ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา

ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 14:46

ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

สืบเนื่องจากการเดินทาง
ข้ามาคนเดียว ตอนที่ 1 กรุงเทพฯ - ระนอง
viewtopic.php?f=56&t=45585

ข้ามาคนเดียว ตอนที่ 2 กรุงเทพฯ - หนองคาย
viewtopic.php?f=56&t=139722


รายละเอียดการเดินทาง
เดินทางจาก: หลักสี่ กรุงเทพฯ - อ. เมือง จ. เชียงใหม่
เริ่มออกเดินทาง วันที่ 6 ตุลาคม 53 ถึงเชียงใหม่ในวันที่ 12 ตุลาคม 53
ระยะเวลาในการเดินทาง: 7 วัน
รวมระยะทาง: 770 ก.ม.
น้ำหนักบรรทุกโดยเฉลี่ย: 12-13 ก.ก.
จักรยาน: Kona Jake the Snake


การเดินทางไกลด้วยจักรยานนั้นยังคงเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์จับใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าจะเป็นการเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตามแต่ ยิ่งมีเพื่อนที่รู้ใจเป็นคู่หูในยามเดินทางยิ่งทำให้บรรยากาศการเดินทางนั้น อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งมิตรภาพ และความทรงจำ ที่จริงแล้วหลังจากการเดินทางใน 2 ครั้งแรกข้างต้นนั้น ผมได้ตั้งใจว่าจะเดินทางไกลคนเดียว โดยมีแผนการใหญ่เป็นเป้าหมายหลัก แต่หลังจากได้พูดคุยกันกับเพื่อนคู่หูซึ่งต่อจากนี้จะเรียกว่า "เสือรอง" ถึงการเดินทางไปเชียงใหม่อย่างที่เสือรองได้ตั้งใจไว้สักครั้ง เราทั้งสองจึงนัดหมายถึงช่วงเวลาของการเดินทางล่วงหน้าได้ก่อนประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านี้ แต่ครั้นพอถึงเวลาจริงๆ แล้วผมเองกลับต้องขอเลื่อนวันเดินทางจากวันที่ 3 ตุลา 53 ไปเป็น วันที่ 6 ตุลา 53 เนื่องจากติดภาระกิจปลีกตัวไม่ได้จริงๆ จึงเป็นอันตกลงกันว่า เราจะเริ่มล้อหมุนกันจริงๆ ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 53 โดยจะใช้เวลาในการเดินทาง 7 วัน ดังมีรายละเอียดและรูปประกอบการเดินทางดังต่อไปนี้

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:08

วันที่ 1 : หลักสี่ กรุงเทพฯ - อ. เมือง จ. ชัยนาท

ในวันแรกของการเดินทางนี้ ผมนัดเสือรองมาเจอกันที่เก่าเวลาใหม่ Foodland หลักสี่ ซึ่งกว่าที่ผมและเสือรองจะมาเจอกันได้นั้นเป็นเวลาล่วง 6 โมงเช้าแล้ว ถือว่าสายทีเดียวกับการเดินทางไกลในระยะ 200 ก.ม. สำหรับวันแรก แต่ถ้านึกย้อนกลับไปจริงๆ แล้วล่ะก็ เสือรองนั้นต้องปั่นมาเจอผมที่จุดนัดพบนี้จากถนนพระรามสามซึ่งอยู่ไกลออกไปพอสมควร ทำเวลาได้ขนาดนี้ถือว่าไม่เลวทีเดียว ส่วนจะเป็นยังงัยต่อคงต้องว่ากันอีกที

เมื่อผมกับเสือรองได้มาเจอกันที่ Foodland หลักสี่ตามนัดหมายแล้ว หลังจากมีการพูดคุยถ่ายรูปและตระเตรียมความพร้อมกันเล็กน้อย เราทั้งสองจึงเริ่มออกเดินทาง โดยโรลลิ่งช้าๆ ขึ้นมาทางโลคอลโรดจนสุดสาย และผ่านเข้ามาที่ถนนเลียบคลองเปรม (ร้านครูอ้อ) เนื่องจากยังเป็นเวลาเช้า เราจึงร้องการเวลาพอสมควรสำหรับการอุ่นเครื่อง มีการแวะพักเล็กน้อยตรงสายเลียบคลองเปรมนี้เอง ที่จริงเราตกลงกันง่ายๆ ว่า จะปั่นเป็นระยะเวลาประมาณ 50 นาที สลับกับการพักเป็นช่วงสั้นๆ เพื่อให้ร่างกายนั้นไม่ทำงานหนัก และโหมจนมากเกินไป เพราะเรายังต้องเดินทางกันอีกหลายวัน การเร่งรีบในการปั่นทั่วริ่งนั้นนอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ซ้ำจะให้โทษมากกว่า จากนั้นเราจึงปั่นสบายๆ มาจนถึงสุดถนนเลียบคลองเปรมประชา จึงแยกทางซ้ายเพื่อจะออกไปทางถนนสาย 347 ที่เพื่อนๆ นักปั่นหลายท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี พอแยกซ้ายมาได้เพียงเล็กน้อย ผมกับเสือรองก็แวะหาข้าวปลาอาหารลงท้องถือเป็นอาหารเช้ามื้อใหญ่ทีเดียว พ่อค้าแม่ขายต้อนรับขับสู้พวกเราเป็นอย่างดีถือแม้รสชาดอาหารจะไม่ค่อยถูกปากพวกเราสักเท่าไหร่ หลังจากนั้นเราจึงเดินทางต่อมาถึงถนน 347 และเดินทางตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ในช่วงเวลานั้นเอง ท้องฟ้ามึดครึ้มดำทมึนทำท่าว่าจะมีฝนตกลงมาห่าใหญ่เป็นแน่ ผมกับเสือรองก็พูดคุยกันว่าอะไรจะเกิดมันก็คงต้องเกิด เพราะถ้าปั่นออกมาจากประตูบ้านแล้ว คงไม่หันหลังกลับเป็นแน่ แต่ในใจเราต่างคนก็ภาวนาอย่าให้ฝนตกลงมาเลย (นี่ถ้าหาสาวบริสุทธิ์ข้างถนน 347 ได้ คงต้องเรียกมาช่วยปักตะไคร้เย้ยฟ้าฝนกันทีเดียว) ไม่น่าเชื่อว่าคำขอของพวกเราทั้งสองจะเป็นผลสมใจหวัง เพราะหลังจากที่เราขี่ผ่านก้อนเมฆที่ดำเมี่ยมมานั้น กลับไม่มีเม็ดฝนสักหยด ท้องฟ้าแม้จะยังคงอึมครึมแต่ก็คลายความทมึนลงไปมาก วี่แววของฝนตกก็ค่อยๆ จางลงไป เราทั้งสองปั่นจนกระทั่งมาถึงสุดสายของถนน 347 และด้วยความที่เราตั้งใจจะหลีกเลี่ยงถนนสายหลัก เราจึงเลือกเส้นทางแยกซ้ายเข้าสู่ถนนสาย 309 ซึ่งจะวิ่งเลียบตามแม่น้ำสายเล็กๆ ไปจนตลอดทาง

พอแยกซ้ายเข้าสาย 309 มาได้นิดเดียว ผมและเสือรองก็แพ้ทางเจ้าไก่ย่างจากวิเชียรบุรีในบัดดล ทำให้เราต้องแวะพักควักเงินออกจากประเป๋าอีกคำรบหนึ่ง ทีแรกสั่งไปครึ่งตัว แต่หลังจากได้ชิมแล้วผมจึงบอกแม่ค้าว่า เปลี่ยนใจเป็นเต็มตัวไปเลย ผมเก็บไก่ย่างข้าวเหนียวไว้บนกระเป๋าโดยเอายางรัดๆ เอาไว้ ปล่อยให้เสือรองต้องปั่นตามผมดมกลิ่นไก่ย่างไปนานสองนานทีเดียว ก่อนที่เราจะแวะพักกินไก่บ้าง เติมน้ำลงท้องกันบ้างตามประสานักทั่วริ่ง มาจนถึงเวลานี้อากาศยังคงถือว่าเป็นใจกับพวกเราทีเดียว แม้ฟ้าจะครึ้มจะก็ปราศจากแดด ทำให้การปั่นของเราในช่วงเช้าวันนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น พวกเราปั่นตามทางมาเรื่อยๆ จนมาถึงเพลาอาหารกลางวันที่ตัวเมืองอ่างทองพอดี พอเราปั่นข้ามสะพานใหญ่ลงมาก็มาปะกับร้านก๋วยเตี๋ยวเรียอยู่ริมถนน และแวะพักทานข้าวเที่ยงเพื่อเป็นพลังในการปั่นในช่วงบ่ายต่อไป

ผมว่าปกติเวลาผมเดินทางไกลคนเดียวผมก็ไม่ค่อยป้ำเป๋อลืมนู่นลืมนี่สักเท่าไหร่ แต่พอมากลับเสือรอง สงสัยผมจะตื่นเต้นที่มีคู่หูเดินทางซะนี่ ผมลืมกระบอกน้ำสีขาวใบคู่บุญการเดินทางของผมไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนี่แหละ กว่าจะนึกขึ้นมาได้ก็เดินทางจนจะออกนอกเมืองอ่างทองอยู่แล้ว เสือรองถามว่าผมจะกลับไปเอามั้ย ผมคิดอยู่นิดนึงก่อนจะบอกว่า เราไปต่อกันเลยเถอะไม่เป็นไรหรอกใบนั้นมันเก่าแล้วล่ะ และผมยังคงมีน้ำอีกกระบอก แล้วค่อยพกเป็นขวดน้ำแทนแล้วกัน เราทั้งสองจึงมุ่งหน้าต่อไปตามถนนเลียบคลอง อากาศในช่วงบ่ายนั้นเพิ่มดีกรีความร้อนขึ้นพอสมควร พวกเราแวะพักบ่อยขึ้น แม้ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานออกรสมาตลอดทาง จนกระทั่งมาแวะที่ร้านกาแฟในตัวเมืองสิงห์บุรีในช่วงบ่ายสามกว่าเข้าไปแล้ว ในตอนนี้เอง เสือรองทำท่าไม่ค่อยดีตรงที่เริ่มบ่นว่ามีอาการปวดเข่า เราจึงแวะพักที่นี่เติมพลังกันพักใหญ่พร้อมทั้งปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่จะเปลี่ยนเป้าหมายการเดินทางในวันแรกว่าจะพักที่สิงห์บุรีนี้ หรือว่าจะกัดฟันเดินทางต่อไปให้ถึงชัยนาทตามที่ตกลงกันไว้

หลังจากพักเป็นเวลาพอสมควร เสือรองจึงบอกผมว่าให้เดินทางต่อไปให้ถึงชัยนาทเลยดีกว่า ไหนๆ เราก็มาถึงตรงนี้แล้วไม่อยากให้เสียความตั้งใจ เราจึงออกจากสิงห์บุรี และมุ่งหน้าตามถนน 311 มุ่งหน้าสู่ชัยนาท ระหว่างทางนี้เอง เราสองคนก็เริ่มโรยจากการปั่นมาทั้งวัน ความเร็วในการปั่นของเราจึงช้าลงตามไปด้วย ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ความมืดจึงเริ่มเข้ามาแทนที่ เราทั้งสองยังคงปั่นต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าเลขระยะทางที่หน้าปัดใกล้เลขหลัก 200 ก.ม. สำหรับวันแรกแล้วก็ตาม พวกเราปั่นมาเรื่อย และมาพบกับความมืดในช่วงสักประมาณ 25 ก.ม. ก่อนที่จะถึงชัยนาท ด้วยความที่ถนนนั้นมืดสนิท แมลงเริ่มบินวนเวียนมากขึ้น เป็นอุปสรรคต่อการปั่นของพวกเราพอสมควร ผมจำได้ว่า เสือรองตะโกนจากข้างหลังผมว่าให้ปั่นเร็วขึ้นหน่อยก็ได้ ผมจึงเพิ่มความเร็วขึ้นและปั่นกันแบบเกาะกลุ่มกันไปสองคนจนมาเกือบถึงชัยนาทผมจึงได้ผ่อนความเร็วลงเมื่อเห็นว่าเหลือระยะทางอีกไม่มากแล้ว และทางก็เริ่มไม่เปลี่ยวมากนัก จึงรู้สึกสบายใจขึ้น จากนั้นเราก็เข้าสู่ถนนมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชัยนาทและปั่นกันแบบค่อนข้างอิดโรยจนกระทั่งมาถึงที่พักที่เสือรองได้จองไว้ ไม่ใกล้ไม่ไกล คุ้นเคยกันดีสำหรับนักปั่น "ชัยนาทรีสอร์ท"

เราทางถึงที่พักในช่วงเวลาประมาณทุ่มครึ่ง จากนั้นก็พลันจัดเรื่องข้าวของ จักรยานกันเล็กน้อยก่อนจะอาบน้ำอาบท่า แล้วมาทานอาหารเย็นกันที่หน้ารีสอร์ทนั่นเอง ผมจำได้ว่ายำสเต็กหมูของที่นี่อร่อยติดปลายลิ้นทีเดียว เนื่องจากเราสองคนต่างเหนื่อยล้าพอสมควร จึงมีการพูดคุยวางแผนของวันรุ่งขึ้นกันนิดหน่อย ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อน

ผมเองพอเข้าที่พักก็จัดแจงตรวจตราจักรยานคู่ชีพ และสำรวจร่างการของตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งรถทั้งคนนั้นอยู่ในสภาพที่จะเดินต่อไปในวันพรุ่งนี้
แนบไฟล์
IMG00407-20101006-1101_resize.jpg
ตอนพักกันที่ศาลาคลายความเหนื่อย
IMG00406-20101006-1013_resize.jpg
เสือรองปั่นมุ่งหน้าสู่อ่างทอง
IMG00402-20101006-0811_resize.jpg
อาหารเช้าของวันแรก น่ากินมั้ยล่ะครับ
IMG00400-20101006-0659_resize.jpg
เสือรองและจักรยานคู่ใจของพวกเราครับ

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:13

รูปวันที่ 1 ต่อเลยครับ...
แนบไฟล์
IMG00414-20101006-1705_resize.jpg
จักรยานคู่ใจผม ถูงขาวๆ ที่อยู่ด้านบนนั่นแหละครับ ไก่ย่าววิเชียรฯ
IMG00413-20101006-1442_resize.jpg
เสือรองของเรา ปั่นอย่างสบายใจ
IMG00411-20101006-1442_resize.jpg
เส้นทางสวยน่าปั่นจริงๆ ครับ
IMG00408-20101006-1101_resize.jpg
อาวุธหนักในการเดินทางของพวกผม

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:18

วันที่ 2 : อ. เมือง จ. ชัยนาท - อ. เมือง จ. นครสวรรค์

สำหรับการเดินทางในวันที่สองของพวกเราเป็นการเดินทางในระยะสั้น ประมาณ 60 ก.ม. เท่านั้น ผมและเสือรองต่างออกเดินทางค่อนข้างสายเนื่องจากพวกเราค่อนข้างเหนื่อยล้าจากการปั่นในวันแรก และวันนี้ระยะทางไม่มากนักจึงไม่จำเป็นต้องรีบ เราปั่นออกจากที่ในช่วงเวลาสัก 8 โมงกว่าเห็นจะได้ และแวะร้านข้าวมันไก่โกตี๋สาขาสอง (สาขาแรกอยู่ที่อุทัยธานี) ซึ่งอยู่ติดกับขนส่งในเมืองเลย ขอแนะนำทุกท่านเลยว่า รสชาดอาหารนั้นดีเยี่ยม น้ำหมูแดงนี้หอมอร่อยสุดใจจริงๆ ผมซัดไปซะสองจานตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้กลับมาลิ้มลองร้านโกตี๋อีกสักครั้ง

จากนั้นเราเลือกถนนสายพหลโยธินโดยปั่นตามทางมาเรื่อยๆ การปั่นในวันนี้ผมรู้สึกตัวว่าปั่นค่อนข้างหนืดทีเดียว อาจเป็นเพราะระยะทางในวันแรกนั้นค่อนข้างไกล และสร้างความอิดโรยให้ผมพอสมควร เราจึงปั่นค่อนข้างช้าคงความเร็วในระดับ 22-25 ก.ม. ต่อชั่วโมงไว้ โดยไม่เร่งรีบ ในขณะเดียวกับที่พวกเราออกปั่นค่อนข้างสาย กับท้องฟ้าโปร่งในวันนี้ทำให้พวกเราสองคนต้องเผชิญกับแดดร้อนมากทีเดียว ส่วนผมนั้นถือว่าตัดสินใจผิดอย่างมากที่เลือกใส่เสื้อแขนสั้นในวันนี้ บอกได้คำเดียวเลยว่า ถึงจะทาครีมกันแดดแล้วก็ตาม เอาไม่อยู่จริงๆ แต่เอาน่า เรามันคนกรุงทำงานกันแต่ในห้องแอร์ นานๆ ทีเอาเนื้อตัวออกมาตากแดดตามลมซะบ้างจะเป็นไรไปเนอะ

ในระหว่างทางที่ออกจากตัวเมืองชัยนาทมาได้สักระยะ ผมและเสือรองได้มาเจอร้านกาแฟอยู่ร้านหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่เครื่องทำกาแฟของท่านเจ้าของร้านเสียจึงทำให้พวกเราไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองกาแฟ แต่ถึงกระนั้นเจ้าของร้านผู้หญิงวัยกลางคนก็ยังใจดีต้มน้ำร้อนให้ผมและเสือรองได้ชงชาอูหลงที่ผมนั้นติดออกมาจากบ้านด้วย แล้วพวกเราจึงได้มีโอกาสได้นั่งสนทนากัน ท่านเจ้าของร้านกาแฟที่ว่านี้ถือได้ว่าเป็นผู้ที่เลือกปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิคนหนึ่ง และท่านก็ได้ให้มุมมองแง่คิดกับคนเมืองอย่างพวกเราสองคนหลายอย่างทีเดียว ถ้าจะว่าไป ที่จริงการปั่นจักรยานทางไกลนั้นก็ถือว่าเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะเราจำต้องมีสติอยู่กับตัวเองตลอด ไม่ฟุ้งซ่านคิดเรื่อยเปื่อย หากแต่เราต้องมีความตั้งใจกับการปั่นดูสภาพเส้นทางและครองสติตลอดเวลาด้วย เห็นได้ว่า การทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หากเรานั้นได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของมันแล้วล่ะก็ สามารถปรับใช้กับเรื่องสมาธิ และปัญญาได้เสมอเลยทีเดียว

จากนั้นเราปั่นกันมาเรื่อยๆ จนช่วงที่แยกซ้ายออกมาจะมุ่งตรงสู่นครสวรรค์ ผมและเสือรองมาแวะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาข้างทาง ทานน้ำทานขนมกันซะเล็กน้อยก่อนจะมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ และเมื่อก่อนเข้าเมืองนครสวรรค์นี้เอง มีเนินยาวพอสมควรเหมือนเป็นด่านทดสอบกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกผมได้คิดถึงการเดินทางในช่วงวันหลังๆ ซึ่งจะมีเนินให้ได้ไต่กันมากพอสมควรทีเดียว การขึ้นเนินตามปกติ กับการแบบน้ำหนักสัมภาระบนจักรยานนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน โดยเฉพาะการมีสัมภาระที่ค่อนข้างหนักด้านท้ายนั้น ทำให้การไต่เนินธรรมดาๆ เป็นเรื่องเหนื่อยเอาการ แต่นั่นแหละครับคือเสน่ห์ของการปั่นทัวริ่งที่ผมชื่นชอบ

เราปั่นเข้ามาถึงที่พักในนครสวรรค์หลังเที่ยงไปพอสมควรแล้ว หลักจากเข้าที่พัก จัดข้าวจัดของเรียบร้อย ผมและเสือรองจึงออกมาทานข้าวเที่ยวตรงที่พักนั้นเอง ในวันนี้เราพักที่ ไพรวารินทร์ รีสอร์ทแอนด์สปา นับว่าเป็นที่พักที่ดี และบริการนวดแผนไทยนั้นยอดเยี่ยมเอาการทีเดียว ผมและเสือรองได้ที่พักพร้อมบริการนวดคนละ 2 ช.ม. ผมนั้นนัดเวลานวดช่วง 6 โมงเย็น ส่วนเสือรองได้นวดต่อจากผม ในช่วงเย็น ผมและเสือรองได้ปั่นเบาๆ ออกมาหาขนมทานในตัวเมืองเป็นร้านนมปั่นเกล็ดหิมะอร่อยดีเหมือนกัน ระบายความร้อนจากตัวผมได้ในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นเสือรองขอปั่นเล่นในเมืองต่อ ส่วนผมกลับมานวดแผนไทยให้สบายตัวก่อน พอผมนวดเสร็จเดินเสือรองก็ซื้อผัดไทยมาให้ผมเป็นอาหารเย็น จากนั้นผมก็อาบน้ำ และตรวจสอบแผนการเดินทางในวันต่อไป ก่อนเข้านอนตอนช่วงดึกๆ
แนบไฟล์
IMG00419-20101007-0925_resize.jpg
บรรยากาศดีครับ แต่งร้านได้สวย
IMG00418-20101007-0924_resize.jpg
ชื่อร้าน Coffee Break ครับอยู่ห่างจากตัวชัยนาทไม่ไกล
IMG00417-20101007-0838_resize.jpg
เราปั่นมาแบบนี้ ไม่พึ่งพารถสี่ส้มแน่นอนนนน...
IMG00416-20101007-0808_resize.jpg
เสือรอง ทำท่าหิวจัดซะแร้ววว..
IMG00415-20101007-0808_resize.jpg
ร้านโกตี๋ที่ว่าครับ น่าทานมั้ยล่ะ?

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:22

รูปของวันที่สองต่ออีกครับ...
แนบไฟล์
IMG00426-20101007-1259_resize.jpg
ถ่ายที่สะพานเดชะติวงศ์ เอ.. เรียกถูกหรือเปล่าเนี่ย
IMG00424-20101007-1258_resize.jpg
Kona Jake the Snake ของผมนี่สวยไม่ใช่เล่นๆ
IMG00423-20101007-1154_resize.jpg
กว่าจะถึงเชียงใหม่ ต้องผ่านอีกหลายด่าน
IMG00422-20101007-1038_resize.jpg
เสือรองในมาดนักปั่นน่องโต
IMG00420-20101007-0926_resize.jpg
กำลังนั่งสนทนากับเจ้าของร้านกาแฟ Coffee Break อยู่ครับ

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:24

รูปในวันที่สองต่ออีกนิดครับ...
แนบไฟล์
IMG00428-20101007-2059_resize.jpg
ในรีสอร์ทไพรวารินทร์ครับ คืนนี้ผมจะแช่น้ำอุ่น
IMG00427-20101007-1659_resize.jpg
ขนมเกล็ดนมหิมะ ของผมถ้วยซ้าย ของเสือรองถ้วยขวา

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:32

วันที่ 3 : อ. เมือง จ. นครสวรรค์ - อ. เมือง จ. กำแพงเพชร

ในการเดินทางวันที่ 3 นี้ ผมและเสือรอง พร้อมออกเดินทางกันตั้งแต่ช่วงหกโมงเช้า ในวันนี้เราเลือกการเดินทางบนถนนสายหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราปั่นเบาๆ ออกมาที่ทางหลวงหมายเลข 1 แวะซื้ออาหารเช้ายอดฮิต ได้แก่หมูปิ้งข้าวเหนียว พร้อมกับข้าวหลามคนละกระบอกแก้หิวยามเช้าได้เป็นอย่างดี บนถนนสายหลักในวันนี้ (ผมว่าทุกวันน่ะแหละ) รถค่อนข้างเยอะ อีกทั้งเป็นรถบรรทุกซะมากทีเดียว ผมนั้นต้องปั่นไปรมควันกันไปพอควร (พวกนักปั่นเคยคิดกันเหมือนผมมั้ยว่า ที่จริงถ้าเราต่อท่อไอเสียขึ้นมาไว้ที่หน้ารถ หรือเจาะเข้ามาหาที่หน้าคนขับรถ ป่านนี้เราคงไม่มีรถควันดำหลงเหลือมากขนาดนี้) แดดยังคงร้อนระอุ ทางวันนี้ส่วนใหญ่เป็นทางตรงอาจมีความเอียงขึ้นเล็กน้อยตามภูมิประเทศ ซึ่งระยะทางจาก นครสวรรค์ ไปถึงตัวเมืองกำแพงเพชรนั้นตกประมาณ 115 ก.ม. การออกแต่เช้านั้นแบ่งเบาการเผชิญหน้ากับความร้อนได้ดีทีเดียว เราปั่นกันมาเรื่อยๆ แวะพักกินข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ซื้อมา พร้อมกับมีชาอูหลงร้อนๆ ที่ผมชงมาตั้งแต่อยู่ที่พักไว้ดื่มให้ชุ่มคอกลั้วกันไปด้วย นับเป็นสุนทรีย์เล็กๆ น้อยๆ ระหว่างการเดินทางของเราสองคน

ถ้าผมจำไม่ผิด วันนี้น่าจะเป็นวันพระ เพราะระว่างที่เรานั่งพักกันตรงศาลาระหว่างทางช่วงเช้านั้น ข้างๆ ริมทางนั้นเองเป็นวัดเล็กๆ ซึ่งในขณะที่เราพักเหนื่อยอยู่นั้นเองก็เห็นภาพที่ชาวบ้านระแวกใกล้ๆ พึ่งฟังพระท่านเทศน์เสร็จและก็ทยอยกันเดินทางกลับบ้าน เป็นภาพที่ผมต้องขอบอกกับเพื่อนนักปั่นว่างดงามยิ่งนัก ภาพทั้งเด็กคนชราคนหนุ่มคนสาวนั้น หิ้วปิ่นโต ถือย่ามเป็นครอบครัว ยายจูงหลาน แม่จูงลูกกลับจากวัดทุกคนหน้าตาอิ่มเอิบใจ ทำให้ผมรู้สึกถึงความวุ่นวายในเมืองกรุงและนึกอิจฉาวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบเสียไม่ได้

เราสองคนเดินทางมาถึงตรงกำแพงเมืองเพชร เราสองคนจึงแวะถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน หลังจากนั้นผมได้แวะไปรษณีย์สลกบาตรเพื่อส่งของที่ใช้แล้วบางอย่างกลับบ้าน อย่างน้อยก็ลดภาระน้ำหนักจากกระเป๋าใบใหญ่ของผมลงไปได้บ้าง พอถึงช่วงเที่ยงท้องของผมก็ร้องทันที แต่กว่าจะหาร้านอาหารบนถนนเส้นนี้ได้นั้นค่อนข้างยากลำบาก จนเรามาหยุดแวะที่ "ร้านน้องปลื้ม" เป็นร้านอาหารตามสั่งที่ได้บรรยากาศทีเดียว เพราะร้านที่ว่าเป็นร้านที่ยกสูง ด้านล่างนั้นเป็นหนองน้ำเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยใบบัว เวลานั่งทานก็ต้องต้องนั่งห้อยขาลงมาสไตล์เดียวกับก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่พิษณุโลกเลย อีกทั้งแม่ครัวเจ้าของร้านก็ยังพูดคุยเป็นกันเองสนุกสนานและบริการอย่างประทับใจทีเดียว หากได้มีโอกาสแวะผ่านมาพวกเราคงจะต้องแวะหาร้านนี้อีกเป็นแน่ครับ

เราเดินทางมาถึงไตรตรึงษ์ พอพ้นเนินเราก็แยกทางขวาซึ่งเป็นถนนสายเล็กเพื่อจะหลบถนนเส้นใหญ่ เลียบริมแม่น้ำตรงเข้าสู่ตัวเมืองกำแพงเพชร วันนี้เรามาถึงที่พัก ต้นน้ำรีสอร์ทในตัวเมืองกำแพงเพชรในช่วงเวลา บ่ายสอง หลังจากได้ที่พักเรียบร้อยแล้ว เราสองคนต่างแยกย้ายกันไปงีบกันคนละเล็กน้อย ก่อนที่เสือรองบอกให้ผมช่วยหาร้านจักรยานในเมืองไว้ด้วย กะว่าเย็นนี้เสือรองนั้นจะแวะเข้าไปซื้อถุงจักรยานสักหน่อย ผมและเสือรองต่างก็พักผ่อนกันจนถึงช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น เราจึงปั่นจักรยานข้ามสะพานเข้าไปในเมือง ตรงสู่ถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าร้าน เอนกไบค์ ทันที เสือรองใช้เวลาไม่นานก็ได้ถุงมือคู่ใจติดไม้ติดมือเป็นของฝากจากกำแพงเพชร (ไม่รู้ว่าเป็นถุงมือ Giro ที่มีกลิ่นกล้วยไข่ติดไปด้วยหรือเปล่าน้อ) วันนี้รถในเมืองค่อนข้างเยอะมากทีเดียวเนื่องจากเป็นงานกล้วยไข่วันแรกทำให้การจราจรคับคั่ง กว่าพวกผมจะหลุดออกมาได้นั้นเล่นเอาเหนื่อยทีเดียว จากนั้นเราจึงข้ามสะพานกลับมาอีกฟากของแม่น้ำปิง และหาร้านอาหารริมแม่น้ำทาน

ปั่นกันมาตั้งหลายวัน พวกผมสองคนก็อยู่ในวินัยดีมาก แต่วันนี้เสือรองบอกว่าขอฉลองครึ่งทางก่อนก็แล้วกัน ดังนั้นหลังอาหารเย็นเราจึงต้องต่อด้วยเบียร์เย็นๆ กันสักเล็กน้อย หลังจากนั้นเราก็ปั่นรับลมเอื่อยกลับเข้าที่พัก เตรียมพร้อมสำหรับวันต่อๆ ไป
แนบไฟล์
IMG00436-20101008-0832_resize.jpg
ผมกำลังจิบน้ำชาที่ข้างทาง
IMG00434-20101008-0831_resize.jpg
การมีชาอูหลงระหว่างทาง ถือเป็นสุนทรียภาพแห่งการปั่นเที่ยวนี้จริงๆ
IMG00433-20101008-0827_resize.jpg
รถใครหว่าสวยจริง
IMG00431-20101008-0626_resize.jpg
มุมจากแฮนด์ของผม
IMG00429-20101008-0614_resize.jpg
เสือรอง ถ่ายที่ตลาดริมทางนครสวรรค์ครับ

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:36

รูปของวันที่ 3 ตามมาติดๆ ครับ...
แนบไฟล์
IMG00450-20101008-1304_resize.jpg
หนองน้ำเล็กๆ มีใบบัวสวยงามที่ร้านอาหารน้องปลื้มครับ
IMG00442-20101008-0931_resize.jpg
ผมแวะส่งของที่ไปรษณีย์
IMG00441-20101008-0914_resize.jpg
ขออวดจักรยานหน่อยนะ
IMG00440-20101008-0912_resize.jpg
และแล้วผมก็เข้าเขตกำแพงเพชร
IMG00439-20101008-0912_resize.jpg
เสือรอง กับเขตแดนกำแพงเพชร

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:40

รูปวันที่สามต่ออีกสักชุด...
แนบไฟล์
IMG00461-20101008-1807_resize.jpg
วิวริมแม่น้ำปิง
IMG00459-20101008-1715_resize.jpg
รูปผม หลังจากเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้าม รองเท้าแตะ จะเข้าไปที่เอนกไบค์
IMG00457-20101008-1714_resize.jpg
ด้านหน้าของจักรยาน
IMG00456-20101008-1714_resize.jpg
สวย... เกินบรรยาย
IMG00455-20101008-1330_resize.jpg
ขอแนะนำเครื่องนำทางผม ชื่อว่า "สุดหล่อ" เจ้านี่เก่งแต่เรื่องในเมือง แถมชอบพาหลงทางเรื่อยเลย

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:45

วันที่ 4 : อ. เมือง จ. กำแพงเพชร - อ. เมือง จ. ตาก

เดินทางกันมาหลายวัน ผมและเสือรองเริ่มจะปรับตัวกับเวลาการเดินทางได้ดีทีเดียว วันนี้เราเดินทางออกจากที่พักก่อน 6 โมงเช้า และเนื่องจากว่าหลายวันที่ผ่านมาเราได้ผ่านถนนซึ่งมีรถค่อนข้างมาก ทำให้ผมมีอาการเจ็บคอและระคายคอเนื่องจากควันรถ วันนี้เราจึงตกลงว่าเราจะปั่นในถนนเส้นเล็กด้านในไปให้มากที่สุดก่อนแล้วจึงค่อยออกถนนใหญ่เพื่อลดการเผชิญหน้ากับรถรามากมาย และควันดำ เราแวะทานแซนด์วิชแฮมชีสที่ เซเว่นตรงปั๊มน้ำมันขาก่อนออกนอกเมืองตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี และเราจึงเดินทางเข้าถนนสายในเลียบตามข้างคลอง ถนนในช่วงนี้เป็นถนนเล็กที่ลัดเลาะไปตามหมู่บ้าน บรรยากาศสวยงามดีจริงๆ ผมปั่นจักรยานอย่างมีความสุขบนถนนแบบนี้ทุกครั้ง บรรยากาศนั้นทำให้ผมนึกถึงถนนเลืยบคลองเปรมแม้จะไม่เหมือน แต่ได้บรรยากาศที่คล้ายคลึง ในระหว่างทางเสือรองได้แวะไปรษณีย์พร้อมทั้งส่งของบางชิ้นกลับบ้านเพื่อลดน้ำหนักลงเช่นเดียวกัน ก่อนที่เราจะปั่นมาจนสุดถนน และต้องถูกบังคับให้กลับสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นถนนใหญ่อีกครั้ง

ระยะทางจากกำแพงเพชร ไปถึงจังหวัดตากนั้นไม่ยาวสักเท่าไหร่ รวมระยะทางประมาณ 60 ก.ม. ซึ่งจากการที่พวกเราเริ่มปั่นกันค่อนข้างเช้าในวันนี้ทำให้พวกเรามาถึงที่ตัวจังหวัดตากได้ในช่วงเวลาก่อนเที่ยง และนับว่าเป็นวันที่พวกเราทั้งสองคนน่าจะมีเวลาได้พักผ่อนในช่วงบ่ายค่อนข้างมาก หลังจากที่เรามุ่งหน้าสู่จังหวัดตาก แล้วเราสองคนจึงมองหาที่พัก และได้ที่พักเป็นโรงแรมใหญ่ในตัวเมืองอยู่ติดริมแม่น้ำ หลังจากนั้นเราปั่นย้อนขึ้นไปในเมืองเล็กน้อย เพื่อนทานข้าวซอยไก่ ซึ่งนับว่าอร่อยถูกปาก (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวหรือเปล่า) หลังจากนั้นเราก็กลับเข้าไปพักผ่อนที่โรงแรม ก่อนจะออกมาปั่นเล่นในเมืองช่วงเย็นๆ

มาถึงตรงนี้ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมจำผิดหรือเปล่า ผมบอกเสือรองว่า ในเมืองนี้เองมีร้านอยู่ร้านหนึ่งถ้าผมจำไม่ผิดชื่อร้านว่าหยุ่นที่ทอดไข่เจียวเป็นลูกฟูๆ รสชาดดีทีเดียว ผมนั้นจำได้ว่าร้านนี้อยู่ใกล้ๆ ฝั่งตรงข้ามกับสนามกีฬาใกล้ๆ สถานีวิทยุ แต่ผมพาเสือรองวนอยู่หลายรอบแต่กลับไม่มีวี่แววของร้านที่ผมโปรดปรานเลย อาจเป็นเพราะผมเคยมาทานร้านนี้นานแล้ว จึงทำให้ภาพที่จำได้นั้นเลือนลาง และอาจจำผิดจำถูก หากเพื่อนนักปั่นใดที่พอรู้ข้อมูลคงต้องรบกวนท่านชี้แนะด้วยนะครับ

เย็นนั้นเราเลยต้องก๋วยเตี๋ยวลาดหน้าตรงตลาดโต้รุ่งใกล้ๆ โรงแรม ถือว่าเป็นอาหารมื้อประทังความหิวก็แล้วกัน หลังจากนั้นเราจึงมุ่งตรงกลับเข้าโรงแรม แต่ก่อนขึ้นห้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน เสือรองดันเอ่ยขึ้นว่า "เฮ้ย... ที่นี่เค๊ามีโต๊ะสนุ๊กด้วยนะว้อย" เล่นเอาผมเหมือนกับถูกท้าทายแกมเชิญชวนยังงัยบอกไม่ถูก มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนมือถือไม้คิวแทนจับแฮนด์จักรยานเสียแล้ว ท่านผู้อ่านครับ เหมือนเป็นการรำลึกความหลังในวัยเด็กเลย ที่ผมและเสือรองนั้นต้องหนีเรียนกันไปแทงสนุ๊กกันอยู่บ่อยๆ ไม่ได้คุยนะครับ ผมไม่ได้เล่นกีฬาชนิดนี้มานานสองนานแล้ว แต่ผมว่าฝีไม้ลายมือของผมก็ยังดูไม่เลวทีเดียว... แน่ละครับมาเดินฝนหัวคิวแทงสนุ๊กกันแบบนี้ จะพลาดได้อย่างไร ก็ต้องมีเบียร์กันสักขวดให้ได้พอหอมปากหอมคอกันหน่อย เราแทงกันอยู่พอสมควร หลังจากนั้นเราจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเครียมตัว ดันเนินกันในวันต่อไป
แนบไฟล์
IMG00478-20101009-1910_resize.jpg
ท่าทางผมนี่อย่างกะมืออาชีพสนุ๊กจริงๆ
IMG00477-20101009-1908_resize.jpg
เสือรองนี่จริงจังมากก เรื่องสนุ๊ก
IMG00474-20101009-1116_resize.jpg
ผมปั่นของผมดีๆ อยู่ๆ แมลงทับบินมาเกาะ สงสัยมันคงนึกว่าผมเป็นช้างแน่ๆ
IMG00470-20101009-0903_resize.jpg
เลขสวย จักรยานคันนี้รับใช้ผมมาจะครบหมื่นกิโลแล้ว สงสัยต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง
IMG00468-20101009-0715_resize.jpg
บรรยากาศเลียบริมคลอง ช่วงออกจากเมืองกำแพงเพชร มุ่งหน้าสู่จังหวัดตาก

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:50

วันที่ 5 : อ. เมือง จ. ตาก - อ. เถิน จ. ลำปาง

วันนี้เราทานอาหารเช้ากันที่โรงแรม เราจึงเข้าห้องอาหารของทางโรงแรมอย่างเร็วที่สุดตั้งแต่ห้องอาหารเปิดเลยครับ นับเป็นอาหารเช้ามื้อที่หรูที่สุดนับตั้งแต่เราเดินทางกันมาเลย แต่ถ้าให้เลือกผมก็ยังชอบข้าวเหนียวหมูปิ้งมากกว่า เราทานกันเสร็จและเริ่มออกเดินทางทันทีตอนประมาณ 6 โมงครึ่งในตอนเช้า ตามความคาดหมาย พอเริ่มออกเดินทาง เส้นทางก็เริ่มเป็นเนินขึ้นลงทันที สำหรับผมแล้ว การขึ้นลงเนินในภูมิประเทศแบบนี้เพลิดเพลินมากกว่า เส้นทางราบมาก เพราะเหมือนจักรยานคู่ใจของเรากำลังวิ่งไปอยู่บนพื้นผิวดังเช่นลูกคลื่น พาลัดเลาะสู่ความงามของธรรมชาติข้างทาง ผมและเสือรองเพลิดเพลินจนลืมความเหนื่อยล้าไปได้บ้างกับเส้นทางสวยงามของวันนี้ ประกอบกับผมรู้สึกได้ว่าในวันนี้นั้น แม้เราจะยังคงปั่นอยู่ในเส้นทางสายหลัก แต่รถรานั้นได้น้อยลงไป ทำให้การปั่นในวันนี้นั้นราบรื่นขึ้นอีก

ระยะทางจากตัวเมืองตากไปถึง อ. เถิน ประมาณ 80 ก.ม. เศษ ถือเป็นการเดินทางระยะกลางที่ไม่ไกลมากนัก อากาศยังคงสดใสค่อนไปทางร้อนแดดแรง เรามาแวะพักถ่ายรูปกับจักรยานโคตะระใหญ่ที่ทางเข้าเขี่อนภูมิพล ใหญ่จริงๆ ครับ เมื่อเทียบกับตัวผม และจักรยานของผมแล้วพวกเราเหลือตัวนิดเดียวเอง (พิสูจน์ได้จากรูปด้านล่าง) นับเป็นช่วงเวลาที่ดีของการเดินทางของพวกเรา อากาศดี บรรกาศก็เยี่ยม การปั่นจักรยานทางไกลของเราตอนนี้เต็มไปด้วยความชื่นมื่น แต่ไม่มีอะไรราบรื่นไปซะทั้งหมดหรอกครับ ผมพึ่งบอกอยู่หยกๆ เองว่า ผมกำลังเพลิดเพลินกับเส้นทางในวันนี้ แต่พอผมปั่นไปได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ต้องเจอสภาพเส้นทางที่กำลังปิดซ่อมไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ต้องใช้ทางเบี่ยงไปขี่เส้นเดียวกับรถฝั่งที่วิ่งสวนทางมา สืบทราบจากผู้อื่นได้ความว่า เส้นทางนี้นั้นเป็นการปิดการจราจรยาวไปจนกระทั้งถึงตัวอำเภอเถินเลยทีเดียว ผมและเสือรองจำเป็นที่จะต้องปั่นคลุกฝุ่นบ้าง เบี่ยงเส้นทางหลบตามที่หลบได้บ้างไปตามประสา ถึงกระนั้นเราไม่วายมาถึงที่ แม่พริกตอนช่วงประมาณเที่ยง และแดดร้อนจัด ผมและเสือรองแวะทานข้าวเที่ยงตรงแยกแม่พริกพอดี เราพักกันนานพอสมควรเนื่องจากอากาศร้อน และแดนค่อนข้างแรง หลังจากนั้นเราจึงปั่นต่อซึ่งใช้เวลาไม่นานพวกเราก็มาถึงโรงแรมที่จองไว้ "นครเถิน" ที่จริงแล้วใน อำเภอเถินนี่เองมีสองโรงแรมนั้นอยู่ติดกันเลย และผมว่าโรงแรมอีกโรงแรมหนึ่งข้างๆ กันน่าจะดูใหม่กว่าโรงแรมที่พวกผมนอน อย่างไรก็ตาม โรงแรมนครเถินที่ผมและเสือรองพักนั้นบริการได้ดีแบบมืออาชีพทีเดียว อีกทั้งบรรยากาศในห้องอาหาร ที่จัดสวนได้อย่างลงตัวสวยงาม เหมาะกับการอื่นหนังสือ และนั่งพักผ่อนยามบ่ายของผม

อีกอย่างที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ "น้ำส้มเกลี้ยง" ของดังจากเถิน พอไปถึงผมก็รีบที่จะของลิ้มลองน้ำส้มเกลี้ยงที่เห็นติดป้ายมาตามรายทาง และพอได้ลองชิมดูแล้ว ปรากฏว่าไม่ผิดหวังจริงๆ รสชาดออกไปทางเปรี้ยวมีกลิ่นหอม สดชื่นมากครับ นับว่าคุ้มค่าที่ได้ปั่นมาถึงที่นี่ เพราะถ้าขับรถมา ผมคงอาจจะเลยผ่านไปเหมือนเช่นที่เคยเป็นก็ได้ และต้องขอชื่นชมจริงๆ เพราะไม่ว่าอะไรของที่เถินก็ผลิตมาจากส้มเกลี้ยงแทบทั้งสิ้น นับเป็นสิ่งที่น่าจะต้องช่วยกันสนับสนุนต่อไป

หลังจากได้ทานของว่างนิดหน่อยในตอนบ่ายแล้ว ผมกลับเสือรองก็เดินออกไปที่ร้านนวดแผนไทยข้างๆ โรงแรม ที่ตรงนี้แหละครับทำให้เอาใจหายใจคว่ำเลยทีเดียว เรื่องของเรื่องก็คือ ผมนวดกับป้าคนหนึ่งซึ่งแกนวดได้ดี มีน้ำหนักมือนะครับ เพียงแต่ว่าจังหวะที่แกบีบเข้าไปที่ต้นขาซ้ายของผม ผมรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาที่โคนขาซ้ายทันที จนผมต้องบอกให้แกหยุดนวดบริเวณขาซ้าย สิ่งนี้ทำเอาผมใจคอไม่ดีเลย เพราะจากประสบการณ์ของผม หากกล้ามเนื้อบริเวณใดที่มีการอักเสบเกิดขึ้นแล้ว อาจต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ทีเดียวกว่าจะกลับมาเป็นปกติ ยิ่งต่ำแหน่งกล้ามเนื้อที่โคนขาด้วยแล้วอาจทำให้ผมต้องถึงกับพักการขี่เลยก็เป็นได้

ป้าแกก็ดีนะครับ คอยถามผมตลอดว่าเส้นขาที่เจ็บหายหรือยัง แต่สำหรับผม มันยังคงมีอาการเจ็บแบบเสียวๆ อยู่ตลอดซึ่งตอนนั้นผมคิดว่าเอาเป็นว่าคงต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วกัน ถ้ามันจะเจ็บก็ต้องยอมรับให้ได้ แต่ก็ภาวนาอย่าให้ต้องมีอาการเจ็บหนักจนกระทั่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเลย หลังจากนวดเสร็จผมค่อนข้างเป็นกังวลกลับอาการเจ็บที่ต้นขาซ้ายมาก ทำให้อาหารเย็นวันนั้นไม่ค่อยอร่อยเลย อีกทั้งทางโรงแรมทำอาหารรสชาดเผ็ดซะจนผมกับเสือรองซี๊ดซ๊าดกันตลอดมื้อค่ำ หลังจากมื้อค่ำแล้วเราต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าที่พัก สำหรับผมคงต้องลุ้นกันละว่า อาการเจ็บที่โคนขาจะส่งผลกับผมอย่างไรในการปั่นวันพรุ่งนี้...
แนบไฟล์
IMG00488-20101010-0936_resize.jpg
เสือรองมาดเท่ห์กับหลักกิโลเมตร
IMG00486-20101010-0935_resize.jpg
เชียงใหม่เหลืออีกไม่ไกลเท่าไหร่แล้ว
IMG00485-20101010-0851_resize.jpg
ที่เห็นนั่นเสือรองทานน้ำชานะ เห็นแฟนคลับแซวว่าแกดมยาดม
IMG00484-20101010-0846_resize.jpg
อากาศร้อนจนเหงื่อออกไม่หยุดเลย
IMG00483-20101010-0846_resize.jpg
ศาลาพักเหนื่อยหลังจากไต่เนินขึ้นมา

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 15:57

รูปวันนที่ 5 ต่อเลยครับ...
แนบไฟล์
IMG00495-20101010-1004_resize.jpg
ดูกันให้ชัดๆ ว่าใหญ่จริงๆ
IMG00494-20101010-1002_resize.jpg
ชอบจัง ผมเหลือตัวนิดเดียวเอง
IMG00492-20101010-0956_resize.jpg
หล่อมั้ยครับ
IMG00491-20101010-0956_resize.jpg
สวยครับ รูปนี้
IMG00489-20101010-0954_resize.jpg
ดูไกลๆ คิดว่าคันนิดเดียว เสือรองยกได้สบายๆ

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 16:00

รูปวันที่ 5 ต่ออีกสักชุดนะ...
แนบไฟล์
IMG00503-20101010-1557_resize.jpg
จากน้ำส้มเกลี้ยงเป็น สิงห์ซะนี่
IMG00502-20101010-1524_resize.jpg
ดูกันชัดๆ ครับ ของดีจาก เมืองเถิน
IMG00500-20101010-1506_resize.jpg
โรงแรมนครเถิน ยามบ่าย บรรยากาศดีครับ อาหารก็อร่อย บริการประทับใจ
IMG00496-20101010-1503_resize.jpg
ต้องลองครับ น้ำส้มเกลี้ยงสดๆ

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 16:05

วันที่ 6 : อ. เถิน จ. ลำปาง - อ. เมือง จ. ลำปาง

ในตอนเช้าของการเดินทางในวันที่ 6 เมื่อตื่นนอนมาผมก็พบว่ายังคงมีอาการเจ็บอยู่ที่โคนขาซ้ายเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกลับปั่นไม่ไหว ผมและเสือรองยังคงรักษาเวลาได้ดี พวกเราออกเดินทางกันมาตั้งแต่ก่อน 6 โมงเช้า พอเลี้ยวเข้าถนนเส้นหลักปุ๊ป ก็เจอกับหมูกระดิ่ง หมูปิ้งและคอหมูประจำอำเภอเถินทันที เห็นป้าคนขายแกคุยให้ฟังว่า ถ้าออกปากถามถึงหมูกระดิ่งแล้วล่ะก็ รับรองชาวเถินเป็นต้องรู้จัก แต่ผมว่าคอหมูย่างของแกก็อร่อยถูกปากตามที่แกคุยไว้จริงๆ น่ะแหละ พอได้เสบียงในการเดินทางเสร็จสรรพ พวกเราก็ออกเดินทางมาตามสายที่จะผ่านอำเภอสบปราบ เป็นไปตามความคาดหมายของพวกเรา เส้นทางในวันนี้มีเนินมากกว่าเมื่อวานพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นเนินขึ้นลงไม่ชันมาก สลับกับทางลาดชันในบางช่วง เจ้ารถ Kona ของผมมักมีปัญหากับการไต่เขาพอสมควรเนื่องจากเป็นชุดเสือหมอบที่มีเฟืองหลังใหญ่สุด 25 เฟือง เมื่อต้องแบบของหนักๆ คราใด ไต่เนินสูงๆ เป็นได้เหนื่อยทุกครั้งไป

แต่สำหรับเส้นทางจาก เถิน สู่ลำปางนั้น ยังคงมีความชันไม่มากนัก ทำให้เจ้ารถคู่ใจของผมพาผมผ่านเนินเขาต่างๆ มาอย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีการเรียกใช้ชุดเกียร์ 1-1 อยู่เป็นครั้งคราว ส่วนรถของเสือรองนั้นเป็นเกียร์ดุม 8 เกียร์ แลดูว่าเกียร์เบาของแกจะเบากว่าของผมอยู่เล็กน้อย ทำให้เสือรองไต่ผ่านเนินชันมาได้อย่างใบหน้าแต้มยิ้ม อาจเป็นเพราะว่านี่เป็นการเดินทางวันท้ายๆ ของพวกเราแล้ว และที่หมายปลายทางนั้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม และผมก็เชื่อว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่มีความตั้งใจจริงในการจะขี่ทางไกลแล้วล่ะก็ ทุกคนก็สามารถทำได้ทั้งนั้น ไม่ว่าสูงดำต่ำเตี้ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ขาแรงขาอ่อนก็ตาม เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ด้านซ้ายตรงชายโครงของทุกคนเองนั่นแหละครับ ยิ่งได้เพื่อนคู่หูมาปั่นเป็นเพื่อน หรือหากมีเพื่อนเป็นกลุ่มที่เข้าขากันแล้วล่ะก็ การเดินทางจะออกรสชาติสนุกสนานทีเดียวจนผมลืมอาการเจ็บที่โคนขาเสียสนิท ซึ่งบรรยากาศต่างกับตอนที่ผมเดินทางเพียงลำพังลิบลับ แต่ต้องขอบอกว่า การเดินทางแบบลำพัง และแบบมีเพื่อนคู่หูนี้เอง มันมีเสน่ห์คนละแบบ เรื่องแบบนี้สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ถึงสิบตาเห็นก็ไปเท่าออกไปปั่นเองครับ ต้องลองถึงจะรู้ครับ

ผมมีอาการเจ็บเพิ่มมากขึ้นที่โคนขา แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการปั่นมากนัก แต่ก็จำต้องปั่นอย่างประคองตัว เราทำเวลาในการปั่นมาค่อนข้างดี การได้ไต่เนินขึ้นๆ ลงๆ นั้นทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนเรามาแวะพักทานข้าวเที่ยวกันตรงแถวๆ เกาะคา ร้านก๋วยเตี๋ยวพี่สวย หญิงผู้เต็มไปด้วยปรัชญาและเจ้าบทเจ้ากลอน ในร้านของแกนั้นเต็มไปด้วยคติสอนใจหลายเรื่องหลากรส ทำให้พวกเราเพลิดเพลินกับการรัปทานอาหารมื้อนี้เป็นอย่างยิ่ง แถมขาออกมายังเติมน้ำใบเตยเย็นชื่นใจลงกระติกให้พวกเราได้ดิ่มระหว่างทางเข้าเมืองลำปางอีกซะนี่ สวยทั้งใบหน้าสวยทั้งจิตใจสมชื่อร้านจริงๆ

เราค่อยๆ คลานเข้าตัวเมืองลำปาง และเข้ามาถึงเขตตัวเมืองเมื่อเวลาเที่ยงเศษ ทันได้นั้น “น้าชู” แห่งสไตรด้าร์ก็เหมือนรู้ใจ กริ๊งกร๊างตามสายเข้ามาทันที (มือถือที่มีสายด้วยเหรอwa) เราจึงแวะเข้าไปเยื่ยมเยียนที่บ้านน้าชู แต่ถึงแม้ว่าน้าชูจะไม่อยู่แต่ภรรยาแกก็ต้อนรับขับสู้พวกเราเป็นอย่างดีทั้งยังคอยเป็นธุระเรื่องที่พักแนะนำพวกเราต่างๆ นานา พวกผมต้องขอขอบคุณน้าชูไว้ตรงนี้ด้วยเช่นกันนะครับ ถ้าจะท้าวความกลับไปแล้วล่ะก็ การที่พวกผมได้มาปั่นอยู่แบบนี้ได้ ก็มีน้าชูนี่แหละเป็นแรงผลักดันเป็นผู้จุดประการการปั่นจักรยานให้พวกเราทีเดียว ถือเป็นอาจารย์คนแรกๆ ของพวกเราก็ว่าได้ ว่าแล้วก็ต้องขอบคุณน้าชูอีกคำรบหนึ่ง

เมื่อเราได้ที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่ายวันนี้ผมนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องเลย ตื่นมาอีกทีก็นับเป็นเวลาเย็นแล้ว พอโทรถามเจ้าเสือรอง ได้ความว่าเสือรองนั้นปั่นจักรยานเข้าไปเหล่หญิงในเมืองซะแล้ว ผมล้างหน้าล้างตาแล้วปั่นตามแกออกไป หลังจากนั้นเราจึงปั่นออกไปที่ริมแม่น้ำเพื่อหาข้าวเย็นทานกัน ก็หนีไม่พ้นร้านยอดฮิต ริเวอร์ไซด์ ล่ะครับ ในช่วงรัปทานอาหารเย็นวันนี้ ผมกลับเสือรองได้กระดกเบียร์เล็กน้อย ก่อนที่พวกเราจะมาเสียวินัยนักปั่นตอนที่เข้ามาหาเบียร์ลงท้องในเมืองอีกหลังจากอาหารเย็นแล้ว ก็พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของการปั่นแล้วล่ะครับ พวกเราก็ต้องฉลองกันสักหน่อยเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนที่เราทั้งสองคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อจะต้องปั่นต่อในวันสุดท้ายต่อไป
แนบไฟล์
IMG00510-20101011-1735_resize.jpg
เป็นพิพิธฯด้านการเงิน อยู่ติดกับธนาคารไทยพานิชย์ในสำปากครับ
IMG00509-20101011-1201_resize.jpg
หลังทานข้าวกลางวัน มุ่งหน้าสู่ลำปางครับ
IMG00508-20101011-1158_resize.jpg
เดินหน้าต่อไปครับ
IMG00507-20101011-0733_resize.jpg
เส้นทางสวยงามครับ
IMG00505-20101011-0642_resize.jpg
ล้อหมุน
แก้ไขล่าสุดโดย wintutor เมื่อ 17 ต.ค. 2010, 16:43, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.

Re: ข้าไม่ได้มาคนเดียว 3... กรุงเทพฯ - เชียงใหม่

โพสต์ โดย wintutor » 17 ต.ค. 2010, 16:08

รูปวันที่ 6 กันต่อเลยครับ...
แนบไฟล์
IMG00516-20101011-2018_resize.jpg
สติแตกกันวันก่อนสุดท้ายนี่แหละครับ
IMG00515-20101011-2016_resize.jpg
ตอนถ่ายนี่ไม่ได้เล็งเสือรองนะเนี่ย
IMG00514-20101011-1925_resize.jpg
หอนาฬิกาที่ลำปางครับ
IMG00513-20101011-1812_resize.jpg
บรรยากาศจากร้าน Riverside


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 7 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน