00001
Pc แผนที่สมุทรสงคราม & แหล่งน่าเที่ยวในจังหวัดเล็กสุดของไทย

web moderator


จังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่เรียกกันติดปากว่า แม่กลอง นั้น มีพื้นที่น้อยที่สุดในประเทศไทย คือ ๔๑๖ ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง ๖๓ กิโลเมตร ตามถนนพระรามที่ ๒ (ธนบุรี - ปากท่อ) ประชากรสองแสนคนเศษ ในจำนวนทั้งหมด ๓ อำเภอ คือ อ.เมืองสมุทรสงคราม อ.อัมพวา และ อ.บางคนที

. . . . ผมชอบถนนคดเคี้ยวที่เลื้อยไปในสวนอันร่มรื่นของอ.อัมพวาฝั่งตะวันตกของลำน้ำแม่กลองมากๆ เลย .. ซึ่งเมื่อรวมกับรอยทรุดของคอสะพานแล้ว ก็เสมือนปราการธรรมชาติที่ช่วยชะลอความเร็วรถเก๋งของคนกรุงลงได้อย่างชะงัด ... ผมเคยไปมากว่า ๑๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังเข้าถึงพื้นที่สวนได้ไม่ทั่ว... แต่เมื่อได้ข้อมูล GPS จากคุณ "น้องเฝือก" มาเพิ่มเติม ทำให้เห็นภาพพื้นที่สวนแห่งเมืองแม่กลองได้เกือบทั่วทั้งจังหวัด ... ยิ่งระยะ ๒ ปีกว่ามานี้ ที่ได้มีโอกาสไปเที่ยว วัดบางแคน้อย ด้วยแล้ว ทำให้ผมยิ่งอยากเอาจักรยานกลับไปขี่ที่แม่กลองอีกครั้ง
. . . . ราวปี ๔๑ ผมเคยเอาจย.ไปขี่ในสวนแถบแควอ้อม แต่หลายปีมานี้ยังไม่มีโอกาสเอาจย.ไปขี่ที่นั่นเลย ทั้งๆ ที่ขับรถยนต์ไปค่อนข้างบ่อย .. เนื่องเพราะรู้จักคนแม่กลองหลายคน คุณป้าที่ช่วยดูแลบ้านให้ผมก็เป็นคนแม่กลองเช่นกัน
. . . . ตอนนี้เชิญชมแผนที่ที่สร้างจากโปรแกรม OziExplorer เพียงโปรแกรมเดียวไปพลางๆ ก่อนนะครับ แล้วจะตามคุณ "น้องเฝือก" ให้ช่วยนำภาพกลางสวนอัมพวามาฝากในวันต่อๆ ไป หรือท่านใดมีภาพที่เคยไปพัก "บ้านทรงไทย" กับชาวบ้านที่ ต.ปลายโพงพาง หรือ "ครัวผู้ใหญ่ทองหยิบ" ใกล้วัดราษฎร์บูรณะ ริมแม่น้ำอ้อม ก็เชิญแจมเข้ามาได้เลยนะครับ ... ขอไปเตรียมข้อมูลทั้งกลางสวนและในตลาดสดแม่กลองก่อนนะครับ..



ฉบับ update เมื่อ 12 ก.พ. 48


By : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 00:10:28 น. ]


ความเห็นที่ 1

อย่างนี้จัดทริปไปปั่นเลยดีไหมครับพี่ Pc

From : สมพิศ [ 18 ต.ค. 47 - 02:36:00 น. ]

ความเห็นที่ 2
ไม่ได้เจอคุณ PC นายแล้ว เห็นด้วยกับพี่สมพิศครับ
From : วิโรจน์ [ 18 ต.ค. 47 - 07:47:17 น. ]

ความเห็นที่ 3
ขอโทษพิมพ์ผิดครับ ความเห็นที่ 2
ไม่ได้เจอคุณ PC นานแล้ว เห็นด้วยกับพี่สมพิศครับ ฝนหมดแล้วจัดเลยครับ ตอนรับลมหนาวปั่นในสวนสมุทรสงครามน่าจะดีนะครับ

From : วิโรจน์ [ 18 ต.ค. 47 - 07:50:22 น. ]

ความเห็นที่ 4
ถ้า"ไปปั่น"ไปด้วยครับ พี่สมพิศ
ถ้า "ปั่นไป" ไม่หวายครับ
From : jaack [ 18 ต.ค. 47 - 08:36:09 น. ]

ความเห็นที่ 5
ดีครับพี่สมพิศเห็นด้วยขอนับหนุน เรียกทีมงานวางเส้นทางได้เลยพี่
From : น้องหนุ่ย... [ 18 ต.ค. 47 - 10:02:41 น. ]

ความเห็นที่ 6
เดี๋ยวไปรื้ออัลบั้มภาพแหล่งท่องเที่ยวที่เสือออยไปสำรวจมาคนเดียวเก็บภาพได้เยอะ แต่ได้ยินข่าวว่าทางอ.อัมพวาจัดตลาดน้ำกลางคืนที่ตลาดน้ำท่าคา(จำไม่ชัดค่ะ) ต้องไปสำรวจอีกรอบหนึ่งค่ะ ไม่รู้ว่าจะมีจริงเปล่าค่ะ ท่านพี่ Pc
From : oiltrips [ 18 ต.ค. 47 - 12:35:47 น. ]

ความเห็นที่ 7
สวัสดีครับ...พี่Pcและเพื่อนๆทุกท่าน ผมเพิ่งรู้จักสมุทรสงครามก็เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา
ก็เพราะมีโอกาสไปเยือนและซื้อที่เอาไว้ ซึ่งรถไปไม่ถึง ต้องนั่งเรือต่อเข้าไปในที่ ที่เป็นสวนต้นมะพร้าว
จังหวัดนี้ถ้าจะนึกภาพก็ให้นึกถึง ตลาดน้ำดำเนินฯ ที่มีเรือแม่ค้าขายของกันแน่นขนัด
ซึ่งที่จริงแล้ว วิถีชีวิตแบบนี้ไม่เพียงแค่ที่ดำเนินสะดวก แต่มีให้เห็นกันมากในสมุทรสงคราม
ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงมีวิถีชีวิตแบบนี้ให้เห็นกันอย่างปกติ
เส้นทางในระแวกนี้ ผมเองไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็ด้วยความชอบปั่นสำรวจก็พบว่าเส้นทางในสมุทรสงคราม
โดยเฉพาะแถบอัมพวาซึ่งเป็นดงลิ้นจี่ ดงส้มโอ และดงมะพร้าว เป็นสถานที่ๆร่มรื่น สุดๆ
รถน้อย เส้นทางดี และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าเป็นร้านอาหารที่สุดแสนอร่อยราคากันเองบรรยากาศดี
แหล่งท่องเที่ยวแบบAmazingต่างๆ เช่นวัดโพธิ์ปรกที่ค่ายบางกุ้ง พญาซอ คลองหิ่งห้อย และที่สำคัญคือ
ใกล้กรุงเทพฯเพียงแค่1 ชั่วโมงเท่านั้น

และประกอบกับได้คำแนะนำจากพี่เจี๊ยบ-ก้อย
ก็เลยเริ่มสำรวจอย่างจริงจัง โดยนำ GPS ไปบันทึกเส้นทางด้วยก็เลยมี Track เด็ดๆมาฝากพี่ๆครับ

จากแผนที่ บ้านผมคือ SUCHAYA แต่ก่อนต้องไปทางเรือครับ

ช่วงนี้ขอเท่านี้ก่อนนะครับ เจ้านายตามแล้ว
ยังไงแล้วการสำรวจแต่ละครั้งผมต้องนึกถึงพี่ๆเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พี่Pc ที่เป็นแรงบันดาลให้ผมเป็นนักสำรวจ
พี่หวัง ที่เป็นแหล่งความรู้ GPS ให้ผมได้นำผลการสำรวจกลับมาฝากทุกๆท่าน
พี่โนฯ ที่เป็นเจ้าของบ้านนี้

From : น้องเฝือก [ 18 ต.ค. 47 - 13:09:58 น. ]


ความเห็นที่ 8
ไปบ่อยครับเพราะเเอบรักสาวเเม่กลองอยู่
From : พี่หนก [ 18 ต.ค. 47 - 13:41:51 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 9 [ 18 ต.ค. 47 - 14:35:16 น. ]

web moderator


สวัสดีครับคุณสมพิศ คุณวิโรจน์ คุณหนูออย และคุณผู้ชม... ช่วงนี้ขอรับไม้จากคุณ "น้องเฝือก" มาพาคุณผู้ชมไปเยี่ยม วัดบางแคน้อย กันนะครับ ..

. . . . ภาพนี้เป็นอุโบสถหลังใหม่ (หลังที่ ๓ แล้ว) หลวงพ่อแพร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้สะสมไม้ตะเคียนทองแผ่นใหญ่มากๆ (กว้าง ๑.๒ เมตร ยาวเท่าความยาวอุโบสถ และหนา ๒ - ๓ นิ้ว) มานานแล้ว แต่เพิ่งสร้างอุโบสถใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ซึ่งทั้งหลังได้ปูพื้นด้วยไม้ตะเคียนทองเพียง ๗ แผ่นเท่านั้น
. . . . หอสวดมนต์ ของวัดบางแคน้อย ก็น่าชม .. โดยรอบหอสวดมนต์สร้างเป็นกุฏิสงฆ์แบบเดียวกับที่เคยเห็นที่อยุธยาและเพชรบุรี มีพื้นไม้แล่นถึงกันโดยตลอด พื้นเป็นไม้ตะเคียนทองแผ่นใหญ่เช่นกัน กว้างเกือบเมตรแน่ะ ที่น่าชมก็ตรงที่มีการรักษาความสะอาดพื้นไม้ที่ทาน้ำมันไว้อย่างดี คณะที่ไปด้วยกับผมแกล้งพูดเปรียบเปรยว่า ถ้าคุณผู้หญิงนุ่งกระโปรงก็อย่าให้ใครเดินอยู่ใกล้ๆ เพราะพื้นไม้เป็นเงามันคล้ายกระจก

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 14:35:16 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 10 [ 18 ต.ค. 47 - 14:54:57 น. ]

web moderator


หลวงพ่อแพร เจ้าอาวาสองค์นี้ ปัจจุบันอายุ ๘๐ ปีแล้ว (ภาพนี้ผมถ่ายไว้เมื่อท่านมีอายุ ๗๘ ปี) เจ้าอาวาสองค์ก่อน คือ หลวงพ่อเขียว ซึ่งเป็นต้นตำหรับยาหอม .. แขกไปใครมาวัดบางแคน้อย นอกจากหลวงพ่อแพรจะให้ลูกศิษย์จัดมะพร้าวอ่อนน้ำหอมแช่เย็นไว้คอยต้อนรับแล้ว ท่านยังว่าให้ชาวบ้านข้างวัดทำข้าวต้มมัดสุดอร่อยไว้คอยต้อนรับแขกอีกด้วย .. ทั้งกล้วย ทั้งกะทิ ใบตอง ล้วนแต่เป็นของหาง่ายในแถบนั้น .. ก่อนกลับท่านมักจะมียาหอมตำหรับหลวงพ่อเขียวให้ติดมือกลับบ้านอีกคนละหลอดเล็ก .. ครั้งที่คณะผมนำผ้าป่าไปทอดที่วัด ก็ได้รับเป็นกระปุกใหญ่ จึงได้ทำบุญเพิ่มไปอีกคนละร้อยครึ่งร้อย .. ยาหอมตำหรับหลวงพ่อเขียวนี้หอมสุดยอดจริงๆ เพราะหลวงพ่อแพรท่านปรุงเต็มสูตร ชะมดเช็ดก็ใช้ของดี .. เคยดูทีวีเห็นมีคนทำฟาร์มเลี้ยงชะมดที่ อ.เขาย้อย และหลวงพ่อแพรท่านก็เป็นคนพื้นเพทาง อ.เขาย้อย เช่นกัน .. แต่ไม่แน่ใจว่าท่านใช้ชะมดเช็ดจาก อ.เขาย้อย หรือเปล่า...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 14:54:57 น. ]

ความเห็นที่ 11
สวัสดีครับ พี่ PC พี่ วิโรจน์ และน้องเฝือก คิดถึงทุกคนเลยครับ งานนี้ผมขอไปด้วยคนนะครับ
From : ยุธ [ 18 ต.ค. 47 - 15:12:11 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 12 [ 18 ต.ค. 47 - 15:15:34 น. ]

web moderator


"ดาวเพดานมุขหน้า" แกะสลักบนไม้สักแผ่นใหญ่มาก

คุณผู้ชมที่เคยไปชม "ของดี" ที่ติดอันดับ "๑ ใน ๑๐๐" คือ งานแกะสลักไม้ฝาผนังอุโบสถวัดกุฏิ ต.บางเค็ม (ก่อนถึง อ.เขาย้อย) ก็คงจะทึ่งในงานแกะสลักทั้งด้านในและด้านนอกของฝาผนังอุโบสถหลังนั้น .. หลวงพ่อแพรเล่าว่า ท่านได้แนวความคิดบางอย่างจากวัดกุฏิ บางเค็ม จึงได้นำมาสร้างไว้ในอุโบสถหลังใหม่ของวัดบางแคน้อย แต่เพื่อให้ปลอดภัยจากน้ำฝน จึงได้สร้างอุโบสถด้วยการก่ออิฐฉาบปูนตามแบบปัจจุบัน แล้วสร้างไม้สักแกะสลักไว้ด้านใน ตั้งแต่เพดาน ฝาผนัง บานหน้าต่างและประตู ส่วนใต้แนวหน้าต่าง เป็นศิลปะไม้ฝังไม้ซึ่งทำด้วยไม้โมกมัน
. . . . การแกะสลักที่นี่ ใช้ช่างจากเมืองเพชรเช่นกัน และรู้สึกว่ารูปที่แกะสลักจะนูนสูง(แกะสลักลึก)กว่าฝาผนังวัดกุฏิ บางเค็ม หน่อยๆ

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 15:15:34 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 13 [ 18 ต.ค. 47 - 15:20:04 น. ]

web moderator


แผ่นนี้ น่าจะเป็นเพดานด้านในอุโบสถ .. มีรูปปลาตัวใหญ่อยู่ด้วย คุณผู้ชมที่ทราบความหมายก็กรุณาอธิบายด้วยนะครับ...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 15:20:04 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 14 [ 18 ต.ค. 47 - 15:27:41 น. ]

web moderator


ภาพนี้เป็น ไม้เพดานด้านในอุโบสถอีกแผ่นหนึ่งครับคุณผู้ชม .. ในภาพน่าจะใช่ "ทรพี" (ควายที่เคยฆ่าพ่อทรพา) ขอเรียกชื่อภาพนี้ว่า "ปราบทรพี" ไปพลางๆ ก่อนนะครับ.. คุณผู้ชมที่ทราบกรุณาช่วยอธิบายด้วยนะครับ...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 15:27:41 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 15 [ 18 ต.ค. 47 - 15:36:24 น. ]

web moderator


ขยายให้เห็นมือลิง

. . . . แม้แต่ควายก็เหอะ .. หากทำชั่วถึงขั้นฆ่าพ่อ .. เวลากรรมตามสนองนั้น ไม่อาจหนีไปไหนได้เลย .. นอกจากเขาทั้ง ๒ ข้างจะถูกล๊อคแล้ว .. ลิงตัวบนก็เล่นงานทางหางทางก้น .. ลิงตัวล่างก็ทั้งกัดขาและบีบไม่ยอมปล่อยอีกด้วย... ฮ่วย! แล้วควายจะหนีอีท่าไหนละนี่...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 15:36:24 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 16 [ 18 ต.ค. 47 - 15:59:52 น. ]

web moderator


เจ้าของร้าน "จินดา" (ถ่ายในงานเทศกาลปลาทูเมืองแม่กลองเมื่อปลายปีที่แล้ว)

การเดินทางไปวัดบางแคน้อยนั้น ไปได้ ๒ ทาง.. ทางแรกไปตามถนนพระรามที่ ๒ ข้ามแม่น้ำแม่กลอง พอลงจากสะพานพระพุทธเลิศหล้า ก็ชิดซ้าย ยูเทอร์นออกทางขนาน ย้อนมาลอดคอสะพานตรงร้าน "จินดา" แล้วเลี้ยวขวาไปทางวัดปทุมฯ
. . . . สำหรับร้าน "จินดา" นี้ Pc ขอชวนชิม "ต้มส้มปลากระบอก" ครับคุณผู้ชม (แนะนำฟรีนะ) .. ทีเด็ดเขาอยู่ที่น้ำซึ่งออกข้นหน่อยๆ กลมกล่อม ซดอร่อย คล่องคอกว่าร้านไหนๆ ...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 15:59:52 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 17 [ 18 ต.ค. 47 - 16:10:29 น. ]

web moderator


คุณโอ๋ ภรรยาเจ้าของแพอาหาร เรือนวารี (ถ่ายในงานเทศกาลปลาทูเมืองแม่กลองเมื่อปลายปีที่แล้ว)

ก่อนถึงวัดปทุมฯ มีญาติๆ ของร้านจินดา เปิดเป็นแพลอยน้ำอยู่อีกร้านนึง ชื่อว่า "เรือนวารี" ร้านนี้ Pc ขอชวนชิม "ปลาดุกทะเลผัดพริกแกง" .. ที่แพอาหาร "เรือนวารี" นี้ เขาใช้ปลาดุกทะเลตัวโตๆ เนื้อปลาดุกทะเลจึงให้รสชาติความหวานมันมากกว่าทางแถบมหาชัย ประกอบกับฝีมือการผัดที่ไม่ซ้ำแบบใคร จึงทั้งข้นทั้งมัน อร่อยอย่าบอกใครเชียว...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 16:10:29 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 18 [ 18 ต.ค. 47 - 16:38:56 น. ]

web moderator


แต่วันที่นายหัวของคุณ TIGERSONG กรุณารับผมติดรถลงใต้ด้วยนั้น ดันมีแต่ปลาดุกทะเลตัวไม่ค่อยใหญ่ดังในภาพ... แต่ก็อร่อยครับ..คุณผู้ชม...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 16:38:56 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 19 [ 18 ต.ค. 47 - 16:52:54 น. ]

web moderator


จากแพอาหาร "เรือนวารี" มองขึ้นไปเหนือน้ำ สามารถมองเห็นเสาประตูโพงพาง(เครื่องดักปลา) อยู่กลางแม่น้ำ (คห.18 กับภาพนี้ ฝีมือคุณ TIGERSONG ครับ) .. ด้านหลังของโพงพาง คือ ย่านตลาดในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม อาคารขาวๆ นั้น น่าจะใช่ ร.พ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย...

. . . . จากจุดนี้ การเดินทางไปวัดบางแคน้อย ต้องเลี้ยวซ้ายตรงสามแยกวัดปทุมฯ ผ่านหน้าร้าน "คุณเยาว์" ซึ่งเป็นเพื่อนกับเฮียเปี๊ยก ยศเส(พ่อหนูดี) .. ร้านคุณเยาว์นี้มีเมนู "ปลาหมึกผัดกะปิ" ที่ลือชื่อมาก ฤดูที่มีกระเทียมโทนมากก็ใส่กระเทียมโทนเป็นหัวๆ เลย... เอ้า! ไปต่อครับคุณผู้ชม.. ผ่านหน้าร้านคุณเยาว์ไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนแม่กลอง-ปากท่อ แล้วก็เลี้ยวขวาไปผ่าน วัดท้ายหาด - วัดบางนางจีน - สถานีอนามัยวัดบางขันแตก - วัดสวนหลวง - วัดบางนางลี่ใหญ่ - วัดภุมรินทร์กุฎีทอง พอข้ามคลองที่วัดบางแคใหญ่ก็เลี้ยวขวาไปจนถึงประตูวัดบางแคน้อย ซึ่งอยู่ติดกับประตูโรงพยาบาลอัมพวา

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 16:52:54 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 20 [ 18 ต.ค. 47 - 17:03:27 น. ]

web moderator


สมุทรสงคราม มีคำขวัญประจำเมืองว่า เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.๒ แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม

เมื่อยกคำขวัญมากล่าวแล้ว ก็ขอแถมภาพหลอดผัดฉ่าร้านเรือนวารี ที่คุณ TIGERSONG เป็นผู้ถ่ายภาพ ให้แก่คุณผู้ชมอีกภาพครับ...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 17:03:27 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 21 [ 18 ต.ค. 47 - 17:30:12 น. ]

web moderator

คุณเสือออยครับ.. ตลาดน้ำท่าคาอยู่ทางตะวันออกของที่ว่าการ อ.บางคนที .. แผนที่นี้ก็ครอบคลุมตลาดน้ำท่าคาด้วย แต่ไม่มี Waypoint เลยยังไม่ได้ระบุตำแหน่ง .. ชาวบ้านในคลองท่าคามีวิถีชีวิตแบบตลาดน้ำมานานแล้ว ซึ่งแต่เดิม(ถ้าจำไม่ผิด)ชาวบ้านจะนัดกันเฉพาะวัน ๒ ค่ำ ๗ ค่ำ ๑๒ ค่ำ ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม เพราะเป็นวันที่คลองท่าคามีน้ำขึ้น เดินทางทางเรือได้สะดวก เรือไม่ติดแห้ง .. ต่อมาได้มีความพยายามจากฝ่ายอำเภอและอบต. ที่จะให้มีนัดในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยเหตุที่เรือของชาวสวนติดแห้งกลับสวนไม่ได้ .. แต่เดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่าสามารถจัดให้มีนัดตลาดน้ำในวันเสาร์-อาทิตย์ได้สำเร็จแล้วหรือยัง...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 17:30:12 น. ]

ความเห็นที่ 22
ตามอ่านคุณพีซี...หิวข้าวแล้วซิ...ไปหาข้าวกินดีกว่า...ฮะฮะฮะ
From : TIGERSONG [ 18 ต.ค. 47 - 19:24:58 น. ]

ความเห็นที่ 23

ไปค้นในแผนที่ทางหลวง...ว่าแผนที่ที่คุณพีซีว่ามันอยู่ตรงไหน..มันอยู่ตรงนี้เอง...ฮะฮะฮะ

From : TIGERSONG [ 18 ต.ค. 47 - 19:50:41 น. ]

ความเห็นที่ 24
มาเที่ยวบ้านผมสิพี่ๆมาชิมส้มโอกันหน่อยเป็นไงแนะนำตัวก่อนนะครับผมท๊อปเสือภูเขาแม่กลองครับที่นี่มีที่เที่ยวที่ไม่มีใครเคยเห็นอีกมากเพราะบางที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนมีพรรณไม้โบราณหลายชนิดและเส้นทางปั่นที่ดูว่าง่ายแต่ปราบเซียนก้อมีนะครับวัดโบราณก็มีหลายวัดทั้งวัดที่อยู่ในเส้นทางเสด็จประพาสต้นของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่5สำหรับตลาดน้ำที่นี่มีตอนเย็นที่ตลาดอัมพวานะครับไม่ใช่ที่ท่าคาที่ท่าคาเป็นตลาดตอนเช้านะครับพี่ออยแล้วช่วงหน้าหนาวนี้จะมีเรือมาขายของมากขึ้นถ้าใครอยากมาเที่ยวเชิญได้เลยนะครับทุกวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ตั้งแต่4โมงเย็นถึง4ทุ่มสำหรับเส้นทางปั่นที่นี่มีหลายเส้นทางมากทั้งสวนทุ่งนาริมทะเลมีหลายเส้นทางมากเลยครับลองถามพี่เฝือกดูเอานะครับว่ามากเท่าไหนต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองนะครับแล้วจะรู้ว่าแม่กลองเล็กแต่มีอะไรที่คิดไม่ถึงอีกเยอะนะครับ
From : ท้อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 18 ต.ค. 47 - 20:05:02 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 25 [ 18 ต.ค. 47 - 20:44:32 น. ]

web moderator

สวัสดีคุณยุธ และคุณท๊อปเสือภูเขาแม่กลองด้วยครับ.. มีคุณท๊อปเข้ามาช่วยอธิบายด้วยก็ดีเลย แล้วจะแวะไปชิมส้มโอนะ ถ้าไปกันหลายคนก็จะเชียร์ให้ช่วยกันซื้อติดมือกลับบ้านด้วย... คุณท๊อปอยู่ตรงไหนหรือครับ..

. . . . กลับมาคุยถึงตอนบนของแผนที่กันต่อนะ .. วัดเจริญสุขาราม นั้นตั้งอยู่ใน ต.บางนกแขวก ติดกับประตูน้ำบางนกแขวก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมานานนมกาเล มีปลาชุกชุมมาก ทั้งปลาตะเพียน ปลากระแห และปลาแรดตัวโตมากๆ

. . . . ถัดลงมาก็เป็นค่ายมวย ช.ประเสริฐ ของ แดนชัย สิงห์วรจักร หรือ แดนชัย เดชาชัย นักมวยผู้เกรียงไกรในอดีต นั่นเอง ส่วนชื่อจริงของแดนชัย คือ สุชิน ผู้ช่วยรอด ครับคุณผู้ชม... ปัจจุบัน แดนชัยฯ ได้มีส่วนช่วยแก้ปัญหาสังคมในท้องถิ่นนั้นด้วยการรับลูกชาวบ้านมาเลี้ยงดูและฝึกมวยไทยให้เป็นวิชาติดตัว ซึ่งก็ลดปัญหายาเสพติดและความเกกมะเหรกเกเรลงได้อย่างมาก .. ดูเหมือนแดนชัยฯ จะเป็นคนพื้นเพทางแถบพระประแดง แต่ได้ภรรยาเป็นคนแม่กลอง เลยต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในสวนแม่กลอง .. ถ้าคุณผู้ชมผ่านทางนั้น ก็ช่วยแวะอุดหนุนผลไม้จากสวนแม่กลองที่หน้าบ้านของแดนชัยฯ ด้วยนะครับ...

. . . . ตรง CATHOLIC CHURCH นั้นคือ โบสถ์คริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และเป็นที่ตั้ง รร.ดรุณานุเคราะห์ ด้วย

. . . . ตรง W_BANGKHONTHINAI นั้นคือ วัดบางคณฑีใน เป็นพื้นที่ร่มรื่น รถน้อย และน่าขี่จักรยานทีเดียว ที่จริงยังมีทางน่าขี่จักรยานบริเวณนั้นอีกพอสมควร แต่ยังไม่มีเป็น GPS Track จึงยังไม่อาจลากเส้นลงในแผนที่นี้ได้ครับคุณผู้ชม...

From : Pc    [ 18 ต.ค. 47 - 20:44:32 น. ]

ความเห็นที่ 26
เรื่องของ พี่ PC น่าติดตาม เสมอนะครับ ปีหน้า ว่า จะปั่น ทัวร์ริ่งแบบพี่ PC บ้างแล้วครับ
From : Chanchai P. [ 19 ต.ค. 47 - 08:37:49 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 28 [ 19 ต.ค. 47 - 09:58:36 น. ]

web moderator


"วัดคอทอลิก นักบุญ...." ริมฝั่งแม่กลอง ตรงข้ามบ้านป้าหทัย...

อ้าว.. คุณ Chanchai P. สวัสดีครับ.. ไม่เห็นซะนาน นึกว่าหลงไหลไตรกีฬาไปซะแล้ว...
. . . . เมื่อลอยกระทงปีกลาย ผมขับรถยนต์พาญาติไปพักบ้านป้าหทัยที่ริมน้ำแม่กลองใต้วัดปทุมลงไปหน่อย รุ่งเช้าก็เลียบแม่กลองฝั่งตะวันตกผ่านวัดพวงมาลัย วัดสวนหลวง วัดบางแคน้อย ไปเลี้ยวซ้ายตรงวัดโบสถ์ผ่านสวนลิ้นจี่ริมแควอ้อมไปยังวัดบางสะแก แล้วข้ามแควอ้อมตรงสะพานวัดบางวันทอง ไปแวะครัวผู้ใหญ่ทองหยิบซึ่งเปิดบ้านทรงไทยเป็นโฮมสเตย์อยู่ใกล้ๆ วัดราษฎร์บูรณะ
. . . . จากนั้นป้าหทัยก็ชวนให้ย้อนไปทางวัดบางวันทอง ผ่านวัดแก้ว เพื่อไปดูก๋วยเตี๋ยวเรือที่ วัดประดู่ ... ที่บริเวณริมเขื่อนหน้าวัด เห็นคนนั่งเก้าอี้เตี้ยๆ เรียงเป็นแถว รออุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง คนขายลวกเส้นกันจนมือเป็นระวิง เสียดายที่ยังไม่ทันเที่ยง เลยได้แต่ซื้อส้มโอติดรถไป ๓ ลูก .. วัดประดู่ นี้เป็นชุมชนที่ร่มรื่น มีผู้คนมากพอสมควรครับคุณผู้ชม .. เหมาะทีเดียว ถ้าทริปจย.จะวางเส้นทางไปแวะที่นั่น...

From : Pc    [ 19 ต.ค. 47 - 09:58:36 น. ]


ความเห็นที่ 29
คุณท๊อป เสือภูเขาสามสมุทร ก็เป็นผู้หนึ่งที่ทุ่มเวลาให้กับวงการเสือภูเขามากทีเดียวครับ ท่านมักจะพาน้องๆเยาวชนออกทริปอยู่บ่อยๆ และเป็นผู้หนึ่งที่เป็นเจ้าถิ่นที่ทราบเส้นทางเป็นอย่างดี
มีโอกาสคงได้พบกันครับ
From : น้องเฝือก [ 19 ต.ค. 47 - 10:55:28 น. ]

ความเห็นที่ 30
สวัสดีครับคุณpcผมอยู่แถวเส้นทางไปอ.อัมพวานะครับเลยจากตลาดแม่กลองมาหน่อยส้มโอตอนนี้ไม่ค่อยมีนะครับแต่สวนคนรู้จักมีครับถ้าต้องการถ้าใครชอบปั่นไปดูนกไปที่แม่กลองนี่ก้อมีที่ให้ดูนะครับแถวแพรกหนามแดงช่วงนี้เริ่มมีนกอพยพมาบ้างแล้วเช่นพวกนกเป้ดนกน้ำชนิดต่างนะครับ
From : ท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 19 ต.ค. 47 - 11:04:36 น. ]

ความเห็นที่ 31
ถ้าคุณ PC จัดทริปเมื่อไรขอไปด้วยคนนะครับ ผมอยากไปที่วัดท้ายหาด เพราะหลวงพ่อแดงวัดท้ายหาดท่านตั้งชื่อให้ผมเอง ตั้งใจจะไปนานแล้วไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เพิ่งมารู้ก็ตอนเห็นแผนที่คุณ PC นี่แหละ
...ภาพในความเห็นที่ 13 น่าจะเป็นเรื่องในมหากาพย์รามายณะ หรือรามเกียรติ์ ตอนรามสูร กับนางมณีเมขลา ถ้าพูดแค่นี้ก็ไม่รู้เรื่องจึงขอเล่าแบบย่อ ๆ ซักนิดหนึ่งเถอะ
...วสันตฤดู (ฤดูฝน) ในสวรรค์นั้น เหมือนมีงานเทศกาล สงกรานต์ของเรา พวกนางฟ้า เทพบุตร เทวดา จะมาชุมนุมเล่นน้ำฝนกันอย่างสนุกสนาน นางมณีเมขลานั้นเป็นเทพธิดามีหน้าที่รักษามหาสมุทร ในมือจะถือลูกแก้วมณี ส่องแสงแวววับ ( เดาเอาว่าคงไว้ให้สัญญาณแก่เรือเดินสมุทรเหมือนประภาคาร ในสมัยนี้ ) เวลาเหาะไปไหนก็จะถือลูกแก้วมณีไปด้วย ขณะที่เหาะไปเพื่อร่วมเล่นน้ำฝนกับเหล่าเทวดา ก็มียักษ์ตนหนึ่งชื่อว่ารามสูร..เกะกะเกเรมาก สวรรค์ทั้ง 6 ชั้นไม่มีใครกล้าหือ อาศัยอยู่ในกลีบเมฆ รามสูรนี่มีลักษณะพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือเวลาเหาะจะมีลักษณะเหมือนนกอีแอ่นบิน ( คือร่อนลงมาพอต่ำหน่อยก็กระพือปีกแว๊บ ๆ ๆ ๆ ขึ้นไปแล้วก็ร่อนลงมาอีก สลับกันไป หากไม่เข้าใจว่าง ๆ ลองมองไปบนท้องฟ้า หาดูนกอีแอ่น ตัวดำ ๆ เล็ก ๆ บินอย่างที่ผมว่าแล้วจะเข้าใจว่า รามสูรมันเหาะอย่างนั้นน่ะ ) พอรามสูรเห็นลูกแก้วมณีที่นางเมขลาเหาะผ่านก็ชอบ ( ไม่รู้ว่าชอบนางเมขลาหรือลูกแก้วกันแน่) กระโดดเข้าไปแย่ง แต่แย่งไม่ได้ นางเมขลาหากลัวไม่กลับหัวเราะเยาะเหาะหลอกล่อ รามสูรโกรธก็ขว้างขวานเพชรอาวุธประจำกาย ดังเปรี้ยง ๆ สนั่นฟ้า (นิทานสมัยก่อนเล่าว่าฟ้าร้องเกิดจากรามสูรขว้างขวาน ส่วนฟ้าแลบนั้นก็เกิดจากนางเมขลาล่อแก้ว ) ไล่อย่างไรก็แย่งนางเมขลาไม่ได้ ไล่กันอยู่นาน… พระอรชุน(เทวดาอยู่ที่เชิงเขาจักรวาลหรือหิมาลัย) นั้นก็มาร่วมงานรื่นเริงนี้ด้วย ถึงคราวซวย เหาะผ่านมาตัดหน้ารามสูรพอดี รามสูรกำลังโกรธ ก็ร้องด่าว่า เหม่ ๆ ใครวะเหาะตัดหน้าข้า ไม่กลัวตายหรือไง พระอรชุนก็ว่า เจ้านี่ไม่รู้จักข้าเสียแล้วข้านี่แหละเว้ยนามว่าอรชุน อย่าว่าแต่ยักษ์กระจอกอย่างเจ้าเลย ขนาดทศกัณฐ์สิบเศียร ยี่สิบกร ลูกท้าวลัสเตียน ข้าเล่นงานซะอยู่หมัดมาแล้ว พูดได้เท่านั้นทั้งคู่ก็เข้าวงในใส่กันตุบตับ ๆ เหมือนมวยวัด พระอรชุนเสียท่า ถูกรามสูรจับขาได้ทั้งสองข้างแล้วฟาดเปรี้ยง เข้ากับเหลี่ยมเขาพระสุเมรุ ตายคาที่ ส่วนเขาพระสุเมรุ (น่าจะเป็นที่เดียวกับเขาไกลลาศ ซึ่งเป็นอยู่ของพระอิศวร) นั้นถึงกับเอียงทรุดเสียศูนย์ไป (คงเหมือนกับหอเอนแห่งเมืองปิซ่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) พระอิศวร เห็นเข้าถึงกับตกตลึง....มีต่ออีกครับแต่จบเพียงเท่านี้ก่อน เพราะมันจะเกินเรื่องในภาพแล้ว


From : เกษม ฯ [ 19 ต.ค. 47 - 11:11:51 น. ]


ความเห็นที่ 32

.......ภาพในความเห็นที่ 14 เป็นรูปเจ้าทรพี กำลังสู้กับพาลี(พญาวานรลูกพระอินทร์เป็นน้าหนุมาน) ในเรื่องรามเกียรติ์เหมือนกันครับ เล่าแล้วน้ำลายแตกฟองขอเล่าอีกซักหน่อยก็แล้วกัน
...….. พระอิศวรนั้นมีสาวใช้สวยโสภานางหนึ่ง นามว่า มาลี มีหน้าที่เก็บดอกไม้ร้อยมาลัยถวายพระอิศวร วันหนึ่งไปเก็บดอกไม้ในสวนคนเดียว เก็บไปก็ร้องเพลงไปด้วย สมมุติว่าร้องเพลงอุทยานดอกไม้ก็แล้วกัน มันเข้ากับบรรยากาศดี … “ ชมผกา จำปาจำปี กุหลาบราตรี พะยอม อังกาบ ทั้งกรรณิการ์ ลำดวน นมแมว ซ่อนกลิ่น ยี่โถ ชงโค มณฑา สายหยุดเฟื่องฟ้า ชบา และสร้อยทอง บานบุรี ยี่สุ่น ขจร สายหยุด พุดซ้อน พลับพลึงหงอนไก่ พิกุลควรปอง งามทานตะวัน รักเร่ กาหลง ประยงค์ พวงทอง บานชื่นสุขสอง พุทธชาติสะอาดแซม พิศพวงชมพู กระดังงาเลื้อยเคียงคู่ดูสดสวยแฉล้ม รสสุคนธ์ บุนนาค นางแย้ม สารภีที่ถูกใจ งามอุบล ปนจันทน์กระพ้อ ผีเสื้อแตกกอ พร้อมเล็บมือนาง พุฒตาล กล้วยไม้ ดาวเรือง อัญชัน ยี่หุบ มะลิวัลย์แลวิลัย ชูช่อไสวเร้าใจในอุทยาน ……
...…..นางมาลีกำลังจะร้องตอนท่อนซ้ำอีกเที่ยว ก็มียักษ์ตนหนึ่งมีหน้าที่ดูแลสวน ชื่อนนทกาล แอบชอบนางมาลีมานานแล้ว เห็นนางมาลีร้องเพลงเพลินก็เด็ดดอกไม้โยนใส่นางมาลี นางมาลีกำลังเพลินก็ตกใจร้องกรี๊ด นนทกาลก็ออกมาจากที่หลบ นางมาลีรีบวิ่งไปฟ้องพระอิศวร พระอิศวรทรงพิโรธมาก ให้ตามตัวนนทกาลมา พอมาถึงก็ร้องด่า เหม่ ๆ ๆ มึงก็รู้ว่านางมาลีเป็นข้ารับใช้กู (ไม่รู้ว่าเป็นกิ๊กหรือเปล่าถึงโมโหมาก) มึงบอกมานะว่ามึงทำไปทำไม นนทกาลก็บอกว่าที่ทำไปเพราะรักนาง พระอิศวรยิ่งโกรธหนัก ด่าต่อว่ามึงมันบังอาจนักกูจะฆ่ามึงก็จะเสียชื่อเสียงกู ดังนั้นกูจะสาปมึงให้ไปเป็นควาย มีชื่อว่าทรพา ต่อเมื่อมึงมีลูกชายชื่อทรพีแล้วผลาญชีวิตมึงเมื่อใดจึงพ้นคำสาปแล้วกลับมาเฝ้าสวนเหมือนเดิม
...…..พอสิ้นคำสาปนนทกาลก็เป็นควายตัวสีเผือก มีนิสัยดุร้ายมาก ไปอยู่ในป่ามีบริวารเป็นนางกาสร 500 ตัว นางควายตัวใดมีลูกเป็นตัวผู้ทรพาก็จะฆ่าเสียไม่มีเหลือ มีนางควายตัวหนึ่งชื่อนางนิลกาสรตั้งท้อง กลัวว่าลูกตัวเองเกิดมาจะเป็นตัวผู้จะถูกพ่อฆ่า จึงแอบหนีจากฝูงไปคลอดไว้ในถ้ำ เป็นตัวผู้จริง ๆ สีดำ แกล้วกล้า นางให้ลูกกินนมแล้วก็สอนว่าอย่าให้พ่อเห็นเป็นอันขาดเพราะเจ้าจะถูกฆ่า เมื่อสอนลูกแล้วนางนิลกาสรก็เอ่ยฝากลูกไว้กับเทวดาอารักษ์ให้ช่วยดูแลลูกด้วย ให้ชื่อลูกว่าทรพี เทวดาในที่นั้นก็อดสงสารไม่ได้ก็ช่วยมาปกปักรักษาเท้าทั้งสี่ และเขาทั้งสอง ทรพีพอเติบใหญ่ก็แอบซุ่มตามฝูงทรพาผู้พ่อไป พร้อมกับวัดรอยเท้าไปด้วยว่าใหญ่เท่ากันหรือยัง พอโตขึ้นรอยเท้าเท่าพ่อก็ไม่แอบซ่อนแล้วเจอพ่อก็กระโดดออกมาจากป่าตรงเข้าไปด่าพ่อว่า ใจร้ายที่ฆ่าลูกตัวผู้ทุกตัวที่ออกมา ตัวเองนี่แหละคือลูกทรพาที่รอดชีวิตมาได้ พ่ออย่างนี้เอาไว้ไม่ได้ต้องฆ่าให้ตาย ว่าแล้วก็ท้าพ่อให้ออกมาสู้กัน ฝ่ายทรพานั้นได้ยินก็โกรธ โจนเข้าใส่ทันที สู้กันจนป่าบริเวณใกล้เคียงราบเป็นหน้ากลอง ในที่สุดทรพาก็ถูกทรพีฆ่าตายแล้วพ้นคำสาป
...…..ส่วนทรพีนั้นพอฆ่าพ่อได้ก็ย่ามใจ เที่ยวท้ารบไปเรื่อย ท้ารบกับเทพเทวดา เหล่าเทพเทวดาก็ไม่รบด้วย จึงไปบุกไปท้าพระสุเมรุ ก็บอกให้ไปท้าพระสมุทร พระสมุทรก็บอกว่าข้าไม่สู้รบกับใครข้าคนนี้นั้นมีแต่ให้ ให้ไปท้าพระอิศวรที่เขาไกลลาส ทรพีก็วิ่งตะบึงไปท้าพระอิศวร พระอิศวรนั้นโกรธมาก แต่ไม่สู้ด้วยเพราะไม่สมศักดิ์ศรี จึงให้ไปสู้กับพพระยาพาลีที่เมืองขีดขิน และสาปทรพีไว้ด้วยว่า จะต้องถูกพาลีฆ่าตาย และเมื่อตายแล้ว ให้ไปเกิดเป็นยักษ์แล้วโดนศรที่พระนารายณ์อวตารไปปราบยักษ์ตายอีกครั้งหนึ่ง
...…..ทรพีนั้นคึกจริง ๆ ไม่รู้ว่าเมายาบ้าหรือเปล่า พอพระอิศวรตรัสเสร็จ ก็รีบควบไปเมืองขีดขิน เข้าไปท้ารบกับพระยาพาลี พาลีนั้นเลือดนักสู้อยู่แล้วพอเห็นควายมาท้าก็กระโดดเข้าใส่ สู้กันอยู่ตั้งแต่เช้ายันค่ำไม่แพ้ไม่ชนะกัน (พาลีนั้นได้พรจากพระอิศวรว่าใครก็ตามสู้กับพาลีกำลังจะลดลงครึ่งหนึ่งแล้วมาเพิ่มให้พาลี แต่นี่ทรพีคงมีเทวดาเข้าช่วย กำลังทรพีลดลงก็จริงแต่เทวดาไม่ลดด้วย ) พาลีเห็นดังนั้นจึงคิดอุบายว่า ขืนสู้ในที่โล่งอย่างนี้เอาชนะมันไม่ได้แน่ จึงร้องออกไปว่านี่แน่เจ้าทรพี เราสู้กันมาทั้งวันแล้วยังไม่รู้แพ้รู้ชนะนี่ก็ตะวันตกดินแล้ว เราทั้งสองพักรบกลับไปสั่งลูกสั่งเมียกันก่อน เพราะอย่างไรเราก็สู้กันถึงตายอยู่แล้ว พรุ่งนี้เช้าเราไปรบกันในถ้ำสุรกานต์ดีกว่า ใครตายจะได้ไม่มีใครรู้เห็นเป็นที่อับอาย ทรพีก็ตอบตกลง
...…..ส่วนพาลีนั้น กลับไปก็ไปสั่งสุครีพว่า จะเข้าไปรบกับทรพีในถ้ำ หากพ้นเจ็ดวันไปแล้วให้ไปดูที่ปากถ้ำ ถ้ามีเลือดไหลออกมาเป็นเลือดข้นแสดงว่าเป็นเลือดควาย ถ้าเลือดใสแสดงว่าตัวเองพลาดท่าตาย ให้สุครีพสั่งให้ทหารนำหินมาปิดปากถ้ำเพื่อจะได้ไม่มีใครรู้ว่าสู้ควายไม่ได้ พอรุ่งเช้าพาลี กับทรพี ก็ไปพบกันที่ถ้ำ เข้าต่อสู้กันอุตรุตไม่มีใครแพ้ชนะ จนกระทั่งวันที่ 7 พาลีคิดว่าทำไมเจ้าทรพีมันถึงมีกำลังมาก คงจะต้องมีเทพเทวดาช่วยแน่ จึงร้องออกไปว่า ไอ้ทรพีลำพังเอ็งน่ะสู้กับข้าได้ไม่นานถึงขนาดนี้หรอก จงบอกมาซิว่าเทวดาองค์ไหนช่วยรักษาเอ็งไว้ ทรพีนั้นกำแหงนักบอกว่าข้ารบด้วยสี่ขา สองเขาของข้าเอง ไม่มีใครมาช่วยข้า พาลีจึงร้องขึ้นว่า เทวดาที่รักษาทรพี เห็นไหมไอ้ทรพีนี่ไม่รู้จักบุญคุณ พ่อมันยังฆ่าได้ ไม่รู้คุณเทวดาที่ช่วยปกปักรักษา อย่างนี้จะช่วยมันทำไม พอพูดจบเทวดาที่ดูแลขาทั้งสี่ และเขาทั้งสองก็เห็นจริงจึง ออกจากร่างทรพีไป ในที่สุดพาลีก็ฆ่าทรพาได้ ใช้พระขรรค์ตัดคอ เลือดทรพีนั้นไหลนองพื้นถ้ำ
...…..แต่พอดีวันนั้นฝนตกลงมาเลือดทรพีที่ข้นโดนน้ำฝนเข้าก็ใส สุครีพ น้องพาลีเห็นเข้าก็ร้องไห้โฮ เสียอกเสียใจ สั่งทหารให้นำหินมาปิดปากถ้ำ แล้วกลับเข้าเมืองต่างโศกเศร้ากันทั้งเมือง พาลีนั้นพอตัดหัวทรพีได้ก็แบกหัวทรพีออกมาเห็นปากถ้ำปิดด้วยหินก็โมโหนึกว่าสุครีพคิดไม่ซื่อจะขึ้นครองเมืองเอง ด้วยแรงโมโหจึงเอาหัวทรพีขว้างปากถ้ำกระจาย พอเข้าเมืองได้ก็ด่าว่าสุครีพหาว่าทรยศ จะฆ่าเสียก็กลัวจะถูกติฉินนินทา จึงไล่สุครีพออกจากเมืองให้ไปอยู่ป่า ....

ว่าจะเล่านิดเดียวเชียวแต่มันติดลม
From : เกษม ฯ [ 19 ต.ค. 47 - 11:35:02 น. ]

ความเห็นที่ 33

ถ้าพี่เกษมฯ ทำหน้าที่ลูกผู้ชาย (ซักผ้า ฯลฯ) เสร็จแล้วก็เข้ามาเล่าต่อเลยนะครับ แหม!! กำลังหนุกเชียวล่ะ ......อือ!! น่าจัดทริปไปเขาพระสุเมรุนะ

From : สมพิศ [ 19 ต.ค. 47 - 15:29:44 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 34 [ 19 ต.ค. 47 - 16:53:54 น. ]

web moderator


ลูกค้าของแพอาหาร "เรือนวารี" วานพนง.เสริฟให้ช่วยซื้อของกินจากเรือเร่ (ภาพฝีมือคุณ TIGERSONG)

พี่เกษมฯ เข้ามา พาให้สนุกไปกันใหญ่แล้วหล่ะ.. ว่าแต่เรื่องจัดทริปนั้นขอส่งไม้ต่อให้คุณ "น้องเฝือก" เป็นตัวประสานระหว่างกลุ่มรวมมิตรและชาว ThaiMTB กับ คุณท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร ก็แล้วกัน... เพราะเส้นทางเข้าถึงสวนลึกๆ ยังมีนอกเหนือจากในแผนที่นี้อีกไม่น้อยครับ คุณผู้ชม...

From : Pc    [ 19 ต.ค. 47 - 16:53:54 น. ]


ความเห็นที่ 35
หวัดดีครับพี่เฝือกเห็นที่พี่โพสไว้แล้วอ่านแล้วยังกะว่าผมเป็นโปรยังงั้นอะจริงๆแล้วไม่ได้เก่งอะไรมากนักหรอกนะครับเพราะว่าเพิ่งเริ่มเล่นได้ปีกว่าเองอะครับเมื่อก่อนเล่นกีฬาต่อสู้แต่ต้องเลิกเล่นเพราะเกิดดันเป็นโรคข้ออักเสบเกาต์อะครับยิ่งตอนเป็นใหม่ๆนี่เดินแทบไม่ได้อะครับเลยต้องเลิกเล่นกีฬาต่อสู้เลยมานั่งคิดว่าจะเล่นอะไรดีพอดีไปเห็นหนังสือสปอรต์สตรีทเข้าเลยเป็นประกายความคิดขึ้นว่าเคยที่ขี่จักรยานนะครับเพราะตอนเรียนเกษตรศาตร์บางพระประมาณปี42ถึง43ไปวิ่งออกกำลังที่อ่างเก็บน้ำบางพระเห็นกลุ่มเสือศรีราชาปั่นบนสันเขี่อนแต่ตอนนั้นยังไม่มีตังเลยได้แต่คิดว่าสักวันต้องปั่นมั่งเพราะดูแล้วเท่ดีจริงๆแต่ก้อเลือนไปเพราะมาเล่นกีฬาต่อสู้นี่ละครับจนสุดท้ายมาป่วยเลยได้มีโอกาสปั่นเพื่อรักษาชีวตแล้วเลยถลำลึกกับเสือภูเขาซะแล้วละครับแรกๆก้อฉายเดี่ยวปั่นคนเดียวเล่นเอาคนมองทั้งตลาดเลยแต่ยึดสโลแกนตอนเป็นเชียร์ลีดทหารเรือว่าอายทำไมคนเยอะแยะจนตอนนี้ได้เพื่อนปั่นในแม่กลองเพิ่มแล้วครับสำหรับการพาเยาวชนออกทริปนั้นเนื่อิงจากมีคนมาชวนแต่แรกไม่ค่อยได้ไปเพราะเขาออกกันแต่เช้ายังเลี้ยงลูกสมุนไม่เสร็จเลยไม่ได้ไปแต่รูสึกว่ากิจกรรมนี้จะจัดทุก1หรือ2เดือนอันนี้ผมไม่แน่ใจไว้มีข้อมูลเมื่อไรจะมาแจ้งอีกทีนะครับจุดหลักคือการให้เยาวชนได้รู้ถึงสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นก่อนที่จะสูญหายไปโดยกิจกรรมนี้จัดโดยศูนย์เคลื่อนไหวแม่กลองบ้านเราที่อ.อัมพวานะครับถ้าพี่เฝือกหรือพี่pcสนใจมาปั่นในทริปเยาวชนยินดีมากเลยครับเพราะอยากให้มีระดับโปรมาช่วยสอนเยาวชนถึงจะปั่นไม่ไกลมากประมาณ20กิโลแต่ความรู้มีตลอดทางเลยครับขนาดทริปที่แล้วผู้ใหญ่บางคนยังไม่รู้จักต้นไม้โบราณก็มีนะครับถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรต้องลองมาปั่นดูนะครับ
From : ท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 19 ต.ค. 47 - 21:43:01 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 36 [ 20 ต.ค. 47 - 12:00:30 น. ]

web moderator


ภาพด้านหน้า "อุทยาน ร.๒" (มองจากริมถนน)

ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องต้นไม้สักเท่าไหร่เลย .. เคยซื้อส้มพื้นเมืองของแม่กลอง แถวร้านต้มเลือดหมู&ขาหมู(ข้างแบงค์กรุงไทย เยื้องมุมรพ.พระพุทธเลิศหล้าฯ) ผลใหญ่กว่าส้มเขียวหวาน ทรงผลก้นแป้น รสเปรี้ยวนำหวาน ดูเหมือนจะเรียกว่า "ส้มแก้ว" นะ...
. . . . พูดถึงต้มเลือดหมูเจ้านี้ มีคนกรุงเทพฯ แวะอุดหนุนก่อนเดินทางลงใต้กันเยอะ .. ผมเคยชิม ๓ - ๔ ครั้ง .. รสชาติต้มเลือดหมูก็สดดี แต่ที่อร่อยจริงๆ กลับเป็นขาหมู .. คุณป้าหทัย(คนแม่กลอง)นำไปชิมครั้งใด .. คุณป้าเป็นต้องสั่งแต่ขาหมูทุกที... และที่หน้าร้านต้มเลือดหมูจะมีคุณป้าขาย "ข้าวเหนียวมูล" มีทั้งขาว เหลือง และดำ โดยเฉพาะข้าวเหนียวดำนั้นกรุบอร่อยกว่าที่ขายกันทั่วไปในกรุงเทพฯ เยอะเลย .. หน้าข้าวเหนียวก็มีทั้งสังขยา หน้ากุ้ง หน้าปลา หน้ากะฉีก(มะพร้าว) รสชาติดั้งเดิมแท้ๆ ต้องร้านรถเข็นเจ้านี้ครับ คุณผู้ชม...

ขอบคุณที่คุณท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร ยกให้ผมเป็นโปร .. ซึ่งก็โปรจริงๆ คือโปรตีนน้อย ไขมันเยอะ หนะครับ..

From : Pc    [ 20 ต.ค. 47 - 12:00:30 น. ]


ความเห็นที่ 37
เพิ่มเติมครับ สมุทรสงครามนี้มีพื้นที่ แตกต่างกันให้เลือกปั่นได้หลากหลายมาก ถ้าอยากปั่นแบบ ทางเรียบโล่งๆ ยาวๆ ก็ต้องออกไปทางแม่กลองเลยเทคนิคไป จะออกแนวนาเกลือครับ สามารถไปได้ถึงสมุทรสาครแต่จะร้อนหน่อย เพราะลมแรง และแดดจัด แต่ถ้าชอบแบบมีร่มไม้มีคูคลองชมสวนก็อย่างที่ คุณ ท๊อปบอก
แต่ถ้าออกไปทางราชบุรี ปากท่อ ก็จะมีภูเขาให้ไต่กัน แต่ต้องไปไกลหน่อย ซึ่งผมไปมาทุกโซนแล้ว หลากหลายดี ปั่นแล้วไม่เบื่อ คุณท้อป ถ้าไปดูนกบ้านพี่ยะ อย่าลืมแวะหาผมด้วยนะ เอาเบอร์โทรผมไปก่อน 07-0001604 ผมขี่ GIANT สีน้ำเงิน บรอนซ์ ครับ ยินดีต้อนรับเสือจากทุกหนแห่ง อ้อบ้านผมมีส้มโอนะครับ ปั่นเหนื่อยๆมาแวะกินส้มโอก่อนได้ แล้วเจอกันครับ
From : ตง.. [ 20 ต.ค. 47 - 12:38:20 น. ]

ความเห็นที่ 38
พี่ตงครับเดี๋ยวเย็นวันไหนว่างๆจะปั่นไปหานะครับเย็นวันศุกร์ที่แล้วขากลับโดนฝนที่ตลาดน้ำยามเย็นกลายเป็นเสือตกน้ำเลยอะเละหมดแถมคนที่มาเที่ยวยิ่งสาวๆจ้องอีกไม่รู้ว่าจ้องอะไรสงสัยไม่เคยเห็นมั้ง
From : ท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 20 ต.ค. 47 - 19:44:48 น. ]

ความเห็นที่ 39
สวัสดีครับ คุณตง บ้านผมอยู่แม่กลอง มาทำงานที่บ้านโป่ง ขี่จักรยานจากบ้านโป่งกลับแม่กลองเกือบทุกวันหยุด ปกติจะใช้เส้นดำเนิน - แม่กลอง ช่วงหลังนี้เปลี่ยนมาใช้เส้น ราชบุรี - บางนกแขวก - อัมพวา - แม่กลอง เพราะเส้นดำเนินกำลังสร้างทางใหม่ บ้านคุณตงอยู่เส้นทางไหนละครับเผื่อว่าผมจะได้แวะขอรบกวนน้าเย็นสักขัน ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
From : โหน่ง บ้านปวด [ 21 ต.ค. 47 - 05:54:48 น. ]

ความเห็นที่ 40
พี่โหน่งอยู่แม่กลองแถวไหนอะครับเผื่อวันเสาร์อาทิตย์ผ่านไปได้แวะชวนไปปั่นกันอะครับผมขี่meridaแมตครูซ5.7ชุดเต็มยศถ้าเจอที่ไหนทักทายได้นะครับเผื่อจะได้สมาชิกในแม่กลองเพิ่มอะครับ
From : ท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 21 ต.ค. 47 - 19:42:57 น. ]

ความเห็นที่ 41
คุณPcตั้งกระทู้นี้ดีจังเลย ได้ทั้งแผนที่ ได้เรื่องรามเกียรติ์แสนสนุกที่ลุงเกษมฯเล่าให้อ่าน แล้วก็ยังได้เปิดตัวเจ้าที่เอ้ย...เจ้าของบ้าน คุณตง คุณท๊อปและคุณโหน่งแถมด้วยอาหารอร่อยอีก ถ้าจะไปอีกจะขอเกาะรถไปด้วย เคยไปเดินผ่านบ้านทรงไทยที่ตำบลปลายโพงพางด้วย ถ้าใครได้ไปพักค้างคืนจะได้เห็นหิ่งห้อยด้วยนะ
From : kbike [ 21 ต.ค. 47 - 21:09:47 น. ]

ความเห็นที่ 42
หวัดดีครับพี่พงษ์ไชย ไม่แวะไปคลับบ้างเลยนะครับ
From : Athlons [ 22 ต.ค. 47 - 01:14:26 น. ]

ความเห็นที่ 43
สวัสดี ครับ คุณ ท้อป ผมอยู่ ตรงบริเวณคอสะพาน ที่กำลังสร้างทางเลี่ยงเมือง ดำเนิน - แม่กลอง - พระราม 2 ผมจะกลับแม่กลองเฉพาะวันหยุดที่จะเปลี่ยนทุก 2 เดือน เดือนนี้ผมหยุดวัน จันทร์ เดือนหน้าครบ 2 เดือนผมจะไปหยุดวันพฤหัส เมื่อก่อน (2 ปี ) ผมเคยร่วมขี่กับชุด เฮียแอ้ด ภายหลัง กลุ่มนี้ก็สลายไปตามกฎธรรมชาติ ผมก็ยังไม่เห็นมีใครขี่อีก ยินดีครับที่ได้ทราบว่าที่แม่กลองยังมีผู้ขี่จักรยานอยู่ สักวันคงจะได้เจอกัน สวัสดีครับ
From : โหน่ง บ้านปวด [ 22 ต.ค. 47 - 04:36:19 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 44 [ 22 ต.ค. 47 - 09:07:32 น. ]

web moderator

คุณ Athlons กับผมนี้เห็นกันอยู่ในคลับ "เที่ยวไป 2 ไพเบี้ย" ใน pantip .. แต่พักหลังนี้ผมมัวทำแผนที่บ้างทำงานหนังสือบ้างเลยไม่ได้แวะไป ไว้มีโอกาสคงได้เจอตัวเป็นๆ ของคุณ Athlons สักครั้ง .. ฝากความระลึกถึงคุณโอเล่ และชาวคลับด้วยนะครับ...

สำหรับชาวเสือแม่กลองนั้นผมก็ไม่รู้จักใครเลย แต่สวนแม่กลองนั้นประทับใจผมตั้งแต่ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ในปี ๒๒ - ๒๓ แล้วหล่ะ.. เพื่อนผมเคยพาไปบ้านญาติเขาในคลอง ดูเหมือนจะชื่อ "คลองไทยบำรุง" .. พวกเราไปจอดรถที่วัดคาทอลิกบางนกแขวก แล้วญาติเขาก็ขับเรือมารับข้ามแม่น้ำไปเข้าคลองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม .. ถ้าชาวเสือแม่กลองจะนำแผนที่นี้ไปปรับให้เหมาะกับกลุ่มหรือชมรมจักรยานแม่กลองก็ยินดีนะครับ... ผมเห็นว่าการแนะนำสถานที่ลึกๆ ถึงระดับ Track จักรยานนั้น ทำเป็นแผนที่จะช่วยให้รู้ทิศและตำแหน่งแห่งหนได้ง่ายขึ้นเยอะ ภาพถ่ายประกอบคำอธิบายนั้นช่วยให้เห็นภูมิประเทศเป็นหย่อมๆ แต่นึกทิศไม่ค่อยออก ชี้นิ้วบอกทางแล้วก็อาจยังไปไม่ค่อยถูก ... เอ้อ! คุณโหน่ง บ้านปวด เป็นอะไรกับคุณหนวด บ้านโป่ง ครับ..

ถ้าไปปลายโพงพางจะขอไปพักที่บ้านญาติคุณ kbike ได้รึปล่าว..

From : Pc    [ 22 ต.ค. 47 - 09:07:32 น. ]


ความเห็นที่ 45
สวัสดีครับคุณโหน่ง บ้านผมอยู่ ต.สวนหลวง แถวๆ มูลนิธิบ้านครูยุ่น ถามใครก็รู้จักครับ (บ้านครูยุ่นนะ) แต่ผมทำงานที่ นครปฐม ไปเช้าเย็นกลับเกือบทุกวัน เพราะบางวันก็ค้างบ้านแฟนที่ นครชัยศรี เส้นทางที่ปั่นก็ทั่วทั้งจังหวัดเลยครับ ผมเคยเห็นคนที่ปั่นระหว่าง บางแพ-แม่กลอง ขี่รถ KHS บางทีก็เป็นเสือหมอบ ไม่ทราบว่าใช่คุณโหน่งไหมครับ คือผมจะใช้ รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ด้วย ถ้าเจอใครขี่จักรยานผมมักจะบีบแตรทักทาย ถ้าวันจันทร์-ศุกร์ผมจะปั่นเช้ามืด ถ้าวันหยุดผมจะปั่น ช่วง 8 โมง - 11 โมง ทางอัมพวา-ดำเนิน-บางแพ ตอนนี้ขี่ไม่ไหวเพราะกำลังทำทางครับ.................................
From : ตง [ 22 ต.ค. 47 - 16:36:07 น. ]

ความเห็นที่ 46
ได้เลยค่ะคุณPc รับได้เกือบ10 คน ถ้ามากกว่านี้จะแวะไปถามหลวงน้าน้องชายแม่ที่วัดโคกเกตุอีกทีนึง
From : kbike [ 22 ต.ค. 47 - 17:02:36 น. ]

ความเห็นที่ 47
คุณ Kbike....ถ้าไปบางโพพางด้วยกันจะเจอตัวจริง เสือออยรู้จักวัดโคกเกตุ แถวนี้อยู่ใกล้โรงพยาบาลอัมพวาที่เคยมาแข่งวิ่งใช้บ้านพักพยาบาลริมแม่น้ำค่ะ ขอทิ้งเบอร์ SMS ใส่ที่เสือออย 09-2039125 จะโทรหาคุณ Kbike เองค่ะ เมื่อไหรจะลงไปเมืองประจวบฯ แบบมาเดี่ยวเงียบๆค่ะ
From : oiltrips [ 22 ต.ค. 47 - 19:23:49 น. ]

ความเห็นที่ 48
สวัสดี คุณ ตง ที่คุณตงเห็นน่าจะใช่ผม ก็ใช้สลับกันครับแต่ช่วงหลังจะใช้เสือหมอบเป็นหลักขี่เส้นราชบุรีวัดเพลง ปากท่อ พระราม 2ข้ามสะพานยาวเข้าแม่กลอง จันท์นี้ผมกลับแม่กลองจะลองแว้บไปทางสวนหลวง เมื่อไม่นานนี้ก็ไปหลงแถว วัดเสด็ด วัดประดู่ วัดปรก ( คราวนั้นลองเข้าทางบางนางวันทอง ) โหน่ง บ้านปวด เป็น เงาของ หนวด บ้านโป่ง ครับคุณ พี ซี คุณออยครับ วัดโคกเกตุ ปลายโพงพางน่าจะห่างจาก ร.พ. อัมพวา น่ะครับ ที่ใกล้ที่สุด น่าจะเป็นวัด บางแคน้อยที่คุณพีซี แนะนำ สวัสดีทุกๆท่านครับ
From : โหน่ง บ้านปวด [ 23 ต.ค. 47 - 05:46:53 น. ]

ความเห็นที่ 49
พี่โหน่งอยู่ตรงคอสะพานด้านไหนอะครับด้านหัวเกาะแถววัดใหญ่หรือท้ายเกาะแถวประสารค้าไม้ละครับผมอยู่ตรงกลางเกาะเลยอะๆตรงปากทางถนนใหม่เลยอะครับที่เมื่อก่อนพี่เคยขี่กับกลุ่มเฮียแอ้ดนี่พี่รู้จักพี่โอ้คมั้ยครับเพราะพี่โอ้คเคยขี่กับกลุ่มนี้เหมือนกันนะครับถ้ายังไงช่วยบอกด้วยนะครับเผื่อได้บีบเป้าหมายได้แคบลงอีกอะครับ
From : ท้อปเสือภูเสามสมุทร [ 23 ต.ค. 47 - 21:27:13 น. ]

ความเห็นที่ 50
สวัสดีครับ คุณท้อป ถ้ามาจากทางถนนเอกชัยเข้าเลี่ยงเมืองที่กำลังสร้าง มาตามถนนจนสุดถืงสะพานไปต่อไม่ได้แล้ว เขาย้งวางพื้นไม่เสร็จ ห้นหน้าไปทางทิศตะวันตกที่ตำแหน่ง 14.00น.จะมีบ้านปูน 2 ชั้นหลังกระทัดรัด หลังคาเทาเงิน ตัวบ้านสีคว้นบุหรี่ นั้นละครับที่ซุกหัวนอนผมเดือนละประมาณ 5 -6 วัน
ชุดเฮืยแอ้ดผมรู้จักชื่อแค่สองคนเองคือ เฮียแอ้ด กับ คุณ ประสิทธิ์ ( เจ้าของร้าน boss ซึ่งตอนนี้ยุติกิจการไปแล้ว )นอกนั้นรู้จักแต่หน้าไม่รู้จักชื่อ
จันท์นี้ผมเลิกงาน 08.00น.คงออกจากบ้านโป่ง ประมาณ 09.00 น.ขี่ตามลมหนาวกลับแม่กลองอาจจะไปเลาะแถววัดสวนหลวง เพื่อเจอบ้านต้องสงสัย ( คุณ ตง ) คงถึงแม่กลองประมาณเที่ยง ถ้าคุณ ท้อปว่างเย็นๆแดดร่ม ลมตึง ลองขี่มาเที่ยวซิครับ


From : โหน่ง บ้านปวด [ 24 ต.ค. 47 - 03:47:36 น. ]


ความเห็นที่ 51
อากาศตอนนี้ดีมากทีเดียว บวกกับบรรยากาศสดชื่นแถบสมุทรสงคราม เราก็น่าจะกำหนดล้อหมุนกันดีมั๊ยครับผม
From : น้องเฝือก [ 25 ต.ค. 47 - 08:42:50 น. ]

ความเห็นที่ 52

น่าสนใจค่ะ เมื่อปีที่แล้วได้ไปนอนพักบ้านริมคลอง แถวอัมพะวา ชมหิ่งห้อย ตอนเช้าอากาศดีมากๆ หมอกหนาเชียวค่ะ

ล้อหมุนเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ
From : หนูน้อยหมวกแดง [ 25 ต.ค. 47 - 11:46:54 น. ]


ความเห็นที่ 53
รับทราบคุณโหน่ง บ้านปวด...เสือออยเคยมาขี่คนเดียวเล่นแถวอัมพวา จนทีมนักวิ่งรพ.อัมพวาจำเสือออยได้ดี มักใช้บ้านพักหลังริมแม่น้ำไม่ต้องเสียค่าเลย...เพราะว่ามาแข่งวิ่งประจำทุกปี ถ้ามีนัดรวมพลปั่นแอบไปนับหิ่งห้อยยยยเมื่อไหร่บอกมากับคุณโหน่ง บ้านปวดก็ได้ ถ้าเสือออยปั่นจากถนนพุทธมณฑลสาย2ตรงไปเรื่อยๆ ตามถนนเพชรเกษมถึงมหาชัยแล้วข้ามเรือไปฝั่งแม่กลองแล้วปั่นไปแค่ 17 กม.ถึงอัมพวา ที่นั่นมีรถไฟดีเซลจากวงเวียนใหญ่-มหาชัยเสีย 60 บาท(คน+จักรยาน)ข้ามเรือ 15-20 บาท(เจอคนโก่งราคา)ขึ้นต่อรถไฟไปลงแม่กลองอีก 60 บาท เสร็จขาไปประมาณ 2 ชม.ครึ่งเกือบมาครึ่งวันแล้วค่ะ
From : oiltrips [ 25 ต.ค. 47 - 16:43:05 น. ]

ความเห็นที่ 54
พี่เสือออยได้รับ sms หรือยังคะ
From : kbike [ 25 ต.ค. 47 - 16:48:42 น. ]

ความเห็นที่ 55
ได้รับแล้วค่ะ เอาไว้ส่งข่าวเมื่อไหร่ที่เสือออยจะบอกไปค่ะ
From : oiltrips [ 25 ต.ค. 47 - 16:51:53 น. ]

ความเห็นที่ 56
พี่เฝือกหรือพี่ตั้นจะมาเมื่อไรโฟนบอกด้วยนะครับว่าจะมาปั่นแถวไหนจะได้ไปดูเส้นทางให้ก่อนอะครับเพราะบางเส้นไม่ได้ไปประจำเผื่อหลงเดี๋ยวเสียชื่อเจ้าที่เอ้ยไม่ช่ายเจ้าถิ่นอะครับมาเมื่อไรโทรมาก่อนนะครับจะได้เคลียร์คิวอิๆมาช่วงหน้าหนาวแบบงี้ถ้าปั่นไปแถวชายทะเลสั่นแน่ครับเพราะหน้าหนาวขนาด11โมงแถวเขายี่สารยังหนาวกึกเลยอะครับเพราะลมทะเลจะพัดเข้าฝั่งปั่นโต้ลมมันส์มากครับยิ่งรถเบาๆเอียงวาบเลยครับถ้าปั่นในสวนก้อเย็นหลังแบบยังกะดูหนังผีเลยครับยิ่งเวลาปั่นผ่านต้นไม้ใหญ่ๆอย่าลืมนะครับมาเมื่อไรโทรมาล่วงหน้านะครับยินดีต้อนรับชาวเสือทุกท่านครับ
From : ท้อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 25 ต.ค. 47 - 19:33:41 น. ]

ความเห็นที่ 57
ผมคงขอย้อนรอยเสือซุ่ม(ทำแผนที่)Pc อีกสักครั้ง...จังหวัดนี้มีดีอีกมากเหมือนกันที่ผมยังไม่ทราบ แต่ขอตัดเรื่องการกินออกไปอย่างหนึ่งนะครับเพราะผมไม่ถนัดเท่าใด...ขออนุญาตก้อปปี้แผนที่ไว้ใช้ พกพายามจำเป็น.....ขอบคุณมากครับที่ออกเผยแพร่...ให้ทุกคนทราบ...
From : น้าเป็ดTCC [ 25 ต.ค. 47 - 21:09:20 น. ]

ความเห็นที่ 58
แน่นอนครับคุณท๊อปเสือภูเขาสามรส เอ้ย!ม่ายช่าย สามสมุทรครับ
From : น้องเฝือก [ 26 ต.ค. 47 - 08:26:44 น. ]

ความเห็นที่ 59
ขอเสริมเรื่องวัดบางแคน้อย นะคะ.....
หลวงพ่อ เป็นคนเขาย้อยมาจากวัดกุฏิ ซึ่งตั้งอยู่ที่สี่แยกอ่าวมะนาวทางจะไปเมืองเพชรบุรี ถ้าสงเกตุข้างทางเลยปั๊มนำมัน ปตท. มาเล็กน้อยจะเห็นถ้าแยกเข้าวัดกุฏี ซึ่งเป็นวัดที่มีโบสถ์เป็นวัดสักแกะสลักหลังแรกของเมืองไทยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด (ทราบจากอธิบดีกรมศิลปากรคนเก่า..ที่ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปเยือนสุมทรสงครามกับท่าน เป็นทริปที่ตามหาบ้านครูเอื้อ สุนทราสถาน ซึ่งท่านเป็นคนอัมพวา ซึ่งหาพบแล้วคะ กำลังรวบรวมทุนทรัพย์จะจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านคุณเอื้อ) และเป็นวัดต้นตำรับยาหอมที่มีสรรพคุณดียอดของเมืองไทย.. ส่งเข้าถวายในวังด้วย โดยอดีตอธิบดีกรมศิลป.. ส่วนตลาดนำตอนเย็นไม่ได้มีทีวัดท่าคาคะ .. ปัจจุบันมีตลาดนำยามเย็นอยู่ข้างวัดอัมพวันเจติยารามซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของรัชกาลที่ 2 ติดกับอุทยาน ร.2 เปิดวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.00 น...

ขอสนับสนุนขี่จักรยานบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม... ได้มีโอกสานขี่จักรยานบนเส้นทางในบริเวณนี้เกือบครบทุกซอยทุกมุม.. มีทั้งเส้นทางไปออกเมืองราชบุรี ออกเพชรบุรี ออกนครปฐม ออกปากอ่าว นับรวมกันตั้งแต่ปี 2545 ประมาณเกือบ 100 กว่าครั้ง.. โดยส่วนตัวเป็นเส้นทางที่ชอบมากอีกเส้นหนึ่งในชีวิตของการปันจักรยานเกือบทั่วเมืองไทย... ลองไปปั่นสัมผัสเสน่ห์ของเมืองแม่กลองดูสักครั้งสิคะ... รับรองต้องมีครั้งที่ 2 และสาม
From : วันเพ็ญ ณ เดือนสิบสอง [ 26 ต.ค. 47 - 18:54:27 น. ]


ความเห็นที่ 60
วันนี้ออกไปสำรวจทางมานะครับอากาศเย็นกำลังดีวันนี้ไปเส้นอัมพวาไปทางแยกวัดบางแคไปทางวัดปรกแถวบ้านพี่เฝือกนะครับเส้นนี้เขาเรียกว่าเส้นปากน้ำสาธุจากแยกวัดบางแคใหญ่ผ่านบางแคกลางวัดปรกรวยไม่เลิกที่นี่มีตุ๊กแกคาบพระของแปลกของที่นี่โดยจะมีนักท่องเที่ยวมาชมและขอโชคกันอะครับเมื่อก่อนเสือท๊อปเคยไปดูแล้วลองขอเล่น2ตัวอะๆถูกจังๆเลยครับเลยต้องรีบแบ่งตังไปทำบุญจากวัดปรกเลยมาไม่ไกลจะมีทางแยกเข้าต.เหมืองใหม่แต่วันนี้ไม่ได้ไปเลยไปจนสุดทางที่วัดสาธุตรงนี้จะเป็นแยกของต.วัดประดู่จากตรงนี้จะไปอ.ปากท่อได้เลี้ยวซ้ายปั่นมาประมาณครึ่งก.ม.จะเจอทางเข้าวัดสี่แยกเส้นทางจะร่มมากจากต้นไม้จนดูมืดถ้ามาคนเดียวอาจเสียวได้เสียวหลังอะครับอย่าคิดมากพอปั่นมาถึงทางแยกจะมีทางแยกสองทางเส้นหนึ่งระยะทาง4กิโลอีกเส้น2กิโลกว่าวันนี้ไปทางเส้น2กิโล เพื่อไปดูนกวันนี้เจอนกพวกกระสานกกวักนกเป็ดผีเล็กนกพริกนกเป็ดแดงกำลังบินอีกฝูงใหญ่และนกอีกหลายอย่างดูเพลินเลยครับพอขากลับวันนี้ย้อนออกมาทางเดิมเพราะว่าปั่นเดี่ยวคนเดียวแล้วปั่นกลับทางเส้นปากท่อแม่กลองสายในกลับแม่กลองมาข้ามท่าเรือข้ามฟากกลับบ้านแล้ววันต่อๆไปจะนำเส้นทางอื่นมาลงอีกนะครับ
From : ท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร [ 26 ต.ค. 47 - 21:34:31 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 61 [ 27 ต.ค. 47 - 13:26:58 น. ]

web moderator


โบสถ์ไม้สักวัดกุฏิ (วัดกุฏิบางเค็ม)

ขอเสริมคุณวันเพ็ญ ณ เดือนสิบสอง นิดนึง .. หลวงพ่อแพร(เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน) ท่านเล่าให้ผมฟังว่า ท่านเป็นคนเขาย้อย แต่ท่านมาอยู่เป็นลูกศิษย์วัดบางแคน้อยตั้งแต่อายุราว ๘ ขวบ และบวชเป็นสามเณรที่วัดบางแคน้อยนี้เลย .. ตอนเป็นสามเณรได้มีโรคภัยคุกคามเป็นอย่างมาก(จนเกือบจะต้องสึกซะแล้ว) ผมจำที่ท่านเล่าได้ไม่ทั้งหมด .. ดูเหมือนจะเกี่ยวกับทั้งกระเพาะและปวดกระดูกด้วย แต่คงเพราะหลวงพ่อเขียว(อดีตเจ้าอาวาส)มีตำหรับยาดี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ยาลูกกลอนเข้าพริกไทดำ งูเห่าตากแห้ง กับสมุนไพรอีกหลายชนิด บดผสมน้ำผึ้งรวง ใช้กินก่อนนอน กลืนแล้วร้อนสบายจนแทบไม่ต้องห่มผ้า .. ท่านได้แบ่งให้ผมมา ๒ ครั้งแล้ว อาการปวดเส้นชายโครงเนื่องจากรถคว่ำตั้งแต่ปี ๓๕ ก็ได้หายไปแล้ว อาการจุกเสียดแน่นตรงลิ้นปี่บ่อยๆ ก็พลอยหายไปด้วย
. . . . หลวงพ่อแพรเล่าให้ผมฟังว่า ท่านเป็นคนเขาย้อย ซึ่งอยู่ใกล้กับต.บางเค็ม อันเป็นที่ตั้งของวัดกุฏิ (วัดกุฏิบางเค็ม) ท่านจึงได้แนวคิดบางอย่างจากงานแกะสลัก(จำหลัก)ไม้ฝาผนังโบสถ์วัดกุฏิ ก่อนที่ท่านจะสร้างงานแกะสลักไม้(สัก)ฝาผนังด้านในและฝ้าเพดานโบสถ์หลังล่าสุดของวัดบางแคน้อย

พูดมาถึงตรงนี้ พอดีผมเคยถ่ายรูปป้ายสีน้ำตาลที่ ททท. ทำไปปักไว้ข้างโบสถ์ไม้สักวัดกุฏิ จึงคัดมาฝากด้วยเลย...
. . . . โบสถ์ไม้สักวัดกุฏิ (วัดกุฏิบางเค็ม) เป็นพระอุโบสถหลังเก่า ที่พระครูเกษม สุตคุณ (หลวงพ่อชุ่ม) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ผนังโบสถ์แกะสลักโดยรอบทั้งหมด(ประมาณ ๒๐ แผง) แต่ละแผงแกะสลักเรื่องราวชาดกในตอนต่างๆ ได้แก่ มหาชาติชาดก ๑๓ กัณฑ์ ทศชาติชาดก ตอนพระจันทกุมาร พระพรหมนาถ พระเตมีย์ใบ้ พระภูริทัต พระเนมิราช และสุวรรณสาม แล้วยังได้สลักเรื่องไซอิ๋วไว้ด้วย ส่วนหน้าบันด้านหน้าแกะสลักเป็นรูปเหรียญตรามงกุฎสมัยรัชกาลที่ ๔ ด้านหลังแกะสลักเป็นรูปเหรียญตราในสมัยรัชกาลที่ ๕

ขอบคุณ คุณวันเพ็ญ ณ เดือนสิบสอง ที่ช่วยเสริมข้อมูลนะครับ .. เพราะถ้าไม่บอก ผมก็คงยังไม่รู้ว่ายาหอมตำหรับหลวงพ่อเขียววัดบางแคน้อยที่ตัวเองมีโอกาสได้ชิมนั้น คือ ยาหอมที่มีสรรพคุณดียอดของเมืองไทย .. และถ้าจะอนุเคราะห์ข้อมูลและสถานที่ตั้งของ "พิพิธภัณฑ์บ้านคุณเอื้อ" เพื่อบรรจุลงในแผนที่เวอร์ชั่นต่อไป ก็จักขอบคุณมากๆ เลยครับ...

สำหรับการแจมคำบรรยายเส้นทางสไตล์คนในพื้นถิ่นแบบคุณ "ท๊อปเสือภูเขาสามสมุทร" นั้น... รอมานานแล้ว ขอบอก! .. ถ้าผมหา GPS Track ที่เล่ามาได้ ผมจะหาเวลาลงเพิ่มในแผนที่ให้ได้ดูทั่วๆ กันครับ .. ผมเป็นคนขี่ช้า แถมยังชอบหยุดคุยกับชาวบ้านและดูโน่นดูนี่บ่อยๆ จึงเลือกทางทำเป็นแผนที่แนะให้นักวางเส้นทางได้เลือกเส้นทางนำไปขี่กันเองตามชอบ... แต่คนนอกถิ่นอย่างผมนั้น กว่าจะได้ข้อมูลอย่างนี้ก็ต้องเก็บสะสมเรื่อยๆ มาเป็นเวลาหลายปีทีเดียว และถ้าไม่ได้ Track ลึกๆ จากคุณ "น้องเฝือก" ก็ยังไม่ครบอย่างที่เห็นนี้

นี่ถ้าชาวเสือแม่กลองเกิดใช้ GPS ด้วยแล้ว คงได้เส้นทางระดับ single track ครบทั้งจังหวัดเป็นแน่...

From : Pc    [ 27 ต.ค. 47 - 13:26:58 น. ]


ความเห็นที่ 62

แผนที่เมืองอัมพวาและใกล้เคียง 3 จว. เรียกว่า "ถิ่นสวนนอกบางช้าง" มีแหล่งเที่ยวเยอะดีค่ะ
From : oiltrips [ 27 ต.ค. 47 - 17:23:14 น. ]

ความเห็นที่ 63

แต่สมชื่อว่าเป็น "เมืองจิ๋วแต่แจ๋ว" เพราะมีทุนธรรมชาติจากลำน้ำแม่กลองเส้นเลือดหลักที่มีคลองสาขากว่า 200 สาย และลำกระโดง(คลองซอย) อีกเกือบ 2,000 สายเป็นเส้นเลือดฝอยรองรับน้ำสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงเรือกสวนไร่ค่ะ
From : oiltrips [ 27 ต.ค. 47 - 17:31:03 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 64 [ 27 ต.ค. 47 - 18:52:36 น. ]

web moderator

คุณน้อง "ออยเพื่อนเสือปิ" ครับ... รูปแผนที่สวยดี.. แต่ความเห็นที่ 63 ทำไมเห็นเพียงครึ่งเดียว(ครึ่งบน)ล่ะ .. ผมกด Refresh หลายครั้งแล้ว ก็ยังเห็นได้เพียงครึ่งบน..

From : Pc    [ 27 ต.ค. 47 - 18:52:36 น. ]

ความเห็นที่ 65
คุณ ออยครับจาก เตาตาลกลุ่มแม่บ้านเกษตรดาวโด่ง 4 กม. ก็จะถึงบ้านผมแล้วล่ะครับ
คุณ ตง ครับ เมื่อ 25/10 ผมขี่ไป สวนหลวง เข้าไปถึงบ้านครูยุ่น ไม่พบบ้านที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นบ้านคุณตง ก็เลยขี่ออกทาง บางขันแตก เข้าเส้นปากท่อ - พระราม 2 -ข้ามสะพานยาว - เข้าบางประจัน ถึงบ้านพอ เหงื่อแห้ง คุณ ท้อปก็ไปถึงพอดี ( หนุ่มกว่าที่คิดเยอะ ) คุยกันอยู่พักใหญ่ จากที่คุยกันพอจะสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งในเรื่องจักรยาน ก็ดีใจที่จะมีเพื่อนเพิ่ม ตอนเย็นผมไปซื้อกับข้าว กลับมาเด็กที่บ้านบอกคุณท้อปขี่จักรยานมาหา ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับ ก็นึกว่าจะไม่มา เห็นบอกว่ากำลังเข้าพรรษาอยู่ ผมใช้วิธีเฉลี่ยวันเข้าพรรษา ใน 365 วัน ก็วันเอา เข้าพรรษา 90 วันไปแทรกตามความเหมาะสม เดือนหน้าวันหยุดผมเป็น วันพฤหัส ถ้าว่างพฤหัสไหน ก็ช่วยมาพาผมขี่เที่ยวเมือง ส.ส.ด้วย ( แบบว่าอยู่บ้านโป่งมากกว่าบ้านเกิด ) สวัสดีครับ
From : โหน่ง บ้านปวด [ 27 ต.ค. 47 - 19:46:43 น. ]

ความเห็นที่ 66
ถึงพี่ Pc ครับเรื่องจีพีเอสเนี่ยไม่เคยใช้อะครับ เพราะว่ามะมีตังอะครับ จนอะอะๆ เอาไว้จะเก็บตังซื้อ ไม่รู้ว่าราคาเท่าไรถ้าใครรู้ช่วยบอกทีครับ แบบว่าเด็กบ้านนอกเข้ากรุงเทพเดือนละครั้งเองอะ ส่วนมากไปสวนจตุจักรไปหาพวกไม้แปลกๆมาเลี้ยงอะครับ

สำหรับวันนี้ขอแนะนำย้อนรอยเส้นทางเสด็จประพาสต้นของพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 นะครับ อาจจะไม่ละเอียดนักเพราะวันเสาร์ลืมดูย้อนรอยอะครับ เริ่มจากเส้นอัมพวาจากบ้านผมที่ ต.แม่กลอง ข้ามมา ต.บ้านปรก ที่นี่มีวัดชื่อ วัดช่องลม ที่วัดนี้ขบวนเสด็จประพาสต้นได้มาแวะพักก่อนที่จะไปวัดเพชรสมุทร ที่วัดนี้มีสิ่งโบราณ คือ เจดีย์ไห โดยใช้ไหกระเทียมมาก่อเป็นเจดีย์นะครับ อายุประมาณร้อยกว่าปี

จากนี้ขี่ไปประมาณ 5 กิโล ถึงแยกสะพานนางวัง ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางจะเจอวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดนี้จะมีกุฏีลงรักปิดทอง เดิมเป็นพระตำหนักของสมเด็จพระอรุณอัมมรินทร์ พระราชมารดาสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อตอนที่ประทับอยู่ที่อัมพวา บนกุฏีมีวัตถุโบราณ เช่น เครื่องใช้ส่วนพระองค์ แต่วันที่ไปเขาปิดเลยอดดู

จากนั้นขี่ไปจนถึงทางแยกปากน้ำสาธุแล้วเลี้ยวขวา เส้นนี้จะผ่านวัดบางแคน้อยแต่เราไม่แวะ ไปเรื่อยๆ จะเข้าสู่ ต.แควอ้อม มาจนถึงรอยต่อของอัมพวากับบางคนที จะมีทางแยกไปวัดบางเกาะเทพศักดิ์ ที่นี่มีต้นลิ้นจี่อายุ 200 ปี ถือว่าเป็นต้นสายพันธุ์ของลิ้นจี่แม่กลอง จากนั้นขี่ไปเรื่อยๆ เส้นทางนี้จะเลียบคลองแควอ้อม โดยคลองนี้จะมีต้นทางอยู่ที่ราชบุรีปลายทางที่แม่กลอง โดยคลองนี้จะมีทางแยกไปวัดประดู่ ระหว่างทางจะมีวัดโบราณหลายวัดโดยเอกลักษณ์ของวัดเหล่านี้ ที่หน้าบันของโบสถ์จะมีถ้วยจานลายครามเก่าประดับที่หน้าบัน

จากนั้นพอขี่ไปตามทางเข้าเขต ต.เหมืองใหม่ ที่นี่จะมีวัดชื่อ วัดแก้วเจริญ แต่เราจะใช้เส้นทางหลังวัด จะมีสองเส้นทางคือ เส้นทางไป อ.วัดเพลง และเส้นทางไปวัดประดู่ เราจะเลี้ยวไปทางเส้นทางวัดประดู่ เส้นทางนี้จะมีโค้งแยอะมากและแคบ เสือหมอบต้องระวังนิดนึงนะครับ ระหว่างทางจะมีสวนผัก สวนพริก สวนส้มเขียวหวาน บรรยากาศดีมากเลยครับ

แล้วเราจะมาถึงวัดประดู่ วัดนี้พระพุทธเจ้าหลวงเคยเสด็จมาประทับ อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าประทับแรมด้วยหรือปล่าวนะครับ ที่นี่จะมีก้วยเตี๋ยวเรือ ต้องมาชิมเองแล้วกันนะครับ จากวัดประดู่ออกมาตามเส้นทางจะเจอทุ่งนา แล้วมาบรรจบที่ถนนปากท่อ-แม่กลองสายใน สายที่ผมแนะนำไปครั้งก่อนนะครับ

พี่