ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย giro » 26 ต.ค. 2015, 17:03

V-Brake เสือหมอบ
_MG_9178.jpg

วีเบรคอาจไม่ใช่สิ่งที่พบได้ปกติในจักรยานเสือหมอบโดยทั่วไป แต่มีเสือหมอบหลายๆรุ่นทั้งเสือหมอบปกติและจักรยานเสือหมอบแบบไทม์ไทรอัล เลือกใช้ระบบเบรคในลักษณะของ"วีเบรค" หรือเบรคที่พบได้มากในเสือภูเขา เนื่องจากสามารถซ่อนเบรคทั้งสองข้างได้ขนาดเล็ก หลบอยู่หลังเฟรมเพื่อสร้างให้เกิดความแอโร่ฯได้มากขึ้นตามความต้องการของการออกแบบ ซึ่งพบได้ในรถหลายๆยี่ห้อ หลายๆรุ่นอาทิเช่น Giant ,Ridley, BMC, Specialized ซึ่งระบบเบรคอาจเหมือนหรือต่างในแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ แต่โดยรวมแล้วกลไกการทำงานคล้ายๆกัน
v03.jpg

ปัญหาที่พบมากนอกจากวิธีการตั้งเบรคที่อาจไม่คุ้นมือสำหรับนักปั่นหมอบที่ไม่เคยผ่านวีเบรคเสือภูเขามาก่อน สิ่งที่พบต่อมาก็คือปัญหาของการคืนตัวของก้ามเบรค โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้เบรคแบบ mini V-Brake ของยี่ห้อ TRP ซึ่งเป็นแบรนด์เชี่ยวชาญอุปกรณ์เบรคเสือภูเขาและไซโคลครอสที่มาผลิตเบรคเสือหมอบแบบเล็กพิเศษให้กับตลาดรถแอโร่ฯ(และไทม์ไทรอัลบางรุ่น) ปัญหาโลกแตกนี้สร้างความราคาญใจและกลายเป็นจุดด้อยของรถรุ่นดังกล่าวไม่มากก็น้อย แต่ปัญหาทั้งหมดแก้ได้ง่ายๆด้วยกระบวนการดูแลรักษาที่ใช้เครื่องมือไม่กี่ชนิด ทำได้ด้วยตนเอง
v02.jpg

เอาล่ะครับ ปัญหาหลักของเบรคตระกูลนี้ก็คือ ค่าความแข็งของสปริงที่ทำหน้าที่ดันก้ามเบรคให้คืนตัวที่อาจไม่มากพอ ประกอบกับระบบหมุนของก้ามเบรคที่เป็นแกนหมุนในลักษณะของบูสซิ่งสัมผัสโดยตรงแทนที่จะเป็นระบบหมุนแบบแบริ่ง (มีเบรคบางรุ่นและบางยี่ห้อใช้แบริ่ง ซึ่งลดปัญหานี้ไปได้เยอะ แต่ก็ต้องการการดูแลรักษาเช่นกัน) เมื่อใช้ไปนานๆ คราบสิ่งสกปรกที่มาจากถนน ฝนตก เศษฝุ่นเล็กๆเข้าไปขสางการหมุนภายในแกนหมุนดังกล่าว ก็เป็นต้นเหตุให้สปริงที่อ่อนแรงอยู๋แล้วในบางรุ่นไม่สามารถดันให้เบรคคืนตัวมาได้ ผู้ใช้หลายๆท่านก็มาขันน็อตเร่งแรงตึงเข้าไปเรื่อยๆ จนมีกรณีไขจนสุดแล้วก็ยังไม่คืนตัว และส่งผลต่ออายุการใช้งานระยะยาวของสปริงด้วยในที่สุด
v01.jpg

หากเล็งเห็นถึงต้นตอของปัญหาดังกล่าว การแก้ไขที่ทำได้ก็คือ การถอดก้ามเบรคออกมาทำความสะอาดระบบหมุนภายใน และแน่นอนครัว่าการดูแลรักษานี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือช่างร้านจักรยานก็ขปิดคดีได้ไม่ยาก อุปกรณ์จำเป็นมีแค่เครื่องมือชื่างนิดหน่อย อุปกรณ์การดูแลรักษาและฝีมือระดับเบสิคก็สามารถทำเองได้แล้ว ผมไม่ใช่คนเก่งเรื่องกลไกการซ่อมบำรุงนัก แต่รื้อเล่นครั้งสองครั้งก็ทำได้ไม่ยากเย็น ที่สำคัญ เราจะเข้าใจระบบเบรคของเราอีกเยอะ เมื่อเกิดปัญหาแก้ได้ง่ายขึ้นมาก
_MG_9184.jpg

เครื่องมือทีทใช้ในครั้งนี้
-ชุดเครื่องมือหกเหลี่ยม ผมไม่ระบุขนาดครับเพราะแต่ละรุ่น แต่ละแบบก็มีขนาดต่างๆกันไป แต่ขนาดมาตรฐานไม่เกินเครื่องมือที่หาซื้อได้ทั่วไปแน่นอน
-น้ำยาล้างคราบหล่อลื่น สำหรับล้างคราบสกปรกและกำจัดคราบหล่อลื่นเก่า ผมเลือกใช้ JOE's BIO-Degreaser น้ำยาล้างคราบแบบชีวะซึ่งมีกลิ่นไม่แรง ไม่กัดมือ แถมใช้ง่ายๆมาในแพ็คแบบหัวฉีดหรือเทก็ได้
-จาระบีหล่อลื่น ผมเลือกใช้แบบสีขาวปกติ ไม่ได้เลือกแบบลื่นพิเศษหรือเหนียวสุดขีด จุดนี้คิดว่าเอาแบบลื่นทนดีมาลง(แต่แพง)ก็น่าจะไม่ค่อยเหมาะ มันเป็นระบบเปิดครับยังไงๆใช้ๆไปก็ต้องไม่รอดฝุ่นและน้ำ เอาถูกๆมาลงก็คงได้แต่เหนียวหนืดหนึบหนับอาจจะกลายเป็นจับฝุ่นไปแทน เอากลางๆหาได้ตามร้านขายเครื่องมือช่างชนิดหลอดสีขาวๆนี่แหละครับ
-ผ้าขี้ริ้ว เอนกประสงค์ทั้งรอง เช็ด ชัด ถู
ขั้นตอนการลงมือ
*ตัวอย่างนี้เป็นเบรค TRP ของเฟรม Giant Propel Advanced SL ปี 2014 แต่เบรคเป็นของรุ่นปี 2015 ยี่ห้ออื่น/รุ่นอื่น อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างไปในแต่ละเจ้า
_MG_9145.jpg

1.ถอดเบรคออกจากเฟรม
ขั้นตอนก็ไม่ยากครับ จัดการถอดสายเบรคออกจากตัวเบรคด้วยการคลายน็อตยึด ถ้ามีปลอกปิดปลายสายก็เอาออกซะ (ในขั้นตอนนี้ก็แตกต่างกันครับ บางรุ่นเอาสายออกได้ไม่ต้องเอาปลอกออก) เมื่อถอดระบบสายออกจากเบรคแล้ว กก็ทำการขันน็อตยึดเบรคออกมาเลย เพียงเท่านี้ก็จะถอดเบรคทั้งสองข้างออกมาได้อย่างง่ายดาย การไขน็อตก็ง่ายที่สุดแล้วครับ ไขตามเข็มนาฬิกาเป็นการเข้า เราต้องการไขออกดังนั้นเราต้องไขทวนเข็มนาฬิกา
_MG_9152.jpg

ก้ามเบรคที่ถูกถอดออกมาขากเฟรม
2.รือชิ้นส่วนเบรคในแต่ละข้าง
จัดการรื้อชิ้นส่วนได้เลยครับ เบรคแต่ละรุ่นก็จะมีรายละเอียดชิ้นส่วนต่างๆกัน แต่ไอเดียคร่าวๆก็เป็นสลักเข้าล็อคกันในแต่ละชิ้นเท่านั้น สิ่งสำคัญคือสปริงและปลอกแกนหมุนที่เราต้องการทำความสะอาด ถ้าต้องการทำความสะอาดให้สุดๆ(ไหนๆก็รื้อ) อาจถอดฝักเบรคออกมาด้วยเลยก็ได้ แต่ถึงไม่ถอดก็ทำได้ครับ แค่อย่าเอาน้ำยาลางไปฉีดใส่ผ้าเบรคก็พอ
_MG_9153.jpg

ส่วนประกอบของก้ามเบรคที่จริงๆแล้วมีไม่กี่ส่วน และทุกส่วนแยกจากกันได้ง่ายๆไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลย
_MG_9154.jpg

แยกชิ้นส่วนออกมาหลักๆที่เราต้องทำความสะอาดก็มีอยู๋เท่านี้แหละครับ
_MG_9176.jpg

ชิ้นนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องล้างคราบให้สะอาด
3.ล้างทำความสะอาดชิ้นส่วน
ในขั้นตอนที่สองคงรับรู้ได้แล้วว่าชิ้นส่วนที่ไม่คิดว่ามันจะสกปรกได้ มันเต็มไปด้วยเศษฝุ่น ทรายเล็กๆมากมาย ลองจับขยับดูจะมีเสียงกรอบๆแรกๆให้ได้ยิน นั่นแหละครับ นอกจากทำให้การหมุนทำได้ไม่ดี ยังก่อให้เกิดการสึกหรอของเบรคของเราด้วย ดังนั้นเมื่อแยกออกมาแล้วจัดการล้างให้เอี่ยม กรณีนี้บางชิ้นผมใช้ JOE's BIO-Degreaser ฉีดใส่ตรงๆ ทิ้งไว้ซักพักแล้วเช็ดออกไปเลย บางชิ้นบางจุด ผมฉีดใส่ผ้าขี้ริ้วแล้วเช็ดทำความสะอาด
_MG_9147.jpg

ฉีด JOE's BIO-Degreaser ใส่ผ้าขี้ริ้วเพื่อนำไปเช็ดชิ้นส่วนต่างๆ
_MG_9150.jpg

เช็ดทำความสะอาดจุดยึดก้ามเบรคและภายในรูใส่น็อตยึดก้ามเบรคด้วยผ้าหมาดน้ำยาล้างคราบสกปรก
_MG_9177.jpg

ส่วนนี้คือส่วนที่มีคราบสกปรกและฝุ่นต่างๆเกาะเยอะมาก ฉีดอัดลงไปและเช็ดออกเลยครับ
4.ทำความสะอาดระบบหมุนให้แน่ใจว่าไม่มีเศษอะไรอยู่อีก
ทำไมต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบ De-greaser? ง่ายๆครับ คราบจาระบีเก่า หรือฝุ่นที่เบียดติดกับชิ้นส่วนบางอย่างล้างไม่ออกด้วยน้ำเปล่า หรือแม้แต่น้ำยา De-greaser ที่ขายๆตามร้านเครื่องมือช่างทั่วไป หรือเหม็นติดมือ ติดชิ้นส่วนไปอีกหลายวันก็มี ดังนั้นน้ำยาล้างคราบที่ดีช่วยให้งานง่ายขึ้นมาก จัดการล้าง ขัด และเช็ดทุกซอกทุกมุมให้หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปลอกบูสซิ่งและแกนสวมหมุนที่เป็นจุดสำคัญ
_MG_9162.jpg

ในร่องงและรูต่างๆที่ต้องสัมผัสระบบหมุน ใช้น้ำยาล้างฉีดเข้าไปแล้วเอาผ้าแทงเข้าไปเช็ดให้สะอาด
5.ทดสอบประกอบและลองหมุนดู
ลองประกบชิ้นส่วนเบรคเข้าด้วยกัน และหมุนขยับส่วนต่างๆ ต้องลื่นดีไม่มีเสียงกรอบๆแกรบๆของเศษฝุ่นผง ไม่สะดุดหรือมีจุดฝืดขัดจากคราบสกปรกติดแน่น ไม่ต้องประกอบกลับเข้าไปในครับ แค่ตรวจสอบว่าสะอาดหมดจดหรือยัง เพราะขั้นตอนต่อไปเราต้องใส่จารบีในส่วนต่างๆ ทั้งช่วยหล่อลื่นและป้องกันความชื้นในจุดหมุนก่อนประกอบกลับเข้าไป
_MG_9170.jpg

ลองประกอบแล้วหมุนส่วนต่างๆดูว่ามีเสียงหรืออาการสะดุดหรือไม่
6.ใส่จารบีหล่อลื่นในจุดต่างๆ
ป้ายจารบีตามจุดต่างๆแบบพอดีๆ เพราะใส่เยอะไปกะให้ลื่นหัวแตก มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรครับ เมื่อประกอบกลับ ส่วนเกินก็จะถูกดันออกมาเอ่อล้นเยิ้มอยู๋บนเบรค ต้องมาเช็ดออกอยู่ดี ถ้าไม่เช็ดส่วนที่เยิ้มเกินมา จารบีเยิ้มๆนี่แหละครับจะกลายเป็นตัวจับฝุ่นไปเสียเองนั่นแหละ ยิ่งร้ายมากกว่าดีเสียด้วยซ้ำ จะมาก น้อย กี่จุด ก็อยู๋ที่ชิ้นส่วนเบรคของแต่ละท่าน
_MG_9163.jpg

ป้ายจารบีนิดๆหน่อยๆเพียงเท่านี้ก็พอจะป้ายได้ครบทุกส่วนของเบรคชิ้นหนึ่งแล้ว
_MG_9165.jpg

ป้ายและเกลี่ยจารบีให้ทั่ว จากนั้นประกอบเข้าด้วยกันขยับให้จารบีเคลือบชิ้นส่วน ส่วนที่เกินมาก็เช็ดออกอย่าให้พอกติดเป็นก้อน
7.ประกอบเบรคกลับเข้าที่เดิม
ขั้นตอนสุดท้าย ประกิบชิ้นส่วนทุกอย่างกลับสู่ที่เดิม ผมแนะนำให้ทำทีละข้างครับ รื้อทีละข้าง ทำที่ละด้าน จะได้มีต้นแบบดูว่าต้องประกอบกลับเข้าไปอย่างไร ถ้าคล่องๆแล้วจะทำทั้งหมดพร้อมกัน ล้างพร้อมกัน 4 ชิ้น (ซ้าย/ขวา,หน้า/หลัง) ก็ได้ สำหรับมือใหม่ๆ ย้ำครับว่าที่ละชิ้นปลอดภัยที่สุด การประกอบก็ต้องดูว่าแต่ละค่าย แต่ละรุ่นและยี่ห้อมีรายละเอียดต่างกันบ้างหรือไม่ บางค่ายมีระบุถึงทอร์คที่ต้องใช้ ทางที่ดีก็ควรใช้ประแจปอนด์(ที่ได้มาตรฐาน) หรือต้องจำความแน่นของน็อตที่ต้องขันเข้าไปให้ดีๆนะครับ ไม่เช่นนั้นอาจหลวมเกินไป หรือแน่นจนทำความเสียหายให้กับชิ้นส่วน อันนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ
_MG_9173.jpg

เมื่อประกอบเสร็จ ทำการปรับตั้งสปริงสองข้างดูว่าการหมุนของก้ามเบรคทำได้ดี ราบเรียบและลื่นหรือไม่ ถ้าล้างมาสะอาดดีแน่นอนครับว่าจะหมุนได้ลื่นดีไม่มีเสียงกรอบๆแกรบๆให้ได้ยิน และถ้าสังเกตุดีๆจะพบว่าเราไม่ต้องดันสปริงให้แข็งมากเท่าเดิมอีก เบรคก็จะคืนตัวดีแล้ว ถือเป็นการเสร็จสิ้นการทำความสะอาด ต่อไปก็คือส่วนของการตั้งวีเบรคให้เป๊ะเป็นอันสมบูรณ์ ซึ่งผมก็จะฝากทริคตั้งเบรคคร่าวๆไว้สำหรับท่านที่สนใจเริ่มหัดทำด้วยตนเอง
_MG_9179.jpg

-สปริงสองข้างควรมีแรงตึงที่พอๆกันมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเบรคจะตรง เอียง หรือคืนตัวดีหรือไม่อยู่ที่สปริงนี่แหละครับ เริ่มจากแรงตึงน้อยๆให้เท่าๆกันแล้วค่อยๆเร่งเข้าไป อย่าใจร้อนตั้งแข็งไว้ก่อนค่อยคลาย สุดท้ายอาจจะกลายเป็นต้องเร่งจนสุดเหมือนเดิม
-เมื่อสปริงสองข้างแข็งมือเท่าๆกันเป็นที่พอใจแล้ว ติดตั้งสายเบรคกลับเข้าที่เดิม ปรับให้ได้ระยะตามที่ต้องการ ไม่ต้องห่วงเลยครับ วเบรคถ้าสปริงเท่ากัน ตั้งอย่างไรก็กลางแน่ ลองหมั่นบีบเบรคเรื่อยๆ หมุนล้อดู สังเกตุว่าเบรคคืนตัวดีเท่ากันหรือไม่ คืนมาแล้วอยู่ตรงกลางหรือไม่
-หากข้างซ้ายคืนตัวดีแต่ข้างขวาไม่คืนตัวแปลว่าสปริงข้างซ้ายแข็งเกินไป เราสามารถช่วยได้ด้วยการคลายสปริงซ้ายหรือเ่งสปริงขวา หรือทำทั้งสองอย่าง เพื่อให้แรงดึงสองข้างเท่ากัน เบรคบางรุ่นมีตัวเร่งปรับสายเคเบิลมาให้เมื่อได้สมดุลย์แล้วก็ปรับระยะชิด-ห่างให้ถูกใจอีกครั้งหนึ่ง

เป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ท่านจะได้เบรคที่ลื่น และทำงานได้ดีทั้งสองข้าง ไม่ติดขอบล้อให้รำคาญใจกลับมาเหมือนสมัยออกรถใหม่ๆอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นหมั่นสังเกตุการทำงานของเบรคว่าทำงานได้ดีหรือไม่ ถ้ามีอาการคืนตัวไม่เท่ากันก็ปรับสปริงที่ก้ามเบรคทั้งสองข้างใหม่ จนรู็สึกว่าสปริงชักจะถูกตั้งจนตึงมือมากๆแล้วเป็นนิมิตรหมายเหมาะควรแก่การถอดมาล้างใหม่อีกครั้ง เพราะอย่าลืมนะครับว่ามันอยู่ในตำแหน่งที่โดนน้ำเ็มๆไม่ว่าจากการขี่ตากฝนหรือล้างรถ แถมยังโดนโคลนโดนเศษดินเต็มๆจากล้อที่ดีดขึ้นมา อย่าไปคาดฝันว่ามันจะอยู่ยั้งยืนยงคงคู่ชาวสยามแบบไม่ต้องทำอะไร ถ้าเป็นแบริ่งก็โชคดีหน่อยอยู่ได้นาน แต่ถ้าเป็นระบบบูสซิ่งไม่ว่ารุ่นไหนๆก็ต้องทำใจครับ ส่วนตัวผมมองว่าปีละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่าน แต่ละพื้นที่ หากฝุ่นเยอะก็อาจไปไวหน่อยแม้ไม่โดนน้ำ หากตากฝนบ่อยๆแม้ไม่โดนฝุ่นก็ไปไวเช่นกัน จอดไว้ไม่ขี่เลย พอเอาไปขี่ก็ฝืดอีกเพราะจารบีมันหายไปหมดแล้วฝุ่นทรายละเอียดเข้าไปง่ายกว่าเดิมอีก

วีเบรคไม่ใช่อะไรที่ลำบากครับ ค่อยๆทำก็ได้ง่ายๆ



โลกสวยได้ด้วยมือเราเอง
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี


Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย Kan- » 26 ต.ค. 2015, 17:45

:D :D :D
ทำงานเห็นแก่หน้า...!จะต้องตามแก้ปัญหาไม่รู้จบ...!

บันทึก VDO การปั่นของผมครับ http://goo.gl/DCNt3D


Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย ลิงกังปั่นหมอบ » 26 ต.ค. 2015, 19:23

โอ้ย อยากเก่งแบบคุณ giro จัง แต่ที่บ้านเครื่องมือมันไม่เคยพร้อม เวร!!! + กับไม่มีหนูทดลอง (ซึ่งก็คือไม่มีประสบการณ์นั้นแล...)

พูดง่าย ๆ ป๊อด กลัวทำพังครับ!!! 555+

อย่างที่บอกครับว่าผมมีทักษะทางด้านช่าง ต่ำมาก ... รื้อเบรค ไม่ยากเท่าที่คิดครับ ง่ายกว่าตั้งเกียร์เยอะมากๆๆๆ ต้องการหกเหลี่ยมไม่กี่ขนาด ตัวล้างทำความสะอาด และจารบีเท่านั้นจริงๆครับ
อันนี้เป็นชุดเครื่องมือชุดใหญ่ จริงๆผมใช้ชุดเล็กๆ ชุดละไม่กี่ร้อยซื้อตามห้างโลตัสทั่วไป ก็ครอบคลุมงานนี้ได้แล้วครับ
แต่อันนี้ถ่ายลงให้ดูกัน เลยใช้ชุดหล่อๆดูมืออาชีพหน่อย อิอิ

ทำครั้งที่ 3 ในชีวิต เบื้องหลังคือผมก็นั่ง งงๆ ว่าประกอบยังไงนะ ลืมแล้ว ปีนึงทำ 2 ครั้งเองครับ รับรองว่าพอทำครบ 4 อัน คล่องแน่นอน ... ผ่านไปอีก 6 เดือนก็ลืมแล้วมางมใหม่ *นี่คือความต่างระหว่างช่างอาชีพกับคนทำเอง
บางทีเรารู้ว่าจะทำอย่างไรบ้าง แต่เราไม่ชำนาญ เพราะนานๆทำที

ครั้งแรกที่ผมทำเองเพราะเบรคมันฝืดแล้ว ร้านคิวยาว ช่างไม่ว่าง เอาละเว้ย อ่านคู่มือที่มากับรถแล้วลงมือลุยมันเลย
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน

ภาพประจำตัวสมาชิก
aum047
Facebook
085-9023377 เบอร์เดียว

Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย aum047 » 26 ต.ค. 2015, 19:53

ขอบคุณมากครับ
Strong pig.
เรา.....จะเป็นหมูที่แข็งแรง :lol:


Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย jo_giant1 » 27 ต.ค. 2015, 11:35

ขอบคุณอย่างสูงครับคุณGiro
เบรค Propel ของผมเริ่มมีปัญหาแล้วครับกำเบรคแล้วปล่อย
แต่ตัวเบรคฝืืดไม่ง้างออก ยังสีกับขอบล้อ ถ้าทำตามขั้นตอนที่คุณแนะนำ คิดว่าน่าจะหายครับ

...... ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีดีครับผม .......
:D :D :D

************************************

แรงไม่มี ปั่นไม่ไว ตามใครๆไม่ค่อยทัน
แต่. ..... ไม่เคยหันหลังกลับ
"เมื่อคิด ต้องถึง"

..... jo_giant ^ ^ .....

*************************************

ภาพประจำตัวสมาชิก
aum047
Facebook
085-9023377 เบอร์เดียว

Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย aum047 » 27 ต.ค. 2015, 12:31

ขอถามเพิ่มเติมครับ รูที่ใช้ร้อยสายเบรคตามรูปปรกติใช้รูไหนครับ ใช้ของ Fouriers

ตอนประกอบมาจากร้าน ร้านใส่รูด้านซ้ายมาให้ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้รูด้านขวาเพื่อให้ก้ามเบรคอ้าได้มากขึ้น (ใช้Zipp404)
รู้สึกว่าแบบเดิมมันชิดล้อมากเกินไปครับ

ขอบคุณครับ
แนบไฟล์
DJRwrx.jpg
Strong pig.
เรา.....จะเป็นหมูที่แข็งแรง :lol:


Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย giro » 27 ต.ค. 2015, 14:52

aum047 เขียน:ขอถามเพิ่มเติมครับ รูที่ใช้ร้อยสายเบรคตามรูปปรกติใช้รูไหนครับ ใช้ของ Fouriers

ตอนประกอบมาจากร้าน ร้านใส่รูด้านซ้ายมาให้ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้รูด้านขวาเพื่อให้ก้ามเบรคอ้าได้มากขึ้น (ใช้Zipp404)
รู้สึกว่าแบบเดิมมันชิดล้อมากเกินไปครับ

ขอบคุณครับ


ใช้อันไหนก็ได้ครับ ที่ความกว้างรับกับขอบล้อได้ ทั้งเบรคของ TRP ตัวใหม่และยี่ห้ออื่นๆ รุ่นใหม่ๆสามารถรองรับขอบล้อได้หลากหลายขึ้น แก้ปัญหาตัวเดิมที่ไม่รองรับความกว้างขอบ ยกเว้น*บางรุ่นที่ใหม่มากๆถึงขนาดยังไม่ออกขาย ที่เป็นวีเบรค(พิเศษ) ก็ไม่สามารถปรับได้ ปรับได้ด้วยการคลายน็อตยึดสายเบรคแล้วรัดใหม่เท่านั้น

สำหรับคนที่มีล้อขอบอ้วนผอมหลายขนาด เรื่องนี้ค่อนข้างจำเป็นและกวนใจมากถ้าต้องคอยทำทุกครั้งที่เปลี่ยนล้อ แถมระบบเบรคของ Propel มีตัวปรับตึงสายที่ปรับละเอียดความกว้างเบรคได้อีก นับว่าตอบโจทย์ได้ดีแล้วล่ะครับ
กรณีเบรค Fourrier ตัวท็อปที่เป็นแบริ่งนั้น หมุนลื่นกว่าบูสซิ่งของ TRP เยอะมาก ทำให้ไม่คอ่ยมีปัญหาเรือ่งเบรคฝืดนติดขอบล้อ ราคาก็ต่างกันพอควร และหาซื้อไม่ง่ายครับ

แต่พอถอดมาดูแลได้แบบนี้ ผมก็หมดปัญหากับวีเบรคแบบนี้แล้ว ที่เหลืออยู่ที่ความขยันในการทำและความละเอยดในการปรับตั้ง
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี

Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย zzromeozz » 27 ต.ค. 2015, 22:47

ขอบคุณมากครับ
==> จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ พรีเมี่ยมเกรด ตราดินดี

NR30 ภาควิชาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

"นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา"
Gratitude is a mark of a righteous person.
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี

Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย stl » 28 ต.ค. 2015, 13:24

ถ้าไม่มี JOE's BIO-Degreaser
สามารถใช้นํ้ายาพื้นๆที่ติดบ้านได้ไหมครับ พวกนํ้ายาชักแห้งไรงี้ ที่ใช้ล้างโซ่ ไม่รู้ว่าใช้แทนล้างเช็ดคราบฝักเบรคหมอบ ได้ด้วยหรือไม่

Re: ง่ายๆทำได้ด้วยตัวเอง วิธีการดูแลรักษาวีเบรคเสือหมอบ

โพสต์ โดย giro » 28 ต.ค. 2015, 14:43

stl เขียน:ถ้าไม่มี JOE's BIO-Degreaser
สามารถใช้นํ้ายาพื้นๆที่ติดบ้านได้ไหมครับ พวกนํ้ายาชักแห้งไรงี้ ที่ใช้ล้างโซ่ ไม่รู้ว่าใช้แทนล้างเช็ดคราบฝักเบรคหมอบ ได้ด้วยหรือไม่


จริงๆ de-greaser อื่นๆใช้ได้หมดครับ ซื้อหาได้ตามร้านวัสดุก่อสร้าง ถ้าเอาแบบหน้าตาดูดี เป็นกระป๋องฉีดก็ในโฮมโปรหรือร้านอุปกรณ์แต่งบ้านใหญ่ๆก็มี ราคาถูกแพงก็เลือกเอาตามสะดวกใจ อย่างพวก sonax, wd40 พวกนี้ก็มีความเป็น de-greaser ครับจริงๆสองตัวนี้มันอยู่ในหมวดน้ำยาเอนกประสงค์ ที่ทำหน้าทีทั้งล้างและหล่อลื่นในตัวเอง สำหรับ sonax ผมไม่ค่อยสนับสนุนเพราะคุณภาพการล้างก็ไม่ได้ดีมาก การหล่อลื่นก็ไม่ดี WD40 ทำหน้าที่ได้ดีกว่า แต่พอฉีดเสร็จแล้วเช็ดออกให้หมดก่อนประกอบ ต้องใส่จารบีด้วยอยู่ดีเพราะลำพังการหล่อลื่นของพวกนี้เอาไม่อยู่ครับ (ผมรู็สึกว่ามันล้างดีกว่าลื่น บางสำนักให้ใช้ WD40 ฉีดล้างโซ่และเฟืองเลย แล้วล้างน้ำก่อนหยอดโซ่ใหม่)

น้ำมันก๊าดคือตัวทำละลายสุดยอดครับ เอามาล้างในงานนี้ได้เช่นกัน ถูกด้วย แต่เหม็นและติดไฟได้ ล้างหมดแล้วก็ล้างน้ำเช็ดแห้งก่อนใส่จารบีและประกอบกลับเช่นกัน

ถ้าเอาในบ้านจริงๆ แปรงขัดกับผงซักฟอกเอาอยู๋ครับ ผมเคยล้างโซ่จักรยานที่เขรอะกว่านี้เยอะด้วยผงซักฟอกและแปรงขัด จนสะอาดเอี่ยมได้ ไม่เสียเงินด้วย แต่เสียเวลาหน่อยเพราะนั่งขัดกันเงกเลยกว่าจะถูกใจ ในงานนี้ก็เอาอยู่ได้เช่นกันแต่น่าจะใช้เวลามากกว่าการล้างด้วย de-greaser ครับ ข้อดีคือล้างน้ำ เช็ดแห้งใส่จารบีต่อได้เลยเพราะตัวมันเองไม่ทำละลายสารหล่อลื่น ไอ้ที่ออกจริงๆเพราะแรงขัดมากกว่า ตัวผงซักฟอกไปลดการยึดเกาะเฉยๆ (ออกด้วยแรงนั่นแหละครับ)

ด้วยเหตุผลทั้งปวง ... ขวดเดียว ใช้ได้ทุกงานในจักรยาน ... ผมจึงใช้เจ้า JOE's นี่ครับ แถมไม่เหม็น ไม่กัดมือด้วย ทำในห้องแอร์ก็ไม่ทรมานชีวิต ขวดเดียวคุ้มค่าในหลายๆด้านเลยเลือกใช้ครับ
แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่คุ้มราคา และหาซื้อไม่ได้จริงๆ ผมว่า WD40 เป็นทางออกที่ดีครับ ผมเคยใช้ de-greaser ยี่ห้อหนึ่งในร้านแต่งบ้านขนาดใหญ่ ที่เขียนว่า super เลยด้วย ฉีดแล้วไม่ออกหมด ต้องมานั่งขัดๆถูๆอยู่อีกเหมือนเดิม ดีตรงมันระเหยได้ไม่เหลือเกาะ พอแห้งก็ระเหยหายไปหมด ทดลองป้ายจารบีไม่มีผลกับมัน แต่ด้วยเพราะระเหยนี่แหละ วางแล้วฉีดกะให้มันกัดล้างออกแล้วเช็ด ยังไม่ทันสะอาดก็ระเหยหมดก่อน ฉีดใส่ผ้าแล้วเช็ดก็ระเหยไปก่อนสะอาด สรุปว่า ... เปลือง

น้ำมันก๊าด เคยใช้ล้างโซ่ โดนไล่ให้ไปทำนอกบ้านไกลๆครับ มันเหม็น แถมทำแล้วกลิ่นติดมืออีกครึ่งวัน ล้างออกสะอาด จักรยานก็ยังมีกลิ่นน้ำมันก๊าด ถูกจริงแต่ไปๆมาๆก็ไม่สะดวก ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องนี้ รอนสันขวดเล็ก ช่วยท่านได้ ไปยันเบนซิน ล้างได้ทั้งนั้นครับ (แกสโซฮอล ไบโอดีเซล อียี่สิบ ผมว่าน่าจะใช้ได้เช่นกัน)
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 40 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน