พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย -เสือหมอบเบาะโซฟา- » 22 ม.ค. 2015, 12:36

พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

สมมุติว่าฟิตติ้งรถมาแล้ว องศาถูกต้องกับการปั่นมาตรฐาน

ถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้ความคิดส่วนตัวของผม ผมว่าไม่เหมาะกับจานเบี้ยว
- นั่งปั่นไม่กลางเบาะตลอด เดี๋ยวเลื่อนไปข้างหน้าบ้าง ด้านท้ายเบาะบ้าง
- กลุ่มที่ปั่นด้วยมีการทำเกมตลอดเวลา ความเร็วไม่คงที่ เดี๋ยวนั่งสปริ้นท์ เดี๋ยวยก เดี๋ยวยืนสปริ้นท์ (ไม่ว่าจะทางเรียบ หรือทางภูเขา)

สังเกตได้ว่าจุดสูงสุดที่จานเบี้ยวจะส่งกำลังได้มากที่สุดจะมีแค่จุดเดียวหรือบางยี่ห้อมีช่วงคาบสั้นๆ
ถ้าคุณเซ็ตรถมาให้นั่งปั่นเพื่อส่งกำลังได้มากที่สุด ในเฟืองที่ใช้ซ้อมประจำเวลายืนปั่นกำลังที่ส่งไปจะได้ไม่เท่านั่งปั่นหรือเสียแรงไปฟรี (วืด)
สลับกันถ้าคุณเซ็ตรถมาให้ยืนปั่นเพื่อส่งกำลังได้มากที่สุด ในเฟืองที่ใช้ซ้อมประจำเวลานั่งปั่นกำลังที่ส่งไปจะได้ไม่เท่ายืนปั่น (ต้องกดหนักกว่าปกติหรือกดขาไม่ลง)

ถ้าเป็นใบกลมในเฟืองที่ใช้ซ้อมประจำ ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งกำลังที่ส่งไปจะส่งไปยังจานที่รัศมีเท่ากัน แรงที่ส่งไปจึงไม่หาย (วืด) หรือจังหวะกดขาไม่หนักเกินไป

สรุปแล้วจานเบี้ยวใช้ได้ดี (ส่งกำลังได้มากที่สุด) กับต่ำแหน่งเดียวที่คุณเซตมาต้องเลือกเอา (ยืนหรือนั่ง, ตัวค่อนไปด้านหน้าหรือหลังเบาะ) มันสุดไม่ได้ทุกทาง

ใครเจออะไรที่ต่างไปจากนี้ ช่วยแชร์ประสบการณ์หน่อยครับ

ปล. โดนฝรั่งหลอกเข้าแล้วหรือเปล่า :lol: :lol: :lol:
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องออกกำลังกาย

"ความพ่ายแพ้" ไม่น่ากลัวเท่ากับ "การยอมแพ้"
ใจที่ยอมแพ้จะบั่นทอนกำลังใจเรามากที่สุด...

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย piyacycling » 22 ม.ค. 2015, 14:22

ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างนะครับ :lol:

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย lucifer » 22 ม.ค. 2015, 16:12

แสดงว่าท่านเจ้าของกระทู้ ได้เข้าถึงจานเบี้ยวอย่างถ่องแท้แล้วครับ :mrgreen:

ดังนั้นจานเบี้ยวจึงมีรูให้เลือกถึง 5 รู และยังทำสไปเดอร์แบบ MAS ซึ่งสามารถเลือกเบอร์ครึ่งได้อีก

โดยส่วนตัวที่ใช้มันมา 2 ปี ผมพบว่าจานเบี้ยวเหมาะมากสำหรับมือใหม่ครับ มันทำให้ปั่นได้ง่ายขึ้น มือใหม่ยังไม่เคยชินกับการปั่นเป็นวงกลม ยังไม่เคยเรียนรู้ลักษณะของการออกแรงในแต่ละคาบองศาการปั่น ใบเบี้ยวจึงใช้ให้ผ่านจุดตายบนล่างได้ง่ายขึ้น

แต่ใบเบี้ยวเองก็มีข้อจำกัด ในเรื่องของ Working Angle หรือ มุมที่จานเบี้ยวมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องจัดให้ peak load ที่เกิดกับจานเบี้ยว ตรงกับ Peak torque ที่เรากระทำกับขาจาน ปัญหาก็คือ ถ้าworking angle แคบ จานจะเบี้ยวไม่มากนัก ทำให้จะมีจุดที่เป็นSweet spot ไม่กว้าง บางครั้่งปั่นขึ้นเขาก็ต้องใส่รู 2 ปั่นทางราบใส่รู 3 ชอบเซทเบาะถอยหลังมากๆ ก็อาจจะต้องใส่รู 4 ( พอยืนโยกก็วืดดดดดด ) แต่ข้อดีก็คือ ตั้งสับจานไม่ยากนัก

คราวนี้ถ้าไปเพิ่ม Woking Angle ให้Sweet Spot กว้างขึ้น ก็จะแก้ปัญหาเรื่องอาการวืดๆในช่วงยืนอัด แต่ก็จะมีปัญหาในเรื่องของการตั้งสับจานแทน ใช้งานยาก

จานเบี้ยวจะได้ประโยชน์กับการปั่นในบางลักษณะ และนักปั่นบางคน

จานกลมสามารถใช้ได้กับการปั่นได้ทุกลักษณะ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถปั่นจานกลมได้อย่างเข้าใจมัน โดยเฉพาะมือใหม่จะไม่สามารถเรียนรู้วิธีการควงบันไดปั่นเป็นวงกลมด้วยจานกลมภายในระยะเวลาสั้นๆได้เลย แต่พอย้ายไปใช้จานเบี้ยว ก็จะสามารถเรียนรู้วิธีการออกแรงปั่นเป็นวงกลมได้ง่ายขึ้น และเมื่อกลับมาฝึกจานกลม อะไรๆก็จะง่ายขึ้น ( แต่ใหม่ๆนี่ อาจจะไปไม่เป็นเหมือนกันนะครับ )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย zzzz » 22 ม.ค. 2015, 17:39

จานเบี้ยว มีหลายลักษณะมากครับ
จานที่กล่าวถึง จาก พฤติกรรมและ
ผลจากการใช้ที่ว่า น่าจะเป็น Oval Curve. ใช่ไหมครับ...

เอางี้ก่อน
อยากให้เข้าใจ รูปพรรณ สันฐาน ของเจ้าเบี้ยวๆนี้ โดยละเอียด
แบบของผมเอง...หาตำราไม่ได้ เลยเขียนเองซะเลย
ย้ำ...โปรดใช้วิจรณญานในการรับชม...555



อยากให้เข้าใจ หากพอมีเวลา
เพราะ
ยาววววววววว

หากไม่มีเวลา ข้ามๆไปก็ได้ครับ


...
..
.

ตัดบางส่วนมานะครับ

Physiology
ใบเบี้ยวคือใบจานขับเฟืองโซ่ที่มีลักณะทางกายภาพ ในมิติของการขับโซ่ ไม่เป็นทรงกลม(Non-Circular Chainring) มีความบูดๆเบี้ยวๆตามชือ ในปัจจุบันหลายรูปทรงมาก ไม่ว่าจะเป็น วงรี(Oval) ขนมเปียกปูน (Diamond) ลูกรับบี้(spheroid) ทุเรียน (Asymmetric) หรือ อื่นๆ .
โดยสิ่งที่ต่างจากใบกลม คือ รัสมีของใบจาน ณ.จุดที่ใช้สัมผัสและขับโซ่ จะมีค่าไม่คงที่ แปรเปลี่ยนไปตามมุมต่างๆของใบ ส่งผลโดยตรงกับอัตราทดเชิงกล ณ.องศานั้นๆ โดยแต่ละ Curve ก็ส่งผลต่างๆกันไป ดังนั้น การจะอธิบายลักณะทางกายภาพของใบเบี้ยวค่อนข้างซับซ้อน และไม่สามารถระบุแค่ จำนวนฟัน อย่างเช่นใบกลมได้
จึงจำเป็นต้องสร้าง ตัวแปร ที่ใช้ อธิบาย ถึงความเบี้ยว ของใบจานให้เป็นรูปธรรม ก่อเกิดความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ในเชิงวิศวกรรมได้ ตัวแปรเหล่านี้
กลุ่มแรกคือ
1.Diameter Ratio: Dr. ค่า % ความเบี้ยว (หน่วยเป็น %)
ค่านี้จะเป็นการมองค่าความเบี้ยวในภาพรวม โดยใช้จุดสูงสุด และ ต่ำสุด ของใบมาแสดงเป็น % ในกรณีใบรูปทรงวงรี จะแทนตัวแปร Dr. นี้ว่า Ovality.
เช่น
ใบกลม 50 ฟัน หรือเท่ากับ ใบเบี้ยว 0% 50 ฟัน
อัตราทดจะคงที่ตลอดทุกมุม ที่ 50 ฟัน ไม่มีสูง หรือ ต่ำ
ใบเบี้ยว 10% 50 ฟัน
อัตราทดที่จุดสูงสุด จะเท่ากับเราขี่ใบ (50+5%) = 52.5 ฟัน
อัตราทดที่จุดสูงสุด จะเท่ากับเราขี่ใบ (50-5%) = 47.5 ฟัน
ใบเบี้ยว 20% 50 ฟัน
อัตราทดที่จุดสูงสุด จะเท่ากับเราขี่ใบ (50+10%) = 55.0 ฟัน
อัตราทดที่จุดสูงสุด จะเท่ากับเราขี่ใบ (50-10%) = 45.0 ฟัน
โดยที่ ใบทั้งสาม ยังต้องใช้รอบขาที่เท่ากัน ณ.ความเร็วเดียวกัน เพราะมีอัตราทดรวมเท่ากันที่ 50 ฟัน
แต่ ใบเบี้ยว ใน 1 รอบ จะมีจุดที่อัตราทด สูง/ต่ำ สลับกันไปใน 1 วงรอบ ยิ่งมี % เบี้ยวมาก ความต่างของ
อัตราทดจะยิ่งมาก เช่น ใบ 50 ฟันเบี้ยว 10% อัตราทด สูง/ต่ำต่างกัน 5 ฟัน เบี้ยว 20% จะต่างกันถึง 10 ฟัน
ค่า % ความเบี้ยว ( Diameter Ratio: Dr) นี้จะเป็นการมองในภาพรวม โดยใช้จุดสูงสุด และ ต่ำสุด ของใบมาแสดงเป็น % ความแตกต่าง
แต่หากใบจานเป็นรูปทรงไม่สมมาตร อัตราทดจริง จะเปลี่ยนสัดส่วนไปเช่น ใบเบี้ยวแบบ Asymmetric รูปแบบหนึ่ง ที่มีทรงค่อนไปทางสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 50 ฟัน มี Dr.10% พอวัดขนาดจริง พบว่า
อัตราทดที่จุดสูงสุด จะเท่ากับเราขี่ใบ (50+3%) = 51.5 ฟัน
อัตราทดที่จุดสูงสุด จะเท่ากับเราขี่ใบ (50-7%) = 46.5 ฟัน
จากตัวอย่างข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการระบุ Dr. เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถอธิบายลักษณะ หรือ จำแนกความต่างของความเบี้ยวที่ องศาต่างๆได้อย่างเป็นรูปธรรมนัก จึงจำเป็นต้องสร้างตัวแปรที่ใช้อธิบายลักษณะของความเบี้ยวโดยใช้ตัวแปรอื่นๆร่วมด้วย

2.Working Angle(15): Wa15. คือค่ามุมที่ใบจาน เน้น ให้จ่ายงานออกมา (หน่วยเป็น องศา)
คือบริเวณที่ใบจาน มีรัสมี สูงสุด จนถึงระยะที่ลดระดับลงมาที่ 100-15 = 85% ในบริเวณองศาเหล่านี้ รัสมีจะมากที่ระดับ 85-100% ของใบจานนั้นๆ ทำให้ความเร็วเชิงมุมของขาจานในบริเวณนี้ ลดลง เป็นการ เพิ่ม เวลา เพื่อ เพิ่ม โอกาศในการส่งกำลังให้นานขึ้น

3. Idle Angle(15): Ia15 คือค่ามุมที่ใบจาน เน้น ให้พัก (หน่วยเป็น องศา)
คือบริเวณที่ใบจาน มีรัสมี ต่ำสุด จนถึงระยะที่เพิ่มระดับมาที่ 15% ในบริเวณองศาเหล่านี้ รัสมีจะน้อยที่ระดับ 0-15% ของใบจานนั้นๆ ทำให้ความเร็วเชิงมุมของขาจานในบริเวณนี้ เพิ่มขึ้น เป็นการ ลด เวลา เพื่อ ลด โอกาศในการส่งกำลังให้น้อยขึ้น

4.Ramp Up Angle(70):Ua70.
มุมที่ใช้ในการเพิ่ม รัสมี ขึ้น จาก 15% ไปยัง 85% หรือคือ มุมที่ใช้ระหว่างจุดสิ้นสุดของ Ia15 ไปจนถึง จุดเริ่มต้นของ Ua15 นั้นเอง

ค่าองศา Wa15 และ Ua15ส่งผลต่อความ ไว ต่อการเปลี่ยนท่าทางในการปั่น (Sensible: Sn.) และ ความสามารถในการส่งกำลัง (Load Limit: Lmt.)

5.Ramp Down Angle(70):Da70.

มุมที่ใช้ในการลด รัสมี ลง จาก 85% ไปยัง 15% หรือคือ มุมที่ใช้ระหว่างจุดสิ้นสุดของ Wa15 ไปจนถึง จุดเริ่มต้นของ Ia15 นั้นเอง

6.Starting Angle: References Zero Degree.

จุดเริ่มต้นในการอ้างอิง Curve เทียบกับ องศาขาจาน จะส่งผลกับ Sensible: Sn.

ค่าตัวแปรกลุ่มที่สอง ได้มาจากการคำนวนค่าตัวแปรหลักทั้ง 6 ที่ใช้อธิบายลักษณะของความเบี้ยว

7. Load Limit: Lmt. ความสามารถในการส่งกำลังต่อรอบ ( หน่วยเป็น %)
คือสัดส่วนขององศาในช่วงที่สามารถออกแรงได้ ต่อ รอบ โดยมีสมการดังนี้
Lmt = ( Wa + Ua )*100 / 180 ( หน่วยเป็น %)

8.Gradient of Momentum: Y. หรือ อนุพันธ์อันดับสอง ของ รัสมี เทียบได้กับ อัตราเร่ง. (ไม่มีหน่วย)
การเพิ่มขึ้นหรือ ลดลง ของรัสมี ระหว่าง Wa15 กับ Ia15 นั้น ทำให้เกิดค่าของ Gradient ขึ้น โดยค่าที่เกิดจะสร้างความต่างของอัตราเร็งเชิงมุม โดยจะแบ่งออกเป็น
8.1 Gradient of Ramp Up Angle(70):Y(Ua70) คือ ค่าผลรวมของความเร่ง ในช่วง Ua70
8.2 Gradient of Ramp Down Angle(70):Y(Da70) คือ ค่าผลรวมของความเร่ง ในช่วง Da70
8.3 Max Gradient of Ramp Up Angle(70):Max(Yu70) คือ ค่าสูงสุดของความเร่ง ในช่วง Ua70
8.4 Max Gradient of Ramp Down Angle(70): Max(Yd70) คือ ค่าสูงสุดของความเร่ง ในช่วง Da70
Y. ที่แสดงในพจณ์ต่างๆนั้น มีอิธิพลต่อ ช่วงใช้งาน (Effective Cadence: Ec) ของใบจานเป็นอย่างมาก เพราะค่า Y เป็นตัวกำหนด ความต่างของอัตราเร็วเชิงมุม ซึ่งค่าความต่างนี้ จะส่งผลต่อ Momentum ของระบบช่วงขาของนักปั่นเป็นอย่างมาก โดยจะกล่าวในขั้นตอนการออกแบบต่อไป.

9. Sensible: S. ความไวต่อการเปลี่ยนแปลงท่าการปั่น ไม่มีหน่วย
นักปั่นจะสามารถสัมผัส (Sensible) ถึงความเปลี่ยนแปลงได้จากผลคูณของค่า Gradient กับ Dr. (% ความเบี้ยว) โดย ใบที่มี Gradient: Y สูง แต่ Dr. ต่ำ อาจให้ค่า Sensible ที่เท่ากับ ใบที่มี Gradient น้อย แต่ Dr. สูง ก็เป็นได้

10. Effective Cadence: Ec ช่วงรอบใช้งานของ Curve ที่เราสร้างขึ้น CPM
คือช่วงของรอบขาที่ Curve และ Starting angle สามารถ ทำงานสอดรับกับผู้ปั่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำนวนได้จาก Y โดยมีสมการดังนี้ .... อันนี้ยาวววว .....
จากการคำนวน และ ทดสอบ พบว่า ที่ Curve เดียวกัน ใบที่มีค่า Dr. ต่ำ จะมีช่วงรอบขาใช้งานกว้างกว่า ใบที่มีค่า Dr. สูง อย่างมีนัยยะ
จักกะยาระนัง ปะระมัง สุขขัง.
จานไข่ Dr.Egg viewtopic.php?f=60&t=515279
Dr.EGG Facebook : http://www.facebook.com/DrEGG.DrivEmotion
ผม Dr.Egg ครับ อยู่บางแสน ติดต่อได้เวลาราชการ
หลังเวลาราชการ ขอเวลาเลี้ยงลูกนะครับ...
พี่น้องงงงง......

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย lucifer » 22 ม.ค. 2015, 17:47

ชาบู ชาบู

ปรมาจารย์มาแล้ววว ข้าน้อยขอคารวะ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย zzzz » 22 ม.ค. 2015, 17:56

การส่งกำลังแบบเต็มเมล็ด มันเน้นที่ Ramp Up + Working
ใบ Oval Ra70 + Wa15 ค่อนข้างแคบครับ
ประมาณ ครึ่งนึงของวงรอบ
อีกครึ่ง มันเป็นช่วงพักขา...เพราะมันเป็นวงรีและสมมาตร

ทำให้ผู้ผลิตต้องให้ผู้ใช้ สามารถเลือก Starting Angle ให้เหมาะกับการฟิตติ้งที่ทำมาได้
มิเช่นนั้น จะหลุดช่วงใช้งาน
Curve นี้ จึงมีค่า Sensible สูงครับ
เป็นจุดออ่นที่จำต้องยอมรับ
เพื่อแลกกับข้อดี ของ Oval ที่มีมากมายเหลือคะนานับ..
รวมถึงเป็น Curve เดียว ที่ให้ค่า SpinScan No. Level Up แบบทันตา...555
. :roll: :roll: :roll:

สรุป

ฝรั่งไม่ได้หลอกครับ
ของแต่ละอย่าง ออกแบบมาใช้ตามจุดประสงค์การใช้ของมันจริงๆ
เพียงแต่
เรายังไม่เห็นช้างทั้งตัว เท่านั้นเอง...(ผมก็ยังไม่เห็น...จริงๆนะ)


กลับบ้านก่อนคับ
เดี๋ยวว่างๆ และ ถ้าสนใจ จะมาต่อให้ครับ.....
น่าจะอีกสักพัก....นะจ๊ะ
จักกะยาระนัง ปะระมัง สุขขัง.
จานไข่ Dr.Egg viewtopic.php?f=60&t=515279
Dr.EGG Facebook : http://www.facebook.com/DrEGG.DrivEmotion
ผม Dr.Egg ครับ อยู่บางแสน ติดต่อได้เวลาราชการ
หลังเวลาราชการ ขอเวลาเลี้ยงลูกนะครับ...
พี่น้องงงงง......

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย sai-lom » 22 ม.ค. 2015, 19:24

ล้ำลึกทุกกระบวนท่า ข้าน้อยขอคารวะ
OSK106
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย zzzz » 22 ม.ค. 2015, 19:33

lucifer เขียน:ชาบู ชาบู

ปรมาจารย์มาแล้ววว ข้าน้อยขอคารวะ

ก้อแค่กรรมกรโรงเหล็กคับป๋า
วันแรงงานก้อได้หยุดกะเขาด้วย :|

ข้อมูลตั้งต้น และ แก่นของมัน ก็ถูกสังเคราะห์มาจากป๋า และ ทุกๆท่านที่สละเวลา ส่งรีวิวมานั้นแหละครับ
ผมแค่เรียบเรียง และเอามาสร้าง math model ให้ใช้งานง่ายๆเท่านั้นเอง

ยังมีตัวแปรสำคัญๆอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้กล่าวถึง
เพราะเป็นผลจากการทดสอบ เช่น Trig Signal ที่ใช้สั่ง EMG อีกต่อ หรือพวกที่ effect ต่อ HR กลุ่มตัวแปรเหล่านี้ ผมมีmodel เป็น trend คร่าวๆ แต่ fit factor ยังไม่แม่น เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างยังไม่มหาภาคนัก

หากใช้รูป จะอธิบายได้ดีกว่าตัวหนังสือ
แต่ ยังไม่ได้ทำไว้ กะมีจังหวะ หัวโล่งๆ งานซาๆหน่อย
ต้องขออภัยด้วยคับ
จักกะยาระนัง ปะระมัง สุขขัง.
จานไข่ Dr.Egg viewtopic.php?f=60&t=515279
Dr.EGG Facebook : http://www.facebook.com/DrEGG.DrivEmotion
ผม Dr.Egg ครับ อยู่บางแสน ติดต่อได้เวลาราชการ
หลังเวลาราชการ ขอเวลาเลี้ยงลูกนะครับ...
พี่น้องงงงง......

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย MarioSeed » 22 ม.ค. 2015, 19:58

ขอปักเก็บไว้ในคัมภีครับ :mrgreen:
MarioSEED™`1step-[CloseR]-

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย -เสือหมอบเบาะโซฟา- » 22 ม.ค. 2015, 20:06

ขอบคุณ คุณ lucifer และ คุณ zzzz สำหรับความรู้และคำแนะนำ

ผมเคยใช้ใบกลมแล้วมาเปลี่ยนเป็น Rotor q ring ครับ ปัจจุบันกลับมากลมแล้วครับ
- เริ่มจากชุดจานกลม 172.5 53-39
- ชุด Rotor q ring 172.5 53-39
- ชุด Rotor q ring 170 50-34
- ปัจจุบันใช้ ชุด Rotor no Q 170 50-34 และคงไม่กลับไปเบี้ยวอีกครับ

ปล. พฤติกรรมการปั่นของกลุ่มผมมีการทำเกมตลอดเวลา สปริ้นท์ฉุกกระชากลากถูกันไปเรื่อย ไม่ว่าจะทางเรียบหรือทางภูเขา ไม่ค่อยปั่นกันนิ่งๆครับ เลยต้องไปกลมครับ :mrgreen:
และคาดว่าคงจะไม่มีองศาเบี้ยวที่เหมาะครับ เลยขอกลับไปแบบรัศมีเดียวดีกว่าครับ
แก้ไขล่าสุดโดย -เสือหมอบเบาะโซฟา- เมื่อ 22 ม.ค. 2015, 20:38, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องออกกำลังกาย

"ความพ่ายแพ้" ไม่น่ากลัวเท่ากับ "การยอมแพ้"
ใจที่ยอมแพ้จะบั่นทอนกำลังใจเรามากที่สุด...

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย beeggs » 22 ม.ค. 2015, 20:07

โอ้ว อ่านแล้ว งงเลย 8-)
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย soonhan116688 » 22 ม.ค. 2015, 20:58

ผมสอบตกวิชา ภาษาอังกฤษ ครับ :lol: :lol: :lol:
อัฟแรง ไว้แซง คันแสน

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย OSK 97 » 22 ม.ค. 2015, 21:04

beeggs เขียน:โอ้ว อ่านแล้ว งงเลย 8-)


ผมเหมือนโดนทุบหัว ความรู้ที่เคยมีมาบ้างกลับบ้านเก่าหมดแล้ว
สําหรับมือใหม่ใบเบี้ยวแบบผม ยังสนุกกับรูสามอยู่ไม่เคยลองเปลี่ยนรูเลย :evil:

Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย Teerayui » 23 ม.ค. 2015, 04:09

มึน! แต่ก็ชอบ และขอบคุณที่ช่วยให้ความรู้ที่ไม่รู้จะไปหาอ่านจากที่ไหนครับ กว่าจะได้มาแต่ละประโยคต้องกรั่นกรองมาจากการลองถูกผิดด้วยตนเองมาหลายครั้งหลายครา ขอบคุณจริงๆ ครับ
ผมใช้ Rotor 52/36 มา 2 ปีกว่าครับ เคยลองนอกใจไปในกลมมาบ้าง แต่สุดท้ายกลับมาตายใบเบี้ยวครับ ยืนโยกแรกๆ หลอนครับ แต่พอทำความเข้าใจในจังหวะแล้ว Max. Speed ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่ช่วงที่ขึ้นลากความเร็วนิ่งๆ รู้สึกชอบใบเบี้ยวมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากไม่มีวัตต์จึงไม่สามารถบอกได้ว่าอย่างไหนจึงจะดีที่สุด รบกวนผู้รู้ช่วยไขปัญหาด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ

Teerayui@yahoo.com
AV35 Cycling Team @SKY Lane ล้อหมุน 6 โมงเช้า วันอาทิตย์


Re: พฤติกรรมการปั่นเหมาะกับจานเบี้ยวหรือไม่?

โพสต์ โดย ว่าวต้องลม » 23 ม.ค. 2015, 07:30

ส่วนตัวผมใบเบี้ยวของคุณฉอ ที่ใช้คง watt ได้สม่ำเสมอและเพิ่มรอบขาได้เร็วกว่าใบกลม ยืนโยกไม่มีปัญหาเพียงแต่แรกๆต้องเปลี่ยนวิธีปั่นนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ตามขาโหดขึ้นภูเขาไม่ทันเสียทีเพราะความฟิตและกล้ามเนื้อยังอ่อนอยู่ครับ
งานพิมพ์ด่วน รอรับได้เลยยยยยยยย บริการรับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด http://www.thaiutsaha.com


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 15 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน