04072
Exercise Stress Test คืออะไร?

Stress test หรือบางทีเรียกว่า treadmill test (ทดสอบบนสายพานวิ่ง) หรือ exercise test ช่วยให้นายแพทย์รู้ว่าหัวใจของคนที่เข้าทดสอบทำงานได้ดีขนาดไหน เมื่อร่างกายต้องทำงานหนักในระหว่างการทดสอบ ก็ต้องการออกซิเจนมากขึ้น ดังนั้นหัวใจก็จะเต้นแรงเพื่อสูบฉีดโลหิตไปให้เร็วขึ้น การทดสอบนี้สามารถรู้ได้ว่าเส้นเลือดใหญ่ที่เข้าสู่หัวใจทำงานดีหรือตีบตัน และยังช่วยให้นายแพทย์รู้ว่าชนิดหรือระดับการออกกำลังเหมาะสมกับคนไข้หรือคนทั่วไป

บุคคลที่รับการทดสอบ
- จะได้รับการติดตั้งสายต่างๆ ตามหน้าอกเพื่อตรวจดูการทำงานของหัวใจ
- เดินอยู่กับที่บนสายพานที่เคลื่อนไหว จากนั้นความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นและระดับความเอียงก็สูงขึ้นเพื่อเลียนแบบการวิ่งหรือเดินขึ้นเขา
- บางทีก็อาจจะหายใจเข้าหลอด 2-3 นาที
- สามารถหยุดได้ทุกเวลาที่ต้องการ (กดปุ่มแดง)
- หลังจากทดสอบเสร็จแล้วจะนั่งหรือนอนลงเพื่อวัดความดันเลือด (แต่การทดสอบที่กรมอนามัยจะมีการวัดตลอดเวลาที่ออกกำลังโดยสวมปลอกแขน)
ในระหว่างการทดสอบ ระดับการเต้นของหัวใจ การหายใจ ความดันโลหิต ECG (electrocardiogram) คือเส้นกราฟไฟฟ้าของหัวใจ และระดับความเหน็ดเหนื่อย
คนที่แข็งแรงปกติที่ทำการทดสอบจะมีความเสี่ยงหรืออันตรายน้อยมาก เพราะมันก็ไม่ต่างกับการเดินเร็วๆ หรือจ้อกกิ้งขึ้นเขา แต่ควรมีบุคลากรแพทย์อยู่ด้วยเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน (ที่กรมอนามัยมีพร้อม)

แพทย์อาจแนะนำ exercise test ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น
- เพื่อตรวจหาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดใหญ่หัวใจ
- เพื่อหาอาการเกี่ยวกับหัวใจที่ทำให้เกิดเจ็บหน้าอก หายใจตื้นๆ หรือวิงเวียน
- เพื่อแนะนำระดับการออกกำลังที่ปลอดภัย
- เพื่อตรวจหาวิธีที่ได้ผลในการทำให้เลือดหล่อเลี้ยงหัวใจดีขึ้นสำหรับคนป่วยโรคหัวใจ
- เพื่อทำนายระดับความเสี่ยงจากภาวะโรคหัวใจต่างๆ เช่นหัวใจวายเฉียบพลัน

ในคนไข้บางราย ผลของการทดสอบ exercise test อาจต้องทำการทดสอบอื่นๆ เพิ่มเติมเช่น nuclear stress test หรือ cardiac catheterization

สำหรับการทดสอบที่กระทรวงดูได้ที่กระทู้นี้ครับ
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=51944

A stress test, sometimes called a treadmill test or exercise test, helps a doctor find out how well your heart handles work. As your body works harder during the test, it requires more oxygen, so the heart must pump more blood. The test can show if the blood supply is reduced in the arteries that supply the heart. It also helps doctors know the kind and level of exercise appropriate for a patient.
A person taking the test
 is hooked up to equipment to monitor the heart.
 walks slowly in place on a treadmill. Then the speed is increased for a faster pace and the treadmill is tilted to produce the effect of going up a small hill.
 may be asked to breathe into a tube for a couple of minutes.
 can stop the test at any time if needed.
 afterwards will sit or lie down to have their heart and blood pressure checked.
Heart rate, breathing, blood pressure, electrocardiogram (e-lek"tro-KAR'de-o-gram) (ECG or EKG), and how tired you feel are monitored during the test.
Healthy people who take the test are at very little risk. It's about the same as if they walk fast or jog up a big hill. Medical professionals should be present in case something unusual happens during the test.
A physician may recommend an exercise stress test for various reasons:
 To diagnose coronary artery disease
 To diagnose a possible heart-related cause of symptoms such as chest pain, shortness of breath or lightheadedness
 To determine a safe level of exercise
 To check the effectiveness of procedures done to improve coronary artery circulation in patients with coronary artery disease
 To predict risk of dangerous heart-related conditions such as a heart attack.
Depending on the results of the exercise stress test, the physician may recommend more tests such as a nuclear stress test or cardiac catheterization.

http://www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=4568

By : lotus [ 17 พ.ค. 48 - 20:58:03 น. ]


ความเห็นที่ 1
แจ๋วมากๆครับ อ.โล พรุ่งนี้ผมก็ไปทดสอบเหมือนกันครับ จะได้รู้ว่าเราฟิตมากน้อยแค่ไหนหรือมีข้อบกพร่องอะไร
ได้ผลมายังไงแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ

From : รุจ [ 17 พ.ค. 48 - 21:14:31 น. ]

ความเห็นที่ 2
Maximal exercise stress test คือการทดสอบที่บรรลุเป้าระดับการเต้นของหัวใจ ระดับการออกกำลังกาย หรือเวลาสำหรับคนไข้หรือคนทั่วไปที่ต้องการออกกำลังอย่างหนัก ในกรณีทั่วไป เป้าคือระดับการเต้นของหัวใจให้ถึงระดับ 85% ของระดับการเต้นหัวใจสูงสุด คำนวนด้วยสูตร (220-อายุ) X 0.85 ตัวอย่างเช่น ผมอายุ 53 ควรจะทดสอบให้ได้หัวใจเต้นถึง (220-53) X .85 = 142 ครั้งต่อนาที แต่มีคนบอกว่า HR ผมไปได้ถึง 165-167 ครับ
ส่วนการทดสอบที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (submaximal exercise text) คือไม่ได้บรรลุเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากความสามารถในการออกกำลังมีน้อย หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับโรคหัวใจ แพทย์อาจแนะให้ทำการทดสอบเพิ่มเติมแบบอื่นเช่น radionuclide scintigraphy หรือ echocardiographic studies ที่ไม่ต้องใช้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบ

Maximal and Submaximal Exercise Stress Test. A maximal exercise stress test is one that achieves the target heart rate, exercise level or time limit established for the patient. In most cases, the goal is the target heart rate, as calculated with the following formula: (220 - patient's age) × 0.85 beats per minute. An exercise stress test that does not meet the expected goal is called a submaximal study.6,18 If the stress test is submaximal because of decreased exercise capacity or noncardiac symptoms, consideration should be given to obtaining radionuclide scintigraphy or echocardiographic studies that do not include exercise as a component of the evaluation.
http://www.aafp.org/afp/990115ap/401.html
From : lotus [ 17 พ.ค. 48 - 21:29:26 น. ]


ความเห็นที่ 3
การเตรียมตัวและการทดสอบ
ไม่กินหรือดื่ม 4 ชม ก่อนทำการทดสอบ (ผมไม่รู้ข้อนี้ ทานขนมปัง โยเกิต และน้ำก่อนทดสอบ 1 ชม และก่อนวิ่งก็น้ำอีกครึ่งแก้ว) โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนที่มีในกาแฟ ชา น้ำอัดลม และยาแก้ไข้ต่างๆ และควรถามหมอว่ายาอะไรควรงดกินก่อนทำการทดสอบ
เจ้าหน้าที่จะใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดบริเวณผิวหนังที่ แผ่น electrode จะนำมาติด แผ่นพวกนี้จะเชื่อมกับเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าของหัวใจ (electrocardiogram หรือ ECG) คนที่แข็งแรงจะมีเส้นการ์ฟหัวใจในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้าเส้นการ์ฟเพี้ยนไปก็อาจบ่งบอกว่ามีอาการที่ผิดปกติของหัวใจได้
นอกจากนี้จะสวมปลอกแขนวัดระดับความดันของโลหิต (คนทั่วไปจะอยู่ในระดับ 120-70) ที่จะมีการวัดเป็นระยะในระหว่างการทดสอบ
ก่อนหน้าที่จะเริ่มทำการทดสอบ หมอจะวัดความดัน อัตราเต้นของหัวใจ และ pattern ของไฟฟ้าหัวใจ (resting EKG) จากนั้นก็เริ่มการทดสอบประมาณ 10 นาทีสำหรับคนไข้ อาจใช้จักรยานแม่เหล็กหรือสายพานวิ่งก็ได้ ทุกๆ 2-3 นาทีก็เพิ่มระดับความเร็วและความชัน ทำให้มีความรู้สึกคล้ายกับวิ่งหรือขี่ขึ้นเขา ในระหว่างนั้นหมอหรือ จนท จะตรวจดู ECG และระดับความดันของหัวใจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ สำหรับอาการอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นโรคหัวใจคือ เจ็บหน้าอก หรือหายใจตื้นผิดปกติหรือหายใจไม่ทันในระหว่างการทดสอบ
หลังจากหยุดเครื่องก็มีการ cool down โดยเครื่องค่อยๆ ลดความเร็วลงสัก 1 นาทีแล้วหยุด จากนั้นหมออาจให้คุณนั่งหรือนอนพักก็ได้ (พวกเราชาว จยย เดินเฉยเลย) เมื่อพักแล้วก็ทำอะไรได้ตามปกติ

What should I expect?
Do not eat or drink for 4 hours before the test, especially items that contain caffeine, which is found in coffee, tea, sodas, chocolate, and some over-the-counter pain relievers. Also, be sure to ask your doctor about any medicines you are taking and whether you should stop taking them before the test.
A technician will use an alcohol swab to clean the areas of your skin where the electrodes will be placed. The alcohol may feel cold. Next, electrodes will be placed on your chest and back. The electrodes are attached to an electrocardiograph machine, which records your heart's electrical activity. A healthy person's electrocardiogram has a certain pattern, and changes in that pattern can tell doctors if there is a problem with your heart.
You will also wear a blood pressure cuff around your arm, which will be used to watch your blood pressure during the test.
Before the test, doctors will record your blood pressure and pulse. They will also record your heart's electrical activity before you start exercising (called a resting EKG). You will also wear the electrodes during exercise and for about 10 minutes after exercise.
During the test, you will be asked to walk on a treadmill or to ride a stationary bike. Every 2 or 3 minutes, your doctor or the technician will increase the speed and slope of the treadmill or stationary bike, which will make you feel like you are walking or pedaling uphill. Your doctor or a technician will look for changes in the electrocardiogram patterns and blood pressure levels, which may tell doctors that your heart is not getting enough oxygen. Other signs of coronary artery disease include chest pain or unusual shortness of breath while you are exercising.
At the end of the test, your doctor will give you a cool-down phase where you may be asked to lie down or sit quietly.
After the test is over, you may eat, drink, and go back to your normal activities.

From : lotus [ 17 พ.ค. 48 - 22:07:16 น. ]


ความเห็นที่ 4

ขอเสริมด้วยรูปนี้ที่เหมือนกับการทดสอบที่กระทรวงมากๆ
From : lotus [ 17 พ.ค. 48 - 22:08:03 น. ]

ความเห็นที่ 5
อืมผมอ่านอีก 2-3 เวป เขาแนะว่าไม่ควรกินหรือดื่ม 2 ชม ก่อนหน้าการทดสอบ ไม่ใช่ 4 ชม ครับ
แม้มีข้อยกเว้นเช่นผม กินและดื่มก่อนหน้า 1 ชม และก่อนวิ่ง อีกครึ่งแก้วในตอนนั้นเลย แปลกทำไม จนท ไม่ห้าม?
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายหนักๆ เขาก็แนะไว้อย่างนั้นแหละครับ 2-3 ชม ก่อนหน้าไม่ควรกินอะไร
From : lotus [ 17 พ.ค. 48 - 22:31:14 น. ]

ความเห็นที่ 6

กลับมาบ้านเอารูปที่น้าหมีถ่ายไว้มาให้ดูกันครับ
ต้องถอดเสื้อแล้วก็วัดความดัน น้ำหนัก วัดส่วนสูง แล้วทดสอบการยืดตัวคือนั่งยืดขายันพนังแล้วก้มตัวจากเอวดูว่าโน้มตัวไปได้ไกลเท่าไร
รูปนี้กำลังเริ่มวัดค่าต่างๆ
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 02:21:43 น. ]

ความเห็นที่ 7

ที่เห็นทางซ้ายมือของรูปคือเครื่องชั่งน้ำหนัก และตรง background บริเวณเข่าด้านหลังเป็นเครื่องวัดความยืดหยุ่น จะเห็น sliding scale อยู่บนโต้ะเตี้ยๆ เอาเท้ายันไปในช่องดำแหละครับ
จากนั้นก็เริ่ม exercise stress test ด้วยความเร็วช้าๆ ก่อน
รูป ไม่ต้องจับราวก็ได้เพราะมันช้า และไม่ได้เอนอะไรตอนเริ่มต้น
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 02:25:24 น. ]

ความเห็นที่ 8

รูปแรกจะเห็นไหล่ที่ยังแดงๆ อยู่ และเข่าซ้ายลงมามีรอยแผลเพราะล้มในวันอาทิตย์ที่ Orchard Park
รูปสุดท้ายเป็นรูปตอนที่ความเร็วเริ่มสูง จับราวไว้ครับเพื่อความมั่นใจ
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 02:28:04 น. ]

ความเห็นที่ 9
ที่เห็นกระดาษไหลออกมา เป็นการ plot graph คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ครับ ที่ได้ข้อมูลจากขั้ว electrode ที่ติดระโยงระยางบนหน้าอก ท้อง แล้วเสียบรวมกันที่สายรัดเอวสีดำในรูปครับ ส่วนจอก็แสดงค่าต่างๆ แบบ real time เลยครับ
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 02:31:39 น. ]

ความเห็นที่ 10
ไปมาแล้วครับ ตอนวิ่งผมไม่รู้เลยว่าลู่วิ่งมีการปรับระดับให้เอนได้ด้วย
ได้ยินแต่เสียงมอเตอร์ นึกว่าเร่งให้เร็วขึ้นอย่างเดียว
สงสัยจะเหนื่อยมากไปหน่อย เลยไม่รู้ว่ากำลังปรับให้สูงขึ้นอยู่
ไปคนแรกเลย ไม่เห็นคนอื่นทดสอบก่อน วิ่งบนลู่เป็นครังแรกด้วย
ตอนวิ่งช่วงหลังก็นึกว่า ขี่จักรยานขึ้นเขาอยู่ สู้ต่อไป...
จนได้เวลา 20.30 นาที ก็ไม่ไหวแล้วครับ
From : เป้ง [ 18 พ.ค. 48 - 14:07:14 น. ]

ความเห็นที่ 11
ยินดีด้วยครับ แล้วเขาจะส่งผลมาให้ จากการวิเคราะห์ ECG graph แต่พวกเราคงไม่มี pattern ปกติหรอก เพราะปั่นมาได้หลายปีแล้ว และไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอก ไปทดสอบถ้าได้มีโอกาสก็ดีครับ เหมือนกับการตรวจร่างกายประจำปี แต่ดีกว่า
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 14:30:34 น. ]

ความเห็นที่ 12
pattern ปกติหรอก = pattern ผิดปกติหรอก
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 14:31:51 น. ]

ความเห็นที่ 13
ไปมาแล้วเหมือนกันครับ ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่แต่เมื่อยมาก เขาบอกว่ากล้ามเนื้อผมล้าสะสม ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วจนถึงเมื่อวานนี้ผมปั่นไป 400 กว่าโล
เขาบอกว่าต้องพักอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ถึงจะควรทดสอบแบบนี้ได้ และคนที่เล่นไตรเขาบอกว่าผมวิ่งไม่เป็นด้วยครับ คือกระทืบเท้าดังโครมๆ
แต่พอช่วงทดสอบกำลังขากับแขน ผมดันแขนได้ 200 ปอนด์ ถีบขาได้ 200 ปอนด์กับไอ้ลูกยางดำๆทั้งหมด 30 ครั้ง แต่วิ่งได้แค่กำลังจะขึ้น
สเตจที่ 7 เท่านั้นเองครับ เขาบอกว่ากล้ามเนื้อผมมีความแข็งแรงมากกว่าความทนทาน ต้องฝึกวิ่งด้วยถึงจะดี แต่ถ้าจะไม่ไหวแน่ขอปั่นอย่างเดียวดีกว่า
สงสัยถึงเวลาที่ต้องเสียตังค์ ซื้อ HRM แล้วแหงม ว่าแต่พี่ๆเค้าบอกว่า อ.โล ฟิตจริงๆเลยครับ
From : รุจ [ 18 พ.ค. 48 - 16:14:37 น. ]

ความเห็นที่ 14
นี่เป็นการบ่งชี้อย่างดีว่า หนุ่มๆ แข็งแรงกว่าผู้ใหญ่มาก และถ้าฝึกความทนทานจะยิ่งสุดยอด ผมพวกเดียวกับสมพิศครับ อึดทน แต่แรงอัดไม่ค่อยดี คือเร่งความเร็วไม่ค่อยได้ จึงหลุดบ่อยๆ ดังที่บรรยายไว้ใน Orchard Park trip ที่ผมกับพี่เกษมอยู่รั้งท้ายและหลุดตามไม่ทันครับ แต่ไปได้เรื่อยๆ
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 17:22:06 น. ]

ความเห็นที่ 15
การวิ่งสายพานหรือEST เพื่อตรวจการอุดตันของเส้นเลือดหัวใจ มันต้องตีบ75%ขึ้นไปถึงตรวจเจอ การผ่านผลตรวจวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ตายด้วยโรคหัวใจพรุ่งนี้นะครับ
ผมเคยตรวจมาแล้ว ผลออกมาแข็งแรงกว่าคนธรรมาดาได้ค่า110% พอไม่กี่เดื่อนจากนั้นก็ยังเกือบตายจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเลย เห็นเพื่อนบอกตัวม่วงแล้ว ดีที่มีเพื่อนเยอรมันปั้มกลับมาหายใจ ท่านใดทราบว่าการที่ตัวม่วงนี่หัวใจหยุดไปแล้วกี่นาที ไม่ทราบว่าคุณหมอJFK จะช่วยตอบได้ไหม
From : หุ่น [ 18 พ.ค. 48 - 18:10:51 น. ]

ความเห็นที่ 16
ทำไมเขาไม่ให้ผู้หญิงร่วมทดสอบด้วยค่ะ เพราะอะไร มีเหตุผลไหม

From : หนิง [ 18 พ.ค. 48 - 18:24:18 น. ]

ความเห็นที่ 17
อันนี้ผมก็ไม่ทราบ ต้องถามชมรม TCC และกองออกกำลังกาย กรมอนามัย และขอบคุณคุณหุ่นที่มาร่วมให้ข้อมูล ผมยังจำเรื่องที่คุณหุ่นเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับทุโภชนาการที่การออกกำลังอาจจะช่วยไม่ได้มากนัก แต่ถ้าภุโภชนาการแล้วไม่ออกกำลังไม่ดีแน่ๆ ทุกวันนี้ผมได้อุทาหรณ์จากคุณหุ่นทำให้ระวังเรื่องการกิน และออกกำลังทุกวันครับ
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 20:50:57 น. ]

ความเห็นที่ 18

ผมรู้ครับพี่หนิง ... เพราะว่าตอนที่ผมทดสอบเค้าให้ผมถอดเสื้อออกครับ (ล้อเล่นนะครับพี่)
จริงๆผมถามเค้าได้คำตอบมาว่า เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เค้าทำการวิจัยครับในแต่ละครั้ง เค้าทำมาหลายกลุ่มแล้วครับอย่างกลุ่มที่อึดที่สุดคือ"สามล้อถีบ"
ครั้งต่อไปก็อาจเป็นกลุ่มนางฟ้าการบินไทยก็ได้ครับพี่

From : รุจ [ 18 พ.ค. 48 - 22:49:37 น. ]

ความเห็นที่ 19
อืมตอนผมไปทดสอบ จนท บอกว่า จนถึงปัจจุบันกลุ่ม จยย เรานี่อึดที่สุดแล้วครับ
From : lotus [ 18 พ.ค. 48 - 23:01:49 น. ]

ความเห็นที่ 20
วันนี้พี่คนที่ใส่แว่นครับ เค้าบอกว่า มีสามล้อถีบ ทำสถิติถึง"สเตจ 8" ฟังตอนแรกก็งงทั้งหมด ( มีคุณเป้ง พี่นพฏลญ์ พี่นพพร พี่วรวิทย์ )
แต่พอนึกภาพดูก็เข้าใจว่าเค้าไม่มีเกียร์ แถมต้องแบกคน และ ขึ้นสะพาน แดดร้อน ทำงานตั้งแต่เช้ายันยันเย็นอดทนมากๆ ถ้าไม่อดทนก็คงต้องทนอด
From : รุจ [ 18 พ.ค. 48 - 23:43:46 น. ]

ความเห็นที่ 21
แล้วก่อนหน้านั้นมีอีก 2 ท่านในวันอังคารที่เกิน 20 นาทีก็ถึง stage 8 คนที่ผมพูดด้วยเป็นนักแข่ง Egat ทำเวลาได้ 24.50 นาทีครับ ไม่รู้ใครลบสถิติได้หรือเปล่า
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 00:06:55 น. ]

ความเห็นที่ 22
นักแข่ง Egat = นักแข่งที่ร่วมแข่งงาน Egat จำชื่อไม่ได้
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 00:08:45 น. ]

ความเห็นที่ 23
เมื่อไหร่จะรู้ผลครับ และดูได้ที่ไหนครับ
From : รุจ [ 19 พ.ค. 48 - 11:02:43 น. ]

ความเห็นที่ 24
ตอบพี่หุ่นครับ

ไม่ทราบ ว่าตอนนั้นที่พี่หุ่นเป็น นี่ หลังจากไปถึง รพ.แล้วหลังจากหมอตรวจ สรุปว่า เป็น หัวใจวาย จากเส้นเลือดหัวใจอุดตันหรือป่าวครับ

ปกติ ถ้าเป็นอันนี้ แล้ว คนไข้ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นมาก ขนาดหัวใจหยุดเต้น มักจะเสียชีวิต ก่อนถึงรพ.

แต่ถ้าถึงแล้ว ช่วยได้ ก็จะต้อง ตรวจโดยการฉีดสีเอ็กซ์หลอดเลือด และ แก้ไข โดยการทำบอลลูน หรือ ผ่าตัด ทำ บายพาส

การที่เหนื่อยเป็นลมหมดสติ แล้วเขียวไป และปั๊ม กันเองและฟื้นกลับมา นี่ ถ้าไม่ใช่จากพวกไฟฟ้าช้อต แล้ว มักเป็นอย่างอื่นมากกว่า เช่น เหนื่อยมากจนวูบหมดสติไป จากอ๊อกซิเจนเลี้ยง สมองไม่พอ มากกว่า

เวลาคนไข้ที่เหนื่อยวูบเป็นลม ไปบางทีจะดูตัวซีดเหลือง ถ้ามีการกลั้นหายใจ หรือหยุดหายใจไปชั่วขณะนึง ก็จะมีอาการขาดอ๊อกซิเจนในเลือดทำให้เห็นตัวเขียว หรือสีออกคล้ำม่วงที่ เรียก ทางการแพทย์ว่า ไซยาโนซีส (เหมือนกับคนโดนพิษของไซยาไนด์) พวกนี้ จะเกิดได้หลังหยุดหายใจ แค่ไม่กี่นาที แต่เมื่อร่างกายขาดอ๊อกซิเจน(หรือเขียวถึงระดับนึง ถ้าไม่มีความผิดปกติอื่น และหัวใจยังเต้นอยู่ ) มันจะเกิด รีเฟรกซ์ จากการขาดอ๊อกซิเจนกระตุ้นให้หายใจเฮือกกลับขึ้นมา

และเวลาคนหมดสติบางครั้งชีพจร มันจะเต้นเบาเร็วทำให้คนที่คลำไม่มีความชำนาญ คลำไม่ได้ชีพจร และ คิดว่าหัวใจหยุดเต้น (แม้แต่หมอบางที ก็ยังคลำไม่ได้เช่นกันก็มี) แล้วปั๊มหัวใจ กัน และคิดว่าฟื้นจากการปั๊ม แต่อาจจะฟื้นกลับมาเอง จากการที่หายใจกลับมาเอง อย่างที่ว่าก็ได้ครับ

คือ อยากบอกว่า จริงๆแล้ว ถ้าหัวใจขาดเลือดรุนแรง ช้อคหมดสติ ขนาดเครื่องมือพร้อม ๆ อยู่ในรพ. นี่ยังรอดยากเลยครับ

แต่พี่หุ่น ยังไงคอยตรวจเช็คสุขภาพ ดูคลื่นหัวใจ และระดับไขมัน และน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ก็ดีครับ
From : -=Jfk=- [ 19 พ.ค. 48 - 12:46:35 น. ]


ความเห็นที่ 25
ขอบคุณ คุณหมอJFK
ผมเพิ่งไปหาหมอที่บำรุงราษฎร์ตรวจประจำทุก4เดือน เมื่อวานนี้เอง
อาการผมเกิดขึ้นตอนหลับเท่านั้น เดี๋ยวจะลองส่งรายระเอียดให้ดูไม่รู้จะส่งได้หรือเปล่า
From : หุ่น [ 19 พ.ค. 48 - 15:34:59 น. ]

ความเห็นที่ 26

บริเวณที่ตีบ
From : หุ่น [ 19 พ.ค. 48 - 15:42:15 น. ]

ความเห็นที่ 27

กราฟตอนเต้นเกือบ300ครั้งต่อนาที ตอนร.พ.อยู่เยอรมัน
From : หุ่น [ 19 พ.ค. 48 - 15:45:41 น. ]

ความเห็นที่ 28
ขอโทษอ.จ.โล นะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขโมยกระทู้อ.จ.นะครับ ก็ไม่อยากให้พวกเราประมาทโดยเฉพาะพวกเราที่อายุใกล้50
ข้อมูลเพิ่มเติมคือ ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด50%เสียชีวิตณที่เกิดเหตุอีก25%ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล รอดแค่25% เท่านั้น
ส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิต จะเป็นผู้ป่วยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรค และไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าด้วย
From : หุ่น [ 19 พ.ค. 48 - 16:03:50 น. ]

ความเห็นที่ 29
ไม่เป็นไรครับ ผมไปกระตุ้นหมอ JFK ที่ Pantip เลยครับ และอีกกระทู้ด้วย 5 5 5
เพราะมันมีประโยชน์แก่คนทั่วไป และต่อผมผู้อยู่วัยทองด้วย
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 17:48:56 น. ]

ความเห็นที่ 30
ตอบคุณรุจ ผลคิดว่าจะส่งไปที่ TCC ครับ ไม่แน่ใจว่าจะส่งไปที่บ้านด้วยหรือไม่ ตอนตรวจเสร็จเขาก็บอกเราคร่าวๆ แล้วละครับว่าเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และมีความฟิตระดับไหน ผมไม่ซีเรียสเท่าไรเรื่องผลเพราะเท่าที่เขาแจ้งว่า แข็งแรงดีมาก และตอนหยุดการทดสอบหลัง cool down 1 นาทีไม่เหนื่อยเลย หัวใจเต้นปกติทันทีผมก็พอใจแล้วครับ แต่ยอมรับเลยว่าพอ 18 นาทีไปแล้วมันหนักจริงๆ หัวใจไป max แล้วและต้องยืนอย่างนั้นไปอีก 2 นาทีซึ่งปกติไม่เคยทำแบบนั้นเลยครับ
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 18:10:15 น. ]

ความเห็นที่ 31
จากกร๊าฟ EKG หรือ จะเรียกว่า ECG ก็ได้เหมือนกันครับ ที่พี่หุ่นเอามา มันบอกว่า พี่เป็น V Tac ชั่วขณะสั้นๆ ซึ่งถือว่าโชคดี ครับ ถ้ามันเป็นติดต่อกันนานๆ มันจะทำให้วูบหมดสติไป เนื่องจากหัวใจที่เต้นรัวแบบนี้ มันปั๊มป์เลือดไม่ได้

ไอ้ตอนที่พี่หุ่นเป็น แล้วหมดสติไป ก็คงเป็นจากอันนี้แหละครับ พอเป็นซักพักมัน กลับคืนมาเอง ก็ฟื้นได้

ส่วนสาเหตุ ที่เป็นพวกนี้ส่วนใหญ่เกิดจากทางเดินไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ ซึ่งการรักษา ก็จะทำโดยการใช้จี้ด้วยไฟฟ้า ไปยังตำแหน่งที่คิดว่าไฟฟ้าที่ลัดวงจรมันจะผ่านไป

และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอย่างนี้ได้ ก็คืออาการของหลอดเลือดหัวใจตีบตัน อย่างที่พี่หุ่นเป็นนี่แหละครับ ซึ่งจะวินิจฉัย แน่นอนได้ ด้วยการฉีดสีหาเส้นเลือดที่ตีบ และการรักษา ก็อย่างที่บอกไปข้างบน คือ ทำบอลลูน รวมทั้ง ใส่ Stentถ่างเอาไว้ ถ้าตีบมาก หรือถ้า หนักมากสุดท้าย ก็คือ By pass ซึ่งสรุปแล้วพี่หุ่น ได้เจอ เกือบครบ

สรุป ผมว่าพี่หุ่นคงเป็น เส้นเลือดหัวใจอุดตันมาก่อนและไม่รู้สึกตัว เนื่องจากออกกำลังกายสม่ำเสมอ หัวใจและร่างกายแข็งแรงดี แต่ว่ามันอาจจะมีเนื้อหัวใจบางส่วนที่เสียหายไป ทำให้เกิดการเต้นของหัวใจผิดปกตเเป็นระยะ และตอนที่เกิดอาการหมดสติ ที่เพื่อนปั๊มป์ คงเป็น V Tach กำเริบขึ้นมา นานจนหมดสติไป แล้วกลับฟื้นคืนมา และ มาเกิดให้เห็นแว็บๆ จากการ มอนิเตอร์ด้วยเครื่องใน รพ.อีกครั้ง

ดีนะครับที่หมอยังนึกถึงเส้นเลือดหัวใจ ตีบด้วย และค้นหาทางนี้ ร่วมไปด้วย ถ้าไปจี้ไฟฟ้า ก่อน ยังไม่ได้แก้ไขเรื่องเส้นเลือดหัวใจตีบ ไม่แน่ว่าตอนกำลังจี้ จะเกิดอะไรขึ้นให้หวาดเสียวหรือป่าว

ปกติ ถ้าเป็นอาการหมดสติ จากหัวใจขาดเลือด มักจะ รู้สึกตัว และมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก แน่นเหมือนอะไรบีบเค้นหน้าอก มากๆ อาจจะร้าวไปไหล่และสบักซ้าย เหงื่อออกตัวเย็น หายใจไม่ออกแล้ว จะค่อยๆช้อคหมดสติไป ครับ อันนั้น อย่างที่บอก ถ้ารุนแรง และไม่ได้อยู่ในรพ.ได้รับยาขยายหลอดเลือดทันไม่ค่อยรอดกัน

พวกยาอมใต้ลิ้น และยากินขยายหลอดเลือด นี่ แค่ช่วยลดอาการปวด ถ้าเป็นรุนแรงพวกนี้ไม่ได้ช่วยให้รอดชีวิตเพิ่มเลยครับ


From : -=Jfk=- [ 19 พ.ค. 48 - 19:51:04 น. ]


ความเห็นที่ 32
มาขอบคุณคุณหมอและพี่หุ่นครับ ที่ทำให้กระทู้นี้มีประโยชน์เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ตรงวัตถุประสงค์ที่ผมตั้งกระทู้ไว้ พวกเราดูพี่หุ่นไว้เป็นตัวอย่างที่ดีทำให้เราระวังเรื่องการกินด้วยนะครับ
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 20:37:22 น. ]

ความเห็นที่ 33
อยากทราบว่ามีที่ ทดสอบแบบนี้ที่ไหนอีกมั๊ยครับ เสียเงินก็ได้ อยากทราบครับ
From : nu [ 19 พ.ค. 48 - 21:45:00 น. ]

ความเห็นที่ 34
http://www.anamai.moph.go.th/dopah/index.html
ลองโทรติดต่อกองออกกำลังกายดูครับ
คิดว่าเบอร์นี้ก็น่าจะให้ข้อมูลได้ 02-590-4585 คุณปฏิพัทธ์ สุขอนันต์ กลุ่มสนับสนุนวิชาการ
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 23:50:39 น. ]

ความเห็นที่ 35
กองออกกำลังกาย อยู่ที่ตึก 4 ตึกหลังสุด ชั้น 7 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขครับ
From : lotus [ 19 พ.ค. 48 - 23:52:34 น. ]

ความเห็นที่ 36
คุณหมอJFK
ตัวผมเองไม่เคยมีอาการใดๆที่บ่งบอกว่าเป็นโรคนี้ก่อนหน้าเลย ก่อนออกเดินทางไปนอก1วันตอนตี3 ก็เกิดVT แล้วตกเตียง แต่ฟื้นเองตามที่คุณหมอว่า เหงื่อออกจนรู้สึกว่าหนาว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร หลับสบายมากๆและนึกว่าตกเตียงเฉยๆ ตอนเช้าไปหาหมอตรวจEKGก็ปกติดี หมอบอกไม่เป็นไรทุกอย่างปกติ
เป็นไปได้ไหมว่าการที่คนเราเมื่อออกกำลังมากเป็นประจำร่างกายจะสร้างเส้นเลือดฝอยไปเลี้ยงหัวใจเพื่อเพิ่มเลือดให้กล้ามเนื้อหัวใจ พอเราฟิตมากขึ้นชีพจรก็จะเต้นช้าลง ยิ่งเวลาเรานอนมันก็จะเต้นช้าลงอีก ในcaseผมเส้นmainมันตีบอยู่แล้ว พอเต้นช้าลงเลือดที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจเลยไม่พอทำให้เกิดVT เพราะมันเกิดเฉพาะตอนหลับสนิทเท่านั้น ตอนเกิดเหตุอยู่อิตาลี่ร่างกายแข็งแรงมากขี่วันละเกือบ8ช.ม.ทุกวันกับเพื่อนต่างชาติ คืนวันเกิดเหตุผมเข้านอนตอน3ทุ่ม พอ4ทุ่มเพื่อนที่นอนเตียงติดกัน(ไม่ใช่คนที่ปั้มผม)เขย่าผมให้ตื่น บอกว่าผมเกร็งหายใจไม่ออกแล้วดิ้นไปทับเขา(เตียงเขาชนติดกับเตียงผม )เขาตกใจมาก บอกว่าพรุ่งนี้ต้องไปหาหมอนะ ผมเองไม่รู้เรื่องเลย พอเช้า7โมงผมตื่นก่อนกะว่าจะขอโทษที่ทำให้เขาตกใจเมื่อคืน เห็นเขายังไม่ตื่นเลยหลับต่อ พอ8โมงก็ได้เรื่องเลย ตอนนี้หยุดเต้นยาวเลย จนเพื่อนที่นอนด้วยกันต้องไปตามเพื่อนอีกห้องมาช่วยปั้มหัวใจ ฟื้นแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องคิดว่ากำลังหลับสบายทำไมใครเอานํามาราดเตียงเราเปียกหมดเลย
อาหารที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก ขาหมู คากิ ข้าวมันไก่ ไข่ลวก ไข่เจียว ไข่ดาว พะโล้ แกงกะทิทุกชนิด ของหวานก็ไอสครีม ทองหยิบ ฝอยทอง บัวลอยไข่หวาน พักหลังก็กินเลี้ยงอาทิตย์ละหลายครั้งเพราะต้องรับรองแขกต่างประเทศจากบริษัท เวลาของเหลือก็เสียดายต้องกินให้หมด เพื่อนๆเลยให้เราเหมาหมดทุกครั้ง การเป็นนักกีฬาใช้พลังแยะกินเท่าไรก็ไม่อ้วน แต่หารู้ไม่ว่าไขมัน มันไปสะสมในเส้นเลือด เส้นเลือดคนเราขนาดแค่2ม.ม.เองครับ

From : หุ่น [ 20 พ.ค. 48 - 07:05:24 น. ]

ความเห็นที่ 37
อย่างที่บอกไงครับพี่หุ่น

พี่หุ่นแข็งแรงดี ออกกำลังกายมาตลอดเลยไม่เคยรู้สึกตัว หัวใจทำงานได้ดีแข็งแรง แต่การขาดเลือดไปเลี้ยง บริเวณหัวใจหย่อมเล็กๆ ทำให้เนื้อหัวใจตรงนั้นตาย หรือเสียไป แต่ไม่ทำให้เกิดอาการของ การเหนื่อยง่าย หรือ เจ็บอกให้เห็น เพราะว่าเนื้อหัวใจส่วนที่ดี มันทำงานแทนได้ สบายมาก

แต่พอไอ้เนื้อหัวใจตรงที่ตาย มันเหมือนเป็นรูรั่วเล็กๆ หรือสายไฟเส้นเล็กๆ ไปพาดผ่านสายไฟใหญ่ วันร้ายคืนร้าย มันเลยทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร เกิด VT ขึ้นมา ถึงตอนนี้ หัวใจที่เต้นรัว มันฉีดเลือดไม่ได้ มันก็เลยวูบ ถ้าวูบไม่นาน ก็แค่เกร็งหมดสติเหงื่อออกไปพักนึง

ถ้าเป็นนานๆ ก็เขียว ไปจนถึง Dead ได้เลยครับ

ส่วนที่พี่ว่า จากการที่เราแข็งแรง แล้ว ทำให้ HR ช้า นี่ใช่ครับ

แต่ที่ว่า ช้าเลยทำให้ตอน Rest มันก็ช้าลง แต่ช้าเพราะว่าหัวใจมันแข็งแรงพอ บีบแค่นั้น มันก็พอเลี้ยงร่างกายและหลอดเลือดแล้ว ดังนั้น จึงไม่น่าจะทำให้เกิดหัวใจขาดเลือด

และ จากที่พี่หุ่นเล่า อาการแต่ละครั้งของพี่ มันก็ไม่ได้เป็นภาวะหัวใจขาดเลือด แต่เป็น V Tach ซึ่ง พอเป็นแล้วเมื่อฟื้น คลื่นหัวใจ จะกลับมาปกติหมด ดูไม่ได้(บางคนเป็นอยู่ที่บ้านไปหาหมอไม่เป็น หมอต้องให้ ใส่ Holter หรือเครื่องวัดบรรทึกกร๊าฟ หัวใจติดตัวไว้วัดตลอดยี่สิบสี่ชม.กลับมาบ้าน เพื่อคอยจับมันก็มี)

ต่างกับพวกหัวใจขาดเลือด มันจะมีกร๊าฟ หัวใจ ให้เห็นการขาดเลือด และ เนื้อหัวใจตายให้เห็นได้ชัดหลังเกิดครับ

สรุป ของพี่ หุ่นแม้ว่าจะแก้ไข เรือ่งเส้นเลือดหัวใจอุดตัน จากการทำBy pass ไปแล้ว แต่เนื้อหัวใจที่อาจจะเสียหายไปบางส่วน และเป็น สาเหตุให้เกิด V TAC กับพี่ ยังคงอาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ ต้องคอยระวังไว้ด้วยครับ ซึ่งถ้าเป็นมาก ก็ต้องทำการตรวจ พิเศษ โดยหมอจะหาตำแหน่งที่ผิดปกติโดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าอ่อนๆเมื่อเจอ ก็จัดการจี้ด้วยไฟฟ้า อย่างที่บอกตอนต้น)

อ้อ การเกิด V Tach (Venticular Tachycardia ) นี่ นอกจากเนื้อหัวใจเสีย จากการขาดเลือดแล้ว มันเกิดเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็เยอะนะครับ แต่การรักษา ก็เหมือนกัน คือ มีตั้งแต่กินยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ไปจนถึง วิธีจี้ด้วยไฟฟ้า อย่างที่ว่า เรื่องจี้ไฟฟ้านี่ ผมเคยได้ยินเพื่อนผม ที่เป็นหมอ โรคหัวใจ เค้าบอกว่า มีหมอคนนึง ที่วชิรพยาบาล จบ American Broad เก่งมากทางด้านนี้ แฟนผมเคยเป็น เคยจะไปจี้เหมือนกัน แต่ว่า ไม่ค่อยรุนแรง หลังจากคอนโทรลด้วยยา แล้วดี ก็เลยไม่ได้ทำ

ถ้ายังไง พี่หุ่นลองปรึกษาคุณหมอที่ดูแลพี่หุ่น ดูเวลาพบกันครั้งหน้าอีกครั้งนะครับ
From : -=Jfk=- [ 20 พ.ค. 48 - 13:15:20 น. ]


ความเห็นที่ 38
อาหารที่พี่หุ่นชอบ คล้ายของหนิงเลยค่ะ ข้าวขาหมู ของมันๆ เนย
เค้ก ขนม แล้วอย่างงี้ พี่หุ่นงดกินไหมค่ะ แล้วหนิงจะต้องงดด้วยไหมค่ะ
หมอ jfk cholesterol แค่163เอง แต่ปีที่แล้ว 201
From : หนิง [ 20 พ.ค. 48 - 17:00:22 น. ]

ความเห็นที่ 39
งดได้ก็ดีครับ น้องหนิง พวกไขมันสูงๆ น่ะ

อ้อ เวลาเช็คดูไขมัน นอกจากเช็ค Cholesterol แล้ว ควรเช็ค TG และ HDL ด้วยครับ
From : -=Jfk=- [ 20 พ.ค. 48 - 17:39:52 น. ]


ความเห็นที่ 40
ตั้งแต่ได้อ่านเรื่องพี่หุ่นคราวก่อน ผมงดของมันๆ เลยครับ แต่ของหวานผมไม่ชอบอยู่แล้ว ก็เลยเฉยๆ แต่ก่อน ขาหมู ข้าวมันไก่ เสือร้องไห้ ทานดะ พวกนี้มันสะสมระยะยาวด้วย คุณชาตรี โสภณพานิช แบงก์กรุงเทพ ก็ต้องทำ triple bypass เพราะชอบทานพวกมันๆ นี่แหละ ทำเมื่ออายุ 50 ต้นๆ นานมาแล้ว บินไปทำที่สหรัฐเลย ตอนนี้รูปร่างผอมกว่าก่อนมาก ได้ข่าวว่าออกกำลังทุกวันหลังจากนั้น ก็คงกลัวตายเหมือนผมแหละครับ ก่อนหน้าที่ผมจะมาหันออกกำลังเมื่อ 6 ปีก่อน เพื่อนร่วมรุ่นตายด้วยโรคหัวใจกันทีละคนสองคน คนแรกที่ไปก่อนเป็นหมอด้วย อายุแค่ 42 เอง อ้วน ชอบทานของหวานมัน เฮ้อ
From : lotus [ 20 พ.ค. 48 - 21:14:57 น. ]

ความเห็นที่ 41
ฉีดสีดูแล้วไม่ปรากฎว่าไม่มีเส้นเลือดตีบที่หัวใจ แต่เวลาวิ่งเจ็บหน้าอกนิดหน่อย
อาการแบบนี้มีอันตรายไหมครับ
From : Luc [ 7 ส.ค. 48 - 19:18:40 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ