
| เตาไมโครเวฟ..อันตราย..จริงหรือไม่?? ใครรู้ช่วยบอกที ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มา ลองอ่านดูนะครับ.. ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ใครรู้ช่วยบอกด้วยครับ เตาไมโครเวฟ |
| ความเห็นที่ 1 เอ่อ ไมโครเวฟ คลื่น 2,450 Mhz โทรศัพท์ 1,800 1,900 WLAN 2,400 ดาวเทียม C-band 3,700-4,200 พวกนี้ส่งคลื่นไมโครเวฟออกมาตลอดเวลา ทุกทิศทาง กำลังส่งตั้งแต่ mw ถึง kw คนเราคงมีการวิวัฒนาการเพื่อป้องกันตนเอง |
| ความเห็นที่ 2 ขอบคุณเจ้าของกระทู้ครับ ได้รับความรู้ดี เหอๆ From : เต้ [ 31 ม.ค. 49 - 20:50:23 น. ] |
| ความเห็นที่ 3 ถ้าจะมีอันตรายก็น่าจะมีเฉพาะตอนที่กำลังอุ่น(เครื่องกำลังทำงานอยู่) แต่อาหารที่อุ่นออกมาแล้วมีสารตกค้างนี่ไม่เข้าใจ เนื่องจากใช้คลื่นไมโครเวฟ แล้วจะมีสารตกค้างได้อย่างไร... ใครรู้ช่วยทีครับ From : ซาตาน K2 แก๊ง [ 1 ก.พ. 49 - 09:51:25 น. ] |
| ความเห็นที่ 4 ผมเคยทดสอบคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ( EMF ) ที่พื้นใต้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500,000 โวลท์ ปรากฏว่าต่ำกว่าของเตาไมโครเวฟเยอะครับ ขณะใช้งาน จึงไม่ควรเข้าไปอยู่ใกล้1-2 เมตร From : วิลลี่ [ 1 ก.พ. 49 - 13:03:33 น. ] |
| ความเห็นที่ 5 ถูกต้องตามที่คห 4 ว่าไว้ล่ะครับพี่ธานินทร์...ในเมืองนอกเคยถึงกับเป็นคดีฟ้องร้องกัน...เนื่องจากคาดว่าสนามแม่เหล็กเหล่านี้ก่อให้เกิดโรคมะเร็งกับเด็กใน รร.อนุบาลที่มีสายไฟแรงสูงพาดผ่าน...บ้านเราก็เห็นมีหลายหมู่บ้านที่สร้างขึ้นในบริเวณเดียวกันกับเสาไฟแรงสูงเหล่านี้เนื่องจากที่ดินนั้นมักจะราคาถูก...ยังไม่มีเรื่องทำนองเดียวกันแต่จะว่าไปก็น่าเป็นเหมือนกันครับ From : เสือพระราม 9 [ 1 ก.พ. 49 - 14:27:35 น. ] |
| ความเห็นที่ 6 ขออนุญาติครับตามที่ผมได้ศึกษามาจากภาควิศวกรรมศาสตร์ สาขาโทรคมนาคม ในวิชาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นไมโครเวฟสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้เพราะว่าในเลื่อดของคนเราจะมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบครับและคลื่นไมโครเวฟเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้ความถี่ไปรบกวนส่วนประกอบของเลือดที่เป็นธาตุเหล็กทุกวันๆ หรือเป็นเวลานานๆ สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ หรือถ้านึกภาพไม่ออก ก็คือ เหมือนท่านกินลูกชิ้นปิ้งที่ไหม้ เป็นเวลานานๆ สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ขอโทษครับยาวไปหน่อย From : Scott yala [ 1 ก.พ. 49 - 15:03:22 น. ] |
| ความเห็นที่ 7 อย่างอื่นมะรู้ รู้แต่ว่าเคยเอาพะโล้ใส่ชามกระเบื้องแล้วครอบด้วยฝาครอบที่สามารถใช้ในไมโครเวฟได้ไม่ถึง 3 นาทีปรากฎว่าไข่พะโล้ 2 ใบระเบิดแหลกละเอียดจนฝาไมโครเวฟเปิดและหลอดไฟในไมโครเวฟก็เสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่ นี่ยังดีที่ไม่ได้อยู่ใกล้มิฉะนั้นอาจบาดเจ็บได้ From : ร่วมด้วย [ 1 ก.พ. 49 - 15:16:08 น. ] |
| ความเห็นที่ 8 ขออธิบายในฐานะเคยทำงานด้านsafety standard ใน Sharp ซึ่งเป็นผู้ผลิต เตาอบ Microwave รายใหญ่ของโลก คลื่นMicrowave อันตรายจริงหากรั่วไหลออกมา แต่ผู้ผลิตได้ออกแบบประตูเตาอบเพื่อป้องกันการรั่วไหลของคลื่น ในอเมริกามีหน่วยงานULที่มาตรวจสอบความปลอดภัย เตาที่มีสภาพดีจะปลอดภัยแน่นอน แต่อย่าเอาตาไปส่องช่องที่เป็นรูเล็กที่หน้าบานประตูก็แล้วกัน การเลือกซื้อก็ซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ผมแนะนำ Sharp ครับ ราคาไม่แพง From : Blue Klein [ 1 ก.พ. 49 - 15:28:54 น. ] |
| ความเห็นที่ 9 มันอันตรายจริงๆครับ ผมรับรองได้ ตอนผัวเมียตึกแถวข้างบ้านทะเลาะกัน (ฝ่ายหญิงจับได้ว่าฝาละมีไปมีกิ๊ก) หล่อนโยนมันออกมาจากชั้นสาม โครมเบ้อเร่อ.... ดีที่ไม่โดนใครครับ From : ump [ 1 ก.พ. 49 - 15:41:15 น. ] |
| ความเห็นที่ 10 ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ พอจะประมวลได้ว่าถ้าเตาอยู่ในสภาพดี.. ฝาเตาที่มีเหล็กรูพรุนประกบอยู่ไม่ชำรุด.. ก็คงไม่อันตราย.. แต่ไม่ควรอยู่ใกล้ตอนที่เตากำลังทำงาน.. ส่วนอาหารที่อุ่นด้วยเตาไมโครเวฟในการใช้งานตามปกติก็ไม่น่าจะมีสิ่งที่เป็นพิษตกค้าง.. อย่างนั้นใช่ไหมครับ From : ธานินทร์๙๙ [ 1 ก.พ. 49 - 17:45:02 น. ] |
| ความเห็นที่ 11 คลื่นแม่เหล็ก ไม่ตกค้างในอาหารแน่นอนครับ From : ฟุมมิว [ 1 ก.พ. 49 - 23:29:42 น. ] |
| ความเห็นที่ 12 ผมเห็นด้วยครับว่า คลื่นไมโครเวฟจะไปสั่นโมลเลกุลของอาหารซึ่งประกอบไปด้วย สารต่างๆมากมายทำให้อาหารนั้นร้อนขึ้น ซึ่งอาจทำให้สารแตกตัวได้สารใหม่ที่เป็น ต้นเหตุของมะเร็งได้ ซึ่งตรงนี้คงต้องดูกันในระยะยาวๆครับฟันธงลงไปลำบาก แต่ถึงอย่างไรเราก็มีโอกาสเสี่ยงกับโรคมะเร็งกับสารพิษต่างๆที่เจืออยู่ในอาหารที่เรากิน ส่วนเรื่องคลื่นไมโครเวฟที่จะเล็ดรอดออกมาจากเตาคงมีผลกับเราน้อยมาก ผมว่าน้อย |
| ความเห็นที่ 13 ที่คุณธานินทร์๙๙ เข้าใจ ตาม คห.10 น่าจะถูกต้องแล้วครับ เพราะคลื่นไมโครเวฟเป็นคลื่นที่มีความถี่ต่ำกว่าคลื่นความร้อน(อินฟราเรด) และรังสี UV ที่เราได้รับจากแสงแดดอยู่ทุกวันมากครับ มันจึงมีความน่ากลัวน้อยกว่าแสงแดดตอนเที่ยงวันเสียอีก แต่ขณะที่เตากำลังทำงานเราก็ไม่ควรไปอยู่ใกล้ครับ เพราะมันจะเกิดอันตรายกับอวัยวะที่บอบบางในระยะยาว เช่น ดวงตา สมอง เป็นต้น ส่วนอาหารที่ทำให้สุก หรืออุ่นด้วยคลื่นไมโครเวฟ ไม่มีพิษตกค้างจากรังสีแน่นอนครับ เพราะความร้อนที่ทำให้อาหารสุกเกิดจากการสั่นและชนกันอย่างรุนแรงของอนุภาคของน้ำในอาหารนั้นเนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยคลื่นไมโครเวฟนั่นเอง มันปลอดภัยกว่าอาหารที่ผ่านการปิ้ง ย่าง หรือทอด ที่มีสารพิษจากควันไฟ และน้ำมัน อย่างเทียบกันไม่ได้เลยครับ From : TT. [ 2 ก.พ. 49 - 16:19:19 น. ] |
| ความเห็นที่ 14 ความเห็นที่ 12 ผมเห็นด้วยครับว่า คลื่นไมโครเวฟจะไปสั่นโมลเลกุลของอาหารซึ่งประกอบไปด้วย สารต่างๆมากมายทำให้อาหารนั้นร้อนขึ้น ซึ่งอาจทำให้สารแตกตัวได้สารใหม่ที่เป็น ต้นเหตุของมะเร็งได้ ซึ่งตรงนี้คงต้องดูกันในระยะยาวๆครับฟันธงลงไปลำบาก ตรงนี้คลาดเคลื่อนไปจากความจริงนิดหน่อยครับ เห็นด้วยกับ คห10 คห13 |
| ความเห็นที่ 15 ขอบคุณครับ.. มีเหตุผลดี From : ธานินทร์๙๙ [ 3 ก.พ. 49 - 10:26:38 น. ] |
| ความเห็นที่ 16 ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณมากครับ From : ออเชา [ 3 ก.พ. 49 - 10:27:39 น. ] |
| ความเห็นที่ 17 เตาไมโครเวฟเหมาะสำหรับอุ่นอาหารหรือไม่ ดูที่นี่ค่ะ http://www.manager.co.th/qol/ViewNews.aspx?NewsID=4644465157389 โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 สิงหาคม 2546 09:52 น. หากใช้คำว่า Norma Levitt ค้นใน google ก็จะมีเรื่องอันตรายเกี่ยวไมโครเวฟ มากเลย การอุ่นเลือดก่อนจะให้เลือดคนไข้ ที่บ้านเราอุ่นด้วยน้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจัด...
|
| ความเห็นที่ 18 ขอบคุณครับ.. คุณลูน ผมลองเข้าไปอ่านบางตอนของเรื่องหนึ่งแล้ว คือ http://www.mercola.com/article/microwave/hazards2.htm The Proven Dangers of Microwaves รายงานจากการวิจัยนั้นขัดกับความเข้าใจในความเห็นที่ 14 และส่วนหนึ่งของความเห็นที่ 13 และขัดกับที่ผมว่าไว้ในตอนท้ายของความเห็นที่ 10 ผมยกมาให้อ่านบางย่อหน้าครับ.. ท่านที่สนใจเชิญลองคลิกเข้าไปอ่านเต็มๆ ตามลิ้งค์ข้างบน Atoms, molecules and cells hit by this hard electromagnetic radiation are forced to reverse polarity 1 to 100 billion times a second. There are no atoms, molecules or cells of any organic system able to withstand such a violent, destructive power for any extended period of time, not even in the low energy range of milliwatts."Of all the natural substances-which are polar-the oxygen of water molecules reacts most sensitively. This is how microwave cooking heat is generated-friction from this violence in water molecules. Structures of molecules are torn apart, molecules are forcefully deformed (called structural isomerism) and thus become impaired in quality. และอีกตอน สรปว่าพลังทำลายที่สุดจะรุนแรงจากคลื่นไมโครเวฟนั้น ทำให้โมเลกุลของอาหารบิดเบี้ยวไป และบางส่วนก็แตกสลาย กลายเป็นสารประกอบชนิดใหม่ ที่ไม่เป็นที่รู้จัก |
| ความเห็นที่ 19 Instant Messenger (รุ่นใหม่) สำหรับ Chat กันมันส์ มันส์ **สามารถเล่น Web Cam ได้พร้อมกันถึง 8 คน** **แถมยังดู TV ขณะ Chat ได้อีกด้วย** ไม่อยากเชย ก็ คลิ๊กมาเลย www.12buzz.com
|
| ความเห็นที่ 20 แล้วถ้าเรานึ่งขวดนมในเตาไมโครเวฟล่ะ เป็นอันตรายมั้ยค่ะ (นึ่งในที่นึ่งขวดนมสำหรับไมโครเวฟ) From : คุณแม่น้องมังกร [ 10 เม.ย. 50 - 12:44:21 น. ] |
| ความเห็นที่ 21 แล้วทำไม... นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูถึงบอกว่า เตาอบไมโครเวฟ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความถี่ 1260 MHz จะเกิดการเหนี่ยวนำโมเลกุลของน้ำ เกิดความร้อนคลื่นที่ออกมาถือว่าเป็นรังสีชนิดที่ไม่แตกตัวเป็นอนุภาคไม่มีผลให้โมเลกุลของสารเปลี่ยน และไม่มีผลตกค้าง ในอาหารที่นำมาอุ่นเพราะฉะนั้นก็ถือได้ว่าเตาอบไมโครเวฟนั้นไม่มีอันตรายอะไร และไม่มีหลักฐานว่า อาหารที่เข้าเตาอบไมโครเวฟทำให้เกิดมะเร็ง ยกเว้นว่าอุ่นจนไหม้สารก่อมะเร็งอาจจะเกิดจากสารไฮโรคาร์บอนที่ไหม้มากกว่าเตาอบไมโครเวฟที่ดีไม่ควรมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารั่วออกมาจากเตาอบแต่เตาอบที่เก่าๆอาจจะมีรั่วออกมา ได้บ้าง ถ้าเราไม่เข้าไปใกล้ๆหรือไม่เอาหน้าไปจ่อเพื่อดูอาหรที่อุ่นก็ไม่มีอันตรายอะไรครับ อันตรายที่พบจากคลื่นที่รั่วออกมาก็คือ ถ้าโดนที่ตาเรามากๆและนานพอจะทำให้เลนส์ตาขุ่น เกิดต้อกระจกได้ เพราะว่าในเลนส์ตามีน้ำเป็นองค์ประกอบมาก ในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจเทียม คลื่นจากเตาอบไมโครเวฟอาจจะทำให้เครื่องกระตุ้นหัวใจรวนเกิดการเต้นผิดจังหวะได้คลื่นจากเตาอบไมโครเวฟเองไม่สามารถที่จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้แต่การเหนี่ยวนำให้โมเลกุล ของน้ำในอาหารร้อน ถ้าร้อนจนถึงจุดเดือดและนานพอความร้อนที่เกิดขึ้นก็ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ครับ แต่ว่าโดยทั่วไปเราอุ่นอาหารนั้นอุณหภูมิของอาหารมักไม่ถึงจุดเดือด หรือระยะเวลาที่ถึงจุดเดือด ไม่นานพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ครับ โดย นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
|
| ความเห็นที่ 22 ช่วยบอกทีเริ่มงงแล้ว From : 5822 [ 22 ก.พ. 51 - 20:47:52 น. ] |
| ความเห็นที่ 23 ปมอยากถามว่า ไมโครเวฟใช้ไฟกี่โวลกั๊ฟปม ช่วยตอบทีกั๊ฟ คอบพระคูณมากนะครับทีช่วยตอบ ![]() From : ตู้ญู่.ชังคุง.อั้นจังกั๊ฟ [ 24 ก.พ. 51 - 09:38:42 น. ] |
| ความเห็นที่ 24 อยากทราบว่า หากเปิดเตาอบไมโครเวฟในขณะที่เครื่องยังทำงานอยู่ จะมีอันตรายหรือไม่ อย่างไรคะ ขอบคุณค่ะ From : น้องใหม่ [ 28 ก.พ. 51 - 13:56:03 น. ] |
| ความเห็นที่ 25 เอาชามสแตนเลสเข้าไปอุ่นในเครื่องไมโครเวฟแล้วเครื่องไปโดนด้านข้างทำให้เกิดสะเก็ดไฟด้านข้างมีรอยไหม้อยากจะสอบถามว่าเครื่องยังนำมาใช้ได้อีกมั๊ยค่ะ From : uhu [ 16 มี.ค. 51 - 18:50:51 น. ] |
| ความเห็นที่ 26 อย่าเชื่อ FWD mail ที่ไม่มี Reference และควรอ่านคู่มือของอุปกรณ์ก่อนใช้ทุกครั้งครับ ในคู่มือบอกหมด ไม่ต้องมาเดา/ทดลองให้เกิดอันตรายหรอกครับ |
| ความเห็นที่ 27 เตาไมโครเวป มีระบบป้องกัน อยู่หลายจุด เช่นประตูถ้าไม่ปิดก็จะไม่ทำงาน ถ้าถูกเปิดก็จะตัดไฟที่จ่ายไปที่ตัวแม๊ทนาตอนทันที ถ้าความร้อนเกินก็จะตัดไฟเหมือนกัน คลื่นไมโครเวฟอาจรั่วได้ถ้าซีนประตูไม่ดี มีมิเตอร์ตรวจจับวัดได้ว่ารั่วหรือไม่ ผู้ผลิตแนะนำให้อยู่ห่างตู้ขณะทำงานเกินสองฟุต ผมเคยทำงานในร้านอาหาร ใช้ไมโครเวฟมาถึงตอนนี้ก็28ปีแล้ว ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ทุกวัน คลื่นมันทะลวงได้ลึกไม่เกินสองนิ้ว เวลาเครื่องทำงานก็ออกห่างมันหน่อยเท่านั้น ผมเคยอุ่นอาหารและนมให้ลูกผมวันละหลายเที่ยวตั้งแต่เขาเกิด ตอนนี้คนโต28ปีรูปร่างสูงใหญ่ ยังไงผมก็ว่าปลอดภัยกว่าหม้อก้วยเตี๋ยวที่บักกรีด้วยตะกั่วครับ From : หุ่น [ 18 มี.ค. 51 - 19:07:06 น. ] |
| ความเห็นที่ 28 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัสเซียและฝ่ายสัมพันธมิตรได้นำเตาไมโครเวฟที่ทหารเยอรมันใช้อุ่นอาหารในสงครามกลับไปวิจัย ทางรัสเซียพบว่าความเข้มของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเตาฯทำให้โครงสร้างโมเลกุลของอาหารเปลี่ยนไปและนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่างก็มีอาการปาดมึนศ๊รษะ นอนหลับไม่สนิท พบว่าเกิดจากคลื่นฯมีผลดังนี้ 1)รบกวนการทำงานของสมองทำให้ปวดหัว 2)ทำให้ต่อมใต้สมองหยุดผลิตสารเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับไม่สนิท นักวิจัยรัสเซียตั้งชื่อโรคนี้ว่า "โรคไมโครเวฟ" และได้กำหนดความแรงของคลื่นฯที่จะมีผลต่อร่างกายห้ามเกิน 2 วัตต์ เป็นเหตุผลว่าทำไม GSM จึงแรงแค่ 2 วัตต์ ทำไมไม่เป็น 4-5 วัตต์ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไวต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิดเช่น รีโมท มือถือ PCT โทรฯบ้านไร้สาย ระบบบลูทูธ เวลาใช้หรืออยู่ใกล้สิ่งเหล่านี้จะมีอาการดังกล่าว และกำลังทุกข์ทรมาณกับอาการดังกล่าวเพราะรอบตัวเรามีอุปกรณ์เหล่านี้จำนวนมาก ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการอ่านหนังสือของแพทย์ท่านหนึ่งซึ่งท่างก็แปลจากรายงานของต่างประเทศอีกทีหนึ่ง จึงอยากเตือนทุกคนให้ระวังอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิด โดยเฉพาะเตาไมโครเวฟ ซึ่งทางรัสเซียได้ประกาศห้ามใช้ ส่วนใครที่มีอาการแบบเดียวกันก็แลกเปลี่ยนข้อมูกันได้และท่านผ้ใดมีแนวทางรักษาหรือเบาะแสกรุณาแนะนำด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูง ozmel2@sanook.com From : Oz [ 27 มิ.ย. 51 - 19:41:42 น. ] |
