คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย giro » 19 เม.ย. 2016, 13:57

รูปภาพ
คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

ปฏิเสธไม่ได้แน่นอนครับว่า”วัตต์” หรือพาวเวอร์มิเตอร์ กลายเป็นสิ่งที่พบได้เป็นปกติในสนามแข่งขันทั้งระดับอาชีพและสมัครเล่น รวมถึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักปั่นอีกหลายๆคนถวิลหา ด้วยราคาค่าตัวที่จัดว่าแพงเอาเรื่อง เพราะบางตัวราคาสูงยิ่งกว่าจักรยานทั้งคันเสียอีก ทำให้ได้แต่มองแล้วน้ำลายไหลกันมานักต่อนัก ทกวันนี้ราคาของพาวเวอร์มิเตอร์ได้ถูกลงมากแล้ว จากการพัฒนาและการแข่งขันของแบรนด์ต่างๆที่ทำให้มหาสมุทรอันสงบนิ่งเดือดพล่านแดงฉานไปด้วยตัวเลือกมากมาย
รูปภาพ
แต่ด้วยกำแพงหลายๆอย่าง “วัตต์” ก็ยังคงเป็นสิ่งที่นักปั่นส่วนมากตั้งคำถามเกี่ยวกับมันอยู่เรื่อยๆ แม้แต่คนที่มีครอบครองก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับเจ้าเครื่องมือนี้ที่ยังค้างคาใจกันไม่น้อย ผมอาจจะโชคดีที่ได้ลองสัมผัสกับวัตต์มาด้วยความบ้าในเรื่องเทคโนโลยี จากงบน้อยๆจัดหามาลอง เปลี่ยนไปมาตามกำลังทรัพย์ จนลุ่มหลงและศึกษาศาสตร์การซ้อมจากหลากหลายสำนัก แถมยังบังเอิญโชคดีพอที่จะหยุดปั่นจักรยานจริงจังไปเลยเป็นปี .. และกลับมาปั่นใหม่ แข่งขันใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งโอกาสที่สวยงามเมื่อได้สัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆที่เอื้อเฟื้อให้ได้ทดลอง โดยเฉพาะพาวเวอร์มิเตอร์หลากหลายชนิดและรูปแบบที่ผ่านมา(แล้วผ่านไป) ... แต่ในที่สุดผมก็กลับมองไปหาสิ่งที่เป็นพื้นฐานเรียบง่ายสามัญ เมื่อผมพยายามตั้งคำถามในมุมมองของคนที่มองเจ้า”วัตต์” อยู่
รูปภาพ
เป็นเรื่องไม่ง่ายนะครับ เพราะต้องยอมรับว่ารอบๆตัว เนื่องจากเป็นคอเดียวกัน ก็จะเต็มไปด้วย”คนติดหวัด” ถึงรถไม่ติด ก็ขี่หรือซ้อมด้วยอุปกรณ์ที่บอกค่าวัตต์ได้ และเคยลิ้มลองคอร์สวัตต์กันมาแล้วแทบทั้งนั้น ทำให้มุมมองบางอย่างของผมแคบลง ดังนั้นเมื่อผมเกิดอยากจะหาทางบอกกับคนทั่วไปเกี่ยวกับวัตต์ จึงต้องถือโอกาสใช้ทั้งโซเชียลและความหน้าด้านปั่นไปคุยไป เจอใครก็ทักทาย และหาข้อมูลมุมมองเกี่ยวกับสิ่งที่เราจะมาคุยกันในครั้งนี้ จนเกิดเป็นคำถามจัดหมวดหมู่รวมกันยอดฮิต ฟังดูแล้วพื้นๆ เบสิคสุดๆ แต่ลองมาดูกันดีกว่าครับว่า สำหรับคนติดหวัดงอมแงม ท่านกระจ่างในวัตต์มากแค่ไหน และแน่นอน สำหรับคนที่เมียงมองสนใจ แต่ยังมีอะไรคาใจ ผมหวังว่าบทความนี้ จะสะกิดเขี่ยมันออกไปได้หมด และจากนั้น เมื่อท่านพบเส้นทางแห่งความจริง ท่านก็จะตอบตัวเองได้ว่า ท่านจะก้าวมาสู่โลกของตัวเลขสามหลักนี้ดีหรือไม่


DSC00328.JPG

ติดวัตต์ไปทำไม?
นี่คือคำถามพื้นฐานเลยก็ว่าได้ หลายๆคนเกิดคำถามนี้ทันที ที่เปิดบทสนทนาเกี่ยวกับพาวเวอร์มิเตอร์ และมีคำถามต่อว่าต้องการร็ค่าวัตต์ไปเพื่ออะไร วัตต์คืออะไร เกี่ยวอะไรกับกระแสไฟฟ้า? ซึ่งก็ต้องอธบายกันห้วนๆว่า”วัตต์” คือหน่วยของการส่งกำลังออกไป เจ้าเครื่องมือนี้ทำหน้าที่วัดว่าคุณออกแรงถีบจักรยานไปด้วยแรงเท่าไหร่ สำหรับคนๆหนนึ่ง รถคันหนึ่ง ที่เคลื่อนที่ไปตามหลักของฟิสิกส์พื้นฐานมันต้องมีแรงกระทำและแรงต้านต่างๆ ซึ่งหากแรงต้านมากก็ต้องออกแรงมาก วัตต์ก็มากขึ้น ยิ่งไปเร็วขึ้นก็ต้องออกแรงวัตต์มากกว่าเดิม ดังนั้น มันก็คือเครื่องมือวัดความหนักในการออกแรงนั่นเอง

ส่วนติดไปทำไมนั้นเป็นคำถามที่ตอบยากครับ เพราะแต่ละคนติดวัตต์ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่พื้นฐานแล้วคนที่ติดส่วนมาก(ไม่นับการติดเพื่อแต่งรถนะครับ) ต้องการรู้และจำแนกแรงกดในการออกแรงให้ได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเอามาซ้อม เอามาเล่น เอามาแข่ง ลงคอร์สซ้อมหรือไม่ หรือแค่คุมโซนปั่นทน ต้องเข้าใจกันก่อนว่าวัตต์ทำอะไรได้บ้าง แล้วจะได้คำตอบของคำถามว่า”ติดไปทำไม” แต่หากผมจะตอบคำถามนี้ ผมก็ตอบไปได้ง่ายๆครับว่าคนที่ติดวัตต์ อยากรู้ว่าตนเองออกแรงไปเท่าไหร่ นั่นเอง


รูปภาพ
ค่าวัตต์บอกอะไรเราได้บ้าง?
เป็นคำถามต่อมาที่พบ เมื่อเข้าใจแล้วว่าคนที่ติดวัตต์สนใจอยากรู้ค่านี้ แล้วมันบอกอะไรกับเรา? นั่นสินะ ความเร็วเป็นตัวแปรตรงที่สุดที่เกี่ยวกับการปั่นจักรยาน แต่ทว่าความเร็วมันช่างไม่เสถียรและเป็นหน่วยระบุอะไรไม่ได้เลย หนุ่มน้อยคนหนึ่งปั่นจักรยานล้อโตได้ความเร็ว 50 กม./ชม. เป็นเวลา 60 นาที กับนักปั่นระดับโลกป่นจักรยานลู่แอโร่สุดๆใส่หมวกแอโร่ฯ ชุดลู่ลม อยู่ในเวโลโดรมไร้ลมควบคุมแรงดันอากาศต่ำผิวแรงเสียดทานน้อย ปั่นที่ความเร็ว 50 กม./ชม. เป็นเวลา 60 นาทีเช่นกัน สองคนนี้ใครแรงกว่ากัน?? หรือมีเพื่อนบอกมาว่าให้ปั่นความเร็วเฉลี่ย 25 กม./ชม. ซ้อมไปนานๆ ไอ้เราก็ปั่นแทบตายก็ไม่ไหว เพราะเพื่อนคนนั้นไม่ร็ว่าบ้านผมอยู่ที่เนปาล ปั่นขึ้นเทือกเขาอย่างไรนะให้ได้ควมเร็ว 25 พับผ่าสิ ดังนั้นความเร็วจึงเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง ครั้นต่อมาก็พยายามจำแนกความเข้มข้นด้วยระบบหัวใจ(ฮาร์ทเรท) ดูว่าร่างกายเราเหนื่อย(ตอบสนอง)แค่ไหนกับการออกแรง ระบุเทียบมากับค่าชีพจรสูงสุด แต่ก็มีปัญหาอกหลายๆอย่าง อาหารการกินก็มีผล อากาศร้อนก็มีผล เอาแค่สาวสวยทรงโตนุ่งสั้นเดินผ่านแล้วลมพัดหอบกระโปรงปลิว แคค่นี้ฮาร์ทเรทก็โดนกวนแล้ว ดังนั้นในระยะยาวๆมันก็ไม่ใช่การวัดและบ่งชี้ที่มีความแม่นยำเพียงพอ

แต่วัตต์ คือแรงกระทำลงไปเพื่อขับเคลื่อนจักรยาน จะออกแรงเท่านี้บนทางราบ บนเขา สวนลม ตามลม จะนอนมาน้อย ดื่มมาหนัก จัดมาเต็ม หากต้องการวัตต์เท่าเดิม เราก็ต้องออกแรงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แบบนี้ชักเข้าท่าแฮะ กลายเป็นว่าการวัดแรงกระทำนี้ถือเป็นสิ่งสากลไปโดยปริยาย นักปั่นที่ไทยออกแรง 250 วัตต์ ส่งไปให้เพื่อนที่เบลเยียมดูหากพ่อฝร่งคนนั้นอยากออกแรงให้เท่ากับเราก็ต้องออกแรงเดียวกันเป๊ะๆ เป็นการวัดที่เชื่อถือได้ แต่วัตต์บอกอะไรเราได้อีก

ในระดับที่หยาบที่สุด แม้จะไม่มีการทดสอบอะไรเลย ไม่พูดถึงโซน ไม่พูดถึงคอร์สการซ้อม สิ่งที่บอกได้ง่ายๆจากวัตต์คือ เราสามารถออกแรงให้ได้เท่าเดิมได้หรือไม่ หากวันหนึ่งขี่สกายเลน 1 รอบสามารถยัดได้ 220 วัตต์ต่อเนื่อง แล้วผ่านไปสักพักพบว่าผลกรรมของการโดดซ้อม เที่ยวบ่อย เมียดุห้ามมาปั่นมันส่งก็เมื่อพยายามยัดให้ตายอย่างไร ก็ทำได้แค่ 190 วัตต์ ไส้จะแตก ลิ้นจะห้อย ซี่โครงบานแล้ว แค่นี้วัตต์ก็บอกสภาพร่างกายได้แล้วครับไม่ต้องไปศึกษาอะไรมากกว่านั้น

หากศึกษาลงไปอีกและใช้ค่าวัตต์ทดสอบเทียบออกมาเป็นโซนต่างๆต่างสูตรตำราพื้นฐานสากล ก็จะยิ่งรู้พิกัดต่างๆของเราได้ดีเยี่ยมแม่นยำขึ้นไปยิ่งกว่าการใช้ฮาร์ทเรทเพื่อจำแนก ที่สำคัญโซน 3 วันนี้ กับโซน 3 มะรืนนี้ที่เทือกเขาอัลไต ก็ยังหนักเท่ากันเสมอ ดังนั้นการคุมโซนในการปั่นหรือซ้อมก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แถมด้วยการเข้าสู่หลักวิชาลึกซึ้งลงไปอีกเมื่อคำวัตต์ในแต่ละช่วงเทียบกับน้ำหนักตัวผู้ขี่ ก็จะสามารถคะเนความแรงของเราเทียบกับคนต่างๆได้ไม่ยาก เพราะเมื่อคิดออกมาแล้ว ขาอ่อนๆอย่างผมสร้างพลังวัตต์ได้ 3.3 วัตต์ต่อกิโลกรัม(น้ำหนักร่างกาย) เทียบกับระดับโปรที่เด้งขึ้นไป 6 วัตต์ต่อกิโลกรัม มันช่างราวฟ้ากับสะดือทะเล คิดง่ายๆได้ภาพที่โปรขี่สบายๆ ชิลสุดๆผิวปากไปด้วย แต่ผมต้องยัดตามด้วยแรงระดับเต็มเหนี่ยว และตามเค้าไปได้แค่ไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้นเอง

ดังนั้นหากจะพูดให้ลึกซึ้งลงไปอีกอย่าง วัตต์เป็นสิ่งบ่งชี้ตนเองที่ดีที่สุด เป็นสัจธรรมของการพิสูจน์ความแข็งแรงและความฟิตที่มี เพราะคนติดหวัดงอมแงมต่างมีวลีที่ตรงกันว่า “เลขสามหลักไม่เคยโกหกใคร”


รูปภาพ
ติดวัตต์แล้วจะขี่ได้เร็วขึ้นหรือไม่?
เป็นอีกคำถามที่น่าสนใจ และเป็นคำถามเดียวกับ”วัตต์ทำให้เร็วขึ้นได้อย่างไร” เพราะอุปกรณ์อื่นๆที่คันเสียเงินหามาใส่ มาเสริมกัน มันช่วยทำให้รถเบากว่าเดิม เร็วกว่าเดิม ไหลกว่าเดิม ส่งผลเห็นๆ แต่วัตต์ไม่ใช่ไนตรัสบูสความเร็วที่ติดแล้วจะทำให้ขี่เร็วขึ้นได้ มันเป็นเพียง “ตัวบ่งชี้” เท่านั้น ผมคงต้องถามกลับไปว่าแล้วทำไมถึงติดรอบขากับฮาร์ทเรท? เพราะทั้งสองอย่างไม่ได้ทำให้ขี่ได้เร็วขึ้นเช่นกัน และคำตอบที่ได้กลับมาก็คือ การติดรอบขาทำให้ซ้อมและปั่นได้ดีขึ้น ส่วนการติดฮาร์ทเรททำให้รู้ตัวว่าหัวใจเต้นเร็วเท่าไหน อยู่ในโซนอะไร และนำไปซ้อมได้เป็นหลักการมากกว่าแค่จับจักรยานมาอัดๆๆ แล้วสงสัยว่าทำไมขี่ไม่เร็วขึ้นเสียที

วัตต์ก็เช่นกัน ไม่แตกต่างเลยแม้แต่น้อย ตัวมันเองไม่ได้ทำให้เร็วขึ้น แต่มันบ่งชี้ควบคุมการปั่นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เอาง่ายๆแค่การปั่นให้นิ่งขึ้น ลดการเร่งๆหยุดๆ ก็สามารถเซฟพลังงานที่เสียไปโดยไม่จำเป็นได้แล้ว เพราะคุณรู้หรือไม่ว่าการเพิ่มรอบขามานิดเดียว อาจต้องออกแรงกว่าเดิมถึง 50 วัตต์ หรือเมื่อลมสวนมาแรงๆแล้วเราพยายามรักษาความเร็วเดิมเราต้องออกแรงกดมากขึ้นอีกเกือบๆร้อยวัตต์เลยทีเดียว และมันผลาญพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ สิ่งง่ายๆที่ใครๆไม่ร็จนกว่าจะได้ติดวัตต์กันก็คือ ... การออกตัวจากโค้งด้วยการเร่งกระชากออกไป หรือการรีบเร่งความเร็วดูดเกาะคนหน้าให้ติดเวลาข้างหน้าเร่งนั้นคุณกระทืบแรงลงไปหลายๆๆๆร้อยวัตต์ และค่อยๆสร้างความบอบช้ำให้กับกล้ามเนื้อที่มีพลังงานจำกัดไปทีละนิด การขี่ที่ฉลาดที่สุดคือการออกแรงให้สม่ำเสมอพอเพียงที่สุด หากไม่มีวัตต์ ก็ยากเหลือเกินที่จะควบคุมได้ (ทำได้นะครับแต่ยาก) และเมื่อทำได้ จากจุด A ไปถึง B ท่านก็จะสามารถขี่ได้ความเร็วเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง (อาจฟังดูงงๆ แต่เชื่อเถิดครับว่าขี่คงที่ได้ความเร็วและทำเวลาได้ดีกว่าขี่แบบเร่งๆเบาๆมาก)

ส่วนในระดับการฝึกซ้อม ในเมื่อวัตต์ทำให้เราระบุโซนได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะแบ่งโซนด้วยระบบไหน หรือการเจาะเลือดวัดระดับสารเคมีในร่างกายเทียบกับวัตต์และหัวใจ ทั้งหลายเหล่านี้ทำให้การซ้อมทำได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ซ้อมได้เข้มข้นและมีทิศทางที่ถูกมากขึ้น และแน่นอนว่ามันคือการทำให้จักรยานไปได้เร็วขึ้น เพราะวัตต์เข้ามาช่วยอัพเกรดเครื่องยนต์ของจักรยาน คนแข็งแรงขึ้น ก็คือไปได้เร็วขึ้น


รูปภาพ
วัตต์มีความจำเป็นแค่ไหน?
เป็นอีกคำถาม ผมเชื่อว่ามันมาพ่วงกับเรื่องของราคาค่าตัวที่สูงจนเกิดคำถามเกี่ยวเนื่องกันว่า”คุ้มหรือไม่” คำว่าคุ้มหรือจำเป็นหรือไม่นั้น มันตอบยากเสียเหลือเกินครับ เอาเข้าจริงผมต้องสวนกลับไปตรงๆว่า ไอ้ที่ขี่ๆกันอยู่ อัพกันแก้คันอยู่มันก็ไม่คุ้มและเกินจำเป็นมาไกลโขอยู๋นะครับ แถมด้วยคำว่าคุ้มของแต่ละคนก็แสนจะยากหยั่งถึง เอาเป็นว่าตอบได้แต่เพียงว่า หากเข้าใจอรรถประโยชน์มันแล้วคิดว่ามันช่างล้นพ้นทวี แล้วกำเงินดูมากพอจะจัดได้ ก็เรียกว่าคุ้มและจำเป็นต้องจัดหามา แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา แต่ไม่ร็จะเอามาทำไม ถ้าไม่ได้ติดมาเอาสวยหรูก็ไม่ได้จำเป็นต้องไปมองหามาใส่ให้เสียเวลาหรอกครับ

แต่สิ่งมหัศจรรย์มันมากกว่าแค่ที่กล่าวมา เพราะถ้าถามว่าจำเป็นหรือคุ้มค่านั้น มันต้องมองไปที่ภาคเสริมที่เราได้รับจากวัตต์ด้วยมากกว่า นอกจากค่าวัตต์โดยตรงงและโซนเทียบต่างๆ วัตต์ยังสามารถแปรไปเป็นการคำนวนอัตราความล้าสะสม(TSS : Training Stress Score) หรือปัจจัยความเข้มข้นในการออกแรง (IF : Intensity Factor) ซึ่งนำไปจัดสรรตารางชีวิตต่อได้อีกยาวๆ รวมถึงเอาไว้วางแผนกรอบการซ้อมก็ย่อมได้ แถมเอาวัตต์ต่อหัวใจ เทียบกับสูตรคำนวนสำเร็จรูปของแต่ละสำนัก แต่ละแอพพลิเคชั่น หรือซอฟท์แวร์ ก็สามารถบอกได้เลยว่าวันนี้ไอ้หนุ่มอย่าไปปั่นเลยนะ นอนพักเถอะจะป่วยแล้ว ซึ่งแทบจะไม่มีทางคำนวนออกมาเป็นตัวเลขได้เลยโดยไม่มีเจ้าวัตต์มาร่วมเกี่ยวข้อง และไม่ต้องคิดว่ามันยากลำบากอะไรนะครับ ไม่ต้องมานั่งกดเครื่องคิดเลขเองให้เมื่อยตุ้ม เพราะไปหาซอฟท์แวร์กับแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูปมาลงซะก็จบครับ ยอดฮิตอย่างสตราว่าก็ทำได้ หรือจะใช้ซอฟท์แวร์ลงลึกเฉพาะทางอย่าง WKO4 ก็บอกอะไรได้อุกอิรุงตุงนังไปหมด

หรือจะเอาฟังก์ชั่นเทพๆที่มากับวัตต์บางรุ่นสามารถบอกได้แม้กระทั่งว่าเราออกแรงในแต่ละช่วงรอบวงการปั่นเป็นอย่างไรบ้าง เกิดแรงหน่วงเกินจำเป็นจากรอบขาหรือไม่ บอกได้ลงไปอีกแม้แต่การออกแรงที่ไม่กระทำให้เกิดการขับเคลื่อน(เปลืองแรงโดยใช่เหตุ) เหล่านี้เป็นการพัฒนาค่าวัตต์เพื่อนำไปใช้งานจริงที่ได้ผลลัพธ์ต่อยอดอย่างอัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์การกีฬาในยุคปัจจุบัน ในอนาคตเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าค่าวัตต์นี้จะพัฒนาไปเป็นอะไรได้อีกมาก หนึ่งในนั้นก็คือระบบเกียร์อัตโนมัติที่ช่วยให้ผู้ปั่นออกแรงได้คงที่ต่อเนื่อง โดยระบบเลือกใช้อัตราทดให้เหมาะสมกับเส้นทางเอง


รูปภาพ
ใครบ้างที่น่าจะมีวัตต์?
เป็นอีกประเด็นที่ครุ่นคิด เพราะจากที่อ่านๆมาและในแนวคิดของคนส่วนมาก วัตต์คือสิ่งจำเป็นสำหรับนักกีฬา นักแข่งที่ต้องการซ้อมเท่านั้น แต่สำหรับผม ผมมองวัตต์ออกไปเป็นเครื่องมือวัดเพื่อแสดงผล ดังนั้นหากร็ว่าวัตต์นำไปใช้อะไรได้บ้าง ก็จะพบคำตอบว่าวัตต์เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนทุกคนสามารถปั่นจักรยานได้สนุกขึ้น สิ่งนี้ผมประจักษ์ได้ด้วยตนเองหลังจากที่หยุดไปเป็นปีกลับมาปั่นใหม่ จากเดิมยัดได้ 198 วัตต์ยาวๆ แต่กลับมาปั่นต้องขอประทานโทษเลยครับ 140 วัตต์ก็คางเหลืองแล้ว และจากนั้นเป็นต้นมา ผมกลับปั่นจักรยานได้สนุกยิ่งกว่าเดิม เพราะในวันที่อ่อนแรงประดุจชายน้อยที่ขี่ตามเพื่อนๆก็ไม่ทัน ท้อแท้มองไปสุดสายตาเห็นหลังเพื่อนอยู่ไกลๆไร้ความหวังจะเชื่อมได้ ผมกลับหันมาสนุกกับการไล่ล่าเลขสามหลักอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นขยันออกกำลังกาย จาก 140 วัตต์ ค่อยๆขยับขึ้นมาเรื่อยๆทีละนิด ทีละน้อย มีกำลังใจที่จะออกกำลังได้มากขึ้น จนตอนนี้ก็ยังไม่กลับไปแตะ 190 ได้ดังวันวาน แต่มีความสุขกับการขี่จักรยานไม่น้อยไปกว่าเดิม

เพราะวัตต์บอกความเป็นตัวเรา เรามาขี่จักรยานเพราะอยากสนุกและสุขภาพที่ดี ความเร็ว การมีเพื่อน การตามคนให้ทัน บางครั้งมันไม่ใช่ความแข็งแรงเท่านั้นหรอกครับ มันมีอีกหลายอย่าง มันสนุกสนานนั้นแน่นอน แต่ไม่ได้วัดได้ว่าเราแข็งแกร่งขึ้น แต่บอกได้เลยว่าค่าวัตต์วัดผลของร่างกายได้แน่นอนที่สุด ยิ่งเอามาเทียบกับหัวใจยิ่งบอกสภาพความฟิตของระบบแอโรบิคได้เป็นอย่างดี หรือเอาโดดๆ ดื้อๆ สายกระทืบโลง ลองดูสิครับว่าครั้งที่ท่านกระทืบได้เกินพันวัตต์เป็นครั้งแรกมันน่าจดจำขนาดไหน

สำหรับนักปั่นสายท้าทายความทนทาน กลุ่มอัลตร้าเอนดูแรนซ์ทั้งหลาย วัตต์เป็นเครื่องมือจำกัดขอบเขตุของการออกแรงที่แม่นยำมากจนคาดไม่ถึง ผมได้มีโอกาสสนทนาหารือกับกลุ่มนักปั่นออแด็กซ์ 1200 ซึ่งเกือบทุกท่านลงความเห็นว่าหากมีวัตต์มาช่วยจำกัดไม่ให้ออกแรงหรือเลือกใช้ความเร็วที่เหมาะสม ก็จะขี่ได้ง่ายขึ้น เพราะในอีกนิยามที่ฝรั่งเรียกวัตต์มันคือเครื่องมือบอกเพซของการปั่นที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ถ้าคุณเป็นคนที่อยากจะมีอะไรสักอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ในการปั่นจักรยานของคุณ ถ้าทุกครั้งที่ปั่นควักไมล์มาชื่นชมค่า”เอวี” ดูหลังปั่นเสมอๆ ลองเปลี่ยนมาสนใจเส้นทางวัตต์ดูมั้ยครับ เพราะมันจะทำให้ความท้าทายเปลี่ยนไปได้อย่างสิ้นเชิง วันไหนลมแรงๆมากๆอาจจะปั่นได้ค่าความเร็วไม่สวยไม่หรู แต่พอมาดูวัตต์ที่ทำได้บนช่วงเดิมกลับพบว่าวันนี้ฟอร์มดีมีแรงพลังม้าเข้าสิงกดได้มากกว่าเดิมหลายสิบวัตต์ แค่นี้ก็ทำให้การปั่นสนุกสนานท้าทายขึ้นได้มากแล้วครับ


รูปภาพ
วัตต์แบบไหน วัดแบบไหนดีที่สุด?
ข้อนี้เป็นคำถามจากคนที่กำเงินรอซื้อเสียเป็นส่วนมาก จั่วหัวมาแบบนี้ ผมขอไม่ตอบตรงนี้ครับเพราะว่าคงจะยาวเกินเหมาะสม เอาเป็นว่าอนาคตเรามาเปิดประเด็นนี้กัน ว่าวัตต์ที่วัดแต่ละที่ วิธีการวัดแต่ละแบบ แต่ละรุ่น แต่ละแบบ มีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันอย่างไรบ้าง เปิดใจกันให้กว้างๆครับ ไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนไม่มีจุดด้อย และไม่มีสินค้าไหนที่ไร้ซึ่งจุดเด่นอย่างแน่นอน
รอพบกันเร็วๆนี้ครับ
DSC00320.JPG
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี



Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย irat » 19 เม.ย. 2016, 15:54

สำคัญจนขาดไม่ได้เลยครับ
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย baracudasit » 19 เม.ย. 2016, 17:29

อยากได้ แต่ไม่มีงบ รอไปก่อนยาวๆ

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย DXBicycle » 19 เม.ย. 2016, 19:21

ขอบคุณครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
วันนี้คุณขี่จักรยานแล้วหรือยัง

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย Tdf » 19 เม.ย. 2016, 19:32

ผมมองว่าตัว hardware แต่ละแบบนี่ค่าวัตต์ที่ได้มาต่างกันไม่มากนักต่างกันที่วิธีติดตั้งมากกว่า อยากให้แนะนำวิธีการฝึกซ้อมวิธีการอ่านค่าการแปลความหมายจากโปรแกรมต่างๆจะมีประโยชน์กว่าครับ จะให้ไปหาตำราอ่านเองกว่าจะค้นคว้าได้ก็อาจจะท้อไปเสียก่อน แค่การยกตัวอย่างในบทความข้างต้นแค่นั้นก็ได้รับประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที 3-4 ข้อแล้วครับ

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย saharata » 19 เม.ย. 2016, 20:02

Garmin 520 วัด watt ได้ไหมครับต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมไหมครับ :roll:

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย Takua » 19 เม.ย. 2016, 21:32

เข้าใจเรื่องวัตต์มากขึ้นเลยครับ ถ้ามองความฟิตและทำให้ความสม่ำเสมอในการซ้อมและออกแรงดีขึ้น วัตต์น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้าใช้คู่กับ Heart rate ก็จะทำให้เรารู้พัฒนาการความแข็งแรงของเราได้ดีกว่านะ เช่นตอนเริ่มปั่นใหม่ๆ เราออกแรง 200 วัตต์ ที่ HR 135 แต่พอปั่นไปสัก 2 เดือน เราออกแรง 200 วัตต์ ที่HR 120 เป็นต้นครับ

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย ethylalc » 19 เม.ย. 2016, 22:02

แค่ผมใช้เทรนเนอร์ที่เทพๆหน่อย กับซอฟแวร์พวก Trainerroad, Virtual Trainning ก็ขี้เกียจลงถนนแล้ว
ซ้อมมันอย่างงี้แหละฟิตขึ้นเรื่อยๆไวมาก อาการล้าสะสมน้อยมาก เลือกโปรแกรมที่ TSS แถวๆ 100 ซ้อมมันเกือบทุกวัน
สองอาทิตย์ลงถนนทีอวู้ๆ เห็นผลมากกว่าซ้อม Hr ไปสามเดือนอีก :o :o

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย น้องหนึ่ง » 20 เม.ย. 2016, 00:22

ขอบคุณครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี งานเนี๊ยบ มาดึกๆได้
สอนซ่อมจักรยาน เรียนซ่อมจักรยาน หลักสูตรวันเดียวรู้เรื่อง

www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle

Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย Nong » 20 เม.ย. 2016, 00:40

เดี๋ยวมาช่วยแชร์ผลอีกทีครับ
เยี่ยมเลยครับมีคนมาช่วยๆกัน
บริการจักรยาน หมอบ ภูเขา พับ
เชิญชมที่ https://www.facebook.com/wakeonbike
"Extreme Fitting and Service"
- จักรยาน อะไหล่
- ฟิตติ้ง ให้เข้ากับสรีระ
- ซ่อม เกียร์ ช๊อคอัพ ประกอบย้ายอะไหล่ อัพเกรด

GIANT ZIPP MAVIC SRAM AVID ROCKSHOX Truvativ TOPEAK VELO
Tel 096-8585-869



Re: คำถามที่พบบ่อยที่สุด เกี่ยวกับ “วัตต์”

โพสต์ โดย Ryan_c » 20 เม.ย. 2016, 13:49

เยี่ยมครับ เข้าใจเลย ขอบคุณครับ
-------------------------------------------

It doesn't matter how "far" you can ride a bike.
Just make it
"fun" ride :D


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 29 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน