00001
*** ปั่น10ปี ตามรอยพระพุทธเจ้า.........9999 วัดทั่วแคว้นแดนสยาม ***

*** การปั่นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2548 จุดเริ่มต้นออกจากวัดพระแก้วฯ โดยการปั่นรอบวัดพระแก้ว 9 รอบแล้ว ปั่นไปตามวัดต่างในกทม ให้ได้99 วัดแล้วปั่นขี้นทางเหนือ ไปเรื่อยๆเพื่อให้ได้วันละ9วัดไปตามเส้นทาง กมท ประทุมธานี อยุธยา สุพรรบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท กำแพงเพชร สุโขทัย พิศนุโลก ...........จนถึงสุดเขตแดนสยามทางตอนเหนือ........แล้วปั่นยอ้นลงมาทางไต้จนถึงไต้สุด..........แล้วปั่น ย้อนมาออกอีสานสุด.........แล้วปั่นย้อน.........มาหนองบัวลำพูด้านตะวันออกสุดๆ แล้วปั่นย้อนไปเรื่อย วันละ9วัดไปจนสุดจังหวัดตาก.........คือปั่นตามวัดต่างๆทุกจังหวัดว่างันเถอ.......จุดประสงค์มีสามข้อคือ 1 เป็นการท่องเที่ยวดูความสวยงามของวัดวาอารามต่างๆที่มีอยู่ เกือบ3หมื่อนกว่าวัดในประเทศไทย.....2. เพือเป็นการรณรงค์ให้คนหันมาสนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรัษณ์ประหยัดพลังงานและชื่นชมกับธรรมชาติ 3.เพื่อบอกให้รู้ว่าการมีความสุขแบบง่ายๆการหากินเลี้ยงชีพด้วยการปั่นจักรยานไปทั่วไทยนั้นทำได้และ ทำให้ชีวิตมีสันติสุขแท้จริงๆด้วยจักรยานได้ *** ตามคติที่ว่า กินง่าย อยู่ง่าย มีความสุข แบ่งปั่นให้ผู้อื่นมีสุขด้วย ***
By : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 18:26:11 น. ]

ความเห็นที่ 1

*** เริ่มปั่น 9.00น ประตูวัดพระแก้วด้านกทรวงกลาโหมครับท่าน วันที่ 5 ธันวาคม 2548***
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 18:38:07 น. ]

ความเห็นที่ 2
นายsolo เปลี่ยนฉายาใหม่อีกแล้วหรือ?!?
From : บลู [ 12 พ.ย. 48 - 19:30:32 น. ]

ความเห็นที่ 3

http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?viewstr=mtb2005,1,9
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 12 พ.ย. 48 - 20:11:15 น. ]

ความเห็นที่ 4

ริชาร์ด เกียร์วางแผนสร้างหนังพระพุทธเจ้า
โดย เคย์ จอห์นสัน www.dhammatimes.com
apichaya แปล (อาสาหนุ่มสาวชาวพุทธ)






ริชาร์ด เกียร์วางแผนสร้างหนังพระพุทธเจ้า

กรุงนิวเดลี - ริดชาร์ด เกียร์ ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง วางแผนสร้างภาพยนตร์มหากาพย์เยวกับพระพุทธเจ้า เรื่องนี้เขียนบทโดย ดีปาค โชปรา ( Deepak Chopra ) นักปราชญ์ นักเขียนแนวศาสนาและจิตวิญญาณจากอินเดีย

บี.เค. โมดิ ประธานคณมหาบดีแห่งอินเดีย กล่าวถึงจุดประสงค์ของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า เพื่อสร้างความตื่นตัวของโลกเกี่ยวกับธรรมะของพุทธศาสนิกชน,พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า,ความเมตตากรุณา,และความสงบของจิตใจ
ภาพยนตร์นี้ทุ่มทุนสร้างประมาณ 100 ล้านเหรีญสหรัฐ คาดว่าจะออกฉายในปี 2006 ซึ่งตรงกับการฉลองครบรอบ 2550 ปี หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
ถึงแม้ว่าขณะนี้ผู้สร้างยังไม่ได้สรุปผลการคัดเลือกนักแสดง แต่สองดาราบอลลีวู้ด,วิเวค โอเบอรอย และ อิศวญา ไร แสดงความสนใจในโปรเจกภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญจากฮอลลีวู้ดและวงการภาพยนตร์อินเดียอีกด้วย

หมายเหตุ*Bollywood คือวงการภาพยนตร์ของอินเดีย
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 20:19:21 น. ]


ความเห็นที่ 5

พระพุทธรูปรอดพ้นจากการทำลายของคลื่นยักษ์สึนามิ
แปลจาก www.dhammatimes.com
นัฐ แปล มณี และ บ้านสายรุ้ง เรียบเรียง





เมือง Galle, ประเทศศรีลังกา
พระพุทธรูปจำนวนมากที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ หรือ ปูนพลาสเตอร์ นั่งนิ่งในท่าขัดสมาธิยิ้มอย่างสงบเย็น ท่ามกลางซากกำแพงอิฐ ปรักหักพัง อันเป็นผลพวงของคลื่นยักษ์สึนามิยังคงหลงเหลือให้เห็นจำนวนไม่น้อย ในจำนวนนั้น มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สูง 10 ฟุต รวมอยู่ด้วย
พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่เรียงรายใกล้ๆกับสะพาน ที่อยู่ริมฝั่งของจุดจอดรถของเมืองศรีลังกาตอนใต้ ให้รอดพ้นจากคลื่นยักษ์ซึ่งพัดพาเอา รถยนต์ จักรยายนต์ และรถบัส เข้าไปรวมกองกันในตึก บานหน้าต่างของตู้กระจกที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปแตกละอียด แต่โครงสร้างของตู้ยังคงแข็งแรงมั่นคงอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพัน ในบริเวณนั้น และเกือบ 30,000 คนทั่วประเทศศรีลังกา
ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บนเกาะ ประมาณร้อยละ 70 เป็นชาวพุทธ ที่เหลือเป็นชาวคริสต์ ฮินดู และ มุสลิม ความอดทนและปฏิสัมพันธ์ระหว่างความเลื่อมใสศรัทธาในแต่ละศาสนามีสูงมาก หลายคนในเมือง Galle สวดมนต์ให้กับคนที่นับถือศาสนาอื่น ถึงแม้ว่าจะยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องชนเผ่าทางตอนเหนือของศรีลังการะหว่าง ชนกลุ่มน้อย Tamil ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู กับชนส่วนใหญ่ Sinhalese ซึ่งนับถือศาสนาพุทธเกือบทั้งหมด พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนแท่นหิน มีลักษณะนุ่มนวลอ่อนช้อย มือทั้งสองประสานกันเหนือหน้าตักในท่าทำสมาธิ เปลือกตาหนา ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยอย่างสุขุม ยิ้มในสีหน้า องค์พระพุทธรูปห่มด้วยผ้ากาสาวพัตร์สีเหลืองทอง ด้านหลังประดับด้วยผ้าม่านลวดลายภาพวาดของภูเขา
ส่วนในสถานที่อื่นๆ สัญลักษณ์ทางศาสนาต่างๆได้ถูกทำลายลง หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและติดตามมาด้วยคลื่นยักษ์สินามิที่โหมเข้าทำลายชายฝั่งของหลายๆประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทางตอนใต้ของอินเดีย วัดฮินดูเก่าแก่ที่มีอายุกว่าศตวรรษในมลรัฐ Kerala ได้สูญหายไปในทะเล และอีกวัด ที่ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของรัฐได้พังทลายลง ทำให้ศาสนิกชนจำนวนมากที่เข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาล้มตายจำนวนมาก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในใจกลางเมือง Galle ผู้คนจำนวนหนึ่งยังคงแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พระพุทธรูปรอดพ้นจากอำนาจมหาศาลของคลื่นยักษ์ น่าจะเนื่องมาจากพระพุทธรูปเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นด้วยรากฐานอันมั่นคง เฉกเช่นเดียวกับรูปปั้นของนายกรัฐมนตรีในอดีตของ Galle และรูปปั้นของทหารหาญผู้ซึ่งเสียชีวิตในสงครามการสู้รบกับกบฏ Tamil
"พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลผู้ซึงได้รับพรอันประเสริฐ..ดังนั้นรูปปั้นของพระองค์จึงได้รับการปกป้องคุ้มครอง" เป็นคำกล่าวของ U.M. Husain คนงานชาวมุสลิม ผู้หนึ่งที่รอดพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมด้วยการปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนโต๊ะ และกลิ้งตัวขึ้นไปบนผนังกำแพงเมื่อโต๊ะถูกน้ำพัดพาไป ชาวพุทธ เชื่อในเรื่องของการห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ชาวพุทธบางคนกล่าวว่า เหตุกาณ์แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียอันเป็นต้นกำเนิดของคลื่นมหันตภัยครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สัตว์จำนวนมากถูกฆ่าตายเพื่อการเฉลิมฉลอง พวกเขายังกล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในศรีลังกา เมื่อปีที่แล้วก็เกิดขึ้นระหว่างสิ้นสุดเทศกาล รอมาดอน อันเป็นเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมเช่นกัน คลื่นยักษ์ได้ทำลายกำแพงโดยรอบของวัดพุทธแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งลงอย่างราบคาบ อุปกรณ์ตกแต่งภายในต่างๆภายในวัด ถูกคลื่นทำลายและพัดพาไป ในขณะที่พระพุทธรูปองค์เล็กๆซึ่งตั้งอยู่ในกำแพงกระจกยังคงรอดพ้นจากการถูกทำลาย ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในวัดกล่าวว่า ยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่รอดพ้นจากการถูกทำลาย โดยมีรถบัสคันหนึ่งล้มลงและปิดกั้นองค์พระพุทธรูปไว้ และรับแรงกระแทกอันเกิดจากคลื่นนั้นแทน ในซอกมุมหนึ่งของตัวเมือง
ประชาชนผู้ศรัทธาในศาสนาจำนวนหนึ่งหลบอาศัยอยู่ในวัดฮินดุ ที่มีกำแพงปกคลุมไปด้วยต้นมอส และมีรูปปั้นของเทพเจ้าที่เป็นสัตว์ต่าง ๆ กลิ่นธูหอมอบอวลทั่วบริเวณที่มืดสลัว มีสุนัขขี้เรื้อนนอนขดตัวหลับอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
Nimala Ubeysiri ชาวพุทธผู้ซึ่งแวะเวียนเข้ามาสักการะวัดฮินดูทุกสัปดาห์กล่าวว่า การรอดพ้นจากคลื่นสึนามิครั้งนี้เป็นเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ ประชาชนในประเทศควรที่จะสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน และลืมเรื่องความแตกต่างระหว่างกันเสีย" เธอกล่าว



From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 12 พ.ย. 48 - 20:22:37 น. ]


ความเห็นที่ 6

"ออร์แลนโด" ดาราจากภาพยนตร์เรื่อง "เดอะ ลอร์ดออฟเดอะริงส "เข้าพิธีประกาศตนเป็นชาวพุทธฯ

Lords of the Rings star embraces Buddhism by Nabanita Sircar, The Hindustan Times, December 6
แปล โดย อาสาbudpage




ลอนดอน, อังกฤษ - ดาราฮอลลีวูด ออร์แลนโด อายุ 27 ปี นักแสดงผู้รับบทเป็น แลกูลัส ในภาพยนตร์เรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริง ได้ประกาศตนเป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว !
เขาได้ใช้เวลาในการสำรวมจิต เพื่อย้อนมองส่องตน ว่าตนเองได้กระทำสิ่งใดที่ผิดพลาด ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเตือนตนเองในการปฏิบัติตนเองในชีวิตประจำวัน
ออร์แลนโดได้เข้าร่วมพิธีทางพุทธศาสนากับพุทธมามกะอื่นๆ อีก 60 คน ที่ โซกา กัคไก ศูนย์พุทธศาสนิกชนนิกายนิชิเรนระหว่างประเทศ ผู้ที่พบเห็นได้กล่าวว่า "ดูเขาดูมีความสุขมากจริงๆ รู้สึกสบายและค่อนข้างจะตื่นเต้นทีเดียว."

บลูมได้บอกเล่าถึง คัมภีร์ซึ่งเป็นตัวอักษรจีนและสันสกฤติบนกระดาษม้วน ในวันนั้นเขาใส่ยีนส์ เสื้อถักสีอูฐและเสื้อเชิ้ต, เขาได้คัมภีร์ม้วนนี้จากประธานในพิธี
ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งเล่าว่า "เขารับคำภีร์และจับมือกับประธานเหมือนกับคนอื่นๆ และท่าทางของเขาดูสงบ."
เขาเล่าต่อไปว่า
"เมื่อได้รับคำภีร์ครบทั้งหมดทุกๆคนแล้ว ทุกคนต่างปรบมือแสดงความยินดี หลังจากที่เราทุกคนได้ดื่มชาด้วยกัน หลังจากนั้นออร์แลนโดได้ไปที่ร้านของขวัญ. คนกำลังเข้าแถวเยอะมากเพื่อรับหนังสือที่ออร์แลนโด เขียนด้วยตัวเขาเองและถ่ายรูปกับเขา เขารู้สึกเป็นกันเอง และไม่ถือเนื้อถือตัวเลย "
ออร์แลนโดบอกว่า คัมภีร์ของพุทธศาสนานิกายนิชิเรนที่เขาได้รับ เป็นสิ่งที่นำความภูมิใจมาให้บ้านของเขา. มันจะถูกเก็บในศาลเจ้าทำด้วยไม้ที่มีเทียนล้อมโดยรอบ เขาจะสวดภาษาญี่ปุ่นศักดิ์สิทธิ์ นำเมียวเรนเคียว วันละสองครั้ง. แล้วเขาต้องยังอ่านและท่องพระสูตรดอกบัว 2 บท อีกด้วย
ออร์แลนโด เป็นนักแสดงบทเอลฟ์ ชื่อ แลกูลัส ในภาพยนตร์เรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงทั้งสามภาค
และ แม้ว่าแลกูลัสจะไม่เคยกล่าวในที่สาธารณชนเกี่ยวกับความศรัทธาทางศาสนาของเขา แต่เราจะสามารถรู้ได้จากการที่เขานับลูกประคำอยู่เสมอๆ.

From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 20:26:48 น. ]


ความเห็นที่ 7
คลื่นสึนามิพัดพาพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ข้ามทะเลออกไป 1,000 กิโลเมตร

แปลโดย Ning Yellow อาสาหนุ่มสาวชาวพุทธ





เมืองทามิล นาดุ อินเดีย - กลางเดือนธันวาคม พระพุทธรูป 5 นิ้วซึ่งเป็นลักษณะ ของพระพุทธรูปในพม่า ถูกนำไปวางบนชั้นที่ถูกประดับตกแต่ง และมัดกับแพไม้ไผ่ จากนั้นถูกนำไปลอยในแม่น้ำ อิระวดี เพื่อจะได้ลอยผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขับไล่ความชั่วร้าย พระพุทธรูปได้ลอยจนถึงปากแม่น้ำ และหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นก็เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
ผ่านไป 8 วัน พระพุทธรูปถูกพัดออกไป 1,000 กิโลเมตร ชาวประมงในทามิล นาดุ สังเกตเห็นแพลอยมาเกยฝั่ง กระดาษฟอยล์ที่ใช้ประดับตกแต่ง ทอแสงระยิบระยับกลางแสงอาทิตย์ ผู้ชาย 9 คนลงเรือไปสำรวจและนำแพไม้ไผ่ซึ่งถูกมัดติดกันด้วยเชือกตากผ้าพลาสติก และมีกระดาษฟอยล์ที่ทำเป็นรูปดอกไม้ติดประดับอยู่ ผู้โดยสารเพียงหนึ่งเดียวบนแพนั้นคือรูปทรงทำด้วยโลหะนั่งขัดสมาธิบนแผ่นที่ดูเหมือนโลหะ และชั้นที่ดูเหมือนกระท่อมไม้ แจกัน 3 ใบ เทียน 1 เล่ม เหรียญจำนวนหนึ่ง และจีวรพระสีน้ำตาลแดงซึ่งมีคำว่า "พม่า" เขียนไว้ และติดไว้บนแผ่นป้าย ถูกติดไว้ข้างๆพระพุทธรูป
ชาวบ้านในหมู่บ้าน Meyyurkuppam ซี่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆในทามิล นาดุ ทางตอนใต้ของอินเดีย ไม่มีใครรู้ว่ารูปปั้นที่มาจากต่างประเทศนั้นคือรูปอะไร แต่ชาวตะวันตก 2 คนบอกชาวบ้านว่ารูปปั้นนั้นเหมือนพระพุทธเจ้า ที่จริงแล้วรูปปั้นนั้นคือรูปแกะสลักรูปร่างอวบที่เรียกว่า Jalagupta ซึ่งชาวพุทธในพม่าบูชา ทุกอย่างบนแพไม้ไผ่ไม่เสียหายแม้เพียงเล็กน้อย และพระพุทธรูปยังมาถึงเวลาเดียวกับที่เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในหมู่บ้าน Meyyurkuppam นั่นคือทุกคนในหมู่บ้านรอดชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ดังนั้นชาวบ้านจึงยืนกรานให้นำสิ่งที่ชาวฮินดูเรียกว่า "บุดด้า สวามิ" หรือ "พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญา" ไปไว้ที่ใต้ต้นไทรที่ใหญ่ที่สุด มีผู้เชื่อว่าพระพุทธรูปที่ลอยมานี้ได้ปกป้องผู้อยู่อาศัย 980 คน ในหมู่บ้าน Meyyurkuppum ดังนั้นพิธีบูชาที่จัดหลังเหตุการณ์สึนามิจึงเกิดขึ้น
พระในยุคใหม่รูปหนึ่งอ้างว่า พลังต่อต้านความชั่วร้ายของพระพุทธรูปทำให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กำลังเป็นที่ขัดแย้งกันอยู่นั้น ไม่ปล่อยรังสีไปตามแนวชายฝั่ง ทำให้ผู้รอดชีวิตจากคลื่น สึนามิไม่ป่วยเป็นมะเร็ง พนักงานเทคนิคที่โรงงานนิวเคลียร์อย่างน้อย 30 คนที่อาศัยอยู่ใกล้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเมือง Kalpakkam สูญหายไปกับคลื่นสึนามิ แต่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่เสียหายแม้เล็กน้อย ชาวอินเดียมากกว่า 16,000 คน เสียชีวิตและสูญหายหลังจากคลื่นยักษ์เปลี่ยนรูปทรงของอ่าวเบงกอล แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้าน Meyyurkuppam
"มันคือปาฏิหาริย์" หัวหน้าหมู่บ้าน Meyyurkuppum กล่าว "เราวางน้ำ 1 แก้ว และดอกไม้ 1 ดอก ไว้ข้างหน้าพระพุทธรูปทุกวัน" เราจะบูชาพระองค์เหมือนที่เราบูชาพระพุทธเจ้าหลายๆองค์ของเรา ชาวบ้านยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าของพวกเขา"
สัปดาห์ที่แล้ว มีพิธีชำระล้างรูปปั้นและสัญลักษณ์มงคลของชาวพุทธในพม่า ไทย ลาว กัมพูชา ศรีลังกา และตอนใต้ของจีน ในช่วงการเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวพุทธเถรวาท ซึ่งจัดเป็นเวลา 3 วัน พระพุทธรูปแห่ง Meyyurkuppam ได้รับการสรงน้ำและมีการถวายของหวาน มีการประดับไฟสวยงามรอบๆพระเจ้าองค์ใหม่นี้ "เราจะเก็บรักษาพระองค์ไว้ที่นี่" N Padavattam ชาวเรือท้องถิ่นกล่าว "เรามีความสุขมากกับการมาของพระเจ้าองค์นี้"
"นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์" พระวิเวกจากกรุงเทพฯ กล่าว "พระพุทธศาสนามาถึงปากแม่น้ำของแม่น้ำต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษที่ 3 เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช จักพรรดิของอินเดียส่งมิชชันนารีไปยัง Golden Land ตอนนี้ ทะเลได้นำพระพุทธศาสนากลับสู่ดินแดนต้นกำเนิดแล้ว
ในเดือนกุมภาพันธ์ สถานทูตพม่าในนิวเดลีส่ง K Gurumurthy จากหอการค้าอินโดจีน-พม่า มาตรวจสอบรูปเคารพโลหะ ที่ในตอนแรกร่ำลือกันว่าเป็นทองสัมฤทธิ์จากศตวรรษที่ 17 เขาบอกนักข่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีค่าทางจิตใจ แต่เป็นแค่รูปแกะสลักธรรมดา ที่ลอยไปตามกระแสน้ำของแม่น้ำอิระวดี ในฤดูฝน แต่ไม่มีองค์ใดที่ลอยไกลข้ามทะเล พระพุทธรูปองค์เล็กๆองค์นี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องมงคล
ชาวบ้านของหมู่บ้าน Meyyurkuppam เห็นพ้องที่จะย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่เจดีย์บนที่สูง เพราะกฎที่ออกมาหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ ห้ามก่อสร้างทุกอย่างภายในระยะ 500 เมตรจากชายฝั่ง เมื่อรัฐบาลบริจาคที่ดินสำหรับก่อสร้างวัดใหม่ จะมีการสร้างที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจากการบริจาคของประชาชนชาวพม่า ในระหว่างนี้ครอบครัวของชาวประมงสวดมนต์ให้ "พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญา" องค์ใหม่นี้ทุกวัน
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 12 พ.ย. 48 - 20:34:29 น. ]


ความเห็นที่ 8

๑๙. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร


ภูมิลำเนาเดิม ๐ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรนายน้อย นางกิมน้อย คชวัตร
วันประสูติ
๐ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๖ ในรัชกาลที่ ๖
วันสถาปนา ๐ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระชนมายุ ๐ ๘๙ พรรษา

--------------------------------------------------------------------------------

สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ (เจริญ สุวัฑฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร นามฉายาว่า สุวัฑฒโน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ลำดับที่ ๖ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นต้นมา
สมเด็จฯ มีชาติภูมิอยู่ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่ ๑ ในจำนวนบุตร ๓ คน ของนายน้อย คชวัตร และนางกิมน้อย คชวัตร ชาติกาล ณ บ้านวัดเหนือ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ เวลา ๐๔.๐๐ น. เศษ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
อายุได้ ๘ ขวบ ได้เข้าศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆาราม และโรงเรียนในสมัยนั้นก็คือ ศาลาวัดนั่นเอง จบชั้นประถม ๓ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ มีอายุย่างเข้าปีที่ ๑๔ ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม มีพระครูอดุลสมณกิจ (ดี พุทธโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อออกพรรษาแล้วได้ไปเรียนบาลีไวยากรณ์ที่วัดเสนหา จังหวัดนครปฐม ในพรรษานั้น เพื่อกลับมาสอนที่วัดเทวสังฆาราม ในพรรษาต่อมาคือ พ.ศ. ๒๔๗๒ พระครูอดุลสมณกิจได้พาสมเด็จฯ มาถวายตัวต่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระยศในขณะนั้นของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์) เพื่ออยู่ศึกษาต่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ประทานนามฉายาว่า สุวัฑฒโน
พ.ศ. ๒๔๗๒ อายุ ๑๗ ปี สอบได้นักธรรมชั้นตรี เมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญ ๔ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๗๖ สมเด็จฯ มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้กลับไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเทวสังฆาราม พระครูอุดมสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทแล้วอยู่จำพรรษาช่วยสอนปริยัติธรรม ณ วัดเทวสังฆาราม ๑ พรรษา ออกพรรษาแล้วจึงกลับมาวัดบวรนิเวศวิหาร อุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุตอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ เจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระสมณศักดิ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในขณะนั้น) ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ แม้จะกลับมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ก็ยังคงไปมาช่วยสอนพระปริยัติธรรมที่วัดเทวสังฆารามอยู่อีก ๒ ปี
พ.ศ. ๒๔๗๖ อายุ ๒๑ ปี สอบได้เปรียญ ๕ ประโยค จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๘๔ อายุ ๒๙ ปี ก็สอบได้เปรียญ ๙ ประโยค
ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๗-๘ สมเด็จฯ ได้ศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤต เป็นพื้นฐานได้ศึกษาด้วยตนเองในเวลาต่อมา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ สมเด็จฯ ทรงนำมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ สมเด็จฯ ยังได้ศึกษาภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสด้วย โดยใช้เวลาว่างในตอนเย็นหรือกลางคืน ศึกษากับครูคฤหัสถ์ที่มาสอนเป็นการส่วนตัว แต่เนื่องจากไม่มีเวลาศึกษาอย่างติดต่อ ภายหลังจึงได้เลิกร้างไป
เมื่อสอบได้เปรียญชั้นสูงแล้ว สมเด็จฯ ก็เริ่มรับภาระหน้าที่ต่างๆ ทั้งวัดบวรนิเวศวิหาร ของคณะสงฆ์ และขององค์กรต่างๆ ทางพระพุทธศาสนามาโดยตลอด
ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๔ จนถึงปัจจุบัน สมเด็จฯ ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ที่สำคัญดังต่อไปนี้
พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญที่ พระโสภณคณาภรณ์
พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นเทพในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จออกทรงผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชอุปัธยาจารย์ ทรงเลือกสมเด็จฯ เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงผนวช และก็ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ์รักษาการพระวินัยธรชั้นฎีกา ในศกนี้
พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ)
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระญาณสังวร
พ.ศ. ๒๕๓๒ วันศุกร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๒ ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ย่อความจาก "ธรรมจักษุ"
นิตยสารทางพระพุทธศาสนารายเดือน
จัดทำโดย มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 12 พ.ย. 48 - 20:38:09 น. ]


ความเห็นที่ 9

ส่งกำลังใจช่วย และส่งความสุขด้วยเช่นกันครับ...

From : เรียว คู้บอน(รามอินทรา) [ 12 พ.ย. 48 - 21:23:53 น. ]

ความเห็นที่ 10

* น่าจะนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของนาย solo 2500 (จักรยานคนจน) นับว่าน่าทึ่งสำหรับความคิดอ่านและการกระทำอีกก้าวหนึ่งที่แสดงให้...(((((..".คนชอบขี่จักรยาน."..)))))..ได้เห็นสามารถที่มีอยู่

* เมื่อประมาณบ่ายเศษวันนี้ ยังเจอเขาขี่อยู่บนถนนสุวินทวงศ์มุ่งเข้า อ.มินบุรี ได้คุยกันสองสามคำ ก็ต้องปั่นแซงเขามา เพื่อตามกลุ่มให้ทัน

* ขอเป็นกำลังใจให้นายสำเร็จในสิ่งที่นายคิดนายหวังในเร็ววัน.

From : "ลุงเนตร" [ 13 พ.ย. 48 - 18:56:22 น. ]


ความเห็นที่ 11
ถึงเจียงฮาย ยินดีต้อนรับครับ มีที่พัก 1 คืน อาหาร 1 มื้อ เหล้า 1 เมา hope to see u
From : เสือเปี๊ยะ [ 13 พ.ย. 48 - 19:18:49 น. ]

ความเห็นที่ 12
*** ผมต้องขอบพระคุณๆลุงเนตรมากครับที่ให้คำแนะนำแล้วกำลังใจแก่ผมและเพื่อนชาวจักรยานเสมอมา และจำพยายามทำในสิ่งที่ทำให้ชาวจักรยานได้มีความสุขและชื่นใจ....ในโอกาศต่อไปครับกระผม.....*** และต้องขอขอบคุณเรียวคู้บอนขอให้มีความสุขและขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือให้เพื่อนได้ทำรูปลงในกระทู้ได้สะดวกขี้น กระผมต้องขอศึกษาอีกมากครับผม....ขอบคุณแทนเพื่อนมาณโอกาศนี้ด้วยครับ........แล้วเราคงได้เจอกันครับเสือเบี๊ยะ ที่เจียงฮาย และต้องขอขอบพระคุณมาล่วงหน้าด้วยครับผมสำหรับที่พัก และอาหาร กับ1เมาแต่1เมาของผมต้อง1ไหนะครับท่าน......haๆๆ ..... ไม่มากไปหรอกครับ9999 วัดในประเทศไทย มีร่วม3หมื่นวัด ถ้าทำสำเหร็จก็เท่ากับ 1ในสามของที่มีอยู่ ชีวิตที่เหลือของผมคงมีความหายและมีคุณค่าสำหรับตัวผมเองและเพื่อนและวงการจักรยานไม่มากก็น้อยนะครับผม...ที่ปั่นมาสามปีแล้ว ผมก็ผ่านมา 999วัด+99วัด+22วัด และตอนนี้ก็ปั่นเที่ยวไปเรื่อยตามวัดต่างครับกระผม....แต่ ผมจะเริ่มมานับ1ใหม่ ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ คือเริ่มนับ 1 จากวัดพระแก้วมรกต และจะปั่นเที่ยว ตามวัดต่างๆใน กทม วันละ9วัด ปั่นอยู่ในกทมสัด 11 วันเพื่อให้ได้99วัด แล้วเริ่มปั่นออกต่างจังหวัด ครับกระผม*** ส่วนรายละเอียดจะติดตามมาอีกทีครับผมท่าน *** ก็อย่างว่าละครับผมคิดคนเดี่ยวทำคนเดี่ยวได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นครับ ความสามารกำลังทรัพย์กำลังสะมองและความคิดผมได้แค่นี้ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะครับเพื่อนแต่ก็จะ ขอมอบเอาชีวิตที่เหลือให้แก่การปั่นจักรยานผม" ขอมีความสุขกับมันละกันนะครับเพื่อน.....ส่วนเรื่องอื่นๆผมขอวางไว้ก่อน! .... ผททดสอบมา3ปีแล้วผมว่าผมหน้าจะทำได้แน่นอนครับผม ถ้าผมไม่ตายหรือเป็นอะไรเสียก่อนเพื่อนคงได้ติดตามข่าวและเรื่องราวของกระผมต่อไปครับผม...ขอบพระคุณทุกท่านที่เขามาติดตามครับผม*** เมื่อวานหลังเจอกับลุงเนตรที่ปั่นไปรับ65รอบประเทศไทย แล้วผมก็แยกตัวปั่นเข้าไปในวัดบางแวกแถว35กมก่อนถึงเฉชิงเทราเลยปั้มปตท.ไปหน่อย ผมก็ได้ไปตั้งโต๊ทำมาหากินรับสะเก็ตรูปกับดูไฟ่ยิปซีในตะลาดนัดเริ่มทางข้างถนน ตอนแรกว่าจะปั่นตาม กลุ่ม ttc ที่ปั่นไปนมัสการหลวงพ่อโสธรแต่ผมดันเลือมเวลาปั่นมาจากประทุมทาถึงหน้าสนามกฬารัชมังฯหน้ารามเอา8โมงกว่ายังเจอ นายจักรยาน...แบ๊กแมน เขาบอกว่าเขาปั่นมาจากสวนลุ่มก็มาไม่ทัน เข้าว่า กลุ่ม tcc ออกกันตั้งแต่6.30แล้วผมเลยปั่นมาเรื่อยและ ได้โทรคุยกันน้าหมี tcc ด้วย ผมปั่นสวนแลนมาตอนออกจากแยกมินเพราะว่าถนนฝั่งขาออกตอนนี้เข้าเทพื้นยางมอตอยใหม่เลยไม่มีไหลถนนรถยอนวิ่งเร้วมากอันตะรายถ้าเราปั่นอยู่ในเลนรถใหญ่ผมถึงต้องไปปั่นด้านขาเข้าเจอเอากลุ่งคุณลุงเนตรแถวกทม35ก่อนถึง เฉชิงเทราปั่นตามหน่อยหนึ่งเพื่อพูดคุยแล้วผมก็ปั่นแยกเข้าวัดบางแวกแถวนั่นไปนอนเล่นในวัดพอได้เวลาตะลาดนัดผมก็ตั้งโต๊ะทำมาหากินเพราะตอนนั้นเงินผมหมอไม่มีสักบาทแล้วครับ ...กำลังดูไพ่ยิปซีอยู่ๆเพื่อนมาทัก"หัดดีพีผมมากับกลุ่ม tcc แต่ผมแยกมาก่อนกลัวจะกลับถึงบ้านมืด และ หิวข้าวเห็นตะลาดนัดเลยแวะเข้ามากินไม่นึกว่าจะได้เจอพี่กำลังทำมาหากินอยู่พอดี .......ผมเอาแผ่นปลิวของ tcc. "เพิ่มพลังกาย ลดใช้พลังงาน มาวางบนโต๊ะเพื่อให้คนที่มาจับจ่ายซื้อของได้ยิบเอาไปอานด้วยครับผม ...." เพื่อนที่ผมว่าคือ นายธูที่เคยเป็นนักปั่นทีมชาติที่ไปแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น และ เพื่อนที่มีรถที่แต่จักรยานเป็นรถแฟ่ชั่นเขายังบอกว่าโลกมันกลมผมไม่นึกว่าจะเห็นพี่กำลังทำมาหากินอยู่......ผมเห็นกับตาเองผมเชื่อแล้ว!....เราพูดคุยกันสักพักแล้วเขาก็ขอลาปั่นกลับกทม ส่วนผมก็ไปตามเส้นทางของผมต่อคือเที่ยวๆทำมาหากินไปด้วยตามวัดต่างไปบ้างตามแต่อัดตะภาพครับผม.....เชื่อไม่ครับว่า เมื่อวานรถผมพร้อมสำภาระหนักร่วม100 โลกครับผม............รายละเอียดตามมากครับรับรองว่าคุณคาดไม่ถึง........ก็ผมไปเจอถุงที่หน้า7เขาเอานมที่หมดอายุเหลืออีกวันเดี่ยวออกมาใส่ถุงขาวๆร่วม100ขวด(ที่เขาขายขวดละ35บาทนะเพราะผมแวะเข้าไปซื้อด้วย) แต่พออกมาเจอมันวางไว้กับถุงดำขะยะเตรียมทิ้งผมเห็นเขาผมเขาบอกว่าไม่เอาแล้วผมเลยแบกยกขี้รถน้ำหนักเก่า60โล+40โลได้100แล้ว แล้วผมก็เอามันไปเที่ยวแจกเด็กบ้างคนบ้างครับผมไม่ได้เอาไปขายใครมาดูยิปซีผมก็แถมนม1ขวดไปด้วยแบบว่า"พี่ๆต้องรีบกินนะมันพิมพ์บอกว่าหมดอายุวันนี้......แต่ถ้าพี่กินแล้วขี้ไหลมาโทรผมไม่ได้นะ ....ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าเอาไปเพราะผมได้มาฟรีก็ให้ไปฟรีไม่คิดอะไรพี่กินแล้วขี้รั่วหรือท้องเสียจะมาโทษผมไม่ได้นะ ก็ผมบอกแล้วผมยังกินเข้าไป4-5ขวดแล้วไม่เห็นเป็นอะไร...แจกจนเกื่อบหมดตอนนี้หน้าจะเหลือสัก2ขวดบนรถ ......เพื่อนคนใดจะเอาบอกนะผมจะส่งให้ทางไปษณีย์!........ฮาๆ เดี่ยมีมุกเด็จตอนนอนต่อเมื่อคืนย้ายเกือบ3ที่นะครับผม..........หมายเหตุผมจะใช้ชื่อนี้ตอนเริ่ม การปั่นครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตอย่างผมๆ คือวันที่ 5 ธันวาคม 2548 นี้ครับผม และตอนในกระทู้นี้ผมก็ต้องใช้ชื่อ กับตันมอเร่9999วัด ........เหตุผลมีมีส่วนตัวครับท่าน ........
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 14 พ.ย. 48 - 23:43:46 น. ]

ความเห็นที่ 13
เอ้ารูปพึ่งจะขึ้นลงซ้ำอีกแล้วเราต้องขอโทษเพื่อนและทางเวพด้วยครับผม เมื่อคืนพอทำมาหากินเสร็จก็วกรถกลับเข้าไปจะนอนที่ศาลาหน้าวัดเขามีงานศพกันแต่ไปนอนอีกศาลาหนึ่งพอนอนสักพักราว2ชั่วโมงหมาวัดมันเห่ากันขร่มหายตัว ไม่ยอมหยุดสักที่เอาหนังติกยิงแล้วก็ยังเห่าเราชักรำคาญด้วยและกลับไปรบกวนพระเลยออกปั่นไปนอนที่ศาลาคนคอยรถโดยสานดีกว่าเรานึกได้อย่างนั้นก็ออกปั่นตอนราวๆสัก24.00 ออกจากวัด เลยครับผม ปั่นไปตามถนนสายเฉชิงเทราครับท่าน แวะนอนที่ศาลาเพิงพักวินมอไชค์..เห็นคนขับรถเข้ามาในซอยเรื่อยๆแถมมองมาทางเรามากเกินไป เลย ย้ายอีกแล้วเรา เพรื่อความปลอดภัยและเหมาะสม .........ปั่นมาสักสองกิโลมาเจอนมที่เซเว้นเขาทิ้ง 1กระสอบใหญ่หนัก 40ร่วมโลนึกว่าร่วม100มันคงไม่เสียนะก็เราเคยกินนี้นะ ....ยอมหนักเอาหน่อยเอาไปแจกคนหรือพวกเด็กๆดีกว่าคิดได้ดังนั้นก็ยกขึ้นรถเลย แล้วปั่นไปนอนตรงเสาไต้สะพานลอยคนข้ามถนน .......... ยี่ห้อผมนอนไม่เป็นอะไรหรอครับ โทรศัพย์ผมก็มี กล้องถ่ายผมก็ม่ ฯลฯ ก็มี สามปีไม่เคยหาย.....เพราะผมไม่เคย ทำผิดกฎคือค่ำมือแล้วถ้าไม่นอน ในเต้นผมจะไม่เอาโทรออกมาและขอบอกเอาไว้ในที่นี้ด้วยว่าที่คุณจักรยานลากหายก็เพราะว่า แก่เอามันออกมาโทรตอนดึกๆแล้ววางไว้ข้างตัวเลยนึกว่าตัวเองนอนที่บ้านเพราะวันนั้นเราดื่มเบียร์กันด้วย3ขวด ปั่นมาเหนือด้วยดีที่ กล้องดิจิตอนที่แก่ซื้อมาใหม่เก็บซ่อนไว้ดีไม่หายครับผม.....และอีกอย่งหนึ่งแต่ตัวหรือรถดูดีมากก็ไม่ดีถ้าไปนอนตามศาลาริ่มทางอันตะรายครับท่าน .........ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจขนาดผ่านมา3ปีแล้วผมว่าดีที่สุด ปั้ม ป้อมตร. หรือไม่ก็เข้าป่าไปกางเต้น หรือ วัดดีกว่าครับท่าน..........ไม่รู้วัดนไหนมันจะซวยผมนี้ก็ชอบมักง่ายนอนมั่วครับท่าน
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 15 พ.ย. 48 - 00:56:45 น. ]

ความเห็นที่ 14

๑๘.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธ


ภูมิลำเนาเดิม ๐ ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นบุตรนายบาง นางผาด นิลประภา
วันประสูติ
๐ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ในรัชกาลที่ ๕
วันสถาปนา ๐ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
วันสิ้นพระชนม์ ๐ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระชนมายุ ๐ ๙๐ พรรษา ๕ เดือน
ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๑๔ ปี ๒ เดือน
[NEXT]

--------------------------------------------------------------------------------

พระประวัติย่อ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
พระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ชาตกาลและชาติภูมิ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสนมหาเถระ) ท่านบิดาชื่อ บาง นิลประภา ท่านมารดาชื่อ ผาด นิลประภา เป็นบุตรคนที่ ๑ ในจำนวน ๓ คน ประสูติเมื่อวันพุธขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๔๐ เวลา ๑๙.๓๓ น. ที่บ้านตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บรรพชา-อุปสมบท

บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๖ ปี ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๔๕๕ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌายะ พระวินัยมุนี (แปลก วุฑฺฒิญาโณ) วัดราชบพิธ เป็นศีลาจารย์ บรรพชาอยู่จนครบอุปสมบท

อุปสมบท ณ วัดราชบพิธสถิตมหามาราม เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๖๑ สมเด็จพระสังราชเจ้าพระองค์นั้นเป็นพระอุปัชฌายะ พระวินัยมุนี (แปลก วุฑฺฒิญาโณ) วัดราชบพิธ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระญาณดิลก (รอด วราสโย) วัดเสนาสนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นศีลาจารย์ มีพระฉายาว่า “วาสโน”

การศึกษา

เมื่อเยาว์วัยได้ศึกษาภาษาไทยที่วัดข้างบ้าน และที่โรงเรียนตัวอย่างมณฑลอยุธยา พ.ศ. ๒๔๕๓ สอบเทียบได้ชั้นมัธยมปีที่ ๒

บรรพชาอุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาปริยัติธรรมตามลำดับ สอบได้เปรียญ ๔ ประโยค

สถาบันทางศึกษาทางพระพุทธศาสนา ได้ทูนถวายปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ๒ สถาบัน และรัฐบาลอินเดียได้อนุมัติปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาอักษรศาสตร์ โดยมหาวิทยาลัยพาราณสี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลกลาง เป็นผู้ดำเนินการประกอบพิธีทูลถวาย

สมณศักดิ์

ได้ทรงดำรงสมณศักดิ์ชั้นต่างๆ โดยลำดับดังนี้

๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ เป็นพระครูโฆสิตสุทธสร

๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นพระครูธรรมธร

๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นพระครูวิจิตรธรรมคุณ (ตำแหน่งฐานานุกรมของพระเจ้า วรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)

๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นพระจุลคณิศร พระราชาคณะสามัญปลัดซ้ายของพระเจ้า วรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)

๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชกวี

๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพโมลี

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมปาโมกข์

๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์

๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ทรงพระกรุณาโปรด ฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระอริยวงศา คตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

หน้าที่การงาน

ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เป็นต้นมา ได้ทรงดำรงตำแหน่งต่างๆ บริหารงานพระศาสนาการคณะสงฆ์ รวม ๒๘ ตำแหน่ง และสำคัญๆ ที่ได้ทรงปฏิบัติมาตลอดจนถึงอวสานกาลแห่งพระชนมชีพ คือ

เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ

ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม

ประธานสภาการศึกษาของคณะสงฆ์

เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

นายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย

นายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย

ประธานคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมกิจการศาสนาและมนุษยธรรม

องค์อุปถัมภ์มูลนิธิสังฆประชานุเคราะห์

องค์อุปถัมภ์สัมมาชีวศิลปมูลนิธิ

องค์อุปถัมภ์ศูนย์และชมรมพุทธศาสน์ ในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยต่างๆ อีก ๙ แห่ง

องค์อุปถัมภ์ศูนย์ธรรมศึกษาพิเศษโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี-อาษาวิทยา

องค์อุปถัมภ์โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ)

องค์อุปถัมภ์สถานสงเคราะห์คนชรา “วาสนะเวศม์”

องค์อุปถัมภ์มูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ)

องค์อุปถัมภ์มูลนิธิ “วาสนะเวศม์”

งานเผยแผ่ศาสนธรรม

เทศนาประจำวันพระในพระอุโบสถ

บรรยายสวดมนต์มีคำนำแบบมคธ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ประจำวันพระ แรม ๘ ค่ำ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ ถึง มิถุนายน ๒๕๑๗

แต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาแก่เด็ก เคยได้รับพระราชทานรางวัลชั้นที่ ๑ รวม ๒ ครั้ง ที่ ๒ ๑ ครั้ง คือ

เรื่อง ทิศ ๖ (รางวัลชั้นที่ ๑)

เรื่อง สังคหวัตถุ ๔ (รางวัลชั้นที่ ๑)

เรื่อง สัมปรายิกัตถประโยชน์ ๔ (รางวัลชั้นที่ ๒)

อบรมศีลธรรมแก่นักเรียนวัดราชบพิธ

ถวายพระธรรมเทศนาพระมงคลวิเสสกถา ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสืบต่อจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช วัดมกุฏกษัตริยาราม

แต่งบทความทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองไว้เป็นจำนวนมาก พิมพ์เผยแพร่ในโอกาสต่างๆ อยู่เสมอ เช่น บทความเรื่องบันทึกของศุภาสินี, วัยที่เขาหมดสงสาร, วัดของบ้าน, มรดกชีวิต, ความเติบโต, บุคคลหาได้ยาก, วาสนาสอนน้อง, จดหมายถึงพ่อ, บทร้อยกรอง เช่น วาทแห่งวาสน์, คำกลอนสอนใจ, วาสนคติ, นิราศ ๒ ปี, ทิศ ๖ คำโคลง, สวนดอกสร้อย, สักวาปฏิทิน, คน-ระฆัง, สมพรปาก, เรือ-สมาคม, กลอนปฏิทิน, อาจารย์ดี, พัฒนาใจ, และพุทธศาสนคุณ เป็นต้น

กิจกรรมพิเศษ

รับการปลงพระบริขารจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

เป็นผู้อำนวยการปฏิบัติการพระศพ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น

ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ในการทรงผนวช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฏราชกุฏมาร

ทรงเป็นประธานกรรมการสังคีติการกสงฆ์ สังคายนาพระธรรมวินัยตรวจชำระพระไตรปิฎก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอ บ แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๕๓๐

ทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งเป็นพระคณาจารย์เอก ในทางรจนาพระคัมภีร์ แต่ พ.ศ. ๒๔๘๕

การบูรณะวัด

เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นวัดประจำรัชกาล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๒ เป็นวัดแรกในรัชกาลนั้น ถึงบัดนี้มีอายุ ๑๐๐ ปีเศษแล้ว วัตถุก่อสร้างภายในพระอารามจึงชำรุดทรุดโทรมอยู่ทั่วไป ในยุคที่ทรงเป็นเจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะเขตพุทธาวาสให้คงสภาพดีเรียบร้อยไปแล้ว ที่ปรากฏในปัจจุบัน เช่น องค์พระเจดีย์ใหญ่ พระอุโบสถ พระวิหาร พระวิหารทิศ ๒ หลัง พระวิหารคด ศาลาราย ลานพระเจดีย์ และพื้นไพฑีโดยรอบ ในเขตสังฆาวาส มีศาลาการเปรียญคณะนอก (ศาลาร้อยปีในปัจจุบัน) พระที่นั่งสีตลาภิรมย์ กุฎีสงฆ์คณะนอก ๓ แถว ๓ ชั้น กุฎีสงฆ์คณะในแถวใน ตำหนักอรุณ ศาลาการเปรียญคณะใน เป็นต้นโดยลำดับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๓๐ ได้จัดการบูรณะซ่อมแซมพระอารามไปแล้ว รวม ๒๙ รายการ เป็นเงินประมาณ ๖๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ

สร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดราชบพิธ

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้ร่วมกับคณะกรรมการจัดหาทุนสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดราชบพิธ คือ ตึกภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์ ๑-๒-๓ และตึกชินวรศรีธรรมวิทยาคาร (รวม ๔ หลัง)

อุปถัมภ์ในการสร้างวัด

ได้ให้ความอุปถัมภ์ในการสร้างวัดแสงธรรมสุทธาราม อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ วัดโพธิ์ทอง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และองค์อุปถัมภ์ในการบูรณะซ่อมแซมวัดชินวราราม อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

สร้างอาคารเรียนโรงเรียนประชาบาล

ที่วัดสระกะเทียม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีชื่อว่า “สถาพรทักษิณาคาร” และให้อุปถัมภ์ในการสร้างอาคาร “วโรฬารวาสนะเวศม์” ที่วัดโพธิ์ทอง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีชื่อว่า “วาสนานุกูล”

สร้างศาลาบำเพ็ญบุญ

ได้โปรดให้สร้างศาลาบำเพ็ญบุญจตุรมุขอุทิศบุรพชน ๑ หลัง และบูรณะปรับปรุงกุฎีเจ้าคุณอาจารย์ (พระญาณดิลก รอด วราสโย) ๑ หลัง ณ วัดเสนาสนาราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สร้างหอนาฬิกา

ได้โปรดให้สร้างหอนาฬิกา ๑ หอ ชนิด ๓ หน้าปัด ที่บ้านตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันเป็นชาติภูมิสถานที่ประสูติของพระองค์

สร้างศาลาพักริมทางหลวง

ได้โปรดให้ไวยาวัจกรจ่ายกัปปิยภัณฑ์จัดสร้างศาลาพักริมทางหลวงไว้ตามทางหลวงต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์แก่ผู้สัญจรไปมาทั่วไป รวมถึงปัจจุบันสร้างไปแล้ว ๘ หลัง และที่หน้าพระวิหารพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีก ๒ หลัง

ตั้งทุนนิธิต่างๆ บำรุงพระอาราม

ทุน พระจุลจอมเกล้า และทุนปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธ
ได้โปรดให้ตั้งนิธิปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธ และนิธิ “พระจุลจอมเกล้าฯ” มีจุดประสงค์สำหรับหาผลประโยชน์บูรณะปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธ โดยไม่มีถอนต้นทุนมาใช้ มียอดจำนวนทุนที่ได้รับบริจาคถึง พ.ศ. ๒๕๓๑ มีจำนวน ประมาณ ๒๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ

นอกจากนี้ยังมีนิธิต่างๆ ของวัดอีก โดยไม่ถอนทุนมาใช้ จ่ายได้เฉพาะผลประโยชน์เท่านั้น มีทุนตั้งไว้ประมาณ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ

สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ)

ในมหามงคลดิถีที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช เจริญพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๕ คณะศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิต และฆราวาส มี พล.ต.อ. ชุมพล โลหะชาละ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ได้ร่วมกันดำเนินงานและเลือกสถานที่ตั้ง คือตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่แห่งนี้มีความหมาย คือเป็นตำบล และอำเภอประสูติของพระองค์ เป็นโรงพยาบาลระดับอำเภอขนาด ๓๐ เตียง บนเนื้อที่ ๓๔ ไร่เศษ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้วางผังไว้สำหรับขยายเป็น ๖๐ เตียงในโอกาสต่อไป ใช้ทุนการก่อสร้างดำเนินงานไปประมาณ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๒๕ เป็นต้นมา โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีเปิด

มูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ)

อนึ่ง มีทุนที่เหลือจากการสร้างโรงพยาบาลนี้ และมีผู้บริจาคสมทบโดยลำดับ มีทุนปัจจุบันประมาณ

๑๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ได้โปรดให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) จะได้ตั้งเป็นมูลนิธิสำหรับจัดหาผลประโยชน์บำรุงโรงพยาบาล เป็นทุนส่งเสริมการศึกษาและสาธารณกุศลอื่นๆ ต่อไป

สร้างสถานสงเคราะห์คนชรา (วาสนะเวศม์)

ในมงคลสมัยที่ทรงหายจากประชวร เมื่อปี ๒๕๒๙ คณะศิษยานุศิษย์ มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นประธาน ถือเป็นศุภนิมิตมงคลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีสมานฉันท์ดำเนินการสร้างสถานสงเคราะห์คนชรา ขึ้น ๑ แห่ง บริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) โปรดประทานนามว่า “วาสนะเวศม์” แปลว่า ที่อยู่ของผู้มีบุญ สามารถรับคนชราเข้าอยู่อาศัยได้ ๒๐๐ คน บนเนื้อที่ ๓๑ ไร่เศษ สังกัดกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย สิ้นค่าก่อสร้างและดำเนินการไปประมาณ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ได้เปิดดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๓๐ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด

เสด็จเยี่ยมพุทธศาสนิกชนในและต่างประเทศ

นอกจากเสด็จเยี่ยมภิกษุสามเณร ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในประเทศทั้ง ๗๓ จังหวัดแล้ว ยังได้เสด็จเยี่ยมพุทธศาสนิกชนในต่างประเทศ เช่น พม่า สิงคโปร์ ฮ่องกง ศรีลังกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย ๒ ครั้ง อังกฤษ ๒ ครั้ง และสหรัฐอเมริกา ๔ ครั้ง

ทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา

เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๑ เจ้าพระคุณ สมเด็จอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช เจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา รัฐบาลเห็นสมควรจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นให้สมพระเกียรติ และเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับงานนี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเป็นงานบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา และได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มายังพระอุโบสถวัดราชบพิธ ถวายน้ำสรงสมเด็จพระสังฆราช ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายพัดยศพิเศษ คือ พัดแฉกงาประดับพลอยที่เคยพระราชทานเฉพาะเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายธรรมยุตที่เป็นพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ พร้อมกันนั้นได้ถวายพัดรัตนาภรณ์ ภ.ป.ร. ชั้น ๑ ซึ่งเป็นพัดประจำรัชกาลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสำหรับพระราชทานแก่พระสงฆ์ที่ทรงเคารพนับถือและคุ้นเคยเป็นส่วนพระองค์ อันมีจำนวนน้อยรูป และเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ได้รับถวายพัดรัตนาภรณ์ ภ.ป.ร. นี้ เป็นรูปที่ ๕ เท่านั้น ในงานบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุครั้งนี้ ปรากฏว่าพุทธศาสนิกชนทั้งบรรชิตและฆราวาสมีความปลื้มปีติยิ่ง ได้เดินทางมาถวายสักการะถวายพระพรกันอย่างล้นหลามยิ่งกว่าที่เคยปรากฏในกาลก่อน

ทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงพระประชวรด้วยพระปับผาสะอักเสบ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๓๑ ได้เข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช ต่อมาทรงมีภาวะพระหทัยวายจากเส้นพระโลหิตตีบและกล้ามเนื้อพระหทัยบางส่วนไม่ทำงาน คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดก็ได้สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบ เมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๑ เวลา ๑๖.๕๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยความเศร้าสลดพระราชฤทัยอย่างยิ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไว้ทุกข์ในราชสำนัก ๑๕ วัน และโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพไว้ ณ พระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายและถวายพระเกียรติยศตามพระราชประเพณีทุกประการ รัฐบาลได้ประกาศให้สถานที่ราชการทุกแห่งลดธงครึ่งเสา ๓ วัน และให้ข้าราชการไว้ทุกข์ ๑๕ วัน

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิริรวมพระชันษาได้ ๙๐ ปี ๕ เดือน ๒๕ วัน ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชนมายุสูงที่สุดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๑๔ ปี ๒ เดือน ๕ วัน จึงทรงดำรงตำแหน่งนานที่สุดในรัชกาลปัจจุบัน

พระอนุสาวรีย์แห่งสุดท้าย

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงพึงพระทัยที่จะสร้างหรือปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ อันเป็นสาธารณประโยชน์อยู่เสมอ เช่น ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์ทอง ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันเป็นวัดข้างบ้านที่ทรงประสูติและได้เคยทรงเรียนหนังสือที่วัดนี้แต่สมัยยังทรงพระเยาว์ ๗-๘ ชันษา ต่อมาได้ทรงสร้างอาคารเรียน โรงเรียนประชาบาล ๒ โรง ทรงอุปถัมภ์การสร้างวัดแสงธรรมสุทธาราม อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ทรงสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) และสถานสงเคราะห์คนชรา “วาสนะเวศม์” ที่ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพระอนุสาวรีย์แห่งสุดท้ายที่ทรงริเริ่มไว้ ยังไม่ทันดำเนินการให้สำเร็จก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน คือ การก่อสร้างโรงเรียนวัดราชบพิธ ถนนสนามไชย

โรงเรียนวัดราชบพิธ เป็นโรงเรียนมัธยมสังกัดกรมสามัญศึกษา พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร เจ้าอาวาสวัดราชบพิธพระองค์แรก ทรงตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ และอยู่ในความอุปถัมภ์ของเจ้าอาวาสต่อมาทุกองค์ โรงเรียนวัดราชบพิธ ได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีครูและนักเรียนเพิ่มมากขึ้น เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช แต่ยังทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระจุลคณิศร ก็ได้เคยเป็นกรรมการจัดหาทุนสร้างอาคารเรียนขึ้นใหม่ถึง ๓ หลัง และเมื่อทรงเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ องค์ที่ ๔ ก็ได้อนุญาตให้กระทรวงศึกษาธิการรื้ออาคารภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์ ๑ แล้วสร้างใหม่เป็นตึก ๓ ชั้น แทน แต่ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนถึง ๒,๒๐๐ คน ขาดแคลนห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงอาหาร และบริเวณเล่นกีฬาออกกำลังกาย ทางโรงเรียนได้ขออนุญาตจัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวแทรกอยู่ในบริเวณพุทธาวาสหลายหลัง ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยน่าดู เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช องค์อุปถัมภ์โรงเรียนได้ทรงพยายามที่จะหาทางคลี่คลายแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา ต่อมาทรงทราบว่ากองทัพบกมีโครงการจะย้ายที่ตั้งหมวดคลัง กองยกกระบัตร กรมพลาธิการทหารบก ออกจากที่ตั้งเดิมริมถนนสนามไชย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๙ ไร่ ๑ งาน ๔๖ ตารางวา ออกไปรวมกับสถานที่ใหม่ของกรม ที่อำเภอปากเกร็ด จึงได้มีพระลิขิตถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบิณฑบาตที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าว มาจัดสร้างขยายโรงเรียนวัดราชบพิธต่อไป ในการนี้ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กรุณาชี้แจงขอความเห็นชอบจากคณะผู้บริหารกองทัพบก พร้อมใจที่จะทูนถวายสิทธิการใช้ที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าว เป็นเครื่องสักการะและถวายเป็นพระกุศล เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา

อุปนายกกรรมการฯ มหามกุฏราชวิทยาลัยฯ

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขณะเมื่อยังทรงดำรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงเกี่ยวข้องกับกิจการมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาเป็นเวลาช้านาน กล่าวคือ ได้ทรงเป็นกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ครั้น พ.ศ. ๒๕๐๔ ก็ได้ทรงดำรงตำแหน่งอุปนายกกรรมการฯ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๕ ก็ได้ทรงดำรงตำแหน่งนายกกรรมการฯ บริหารรับผิดชอบกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ และได้ทรงดำรงตำแหน่งนี้ตลอดมาจนถึงวาระที่สุดแห่งพระชนมชีพ นับแต่ได้ทรงมีหน้าที่รับผิดชอบในมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ก็ได้ทรงเสริมสร้างการเก่า ดำริการใหม่ เป็นเหตุให้กิจการต่างๆ ของมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ดำเนินก้าวหน้าไปด้วยดี ตลอดสมัยแห่งกาลที่พระองค์ทรงบริหารรับผิดชอบ กล่าวได้ว่า เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้น ได้ทรงมีส่วนอย่างสำคัญพระองค์หนึ่งในการจรรโลงส่งเสริมกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ให้เจริญมั่นคง อำนวยเกื้อกูลเป็นประโยชน์แก่การพระศาสนาและชาติบ้านเมืองเป็นส่วนรวม สมแก่วัตถุประสงค์แห่งมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ทุกประการ นับแต่ต้นมาจนถึงที่สุดเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี

ย่อความจาก "ธรรมจักษุ"
นิตยสารทางพระพุทธศาสนารายเดือน
จัดทำโดย มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 15 พ.ย. 48 - 01:03:55 น. ]


ความเห็นที่ 15
*** จริงๆเห็นด้วยครับผม ๆเคยล้มถ้าไม่ใส่ถุงมือคงปอกเปิดแน่ครับ และเมื่อวานซืนกับวันนี้ผมปั่นลอดก้มหัวลอดได้ราวสะพานขนัดใส่หมอกันนอ๊กคอยยังเคร็ดเล้ยแบบว่ามันแกระแทกเสียจนหน้าหายคอคล๊ดดีที่ใส่ถ้าไม่ใส่หัวผมแตกแน่นอนครับ ทุกครั้งต้องใส่ครับถ้าปั่น ........ผมนี้แย่ไม่ค่อยใส่ถุงมืออ่านกทุ้นี้แล้วได้คิดอีกต่อไปต้องใส่ทุกครั้งถึงแม่จะใกล้หรือรำคาญบ้างแต่เหมือนคุณว่า อุบัติเหตุจะเกิดตอนไหนเราไม่รู้!***เห็นด้วยมากๆครับเพื่อนๆ **** ตอบกระทู้คุณสรศักดิ์สะบักสะบอมครับผม
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 15 พ.ย. 48 - 01:18:13 น. ]

ความเห็นที่ 16
*** เอ๋คุณหมอ -=jfk=- ทำไม่ผมรู้สึกปวดแถวๆสบักด้านขวามากครับผม ผมว่าตอนนอนผมก็ไม่นอนทับอะไรนะ..........หรือว่าผมทุกสิ่งของมากหนักตั้งร่วม100 กิโลกรัม เวลาแฮนมันกระแทกกลับมันเป็นสาเหตูให้ผมปวดสะบักหลังแต่เอ่ทำไมมันปวดด้าเดี่ยวครับคุณหมอ*** ถ้าอ่านช่วยตอนผมด้วย ตะคิวผมไม่เป็นแล้วครับผม...เสื้อmtb ที่ท่านซื้อให้ผมยังใส่อยู่และซักทุก2วันครับท่านใส่สะบายดีครับ..ไม่เหมือเสื้อแขนยาวที่ทางกทมแจกสีสะท้องแสงดีมากๆตอนปั่นกลางคืนคนขับรถยนเห็นได้ชัด..........แต่เสียที่ตอนปั่นเหงื่อออกแล้วเหนียวตัวมาก.........แต่เขาก็แจกฟรีก็ถือเสียว่าดีก็แล้วกันครับ....ผมใส่ใช้คุ้มครับผม.....
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 15 พ.ย. 48 - 01:26:48 น. ]

ความเห็นที่ 17




หน้า 4
From : นาย solo/2500 จักยานคนจน [ 15 พ.ย. 48 - 03:21:45 น. ]

ความเห็นที่ 18

หนึ่งในคอลัมน์ของธรรมจักษุ

เรื่อง
“ศาสนาในยุควิทยาศาสตร์”

โดย......พิพัฒน์ บุญยง

พิมพ์ลงในนิตยสาร “ธรรมจักษุ”

ฉบับเดือน มกราคม 2545


พิพัฒน์ บุญยง เรียบเรียงจาก

ข้อเขียนของ Dr.K.Sri Dhammananda

เรื่อง Religion in a Scientific Age

ศาสนาในยุควิทยาศาสตร์

ปัจจุบันเรากำลังมีชีวิตอยู่ในยุควิทยาศาสตร์ เป็นยุคที่ชีวิตเกือบจะทุกด้านได้รับผลกระทบจากวิทยาศาสตร์ นับตั้งแต่การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ ในระหว่างศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา วิทยาศาสตร์ได้มีอิทธิพลต่อความคิดและการกระทำของมนุษย์อย่างมากมายและต่อเนื่อง

ผลกระทบทางวิทยาศาสตร์ได้ทวีมากขึ้นโดยเฉพาะเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาที่เคยเชื่อตาม ๆกันมา แนวความคิดพื้นฐานของหลายศาสนาได้พังครืนลงเพราะแรงกระแทกของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่โดยไม่เป็นที่ยอมรับของปัญญาชนและผู้คงแก่เรียนอีกต่อไป และก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกันที่จะยืนยันว่าสิ่งใดจริงหรือไม่จริงโดยอาศัยการเก็งความจริงตามทฤษฎีเทววิทยา หรือโดยการอ้างคัมภีร์อย่างเดียว ไม่พิจารณาตามหลักวิทยาศาสตร์ ตัวอย่าง การค้นพบของนักจิตวิทยาสมัยใหม่ ระบุว่าจิตใจของมนุษย์ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับร่างกาย คือทำงานไปตามธรรมชาติและตามเหตุปัจจัย โดยไม่มีวิญญาณอมตะที่มีตัวตนถาวรไม่มีการเปลี่ยนแปลงครอบครองอยู่ อย่างที่บางศาสนาสอน

นักสอนศาสนาของบางศาสนาเลือกที่จะไม่เชื่อเรื่องการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาของเขา การทำใจแข็งไม่ยอมเชื่ออะไรนอกจากคัมภีร์นี้ เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของมนุษย์ชาติอย่างแท้จริง แต่คนสมัยใหม่ปฏิเสธที่จะไม่เชื่ออะไรโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณา แม้สิ่งนั้นจะได้รับการยอมรับเชื่อถือมาแต่เดิมก็ตาม จึงทำให้นักศาสนาเหล่านั้นประสบผลในด้านเพิ่มจำนวนของผู้ที่ไม่เชื่อคำสอน ของเขามากขึ้น

อีกประการหนึ่ง นักศาสนาบางศาสนาเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะปรับเปลี่ยนคำสอนทางศาสนาของตนเสียใหม่ ให้เหมาะสมกับทฤษฎีวิทยาศาสตร์ ที่มหาชนยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เช่นในประเด็นที่ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ (Theory of Evolution) เป็นตัวอย่าง นักการศาสนาจำพวกนั้นยังคงยึดหลักที่ว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาโดยพระเจ้าโดยตรง ซึ่งตรงกันข้ามกับดาร์วิน ที่อ้างว่ามนุษย์ได้วิวัฒนาการมาจากลิง Ape ซึ่งเป็นทฤษฎีที่คว่ำคำสอนเรื่องพระเจ้าผู้สร้าง (Doctrine of Devine Creation) และความหายนะของมนุษย์ชาติ (the fall of man) เนื่องจากบรรดานักคิดค้นที่รู้แจ้งความจริงทั้งหลาย ล้วนยอมรับทฤษฎีของดาร์วิน จึงทำให้นักเทวนิยมปัจจุบันแทบจะไม่มีทางเลือกนอกจากจะแปลงคำสอนของตนเสียใหม่ เพื่อให้เหมาะกับทฤษฎีที่พวกเขาได้คัดค้านมานาน

มองในแง่ของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยไม่ยากว่า ทัศนะเกี่ยวกับเอกภพและชีวิต ที่ศาสนาต่าง ๆ ยึดถืออยู่ เป็นเพียงความคิดเห็นที่เชื่อตามกันมาแต่โบราณ ซึ่งโดยทั่วไปถือว่า ศาสนาต่างๆ ได้มีคุณูปการต่อความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ เพราะศาสนาได้เป็นผู้วางค่านิยมและมาตรฐานต่าง ๆ รวมทั้งได้สร้างรูปแบบหลักเกณฑ์สำหรับประพฤติปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของมนุษย์ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ศาสนาได้ทำมา ศาสนาก็ไม่อาจดำรงคำสอนให้อยู่ตลอดไปได้ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเมื่อมาถึงยุควิทยาศาสตร์ ถ้าสาวกของศาสนายังยืนกรานที่จะรักษารูปแบบดั้งเดิม และยึดคำสอนที่สอนให้เชื่อตามอย่างเดียว ยังยืนหยัดที่จะส่งเสริมพิธีกรรมและข้อปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งก็ค่อย ๆ หมดความหมายและลดจำนวนผู้เชื่อถือไปตามยุคสมัย

สำหรับพระพุทธศาสนาซึ่งอุบัติขึ้นเมื่อ 543 ปี ก่อนคริสต์ศักราชและได้แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศในแถบเอเชีย ก่อนที่วิทยาศาสตร์ยุคใหม่จะเกิดขึ้น ตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นต้นมา พระองค์ไม่เคยปิดกั้น แต่ได้เปิดโอกาสให้แนวความคิดทางวิทยาศาสตร์เข้ามาพิสูจน์คำสอนของพระองค์ได้เสมอตลอดมา

เหตุผลประการแรกที่คำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอดคล้องเข้ากันได้กับแนวความคิดของวิทยาศาสตร์ก็คือว่า พระองค์ไม่ส่งเสริมความเชื่อแบบตายตัว ที่สอนให้ปฏิบัติตามอย่างเดียว พระองค์ไม่ทรงจำกัดสิทธิในการที่จะเชื่อคำสอนของพระองค์ ว่าจะต้องมีศรัทธา (faith) มาก่อนที่จะมีความเชื่อ (belief) หรืออ้างว่าคำสอนของพระองค์เป็นคำสอนที่พระเจ้านำมาเปิดเผย แต่พระองค์ทรงอนุญาตให้ใช้ความคิดอย่างรอบคอบ และอย่างเสรีตรวจสอบ แล้วจึงค่อยเชื่อ

เหตุผลประการที่สองก็คือ เราสามารถพบว่า ในการที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เข้าถึงความจริงทางจิตหรือวิญญาณ คือความจริงอันประเสริฐนั้น พระองค์ได้ใช้หลักที่เรารู้จักในภายหลัง ว่าเป็นหลักวิทยาศาสตร์ วิธีการค้นพบและการตรวจสอบความจริงดังกล่าว เป็นวิธีที่เหมือนกันกับวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้อยู่ในภายหลัง ต่างกันเพียงว่า นักวิทยาศาสตร์สังเกตตรวจสอบโลกภายนอกอันเป็นเรื่องของวัตถุ และกำหนดวางหลักทฤษฎีไว้หลังจากได้ดำเนินการทดลองจนได้ข้อยุติแล้ว

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงใช้หลักวิธีเดียวกันนี้ พิสูจน์ทดลองหาความจริงเกี่ยวกับโลกภานในอันเป็นเรื่องจิตใจ หรือวิญญาณ และพระองค์ได้ทรงปฏิบัติจนบรรลุถึงความจริงนั้น แล้วถอนตัวออกโดยไม่ยึดติด นอกจากนั้นพระองค์ทรงสอนสาวกของพระองค์ มิให้ยอมรับคำสอนใด ๆ จนกว่าจะได้ตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงด้วยตนเองเสียก่อน เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยห้ามว่า ทฤษฎีนั้น ๆ ผู้ใดอื่นจะเอาไปพิสูจน์ทดลองอีกไม่ได้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เช่นเดียวกัน จะไม่อ้างสิทธิว่าประสบการณ์แห่งการตรัสรู้ของพระองค์ จะสงวนไว้เฉพาะพระองค์ ผู้ใดจะนำไปปฏิบัติหรือพิสูจน์ทดลองอีกไม่ได้

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จัดว่าเป็นนักวิเคราะห์ชั้นเลิศ พระองค์ทรงจำแนกแยกแยะให้รู้ว่าอะไรเป็นเหตุของอะไร และอะไรเป็นผลของอะไร ซึ่งเป็นหลักวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันกำลังกระทำอยู่ พระองค์ได้ทรงวางวิธีการสำหรับการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จ อันเป็นหลักวิทยาศาสตร์ ไว้สำหรับเข้าถึงความจริงสูงสุด(Ultimate Truth) ตลอดจนประสบการณ์แห่งการตรัสรู้ของพระองค์

การที่พระพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่มีแนวเดียวกัน กับหลักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมากนั้นจะถือว่าพระพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์มีค่าเท่าเทียมกันย่อมเป็นการไม่ถูกต้อง จริงอยู่การนำเอาวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ทำให้มนุษย์ชาติดำเนินชีวิตไปอย่างสะดวกสบายด้วยการได้ใช้เครื่องใช้สอยชนิดที่เรียกว่าดีเลิศอย่างที่คนสมัยก่อนไม่เคยพบแม้แต่ในฝัน วิทยาศาสตร์ทำให้มนุษย์สามารถว่ายน้ำได้ดีกว่าปลา บินได้สูงกว่านก และสามารถเดินบนโลกพระจันทร์ได้ แม้กระนั้นก็ตาม ขอบข่ายของความรู้ที่ยอมรับอันเป็นสิ่งพื้นๆ ธรรมดาๆ สำหรับนักวิทยาศาสตร์

ก็มีวงจำกัดอยู่เฉพาะสิ่งที่จะต้องมีการพิสูจน์ทดลอง และความจริงทางวิทยาศาสตร์ก็ตกอยู่ในภาวะที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง วิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะสอนให้มนุษย์ควบคุมจิตใจของตัวเอง และทั้งไม่สามารถจะควบคุมศีลธรรมจรรยา และวางแนวทางให้มนุษย์ปฏิบัติตามหลักศีลธรรมจรรยาเช่นนั้นได้ ทั้ง ๆ ที่วิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ชั้นเลิศน่ามหัศจรรย์ แต่ก็มีข้อเสียมากมายมหาศาลพอกัน แต่พระพุทธศาสนาหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพุทธศาสนาสอนคนให้รู้ทั้งความดีและความไม่ดี แต่ให้ปฏิบัติแต่ความดี เพื่อประโยชน์และความสุขของตนและของชน หมู่มาก

โดยทั่วไปเรามักจะได้ยินได้ฟังเรื่องราวมากมายนี่เกี่ยวกับความสำเร็จวิทยาศาสตร์ และสิ่งที่วิทยาศาสตร์ได้ประดิษฐ์ขึ้น แต่ไม่ค่อยจะได้ยินได้ฟังเรื่องที่วิทยาศาสตร์ทำไม่ได้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะถูกจำกัดด้วยข้อมูลที่ได้รับผ่านประสาทรับความรู้สึก (คือ ทางตา ทางหู ฯลฯ) แต่จะไม่รู้จักความจริงที่อยู่เหนือข้อมูลดังกล่าว ความจริงทางวิทยาศาสตร์จะถูกสร้างขึ้น บนพื้นฐานของการสังเกตข้อมูล ทางประสาทรับความรู้สึก ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นความจริงทางวิทยาศาสตร์ จึงถือว่าเป็นความจริงสัมพัทธ์ ที่ไม่ได้ตั้งใจ จะให้เป็นตัวยืนในการทดสอบตลอดกาล และนักวิทยาศาสตร์ก็ตระหนักความจริงข้อนี้ดี จึงสามารถละทิ้งทฤษฎีเดิมเมื่อมีทฤษฎีใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่

วิทยาศาสตร์พยายามศึกษาเพื่อให้เข้าใจโลกเฉพาะภายนอก โดยไม่แตะความรู้โลกภายในของมนุษย์แม้แต่น้อย แม้แต่นักวิทยาศาสตร์วิชาจิตวิทยาเอง ยังไม่เข้าใจสาเหตุที่แฝงอยู่ภายใต้ความทุกข์ทางใจของมนุษย์ เช่นเมื่อมนุษย์รู้สึกอึดอัดขัดข้องและเบื่อหน่ายชีวิต แม้เรื่องภายในใจของเราเต็มไปด้วยความทุกข์ร้อนกระสับกระส่าย วิทยาศาสตร์สมัยปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์มาช่วยบันเทาได้ ฝ่ายวิชาสังคมศาสตร์ซึ่งดูแลสอดส่องสิ่งแวดล้อมของสังคมมนุษย์ อาจนำความสุขมาให้ได้ระดับหนึ่ง แต่มนุษย์ไม่เหมือนสัตว์โดยทั่วไป ย่อมต้องการมากไปกว่าความสะดวกสบายเฉพาะทางร่างกายเท่านั้น แต่จำเป็นที่จะต้องมีสิ่งช่วยจัดการกับความทุกข์ใจและความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ประจำวันของเขาด้วย

ถามว่า วิทยาศาสตร์สามารถทำให้มนุษย์เป็นคนดีขึ้นกว่าเดิมไหม ? ถ้าสามารถทำได้ ทำไมการกระทำความรุนแรงและผิดศีลธรรม จึงยังคงมีอยู่ในประเทศทั้งหลายที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ จะไม่ถือว่าเป็นการยุติธรรมหรือที่จะกล่าวว่า ทั้ง ๆ ที่เราประสบความสำเร็จในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และได้รับประโยชน์มากมายที่วิทยาศาสตร์มอบให้แก่มนุษย์ แต่วิทยาศาสตร์ก็ปล่อยให้พื้นเพภายในของมนุษย์ เป็นไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเลย วิทยาศาสตร์ทำได้เพียงทำให้มนุษย์รู้สึกว่า ตัวเองจะต้องพึ่งวัตถุภายนอกมากขึ้นและมากขึ้น แต่จุดสุดท้ายแห่ง ”ความพอ” ในสิ่งที่ต้องการนั้นอยู่ที่ไหน ? นอกเหนือไปจากที่วิทยาศาสตร์ล้มเหลวในการนำความมั่นคงมาสู่มนุษย์แล้ว วิทยาศาสตร์ยังทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจมากขึ้นไปอีก โดยวิทยาศาสตร์แสดงท่าทีทำนองขู่คนทั่วไป ว่าความรุนแรงของอาวุธที่วิทยาศาสตร์ประดิษฐ์ขึ้น อาจจะทำให้โลกแตกสลายไปในที่สุดได้

วิทยาศาสตร์ไม่สามารถบ่งชี้จุดหมายปลายทางที่ชีวิตมุ่งประสงค์ได้ วิทยาศาสตร์ไม่สามารถให้เหตุผลที่ชัดเจนสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ จริง ๆ แล้ววิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเกี่ยวกับทางโลก อันเป็น โลกียวัตถุโดยตลอดตั้งแต่ต้นจนปลาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับจุดหมายปลายทางของจิตหรือวิญญาณของมนุษย์ ลัทธิวัตถุนิยมที่ฝังติดอยู่ในแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ปฏิเสธไม่รับรู้เรื่องจุดหมายปลายทางของจิตหรือวิญญาณว่าเป็นสิ่งที่อยู่เหนือหรือสูงกว่าความพอใจทางวัตถุ โดยสรรหาแต่จะสร้างทฤษฎีและความจริงสัมพัทธ์ วิทยาศาสตร์จึงไม่สนใจเรื่องบางเรื่อง ทั้งที่มีสาระสำคัญมากที่สุดและทิ้งคำถามหรือปัญหาข้อสงสัยจำนวนมากไว้โดยไม่มีการตอบหรือไขข้อข้องใจให้หายสงสัยได้ เช่นเมื่อมีผู้ถามว่าทำไมในระหว่างมนุษย์ด้วยกัน จึงมีความไม่เท่าเทียมกันแทบจะทุกด้านอย่างที่เห็น วิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถให้คำอธิบายต่อคำถามลักษณะนี้ได้ เพราะอยู่นอกเหนือขอบเขตแห่งความรู้ความเข้าใจเพียงเสี้ยวเดียวของสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่รู้

แต่จิตที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพัฒนาและฝึกฝนดีแล้ว ที่อยู่เหนือประสบการณ์ของคนธรรมดา จะไม่ถูกจำกัดด้วยข้อมูลที่ผ่านทางประสาทสัมผัส และอยู่เหนือหลักตรรกศาสตร์ ที่ถูกกักไว้ภายในวงจำกัดของสัญญา คือ ความจำสัมพัทธ์ ตรงกันข้าม เชาวน์ปัญญาของปุถุชนจะทำงานได้เฉพาะเมื่อมีพื้นฐานข้อมูลที่ได้รวบรวมเก็บเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านศาสนา ปรัชญา วิทยาศาสตร์หรือศิลปะ ข้อมูลข่าวสารสำหรับจิตจะถูกเก็บสะสมไว้ผ่านทางประสาทรับความรู้ของเรา ซึ่งก็ด้อยกว่าของพระองค์ในหลายกรณี ข้อมูลข่าวสารที่จดจำไว้ค่อนข้างจำกัดมากนี้ ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวของโลกค่อนข้างกระท่อนกระแท่น

ในหนังสือของเขาที่ชื่อ Learned Ignorance,นิโคลาส แห่งคูลา - (Nicholas of Cula) ปราชญ์ชาวฝรั่งเศสตั้งข้อสังเกตุว่า :-

“ความรู้ที่เรานำไปคุยอวดกันมากมายนั้น ล้วนตั้งอยู่บนฐานของความรู้สึกของเรา จริง ๆ แล้วคือความโง่ และความรู้ที่แท้จริง ก็ได้มาโดยการสลัดความรู้ที่กล่าวมาแล้ว จนกระทั่งเราสามารถคิดได้ โดยไม่ใช้ความคิดเห็นที่ต้องใช้ประสาทรับความรู้ เท่านั้น”

“ความจริง”(Truth)ไม่ขึ้นอยู่กับวัตถุภายนอกตัวเรา แต่ “ความจริง” อยู่ภายในตัวของเราเอง เราไม่สามารถหวังจะพบ “ความจริง” โดยการทดลองหรือโดยสัญญาความจำได้หมายรู้ โดยอาศัยประสาทรับความรู้ หรือแม้โดยตรรกศาสตร์และการหาเหตุผล เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือสำหรับหาความรู้แต่ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับหา “ความจริง” “ความจริง” จะต้องได้มาจาก “การตระหนักในความจริง” ภายใน “หนังสือสามารถเพียงกระตุ้นความคิดและให้ความรู้แก่เราเท่านั้น สำหรับ ”ความจริง” นั้น ท่านจะต้องหันสายตาของท่านทั้งสองข้างเข้าสู่ภายใน เพราะ “ความจริง” นั้นอยู่ภายในตัวท่าน และการค้นหาความรู้ก็เป็นคนละเรื่องกับการค้นหา “ความจริง”

“คำพูด เป็นผลผลิตที่ไม่ยั่งยืนของจิตใจของเรา และจิตใจของเราก็อาศัยประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของเรา เพื่อความรู้ทั้งปวงที่เกิดในใจ ประสาทสัมผัสหรือประสาทรับความรู้เหล่านั้น บางทีก็ไว้วางใจไม่ได้ เหตุการณ์หนึ่งที่หลายคนเห็นพร้อมกัน ก็อาจถูกอธิบายได้หลายอย่างต่าง ๆกันแล้วแต่คนจะมอง”

ประชาชนบางคนก็ภูมิใจว่าเรารู้อะไรต่ออะไรมากมาย จริง ๆ แล้ว คนเรายิ่งรู้ว่าตัวเองรู้น้อย ก็ยิ่งแสดงตัวว่ารู้มากในการอธิบายอะไรต่ออะไร และเรายิ่งรู้มากเท่าไร เราก็ยิ่งรู้ตัวว่าความรู้ของตัวเองยังน้อยอยู่

ครั้งหนึ่ง มีนักปราชญ์ผู้ชาญฉลาดท่านหนึ่งเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งตัวท่านเองพิจารณาเห็นว่าเป็นงานชั้นเยี่ยมยอด ท่านรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นบรรจุ “รัตนะแห่งวรรณกรรม” และปรัชญาหลายสำนัก เนื่องจากท่านภูมิใจในความสำเร็จของท่าน จึงนำงานชิ้นเอกนี้ไปอวดเพื่อนร่วมวงการของท่าน ซึ่งเป็นคนฉลาดหลักแหลมเท่าเทียมกัน พร้อมกับขอร้องให้ช่วยวิจารณ์หนังสือเล่มนั้น แต่แทนที่เพื่อนของท่านจะทำตามคำขอร้อง กลับให้ผู้แต่งเขียนทุกอย่างที่เขารู้ พร้อมกันนั้นก็ให้เขียนทุกอย่างที่เขาไม่รู้ลงในแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ให้ด้วย ผู้แต่งหนังสือเล่มนั้น นั่งลง คิดอย่างหนักอยู่สักครู่ใหญ่ ปรากฏว่าไม่สามารถจะเขียนสิ่งที่เขารู้ลงในแผ่นกระดาษได้ และแล้วก็หันมาคิดหาสิ่งที่เขาไม่รู้ ก็ปรากฏว่าว่าไม่สามารถนึกออกเช่นเดียวกันว่าเขาไม่รู้อะไรบ้าง ในที่สุด ด้วยการยึดมั่นอัตตาในส่วนลึกแห่งหัวใจ ท่านจึงล้มเลิกโดยตระหนักชัดว่า ทุกสิ่งที่เขารู้ จริง ๆ แล้วไม่รู้อะไรเลย

เกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ โซเครติส (Socrates) นักปราชญ์แห่งโลกสมัยนั้น เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความรู้ของท่าน ท่านตอบว่า “สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้ารู้ ” คือ “ รู้ว่า ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย ” ( I know only one thing – that is I do not know anything)

พระพุทธศาสนานับว่าได้ก้าวเดินไปไกลกว่าวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ที่ได้ค้นพบความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางกว่าที่วิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ พระพุทธศาสนายอมรับทั้งความรู้ที่เกิดขึ้นจากประสาทสัมผัส (sense organs) และความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ส่วนบุคคล โดยผ่านการอบรมจิต (mental culture) โดยการฝึกและพัฒนาจิตให้มีสมาธิสูงสุด บุคคลย่อมสามารถเข้าใจและพิสูจน์ยืนยันการเห็นธรรมได้ เพราะการบรรลุธรรม มิใช่เรื่องที่จะทำได้โดยการทำการทดลองในหลอดทดลอง หรือโดยการตรวจสอบภายใต้กล้องจุลทัศน์

ความจริงที่วิทยาศาสตร์ค้นพบ เป็นความจริงสัมพัทธ์ และต้องขึ้นอยู่กับความเปลี่ยนแปลง ส่วนความจริงที่ค้นพบโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นความจริงขั้นสิ้นสุด และเบ็ดเสร็จ คือ ความจริงเกี่ยวกับพระธรรม(The Truth of Dhamma) ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาละและเทสะ (Time and Space) นอกจากนั้น ในทางตรงกันข้ามกับการวางทฤษฎีแบบเลือกสรรของวิทยาศาสตร์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าส่งเสริมให้ผู้มีปัญญาทั้งหลายอย่าติดอยู่กับทฤษฎี ไม่ว่าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์สาขาอื่นใด แทนที่จะยึดติดอยู่กับทฤษฎี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนประชาชน ให้ดำเนินชีวิตอย่างมีธรรม เพื่อจะได้พบความจริงสูงสุด (Ultimate Truths) โดยการดำเนินชีวิตอันประกอบด้วยธรรมะ โดยการทำอินทรีย์ให้สงบระงับ และโดยการสลัดทิ้งตัณหาทั้งหมด นี้เป็นทางที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงชี้ว่าเป็นทางที่เราสามารถพบความจริงภายในตัวเราที่เป็นธรรมชาติของชีวิต และในที่สุดวัตถุประสงค์อันแท้จริงของชีวิตก็เป็นที่ประจักษ์แก่ใจ

การลงมือปฏิบัติ เป็นสิ่งสำคัญมากในพระพุทธศาสนา บุคคลที่ศึกษามากแต่ไม่ปฏิบัติ ก็อุปมาเหมือนบุคคลที่ท่องจำตำหรับอาหารจากหนังสือ”ตำราอาหาร”เล่มใหญ่ได้หมด แต่ไม่ลงมือประกอบอาหารแม้แต่อย่างเดียว บุคคลผู้นั้นก็ไม่สามารถบัน เทาความหิวของเขา และก็ไม่รู้รสอาหารที่อยู่ในตำราเล่มนั้นได้ การปฏิบัติเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากของการตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งว่าบางนิกายในพระพุทธศาสนา เช่นนิกายเซน (Zen) กำหนดให้ลงมือปฏิบัติไปก่อนแล้วจึงค่อยเรียนรู้ตามทีหลัง

วิธีการของวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการที่มุ่งตรงไปยังสิ่งภายนอก และนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่นั้นใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและแร่ธาตุต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบายของเขา โดยไม่คำนึงถึงความสมดุลย์ของสิ่งแวดล้อม และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเหตุให้โลกเกิดมลภาวะ ตรงกันข้าม พระพุทธศาสนาดำเนินการปฏิบัติตรงเข้าสู่เป้าหมายภายในด้วยการพัฒนาจิตของมนุษย์เรา ในระดับพื้น ๆ พระพุทธศาสนาสอนให้แต่ละคนรู้วิธี ที่จะปรับปรุงตัวเองและจัดการกับเหตุการณ์และเหตุแวดล้อมต่าง ๆ ของชีวิตประจำวัน ในระดับสูงขึ้นมา พระพุทธศาสนาเสนอแนะมนุษยชาติให้มีความเพียรพยายามที่จะทำให้ตัวเองมีสถานะสูงขึ้น โดยการปฏิบัติอบรมและพัฒนาจิตใจให้มีคุณภาพและคุณธรรมสูงสุด

พระพุทธศาสนามีวิธีอบรมและพัฒนาจิต ที่เป็นระบบและสมบูรณ์แบบ ที่ทำให้จิตมีสมาธิและเกิดปัญญาหยั่งรู้ธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง ซึ่งนำไปสู่การรู้ประจักษ์ความจริงสูงสุด คือ พระนิพพานด้วนตนเอง ระบบนี้เป็นระบบที่เน้นการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาจิตไปสู่การตรัสรู้ อันเป็นวิธีดำเนินการที่เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการสังเกตอารมณ์และสภาพของจิตอย่างเป็นกลาง ค่อนข้างคล้ายกับนักวิทยาศาสตร์มากกว่าคล้ายผู้พิพากษา คือผู้ทำสมาธิจะสังเกตโลกภายใน (กาย) โดยใช้สติพิจารณา

วิทยาศาสตร์ ถ้าปราศจากอุดมการณ์ทางศีลธรรม ย่อมก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษยชาติ วิทยาศาสตร์สร้างเครื่องจักรกลขึ้นมา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นเจ้าแผ่นดินเป็นสิ่งตอบแทน กระสุนและลูกระเบิด เป็นของขวัญของวิทยาศาสตร์ สำหรับบุคคลเพียงไม่กี่คนที่มีอำนาจ ซึ่งชะตากรรมของโลกตกอยู่ในมือของเขา ขณะที่มนุษย์ที่เหลือต้องรอคอยด้วยความทุกข์ร้อนและความกลัว โดยไม่รู้ว่าเมื่อไรอาวุธนิวเคลียร์ ก๊าซพิษ และอาวุธร้ายแรง อันเป็นผลผลิตของการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบเพื่อใช้ในการฆ่า และทำลายมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ จะถูกนำมาใช้กับพวกเขาด้วย วิทยาศาสตร์ไม่เพียงแต่ไม่สามารถจะนำทางสำหรับมนุษยชาติในทางศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ป้อนเชื้อของเพลิงแห่งตัณหาของมนุษยชาติด้วย

วิทยาศาสตร์ที่ไม่คำนึงถึงศีลธรรมย่อมก่อให้เกิดการทำลายล้างโดยฝ่ายเดียว วิทยาศาสตร์จึงกลายเป็นอสุรกายที่โหดเหี้ยมที่มนุษย์เคยพบมา และเป็นคราวเคราะห์ร้ายที่อสูรกายตัวนี้ กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีอำนาจมากต่อมนุษย์เอง ถ้ามนุษย์เรียนรู้วิธีที่จะกำจัดและควบคุมสัตว์ประหลาดตัวนี้ โดยการปฏิบัติตามศีลธรรมของศาสนา มันก็จะหมดอำนาจควบคุมเหนือมนุษย์ ถ้าไม่รีบดำเนินตามคำสอนของศาสนา วิทยาศาสตร์ก็จะข่มขู่โลกด้วยการทำลายล้าง ในทางตรงกันข้าม แต่วิทยาศาสตร์เมื่อมาจับคู่กับศาสนาอย่างเช่นศาสนาพุทธ ก็สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ให้เป็นสวรรค์แห่งสันติ มีความสะดวกสบายมั่นคงและสงบสุข

ไม่เคยมีแม้แต่สักครั้งเดียวที่วิทยาศาสตร์และศาสนาจะมาประสานและร่วมมือกันทำงาน เพื่อความเจริญรุ่งเรือง และความสงบสุขของมวลมนุษยชาติ แต่ความหวังนี้ก็คงเป็นความหวังที่ลม ๆ แล้ง ๆ เพราะศาสนาที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ก็เปรียบเหมือนกับคนตาบอด ในขณะเดียวกันวิทยาศาสตร์ที่ปราศจากศาสนาก็เปรียบเหมือนกับคนพิการ

คำสอนของพระพุทธศาสนาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางไว้ โดยอาศัยพระมหากรุณาธิคุณ มีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ในการที่จะแก้ไขจุดหมายปลายทาง อันเต็มไปด้วยอันตรายใหญ่หลวง ที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่กำลังมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึง พระพุทธศาสนาสามารถสร้างความเป็นผู้นำทางวิญญาณ ที่จะนำทางการประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอันสุกใสในอนาคต พระพุทธศาสนาสามารถชี้จุดหมายปลายทางที่มีคุณค่าให้แก่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกำลังเผชิญทางตันอย่างหมดหวัง ในอันที่จะต้องตกเป็นทาส ของสิ่งที่วิทยาศาสตร์เองเป็นผู้สร้างขึ้นมา

อัลเบิร์ด ไอนสไตน์ (Albert Einstein, 1879 - 1955) ได้สดุดีพระพุทธศาสนาว่า “ ถ้าจะมีศาสนาสักสาสนาหนึ่งที่สามารถสนองความต้องการของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ ศาสนานั้น ก็คือพระพุทธศาสนา ” พระพุทธศาสนาไม่จำเป็นจะต้องแก้ไขดัดแปลงคำสอน เพื่อให้ทันสมัยและเข้ากันได้กับวิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์ก็ยอมรับคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นต้นแบบ ทั้งไม่ต้องยกคำสอนและทัศนะความเห็นในเรื่องใดให้เป็นของวิทยาศาสตร์ เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าได้รวมเอาวิทยาศาสตร์ไว้ในคำสอนของพระองค์ไว้หมดแล้ว และยังมีคำสอนที่เกินเลยออกไปจากที่วิทยาศาสตร์สามารถบอกแก่มนุษยชาติได้ พระพุทธศาสนาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศาสนากับความคิดทางวิทยาศาสตร์ โดยกระตุ้นมนุษชาติให้ค้นหาศักยภาพที่แฝงอยู่ในตัวของมนุษย์เอง และในสิ่งแวดล้อมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ และที่โดดเด่นที่สุด คือพระพุทธศาสนาเป็น “อกาลิกศาสนา ” คือศาสนาที่มีคำสอนที่เป็น “ความจริงและใช้ได้ตลอดกาล
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 15 พ.ย. 48 - 03:30:33 น. ]


ความเห็นที่ 19

หนองคาย – เวียงจันทน์
เมือง “พญานาค”


ในสมัยพุทธกาล คราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จที่พระเชตุวันมหาวิหาร ใกล้กรุงสาวัตถี พระองค์ได้พิจารณาถึงพุทธโบราณ ประเพณีของพระพุทธเจ้าในอดีตที่เสด็จเข้านิพพานไปแล้ว พระสาวกทั้งหลายต่างก็นำเอาพระสารีริกธาตุไปฐาปนาไว้ในที่ที่เหมาะสม พอรุ่งเช้าพระอานนท์ ได้ถวายน้ำชำระพระโอษฐ์ และไม้สีฟันหลังเสร็จกิจ จึงได้ทรงผ้ากำพลสีแดง แล้วผินพระพักต์สูทิศตะวันออก เสด็จมาทางอากาศมีพระอานนท์ เป็นผู้ติดตามพร้อมคณะสงฆ์เสด็จประทับที่ ดอนก่อนเนา (เวียงจันทน์ และเสด็จที่หนองคันแท เสื้อน้ำ ที่เวียงจันทน์) แล้วเสด็จประทับที่โพนจิกเวียงงัว (ใต้ปากห้วยคุคำ บ้านปะโค) ได้ทอดพระเนตเห็น แลนคำ แลบลิ้น จึงทรงแย้มพระโอษฐ์ เมื่อพระอานนท์ ทูลลา พระองค์พญากรณ์ว่า ต่อไปบ้านเมืองนี้จะเจริญ แลนคำ นั้นก็คือ ปัพพาละนาค อยู่ภูเขาลวงริมน้ำบังพวน ต.พระธาตุบังพวน (ทุกวันนี้) หลังจากที่ ปัพพาละนาคทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าไปภูเขาลวงจนพระองค์กระทำภัตตกิจเสร็จสิ้นได้ประทานผ้ากำพลผืนหนึ่งแก่ ปัพพาละนาค แล้วเสด็จไปฉันเพลที่ใกล้เวินหลอด ต่อมาเรียกเวินพล (บ้านโพนฉัน เมืองท่าพระบาท แขวงบลิคำไซ ประเทศ สปป. ลาว) จากนั้น สุกขหัตถีนาค เนรมิตเป็นช้างถือดอกไม้มาขอเอารอยพระพุทธบาทพระองค์ได้ย่ำรอยพระบาทไว้ที่แผ่นหินใกล้น้ำชั่วเสียงช้างร้องได้ยิน (ปัจจุบันเรียกว่า พระบาทโพนฉัน) อยู่เมืองพระบาท ในลาว

พญานาคสร้างเมือง
ที่บ้านร่องสะแก ต.หนองคันแทเสื้อน้ำ(ในเวียงจันทน์)มีชายคนหนึ่งตัวใหญ่ดำ พุงใหญ่ ชื่อ“บุรีจันทน์ อ่วยล้วย” แต่เป็นผู้มีใจบุญสุนทาน จิตใจเป็นกุศล โอบอ้อมอารีแก่คนและสัตว์ ทำบุญให้ทานเป็นประจำ ในครั้งนั้นมีพระอรหันต์ 2 องค์ มาจากราชคฤห์นครอาศัยอยู่ที่นั้น คือ มหาพุทธวงศา อยู่ริมบึง อีกองค์ชื่อ มหาสัชชะตี อยู่ป่าโพนเหนือบึง บุรีจันทน์ อ่วยล้วย เป็นผู้อุปัฏฐากมาตลอด ด้วยอำนาจบุญกุศลดังกล่าว ทำให้คนทั้งหลายในตำบลมีความรักนับถือ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย จึงพากันยกให้บุรีจันทน์ ฯ เป็นอาจารย์สั่งสอนศีลธรรม ศิลปหัตถกรรม การุกสิกรรม จนเป็นที่รักใคร่ของมนุษย์ เทวดา นาค จึงมีนาคคอยช่วยเหลือกิจกรรมอยู่เนือง ๆ โดยมีสุวรรณนาค ให้ความช่วยเหลือเนรมิตบ้านเมืองให้

อยู่มาวันหนึ่งหลังจากที่ชาวบ้านทำนา เมื่อข้าวออกรวง น้ำก็มาท่วมเสีย สุวรรณนาค จึงให้ เศรษฐไชยนาค เนรมิตเป็นคันแทกั้นน้ำเอาไว้ เพื่อให้ท่วมข้าว ที่นั้นคนจึงเรียกว่า หนองคันแทเสื้อน้ำ ต่อมาอีก สุวรรณนาค ให้นาคบริวาร 2 ตัว คือ เอกจักขุนาค และ สุคันธนาค แปลงเพศเป็นงูมาทำให้ข้าวในนาเสียหาย ชาวบ้านจึงกั้นรั่วเปิดช่องกลาง ดักไซไว้ ต่อมางูน้อย 2 ตัวที่มีเกล็ดเหมือนทองคำ มีหงอนแดงงาม เข้าไปอยู่ในไซ

ในคืนนั้น บุรีจันทน์ อ่วยล้วย ฝันว่ามีไส้ออกมา และมีลึงค์ยาวพันรอบเอวถึง 7 รอบเมื่อตื่นขึ้นมาก็กลัว ไปใส่บาตรพระอรหันต์ ท่านได้แนะนำให้เอาดอกไม้ใส่พานบูชาไว้ที่หัวนอน แล้วอุทิศกุศลถึงพญานาค พอสายก็มีคนนำงูน้อย 2 ตัว มาให้จึงได้ขังเอาไว้เพื่อที่จะได้นำไปให้ พ่อท้าวคำบาง ผู้เป็นใหญ่ แต่ยังไม่ได้นำไป พอตกกลางคืน สุวรรณนาค แปลงเป็นตาผ้าขาวมีศรีษะหงอก บอกว่า “งู 2 ตัวนั้นเป็นลูกจะมาขอคืน” เมื่อ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย เห็นดั้งนั้นจึงถามว่า “ท่านเป็นคนถือศีลธรรมหรือ จึงนุ่งขาว ห่มขาว และทำไมบอกว่าเป็นลูกท่าน ข้าตั้งใจจะนำไปให้พ่อท้าวคำบาง เพราะเห็นว่ามีเกล็ดงามเหมือนทองคำ”

ตาผ้าขาวจึงบอกว่า“เป็น พญานาค ท่านอย่าเอาไปเลย สิ่งนี้ไม่เหมาะ ควรจะนำสิ่งอื่นไปหากท่าต้องการเราจะให้ตามใจท่าน” บุรีจันทน์ อ่วยล้วย คิดว่าคงจะเป็นตามที่เราฝัน และ การอุทิศถึงพญานาค จึงได้บอกไปว่า “เมื่อข้าต้องการเมื่อใด ท่านจงให้เมื่อนั้นเถิด” แล้วได้มอบ งูน้อย 2 ตัวไป ตาผ้าขาวจึงได้บอกแก่ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย ว่า “ให้ท่านขุดบ่อน้ำไว้ที่ริมบึงนอกบ้าน ถึงวันพระจะให้นาคน้อย 2 ตัวขึ้นมา ท่านประสงค์สิ่งใดจงเรียกจากนาคทั้ง 2” จากนั้นก็จากไป

หลังจากที่พญานาค เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงได้ดลใจพ่อท้าวคำบาง และมเหสี ให้นำ นางอินสว่างลงรอด ให้เป็นบาทบริจาคแห่ง พระยาสุมิตร ธรรมวงศา เมืองมรุกขนคร และเมื่อนางอินสว่างลงรอด ทราบก็เกิดความโศกเศร้า บิดาเห็นว่าไม่พอใจ จึงพูดให้พระธิดากลัวว่า ถ้าเช่นนั้นจะนำเจ้าไปเป็นธิดาของ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย ที่เขาลือกันว่าพุงใหญ่ ตัวดำ เมื่อธิดาได้ยินแทนที่จะกลัว กลับมีความพอใจและหายโศกเศร้าจึงได้ปลูกเรือนหลวงขึ้น 2 หลัง ๆ ละ 5 ห้อง ไว้ระหว่างหาดทราย กับ บ่อน้ำของ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย แล้วให้พระธิดาไปอยู่นั้น แล้วตรัสสั่งให้ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย เข้าเฝ้า เพื่อให้พระธิดาเห็นแล้วกลัว

ฝ่ายบุรีจันทน์ อ่วยล้วย เมื่อทราบดังนั้นจึงไปที่บ่อน้ำ ที่พญานาค สั่งให้ขุดแล้วเรียกนาคทั้ง 2 ให้มา นาคทั้ง 2 ก็มาตามประสงค์ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย จึงบอกว่าบัดนี้เราอยากได้นางอินสว่างลงรอด มาเป็นภรรยา ท่านทั้ง 2 จงกรุณาให้นางได้กับข้าด้วยเทอรญ

พญานาค ร่วมแรงแข็งขันช่วย บุรีจันทน์ อ่วยล้วย ในบรรดาพญานาค ที่มีอยู่ที่หนองคันแทเสื้อน้ำ นั้น สุคันธนาค นำขวดไม้จันทน์มาให้ พร้อมเนรมิตอ่างสำหรับอาบน้ำ พร้อมกระบวยสำหรับตักน้ำอาบ เอกจักขุนาค ให้ผ้าเช็ดตัว กายโลหนาค ให้ผ้านุ่ง แล้วก็บอกกันต่อไป ส่วน อินทจักขุนาค ให้แหวนธำรงค์ เศรษฐไชยนาค ให้ดาบศรีด้ามแก้ว สหัสสพลนาค ให้เสื้อรูปท้าวพันดา สิทธิโภคนาค ให้มงกุฎทองคำ ประดับแก้ว คันธัพนาค ให้สังวาลย์คำ ศิริวัฒนานาค ให้รองเท้าทองคำ อินทรศิริเทวดา ให้แว่นกรองทองคำ เทวดาผยอง ให้ต่างหูทองคำ ประดับด้วยแก้ว เทวดาวาสนิท ให้ผ้าเช็ดหน้า ประสิทธิสักกเทวดา ให้ขวดน้ำมันแก้วผลึกเมื่อ นาค เทวดา ให้เครื่องเหล่านี้แล้ว ก็พากันมาชุมนุมที่หาดทราย อันเป็นที่อยู่ของ สุคันธนาค และ เอกจักขุนาค ส่วน สุวรรณนาค หัตถีนาค ปัพพาละนาค ได้มาพร้อมกับ พญาสุวรรณนาค และ พุทโธปาปนาค พญาสุวรรณนาค ก็เนรมิตปราสาทที่สำเร็จด้วยไม้จันทน์ พร้อมอาสนะ เครื่องปูลาด เพดานพร้อมเสร็จ แล้วจึงพากันไปรับเอา นางอินสว่างลงรอด มาไว้ในปราสาท และ พญาสุวรรณนาค ยังได้เนรมิตท้องพระโรงหลวง 19 ห้อง ที่ทำด้วยแก่นจันทน์ ปัพพาละนาค เนรมิตปราสาทไม้มะเดื่อพอกทำภายนอก พุทโธปาปนาค เนรมิตสระพังสำหรับสรง สุคันธนาค และ หัตถีนาค เนรมิตโรงช้างไว้ ซ้าย-ขวา ในคุ้ม ในวัง นั้นมีทุกประการ เมื่อคนทั่วไป ไปจับต้องสิ่งที่พญานาค เนรมิตไว้ก็จะเกิดมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา เทวดาอินทรศิริ เจียมปาง รับอาสากับ พญานาค เข้าคุ้มครองรักษาวัตถุข้าวของในปราสาทโรงหลวงทั้งสิ้น แล้วให้ เทวดามัจฉนารี นำพานดอกไม้ไปอัญเชิญ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย เข้ามาอยู่หลังจากที่ บุรีจันทน์ อ่วยล้วย ชำระร่างกาย แล้วประดับด้วยเครื่องที่นาคจัดกามาให้และเทวดาเนรมิตให้ เมื่อแต่งเสร็จปรากฏว่าร่างกายที่อ้วนใหญ่ ดำ ก็กลายเป็นหนุ่มรูปหล่อ งามสง่าเนื้อตัวหอมด้วยกลิ่นจันทน์ เทวดามัจฉนารี จึงได้อุ้มไปนอนไว้กับ นางอินสว่างลงรอด ทันใดนางก็ตื่นแล้วหลับต่อไปอีก หลังตื่นมาทั้งสองเกิดความรักใคร่และได้เป็นสามี ภรรยากันต่อมา บุรีจันทน์ อ่วยล้วย เป็นเจ้าเมืองเมื่อบริวารทั้งหลายตื่นขึ้นมาเห็นความยิ่งใหญ่ จึงนำความไปแจ้งแก่ พ่อท้าวคำบาง และ พระมเหสีทั้งสอง มีความยินดี จึงให้เสนออำมาตย์จัดพิธีสมโภชยก บุรีจันทน์ อ่วยล้วย เป็นเจ้าบุรีจันทน์ พร้อมมอบบ้านเมืองให้ครอง โดยมี เทวดามัจฉนารี รักษาจ้าบุรีจันทน์ และข้า ทาสบริวาร ส่วน เทวดาอินทรศิริ ได้บอกกับ สุวรรณนาค ว่านาคตัวใดรักษาเมืองใดก็ให้ประจำอยู่ที่นั้น แล้วให้บอกกล่าวแก่ เงือก, งู ที่เป็นบริวาร ไม่ให้ทำร้ายผู้ใด ให้พากันรักษาพระพุทธศาสนา บ้านเมืองให้เจริญตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ เมื่อ สุวรรณนาค ได้รับคำสั่งดังนั้นจึงมีความยินดี ได้แต่งตั้งให้นาค 4 ตัว คอยดูแลเมือง ราษฎร ควรทำโทษจึงทำ โดยมี กายโลหนาค, เอกจักขุนาค, สุคันธนาค, อินทรจักขุนาค โดยมี เทวดาอินผยอง และ เทวดาวาสนิท เป็นผู้เที่ยวตรวจดูตามตำบลต่าง ๆ เมื่อเห็นคนกระทำผิดให้บอกแก่นาค ทั้ง 4 เป็นผู้ตัดสินลงโทษ เมืองที่เจ้าบุรีจันทน์ อ่วยล้วย ปกครอง คือเมือง สีสัตตนาคนหุต รวมถึงเมืองหนองคายด้วย เพราะในสมัยนั้น แม้แต่ พระธาตุบังพวน ต.พระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย เจ้าบุรีจันทน์ ก็เป็นคนสร้างครั้งแรกที่พระอรหันต์ นำพระบรมสารีริกธาตุ มาบรรจุโดยมีนาค คือ ปัพพาละนาค เป็นคนช่วยสร้างจนเสร็จ เมื่อพระอรหันต์นำเอาพระธาตุหัวเหน่า 29 องค์ ถวายพระยาจันทน์บุรี แล้วบรรจุในขวด ในขวดไม้จันทน์ที่ สุคันธนาค มอบให้ แล้วนำบรรจุลงในอุโมง ที่พระธาตุบังพวน

From : นาย solo/2500 จักยานคนจน [ 15 พ.ย. 48 - 05:06:24 น. ]


ความเห็นที่ 20
วันพฤหัสที่ 3 พย.48 ตัวเองทำพิธีเปิด " ให้ตัวเองขี่ทั่วประเทศ " ที่โลตัสมีนฯ โดยให้อีกคนเขามาเปิดให้(เพิ่งมารู้ตอนหลัง)แล้วเขาไม่มา ขี่ไปถึงประเทศไหนแล้วครับ หรือกะล่อนบอกชาวบ้านเขาไปเรื่อยระวังนะครับ บาปมันมีจริงนะท่านนายสมชาย ตังคสวัสดิ์ (solo/2500 จักยานคนจน) ...........555555555
From : คนเมืองมีนฯ [ 16 พ.ย. 48 - 08:23:49 น. ]

ความเห็นที่ 21
*** ขอบพระคุณมาครับที่ชี้แนะข้าน้อยขอน้อมคาระวะ***พระคุณต้องทดแทนความแค้นต้องชำระ!*** ยุทจักรนี้กว้าไกลชีวิตคนนั้นแสนสั้นรักกันไว้เถิดร่วมเกินร่วมแดนไทยคนจนคนรวยหรือศาสนาไหนเราก็ไทยด้วยกัน***ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสุจน์คน*** เมื่อเขารักและนับถือแล้วก็ควรให้เขารักให้ตะลอด***ร้อยพ่อพันแม่ย่อมต่างจิตใจเหมือนที่ท่านพุธทาตสอนไว้ว่ามองแต่แงดีของเขาแล้วเราจะเป็นสุข+เพราะไม่มีคนไหนที่ดีทั้ง100.....?แล้วจะซื้อกระจกมาฝากท่านดีไม่?..........***
From : แล้วแต่จะนึก1 [ 16 พ.ย. 48 - 08:53:18 น. ]

ความเห็นที่ 22


สลายม็อบ กฟผ. ปะทะกันเจ็บระนาว!



สลายม็อบ กฟผ. ปะทะกันเจ็บระนาว!อ้างจอดรถกีดขวางจราจรศาลชี้ขาดกระจายหุ้นวันนี้

ตำรวจจู่โจม สลายม็อบคัดค้านแปรรูป “กฟผ.”ปะทะกันดุเดือดเลือดสาดทั้งสองฝ่าย หลังจากผู้ชุมนุมปิดถนนทางเข้าสำนักงานใหญ่บางกรวย เลยจำเป็ฯต้องเคลียร์พื้นที่เปิดทางให้คนเข้าไปทำงานผู้บริหารกฟผ.สงสัยงานนี้มีเบื้องหลัง เผยเป็นการประท้วงครั้งรุนแรง รปภ.หัวแตกเย็บถึง 12 เข็ม บรรดาแกนนำ ขอยืนยันปักหลักสู้ไม่ถอย "รมว.พลังงาน" นำทีมตัวแทนรัฐบาลแจงศาลปกครอง รอลุ้นนัดชี้ชะตาจะออกหัวหรือก้อย ขณะที่องค์กรเอกชนร่วมยืนหยัดต่อต้านนำสมบัติประเทศชาติไปขาย ด้านพนักงาน "ร.ส.พ." นัดชุมนุมใหญ่ พร้อมใจโกนหัว ประท้วงยุบกิจการ น้อยใจรัฐบาลไม่เหลียวแล

สลายการชุมนุมบริเวณด้านหน้าปากทางเข้า บริษัทการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เกิดขึ้น เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 14 พ.ย. นายวิเชียร วุฒิวิญญู รอง ผวจ.นนทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต. คำรบ ปัญญาแก้ว ผบก.ภ.นนทบุรี พ.ต.อ.พงศ์ศิลป์ อินทรสินธุ์ ผกก.สภ.อ.บางกรวย นำกำลังตำรวจ และรปภ.ของ กฟผ.รวมกว่า 100 นาย เดินทางมาสลายกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณปากทางเข้าประตูใหญ่บริษัท (กฟผ.) เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการกีดขวางทางเข้าของพนักงานกฟผ.ที่จะเดินทางเข้าไปทำงานในช่วงเช้าตามปกติ ทางกฟผ.จึงได้ประสานไปทางตำรวจให้ช่วยมาดูแลความเรียบร้อย

เบื้องต้นพบว่ามีผู้ชุมนุมอยู่ประมาณ 200-300 คน ปักหลักชุมนุมกันอย่างสงบมาตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่มีบางส่วนนำรถปิกอัพมาจอดขวางทางเข้า-ออก ทางตำรวจจึงเข้าไปเจรจาให้เปิดทางแต่ไม่ประสบผลสำเร็จจึงจำเป็นต้องใช้ กำลังเคลื่อนย้ายสิ่งของที่กีดขวางการจราจรออกทันที แต่ผู้ชุมนุมพยายามขัดขืนไม่ยอมทำตามง่าย ๆ จึงทำให้เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่พักใหญ่ เรียกความสนใจให้กับบรรดาพนักงานกฟผ.และชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาย่านดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากผู้ชุมนุมบางคนถึงกับลงทุนนอนหงายขวางถนน พร้อมตะโกนว่าอย่าใช้ความรุนแรง หลังจากตำรวจสามารถเคลียร์กลุ่มผู้ชุมนุมออกไปได้แล้วมีผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงและผู้สูงอายุเกือบ 20 คน บาดเจ็บแขนขาถลอกฟกช้ำดำเขียวกันถ้วนหน้า ส่วนทางรปภ.ได้รับบาดเจ็บถูกตีศีรษะ 2 คน ต้องเย็บถึง 12 เข็ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจยังคงตรึงกำลังดูแลสถานการณ์ไว้รอบ ๆ ด้านหน้ากฟผ. ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมก็ปักหลักไม่ถอยรวมตัวชุมนุมอย่างสงบยืนยันว่าจะคัดค้านการแปรรูปกฟผ.ต่อไป โดยมีบรรดาพนักงานที่ผ่านเข้า-ออกประตูด้านหน้าคอยให้กำลังใจตลอด ทั้งนี้หลังจากพนักงานได้เข้าไปทำงานหมดแล้ว ทางบริษัทกฟผ.สั่งปิดประตูใหญ่ด้านหน้าเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมผ่านเข้า- ออก กระทั่งช่วงประมาณเวลา 14.30 น. ได้เกิดการกระทบกระทั่งขึ้นมาอีกระลอกระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมขณะที่มีการเปิดประตูให้รถบัสขับเข้าไปจอดเตรียมจะรับส่งพนักงานกลับบ้านในช่วงเย็นแต่ก็ไม่มีอะไรรุนแรง อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้บาดเจ็บไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมและ รปภ. กฟผ. ทั้งสองฝ่ายต่างไปแจ้งความ ที่ สภ.อ.บางกรวย

นายพิชัย จุลพงศธร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายบริหาร กฟผ. พร้อมด้วยนายคำผุย จิราระรื่นศักดิ์ ผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจระบบขนส่ง กฟผ. ได้ออกแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยเชื่อว่าการชุมนุมประท้วงดังกล่าวน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากเป็นการประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย โดยเป็น รปภ.กฟผ. 2 ราย ซึ่งได้มีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้วเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดครั้งนี้

ด้านนายเพียร ยงหนู ประธานเครือข่ายปกป้องไฟฟ้าและน้ำประปาเพื่อชาติและประชาชน เปิดเผยว่า การชุมนุมในครั้งนี้เป็นการแสดงเจตนา รมณ์ในการคัดค้านการแปรรูป กฟผ. โดยที่ผ่านมาพวกตนได้มีการประชุมมาโดยตลอดและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 13 พ.ย. มีประชาชนมาร่วมชุมนุมประมาณ 500 คน โดยชุมนุมกันอย่างสงบที่บริเวณด้านหน้า กฟผ. จนกระทั่งตอน ช่วงเช้ามีตำรวจบุกเข้ามาสลายกลุ่มผู้ชุมนุม โดย อ้างว่าจะขอให้เปิดเส้นทางเข้าเพื่อให้พนักงาน กฟผ. เข้าไปทำงานจึงเกิดปะทะกันขึ้นทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน บริเวณด้านหน้าของ อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ฝั่งถนนนราธิวาส ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งและที่ทำการศาลปกครองกลาง มีกลุ่มองค์กรภาคประชาชนและผู้คัดค้านการแปรรูป กฟผ. ประมาณ 20 คนมารวมตัวชูป้ายประท้วงให้ระงับการแปรรูป กฟผ. ต่อมาเวลา 10.00 น. นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงาน พร้อมด้วยคณะได้เดินทางมาเป็นพยานเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และให้ถ้อยคำต่อตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดเพื่อไต่สวนฉุกเฉินในการกำหนดมาตรการชั่วคราว ระงับการกระจายหุ้นกฟผ.ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ย. ตามคำร้องที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกซึ่งป็นประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้ยื่นฟ้อง ขอให้ศาลปกครองพิพากษาสั่งเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาแปรรูป กฟผ. ทั้งสองฉบับ

ภายหลังการชี้แจง นายวิเศษ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานในเรื่องความจำเป็นที่จะต้องกระจายหุ้นกฟผ.อย่างครอบคลุมและชัดเจนแล้วทุกประเด็น ซึ่งตนได้ชี้แจงพร้อมกับยืนยันว่าการสั่งชะลอระงับการกระจายหุ้น กฟผ.ไว้ก่อนจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่จะขาดความน่าเชื่อถือต่อนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน ได้แสดงความชัดเจนต่อศาลไปแล้วว่าการกระจายหุ้นของ กฟผ. ได้กระทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และประชาชนจะได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอน ทั้งนี้ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่า จะชะลอ การนำหุ้น กฟผ.เข้า กระจายในตลาดหลักทรัพย์ หรือไม่ วันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.30 น.

ทั้งนี้ในการนัดไต่สวนดังกล่าว น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) นายศิริชัย ไม้งาม เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เดินทางมาร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย น.ส.รสนา กล่าวว่า สมาพันธ์ฯจะดำเนินการมาตรการต่อไปในการคัดค้านการขายหุ้น กฟผ.โดยจะออกหนังสือถึงสถานทูตต่าง ๆ ที่มีการจัดโรดโชว์หุ้นกฟผ.ไม่ให้นักลงทุนของประเทศนั้น ๆ ซื้อหุ้น เนื่องจากกฟผ.เป็นสมบัติของคนไทย ที่รัฐบาลใช้กระบวนกฎหมายยึดทรัพย์มาจากประชาชนไปขาย โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของ ทำให้หุ้น กฟผ. มีความเสี่ยงในอนาคต เพราะประชาชนจะต้องต่อสู้จนกว่าจะได้สมบัติของตัวเองกลับคืนมา

ด้านนายทนง พิทยะ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีการคัดค้านการเข้ากระจายหุ้นของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทางกระทรวง พลังงานจะต้องเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด หากศาลปกครองมีคำสั่งใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อการกระจายหุ้นของ กฟผ. ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ครม. ที่ต้องเป็นผู้พิจารณาในรายละเอียดต่อไป แต่ขณะนี้ศาลปกครองยังไม่มีคำสั่งใด ๆ ออกมา ดังนั้นทุกอย่างต้องรอฟังคำชี้แจงจากศาลให้ชัดเจนก่อน

ขณะเดียวกันปัญหาขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) นายประสิทธิ์ หาญณรงค์ รองประธานสหภาพแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ร.ส.พ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 พ.ย. พนักงานร.ส.พ.จะจัดชุมนุมใหญ่ เพื่อรอฟังคำตอบจากรัฐบาลภายหลังจากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช. คมนาคม เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะนำเรื่องการยุบ ร.ส.พ.เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 15 พ.ย. ขณะที่ ผอ.ร.ส.พ.รับปากว่ากำลังทำแผนฟื้นฟูกิจการ ทำให้พนักงานเกิดความสับสนมาก

นายประสิทธิ์กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้จะมีพนักงานมาร่วมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน จากพนักงานทั่วประเทศ 1,700 คน เพราะทุกวันนี้พนักงานต่างไม่มีจิตใจทำงาน เนื่องจากไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้สหภาพแรงงานฯ กำลังร่างแถลงการณ์คัดค้านการยุบ ร.ส.พ.เพราะเชื่อว่าหากมีการจัดทำแผนฟื้นฟูที่ดี กิจการก็ยังคงดำเนินการไปได้ ที่สำคัญคือพนักงานส่วนใหญ่ทำงานมา 30-40 ปีแล้ว หากมีการยุบจะเอาคนเหล่านี้ไปไว้ที่ไหน ซึ่งในขณะที่ ร.ส.พ. ได้กำไร รายได้ทั้งหมดก็ส่งเข้าคลัง แต่พอมีปัญหากลับจะลอยแพคนงาน ทั้งนี้ได้มีพนักงาน ร.ส.พ. โกนผมประท้วงในเรื่องนี้แล้ว 3 คน และจะทยอยโกนผมเพิ่มอีกเพื่อต้องการประกาศเจตนารมณ์ว่าพนักงานร.ส.พ.ทุกคนพร้อมจะคัดค้านการยุบ ร.ส.พ. อย่างถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม เข้ามาช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่บริเวณด้านหน้า กฟผ. โดยมีกำลังตำรวจคอยมาดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีนายเอกยุทธ อัญชัญบุตร นักธุรกิจคนดัง อดีตเจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ เดินทางมาพบปะให้กำลังใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อต่อสู้ต่อไป และให้สัมภาษณ์ว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรุนแรงผิดหลักมนุษยธรรม ขณะที่นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ที่ปรึกษาสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า ในวันที่ 15 พ.ย. ถึงแม้ว่าศาลปกครองจะประกาศให้สามารถกระจายหุ้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่สรส.และเครือข่าย 55 องค์กรก็ยังชุมนุมคัดค้านต่อไป เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลต้องดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจด้วย ทั้งนี้จะทวงถามต่อคำสัญญาจากนายกรัฐมนตรีที่เคยระบุว่าจะไม่ให้มีการดำเนินการกระจายหุ้นเด็ดขาด โดย รัฐจะถือหุ้น 100%

"ไม่ว่าคำสั่งศาลจะออกมาแบบไหน วันที่ 18 พ.ย.นี้ ทางกลุ่มเครือข่ายแรงงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ 55 เครือข่ายประมาณ 20,000 คน รวมทั้งประชาชนทั่วไปจะมาชุมนุมกันที่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อยื่นรายชื่อ 100,000 ชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีกดดันให้รู้ว่ายังมีประชาชนอีกมากที่ไม่เห็นด้วยและให้คนในรัฐบาลได้มีสำนึกว่าน่าจะหยุดยั้งเพราะอย่างน้อยมี ส.ว.ถึง 60-70 คนที่ไม่เห็นด้วย" นายสมศักดิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าศาลปกครองตัดสินไม่รับพิจารณาเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินของชาติให้กับเอกชน สิ่งที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องทำคือตรวจสอบเชิงนโยบายต่อไป จนกว่า กฟผ.จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เมื่อฝ่ายค้านประกาศว่าไม่ต้องการให้อำนาจผูกขาดโดยธรรมชาติอยู่ในมือของเอกชน ตนก็ต้องเอาคืนภายใต้หลักของนิติรัฐ ตนยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำ เพื่อที่จะคืนให้ประชาชนมีหลักประกันว่า ไม่มีการโอนอำนาจการผูกขาดโดยธรรมชาติไปอยู่ในมือของเอกชน

มีรายงานว่า พรรคไทยรักไทยได้มอบ หมายให้นายสมชาย สุนทรวัฒน์ รมช.มหาดไทย และประธาน ส.ส.พรรค เป็นคณะกรรมการทำหน้าที่ประสานงานและเฝ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้คัดค้านการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกลุ่มผู้คัดค้านการนำธุรกิจเบียร์ช้างเข้าตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลกังวลว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันกลุ่มผู้คัดค้านในเรื่องต่าง ๆ อาจจะออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกัน หรืออาจมีคนฉวยโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวได้.
"สนับสนุนเนื้อหาโดย"

ข่าวอื่น ๆ
จับคาชุดนักเรียน ดญ.ม.1 ขน ‘ยาบ้า’ (16 พ.ย. 48)
แฉขาโจ๋ไทยน่าห่วง เป็น 'หนองใน' เพียบ (16 พ.ย. 48)
ครูยังไม่พอใจยันต้องแก้ พ.ร.บ.ไม่ใช่แค่กฎ (16 พ.ย. 48)
ลากคอ 1 ใน 3 ฆ่าหมกส้วมทอม-ดี้ (16 พ.ย. 48)
พบกลางเมือง แหล่งทำบึม 3จุดในเมืองนราฯ (16 พ.ย. 48)



From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 16 พ.ย. 48 - 08:58:59 น. ]


ความเห็นที่ 23



สิ่งทั้งหลายในโลกนี้
ให้เหมือนตามเราคิดทุกอย่างไม่ได้

ฝึกจิตให้ยอมรับกับวัตถุสิ่งของที่มี
ว่าวันหนึ่งต้องสลาย เพื่อคลายทุกข์ที่ยึดถือ

โลกนี้ของจริงทั้งหมด
รักจริง โกรธจริง เกลียดจริง
สวยจริง เน่าเปื่อยจริง

เนื้อหนังมันไม่ได้เรียกร้องให้ใครหลง
ดอกไม้มันไม่ได้เรียกร้องให้ใครหลง
มารยาของจิตเป็นตัวทำให้เราหลง

เราจะเอาโลกนี้
เป็นที่อยู่อาศัยตลอดไปไม่ได้
อาศัยได้ชั่วคราวเท่านั้น

ให้เราทำตามหน้าที่
ไม่ทำตามอารมณ์
ความวุ่นวายก็จะไม่มี

เมื่อไม่มี ก็อยากให้มี
พอมี มันก็ยุ่งในสิ่งที่มี

From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 16 พ.ย. 48 - 10:07:22 น. ]


ความเห็นที่ 24
คุณSOLO ผมโพสรูปให้แล้วแต่มันไม่เข้า
From : จักรยานพ่วง [ 16 พ.ย. 48 - 10:12:57 น. ]

ความเห็นที่ 25

รายชื่อวัดในกรุงเทพมหานคร

เขตพระนคร เขตป้อมปราบฯ เขตดุสิต เขตบางซื่อ เขตบางเขน
เขตดอนเมือง เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม เขตบางกะปิ เขตพระโขนง
เขตคลองเตย เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตปทุมวัน เขตพญาไท
เขตราชเทวี เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตประเวศ
เขตธนบุรี เขตบางขุนเทียน เขตจอมทอง เขตบางกอกใหญ่ เขตบางกอกน้อย
เขตราษฎร์บูรณะ เขตภาษีเจริญ เขตหนองแขม เขตบางพลัด เขตจตุจักร
เขตลาดพร้าว เขตสาธร เขตตลิ่งชัน เขตบึงกุ่ม เขตสายไหม


--------------------------------------------------------------------------------

เขตพระนคร

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ตำบลพระบรมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดบวรนิเวศวิหาร ตำบลบวรนิเวศ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตำบลวัดราชบพิธ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดสามพระยา ตำบลวัดสามพระยา พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดสังเวชวิศยาราม ตำบลวัดสามพระยา พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดสุทัศนเทพวราราม ถนนตีทอง,ถนนบำรุงเมือง ตำบลวัดราชบพิธ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ตำบลพระบรมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดนรนาถสุนทริการาม ตำบลวัดสามพระยา พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดมกุฎกษัตริยาราม ตำบลบางขุนพรหม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดบุรณศิริมาตยาราม ตำบลศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ตำบลพระบรมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดเทพธิดาราม ตำบลสำราญราษฎร์ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดราชนัดดาราม ตำบลบวรนิเวศ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดชนะสงคราม ตำบลชนะสงคราม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดอินทรวิหาร ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ตำบลบางขุนพรหม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดมหรรณพาราม ตำบลเสาชิงช้า พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดปรินายก ตำบลบ้านพานถม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดใหม่อมตรส ถนนสามเสน ตำบลบ้านพานถม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดราชบุรณะ ตำบลวังบูรพาภิรมย์ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดตรีทศเทพ ตำบลบ้านพานถม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดเอี่ยมวรนุช ถนนสามเสน ตำบลบ้านพานถม พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วัดทิพย์วารีวิหาร ตำบลวังบูรพาภิรมย์ พระนคร กรุงเทพมหานคร 10200


--------------------------------------------------------------------------------

เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

วัดโสมนัสวิหาร ตำบลวัดโสมนัส ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดเทพศิรินทราวาส ตำบลวัดเทพศิรินทร์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดสระเกศ ตำบลบ้านบาตร ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดสุนทรธรรมทาน ถนนพะเนียง ตำบลวัดโสมนัส ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดสิตาราม ถนนดำรงรักษ์ ตำบลคลองมหานาค ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดดิสานุการาม ถนนวรจักร ตำบลวัดเทพศิรินทร์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดเทวีวรญาติ ถนนวรจักร ตำบลวัดเทพศิรินทร์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดพระพิเรนทร์ ถนนวรจักร ตำบลบ้านบาตร ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดพลับพลาชัย ตำบลป้อมปราบ ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
วัดคณิกาผล ถนนพลับพลาไชย ตำบลป้อมปราบ ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100


--------------------------------------------------------------------------------

เขตดุสิต

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ตำบลดุสิต ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดราชาธิวาสวิหาร ตำบลวชิรพยาบาล ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดราชผาติการาม ตำบลวชิรพยาบาล ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดเทวราชกุญชร ตำบลวชิรพยาบาล ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดโบสถ์ ถนนสามเสน ตำบลดุสิต ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดประสาทบุญญาวาส ถนนดาวข่าง ตำบลวชิรพยาบาล ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดสุคันธาราม ตำบลสวนจิตรลดา ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดจันทรสโมสร ถนนสามเสน ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดสวัสดิ์วารีสีมาราม ถนนนครไชยศรี ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดอัมพวัน ถนนพระราม 5 ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดน้อยนพคุณ ถนนพระราม 5 ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดใหม่ทองเสน ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดจอมสุดาราม ถนนนครไชยศรี ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดธรรมาภิรตาราม ถนนเตชะวนิช ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
วัดประชาระบือธรรม ถนนพระราม 5 ตำบลถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางซื่อ

วัดเลียบราษฎร์บำรุง ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ซอยจงสุข ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
วัดเวตวันธรรมาวาส ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
วัดสร้อยทอง ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
วัดบางโพโอมาวาส ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
วัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ ถนนประชาราษฏร์สาย 1 ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
วัดทองสุทธาราม ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
วัดประชาศรัทธาธรรม ถนนพิบูลสงคราม ตำบลบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางเขน-เขตจตุจักร-สายไหม

วัดพระศรีมหาธาตุ หมู่ 6 ถนนพหลโธิน ตำบลอนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดเทวสุนทร หมู่ 19 คลองบางเขน ตำบลลาดยาว จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
วัดเสมียนนารี หมู่ 2 ถนนวิภาวดีรังสิต ตำบลลาดยาว จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
วัดบางบัว หมู่ 1 ถนนพหลโยธิน ซอยไวปรีชา ตำบลอนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดไตรรัตนาราม หมู่ 2 คลองสามขา ตำบลอนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดราษฎร์นิยมธรรม หมู่ 4 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองถนน บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดเจริญธรรมาราม หมู่ 5 บ้านสายไหม ตำบลสายไหม บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดพรพระร่วงประสิทธิ หมู่6 ถนนสุขาภิบาล 5 ตำบลออเงิน บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดอยู่ดีบำรุงธรรม หมู่ 1 ตำบลออเงิน บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต หมู่ 6 ถนนรามอินทรา ตำบลท่าแร้ง บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดหนองใหญ่ หมู่ 1 บ้านหนองใหญ่ ตำบลสายไหม บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดเกาะสุวรรณาราม หมู่3 ตำบลคลองถนน สายไหม กรุงเทพมหานคร
วัดโคกจ้าหล่า หมู่ 7 บ้านจ้าหล่า ตำบลออเงิน บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
วัดอมราวราราม หมู่5 บ้านณัฐกานต์ 3 ตำบลคลองถนน บางเขน กรุงเทพมหานคร 10220


--------------------------------------------------------------------------------

เขตดอนเมือง

วัดดอนเมือง หมู่ 2 ถนนวิภาวดีรังสิต ตำบลตลาดบางเขน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดคลองบ้านใหม่ หมู่ 6 คลองบ้านใหม่ ตำบลสีกัน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดสีกัน หมู่ 5 บ้านสีกัน ตำบลสีกัน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดพรหมรังษี หมู่ 5 บ้านสีกัน ตำบลสีกัน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดเทพนิมิตต์ หมู่ 4 บ้านสีกัน ตำบลสีกัน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดหลักสี่ หมู่3 ถนนวิภาวดีรังสิต ตำบลตลาดบางเขน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดเวฬุวนาราม ตำบลสีกัน ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
วัดสายอำพันธ์เอมสาร


--------------------------------------------------------------------------------

เขตยานนาวา-สาธร

วัดยานนาวา ตำบลยานนาวา สาธร กรุงเทพมหานคร 10120
วัดดอน ถนนเจริญกรุง ตำบลยานนาวา สาธร กรุงเทพมหานคร 10120
วัดสุทธิวราราม ถนนเจริญกรุง ตำบลยานนาวา สาธร กรุงเทพมหานคร 10120
วัดลุ่มเจริญศรัทธา ถนนจันทร์ ซอยจรูญพลขันธ์ ตำบลยานนาวา สาธร กรุงเทพมหานคร 10120
วัดดอกไม้ ถนนสาธุประดิษฐ ตำบลบางโพงพาง ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดช่องนนทรี ถนนช่องนนทรี ตำบลช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดคลองใหม่ คลองใหม่/ถนนรัชดาภิเษก ตำบลช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดคลองภูมิ ตำบลยานนาวา ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดปริวาศ ถนนสาธุประดิษฐ์ ตำบลบางโพงพาง ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดด่าน ถนนรัชดาภิเษก ตำบลบางโพงพาง ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดช่องลม ถนนรัชดาภิเษก ตำบลช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
วัดทองบน ตำบลบางโพงพาง ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางคอแหลม

วัดวรจรรยาวาส ถนนเจริญกรุง ตำบลวัดพระยาไกร บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดราชสิงขร ถนนเจริญกรุง ตำบลวัดพระยาไกร บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดลาดบัวขาว ถนนเจริญกรุง ตำบลบางคอแหลม บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดจันทร์ใน ถนนเจริญกรุง ตำบลบางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดอินทร์บรรจงทรงวาดราษฎร์บำรุง บ้านบางคอแหลม ตำบลบางคอแหลม บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดไผ่เงินโชตนาราม ถนนจันทร์ ตำบลบางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดไทร ตำบลบางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดเรืองยศสุทธาราม ตำบลบางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดบางโคล่นอก ถนนรัชดาภิเษก ตำบลบางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
วัดจันทร์นอก ถนนรัชดาภิเษก ตำบลบางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางกะปิ

วัดพระไกรสีห์ ถนนรามคำแหง 23 ตำบลหัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
วัดเทพลีลา ถนนรามคำแหง ตำบลหัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
วัดจันทวงศาราม(กลาง) ถนนลาดพร้าว(ซอย132) ตำบลคลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10310
วัดศรีบุญเรือง ถนนสุขาภิบาล 3 ตำบลหัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
วัดบึงทองหลาง ถนนลาดพร้าว ซอย 101 ตำบลวังทองหลาง บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10230
วัดสามัคคีธรรม ถนนลาดพร้าว 64 ตำบลวังทองหลาง บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10230
วัดสิริกมลาวาส หมู่ 11 ตำบลลาดพร้าว ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230


--------------------------------------------------------------------------------

เขตลาดพร้าว-เขตบึงกุ่ม

วัดลาดพร้าว หมู่ 9 ตำบลลาดพร้าว ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10310
วัดลาดปลาเค้า หมู่ 7 ตำบลจรเข้บัว ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ หมู่ 2 ตำบลลาดพร้าว ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
วัดนวลจันทร์ หมู่ 12 ตำบลคลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
วัดบุญศรีมุนีกรณ์ หมู่ 11 ตำบลคลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
วัดคลองครุ หมู่ 10 บ้านคลองครุ ตำบลคันนายาว บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
วัดสุวรรณประสิทธิ์ หมู่ 13 ตำบลคลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หมู่ 5 คลองบางชัน ตำบลคันนายาว บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
วัดบางเตย หมู่ 6 ถนนสุขาภิบาล 1 ตำบลคลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
วัดพิชัย หมู่ 1 ถนนสุขาภิบาล 2 ตำบลคลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240


--------------------------------------------------------------------------------

เขตพระโขนง

วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร หมู่ 5 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10250
วัดผ่องพลอยวิริยาราม หมู่ 7 ถนนสุขุมวิท 105 ตำบลบางนา พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260
วัดบางนานอก หมู่ 3 ถนนสรรพาวุธ ตำบลบางนา พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260
วัดบางนาใน ถนนสุขุมวิท ตำบลบางนา พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260
วัดศรีเอี่ยม หมู่ 11 ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางนา พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260
วัดบุญรอดธรรมาราม ถนนสุขุมวิท 56 ตำบลบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10250
วัดวชิรธรรมสาธิต ตำบลบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10250
วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม หมู่ 2 ถนนสุขุมวิท 93 ตำบลบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10250


--------------------------------------------------------------------------------

เขตคลองเตย

วัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท ตำบลพระโขนง คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
วัดคลองเตยนอก ถนนเกษมราษฎร์ ตำบลคลองเตย คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
วัดคลองเตยใน หมู่ 6 ถนนสุนทรโกษา ตำบลคลองเตย คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
วัดสะพาน หมู่13 ถนนกล้วยน้ำไท ตำบลพระโขนง คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
วัดใต้ หมู่ 11 ตำบลพระโขนง คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10250
วัดภาษี หมู่4 ถนนเอกมัย ตำบลคลองตัน คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10250
วัดมหาบุศย์ หมู่12 ถนนสุขุมวิท 77 ตำบลพระโขนง คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110


--------------------------------------------------------------------------------

เขตสัมพันธวงศ์

วัดไตรมิตรวิทยาราม ตำบลตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดปทุมคงคา ตำบลสัมพันธวงศ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดสัมพันธวงศ์ ตำบลสัมพันธวงศ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดกันมาตุยาราม ถนนมังกร ตำบลสัมพันธวงศ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดชัยชนะสงคราม ตำบลสัมพันธวงศ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดจักรวรรดิราชาวาส ตำบลจักรวรรดิ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดบพิตรพิมุข ตำบลจักรวรรดิ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดชัยภูมิการาม ตำบลจักรวรรดิ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
วัดอุภัยราชบำรุง ตำบลตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางรัก

วัดมหาพฤฒาราม ตำบลมหาพฤฒาราม บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
วัดหัวลำโพง ถนนพระราม 4 ตำบลสี่พระยา บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
วัดแก้วแจ่มฟ้า ถนนสี่พระยา ตำบลมหาพฤฒาราม บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
วัดม่วงแค ถนนเจริญกรุง ตำบลบางรัก บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
วัดสวนพลู ถนนเจริญกรุง ตำบลบางรัก บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500


--------------------------------------------------------------------------------

เขตปทุมวัน

วัดบรมนิวาส ตำบลรองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
วัดปทุมวนาราม ตำบลปทุมวัน ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
วัดดวงแข ถนนจารุเมือง ตำบลรองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
วัดชำนิหัตถการ ถนนพระราม 1 ตำบลรองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
วัดชัยมงคล ถนนพระรามที่1 ตำบลรองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
วัดสระบัว ถนนพระราม 1 ตำบลรองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


--------------------------------------------------------------------------------

เขตพญาไท-เขตราชเทวี

วัดอภัยทายาราม ถนนราชวิถี ตำบลทุ่งพญาไท ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วัดไผ่ตัน ถนนพหลโยธิน ตำบลสามเสนใน พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
วัดดิสหงษาราม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตำบลมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วัดทัศนารุณสุนทริการาม ถนนราชปรารภ ตำบลมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วัดพระยายัง ถนนพระราม 6 ตัดใหม่ ตำบลถนนเพชรบุรี ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400


--------------------------------------------------------------------------------

เขตห้วยขวาง-ดินแดง

วัดใหม่ช่องลม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตำบลบางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
วัดพรหมวงศาราม ตำบลดินแดง ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10400
วัดกุนนทีรุทธาราม หมู่ 2 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย ตำบลห้วยขวาง ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
วัดอุทัยธาราม หมู่ 5 ตำบลบางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ตำบลบางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310


--------------------------------------------------------------------------------

เขตลาดกระบัง

วัดบำรุงรื่น หมู่ 3 คลองสาน ตำบลคลองสามประเวศ ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดปลูกศรัทธา หมู่ 3 ตำบลลาดกระบัง ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดลานบุญ หมู่ 7 ถนนสุขุมวิท ซอยอ่อนนุช กม14 ตำบลลาดกระบัง ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดปากบึง หมู่ 4 ถนนมีนบุรี-ลาดกระบัง ตำบลคลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดลาดกระบัง หมู่ 4 บ้านลาดกระบัง ตำบลลาดกระบัง ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดสังฆราชา หมู่ 5 ตำบลลาดกระบัง ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดราชโกษา ถ.สุขุมวิท ซอยอ่อนนุช ตำบลขุมทอง ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดสุทธาโภชน์ หมู่ 7 คลองทับยาว ตำบลทับยาว ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดบึงบัว หมู่ 4 คลองลำปลาทิว 3 ตำบลลำปลาทิว ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดขุมทอง หมู่ 5 คลองตาสอน ตำบลขุมทอง ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดพลมานีย์ หมู่ 2 บ้านทับยาว ตำบลทับยาว ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดอุทัยธรรมาราม หมู่11 ตำบลลำปลาทิว ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
วัดทิพพาวาส หมู่ 7 คลองลำกอไผ่ ตำบลลำปลาทิว ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520


--------------------------------------------------------------------------------

เขตมีนบุรี-คลองสามวา

วัดแสนสุข หมู่ 2 บ้านแสนสุข ตำบลมีนบุรี มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดบำเพ็ญเหนือ หมู่ 14 ถนนสุขาภิบาล 2 ตำบลมีนบุรี มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดบางเพ็งใต้ หมู่ 11 คลองแสนแสบ ตำบลมีนบุรี มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดคู้บอน หมู่ 7 ถนนคันนายาว ตำบลบางชัน มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดทองสัมฤทธิ์ หมู่ 18 บ้านบึงใหญ่ ตำบลแสนแสบ มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดลำนกแขวก หมู่ 10 ถนนสุวินทวงศ์ ตำบลแสนแสบ มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดสุทธิสะอาด หมู่ 4 ถนนนิมิตรใหม่ ตำบลสามวาตะวันออก มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดสุขใจ หมู่ 6 บ้านสุขใจ ตำบลสามวาตะวันออก มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดศรีสุขสถาพรราษฎรศรัทธาธรรม หมู่8 คลองซอยที่ 9 ตำบลสามวาตะวันออก มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดบัวแก้วศรัทธาธรรม หมู่ 2 ถนนนิมิตรใหม่ ตำบลทรายกองดิน มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดลำกะดาน หมู่ 10 ถนนนิมิตใหม่ ตำบลสามวาตะวันออก มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดพระยาสุเรนทร์ หมู่ 8 ถนนพระยาสุเรนทร์ ตำบลสามวาตะวันตก มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดแป้นทองโสภาราม หมู่ 14 ตำบลสามวาตะวันตก มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดสัมมาชัญญาวาส หมู่ 8 ถนนพระยาสุเรนทร์ ตำบลบางชัน มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
วัดจินดิตวิหาร หมู่8 บึงไผ่ ตำบลมีนบุรี มีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510


--------------------------------------------------------------------------------

เขตหนองจอก

วัดหนองจอก หมู่ 2 ถนนบุรีภิรมณ์ ตำบลกระทุ่มราย หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดใหม่เจริญราษฎร์ หมู่ 11 ตำบลคลองสิบสอง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดแสนเกษม หมู่ 8 คลองสิบสามสายล่าง ตำบลคลองสิบสอง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดนารีราษฎร์ประดิษฐ์ หมู่3 ถนนประชาสำราญ ตำบลคลองสิบสอง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม หมู่ 11 ถนนเรียบวารี ตำบลโคกแฝด หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดสามง่าม หมู่ 8 คลองลำบ่อยาว ตำบลคู้ฝั่งเหนือ หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดสีชมพู หมู่ 4 ตำบลคลองสิบ หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดกระทุ่มราย หมู่ 12 ถนนสุวินทวงศ์ ตำบลกระทุ่มราย หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดลำต้อยติ่ง หมู่ 1 ตำบลลำต้อยติ่ง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดอู่ตะเภา หมู่ 4 ถนนประชาอุทิศ ตำบลลำผักชี หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดใหม่กระทุ่มล้ม หมู่ 8 ถนนเสริมพัฒนา ตำบลลำต้อยติ่ง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดราษฎร์บำรุง หมู่ 8 ถนนธรรมรัฐ ตำบลลำต้อยติ่ง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดลำวังคาสุทธาวาส หมู่ 2 ตำบลลำต้อยติ่ง หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดลำพะอง หมู่ 7 ตำบลลำผักชี หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดเจียระดับ หมู่ 9 บ้านลำผักชี ตำบลลำผักชี หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530
วัดลำผักชี หมู่ 6 บ้านลำผักชี ตำบลลำผักชี หนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530


--------------------------------------------------------------------------------

เขตประเวศ

วัดปากบ่อ หมู่ 4 ถนนสุขุมวิท 77 ตำบลสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดยาง หมู่ 9 ถนนสุขุมวิท 77 ตำบลสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดต้นไทรย์ หมู่ 6 ถนนสุขุมวิท(ซอยอ่อนนุช) ตำบลสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดทองใน หมู่ 6 ถนนสุขุมวิท(ซอยอ่อนนุช) ตำบลสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดบ้านทุ่ง หมู่ 15 บ้านเสรี ตำบลสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดขจรศิริ หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท(ซอยอ่อนนุชกหมู่4-5) ตำบลสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดกระทุ่ม หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท(อ่อนนุช) ตำบลประเวศ ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260
วัดลาดบัวขาว หมู่ 9 ตำบลประเวศ ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดทุ่งเศรษฐี หมู่ 8 บ้านทุ่งเศรษฐี ตำบลดอกไม้ ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260
วัดทุ่งลานนา(ชมทองผินถวิลอุปถมภ์) หมู่ 4 ถนนสุขุมวิท 103 ตำบลดอกไม้ ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260
วัดตะกล่ำ หมู่ 3 ตำบลหนองบอน ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260
วัดคุณแม่จันทร์ หมู่ 2 คลองคุณแม่จันทร์ ตำบลประเวศ ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
วัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม หมู่ 15 ถนนสุขุมวิท(103) ตำบลประเวศ ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260


--------------------------------------------------------------------------------

เขตธนบุรี

วัดบุปผาราม ตำบลวัดกัลยาณ์ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดกัลยาณมิตร ตำบลวัดกัลยาณ์ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดหิรัญรูจี ตำบลหิรัญรูจี ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดใหญ่ศรีสุพรรณ ตำบลหิรัญรูจี ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดบางไส้ไก่ ถนนอิสรภาพ ตำบลหิรัญรูจี ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดประดิษฐาราม ถนนอิสรภาพ ตำบลหิรัญรูจี ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดเวฬุราชิณ ตำบลบางยี่เรือ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมาราม ตำบลบางยี่เรือ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดอินทาราม ตำบลบางยี่เรือ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดประยุรวงศาวาส ตำบลวัดกัลยาณ์ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดจันทาราม ตำบลบางยี่เรือ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดราชคฤห์ ตำบลบางยี่เรือ ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดบางน้ำชน ถนนเจริญนคร ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดกระจับพินิจ ถนนสายสัมพันธ์ ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดกลางดาวคนอง ถนนเจริญนคร ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดดาวคนอง คลองดาวคนอง ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดบุคคโล ถนนเจริญนคร ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดราชวรินทร์ ถนนตากสิน ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดสันติธรรมาราม ถนนตากสิน ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดสุทธาวาส บ้านบางน้ำชน ตำบลบุคคโล ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดกันตทาราราม คลองบางน้ำชน ตำบลตลาดพลู ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดบางสะแกใน ตำบลตลาดพลู ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดบางสะแกนอก คลองบางสะแก ตำบลตลาดพลู ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดใหม่ยายนุ้ย ถนนวุฒากาศ ซอยอรรถวิมล ตำบลตลาดพลู ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
วัดวรามาตยภัณฑสาราราม ถนนเทอดไทย ตำบลตลาดพลู ธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600


--------------------------------------------------------------------------------

เขตคลองสาน

วัดอนงคาราม ตำบลสมเด็จเจ้าพระยา คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดพิชยญาติการาม ตำบลสมเด็จเจ้าพระยา คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดทองธรรมชาติ ตำบลคลองสาน คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดทองนพคุณ ตำบลคลองสาน คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดเศวตฉัตร ตำบลบางลำภูล่าง คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดทองเพลง ถนนเจริญนคร ตำบลคลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดสุวรรณ ถนนเจริญนคร ตำบลคลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
วัดสุทธาราม คลองบางไส้ไก่ ตำบลบางลำภูล่าง คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางขุนเทียน

วัดเลา หมู่ 1 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดหัวกระบือ หมู่ 7 ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดธรรมคุณาราม หมู่ 9 บ้านท่าข้าม ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบัวผัน หมู่ 2 ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดปทีปพลีผล หมู่ 8 บ้านท่าข้าม ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดประชาบำรุง หมู่ 9 บ้านลูกวัว ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดแสมดำ หมู่3 ถนนแสมดำ ตำบลแสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดกำแพง หมู่ 6 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลแสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดนินสุขาราม หมู่ 10 ถนนบางบอน 2 ตำบลบางบอน บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดสะแกงาม หมู่ 1 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลแสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบางบอน หมู่ 3 ถนนเอกชัย ตำบลบางบอน บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดพรหมรังษี หมู่ 4 บ้านพรหมแดน ตำบลแสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบางกระดี่ หมู่ 8 ถนนบางกะดี่ ตำบลแสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
วัดสุธรรมวดี หมู่1 บางกระดี่ ตำบลแสมดำ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
วัดท่าข้าม หมู่ 4 ตำบลท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150


--------------------------------------------------------------------------------

เขตจอมทอง

วัดราชโอรสาราม ถ.ริมคลองด่าน ตำบลบางค้อ จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดหนัง ริมคลองด่าน ตำบลบางค้อ จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดนางนอง ถ.วุฒากาศ ตำบลบางค้อ จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดศาลาครืน ถนนริมคลองบางหว้า ตำบลบางค้อ จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดมงคลวราราม ถ.ดาวคนอง-จอมทอง ตำบลบางค้อ จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบางประทุนนอก หมู่ 2 ถนนเอกชัย ตำบลบางขุนเทียน จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดแก้วไพฑูรย์ หมู่ 10 ถนนเอกชัย ตำบลบางขุนเทียน จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดสิงห์ หมู่ 3 ถนนเอกชัย ตำบลบางขุนเทียน จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดไทร หมู่ 2 ถนนเอกชัย ตำบลบางขุนเทียน จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบางขุนเทียนนอก หมู่ 7 ถนนจอมทอง ซอยวัจนะ ตำบลจอมทอง จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบางขุนเทียนใน หมู่ 1 ถนนจอมทอง ตำบลจอมทอง จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดบางขุนเทียนกลาง หมู่ 7 ถนนจอมทอง ตำบลจอมทอง จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดนาคนิมิตรราษฎร์บำรุง หมู่ 5 ถนนสุขสวัสดิ์ ซอย 8 ตำบลจอมทอง จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดสีสุก หมู่ 6 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลบางมด จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดกก หมู่ 10 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลจอมทอง จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดโพธิ์แก้ว หมู่ 3 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลจอมทอง จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดยายร่ม หมู่ 6 ถนนธนบุรี-ปากท่อ ตำบลบางมด จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150
วัดโพธิทอง หมู่ 4 ตำบลบางมด จอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางกอกใหญ่

วัดอรุณราชวราราม ถนนอรุณอัมรินทร์ ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดราชสิทธาราม ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดหงส์รัตนาราม ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดโมลีโลกยาราม ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดสังข์กระจาย ตำบลวัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดนาคกลาง ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดเครือวัลย์ ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดใหม่พิเรนทร์ ถนนอิสรภาพ ตำบลวัดอรุณ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดดีดวด ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลวัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดท่าพระ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลวัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดประดู่ฉิมพลี ถนนเพชรเกษม ตำบลวัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดเจ้ามูล ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลวัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
วัดประดู่ในทรงธรรม ถนนเพชรเกษม ตำบลวัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางกอกน้อย

วัดสุวรรณาราม ตำบลศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดดุสิดาราม ตำบลอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดอมรินทราราม ตำบลศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดระฆังโฆสิตาราม ตำบลศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดพระยาทำ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดวิเศษการ ถนนพรานนก ตำบลศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดสุทธาวาส คลองลัดวัดทอง ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดอมรทายิการาม ถนนอิสรภาพ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดฉิมทายกาวาส ถนนพรานนก ตำบลศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดสีหไกรสร
วัดละครทำ ถนนอิสรภาพ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดดงมูลเหล็ก ถนนอิสรภาพ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดยางสุทธาราม ถนนพรานนก ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดอัมพวา ถนนอิสรภาพ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดครุฑ ถนนอิสรภาพ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดชิโนรสาราม ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดโพธิ์เรียง ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดรวกสุทธาราม ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางขุนศรี บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดบางเสาธง ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางขุนศรี บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดเพลงวิปัสสนา ถนนจรัลสนิทวงศ์ 37 ตำบลบางขุนศรี บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดมะลิ ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางขุนศรี บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดไชยทิศ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดใหม่ ถนนบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน ตำบลบางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดศรีสุดาราม ตำบลบางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดบางขุนนนท์ ถนนบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน ตำบลบางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดเจ้าอาม ถนนบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน ตำบลบางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดภาวนาภิรตาราม ตำบลบางขุนนนท์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดนายโรง ถนนจรัญสนิทวงศ์ 45 ตำบลอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดสุวรรณคีรี ถนนรุ่งประชา ตำบลอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
ถนนพรานนก ตำบลบ้านช่างหล่อ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดบางบำหรุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
วัดปฐมบุตรอิศราราม(ปฐมบุตรอิสราราม) ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700


--------------------------------------------------------------------------------

เขตภาษีเจริญ

วัดปากน้ำ ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
วัดนวลนรดิศ หมู่ 7 ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดอัปสรสวรรค์ ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดนางชี ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดคูหาสวรรค์ ตำบลคูหาสวรรค์ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดนิมมานรดี หมู่ 15 ถนนเพชรเกษม ตำบลบางหว้า ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดนาคปรก ถนนเทอดไทย ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดทองศาลางาม ถนนเพชรเกษม(ซอย 20 ) ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดยางบางจาก ถนนเพชรเกษม ตำบลคูหาสวรรค์ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดกำแพง หมู่10 บ้านสายแวก ตำบลบางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดประดู่บางจาก ถนนเบญจะ ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดบางแวก คลองบางแวก ตำบลคูหาสวรรค์ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดวิจิตรการนิมิตร คลองชักพระ ตำบลคูหาสวรรค์ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดปากน้ำฝั่งใต้ ตำบลคูหาสวรรค์ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดกำแพง ถนนเพชรเกษม ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดชัยฉิมพลี หมู่ 6 คลองบางแวก ตำบลบางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดบุณยประดิษฐ์ หมู่ 2 คลองบางแวก ตำบลบางไผ่ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดศาลาแดง หมู่ 6 คลองทวีวัฒนา ตำบลบางไผ่ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดพรหมสุวรรณสามัคคี หมู่ 4 บ้านเศรษฐกิจ ตำบลบางไผ่ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดจันทร์ประดิษฐาราม หมู่ 2 คลองบางจาก ตำบลบางด้วน ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดมะพร้าวเตี้ย หมู่4 ถนนจรัลสนิทวงศ์ ซอยพาณิชย์ธนฯ ตำบลคลองขวาง ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดตะล่อม หมู่1 ตำบลคลองขวาง ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดโตนด หมู่ 1 ถนนสายบางแวก ตำบลบางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดตะโน หมู่ 8 คลองบางจาก ตำบลบางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดนก คลองบางแวง ตำบลคูหาสวรรค์ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดโบสถ์อินทรสารเพชร หมู่ 2 คลองชักพระ ตำบลบางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดโคนอน หมู่ 3 ถนนพัฒนาการ ตำบลบางหว้า ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดอ่างแก้ว หมู่ 2 ถนนพัฒนาการ ตำบลบางหว้า ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดรางบัว หมู่ 6 คลองภาษีเจริญ ตำบลบางหว้า ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วัดพลง ถนนพัฒนาการ ตำบลปากคลองภาษีเจริญ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160


--------------------------------------------------------------------------------

เขตหนองแขม-บางแค

วัดราษฎร์บำรุง หมู่ 9 ถนนเพชรเกษม 69 ตำบลหลักสอง หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดหนองแขม หมู่ 8 ถนนภาษีเจริญฝั่งใต้ ตำบลหนองแขม หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดศรีนวล หมู่ 4 ถนนเอกชัย บางบอน 5 ตำบลหนองแขม หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดหลักสาม หมู่ 2 บ้านหลักสาม ตำบลหนองแขม หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดม่วง หมู่ 2 คลองภาษีเจริญ ตำบลหลักสอง หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดอุดมรังสี หมู่ 7 ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองค้างพลู หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดไผ่เลี้ยง หมู่ 3 บ้านหนองค้างพลู ตำบลหนองค้างพลู หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดวงษ์ลาภาราม หมู่ 6 บ้านหนองค้างพลู ตำบลหนองค้างพลู หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
วัดทองเนียม หมู่6 ตำบลหลักสอง หนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160


--------------------------------------------------------------------------------

เขตราษฎร์บูรณะ

วัดแจงร้อน หมู่ 1 ตำบลราษฎร์บูรณะ ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดสน หมู่ 5 ถนนราษฎร์บูรณะ ซอยสุขสวัสดิ์ ตำบลราษฎร์บูรณะ ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดสารอด หมู่ 8 ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลราษฎร์บูรณะ ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดเกียรติประดิษฐ์ หมู่ 11 ตำบลบางปะกอก ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดบางปะกอก หมู่ 1 ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางปะกอก ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดประเสริฐสุทธาวาส หมู่ 4 ตำบลบางปะกอก ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดราษฎร์บูรณะ หมู่10 ถนนราษฎร์บูรณะ ตำบลบางปะกอก ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดบางมดโสธราราม หมู่ 4 บ้านบางมด ตำบลบางมด ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดหลวงพ่อโอภาสี(บางมด) หมู่3 บางมด ตำบลบางมด ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
วัดทุ่งครุ หมู่ 5 ถนนประชาอุทิศ ตำบลทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140


--------------------------------------------------------------------------------

เขตบางพลัด

วัดคฤหบดี ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดดาวดึงษาราม ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดจตุรมิตรประดิษฐาราม ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดบางยี่ขัน ถนนจรัลสนิทวงศื ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดอมรคีรี ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดรวกบางบำหรุ ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางบำหรุ บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดน้อยนางหงษ์ คลองบางยี่ขัน ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดภคินีนาถ ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดใหม่เทพนิมิตร ถนนจรัลสนิทวงศ์ 52 (วรพงษ์) ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดสิงห์ ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดเปาโรหิตย์ ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดภาณุรังษี ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางพลัด บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดเทพนารี ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางพลัด บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดเทพากร ถนนจรัญสนิทวงศ์(ซอย 68 ) ตำบลบางพลัด บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดบางพลัด ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางพลัด บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดทอง ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดเพลง ถนนจรัลสนิทวงศ์ ซอยภาณุรังษี ตำบลบางพลัด บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดฉัตรแก้วจงกลณี ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางอ้อ บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดวิมุตยาราม ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางอ้อ บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดบวรมงคล ตำบลบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดสามัคคีสุทธาวาส ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางอ้อ บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
วัดอาวุธวิกสิตาราม ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางพลัด บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700


--------------------------------------------------------------------------------

เขตตลิ่งชัน

วัดชัยพฤกษมาลา หมู่ 4 ตำบลตลิ่งชัน ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดกาญจนสิงหาสน์ ตำบลคลองชักพระ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดรัชฎาธิษฐาน ตำบลคลองชักพระ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดประสาท หมู่ 10 คลองบางพรม ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดแก้ว หมู่ 8 ถนนจรัลสนิทวงศ์ ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดอินทราวาส หมู่ 22 บ้านคลองบางขุนพรหม ตำบลบางระมาด ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดเทพพล หมู่ 14 คลองบางพรม ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดปากน้ำฝั่งเหนือ ตำบลคลองชักพระ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดเกาะ หมู่ 10 บ้านคลองบางกอกน้อย ตำบลบางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดทอง หมู่ 15 คลองบางระมาด ตำบลฉิมพลี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดกระโจมทอง หมู่ 6 คลองบางน้อย ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดพิกุล หมู่ 6 ตำบลบางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดเพลง หมู่ 13 ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดสะพาน หมู่ 7 บ้านคลองบางน้อย ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดวิศิษฏ์บุญญาวาส หมู่ 1 บ้านคลองบางกอกน้อย ตำบลบางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดโพธิ์ หมู่2 คลองวัดโพธิ์ ตำบลบางระมาด ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดมะกอก หมู่ 8 คลองบางระมาด ตำบลบางระมาด ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดจำปา หมู่ 5 คลองบางระมาด ตำบลบางระมาด ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดพุทธจักรมงคลชยาราม หมู่ 11 บ้านคลองบัว ตำบลฉิมพลี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดกระจัง หมู่ 14 คลองบางระมาด ตำบลฉิมพลี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดทอง หมู่ 8 คลองเชือกหนัง ตำบลบางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดสมรโกฎิ หมู่ 16 คลองบางระมาด ตำบลฉิมพลี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดมณฑป หมู่ 1 คลองบางระมาด ตำบลฉิมพลี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดเรไร คลองชักพระ ตำบลคลองชักพระ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดตลิ่งชัน ตำบลคลองชักพระ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดช่างเหล็ก คลองชักพระ ตำบลคลองชักพระ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดนครป่าหมาก หมู่ 2 ถนนสุขาภิบาล ตำบลตลิ่งชัน ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดไก่เตี้ย หมู่ 2 ถนนสุขาภิบาล ตำบลตลิ่งชัน ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดน้อยใน หมู่ 4 ถนนชัยพฤกษ์ ตำบลตลิ่งชัน ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดปุรณาวาส หมู่ 3 คลองมหาสวัสดิ์ ตำบลศาลาธรรมสพน์ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดศิริวัฒนาราม หมู่ 2 บ้านบางระมาด ตำบลบางพรม ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
วัดโกมุทพุทธรังสี หมู่12 ตำบลศาลาธรรมสพน์ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

From : กับตันมอเร่ [ 16 พ.ย. 48 - 10:44:38 น. ]


ความเห็นที่ 26

*** ลองพยายามหัดให้คล่องลงรูปให้ได้นะครับคุณจักรยานพ่วงเพราะท่านมีกล้องแล้วจะเป็นประโชนย์ต่อตนเองและเพื่อนมากครับผมๆผมเองด้วยซ้ำพอทำได้แต่ดันไม่มีกล้องดิจิตอน...พยายามหน่อยไม่มีอะไรยากเกินเรียนครับคุณจักรยานพ่วงบ่ายๆๆไปตจวดีกว่าเรา ปั่นเที่ยวตามวัดตจว.แล้วมีความสุขดี....***
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 16 พ.ย. 48 - 10:49:57 น. ]

ความเห็นที่ 27
วัดพระแก้ว
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 16 พ.ย. 48 - 10:58:10 น. ]

ความเห็นที่ 28

ศานหลักเมือง
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 16 พ.ย. 48 - 11:00:23 น. ]

ความเห็นที่ 29
สิ่งที่ทำให้คนต่างจากสัตว์ทั้งหลายก็คือความรู้จักคิดในทางที่เจริญและความมี "สัจจะ" ตั้งใจอะไรไว้แล้วต้องทำให้ได้อย่างที่ตั้งใจ

ของอวยพรให้ทำได้ดั่งสัจจะที่ตั้งใจไว้กับตัวเองและผู้อื่น
From : รอลุ้นอยู่ [ 16 พ.ย. 48 - 23:23:16 น. ]


ความเห็นที่ 30

สาธุ...

From : T.HARDCORE [ 17 พ.ย. 48 - 08:00:01 น. ]

ความเห็นที่ 31
ขอใหทำตามความประสงของตัวเองขอเอาใจช่วยครับ นาย soloตอนนีเริ่มจะโพสรูปเป็นบ้างแล้วครับ เมื่อวาน ไปเจออุบัติเหตุ รถตู้ชนรถจักรยานนะครับแต่กำลังหาทางเอารูปลงอยู่ครับ
From : จักรยานพ่วง [ 17 พ.ย. 48 - 09:10:29 น. ]

ความเห็นที่ 32
นี่ได้แล้ว
From : จักรยานพ่วง [ 17 พ.ย. 48 - 09:14:40 น. ]

ความเห็นที่ 33
นี่..ได้แล้ว แต่ไม่ใช่อุบัติเหตุรถตู้ชนจักรยานเหรอ...วันนี้มีข่าวรถเมล์โดดข้ามเกาะไปชนจักรยานต์ตายคาที่อีกแล้วแหละ....แล้วเจอกันวันเสาร์เย็นนี้ไปกินบุปเพ่ญี่ปุ่นกันค่ะ
From : oiltrips [ 17 พ.ย. 48 - 09:46:22 น. ]

ความเห็นที่ 34
*** ปั่นเดี่ยวเที่ยวงานลอยกระทงเอาเราปั่นๆแวะทะเลสาบคลองจั๋นเอาจักรยานล๊อกติดกับต้นไม้ริมน้ำกลัวๆว่าถ้ามันไถลลงน้ำก็คงแย่แต่ก็นั่งดูคนมาลอยกระทงมากมายกะในใจว่าเราปูเสื่อดูยิบซีดีไมไม่เอาดีกว่า...นั่งดูเด็กมันมาล้วงหาเศษเงินในกระทงและลองถามว่าได้มาสุดเท่าไหร๋?เขาบอกว่าสัก5-10บาทและนั่งดูเขาส่งโคมลอยสักพักตร.มาห้ามว่าอย่าขายเลยอันตรายอาไปหล่นใส่บ้านช่องร้านค้าไฟอาจไหม้ได้....ผมก็ว่าถูกของตร. และก็ปั่นต่อไปเที่ยวงานลอยกระทงตามวัดดูมีวัดบางเพ็งเหนือทางไปมินสุขา2แต่ระหว่างทางต่างระดับตรงช่วงโค้งผมเกือบเดี่ยงถ้ารถเก๋งคันที่วิ่งตีโค้งมาด้วยความเร็วเบร๊กไม่ทันตอนผมปั่นมาทางตรงและจะเข้าข้างซ้ายแต่เขามาเร็วมากถนนฝนก็พึ่งจะตกถนนลื่น....ผมยังชีหน้าและตะโกนไปว่าอะไรขับรถเข้าทางโค้งขับเสียเร็วๆและไม่ดูรถทางตรงบ้างเลยนี้เมื่อวานตอนมืดนะ และ เมื่อคืนแอบไปนอนหลังสานเจ้าแม่หลังวัดเห็นเงียบดีติดริ่มน้ำไม่มีตนมาและพอใกล้สะหว่างฝนดันตกเหมือนกับจะรู้เพราะผมไม่เห็นแสงดาวผมเลยเอาแผ่นปาสติกที่เก็บจากที่คนดูหนังกางแปลงมาสาม4ผืนมาขึ้งต่อๆกันเป็นหลังคากับตัวรถที่พิงรั่วเหล็กศาลเจ้าแม่ก็พอกั่นฝนได้บ้างและนอนหนุนขวดน้ำดื่มทาครีมกันยุ่งแล้วหลับไปตื่นมาเช้านี้ปั่นเข้าวัดบางเตยดูลายมือหาตังกินข้าวกับพวกกทม.ที่มาเก็บกะทงในแม่น้ำแล้วปั่นมาหาซื้อฟิมฟ์ถูก4ม้วน200แต่ผมมีตังน้อยเลยซื้อแค่ม้วนเดี่ยวยอมอดข้าวเอาเพราะเสียดายเหตุการและภาพๆที่เราผ่านและเรียกคืนกลับไม่ได้เลยคิดเสียว่าออดข้าวไม่ตายแต่รูปบางรูปผ่านแล้วผ่านเลยหน้าเสียดายและระหว่างวันนี้รถเมยสีแดงมันปาดแค่คืบเดี่ยวมันวิ่งเร็วเสียด้วยผมนี้เสียวใส่ห่างๆแค่คืบเดี่ยวถ้าผมแก่วงน่อยผมว่าเข้าล้อหลังแน่เลยครับผม*** ขอบอกตามตรงว่าผมเบื่อจริงการปั่นในกมท.เห็นเขาลอกขอบถนนแถวๆสุขา2ไม่รู้ว่าเขาจะทำทางจักรยานหรือไร**** เอาใครถ้าเคยปั่นบนพุตบาทแถวรามจะมาออก4แยกลำสาลีคงเคยเห็นมีพุตบาทช่องประตูเก็บขะยะส่งน้ำมันเป็นหลุมหใหญ่เท่าปากโอ้งดีเอาแค่กระสอบทรายมาใส่ไว้ก็ไม่เสมอถ้าปั่นกลางคืนตอแน่....และอีกจุดที่สามแยกสุขา2ช่วงก่อนถึงทนาคารทหารไทยมีหลุงสองหลุมใหญ่ตอร3แยกตรงข้ามกับเซเว้นเวลาฝนตกน้ำมันจะคึงปิดไว้เราไม่เห็นผมนี้เคยปั่นลงไปดีที่ไม่มีรถหลังตามมาตอนนั้นมีสองหลุมติดกันแค่3เมตร ......เพื่อนจำไว้ถ้าไม่แน่ใจว่าในแอ่งน้ำนั้นมีหลุมก็ให้ปั่นหลีกถ้าหลีกไม่ได้เพราะมีรถอื่นมันบังคับอยู่ก็ควรปั่นให้ช้าที่สุดตอนลุยลงในเอ่งน้ำ หรือไม่ก็จอยกรถขึ้นฟุตบาทเสียเลยจะดีกว่าเสียงๆถ้าเสียหลักรถหลังมาท่านอาจได้รับอุบัตเหตุได้ครับผม แค่2วันผมเฉียดเดี่ยง2ครั้ง ก็ผมมันปั่นอยู่ตะลอดไม่ได้ขับรถยนตย์ ผมว่าผมปั่นระวังมากที่สุดแล้วนะครับไพแดงก็ไม่เคยผ่าในยามคับขันมองแล้วมองอีกแต่บอกได้คำเดี่ยว่าการ...............*** ปั่นจักรยานในกทม.นี้ตอ้งวัดดางครับท่าน ผมว่าอย่าปั่นมันละดีถ้าไม่ยากตายนะครับไม่ว่านะที่ผมขอพูดตรงๆ........เพื่อนอย่าว่าผมนักเลยทุกวันที่ปั่นๆผมก็เสี่ยงๆมากอยู่แล้ว และผมก็บอกตรงๆว่าผมใช้จักรยานเพื่อชีวิตจริงไม่ได้เพื่อความเท่โก๋เก๋ความยากดัง! ... เห็นไม่ละตายอีกแล้ว!......." โค้ดเซ้งโว้ยๆ ..... ตายกันได้ทุกเดือนหรือว่ามันเป็นเรื่องทำมดาไปเสียแล้ว....ผมว่าขสมก.เอาพวกคนขับไม่อยู่หรอเพราะมันยังขับกันแบบช้างเห็นมดแดงอยู่เล้ย" ไอ้พวกตีนเหีย.......ฯ ขอให้เมียมันมีชู้กันทุกคนที่ตีนผีชอบปาดหน้าจักรยานโว้ย...ไอ้เห้...*** ไอ้ลูก เมียไม่สั้งสอน*** เมื่อวานกันวันนี้ถ้าผมดวงไม่ดีคงไม่ได้มาด่าเดี่ยวนี้ ....ใครจะว่าอย่างำรผมว่าไอ้คนพวกนี้มันน้อยไปเสียอีก!.......***
From : แค้นคนชอบปาดหน้าจักรยานโว้ย [ 17 พ.ย. 48 - 15:49:15 น. ]

ความเห็นที่ 35
ผมช่วยด่ามันแทนแล้วเมื่อวานมันเกือบชนท้ายผมไห้นี้วกลางมัน วันนี้รถเมย์สีแดงวิ่งจากมินผ่านสุขขา2มันวิ่งเฉียดคืบเดียวเร้วแล้วปาดหน้าเข้าป้าย ผมก็ปั่นไปทันที่ป้าจอดหน้าแล้วด่ามันว่า" มึงเห็นพ่อมึงปั่นข้างถนนบ้างไม่?........ไอ้ส้นเท้ยพระยาจั๋นไร มันไม่กล้าแย่มเหมือนแล้วๆมา เพราะว่า.............. ตอนนี้ผมใส่เสื้อกั๊กพลเร่มลพบุรีแถวมมีสายรัดtcc แถมหลังรถมีก้อนหินเท่ากำปั้นทุกไปด้วย2-3ก้น.......เพื่อนอย่าว่าผมนะผมแค้นมันจริงๆ แบบบุญคุณต้องทอแทนความแค้นต้องชำระ........"มีทางจักรยานเมื่อไหร่แล้วพวกเองจะรู้สึกจะไม่ได้แอ๋มพวกเราเลย! ผมว่าที่ตายถ้าเป็นญาติพี่น้องๆเราที่ผมว่าผมด่ามันน้อยไป .....นี้แค่เรารู้ว่าจักรยานด้วยกันเรายังเศ้ราขนาดนี่เลย...........
From : แค้นคนชอบปาดหน้าจักรยานโว้ย [ 17 พ.ย. 48 - 16:45:16 น. ]

ความเห็นที่ 36
ผมช่วยด่ามันแทนแล้วเมื่อวานมันเกือบชนท้ายผมไห้นี้วกลางมัน วันนี้รถเมย์สีแดงวิ่งจากมินผ่านสุขขา2มันวิ่งเฉียดคืบเดียวเร้วแล้วปาดหน้าเข้าป้าย ผมก็ปั่นไปทันที่ป้าจอดหน้าแล้วด่ามันว่า" มึงเห็นพ่อมึงปั่นข้างถนนบ้างไม่?........ไอ้ส้นเท้ยพระยาจั๋นไร มันไม่กล้าแย่มเหมือนแล้วๆมา เพราะว่า.............. ตอนนี้ผมใส่เสื้อกั๊กพลเร่มลพบุรีแถวมมีสายรัดtcc แถมหลังรถมีก้อนหินเท่ากำปั้นทุกไปด้วย2-3ก้น.......เพื่อนอย่าว่าผมนะผมแค้นมันจริงๆ แบบบุญคุณต้องทอแทนความแค้นต้องชำระ........"มีทางจักรยานเมื่อไหร่แล้วพวกเองจะรู้สึกจะไม่ได้แอ๋มพวกเราเลย! ผมว่าที่ตายถ้าเป็นญาติพี่น้องๆเราที่ผมว่าผมด่ามันน้อยไป .....นี้แค่เรารู้ว่าจักรยานด้วยกันเรายังเศ้ราขนาดนี่เลย........... คราวที่แล้วที่ผมเคยเล่าว่ารถตู้ปาดหน้าผมแถวพระราม4 ผมล้มนาฬิกาพัง แถมมันจะชกผมอีก ผมรอให้มันชกก่อนผมกะเอาให้มันหมอบ ขี้ระตู้หากินไปเลี้ยยงลูกสาวแม่ยายน้องเมียมันไม่ได้เป็นเดือนเล้ย เอาเข้าจริงผมยืนหน้าให้มันไม่กล้า........ก็ได้แต่เห่าละวะ มันก็ดีแต่ขับรถห่วยเท่านั้นนะ พวกมันเก่งไม่จริงสักวันต้องไปอยู่ในคุกเพราะขับรถชนจักรยานตาย .........แล้วเมียมันก็จะได้มีผัวใหม่จริงๆไม่พวกเรา.......เห็นรูปเพื่อนเจ็บตายแล้วแค้นแทน.......นี่ถ้าเราโดนเองคงไม่ได้มานั่งด่าจริงไม่ครับผม!***
From : นาย solo/2500 แค้น!โว้ย [ 17 พ.ย. 48 - 16:58:14 น. ]

ความเห็นที่ 37

*** จะต้องให้ปั่นจักรยานแล้วใส่เสื้อเกราะหรือไง?......ไอ้พวกตีนผีส้นเท้า+!***
From : นาย solo/2500 แค้น!โว้ย [ 17 พ.ย. 48 - 17:01:47 น. ]

ความเห็นที่ 38

*** สังเกตุไม่ครับว่าข้างไม่มีฟุตบาทหรือทางให้จักรยานปั่นขึ้นไปได้ลุงแกเลยหลบไม่ได้ ขอบถนนที่เว้วเข้าไปก็เป็นแบบกำแพงหลบปั่นขึ้นไม่ได้***
From : นาย solo/2500 แค้น!โว้ย [ 17 พ.ย. 48 - 17:05:37 น. ]

ความเห็นที่ 39

*** รูปอย่างนี้ซิเก่งจริงพวกเรา........ไอ้พวกชอบปาดหน้าจักรยานมันเก่งแบบตัวเมียเพราะพวกมันขี้ช้าง เราขี้มด แต่พอลงจากรถมันก็ห่อยๆไอ้เวนตะไล*** ไม่ว่าผมนะ ขอระบายในนี้ละกันถ้าให้ผมระบายของจริงคงได้เป็นข่าวว่านาย solo ปั่นจักรยานชนรถเมย์ตาย!.......haไม่ออก คืนนี้ต้อปั่นไปนอนข้างอู้รถเมย์ดีก้าพวก!.......ว่างๆจะแอบขึ้นไปอึๆๆบนรถมันดีไม่พวกเรา?*** (เอ๋เราคิดได้ไง?.......) ในรูปนี้ซิเก่าจริงพวกเรา*** น้องสยามพาราพี่ขอคาระวะด้วยใจโว้ยไอ้น้อง***
From : นาย solo/2500 แค้น!โว้ย [ 17 พ.ย. 48 - 17:12:12 น. ]

ความเห็นที่ 40

*** โทษเพื่อนที่กระทู้พระผมดันมาระบายความแค้น!*** อะไรกันนักกันหนา *** น้ำมันแพงขึ้นทุกวันพวกมันยังไม่รู้สึก!*** ทำจักรยานให้เป็นข่าวอย่งนี้บ้างได้ไม่พวกปากว่าตาขยิบๆๆๆ***
From : นาย solo/2500 [ 17 พ.ย. 48 - 17:29:00 น. ]

ความเห็นที่ 41

ความคิดเห็นที่ 950 : (58.11.51.13,)
น้องทาๆน้องลองครอมจักรยานแล้วแค่โยกเยก รับรองว่าดังระเบิดแถมยังจะได้ช่วยชาติประหยัดพลังงานแต่เพิ่มพลังเด่งดึงๆนะน้องนะ พวกพี่คอยน้องอยู่ที่ www.thaimtb.con หรือ ใน " target="_blank">http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?viewstr=mtb2005,1,9

จากคุณ : abcd2500@friends.co.th - [17 พ.ย. 2548 17:31:43] *** เดี่ยวพวกเราดังแน่นี้ผมว่าถ้าขายนาได้จะ จ้างน้องทาทามาครอมจักรยานผมเลยจ้าดีไม่ครับ ยิงนกนัดเดี่ยวได้ 2ตัวครึ่งครับพี่หมอ....และให้พี่หมอนั้งซ้อนท้ายทาๆดีไม่ครับผม....haๆ ด้วยครับเคารพผู้มีพระคุร เอ๋อให้คุณสิงห์ด้วยถ้าน้องเมียไม่ด่านะ...แฮๆๆๆ เอ๋ยให้เจ้าจักรยานลาดด้วยถ้า มีแรงยังรับเหมาประปาอยู่จ้า.......คืนนี้ผมก็เบื่อกมท.แล้วจ้า


From : นาย solo/2500 [ 17 พ.ย. 48 - 17:43:07 น. ]


ความเห็นที่ 42
ความคิดเห็นที่ 579 : (58.11.51.13,)
อะไรกันนักกันหนามาปั่น ของกันดีกว่าพวก ช่วยชาติปั่นหยัดด้วย พี่คอยน้องสินธิอยู่ที่ www.thaimtb.com ความคิดเห็นที่ 950 : (58.11.51.13,)
น้องทาๆน้องลองครอมจักรยานแล้วแค่โยกเยก รับรองว่าดังระเบิดแถมยังจะได้ช่วยชาติประหยัดพลังงานแต่เพิ่มพลังเด่งดึงๆนะน้องนะ พวกพี่คอยน้องอยู่ที่ www.thaimtb.con หรือ ใน " target="_blank">http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?viewstr=mtb2005,1,9

จากคุณ : abcd2500@friends.co.th - [17 พ.ย. 2548 17:31:43]


จากคุณ : คนชอบปั่นจักรยานไม่ชอบปั่นหัวคนจ้า


From : นาย solo/2500 [ 17 พ.ย. 48 - 17:52:16 น. ]


ความเห็นที่ 43
โทรกลับมาหาหน่อยยังอยู่หน้าจอหรือเปล่าว
From : จักรยานพ่วง [ 17 พ.ย. 48 - 18:01:17 น. ]

ความเห็นที่ 44
ไอ้พวกตีนเหีย.......ฯ ขอให้เมียมันมีชู้กันทุกคนที่ตีนผีชอบปาดหน้าจักรยานโว้ย...ไอ้เห้...*** ไอ้ลูก เมียไม่สั้งสอน*** เมื่อวานกันวันนี้ถ้าผมดวงไม่ดีคงไม่ได้มาด่าเดี่ยวนี้ ....ใครจะว่าอย่างำรผมว่าไอ้คนพวกนี้มันน้อยไปเสียอีก!.......***
From : จาปายใหว้พระหรือเปล่าเนี่ย [ 17 พ.ย. 48 - 23:21:18 น. ]

ความเห็นที่ 45
*** มันคนละเรื่องกันโว้ยพวก......นรกกับสวรรค์......เหมือนกับน้ำมันกับน้ำ.....แล้วนายละปีนี้เข้าไว้พระมากี่วัด......เอากระจกส่องดูตัวเองบ้าง......วันนี้ละเห้นผ้าเหลือเห็นวัดบ้างบ่? หรือเห็นแต่ขาอ่อนวะพวก!..? อย่ามาสอนสังฯ......เลยนายมันเด๊กๆ***
From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 20:13:44 น. ]

ความเห็นที่ 46

http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?viewstr=mtb2005,1,9 วันนี้ก็2วัดไปเยี่ยมชม 1 วัดไปอาศัยนอนจ้า.......รูปคนต่างงืองามนุษย์ต่างดาวกันครับผม ที่เขากะลาครับท่าน
From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 21:19:52 น. ]

ความเห็นที่ 47
http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?viewstr=mtb2005,1,9 ยากรู้จักรผมให้มากกว่านี้ก็เชิญเลยครับท่าน กดด้านบนได้เล้ยครับผม
From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 21:26:02 น. ]

ความเห็นที่ 48

*** ไม่ค้นหาก็ตายเปล่าชีวิตเราที่เกิดมา กิน นอน กาม โลภ โกธ หลง *** ถ้าผมไม่เหมือนท่านก็ให้เกรียติผมบ้างอย่ามาหาว่าผมบ้า.......แนวทางใครก็ทางมันไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีความสุขแบบง่าย .....แล้วตายอย่างคนธรรมดา ก็หน้าจะพอแล้วชีวิตหนึ่ง......อย่งเบียดเบียนตนเองและโลกกันมากนักเลย........น้ำมันๆๆๆๆนะเขาว่าไม่เกิน80ปีก็หมดแล้ว ....ท่านไม่เป็นไร ให้ลูกๆท่านเตรียมหัดปั่นจักยานไว้เถิด ถึงเวลานั้นแล้วลูกๆท่านท่านต้อง ใช้ขาปั่นแน่นอนครับ
From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 21:50:49 น. ]

ความเห็นที่ 49

*** อ่านเล่มนี้แล้วท่านจะได้รู้ว่าพระเจ้าคือใครครับผม*** หรือไม่ก็ปั่นใจมากแล้วท่านจะไปถึงพระเจ้า......ความอิดฉาริสหยาได้น้อยลง.......มองคนอื่นในแง่ดีแล้วที่จะมีสุข......ใจท่านจะได้ไม่ลุกเป็นไฟเผาพลานดังเช่นตอนนี้ .......อย่าปั่นแต่จักรยานนะครับปั่นใจกันด้วยและจะได้2เท่าครับผม***
From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 22:13:52 น. ]

ความเห็นที่ 50

*** นอนน้อยครับผมตอนนี้เพราะชีวิตก็หมดไปทุกนาทีปั่นก็พอแข็งแรงไม่ปั่นไปแบบซ๊อกตายไม่รู้จักรแก่แล้วมันจะกลายเป็นว่าไม่ได้ปั่นเพื่อสุขภาพแต่เพื่อความยากดังยากเด่นแล้ว.......ท่านจะเดี้ยงๆ หาว่าผมไม่เตือนไม่เชื่อก็ถามคุณหมดดูได้ หรือไม่ก็ไปปรึกษาแพทย์ดูว่าการออกกำลังกายเกินสพาพมันเป็นเช่นไร .......และมีโทษอย่าไร ออกกายนั้นดีแต่ต้องรู้สะภาพตนเองด้วยจ้า" แบบว่าปั่นให้มีความสุขอย่าปั่นให้เกิดทุกข์แล้วต้องเสียค่ายา ......แทนที่จะเป็นการประหยัดกลับต้องมาเสียมากกว่าคงไม่ดีแน่ครับท่าน.........ปล. แถวมาจากสะพานลำสาลีถ้าท่านจะปั่นบนพุตบาทหรือทางกทมจะสร้างทางจักรยานชั่วแถวๆหน้าบริษัทขายน้ำอัดลมโค้กนะผมว่าทำไม่ได้ผมลงปั่นดูแล้ววันนี้......เสาไฟฟ้าครับท่านมันติดทางเท้าก็แคบนิดเดี่ยวจ้า....ถนนก็แคบรถก้เยอะครับหน้ารามนะ

From : นาย solo/2500จักรยานคนจน [ 18 พ.ย. 48 - 22:22:36 น. ]

ความเห็นที่ 51

"กล้าคิด กล้าเป็นผู้นำ" นี่เป็นอีกชิ้นโฆษณาของแบล็ค เลเบิ้ล โดยเนื้อหาของโฆษณาสะท้อนให้เห็นว่า การที่เราจะมัวแต่ขัดแย้ง โต้เถียงกันต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยที่คุณยังไม่ได้ลงมือกระทำ มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะผลลัพธ์ยังไม่ก่อเกิด คุณก็ด่วนตัดสินใจไปแล้วว่าทำไม่ได้ ผมขอฝากคนแถวมิน ดิดดูหน่อยครับผม "
From : นาย solo/2500จักรยานเพื่อชีวิต [ 18 พ.ย. 48 - 22:54:39 น. ]

ความเห็นที่ 52

*** หนังสือดีที่ท่านๆหน้าหามาอ่านครับผม***
From : นาย solo/2500จักรยานเพื่อชีวิต [ 18 พ.ย. 48 - 22:56:57 น. ]

ความเห็นที่ 53

ความคิดเห็นที่ 503 : (58.11.70.106,192.168.100.3)
นางเด็กโง่ ก็เนื้อหนังมังสาของเราเองหาเงินได้ก็หาไปแก่แล้วคนที่ว่าไม่ได้มาให้เรากินจนแล้วเหมือนกันดาราที่ไปเป็นหมอนวดแล้วจะหนาว หาตังได้หนังยังดีเด่งดึ่งก็หาไปเถิด ลุงแก่แล้วยังชอบเลยดูแล้วแบบว่ามันปลุกเสือหลับได้นะนูนะเชื่อลุงเหอะ ขอลุงปั่นก่อนลุงแก่แล้ว คิดว่าทำบุญคนแก่หนู กุศลแรงนะจะจะบอกให้ เชินเข้าไปทำบุญลุงได้ใน เวพ www.thaimtb.com เพ่ชื่อนาย solo/2500

จากคุณ : www.thaimtb.com - [18 พ.ย. 2548 23:20:55


From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 23:28:45 น. ]


ความเห็นที่ 54

สวัสดียามดึกครับคุณ solo นอนดึกจังเลยนะครับ อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วดูแลสุขภาพด้วยนะเดี๋ยวจะไม่สบาย แต่รูปที่โพสต์เนี่ยดูหักมุมดีแท้!!

From : สมพิศ [ 18 พ.ย. 48 - 23:37:12 น. ]

ความเห็นที่ 55

*-*** ปั่นไปหาที่นอนก่อนดีกว่า เดี่ยวชักมม้าคึกคักแล้วไม่ดี .........ราตรีสวัดสวัดดีจ้า บ่ายจากนาย solo ปล.ผมคิดถึงพี่คนนี้มากจ้า....ผมว่าท่านหน้ารักทั้งครอบครัวเลยครับผม....
From : นาย solo/2500 [ 18 พ.ย. 48 - 23:41:28 น. ]

ความเห็นที่ 56

เครื่องไหนสวยกว่าคนพวก .......High Performance Notebook ความละเอียดสูง 1,680*1,050 (WSXGA)

ถ้าคุณกำลังมองหา Notebook ที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับ การเล่นเกมส์ หรือ ทำงาน Graphic Cad/Cam หรือ การตัดต่อวีดีโอ หรือ งานทางด้านกราฟฟิคต่างๆ FINAL BTO Notebook SH01 น่าจะเหมาะสำหรับท่านด้วยคุณสมบัติเด่น:
ฺBuild in tv tuner card พร้อม Remote
ฺจอภาพใหญ่ ขนาด 15.4" แบบ Wide screen ความละเอียด 1,680*1,050
ฺตัวประมวลผลภาพ จาก ATI Radeon X600 Mobility พร้อมหน่วยความจำ 128 MB/128 BIT
ฺเครื่อง DVD Writter รองรับ Dual Layer
....รายละเอียด เพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

From : นาย solo/2500จักรยานคนจน [ 19 พ.ย. 48 - 00:10:19 น. ]


ความเห็นที่ 57

FINAL BTO H03..ใหม่ล่าสุด สวยสะดุดตา เบา บาง ประสิทธิภาพสูง

สำหรับท่านที่กำลังมองหา Notebook บางๆ เบาๆ น้ำหนัก 1.8 KG พร้อมด้วยเทคโนโลยี่ล่าสุด Intel® Centrino 2 (Sonoma) ด้วย ตัวประมวลผล Intel® Pentium M 1.73 Ghz หน่วยความจำ DDR2 512 MB ขยายได้สูงสุด 2 GB พร้อมด้วยตัวเขียน DVD Writter Dua
l Layer และจอภาพ แบบ Clear Type ขนาด 12.1".... โทษที่เพื่อนคำอธิบายมันสลับกันจ้า

From : นาย solo/2500จักรยานคนจน [ 19 พ.ย. 48 - 00:13:13 น. ]


ความเห็นที่ 58

*** ตอนปั่นใหญ่เร็วนี้อันนี้คงดีและคนข้างมาปั่นด้วยยิ่งดีครับผม......."แบบว่าตอนดดึกๆคลายเครียนะ ผมทำงานดึกครับ ธุระกิดรัดตัวม๊ากๆตอนนี้แบบว่าหลับคาคอมเล้ยจริงนะครับผม เช่าชั่วโมง10/ช่ม.นอนในร้านเน๊ตดีก้าวเช่าโรงแรม เป็น500-1000 ผมว่าคนรวยมันโง่จ้านอนร้านเนตดีกว่าได้สองอย่าง..คิเอาเองจ้า*** ไม่ไปนอนวัดคืนนี้แบบว่าก็ผีหลอกจ้า****
From : นาย solo/2500 [ 19 พ.ย. 48 - 00:26:24 น. ]

ความเห็นที่ 59

ขอเชิญทุกท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ วัดปทีปพลีผล www.watpatip.com
From : คณะสฆ์ วัดปทีปพลีผล [ 28 มิ.ย. 49 - 13:31:14 น. ]

ความเห็นที่ 60

www.thaicycling.com
From : นักปั่นกับตันมอๆๆ [ 29 มิ.ย. 49 - 14:30:08 น. ]

ความเห็นที่ 61
***................***กราบณมัดสะการครับคณะสฆ์ วัดประทีปผลีผล***
From : นักปั่นกับตันมอๆๆ [ 29 มิ.ย. 49 - 14:33:27 น. ]

ความเห็นที่ 62

http://music.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6506
From : กบปั่นเสือจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 14:42:22 น. ]

ความเห็นที่ 63
ผมนายธงชัยอินเตอร์จักรยานเพื่อชีวิตแห่งเมืองสุพรรณบุรีรับกำจัดหญ้าและขะยะทุกชนิดทุกประเพทเดินทางทำมาหากินคิดค่าแรงแค่วันละไม่เกิน200/วันผมจะปั่นจักรยานมาใส่หมวกฮอบชาวนามาตัดหญ้ามากำจัดสิ่งสกกระปกรรกรุงรังใหแก่ท่านติดต่อได้ในกาทู้ต่อไปครับท่าน......ฮาๆๆๆ "จักรยานเพื่อซีวิตจ้าๆๆๆๆๆๆๆของเจอมาของจริงครับเพ่แถวๆสุ้พันจ้า"
From : จักรยานก็เหมือนกบจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 14:47:00 น. ]

ความเห็นที่ 64

คนรักคนมีจักรยานจ้าพวกเราทั้งนั้นรักกันไว้เถิดร่วมเกิดแดนไทยจ้า
From : กบก้าปๆๆ [ 29 มิ.ย. 49 - 14:49:00 น. ]

ความเห็นที่ 65

"รักกันดีกว่าเกลียกันจ้าคนจักรยานจ้า"
From : กบทอดกรอบจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 14:51:38 น. ]

ความเห็นที่ 66

65นั้นเสาหลังเมือสุพรรณนี่เราจำได้ปั่นไปมาเองแต่ดันลืมจ้าเห็นรูปแล้วเราจำได้ก็เคยปั่นไปมานี่จ้าสุพรรณเมืองวัดงามคนดีแต้จ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
From : กบกินหอยจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 14:54:08 น. ]

ความเห็นที่ 67

เอาท่านอาจารย์สอนดนตรีไทยให้เด็กๆและเป็นนักจักรรายการวิทยุแห่งเมืองสุพรรณจ้าส่วนจักรยานสีแดงๆมีฮอบหมวกแบบชาวนานั้นเป็นขอคุณพี่ธงชัยอินเตอร์จักรยานเพื่อชีวิตแห่งเมืองสุ้พรรณจ้า.........ก็คนในรูป62นั้นละพี่เขากำลังถอนหญ้าหน้าร้านที่เขารับจ้างเพื่อประทับซีวิตจ้า.......เอ้านักปั่นรวยๆๆๆแห่งสู้พรรณเห็นกันมั่งบ่ทรักทจ้า.........ฮาๆๆๆ
From : กบอยากกินนกจ้านกเขาน้า [ 29 มิ.ย. 49 - 14:59:58 น. ]

ความเห็นที่ 68

*** เอ้าเพื่อนนักปั่นใครปั่นมากๆแล้วหิวน้ำก็เชินดื่มน้ำใจจากกาน้ำแห่งซีวิตได้จ้าคิกดูที่ที่อีคอนรปในกระทู้ที่61 จ้าแล้วอาฐิษฐานขอให้ร้อยมากด้วยเดอร์...........และอย่าลืมแบ่งให้โล่มั่งนะพวกนะ.............ฮาๆๆๆ โล่หน้ารักสำเสอมไม่ได้ขาดจ้า.........ฮาฮุ้ยฮาๆๆๆ***
From : ไปปั่นตอ่มันกว่าจ้าพวกวุ้ย [ 29 มิ.ย. 49 - 15:05:22 น. ]

ความเห็นที่ 69

http://music.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6506
From : กับตันมอๆๆๆจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 15:08:44 น. ]

ความเห็นที่ 70

http://www.thaicycling.com/mediaplayer.asp?song=ใจประสานใจ&mtype=mp3
From : กบปั่นเสือ [ 29 มิ.ย. 49 - 17:29:19 น. ]

ความเห็นที่ 71

เพลง"ใจประสานใจ"
คำร้องและทำนองโดย ท่านไพรัช เกิดศิริ

วันและคืนที่เวียนหมุนไป ชีวิตจึงได้พบผ่าน
ร้อนและหนาว ทั้งเศร้าและสุขสันต์ แต่ฉันยังฟันฝ่าไป

ล้อก็หมุนกับขาก็ปั่น โขดหินโคลนดินพื้นทราย
ป่าเขากีดขวางยังมุ่งสู่จุดหมาย ด้วยกายและใจแข็งแกร่ง

เพียงแต่เราพร้อมใจเป็นหนึ่ง ฟ้าเรานั้นจึงสดใส
มอบสิ่งที่รักเชื่อมสลักด้วยหัวใจ ทั่วทางยาวไกลย่อมไปถึง

วันและคืนที่เวียนหมุนไป ชีวิตจึงได้พบผ่าน
ร้อนและหนาว ทั้งเศร้าและสุขสันต์ แต่ฉันยังฟันฝ่าไป

เพียงแต่เราพร้อมใจเป็นหนึ่ง ฟ้าเรานั้นจึงสดใส
มอบสิ่งที่รักเชื่อมสลักด้วยหัวใจ ทั่วทางยาวไกลย่อมไปถึง

ล้อก็หมุนกับขาก็ปั่น โขดหินโคลนดินพื้นทราย
ป่าเขากีดขวางยังมุ่งสู่จุดหมาย ด้วยกายและใจแข็งแกร่ง


From : กบจำศิลจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 17:37:49 น. ]


ความเห็นที่ 72

เพลง"ครอบครัวจักรยาน"
คำร้องทำนองอภินันท์ เรียบเรียงสโมสร อภินันท์

สองขาปั่น สองล้อหมุน เกื้อหนุนกันสร้างสรรค์สังคม
เขียวขาวกล่าว เราชื่นชม สร้างสังคมเพื่อเมืองน่าอยู่ (หยุด)
ปั่นไปเที่ยว ธุระทำงาน ปั่นกลับบ้านเยี่ยมเพื่อนเรือนเคียง
ปั่นไปรับคนรักไม่เสี่ยง แต่เรามีเพียง ทางจักรยาน (หยุด)
ปั่นสบายผ่อนคลายกายใจ ปั่นเข้าไปปั่นฝันมวลมิตร
ประหยัด พลังงาน ปลอดมลพิษ คิดไปไหน
อย่าลืมปั่น ปั่นจักรยาน
ลูกเล็กเด็กแดงเขาร้องบอก บอกอยากปั่นจักรยาน
ลูกเล็กเด็กแดงเขาร้องบอก ขออยากมีจักรยาน
ครอบครัวจักรยาน เรามีจักรยาน
ปั่น ปั่นจักรยาน บนทางจักรยาน
มารวมเป็นครอบครัว ครอบครัวจักรยาน
เรารวมเป็นครอบครัว ครอบครัวจักรยาน
เรารวมเป็นครอบครัว ครอบครัวจักรยาน


From : กบร้องเพลงจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 17:54:42 น. ]

ความเห็นที่ 73

http://www.thaicycling.com/mediaplayer.asp?song=ครอบครัวจักรยาน&mtype=mp3
From : กบรักเพื่อนนักปั่นๆๆ [ 29 มิ.ย. 49 - 17:55:55 น. ]

ความเห็นที่ 74

เพลง"ปั่นกันทั่วไทย"
คำร้องทำนองอภินันท์ เรียบเรียงคุณอี๊ด

สร้อย... ปั่น ปั่น กันทั่วไทย ไปไปกันทั่วทุกทิศ
ฟังเสียงซึงให้นึกถึงดินแดนล้านนา
ธรรมชาติลานตา ริมทางจักรยาน
ประเภณีสืบสาน ตำนานจักรยานกางจ้อง (สร้อย)
ฟังเสียงขลุ่ย ได้นั่งพูดคุยริมคลองขวัญเรียม
กรุงเทพเร่งตระเตรียม เตรียมทางจักรยาน
หนุ่มสาวขี่จักรยาน แทนวันวานขี่ควาย (สร้อย)
ฟังเสียงแคนให้นึกถึงดินแดนอีสาน
เมืองเขามีตำนาน ตำนานจักรยานคนจน
บ้านเรือนทุกแห่งหน รวยจนมีจักรยาน
ฟังเสียงไวโอลีน ใจเลยถวิลถีงเพลงร้องแงง
ชายเลทุกหนแห่ง มีทางจักรยาน
สองฝั่งทะเลตระการ จักรยานปั่นริมทะเล (สร้อย)
กลองยาว หรือดนตรี แสดงความเป็น 4 ภาค (สร้อย)


From : กบปั่นเที่ยววัดจ้า [ 29 มิ.ย. 49 - 17:57:43 น. ]

ความเห็นที่ 75

http://www.thaicycling.com/mediaplayer.asp?song=ปั่นกันทั่วไทย&mtype=mp3
From : กบรักเพื่อนๆเสมอๆๆ [ 29 มิ.ย. 49 - 17:59:04 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ