สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity, Cycling B®y, velocity, spinbike

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย ความหวัง และอนาคต » 02 ธ.ค. 2016, 12:18

giro เขียน:นี่แหละคือไทยแลนด์โองลี่....
รถจีนแท้ๆ แต่คนเชื่อว่ามาจากอิตาลี่
รถอิตาลี่แท้ๆแต่คนบอกว่ามาจากจีน

และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่กระแสเปลี่ยนพลิกกลับ ในอดีตคนเล่นเสือหมอบนิยมเลือกจักรยานที่ได้เฟรมคุ้มค่าที่สุดมาก่อน เลือกจากเฟรมที่มิติใช่ สีชอบ สมรรถนะมากที่สุดเท่าที่จะจัดหามาได้ในงบนั้น ส่วนประกอบอื่นๆเรารู็ๆกันว่าถึงเวลามันก็ตกรุ่น ตกยุคและต้องเปลี่ยนไป ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตมักนิยมลดต้นทุนที่ชิ้นส่วนประกอบต่างๆ แล้วไปใส่ใจกับเฟรมให้ได้มากที่สุด กลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงมากๆคือพวกรถตกรุ่น 2 ปี แต่เฟรมยังคงเป็นไลน์เดิม เพราะเฟรมในรุ่นตลาดกลางๆนั้นจริงๆแล้วไม่ค่อยได้พัฒนาอะไรมากนัก หนึ่งโมเดลอยู๋นาน มีอายุยาวกว่ารุ่นบนๆพอสมควร ดังนั้นพวกรถตกรุ่นข้ามยุคเช่นการกระโดดจากเฟือง 9 ไป 10 หรือการกระโดดจาก 10 ไป 11 แล้วลดราคาลงถือเป็นทางออกที่คุ้มมากสำหรับคคนรักจะปั่นกันยาวๆ

ผมเคยเกือบได้ Scott Speedster S20 ที่ตอนนั้น(10 ปีแล้ว) มากับ 105 9 สปีด ลดแหลกลงมาเหลือราคาพอๆกับหมอบรุ่นเริ่มต้นใส่เกียร์ Sora แต่เป็นโมเดลปีใหม่ด้วยซ้ำ แต่ไปเอาค่ายอื่นแทน สุดท้ายที่พยายามเลือกให้ได้เกียร์ร่วมสมัย ก็ไปจบลงทีรื้อขายย้ายค่ายเกียร์ไปขี่แคมปี้แทน ถ้ารู็ว่าจะไปทางนั้น ผมเอาคันที่ว่า เฟี้ยวกว่าเยอะ เพราะเจ้านั่นเป็นอะลูฯตัวชั้นสูงของค่ายแล้ว

เอาล่ะครับแต่อะไรคือการพลิกกลับ?
การพลิกกลับคือ ลักษณะการเลือกซื้อจักรยานแบบนักปั่นเสือภูเขา โดยเฉพาะในกลุ่มรถสำเร็จที่เลือกความพอใจจากชุดขับเคลื่อนและอะไหล่เป็นหลัก เพราะอะไร?? เพราะเฟรมเสือภูเขาแยกย่อยน้อยกว่าในชนิดเดียวกัน มีซอยรุ่นเฟรมไม่หลากหลายมาก และในการใช้งานทั่วไป พบว่าเฟรมรุ่นระดับต่างกัน พอเอามาใช้แบบพี่ไทย ใส่ยางสลิคขี่บนถนนมันก็จะไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ เลือกเกียร์ใช่ อะไหล่ชอบ ครบชุดสุดคุ้มดีกว่า

และแล้ว แนวคิดนี้ก็มายังตลาดเสือหมอบระดับคุ้มค่า ผมขอไม่เรียกว่าระดับเริ่มต้นครับเพราะราคาจริงๆไม่ได้จัดว่าถูก การเติบโตของตลาดนี้ ทำให้มูลค่าการจับจ่ายของจักรยานในบ้านเราถีบตัวสูงขึ้น ราคาจักรยานเฉลี่ยที่ขายตามงานแฟร์ต่างๆ ตามร้านค้าต่างๆสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่วิธีการจูงใจให้ซื้อจักรยานในกลุ่มนี้มีกลยุทธคล้ายๆกันคือ

นำเสนออะไหล่ เกียร์ให้คุ้ม

เพราะเฟรมไม่ได้เป็นจุดเด่นอะไรมาก ในเมื่อไม่มีสรรพคุณเฟรมให้ขายได้ง่ายๆก็ไม่แปลกและไม่ผิดที่จะขายที่ความคุ้มค่า และเอาชนะกันด้วยการ "ครบชุด" กับ "ไม่ครบชุด" ในเมื่อเฟรมไม่ใช่ปัจจัยแรกที่ผู้บริโภคมองหา ก ก็กลายเป็นพฤติกรรมเดียวกับตลาดสเือภูเขาไปในที่สุด

อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่อย่างไดนะครับ เพราะเป็นเพียงพัฒนาการหนึ่งของตลาดที่เติบโตขึ้น และทำให้ตัวเลือกหลากหลายในตลาด เอาเข้าจริงในตลาดนี้ คงไม่ได้มีใครซื้อไปหวังว่าจะเอารถไปเล่นกีฬานี้อย่างสุดขีด ไปแข่งจริงจัง ไปฝึกซ้อม ไปพัฒนาสู่ขั้นของความเป็นนักกีฬา แต่เน้นเพื่อการออกกำลังกายเป็นหลัก ซึ่งทุกๆตัวบอกได้เลยว่าเพียงพอเหลือเฟือสำหรับการใช้ออกกำลังกาย และได้สุขภาพที่ดีเหมือนกัน แม้แต่จะเอาไปแข่งแบบกีฬาสนุกสนาน ใจเกินสิบ มิตรเกินร้อย หรือไปวัดทนบนออแด็กซ์ มันขี่ได้แน่นอนครับ

แต่ท้ายที่สุดผมขอฝากไว้แบบตรงๆอย่างหนึ่งครับ
ซื้ออะไร ก็ได้แบบนั้น ของถูกในโลกมีของดี แต่จะเอาของถูกแล้วเทพนั้นอาจต้องถามตัวเองว่าโดนพ่อค้าหลอกหรือเปล่า เพราะจักรยานกว่ามันจะวิจัย ผลิตออกมาให้ดีๆได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าแปลกใจที่จักรยานบางคันถูกทดสอบโดยสำนักทดสอบชื่อดังออกมาได้ดาวเดียว!! ในขณะที่บ้านเราฮือฮาอยากได้กันมากมาย แล้วไปว่าสื่อเค้าเตะตัดขา ไม่ยอมจ่ายเงินซื้อสื่อก็เลยด่าสับให้เละ

พ่อค้าบางกลุ่มเองก็เหลือเกิน พยายามหลอกลวงผู้บริโภคว่าต้นทุนของจักรยานมันเท่าไหร่ ทำไมแบรนด์ขายแพงๆสุดขีดเพราะเอากำไรตามใจชอบ ของพวกนี้มันมีที่มา ที่ไปทั้งนั้นแหละครับ

ในฐานะของผู้บริโภค เลือกที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดเป็นสำคัญ คำว่าเหมาะสมมันสมบูรณ์ในตัวมันเองครับ ผมมีงบครึ่งแสน เฟรมที่ว่าดีๆในโลกเทพแค่ไหนก็ไม่เหมาะกับผมเพราะไม่มีปัญญาซื้อ ผมมีเงินครึ่งล้าน แต่เหนียวอยากได้ของครึ่งแสนไปขี่แล้วจะเรียกร้องหาสรรพคุณแบบเทพของโลกนี่ก็ไม่เหมาะสม แต่ถ้าผมมีเงินสามหมื่นแล้วเลือกที่ใช่ จ่ยที่ชอบ แล้วเข้าใจมันว่าเราเลือกมาเพราะอะไร ทำอะไร แบบนี้เหมาะควร ในอีกทางต่อให้ผมมีเงินครึ่งล้านแต่ผมพอใจจะซื้อแค่เจ็ดหมื่น แล้วรู้จักในสิ่งที่ได้มา ตามสมพอเพียง ไม่ต้องตะกายหาความ "สุด" มันก็เหมาะและจบที่ตัวเรา ไม่ได้จบที่เงินตรา

ในฐานะของสื่อ ใครชอบว่าสื่อต้องมีเงินมาง้างเขียนถึงจะชม
คนพูดเคยเจอตัวจริงๆกันรึยัง? เอาเป็นว่า... นอกจาก road.cc กับ dcrainmaker และพวกพิธีกร GCN ได้พบ ได้สัมผัสแล้วมันคนละเรื่องกับที่ใส่ไข่พูดกันเลย อย่าลืมนะครับว่าพวกนั้นอยู๋กันมาจะ 30 ปีก็มี เป็นสิบปีก็เยอะทั้ง Bicycling, Velonews. Road Cycling, Tour Magazine, Peloton ถ้าทำงานเชี่ยๆแบบนั้น มันเจ๊งไปนานแล้วครับ คนอ่านไม่โง่ตามอ่านมาเป็นปีๆหรอกครับ

เออเนอะ บ่นอะไร? บ่นไปๆมาๆไปเรื่อยเลย
ไปล่ะครับทำงานดีกว่า จะได้รีบกลับ รีบนอน เสาร์เช้ารีบตื่นไปปั่นจักรยานกัน


ผมเห้นด้วยกับท่านเลยนะ ที่ยุโรป เมกา เขาไม่รับรองมาตราฐานรถยี่ห้อพวกนี้เลยครับ
มีแต่ประเทศด้อยพัฒนา กำลังพัฒนา นั่นแหละครับ ที่นำเข้ามาจำหน่าย
ปล.ผมได้มีโอกาสได้คุยกับร้านใหญ่ ร้านหนึ่งในเชียงใหม่ เฮียเจ้าของร้านเขาเปนคนพูดเอง

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย JAMISLitKung » 03 ธ.ค. 2016, 07:15

ภาษาใต้ ออกเสียงว่า "สาว่า"
หมายความว่า "ไม่แน่ใจ สงสัยว่า"
(ขำๆ เท่านั้นนะครับ...)

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย pt123 » 10 ธ.ค. 2016, 12:17

เหมือนมีพลังงานบางอย่างใน"ควอต้า"
แนบไฟล์
14022354_1139175076145582_1685555546252707590_n.jpg

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย baracudasit » 10 ธ.ค. 2016, 16:06

pt123 เขียน:เหมือนมีพลังงานบางอย่างใน"ควอต้า"

โอ้วมันเหมือนกันมากเลยนะเนี่ย แค่เปลี่ยนชื่อ

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย ธวัชชัย สินเจริญ » 12 ธ.ค. 2016, 21:23

เอามาลองขี่แล้ว ขึ้นเขาดีสปริ้นใช้ได้ ปั่นสนุกในราคา39500 แต่ต้องขายเพราะ ดันเจาะรูที่ยึดกระติกไม่ถูกตำแหน่งเลยใส่กระบอกน้ำได้ใบเดียว เสียดายที่ต้องจากกัน 555+

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย gogoget » 17 ธ.ค. 2016, 07:03

ไปจัดมาเรียบร้อย ชุดขับ105 39900 ชุดcomponent เป็นคาร์บอน(สเต็ม หลักอาน แฮนด์) ล้อสวยมากแต่หนัก เปลี่ยน น้อตสเต็ม ผ้าพันแฮนด์ เอาล้อzipp303 เบาและดูดี ตัวรถใกล้เคียง KUOATA KIRAL 95% ทั้งขนาดและมิติ ใส่ยาง25เกือบติด น่าจะเผื่ออีกซัก3มิล ถือเป็นจักรยานที่คุ้มกับราคาอีกยี่ห้อนึ'

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย ck0805000200 » 24 เม.ย. 2017, 01:15

SAVAเสือภูเขา33SPEED ก็สวยดีครับ นำมาฝาก จัดแล้วไม่แพงครับคุ้มอยุ่
แนบไฟล์
FB_IMG_1492363168404.jpg
Screenshot_20170417-001914.png
Screenshot_20170417-001907.png
FB_IMG_1492363737331.jpg
FB_IMG_1492362897055.jpg
FB_IMG_1492362889587.jpg
FB_IMG_1492362842817.jpg
FB_IMG_1492362864375.jpg
FB_IMG_1492362859284.jpg
FB_IMG_1492362869134.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ck0805000200 เมื่อ 24 เม.ย. 2017, 01:30, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ความรัก ก็เหมือน สถานะ MSN อยากรู้จักก็ "Sign in"
พอเริ่มชินก็ "Online" พอเริ่มเบื่อก็ "Busy"
พออยากหนีก็ "Away" พอโลเลก็ "Offline"
เลิกกันไปก็ "Sign out"
ไม่อยากเศร้าก็ Block เลย..เรื่องจริงใหม

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย ck0805000200 » 24 เม.ย. 2017, 01:27

ต่อครับ เสือภูเขาสวยๆ
แนบไฟล์
FB_IMG_1492362862028.jpg
FB_IMG_1492362866831.jpg
FB_IMG_1492362856623.jpg
FB_IMG_1492362871433.jpg
FB_IMG_1492362854291.jpg
FB_IMG_1492362851044.jpg
FB_IMG_1492362846064.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ck0805000200 เมื่อ 24 เม.ย. 2017, 01:27, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ความรัก ก็เหมือน สถานะ MSN อยากรู้จักก็ "Sign in"
พอเริ่มชินก็ "Online" พอเริ่มเบื่อก็ "Busy"
พออยากหนีก็ "Away" พอโลเลก็ "Offline"
เลิกกันไปก็ "Sign out"
ไม่อยากเศร้าก็ Block เลย..เรื่องจริงใหม

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย ck0805000200 » 24 เม.ย. 2017, 01:27

ต่อครับ เสือภูเขาสวยๆ
ความรัก ก็เหมือน สถานะ MSN อยากรู้จักก็ "Sign in"
พอเริ่มชินก็ "Online" พอเริ่มเบื่อก็ "Busy"
พออยากหนีก็ "Away" พอโลเลก็ "Offline"
เลิกกันไปก็ "Sign out"
ไม่อยากเศร้าก็ Block เลย..เรื่องจริงใหม

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย giro » 24 เม.ย. 2017, 11:19

เอางี้ครับ เล่าคร่าวๆนะครับ
ล่าสุดผมไปงานไทเปย์มา ไม่ได้ไปในนามร้านค้า ผู้ประกอบการแต่เป็นการเชิญไปในฐานะ"สื่อมวลชน" อย่างเป็นทางการของผู้จัด อยู่ในรายชื่อและพักรวมกับ bikeradar, velonews, cyclingnews, bicycling และครั้งนี้ได้ร่วมกับ GCN ครับ
สื่อทั้งหมด มีโอกาสแลกเปลี่ยนทัศนะการคิดและการทำงานร่วมกันตลอดหลายวันที่ทำงานที่นั่น

แบรนด์ และผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ถูกมองในมุมต่างๆกันมากมายครับ มีความเห็นพ้องและต่างของสื่อจักรยานที่คงต้องยอมรับกันแล้วในตรงนี้ว่า"มาตรฐาน" นะครับไม่ใช่ใครคนหนึ่งจะมาทำแล้วใส่ความเป็นตัวเองแล้วบอกว่า "ตัวตน" คิดอย่างไร เพราะทุกสื่อที่กล่าวมามีความเป็นแบรนด์ของเค้าอยู่แล้วแน่นอน

ผมขอเล่าเฉพาะในมุมที่พอจะพูดได้ครับ
1.แบรนด์กลุ่มนี้ มีความ"น่าสนใจ" ในผลิตภัณฑ์มากครับ แต่อยู่ที่วิธีการทำตลาด และการจัดจำหน่าย รวมถึงการมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายตลาดที่ต้องการ เพราะพวกเรา(สื่อ) ทราบดีถึงศักยภาพของการผลิตในกลุ่มประเทศโลกที่สามดี และรู้ดีว่ามีมาตรฐานแตกต่างกันอย่างไรบา้ง รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีค่าตัวไม่แรง ขยายตลาดจักรยานได้อย่างมีนัย
2.ในมุมของสื่อ เราต้องการ "ความตรงไปตรงมา" ของตัวสินค้า ที่ไม่ได้อวดอ้างเกินจริง และยอมรับในจุดที่ตนเองยืนอยู่ หากทำได้เช่นนั้น ร่วมกับการให้การศึกษาตลาดที่ตรงไปตรงมา มีตำแหน่งให้แบรนด์เหล่านี้อยู่ได้และช่วยขยายแวดวงสังคมจักรยานได้อย่างแน่นอน

สิ่งหนึ่งที่แบรนด์โลกต้องยอมรับคือ การเข้าคุกคามของแบรนด์เหล่านี้ครับ เวลามันเปลี่ยนผันไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ต้องปรับตัวในระยะยาวครับ ถ้าแบรนด์ไหน ร้านไหน ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวโจมตีเรื่องคุณภาพเข้าว่า สักวันจะปรับตัวไม่ทันและไปต่อไม่ได้ ทางกลับกัน แบรนด์เหล่านี้เองหากมัวแต่ขายฝันเกินจริง สร้างความเข้าใจผิดและความคาดหวังที่สูงเกินตัวของมันเอง สุดท้ายก็ตกม้าตายเองเมื่อผู้บริโภคนำไปใช้งานแล้วพบว่ามัน "ไม่ใช่"

นี่คือมุมมองของสื่อจักรยาน ไม่ใช่ผู้ผลิต ไม่ใช่ร้านค้า ไม่ใช่แบรนด์ เรามองอย่างกลางๆครับ

แปลให้เข้าใจง่ายจริงๆก็คือ

ราคามันดี และช่วยให้คนเข้ามาถึงจักรยานได้มากขึ้น ถ้าขายกันท่ราคาและคุณภาพที่ตรงไปตรงมา ไม่มีใครว่ากันหรอกครับ คนซื้อเองก็ได้ประโยชน์ คนขายก็ได้ประโยชน์ คนที่เสียประโยชน์คือแบรนด์ใหญ่ที่เสียตลาดในช่วงราคานี้ไปสิ้น แต่แบรนด์ใหญ่หลายเจ้าก็ปรับตัวเพื่อรับมือได้ดี ไม่ต้องห่วงเค้าครับ
แต่บางตัว ที่อ้างความ"สมาร์ท" เข้าว่า โอ้อวดและสรางภาพลักษณ์เกนตัวจริงไปนั้น ก็ทำให้กลายเป็นการพยายามเข้ามาป่วนตลาดการขาย คนซื้อมีความคาดหวังเอาไว้อย่างไร ได้ไปแล้วเป็นอย่างไร มันต้องรับผิดชอบในเรื่องนั้นด้วย ไม่งั้นจะเป็นการทำร้ายสังคมจักรยานไปในที่สุด

เราต้องมองอย่างเป็นกลางและเข้าใจครับ
ถ้าคนซื้อเข้าใจว่านี่คือจักรยานระดับไหน จ่ายไปได้อะไรมา และคุ้มไหมสำหรับเขา เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาครับ ถ้าให้บอกตรงๆก็คือ ถ้าคุณคาดว่านี่จะเป็นเฟรมหรือรถที่ซื้อมาด้วยงบเท่านี้ แล้วคิดจะเอาไปลงแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยอย่างเต็มตัว คือบอกว่ามันก้าวมายืนเทียบไหล่กับเรือธงนั้น บอกเลยว่า ถ้าคิดเองก็ผิดเอง แต่ถ้ามีการพายายามสร้างความคิดแบบนี้จากคนขายหรือผู้นำเข้า ก็บเกเลยว่า มันน่าจะเป็นการพยายามสร้างคุณค่าเกินจริงไปไกลโข

ความ"ถูก" หรือ "แพง" ไม่ได้วัดกันที่ราคาค่าตัว แต่มันวัดกันที่ความพึงพอใจในราคาและสิ่งที่ได้มามากกว่า
ในฐานะที่เคยทดสอบคันนี้ และอีกหลายๆคัน ในหลายระดับราคา สิ่งหนึ่งที่"ต้นสังกัด" ผมสอนมา ซึ่งสอดคล้องกับที่ผมทำมาตลอดโดยบังเอิญก็คือ เราต้องแบ่งแยกผลิตถัณฑ์นั้นให้ออกว่าอยู่ที่ตำแหน่งใดของตลาดก่อนที่จะเริ่มวางบรรทัดฐานและประเมินผลตัวมันเอง เพราะถ้าคุณประเมินมันด้วยบรรทัดฐานที่ผิด ผลการทดสอบก็จะผิดไปในทันที และนั่นคือการเป็นนักเขียน นักทดสอบที่....สอบตก เพราะคุณใช้แบบประเมินที่ผิดตั้งแต่แรก

ส่วนตัวผมนะครับ ดี หรือไม่ดี ได้ว่าไปแล้วในรีวิวอย่างตรงไปตรงมา ผมไม่ชอบพวกรีวิวสุดโต่ง อวยใจหาย ด่าสุดตรีน ที่หลายๆคนชอบให้ด่ามากๆ มีดี มีแย่อะไรก็บอกไปตรงๆ
รถคันนี้ ช่วยให้คนได้ออกกำลังกายได้ดี ขี่ได้ไม่แย่ มีด้อยในหลายจุด เป็นปกติ รถคันละสองแสน ก็มีข้อด้อยได้ ไม่ใช่พวกมโนของดีมีราคาขี่ดีไปเสียหมด สินค้าอะไรไม่มีข้อด้อย ไม่มีในโลก ถ้ามี ก็เป็นการอวยหรือมโนทั้งเพครับ

มันทำให้คนที่ชอบปั่นจักรยาน ได้ปั่นจักรยานที่ถือว่าได้หลายๆอย่างติดรถมาคุ้มค่าในราคาที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม และในอนาคตมันอาจเปิดโลกเขาให้เข้าสู่รุ่นที่สูงขึ้น แบรนด์ที่ใหญ่ขึ้นต่อไปอีกครั้งก็ได้ นั่นคือสิ่งที่ห้างร้านต้องเปิดใจและใช้วัฒนธรรมนี้มาต่อยอดการค้าครับ ไม่ใช่การปิดกั้น
ซึ่งผมก็เห็นมาไม่น้อยแล้ว สำหรับนักปั่นที่ผ่านรถแบรนด์คุ้มค่ามาก่อน จนตอนนี้เข้าสู่แบรนด์ที่มาตรฐานขึ้น จะด้วยอะไรก็ตาม แต่มันช่วยให้เขาได้ปั่นจักรยาน และเรียนรู็เรื่องจักรยานมาได้ ย้อนกลับไปตอนนั้น ให้เขาควักเงินก้อนเพื่อสอยของแรงมาเลย ก็คงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับเขาในตอนนั้น เพราะในเวลานั้นเขามองว่า"แพง" และไม่คุ้มนั่นเอง

โจทย์หนึ่งที่แบรนด์กลุ่มนี้ต้องทำ(และมีคนทำแล้ว) ก็คือการเติบโตขึ้นไปพร้อมกับผู้บริโภค และสุดท้าย มันก็จะนำพาไปหาการทำผลิตภัณฑ์ที่มาตรฐานสูงขึ้นไปจนถึงระดับแข่งขันได้ เมื่อตลาดพร้อมเติบโต แบรนด์พวกนี้ก็พร้อมจะขยับต่อไปได้ ถ้าตลาดยังคงวิ่งต่อไปได้ ไม่นานจะได้เห็นแบรนด์จีนติดตรา uci ที่เฟรมครับ ผมไม่ได้บอกว่า ณ ตอนนี้รถกลุ่มนี้มีมาตรฐานเดียวกันกับรถ uci หรือไม่ อาจดีกว่าหรือด้อยกว่าก็ได้ แต่กลไกตลาดเขายังไม่ไปถึงจุดนั้นครับ ใจเย็นๆกัน มองการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้าใจดีกว่า เพราะทั้งพฤติกรรมการขายและการซื้อที่เปลี่ยนไป มันก็แค่สายน้ำที่พัดไปตามยุคสมัยเท่านั้น ไม่ผิดหรือถูกหรอกครับ
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย Kowit Kittiwutthisakdi » 07 พ.ค. 2017, 20:00

ผมได้ลองสั่งเฟรมเสือภูเขาไทเทเนียม sava มาประกอบด้วย (ใช้ชิ้นส่วนรถเก่าส่วนใหญ่) ไม่รู้ sava Thailand จะนำเข้ารุ่นนี้หรือเปล่า
18268651_1473822899305499_3611269526035362889_n.jpg

Re: สัมผัสแรก SAVA Steiner "ซาว่า" สไตเนอร์ เสือหมอบฟูลคาร์บอน ครบองค์

โพสต์ โดย Mido&Haro » 08 พ.ค. 2017, 09:08

สุดท้ายแล้ว คนไทยเริ่มเปิดใจยอมรับสินค้าจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วน แบรนด์ดัง ก็คงใส่สีตีไข่กันต่อไป เพื่อกันไม่ให้คนไปใช้ของถูก กลุ่มคนปั่นจักรยาน ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายๆ คน คิดว่า ถูก และ คุ้มค่าดีกว่า ส่วนกลุ่มเดิม ที่ยึดติดกับแบรนด์ ก็ยังคงยึดถือตามความคิดของตัวเองไป
สุดท้ายแล้ว ผมทายได้เลย สินค้าจีน จะเข้ามาตีตลาดเต็มไปหมด เพราะสินค้าจากจีนเริ่มมีคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ
สินค้าแบรนด์ ก็จะหดหายในส่วนของตลาดล่างๆ และกลางๆ ไป หากไม่ปรับตัว มัวแต่ใส่สีตีไข่โจมตีสินค้าจีน
ผู้บริโภคเท่านั้นครับ ที่เป็นผู้ตัดสินใจ เข้าไปดูเวปดังของจีน ที่ขายสินค้าจักรยาน ฝรั่งมังค่า สั่งซื้อกันยาวเหยียดเป็นสิบๆ หน้า
สินค้า จะดีจริง หรือไม่ดีจริง ผู้บริโภคเท่านั้นคือคนตัดสิน
จัง คนขี้ลักขี้จก

...วิถีคนกล้า...


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 7 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน