คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา

คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย นู๋เล็ก » 18 มิ.ย. 2011, 15:46

:D คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ...

:P ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง :P

;) จากกระทู้ทริปแรก คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูนกับการปั่นทริปแรก 400 กม. ขึ้นเขาใหญ่

:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

ผมก็ได้แรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นจากหลายๆท่าน ที่เข้ามาให้กำลังใจ และ อ.จารึกก็ได้ชักชวนให้ปั่นไปเที่ยวลาว-หลวงพระบาง ในเดือนมิถุนายน 54 อีก

หลังจากทบทวนจิตใจและประเมินความสามารถของตนเองอยู่นาน ก็ยังไม่ตกลงใจ :? เพราะองค์ประกอบยังไม่ครบ กล่าวคือ
1.กำลังใจเต็มร้อย... ถึงไหนถึงกัน ถ้าหัวใจบัลลูนยังทำงานปกติ
2.กำลังกายยังแย่อยู่... เพราะขายังอ่อนแม้จะผ่านเขาใหญ่มาครั้งหนึ่งแล้ว ความสามารถในการปั่น ความเร็วก็ยังอยู่ที่ไม่เกิน 20 กม/ชม. ซึ่งเรียกว่าปั่นด๊อกแด๊ก

แต่จำได้ว่าสิ่งหนึ่งที่ อ.จารึก แนะนำว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการปั่นท่องเที่ยวคือ ปั่นตามกำลังของเรา แข่งกับตัวเองเท่านั้นห้ามแข่งกับเวลาเด็ดขาด ...

กระทู้ที่ทำให้อยากลองปั่นขึ้นมาคือ กระทู้ของ อ.โลตัส ซึ่งแนะนำให้ซ้อมที่เขาเขียว และเขาใหญ่อีก

เมื่อตัดสินใจว่าจะต้องลองปั่นขึ้นเขาเขียวดู ตามสไตล์การปั่นด๊อกแด๊ก ตามกำลังที่เรามีอยู่ จึงนัด อ.จารึก ให้วางแผนการซ้อมให้
อ.จารึก ก็ดีใจหายรีบจัดให้ทันที...โดยบอกว่าครั้งนี้เป็นการไปซ้อม ควรจะมีสัก 4-5 วัน ปั่นขึ้นปั่นลงวันละเที่ยว สองเที่ยว ก็พอแล้ว
ดังนั้น..จึงตกลงเดินทางโดยรถยนต์เพื่อประหยัดเวลา..ส่วนแผนการต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์เฉพาะหน้า
กลับมาก็จะมีเวลาพักสัก 2-3 วัน เพื่อดูแลตรวจสภาพรถให้พร้อม...สำหรับการปั่นไปลาว ในวันที่ 1 มิย.54

เดินทางวันแรก

:) ในวันเดินทางมีนักปั่น 3 คน คือ อ.จารึก, อ.วิทยา และผม และผู้ติดตามอีก 1 คน...ออกเดินทางโดยรถตู้เชื้อชาติเยอรมันสัญชาติเกาหลี อายุ 10 กว่าปีแล้ว
ต้องซ่อมตลอด...ยังกล้วว่า ถ้าไปเกเรบนเขาใหญ่ คงได้นอนกินข้าวกับลิงหรือช้างแน่เพราะหาช่างซ่อมยากเหลือเกิน :lol: :lol:

:) เราเดินทางแบบสบาย ๆ จากบ้าน อ.จารึก ที่หมู่บ้านเสรี หัวหมาก...มุ่งหน้าสู่นครนายก แวะทานข้าวเที่ยงที่ปราจีนบุรี
ร้านข้าวหน้าเป็ดเจ้าเก่า..ที่พี่เสือไฝ..เคยพามาแวะทานเมื่อทริปที่แล้ว จากนั้นแวะเข้าตลาดสด จัดเตรียมเสบียงอาหารมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่...

:cry: ที่ด่านทางขึ้นอุทยานต้องเสียค่าบริการให้ความสะดวกต่าง ๆ ในอุทยานแห่งชาติ สำหรับยานพาหนะ 50 บาท/ค้น และบุคคล คนละ 40 บาท
สำหรับผมและ อ.จารึกเข้าฟรีเนื่องจากเป็นพวก สว. อันนี้เห็นด้วยครับ เพราะ สว.ไม่มีรายได้อย่างอื่นนอกจากเบี้ยคนชราเดือนละ500.- บาทเพียงอย่างเดียว

:o :o เมื่อขับรถผ่านทางเข้าน้ำตกเหวนรกมาได้ไม่นาน...เจอนักปั่นจักรยานคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาปั่นอยู่...ได้บีบแตรทักทายและแซงขึ้นไป
กลายเป็นคุณตู่ ตากล้องจำเป็นประจำทีม สว...ปั่นขึ้นเขาอยู่ด้วยอารมณ์สบาย ๆ :P

รูปภาพ รูปภาพ

ผมได้จอดรถจะให้ขึ้นไปด้วยกัน....คุณตู่ปฏิเสธบอกว่ากำลังวอร์ม ให้ล่วงหน้าไปก่อน....
พวกเราจึงขับรถต่อ....เข้าสถานที่กางเต้นท์ลำตะคอง....จัดเตรียมสถานที่และอาหารการกินให้พร้อม

รูปภาพ

รูปภาพ

บริเวณที่กางเต้นท์ลำตะคองในวันทำงานปกติ...บรรยากาศเงียบสงบมากแทบจะไม่มีผู้คนเลย...แต่ร้านอาหารก็ยังเปิดให้บริการ
การใช้ห้องอาบน้ำ ห้องสุขาสะดวกสบายไม่ต้องรอคิว จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่ต้องการพักผ่อน หาเวลาว่างหรือลาพักร้อนมาในวันธรรมดาจะดีที่สุด

;) ทราบว่าคุณตู่ปั่นมาจากกรุงเทพ...มาซ้อมที่เขาใหญ่อาทิตย์นึงแล้ว...และในวันที่พวกเราไปถึงคุณตู่ก็ยังปั่นขึ้นมาจากปราจีนอีก
ในวันนั้นพวกเราที่เพิ่งเดินทางมาถึง..จึงปั่นวอร์มๆ แถวสนามกอล์ฟ บนยอดเขาใหญ่นั่นเอง...ที่เหลือคือการกิน ๆ ๆ :lol: :lol: :lol:

แผนการซ้อมปั่น

จากการที่คุณตู่ปั่นขึ้นปั่นลงเขาใหญ่มาทุกด้านแล้ว....ทั้งปากช่องและปราจีน...ทำให้แผนเดิมที่จะปั่นลงด้านปราจีนก่อน...แล้วปั่นลงด้านปากช่อง...แล้วจึงขึ้นเขาเขียว....
ปรับเป็นวางแผนการปั่นขึ้นเขาเขียวเลยในวันรุ่งขึ้น เพราะทั้งคณะก็ยังไม่มีใครเคยปั่นขึ้นเขาเขียวกันเลย และพวกเราก็ยังสดๆ กันอยู่ :lol: :lol:

:P เช้าวันรุ่งขึ้นพระอาทิตย์ยังไม่ทันสาดแสงเลย...พวกเราต่างก็ตื่นกันทุกคนเพราะเสียงปลุกจากดนตรีธรรมชาติ...เสียงแมลงต่าง ๆ หรีด หริ่ง เรไร ไก่ กวาง ชะนี ร้องระงมไปหมด
( ใช้คำว่าระงมเพราะมันดังเซ็งแซ่ทุกทิศทุกทาง ) อากาศในยามรุ่งสางก็เย็นสบาย มีดนตรีธรรมชาติขับกล่อมด้วย ยิ่งกว่าสวรรค์ชั้นไหน ๆ
ใครที่ยังไม่เคยมาพักผ่อนแอบอิงธรรมชาติน่าจะมาลอง จิตใจสดชื่นเบิกบาน กำไรชีวิตจริง ๆ ครับ...

แต่ทว่า.... ดนตรีธรรมชาติเหล่านี้ก็บรรเลงจบลงทันทีเมื่ออาทิตย์ยามเช้าส่องแสงขึ้นมา :cry:

เขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง :P

:) เราจัดการอาหารเช้าด้วยกาแฟ ข้าวต้ม และเตรียมเสบียงข้าวเหนียวเนื้อทอดคนละห่อติดตัวไป
ประมาณ 9 โมงเช้า นักปั่นทั้ง 4 คน คือ อ.จารึก อ.วิทยา คุณตู่ และผม เริ่มปั่นออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่เขาเขียว
ผมยังคงใช้จักรยาน Trek 3900 Disc ของเดิม ๆ ยางขนาด 2” โดยไม่ได้ไปเพิ่มเติมอะไร

ในช่วงแรกเป็นการปั่นวอร์มร่างกาย...มีขึ้นเนินลงเนินสลับกัน...จนมาถึงทางแยกขึ้นเขาเขียวซึ่งป้ายบอกระยะทางไว้อีก 12 กม.
พวกเราหยุดนัดแนะกันเล็กน้อย...โดยจะให้ผมปั่นนำหน้าก่อน อ.จารึก และ อ.วิทยาตามหลัง ส่วนคุณตู่จะเป็นอิสระขึ้น ๆ ลง ๆ
เพราะต้องทำหน้าที่ช่างภาพ ถ่ายภาพในมุมมองต่าง ๆ ไปตลอดทาง :)

รูปภาพ

นักปั่นทั้งอาจารย์ ลูกศิษย์ ซึ่งเป็นนักเรียนเขาเขียวรุ่นเดียวกัน (24 พค.54) เริ่มออกปั่น.....
ผมปั่นด๊อกแด๊ก...นำหน้าตามสไตล์....คิดว่าวันนี้จะสอบผ่านเขาเขียวไหมหนอ...เพราะใคร ๆ ก็ว่าโหดนัก :o
แต่ใจยังชื้นอยู่ว่าเราผ่านเขาใหญ่มาได้แล้วไม่น่าสอบตก เหนื่อยก็หยุด หายเหนี่อยก็ปั่นต่อ
เราปั่นสบาย ๆ สไตล์ทัวริ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร.... แข่งกับตัวเองเท่านั้น.... จะใช้เวลามากน้อยเท่าใดก็ไม่ต้องไปคำนึงถึง
ด้วยความที่ไม่เครียดกับการปั่นในครั้งนี้...ผมจึงไม่เหนื่อยมาก :D :D

รูปภาพ



สภาพถนนเช้าวันนี้....ค่อนข้างเปียกจากฝนตกพรำ ๆ และน้ำค้างเมื่อคืน....สองข้างทางมีต้นไม้สูงใหญ่...ครึ้มร่มรื่นเป็นส่วนใหญ่...
เราพบมูลช้างยังสด ๆ และกิ่งไม้ กิ่งไผ่ ข้างทางถูกหักราบ คงจะเพราะช้างลงมากินใบไผ่... ภาวนาขออย่าได้เจอกันเลย
ถ้ากำลังปั่นขึ้นเนินคงกลับรถหนีลงได้...แต่ถ้าปั่นลงเนินมาเจอยังคิดว่าหันจักรยานกลับปั่นขึ้นเนินหนีจะเร็วกว่าช้างวิ่งไล่หรือเปล่า...น่าคิดครับ :?

รูปภาพรูปภาพ

ได้มีการหยุดพักระหว่างทาง...อ.จารึก..บ่นว่าหิว...ต้องขอเติมเสบียงข้าวเหนียวเนื้อก่อน จากนั้นก็เริ่มปั่นต่อ...
ผมปั่นนำหน้า ทิ้งห่างทั้งสามคนพอสมควร เพราะทั้งสามคนปั่นไปคุยไปแบบสบาย ๆ ไม่รีบร้อน 8-)

มาถึง..ศาลเจ้าพ่อเขาเขียว...พวกเราก็หยุดมนัสการท่าน และอธิษฐานขอให้รอดปลอดภัยทั้งขาขึ้นและขาลง
เพราะก่อนหน้านี้มีนักปั่นกลุ่มใหญ่...มาปั่นที่เขาใหญ่และมีอุบัติเหตุช่วงลงเนิน 3 คน... อาการหนักพอควร
พวกเราก็ได้เตือนกันว่า...อย่าคะนองและประมาทเด็ดขาด... ;)

การปั่นในช่วงต่อจากศาลเจ้าพ่อเขาเขียวค่อนข้างเหนื่อยเพราะเนินเริ่มชันมากขึ้น และถนนที่ลาดยาง..ก็ร่อนหลายช่วง
หินทำถนนร่อนขึ้นมาทั้งเม็ดเล็กเม็ดใหญ่...ทำให้ผมต้องระวังมากเพราะอาจจะลื่นล้มได้ง่าย ๆ

รูปภาพ

ก่อนถึงศาลเจ้าพระยาโกษาเทพประสิทธิ์ราว 1 กม. ถนนชำรุดผิวหน้าร่อนหลุดเกือบเต็มพื้นผิวถนนเป็นระยะทางราว 10 เมตร
ช่วงนี้ปั่นขึ้นเนินชันมาเรื่อย มาถึงจุดนี้ก็เหนื่อยเอาเรื่องและยังต้องมาระวังเม็ดหินที่หลุดร่อนอีก
สายตาพยายามมองทางที่มีเม็ดหินน้อยที่สุด แต่แทบจะไม่มีที่เรียบเลย จึงตัดสินใจปั่นลงไปบนถนนที่เต็มไปด้วยหินทั้งนั้น :o :o


เกือบไป


ได้เรื่องซิครับ...แล้วผมก็ลื่นไถลจนได้...จังหวะที่ต้องออกแรงกดบันไดและดึงแฮนด์นั้น
หน้ารถซึ่งปกติก็ส่ายอยู่แล้วก็ส่ายไปด้านข้าง....พอหันแฮนด์กลับ...รถก็ไถลลื่นออกด้านขวาจะล้มครับ
จังหวะนั้นจะเอาก้นลงจากอานก็ไม่ทัน...เท้าขวายังคาอยู่ที่บันได...จึงได้แต่เอาเท้าซ้ายเหยียดยัน...ไว้ :oops:

โชคดีที่ยังไม่ล้ม...ความตกใจบวกกับความเหนื่อย...จึงยืนอยู่ท่านั้นสักอึดใจ...ตั้งสติ...
แล้วจึงต้องลงจูงให้ผ่านถนนเสียช่วงนั้น...เพราะจะขึ้นปั่นต่อคงไม่ได้แน่...พอพ้นออกมาจึงถือโอกาสหยุดพักและรออีก 3 คน ที่ยังปั่นมาไม่ถึง
เพื่อบอกให้ระวังช่วงนี้ให้ดี ซึ่งทั้ง 3 คนก็เป็นนักปั่นที่มีประสบการณ์ลายครามอยู่แล้ว จึงผ่านพ้นได้ด้วยดี :roll:

ปั่นต่อมาอีกสักพัก...ก็ถึง..ศาลเจ้าพระยาโกษาเทพประสิทธิ์....ถนนช่วงหน้าศาลฯ นี้เป็นทางชันหักศอกเลยครับ
ได้หยุดมนัสการท่าน....ปั่นต่อมาอีกสักพักก็ถึง...ผาเดียวดาย...
มีคนงานกำลังทำทางลงไปจุดชมวิวเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว

คุณตู่หยุดรถจะลงไปเที่ยว...แต่พวกเราตกลงว่าปั่นขึ้นไปก่อนเพราะอีกนิดเดียวก็จะถึงยอดเขาเขียวแล้วไว้ค่อยชมวิวตอนขาลงดีกว่า.....
ถนนก่อนถึงยอดเขาเขียวชันมาก....แต่ความที่ผมเริ่มชินกับการปั่นขึ้นเขาซึ่งไม่มีคำว่าไม่เหนื่อย จึงรู้สึกเฉย ๆ
และก้มหน้าก้มตาปั่นไปจนถึงจุดสูงสุดที่ขึ้นได้ ...เพราะต่อไปเป็นเขตของทหารอากาศ.....ซึ่งห้ามเข้าแล้ว
แต่ก็ยังมีจุดชมวิวซึ่งเรียกว่า ...ผาตรอมใจ ให้นักท่องเที่ยวไปชมวิวทิวทัศน์ได้

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ถือว่านักเรียนเขาเขียวรุ่น 24 พค.54 ทั้งสี่สอบผ่านแล้วครึ่งทาง :D ผมใช้เวลาขึ้นเขาเขียว 12 กม. 1 ชม.20 นาที
หยุดพัก 4 ช่วง... :lol: :lol: อีกครึ่งทางคือลงเขาซึ่งดูว่าง่าย ๆ เพราะไม่ต้องปั่นมาก....
แต่นั่นแหละขึ้นเขาสูงชันมาก็ต้องลงเขาชันกลับด้วย...อันตรายตอนลงมีมากทีเดียวผิวถนนก็ไม่ดี...ลงเร็วมากพลาดพลั้งพิการหรือตายได้เลยครับ :? :?


:mrgreen: พวกเราใช้เวลาชมวิว ถ่ายรูป ทานข้าวเหนียวเนื้อที่ติดตัวมา
คุณตู่ยังอุดหนุนมาม่าคัพ ที่ซุ้มขายของทหารอากาศ... ผมซื้อน้ำส้มทาน 2 ขวด แต่ยังไม่ได้ทานข้าวเหนียวเนื้อเพราะยังไม่หิว
ได้คุยกับนายทหารอากาศที่ประจำที่นั่น ซึ่งแนะนำให้แวะเที่ยวโซนธนรัชต์ ซึ่งเป็นของอดีตจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์
แต่ปัจจุบันเป็นของกรมป่าไม้ใช้เป็นบ้านพักให้เช่า

รูปภาพ

รูปภาพ

ระหว่างนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม...ลมพัดแรงหอบเอาเมฆฝนมา....พวกเราทำใจว่าขาปั่นลงเปียกแน่

:D เมื่อพักผ่อนจนเป็นที่พอใจแล้ว...เราทั้งสี่ก็เริ่มปั่นลง...ฝนลงเม็ดปรอยๆ....อึดใจเดียวก็มาถึงผาเดียวดาย
ได้จอดรถ และลงไปเที่ยวที่จุดชมวิว สวยมากครับ บรรยายไม่ถูก...ดูภาพเอาก็แล้วกัน สภาพยังเป็นธรรมชาติมากทีเดียว
เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่มาก....คงเนื่องจากเขาสูงชัน...และทางลงชมวิวลำบาก แต่เมื่อสะพานลงชมวิวสร้างเสร็จเมื่อไร
คงจะไม่เหลือสภาพเดิม ๆ ให้เห็นแล้วครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ในช่วงปั่นลง....ผมต้องระวังความเร็วมาก...แม้ฝนจะขาดเม็ดแล้ว แต่จากสภาพถนนช่วงที่พื้นผิวไม่ค่อยดี ทำให้
ต้องคอยเบรกตลอดเวลา....ยอมรับว่ากลัวพลาดครับ...เกรงว่าถึงหัวใจบอลลูนไม่เป็นอะไร....แต่แขนขาหักต้องเข้าเฝือกหรือ
ดามคอแล้วคงอดปั่นจักรยานไปอีกนาน....ช่วงขาลงมีงูเขียวอยู่ข้างทางเลื้อยหยุดดูกลุ่มเรา..
สงสัย...เจ้าพ่อเขาเขียวส่งลูกน้องมาส่งพวกเราให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ...ขอบคุณครับ :) :)

ในที่สุดเวลาแห่งความอีดอัดก็ผ่านพ้นไป พวกเราลงมาเกือบถึงทางแยกด้านล่างแล้ว
ได้เลี้ยวซ้ายไปเที่ยวโซนธนรัชต์... ถนนลงเนินคดเคี้ยว....มีบ่อน้ำอยู่ด้านขวามือ....
แล้วก็ไต่ขึ้นเนินเข้าสู่เขตบ้านพัก....ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวแล้ว
ถ้าใครมีโอกาสผ่านมาขอให้แวะเที่ยวชมเถอะครับไม่ผิดหวังแน่ ๆ... :P :P

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :) จากการปั่นแบบด๊อกแด๊กขึ้นเขาเขียวสำเร็จ ทำให้ผมคิดว่า
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปั่นที่ขายังอ่อน หรือปานกลางก็สามารถขึ้นเขาเขียวและเขาใหญ่ได้
ขอเพียงแต่ให้คุณมีความมุ่งมั่นที่จะขึ้นให้ได้เท่านั้น เหนื่อยเมื่อไรก็หยุดพักไม่ต้องเข็น
หายเหนี่อยก็ปั่นต่อไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องเวลาทุกคนขึ้นเขาได้แน่ ๆ
:D :D

ประสบการณ์การขึ้นเขาเขียว..เดี๋ยวเดียวก็ถึงของผมนี้ สรุปว่าขึ้นเขา...เหนื่อยกาย ลงเขา...เหนื่อยใจ
หมายความว่า...การปั่นขึ้นเขาต้องออกแรงมากพอควร ดังนั้นต้องเหนื่อยกายแน่นอน
แต่...การปั่นลงเขานั้นต้องระวังอันตรายจากอุบัติเหตุ ลงเร็วบังคับรถไม่ได้ จึงต้องมีความเครียด จึงเรียกว่าเหนื่อยใจครับ


หลังจากเข้าที่พักในเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ก็ตกลงว่าพอแล้วสำหรับการปั่นวันนี้
เราได้ปั่นไปเที่ยวไปและใช้เวลาไปค่อนข้างนาน :o :o

ผมได้ลองเปลี่ยนยางรถจาก 2” เป็น 1.5” เพราะนักทัวร์ริ่งหลาย ๆ ท่านไม่ใช้ยางกว้างขนาด 2” เลย
เปลี่ยนเสร็จผมลองไปปั่นขึ้นเนินลงเนินดู ก็เห็นความแตกต่างตรงที่หน้ารถจะไวกว่าเดิม
ส่วนความเร็วจะเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นยังไม่เห็นชัด :? :?



;) การปั่นจักรยานแบบทัวริ่งนี้ในความหมายของมือใหม่อย่างผม ;) ...
คิดว่าเป็นการปั่นแบบท่องเที่ยว คือ ปั่นไปแล้วก็หยุดเที่ยวด้วย ทำให้ได้เห็นอะไรมากมาย
ได้ชมสถานที่ท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆเห็นวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้นๆ

นักปั่นหลายๆท่านปั่นแบบจะเอาให้ถึงจุดหมายอย่างเดียว เอาระยะทางอย่างเดียว โดยเห็นแต่ถนน ๆ ๆ เท่านั้น
ไม่รู้เลยว่าที่เราปั่นผ่านไปมีอะไรดีให้ชมบ้าง
จึงอยากให้นักปั่นแบบทัวร์ริ่งหันมาเพิ่มการท่องเที่ยวให้มากกว่าการ..ปั่น ....ปั่น....ปั่น ครับ :lol: :lol: :lol:

ด่านปากช่อง

การซ้อมปั่นวันที่สองคือการปั่นลงไปทางด้านปากช่อง....และแวะไปทานสเต็คที่ร้านครัวเขาใหญ่... :P
ซึ่งได้รับการแนะนำมาจากเพื่อนที่กรุงเทพว่า....มาที่ปากช่องแล้วต้องแวะชิมให้ได้... หลังจากทานข้าวต้มเป็นอาหารเช้าแล้ว
พวกเราก็เริ่มปั่นจากที่พักเมื่อเวลาประมาณ 9.30 น.

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากการที่ได้สอบผ่านเขาเขียวเมื่อวานทำให้ความกลัวภูเขาแทบไม่มีแล้วครับ
มีการปั่นขึ้นเขาชัน ก็มีลงเชาชันคู่กันไป ต้องมีการเหน็ดเหนื่อยเป็นธรรมดา หากอยากจะปั่นก็ไม่ต้องกลัวอะไร
เหนื่อยก็พักครับ

พวกเราแวะพักที่จุดชมวิว....มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่มใหญ่มาชมวิวด้วย
ทุกคนเตรียมตัวไปลุยป่าดูสัตว์ที่หอดูสัตว์หนองผักชี....
เพราะต่างก็สวมถุงเท้ายาวปกปิดร่างกายมิดชิดคงจะกลัวทากโดดเกาะดูดเลือดเอาน่ะครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ



เราออกจากจุดชมวิวไม่นาน...ก็ลงมาถึงด่านปากช่องระยะทาง 27 กม. เราใช้เวลาไม่นานเลย
ผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านถึงร้านสเต็คครัวเขาใหญ่ ซึ่งทราบว่าปั่นไปอีกประมาณ 10 กม.ก็จะถึง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ช่วงนี้ค่อนข้างเป็นถนนค่อนข้างราบมีขึ้นเนิน ลงเนินเตี้ยๆ ยาวๆ การเปลี่ยนยางเป็นขนาด 1.5” นี้ได้เพิ่มความเร็วให้อีกประมาณ 1-2 กม/ชม.
เมื่อมาถึงครัวเขาใหญ่ เมนูเด็ดที่ทางร้านแนะนำคือ สเต็คแฮมซี่โครงแก่ ราคาคิดตามน้ำหนักที่ทอดแล้ว
พวกเราสั่งมาคนละจานตามด้วยสลัดผัก ขนมปังกระเทียม และไส้กรอกเยอรมันสูตรต้นตำรับแถมด้วยข้าวเปล่าอีกคนละ 1 จาน
ต้องยอมรับว่า...สเต็คของเขาอร่อยจริง ๆ ....หรือเป็นเพราะพวกเราหิวกันมากก็ไม่ทราบ :lol: :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


หลังจากทานอาหารอิ่ม เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนครับ...
เลยกะว่าจะไปหาที่งีบกันแถวศาลาพักหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงด่านทางเข้าอุทยาน

แต่พอปั่นมาได้เดี๋ยวเดียวท้องฟ้าก็มืดครึ้มลง ลมพัดแรง สักพักฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา
พวกเราต้องรีบหลบเข้าที่ร้านอาหารข้างทาง

คุยกันได้สักพัก อ.จารึก บอกว่าลืมรองเท้าแตะไว้ที่ร้านอาหารต้องปั่นกลับไปเอา :o :o
แต่ของีบรอให้ฝนขาดเม็ดก่อน .....คุณตู่ตากล้องตลอดกาลได้อาสาปั่นไปเอาให้
เพราะไปกลับเพียง 10 กม. คาดว่าใช้เวลาไม่นานนัก

เมื่อคุณตู่ปั่นออกไปไม่ถึง 10 นาที ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก พวกเราเป็นห่วงคุณตู่มากคิดว่าคงเปียก และหนาว
ด้าน อ.จารึก ได้โอกาสงีบรออย่างสบายอารมณ์ ประมาณชั่วโมงเศษฝนเริ่มขาดเม็ด
คุณตู่จึงปั่นกลับมาสภาพที่เปียกปอนพร้อมรองเท้าแตะที่ประมาณค่าไม่ได้ของ อ.จารึก
คุณตู่บอกว่าฝนหนักมากต้องหลบฝนในร้านอาหารและสั่งกาแฟมากินแก้วนิดเดียวเจอไป 35 บาทเลย :lol: :lol:

เมื่อคุณตู่มาถึงพวกเราจึงได้ปั่นกลับในทันที...ครั้งนี้ได้เก็บสัมภาระทุกอย่างลงกระเป๋า รวมทั้งไมล์ velo 8 ด้วย
เพราะเกรงว่าจะ Error ขึ้น ได้แวะซื้อไก่ย่างอบขมิ้นไว้เป็นอาหารเย็น 1 ตัว และเลิกล้มความคิดที่จะนอนพักตรงศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

คุณตู่แนะนำว่าให้เราปั่นไปพักตรงระยะ 6 กม.แรก....เพราะต่อไปจะเป็นจุดที่สูงชันที่สุด ผมปั่นนำเช่นเคย
แต่สักพักคุณตู่ก็ปั่นแซงไป อ.จารึก และ อ.วิทยา ปั่นปิดท้าย

การปั่นจักรยานหลังฝน อากาศสดชื่นเย็นสบาย ผมปั่นไปเรื่อย ๆ ตามกำลังที่มีอยู่ พยายามควบคุมรอบขาไม่ให้เหนื่อยมาก
ถนนด้านนี้ดูเหมือนจะแคบกว่าและชันกว่าทางด้านปราจีนฯ แต่สั้นกว่าเพราะระยะทางเพียง 27 กม.
ผมปั่นได้สักพัก....ก็หยุดพักขาตรงทางราบ.... เมื่อหายเหนื่อยก็ปั่นต่อ....

สักพัก อ.จารึก บ่นว่าปั่นแล้วโซ่ดังแก๊ก ๆ เลยจอดเช็คดูปรากฏว่ามีโซ่ข้อนึงง้างออกมาต้องจัดการอัดกลับเข้าไปใหม่
ระหว่างยืนรอ...มีฝูงลิงเกือบยี่สิบตัวลงมาดูพวกเรา...และป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น...ยังกลัวว่าถ้ามันมาล้อมพวกเราจะทำยังไงดี
แต่พวกมันก็ไม่เข้ามาใกล้มาก อ.จารึกซ่อมโซ่อยู่เป็นนาน อ.วิทยา จึงบอกว่าให้ผมล่วงหน้าไปก่อนก็ได้เดี๋ยวก็ปั่นไปทัน

ผมจึงปั่นต่อไปคนเดียว ทางเริ่มชันขึ้นมากปั่นไปก็ว่าขึ้นเนินมากแล้ว...เหนื่อยก็เหนื่อย....
แต่แหม....ยังดันมีป้ายปักไว้ให้รถรู้ว่าข้างหน้าขึ้นเขาอีก....แทบจะถอดใจหยุดปั่นเลย... :? :?

เมื่อปั่นเกือบจะถึงโค้งตรง 6 กม. ว่าจะหยุดพักก่อนเพราะเหนื่อยพอควร
แต่ตาเหลือบไปเห็นคุณตู่จอดรถเตรียมถ่ายรูปอยู่บนเนิน....ด้วยกลัวจะเสียฟอร์มเลยก้มหน้าก้มตาปั่น....
แถมปั่นซิกแซ็กเพื่อให้ขาได้พัก....

รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพ

ผมปั่นเป็นงูเลื้อยได้สักพักก็มาถึงจุดที่คุณตู่ยืนถ่ายรูปอยู่...หมดแรงเลยครับต้องจอด และหยุดพักตรงนี้
คุณตู่บอกว่าผมน่าจะหยุดพักก่อนปั่นขึ้นเนินนี้เพราะเป็นเนินที่ชันที่สุด.. :oops: :oops:
ให้นึกเจ็บใจตัวเองว่า....ถ้าไม่เห็นคุณตู่ยืนถ่ายรูปคงหยุดพักไปแล้วและก็คงไม่เหนื่อยอย่างนี้
นี่แหละประสบการณ์ครับ.....เห็นเนินชันถ้าเหนื่อยให้หยุดพักตั้งหลักก่อน...จำไว้...จำไว้ :roll: :roll:

เมื่อ อ.จารึก และ อ.วิทยา ปั่นมาถึง..อ.วิทยา ได้หยุดพัก แต่ อ.จารึกขอปั่นต่อไปจะพักบนเนินข้างหน้า
สักครู่ผมก็ออกปั่นต่อ ไม่ถึงห้านาทีก็เห็น อ.จารึก พักอยู่ตรงป้ายใหญ่..ปฏิบัติการ4ม.ขอคืนพิ้นที่เขาใหญ่
ซึ่งคุณตู่บอกว่าเราผ่านช่วงที่โหดสุด ๆ มาแล้ว ต่อไปก็ปั่นสบาย ๆ ไม่หนักเท่าที่ผ่านมา... :lol: :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


พวกเราปั่นมาพักขาอีกครั้งตรงจุดชมวิว....จอดแวะถ่ายรูปแล้วก็ปั่นต่อ
คราวนี้คุณตู่นำ มี อ.จารึก และ อ.วิทยาตาม ปิดท้ายด้วยผมซึ่งบอกว่าให้ทั้งสามทดสอบพลังกันให้เต็มที่ไม่ต้องเป็นห่วงผม
เพราะจำทางกลับที่พักได้ และหลังจากหายเหนื่อยแล้ว หัวใจบอลลูนและร่างกายยังเป็นปกติดี

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ทั้งสามคนเร่งปั่นหายวับไปกับตาเลยครับ... ผมก็ปั่นไปเรื่อย ๆ ขึ้นเนินบ้างลงเนินบ้างสลับกันไป จนมาถึงแอ่งกระทะยาวแอ่งสุดท้าย
ก่อนลงแอ่งกระทะผมจอดรถรวบรวมสมาธิก่อน.... เพราะกะว่าจะลงแบบค่อนข้างเร็ว
และยางที่เปลี่ยนหน้ากว้าง 1.5” ดอกยางก็ไม่ใหญ่เหมือนเสือภูเขา....ถนนก็ยังเปียกคงต้องใช้ความระมัดระวังมาก

เมื่อใจพร้อมกายพร้อม...ผมก็ปั่นให้รถไหลลงมาและปั่นส่งเล็กน้อย รถเริ่มเพิ่มความเร็วมากขึ้นตามลำดับ...
ลืมบอกไปครับช่วงปั่นขากลับขึ้นเขานี้ต้องถอดแว่นออกเพราะฝนและละอองดินกระเด็นติดแว่นตา ทำให้มองเห็นยาก
ความเร็วรถเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 30 กม./ชม. และยังคงเร็วต่อไป น้ำที่กระเด็นมาจากล้อหน้ากระเด็นขึ้นไป
เราวิ่งไปชนมีทั้งเศษดิน... เข้าตาทำให้ต้องหยีตาและเอียงหน้าหลบแฮนด์รถสั่นและเต้น
ผมพยายามประคองไว้คาดว่าความเร็วคงถึง 45-50 กม./ชม. แน่

เมื่อลงเนินก็มีขึ้นเนินอีก...จากนั้นก็เป็นทางราบมากขึ้นระหว่างทางมีป้ายเตือนให้ระวังงูเห่าข้ามถนน :o :o
และถัดไปอีกสักหน่อยก็มีให้ระวังช้าง ก่อนขึ้นโค้งสุดท้ายของทางแยกไปศูนย์อาหาร
เห็นมีรถกะบะจอดอยู่เกือบกลางถนนและมีมอเตอร์ไซด์จอดอยู่หลายค้น
ผมชะลอความเร็วลงคิดว่าคงเกิดอุบัติเหตุสักอย่างแน่ อ.วิทยา ก็จอดรถอยู่ในกลุ่มด้วย ......

ถามคนที่ยืนอยู่ก็ทราบว่าดูช้างกำลังกินใบไม้ที่ข้างทาง... พอได้ยินว่าช้างกินอาหารอยู่ผมก็เลยบอก อ.วิทยา ว่าไปกันเถอะ...
ผมไม่อยากดู...เสื้อผมสีส้มเดี๋ยวถูกโฉลกกับช้างมันไล่เอาจะยุ่งกันใหญ่..... :lol: :lol:

เราสองคนปั่นมาและแวะที่ศูนย์อาหารผมต้องเข้าไปล้างหน้าล้างตาเพราะเศษดินเข้าตาแสบไปหมด :oops: :oops:
ประสบการณ์นี้เลยเป็นบทเรียนว่าการปั่นหน้าฝนควรจะติดบังโคลนทั้งล้อหน้าและล้อหลังด้วย

อาหารเย็นและค่ำในวันนี้อร่อยมาก....รองจากสเต็คแฮมมื้อกลางวันนิดเดียว .....
เมนูมีไก่ย่างอบขมิ้น... แกงจืดรวมมิตร (ใส่ทุกอย่างที่มี)เนื้อทอด ที่ยังเหลือจากวันก่อน....
ตามด้วยถั่วแดงต้มน้ำตาล ที่ทำเอาแก๊สหุงต้มหมดไปสองกระป๋อง :lol: :lol:

ในวงอาหารมื้อเย็นพวกเราเม้าท์กันถึงประสบการณ์การปั่นที่ผ่านมา.... ซึ่งผมได้ลุยเขาใหญ่ทั้งหมดแล้ว
ทั้งด่านปราจีน ด่านปากช่อง และเขาเขียว.... แม้ขาจะยังไม่แข็งนักก็ตามแต่ก็คงจะพอทู่ซี้ปั่นไปลาวในสไตล์ด๊อกแด๊กได้
อ.จารึกได้ให้ยาหอมว่าผ่านได้ขนาดนี้แล้วลาวไม่มีปัญหาแน่....แล้วจะเป็นการฟื้นฟูสุขภาพของผม
ให้หัวใจแข็งแรงสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายดีขึ้น...ปั่นทัวร์ริ่งสไตล์ สว. อ.จารึก.. เหนื่อยก็พักไม่มีอะไรต้องกลัว :lol: :lol:

ถึงว่าเคยมีคนพูดให้ได้ยินว่า ถ้ามีถนนถึงดวงจันทร์ อ.จารึก ก็ปั่นไปถึงได้ 555 ถ้าจะจริงครับ

คุณตู่ซึ่งมาซ้อมที่เขาใหญ่ก่อนหน้าเราอาทิตย์นึงบ่นว่าอยากกลับบ้าน เพราะมา 10 วันแล้ว
ต้องกลับบ้านไปทำงานสร้างความดีก่อนจะไปปั่นลาวอีกสัก 20 วัน โปรแกรมของพวกเราจึงเปลี่ยนเป็นพรุ่งนี้กลับ..
ลงจากเขาใหญ่มุ่งหน้าไปจันทบุรีแวะเยี่ยมหลานเนเน่ (หลานปู่จารึก) และกลับเข้ากรุงเทพในวันถัดไป.. :P :P

สู่เมืองจันท์

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 26 พค.54 ฝนซึ่งตกหนักมาตั้งแต่เมื่อคืน...ก็ตกลงมาอย่างหนักอีกในตอนเช้า....กว่าจะหยุดตกก็เกือบ 10 โมงเช้า
เมื่อจัดแจงบรรจุสัมภาระเข้ารถตู้แล้ว...ก็เดินทางลงจากเขาใหญ่ด้านปราจีน แวะทานอาหารเที่ยงกันแถววงเวียนนเรศวร แล้วมุ่งหน้าสู่ จ.จันทบุรี ..
โดยผ่านเขาอีโต้ ประจันตคาม สระแก้ว วังน้ำเย็น เขาสอยดาว และจุดหมายคือ ต.มะขาม จ.จันทบุรี..........

แม้จะเดินทางโดยรถยนต์เราก็ไปแบบ สว. เพราะ...คนก็แก่รถก็เก่า....มันไม่รวนที่เขาใหญ่ก็บุญแล้ว ..
ก่อนมายังต้องเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่เพราะความร้อนขึ้นสูงตลอด ...คณะของเรามาถึงจุดหมายในเวลา 4 โมงเย็น

ระหว่างทางพวกเราคิดถึงพี่อำนาจซึ่งอยู่ที่ระยอง อ.จารึก..จึงโทรไปหาพี่อำนาจ
พี่อำนาจ..ก็เลยอยากจะเลี้ยงอาหารมื้อเที่ยงเป็น...ข้าวขาหมูสูตรปรุงพิเศษครั้งแรกในชีวิต....หากเราไปวันพรุ่งนี้
พวกเราดีใจมากที่จะได้เจอกันเพราะไม่ได้พบกันตั้งแต่ทริปกรุงเทพ-บางคล้า-เขาใหญ่เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา :P :P

หลานเนเน่อายุ 5 ขวบอยู่กับคุณตาคุณยายซึ่งมีอาชีพทำสวนทุเรียน มังคุด ลองกอง
เราไปถึงคนงานกำลังแบกลังมังคุดและลองกองขึ้นรถไปขาย ซึ่งผู้ซื้อจัดหามา เราเลยได้ทานมังคุดและลองกองกันมากพอควร
ค่ำวันนั้นคุณยายหลานเนเน่ได้พาพวกเราไปเลี้ยงอาหารทะเลที่ท่าแฉลบกลับมาถึงก็สามทุ่มกว่าแล้ว
อ.จารึกได้พูดคุยกับหลานเนเน่จนดึก

พบพี่อำนาจ

รุ่งเช้าวันศุกร์ที่ 27 พค.54 พวกเราต้องตื่นตั้งแต่เช้าเพราะหลานเนเน่ตื่นก่อนเตรียมจะไปโรงเรียน
หลานเนเน่น่ารักเข้ากับคนง่าย....แม้คุณยายจะบอกว่าเป็นคนหวงของมากแต่ก็ยังมีน้ำใจ...
ให้กระถางดอกไม้เล็ก ๆ แก่ผมพร้อมเงิน 20.-บาท ผมเลยต้องตอบแทนแกด้วยการหยอดกระปุกให้ไปหลายสตางค์....

เราออกจากจันทบุรีประมาณ 8 โมงเช้า มุ่งหน้าสู่ระยอง...
ระหว่างทางฝนตกมาหนักมากเกือบมองทางไม่เห็นได้แต่คลาน ๆ ไป.... นึกในใจขออย่าให้รถตู้เก่า ๆ คันนี้รวนเลย
เพราะมันกลัวน้ำเหลือเกิน เครื่องจะดับเอา...ผ่านไปเกือบชั่วโมงฝนก็ขาดเม็ด..ท้องฟ้าเริ่มมีแดด....จนถึงระยอง

ที่บ้านพี่อำนาจ...ได้เตรียมอาหารไว้ต้อนรับอยู่แล้ว...หลังจากพูดคุยกันสารพัดเรื่องอยู่ครู่ใหญ่
พี่อำนาจก็ให้พวกเราทานมื้อเที่ยงมีอาหารสารพัด...เมนูพิเศษคือ ขาหมูเห็ดหอม ทุกคนทานกันเต็มที่ อิ่มหมีพลีมันกันถ้วนหน้า... :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


จากนั้น...พี่อำนาจ อ.วิทยา และคุณตู่ ได้ออกไปซื้ออาหาร...ทั้งกุ้ง ปลา ปลาหมึก ....เพื่อทำ...บาบีคิว...กัน
ในช่วงบ่ายพี่อำนาจพาพวกเราไปที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า แวะดูโค้งประวัติศาสตร์ “โค้งอำนาจ” ซึ่งชันและหักศอก
ที่เรียกเช่นนี้เพราะพี่อำนาจซึ่งแหกโค้งจนไหปลาร้าหักครับ... :lol: :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

คุณตู่ประทับใจในอุทยานเขาแหลมหญ้ามาก.....ถึงกับบอกว่าหากมีโอกาสจะปั่นมานอนที่นี่
เพราะอยู่ริมทะเล....ทิวทัศน์สวยงาม ....สิ่งอำนายความสะดวกห้องน้ำห้องสุขา และร้านอาหารมีพร้อม
พวกเรานั่งทานของว่างและเดินชมทะเลอยู่นาน.... คุณตู่ก็หามุมถ่ายรูปสวย ๆ ไว้เป็นที่ระลึก
จนตะวันจะลับลงทะเลแล้ว... พวกเราจึงเดินทางกลับมาช่วยกันทำอาหารเย็น :P :P


บรรยากาศมื้อค่ำเต็มไปด้วยความสนุกสนานเป็นกันเอง....อาหารปิ้งย่างก็อร่อยเพราะสดมาก ๆ
พวกเราคุยกันอยู่จนดึกจึงแยกย้ายกันเข้านอน....ผมนอนหลับสนิทจนเช้าเพราะฟูกอ่อนนุ่ม ...แอร์เย็นฉ่ำ....
หลังจากไปนอนกลางดินกินกลางทรายเสียหลายวัน... :lol: :lol:

กลับบ้านแล้ว

เช้าวันเสาร์ที่ 28 พค. พี่อำนาจได้เตรียมข้าวต้มกุ้งให้พวกเราอีกมื้อ.... เสร็จแล้วพวกเราก็เตรียมเดินทางกลับ
ก่อนกลับพี่อำนาจยังเอาอุปกรณ์จักรยานที่เก็บสะสมไว้ให้ อ.วิทยา ไปดัดแปลงใช้งาน
ผมได้จานดิสเบรกมา 1 คู่ แต่ก็ไม่ได้ใช้งาน....กลับได้จานหน้า 3 จาน ยี่ห้อ shimano LX มาเปลี่ยนใช้ชั่วคราวสำหรับไปลาว

การซ้อมปั่นทริปเขาเขียว เขาใหญ่นี้แม้จะซ้อมได้เพียง 2 วัน นอกนั้นเป็นการท่องเที่ยวบันเทิงเสียส่วนใหญ่
แต่ก็ทำให้ผมได้สะสมประสบการณ์ในการปั่นขึ้นเขาเพิ่มขึ้น ....และคิดว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้วที่จะร่วมปั่นไปลาวกับทริป อ.จารึก
โดยจะออกเดินทางโดยรถทัวร์ที่ขนส่งตลาดหมอชิตในคืนวันที่ 6 มิย. 54 ไปลงที่ อ.ทุ่งช้าง สมทบกับทีม อ.จารึก ที่ปั่นมาจากอุตรดิตถ์

ใจจริงแล้วผมอยากจะเขียนทริปซ้อมปั่นเขาเขียว เขาใหญ่นี้ให้เสร็จเร็ว ๆก่อนไปลาว
แต่เวลาจัดเตรียมอุปกรณ์การเดินทางกระชั้นมากทำให้ล่าช้าออกไป

จุดประสงค์ของผม...อยากจะเชิญชวนนักปั่นทั้ง สว. หรือวัยหนุ่ม ที่คิดว่าตัวเองขาอ่อนมาปั่น
แบบทัวร์ริ่งกัน เชื่อเถอะครับว่าถ้าจิตใจมีความมุ่งมั่นแล้วปั่นทองเที่ยวได้แน่นอน
จะถึงจุดหมายช้ากว่าคนอื่นก็ไม่เป็นไร

และสุดท้ายผมอยากจะให้ท่านมาร่วมปั่นกับทาง สว.เพื่อเก็บทุกดอยสอยทุกภูตามสโลแกนพี่เสือใฝ ที่ปั่นทัวร์ริ่งมาแล้ว 65 วัน ครับ


-ขอขอบคุณ...คุณตู่ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบครับ

รูปภาพ

-ขอขอบคุณพี่อำนาจที่เอื้อเฟื้ออาหารการกินและที่พักหลับนอนครับ

-ขอขอบคุณ อ.จารึก และ อ.วิทยา ที่เอาใจใส่ลูกศิษย์ขาอ่อนคนนี้เป็นอย่างดีครับ
แก้ไขล่าสุดโดย นู๋เล็ก เมื่อ 15 ก.ย. 2011, 13:38, แก้ไขไปแล้ว 5 ครั้ง.
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
viewtopic.php?f=56&t=344145

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย kobfujar » 18 มิ.ย. 2011, 16:25

มาเก็บข้อมูลครับ :D ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ

เรื่องเที่ยววันธรรมดา ผมเห็นด้วย และ ชอบเหมือนกัน :)
เคยไปเที่ยววันธรรมดาในหลายๆครั้ง เงียบสงบ ผู้คนไม่มาก หรือ ไม่มีเอาเลยก็หลายครั้งหลายที่ครับ
ถ้าใครได้ไปในวันธรรมดาซะบ้าง จะติดใจ...


Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย น้องหนึ่ง » 18 มิ.ย. 2011, 19:54

ติดตามอ่านรวดเดียวจบเลยครับ ได้รับประสบการณ์เหมือนไปปั่นเองเลยทีเดียว
ฝากสวัสดีน้าตู่ด้วย ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ครั้งก่อนไปหาที่บ้านก็ไม่อยู่ แอบไปเที่ยวนี่เอง

ตรงโค้ง กม.6 นั่นผมเคยจบทริปแบบเจ็บใจตัวเองเหมือนกันครับ ครั้งนั้นเป็นการปั่นขึ้นด้านนั้นครั้งแรก โดยเฉพาะเป็นการปั่นคนเดียวด้วย จากความเหนื่อยล้าที่ขึ้นเขาอย่างเดียวมาตั้งแต่หน้าด่าน พอเจอเนินที่ว่านั่นทั้งชันทั้งยาว ผนวกกับฝนเริ่มลงเม็ด ทำให้มีเหตุผลเข้าข้างตัวเองไหลกลับลงมา แล้วรู้ทีหลังว่าเหลืออีกแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงจุดชมวิว หลังจากนั้นเนินก็ไม่ชันเท่านี้อีกแล้ว ถ้ากัดฟันต่ออีกนิดคงถึงยอดเขาได้ไม่ยาก ทำให้เสียใจจนบัดนี้


ขอแบ่งปันประสบการณ์เรื่องไมล์ กับเรื่องยางด้วยนะครับ

  • ไมล์เวโล่แปด ที่โดนน้ำแล้วไม่ทำงาน หรือขึ้นเออเร่อมาจาก 2 จุดครับ
    1. ฐานไมล์เปียกน้ำ ทำให้ขั้วไฟฟ้าอยู่ในสภาพติด-ดับอย่างรวดเร็ว จนไมล์ประมวลผลไม่ทัน
      วิธีแก้คงไม่มี แต่ป้องกันได้โดยใช้ถุงพลาสติกใสคลุมไว้ เพื่อไม่ให้เปียกโชก ไม่ต้องคลุมดีมากจนแห้งสนิท เพราะไมล์ยี่ห้อนี้เค้าสามารถทนน้ำได้ระดับนึง แค่เปียกเปาะแปะยังทำงานได้อยู่ และขณะเปียกไม่ควรกดปุ่ม เนื่องจากซีลยางกันน้ำที่ปุ่มมีขนาดเล็ก ตอนปุ่มอยู่ท่าปกติมันก็กันน้ำได้ดีอยู่ แต่เมื่อกดปุ่มขอบยางกระเพื่อม เป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้
    2. ตัวเซ็นเซอร์เปียกน้ำ ตรงปลายที่เป็นกระเปาะ ในนั้นจะมีขั้วไฟฟ้าอยู่ ด้านบนกระเปาะที่ให้สายไฟโผล่ออกมามียางกันน้ำอยู่ แต่เมื่อใช้งานบางครั้งน้ำก็ซึมลงไปตรงนั้น ทำให้กระเปาะกลายเป็นถ้วยใส่น้ำ เซ็นเซอร์ไม่ทำงาน ไมล์จึงไม่ขึ้น ทิ้งไว้สองสามวันพอแห้งก็ทำงานได้ต่อ
      วิธีแก้ไขง่ายมากครับ คือติดตั้งให้เซ็นเซอร์หงายขึ้น สายไฟชี้ลง เท่านี้น้ำก็ไม่ขังแล้ว เพียงแต่จะดูขัดตาไปบ้าง
    แค่นี้ก็ลุยฝนโดยที่ยังเก็บสะสมระยะทางได้แล้ว
  • ยางหน้าแคบ จากที่เคยใช้มา ยางหน้าแคบไม่กลัวน้ำครับ เพราะตัวยางทั้งเส้นเล็กมากจนตัวมันเองกลายเป็นดอกยางทั้งเส้น ตัวหน้ายางที่แคบสามารถรีดน้ำออกไปด้านข้างได้ ยิ่งถ้าได้ยางที่เนื้อนิ่มหน่อย สามารถเข้าโค้งบนถนนเปียก (พื้นแข็ง) ได้ดีกว่ายางหน้ากว้างมีดอกเสียอีก
    ที่ยางหน้าแคบกลัวก็คือพื้นนิ่ม เช่นพื้นดิน ทราย หญ้า ฯ เพราะหน้ายางกลายเป็นลิ่มทิ่มลงไปในดิน พลังงานที่กดบันไดไม่ได้พอรถไปข้างหน้า แต่พาให้รถจมดินไปเรื่อยครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้

www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย เต่าปราจีน » 18 มิ.ย. 2011, 19:58

:lol: :lol: ฃู้ดดดด...ยอดดดๆๆๆทั้งคุณนู๋เล็ก และคุณตู่
อ่านสนุกมากครับ รูปก็สวยมาก เดี๋ยวคงได้อ่านเรื่อง"วังเวียงไม่วังเวง แต่วังเวิด" นะครับ อ้อหายดีรึยังครับ ชอให้หายไวๆ

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย เสือดอนโพธิ์ » 18 มิ.ย. 2011, 21:06

ชอบการเล่าเรื่องของพี่นู๋เล็กมากครับ :mrgreen: อ่านไม่มีเบื่อ :D
ชีวิต......
ยังมีความสุขในแบบที่เราไม่เคยรู้จักอีกเยอะแยะ

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย ลุงแซม » 18 มิ.ย. 2011, 21:34

เยี่ยมทั้งเรื่องราว และภาพถ่าย สุดยอดครับ ขอบคุณครับ


Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย เต่าปราจีน » 19 มิ.ย. 2011, 15:36

น้องหนึ่ง เขียน:ติดตามอ่านรวดเดียวจบเลยครับ ได้รับประสบการณ์เหมือนไปปั่นเองเลยทีเดียว
ฝากสวัสดีน้าตู่ด้วย ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ครั้งก่อนไปหาที่บ้านก็ไม่อยู่ แอบไปเที่ยวนี่เอง

ตรงโค้ง กม.6 นั่นผมเคยจบทริปแบบเจ็บใจตัวเองเหมือนกันครับ ครั้งนั้นเป็นการปั่นขึ้นด้านนั้นครั้งแรก โดยเฉพาะเป็นการปั่นคนเดียวด้วย จากความเหนื่อยล้าที่ขึ้นเขาอย่างเดียวมาตั้งแต่หน้าด่าน พอเจอเนินที่ว่านั่นทั้งชันทั้งยาว ผนวกกับฝนเริ่มลงเม็ด ทำให้มีเหตุผลเข้าข้างตัวเองไหลกลับลงมา แล้วรู้ทีหลังว่าเหลืออีกแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงจุดชมวิว หลังจากนั้นเนินก็ไม่ชันเท่านี้อีกแล้ว ถ้ากัดฟันต่ออีกนิดคงถึงยอดเขาได้ไม่ยาก ทำให้เสียใจจนบัดนี้


ขอแบ่งปันประสบการณ์เรื่องไมล์ กับเรื่องยางด้วยนะครับ

  • ไมล์เวโล่แปด ที่โดนน้ำแล้วไม่ทำงาน หรือขึ้นเออเร่อมาจาก 2 จุดครับ
    1. ฐานไมล์เปียกน้ำ ทำให้ขั้วไฟฟ้าอยู่ในสภาพติด-ดับอย่างรวดเร็ว จนไมล์ประมวลผลไม่ทัน
      วิธีแก้คงไม่มี แต่ป้องกันได้โดยใช้ถุงพลาสติกใสคลุมไว้ เพื่อไม่ให้เปียกโชก ไม่ต้องคลุมดีมากจนแห้งสนิท เพราะไมล์ยี่ห้อนี้เค้าสามารถทนน้ำได้ระดับนึง แค่เปียกเปาะแปะยังทำงานได้อยู่ และขณะเปียกไม่ควรกดปุ่ม เนื่องจากซีลยางกันน้ำที่ปุ่มมีขนาดเล็ก ตอนปุ่มอยู่ท่าปกติมันก็กันน้ำได้ดีอยู่ แต่เมื่อกดปุ่มขอบยางกระเพื่อม เป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้
    2. ตัวเซ็นเซอร์เปียกน้ำ ตรงปลายที่เป็นกระเปาะ ในนั้นจะมีขั้วไฟฟ้าอยู่ ด้านบนกระเปาะที่ให้สายไฟโผล่ออกมามียางกันน้ำอยู่ แต่เมื่อใช้งานบางครั้งน้ำก็ซึมลงไปตรงนั้น ทำให้กระเปาะกลายเป็นถ้วยใส่น้ำ เซ็นเซอร์ไม่ทำงาน ไมล์จึงไม่ขึ้น ทิ้งไว้สองสามวันพอแห้งก็ทำงานได้ต่อ
      วิธีแก้ไขง่ายมากครับ คือติดตั้งให้เซ็นเซอร์หงายขึ้น สายไฟชี้ลง เท่านี้น้ำก็ไม่ขังแล้ว เพียงแต่จะดูขัดตาไปบ้าง
    แค่นี้ก็ลุยฝนโดยที่ยังเก็บสะสมระยะทางได้แล้ว
  • ยางหน้าแคบ จากที่เคยใช้มา ยางหน้าแคบไม่กลัวน้ำครับ เพราะตัวยางทั้งเส้นเล็กมากจนตัวมันเองกลายเป็นดอกยางทั้งเส้น ตัวหน้ายางที่แคบสามารถรีดน้ำออกไปด้านข้างได้ ยิ่งถ้าได้ยางที่เนื้อนิ่มหน่อย สามารถเข้าโค้งบนถนนเปียก (พื้นแข็ง) ได้ดีกว่ายางหน้ากว้างมีดอกเสียอีก
    ที่ยางหน้าแคบกลัวก็คือพื้นนิ่ม เช่นพื้นดิน ทราย หญ้า ฯ เพราะหน้ายางกลายเป็นลิ่มทิ่มลงไปในดิน พลังงานที่กดบันไดไม่ได้พอรถไปข้างหน้า แต่พาให้รถจมดินไปเรื่อยครับ

ดีครับเอาประสพการณ์มาบอกเล่ากันได้ประโยชน์มากๆ เรื่องไมล์และเรื่องยาง ตรงกม6 นั้นผมขึ้นได้แต่หัวใจเกือบออกนอกอก ขึ้นจากปากช่องมีกระเป๋าติดตะแกรงค่อนข้างหนักแต่ไม่มีเต้นท์ มามันคนเดียว แดดไม่จัดแต่เหงือออกท่วมตัว ตรงนั้นผมพักยาวเกือบ 15 นาทีกว่าจะจับรถอีก จากนั้นค่อยไหลลงทางปราจีน

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย pormoss » 19 มิ.ย. 2011, 16:31

อ่านแล้วมีกำลังใจอีกเยอะครับ :P :P
[color=#0000BF]ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน จิตใจเบิกบานร่างกายแข็งแรง[/color]

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย ครูชิต » 19 มิ.ย. 2011, 16:48

ติดตามอ่าน สนุกมากครับ ขอบอกว่าผมยังไม่เคยขึ้นเขาเขียวเลย :o :lol:

พี่โพสต์ยาวมากไปครับ สัก 4-5 รูป โพสต์ทีดีกว่าครับ ผมตามไปแก้ "ซี่โคงแก่" เป็น "ซี่โครงแกะ" ให้พี่ลำบากมากเลยครับ :lol: :lol: :lol:
การขี่จักรยานเสือภูเขาเป็นการหลุดพ้น หลีกหนีจากการ จำเจ วุ่นวาย
Riding mountain bikes is disengagement. Routinely escape from the tempest.

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย นู๋เล็ก » 19 มิ.ย. 2011, 18:29

:D ผมขอทักทายพี่เหวียนที่เคารพก่อนนะครับ :D
ทราบว่าหายจากอาการเจ็บที่เขาใหญ่แล้วดีใจด้วยครับ 8-)
ได้รถใหม่ยังไม่เข้ามือก็พลาดได้ครับ


ผมเป็นหวัดก่อนไปลาวเลยไม่ค่อยสนุก วันที่สี่อาการหนักปั่นไม่ค่อยไหวต้องใช้ตัวช่วยครับ
อีกสองสามวันอาการไข้น่าจะหายครับ ขอบคุณ :P :P
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
viewtopic.php?f=56&t=344145

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย นู๋เล็ก » 19 มิ.ย. 2011, 18:56

8-) 8-) สวัสดีครับคุณครูชิต ไม่น่าเชื่อว่ายังไม่เคยขึ้นเขาเขียว ถ้าผมอยู่ปราจีนคงขึ้นลงบ่อยๆครับ
ก็เป็นประสบการณ์ ครั้งแรกของผมเลยทีเดียว มีโอกาสคงแวะไปเยี่ยมครูครับ
;) ;)
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
viewtopic.php?f=56&t=344145

Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง

โพสต์ โดย นู๋เล็ก » 19 มิ.ย. 2011, 19:08

เสือดอนโพธิ์

หัวข้อกระทู้: Re: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน(2).....ซ้อมปั่นเขาเขียว...เดี๋ยวเดียวก็ถึง ตอบกลับพร้อมอ้างอิง
ชอบการเล่าเรื่องของพี่นู๋เล็กมากครับ :mrgreen: อ่านไม่มีเบื่อ :D


เชื่อไหมครับ...คุณเสือดอนโพธิ์...เรื่อง ปั่นหมอบ..ไปเปรี้ยว..บนเขาใหญ่..
ผมอ่านอยู่หลายเที่ยวและเกิดแรงบันดาลใจอยากทำในสิ่งที่ยากๆบ้างครับ

;) แต่ด้วยวัยและสังขารเอาแค่นี้ก่อนก็พอครับ :lol: :lol:
:arrow: คนเกษียณ..เขียนให้อ่าน.....สว.มือใหม่หัวใจบอลลูน..
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=322520

:arrow:คนเกษียณ....เขียนให้อ่าน (2) ... ซ้อมปั่นเขาเขียว....เดี๋ยวเดียวก็ถึง
viewtopic.php?f=56&t=344145



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 13 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน