00001
TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 9.....TTTT

ปรารถนาจะให้เป็นกระทู้สำหรับชาวจักรยานใช้เป็นช่องทางพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน..ในรูปแบบที่เป็นสาธารณะ
จะคุยกับใคร แต่คนละเวลา ก็คุยฝากกันไว้ให้เพื่อนมาคุยต่อไม่ถือสาเรื่องคุยข้ามกันไปข้ามกันมา


ไปปั่นที่ไหนมา..ที่ไม่ถึงกับมีรายงานทริปในกระทู้หลัก.. ก็เก็บภาพรายงานมาฝากกัน


จะเล่าเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า สุขภาพกาย สุขภาพใจ หรือสิ่งแวดล้อมอะไร ก็ใส่ไว้ให้เพื่อนอ่าน


พบเห็นกระทู้เด่น / เรื่องน่าสนใจ / ข่าวคราวเพื่อนคนใด / ก็ช่วยโยง URL มาบอกกันไว้ในกระทู้นี้ (ช่วยประหยัดเวลาค้นหาให้เพื่อนๆ )


จิปาถะที่อยากจะคุยกันในหมู่ชาวจักรยานเรา..ที่เป็นสาธารณะได้..สาธารณะชนทั่วไปยอมรับได้


เคารพในความเห็นผู้อื่น...ควรจะคุยแต่เฉพาะความเห็นที่เราเห็นว่าดี..หลีกเลี่ยงการตำหนิผู้อื่น..


คุย..หรือ..ตอบในสิ่งที่เราอยากจะตอบและเป็นคุณ(มีค่า)ต่อสาธารณะ..ไม่ตอบโต้ในสิ่งที่เราไม่อยากจะคุยด้วย(ขอถือเป็นกติกาและมารยาทของกระทู้นี้)


อยากจะคุยด้วยกันกับเรา...ง่ายนิดเดียว..คุยมาเรื่อยๆ แล้วเราจะหาช่องคุยกับคุณเองละครับ....แฮะแฮะแฮะ


จุดประสงค์ที่อยากจะได้รับ...คือพวกเราชาวจักรยานได้มีโอกาสฝึกฝนการคุย..การแลกเปลี่ยนความคิด..ที่เป็นสาธารณะได้ดียิ่งๆ ขึ้น...ดีไหมครับ....

--------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิง...
TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 1 .....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=60005

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 2 .....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=61927

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 3.....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=64244

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 4.....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=66722

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 5.....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=71327

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 6.....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=73960

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 7.....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=76907

TTTT.....โต๊ะกาแฟชาวจักรยาน ตอน 8.....TTTT
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=79661&st=421
By : TIGERSONG [ 7 เม.ย. 49 - 13:02:57 น. ]


<<หน้าก่อน     ,     หน้าถัดไป>>
ความเห็นที่ 133
อ้างถึงความเห็นที่ ๖๕ ของยายนุ้ย.. ผมเอาต้นฉบับจดหมายที่ผมเขียนไปลงหนังสือพิมพ์เมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้วมาให้ดูครับ.. ฉบับที่ลงพิมพ์จริงนั้นทางกองบรรณาธิการเขาแก้ไขถ้อยคำเล็กน้อยเพียงสองสามคำ..

Dear Sirs,

With reference to the letter from Khun Kanokparn Thongon published in your 9 December issue praising the new aquarium in the new shopping archade to be opened in the heart of Bangkok that day, I would like to offer a different point of view.

Those sea animals living in the artificial environment as in the commercial aquariums have shorter lives than when they live in their natural environment and most, if not all of them, cannot breed in such a wrong environment. This means the aquarium operators have to keep purchasing sea animals to refill the aquariums endlessly resulting in large numbers of the animals being caught from their natural habitats continuously. The number of animals being caught is even larger than the number needed for refilling as a large portion dies in transportation. Moreover, catching operation is destructive to the habitats (the corals, etc).

Therfore, it is no doubt that such a commercially operated aquarium is a great destructer of the sea animals and the environment and thus we should not praise nor support it. This is different to the real reasearch institutes like the one in Phuket or the one at the Bourapa University in Bangsaen who also carry out breeding. If one wants the schoolchildren to learn about nature, he or she had better support the research institues or bring them to the nature rather than support the commercial aquariums.

I believe most of the readers have seen the very much acclaimed heart-warming animation movie released about two years ago "Finding Nemo". The message delivered by the movie was loud and clear "O NOT CATCH THE FISH AND PUT THEM IN AQUARIUMS FOR HUMAN'S PLEASURE. LEAVE THEM IN THE SEA." Sadly enough, some small kids failed to get the message and their parents went to the Chatuchak market to buy the fish for them instead of teaching them the right message the movie tried to deliver.

Thanin99

From : ธานินทร์๙๙ [ 16 เม.ย. 49 - 22:24:51 น. ]


ความเห็นที่ 134
วันนี้ฉันได้กลับมาจากถ้ำอาชาทองที่บ้านสะลองใน อ.แม่จัน เชียงราย ท่านพระครูบาเหนือชัยยิ้มต้อนรับฉันปั่นจักรยานขึ้นเนินยอดเขาลูกชันมาถึงหน้าศาลาพักนั่งหอบเหนื่อยๆ ลูกเณรยกแก้วน้ำให้ฉันดื่มกระหายน้ำดับร้อน ท่านพระครูให้เขียนเป็นภาษาสอนให้ฉันพิจารณาว่า สิ่งที่ฉันมองเห็นความจริงทั้งหมดเป็นสิ่งมายาทั้งหมด เดี๋ยวกลับไปกทม.จะเรียงรูปให้ดูค่ะ ตอนที่ไปกินนอนในฟาร์มม้าของคุณสีหมอกได้ 2 คืน 1 วัน ผลการฝึกขี่ม้าสุดแสบทำให้ฉันตกอานม้า 2 ครั้ง โอ่ย...ควบคุมเจ้าภูผาทอง(ชื่อม้าน่ะ) ค่อนข้างเชื่อฉันได้ เล่นเอาฉันเหนื่อยทั้งสนุก ตื่นเต้นได้เป็นความรู้ใหม่วิธีเลี้ยงม้าให้เข้ากันกับจิตใจคนได้ ฉันได้เห็นแม่ม้า3ตัวกำลังคลอดลูกม้าตกใหม่ๆ มี 3 ตัวชื่อ สงกรานต์ 1-2-3 ดูน่ารักเลย แม่ม้าหวงสุดๆถึงไล่กัดคุณสีหมอกด้วยเพราะเพิ่งตกลูกได้แล้วค่ะขณะที่ขากลับออกจากถ้ำอาชาทองมีปัญหากับการรอรถบัสสายแม่สาน-เชียงรายรับเอาจักรยานขึ้นไม่ได้ เลยโมโห "ปั่นไป 37 กม.เหรอ ทำได้ต้องรีบให้ถึงที่สุด" เพราะคนข้างบ้านบอกว่าต้องไปเข้าเมืองดีกว่าซื้อตั๋วที่นั่นง่ายกว่ารอโบกรถบัสเขียว...37 กม.ใช้เวลาเร่งหนีสาดน้ำไป 1 ชม.กว่าเฉลี่ยระยะความเร็วที่ 30 กม./ชม. กว่าจะได้ตั๋วเที่ยวสุดท้าย17.30 น.ออกจากเชียงรายถึงเชียงใหม่ราว 21.07 น. ยอมรับว่า สงกรานต์มีปัญหาซื้อตั๋วยากกกกก...เกือบตกที่นั่งไปแล้วค่ะ
From : oiltrips [ 17 เม.ย. 49 - 11:42:24 น. ]

ความเห็นที่ 135
อ่านแล้วขำเสือออยน่ะ หุ หุ..ตกม้าด้วย แถมยังไม่กระดูกกระเดี้ยวหักอีก สุดยอดหญิงจริงๆ

แปลกจังค่ะ พี่ธานินทร์ โรจอ่านภาษาที่พี่เขียนแล้วไม่ต้องเปิดดิกเลยน่ะ ปกติ จะกลัวภาษาหนังสือพิมพ์ เพราะอ่านไม่รู้เรื่องรวดเดียว ต้องข้ามๆไปเป็นระยะๆ ตัวเว้นสามตัว ประมาณนั้น
From : โรจนา. [ 17 เม.ย. 49 - 12:28:18 น. ]


ความเห็นที่ 136
อาจจะเนื่องมาจากหนึ่งในสองสาเหตุละมังครับ.. คุณโรจฯ
คือผมใช้คำศัพท์และการเรียงรูปประโยคที่พื้นๆ (เพราะทำได้แค่นั้น ) หรือในกรณีทั่วไปคุณโรจฯกลัวไปเอง
ลองดูฉบับที่เขาลงพิมพ์จริงครับ ..เขาปลี่ยนเพียงคำบางคำ เช่น refill เป็น restock และ destructor เป็น destroyer และไม่มีประโยคท้ายสุดตามต้นฉบับเดิมของผม.. และเขาตั้งหัวข้อให้ ซึ่งเป็นปกติ ทุกครั้งที่ผมตั้งหัวข้อไป เขามักจะเปลี่ยนให้ใหม่

POSTBAG, Bangkok Post, Tuesday December 13, 2005
Commercial aquarium not praiseworthy

With reference to the letter from Kanokparn Thongon published in your Dec 9 issue praising the new aquarium in the new shopping arcade to be opened in the heart of Bangkok that day, I would like to offer a different point of view.

Those sea animals living in an artificial environment as in commercial aquariums have shorter lives than when they live in their natural environment, and most, if not all of them, cannot breed in such a wrong environment.

This means the aquarium operators have to keep purchasing sea animals to restock the aquariums, resulting in very large numbers of the animals continuously being caught from their natural habitats.

The number of animals being caught is even larger than the number needed for restocking, as many die in transportation.

Moreover, catching operations are destructive to the habitats (the corals, etc).

Therefore, it is no doubt that such a commercially-operated aquarium is a great destroyer of the sea animals and the environment and thus we should not praise or support it.

This is different to the real research institutes like the one in Phuket or the one at the Burapha University in Bang Saen, which also oversees the breeding of marine animals.

If one wants schoolchildren to learn about nature, he or she had better support the research institutes or show them the real nature rather than support commercial aquariums.

I believe most of the readers have seen the very much acclaimed and heart-warming animation movie Finding Nemo, released about two years ago.

The message delivered by the movie was loud and clear: Do not catch the fish and put them in aquariums for the pleasure of humans. Leave them in the sea.

THANIN99
From : ธานินทร์๙๙ [ 17 เม.ย. 49 - 18:18:23 น. ]


ความเห็นที่ 137
คร้าบ..
From : โรจนา. [ 17 เม.ย. 49 - 19:08:26 น. ]

ความเห็นที่ 138

อาทิตย์ที่ ๑๖ เมษาฯ เลยสงกรานต์ไป ๑ วัน คิดว่าเมืองแม่กลองคงไม่มีการสาดน้ำ จึงเอาจักรยานไปเที่ยว โดยปั่นไปขึ้นรถไฟสายธนบุรี-หลังสวน เวลา ๗.๒๕ น. แต่ไม่ลงสถานีปากท่อตามที่เคยพูดไว้ เพราะตั้งใจจะไปวัดต้นลำแพน(สุดชายแดนด้านใต้ของเมืองแม่กลอง) จึงต้องเลยไปสถานีนึง คือลงที่สถานีบางเค็ม
. . . . ผมไม่ได้วางเส้นทางผ่านสวนของเมืองแม่กลอง เพราะเพิ่งไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมกำหนดปลายทางอยู่ที่วัดน้อยแสงจันทร์ ซึ่งอยู่เหนือตลาดแม่กลองขึ้นไป ๔ กม. และห่างจากวัดต้นลำแพนในระยะทางตรง ๒๓ กม. แต่เวลาค่อนข้างน้อย จึงต้องปั่นตามถนนใหญ่สาย 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) เมื่อรวมระยะทางที่แวะไปวัดบางกะพ้อม จนจบทริปที่ท่ารถทัวร์ ก็ได้ระยะทางราว ๖๐ กม.

From : Pc (ชยุต) [ 17 เม.ย. 49 - 19:23:53 น. ]

ความเห็นที่ 139

เพิ่งจะกลับมาจากพาลูกๆ..ไปพักแรมที่หาดเจ้าไหมมาครับ..ไปนอนเสียสองคืนซ้อนเลย..ฮะฮะฮะ

วัดถ้ำอาชาทองที่บ้านสะลองใน อ.แม่จัน เชียงราย ..ผมบินกูลเกิลเฮิอร์ทไม่ถูกหรอกเสือออย..
ถ้าไม่มีพิกัดมาให้ด้วย...เพราะไม่เคยไป..ใครช่วยบินนำทางให้ก่อนนะพอไหว..ฮะฮะฮะ


From : TIGERSONG [ 17 เม.ย. 49 - 20:02:32 น. ]


ความเห็นที่ 140

จากบ้านที่เมืองนนท์ถึงสถานีธนบุรี ๒๐ กิโลเต็มๆ ไปถึงก่อนรถออกราวครึ่งชั่วโมง ซื้อตั๋วคน ๒๗ บาท ตั๋วสัมภาระสำหรับจักรยาน ๘๐ บาท แล้วจูงจักรยานไปขึ้นตู้สัมภาระที่จอดอยู่อีกรางหนึ่ง เพราะขณะนั้นยังไม่ได้ลากมาต่อเป็นโบกี้ท้ายขบวน

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 20:04:17 น. ]

ความเห็นที่ 141

จากสถานีบางเค็ม มีทางดินข้ามทางรถไฟไปเชื่อมต่อกับทางลาดยาง สองข้างทางเป็นนากุ้งสลับกับป่าโกงกาง ช่วงที่ผ่านป่าแสมและโกงกางนั้นชวนให้นึกถึงชื่อคุณน้องกะปิ เพราะมีกลิ่นหมักๆ คล้ายกลิ่นกะปิโชยมาเป็นระยะ ซึ่งถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ก็ไม่มีวาสนาที่จะได้สัมผัสกลิ่นธรรมชาติกลิ่นนี้เลย...
ปั่นไปเกือบๆ ๖ กม. ก็ถึงวัดบุญนาคประชาสรรค์ (ต้นลำแพน) ..
. . . . ในบรรดาวัดทั้งหมดในเมืองแม่กลองที่ผมเคยไปมา วัดนี้เป็นวัดเดียวที่ยังไม่เคยมีโบสถ์มาก่อนเลย ชาวบ้านบอกว่ามีที่ดินแล้ว แต่ยังขาดปัจจัย... ฉะนั้น ท่านใดที่เคยมองหาวัดในตจว.ที่ยังขาดแคลน ก็ลองแวะไปเยี่ยมวัดนี้สิครับ... แล้วผมจะบอกทางไปด้วยรถยนต์ในตอนท้าย...

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 20:26:34 น. ]

ความเห็นที่ 142

หน้าวัดต้นลำแพนมีคลองน้ำเค็มกว้างมาก ในแผนที่ทหารเรียกว่าคลองไหหลำ ช่วงที่ไหลใกล้จะออกทะเลจะมีคลองบางตะบูนแยกออกไปออกทะเล ซึ่งจะมีคลองขุดยี่สารแยกจากคลองบางตะบูนไปยังวัดเขายี่สารอีกคลองหนึ่ง ทำให้คลองบางตะบูนมีขนาดใหญ่และกว้างมากๆ อย่างที่เห็นเมื่อยืนอยู่บนสะพานบางตะบูนนั่นแหละครับ...

จากวัดต้นลำแพนสามารถเดินทางทางน้ำไปวัดเขายี่สารได้ด้วยคลองที่ว่านี้ แต่ทางรถยนต์ยังไม่มีทางลัดตรงๆ ต้องอ้อมไปเข้าที่ใกล้ๆ ปั๊ม ปตท.ปากทางคลองโคน

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 21:35:27 น. ]

ความเห็นที่ 143

ป่าโกงกางริมทางระหว่างสถานีบางเค็มไปวัดต้นลำแพน
From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 21:49:54 น. ]

ความเห็นที่ 144

ริมทางจะมีนากุ้งสลับกับป่าโกงกางไปจนถึงวัดต้นลำแพน ขาไปมีรถเก๋งแซงไปเพียงคันเดียว มอเตอร์ไซค์ผ่านมานับคันได้ ตลอดเวลาที่ผมปั่นบนถนนสายนี้ จึงมีนกให้เห็นไปตลอดทาง บางช่วงก็บินมาลงจอดบนถนนกันเลย... แต่ผมช้ากว่าคุณน้าฅนหละปูนเยอะ เลยดึงกล้องมาถ่ายรูปไม่ทันครับ...

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 21:51:15 น. ]

ความเห็นที่ 145

ทางรถยนต์จะไปตันที่วัดต้นลำแพน
ขากลับเมื่อผ่านสามแยกสถานีบางเค็มมาสัก ๒ กม.กว่าๆ จะเห็นฝายน้ำล้นกว้างมากๆ อยู่ทางขวามือ ซึ่งเก็บกักน้ำจืดที่จะไหลไปทางวัดเขายี่สาร
ถนนลาดยางที่ไปออกถนนใหญ่สาย 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) มีปั๊มบางจากเป็นที่สังเกตอยู่ตรงปากทาง

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 22:16:35 น. ]

ความเห็นที่ 146

ราว ๖ ปีมาแล้ว ที่ผมไม่ได้พาเพื่อนคันนี้ไปเที่ยวต่างจังหวัด... ภาพนี้ผมจอดไว้หน้าโบสถ์ชั่วคราวของวัดต้นลำแพน ขณะที่ขึ้นไปไหว้พระ...

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 22:41:10 น. ]

ความเห็นที่ 147

วัดเมืองแม่กลองที่เพิ่งสร้างอุโบสถไม้ขึ้นใหม่นั้น ผมเคยพูดถึง ๒ วัด คือ วัดศรัทธาธรรม(วัดมอญ) และวัดบางแคน้อย แต่สองครั้งหลังที่ได้ไปวัดที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็พบว่ามีวัดที่มีอุโบสถเป็นไม้อีกหลายแห่ง

วัดที่เพิ่งสร้างอุโบสถไม้เสร็จใหม่ๆ อีกแห่งหนึ่ง คือ วัดเจริญรัตนาราม (เพชรรัตน์ราษฎร์บำรุง) .. ขนาดดูอยู่เพียงฝาผนังด้านนอกอุโบสถก็เห็นงานจำหลักไม้(แกะสลัก)งามมากแล้ว... (ที่เห็นเป็นแผ่นมันๆ ปิดทับฝาผนังอุโบสถอยู่นั้น คือแผ่นพลาสติกใส)
วัดนี้อยู่ในซอยไม่ไกลจากปั๊มบางจากที่เป็นปากทางเข้าวัดต้นลำแพน ..
แต่คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวแม่กลองตามถนนสาย 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) มักจะไปเพียงแค่คลองโคนซึ่งมีปั๊มปตท.อยู่ปากทาง
ปั๊มปตท. อยู่ก่อนถึงปากซอยวัดเจริญรัตนาราม ๕.๒ กม.
ปั๊มปตท. อยู่ก่อนถึงปั๊มบางจาก(ปากทางเข้าวัดต้นลำแพน) ๕.๙ กม.

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 23:01:48 น. ]

ความเห็นที่ 148

"คลองตะเคียน" .. ภาพอย่างนี้คนนั่งรถเก๋งไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะต้องชะโงกที่ราวสะพานครับ...
ขากลับตามถนนสาย 35 .. คลองตะเคียนอยู่เลยปากทางคลองโคนมากิโลนึง ก่อนถึงกึ่งกลางสะพานพระราม ๒ ประมาณ ๔.๘ กม.

พรุ่งนี้มาต่อ...
(ท่านใดจะส่งข้อความหรือภาพอะไรคั่นก็ได้เลยนะครับ กระทู้นี้ส่งลงพร้อมๆ กันหลายท่าน ก็ไม่ผิดกติกา.. เถ้าแก่ซ้งเขาว่าไว้อย่างนั้นครับ...)

From : Pc [ 17 เม.ย. 49 - 23:45:16 น. ]

ความเห็นที่ 149
สวัสดีค่ะ
อิจฉาคุณชยุตไปเที่ยวเมืองแม่กลองมาอีกแล้ว...ช่างน่าเย้ายวนใจจริงๆค่ะ นุ้ยมีทริปในฝันอยู่สองทริปคือทริปปั่นไปกินก๋วยเตี๋ยวกับน้ำแข็งใสเจ้าอร่อยที่วัดจำปา และทริปเอาจักรยานขึ้นรถไฟไปเมืองแม่กลองตามที่คุณชยุตแนะนำไว้ (ขอบคุณค่ะ) แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลย...อุตส่าห์ลอกลายแทงไว้แล้วอย่างดี..เฮ้อ ! น่าจะกระซิบ (ดังๆ) บ้าง...ถ้ารู้ล่วงหน้าจะขออนุญาตตามไปด้วยคนค่ะ และถ้าเป็นไปได้อาจมีแนวร่วมแถมไปด้วยอีกสักคนสองคนได้ไหมคะ

...อยากไปชมอุโบสถไม้ "วัดสี่แยกราษฎร์บำรุง" อยากเห็นลวดลายหน้าต่างใก้ลๆค่ะ หลังคาปูด้วยแผ่นไม้หรือกระเบื้องลายไม้คะ ของเก่าคงเป็นแผ่นไม้อยู่แล้วจะได้สมกับเป็นอุโบสถไม้ทั้งหลังแลดูงดงาม... แต่ภาพที่ถ่ายรูปมาให้ชมดูแล้วตัวอุโบสถเหมือนโมเดลยังไงไม่รู้..ติดใจตรงหลังคา..มองดูหลอกตาพิกล เหมือนไม่ใช่ของจริง เอ...หรือว่าเราคิดไปเองนะ

...เที่ยวนี้ก็มีอุโบสถไม้ " วัดเจริญรัตนาราม " มาฝากอีกแล้ว...ขอบคุณอีกครั้งค่ะ อยากเห็นใกล้ๆ ที่เห็นวาวๆนั้น..เข้าใจว่าทางวัดคงนำพลาสติกปิดทับลายที่แกะสลักรอบอุโบสถไว้ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง..คงยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี...ก็ต้องเรียนถามผู้รู้ว่าค่ะว่าเพราะอะไรคะ

ตามชมภาพจนจบ..อ้าว ต้องมาต่อพรุ่งนี้....อีกแล้ว
ขอบคุณค่ะ
From : ยายนุ้ย [ 18 เม.ย. 49 - 00:09:43 น. ]


ความเห็นที่ 150
โรจกำลังคิดว่า เขาอุตส่าห์แกะสลักไม้ไว้ให้สวยงาม แต่กลัวเลอะเทอะด้วยฝุ่นและขี้นก จึงต้องนำพลาสติกใสมาปิดทับไว้ ถ้าเป็นการทำลวดลายก็ควรทำไว้ภายในอาคารจะดีกว่า
เลยคิดดูถึงเหตุผลของการตกแต่ง บางอย่างก็เหมาะที่จะแกะสลักลวดลาย บางอย่างก็ควรปล่อยไว้ให้เนียนๆค่ะ
From : โรจนา. [ 18 เม.ย. 49 - 09:32:15 น. ]

ความเห็นที่ 151

ก่อนออกจากบ้านผมรองท้องด้วยข้าวไข่เจียวราดแกงเหลืองปลาจะละเม็ดไปนิดหน่อย เพราะรู้ว่าบนรถไฟสายนี้มีชาวบ้านเดินขายของกินกันขวักไขว่เลย ข้าวกระทงละ ๑๐ บาท ผมเลือกข้าวราดแกงเขียวหวานไก่กับไข่พะโล้ ข้าวแข็งไปหน่อย แต่แกงเขียวหวานไก่อร่อยกว่าในเมือง...อีกหลายเจ้า...

สวัสดีครับคุณ "ยายนุ้ย" .. ขอบคุณที่ติดตามชมเรื่องราวจากทริปของ "คนที่อยู่กับตัวเองมากขึ้น" .. จริงๆ แล้ว การไปปั่นจักรยานของผมนั้นไม่เหมือนกับการไปทริปทั่วๆ ไป ผมมักจะหยุดถ่ายรูปบ้าง mark waypoint บ้าง แวะโน่นแวะนี่ยักไปย้อนมา หรือไม่ก็หยุดคุยกับชาวบ้านเป็นระยะๆ จึงไม่น่าสนุกสำหรับผู้ที่ตั้งใจไปปั่นแบบท่องเที่ยวนัก ผมเลยไม่กล้าจะชวนใครไปด้วย .. ไปคราวนี้นัดเสือท๊อปฯ กลุ่มแม่กลองเพียงคนเดียว ซึ่งกว่าผมจะปั่นมาถึงจุดนัดเจอเสือท๊อปฯ ที่ตลาดแม่กลองก็ปาเข้าไปบ่ายสามแล้ว

ระยะหลังมานี้ผมไม่ค่อยมีความพร้อมในการนำคนไปทริป เลยหาทางออกด้วยการบรรยายอย่างละเอียดพร้อมแผนที่ประกอบ .. ทริปนี้ผมตัดสินใจกระทันหันเมื่อหันไปเห็นว่าวันอาทิตย์ที่ ๑๖ นั้นเลยสงกรานต์(แถบนี้)มา ๑ วัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะโดนสาดน้ำหรือไม่ เลยวางเส้นทางที่ไม่ค่อยจะผ่านบ้านสวนหรือชุมชน และไม่แน่ใจว่าจะมีตู้สัมภาระพ่วงติดท้ายขบวนรถไฟสายธนบุรี-หลังสวนไปด้วยหรือไม่ เมื่อไปถึงจึงเห็นว่าสามารถจุจักรยานได้ราว ๓ คัน เพราะเนื้อที่ส่วนใหญ่ต้องบรรทุกสัมภาระของลูกค้าประจำหลายเจ้า เช่น กระท้อนดองและระกำดองจากนครปฐมถุงใหญ่ๆ เป็นสิบถุง สินค้าบรรจุกระสอบป่าน ลังทีวีขนาด ๒๕ นิ้ว ฯลฯ
. . . . ขากลับยิ่งมีปัญหาเพราะการจองตั๋วนั้นจองได้เฉพาะที่ดำเนินสะดวก การรอขึ้นรถที่ท่ารถทัวร์สมุทรสงครามก็ต้องลุ้นนิดหน่อย ถ้าเต็มก็ต้องรออีกครึ่งชั่วโมง และรถทัวร์สามารถบรรทุกจักรยานไว้ใต้ท้องได้อย่างมากก็ ๒ คันเท่านั้น ซึ่งมักจะมีสัมภาระของผู้โดยสารจากดำเนินสะดวกมาบ้างแล้ว รถทัวร์เที่ยว ๑๘.๐๐ น. แน่นจนต้องยืน ใต้ท้องรถจึงไม่มีที่ว่างพอสำหรับจักรยาน ผมต้องรอเที่ยว ๑๘.๓๐ น. (เที่ยวสุดท้าย ๑๙.๐๐ น.) .. ช่วงเทศกาลรถจะติดมากตั้งแต่ทางออกจากสมุทรสงครามจนเกือบถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน รถทัวร์เข้าถึงสถานีขนส่งสายใต้ใหม่เกือบสามทุ่มครึ่ง ผมปั่นกลับถึงบ้านเกือบห้าทุ่มเลยครับ...

สวนแม่กลองแค่นี้เอง!.. ถ้าคุณ "ยายนุ้ย" ไม่เลิกความตั้งใจซะก่อน .. อาจจะมีคนทางโน้นรอรับไปนำเที่ยวแล้วส่งกลับขึ้นรถทัวร์หรือรถไฟมาลงสถานีวงเวียนใหญ่ หรืออาจมีใครทางนี้จัดทริปไป..เข้าสักวันหล่ะน่า...

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สวัสดีครับคุณโรจนา.
ผมเข้าใจว่าน่าจะกลัวเลอะเทอะด้วยฝุ่นและขี้นก อย่างที่คุณโรจนาว่านะครับ จึงต้องนำพลาสติกใสมาปิดทับไว้
การจำหลัก(แกะสลัก)ไม้ที่ผนังโบสถ์วัดเจริญรัตนารามนี้ ลายที่จำหลักเป็นลายนูนต่ำคล้ายๆ ผนังโบสถ์วัดกุฎิ(บางเค็ม) อาจจะมีปัญหาจากฝุ่นมากกว่าขี้นก เข้าใจว่าช่างจำหลักไม้คงใช้แผ่นพลาสติกใสคลุมชิ้นงานที่ทาน้ำมันชักเงาเสร็จแล้ว และทยอยคลุมไปเรื่อยๆ จนงานชิ้นสุดท้ายได้ทาน้ำมันชักเงาเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะส่งมอบงาน ก็คงจะเหมือนกับแผ่นพลาสติกที่คลุมเฟอร์นิเจอร์หรือเบาะรถยนต์มานั่นแหละ ใหม่ๆ ก็ยังไม่อยากแกะออก แต่พอใช้ไปสักระยะก็คงจะแกะออกเอง อีกทั้งแผ่นพลาสติกจะเป็นอุปสรรคเงาวาว ทำให้การมองลายจำหลักเห็นได้ไม่ชัดเลย...

From : Pc (ชยุต) [ 18 เม.ย. 49 - 09:39:24 น. ]


ความเห็นที่ 152
สวัสดีครับคุณชยุต
16-12-44 ผมไปสำรวจนกหน้าสถานีบางเค็มพบเด็กกำลังดัก *นกเปล้าคอสีม่วง*50ตัว ส่งไปขายทางรถไฟลงใต้เด็กบอกครับ ตอนนั้นยังไม่ได้ปั้น จกย เลย
15,16-สงกรานต์ผมไปอำเภอ บ้านหมอมาครับไปคนเดี่ยว ให้แผนที่+เข็มทิศ+ถามชาวบ้าน ถึงที่หมายตามเวลาที่คาดไว้ ได้เส้นถูกต้อง95% อีก5% หลงเอง+อ้อมครับมีรูปเส้นทางลงไว้ใน กระทู้ รวมมิตร ภาค 2ครับ
14-4ไปแม่กลอง4คนทางเดิมที่ผมสำรวจไว้+ทางใหม่ของ หนุ่ย ที่ดอนมโนรา สวยมากครับเส้นนี้ผมไม่เคยไป ครับ ร่มรื่นดีจัง
13-4 ไปคนเดี่ยว สามพรานครับ รวม4วันได้ 548 กิโลครับ
From : เสืออ้อย [ 18 เม.ย. 49 - 10:31:55 น. ]

ความเห็นที่ 153
วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังค่ะ
เนื่องจาก บ้านโรจอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า 4 ห้าง ตอนแรก มี 1 ซุปเปอร์มาร์เก็ต คือ tops ก็ไปซื้อของใช้ ซื้อครั้งนึงก็ต้องเกิน 1500บาทขึ้นไป เพราะต้องนำขึ้น taxi กลับบ้าน ถ้าน้อยกว่านั้น ก็ไม่คุ้มค่า taxi ตอนนั้นก็ไม่ได้สังเกต ว่าราคาของ ไม่ได้ถูกกว่าที่อื่น แต่มีของดีๆให้ซื้อ
ต่อมา มี tesco lotus มีแต่ของถูก แต่ไม่ค่อยมีแปลกๆให้เลือก
แล้วก็มีคาร์ฟูร์ เป็นที่ที่ชอบไปเลยแหละ เพราะมี home pro อยู่ที่นั่นด้วย
แล้วขณะนี้ ที่ปากซอย ก็มีอีก 1 ห้าง ชื่อ union mall แต่ยังไม่เคยเข้าไปดูเลย
ทีนี้ ที่ คาร์ฟูร์ ตอนแรกๆก็ปกติ มีของเยอะกว่า lotus น่าซื้อมากกว่า และเป็นของทั่วๆไป ที่เราพบเห็นได้ใน tops ต่อมา สามสี่เดือนที่แล้ว เริ่มมี หนังสือ จากฝรั่งเศสมาวางขาย เป็น พ็อกเก็ตบุ๊ค เล็กๆน้อยๆ มาระยะเดือน สองเดือนนี้ เริ่มมีสินค้าอุปโภค บริโภคมาวางขายมากขึ้น มันน่าซื้อมาก แต่โรจพยายามไม่มอง นี่คือห้างของคนฝรั่งเศสเลยหละ มีคนเล่าให้ฟังว่า การที่จะนำของเข้าไปฝากขายในคาร์ฟูร์นั้น ยากเย็น และเก็บเงินแพง (อาจเป็นประเภทเรียกเปอร์เซ็นต์เยอะ) หมายถึง ของไทยๆนั้น จะถูกกีดกัน ไม่ให้เข้าไปขายที่นั่น
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ
โรจรู้สึกว่า คนไทยชอบของนอกกันมานานแล้ว ของนอกที่นำมาขายมันก็น่าซื้อทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น กาแฟที่กินกันทุกเช้า เสื้อผ้าที่ใส่กันอยู่ จนกระทั่งจักรยานที่เราขี่กันอยู่นี่
แล้วเราจะพอเพียงกันอย่างไรคะ กลุ้มค่ะ
ส่วนตัวแล้ว คิดว่า คงต้องเพลาๆความอยากกินสปาเก็ตตี้ พาย ปลาดิบ ฯลฯ ลงบ้าง

From : โรจนา. [ 18 เม.ย. 49 - 10:45:31 น. ]

ความเห็นที่ 154

ที่วัดต้นลำแพนมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ร้านนึง แต่ผมยังไม่รู้สึกหิวทั้งๆ ที่เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว .. ถามชาวบ้านหน้าวัดทราบว่ามีร้านอาหารอยู่ระหว่างทางที่จะไปออกถนนใหญ่สาย 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) เลยปั่นออกมาอีก ๑๐ กิโล .. ถึงร้านขายของชำเล็กๆ น้อยๆ ตามภาพนี้ ซึ่งมีผักสด อาหารตามสั่ง และตู้แช่เครื่องดื่มด้วย ..

ผมสั่งผัดพริกหยวกราดข้าว แม่ค้าผัดใส่น้ำมันหอยออกเหนียวๆ เป็นมันแววอร่อยดี จานละ ๑๕ บาท กับนมเปรี้ยวบีทาเก้นขวดใหญ่อีก ๑๐ บาท (น้ำแข็งเปล่าไม่คิด) รวม ๒๕ บาทเท่านั้น .. ผมเอาสะดวกกับการดูสองข้างทางไปเรื่อย โดยมิได้กำหนดว่าต้องไปให้ถึงร้านอาหารเจ้าอร่อยที่ไหนในตอนเที่ยง จึงไม่ค่อยตรงกับความนิยมในการไปทริปจักรยานซักเท่าไหร่ด้วย...

กินข้าวเสร็จยืนคุยอยู่กับแม่ค้าทราบว่า.. หลังร้านขุดบ่อเลี้ยงปลาสลิด ปีหนึ่งเลี้ยงได้หนึ่งครั้งระยะเวลา ๘ เดือน ได้เงินแสนกว่า หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือราวแปดหมื่น "ก็โอเค" แม่ค้าว่าอย่างนั้น... ยามว่างก็เก็บขวดพลาสติกรวบรวมไว้ขายอีกด้วย... เธอเล่าถึงชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งขี่จักรยานเสือภูเขาออกเก็บขวดพลาสติกตอนเช้าๆ ก่อนไปทำงาน แล้วหันมองจักรยานของผมด้วยแววตาว่า "ถ้ามีอย่างนี้สักคันคงจะขี่ไปเก็บขวดได้ไกลและได้ขวดเยอะขึ้นแน่ๆ " .. แต่ผมก็ใจแข็ง ไม่ยอมเอ่ยปากให้เธอยืมจักรยาน...

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สวัสดีครับคุณเสืออ้อย ..
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าทั้งปีเก่าและปีปัจจุบัน .. 4 วัน 548 กิโล ก็ค่อนข้างเยอะนะครับ
ผมไปปั่นเที่ยวนี้ ถ่ายรูปนกไม่ทัน เลยไม่มีภาพนกมาถามความรู้เรื่องนกจากคุณเสืออ้อย..
แล้วจะตามไปดูรูปเส้นทางที่คุณเสืออ้อยไป อ.บ้านหมอ มานะครับ...

From : Pc [ 18 เม.ย. 49 - 10:52:18 น. ]


ความเห็นที่ 155

ข้าวกระทงใบตอง...น่ากินนะครับคุณพีซี...
คุณโรจนา. ..เล่าเรื่องมาอีกนะครับ..ผมพลอยได้รู้อะไรในเมืองหลวงกะเขาบ้าง...แฮะแฮะแฮะ

เอาเรื่องเล่าผมต่อนะครับ...
ภาพนี้..ยามเช้าที่คลื้มฝน..ที่หาดเจ้าไหม..เขาแบนะ..ยามเช้าวันนั้น(16 04 49)..น้ำแห้งขอด
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 14:32:53 น. ]


ความเห็นที่ 156

เมื่อคืน(15 เมษา)เที่ยงคืนแล้วกว่าจะได้ออกจากในเมืองมานอนชายหาด..
เนื่องจากลูกๆ..ขอดูละครทีวีก่อน..เช้ามาลูกๆยังนอนสบายอยู่ในเต้นท์..
ผมเลยเอาเจ้ารถพับ..ไปตะเวนเที่ยว...เลยมีภาพชุดนี้มาฝากกัน....แฮะแฮะแฮะ
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 14:38:06 น. ]

ความเห็นที่ 157

ปั่นมาที่สพานฉางหลาง...ฝนตกมาอีกระลอกหนึ่ง..ได้บรรยากาศฟ้าหลังฝนมาฝาก...
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 14:41:13 น. ]

ความเห็นที่ 158

ยามเช้านั้น..มีคนมาตกปลา..เขากรีดยางและเก็บยางเสร็จ..แล้วขับรถมา 20 กว่า กม
ใช่เวลาที่เหลือ..ทอดแหเอาลูกกุ้ง..ลูกปลา..ตกปลา..เพิ่งจะยึดเป็นงานอดิเรกได้สองปีกว่าๆเอง..
ภาพคู่ชีวิต..หนุ่มๆสาวๆ..มาใช้ชีวิตพักผ่อน..ด้วยวิถีทางนี้..มีให้เห็นบ่อยขึ้น...
ผมเห็นแล้วประทับใจ..เลยเก็บภาพมาฝาก...แต่อย่าไปอิจฉาเขานะ..จะเป็นบาปเปล่าๆ..ฮะฮะฮะ
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 14:50:28 น. ]

ความเห็นที่ 159

เหยื่อที่ไปทอดแหได้ตอนน้ำลงสุด..แล้วมาตกปลาตอนน้ำเริ่มขึ้น...
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 15:01:10 น. ]

ความเห็นที่ 160

เอามาเกี่ยวอย่างนี้ละครับ...
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 15:02:56 น. ]

ความเห็นที่ 161

ได้จังหวะ...ได้เวลา..ได้เหยื่อที่เหมาะสม..ก็ไม่ต้องรอนาน..ก็ได้ปลา..
แต่กว่าที่เราจะเรียนรู้และสะสมประสพการ์ณมาได้นะซิครับ..ที่เราต้องใช้ความอดทน..และภูมิปัญญาที่สร้างสมกันมา...
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 15:07:42 น. ]

ความเห็นที่ 162

นี่ก็อีกตัวหนึ่ง....
From : TIGERSONG [ 18 เม.ย. 49 - 15:09:28 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ