00001
"เรียนถามคุณหมอ JFK เกี่ยวกับ "ไวรัส B ที่เป็นอันตรายต่อ..ตับ"
ผมบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี ถึงครั้งที่ 37 เมื่อ 14 สค.29 เป็นครั้งสุด ท้าย เพราะพอไปบริจาคครั้งที่ 38 เจ้าหน้าที่บอกว่า "เลือดมีไวรัส บี ไม่รับแล้ว" และไม่ได้บอกหรือส่งไปรักษาที่ใดด้วย ผมก็ปล่อยให้มันอยู่กับเลือดผมมาเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็ออกกำลังกายวิ่งและขี่จักรยานเป็นประจำ ดื่มสุราบ้างเป็นบางวันและบางโอกาส จนปี พ.ศ.2544 จึงไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลรามาฯตรวจเลือด เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่า เจ้าไวรัส บี.ที่มีอยู่ในเลือดผมมานานแล้วนั้น มันทำอันตรายอะไรกับอวัยวะภายในของผมบ้างแล้วหรือยัง ผลการตรวจเลือด ดีทุกอย่าง อวัยวะภายในยังปกติ ไวรัส บี. ที่เป็นอันตรายต่อตับ ก็ยังอยู่ แพทย์ให้ท่านยาวิตามินเม็ดสีเหลือง ๆ วันละ 2 เม็ด เช้าเย็น เท่านั้น กับบอกว่าให้หมั่นออกกำลังกาย และงดเว้นการดื่มสุรา ผมก็ออกกำลังกาย แต่ยังดื่มสุราอยู่บ้างเล็กน้อย จนเมื่อปลายเดือน สค.47 ได้ไปเจาะเลือดตรวจอีกครั้งหนึ่ง แพทย์บอกว่า ดีทุกอย่าง ตับก็ยังไม่มีเชื้อมะเร็ง แล้วให้ทานยาวินามินแบบเดิมต่อ ผมก็มารู้สึกเสียว ๆ กับคำพูดคำสุดท้ายของนายแพทย์ที่ว่า ตับยังไม่มีเชื้อมะเร็ง จึงอยากจะทราบว่า เจ้า "ไวรัส บี.ที่เป็นอันตรายต่อตับ" นี้ มีทางรักษาให้หายขาดไปได้หรือเปล่า ถ้ามีต้องทำอย่างไร ที่ไหน เสียค่าใช้จ่ายเท่าใด (ผมก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ทำไม นายแพทย์ที่ตรวจเลือดผม ทั้ง ๆ ที่ทราบว่า มีไวรัส บี.ที่เป็นอันตรายต่อตับ แต่ไม่แนะนำให้การรักษาแต่อย่างใด
จึงขอรบกวนเรียนถามคุณหมอ ว่า "ไวรัส บี.ที่เป็นอันตรายต่อตับ" นั้น มีทางรักษาให้หายได้หรือไม่ ถ้ามีทางต้องทำอย่างไร ที่ไหน เสียค่าใช้จ่ายเท่าใด โปรดตอบให้ทราบด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง.
By : "ลุงเนตร" [ 17 ก.ย. 47 - 10:16:24 น. ]

ความเห็นที่ 1
คุณพ่อของดิฉันก็เป็นไวรัสบี และก็เป็นมะเร็งตับ เมื่อรู้ก็ระยะสุดท้ายแล้วแก้ไขไม่ได้แล้ว หลังจากทราบว่าเป็นมะเร็งก็อยู่ได้แค่ 2เดือนเท่านั้น

คุณแม่ก็ไปตรวจเลือดหลังจากคุณพ่อเสีย ปรากฎว่ามีภูมิ เลยโชคดีไป

คุณหมออธิบายอย่างง่ายๆให้ฟังว่า คุณพ่อเป็นไวรัสบีมานานแล้วแต่ไม่ทราบเลยไม่ได้รับการรักษาและป้องกัน ประจวบกับคุณพ่อเป็นคนชอบดื่มเหล้าดื่มทุกวัน ทำให้เป็นมะเร็งตับได้

และด้วยคุณพ่อเป็นคนแข็งแรงจึงไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไร เลยไม่ค่อยได้เข้ารับการตรวจเช็คสุขภาพ มาทราบอีกที ก็แก้ไขไม่ได้แล้ว

อยากให้ลุงเนตรเชื่อคุณหมอ งดดื่มเหล้า ออกกำลังกายมากๆนะคะ ด้วยความเป็นห่วงจริงจริง

อยากให้คุณหมอ jfk ช่วยอธิบายด้วยว่าการดื่มเหล้ามันส่งเสริมการทำงานของไวรัสบีอย่างไร หรือเพียงแค่การดื่มเหล้ามันก็ทำให้ตับทำงานหนักแล้วเลยไม่สามารถต่อต้านไวรัสบีได้ ขอบคุณมากค่ะ
From : thach. [ 17 ก.ย. 47 - 10:42:53 น. ]


ความเห็นที่ 2
อย่างนี้ครับ ลุงเนตร

ไวรัสบี ที่เรียกๆ กันส่วนใหญ่หมายถึงไวรัสตับอักเสบ บี เป็นภาวะหนึ่งที่พบบ่อยในคนเรา

ในคนไทยจะพบว่า มีคนที่ มีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด หรือ เรียกว่าเป็นพาหะ กับ ตับอักเสบเรื้อรัง รวมกันประมาณ 5-7% (แต่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆเนื่องจาก เด็กรุ่นใหม่ๆจะได้รับวัคซีนป้องกันไปก่อน แล้ว ตั้งแต่เกิด)


สำหรับพวกที่เป็นพาหะ ก็คือ มีเชื้อในกระแสเลือด แต่ไม่มีอาการผิดปกติ และ ผลการตรวจการทำงานของตับ (LFT) ปกติดีทุกอย่าง อย่างนี้ไม่เป็นไร แต่ต้องระวังแพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้ และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง นานๆไปพบหายไปได้เอง ประมาณ 10%

แต่ถ้าเป็นพวกตับอักเสบเรื้อรัง คือมีเชื้อร่วมกับมีอาการตับอักเสบ หรือตาเหลืองตัวเหลือง หรือ ว่าเจาะเลือดดูการทำงานของตับแล้วพบว่า มีเอ็นไซม์ของตับสูง อาจจะต้องระวังเพราะว่าทำให้เกิดพวกตับแข็ง ตับวาย รวมทั้งมะเร็งตับได้สูงกว่าคนทั่วไป

พวกนี้อาจจะจำเป็นอาจจะต้องเจาะเนื้อตับมาตรวจวิเคราะห์ และ ถ้าจำเป็นอาจจะต้องให้การรักษาด้วย Interferon ซึ่งเป็นยาที่ค่อนข้างแพง รักษากันที ก็คอร์สละเป็นแสน เพื่อป้องกันการลุกลามไปเป็นตับแข็งและมะเร็งตับ

สำหรับคนเป็นพาหะ ก็มีการนำ Interferon มาทดลองใช้เพื่อกำจัดเชื้อให้หมดไปเหมือนกัน แต่ผลยังไม่ได้ 100 % (และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงอย่างที่ว่า ) และอย่างที่บอกภาวะการเป็นพาหะเฉยๆ ไม่ค่อยมีอันตรายอยู่แล้ว ดังนั้นแพทย์ส่วนใหญ่ จึงมักยังไม่ใช้กัน

สำหรับคนที่ เป็นไวรัสตับอักเสบ บี และมีการอักเสบของตับ หรือมีอาการ หรือมีเอ็นไซม์สูง ถ้ากลัวว่าจะเป็นมะเร็งตับนี่ อาจจะเจาะตรวจ อัลฟ่าฟีโตโปรตีน ด้วยก็ได้ ซึ่งตัวนี้ ถ้าเราตรวจพบว่ามีปริมาณสูง จะต้องระวังเพิ่มขึ้น เพราะว่าจะพบว่ามันมีความสัมพันธ์กับมะเร็งตับได้สูง ขึ้น กว่าคนที่มีแต่ไวรัสบีในเลือดอย่างเดียว

อย่างของลุงเนตร นี่สรุปคือมันเป็นแค่ พาหะ เหมือนคนส่วนใหญ่อีก 5-6 ล้านคนในบ้านเรา ไม่มีอาการผิดปกติ อะไร หมอจึงไม่ได้ให้การรักษาแค่แนะนำอย่างที่ผมบอก และเฝ้าติดตามไปเรื่อยๆ อย่างที่ว่าอะครับ

สำหรับการตรวจเช็ค ดูไวรัสตับอักเสบบี อาจจะไปเจาะเลือดดูภูมิต้านทานและดูเชื้อ ว่ามีหรือไม่


ถ้าไม่มีภูมิต้านทาน และ ไม่มีเชื้อด้วย และอยากจะป้องกันไว้ ก็ฉีดวัคซีนรวมสามเข็ม

แต่ถ้าไม่มีโอกาสเสี่ยง(เช่น มีอาชีพต้องสัมผัสเลือด ) หรือมี คู่สมรส ที่มีเชื้อ ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดก็ได้

แต่ถ้าพบมีภูมิต้านทานแล้ว ซึ่งพวกนี้ ย่อม ไม่มีเชื้อ ก็ไม่ต้องทำอะไรเพราะว่า จะมีภูมิป้องกันไม่ให้ติดโรคนี้ได้

ส่วนพวกมีเชื้อ(ย่อมต้องไม่มีภูมิต้านทาน) ก็จะเลือกปฏิบัติ ตามแนวทางฃ้างบน
From : -=Jfk=- [ 17 ก.ย. 47 - 12:24:08 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 3 [ 17 ก.ย. 47 - 15:40:32 น. ]

web moderator

พลอยเข้าใจไปด้วยอีกเยอะเลย.. ขอบคุณคุณหมอ Jfk ด้วยคนครับ...
From : Pc    [ 17 ก.ย. 47 - 15:40:32 น. ]

ความเห็นที่ 4
ขอบพระคุณ..คุณหมอ Jfk มาก ๆ ครับ..ที่สละเวลาและความรู้เกี่ยวกับ "ไวรัส ตับอักเสพ บี" มาให้ทราบอย่างรวดเร็วทันใจดีจังเลยครับ อันจะทำให้พวกเราเหล่าผู้รักการปั่นจักรยานได้พึงระวังหรือปฏิบัติตามต่อไปเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน
From : "ลุงเนตร" [ 17 ก.ย. 47 - 23:18:34 น. ]

ความเห็นที่ 5
ขอบพระคุณคุณหมอมากครับผม ขออนุญาตเซฟเก็บไว้เผยแพร่ด้วยนะครับ
From : ซาตาน [ 18 ก.ย. 47 - 10:13:24 น. ]

ความเห็นที่ 6
"ลุงเนตร"
Hi remember me Lisa, BK1's wife. I wanted to say that five years ago my father was diagnosised with kidney cancer. The Dr. 's removed his kidney but it was too late the cancer had already spread. I am a nurse and I gave my father Interferon injections 3 times a week. 5 years ago they gave my father 6 months to live and his last CT scans and MRI's showed that his cancer was in remission. The Interferon medication did what chemo or radiation could not do. It helped his bodies immune system fight the cancer.
Patients with Hepatitis B in the USA are also candidates to have a liver transplant.
From : Lisa [ 18 ก.ย. 47 - 10:24:22 น. ]

ความเห็นที่ 7
*** ผมขออธิษฐานให้พระเจ้าอวยพระพรให้คุณลุงเนตรเลิกเหล้าได้อย่างเด็จขาดด้วยเทิญ***
From : นาย solo/2500 [ 19 ก.ย. 47 - 18:50:07 น. ]

ความเห็นที่ 8
ที่คุณ Lisa ว่านี่ใช่เหมือนกันครับ ที่มีการนำ Interferon มาใช้กับ มะเร็งบางชนิด และช่วยให้คนไข้ดีขึ้น

ส่วนการทำ Liver Transplant ไม่ได้แก้ปัญหาไวรัสตับอักเสบ B ครับ แต่ใช้ ในกรณีที่คนไข้มีตับแข็ง หรือตับวายทำงานไม่ได้จากสาเหตุต่างๆ รวมทั้งพวกตับแข็งจาก ไวรัส B ด้วย เพื่อคนไข้ สามารถดำรงชีวิต ต่อไปได้ครับ
From : -=Jfk=- [ 19 ก.ย. 47 - 20:49:26 น. ]


ความเห็นที่ 9
สามีเพื่อนป่วยเป็นตับอักเสบไวรัส B เมื่อวานพาไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นมากแล้วแต่ไม่ได้ให้ข้อมุลละเอียดและบอกว่าเขาจะมีชีวิตอีกประมาณ 3-4 เดือน หมอให้ยาแก้ปวดเหมือนเป็นมอร์ฟีนแบบอ่อน มีทางรักษา เช่นผ่าตัดหรือให้ยาหรืออย่างอื่นไหมคะ เขาไม่กินเหล้า บุหรี่ แต่พักผ่อนน้อย ดหมทำงานหนักและมีพฤตกรรมการกินที่ไม่ค่อยมีสุขลักษณะ ช่วยแนะนำด่วนด้วยเพราะเพื่อนก็แทบจะตายตามแล้ว ทำอย่างไรดีคะ หมอไม่ได้บอกว่าเป็นมะเร็ง เพียงแต่บอกว่าเป็นไวรัส B ทำไมหมอไม่บอกข้อเท็จจริง เพื่อนเลยสับสน สงสัยและว้าเหว่ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไปค่ะ หมอเคยบอกว่าแม่ดิฉันจะเสียชีวิตเพราเป็นมะเร็งปากมดลูก ร่างกายแย่ในตอนั้น ตอนนี้ผ่านมา 32 ปีแล้มะเร็งท่านหายหมด เว้นไตอักเสบ ตัดไปข้างหนึ่ง เข้าออกโรงพยาบาลเกี่ยวกับไตแทน ครั้งหนึ่งหมอก็จิ้มสายปัสสาวะที่เอาออกทางท้องทะลุม้าม ผ่าตัดอีกหลายรอบ ท่านยังมีสุขภาพดี เป็นที่พึ่งของพวกเรา อยากให้สามีเพื่อนมีอยุยืนยาวต่อไปเพราะเขาเป็นคนดีมากค่ะ ทำอย่างไรดีคะเพราะเพื่อนแทบจะตายก่อนสามีแล้ว ขอขอบพระคุณมากค่ะ
From : จีรสุดา [ 15 ก.ย. 48 - 18:49:48 น. ]

ความเห็นที่ 10
สวัสดีคะคุณหมอ JFK หนู่ชื่อเมคะ อายุ 20 ปี ตอนนี้หนูเพิ่งหายป่วยจากไวรัส บีคะ หนูป่วยเมื่อปลายเดือนกุมภา 49 คะ แต่ว่าตอนนี้ก็ไปตรวจเลือดทุกเดือนคะ จนถึงวันนี้หมอก็ยังบอกว่าเลือดยังไม่ปกติคะ แต่คุณหมอเค้าก็ไม่ได้บอกอะไรหนูเลยคะ แต่ละครั้งที่ไปตรวจ หมอก็จะบอกว่าเลือดยังไม่ปกติ แต่ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว แค่นี้แหละคะ แล้วสิ้นเดือนนี้หนูก็ต้องไปตรวจอีกที แล้ววันนี้หนูก็อยากจะถามคุณหมอว่า หนูมีโอกาสหายเป็นปกติมั้ยคะ ตอนนี้ตาหนูก็หายเหลืองแล้วคะ แล้วหนูควรจะทำยังงัยคะเพื่อที่จะได้หายโรคนี้ แล้วควรออกกำลังกายอย่างไร แล้วช่วงนี้หนูก็นอนวันละประมาณ 6 ชั่วโมงคะ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงสอบอยู่คะ ถ้านอนดึกแล้วต้องทำยังไงให้ร่างกายไม่เพลียมากคะ
ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ
From : เม (เนตรนภิชญ์) [ 20 ก.ค. 49 - 00:43:30 น. ]

ความเห็นที่ 11
แนะให้ค้นหาคำตอบได้ใน Google ใส่คำว่า ไวรัสตับอักเสบ
ทึคุณหมอบอกไว้ก็ชัดแล้ว หนูไปอ่านอีกรอบนะครับ
ต้องรู้จักบริหารเวลา อย่านอนดึก การเรียนต้องเรียนตลอดเวลา ไม่ใช่มาโหมช่วงสอบ
ร่างกายจะทรุดเร็วกว่าปกติ ควรงดดูหนัง ละคร หรือกิจกรรมอื่นๆ รับรองมีเวลาดูหนังสือ และไม่ดึกด้วย
ลุงก็เป็นพาหะ แต่แข็งแรงมากๆ รู้จักดูแลตัวเอง นอนพอ 7-8 ชม ออกกำลังกายทุกวัน
ถ้าบ้านหนูไม่รวย หมอก็คงไม่รักษาด้วยยา Interferon หรอกครับ สู้รักษาตัวเองด้วยการทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิ ไวรัสก็ไม่มีทางกำเริบอีก ลุงเป็นมากว่า 20 ปีแล้ว ก็ยังแข็งแรง
ขอให้หนูสบายใจไว้ สุขภาพสำคัญกว่า อย่านอนดึก การเรียนสำคัญจริง คนเรียนเก่งไม่จำเป็นต้องนอนดึก เพราะรู้จักแบ่งเวลาเป็น
From : .. [ 21 ก.ค. 49 - 00:52:01 น. ]

ความเห็นที่ 12
อยากเรียนถามาคุนหมอว่าโรคไวรัส บี นี้มันสามารถรักษาให้หายได้ไมคะ แล้วถ้ารักษาได้ต้องไปรักษาที่ไหนคะ รบกวนคุณหมอรีบช่วยตอบทีคะ
From : นู๋อ้อม [ 26 ก.ค. 49 - 08:55:04 น. ]

ความเห็นที่ 13
พี่ชายก็เป็นไวรัสตับอักเสบ บี หมอบอกว่าอยู่ได้แค่ 6 เดือน ควรจะทำอย่างไรดีค่ะพี่ชายจึงจะอยู่ได้นานๆ และมีโอกาสให้ภรรยาของพี่ชายตั้งครรภ์ได้ใหมค่ะ
From : นุ๋งนิ๋ง [ 8 ก.ย. 49 - 09:33:07 น. ]

ความเห็นที่ 14
ขอบคุณลุงเนตรที่ถาม ขอบคุณๆหมอที่ตอบ ขอบคุณท่านอื่นที่แสดงความคิดเห็น
From : numken [ 9 ก.ย. 49 - 01:12:27 น. ]

ความเห็นที่ 15
ดิฉันมีเชื้อตับอักเสบ บี แต่ตับยังไม่เป็นไร ดิฉันทานแคลเซียม และวิตตามินcentumได้หรือไม่ค่ะ
From : ชลธิชา [ 5 ต.ค. 49 - 17:54:39 น. ]

ความเห็นที่ 16
http://www.geocities.com/CollegePark/Union/4033/hbv.html
From : yuths [ 5 ต.ค. 49 - 23:50:58 น. ]

ความเห็นที่ 17
เรียนถามคุณหมอนะคะ คือเพื่อนหนูมีแฟนแล้วก็คบกันมาระยะหนึ่งแล้วก็มีเพศสัมพันธ์กัน สุดท้ายไอ้ผู้ชายคนนี้มันก็มาบอกที่หลังว่ามันเป็นไวรัส บี ว่าตอนนี้มีอาการกำเริบ คือพึ่งมาบอกเมื่อวานเนี้ยแล้วเพื่อนหนูก็ร้องไห้เสียใจใหญ่กลัวแฟนตัวเองจะตาย ผู้ชายคนนี้เป็นมาตั้งนานแล้วแต่ไม่ยอมบอก แล้วมีการบอกว่าหายแล้วหยุดกินยาไป ก็เลยไม่ได้บอกตั้งแต่ตอนแรก แต่ตอนนี้เป็นใหม่ ก็คือมันกินเหล้าทุกวัน แล้วไวรัส บี มันหายได้เหรอคะ แล้วทำไมพึ่งมาบอกไม่เข้าใจ แล้วอย่างนี้เพื่อนหนูมีโอกาสติดเชื้อไวรัสนี้กี่เปอร์เซ็น แล้วถ้าอย่างนั้นหนูแล้วเพื่อนคนอื่นมีโอกาสติดเชื้อไหมกี่เปอร์เซ็นเพราะว่าจะทานอะไรก็ทานด้วยกันตลอด แล้วที่สำคัญที่สุดคือเพื่อนหนูคนนี้ก็สุขภาพไม่แข็งแรงแล้วก็พึ่งมาบอกเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านว่ามันเป็นโรคที่รักษาไม่ได้คือตับของเพื่อนหนูมีขนาดใหญ่กว่าคนปกติประมาณ 1-2 เท่าของคนปกติ แล้วก็บอกว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน แล้วอย่างนี้จะมีผลกระทบอะำไรมากเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ
From : ดา [ 20 ธ.ค. 49 - 13:41:57 น. ]

ความเห็นที่ 18
สวัสดีค่ะคุณหมอ JFK ดิฉันขอความกรุณาคุณหมอช่วยตอบอย่างด่วนด้วยเถอะค่ะ
คือทราบว่าตัวเองเป็นไวรัสบีแบบพาหะ ตั้งแต่อายุ 28 ตอนฝากครรภ์ 2 เดือนแรก และเป็นมาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ (ปัจจุบันอายุ 38 แล้วค่ะ) แต่ลูกสาว ซึ่งตอนนี้อายุ 9 ปี แต่เค้าโดนฉีดยาตั้งแต่ตอนคลอดออกมาแล้วอยากจะถามคุณหมอว่า
(1) แกจะต้องฉีดยาอีกเมื่อไหร่ อีกกี่เข็มค่ะ ตอนอายุเท่าไหร่บ้าง
แต่สามีของดิฉันเมื่อ 9 ปีก่อน ก็ฉีดยา3เข็มกันไวรัสบีแล้วก็ไม่ได้ตรวจเลือเกี่ยวกับไวรัสบีอีกเลยจนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไปตรวจเพื่อเข้าที่ทำงานใหม่แต่ก็ไม่เจอค่ะ นั่นหมายความว่าเค้ายังมีภูมิอยู่ใช่หรือไม่คะ แล้วจำเป็นต้องตรวจทุกปีเหมือนดิฉันหรือเปล่าคะ
และในวันนี้เองค่ะ ดิฉันได้ไปตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวด์พบก้อนประมาณ 5 ซม. ในตับค่ะ คุณหมอเลยจะส่งทำ CT SCAN ในวันจันทร์หน้า 25 ธ.ค.ค่ะ แต่แปลกนะคะเมื่อ 28 มกราคม 2549 ดิฉันก็ทำอัลตราซาวด์เหมือนกันไม่ยักกะพบก้อนอะไรเลย คุณหมอก็แปลกใจเช่นกัน แต่ท่านก็บอกว่าอาจจะเป็นถุงไขมันในตับ อยากจะถามคุณหมอให้ช่วยตอบด่วนก็คือ
(2) มันจะเป็นอะไรได้บ้างคะ เป็นเนื้องอกในตับหรือว่าจะเป็นมะเร็งคะคุณหมอ ช่วยไขข้อข้องใจด้วยนะคะ จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ
From : ฎา [ 24 ธ.ค. 49 - 00:29:55 น. ]

ความเห็นที่ 19
ตอบคุณดา และ คุณฎา ... จาก Link ใน ความเห็นที่ 16 "เชื้อไวรัสนี้ จะติดต่อได้ทางเลือด, เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูกในเด็กแรกเกิด เท่านั้น"

พอดีภรรยาผมเป็น "พาหะ Virus B" ... ก่อนแต่งงาน หมอแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี เพราะกลัวผมจะติดจากการมีเพศสัมพันธ์ครับ แต่พอดีผมมีภูมิอยู่แล้ว เลยไม่ต้องฉีดครับ ตอนคลอดลูกออกมา ก็ต้องฉีดวัคซีนให้ลูกเลยเหมือนกันครับ

หมอแนะนำให้ภรรยาผม ตรวจเลือดทุก 6 เดือน เพื่อความ Sure ว่า ถ้าเกิดเจอมะเร็งในตับ จะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีครับ

เย็นนี้ผมเพิ่งกลับมาจากชลบุรี ไปงานชาปณกิจศพเพื่อนร่วมรุ่น อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นไวรัสตับอักเสบบี และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในตับ และ มะเร็งในรังไข่ครับ (เป็นที่ตับก่อน แล้วลามไปที่รังไข่ครับ)
From : Tony (ไม่ได้เป็นหมอครับ) [ 24 ธ.ค. 49 - 01:00:09 น. ]


ความเห็นที่ 20
เรียนคุณหมอ
ดิฉันอายุ 43 ปี เพิ่งไปตรวจเช็คร่างกายและเจาะเลือดเช็คตับด้วยซึ่งผลแจ้งมาทางไปรษณีย์ว่าปกติ ยกเว้นนำย่อยในตับต่ำ แต่ก็บอกว่าไม่เป็นไร จึงอยากรบกวนถามคุณหมอว่าน้ำย่อยในตับมีหน้าที่อย่างไรและถ้าต่ำจะเป็นอย่างไรต้องรักษาหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างไรบ้างคะ รบกวนคุณหมอช่วยตอบให้ด้วยค่ะ และส่วนไวรัสตับอักเสบบี ไม่เป็นแต่ไม่มีภูมิคุ้มกันต้องฉีดป้องกันด้วยหรือไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ
From : suwanvisith@hotmail.com [ 18 ม.ค. 50 - 15:20:25 น. ]

ความเห็นที่ 21
ขอบคุณมากคับที่ให้คำแนะพนำที่ดี
From : ชินพันธ์ ณลำพูน [ 21 ม.ค. 50 - 13:35:44 น. ]

ความเห็นที่ 22
ทำงานดึกๆตี 2-3 บ่อย ตรวจสุขภาพทุกปีพบผลเลือดแสดงการทำงานของตับผิดปกติแย่ลงเรื่อย ๆต่อมาก็จุกแน่นชายโครงขวาทุกเย็น ทรมานมาก( เคยเป็นตับอักเสบแต่กลายเป็นมีภูมิต้านทานแล้ว)หมอตรวจไม่เจอว่าผิดปกติที่ตรงไหนร่วมด้วยเลย บอกให้พักมากๆ กินของมันน้อย ๆ มีคนแนะนำอาหารเสริมช่วยการทำงานของตับ กิน 4เดือนหมดเงินแค่ 1,500 บาทตรวจเลือดปี49ผลดีเหมือน3ปีก่อนเลยดีใจมาก อาการจุกเสียดก็หายไปด้วยตั้งแต่เดือนที่2 ( พักผ่อนน้อยเหมือนเดิม )ปี50 ยังไม่ได้ตรวจเลือด(ยังทานอาหารเสริมอยู่)ได้ผลเมื่อไรจะเล่าให้ฟัง(ตรวจเดือนมีนาคม)อยากเล่า
From : lek.2997@hotmail.com [ 22 ม.ค. 50 - 19:44:40 น. ]

ความเห็นที่ 23
ดิฉันก็เป็นไวรัสตับอักเสบ บี เหมือนกันค่ะ ตรวจพบตอนไปบริจาคเลือด แรกๆก็ตกใจเหมือนกันแต่พอได้หาข้อมูลแล้วก็พบว่าถ้าเราดูแลตัวเองดีๆก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง บ้างคนนะค่ะที่เป็นโรคนี้สามารถหายเองได้ภายใน 6 เดือนเพราะคนเราจะมีภูมิคุมกันในตัวเองค่ะแต่บางคนเป็นแล้วก็ไม่หายหรือที่เรียกกันว่าพาหะนั้นแหละค่ะ ถ้าหากเราแข็งแรงก็จะไม่มีอาการและบางทีก็อาจจะตรวจไม่พบในเลือดแต่พอเราอ่อนแอมันก็จะแสดงอาการคือที่ตรวจไม่พบอาจเป็นเพราะมันมีปริมาณน้อยทางที่ดีเราไม่ควรจะไปบริจาคเลือดอีกเพราะคนที่เขาจะได้ลือดอาจจะได้รับเชื้อและให้คู่สมรสฉีดวัคซีนป้องกันและไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า กำลังใจและความหวังค่ะ
ตอนนี้หนูอายุ 19 เอง
From : เป็นกำลังใจ [ 23 มี.ค. 50 - 12:11:00 น. ]

ความเห็นที่ 24
ขอบคุณหมอนะถ้าเป็นความจริง
From : เหม่ง [ 3 เม.ย. 50 - 00:27:00 น. ]

ความเห็นที่ 25
ดิฉันเป็นไวรัสบีคะแต่สามียังไม่ได้ตรวจอยากทราบว่าเราสองคนจะมีลูกด้วยกันได้ไหมคะแล้วลูกดิฉันจะเป็นไหมคะ

From : คนสวย [ 22 เม.ย. 50 - 14:47:16 น. ]

ความเห็นที่ 26
เป็นแล้วตายอย่างเดียวครับท่าน รักษาสุขภาพให้ดีก็แล้วกัน อะไรที่เสี่ยงก็เลี่ยงซะ จะได้อยู่นานๆๆๆ
From : สาธุ [ 23 เม.ย. 50 - 14:42:17 น. ]

ความเห็นที่ 27
ถ้าเรามีเชื้อไวรัสบีแล้ว ถ้ากลัวมีอาการตับอักเสบ ก็ต้องตรวจหา ไวรัสเอ ด้วยครับ เพราะไวรัสเอกับไวรัสบี ทำงานร่วมกันส่งเสริมกัน ครับ
From : ความหวังดี [ 18 มิ.ย. 50 - 20:48:06 น. ]

ความเห็นที่ 28
แล้วถ้าเป็นไวรัสBแล้วสามารถที่จะชีดยาเพื่อป้องกันหรือทุเราอาการได้มัยคับ ถ้างัยกรุณาส่งคำตอบมาที่ SATOKUNG_T@HOTMAIL.COM ขอบคุณเป้นอย่างสูง
From : sato [ 25 มิ.ย. 50 - 08:39:05 น. ]

ความเห็นที่ 29
โภชนาการสำหรับผู้ป่วย ไวรัสตับอักเสบ ซี มีอะำไรบ้าง
From : ืนง [ 4 ส.ค. 50 - 14:15:06 น. ]

ความเห็นที่ 30
ไปตรวจหาไวรัสบีมาค่ะ แต่ไม่ทราบว่าผลมันแปลว่าอะไร HBsAg Result Non-reactive และ HVsAb Result Negative มันแปลว่าไงค่ะ โทรถาม โรงพยาบาล บอกให้มาพบแพทย์ให้แพทย์อ่านให้ฟัง ตอนนี้ยังไม่มีเวลาไปพบแพทย์เลยวานผู้รู้ตอบให้หน่อยค่ะ
From : นู๋จุ๋ม [ 21 ก.ย. 50 - 15:59:23 น. ]

ความเห็นที่ 31
คห. 13 ไม่ทราบว่า เป็นไวรัสบีได้อย่างไร
From : อยากทราบ [ 22 ก.ย. 50 - 10:05:40 น. ]

ความเห็นที่ 32
ถ้าเป็นมานานแล้วมีอาการตาเหลืองตัวเหลือง กินอะไรก้ออาเจียนออกมาร้ายแรงมากรึป่าวคะ
From : มะนาว [ 22 ก.ย. 50 - 21:47:26 น. ]

ความเห็นที่ 33
สามีเป็นไวรัสบีแบบเรื้อรังแต่ได้เข้าโครงการกับหมอเกี่ยวกับไวรัสบีแต่ตอนนี้โครงการหมดต้องซื้อยากินเองแพงมากจะทำไงดี
From : นิตย์ [ 24 ก.ย. 50 - 13:10:20 น. ]

ความเห็นที่ 34
ยาที่ซื้อกินนี้ชื่อsebivo เม็ดละ 140กว่าบาท แฟนเคยเจาะตับไปตรวจด้วยและจะตรวจเลือดดูการทำงานของเอมไซน์อีกประมาณ 3 ครั้งตามที่คุณหมอบอก
From : นิตย์ [ 24 ก.ย. 50 - 13:12:44 น. ]

ความเห็นที่ 35
ถ้าเกิดเป็นไวรัสบี...แล้วจะมีโอกาศจะหายขาดหรือปล่าว
ถ้ามีทางลักษา...ช้วยบอกทีนะคับ
แล้วถ้าเป็นไวรัสบี...จะมีอาการยังไงบ้างที่เห้นได้ชัดเจน
From : บอล [ 30 พ.ย. 50 - 21:08:50 น. ]

ความเห็นที่ 36
ตอนนี้แฟนดิฉันเรียนจบวิศวะอุตสาหการเขาอยากทำงานมากๆแต่เขาเป็นไวรัสบีทางโรงงานจึงไม่รับเข้าทำงานมีใครช่วยได้บ้างกรุณาติดต่อ Jeang_p@hotmail.comนะค่ะ
From : . [ 1 ธ.ค. 50 - 12:23:03 น. ]

ความเห็นที่ 37
ส่วนใหญ่คำที่ใช้พูดกันว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบี หมายถึงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง
การจะรู้ว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ ต้องเจาะเลือดตรวจดู ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการหรือไม่มีอาการของไวรัสตับอักเสบบีก็ได้ (อาการของไวรัสตับอักเสบ เช่น ตัวเหลืองตาเหลือง )
ขณะนี้ในวงการแพทย์มียาทำให้ไวรัสตับอักเสบบีหายขาดได้แล้วครับในผู้ป่วยบางราย แต่ในบางรายก็ไม่หายขาดเพียงแต่จะทำให้ไวรัสในร่างกายสงบลง ไม่ทำให้เกิดตับอักเสบบ่อย การเกิดตับอักเสบบ่อยจะทำให้เป็นมะเร็งตับครับ
From : fa [ 1 ธ.ค. 50 - 23:46:06 น. ]

ความเห็นที่ 38
ถึงคุณนิตย์ (ความเห็นที่34) ซื้อยาที่ไหนครับหรือหาหมอโรงพยาบาลไหนครับ ผมก็ใช้ยาตัวนี้อยู่แต่ราคาแพงจัง แพงกว่าที่คุณบอกอีกของผม220/เม็ด ช่วยบอกหน่อยซิครับจะได้ไปซื้อทานบ้างหรือไปรักษาที่ รพ.นั้นบ้าง เผื่อค่าตรวจเลือดอื่นๆจะถูกกว่าด้วย (ที่รามาผมตรวจสอบไปเค้าบอกว่า 175/เม็ด) คนอื่นรู้ มีที่ไหนช่วยบอกด้วยนะครับ...ขอบคุณครับ
From : ping [ 7 ธ.ค. 50 - 12:52:06 น. ]

ความเห็นที่ 39
ตอนนี้ผมก็เป็นไวรัสบีอยู่ครับอาการก็มีตาเหลืองอยู่บ้างไม่ทราบว่าผมอยู่ในประเภทใดเป้นพาหะหรอว่าเรื้อรังอยู่น่ะครับแล้วถ้าจะไปปรึกษาหมอจะต้องไปปรึกษาที่ไหนได้บ้างคือว่าตอนนี้ผมอยู่ที่เชียงใหม่น่ะครับ

From : jeang_p [ 8 ธ.ค. 50 - 14:21:19 น. ]

ความเห็นที่ 40
แฟนเป็นไวรัสบี เราติดมั้ย

From : กกกก [ 7 ม.ค. 51 - 15:53:10 น. ]

ความเห็นที่ 41
เคยไปบริจาคโลหิต หมอบอกไม่ให้บริจาคอีกเพราะเป็นไวรัสตับอักเสบ c และไม่เคยไปบริจาคหรือไปตรวจตอนนี้น่าจะ 10 ปีแล้ว ไม่ทราบจะมีผลอะไรหรือเปล่า ขอความรู้จากคุณหมอด้วย
From : หมูอ้วน [ 7 ม.ค. 51 - 21:15:30 น. ]

ความเห็นที่ 42
เมื่อคืนดูรายการ beyond tomorrow ทางช่อง 9 เห็นว่าตอนนี้มียารักษา มะเร็งตับอักเสบซึ่งเป็นมาจากไวรัสบีแล้ว มันเป็นตัวที่สกัดมาจากเอ็มไซน์ มันจะเป็นตัวทำลายอาหารของเซลล์มะเร็งชื่อว่า BCT100 ถ้าใครรู้รายละเอียดแล้วช่วยบอกหน่อยนะครับเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหรือแออมาที่ jeang_p@hotmail.com นะครับ
From : . [ 1 ก.พ. 51 - 18:54:19 น. ]

ความเห็นที่ 43
เป็นยากลุ่ม Recombinant arginase ที่นักวิจัยจาก The Hong Kong Polytechnic Universityและthe Shanghai operation กำลังทำการทดสอบประสิทธิภาพในมะเร็งตับอยู่ครับ ในเมืองไทยเข้าใจว่ายังไม่มีการนำมาใช้
BCT-100 เป็นยากลุ่มเอนไซม์ที่ขัดขวางการได้รับสารอาหารของก้อนมะเร็งหรือเซลล์มะเร็ง รายละเอียดลองอ่านที่link นี้ครับ : http://www.ugc.edu.hk/rgc/rgcnews13/west/03.htm หรือ http://www.bluebell-consulting.com/en/news/news_060921.htm

From : D [ 18 ก.พ. 51 - 14:47:13 น. ]

ความเห็นที่ 44
มีด้วยหรือคับที่ว่า ไปตรวจแล้วหมอไม่เจอเพราะกินน้ำตาลสดคับ
From : jim [ 5 มี.ค. 51 - 23:51:54 น. ]

ความเห็นที่ 45
หมอค่ะเรียนจบแล้วจะไปทำงานโรงงาน แต่เขาไม่รับเพราะเป็นไวรัสบี ทำไงดีค่ะเราไม่ได้ไปแพร่เชื้อนี้คะ
From : pom [ 5 มี.ค. 51 - 23:54:59 น. ]

ความเห็นที่ 46
หมอค่ะเรียนจบแล้วจะไปทำงานโรงงาน แต่เขาไม่รับเพราะเป็นไวรัสบี ทำไงดีค่ะเราไม่ได้ไปแพร่เชื้อนี้คะ


กรณีเดียวกับเราเลยอ่ะ..........
From : jeang_p [ 12 มี.ค. 51 - 14:49:35 น. ]


ความเห็นที่ 47
สวัสดีค่ะคุณหมอ JFK น้อง พี พี ค่ะอยากทราบว่าเครื่องตรวจโรคไวรัสนะจะมีความบกพร่องได้หรือเปล่าค่ะเพราะเคยบริจาคเลือดแล้วเขาบอกว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบี แต่พอไปถามเขาบอกว่าเครื่องตรวจโรคบกพร่องแต่น้องก็ยังไม่แน่นใจสักเท่าไร่แต่ก็ไม่กล้าไปตรวจดูสักที และขอคำตอบจากหมอด้วยนะค่ะขอความกรุณาส่งมาที่ E - mail supatra-13@thaimail.com
From : น้อง พี พี [ 9 พ.ค. 51 - 10:24:26 น. ]

ความเห็นที่ 48
หวาดดีทุกคน ผมก็เปงอีกหนึ่งคนที่มีเชื้อตัวนี้ ผม อายุ 21 อยู่เลยเรียนวิศวกรรมไฟฟ้า
พึ่งรู้มา3-4 วันนี้เอง (กำลังเศร้า) ผมเรียนวิดวะก็อยู่กับการดื่มสุราด้วย

แล้วอีกอย่างเห็นพี่วิดวะที่มาเม้นไว้ข้างบนบอกว่า เขาไม่รับเข้าทำงานอีก(เฮ้อ...รู้สึกท้อกับการเรียนจิงๆๆ)

แต่ยังไงก็จาสู้ต่อนะ(คงต้องอดเหล้า)...ไงก็เอาใจช่วยทุกๆๆคนด้วยๆๆ
From : Engineering [ 21 พ.ค. 51 - 12:00:11 น. ]


ความเห็นที่ 49
สวัดดีครับคุณหมอJFK ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งครับที่พึ่งจะรู้ว่าตัวเอง เป็นไวรัสตับอักเสบบีวันนี้เองครับ เหมือนกับคุณEngineering เลยครับ ตอนนี้ผมอายุ 22 เอง ผมเพิ่งได้รับผลการตรวจสุขภาพวันนี้เองครับ ผมได้ตรวจสุภาพตอนมาสมัครเรียน ม.พระจอมเกล้าฯ คณะวิศวกรรม พอรู้ก็หมดกำลังใจเลยครับกลัวว่าจบไปไม่มีใครรับทำงาน ผมเพิ่งเป็นไม่ถึงปีเลยครับ เพราะเพิ่งตรวจเลือดมาช่วงปลายปี 2550 แต่ไม่พบเชื่อครับ พอมีทางรักษามัยครับคุณหมอ JFK หรือมีวิการรักษายังไงครับ กรุณาตอบด้วยครับ จะขอบคุณมากครับ
From : NAT_MHT [ 25 มิ.ย. 51 - 04:25:05 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ