00001
การเผาผลาญแคลอรี่
การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานเป็นการเผาผลาญพลังงานได้สูงที่สุดมากกว่าการวิ่งหรือการว่ายน้ำ เป็นเพราะเหตุใด ทั้งๆที่การวิ่งหรือการว่ายน้ำน่าจะเหนื่อยพอๆกับการปั่นจักรยาน เสือนักวิชาการท่านใดช่วยอธิบายหน่อยครับ
By : ชาวเสือ [ 15 มิ.ย. 51 - 22:06:34 น. ]

ความเห็นที่ 1
วิ่งใช้พลังงานมากกว่าจักรยานนี่ครับ ??
ถามใน bikelove จะได้คำตอบที่แม่นยำกว่าครับ

แต่ถ้าจำไม่ผิดในความหนักระดับแอโรบิค ว่ายน้ำใช้พลังงานน้อยกว่าเพราะโหลดไม่หนัก วิ่งใช้พลังงานมากกว่าเพราะใช้กล้ามเนื้อเยอะกว่าในการส่งตัวไปในโหลดที่หนักกว่าการปั่น ส่วนจักรยานใช้พลังงานที่มากกว่าในการทำงานโหลดที่มากกว่าการว่ายน้ำแต่ใช้กล้ามเนื้อน้อยชิ้นกว่าการวิ่งมาก

ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ผ่านตามาเมื่อนานมากแล้ว ลืมไปหมดแล้วครับ
From : giro [ 15 มิ.ย. 51 - 23:54:11 น. ]


ความเห็นที่ 2
ขอตอบในฐานะนักไตร ขอยืนยัน นั่งยันนอนยันว่า วิ่ง เป็นอะไรที่เหนื่อยโคตรๆกว่าอย่างอื่นเลย
From : นักไตร [ 16 มิ.ย. 51 - 18:53:25 น. ]

ความเห็นที่ 3
สนับสนุน คหที่2 ผมวิ่งฮาล์ฟมาราธอน21กม.ไปเรื่อยๆไม่ได้เร็วอะไรมากนักใช้เวลา2ชั่วโมงกว่าๆกว่าจะหายปวดเมื่อยใช้เวลาตั้งหลายวัน ขี่จักรยานไปกับทัวริ่ง 100 กม.กว่าๆ ใช้เวลา5-6ชั่วโมงนอนพักผ่อนตื่นเช้าขึ้นมา ไม่มีอาการอะไรเลย สบายๆ.......
From : เสือพงศ์ [ 17 มิ.ย. 51 - 16:14:25 น. ]

ความเห็นที่ 4
ผมว่าวิ่งใช้กล้ามเนื้อน้อยกว่าจักรยาน สังเกตุจากคนที่วิ่งเร็วระยะ10.5 KMใช้เวลาแค่35นาที ร่างกายจะบางไม่มีกล้ามเนื้อ ตัวแกนๆ แต่วิ่งใช้ระบบหายใจที่มากกว่า เพราะผมใส่HR.วัดค่าเวลาซ้อมวิ่งและปั่นครับ ใช้ความเร็วประมาณ4.30นาที/1กม.ในการวิ่ง HR.ผมขึ้นประมาณ90% ผมซ้อมร่วมกับจักรยาน แต่ว่ายน้ำไม่เคยคร้บ
From : ซ้อมน้อย [ 20 มิ.ย. 51 - 20:58:13 น. ]

ความเห็นที่ 5
ผมทดสอบกับเครื่องออกกำลังในฟิตเนส ทดสอบด้วยลู่วิ่งไฟฟ้า กับจักรยานแบบปั่นอยู่กับที่

ในเวลาเท่ากัน ปั่นจักรยานจะเผาแคลอรี่ได้มากกว่า วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าครับ

ไม่ทราบว่าผลตรงนี้ใช้วัดได้หรือเปล่ากับเรื่องที่ว่า วิ่งกับปั่นจักรยานอะไรจะเผาได้มากกว่ากัน
From : เคยลองครับ [ 21 มิ.ย. 51 - 11:53:41 น. ]


ความเห็นที่ 6
ตอบ ความเห็นที่ 4 ครับ

การใช้กล้ามเนื้อไม่ได้แปลว่าทำงานบนระบบอะแนโรบิค ไม่ได้แปลว่าต้องมีกล้ามเนื้อมหาศาล แต่การใช้กล้ามเนื้อนี้คือ การทำงานของจำนวนกล้ามเนื้อที่มากกว่า รอบการใช้กล้ามเนื้อที่หนักกว่าครับ ดังที่่ท่านใช้ HRM กับการวิ่งแล้วได้ผลหนักมากๆ นั้นก็คือกล้ามเนื้อบางส่วนที่ไม่ได้รับการพัฒนาในการปั่นจักรยาน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเล็กๆ จะทำงานหนักมาก ทำให้ต้องการเลือดไปลำเลียงอ็อกซิเจนและของเสียมาทิ้งมาก ชีพจรจึงสูงกว่าปั่นจักรยานครับ นี่คือคำอธิบายถึงวลี "ใช้กล้ามเนื้อมากกว่า" ยังไม่นับรวมร่างกายท่อนบนที่ในการปั่นจักรยานจะปล่อยสบายและฟรี แม้แต่เสือหมอบที่ท่าทางจะเมื่อยก็จะเน้นไปทางปล่อยฟรี ส่วนวิ่งนั้นต้องขยับตลอดเวลาไปด้วย การขยับนั้นก็ใช้พลังงานมากกว่า แต่ที่ปั่นจักรยานแล้วเมื่อยเกิดจากคำว่า "ล้า" ครับ ยืนเฉยๆใช้พลังงานน้อยกว่าเดิน แต่ยืนเฉยๆก็สามารถ "ล้า" ได้

ตอบ ความเห็นที่ 5

ต้องพิจารณาจากอัตรา HR ด้วยครับ วัดกันแค่นี้ไม่ได้ และที่สำคัญ อันที่จริงนั่นคือการคำนวนโดยคร่าวครับ พลังงานที่เราอ่านออกมาในค่า"แคลลอรี่" นั้นมาจากหลายต่อหลายส่วน บางส่วนสามารถใช้ได้โดยชีพจรแทบไม่กระดิก บางส่วนใช้เมื่อชีพจรสูงปรี๊ด ซึ่งจะให้ออกมาตางกัน ยังไม่นับเรื่องช่วงเวลาด้วย ดังนั้นสิ่งที่ต้องศึกษาประกอบการทดลองคือ ความหนัก และ อัตราชีพจร ครับ

ยกตัวอย่างจากการปั่นอย่างเดียวนะครับ

ผมปั่นรอบขาต่ำ เกียร์หนักสุดๆ ชีพจรก็อยู่ที่ 85% ตลอด
และผมปั่นเกียร์ธรรมดาที่รอบขาสูงๆ ชีพจรก็ 85% ตลอดเช่นกัน

ทั้งสองแบบนี้ก็ใช้พลังงานต่างประเภทกัน ที่มาต่างกัน ผลที่ได้เป็นพลังงานที่สูยเสียไปอย่างคร่าวๆใกลี้เคียงกัน แต่ร่างกายอาจจะไม่ได้เผาผลาญมันเท่ากันครับ นี่พิจารณาจากการเคลื่อนที่เหมือนกัน ออกแรงเหมือนกันแต่ต่างรูปแบบเท่านั้น

ในการวิ่ง กล้ามเนื้อที่ใช้งานเยอะแยะไปหมดจะทำงานด้วยความหนักแตกต่างกันไป ดังนั้นกระบวนการเผาผลาญพลังงานจึงละเอียดและยุ่งยากมาก การคำนวนพลังงานด้วยเครื่องคร่าวๆจะได้ผลแค่โดยหยาบเท่านั้นครับ

อีกประการ ผมไม่เคยเชื่อค่าการเผาผลาญพลังงานที่ได้จาก HRM~ เลยครับ ... เพราะแค่ maxHR ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน(แถมที่เครื่องคำนวนให้ก็เพี้ยนไปจากของจริงผมตั้งเยอะเกือบๆ 20 bpm แน่ะ) ไอ้กระบวนการเผาผลาญของแต่ละคนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ คนกินเท่ากัน ทำอะไรๆคล้ายๆกัน บางคนเจ้าเนื้อนุ้ย ในขณะที่อีกคนผอมแกรน ดังนั้นไอ้ค่าที่คิดเนี่ย .... ใส่ใจลำบากครับ ในการซ้อมจักรยานหากต้องการเรื่องการออกแรง นอกจาก HRM ก็คิดเอาจาก Watt meter มากกว่าครับ มันจะคำนวนกำลังปั่นของเราออกมาหน่วยเป็นวัตต์ อันนี้ตรงชัวร์แน่นอน เพราะคำนวนจากเฟือง อัตราทด รอบการปั่น ทีนีถ้าได้ watt มาก็ฌอามาคำนวนกับ HR ด้วยก็จะได้กำลังที่ร่างกายทำได้ในช่วงระบบต่างๆว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ใหน อันนี้มีประโยชน์กว่าครับ

อีกประการนะครับ คนหนัก 50kg กับคนหนัก 90kg ทำกิจกรรมเหมือนกันก็เผาผลาญพลังงานไม่เท่ากัน ดังนั้นเครื่องคำนวนออกมายังไงๆมันก็ค่าคร่าวๆครับ

ผมก็เคยเข้าใจว่ามันคงไม่ต่างกันมากหรอก เราปั่นจักรยานแล้วก็คงวิ่งจ๊อกกิ้งได้ ลุงป้าน้าอาเค้ายังวิ่งกันได้เยอะแยะไปหมด ผลก็คือ แทบอ้วกครับ มันเหนื่อยและหนักกว่าการปั่นมากๆ กล้ามเนื้อทั้งหลายที่ไม่พร้อมไม่เคยได้รับการกระตุ้นมาก่อน ดูดเอาการทำงานของหัวใจและปอดไปซะเพียบ ทำให้เหนื่อยเหลือเกิน สุดท้ายพยายามจะฝึกที่ช่วงแอโรบิคไม่ให้เกิน 80% ผลคือวิ่งแบบ ยืดยาด ช้าพอๆกับเดิน เพราะกล้ามเนื้อชิ้นที่อ่อนแอ มันต้องทำงานแค่นั้นจริงๆครับถึงจะไม่ overload จนแลคเตทท่วม ตอนว่ายน้ำไกลๆ ว่าย 250 เมตร ก็ตายที่ร่ายกายท่อนบนครับ เพราะใช้จำนวนกล้ามเนื้อทั้งตัวเลยทีเดียว แต่ด้วยเพราะการทำงานมันไม่หนักหนามากนักจึงสามารถว่ายไปได้เรื่อยๆจนจบแบบเหนื่อยนิดหน่อย .... สรุปคือ ..... ผมคงไม่เหมาะกับไตรกีฬาครับ


From : giro [ 22 มิ.ย. 51 - 00:23:02 น. ]


ความเห็นที่ 7
ผมว่านักวิ่งก็บอกว่าปั่นจักรยานเหนื่อยกว่า ต้องมืออาชีพนะครับ นักจักรยานพวกปั่นอย่างเดียวก็บอกว่าวิ่งเหนื่อยกว่า ถ้าเราซ้อม2อย่างคู่กันก็จะรู้คำตอบเองครับ
From : นักทวิ [ 22 มิ.ย. 51 - 21:32:45 น. ]

ความเห็นที่ 8
ผมว่าการวิ่งจะใช้พลังงานมากกว่า ถ้าหากระยะทาง และเวลาเท่ากัน แต่อย่าลืมว่า ขณะที่เราวิ่ง เราต้องแบกน้ำหนักทั้งหมดทำให้ระยะเวลา และระยะทาง นั้นสั้นกว่าที่ควรจะได้ และมันก็น่าเบื่อมากกว่าเพราะคุณวิ่งอย่างมากก็ได้แค่ 3-4 กิโลเมตร / วัน ทัศนวิสัย ก็เดิมๆ เพราะคุณคงไม่มีโอกาสวิ่งไปไกลถึง 10 กม.

ต่างจากจักรยาน ที่ปั่นไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องใช้แรงมาก แต่ใช้ได้ยาวๆ ดังนั้นจะผ่อนคลายกับระบบหัวใจมากกว่า และการปั่นจักรยานก็ได้ระยะที่มากกว่า ดังนั้น จึงเป็นการเปลี่ยนทัศนวิสัยไปในตัว รวมทั้งสามารถมีเวลาที่ยาวนานมากกว่าการวิ่ง ส่งผลให้ดีกับระบบหัวใจมากกว่า เพราะมันจะค่อยๆ warm up ไปเรื่อยๆ แทนที่จะหักโหมไปในทีเดียว และการกระแทกที่หัวเข่าก็ไม่เกิด ทำให้ไม่เป็นปัญหากับหัวเข่าครับ ภาพรวม จักรยานย่อมดีกว่าการวิ่ง ปัญหาคือ หาที่ปั่นให้ได้ก่อนเถอะครับ เพราะถ้าในกรุงเทพคงลำบาก รถราเยอะเหลือเกิน ยิ่งตามสนามออกกำลังกายต่างๆ ห้ามปั่นจักรยานอีก จบกันเลย
From : หนึ่ง [ 29 มิ.ย. 51 - 16:11:51 น. ]


ความเห็นที่ 9
คิดได้ไง วิงความเร็วเท่าไหร เทียบกันไม่ได้ ถ้าเร็วพอกันวิงต้องมากกว่า
From : . [ 7 ก.ค. 51 - 23:33:47 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ