายนัก :lol:

เห็นด้วยมากครับ ใช้ขาจานให้เหมาะกับความยาวขากันเถอะนะ คนตัวเล็กนี่ชอบนักหละ ใช้ไซส์เกินตัวเนี่ย

ลองนึกดูนะ Adam Hansens สูง 186cm ใช้ขาจาน 180mm มีคนมากมายสงสัย ทำไมใช้ขาจานยาวขนาดนั้น ทำไมไม่ใช้ 177.5 หรืออะไรที่มีขายทั่วไป ชอบยกมาเป็นตัวอย่างว่าเนี่ยๆ โปรใช้ขาโคตรยาว มาเทรนด์ขาสั้นอะไร ไร้สาระ

แต่ลองมานึกอีกด้านนะครับ 186/180=1.034
คุณ Lucifer สูง 166 ขา 165 หารได้ 165/166= 0.99

แปลว่าเทียบขาจานกับความสูงแล้ว คุณ Lucifer ใช้ขาจานยาวกว่า Adam Hansens มากมาย แต่คนไทยก็ยังบ่นไม่อยากใช้ 165 เพราะมันดูสั้นไป

คือคุณต้องสูง 170.5cm นู่นแหละ ถึงใช้ขาจาน 165 แล้วอัตราส่วนถึงเหมือน Adam Hansens ที่เขาว่าใช้ขายาวมาก

ถ้าจะให้เป็นขาจานสั้น ต้องแบบ Chris Froome นู่น สูง 185 ใช้ขา 175mm เทียบได้ 185/175=1.05
คุณ Lucifer สูง 166 ต้องใช้ขายาว 158mm ถึงจะได้ ratio 1.05
ตัวเล็กก็ยอมรับความจริงบ้าง อย่าหลอกตัวเองแล้วใช้อุปกรณ์ไซส์เกินตัวเลย
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย Joeboy » 07 มี.ค. 2017, 08:40

ผมนี่สงสัยมาตลอด แล้วเสือภูเขาส่วนมาก ขาจานจะ 175 นานๆ จะเห็น 170 เป็นว่าเสือภูเขานี่ คนปั่นจะสูงมาก สูงน้อย ปั่นทางเรียบ ปั่นทางเขา ใช้ขาจาน 175 กัน ผมนี่เสียวแทนเลย ขนาดผมเคยใช้ขาจาน
ติดรถ 175 ออกทริป 2-3 ทริป เร่มมีอาการ เสียวแปร๊บ ปวดมาก นึกว่าเข่าพัง กลับมาเปลี่ยนขาจาน เหลือ 172.5 อาการที่ว่าไม่เคยเป็นอีกเลย

ไว้เป็นข้อมูลครับ ผมเคยดู GCN เค้าทำการทดสอบความยาวขาจานเอาไว้ครับ ข้อมูลน่าจะเชื่อถือได้ระดับหนึ่ง

ในรูปครีมทาหน้าสายเขา สูง 167 ใช้ขาจานยาว 172.5
ในขณะที่ท่านเซอร์สายราบ สูง 190 แต่ใช้ขาจาน 170 ดูยังไง inseam ท่านเซอร์สายราบ ก็ยาวกว่า ครีมทาหน้าสายเขา แน่ๆ
แนบไฟล์
Screenshot_2017-03-07-08-05-50.png
Screenshot_2017-03-07-08-02-03.png
Screenshot_2017-03-07-08-02-43.png
Screenshot_2017-03-07-08-08-27.png
Screenshot_2017-03-07-08-08-45.png
Screenshot_2017-03-07-08-07-30.png
Screenshot_2017-03-07-08-07-51.png
Screenshot_2017-03-07-08-09-04.png
Screenshot_2017-03-07-08-09-23.png
แก้ไขล่าสุดโดย Joeboy เมื่อ 07 มี.ค. 2017, 11:23, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย mazz » 07 มี.ค. 2017, 10:55

ปักหมุดหน่อยครับ เป็นเรื่องที่สงสัยมานาน ตั้งแต่ปั่นจักรยานแม่บ้าน จนมาถึงเสือหมอบ ทำไมต้องใช้ขาจาน แค่170 มม. :mrgreen: :mrgreen:

Re: ขาจาน 170 และ 172.5 ด้วยความสงสัย ???

โพสต์ โดย lucifer » 07 มี.ค. 2017, 14:21

Hxs เขียน:
lucifer เขียน:ทุกวันนี้ผมใช้ขาจาน 167.5mm ในรถถนน และ 165mm ในรถไตร
inseam ผม 79.8 cm สูง 166 cm หารถถูกใจได้ไม่ง่ายนัก :lol:

เห็นด้วยมากครับ ใช้ขาจานให้เหมาะกับความยาวขากันเถอะนะ คนตัวเล็กนี่ชอบนักหละ ใช้ไซส์เกินตัวเนี่ย

ลองนึกดูนะ Adam Hansens สูง 186cm ใช้ขาจาน 180mm มีคนมากมายสงสัย ทำไมใช้ขาจานยาวขนาดนั้น ทำไมไม่ใช้ 177.5 หรืออะไรที่มีขายทั่วไป ชอบยกมาเป็นตัวอย่างว่าเนี่ยๆ โปรใช้ขาโคตรยาว มาเทรนด์ขาสั้นอะไร ไร้สาระ

แต่ลองมานึกอีกด้านนะครับ 186/180=1.034
คุณ Lucifer สูง 166 ขา 165 หารได้ 165/166= 0.99

แปลว่าเทียบขาจานกับความสูงแล้ว คุณ Lucifer ใช้ขาจานยาวกว่า Adam Hansens มากมาย แต่คนไทยก็ยังบ่นไม่อยากใช้ 165 เพราะมันดูสั้นไป

คือคุณต้องสูง 170.5cm นู่นแหละ ถึงใช้ขาจาน 165 แล้วอัตราส่วนถึงเหมือน Adam Hansens ที่เขาว่าใช้ขายาวมาก

ถ้าจะให้เป็นขาจานสั้น ต้องแบบ Chris Froome นู่น สูง 185 ใช้ขา 175mm เทียบได้ 185/175=1.05
คุณ Lucifer สูง 166 ต้องใช้ขายาว 158mm ถึงจะได้ ratio 1.05


อันที่จริงแล้ว ความยาขาจานที่เหมาะสมนั้น เขาจะประเมินจาก inseem length สมัยก่อนอาจจะประเมินจากความสูง ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ค่อยเหมาะสมเลย ส่วนสูงคนเราประกอบด้วย 1. Inseem 2. Torso และ 3. Head+neck

แล้วเอาเข้าจริงๆแล้ว Inseem เองก็ยังไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก ที่เหมาะกว่านั้นคือ ความยาวของกระดูก Femur ที่ทำหน้าที่เป็นเพลาข้อเหวี่ยง ส่วนกระดูก tibia+fibula ซึ่งก็คือกระดูกปลายขา ทำหน้าที่เป็นเพียงก้านกระทุ้งเท่านั้นแหละครับ


จริงๆสูตรโบราณที่เทียบความสัมพันธ์ระหว่างความยาวขาจาน กับ inseem ก็เป้นอะไรที่นิยมกันมากกว่า เทียบกับ ส่วนสูง แล้วสูตรนี้ก็มีมานานแล้วด้วย ก็อย่างที่บอกไปและรู้ๆกันก็คือ ความยาวขาจานที่ขายในท้องตลาดตามยี่ห้อนิยม มันมี 175 , 172.5 , 170 แล้วก็หล่นมาที่ 165 จะมีบางรุ่นที่แทรกยาดำมาเป็น 167.5 ซึ่งต้องหากันหน่อย

สุดท้าย ความยาวที่เหมาะสมก็ยังเป็นเรื่องทั้งวิทยาศาสตร์ และ ความเคยชินอยู่ดีแหละครับ

ตามสูตรจริงๆดั้งเดิม แล้ว inseem ผมเหมาะกับขาจาน 170mm มากที่สุด แต่เพราะผมเป็นคนที่กระดูก femur ค่อนข้างสั้น (​ถึงแม้ว่า inseem จะยาวกว่าชาวบ้านชาวช่องส่วนใหญ่ที่สูงพอๆกัน ) ก็เลยทดลองมาใช้ 167.5mm ก็บอกตามตรงว่า ต้องเรียนรู้วิธีการปั่นอยู่พอสมควรครับ เปลี่ยนกลับมาใช้รอบสอง ก็เอาไปขึ้นภูทับเบิกเลย ก็ยังขึ้นได้นะ ไม่ลำบากอะไร ตะคริวก็ไม่กิน

สุดท้ายเลยนะ เรื่องนี้อธิบายยาก กว่าผมจะเข้าใจกลไกในการคิด มุมสะโพก มุมข้อเข่าที่เป็นเรื่องราวทาง dynamics ผมเองก็ฝังใจอยู่กับเรื่อง Statics ซึ่งก็คือ ความยาวขาจานที่สั้นลง 1.5% อยู่นานมาก จนมาเปิดรับได้ก็ตอนที่เริ่มเข้าใจเรื่อง power = แรงบิด x รอบขานี่แหละครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 11 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน