00001
Superman ตายแล้ว
ปิดฉากชีวิต "คริสโตเฟอร์ รีฟ" ฮีโร่ กางเกงในแดง


ต่อสู้เพื่อต่อลมหายใจ หลังจากการประสบอุบัติเหตุจนทำให้เป็นอัมพาตช่วงลำตัวมานานเก้าปีเต็ม ในที่สุด หนุ่มผู้เปิดตำนานซูเปอร์แมน ฮีโร่ของคนอเมริกัน นานถึงสี่ภาคซ้อนอย่าง "คริสโตเฟอร์ รีฟ" ก็จากไปอย่างกะทันหันด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตาม (เวลาท้องถิ่น) ขณะมีอายุได้ 52 ปี

เวสลีย์ คอมบ์ โฆษกส่วนตัวของรีฟให้สัมภาษณ์สายตรงจากวอชิงตันดีซีถึงสำนักข่าวเอพีว่า ตำนานซูเปอร์แมนอยู่ในอาการโคม่ามาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากเจ็บที่บริเวณหัวใจในภาวะเฉียบพลันระหว่างที่อยู่ในบ้านพักที่นิวยอร์ก โดยรีฟเพิ่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนอร์ทเธิร์น เวสต์เชสเตอร์เพื่อรักษาบาดแผลบริเวณที่ถูกกดทับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต แต่หลังจากนั้นไม่นานที่บาดแผลดังกล่าวเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อไปยังระบบต่าง ๆ ของร่างกายด้วย

"ในฐานะตัวแทนของทุกคนในครอบครัว ฉันต้องขอขอบพระคุณทางโรงพยาบาลนอร์ทเธิร์นเวสต์เชสเตอร์ สำหรับการรักษาพยาบาลและความเอาใจใส่ที่มีต่อสามีของดิฉันเสมอมา
นอกจากนี้ ฉันต้องขอขอบคุณทีมงาน นางพยาบาล และผู้ช่วยทุกท่านที่มาให้การช่วยเหลือสามีของฉัน รวมทั้งแฟนๆนับล้านที่คอยให้กำลังใจและให้การสนับสนุนเขาเสมอมาค่ะ" ดาน่า รีฟ ภรรยาของคริสโตเฟอร์ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว

ส่วน เรื่องพิธีจัดงานศพอย่างสมภาคภูมิของนักแสดงขวัญใจแฟนๆหนังทั่วโลกขณะนี้ยังไม่มีการจัดแถลงแต่อย่างใด

ก่อนจะมาเป็นซูเปอร์แมน

คริสโตเฟอร์ รีฟ เกิดเมื่อ 25 กันยายน 1952 ที่มหานครนิวยอร์ก เขาเป็นทายาทของนักเขียนนิยาย และนักข่าวหนังสือพิมพ์ ในช่วงวัยเด็กราว 10 ขวบ เขาเริ่มฝึกฝนตัวเองกับผลงานละครเวทีเรื่อง The Yeoman of the Guard ที่เปิดเล่นในโรงละครแม็กคาร์เตอร์ ใน Princeton, N.J. และร่วมเข้าอบรบกับPrinceton Day School จนมีชื่อได้เข้าเป็นหนึ่งในสมาคมนักแสดงเมื่ออายุ 16 ปี

หลังจากที่รีฟสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย คอร์เนลล์ ในปี 1974 เขาได้รับบทบาทสําคัญเป็นชายหนุ่มใจเหี้ยมนาม เบน ฮาร์เปอร์ ในละครทีวีเรื่องดัง Love of Life อีกทั้งยังฉายแววโดดเด่นกับงานละครเวที จนได้รับการคัดเลือกจากคณะบรอดเวย์ให้รับบทบาทแรก กับบทหลานชายของ แคทเธอรีน เฮปเบิร์น ในเรื่อง A Matter of Gravity

ส่วนบทบาทแรกที่เขาได้รับในภาพยนตร์ เป็นเพียงแค่บทบาทเล็กๆของหนังที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวาตภัยใต้นํ้า Gray Lady Down ที่ออกฉายในปี 1978 และหลังจากนั้นไม่นานรีฟได้รับการคัดเลือกจากบรรดานักแสดงกว่าสองร้อยคนเพื่อเข้ารับบท "ซูเปอร์แมน"

รีฟมีความสามารถทางด้านกีฬาขี่ม้า ซึ่งเขาได้โชว์ฝีมือควบม้าในหลายๆรายการ แต่แล้วกีฬาขี่ม้าที่เขารักนี่เองที่ทําให้นักแสดงคุณภาพเกือบต้องปิดฉากชีวิตงานแสดงลง หลังจากที่รีฟได้รับอุบัติเหตุตกม้ากะทันหันในขณะหยุดม้าที่เครื่องกีดขวางที่สามระหว่างการแข่งม้าในปี 1995

แพทย์ที่ทําการรักษาระบุว่า กระดูกต้นคอสองข้อที่เชื่อมกับกระดูกสันหลังของรีฟหักทําให้เส้นประสาทที่เชื่อมกับกระดูกสันหลังฉีกขาด ซึ่งรีฟต้องเข้ารับการพักฟื้นจากทางสถาบันโรคกระดูกจนมีอาการดีขึ้น และได้กลับไปรักษาตัวเองต่อที่บ้านแถบชานเมืองนิวยอร์ก ในเดือนธันวาคมของปี 1995 ซึ่งรีฟเคยออกมากล่าวขอบคุณเหล่าผู้ร่วมงานของเขาเองระหว่างพักฟื้นว่า "ขอบคุณทุกคนที่ช่วยจัดการเรื่องต่างๆแทนผมครับ"

เมื่อเป็นซูเปอร์แมน

ด้วยความสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือราว 193 เซนติเมตร กับรูปร่างกำยำดั่งนักกีฬาและความชอบการผจญภัยเป็นทุนเดิมทำให้เขาดูสมบุกสมบันอย่างเป็นธรรมชาติ และจากบุคคลที่ไม่มีใครรู้จักมากนัก เขาก็ถูกเลือกให้รับบทเป็นฮีโร่จากดาวคริปตันเป็นครั้งแรกใน Superman ฉบับจอเงินในปี 1978 โดยเขายังยืนยันที่จะแสดงฉากผาดโผนด้วยตัวเองด้วย

ถึงแม้ว่าจะมาเล่นบทเดิมต่อกันอีกสามภาครวด รีฟยังเป็นกังวลเสมอว่าเขาจะถูกตียี่ห้อว่าเป็นฮีโร่จอมบู๊เสมอ
"ดูสิ ผมบินได้ ผมเป็นอมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทุกคนรัก เป็นสิ่งที่สามารถหยุดและเปลี่ยนโลกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ผมต้องเผชิญหน้ากับศัตรูของผม ผมต้องรักเด็ก และสัตว์ตัวเล็ก ๆ ทุกประเภท และผมยังต้องช่วยแมวที่ติดอยู่บนต้นไม้ลงมาด้วย มีอะไรที่ซูเปอร์แมนต้องทำแต่ยังไม่ได้ทำบ้างล่ะเนี่ย" เจ้าของบทซูเปอร์แมนสี่ภาคซ้อนกล่าวกับทางลอสแอนเจลิสไทม์สเมื่อปี 1983 ก่อนที่หนังซูเปอร์แมนภาคสามจะออกฉาย

ถึงจะมีความดังพ่วงท้ายแล้ว แต่รีฟ ยังคงพยายามสร้างผลงานแสดงของตัวเองให้ดีขึ้นและฉีกบทบาทจากที่เคยได้รับ เห็นได้จากผลงานละครบรอดเวย์เรื่อง Fifth of July ที่รีฟรับบทเป็นชายพิการชาวเวียดนามที่ต้องทนสู้ชีวิตอันแสนสาหัส และบทชายหนุ่มผู้ท่องเที่ยวไปในจินตนาการเพื่อตามหารักแท้ในSomewhere in Time อีกหนึ่งบทบาทอันน่าประทับใจ กับมาดหนุ่มนักเขียนบทละครในเรื่อง Deathtrap ที่ออกฉายราวปี 1982

"หลังจากที่ได้เล่นซูเปอร์แมนภาคแรก ต่อมาก็มีบทแปลกๆหลากหลาย เสนอเข้ามาหาผมเยอะเลย มันทําให้แฟนหนังที่ติดตามงานผมประหลาดใจมาก แต่ผมก็ทําได้ดีน่ะ" รีฟเคยให้สัมภาษณ์กับทางเอพีในปี 1987

ผลงานหนังเด่นๆล่าสุดของรีฟ รวมถึงหนังสยองขวัญของผู้กํากับคนดังอย่าง จอห์น คาร์เพนเตอร์ กับเรื่อง Village of the Damned และ Above Suspicion กับ In the Gloaming ทั้งสองเรื่องเป็นผลงานที่ได้ออกฉายทางช่องเอชบีโอ อีกทั้งงานภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมกับ The Remains of the Day, The Aviator และ Morning Glory

และจากบทบาท คลาร์ก เคนต์ หนุ่มนักข่าวหน้าเด็กร่างบึ้กจาก Superman ที่รีฟได้เล่นประกบคู่กับนักแสดงสาวแห่งยุคอย่าง มาร์กอต คิดเดอร์ ที่รับบทเป็น ลูอิส เลน ทําให้เขาได้รับการยอมรับ และมีเชื่อเสียงประดับดาวฮอลลีวูดจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งรีฟเคยพูดถึงบทหนุ่มหน้าใส อีกหนึ่งตัวตนที่แท้จริงของซูเปอร์แมน ว่าเขาพยายามจะรักษาภาพลักษณ์หนุ่มสดใสเอาไว้เพื่อผลงานตอนต่อๆไป

"พวกเขาสมควรจะมองถึงคุณสมบัติ แบบอย่างที่ดีของซูเปอร์แมน ที่มีทั้งความกล้าหาญ มั่นคงหนักแน่น และอารมณ์ดีเสมอ มากกว่าภาพลักษณ์พระเอก ที่ต่อต้านเหล่าร้ายปกป้องโลก" รีฟกล่าว

อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

รีฟประสบอุบัติเหตุตกจากหลังม้าระหว่างการแข่งขันบังคับม้าข้ามสิ่งกีดขวาง จนกระดูกที่เชื่อมต่อระหว่างคอกับกระดูกสันหลังหักถึง 2 ท่อนเมื่อเดือน พ.ค. ปี 1995 ทำให้เขาต้องกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่นั้นมา และหลังจากเยียวยาอยู่นานหลายเดือน รีฟก็ต่อสู้จนสามารถหายใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจขณะที่ส่วนอื่น ๆ ไล่ลงมาจากคอยังคงไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม หลังจากนั้น เขาจึงเริ่มวิ่งเต้น เรียกร้องให้มีเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บขั้นร้ายแรงที่ดีกว่านี้ ทั้งยังก้าวเข้ามามีบทบาทในเวทีออสการ์ด้วยการเรียกร้องทั้งน้ำตาให้ทุกคนหันไปสนใจหนังที่เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมบ้าง

"ฮอลลีวูดจำเป็นต้องทำอะไรมากกว่านี้นะ ผมว่าเรามาเสี่ยงกันต่อไป เรามาวิ่งเข้าชนกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกันต่อไปบ้างเถอะ ยังมีอีกหลายช่องทางที่ชุมชนหนังของพวกเราสามารทำอะไรให้ดีขึ้นได้มากกว่าที่ทุกคนเห็น มันไม่มีความท้าทาย ไม่มีศิลปะหรือไม่มีอะไรที่เรายังไม่ได้เคยพบเคยเห็นหรอก"รีฟกล่าวไว้ ระหว่างการมาปรากฏตัวในงานแจกรางวัลออสการ์ เมื่อเดือน มี.ค. 1996

และในปี 1998 เขาก็สามารถกลับไปจับงานบันเทิงอีกครั้งกับเรื่อง Rear Window ฉบับคัฟเวอร์ใหม่ขึ้นจอแก้วจากของเก่าที่เจ้าพ่อหนังเขย่าขวัญ อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อก เคยทำขึ้นจอเงินไว้เมื่อหลายปีก่อน กับเรื่องราวของตากล้องหนุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุจนต้องนั่งรถวีลแชร์อยู่แต่ในห้อง ก่อนจะไปเห็นฉากการฆาตกรรมระหว่างที่นั่งมองเพื่อนบ้านจากหน้าต่างห้องของตัวเองโดยบังเอิญ และเรื่องนี้เองทำให้รีฟคว้ารางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมจากสมาคมนักแสดงหรือ Screen Actors Guild ในสาขาภาพยนตร์โทรทัศน์และมินิซีรีส์ด้วย

"ผมกังวลสุด ๆ เลยละครับ เพราะงานนี้ผมจะต้องใช้เพียงแค่เสียงกับหน้าของผมเท่านั้น และมันอาจจะทำให้ผมไม่สามารถสื่อสารกับคนดูในการบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนักน่ะ
แต่ผมก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าถ้าผมแค่ตั้งใจและมีสมาธิจนปล่อยให้ความคิดมันแสดงออกมาได้ พวกเขาก็จะสามารถอ่านจากหน้าของผมได้เหมือนกัน และด้วยการโคลสอัปเข้ามาที่หน้าหลายครั้ง ทำให้ผมรู้ว่า ทุกความคิดของผมถูกถ่ายทอดผ่านออกมาทางนั้นจริง ๆ ล่ะ" รีฟให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อนานมาแล้ว

และในปีเริ่มสหัสวรรษใหม่ รีฟก็สามารถขยับนิ้วชี้ได้เป็นครั้งแรกหลังจากประสบอุบัติเหตุ และการทำกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัดยังทำให้ขาและแขนของเขาแข็งแรงขึ้นมากและยังเริ่มรับรู้ถึงประสาทสัมผัสตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ประเด็นที่รีฟเคยจุดประกายไว้ยังเป็นประเด็นใหญ่ที่ประธานาธิบดีบุชและวุฒิสมาชิก จอห์น เคอร์รี่ ผู้ท้าชิงตำแหน่งคนใหม่นำมาอ้างอิงถึงระหว่างการขึ้นโต้วาทีครั้งที่สองในการหาเสียงเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่กำลังเข้มข้นอยู่จนถึงวันนี้ด้วย

รีฟยังพูดถึงการก้าวเข้ามาใช้ชีวิตในฮอลลีวูดอีกครั้งว่า "ผมปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ผู้ที่ไร้ความสามารถคนหนึ่งมาตัดสินใจแทนผมว่า ผมควรจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ผมไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะละเลยความคิดนั้นไปเลยหรอกนะ แต่การตั้งตำแหน่งเส้นชัยของตัวเอง มันดูเป็นการข่มขวัญที่ดีกว่า และมีประสิทธิภาพในการทำให้ผมฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วยล่ะ"

ชีวิตรักของ คริสโตเฟอร์ รีฟ

ชีวิตรักของรีฟเริ่มต้นในช่วงที่เขาถ่ายทํา "ซูเปอร์แมน" ในลอนดอน ซึ่งเป็นสถานที่ที่หนุ่มหน้าใสลํ่าบึ้กได้พบดับ เกย์ เอ็กซ์ตัน สาวผู้ร่วมก่อตั้ง Gae Exton เอเจนซี่จัดหานางแบบรายใหญ่ แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงาน แต่ความสัมพันธ์รักก็ยืนยาวอยู่หลายปี จนมีบุตรด้วยกันสองคน คือ แมตธิววัย 25 และ อเล็กซานดราวัย 21 ก่อนจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาตัวจริง ดาน่า มอโรซินี และแต่งงานจนมี วิลล์ ลูกชายวัย 11 ปี เป็นโซ่ทองคล้องใจ โดยดาน่าจะรับหน้าที่เป็นโฆษกส่วนตัวหลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุ

ก่อนหน้านี้รีฟเคยให้สัมภาษณ์ในรายการของ บาร์บารา วอลเตอร์ ว่าเขาเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิต แต่เมื่อเขาได้เห็น และรับรู้ความห่วงใยจากลูกๆ ทําให้สามารถทนสู้ผ่านความรู้สึกอันเลวร้ายมาได้

"ผมรู้ว่าพวกเขายังต้องการ และอยากเห็นผมอยู่ต่อไป...ทําให้ผมคิดขึ้นมาได้ทันทีว่าเราเองก็โชคดีแล้วครับ" รีฟกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์




เกร็ดหน้ารู้เกี่ยวกับ ฮีโร่กางเกงในแดง

- เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 1952 ที่นิวยอร์ก เป็นลูกชายของนักข่าวสาว บาร์บารา จอห์นสัน กับนักเขียนชื่อดัง แฟรงคลิน รีฟ (F.D. Reeve) พ่อแม่หย่ากันตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ก่อนที่คริสโตเฟอร์และ เบนจามิน น้องชายจะย้ายไปอยู่ที่เมืองพรินซ์ตัน รัฐนิวเจอร์ซีย์กับแม่และพ่อเลี้ยง
- เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และในปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัย (1974) ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสองนักศึกษาที่ได้เข้าเรียนที่ โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงชื่อดังประจำนิวยอร์กอย่าง Juilliard ภายใต้การดูแลของ จอห์น เฮาส์แมน ผู้โด่งดังส่วนนักศึกษาอีกคนที่ได้รับเลือกก็คือ โรบิน วิลเลียมส์ นั่นเอง
- มีลูกสองคนกับ เกย์ เอ็กซ์ตัน ชื่อ แมตธิว (เกิดเมื่อปี 1979) และอเล็กซานดรา (เกิดปี 1982)
- มีลูกชายหนึ่งคนกับ ดานา มอโรซินี ภรรยาคนปัจจุบันชื่อ วิลล์ (เกิดเมื่อปี 1992)
- วันที่ 27 พ.ค. 1995 เป็นอัมพาตหลังจากประสบอุบัติเหตุตกจากหลังม้า ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
- หนึ่งในบทบาทสุดท้ายที่แสดงก่อนจะประสบอุบัติเหตุคือบทคนเป็นอัมพาตจากหนังเรื่อง Above Suspicion (1995)
- หลังจากประสบอุบัติเหตุบนหลังม้าจนเป็นอัมพาต ทำให้การถ่ายหนังที่ต้องขี่ม้ามีการดูแลเรื่องความปลอดภัยสูงมาก
- ขาหักหลังจากตกจากวีลแชร์ระหว่างทำกายภาพบำบัดเมื่อ ส.ค. 2000
- เขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ Still Me จนขึ้นหิ้งหนังสือขายดี และร่วมเขียนงานให้หนังสือหลายเล่ม
- 3 พ.ค. 2002 ร่วมกับภรรยาเปิดศูนย์การเรียนรู้การดำเนินชีวิตด้วยตนเองสำหรับผู้ทุพพลภาคเป็นแห่งแรกในอเมริกา ที่เมืองชอร์ตฮิลส์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในชื่อ Christopher and Dana Reeve Paralysis Resource Center พร้อมจัดตั้งกองทุนครอบครัวรีฟสำหรับผู้ทำการวิจัยเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นอัมพาต รวมยอดทั้งสิ้น 22 ล้านเหรียญ
- เพิ่มน้ำหนักตัวถึง 30 ปอนด์เพื่อรับบทนำในเรื่อง Superman 1978
- สูง 193 ซม.เป็นซูเปอร์แมนที่สูงที่สุด จากบรรดาผู้ที่เคยรับบทนี้มาแล้วอีกสี่คน อันได้แก่ เคิร์ก อาลีน 185 ซม. (เรื่องแรก Superman 194 จอร์จ รีฟส์ 185 ซม. (เรื่องแรก Superman and the Mole Men 1951) ดีน เคน 178 ซม. (เรื่องแรก Lois & Clark: The New Adventures of Superman 1993 ฉบับทีวี) และ ทอม เวลลิง 189 ซม. (เรื่องแรก Smallville 2001 ฉบับทีวี)
- ได้รับค่าตัวจาก Superman 1978 ทั้งหมด 250,000 เหรียญ
- ปฏิเสธสองบทนำจาก The Running Man (1987) และ Total Recall (1990) โดยทั้งสองบทต่อมาได้ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์มาแสดงแทนทั้งคู่
- ปฏิเสธบท เมสัน เวอร์เจอร์ มหาเศรษฐีพิการผู้ต้องการแก้แค้น ดร.ฮันนิบาล ใน Hannibal (2001) (บทดังกล่าวตกไปเป็นของ แกรี โอลด์แมน)


คัดลอกจาก

http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9470000065490


ขอไว้อาลัยแต่ Hero ในวัยเด็กด้วยคน :'(


By : ตาโจ [ 12 ต.ค. 47 - 01:46:52 น. ]


ความเห็นที่ 1
ยังไม่ตายผมขอยืนยันและนอนยัน..." ซูเปอร์แมนของผมยังอยู่ในใจผมเสมอ "
From : สุดเขต ประเทศไทย [ 12 ต.ค. 47 - 03:49:35 น. ]

ความเห็นที่ 2

ป๋มชอบคนนี้มากกว่าคุณเขต
From : ตาโจ [ 12 ต.ค. 47 - 06:09:01 น. ]


ความเห็นที่ 3
ขอแสดงความเสียใจจริง ๆ เพราะเป็น super hero ของผมตั้งแต่เด็ก ๆ เลยครับ
ผมยังเก็บ DVD superman ไว้ตั้ง 4 ภาคเลย
From : ชวน [ 12 ต.ค. 47 - 07:56:12 น. ]

ความเห็นที่ 4
แล้วพวกเราจะไม่ไปงานศพพ่อซุปหน่อยเหรอ
From : แป๊ะแมน [ 12 ต.ค. 47 - 08:33:50 น. ]

ความเห็นที่ 5

อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ขอร่วมไว้อาลัยด้วยครับ
มีภาพในความทรงจำมาให้ชมครับ เพลงเพราะด้วย http://www.supermanhomepage.com/multimedia/Movies/ProjectS.ram

From : สมพิศ [ 12 ต.ค. 47 - 08:38:04 น. ]

ความเห็นที่ 6
ชีวิตก็อย่างงี้แหละ ไม่จีรังยั่งยืน ดังแค่ไหนก็ต้องกลับสู่ดินในที่สุดทุกคน
From : มาร์ช [ 12 ต.ค. 47 - 09:09:56 น. ]

ความเห็นที่ 7
เสียใจ................เสียใจจริง ๆ SUPERMAN I เป็นภาพยนตร์ เรื่องแรกที่ผมไปดูในโรงหนังกับแม่ เมื่อผมมีอายุ 9 ขวบ
เสียใจด้วยครับ..........
From : เอ้ [ 12 ต.ค. 47 - 09:20:43 น. ]

ความเห็นที่ 8
ซูเปอร์แมน...เป็นฮีโร่ในดวงใจของฉันมาตั้งแต่เด็กๆ เคยเล่นซนเผลอกระโดดท่าเหินเหาะไปลงตุ๊บม่องเล่ยซะแล้ว...ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ฮือ..ฮือ
From : oiltrips [ 12 ต.ค. 47 - 09:32:44 น. ]

ความเห็นที่ 9
ขนาดซุปเปอร์แมนยังเดี้ยงเลย......แล้วนับประสาอะไรกับเราๆ คนเดินดิน ขี่จักรยานล่ะ

ความจริงอุบัติเหตุที่ทำให้คริสโตเฟอร์ รีฟ ต้องเป็นอัมพาต และการรณรงค์ของเขาหลังจากนั้นนับเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมและทีมทำการวิจัยด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue engineering) เพื่อการรักษาอยู่ในขณะนี้

ขอแสดงความเสียใจแก่ คริสโตเฟอร์ รีฟ ซุปเปอร์แมน.......ในใจผม

From : Stem [ 12 ต.ค. 47 - 09:48:44 น. ]


ความเห็นที่ 10
หมดทุกข์หมดโศกไปอีกคน....แล้วต่อไปนี้ใครจะมาใส่กางเกงในสีแดงนอกกางเกงให้ดูอีกละ...
From : ลุงแดน [ 12 ต.ค. 47 - 10:57:49 น. ]

ความเห็นที่ 11
ถึงผมจะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวซุปเปอร์แมน ขนาดเป็นถึงซุปเปอร์แมนยัง.....แล้วพวกเราหละ....
From : 103.4 [ 12 ต.ค. 47 - 10:58:51 น. ]

ความเห็นที่ 12
น่าเศร้าจาย


ได้ข่าวจะมีการสร้าง Superman ภาคใหม่ แต่คนที่มาแทน จาสู้ได้เป่าไม่รู้
From : 001 JZ Team [ 12 ต.ค. 47 - 11:27:11 น. ]


ความเห็นที่ 13
ขอสดุดี และไว้อาลัย แด่ ฮีโร่ ของผม สมัยเมื่อเด็ก และถึง ปัจจุบันนี้

เขายังยังอยู่ในความทรงจำของผม โอ้ รีฟ !!!!!!!! Supper Man ยอดชาย ของผมผม

ขอให้หลับอย่างมีความสุข ณ. ดาวคริสตัล บนทางช้างเผือก เถอะนะ ยอดชาย! Super Man
From : สมชาย [ 12 ต.ค. 47 - 13:10:26 น. ]


ความเห็นที่ 14
ราน่าเพรสารัดพำน่ะรึพ เ
From : ทา [ 26 เม.ย. 50 - 20:13:37 น. ]

ความเห็นที่ 15
ขอแสดงความเสียใจจริง ๆ เพราะเป็น super hero ของผมตั้งแต่เด็ก ๆ เลยครับ
ผมไม่ได้เก็บ DVD superman ทั้ง 4 ภาคไว้เลย
From : ก้อง จ้องcopy [ 27 เม.ย. 50 - 10:14:44 น. ]

กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ