REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

โพสต์ โดย giro » 05 ม.ค. 2016, 18:16

"เต็ม!"
REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE
รูปภาพ
จากตอนที่แล้วที่เราพรีวิวแกะกล่องกันไปแล้วสำหรับบันไดระดับราคาไม่แรง แต่คุณสมบัติและฟิลลิ่งการใช้งานมันช่างเต็มเสียจริงๆ ลองอ่านให้จบแล้วจะเข้าใจครับว่าคำว่าเต็มของผม มันหมายถึงเต็มอะไร ...
ใครยังไม่เห็นตอนแกะกล่อง ลองย้อนกลับไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ
viewtopic.php?f=60&t=1365453

รูปภาพ
บันไดรุ่นนี้ใช้ระบบแรงตึงในการล็อคด้วยแผ่นคอมโพสิตด้านล่างที่ยันตัวล็อคทางด้านหลังแทนที่จะเป็นสปริงล็อคแบบระบบบันไดอื่นๆทั้งในรุ่นก่อนหน้าของ Look และในระบบของบันไดคู่แข่งเอง จุดประสงค์มีอยู่เพื่อ ทำให้กลไกภายในน้อยลงส่งผลให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิม ที่สำคัญมันทำให้บันไดบางลงกว่าเดิมได้อีกด้วย ได้ทั้งน้ำหนักได้ทั้งความบางขนาดนี้ นับว่าเป็นทางออกในการออกแบบที่น่าสนใจ ซึ่งที่มานี้มาด้วยกลุ่มบันไดในสาย Blade มาก่อนแล้ว แต่ได้นำมาใส่เอาไว้เป็นทางออกของรุ่นระดับกลางอย่างตระกูล KEO2MAX ด้วยนั่นเอง
รูปภาพ
ด้านน้ำหนัก
บันได KEO2MAX BLADE มีน้ำหนักชั่งจริงต่อข้าง 125g จากกระทู้เก่าจะเห็นได้ว่ามันมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเริ่มต้นของยี่ห้อนี้สองข้างรวมๆกันราวครึ่งขีด และทำน้ำหนักได้เบาลงกว่าบันไดสายเดียวกันของเดิมข้างละประมาณ 10 กรัม แต่เพื่อให้เห็นภาพกว้างๆได้มากขึ้น ลองไปเทียบน้ำหนักดูกับบันไดต่างๆนะครับ

190g KEO BLADE
190g KEO Carbon Ti
240g KEO2MAX Carbon
250g KEO2MAX BLADE
270g KEO2MAX
278g Shimano PD7810
304g Shimano PDR600
310g Welgo RC-713 Cr-Mo
340g Shimano PDR540

จากลิสท์รายการน้ำหนักที่ยกตัวอย่างมาจะพบว่า KEO2MAX BLADE (ตัวที่ได้มาเป็นแกนโครโมฯธรรมดา)ไม่ได้เ)็นบันไดที่เน้นเบามากเมื่อเทียบกับรายการอื่นๆ แต่ถ้าเทียบในกลุ่มเสป็คตัวบอดี้เดียวกัน และแกนวัสดุเดียวกันจะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนระบบแรงตึงช่วยลดน้ำหนักลงไปได้อีกพอสมควรเลยทีเดียว น้ำหนักทำได้เบากว่าบันไดระดับรุ่นท็อปของค่ายคู่แข่งเสียอีก ดูแบบนี้อาจจะรู็สึกว่ามันไม่ได้ต่างกันมากจากสายพันูุ์ก่อนหน้าอย่างตระกูล KEO และ KEO2MAX เราต้องมาดูให้ลึกถึงข้างในครับ

รูปภาพ
ระบบแกนภายใน
KEO2MAX BLADE ตัวนี้ใช้โครงสร้างด้านนอกเป็นวัสดุคอมโพสิทตามปกติของรุ่นนี้(ถ้ารุ่นสูงกว่าก็จะเป็นบอดี้คาร์บอนทั้งหมด) แกนภายในเป็นแกนโครโมลี่ ซึ่งก็คือเหล็กอัลลอยโครโมลิบดินั่ม ใช่แล้วครับมันคือวัสดุไม่ต่างจากเฟรมโครโมฯที่เรารู้จักกันดี ส่วนหนึ่งก็เพราะการทำราคาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงลิ่วจนเกินไป และอย่าลืมนะครับว่าถ้าอยากจัดให้หนัก เอาให้จบ มีตัวเลือกรุ่นพี่อย่าง BLADE II ที่มาเต็มในเสป็คคาร์บอนแกนไทเทเนียมที่น้ำหนักสองข้างไม่ถึงสองขีดให้เล่นกัน
รูปภาพ
ระบบหมุนภายในใช้ระบบหมุนเป็นลูกปืนแบริ่ง 2 ตลับ และปลายเป็นลูกปืนแบบเข็มหรือนีดเดิ้ลแบริ่ง เทียบกับบรรพบุรุษอย่าง KEO2MAX เดิมที่เป็น ลูกปืนตลับ 2 ชุดกับปลายเป็นแหวนบูสชิ่งธรรมดา นับว่าเหนือชั้นกว่ามาก คงไม่ต้องอธิบายก็น่าจะเข้าใจได้ว่าระบบหมุนจะดีกว่าเดิม และรองรับแรงกระทำได้มากกว่าเดิม
รูปภาพ
ทางด้านระบบซีลกันนั้น เดิมบันได LOOK ใช้ระบบกันน้ำเป็นเกลียวหมุนปิดพลาสติคธรรมดา พอมาเป็น KEO2MAX BLADE มีระบบปิดที่แน่นหนามากขึ้นเยอะ แม้ว่าจะไม่ถึงกับสนิทแน่นหนาเหมือนค่ายคู่แข่งจากญี่ปุ่นที่แทบจะกันน้ำเข้าตลอดฃีวิต แต่ KEO2MAX BLADE สามารถถอดมาดูแลง่ายๆด้วยหกเหลี่ยมเบอร์ 3 และ เบอร์ 8 กับมีดคัทเตอร์หนึ่งอันมาเกี่ยวเอาซีลยางออก ต่อให้น้ำเข้าไปจากการใช้งานหรือล้างรถ เจ้าของก็รื้อออกมาทำความสะอาดและอัดจาระบีใหม่ได้เองโดยไม่ต้องถึงมือหมอก็ได้

คุณสมบัติสองประการนี้... จะเห็นว่าแม้ว่า KEO2MAX BLADE จะเพิ่มลูกปืนเข็มมาข้างละอัน และซีลยางช่วยกันนั้นเพิ่มจากของเก่า แต่น้ำหนักโดยรวมก็ยังเบากว่าญาติผู้พี่ที่ออกมาก่อนหลายปีได้ ทั้งหมดนี้ยกประโยชน์ให้กับระบบการสร้างแรงตึงด้วยแผ่นคอมโพสิทข้างล่างแทนสปริงนั่นเอง



แรงตึงของระบบล็อค
บันไดเสือหมอบโดยปกติจะล็อคด้วยระบบสปริงโลหะ ทั้งแบบที่ปรับความตึงได้และไม่ได้ ซึ่งมีความแน่นของสปริงสูงสุดแตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่น แน่นอนครับ รุ่นยิ่งสูงสปริงก็จะยิ่งตึงมากขึ้นเกิดแรงต้านที่ทำให้ล็อคได้แน่นขึ้น เพราะการออกแบบใช้ตรรกะง่ายๆว่า นักปั่นระดับขาแรง ใช้รุ่นบนๆย่อมมีแรงมากกว่าจึงต้องสร้างแรงตึงมากกว่า และ KEO2MAX BLADE ก็เช่นเดียวกัน เพราะตัวคอมโพสิทแรงตึงมีให้ใส่ได้ 2 แรงตึงคือ 8 และ 12 นิวตัน (ตัวที่ผมทดสอบคือ 12 นิวตัน) ถ้าเทียบกับรุ่นพี่อย่าง BLADE II ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 12, 16 และ 20 นิวตัน ถือว่าเป็นแรงต้านระดับกลางๆ (8 นิวตันถือว่าล็อคเบา เหมาะสำหรับมือใหม่หัดใส่คลีทเลย) ส่วนตัวผมมองว่า 12 และ 16 นิวตันนั้นกำลังเหมาะกับการใช้งาน ส่วน 20 นิวตัน ต้องเป็นสปรินท์เตอร์และพวกรถลู่เน้นแรงโหดๆถึงจะเต็มที่ ลำพังแรงคนธรรมดาๆ นักปั่นสมัครเล่น กระชาก 12 หรือ 16 นิวตันคงยากจะหลุดออกมาคาเท้าได้ (ถ้าบันไดหรือคลีทไม่สึกเกินไป)
รูปภาพ

แต่จุดเด่นที่เหนือยิ่งกว่า ที่เป็นที่มาของคำว่า "เต็ม" คือ รูปทรงบันไดที่เปลี่ยนไป
พื้นที่การเหยียบ
look 01.jpg

พื้นที่แผ่นโลหะ(แสตนเลส) ที่เป็น"แป้นเหยียบ" ของ KEO2MAX BLADE มีพื้นที่ 400 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งเพิ่มมาจาก KO2MAX เดิมและอยู๋ตรงกลางระหว่าง KEO2MAX กับ BLADE 2 รุ่นใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่สัมผัสของแผ่นโลหะที่มากถึง 700 ตารางมิลลิเมตร (เกือบสองเท่าเลย) ดูแล้วช่างเด็กน้อยเสียเหลือเกิน ทำไมถึงเรียกมันว่า "เต็ม" เพราะอะไรลองเทียบกับภาพนี้ครับ
look 02.jpg

ตัวซ้ายคือ BLADE รุ่นแรก มีพื้นที่เหยียบเท่ากับ KEO2MAX BLADE เลย ถ้าคิดง่ายๆ มันก็คือการถอดเอารูปทรงของ BLADE มาใส่นั่นแหละครับ (เพราะคอนเซ็ปเค้าก็คือการเอามารวมร่างกัน) แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจนคือความสูงของแนวการเหยียบที่ลดลงถึง 1.7 มม. จาก KEO2MAX เดิม (จาก 15.7 มม. เหลือ 14 มม.) มันดีอย่างไร? ต้องเข้าใจกันก่อนครับว่าบันไดยิ่งเตี้ย แบน ติดกับแกนบันไดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งแรงกดลงไปได้หนักแน่นมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นบันไดจึงพยายามทำตัวเองให้แบนราบใกล้แนวแกนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

ทดลองใช้งานจริง
เอาล่ะครับ ต่ง LOOK แบบผม ถึงจะเคยใช้บันไดค่ายญี่ปุ่น (และแบรนด์อื่นๆมา) แต่สุดท้าย ชีวิตจบลงที่ค่ายีน้มานานหลายปี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆไม่หาเรื่องไปขี่บันไดอื่นๆ แต่ผมจะไม่บอกนะครับว่ามันดีกว่าในเรื่องการใช้งานทั่วไป เพราะแต่ละคนก็ชินกับฟิลลิ่งการใส่และปลดที่ต่างกัน เราจะไม่เอามาพูดถึง จะขอเทียบกับเฉพาะในสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้น
สำหรับ KEO2MAX BLADE ฟิลลิ่งแรกที่วางเท้าลงไปและกดล็อค รู้สึกทันทีเลยว่าการล็อคทำได้ "เฉียบคม" กว่าเดิม มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างระบบสปริงและระบบแผ่นแรงตึงด้านใต้ สปริงเมื่อเรากดเท้าลงไปมันง้างสปริงออกแล้วเด้งกลับมาล็อค ถ้าเราปรับให้แข็งมากขึ้น ก็ต้องออกแรงกดมากขึ้น แต่สำหรับ KEO2MAX BLADE เทียบกับแรงต้านล็อคที่พอๆกัน สามารถวางเท้าลงไปได้ง่ายขึ้น ดันนิดเดียวก็ล็อคได้เลย แปลว่าตอนใส่เข้าทำได้ง่ายขึ้น คิดง่ายๆมันน่าจะเหมือนรู้สึก "แข็ง" ขึ้นกว่าเดิมครับ และนั่นรวมถึงตอนออกด้วย ถ้าเป็นบันไดระบบเดิม ยิ่งตั้งให้แน่นเท่าไหร่ ตอนออกยิ่งต้องใช้แรงบิดออกมากขึ้น แต่ระบบใหม่ ตอนออกก็ออกแรงนิดเดียวก็หลุดแล้ว ทั้งที่การล็อคทำได้แน่นดี ใครที่กลัวบันไดล็อคแน่นแล้วดึงออกยาก ต้องหันมาสนใจระบบนี้เลยครับ

ทางด้านสรรพคุณความกว้าง ผมใช้เทียบกันตั้งแต่ KEO CLASSIC และ KEO2MAX ที่ในยุคนั้นก็รู้สึกต่างกันอย่างมากแล้ว มาถึงขั้น KEO2MAX BLADE ยิ่งต่างกันออกไปอีก แต่มันน่าแปลกตรงที่ กลับไม่รู้สึกต่างมากจาก BLADE 2 ทั้งที่พื้นที่แผ่นโลหะต่างกันเกือบๆสองเท่า อาจเป็นเพราะแม้พื้นที่จะต่างกันเกือบ 2 เท่าแต่ความกว้างจริงๆของแป้นเหยียบต่างกันแค่นิดเดียว พื้นที่ที่เพิ่มมายื่นออกไปทางด้านหน้าและหลังมากกว่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลมากกับการออกแรงลงไป ไม่เหมือนกับที่ KEO CLASSIC ทรงเดิมแคบและยาว กลับเปลี่ยนมาเป็นกว้างแป้นแบบ KEO2MAX ดังนั้นพอออกแรงย่ำลงไปมันรู้สึก "เต็ม" ได้ดีกว่าเดิมเยอะครับ สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือความแบนของบันไดที่แบนเตี้ยลงไปอีกเกือบ 2 มม. อันนี้เห็นผลชัดเจน (ต้องปรับเบาะลงมาเลย) และยิ่งทำให้การะกระทืบ กระทั้น ออกแรงบด เบียด มันเต็มกว่าเดิมมาก จุดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ส่งผลถึงความต่างมากกว่า

เอาล่ะครับ เรามาสรุปกันดีกว่าว่า LOOK KEO2MAX BLADE หลังการทดลองใช้งานจริงเป็นอย่างไรบ้าง
ข้อดี
1.น้ำหนักเบาในระดับราคากลางๆ
น้ำหนักไม่ใช่จุดเด่น ราคาก็ไม่ใช่สิ่งที่เด่น แต่ ราคาต่อน้ำหนักที่ได้นี่สิครับคือจุดเด่น ลองหาค่าตัวดูแล้วเทียบกับน้ำหนัก ถ้าอยากเบากว่านี้ราคาก็เปลี่ยนไปไม่น้อย ถ้าเทียบกับคู่แข่งที่ราคาแข่งขันกันก็ถือว่าเบากว่า
2.ระบบแกนภายในพัฒนาไปจากรุ่นก่อน
ระบบแบริ่งด้านในเปลี่ยนไปพอสมควร มีระบบซีลยางเข้ามาเพิ่ม แน่นอนว่าทำให้อายุการใช้งานทนนานขึ้นเยอะ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดอ่อนสำคัญของบันไดค่ายนี้ก็ว่าได้ รุ่นนี้ได้พัฒนาแก้ปัญหานี้ได้ดีขึ้นมาก
3.การดูแลรักษาง่ายมาก
เครื่องมือพื้นฐาน หกเหลี่ยม 2 ตัว กับคัทเตอร์ ไม่ใช่เครื่องมือที่แปลกหรือลำบากอะไรเลย นักปั่นส่วนมากก็มักจะมีติดบ้านเอาไว้อยู่แล้ว สามารถถอดมาล้าง ทำความสะอาดและบำรุงได้เองโดยไม่ต้องไปหาช่างให้เสียเวลา สละเวลาครั้งละ 10 นาที ปีละ 2 ครั้ง เพียงเท่านี้บันไดก็จะอยู่ไปได้อีกนานแสนนานแล้วครับ
4.เป็นตัวเลือกตรงกลางที่กำลังดีในด้านการรองรับแรง
เพราะราคามันอยู่กลางๆ การออกแบบก็อยู่ตอบโจทย์กลางๆ ดังนั้นคุณสมบัติต่างๆก็เหมาะสำหรับการใช้งานตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งบอกได้เลยว่าแทบไม่จำเป็นต้องตะกายไปหารุ่นสูง ใช่ว่าทุ่มเงินลงไปอีกเพื่อเล่นรุ่นสูงๆจะรู็สึกถึงความต่างได้มากนัก เอาส่วนต่างดังกล่าวไปใช้กับส่วนอื่นๆน่าจะได้อะไรกลับมามากกว่าครับ
5.ระบบแรงต้านในการล็อค
อย่างที่อธิบายฟิลลิ่งในการใช้งานครับ มันล็อคได้แน่น แต่กลับใส่ได้ง่ายและปลดได้ง่ายกว่าระบบสปริง ใครกลัวกระชากฉุกเฉินยาก บอกเลยว่าตัวนี้ปลดฉูกเฉินง่ายมาก เพราะเมื่อบิดออกนอกองศาของการล็อค ตัวแรงต้านจะเหมือนดันคลีทออกมาให้ด้วย ต่างจากระบบสปริงที่พอง้างมากๆมันก็รู้สึกหนึบๆหน่วง ไม่ต้านแน่นเท่าแผ่นคอมโพสิทที่ยิ่งง้างยิ่งแข็ง

ข้อด้อย
1.มันกลางหมดทุดอย่าง
ใช่ครับ แม้ว่าจะพอดีกับสัดส่วนราคาการตลาดของมันเอง แต่การที่บันไดนี้ออกมากลางไปหมด ทำให้ตัดสินใจเล่นมันยาก คนไทยชอบทำอะไร"จบๆ" เพิ่มเงินอีกหลักพันไปจัดของสูงไปเลย จะมาอัพที่ละนิดๆกับของแบบนี้มันคาใจใช่มั้ยครับ
2.แกนภายในยังสู้ค่ายคู่แข่งไม่ได้
ค่ายคู่แข่งใช้ลูกปืนเม็ดที่สามารถถอดมาล้างเป็นเม็ดๆได้โดยไม่ต้องแกะซีลแบริ่งผตลับปิด)ออก เพราะแนวคิดคนละอย่างกัน แถมซีลด้านนอกของค่ายคู่แข่งยังปิดได้แน่นหนามาก ดังนั้นว่ากันด้วยเรื่องอายุล้วนๆเชื่อได้ว่าวัดกันจริงคงทนน้ำสู้กันไม่ได้แน่ครับ (แต่ก็แก้ปัญหาด้วยการบำรุงรักษาเองได้ง่ายมาแทนนะ อย่าเพิ่งตกใจ)
3.ตัวบอดี้และลวดลายทำให้ดูเก่าได้ง่าย
บันไดเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ว่าจะถนอมอย่างไร มันก็เก่าครับ ทั้งด้านบนและด้านล่าง โดนเท้า โดนรองเท้า เศษฝุ่น กรวด หินติดคลีท โดนพื้น ไม่นับล้มแล้วกระแทก ไถลไปกับถนน วัสดุของ LOOK ทุกรุ่น และการทำลวดลายพร้อมจะเก่าได้ตลอดเวลา รร่องรอยต่างๆ เห็นได้ง่ายทั้งสีขาวและดำ ลายพิมพ์สกรีนบนบันไดลอกง่าย ถลอกง่ายเช่นกัน ถึงมันจะไม่เสียไม่พัง แต่ก็ดูไม่ใหม่ ขายต่อทีบาดใจเหลือเกิน

บันได [b]KEO2MAX BLADE เหมาะกับใคร[/b]
อันดับแรกคุณต้องรู้จักการเลือกของใช้ที่พอดี พอเหมาะกับ ตีโจทย์ใช้งานให้แตก ถ้าไม่จำเป็นต้องไปเล่นของสูง ก็จับในระดับนี้ ราคาีน้ ได้หลายๆอย่างมาเกินคุ้มครับเมื่อเทียบกับคู่แข่งด้วยกัน ถ้ากำลังมองหาบันไดมาอัพเกรดรถ แล้วได้ความต่าง แต่ไม่แหงนมองหารุ่นท็อปแล้วอยากให้มันคุ้มๆ ผมมองว่า KEO2MAX BLADE เป็นทางออกที่น่าพอใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นติ่ง LOOK หรือติ่งค่ายญี่ปุ่น ลองมองดูตัวเลือกในตลาดดีๆก็จะเห็นว่า สรรพคุณแบบนี้ น้ำหนักแบบนี้ ระบบกลไกแบบนี้ ในราคานี้ด้วย .... มันแทบไม่มีคู่แข่งเลย
รูปภาพ
มาดู Alberto Contador ปั่นในไทยกัน

website www.cyclinghubthailand.com
facebook www.facebook.com/cyclinghubthailand

Re: REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

โพสต์ โดย BOYA » 05 ม.ค. 2016, 20:38

ขอบคุณสำหรับบทความครับ
อ่านแล้วชักอยากลอง look เลยทีเดียว

Re: REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

โพสต์ โดย ว่าวต้องลม » 06 ม.ค. 2016, 07:34

ขอบคุณครับ
งานพิมพ์ด่วน รอรับได้เลยยยยยยยย บริการรับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด http://www.thaiutsaha.com


Re: REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

โพสต์ โดย Number8 » 07 ม.ค. 2016, 04:25

ใช้มาตลอด ยี่ห้อนี้ ยังไงๆ เค้าก็ทำออกมายี่ห้อแรกของโลก
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์

Re: REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

โพสต์ โดย Permkiat » 08 ม.ค. 2016, 17:01

เสริมนิดนึงครับ สำหรับท่านที่จะถอดแกน มาซ่อมบำรุง
บันไดซ้าย น๊อตล็อค แกนเกลียวซ้ายน่ะครับ ซ้ายแน่น ขวาคลาย
บันไดขวา น๊อตล็อค แกนเกลียวขวาครับ ขวาแน่น ซ้ายคลาย

แล้วน๊อตล๊อคแกน ก็เหมือนกันครับ ควรจะ มาร์คสีไว้ ว่าข้างไหน
เพราะเกลียว M5 ดูยากมากครับว่า ซ้าย หรือ ขวาถ้าไม่ชำนาญจริงๆ
ถ้าเกิดแกะพร้อมกันแล้วลืม สลับกันหมุนเข้าไป งานเข้าทันทีครับ
มุ่งมั่น ฝึกซ้อม อัพของ


Re: REVIEW บันไดเสือหมอบ Look KEO2MAX BLADE "เต็ม!"

โพสต์ โดย Niran Msng » 30 ก.ค. 2019, 15:14

Pinned
Duan[ด่วน]
Mid School BMX - Super Randonneur 2016 2017 - 1000BRM SVB-TRAT - 1400LRM Bkk-Phare-Bkk
SKYWAY RACING>>HARO MASTER>>HARO GROUP 1b >>HARO THREAD COMP>>NSbikes CLASH JUNIOR>>NSbikes holy one>>VooDoo HooDoo>>COLNAGO CX ZERO ALU>>CINELLI BOOTLEG HOBO


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 16 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน