Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย jojoserie » 06 ส.ค. 2015, 00:55

ผมได้รีวิวไว้ใน Pantip รอบนึงแล้ว http://pantip.com/topic/33976159 ขอเอามาแชร์กันใน ThaiMTB บ้านหลักของผมหลังนี้อีกรอบครับ


ปรึกษาพี่ๆในบอร์ดอยู่หลายครั้ง เกี่ยวกับจักรยานเสือหมอบคาร์บอนหรือโครโมลี่ แบบไหนจะปั่นนุ่มและปั่นออกทริปทั้งวันได้ดีกว่ากัน

มีความเชื่อมานานเรื่องโครโมลี่นุ่มกว่าคาร์บอน ไม่ว่าถามใครๆ ส่วนใหญ่ก็จะแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าโครโมลี่มีภาษีดีกว่า

ในขณะที่ตัวผมเองก็เป็นคนที่มีความศรัทธาในเฟรมโครโมลี่ในโดยตลอด จักรยานทุกคันของผมเป็นโครโมลี่ทั้งหมด

แต่เนื่องจากปัญหาต่างๆที่ผมต้องเจอกับการใช้เฟรมโครโมลี่ อาจเป็นเพราะผมอยู่ภาคใต้จึงโดนทั้งไอเกลือและความชื้นในอากาศ จึงมีปัญหาเรื่องสนิมตลอด และเรื่องความหนักซึ่งคงไม่มีผลการจักรยานทั่วริ่งทางไกล แต่ตอนนี้ผมกำลังมองหาจักรยานสำหรับปั่นวันเดียวหรือทัวริ่งเบาๆ 6-7 วัน
จึงเริ่มเกิดคำถามว่า คันต่อไปควรเป็นโครโมลี่เกรดสูงสำหรับซิ่งหรือหมอบคาร์บอนแนวนุ่มๆสำหรับปั่นทางไกลดี?

หลังจากคิดทบไป-ทบมา หลายรอบ ประกอบการกระแสคาร์บอนสายปั่นไกลปั่นทนที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย รวมทั้ง Gravel Road Bike ที่เกิดขึ้นใหม่
ก็เลยเป็นข้อสรุปที่จะลองอะไรใหม่ๆบ้าง จึงเป็นที่มาของ GT Grade Carbon 105 คันนี้ครับ

รูปภาพ

ถามว่าทำไมต้อง GT Grade Carbon?



จริงๆแล้วผมใช้ไซโครครอสมาก่อน ซึ่งมักจะพบข้อด้อยเช่นฐานล้อสั้นเลี๊ยวง่ายแต่ไม่สเถียร, ท่อบนสั้นยกล้อง่าย แต่เวลาขึ้นเนินชันๆหน้าจะไม่นิ่ง, BBสูงเวลาต้องเลี๊ยวหรือขยับทิศทางจะรู้สึกโยนๆมากกว่าปกติ ทั้งหมดนี้เหมาะกับการแข่งขันไซโครครอส แต่ยังไม่เหมาะสำหรับการปั่นเดินทางไกล

จนกระทั่งคำว่า Gravel Bike เริ่มเข้ามายังตลาดจักรยาน โดยเฉพาะ GT Grade ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเขาสร้าง Gravel Bike และรางวัล Best debut of the year 2015 จากนิตยสาร Cycling Plus ทำให้ผมหันมามอง GT Grade หลายๆครั้ง ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเมื่อสินค้าเริ่มเข้าไทย แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเนื่องจากเพิ่งงอกทัวริ่งนีโอวินเทจไปคันหนึ่งจากค่าย Velo Orange แต่การเอาจักรยานทัวริ่งมาปั่นออกกำลังกายระยะสั้นๆ 1-2 ชั่วโมง มันมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน โดยภาพรวมคือมันทำให้ผมไม่สามารถออกแรงได้เต็มที่ ปั่นเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยสักที พุงก็ออกมาเรื่อยๆ >.<

รูปภาพ

เมื่อหลายๆอย่างเริ่มพร้อมและการใช้ทัวริ่งปั่นออกกำลังกายเนิบๆมันกวนใจผมถึงขีดสุด ผมก็เริ่มกลับมาศึกษาหาตัวเลือกอีกครั้ง

จากการอยู่ในวงการจักรยานมาหลายปี และสังเกตตัวเองมาตลอดทำให้ผมรู้สไตล์การปั่นของตัวเองอยู่ประมาณหนึ่งแล้ว

1. ผมคิดว่าผมชอบปั่นทางวิบาก - - - - > แต่จริงๆแล้วผมปอดแหกเวลาเจอทางวิบากจริงๆ ความสามารถด้านการทรงตัวผมก็ห่วย ตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้ยังขี่จักรยานยกล้อไม่ได้เลย แม้จะอยากมีเสือภูเขาสักคัน แต่เอาจริงๆผมก็ไม่พอใจที่ต้องเอาเสือภูเขามาบดถนนเล่นให้เปลืองพลังงานหรอก ถ้าปั่นยาวๆทางลูกรังให้พอรู้สึกว่ากำลังผจญภัยไปในดินแดนใหม่ๆ อันนี้พอจะมีหวัง
2. ผมโคตรกลัวการลื่นแฉลบล้มของเสือหมอบ - - - -> แม้ว่าผมจะชอบปั่นเรื่อยๆบนถนน แต่ภาพนักปั่นเสือหมอบเทโค้ง เทกระจาด ลงไปนอนวัดพื้นเป็นภาพที่ผมหวาดกลัวมากทีเดียว อาจเพราะผมเห็นว่ามันมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว โดยเฉพาะเมืองไทย ที่มักมีกรวดและเศษขยะต่างๆปรากฎตามท้องถนน ดังนั้นจักรยานเสือหมอบจ๋าๆ ไปอันตกไปเพราะต่อให้ชอบความเร็วแค่ไหน แต่เสือหมอบกับยางสลิค 23-25mm ไม่ใช่แนวทางที่ผมสนใจนัก
3. ผมชอบปั่นไกลๆ ได้มองโลกในแนวผ่ากลางตลอดแนว โดยมีจักรยานไปตัวนำผมท่องไป ผมเป็นนักปั่นแนวเรื่อยๆ มียิงบ้างให้เหนื่อย เหนื่อยก็เนิบๆ หายเหนื่อยก็ยิงอีก ดังนั้นจักรยานที่เหมาะกับผมควรสร้างมาเพื่อปั่นบนถนนเป็นหลัก
4. ไซโครครอส? อย่างที่กล่าวมาว่าผมเคยปั่นมาแล้ว เอาจริงๆผมพอใจมันมาก ในช่วงแรกๆผมศึกษาไซโครครอสเป็นหลายเลยด้วยซ้ำ ตัวเลือกแรกๆของผมคือ Cinelli zydeco กับ BMC Cross machine CX01 แต่ก็รู้ว่าลึกๆมันไม่จบ โดยเฉพาะเมื่อเล็งตัวสูงๆ มันก็พัฒนามาเพื่อแข่งขันไซโครครอสมากกว่าจะสร้างมาให้ปั่นทางไกลลุยๆแบบที่เราต้องการ ไซโครครอสปั่นแข่งกันไม่กี่ชัวโมง ความเร็วก็ไม่มากนักแต่เน้นเทคนิคและทักษะมากกว่า ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่ตรงกับที่ผมต้องการเท่าไรนัก ในขณะที่ Gravel Bike ตามคำอธิบายมันตรงกับจริตผมทุกประการ "สำหรับขี่ทางไกล ปั่นได้บนถนนลูกรัง"

รูปภาพ

ณ จุดๆนี้ GT Grade Carbon วิ่งเข้ามาในสายตาผมทันที จากที่เคยดูคลิปผ่านๆเมื่อหลายเดือนก่อน จนเกิดคำถามว่ามันใช่สิ่งที่เราต้องการรึเปล่าวะ?

เนื่องจากในคลิปค่อนข้างแสดงลีลาที่ผาดโผน มีปั่นข้ามคูน้ำให้คนดูหวาดเสียวนิดๆ, มีการกระโดดลงเนินเล็กหรือการยกล้อโชว์ จนทำให้ผมคิดไปในช่วงแรกว่าองศาอาจจะเหมาะกับการเปลี่ยนทิศที่ฉับไว ซึ่งนั่นหมายความว่ามันจะเสียความสเถียรจากการทรงตัวที่ความเร็วสูงไป แต่ในที่สุดผมก็รู้ตัวว่าผมกังวลมากเกินไป

จริงอยู่ว่าคลิปมักต้องแสดงให้คนชมเห็นถึงศักยภาพสูงสุดที่รถทำได้ แม้ว่าจริงๆแล้วผู้ใช้งานจริงจะไม่มีร่างกายที่ทำได้อย่างผู้สาธิตในคลิปก็ตาม

เช่นสเปกระบุว่า GT Grade Carbon สามารถรับแรงกระแทกได้จากความสูงไม่เกิน 30cm เราก็จะเห็นว่าในคลิปทั้งหมด จะเจอฉากการกระโดดข้ามเนินเล็กๆหรือขอบทางอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อสังเกตจะพบว่าไม่มีการกระโดดครั้งไหนที่สูงเกิน 30cm นอกจากนั้นจะเห็นว่ามีการปั่นออกจากถนนไปขึ้นเนินข้างๆที่ขรุขระอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่มีการเอาไปกระแทกกับอะไร เป็นเพียงการดึงความรู้สึกของคนดูให้มองว่ามันผาดโผนว่ะ ก็ถือว่าเป็นน้ำจิ้มที่ดี ทำให้ผมกระชุ่มกระชวย แม้จะรู้ว่าโดยส่วนตัว ผมไม่มีทางทำได้แบบในคลิปอยู่แล้ว

รูปภาพรูปจากhttp://i.ytimg.com/vi/u6MvBJ-pkQo/maxresdefault.jpg

ในช่วงแรกผมมองว่า มันคือไซโครครอสที่เปลี่ยนชื่อเพื่อการค้า (ผมอ่านจากบอร์ดต่างๆ พบว่าหลายๆคนจากทั่วโลกก็บ่นในลักษณะเดียวกัน)หลังจากศึกษา Geometry ผมก็ยิ่งพบหลายสิ่งที่น่าสนใจ ว่ามันไม่ใช่ไซโครครอสโดยสิ้นเชิง ขออธิบายให้เข้าใจไม่ยากว่า
1. การออกแบบจุดรับแรงต่างๆ มีการคำนึงถึงความนุ่ม ตรงนี้ไซโครครอสไม่ต้องการความนุ่ม เพราะในการแข่งขันนักแข่งยอมทนต่อความเจ็บปวดเพื่อให้จักรยานสติฟ เมื่ออ่านจากเว็บบอร์ดต่างๆจะรู้เลยว่าไซโครครอสไม่ใช่จักรยานที่สร้างมาให้นุ่ม (ยกเว้นรุ่นกลายพันธุ์ที่ทำออกมาเป้นจักรยานอเนกประสงค์)
2. หางหลังที่ยาวกว่าปกติ แม้จะไม่ยาวเท่าทัวริ่งพันธุ์แท้ แต่หางหลังที่ยาวกว่าไซโครครอสและหมอบปกติ เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ Gravel Bike มีความเสถียรเพิ่มขึ้น
3. ท่อคอขนาดใหญ่ สำหรับรับแรงกระแทกและองศาตะเกียบที่ให้ค่า Trail สูงกว่าไซโครครอส ซึ่งจะมีผลต่อความนุ่มที่เพิ่มขึ้น แต่ก็น่าจะทำให้ย้วยเพิ่มขึ้น
4. แฮนด์แบบ Dirt แสดงให้เห็นว่า GT Grade มาในแนวทางของ Salsa Fargo มากกว่าจะเป็นไซโครครอส

รูปภาพ

จากข้อมูลด้านองศา ทำให้มีแนวโน้มที่ GT Grade Carbon จะมีศักยภาพที่ตรงกับความต้องการของผม และเนื่องจากผมมาสนใจเจ้า GT Grade Carbon หลังจากเปิดตัวมา 6-7 เดือน ทำให้ผมสามารถตามไปอ่านความรู้สึกของผู้ใช้งานจากทั่วโลกได้ค่อนข้างมาก ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือผู้ที่รักในแบรนด์ GT อยู่เป็นทุนเดิม, ผู้ที่สนใจ Gravel Bike, และผู้ที่สนใจด้านความคุ้มค่า(ชอบของถูกคุณภาพดี)

ซึ่งจากผลการอ่านความเห็นทั้งหมดของผม พบว่ามีคนชื่นชมเยอะมาก (เอาจริงๆผมยังหาคนที่ด่าไม่เจอนะ) อาจจะมีคอมเม้นท์เรื่องอุปกรณ์ที่มากับรถ แต่ผมมองว่าส่วนนั้นเราปรับแต่งได้ถ้าไม่ชอบจริงๆ

ในส่วนของคำชมนั้น มากที่สุดคือความนิ่มและการทรงตัว รองลงมาคือความคุ้มค่าและรูปร่างที่แปลกตา ซึ่งทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นว่าประสิทธิภาพน่าจะโอเค


รูปภาพ

เมื่อตัดสินใจเรียบร้อยว่า GT Grade Carbon จะเป็นจักรยานคันใหม่ที่ผมเลือกเข้ามาใช้งาน ผมก็ติดต่อร้านจักรยานต่างๆที่รู้จัก แต่ปรากฎว่าไม่มีของครับ!!!

อาจจะเนื่องจากมันเข้ามานานแล้ว และตัวปี 2016 ก็กำลังจะเข้ามาในอีกไม่ช้า จากนั้นผมก็ติดต่อสอบถามพี่ๆในบอร์ด โดยเฉพาะพี่รักมวยไทย ผมขอขอบคุณพี่มากๆครับ ที่ช่วยแนะนำร้านตลอดจนพูดคุยปรึกษาให้คำแนะนำต่างๆ จนสุดท้ายจึงไปจบที่ร้านนครไทยจักรยาน ซึ่งไม่มีของที่ร้านแต่สามารถติดต่อกับดีลเลอร์หลักให้ได้ ซึ่งปรากฏว่ารุ่น Ultegra ไม่มีไซส์ จึงเหลือรุ่น 105 เป็นตัวเลือกเดียว ในตอนแรกผมยังลังเลว่าจะเอารุ่นไหนดี เมื่อหวยออกมาเช่นนี้ก็ทำให้เลือกง่ายขึ้น (เพราะไม่ต้องเลือก) และเฮียเจ้าของร้านก็ลดราคาให้เป็นพิเศษอีก ทำให้ราคาถูกลงได้อีก จึงไม่ยากที่จะตัดสินใจ

ความจริงยังลังเลว่าจะรอ 2016 หรือไม่ แต่จากที่อ่านดูพบว่าสเปกไม่แตกต่างกันนัก จะมีแค่สีที่ต่างไป ผมจึงเลือกปี 2015 ที่ราคาถูกกว่าและยังได้รุ่น 1 ของสายการผลิต ^_^

รูปภาพ

หลังจากนั้นก็นัดแนะ ถามทาง และเดินทางเข้ากทมเพื่อรับรถในวันถัดมาครับ ^_^

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย jojoserie » 06 ส.ค. 2015, 00:55

หลังจากได้รับจักรยานมาเรียบร้อย ผมก็เริ่มทำการทดสอบเลยครับ

และพบประสบการณ์ต่างๆดังนี้ . . .

1. น้ำหนักเยอะครับ ผมเริ่มโครงการจักรยานคาร์บอนเพราะกะว่ามันจะเบา แต่ GT Grade Carbon 105 + บันได XT น้ำหนักขึ้นชั่ง 9.57 Kg ครับ!!!

กล่าวได้ว่าถ้าคุณไม่เตรียมใจมารับกับน้ำหนักขนาดนี้ GT Grade Carbon อาจทำให้คุณเงิบได้ครับ

ดูจากสเปกเฟรมไม่ได้หนักอะไรมากนัก แต่ผมคาดว่าอุปกรณ์แต่ละส่วนไม่ได้ถูกคำนึงด้านการลดน้ำหนักมากนัก ส่วนนี้ถ้าจะลุยต่อให้เบาผมคิดว่ายังต่อยอดได้อีกมากครับ โดยเฉพาะล้อซึ่งหนักเอาการ แต่โดยส่วนตัวผมรับได้นะครับ อย่างที่บอกผมสายปั่นชิว ปกติก็ใช้รถเหล็กหนัก 15kg+ ดังนั้นที่มีตอนนี้ก็โอเคแล้ว รวมทั้งผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เปลี่ยนอุปกรณ์พร่ำเพรื่อ ชิ้นไหนไม่มีผลจริงๆจะไม่เปลี่ยนเพียงเพราะน้ำหนัก

รูปภาพ

2. ฟีลลิ่งในการปั่น แน่น+นุ่มครับ คือไม่รู้ว่าโรงงานเขาทำได้อย่างไร แต่ที่รู้สึกคือมันมีความแข็งของคาร์บอน แต่ได้ความนุ่มของโครโมลี่เข้ามาครับ
รถประกอบแน่น ไม่มีเสียงหรือความรู้สึกว่าก็อกแก็ก เฟรมมีความสติฟดีเยี่ยมครับ ในขณะที่เมื่อต้องกระแทกก็ให้ตัวได้ดั่งโคมโมลี่ ดังนั้นจากทุกคำชมที่อ่านๆมาก่อนซื้อ ผมขอชมเพิ่มไปอีก 1 เสียงครับ ว่า GT Grade คันนี้ปั่นทำความเร็วได้ดีครับเพราะแน่น แต่ความล้าก็น้อยครับเพราะมันนุ่มด้วย

ผมเดาไปว่าคาร์บอนมันทำมาแบบให้แข็งแรงมากกว่าปกติครับ แล้วออกแบบองศาให้นุ่ม มันเลยมาผลให้มันสติฟ แต่พอต้องรับแรงมากๆมันเลยมีช่องในการให้ตัวอยู่ประมาณหนึ่ง

รูปภาพ

3. การเข้าโค้ง ทำได้ดีมากครับ ช่วงแรกรู้สึกว่าหน้าไวเล็กน้อย แต่หลังจากฟิตติ้งแล้ว ผมก็ทำการเปลี่ยนสเตมเป็น 110mm -17องศา เพื่อให้เข้ากับท่อนอนที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับเสือหมอบทั่วไป ซึ่งทำให้ GT Grade Carbon ที่ผมใช้ มีความสามารถในการเลี๊ยวได้ดีมาก ผมคิดว่าเกิดจากท่อนอนที่สั้นและ BB ที่สูงกว่าหมอบเล็กน้อย ทำให้การหักแฮนด์เลี๊ยว แม้กระทั่งกลับรถหรือปั่นเป็นวงกลมทำได้ง่ายและราบรื่นมากๆ

โดยปกติในไซโครครอสจะเลี๊ยวง่ายกว่านี้และล้มง่ายกว่านี้ ส่วนนี้ผมคิดว่าเนื่องจาก BB ไซโครครอสสูงมากกว่านี้เพื่อกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง และหางหลังที่สั้นมาก ในขณะที่ GT Grade Carbon มีหางหลังที่ยาวกว่าปกติ ดังนั้นแม้จะหักแฮนด์เลี๊ยวง่ายแต่ก็ยังมีหางหลังคอยถ่วงดุลให้น้ำหนักไม่เทมาด้านหน้ามากเกินจนเสียหลัก

รูปภาพ

4. ด้านชุดขับเคลื่อน Shimano 105 ทำได้ดีตามเนื้อผ้าครับ เฟืองหลัง 11-32 ให้ระยะที่กว้างมาก อาจจะมีความรู้สึกที่ไม่สมูทเท่าเฟืองหมอบปกติที่เรียงกันชิดกว่านี้ แต่ก็ได้ช่วงความเบาของเกียร์ขึ้นเขาเพิ่มเข้ามา จานหน้าขนาด 52-36 เป็นขนาดที่ทำให้ GT Grade Carbon โดนคนบ่นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ในชีวิตประจำวัน จาน 52 กับเฟือง 11 จึงมากเกินไป รวมถึงตัวผมเองเช่นกัน ผมพบว่าเกียร์หนักสุดที่ผมใช้ ไม่เข้าใกล้เฟืองเล็กสุดแม้แต่น้อย ในขณะที่การไต่เนินแถวๆบ้านผมมันยังขาดช่วงที่ต้องการอีกนิดหน่อย จึงมีโอกาสสูงที่ในอนาคตอันใกล้นี้ผมจะเปลี่ยนจานหน้าเป็น 50-34

รูปภาพ

5. เบรคคือที่สุด ด้วยดิสเบรคน้ำมันกับจาน Rotor 160mm ทำให้การเบรคเนียนมาก การเลียเบรคขณะลงเขาที่ความเร็วสูงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องลุ้น การเบรคขณะเปียกน้ำเป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวล ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหากับการกำเบรคจากตำแหน่งฮูดแล้วเสียกำลังในการเบรค แต่ด้วยพลังของดิสเบรคน้ำมัน ทุกการหยุดล้อสามารถจบได้ด้วยตำแหน่งฮูด โดยใช้แรงน้อยมากเมื่อเทียบกับเบรคประเภทอื่นๆ

รูปภาพ

6. อุปกรณ์ที่มาพร้อมจักรยานต่างๆ
6.1 ล้อ stan's Notube กับดุม Formula จัดว่าคุณภาพน่าพอใจและเพียงพอต่อการใช้งาน ผมคงใช้ล้อชุดนี้อีกนาน โดยเฉพาะกับทางฝุ่น
6.2 ยาง Continental Grandsport Race 700x28 คุณภาพห่วยในสายตาผม ส่วนนี้คงเก็บเป็นยางสำรอง แต่คงไม่ใช่ยางหลัก
6.3 เบาะ Fizik Aliante รางแมกนีเซียม เรื่องเบาะนี่ก้นใครก้นมัน สำหรับผมคงเปลี่ยนให้เร็วที่สุด ข้อดีคือการให้ Fizik มา ทำให้เราขายต่อง่ายในกรณีที่ไม่เข้ากับเรา
6.4 แฮนด์ ทรง Dirt ที่คล้าย Salsa Fargo ให้ความรู้สึกสบายมือและง่ายต่อการควบคุรถในทางขรุขระ อันนี้คงอยู่กับรถที่อีกยาวนาน
6.5 สเตมติดรถเป็น GT 100mm +- ประมาณ 6 อันนี้เปลี่ยนเป็น 3T 110mm -17 degree เป็นที่เรียบร้อย ส่วนนี้โนคอมเม้นท์ เลือกที่ท่านชอบได้เลยครับ
6.6 หลักอาน FSA SLK เป็นอุปกรณ์ส่วนเดียวที่ให้เป็นคาร์บอนมา ซึ่งหน้าตาดูไม่โฉบเฉี่ยวเอาเสียเลย แต่เนื่องจากมันแถมมาและมันไม่ได้ทำผิดอะไร ก็คงอยู่คู่รถไปอีกนานครับ
6.7 แกนล้อหน้าเป็นแบบสอด 15mm อันนี้ค่อนข้างโดนใจผมครับ ส่วนดุมล้อหลัง 135mm แบบปกติซึ่งก็ดีในแง่การหาล้อหมอบมาเปลี่ยน

รูปภาพ

7. ส่วนหนึ่งที่ขอยกมากล่าวแยกคือลักษณะสายเบรคและสายเกียร์ครับ GT Grade เดินสายภายนอก 100% และใช้ปลอกสายตลอดแนว ไม่มีการเปลือยคลอบสายให้เห็นสายเกียร์หรือสายเบรค จุดนี้ผมประทับอย่างมาก จริงอยู่เฟรมซ่อนสายดูเรียบร้อย แต่ผมค่อนข้างกังวลกับการบำรุงรักษาเมื่อผมต้องเดินทางไกล ในขณะที่การร้อยสายด้านนอกมักนิยมเปลือกปลอกสายบางช่วง ซึ่งผมรู้สึกรำคาญกับการดูแลความสะอาดรวมทั้งการเดินสายจากหลายท่อทำให้ง่ายต่อการกระทบกระทั่ง รวมทั้งความไม่สวยงาม จุดนี้ผมชื่นชอบในวิธีของ GT Grade เป็นอย่างมาก ที่รวบทุกสายเดินผ่านท่อล่างไปด้วยกัน ทำให้จักรยานดูดิบๆจากสาย 4 เส้นด้านหน้า แต่ก็ไม่เกะกะสายตาเมื่อถูกร้อยรวมกันผ่านทางด้านล่าง ซึ่งทำให้ไม่รบกานเวลาต้องนำจักรยานขึ้นแบกบนไหล่อีกด้วย

รูปภาพ

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย jojoserie » 06 ส.ค. 2015, 01:00

บทสรุป . . .

จักรยานถูกเปลี่ยนจากพาหนะโดยสารเป็นการแข่งขันมานานมาก ไม่ว่าจะอย่างไรตลาดหลักของจักรยานก็คือจักรยานแข่งขัน
การพยายามบอกตลาดหลักว่า "เราไม่ได้ปั่นไปแข่ง ใช้จักรยานสบายๆก็เพียงพอ" คำพูดนี้หลายโรงงานพยายามมาหลายครั้ง และล้มเหลวทุกครั้งไป เพราะยังไงๆ คนเราก็อยากเร็วกว่าผู้อื่น และสุดท้ายเราก็อยากเร็วกว่าตัวเอง . . . วงการหมอบคาร์บอนจึงไม่กล้าที่จะกระโดดออกจากจุดเดิมของนวัตกรรมคาร์บอนเพื่อแข่งขัน ในขณะที่การปั่นด้วยจุดประสงค์อื่นๆ ถูกจักรยานเทคโนโลยีก่อนหน้ารับส่วนแบ่างการตลาดไปอย่างต่อเนื่อง

โครโมลี่ถูกขายเพื่อเป็นจักรยานท่องเที่ยวและจักรยานเมือง ในขณะที่จักรยานคาร์บอนเพื่อแข่งขันเริ่มถึงจุดชะลอและจักรยานเหล็กเริ่มมีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้น Salsa, Voodoo, Surly, Cromotion, VO, บลาๆๆ โตอย่างช้าๆด้วยความสามารถที่เหล็กมี . . . มีได้เท่านั้น

จึงเป็นจุดที่โลกกำลังจะเกิดคำถาม . . . ว่าเราสามารถดึงเทคโนโลยีของจักรยานคาร์บอน ไปใช้ทำจักรยานอะไรจึงจะเหมาะสมได้อีกบ้าง

ตรงจุดนี้ ผมมองว่า GT เล็งจังหวะได้ดี การพัฒนา GT Grade มา 3 ปี เพื่อทำคลอดในเวลานี้ เป็นเรื่องที่ถูกที่และถูกเวลา

รูปภาพ

GT Grade Carbon เป็นไลน์ผลิตใหม่ของ GT ซึ่งผลิตภัณฑ์เดิมโดดเด่นในด้านรถผาดโผนและMTB

การกระโดดเข้ามาในวงการเสือหมอบอีกครั้ง ด้วยการหอบหิ้วความรู้ด้าน Dirt road มานำเสนอสิ่งที่เสือหมอบสามารถเป็นได้ ในด้านอื่นนอกจากการปั่นแข่งความเร็วบนถนนลาดยาง เป็นเรื่องที่ชี้ให้เห็นว่า GT วางแผนมาได้ดี รู้ว่าตนเองมีอะไร รู้ว่าตอนนี้โลกนี้มีอะไร และมองออกว่าต่อไปคนต้องการอะไร

และที่น่าชื่นชมคือ GT ทำออกมาได้ดีจริงๆ สำหรับหมอบที่ทำมาเพื่อลุยทางฝุ่น จริงอยู่ว่าโฆษณาอาจดูโลดโผนไปมาก แต่เมื่อพิจรณาตามชนิดที่ GT ผลิตนั้น GT Grade อยู่ในระดับ 2 เท่านั้นจากสภาพถนน 5 ระดับ นั้นคือ ถนนเรียบและถนนลูกรัง จึงกล่าวได้ว่าแท้จริงแล้ว GT Grade คือเสือหมอบที่สร้างมาให้รับการปั่นถนนลูกรัง ด้วยความเร็วสูงแบบหมอบ จาน52/36 เฟือง 11-32 ยางสลิค 700x28 เป็นเครื่องยืนยันที่ดีว่า GT Grade ถูกสร้างมาโดยคำนึงถึงการทำความเร็ว ซึ่งนั้นนั่นเท่ากับ Gravel bike จะมีความสามารถคนละแนวกับ Adventure Touring bike อย่างสิ้นเชิง

รูปภาพ

การควบคุมรถคือหัวใจหลักของการตัดสินว่ารถเหมาะกับลักษณะถนนหรือไม่ ซึ่ง GT Grade ทำการบ้านมาดี องศาหมอบทำความเร็วได้ดี โดยมีท่อนอนและ BB ที่ปรับไปให้เข้าโค้งหรือเบนทิศทางเพื่อหลบสิ่งกีดขวางได้ง่าย โดยการเพิ่มหางหลังให้ยาวขึ้นเพื่อถ่วงน้ำหนักให้ทรงตัวอยู่ได้

รูปภาพ

ประเภทวัสดุที่นำมาประกอบเป็นจักรยาน รวมทั้งการออกแบบองศาต่างๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ GT Grade Carbon พุ่งเข้าชนความขรุขระอย่างเช่นที่ MTB ถูกออกแบบมา แต่ GT Grade carbon คือจักรยานที่ทำความเร็วเพื่อควบผ่านพื้นผิวที่ขรุขระด้วยความเร็วสูง เพื่อไปให้ถึงจุดหมายด้วยประสิทธิภาพที่หมอบสามารถมีได้

เราจะรับรู้ถึงสภาพพื้นได้ทั้งหมด เพราะ GT Grade ไม่มีโช๊ค เราไม่ได้ลุยพื้นทุกสภาพไปแบบเนิบๆเหมือน Adventure Touring bike

เราไม่สามารถกระโดดข้าม ยกล้อหรือรูดลงจากพื้นต่างระดับได้เช่น MTB

แต่ GT Grade Carbon ถูกสร้างมาเพื่อนักเดินทาง ผู้ใช้เส้นทางฝุ่นหลบหนีความวุ่นวาย ด้วยใจที่ต้องการพุ่งทะยานข้ามจากจุดที่ยืนอยู่ไปยังจุดที่อยากจะไปให้ถึง ด้วยพลังขาที่ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยความแน่นของเฟรมที่พร้อมจะส่งแรงขาทั้งหมดลงสู่ล้อ และช่วยรับแรงสะเทือนของถนนมาสู่เรา

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

แล้วถ้าเช่นนั้นแล้ว GT Grade Carbon 105 เหมาะกับใครบ้างล่ะ?

ผมมองเห็นข้อเด่นอย่างแรกคือ GT Grade Carbon เป็นรถที่เร็วครับ ใครที่คิดว่าเราไม่ชอบเร็วๆ ชอบปั่นเรื่อยๆ ชอบปั่นช้าๆ
ไม่ชอบความเร็ว ไม่ชอบก้มตัวปั่นแบบเสือหมอบ ถ้าเป็นเช่นนี้ GT Grade คงไม่เหมาะกับท่านครับ
เพราะ GT Grade มันเร็วกว่าจักรยานทุกชนิดยกเว้นแค่เสือหมอบแท้ๆเท่านั้นที่มันสู้ไม่ได้ ถ้าท่านชอบรถที่เร็วหรืออย่างน้อย ก็พยายามที่จะเร็ว
ถ้าเช่นนั้นแล้ว GT Grade อยู่ในตัวเลือกของท่านครับ

รูปภาพ

ท่านชอบแวะออกจากถนนหลักเข้าไปในทางอื่นๆหรือไม่? ทางถนนสภาพแย่ๆตามตรอกก็ดี, ถนนลูกรังก็ดี, สนามหญ้าตามสวนสาธารณะก็ดี, พื้นฟุตบาทก็ดีหรือแม้กระทั่งเทือกสวนไร่น่าป่าปลูกก็ดี ผมเห็นว่าถ้าเช่นนั้นแล้ว GT Grade เป็นหนึ่งในตัวเลือกของท่านครับ

รูปภาพ

ท่านมีแผนจะใช้จักรยานเพื่อออกกำลังกายบ้าง แต่ก็อยากจะนำมันไปปั่นทางไกลบ้าง 5-7 วันแบบไลท์ทัวริ่ง ปีละ 1-2 ครั้ง จะซื้อทัวริ่งเต็มๆก็คงไม่คุ้ม

ถ้าเช่นนั้นแล้วผมคิดว่า GT Grade เป็นส่วนหน่งในตัวเลือกของท่านครับ

รูปภาพ

โดยภาพรวม ผมคงขอกล่าวปิดท้ายการรีวิวครั้งนี้ว่า GT Grade Carbon 105 เป็นจักรยานหมอบที่สร้างมาให้ปั่นระยะไกล ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มหน้ายางเพื่อผิวถนนที่ขรุขระ ซึ่งนั้นทำให้ผู้ใช้งานปั่นได้สนุกขึ้น ปั่นได้นานขึ้น ไปในสถานที่ต่างๆได้หลากหลายขึ้น หยุดรถได้มั่นใจขึ้น และก็ต้องแลกมาซึ่งความเร็วที่ลดลงเมื่อเทียบกับหมอบ แต่หากถามว่าในสภาพที่ผู้ปั่นสามารถมีจักรยานได้เพียงคันเดียว ผมคิดว่า GT Grade Carbon 105 สามารถเป็นได้ในทุกๆอย่าง ส่วนที่เหลือคือความสามารถของผู้ใช้ ที่จะรู้ขีดจำกัดว่าทางแบบไหนที่ทั้งเราทั้งรถไปไหว ทางแบบไหนที่เราจะสนุกกับการเดินทาง ทางแบบไหนที่เราจะดึงศักยภาพของรถและศักยภาพของเราออกมาได้อย่างเต็มที่

รูปภาพ

สุดท้ายนี้ผมขอตัดสินด้วยใจที่ซื่อสัตย์ ว่าผมประทับใจใน "ความพอดี" ของ GT Grade Carbon 105 อย่างแท้จริง นับเป็นจักรยานที่ผมไม่รู้สึกผิดหวังอะไรเลยที่ได้รับเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต . . . เรื่องคะแนน ผมให้เต็ม 5 ดาว ครับ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพรูปภาพรูปภาพ รูปภาพ รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย ว่าวต้องลม » 06 ส.ค. 2015, 07:35

รีวิวได้สุดยอดมากครับ เดี๋ยวไปถอยบ้างละ GT Grade Carbon
งานพิมพ์ด่วน รอรับได้เลยยยยยยยย บริการรับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด http://www.thaiutsaha.com

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย DayWalker » 06 ส.ค. 2015, 08:32

เยี่ยมเลยครับ

รถมันสวยจริงๆเตะตามากกกกกกกก

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย lucifer » 06 ส.ค. 2015, 10:10

ขอบคุณสำหรับ รีวิวครับ

ท้วงนิดหนึ่งครับ ดุมล้อหลังกว้าง 135mm นั่นแปลว่าไม่น่าง่ายสำหรับการจะหาล้อเสือหมอบทั่วไปมาเปลี่ยนนะครับ เพราะเสือหมอบที่ใช้ริมเบรคนั้นยังคงมาตรฐานเดิมไว้ที่ 130mm โดยมาตรฐานเดิมแล้ว 135mmเป็นมาตรฐานของเสือภูเขา กับทัวริ่งส่วนใหญ่ ส่วนเสือหมอบดิสนั้น ตอนนี้ยังรอความแน่นอนเรื่องมาตรฐานกันอยู่ ถึงจะมีแนวโน้มว่าดุมกว้าง135mm จะเหมาะสำหรับเสือหมอบดิสก็จริง แต่ปัญหาเรื่องchainline การออกแบบสับจานหน้าใหม่ การออกแบบตำแหน่งของใบจานหน้าใหม่ ( ซึ่งถ้าเป็นเสือภูเขาที่มีดุมหลังกว้าง 135mm นั้น ระยะchainlineจะกว้างกว่าเสือหมอบ รวมถึงการออกแบบสับจานและท่อนั่งเพื่อความลงตัว และตำแหน่ง(หมายถึงตำแหน่งนอก-ใน)ของจานหน้าที่มีมาตรฐานเดิม ก็จะเป็นเรื่องเดิมที่ลงตัวอยู่แล้วครับ )

สงสัยนิดหนึ่งครับ แฮนด์แบบ Dirt นี่มันต่างกับแฮนด์แบบทั่วไปอย่างไรครับ ความหนา ความแข็งแรง ความหนัก อะไรพวกนี้หรือเปล่าครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย ตาโจ » 06 ส.ค. 2015, 13:15

อัพเดทป๋าลูนิดหนึ่งครับ

Mavic ทำชุดล้อเสือหมอบดีสเบรก มาตรฐานดุมหลังแกนปลด 135 แล้วครับ

รูปภาพ

More info http://www.mavic.com/wheels-road-triathlon-ksyrium-pro-disc

Zipp ทำชุดล้อเสือหมอบดีสเบรก มาตรฐานดุมหลังแกนปลด 135 แล้วครับ

รูปภาพ

Fulcrum ทำชุดล้อเสือหมอบดีสเบรก มาตรฐานดุมหลังแกนปลด 135 แล้วครับ

รูปภาพ
http://brimages.bikeboardmedia.netdna-cdn.com/wp-content/uploads/2015/07/Quattro-spec-2016.jpg

More info http://www.bikerumor.com/2015/07/13/fulcrum-adds-wider-disc-brake-road-wheel-as-part-of-new-racing-quattro-family/

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย ตาโจ » 06 ส.ค. 2015, 13:24

หรือถ้าสนใจแบบประหยัดงบก็ขึ้นเองแบบในกระทู้นี้ได้เลยครับ

รูปภาพ


Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย jojoserie » 06 ส.ค. 2015, 14:13

เรื่องขนาดความกว้างดุมหลัง จะเห็นผลิตภัณฑ์จากค่ายต่างๆทยอยออกมาเรื่อยๆดังที่ คุณตาโจอัพเดตให้ดูนะครับ

ความจริงผมนิยมรถเพื่อทัวริ่งมาก่อน 135mm จึงเป็นอะไรที่คุ้นเคย และรู้สึกดีใจเสียด้วยซ้ำเผื่อในอนาคตจะมีโอกาสเปลี่ยนไปลองชุดขับภูเขา+ล้อภูเขาเช่นที่นิยมในวงการทัวริ่ง

ตัวแฮนด์เป็นแนว Dirt เหมือน Salsa Fargo น่ะครับ ปลายแฮนด์ที่ผายออกทำให้ข้อมือจับสะดวกยิ่งขึ้นและง่ายต่อการควบคุมรถในถนนทางขรุขระครับ

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย bobbagum » 06 ส.ค. 2015, 16:58

ผมก็ใช้ครับ ขี่สบายจริงๆ

สำหรับรุ่นของปี2016 มือเกียรตัวใหม่ลดเกรดลง ปั้มล่างใช้เมาท์ใหม่รองรับ flat mount แต่ใช้อแดปเตอรแปลงเอา หน้าตารับไม่ได้นิดนึง มือเกียรตัวปัจจุบันกลายเป็นเทียบเท่า ultegra

รูปภาพ

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย lucifer » 06 ส.ค. 2015, 17:41

ขอบคุณ คุณตาโจ ครับ ข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี่ไหลมาเรื่อยๆเลย

ขอบคุณ คุณ jojoserie ครับ แฮนด์ Dirt ดูแล้ว หลักการน่าคล้ายกับแฮนด์เสือหมอบบางค่าย ที่ความกว้างของแฮนด์ช่วง drop จะกว้างกว่า ความกว้างของแฮนด์ช่วง Hood เพียงแต่แฮนด์กลุ่มนี้ จะมีความแตกต่างกันอยู่ด้านละ 1cm ( แบบว่าก่อนซื้อต้องอ่านสเปคกันเลยว่า เขาวัดความกว้างกันตรงมือบนหรือมือล่างกันแน่ สมัยก่อนซื้อผิดกันประจำ อยากได้แฮนด์มือบนกว้าง 40 ซม. แล้วซื้อแฮนด์ขนาด 40ซม. ปรากฏว่ายี่ห้อนี้เขาวัดกันที่มือล่าง เลยได้มือบนกว้าง 38 ซม. มาแทน ) แต่แฮนด์ Dirt ดูแล้วเหมือนจะผายออกมาก น่าจะแตกต่างกันด้านละ 2ซม.เป็นอย่างต่ำเลยครับ , มีเวลาลองวัดเทียบให้ชมเป็นเกร็ดความรู้สักหน่อยครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง :mrgreen:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย jojoserie » 06 ส.ค. 2015, 18:05

ครับ เป็นเรื่องที่สะเทือนวงการดีแท้

รถปีใหม่ปกติมีแต่อัพสเปก แต่ GT Grade carbon 105 มีดาวน์สเปกครับ :shock: :shock: :shock:

รายละเอียดคือรถปี 2015 ทั้ง Ultegra และ 105 ใช้เบรคชุดเดียวกัน
ส่วนรถปี 2016 Ultegra ให้เบรคชุดเดิม (R685) ส่วน 105 เป็นเบรคที่ออกมาใหม่ (R785) แต่เป็นไลน์ผลิตต่ำกว่าของเดิม :roll:

แต่โดยรวมผมชอบลายเส้นของ 105 ปี 2015 ที่สุดนะครับ ผมว่ารถดำลายเส้นสีขาว ดูเรียบๆดีครับ 8-) 8-) 8-)


bobbagum เขียน:ผมก็ใช้ครับ ขี่สบายจริงๆ

สำหรับรุ่นของปี2016 มือเกียรตัวใหม่ลดเกรดลง ปั้มล่างใช้เมาท์ใหม่รองรับ flat mount แต่ใช้อแดปเตอรแปลงเอา หน้าตารับไม่ได้นิดนึง มือเกียรตัวปัจจุบันกลายเป็นเทียบเท่า ultegra

รูปภาพ

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย bobbagum » 06 ส.ค. 2015, 18:25

ดู GT เองก็ไม่แน่ใจกับทิศทางชิมาโน่เหมือนกัน ตัวอลูท็อปที่บ้านเราไม่เข้าได้Sramไปแทน ระบบ1×ด้วย

จริงๆพอรุ่นรองอัพความสามารถ อย่างตอนTiagra/Sora? ได้สิบเกียรเหมือน105 ยี่ห้อดังๆก็อัพปีรถลงมาใช้ในราคาเดิมหลายเจ้าอยู่


ส่วนผม ได้รถมาไม่นานเหมือนกัน รู้สึกว่าขี่สบาย ขี่ได้นานจริง แต่ยางติดรถลุยได้ไม่สมโฆษนาเท่าใหร่
แถมสะดุดจุดใหญ่เลยคือรูติดบังโคลนเป็นเกลียวไซส์ประหลาด หาน๊อตมาใส่ไม่ได้เลยครับ ว่าจะต๊าบเกลียวใหม่แล้ว

รูปภาพ

จริงๆถ้าติดตะแกรงแล้วก็คงเป็นรถทัวริ่งที่ดีทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าอุปกรณ์อย่างมือเกียรพังทีรงซ่อมสนามไม่ได้ ตัวอลูมีหูยึดตะแกรง คาร์บอนไม่มี แต่ติดตะแกรงแบบยึดหลักอานเอา

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย jojoserie » 06 ส.ค. 2015, 18:34

ช่วงนี้ย้ายมาอยู่เมืองกรุงระยะหนึ่งครับ กลับบ้านเมื่อไหร่จะวัดขนาดแฮนด์มาให้ชมนะครับ ^^
lucifer เขียน:ขอบคุณ คุณตาโจ ครับ ข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี่ไหลมาเรื่อยๆเลย

ขอบคุณ คุณ jojoserie ครับ แฮนด์ Dirt ดูแล้ว หลักการน่าคล้ายกับแฮนด์เสือหมอบบางค่าย ที่ความกว้างของแฮนด์ช่วง drop จะกว้างกว่า ความกว้างของแฮนด์ช่วง Hood เพียงแต่แฮนด์กลุ่มนี้ จะมีความแตกต่างกันอยู่ด้านละ 1cm ( แบบว่าก่อนซื้อต้องอ่านสเปคกันเลยว่า เขาวัดความกว้างกันตรงมือบนหรือมือล่างกันแน่ สมัยก่อนซื้อผิดกันประจำ อยากได้แฮนด์มือบนกว้าง 40 ซม. แล้วซื้อแฮนด์ขนาด 40ซม. ปรากฏว่ายี่ห้อนี้เขาวัดกันที่มือล่าง เลยได้มือบนกว้าง 38 ซม. มาแทน ) แต่แฮนด์ Dirt ดูแล้วเหมือนจะผายออกมาก น่าจะแตกต่างกันด้านละ 2ซม.เป็นอย่างต่ำเลยครับ , มีเวลาลองวัดเทียบให้ชมเป็นเกร็ดความรู้สักหน่อยครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง :mrgreen:

Re: Review : จักรยาน GT Grade carbon 105 ปี 2015 ครับ ^^

โพสต์ โดย bobbagum » 06 ส.ค. 2015, 19:11

เรื่องสายเกียร นอกจากไม่ซ่อนแล้วสายที่ให้มาเป็น Jagwire แบบมีตัวหมุนปรับความตึงอยู่ใกล้มือด้วย ผมไม่รู้ว่ารถหมอบปกติเขาใส่กันไหม แต่เวลาโซ่ถูจาน เอามือหมุนปรับได้เลยไม่ต้องง้อตำแหน่งทริม


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 32 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน