กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย phirun » 12 ม.ค. 2015, 22:26

2.รู้ไหม?.............คนเรามีพลังงานสำรองกันทุกคน
ผมมาเริ่มการเดินทางจริงๆกับคณะที่ตลาดช่องจอม หลังจากซื้อข้าวสารกับปลากระป๋องและน้ำแล้วก็ออกเดินทาง
เนื่องจากมาใหม่ยังไม่ได้สนิทกับใครจึงปั่นเดี่ยวตามสไตล์ของตัวเองดูวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หาที่พักเติมอาหารและต้มน้ำชงกาแฟ บ่ายสามโมงถึงที่พักห้วยศาลาหลังจากกางเต็นท์เรียบร้อยผมเดินเก็บเศษไม้เล็กๆเพื่อนำมาหุงข้าว หลายคนเห็นผมหุงข้าวด้วยเตาฟืนเกิดสนใจวงสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้น จนได้เพื่อนรุ่นเดียวกันจบช่างกลมาเหมือนกันชื่อคุณสุพจน์ สุขกลีบ มาจากตราด เลยสังสรรค์ย้อนอดีตกันหนักไปหน่อยก่อนแยกย้ายกันไปนอน ส่วนผมเมาจนกลิ้งลงจากลานหินทีใช้นั่งล้อมวงกัน เลยโดนหิ้วปีกกลับมานอนที่เต็นท์ มารู้สึกตัวอีกทีเกือบตี 5 ผมยังเมาค้างหัวหมุนอยู่เลย ผมต้มน้ำชงกาแฟกินจากนั้นเริ่มเก็บเต็นท์และเก็บของ เห็นหลายคนทยอยกันออกเดินทางไปกันแล้ว ส่วนผมไปอาบน้ำกลับออกมาป๋าบำรุง (ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าแกเป็นคนหิ้วปีกผมเข้าเต็นท์เมื่อคืนนี้) กับคุณพลวิทย์มาจอดรอและชวนไปด้วยกันต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ เราออกเดินทางกันมาเรื่อยๆสามคนและกลายเป็นบัดดี้กันจนจบทริป ระยะทางปั่นวันนี้จนถึงที่พักอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 88 กม. ไหวไหม.......พักไหม......เสียงถามผมเป็นระยะๆ เราปั่นกันมาได้ 32 กม.จึงมาหยุดพักกินอาหาร ผมสั่งมาม่ามาชามใหญ่เติมน้ำตาล 5 ช้อนเพื่อซดน้ำส่วนเส้นกินไม่ลง บัดดี้บอกไม่น่าเชื่อว่าจะมาได้นึกว่าจะน๊อคอยู่กลางทาง หลังจากพักเอาแรงแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อพักเหนื่อยอีก 2 ครั้ง และผมเริ่มสร่างเมาจนมาถึงทางแยกก่อนเข้าอุทยาน หลายคนจอดสั่งอาหารกันที่ร้านนี้เพาะมีร้านเดียวผมสั่งลาบเนื้อเป็นกับข้าว ส่วนข้าวหุงไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวานเย็นยังไม่ได้กินเพราะเมากลิ้งซะก่อน มาถึงอุทยานผมรีบปลดของจากรถแล้วกางเต็นท์ ขออนุญาตบัดดี้กินอาหารเย็นก่อนเพื่อนระหว่างนั้นก็ต้มน้ำไว้ชงกาแฟด้วยเสร็จแล้วผมรีบอาบน้ำใส่เสื้อหนาวและถุงเท้ามุดเต็นท์นอนเลย เสียงบัดดี้คุยกันระหว่างกินข้าวนึกว่าต้องเหมารถใส่ผมมาซะแล้ว เพราะดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะปั่นมาได้จนถึง เล่ามาซะยาวเพื่อจะสรุปในท้ายนี้ว่าเวลาที่คนเราหมดแรงจะด้วยสาเหตุใดก็ช่างมีวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยใช้น้ำตาล จะได้จากกาแฟ ขนมขบเคี้ยวทั้งหลายแหล่ที่มีรสหวานก็แล้วแต่จะหาได้ ตอนกินกาแฟที่ห้วยศาลาผมกินขนมขบเคี้ยวยี่ห้อเบง เบง ไป 2 อัน ผมจะพกขนมชนิดนี้ไปด้วยเสมอเวลาออกทัวร์เพื่อใช้เป็น Energy bar ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลเหล่านี้ก่อนประมาณ 2 นาที จากนั้นจะไปดึงเอาพลังงานจากไขมันที่มีอยู่ในทุกส่วนของร่างกายมาใช้ ให้สังเกตว่าเมื่อใดที่เริ่มเหนื่อยอีกครั้ง แสดงว่าร่างกายหยุดการดึงไขมันมาใช้ เราต้องพักเติมน้ำตาลเพื่อกระตุ้นให้เกิดการดึงไขมันมาใช้ใหม่ ผมใช้วิธีปั่นไปกินเบงเบงไปร่างกายจะใช้น้ำตาลนี้ 2 นาทีหมดแล้วเริ่มไปดึงไขมันมาสลายเป็นพลังงาน นี่คือวัฏจักรการใช้พลังงานสำรองหรือพลังงานแบบฉุกเฉินของร่างกาย ลาบเนื้อที่ผมสั่งมากินนั้นเพื่อเป็นการชดเชยโปรตีน กินแล้วรีบนอนเลยเป็นการรีบ Off mode ให้กับตัวเองเพื่อกระบวนการสะสมพลังงานจะได้เริ่มทำงาน เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นแว่วๆมาว่าจะพากันปั่นขึ้นผามออีแดงครับ ( ลงมาจากผามออีแดงมีคำถามที่ 3 ว่าทำไมถึงปั่นขึ้นและลงได้เร็วกว่าคนอื่น )
แนบไฟล์
IMG_0504_resize.JPG
เลือดวิษณุมาเจอกัน
IMG_0503_resize.JPG
ลานหินนี้ผมตั้งชื่อว่าลานหินกลิ้ง
IMG_0501_resize.JPG
ข้าวที่หุงไว้แต่ไม่ได้กิน

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย พยอมดง » 13 ม.ค. 2015, 08:10

นอนกลางดินกินกลางป่าเป็นยอดปรารถนาของนักผจญภัยทางไกลด้วยจักรยาน ยามพักเพื่อนมิตรสรวลเสเฮฮา แถมมีชาร์ทไฟด้วยเหนือคำบรรยายแล้วละ




Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย phirun » 14 ม.ค. 2015, 18:56

3 – 4.ทำไมถึงปั่นขึ้น – ลงได้เร็วกว่าคนอื่น ( ที่ไปด้วยกัน )
คำถามนี้ถูกถามตอนนั่งกินอาหารเช้าหลังจากลงจากผามออีแดง กับอีกหนึ่งคำถามของป๋าบำรุง ( ท่านผู้เฒ่าใจดีจากละหานทราย ) ในคืนสุดท้ายก่อนจบทริปของพวกเราที่ว่าเวลาปั่นขึ้นเนินหรือขึ้นเขาทำไมตองก้ม เพราะสังเกตดูว่าต้องก้มตลอด..............ก้มทำไม?
คำถามทั้งสองข้อนี้เกี่ยวเนื่องเป็นเรื่องเดียวกันจึงขอตอบรวมกันไปเลยนะครับ คงต้องเริ่มต้นจากคำถามกลับไปบ้างว่าเวลาปั่นขึ้นเนินหรือขึ้นเขาใช้วิธีปั่นด้วยรอบขาหรืออัตราทดครับ? คำตอบของผมคือใช้ทั้งสองอย่างแล้วแต่ว่าจะเจอกับสภาพเส้นทางแบบไหน ผมใช้เทคนิคส่วนตัวในการปั่น Full sus. สาเหตุที่คนทั่วไปนิยมใช้ Hard tail ในการทำทัวร์ริ่ง เพราะรถเบา ประสิทธิภาพในการส่งกำลังไปหมุนล้อหลังมากกว่า ( แต่ต้องเป็นทางเรียบๆเท่านั้น และไม่ได้หมายความว่าดีกว่า Full sus. ) สามารถเร่งความเร็วและรักษาความเร็วช่วงยาวๆได้ดีกว่า สรุปแบบบ้านๆคือเบากว่าและเร็วกว่า Full sus. ในทางราบและทางเขา นั่นคือข้อมูลด้านเดียวที่นักปั่นส่วนใหญ่คุ้นเคยและถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ต่อไปนี้คือข้อมูลที่ขาดหายและไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันเท่าใด ถึงแม้ Hard tail จะถ่ายกำลังไปที่ล้อหลังได้มากกว่าจึงทำให้ไต่เขาได้ดีถ้าเป็นถนนผิวเรียบ แต่ถ้าเป็นผิวไม่เรียบเมื่อไหร่ ( Technical surface ) ประสิทธิภาพจะลดลงเพราะไม่สามารถถ่ายกำลัง ( Grip & Traction ) จากล้อลงสู่พื้นถนนได้เต็มที่ทำให้ประสิทธิภาพการไต่เขาไต่เนินลดลง ส่วน Full sus. นั้นในสายตาคนทั่วไปคิดว่ามันอืดปั่นไม่ออกเพราะมันหนัก อีกทั้งต้องเสียแรงปั่นไปกับการยุบตัวของรถเวลาปั่น ( Pedal bob ) ถ้าใครเอาไปปั่นร่วมก๊วนกับเขาและตามเขาไม่ทันจึงพากันถอดใจ ผมขอยืนยันว่าด้วยเทคนิคของตัวรถแล้ว Full sus. ไต่เขาได้ดีกว่า Hard tail ถึงแม้ว่าตัวรถจะหนักกว่า แต่ที่ทำไม่ได้เพราะขาดทักษะในการปั่นแค่นั้นเอง เรามาเติมทักษะที่ขาดหายไปในตอนหน้าครับ
แนบไฟล์
IMG_0614_resize.JPG
max speed ตอนดิ่งลงจากผามออีแดง
IMG_0615_resize.JPG
AV ตลอดทริปแค่นี้เองครับ
IMG_0613_resize.JPG
ระยะทางรวมจนจบทริป

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย สนั่น อันทเกตุ » 14 ม.ค. 2015, 19:28

:( :o :o :shock:
ลงเร็วจัง หวาดเสียว ครับ
"ลูกอิสานพลัดถิ่น จากแดนดินไหปลาแดก เร่ร่อนรอนแรมเดินทางดั้นด้น มาสู่โคนต้นสะตอ ณ เรือนเวียงวิมาน(รูปประจำตัว)คือที่มั่นสุดท้ายของข้าฯ"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ


คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย phirun » 15 ม.ค. 2015, 23:34

เราปั่นขึ้นกัน 3 คันผมอยู่คันสุดท้ายพอเริ่มไต่เนิน ผมเร่งแซงขึ้นมาอยู่หน้าตามรอบขาของผมและนำห่างมาเรื่อยๆ ทางเริ่มชั้นขึ้นผมยิ่งทิ้งห่างมากขึ้นจนต้องชะลอ ผมปั่นขึ้นด้วยจานหน้าใหญ่สุดชุดเกียร์หลังไล่จาก 5 – 4 – 3 -2
ตามกำลังขาปั่นด้วยรอบสม่ำเสมอ สังเกตดูตอนแซงพวกเขาขึ้นมาคนหนึ่งใช้จานหน้าเป็นจานกลาง ส่วนอีกคนใช้จานเล็ก แค่นี้เขาก็เสียเปรียบในเรื่องอัตราทดเพื่อให้ได้ระยะทางแล้ว เมื่อความชันเพิ่มขึ้นผมเริ่มก้มตัวปั่นที่รอบเท่าเดิมจนเริ่มหนักทำท่าจะปั่นไม่ไหว จึงเปลี่ยนจานหน้าเป็นจานกลางส่วนชุดหลัง 4-3-2 เทคนิคการก้มตัวปั่นนี้เรียกว่า Chest drop เป็นการถ่ายน้ำหนักที่ล้อหลังแบ่งให้ไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้น มีผลทำให้น้ำหนักที่กดลงล้อหลังเบาขึ้นสามารถหมุนได้เร็วขึ้นนั่นเอง ในการไต่เนินเขาช่วงระยะก่อนจะขึ้นสุดเนินทุกเนินจะมีช่วงที่องศาความชันเริ่มลดลง หากเราดูด้วยสายตาไม่มีทางมองออกเลยว่าองศาความชันมันได้ลดลงแล้ว ดังนั้นเราจึงปั่นหรือซอยขาขึ้นมาด้วยอัตราทดของเกียร์เดิมจนสุดเนินถึงค่อยเปลี่ยนเกียร์ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะสายตาเรายังมองเห็นอยู่ชัดๆจะๆว่ามันยังขี้นเนินอยู่นี่หว่า
ส่วนผมเมื่อรู้ว่าองศาความชันเริ่มลดลงแล้วผมเปลี่ยนเกียร์ทันที ดังนั้นผมจึงได้เปรียบอัตราทดปั่นหนียาวไปเลยก็ได้แต่ผมทิ้งระยะดูพวกเขาประมาณ 100 – 200 เมตร ผมใช้เทคนิคแค่สองอย่างนี้เป็นหลักเวลาขึ้นเขาเลยได้รับเสียงชมว่าเป็นขาแรงปีนเขาไว แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยผมใช้ความได้เปรียบของอัตราทดเป็นตัวช่วยต่างหาก เทคนิคการใช้เกียร์คงไม่ต้องแนะนำกันมากเพราะส่วนใหญ่รู้และเข้าใจกันอยู่แล้ว ผมขอแนะนำวิธีการอ่านเนินดีกว่าว่าทำอย่างไรถึงจะรู้ได้ว่าองศาความลาดชันมันเริ่มลดลงแล้ว ง่ายมากเลยครับใช้ความรู้สึกแทนโดยสังเกตจากน้ำหนักขาที่เรากดบันได ปั่นขึ้นเนินมาตั้งไกลน้ำหนักกดบันไดขนาดไหนเชื่อว่าทุกคนจะจำน้ำหนักนั้นได้ และเมื่อใดที่เรากดบันไดแล้วเริ่มมีความรู้สึกว่ามันเบากว่าเดิม ตรงนี้แหละครับองศาความชันของเนินนั้นๆที่เรากำลังไต่ขึ้นไปมันเริ่มลดลงแล้วเราสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ทันที สรุปผมขึ้นจนถึงผามออีแดงใช้จานกลางกับเกียร์ 2 เกียร์ 1 เหลือไม่ได้ใช้ ส่วนตอนดิ่งลงมาซึ่งเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดมากกว่าตอนขึ้น อย่างแรกมั่นใจรถครับมันหนึบและนิ่งนี่คือข้อได้เปรียบของ Full sus.เพราะมันหนักมันจึงนิ่งกว่า ถ้าเป็น Hard tail ลงมาเท่าที่ผมลงรถคงปลิวก่อนถึงข้างล่าง อย่างที่สองใช้เทคนิค Heel drop ช่วยอีกแรงหนึ่ง อธิบายแบบง่ายๆคือใช้ส้นเท้ายันบันไดพร้อมกับก้มตัวหมอบลง วิธีนี้เป็นการรักษาจุดศูนย์ถ่วง หรือ CG.ของรถได้ดีกว่าและสามารถล๊อคตำแหน่งท่านั่งได้มั่นคงกว่า ช่วยล๊อคน้ำหนักที่กดลงที่แฮนด์ได้เท่ากันทั้งสองข้างแต่ควบคุมง่าย แค่นี้แหละครับเทคนิคเฉพาะตัวที่ขึ้นเร็วและลงเร็วของผม
แนบไฟล์
IMG_0512_resize.JPG
เตรียมตัวเดินทางต่อ

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย เล็ก ตุลา55 » 20 ม.ค. 2015, 14:59

-ขอบคุณ ทั้งสาระ ความรู้ และเทคนิค ต่างๆ อันยอดเยี่ยม ครับ
...ปั่นเพื่อออกกำลังกาย...ไปวัดใจบ้างเป็นครั้งครา...


Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย superjeck » 17 ต.ค. 2015, 12:44

กระทู้ทรงคุณค่า ช่วยคลายข้อสงสัยได้เยอะเลยครับ


Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย ultra » 22 ต.ค. 2015, 14:15

blacklady เขียน:เป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก
อยากออกผจญโลกกว้างคนเดียวแบบทัวร์ริ่ง...ก็แสนอันตราย
หาแก๊งค์หากลุ่มร่วมอุดมการณ์ก็ยังไม่เจอ
ชีวิตนี้จะได้ลองไปเค้าบ้างมั้ยน้ออออออ :| :|

ไม่ยากหรอกครับ อ่านกระทู้เก่าๆของ แม่บักข้าวเหนียวดู ท่านเป็นผู้หญิงเก่งมากๆไปทั่วประเทศและต่างประเทศคนเดียว
ผู้ชายอย่างผมยังสู้ท่านไม่ได้เลย

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย pook9 » 23 ต.ค. 2015, 18:48

ปักไว้ก่อนชอบครับ คงมีโอกาสได้นำมาใช้บ้าง
สุขอื่นใด เหนือกว่าความสงบ ย่อมไม่มี

ภาพประจำตัวสมาชิก
lorence
08633073แปดสี่

Re: กว่ามือใหม่จะได้ทัวร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

โพสต์ โดย lorence » 29 ต.ค. 2015, 15:21

ขอเก็บไว้อ่านเป็นความรู้ครับ


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 14 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน