พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

Moderator: ชนินทร์, watt, สมพิศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โพสต์ โดย สมพิศ » 14 ต.ค. 2016, 13:02

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต.jpg

ประกาศสำนักพระราชวัง
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
สวรรคต

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๘๙ ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี

สำนักพระราชวัง
๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙




Re: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โพสต์ โดย สมพิศ » 14 ต.ค. 2016, 13:03


แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ขอประชาชนร่วมส่งเสด็จในหลวง



การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙


Re: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โพสต์ โดย สมพิศ » 14 ต.ค. 2016, 13:04

กำหนดการ.jpg


ประกาศมติคณะรัฐมนตรี
ให้วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และขอความร่วมมืองดจัดงานมหรสพ และกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา ๑ เดือน



Re: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โพสต์ โดย สมพิศ » 15 ต.ค. 2016, 19:37

KING OF KING.jpg

พระราชประวัติ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช"
14 ต.ค. 2559 06:14

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น รัฐแมสซาชูเสตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นพระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” เป็นพระอนุชาใน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา จากนั้นเสด็จไปศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเมียร์มองต์ และโรงเรียนเอคอล นูแวล เดอ ลา สวิส โรมองด์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศิลป์จากยิมนาส คลาซีค กองโตนาล แห่งเมืองโลซานน์ ก่อนทรงเข้าศึกษาต่อในแผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลซานน์
ปี พ.ศ. 2481 พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งขณะนั้น ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ เนื่องจากทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ประกอบด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และ พระยามานวราชเทวี ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่อ โดยเสด็จกลับไปศึกษาต่อในสาขาวิชากฎหมายและรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ระหว่างที่ประทับอยู่ในต่างประเทศทรงหมั้นกับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาใน พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร และทรงมีพระราชพิธีอภิเษกสมรสในปี พ.ศ. 2493 ก่อนที่จะสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเข้าพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”
ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
หลังเสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรักษาพระสุขภาพ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามที่คณะแพทย์ถวายคำแนะนำ ในระหว่างที่ประทับอยู่ ณ เมืองโลซานน์ นั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ทรงมีพระประสูติกาลพระราชธิดา พระองค์แรก คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในวันที่ 5 เมษายน 2494

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัตพระนครในเดือนพฤศจิกายน 2494 แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระประสูติกาลพระราชโอรสและพระราชธิดา อีก 3 พระองค์ คือ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ประสูติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2495 ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ประสูติเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2498
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฎสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2500
เดือนตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ทรงผนวช ณ วัดพรศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 2,000 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย เสด็จฯทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริ เพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปฐพี นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ ตราบจนเสด็จสวรรคต สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัตินานถึง 70 ปี
ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติเป็น “KING OF KING” ทรงเป็น “พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก” และเทิดพระเกียรติเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก” เพื่อพสกนิกรชาวไทย.

:arrow: http://www.thairath.co.th/content/753396
:arrow: http://www.thairath.co.th/kingbhumibol


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 3 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน