00001
*** ปั่น10ปี ตามรอยพระพุทธเจ้า.........9999 วัดทั่วแคว้นแดนสยาม ***

*** การปั่นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2548 จุดเริ่มต้นออกจากวัดพระแก้วฯ โดยการปั่นรอบวัดพระแก้ว 9 รอบแล้ว ปั่นไปตามวัดต่างในกทม ให้ได้99 วัดแล้วปั่นขี้นทางเหนือ ไปเรื่อยๆเพื่อให้ได้วันละ9วัดไปตามเส้นทาง กมท ประทุมธานี อยุธยา สุพรรบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท กำแพงเพชร สุโขทัย พิศนุโลก ...........จนถึงสุดเขตแดนสยามทางตอนเหนือ........แล้วปั่นยอ้นลงมาทางไต้จนถึงไต้สุด..........แล้วปั่น ย้อนมาออกอีสานสุด.........แล้วปั่นย้อน.........มาหนองบัวลำพูด้านตะวันออกสุดๆ แล้วปั่นย้อนไปเรื่อย วันละ9วัดไปจนสุดจังหวัดตาก.........คือปั่นตามวัดต่างๆทุกจังหวัดว่างันเถอ.......จุดประสงค์มีสามข้อคือ 1 เป็นการท่องเที่ยวดูความสวยงามของวัดวาอารามต่างๆที่มีอยู่ เกือบ3หมื่อนกว่าวัดในประเทศไทย.....2. เพือเป็นการรณรงค์ให้คนหันมาสนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรัษณ์ประหยัดพลังงานและชื่นชมกับธรรมชาติ 3.เพื่อบอกให้รู้ว่าการมีความสุขแบบง่ายๆการหากินเลี้ยงชีพด้วยการปั่นจักรยานไปทั่วไทยนั้นทำได้และ ทำให้ชีวิตมีสันติสุขแท้จริงๆด้วยจักรยานได้ *** ตามคติที่ว่า กินง่าย อยู่ง่าย มีความสุข แบ่งปั่นให้ผู้อื่นมีสุขด้วย ***
By : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 18:26:11 น. ]

ความเห็นที่ 1

*** เริ่มปั่น 9.00น ประตูวัดพระแก้วด้านกทรวงกลาโหมครับท่าน วันที่ 5 ธันวาคม 2548***
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 18:38:07 น. ]

ความเห็นที่ 2
นายsolo เปลี่ยนฉายาใหม่อีกแล้วหรือ?!?
From : บลู [ 12 พ.ย. 48 - 19:30:32 น. ]

ความเห็นที่ 3

http://www.tantee.net/board/user/topic_view.php?viewstr=mtb2005,1,9
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 12 พ.ย. 48 - 20:11:15 น. ]

ความเห็นที่ 4

ริชาร์ด เกียร์วางแผนสร้างหนังพระพุทธเจ้า
โดย เคย์ จอห์นสัน www.dhammatimes.com
apichaya แปล (อาสาหนุ่มสาวชาวพุทธ)






ริชาร์ด เกียร์วางแผนสร้างหนังพระพุทธเจ้า

กรุงนิวเดลี - ริดชาร์ด เกียร์ ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง วางแผนสร้างภาพยนตร์มหากาพย์เยวกับพระพุทธเจ้า เรื่องนี้เขียนบทโดย ดีปาค โชปรา ( Deepak Chopra ) นักปราชญ์ นักเขียนแนวศาสนาและจิตวิญญาณจากอินเดีย

บี.เค. โมดิ ประธานคณมหาบดีแห่งอินเดีย กล่าวถึงจุดประสงค์ของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า เพื่อสร้างความตื่นตัวของโลกเกี่ยวกับธรรมะของพุทธศาสนิกชน,พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า,ความเมตตากรุณา,และความสงบของจิตใจ
ภาพยนตร์นี้ทุ่มทุนสร้างประมาณ 100 ล้านเหรีญสหรัฐ คาดว่าจะออกฉายในปี 2006 ซึ่งตรงกับการฉลองครบรอบ 2550 ปี หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
ถึงแม้ว่าขณะนี้ผู้สร้างยังไม่ได้สรุปผลการคัดเลือกนักแสดง แต่สองดาราบอลลีวู้ด,วิเวค โอเบอรอย และ อิศวญา ไร แสดงความสนใจในโปรเจกภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญจากฮอลลีวู้ดและวงการภาพยนตร์อินเดียอีกด้วย

หมายเหตุ*Bollywood คือวงการภาพยนตร์ของอินเดีย
From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 20:19:21 น. ]


ความเห็นที่ 5

พระพุทธรูปรอดพ้นจากการทำลายของคลื่นยักษ์สึนามิ
แปลจาก www.dhammatimes.com
นัฐ แปล มณี และ บ้านสายรุ้ง เรียบเรียง





เมือง Galle, ประเทศศรีลังกา
พระพุทธรูปจำนวนมากที่หล่อด้วยปูนซีเมนต์ หรือ ปูนพลาสเตอร์ นั่งนิ่งในท่าขัดสมาธิยิ้มอย่างสงบเย็น ท่ามกลางซากกำแพงอิฐ ปรักหักพัง อันเป็นผลพวงของคลื่นยักษ์สึนามิยังคงหลงเหลือให้เห็นจำนวนไม่น้อย ในจำนวนนั้น มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สูง 10 ฟุต รวมอยู่ด้วย
พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่เรียงรายใกล้ๆกับสะพาน ที่อยู่ริมฝั่งของจุดจอดรถของเมืองศรีลังกาตอนใต้ ให้รอดพ้นจากคลื่นยักษ์ซึ่งพัดพาเอา รถยนต์ จักรยายนต์ และรถบัส เข้าไปรวมกองกันในตึก บานหน้าต่างของตู้กระจกที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปแตกละอียด แต่โครงสร้างของตู้ยังคงแข็งแรงมั่นคงอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพัน ในบริเวณนั้น และเกือบ 30,000 คนทั่วประเทศศรีลังกา
ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บนเกาะ ประมาณร้อยละ 70 เป็นชาวพุทธ ที่เหลือเป็นชาวคริสต์ ฮินดู และ มุสลิม ความอดทนและปฏิสัมพันธ์ระหว่างความเลื่อมใสศรัทธาในแต่ละศาสนามีสูงมาก หลายคนในเมือง Galle สวดมนต์ให้กับคนที่นับถือศาสนาอื่น ถึงแม้ว่าจะยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องชนเผ่าทางตอนเหนือของศรีลังการะหว่าง ชนกลุ่มน้อย Tamil ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู กับชนส่วนใหญ่ Sinhalese ซึ่งนับถือศาสนาพุทธเกือบทั้งหมด พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนแท่นหิน มีลักษณะนุ่มนวลอ่อนช้อย มือทั้งสองประสานกันเหนือหน้าตักในท่าทำสมาธิ เปลือกตาหนา ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยอย่างสุขุม ยิ้มในสีหน้า องค์พระพุทธรูปห่มด้วยผ้ากาสาวพัตร์สีเหลืองทอง ด้านหลังประดับด้วยผ้าม่านลวดลายภาพวาดของภูเขา
ส่วนในสถานที่อื่นๆ สัญลักษณ์ทางศาสนาต่างๆได้ถูกทำลายลง หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและติดตามมาด้วยคลื่นยักษ์สินามิที่โหมเข้าทำลายชายฝั่งของหลายๆประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทางตอนใต้ของอินเดีย วัดฮินดูเก่าแก่ที่มีอายุกว่าศตวรรษในมลรัฐ Kerala ได้สูญหายไปในทะเล และอีกวัด ที่ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของรัฐได้พังทลายลง ทำให้ศาสนิกชนจำนวนมากที่เข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาล้มตายจำนวนมาก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในใจกลางเมือง Galle ผู้คนจำนวนหนึ่งยังคงแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่พระพุทธรูปรอดพ้นจากอำนาจมหาศาลของคลื่นยักษ์ น่าจะเนื่องมาจากพระพุทธรูปเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นด้วยรากฐานอันมั่นคง เฉกเช่นเดียวกับรูปปั้นของนายกรัฐมนตรีในอดีตของ Galle และรูปปั้นของทหารหาญผู้ซึ่งเสียชีวิตในสงครามการสู้รบกับกบฏ Tamil
"พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลผู้ซึงได้รับพรอันประเสริฐ..ดังนั้นรูปปั้นของพระองค์จึงได้รับการปกป้องคุ้มครอง" เป็นคำกล่าวของ U.M. Husain คนงานชาวมุสลิม ผู้หนึ่งที่รอดพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมด้วยการปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนโต๊ะ และกลิ้งตัวขึ้นไปบนผนังกำแพงเมื่อโต๊ะถูกน้ำพัดพาไป ชาวพุทธ เชื่อในเรื่องของการห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ชาวพุทธบางคนกล่าวว่า เหตุกาณ์แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียอันเป็นต้นกำเนิดของคลื่นมหันตภัยครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สัตว์จำนวนมากถูกฆ่าตายเพื่อการเฉลิมฉลอง พวกเขายังกล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในศรีลังกา เมื่อปีที่แล้วก็เกิดขึ้นระหว่างสิ้นสุดเทศกาล รอมาดอน อันเป็นเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมเช่นกัน คลื่นยักษ์ได้ทำลายกำแพงโดยรอบของวัดพุทธแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งลงอย่างราบคาบ อุปกรณ์ตกแต่งภายในต่างๆภายในวัด ถูกคลื่นทำลายและพัดพาไป ในขณะที่พระพุทธรูปองค์เล็กๆซึ่งตั้งอยู่ในกำแพงกระจกยังคงรอดพ้นจากการถูกทำลาย ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในวัดกล่าวว่า ยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่รอดพ้นจากการถูกทำลาย โดยมีรถบัสคันหนึ่งล้มลงและปิดกั้นองค์พระพุทธรูปไว้ และรับแรงกระแทกอันเกิดจากคลื่นนั้นแทน ในซอกมุมหนึ่งของตัวเมือง
ประชาชนผู้ศรัทธาในศาสนาจำนวนหนึ่งหลบอาศัยอยู่ในวัดฮินดุ ที่มีกำแพงปกคลุมไปด้วยต้นมอส และมีรูปปั้นของเทพเจ้าที่เป็นสัตว์ต่าง ๆ กลิ่นธูหอมอบอวลทั่วบริเวณที่มืดสลัว มีสุนัขขี้เรื้อนนอนขดตัวหลับอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
Nimala Ubeysiri ชาวพุทธผู้ซึ่งแวะเวียนเข้ามาสักการะวัดฮินดูทุกสัปดาห์กล่าวว่า การรอดพ้นจากคลื่นสึนามิครั้งนี้เป็นเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ ประชาชนในประเทศควรที่จะสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน และลืมเรื่องความแตกต่างระหว่างกันเสีย" เธอกล่าว



From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 12 พ.ย. 48 - 20:22:37 น. ]


ความเห็นที่ 6

"ออร์แลนโด" ดาราจากภาพยนตร์เรื่อง "เดอะ ลอร์ดออฟเดอะริงส "เข้าพิธีประกาศตนเป็นชาวพุทธฯ

Lords of the Rings star embraces Buddhism by Nabanita Sircar, The Hindustan Times, December 6
แปล โดย อาสาbudpage




ลอนดอน, อังกฤษ - ดาราฮอลลีวูด ออร์แลนโด อายุ 27 ปี นักแสดงผู้รับบทเป็น แลกูลัส ในภาพยนตร์เรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริง ได้ประกาศตนเป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว !
เขาได้ใช้เวลาในการสำรวมจิต เพื่อย้อนมองส่องตน ว่าตนเองได้กระทำสิ่งใดที่ผิดพลาด ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเตือนตนเองในการปฏิบัติตนเองในชีวิตประจำวัน
ออร์แลนโดได้เข้าร่วมพิธีทางพุทธศาสนากับพุทธมามกะอื่นๆ อีก 60 คน ที่ โซกา กัคไก ศูนย์พุทธศาสนิกชนนิกายนิชิเรนระหว่างประเทศ ผู้ที่พบเห็นได้กล่าวว่า "ดูเขาดูมีความสุขมากจริงๆ รู้สึกสบายและค่อนข้างจะตื่นเต้นทีเดียว."

บลูมได้บอกเล่าถึง คัมภีร์ซึ่งเป็นตัวอักษรจีนและสันสกฤติบนกระดาษม้วน ในวันนั้นเขาใส่ยีนส์ เสื้อถักสีอูฐและเสื้อเชิ้ต, เขาได้คัมภีร์ม้วนนี้จากประธานในพิธี
ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งเล่าว่า "เขารับคำภีร์และจับมือกับประธานเหมือนกับคนอื่นๆ และท่าทางของเขาดูสงบ."
เขาเล่าต่อไปว่า
"เมื่อได้รับคำภีร์ครบทั้งหมดทุกๆคนแล้ว ทุกคนต่างปรบมือแสดงความยินดี หลังจากที่เราทุกคนได้ดื่มชาด้วยกัน หลังจากนั้นออร์แลนโดได้ไปที่ร้านของขวัญ. คนกำลังเข้าแถวเยอะมากเพื่อรับหนังสือที่ออร์แลนโด เขียนด้วยตัวเขาเองและถ่ายรูปกับเขา เขารู้สึกเป็นกันเอง และไม่ถือเนื้อถือตัวเลย "
ออร์แลนโดบอกว่า คัมภีร์ของพุทธศาสนานิกายนิชิเรนที่เขาได้รับ เป็นสิ่งที่นำความภูมิใจมาให้บ้านของเขา. มันจะถูกเก็บในศาลเจ้าทำด้วยไม้ที่มีเทียนล้อมโดยรอบ เขาจะสวดภาษาญี่ปุ่นศักดิ์สิทธิ์ นำเมียวเรนเคียว วันละสองครั้ง. แล้วเขาต้องยังอ่านและท่องพระสูตรดอกบัว 2 บท อีกด้วย
ออร์แลนโด เป็นนักแสดงบทเอลฟ์ ชื่อ แลกูลัส ในภาพยนตร์เรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงทั้งสามภาค
และ แม้ว่าแลกูลัสจะไม่เคยกล่าวในที่สาธารณชนเกี่ยวกับความศรัทธาทางศาสนาของเขา แต่เราจะสามารถรู้ได้จากการที่เขานับลูกประคำอยู่เสมอๆ.

From : นักปั่นกับตันมอเร่ [ 12 พ.ย. 48 - 20:26:48 น. ]


ความเห็นที่ 7
คลื่นสึนามิพัดพาพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ข้ามทะเลออกไป 1,000 กิโลเมตร

แปลโดย Ning Yellow อาสาหนุ่มสาวชาวพุทธ





เมืองทามิล นาดุ อินเดีย - กลางเดือนธันวาคม พระพุทธรูป 5 นิ้วซึ่งเป็นลักษณะ ของพระพุทธรูปในพม่า ถูกนำไปวางบนชั้นที่ถูกประดับตกแต่ง และมัดกับแพไม้ไผ่ จากนั้นถูกนำไปลอยในแม่น้ำ อิระวดี เพื่อจะได้ลอยผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขับไล่ความชั่วร้าย พระพุทธรูปได้ลอยจนถึงปากแม่น้ำ และหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นก็เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
ผ่านไป 8 วัน พระพุทธรูปถูกพัดออกไป 1,000 กิโลเมตร ชาวประมงในทามิล นาดุ สังเกตเห็นแพลอยมาเกยฝั่ง กระดาษฟอยล์ที่ใช้ประดับตกแต่ง ทอแสงระยิบระยับกลางแสงอาทิตย์ ผู้ชาย 9 คนลงเรือไปสำรวจและนำแพไม้ไผ่ซึ่งถูกมัดติดกันด้วยเชือกตากผ้าพลาสติก และมีกระดาษฟอยล์ที่ทำเป็นรูปดอกไม้ติดประดับอยู่ ผู้โดยสารเพียงหนึ่งเดียวบนแพนั้นคือรูปทรงทำด้วยโลหะนั่งขัดสมาธิบนแผ่นที่ดูเหมือนโลหะ และชั้นที่ดูเหมือนกระท่อมไม้ แจกัน 3 ใบ เทียน 1 เล่ม เหรียญจำนวนหนึ่ง และจีวรพระสีน้ำตาลแดงซึ่งมีคำว่า "พม่า" เขียนไว้ และติดไว้บนแผ่นป้าย ถูกติดไว้ข้างๆพระพุทธรูป
ชาวบ้านในหมู่บ้าน Meyyurkuppam ซี่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆในทามิล นาดุ ทางตอนใต้ของอินเดีย ไม่มีใครรู้ว่ารูปปั้นที่มาจากต่างประเทศนั้นคือรูปอะไร แต่ชาวตะวันตก 2 คนบอกชาวบ้านว่ารูปปั้นนั้นเหมือนพระพุทธเจ้า ที่จริงแล้วรูปปั้นนั้นคือรูปแกะสลักรูปร่างอวบที่เรียกว่า Jalagupta ซึ่งชาวพุทธในพม่าบูชา ทุกอย่างบนแพไม้ไผ่ไม่เสียหายแม้เพียงเล็กน้อย และพระพุทธรูปยังมาถึงเวลาเดียวกับที่เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในหมู่บ้าน Meyyurkuppam นั่นคือทุกคนในหมู่บ้านรอดชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ดังนั้นชาวบ้านจึงยืนกรานให้นำสิ่งที่ชาวฮินดูเรียกว่า "บุดด้า สวามิ" หรือ "พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญา" ไปไว้ที่ใต้ต้นไทรที่ใหญ่ที่สุด มีผู้เชื่อว่าพระพุทธรูปที่ลอยมานี้ได้ปกป้องผู้อยู่อาศัย 980 คน ในหมู่บ้าน Meyyurkuppum ดังนั้นพิธีบูชาที่จัดหลังเหตุการณ์สึนามิจึงเกิดขึ้น
พระในยุคใหม่รูปหนึ่งอ้างว่า พลังต่อต้านความชั่วร้ายของพระพุทธรูปทำให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กำลังเป็นที่ขัดแย้งกันอยู่นั้น ไม่ปล่อยรังสีไปตามแนวชายฝั่ง ทำให้ผู้รอดชีวิตจากคลื่น สึนามิไม่ป่วยเป็นมะเร็ง พนักงานเทคนิคที่โรงงานนิวเคลียร์อย่างน้อย 30 คนที่อาศัยอยู่ใกล้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเมือง Kalpakkam สูญหายไปกับคลื่นสึนามิ แต่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไม่เสียหายแม้เล็กน้อย ชาวอินเดียมากกว่า 16,000 คน เสียชีวิตและสูญหายหลังจากคลื่นยักษ์เปลี่ยนรูปทรงของอ่าวเบงกอล แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้าน Meyyurkuppam
"มันคือปาฏิหาริย์" หัวหน้าหมู่บ้าน Meyyurkuppum กล่าว "เราวางน้ำ 1 แก้ว และดอกไม้ 1 ดอก ไว้ข้างหน้าพระพุทธรูปทุกวัน" เราจะบูชาพระองค์เหมือนที่เราบูชาพระพุทธเจ้าหลายๆองค์ของเรา ชาวบ้านยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าของพวกเขา"
สัปดาห์ที่แล้ว มีพิธีชำระล้างรูปปั้นและสัญลักษณ์มงคลของชาวพุทธในพม่า ไทย ลาว กัมพูชา ศรีลังกา และตอนใต้ของจีน ในช่วงการเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวพุทธเถรวาท ซึ่งจัดเป็นเวลา 3 วัน พระพุทธรูปแห่ง Meyyurkuppam ได้รับการสรงน้ำและมีการถวายของหวาน มีการประดับไฟสวยงามรอบๆพระเจ้าองค์ใหม่นี้ "เราจะเก็บรักษาพระองค์ไว้ที่นี่" N Padavattam ชาวเรือท้องถิ่นกล่าว "เรามีความสุขมากกับการมาของพระเจ้าองค์นี้"
"นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์" พระวิเวกจากกรุงเทพฯ กล่าว "พระพุทธศาสนามาถึงปากแม่น้ำของแม่น้ำต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษที่ 3 เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราช จักพรรดิของอินเดียส่งมิชชันนารีไปยัง Golden Land ตอนนี้ ทะเลได้นำพระพุทธศาสนากลับสู่ดินแดนต้นกำเนิดแล้ว
ในเดือนกุมภาพันธ์ สถานทูตพม่าในนิวเดลีส่ง K Gurumurthy จากหอการค้าอินโดจีน-พม่า มาตรวจสอบรูปเคารพโลหะ ที่ในตอนแรกร่ำลือกันว่าเป็นทองสัมฤทธิ์จากศตวรรษที่ 17 เขาบอกนักข่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีค่าทางจิตใจ แต่เป็นแค่รูปแกะสลักธรรมดา ที่ลอยไปตามกระแสน้ำของแม่น้ำอิระวดี ในฤดูฝน แต่ไม่มีองค์ใดที่ลอยไกลข้ามทะเล พระพุทธรูปองค์เล็กๆองค์นี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องมงคล
ชาวบ้านของหมู่บ้าน Meyyurkuppam เห็นพ้องที่จะย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่เจดีย์บนที่สูง เพราะกฎที่ออกมาหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ ห้ามก่อสร้างทุกอย่างภายในระยะ 500 เมตรจากชายฝั่ง เมื่อรัฐบาลบริจาคที่ดินสำหรับก่อสร้างวัดใหม่ จะมีการสร้างที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจากการบริจาคของประชาชนชาวพม่า ในระหว่างนี้ครอบครัวของชาวประมงสวดมนต์ให้ "พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญา" องค์ใหม่นี้ทุกวัน
From : นักปั่นกับตันมอเร่9999 [ 12 พ.ย. 48 - 20:34:29 น. ]


ความเห็นที่ 8

๑๙. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวัฑฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร


ภูมิลำเนาเดิม ๐ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรนายน้อย นางกิมน้อย คชวัตร
วันประสูติ
๐ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๖ ในรัชกาลที่ ๖
วันสถาปนา ๐ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระชนมายุ ๐ ๘๙ พรรษา

--------------------------------------------------------------------------------

สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ (เจริญ สุวัฑฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร นามฉายาว่า สุวัฑฒโน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ลำดับที่ ๖ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นต้นมา
สมเด็จฯ มีชาติภูมิอยู่ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่ ๑ ในจำนวนบุตร ๓ คน ของนายน้อย คชวัตร และนางกิมน้อย คชวัตร ชาติกาล ณ บ้านวัดเหนือ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ เวลา ๐๔.๐๐ น. เศษ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
อายุได้ ๘ ขวบ ได้เข้าศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆาราม และโรงเรียนในสมัยนั้นก็คือ ศาลาวัดนั่นเอง จบชั้นประถม ๓ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ มีอายุย่างเข้าปีที่ ๑๔ ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม มีพระครูอดุลสมณกิจ (ดี พุทธโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อออกพรรษาแล้วได้ไปเรียนบาลีไวยากรณ์ที่วัดเสนหา จังหวัดนครปฐม ในพรรษานั้น เพื่อกลับมาสอนที่วัดเทวสังฆาราม ในพรรษาต่อมาคือ พ.ศ. ๒๔๗๒ พระครูอดุลสมณกิจได้พาสมเด็จฯ มาถวายตัวต่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระยศในขณะนั้นของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์) เพื่ออยู่ศึกษาต่อ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ประทานนามฉายาว่า สุวัฑฒโน
พ.ศ. ๒๔๗๒ อายุ ๑๗ ปี สอบได้นักธรรมชั้นตรี เมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญ ๔ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๗๖ สมเด็จฯ มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้กลับไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเทวสังฆาราม พระครูอุดมสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทแล้วอยู่จำพรรษาช่วยสอนปริยัติธรรม ณ วัดเทวสังฆาราม ๑ พรรษา ออกพรรษาแล้วจึงกลับมาวัดบวรนิเวศวิหาร อุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุตอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ เจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (พระสมณศักดิ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในขณะนั้น) ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ แม้จะกลับมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ก็ยังคงไปมาช่วยสอนพระปริยัติธรรมที่วัดเทวสังฆารามอยู่อีก ๒ ปี
พ.ศ. ๒๔๗๖ อายุ ๒๑ ปี สอบได้เปรียญ ๕ ประโยค จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๘๔ อายุ ๒๙ ปี ก็สอบได้เปรียญ ๙ ประโยค
ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๗-๘ สมเด็จฯ ได้ศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤต เป็นพื้นฐานได้ศึกษาด้วยตนเองในเวลาต่อมา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ สมเด็จฯ ทรงนำมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ สมเด็จฯ ยังได้ศึกษาภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสด้วย โดยใช้เวลาว่างในตอนเย็นหรือกลางคืน ศึกษากับครูคฤหัสถ์ที่มาสอนเป็นการส่วนตัว แต่เนื่องจากไม่มีเวลาศึกษาอย่างติดต่อ ภายหลังจึงได้เลิกร้างไป
เมื่อสอบได้เปรียญชั้นสูงแล้ว สมเด็จฯ ก็เริ่มรับภาระหน้าที่ต่างๆ ทั้งวัดบวรนิเวศวิหาร ของคณะสงฆ์ และขององค์กรต่างๆ ทางพระพุทธศาสนามาโดยตลอด
ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๔ จนถึงปัจจุบัน สมเด็จฯ ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ที่สำคัญดังต่อไปนี้
พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญที่ พระโสภณคณาภรณ์
พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นเทพในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จออกทรงผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชอุปัธยาจารย์ ทรงเลือกสมเด็จฯ เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงผนวช และก็ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ์รักษาการพระวินัยธรชั้นฎีกา ในศกนี้
พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ)
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระญาณสังวร
พ.ศ. ๒๕๓๒ วันศุกร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๒ ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ย่อความจาก "ธรรมจักษุ"
นิตยสารทางพระพุทธศาสนารายเดือน
จัดทำโดย มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

From : นักปั่นกับตันมอเร่9999วัด [ 12 พ.ย. 48 - 20:38:09 น. ]


ความเห็นที่ 9

ส่งกำลังใจช่วย และส่งความสุขด้วยเช่นกันครับ...

From : เรียว คู้บอน(รามอินทรา) [ 12 พ.ย. 48 - 21:23:53 น. ]

ความเห็นที่ 10

* น่าจะนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของนาย solo 2500 (จักรยานคนจน) นับว่าน่าทึ่งสำหรับความคิดอ่านและการกระทำอีกก้าวหนึ่งที่แสดงให้...(((((..".คนชอบขี่จักรยาน."..)))))..ได้เห็นสามารถที่มีอยู่

* เมื่อประมาณบ่ายเศษวันนี้ ยังเจอเขาขี่อยู่บนถนนสุวินทวงศ์มุ่งเข้า อ.มินบุรี ได้คุยกันสองสามคำ ก็ต้องปั่นแซงเขามา เพื่อตามกลุ่มให้ทัน

* ขอเป็นกำลังใจให้นายสำเร็จในสิ่งที่นายคิดนายหวังในเร็ววัน.

From : "ลุงเนตร" [ 13 พ.ย. 48 - 18:56:22 น. ]


ความเห็นที่ 11
ถึงเจียงฮาย ยินดีต้อนรับครับ มีที่พัก 1 คืน อาหาร 1 มื้อ เหล้า 1 เมา hope to see u
From : เสือเปี๊ยะ [ 13 พ.ย. 48 - 19:18:49 น. ]

ความเห็นที่ 12
*** ผมต้องขอบพระคุณๆลุงเนตรมากครับที่ให้คำแนะนำแล้วกำลังใจแก่ผมและเพื่อนชาวจักรยานเสมอมา และจำพยายามทำในสิ่งที่ทำให้ชาวจักรยานได้มีความสุขและชื่นใจ....ในโอกาศต่อไปครับกระผม.....*** และต้องขอขอบคุณเรียวคู้บอนขอให้มีความสุขและขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือให้เพื่อนได้ทำรูปลงในกระทู้ได้สะดวกขี้น กระผมต้องขอศึกษาอีกมากครับผม....ขอบคุณแทนเพื่อนมาณโอกาศนี้ด้วยครับ........แล้วเราคงได้เจอกันครับเสือเบี๊ยะ ที่เจียงฮาย และต้องขอขอบพระคุณมาล่วงหน้าด้วยครับผมสำหรับที่พัก และอาหาร กับ1เมาแต่1เมาของผมต้อง1ไหนะครับท่าน......haๆๆ ..... ไม่มากไปหรอกครับ9999 วัดในประเทศไทย มีร่วม3หมื่นวัด ถ้าทำสำเหร็จก็เท่ากับ 1ในสามของที่มีอยู่ ชีวิตที่เหลือของผมคงมีความหายและมีคุณค่าสำหรับตัวผมเองและเพื่อนและวงการจักรยานไม่มากก็น้อยนะครับผม...ที่ปั่นมาสามปีแล้ว ผมก็ผ่านมา 999วัด+99วัด+22วัด และตอนนี้ก็ปั่นเที่ยวไปเรื่อยตามวัดต่างครับกระผม....แต่ ผมจะเริ่มมานับ1ใหม่ ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ คือเริ่มนับ 1 จากวัดพระแก้วมรกต และจะปั่นเที่ยว ตามวัดต่างๆใน กทม วันละ9วัด ปั่นอยู่ในกทมสัด 11 วันเพื่อให้ได้99วัด แล้วเริ่มปั่นออกต่างจังหวัด ครับกระผม*** ส่วนรายละเอียดจะติดตามมาอีกทีครับผมท่าน *** ก็อย่างว่าละครับผมคิดคนเดี่ยวทำคนเดี่ยวได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นครับ ความสามารกำลังทรัพย์กำลังสะมองและความคิดผมได้แค่นี้ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะครับเพื่อนแต่ก็จะ ขอมอบเอาชีวิตที่เหลือให้แก่การปั่นจักรยานผม" ขอมีความสุขกับมันละกันนะครับเพื่อน.....ส่วนเรื่องอื่นๆผมขอวางไว้ก่อน! .... ผททดสอบมา3ปีแล้วผมว่าผมหน้าจะทำได้แน่นอนครับผม ถ้าผมไม่ตายหรือเป็นอะไรเสียก่อนเพื่อนคงได้ติดตามข่าวและเรื่องราวของกระผมต่อไปครับผม...ขอบพระคุณทุกท่านที่เขามาติดตามครับผม*** เมื่อวานหลังเจอกับลุงเนตรที่ปั่นไปรับ65รอบประเทศไทย แล้วผมก็แยกตัวปั่นเข้าไปในวัดบางแวกแถว35กมก่อนถึงเฉชิงเทราเลยปั้มปตท.ไปหน่อย ผมก็ได้ไปตั้งโต๊ทำมาหากินรับสะเก็ตรูปกับดูไฟ่ยิปซีในตะลาดนัดเริ่มทางข้างถนน ตอนแรกว่าจะปั่นตาม กลุ่ม ttc ที่ปั่นไปนมัสการหลวงพ่อโสธรแต่ผมดันเลือมเวลาปั่นมาจากประทุมทาถึงหน้าสนามกฬารัชมังฯหน้ารามเอา8โมงกว่ายังเจอ นายจักรยาน...แบ๊กแมน เขาบอกว่าเขาปั่นมาจากสวนลุ่มก็มาไม่ทัน เข้าว่า กลุ่ม tcc ออกกันตั้งแต่6.30แล้วผมเลยปั่นมาเรื่อยและ ได้โทรคุยกันน้าหมี tcc ด้วย ผมปั่นสวนแลนมาตอนออกจากแยกมินเพราะว่าถนนฝั่งขาออกตอนนี้เข้าเทพื้นยางมอตอยใหม่เลยไม่มีไหลถนนรถยอนวิ่งเร้วมากอันตะรายถ้าเราปั่นอยู่ในเลนรถใหญ่ผมถึงต้องไปปั่นด้านขาเข้าเจอเอากลุ่งคุณลุงเนตรแถวกทม35ก่อนถึง เฉชิงเทราปั่นตามหน่อยหนึ่งเพื่อพูดคุยแล้วผมก็ปั่นแยกเข้าวัดบางแวกแถวนั่นไปนอนเล่นในวัดพอได้เวลาตะลาดนัดผมก็ตั้งโต๊ะทำมาหากินเพราะตอนนั้นเงินผมหมอไม่มีสักบาทแล้วครับ ...กำลังดูไพ่ยิปซีอยู่ๆเพื่อนมาทัก"หัดดีพีผมมากับกลุ่ม tcc แต่ผมแยกมาก่อนกลัวจะกลับถึงบ้านมืด และ หิวข้าวเห็นตะลาดนัดเลยแวะเข้ามากินไม่นึกว่าจะได้เจอพี่กำลังทำมาหากินอยู่พอดี .......ผมเอาแผ่นปลิวของ tcc. "เพิ่มพลังกาย ลดใช้พลังงาน มาวางบนโต๊ะเพื่อให้คนที่มาจับจ่ายซื้อของได้ยิบเอาไปอานด้วยครับผม ...." เพื่อนที่ผมว่าคือ นายธูที่เคยเป็นนักปั่นทีมชาติที่ไปแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น และ เพื่อนที่มีรถที่แต่จักรยานเป็นรถแฟ่ชั่นเขายังบอกว่าโลกมันกลมผมไม่นึกว่าจะเห็นพี่กำลังทำมาหากินอยู่......ผมเห็นกับตาเองผมเชื่อแล้ว!....เราพูดคุยกันสักพักแล้วเขาก็ขอลาปั่นกลับกทม ส่วนผมก็ไปตามเส้นทางของผมต่อคือเที่ยวๆทำมาหากินไปด้วยตามวัดต่างไปบ้างตามแต่อัดตะภาพครับผม.....เชื่อไม่ครับว่า เมื่อวานรถผมพร้อมสำภาระหนักร่วม100 โลกครับผม............รายละเอียดตามมากครับรับรองว่าคุณคาดไม่ถึง........ก็ผมไปเจอถุงที่หน้า7เขาเอานมที่หมดอายุเหลืออีกวันเดี่ยวออกมาใส่ถุงขาวๆร่วม100ขวด(ที่เขาขายขวดละ35บาทนะเพราะผมแวะเข้าไปซื้อด้วย) แต่พออกมาเจอมันวางไว้กับถุงดำขะยะเตรียมทิ้งผมเห็นเขาผมเขาบอกว่าไม่เอาแล้วผมเลยแบกยกขี้รถน้ำหนักเก่า60โล+40โลได้100แล้ว แล้วผมก็เอามันไปเที่ยวแจกเด็กบ้างคนบ้างครับผมไม่ได้เอาไปขายใครมาดูยิปซีผมก็แถมนม1ขวดไปด้วยแบบว่า"พี่ๆต้องรีบกินนะมันพิมพ์บอกว่าหมดอายุวันนี้......แต่ถ้าพี่กินแล้วขี้ไหลมาโทรผมไม่ได้นะ ....ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าเอาไปเพราะผมได้มาฟรีก็ให้ไปฟรีไม่คิดอะไรพี่กินแล้วขี้รั่วหรือท้องเสียจะมาโทษผมไม่ได้นะ ก็ผมบอกแล้วผมยังกินเข้าไป4-5ขวดแล้วไม่เห็นเป็นอะไร...แจกจนเกื่อบหมดตอนนี้หน้าจะเหลือสัก2ขวดบนรถ ......เพื่อนคนใดจะเอาบอกนะผมจะส่งให้ทางไปษณีย์!........ฮาๆ เดี่ยมีมุกเด็จตอนนอนต่อเมื่อคืนย้ายเกือบ3ที่นะครับผม..........หมายเหตุผมจะใช้ชื่อนี้ตอนเริ่ม การปั่นครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตอย่างผมๆ คือวันที่ 5 ธันวาคม 2548 นี