00001
มูลนิธิ "ขนส่งความรัก" แห่งประเทศไทย

"สะแอม" เด็กชายชาวเขมรถ่ายรูปร่วมกับ ลี คิว ซิก และ ยอง มี ซอย หลังได้รับการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย

ยอง มี ซอย มิชชันนารีชาวเกาหลี ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทย ขณะพาเด็กน้อยจากกัมพูชาไปรับการผ่าตัดที่ประเทศเกาหลี

อนุชาติ หมายทอง และ ยอง มี ซอย ผู้เป็นกำลังสำคัญของมูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทย


รถแท็กซี่คันเล็ก ๆ วิ่งวน "ขนส่ง" ผู้โดยสารอย่างแข็งขัน

หน้าที่สำคัญของคนขับ คือ ทำให้ผู้โดยสารคนแล้ว...คนเล่า ไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

แต่สำหรับคนขับแท็กซี่อีกกลุ่มหนึ่ง หน้าที่ของพวกเขามิได้มีเพียงขนส่งผู้โดยสารเท่านั้น ภายในรถคันเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่รับส่งผู้คนนั้น ดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างอัดแน่นอยู่เต็มคัน

สิ่งนั้นเราไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่ทว่ากลับเป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ด้วยหัวใจ

และสิ่งนั้นก็คือ "ความรัก"

จุดเริ่มต้น "มูลนิธิขนส่งความรัก"

ย้อนหลังไปเมื่อ 18 ปีที่ผ่านมา คนขับแท็กซี่คนหนึ่งในประเทศเกาหลีได้ทราบเรื่องร้ายของเพื่อนรัก เมื่อโรคหัวใจเข้ามาคุกคามชีวิตลูกสาวตัวน้อยของเพื่อน วิธีเดียวที่จะช่วยชีวิตเด็กน้อยได้คือการผ่าตัด แต่ปัญหาสำคัญคือเพื่อนของเขาเป็นเพียงคนขับแท็กซี่ธรรมดา ๆ พวกเขาไม่มีรายได้เพียงพอที่จะนำเด็กหญิงไปรับการผ่าตัดรักษาได้ ความหวังที่จะให้ลูกสาวของเพื่อนมีชีวิตอยู่รอดต่อไปบนโลกใบนี้ดูริบหรี่เต็มที

ชายคนขับแท็กซี่ผู้นี้จึงตัดสินใจช่วยเพื่อนหาเงินอีกทาง เขานำหมากฝรั่งมาวางขายในรถแท็กซี่ของเขาพร้อมบอกผู้โดยสารทุกคนที่มาใช้บริการว่า เงินค่าหมากฝรั่งทั้งหมดจะนำไปใช้ในการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจให้แก่เด็กผู้หญิงเล็ก ๆ คนหนึ่ง

แม้ผู้โดยสารบางคนยังคงลังเลไม่เชื่อ แต่ก็น่าดีใจที่ยังมีผู้โดยสารอีกหลายคนควักเงินในกระเป๋าออกมาแลกกับหมากฝรั่งอย่างไม่เสียดาย

จำนวนเงินบริจาคเพื่อรักษาชีวิตเด็กน้อยเพิ่มสูงมากขึ้น เมื่อบรรดาคนขับแท็กซี่คนอื่นได้ยื่นมือมาช่วยเหลือ ในช่วงเวลานั้น บนรถแท็กซี่หลายต่อหลายคันในประเทศเกาหลีมีหมากฝรั่งวางขายเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือชีวิตเด็กหญิง ผลของความร่วมมือร่วมใจครั้งนั้น ส่งผลให้เด็กน้อยผู้เป็นลูกสาวของเพื่อนรักได้รับการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจจนหายเป็นปกติ และได้ใช้ชีวิตเช่นคนธรรมดาคนหนึ่งในประเทศเกาหลี

"ซุน ซัม โฮ" คือนามของคนขับแท็กซี่ผู้ริเริ่มโครงการ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ "มูลนิธิขนส่งความรัก"

มูลนิธินี้ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ ให้เด็กเหล่านั้นได้รับการผ่าตัดรักษาให้หายเป็นปกติ ซุน ซัม โฮ ได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิขนส่งความรัก อันมีสมาชิกอยู่ในประเทศเกาหลีทั้งหมดนับหมื่นคน โดย 90 เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกมีอาชีพเป็นคนขับแท็กซี่เช่นเดียวกับ ซุน ซัม โฮ

ทุกวันนี้ภายในรถแท็กซี่ของพวกเขาทุกคน จะมีกล่องบรรจุหมากฝรั่งเพื่อขายให้แก่ผู้โดยสารเช่นเดียวกับเมื่อ 18 ปีที่ผ่านมาไม่เปลี่ยน

ยอดบริจาคที่ได้รับทั้งหมดตั้งแต่แรกก่อตั้งมูลนิธิเป็นจำนวนเงินเกินกว่า 60 ล้านบาท ยอดเงินสูงลิ่วนี้คงไม่มีความหมายเท่ากับจำนวนเด็กผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจกว่า 900 คน ที่พวกเขามอบชีวิตใหม่ให้

เมื่อ "ความรัก" ถูกขนส่ง

ในปี ค.ศ. 1992 สองสามีภรรยามิชชันนารีชาวเกาหลี ลี คิว ซิก และ ยอง มี ซอย เข้ามาประจำอยู่ที่คริสตจักรไทย เพื่อทำหน้าที่ดูแลคริสตจักรของไทยและกัมพูชาควบคู่กัน จากหน้าที่ดังกล่าวทำให้พวกเขาได้เดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาบ่อยครั้ง และนั่นทำให้สองสามีภรรยาได้พบกับ "โสมาลี" เด็กผู้หญิงชาวกัมพูชาวัย 9 ปี ผู้กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากโรคหัวใจ

ยอง มี ซอย มิชชันนารีชาวเกาหลีได้กล่าวว่า โสมาลีต้องทนทุกข์อยู่กับโรคหัวใจมาตลอด 9 ปี โดยไม่มีทางออก เนื่องจากฐานะทางบ้านของเด็กหญิงค่อนข้างยากจน ไม่มีเงินเพียงพอที่จะนำมารักษาและผ่าตัดโรคร้ายนี้

"วันที่เราพบกับโสมาลีครั้งแรก เธออาการแย่แล้ว หน้าซีดจนเขียว ตัวก็ผอมเหลือนิดเดียว พวกเราก็ได้แต่สงสาร โดยที่ไม่รู้จะช่วยเหลือได้ยังไง เพราะพวกเราก็เป็นเพียงมิชชันนารี รายได้ก็มีไม่มากนัก แต่ก็ไม่อยากที่จะให้โสมาลีต้องทนทรมานอยู่กับโรคหัวใจไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทางออกแบบนี้"

ณ เวลานั้น สองสามีภรรยาชาวเกาหลียังไม่รู้จักกับ มูลนิธิขนส่งความรัก แต่เมื่อได้นำเรื่องของเด็กหญิงโสมาลีไปปรึกษากับอาจารย์ชาวเกาหลีท่านหนึ่ง อาจารย์ท่านนี้จึงได้ทำการติดต่อกับมูลนิธิขนส่งความรักในประเทศเกาหลี หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ อาจารย์ก็โทรศัพท์ติดต่อกลับมาให้นำเด็กหญิงชาวกัมพูชาผู้นี้เข้าไปรับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหัวใจในประเทศเกาหลี โดยทางมูลนิธิขนส่งความรัก จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้

"ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ตอบรับ พวกเราดีใจมาก รีบทำเรื่องส่งให้โสมาลีได้เข้าไปรับการผ่าตัด สำหรับในตอนนี้โสมาลีอายุ 12 ปี หายเป็นปกติแล้ว หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยเธอก็กลับไปอยู่ในประเทศเขมรเหมือนเดิม พวกเราก็ยังติดต่อกับเธออยู่เรื่อย ๆ ไม่ขาด" ยอง มี ซอย กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

มูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทย

หลังจากที่สองสามีภรรยามิชชันนารีได้ช่วยเหลือเด็กหญิงชาวเขมรได้สำเร็จลุล่วง ซุน ซัม โฮ ประธานมูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศเกาหลี จึงเกิดความคิดให้กระจายมูลนิธิ เข้ามาตั้งอยู่ในเมืองไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรคหัวใจในแถบประเทศอินโดจีนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน

ในวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2003 มูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทยจึงได้ถูกก่อตั้งขึ้น โดยมี ลี คิว ซิก มิชชันนารีชาวเกาหลี เป็นประธานสาขาประเทศไทย

อนุชาติ หมายทอง ผู้ช่วยประธานมูลนิธิขนส่งความรัก ให้ข้อมูลว่า คุณสมบัติของเด็กที่ทางมูลนิธิจะให้ความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคหัวใจนั้นต้องมีอายุไม่เกิน 15 ปี และรายได้ของครอบครัวไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน

"เรากำหนดรายได้ของเด็กที่จะเดินทางไปรักษาค่อนข้างต่ำ เพราะเด็กที่ฐานะยากจนเหล่านั้นไม่มีเงินและไม่มีกำลังพอที่จะรักษาตัวเอง โดยเมื่อเด็กสมัครเข้ามารักษา พวกเราจะพาเข้าไปตรวจเช็กอาการของโรคที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ประเทศไทย เพื่อตรวจสอบอาการว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน หากนำไปเข้ารับการผ่าตัดโอกาสหายจะมีมากเท่าใด ก่อนที่จะพาไปผ่าตัดที่เกาหลี"

มูลนิธิขนส่งความรัก ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาและการเดินทางให้แก่เด็กผู้ป่วย เฉลี่ยแล้วเป็นจำนวนเงินถึง 300,000 บาทต่อคน

"จำนวนเงินนี้นับว่าไม่น้อยเลย ดังนั้นทางมูลนิธิจึงต้องติดต่อประสานกับโรงพยาบาลที่เกาหลี เพื่อตกลงให้ออกค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดร่วมกัน โดยถ้าหากเป็นเด็กต่างชาติอย่าง ไทย หรือเขมร ก็ตกลงกันว่า มูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ออกค่าเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเกาหลีให้" อนุชาติกล่าว

เติมหัวใจเพื่อชีวิตใหม่

ช่วงเวลา 1 ปีเศษนับจากก่อตั้งมูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทย ที่แห่งนี้ได้ช่วยเหลือเด็กชาวกัมพูชาไปแล้ว 6 คน และยังมีเด็กจากประเทศแถบอินโดจีนอย่าง ไทย ลาว เวียดนาม พม่า รอคอยเข้าคิวรับการรักษาอยู่อย่างต่อเนื่อง

"ยังไม่เคยมีเด็กไทยไปเข้ารับการผ่าตัดที่เกาหลีเลย เพราะว่าคนไทยยังกลัวอะไรหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งยังไม่เชื่อใจพวกเราด้วย" ยอง มี ซอน กล่าว

มิชชันนารีชาวเกาหลีอธิบายว่า เมื่อได้ทำการประชาสัมพันธ์ออกไปก็มีเด็กไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเข้ารับการรักษา โดยเธอได้พาเข้าไปตรวจเอกซเรย์ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทางไปประเทศเกาหลีเพื่อรับการผ่าตัด ทางครอบครัวกลับกลัวและตัดสินใจไม่ให้เด็กผู้ป่วยเดินทางไปรับการรักษา

"คนไทยส่วนใหญ่กลัวโดนหลอก หลายคนก็ถามว่าทำไมถึงผ่าตัดที่เมืองไทยไม่ได้ ซึ่งสาเหตุที่มูลนิธิไม่สามารถให้เด็กผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดในประเทศไทยเป็นเพราะว่าตอนนี้มูลนิธิที่เมืองไทย ยังเป็นเพียงศูนย์เล็ก ๆ เรายังไม่มีอำนาจ เรายังไม่มีเงินเพียงพอ หากเรานำผู้ป่วยไปรับการผ่าตัดที่เกาหลี ทางมูลนิธิใหญ่ก็จะนำเงินมาช่วยเหลือให้ นอกจากนั้นหมอรักษาโรคทางด้านหัวใจโดยเฉพาะของเมืองไทยยังมีจำนวนค่อนข้างน้อย คิวของคนไข้ที่จะรักษายาวมาก หากนำไปผ่าตัดที่เกาหลีจะมีหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เยอะ ทำให้เกิดความสะดวก และรวดเร็วมากกว่า"

อย่างไรก็ตาม ยอง มี ซอน กล่าวว่า ในอนาคต หากมูลนิธิที่ประเทศไทยแห่งนี้มีการเติบโตและแข็งแรง รวมทั้งมีสมาชิกในจำนวนที่มากขึ้น การผ่าตัดในเมืองไทยก็อาจเกิดขึ้นได้

"เราอยู่เมืองไทยมาเกือบ 13 ปี เราอยากเห็นการช่วยเหลือเด็กไทยที่ยากจนให้ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ให้พวกเขาได้กลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาเสียที สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคนไทยต้องเชื่อใจพวกเรา " มิชชันนารีชาวเกาหลีกล่าว

สมาชิกและอาสาสมัคร

และในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ทางมูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทยยังคงต้องการ ก็คือ อาสาสมัครและสมาชิกผู้ที่จะเข้ามาช่วยให้มูลนิธิแห่งนี้แข็งแรงเติบโตมากยิ่งขึ้น

อนุชิต หมายทอง ให้รายละเอียดว่า โดยหลัก ๆ แล้วหน้าที่ของอาสาสมัครก็คือการประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิ โดยอาจจะมาช่วยแจกใบปลิวหรือเข้ามาช่วยตอนที่มีการประชาสัมพันธ์ตามมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นทางมูลนิธิยังต้องการคนที่จะเข้ามาช่วยแจกของให้เด็ก ไปเยี่ยมเด็กผู้ป่วย หรือช่วยเหลือด้านการหาทุน เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาทำงานยังคงน้อยมาก

สำหรับสมาชิกที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือด้านเงินค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางมูลนิธิไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดว่าต้องบริจาคจำนวนเท่าใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความพอใจของแต่ละคน

"เราไม่มีเหรียญตรา ไม่มีเกียรติบัตร อะไรต่าง ๆ มอบให้แก่คนบริจาค แต่เมื่อคุณพร้อมหรือคุณสะดวกใจที่จะช่วยเหลือก็เข้ามา โดยทางมูลนิธิจะไม่กำหนดว่าต้องบริจาคเท่าไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณเท่านั้น" อนุชิตกล่าว

รถแท็กซี่คันน้อย ยังคงทำหน้าที่ "ขนส่ง" อย่างไม่หยุดยั้ง

เพื่อหัวใจของใครหลายคน จะได้โลดเต้นตามจังหวะเฉกเช่นคนธรรมดา

และเพื่อ "ความรัก" จะได้ถูก "ขนส่ง" ไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยเสียที

******
บริจาคเงินสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจได้ด้วยตัวเองที่มูลนิธิหรือ โอนเงินมาที่
ชื่อบัญชี (Account Name): Mr. Kyu Sik Lee
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หมายเลขที่ (Saving account No.) : 172-0-75445-4
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (Bangkok Bank)
สมัครร่วมเป็นอาสาสมัครมูลนิธิขนส่งความรักได้ด้วยตัวเองที่มูลนิธิขนส่งความรัก
1-3 ซอยพร้อมมิตร สุขุมวิท 39 เขตวัฒนา กรุงเทพ ฯ 10110
โทรศัพท์ 0-2662-4012 โทรศัพท์มือถือ 01-923-4042 และ 04-018-0755
e-mail address : young2jang@hotmail.com
เด็กผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถติดต่อเพื่อเข้ารับการผ่าตัดรักษาได้ที่มูลนิธิขนส่งความรักแห่งประเทศไทยได้ตลอดเวลา ณ สถานที่และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อข้างต้น

โดย http://www.manager.co.th

By : ขออนุญาต ประชาสัมพันธ์ [ 7 ธ.ค. 47 - 21:56:16 น. ]


ความเห็นที่ 1
เด็กชาย ไรวินท์ พันธ์ทอง (น้องพล) อายุ 2 ขวบ
ป่วยเป็นโรคหัวใจ , บ่อน้ำตาตื้น , ภูมิแพ้ , ปอดบวม , ตัวเขียว
มีพังพืดที่คอทานอาหารไม่ได้ต้องให้นมทางสายยางทุกชั่วโมง ,
ที่อยู่ 780/10 ม.10 หอพักท๊อปอพาร์ทเม้นท์
อยู่หลังป้อมตำรวจสามแยกเจ้าคุณทหาร
ถ.เจ้าคุณทหารลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง
กทม. 10520
รบกวนมูลนิธิช่วยติดต่อน้องพลด่วน เลยนะคะ สงสารน้องเค้ามาก
เนื่องจากพ่อน้องพลก็มีอาชีพขับรถแทกซี่ และแม่น้องพลไม่ได้ทำงาน
ต้องคอยดูแลน้องพลเลยไม่มีรายได้อะไร
From : เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ลาดกระบั [ 23 ก.ย. 48 - 12:29:47 น. ]

ความเห็นที่ 27
But you are say, that this idead is bad?,
From : LujXqhReejVsHM [ 15 มิ.ย. 51 - 10:50:56 น. ]

ความเห็นที่ 28
Of course, but what do you think about that?,
From : YirgpNBOYmcAB [ 16 มิ.ย. 51 - 08:43:09 น. ]

ความเห็นที่ 29
If you have a little free time, read this post:,
From : XTHwqNHtJq [ 25 มิ.ย. 51 - 13:23:35 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ