00001
ทริปสั้น ๆ ถิ่นชาลวัน เมืองพิจิตร

ต้องขออภัยที่เข้ามาเล่าเรื่องช้าไป เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยซึ่งจะนำมาเล่าในตอนท้าย ๆ
..................ทริปสั้น ๆ ถิ่นชาลวัน เมืองพิจิตร .....................
…คุณบีเค-วัน เพื่อนที่มีความชื่นชอบการปั่นจักรยาน บ้านอยู่ที่ตะพานหิน แต่ไปทำงานและมีครอบครับอยู่ที่รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา จะเดินทางกลับมาเยี่ยมคุณแม่ทุกปี เราได้รู้จักกันทางอินเตอร์เนต เมื่อปีที่แล้วชมรมจักรยานดอนเมืองก็ได้ต้อนรับคุณบีเค-วัน และครอบครัว โดยพาไปปั่นจักรยานที่จังหวัดนครนายก พักที่บ้านลุงหวัด ปีนี้คุณบีเค-วัน ชวนพวกเราไปปั่นที่พิจิตร ผม(มดแดง) อาช้าง(มดดำ ประธานชมรมจักรยานดอนเมือง) ป้าแอมป์ (รองประธาน TCC ) และลุงเนตรจึงนัดกันไปปั่นกันที่พิจิตร โดยอาช้างนำรถไปรับคุณบีเค-วัน และครอบครัว ที่ดอนเมืองแล้วมาค้างที่บ้าน ในคืนวันที่ 1 ส.ค. 48 และเช้าวันที่สอง จะเดินทางโดยรถยนต์อาช้างไป อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยมีผม ครอบครัวคุณบีเค-วัน และป้าแอมป์เดินทางไปด้วย ส่วนลุงเนตร ใช้บริการ รฟท. พวกเราไปทานอาหารเช้าแบบปีนัง สูตรเฉพาะที่บ้านอาช้าง โดยมีป้าอิฐภรรยาอาช้างให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

By : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:09:50 น. ]

ความเห็นที่ 1

…หลังจากทานอาหารเช้าพวกเราก็พร้อมเดินทาง อาช้างเอาจักรยานขึ้นหลังคาฟอร์จูนเนอร์ ไปสามคัน ส่วนผมเอารถพับดาฮอนสีแดงไป แต่ใส่แร๊กหลังคาไม่ได้เพราะตะเกียบหน้าแคบไม่เหมือนชาวบ้านเขา จึงต้องพับใส่ในรถไป วันนี้ฤกษ์ดีออกจากบ้านฟ้ามืดครึ้มและฝนตกหนัก แต่ฟอร์จูนเนอร์ไม่กลัววิ่งฝ่าสายฝนด้วยการขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างนุ่มนวล พอผ่านอยุธยาไปฟ้าก็เริ่มเปิด แล้วเม็ดฝนก็หายไป
From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:12:27 น. ]

ความเห็นที่ 2

…ภายในฟอร์จูนเนอร์กว้างขวางนั่งสบายแบบหลวม ๆ ไม่อึดอัด ป้าแอมป์กำลังจะหลับ

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:13:21 น. ]

ความเห็นที่ 3

…บนหลังคาสามารถบรรทุกจักรยานได้ 5 คัน แต่วันนี้บรรทุกแค่ 3 คัน ขากลับบรรทุก 4 คัน

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:14:30 น. ]

ความเห็นที่ 4

…เรามาแวะทานอาหารกลางวันกันที่ ปั๊มเชลล์ที่อินทร์บุรี แล้วเดินทางต่อ ไปถึงนครสวรรค์ ก่อนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ เราเลี้ยวขวาไปทางชุมแสง บางมูลนาค ผ่านบึงบรเพ็ดอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ รถวิ่งไม่นาน (บ่ายสองโมงกว่า)ก็ถึง อ.บางมูลนาค ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ ยังมีห้องแถวไม้ให้เห็นทั่วไป รวมทั้งเซเว่นอีเลฟเว่นก็เป็นห้องแถวไม้

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:16:06 น. ]

ความเห็นที่ 5

…จากบางมูลนาควิ่งไปอีกยี่สิบกว่า กม. ก็ถึง อ.ตะพานหิน พอข้ามแม่น้ำน่านตรงไปถึงสามแยก เลี้ยวซ้ายอีกนิดก็ถึง บ้านเลขที่ 99 ชื่อบ้านห้วยเกตุเกษม ซึ่งเป็นบ้านคุณแม่คุณบีเค-วัน ปลูกอยู่บนเนินเด่นในเนื้อที่ 3 ไร่ หน้าบ้านมีสนามหญ้ากว้างขวางเขียวขจีราบเรียบราวกับสนามกอล์ฟ นอกจากนี้ยังปลูกพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ไว้เป็นสัดส่วนทั้งไม้ประดับ ไม้ป่า และไม้ผล

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:17:42 น. ]

ความเห็นที่ 6

…ลูก ๆ คุณบีเค-วัน คือน้องมะลิ และน้องหญิง ปิดเทอมได้เดินทางมาถึงเมื่อเดือนก่อน เด็ก ๆ ไม่รู้ว่าคุณแม่ลิซ่าจะมาด้วย พอรถถึงบ้านคุณลิซ่าก้มตัวหลบไม่ให้เด็ก ๆ เห็น คุณบีเค-วันบอกให้ลูก ๆ ช่วยไปหยิบของในรถ พอเด็กเปิดประตูรถไปเห็นคุณแม่ก็ดีใจกันใหญ่เพราะห่างกันมาเป็นเดือน ลูก ๆ โผเข้าหาอ้อมกอดแม่ ดูแล้วอบอุ่นดีจัง

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:18:57 น. ]

ความเห็นที่ 7

เห็นลูกกับแม่พบกันแล้ว ประกอบกับใกล้วันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. เลยนึกถึงเพลง"ค่าน้ำนม"จึงขอนำมาประกอบภาพซะหน่อย
…แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอละเห่กล่อมลูกน้อยนอนเปล ไม่ห่างเหไปจนไกล
แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่ นี่แหละหนาอะไรมิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:20:25 น. ]

ความเห็นที่ 8

…ควรคิดพินิจให้ดีค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋าลูกคิดถึงค่าน้ำนม เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวชเรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย
From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:21:37 น. ]

ความเห็นที่ 9

…เราเข้าไปในบ้านเพื่อเพื่อคาราวะและสนทนากับคุณแม่คุณบีเค-วัน และพี่แหม่ม(พี่สาวคุณบีเค-วัน) และพี่ตา สามีพี่แหม่ม หลังจากนั้นก็ขนจักรยานลงจากรถ เพื่อเตรียมปั่นชมเมืองตะพานหินในยามเย็น เราคุยกันอยู่ไม่นานลุงเนตร ซึ่งมารถไฟตีตั๋วตะพานหิน แต่มาเร็วไปจึงลงที่บางมูลนาคแล้วปั่นกินลมชมวิว ก็มาถึง

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:24:41 น. ]

ความเห็นที่ 10

นั่นไงลุงเนตรกำลังปั่นรถจักรยานเข้าบ้านมาแล้ว

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:25:43 น. ]

ความเห็นที่ 11

…อาช้างกับเด็ก ๆ สนิทสนมกันดี โดยเฉพาะน้องหญิง ที่อุ้มกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนพี่มะลิปีนี้กลับมารำไทยได้เก่งกว่าปีที่แล้วมาก แถมยังสอนน้องหญิงให้รำด้วย พี่มะลิร้องเพลง ขวัญเอย ขวัญเอยมาสู่วงรำ…น้องหญิงรำได้น่ารักมาก เป็นที่น่าชื่นชมที่เด็กเชื้อสายไทย-อเมริกัน สนใจศิลปวัฒนธรรมไทย แม้แต่คุณแม่ลิซ่าเอง ในเทศกาลสงกรานต์ก็ได้แต่งชุดไทยแสดงเซิ้งกระติ๊บ โชว์ที่อเมริกา แต่แปลกเด็กไทยกลับไปนิยมวัฒนธรรมตะวันตกกันมาก

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:27:29 น. ]

ความเห็นที่ 12

…คุณบีเค-วัน พี่แหม่ม และพี่ตา จัดให้เราพักที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งดูแล้วไม่ใช่ธรรมดา เป็นบ้านที่สร้างด้วยไม้หมอนรถไฟนำมาผ่าครึ่งเลียงซ้อนกันแทนอิฐ แล้วเชื่อมด้วยปูน พื้นเป็นไม้ปาเก้ซึ่งใช้รองในตู้คอนเทนเนอร์ หลังคาสองชั้นออกแบบสำหรับระบายลมไม่ให้ร้อนอบอ้าว แต่ห้องที่เรานอนติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ที่ไม่ธรรมดากว่านั้น คือบ้านหลังนี้ปลูกให้ฮาเร่ย์เดวิดสัน จักรยานยนต์ระดับก้องโลกอยู่อาศัย พี่ตาซึ่งเป็นเจ้าของเล่าให้เราฟังว่าสะสมมานานแล้วตั้งแต่เมื่อสมัยยังอยู่ที่อเมริกา ส่วนใหญ่เป็นรถเก่า มีตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ประเภทใช้เกียร์มือ คลัชอยู่ที่เท้า ซึ่งผู้ขับขี่จะต้องมีความชำนาญจริง ๆ ไม่อย่างนั้นขับขี่ไม่ได้แน่ โดยเฉพาะเวลาจอดในที่ชัน ขาหนึ่งต้องยันพื้น อีกขาหนึ่งต้องเหยีบคลัช บางรุ่นต้องเร่งไฟไปพร้อมกันคันเร่งให้สัมพันธ์กัน ถ้าบิดไม่พร้อมกันเครื่องจะเดินไม่สะดวก เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีเกาวะนา (ตัวเร่งไฟอัตโนมัติแบบใช้แรงเหวี่ยง )

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:29:33 น. ]

ความเห็นที่ 13

…คันนี้พี่ตาใช้เป็นประจำ ซึ่งเป็นรุ่นปี 1998 ดูในความมืดจะเห็นว่าเป็นเงาวาววับเชียว

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:30:45 น. ]

ความเห็นที่ 14

…นอกจากนี้พี่ตา ยังสะสมของเก่าอีกมากมาย ตั้งแต่จักรยานเก่า นาฬิกา ธนู หน้าไม้ ลังไม้สำหรับใส่ของยุคคาวบอยที่ใช้ไปกับรถม้า ลังไม้ใส่สมบัติสมัยไวกิ้ง กระบอกบันทึกเสียงยุคที่เอดิสันประดิษฐ์ขึ้นมารุ่นแรก ๆ แผ่นเสียง เครื่องเสียง อานม้า อะไหล่ของฮาเร่ย์ ฯ โคมไฟ ฯลฯ ทุกอย่างจัดไว้อย่างเหมาะสม เป็นระเบียบ เสียดายจังที่ผมไม่ได้เอาแว่นตาไปด้วย มองอะไรก็ไม่ค่อยถนัด แม้แต่ถ่ายภาพก็ยังไม่ค่อยชัด เฮ้อ…คนแก่ก็อย่างนี้แหละ…..
From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:31:47 น. ]

ความเห็นที่ 15

…พอได้เวลา 16.30 น. พวกเราก็เปลี่ยนชุด เพื่อออกไปปั่นจักรยานชมรอบ ๆ อำเภอตะพานหิน ไม่น่าเชื่อที่นี่มีทางสำหรับจักรยาน มีการขีดเส้น เขียนข้อความไว้ชัดเจน บางช่วงแยกจากไหล่ทางมีปูนกั้นไม่ให้รถยนต์ล้ำเข้ามาอีกต่างหาก ในรูปเป็นทางจักรยานเลียบถนนชมจีระเวช

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:32:57 น. ]

ความเห็นที่ 16

…เราปั่นไปบนถนนเลี่ยงเมืองซึ่งตัดผ่านท้องทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่ค่อยมีรถวิ่ง ผู้คนมาวิ่งออกกำลังกาย และปั่นจักรยานกันให้เห็นเป็นระยะ ๆ
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:33:37 น. ]

ความเห็นที่ 17

…เราปั่นไปดูท่าเทียบเรือน้ำลึกที่อยู่ริมแม่น้ำน่าน ท่าเรือแห่งนี้สร้างแล้วใช้การไม่ได้ไม่รู้ว่าเสียงบประมาณแผ่นดินไปเท่าไร แต่ก็คงหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ …เฮ้อกลุ้มใจ…เราปั่นเลาะแม่น้ำน่าน ในยามเย็นจะเห็นชาวบ้านมาลงข่ายดักปลากันอยู่
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:34:43 น. ]

ความเห็นที่ 18

…ได้พบเพื่อนนักปั่นด้วยกันทักทายกันจึงทราบชื่อว่าคุณลุงกำจร อายุ 72 ปี ปั่นออกกำลังกายทุกวัน พวกเราจึงขอถ่ายภาพร่วมด้วย ดูในภาพแล้วน้องมะลิ รูปหน้าเดียวกับคุณลุงเลย ถ้าบอกเป็นตากับหลานกันคงมีคนเชื่อ

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:36:45 น. ]

ความเห็นที่ 19

…เราปั่นทวนน้ำขึ้นมาจนถึงตัวเมือง คุณบีเค-วันพาเราไปทานกาแฟโบราณ ที่ร้านโกยี 2 ซึ่งมีทั้งโอเลี้ยง กาแฟเย็น ชาดำเย็น หวานหอมชื่นใจ หลังจากนั้นเราจึงปั่นกลับบ้านเพราะน้องมะลิ เกิดอาการเสียดท้อง เนื่องจากท้องเสียอยู่ก่อนแล้ว เราเข้าบ้านอาบน้ำอาบท่า แต่งตัวเสร็จ คุณบีเค-วัน พี่แหม่มและพี่ตา จึงพาพวกเราไปทานอาหารจำพวกปลาแม่น้ำที่ร้านลุงอึ่ง ที่บางมูลนาค อาหารรสชาติใช้ได้ทีเดียว เราสั่งอาหารกันหลายอย่าง มีทั้งกุ้งแม่น้ำอบเกลือ ต้มยำปลา ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบราดพริก หมูแดดเดียว ปลากระพงขาวนึ่ง ยำปลาดุกฟู ปลาหมึกผัดพริกเผา ทอดมันปลากราย แกงส้มปลาช่อนชะอมทอด ฯลฯ ผมกับอาวิริ จิบเพียวมอลล์กับโซดาเย็น ๆ เป็นโอสถให้เจริญอาหาร ส่วนลุงเนตรเข้าพรรษา จิบน้ำเปล่า
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:37:43 น. ]

ความเห็นที่ 20

…ทานอาหารกันอิ่มอร่อยแล้วพวกเราก็กลับมาพักผ่อน และนั่งคุยกัน สารพัดเรื่อง มีพี่ตามาคุยเป็นเพื่อนเราจนได้เวลาดี ตีหนึ่งจึงแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน
…พวกเราตื่นกันแต่เช้า แต่ก็สายกว่าเจ้าของบ้าน หลังจากอาบน้ำอาบท่าเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ไปทานกาแฟกันที่บ้านคุณแม่ หลังจากนั้น ผม อาช้าง คุณบีเค-วัน และลุงเนตร ก็ปั่นไปดูสวนเนื้อที่ 20 ไร่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านนัก ที่นี่ปลูกต้นไม้ไว้หลากหลายชนิดทั้งไม้ป่าและไม้ผล มีคูน้ำล้อมรอบ มีบ้านไม้อยู่หลังหนึ่ง ความจริงน่าจะเป็นรีสอร์ท หรือบ้านจัดสรร น่าจะเหมาะกว่า เพราะสถานที่สวยงาม อากาศดี เราออกจากสวนก็ปั่นไปชมสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันหลังจากนั้นปั่นไปทานอาหารตามสั่งเจ้าอร่อย ซึ่งผัดพริกใบกระเพราหมูกรอบอร่อยมาก …ส่วนป้าแอมป์ ไปกับพี่แหม่มและพี่ตาไปทำบุญที่วัดป่าเขาน้อย พวกเราปั่นข้ามสะพานแขวนหน้าวัดเทวะประสาท แล้วทวนน้ำขึ้นไปเรื่อย ๆ
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:40:16 น. ]

ความเห็นที่ 21

รูปนี้สะพานแขวนบังองค์พระ แต่ไหน ๆ ก็ถ่ายแล้วลงภาพให้ดูสักหน่อยก็ได้

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:41:06 น. ]

ความเห็นที่ 22

…ปั่นไปได้พักหนึ่งลุงเนตรยางแบน อาช้างแสดงการปะยาง และสูบยางให้ลุงเนตร ส่วนผมเป็นคนหารูรั่ว และหนามที่อาจติดอยู่ที่ยางนอก พอปะแล้วเราก็ปั่นไปกันต่อ เส้นทางเป็นทางลูกรังอัดแน่น ร่มรื่นไปด้วยร่มไม้ ส่วนใหญ่เป็นต้นไผ่สีสุก และต้นสะเดา มะขาม ใหญ่

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:42:11 น. ]

ความเห็นที่ 23

…ปั่นไปไม่นานเห็นกระเช้าแขวนลวดสลิงสำหรับข้ามฟาก พวกเราสี่คนจึงนำจักรยานขึ้นกระเช้า แล้วกดกริ่ง ผู้บังคับกระเช้าอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อได้รับสัญญานจากเราว่าเรียบร้อยแล้วจึงเดินเครื่องให้กระเช้าลอยข้ามแม่น้ำน่าน ดูแล้วก็เสียว ๆ อยู่เพราะอยู่สูงจากพื้นน้ำมาก ค่าข้ามฟากคนละสองบาทรวมทั้งรถจักรยานด้วย

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:43:18 น. ]

ความเห็นที่ 24

…ตอนนี้เรามาปั่นอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำน่าน ซึ่งก็ร่มรื่นเช่นเดียวกับฝั่งตะวันตกที่เราปั่นมา แต่ทางเป็นคอนกรีต มีต้นไม้ใหญ่อยู่สองข้างทางตลอด เราปั่นแบบช้า ๆ ไม่รีบร้อน ปั่นไปคุยกันไป ผ่านบ้านชาวบ้านบ้างแต่อยู่กันห่าง ๆ

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:44:13 น. ]

ความเห็นที่ 25

…ปั่นกันไปอีกไม่นานก็มีสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำอีก เราก็ปั่นกลับไปปั่นฝั่งตะวันตก เจอร้านขายน้ำพวกเราก็แวะดื่มน้ำเย็นและคุยกับเจ้าของร้าน แล้วปั่นต่อไปไม่ไกลก็ถึงวัดธงไชยวัฒนาราม หน้าวัดมีสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำน่านอีก ซึ่งสะพานนี้สร้างแทนกระเช้าสลิงซึ่งเก่ามากแล้ว เราแวะถ่ายภาพกันเป็นที่ระลึก
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:45:36 น. ]

ความเห็นที่ 26

…เราเดินทางต่อไปยังวัดเขารูปช้าง ก่อนถึงเขารูปช้างประมาณสัก 5 กม. อาช้างก็เกิดอาการคึกคัก เริ่มเร่งฝีเท้าควบเจ้ามดดำไบค์ฟรายเดย์ขึ้นไปที่ความเร็ว 27-28 กม./ชม. ผมปั่นเจ้ามดแดงจี้ตามไป อาช้างบอกว่าเมื่อวานทานไปเยอะวันนี้ยังไม่ได้ใช้พลังงาน จึงต้องขับไขมันออกซะบ้าง ผมเริ่มเหนื่อยจึงแวะถ่ายภาพเขารูปช้างอยู่ไกล ๆ ปล่อยให้มดดำนำไปคันเดียว
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:47:09 น. ]

ความเห็นที่ 27

…เขารูปช้างเป็นเขาเตี้ย ๆ อยู่บนพื้นที่ราบ บนเนินเขาในช่วงนี้เห็นเป็นสีม่วงปนขาว ๆ กระจายอยู่ทั่วเขา พอเข้าไปใกล้ ๆ จึงรู้ว่านั่นคือดอกตะแบกที่กำลังเบ่งบานกระจายอยู่ทั่วเนินเขา
…มีเส้นทางให้เราปั่นจักรยานขึ้นไปได้ครึ่งทาง แล้วต้องเดินขึ้นเขาไปอีกพอสมควร เราจึงจอดรถจักรยานไว้ที่นี่ คุณบีเค-วัน เคยมาหลายครั้งแล้วจึงรับอาสาเฝ้าจักรยาน

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:48:16 น. ]

ความเห็นที่ 28

…ขึ้นไปแล้วจะเจอพระยืนปางห้ามญาติ ด้านหลังมีต้นตะแบกใหญ่กำลังออกดอกสีม่วงสวยงาม
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:49:28 น. ]

ความเห็นที่ 29

…หลังจากนั้นต้องขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ตรงทางขึ้นมีรูปปั้นช้างไว้โขลงหนึ่ง ผมเลยขอให้อาช้างเป็นนายแบบถ่ายรูปคู่ระหว่างช้างคน และช้างรูปปั้น ดูขึ้นไปข้างบนที่หินเรียงกันเป็นชั้น ๆ เหมือนรูปช้างขดงวง ดูเหมือนไหมครับเนี่ย แต่ดูในโบรชัวแล้วก็ถ่ายมุมนี้เหมือนกัน

From : เกษม ฯ [ 8 ส.ค. 48 - 11:51:39 น. ]

ความเห็นที่ 30

…ขึ้นไปจนสุดจะเป็นเจดีย์ ถ้ามองไปทางทิศเหนือจะเห็นตัวเมืองพิจิตร

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:52:33 น. ]

ความเห็นที่ 31

…มองไปทางทิศใต้จะเห็นตัวอำเภอตะพานหิน

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:53:42 น. ]

ความเห็นที่ 32

…ข้างบนเจดีย์เขารูปช้างลมเย็นสบายมาก แต่ขณะที่เราขึ้นไปแดดเริ่มแรงแล้ว อากาศเย็นสบายแต่ถ้าอยู่นานตัวคงดำกว่าที่เป็นอยู่แน่ มองไปด้านล่างจะเห็นเรือนยอดของต้นตะแบกกำลังออกดอกบานสพรั่ง
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:54:39 น. ]

ความเห็นที่ 33

…หลังจากนั้นเราก็เดินลง แล้วปั่นไปข้ามสะพานแขวนหน้าวัด เพื่อปั่นกลับฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:55:23 น. ]

ความเห็นที่ 34

…ขากลับระหว่างทางเลาะแม่น้ำเส้นทางร่มรื่น มีต้นรัก ขาว ขึ้นอยู่ข้างทางมากมาย บางแห่งชาวบ้านคงปลูกไว้เพื่อเก็บดอกไปร้อยพวงมาลัย เพราะเห็นปลูกต้นพุดสำหรับร้อยมาลัยไว้ด้วย ปั่น ๆ ไป ได้กลิ่นอะไรหอม ๆ มองที่พื้นเห็นมีลูกจัน ตกอยู่เหลือง เกลื่อนถนน จึงแวะถ่ายภาพลูกจัน มาให้ชมกัน ลูกจันถ้าออกกลม ๆ จะมีเมล็ดเรียกว่าจันโอ ส่วนผลที่แป้น ๆ ไม่มีเมล็ดเรียกว่าจันอินทร์ จันอินกับจันโอก็อยู่ต้นเดียวกันนั่นแหละ (ต้นจัน นี่เป็นคนละพวกกับจันทน์หอม จันทน์กระพ้อ
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:58:46 น. ]

ความเห็นที่ 35

…ขากลับนี่เราปั่นกันไม่นานก็ถึงเขตเทศบาล เราแวะบ้านคุณน้าคุณบีเค-วัน ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ที่นี่เป็นชมรมชาลวันบินเล็ก เห็นกำลังซ่อมและประกอบเครื่องบินเล็กกันอยู่ (ยังคิดถึงน้าหมึกคู้บอน เพื่อนนักปั่น ซึ่งเป็นประธานชมรมเครื่องบินเล็กคู้บอนด้วย)
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 11:59:31 น. ]

ความเห็นที่ 36

…ที่นี่ปลูกต้นไม้ไทยดอกหอมไว้ หลากหลายชนิด ตั้งแต่ต้นจันทน์กระพ้อ ลำดวน กระดังงาไทย กระดังงาสงขลา บุหงาส่าหรี แก้ว ฯลฯ ราวกับเป็นอุทยานดอกไม้ไทย ในภาพเป็นต้นกระดังงาไทย

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:00:11 น. ]

ความเห็นที่ 37

…มะม่วงพิมเสนมันออกผลห้อยลงมาต่ำ ๆ ดูแล้วน้ำลายไหล คุณน้าบอกให้เก็บไปทาน แต่เราเห็นว่าไว้กับต้นจะสวยกว่า คุณน้าเลยเอาไม้มาสอยลูกที่อยู่สูง ๆ ใส่ถุงให้เราหิ้วกลับไปทานด้วย หลังจากนั้นเราก็ปั่นกลับบ้านเพราะคุณลิซ่าโทรมาบอกว่าอาหารเที่ยงพร้อม วันนี้คุณลิซ่าทำอาหารอิตตาเลี่ยน ให้พวกเราได้ทาน เป็นมักกะโลนีราดซอสมะเขือเทศ แล้วโรยด้วยชีส ก่อนกลับเราแวะดื่มกาแฟเย็น โอเลี้ยง กันที่ร้านโกยี 1 ซึ่งอยู่ปากซอยรวมมิตร ในซอยนี้มีอาหารการกินมากมายโดยเฉพาะพวกขนม ของว่าง เราซื้อสาคูใส้หมู ถั่วแปบ กล้วยทับ ฯลฯ หิ้วกลับไปทานที่บ้านด้วย
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:00:50 น. ]

ความเห็นที่ 38

…หลังจากอาหารเที่ยงเราก็อาบน้ำพักผ่อน พอบ่ายสี่โมงเราก็ออกไปปั่นกันอีก คราวนี้เราจะปั่นตามน้ำลงไปทางบางมูลนาค ช่วงนี้ฝนฟ้ามืดครึ้มผมจึงไม่ได้นำกล้องไปด้วย ออกไปได้พักเดียวฝนก็เทลงมา เราแวะพักกันที่วัดเทวะประสาท เพื่อจัดการสัมภาระไม่ให้เปียกฝน หลังจากนั้นพอฝนซาเม็ด เราก็ออกปั่นเลาะน้ำน่านตามน้ำไปบางมูลนาค ริมน้ำมีการเลี้ยงปลาในกระชัง บางช่วงเป็นป่าครึ้ม ได้กลิ่นลูกจันทน์เป็นระยะแสดงว่าแถวนี้มีต้นจันขึ้นอยู่เยอะ
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:01:43 น. ]

ความเห็นที่ 39

…ปั่นคดเคี้ยวเลาะแม่น้ำน่านไปทางทิศใต้ เห็นฝนมามืดครึ้มอยู่ข้างหน้า เราจึงมาแวะกันที่วัดบางไผ่ แล้วเปลี่ยนใจปั่นกลับตะพานหินตามถนนดำ ไม่นานนักก็กลับถึงบ้าน อาบน้ำอาบท่าแล้วคุณบีเค-วัน และพี่ตา ก็พาเราไปทานร้านอาหารจีนเจ้าเก่าแก่ในตะพานหิน ผมลืมจริง ๆ ว่าชื่อร้านอะไร พอทานเสร็จ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแอบกระซิบคนคิดเงินให้เก็บตัง แต่พี่ตารู้ทันสั่งเจ้าของร้านไว้ล่วงหน้าไม่ให้รับ เพราะเมื่อวานอาช้างก็ใช้แผนเดียวกับผม วันนี้จึงใช้ไม่ได้ผล ต้องขอบคุณครอบครัวคุณบีเค-วัน ที่เลี้ยงอาหารมื้อนี้ และมื้ออื่น ๆ ด้วยครับ อิ่มแล้วเราก็กลับมาคุยกันที่บ้าน เราไม่ลืมที่จะติดเครื่องดื่มขวดเขียวเข้ามาด้วยเพราะที่บ้านนี้ไม่มีใครดื่ม เรานั่งคุยกันสามคน มีพี่ตา อาวิริ และผม ก็คุยกันทุกเรื่อง ผมได้โอกาสจึงถามพี่ตาถึง กฎ กติกา มารยาท ในการชมรถโบราณนี่ควรทำอย่างไร พี่ตาเล่าให้ฟังว่าถ้าเป็นฝรั่งเขาจะแค่ชมเท่านั้นจะไม่ไปแตะต้องรถ ไม่เหมือนคนไทย พอเห็นรถส่วนใหญ่จะเข้าไปบิดคันเร่ง บีบคลัช ก่อน ที่แย่กว่านั้นคือขึ้นไปคร่อมรถเลย รถฮาเรย์เดวิดสัน มันไม่เหมือนรถอื่นข้างหลังมันกว้าง ถ้าไม่เคยขี่จะก้าวขาไม่พ้นเท้ามักจะถูกกระเป๋าท้าย บางคนยิ่งกว่านั้นนั่งแล้วยังจะยกขาตั้งออกอีก ซึ่งรถนี้หนักประมาณ 300 กก. คนไม่เคยนี่จะล้มได้ง่ายมาก ถ้าเป็นเมืองนอกทำรถเขาล้มนี่ต้องซื้อไปเลย รถมอเตอร์ไซค์ใหญ่มันยากตอนจอด ส่วนใหญ่จะจอดเอาข้างหน้าออกเพราะเวลาถอยหลังนี่ยากและล้มง่าย สังเกตดูพวกมอเตอร์ไซค์ใหญ่นี่เขาจะมาช่วยกันตอนจอด เราคุยกันจนได้เวลาดีตีหนึ่งครึ่งก็ลากันพักผ่อน
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:03:11 น. ]

ความเห็นที่ 40

…รุ่งขึ้นวันใหม่ ลุงเนตรตื่นเช้าเพื่อสวดมนต์ตามเคย ส่วนผมกับอาช้างตื่นตอนหกโมง ซึ่งถือว่าสายแล้ว คุณบีเค-วัน บอกว่าจะพาคุณลิซ่า และลูก ๆ ไปนั่งทานกาแฟรอที่ร้านโกยี 1 พวกเราปั่นจักรยานตามไปทีหลัง วันนี้เราจะปั่นไปพิจิตรตามถนนดำซึ่งห่างออกไปจากตะพานหินประมาณ 30 กม. ป้าแอมป์เปลี่ยนใจไม่ปั่นแต่จะนั่งรถยนต์ไปกับครอบครัวคุณบีเควัน ดังนั้นจึงมีปั่นไปสามคัน คือมดแดง มดดำ และมดง่าม (รถลุงเนตร) เราปั่นผ่านวัดเขารูปช้าง แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางวัดป่าคำ จากนั้นเลี้ยวขวา เพื่อเข้าไปทางท้ายบึงสีไฟ
From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:04:35 น. ]

ความเห็นที่ 41

…เราปั่นไปด้วยความเร็วประมาณ 26 – 27 กม./ ชม. ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนิด ๆ ก็มาถึงบึงสีไฟ ซึ่งเป็นบึงใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ แต่ปัจจุบันเหลือเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่เท่านั้น ไม่ทราบหายไปไหน ที่นี่มีรูปปั้นพญาชาลวัน ซึ่งเป็นรูปปั้นจรเข้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือยาว 38 เมตร กว้าง 5 เมตร สูง 4 เมตร ตรงท้องจรเข้เป็นห้องประชุมจุคนได้ประมาณ 30-40 คนนอกจากนี้ยังมีสถานแสดงพันธุ์ปลาให้ชมอีกด้วย เรามาถึงก่อนคุณบีเค-วัน จึงมารอกันอยู่ที่นี่

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:05:29 น. ]

ความเห็นที่ 42

…คุณบีเค-วัน พาป้าแอมป์ไปชมวัดเขารูปช้าง แล้วตามเรามาที่นี่ พบกันแล้วถ่ายภาพร่วมกัน น่าเสียดายน้องหญิงกำลังหลับปุ๋ย อาช้างเลยต้องอุ้มไว้

From : .. [ 8 ส.ค. 48 - 12:06:34 น. ]

ความเห็นที่ 43

...10.00 น. เราสามคนปั่นกลับตะพานหิน โดยอีกเส้นทางหนึ่ง ระยะทาง 29 กม. ขากลับทวนลมค่อนข้างแรง อาช้างแข็งแรงท