00001
(บันทึก) การขี่จักรยานมาทำงานของผม

ผมสวมชุดทำงานปรกติอย่างทุกวัน
แต่วันนี้รัดชายกางเกงด้วยอีลาสติค ติดเทปเวลโคร
สะพายเป้ใส่คอมพิวเตอร์และของใช้ส่วนตัวไว้บนหลัง
สวมหมวก และแว่นกันลม
ดึงชายเสื้อเชิ้ทออกจากกางเกง
ขี่ออกจากบ้านด้วยหัวใจเต้นตึ่กๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะขี่จักรยานไปทำงาน
คนแถวบ้านมองผมอย่างแปลกใจ ผมได้แต่ยิ้มอายๆ
ไม่รู้อายอะไร...

ผมเลือกเส้นทางผ่านเข้าบริเวณมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด
ซึ่งเป็นเหมือนทางลัด มีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น
ผมขี่ไม่เร็วนัก กำลังเพลิดเพลิน ก็มีเหตุให้ต้องสะดุ้งจากเสียงแตรรถ
เหลียวไปก็เห็นรถเก๋งคันใหญ่ที่กำลังรีบแซงขึ้นไปหลังจากส่งเด็กๆ ลงที่โรงเรียนสาธิตฯ
ตามมาด้วยรถยนต์ออกจากบริเวณโรงเรียนสาธิตฯ อีกขบวนใหญ่
"เขาแค่เตือนว่ามีรถอยู่ข้างหลัง" ผมคิดในใจ...
แต่เสียงแตรรถสมัยนี้ ได้ยินใกล้ๆ มันชวนตกใจเหลือเกิน
บางคันก็ผ่านผมไปฉิวเฉียดเหมือนไม่เห็นผม แต่บางคันก็หลบให้อย่างมีน้ำใจ

หลายคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ มองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ
อาจไม่เคยเห็นใครสวมถุงมือขี่จักรยานพร้อมกับสวมหมวกรูพรุนๆ แบบนี้
หรือเรา "เว่อร์ ไป"
ผมคิดแล้วก็บอกตัวเองว่าช่างมัน
ชีวิตเรา ตัวเรา เราเลือก เรารับผิดชอบเอง

พ้นจากเขตมหาวิทยาลัย ผมเลี้ยวขึ้นบนทางหลวงสี่เลน
พยายามขี่บนไหล่ทาง ซึ่งเต็มไปด้วยโคลน และก้อนดินแห้งกรัง จนไม่เห็นผิวถนน
เพราะแถวนั้นมีการถมดินเพื่อสร้างหอพัก ฝนตกหนัก โคลนจึงติดมากับรถบรรทุก
ร่วงหล่น แห้งอยู่บนถนน อย่างไม่มีใครรับผิดชอบ
เวลาอย่างนี้ ตำรวจทางหลวงไม่รู้ไปอยู่ไหนกันหมด...

ผมหลบตาผู้คนที่รอรถประจำทางอยู่ข้างถนน
บอกตรงๆ ว่าอาย... ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้อายอะไรเหมือนกัน
ยังไม่ทันได้หาคำตอบเรื่องอาย ผมต้องชลอรถ เนื่องจากข้างหน้า มีสัญญาณไฟแดง
" นี่เราต้องติดไฟแดงกับพวกมอเตอร์ไซค์ พวกรถยนต์ข้างหน้าเหรอนั่น ? "
คิดแล้วพยายามขี่ให้ช้าๆ จะได้ไม่ต้องไปจอดอยู่ท่ามกลางฝูงสายตาที่จ้องมองเหมือนผมเป็นตัวประหลาด
ผมอาจจะคิดไปเอง...
ไฟแดงก็นานเหลือเกิน... ขี่ช้ายังไงก็ยังไม่เขียวสักที
ผมชะลอรถเข้าไปเทียบเกาะข้างถนน จะได้ไม่ต้องกระโดดลงจากรถให้เป็นจุดสนใจเข้าไปอีก
ผู้หญิงในรถกระบะเก่าๆ จอดอยู่ข้างๆ มองผมอย่างไม่เกรงใจ ผมได้แต่เบือนหน้าหลบ
เด็กหนุ่มวัยรุ่นในชุดนักศึกษาสองคนบนมอเตอร์ไซค์คันข้างหน้า
หันมามองแล้วชวนกันดู ซุบซิบอะไรบางอย่างซึ่งผมไม่ได้ยิน
ผมไม่รู้จะทำยังไง จึงมองตอบ เด็กสองคนจึงหันหน้ากลับไป

ไฟเขียวแล้ว ผมเร่งขาเป็นวงรอบช้าๆ แต่ก็ยังเร็วกว่ารถกระบะคันข้างๆ
กำลังคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ คงใช้เวลาเฉลี่ยไม่ต่างกับรถยนต์สักเท่าไร
ยังไม่ทันเปลี่ยนเกียร์ ผมต้องเบรคกระทันหัน แล้วเลี้ยวหลบ
รถแวนเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน ตัดหน้าผมไม่ถึงเมตรดี
" น้ำเอย น้ำใจ " ผมรำพึงในใจแก้เซ็ง
ผมคงช้าเกินกว่าเขาจะรอไหว

ผมขี่บนถนนผิวโคลนพร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยๆ
ทำไมมอเตอร์ไซค์เยอะจริงๆ รถยนต์วิ่งเร็วจริงๆ
เขาไม่คิดจะขี่จักรยานกันบ้างหรือ มันไม่ยากเลย...
แต่ผมก็เข้าใจ เขาขี่จักรยานบรรทุกหัวหอมหนึ่งตันไม่ไหว
หรือจะให้เขาขี่จักรยานข้ามอำเภอไปทำงานก็ไกลเกินไป
ผู้หญิงสาวๆ จะให้แต่งหน้าสวยๆ สวมหมวกโฟม นุ่งกระโปรงปั่นจักรยานก็คงลำบากใจ
ผมเองยังต้องขับรถยนต์ไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเหมือนกัน

คิดอะไรไปเพลินๆ จนถึงช่วงที่เรียกว่าไคลแมกซ์ของเส้นทาง
ผมเป็นคนกลัวความสูง และผมกำลังจะขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำครับ
ผมไม่สามารถเดินข้ามสะพานเชือกได้ เหมือนกับที่ผมไม่สามารถเดินข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าได้
ผมไม่ใช้โทลเวย์ เพราะขับรถยนต์บนนั้น ขาผมไม่มีแรงเหยียบคันเร่งครับ
ครั้งหนึ่งสมัยผมยังเป็นเด็ก ผมเคยต้องนอนราบและคลานไปกับพื้นสะพาน

ผมปลอบใจตัวเองว่านี่เป็นสะพานสั้นๆ ใช้เวลาไม่นาน
และผมโตมากพอที่จะเลิกกลัวได้แล้ว
คิดถึงตรงนี้ ผมอยู่ที่คอสะพาน กำลังเปลี่ยนเกียร์ มองลงไปเห็นน้ำไหลเชี่ยวข้างล่าง
ผมใจสั่น และคิดว่าจะล้มข้ามราวสะพานตกลงไปข้างล่างไหม...
ผมห้ามใจไม่ให้มองลงไปข้างล่าง และขับห่างจากราวสะพานพอสมควร
รถบรรทุกคันใหญ่ที่ตามหลังมา ถึงกลางสะพานก็ชะลอและหลบผมไปอีกเลนอย่างมีน้ำใจ
ถึงตรงนี้ ผมหมดแรงจะถีบบันได เพราะขาสั่นมาก แต่โชคดีที่ถึงขาลงพอดี
ผมปล่อยรถไหลลงสะพาน ยิ้มอย่างโล่งอกที่สุด

แม่ค้าขายไก่ย่างข้างทาง มองจ้องตามผมเหมือนสงสัย
อาจเป็นเพราะผมยิ้ม หรืออาจสงสัยว่าฝรั่งเผยแพร่ศาสนาวันนี้ทำไมไม่ใส่เสื้อสีขาว
ผู้หญิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ขี่แซงหน้าผมไป มองผมแต่ไม่ยิ้มให้
ผมอยากจะยิ้มให้ก่อน แต่เพื่อนเธอก็เร่งรถหายไปแล้ว

ผมคิดว่า ผมน่าจะคิดไปเอง ที่เห็นคนบนรถสองแถวข้างหน้า มองมาที่ผมกันทุกคน
"ผมขี่จักรยานมาทำงานครับ"
"ครับ... จักรยาน... มันประหลาดมากหรือครับ"
ผมอยากจะถามเขาดังๆ ตอนผมขี่แซงรถสองแถวขึ้นไป
บางคนถึงกับเอี้ยวตัวกลับมา เพื่อมองผม
แต่สิ้นสุดกันที ที่ทำงานผมอยู่ข้างหน้านี่แล้ว
ผมปั่นช้าลงเพื่อปรับแรงดันเลือด กลัวหน้ามืด

ผมดูนาฬิกาจึงพบว่าผมใช้เวลามาถึงที่ทำงาน
มากกว่าโดยปรกติที่ขับรถยนต์เพียงสิบนาทีเท่านั้น
ผมจอดและลงจากรถด้วยความรู้สึกดี
ผมได้ทำในสิ่งที่หลายคนไม่กล้า และผมทำได้
มันไม่ยากเลย ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
เย็นนี้ ผมจะขี่กลับบ้าน
พรุ่งนี้ ผมจะขี่มาอีก

หลังจากนั่งพักครู่หนึ่งพอให้เหงื่อแห้ง
ผมเข้าไปถอดเสื้อยืดที่สวมเพื่อซับเหงื่อในห้องน้ำ
ผมมองตัวเองในกระจก
เขามองดูอะไรในตัวผมนัก ผมประหลาดมากนักหรือ
ภาพที่เห็นเป็นคำตอบที่ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้
ผมไม่ได้รูดซิปกางเกงครับ



By : เสือพุงขาว [ 5 มิ.ย. 51 - 11:40:05 น. ]


ความเห็นที่ 1
save the world with mtb. save money with mtb.
From : osama [ 5 มิ.ย. 51 - 12:09:29 น. ]

ความเห็นที่ 2
อ่านแล้วได้ความรู้สึกเหมือนวันแรกที่ผมปั่นไปทำงานเลยครับ เดี๋ยวนี้ถ้ามีโอกาศ ทุกวันเสาร์ผมก็ปั่นไปทำงานงานเหมือนกัน
ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกครับ แต่ยังงัยก็ขอให้นึกถึงความปลอดภัยเอาไว้ก่อนนะครับ ไม่ต้องรีบร้อน สายตาคนรอบข้างเค้าจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ เดี๋ยวก็ชิน เมื่อก่อนหน้าฝนผมมักจะหยุดปั่น แม่ค้าบางคนถึงกับถามเวลาเจอว่าหายไปไหนมา แสดงว่ามีคนสนใจการปั่นจักรยานของเราอยู่บ้างอาจจะมาจากการแต่งตัว พักหลังๆเลยหาชุดแบบลำลองมาสวมทับชุดจักรยานอีกที ก็ดูกลมกลืนกับผู้คนไปได้บ้างครับ ยินดีด้วยครับ
From : รตอ.ละม่อม [ 5 มิ.ย. 51 - 12:10:06 น. ]

ความเห็นที่ 3
จบฮาดีครับ
ผมก็ปั่นไปทำงานเหมือนกัน
ความรู้สึกในการปั่นวันแรกไม่ต่างกันเลย
แต่ผมใส่ชุดจักรยานปั่นครับ ใส่ชุดทำงานมันน่าจะเหม็นเหงื่อและไม่คล่องตัวด้วย
ผมจะเอาชุดทำงานมาเก็บไว้ที่ออฟฟิส
แต่ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ก็ปั่นบ้าง หยุดบ้าง
ว่าแต่ คุณเสือพุงขาวปั่นหมอบหรือภูเขาครับ
ขอให้สนุกกับการปั่นนะครับ



From : หมอบ [ 5 มิ.ย. 51 - 12:11:17 น. ]


ความเห็นที่ 4
**เราก็ปั่นไปทำงานเหมือนกัน นี่ได้ 2 อาทิตย์แล้ว วันแรกๆ ก็เหมือนจะอาย แต่เราต้องคิดว่า ถ้าเราไม่เริ่มที่ตัวเรา แล้วเราจะให้คนอื่นเค้าทำเหมือนที่เราอยากให้เค้าทำได้ยังไง..ถ้าทำในสิ่งที่ดี ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัว เราก็มีสิทธิ์ใช้ถนนเหมือนกัน และเราก็ยังมีจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนยิ่งกว่าพวกที่ขับรถแพงๆ บางคนซะอีก...เป็นกำลังใจให้คุณทำดีต่อไปค่ะ...เราปั่นจักรยานไปทำงาน ใช้เวลาเท่ากับขี่มอเตอร์ไซค์เลย เชื่อป่าว แต่สิ่งที่ได้ มากกว่า ....เพราะ 1 ประหยัดเงินค่าน้ำมัน...2.สุขภาพดีขึ้น เพราะได้ออกกำลังกายแต่เช้า..3.(อ้นนี้เราคิดเอง)..เราได้ช่วยสังคมลดมลพิษ..ช่วยลดโลกร้อน.ประหยัดพลังงาน...ถามกลับว่า แล้วเราเสียอะไรบ้าง...ยังไม่เห็นเลยอ่ะ

From : paradog [ 5 มิ.ย. 51 - 12:31:51 น. ]

ความเห็นที่ 5
การเดินทางที่มีเรื่องราวกำลังเริ่มขึ้นแล้วครับพี่ผมว่าสนุกมากกว่าการขับรถยนต์ไปทำงานเสียอีกได้เจอเรื่องราวได้จำเรื่องราวมากมาย แถมได้สุขภาพและมิตรภาพตามท้องถนนเป็นของแถม
From : CK3 [ 5 มิ.ย. 51 - 12:37:39 น. ]

ความเห็นที่ 6
คิดน้อยหน่อย... ละความระแวง... ชีวิตเป็นของเรา... มีสติทุกขณะ...
ได้ยินสักแต่ว่าได้ยิน...
โชคดีและสนุกกับการปั่นครับ
From : koko [ 5 มิ.ย. 51 - 12:43:45 น. ]

ความเห็นที่ 7
ผมก็เป็นคนนึงที่ปั่นจักรยาน(พับ)มาทำงานคับ ประหยัดน้ำมันด้วย ออกกำลังด้วยไปในตัว แต่ว่าระยะทางระหว่างบ้าน-ที่ทำงานของผม แค่ 1 กม. เองคับ ตอนเย็นบางวันก็ปั่นหมอบออกกำลังกายระยะทางประมาณ 40 กม. อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
From : Por chevy [ 5 มิ.ย. 51 - 13:04:47 น. ]

ความเห็นที่ 8
เขียนเก็บไว้เยอะๆครับ
แล้วเอาไว้พิมพ์ขาย
"รวมเรื่องสั้น ปั่นสองล้อ"
From : Rerk4783 [ 5 มิ.ย. 51 - 13:12:29 น. ]

ความเห็นที่ 9

ชาวบ้านคงตะลึงในความหล่อแน่ ๆ นึกว่าเป็น Brad Pitt


From : pkk [ 5 มิ.ย. 51 - 13:25:46 น. ]


ความเห็นที่ 10

แถบรัดข้อเท้า ใช้รัดปลายขากางเกงไม่ให้เกะกะใบจาน และยังเป็นแถบสะท้อนแสงด้วย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่


From : pkk [ 5 มิ.ย. 51 - 13:31:13 น. ]


ความเห็นที่ 11
ผมปั้นมาทำงานทุกวันจะ2เดือนแล้วใช้เวลาไม่ถึงชั้วโมงคนรอบข้ามมองว่าดี รถที่วิ่งบนถนนมีน้ำใจเจอมอเตอร์ไซร์พาลากความเร็ว48-49เส้นวังสวนจิตรเจอเพื่อนที่ปั้นมาทำงานมากขึ้นใช้หน้ากากกันฝุ่นด้วยนะครับช่วงเวลา7.30รถบนถนนช่วงนนทบุรีมาบางโพ8.00สะพานแดงรถเริ่มน้อยแล้วครับ
From : อ๊อดบางโพ [ 5 มิ.ย. 51 - 13:33:25 น. ]

ความเห็นที่ 12
เห็นด้วยกับคุณอ๊อดบางโพ เรื่องหน้ากากกันฝุ่น เดี๋ยวจะเสียสุขภาพแทนไปซะก่อน อีกอย่างกันคนจำหน้าเราได้ด้วย คิกๆๆ
From : คห.ที่2 [ 5 มิ.ย. 51 - 13:45:27 น. ]

ความเห็นที่ 13
ผมเป็นอีกคนหนึ่งครับที่ขี่จักรยานใช้ในชีวิตประจำวัน

....ขี่ไปทำงาน

....ขี่ไปซื้อกับข้าว

....ขี่ไปหาญาติพี่น้อง

....ขี่ ฯลฯ

ผมมีรถยนต์(ตอนนี้สตาร์ทไม่ติดแล้วต้องซื้อที่ชาร์จไฟมาชาร์จ) มีมอเตอร์ไซด์ อีกอย่างละคัน.....แต่ทั้งสองสิ่งไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่ใจผมต้องการได้

----ผมต้องการสุขภาพ

---ผมต้องการประหยัด เพื่อตนเองและประเทศชาติ

ผมปั่นจักรยานประกอบกิจกรรมทุกอย่างแทนเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันนอกจากฉุกเฉินจึงใช้รถยนต์หรืมอเตอร์ไซร์

ผมทำได้ครับ

.......ครั้งแรกผมซื้อรถมาพร้อมกับปั่นกลับมาบ้านระยะทางประมาณ 25 กม. ผมต้องพักระหว่างทางเพราะหมดแรงปั่น , ปั่นออกกำลังกายไปกับคุณลุง น่าจะอายุ 66 ปีแล้ว ผมปั่นตามไม่ทันสักที , ผมปั่นไปทำงานก็กลัวเจ้านายด่าเลยใส่กางเกงและเสื้อทำงานสวมไป

......ผ่านมา 2 ปี ทุกวันนี้ผมปั่นไปทำงานด้วยชุดปั่นจักรยานขึ้นตึกไปเซ็นชื่อทำงานด้วยอกผายไหล่ผึ่งเหงื่อหยดเต็มพื้นในชุดปั่นจักรยาน

......ผมปั่นจักรยานมาทำงานจะขี่ไปยูเทรินทุกครั้งไม่เคยย้อนศรเพราะอยากได้ระยะทางเยอะๆ ขี่มาก็ต้องคอยหลบพวกรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ที่ชอบขับย้อนศรมา(คงเนื่องมาจากต้องประหยัดระยะทางละมั่งเพราะตัวเองใช้น้ำมันนี้) เดินทางไป - กลับก็ 40 กม./วัน

......หลังจากเลิกงานแล้วก็ไปขี่กับกลุ่มอีกประมาณ 20-40 กม.

......ผมสูง 168 ซม.น้ำหนักตัวที่ 85 กก.ตอนนี้เหลือ 65 กก. เอวที่ 40 นิ้วตอนนี้เหลือ 34 นิ้ว(วัดตอนนั่งนะซึ่งพุงมันจะกองเลยหละ)ถ้ายืนขึ้นแล้ววัดก็จะได้ 32นิ้วกว่าๆ

เพื่อนๆต่างชื่นชมร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป เจ้านายก็ชายตามองด้วยความหมั่นไส้ (สงสัยจะอิจฉา) จากคนที่พุงยื่นออกมามากมายในอดีต กลับมีกล้ามเนื้อต้นขามาแทนที่

......ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับจักรยาน.....คนแถวบ้านผมก็มองผมในแนวที่เปลี่ยนไปจากสายตาที่มองว่าตัวประหลาดแต่งตัวปานลิเก กลับมามองผมในทางกลับกันและสอบถามจักรยานอย่างที่ผมขี่อยู่พร้อมขอคำแนะนำ ผมก็อาศัยความรู้จากในเวปนี้ที่พี่ๆเค้าสอนเอาใว้ไปสาธยายให้พวกเค้าได้ฟังกัน ทั้งเรื่องการปั่นอย่างไรให้"ไขมัน"หายไป และเรื่องท่องเที่ยวไปทั้งในประเทศและต่างประเทศของพี่ๆทั้งหลาย

สิ่งหนึ่งซึ่งเพื่อนผมมันข้องใจถามบ่อยที่สุดและผมก็ไม่เคยให้คำตอบกับเพื่อนเลย เพราะมันถามผมว่า

"มึงผอมเพราะออกกำลังกายหรือว่ามึงเป็นเอดส์กันแน่วะ ไอ้ชาย

From : ชาย [ 5 มิ.ย. 51 - 14:05:35 น. ]


ความเห็นที่ 14
มันก็น่าอายอยู่หรอกนะปั่นจักรยาน(ไม่รูดซิป)ไปทำงาน มิน่า...ปั่นตั้งไกลไม่ยักร้อน ปั่นประจำนะเพื่อนจะได้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชนชาวไทย แต่เตือนด้วยความห่วงใยและหวังดี ก่อนออกเดินทางทุกครั้งกรุณาส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตัวเองเสียก่อน ระหว่างการเดินทางก็ระวังพวกที่แล้งน้ำใจบนท้องถนนด้วย
From : โชคดีปลอดภัยทุกวันเด้อ.... [ 5 มิ.ย. 51 - 14:06:57 น. ]

ความเห็นที่ 15
ดีมากเลยค่ะ กะว่าจะทำบ้าง แต่ใส่กระโปรงคงปั่นไม่ได้ สงสัยต้องเอาชุดไปเปลี่ยนที่โรงเรียน ว่าจะลองขี่จักรยานไปโรงเรียนทุกๆวันศุกร์ก่อน
From : tukie [ 5 มิ.ย. 51 - 14:13:55 น. ]

ความเห็นที่ 16

วันใหนรถจักรยานล้มแล้วจะรู้สึกว่าไม่น่าเลยตู
ก่อนขี่จักรยานต้องศึกษาเส้นทางก่อนดูว่าจุดใหนอันตราย
จุดใหนต้องระมัดระวังแล้วจะได้ขี่อย่างสง่าผ่าเผย
ถ้าขี่วันแรกก็ล้มแล้วต่อไปพอขี่ก็จะมีคนพูดว่า
ไอ้นี่ไงที่ขี่จักรยานล้มเมื่อวานหน้าทิ่มดินเลย
ทำประหยัดไม่เข้าเรื่องสมน้ำหน้ามัน
From : ป้อม [ 5 มิ.ย. 51 - 14:26:45 น. ]

ความเห็นที่ 17

ที่ทำงานผมมีพนักงานสามร้อยกว่า แต่มีคนขี่รถถีบ ไปทำงานไม่ถึงห้าคนครับ
ผมเป็นหนึ่งในห้านั้น
From : ออครับ [ 5 มิ.ย. 51 - 14:28:33 น. ]

ความเห็นที่ 18
ผมไม่ม่เงินเติมน้ำมันครับ ไปไหนก็เลยจำใจขี่จักรยาน
From : จยคจ [ 5 มิ.ย. 51 - 14:45:10 น. ]

ความเห็นที่ 19
ผมก็เดินทางด้วยจักรยานมาทำงานนานแล้วครับเริ่มต้นตั้งแต่ปี 43 ซื้อวันแรกปั่นกลับบ้านเลยระยะทางประมาณ 10 กว่าโลได้มั้งแต่ว่าเหนื่อยมาก ๆ สาเหตุเพราะว่าเบรคมันติดกับขอบล้ออยู่ จากนั้นก็ค่อย ๆ เรียนรู้กับมัน ตอนแรก ๆ ก็เขินเหมือนกัน ทุกวันนี้ชินแล้วครับเวลามีคนมอง แต่ถ้าให้สันนิญฐานนะผมคิดว่าคนที่มองเขาคงแอบชื่นชมเรามากกว่าที่จะว่าเรานะ เขาคงอยากทำเหมือนอย่างที่เราทำ แต่เขาอาจจะไม่สะดวกหลาย ๆ อย่าง มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนครับ ตั้งแต่ปั่นมาทำงานก็เกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อยอยู่ 2 ครั้งครั้งแรกเจอจักรยานของชาวบ้านตัดหน้าเบรคล้อตายกลิ้งกลางถนน แต่ไม่เป็นไร ครั้งที่สองมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า กลิ้งเหมือนกัน ส่วนรถยนต์ก็โดนปาดหน้าบ่อย ๆ โดยเฉพาะรถเก๋ง คนขับแต่งตัวสวย ๆ หล่อ ๆ กันทั้งนั้น แต่ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน แต่ก็ส่วนน้อยครับ ส่วนรถบรรทุกสิบล้อ นี่ผมว่าคนขับเขามีน้ำใจดีนะ อย่างเช่นเส้นทางที่ผมปั่นจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทางมันโค้งหน่อย ถ้าเราอยู่ตรงโค้งพอดีและเขาขับตามมาเขาก็จะชลอให้เราผ่านโค้งไปก่อนค่อยแซง แต่ถ้าเป็นรถเล็ก ๆ แล้วแทบจะเบียดเราตกถนนเลย
From : * [ 5 มิ.ย. 51 - 14:48:25 น. ]

ความเห็นที่ 20

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ผมกำลังจะขี่กลับบ้าน...

ผมตื่นเต้นเมื่อนึกถึงเวลาที่จะขี่ออกไป
หัวใจเริ่มเต้นแรง เขินนิดๆ ขึ้นมาอีกแล้ว

กลับมาเปิดอ่านอีกครั้ง
ผมใจชื้นและมั่นใจขึ้นอีกมาก
เพราะได้พบว่ามีเพื่อนร่วมทางในกระทู้นี้หลายท่าน

ขอใช้คำว่า "เพื่อนร่วมทาง"
เพราะเมื่ออ่านแล้ว... รู้สึกว่าเราขี่อยู่ข้างๆ กัน ( เว่อร์ไปหน่อยไหม )

คุณ osama
เรื่องเซฟเดอะเวิร์ล ผมว่ามันค่อยชัดเจน เหมือนไม่ได้อะไรนัก
แต่เซฟมันนี่ วันนึงไปกลับ ผมเซฟได้แปดสิบบาทแล้วครับ ชัดเจน ได้เห็นๆ ครับ

คุณ รตอ.ละม่อม
ทำไมจึงขี่ไปได้เฉพาะวันเสาร์ล่ะครับ ?

คุณ หมอบ
ผมใช้รถเสือภูเขาครับ อยู่ต่างจังหวัดถนนหนทางวิบากเหลือเกิน ขี่เสือหมอบกลัวจะพัง
เรื่องเก็บชุดทำงานไว้ที่ทำงานก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน

คุณ paradog
ด้วยความนับถือครับ ผมไม่คิดว่าผู้หญิงจะสู้แดด อยู่ในรถยนต์เห็นบางคนยังต้องหาม่านบัง
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ

คุณ CK3
เรื่องสุขภาพนี่โอเคครับ เรื่องมิตรภาพขอดูก่อน...
ตั้งแต่เช้า มีแต่คนบีบแตร ไม่รู้ว่าบีบแตรเพื่อมิตรภาพหรือเปล่า

คุณ pkk
กลัวว่ามันจะตรงกันข้ามน่ะครับ ตะลึงในความหล่อกับผงะเพราะตกใจ ท่าทางคล้ายๆ กันครับ

คุณอ๊อดบางโพ
ใครมาลากผม 40-50 กิโล ผมถอยดีกว่า ใจไม่ถึงครับ
ต่างจังหวัด พอละเว้นเรื่องฝุ่นควันได้พอควรครับ ขอบคุณครับ

คุณชาย
ผมนับถือในความอึดจริงๆ ครับ

คุณ โชคดีปลอดภัยทุกวันเด้อ....
วันนี้ ผมตื่นเต้นมากครับ ต้องเข้าห้องน้ำก่อนออกจากบ้าน กลัวตื่นเต้นจนอั้นไม่อยู่
ทุกวันก็เรียบร้อยดี พรุ่งนี้ไม่มีพลาดครับ

คุณ tukie
ทุกอย่างยากตอนเริ่มต้นเท่านั้นครับ

คุณป้อม
ผมยังโชคดีครับ แต่ถ้าเป็นอย่างว่า ก็เซ็งเลยตู จริงๆ

คุณ ออครับ
แตกต่างอย่างโดดเด่นครับ

คุณ จยคจ ( จักรยานคนจน )
น้ำมันแพงก็จริงครับ แต่ทำให้เกิดปัญหารวมๆ สินค้าขึ้นราคา ค่าครองชีพสูง
แต่ความเดือดร้อนจากค่าน้ำมันเพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่ปัญหาครับ
ผมขี่ หรือคุณขี่ เพราะเรามีทางเลือกมากกว่ารถยนต์ครับ

คุณ *
ผมเห็นด้วยเรื่องรถบรรทุกครับ รถพ่วงยังจอดรอให้ผมผ่านไปก่อนเลยครับ
เมื่อเช้าก็ขี่ลงข้างทางเพราะรถเก๋งเหมือนกัน

ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ

From : เสือพุงขาว [ 5 มิ.ย. 51 - 15:20:23 น. ]


ความเห็นที่ 21
วันจันทร์-ศุกร์ ผมหอบลูกหอบเมียมานอนที่ทำงานครับผมลงทุนกันห้องอยู่เลยครับพอดีเป็นกิจการส่วนตัวแต่เช่าร้านเค้าครับ วันศุกร์เย็นๆค่ำก็กลับบ้านพาลูกเมียกลับบ้านครับ แต่วันเสาร์ผมยังทำงานอีกวันจึงปั่นจักรยานมาครับ ระยะทางไป-กลับลัดเลาะไปตามทางก็ 40 กิโลพอดี ใช้เวลาเดินทางแบบหวานเย็นก็ 1.30 ชม. ถ้ารีบหน่อยก็ 1ชม. เดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพครับ
From : รตอ.ละม่อม [ 5 มิ.ย. 51 - 15:34:53 น. ]

ความเห็นที่ 22
ดีใจจังมีเพื่อนขี่จักรยานไปทำงานกัน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ขี่จักรยานไปทำงานเหมือนกัน แวะซื้อข้าวมันไก่เจ้าของร้านถามว่าขี่มาจากไหนและจะไปไหน บอกเขาว่าขี่มาจากบ้านจะไปทำงาน เขาทำหน้างง และก็พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ดี..ได้ออกกำลังไปในตัวสุขภาพจะได้แข็งแรง แถมได้ประหยัดไปในตัวไม่ต้องใช้น้ำมัน ซึ่งนับวันจะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ....รู้สึกภูมิใจจัง....
From : เสือพงศ์ [ 5 มิ.ย. 51 - 16:19:02 น. ]

ความเห็นที่ 23
คุณเสือพุงขาวครับ..
ผมอ่านที่คุณได้เขียนมาทั้งหมด รู้สึกคุ้นกับสถานที่
และรายละเอียดที่เล่าทั้งหมดจัง คนเสื้อขาว ขี่ JAMIS
อยู่มหาสารคามรึปล่าวครับ สงสัยจะปั่นไปทำงานที่มหาลัย
ถ้าใช่...เมื่อเช้าผมขับรถแซงคุณไป ช่วงผ่านปั๊มน้ำมัน
ก่อนถึงสะพาน ที่คุณกลัว.. จริงๆไม่น่ากลัวหรอกครับ
ผมเองก็อยู่ที่นี่ มหาสารคาม หาเพื่อนปั่นพร้อมกันไม่ค่อยจะได้
เลยปั่นคนเดียวซะมากกว่า ปั่นไปทำงานด้วยเหมือนกันในบางครั้ง
ผมมีบ้านอยู่ในตัวเมือง ที่ทำงานก็อยู่ในตัวเมือง ใช้เวลาปั่นไปทำงานประมาณ 15-20 นาท
แต่ถ้าขับรถไป ก็ไม่เกิน 10 นาทีี
............
ปั่นไปเถอะครับ ปั่นไปทำงาน ครั้งแรกผมก็เขินๆเหมือนกัน ครั้งต่อมา เราก็ชินเอง
ส่วนใหญ่จะเกิดจากเราคิดไปเองนะครับ...ผมเอาใจช่วย
ยังไงมาปั่นด้วยกันได้ครับ ผมว่างเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้นเอง
ยินดีนะครับ
From : โก้ 089 138 1721 [ 5 มิ.ย. 51 - 17:18:34 น. ]

ความเห็นที่ 24
ผมก็ขี่ไปทำงานเหมือนกันครับ ไปกลับ 40 กม แต่เส้นทางอันตรายผมปั่นเส้นรัชดา-คลองเตย-พระราม3 ช่วงคลองเตยจะอันตรายมากถนนไม่ค่อยดีรถวิ่งเร็วแต่ไม่มีทางเลือกอื่นต้องขี่ขึ้นสะพานตอนนี้ก็คงฟิตขึ้นเพราะขึ้นสะพานนี่แหละถ้ามีคนใช้จักรยานเยอะๆสักวันนึงคงมีเลนจักรยานให้พวกเราบ้าง
From : Joperation [ 5 มิ.ย. 51 - 17:27:25 น. ]

ความเห็นที่ 25
เส้นทางคุ้นๆ เหมือนกันครับ ผ่านร้านเครื่องเขียนซ้ายมือก่อนถึงมหาลัยแวะทานน้ำได้เน้อ... (ร้านเครื่องเขียนมีผู้หญิงตัวเล็กๆเฝ้าอยู่นะครับ แฟนผมเอง) ผมก็ปั่นไปไหนมาไหน ไปทำงาน ไปธุระสารพัดในกทม.เหมือนกัน ตอนซื้อก็ปั่นกลับบ้านมากกว่า 10 โลนะครับ ขาสั่นเลยไม่เคยปั่นจักรยานในเมืองด้วย ตอนนี้สบายไปไหนมาไหนคล่องขึ้นเยอะ อาการภูมิแพ้ อ่อนแอ อย่างแต่ก่อนหายไปเยอะ รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น แต่คนอื่นบอกว่าดูโทรม แล้วก็ตัวดำขึ้นเยอะ (ปั่นตากแดดนี่นา) แต่ไม่เป็นไรครับ รู้ว่าตัวเองแข็งแรงขึ้นเป็นพอ มีเวลาก็จะเอาจักรยานติดไปสารคามนะครับ แต่ไม่ได้ปั่นเลย แบบว่าเจอแฟนดุนะครับ เพราะว่าเส้นม.ใหม่นี่ รถแมงกะไซ นักศึกษาเยอะเกินไป เค้าบอกว่าอันตราย แต่คนมันชอบนะครับห้ามยังไงไหว แอบเอาออกไปปั่นลุยสวน ลุยทุ่งอยู่ดี พวกนักศึกษานี่ส่วนมากอยู่หอกันทั้งนั้น ระยะทางจากหอไปมหาลัยส่วนมากก็ไม่ไกลเกินสองสามโลด้วยซ้ำ แต่ทุกคนใช้มอไซค์กันหมด บางคนมีฐานะหน่อยก็รถเก๋ง ทั้งนักศึกษา ทั้งเจ้าหน้าที่ อาจารย์มหาลัย รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์เลยเยอะแยะ วุ่นวายไปหมด จะได้ข่าวนักศึกษามีอุบัติเหตุเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ทุกวัน มีรถ รพ. มารับทุกวัน ตอนนี้กำลังสนับสนุนพี่ชายที่ยกมือป้อไหว้คนผ่านไปผ่านมาทุกวันอยู่นั่นนะครับ (เหมือนจะสมัครนายกเทศบาลอะไรนี่แหละ) ให้ทำทางจักรยาน แล้วชักชวนนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่มหาลัย ที่พักอยู่แถวนั้น ให้หันมาใช้จักรยาน ไม่รู้จะเป็นไงบ้างนะครับ ถ้าทำได้บรรยากาศแถวนั้นคงดีขึ้นเยอะ
............... ขอเป็นกำลังใจให้คุณเสือพุงขาวขอรับ
From : คนพเนจร [ 5 มิ.ย. 51 - 20:54:43 น. ]

ความเห็นที่ 26
**ปั่นจักรยานบ่อยๆ บางทีคุณอาจจะได้ดื่มน้ำฟรีจากชาวบ้านที่เราไปแวะพักก็ได้นะคะ เพราะเคยเจอมาแล้ว ชาวบ้านเรียกให้ดื่มน้ำ เรียกให้ทานข้าวเลยก็ยังเจอ...มิตรภาพบนหลังเสือ มีมากกว่าที่คิดเยอะเลยแหละ...มีแต่คนชื่นชม บางคนทำอย่างเราไม่ได้ เค้าอิจฉาเรากันจะแย่ แล้วเรามีโอกาส ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ทำเพื่อส่วนรวมล่ะคะ...ปั่นต่อไปนะคะ คิดซะว่าตอนที่คุณปั่นจักรยานไปทำงาน มีเพื่อนๆ อีกหลายคนก็กำลังปั่นไปทำงานด้วยเหมือนกัน เพียงแต่ไปคนละทางกะคุณเท่านั้นเอง....สู้ๆๆ
From : paradog [ 5 มิ.ย. 51 - 20:57:04 น. ]

ความเห็นที่ 27
เดียวจะโพสภาพเส้นทางจักรยานครับ เอาไว้มีเวลา
From : สมพงษ์ [ 5 มิ.ย. 51 - 22:33:13 น. ]

ความเห็นที่ 28
ผมเหมือนกันปั่นจักรยานไปทำงาน และไปตลาดซื้อของเล็กๆๆน้อยๆๆและไม่จอดจักรยานนานๆๆห่างสายตาไกลๆๆผมจะใช้จักรยานเป็นส่วนใหญ่เป็นประจำไม่อายครับเพราะว่าเราบ้าจักรยาน
ผลที่ได้จากความบ้าคือ สุขภาพ ประหยัดตัง
From : pea ssk [ 6 มิ.ย. 51 - 05:23:29 น. ]

ความเห็นที่ 29
สนับสนุน และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ปั่นจักรยานไปทำงาน
ทางที่ดี ผมว่าควรประกอบรถราคาไ่ม่แพงสักคัน ใส่แตะหลัง
หากระเป๋าแบบทัวร์ริ่งใส่ เพื่อจะได้เอาชุดทำงาน ของใช้ที่จำเป็นต่างๆ
ใส่ลงไป
ถึงที่ทำงานก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดทำงาน เท่านี้ก็เรียบร้อย อยากให้พวกเรา
ชาวจักรยาน พากันปั่นจักรยานไปทำงานกันให้มากๆ จะได้เป็นการจุดประกาย
และจะได้เป็นการเริ่มต้น และจะได้เป็นตัวอย่างให้กับคนหลายๆคนที่ยังลังเลอยู่
จากกลุ่มเล็กๆ อีกหลายๆปีก็อาจจะมากขึ้น มากขึ้น ....
From : ดำ [ 6 มิ.ย. 51 - 08:45:54 น. ]

ความเห็นที่ 30
เคยใช้เป็นพาหนะไปทำงาน แต่เจอแม่ค้าบนทางเท้า + รถเมล์ ถอดใจครับ เหลือแต่ไปซี้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ แถวบ้านเท่านั้น
From : เหอ เหอ [ 6 มิ.ย. 51 - 09:32:52 น. ]

ความเห็นที่ 31

เย็นวาน ผมขี่กลับบ้านท่ามกลางสายลม และแสงแดด...
ซึ้งงงง... จริงๆ กับการขี่ต้านลม
มันอืดดดดด... อย่างเขาว่าไว้จริงๆ ด้วย
ลมพัดเย็นดีก็เรื่องหนึ่ง แต่จักรยานอืดเหมือนลากยางสิบล้อไปด้วยนี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง

ขี่ผ่านแถวที่สร้างศูนย์การค้า รถตักดินใส่รถบรรทุกข้างทาง
โคลนกระเด็นออกจากรถบรรทุกใส่ผมดังเผละๆ เปื้อนพอเซ็งๆ ขำๆ
ยังดีว่าใส่แว่น ไม่งั้นเข้าตาด้วย
ทำไมจังหวะมันพอดีกันขนาดนั้นก็ไม่ทราบ คิดแล้วยังขำ
เช้านี้ ผมจึงตัดสินใจว่าไม่ใส่เสื้อเชิ้ท ใส่เพียงเสื้อยืดคอกลมตัวเดียวดีกว่า

ขี่ออกจากบ้านด้วยความมั่นใจกว่าเดิม ไม่สนคนมองแล้ว
ซึ่งก็แปลก วันนี้ก็ไม่มีใครมองจริงๆ หรือเพราะวันนี้รูดซิปเรียบร้อยดีก็ไม่ทราบ

น่าขำที่รถทุกคันวิ่งเร็ว เหมือนกับจะรีบไปจอดติดไฟแดงที่แยกเดียวกันกับผม
แต่ผมไหลเข้าไปช้าๆ กะว่าพอให้เขียวพอดี

มีที่น่าหงุดหงิดหน่อยก็หน้าปั้มน้ำมัน
รถส่วนใหญ่รู้ว่าไปไม่ได้ แต่รีบเลี้ยวเข้าไปจอดรอ
ขวางกันไว้อย่างนั้น
อีกอย่างก็รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์แถวนี้
ที่ชอบคิดว่า มอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ ไม่เป็นไร รถคันเดียวไม่เป็นไร
ไม่เข้าใจว่าถ้าพร้อมใจกัน มันก็หลายคัน
มากพอจะสร้างความวุ่นวายในถนนสี่เลนนี้ ด้วยการขี่ย้อนศร
ที่สำคัญ วันนี้ มีรถกระบะย้อนศรมาด้วย... เฮ้อ...

ผมอยู่จังหวัดเล็กๆ ที่มีผู้คนหนาแน่น เป็นเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบปีมากกว่าครึ่ง
ซ้ำร้าย วุฒิภาวะยิ่งต่ำกว่ายี่สิบปี วุ่นวายไปหมด
ในวันที่มีตลาดนัด ถนนสี่เลนเหลือที่เพียงพอให้รถสวนกันได้เท่านั้น
ฟังดูแย่... แต่เมื่อคิดถึงหลายคนที่ขี่ในกรุงเทพ
ผมนับถือในความตั้งใจ และรู้สึกว่าที่ผมเจออยู่นี้ เป็นเรื่องเล็กน้อย

แต่แม้จะเป็นปัญหาเล็กน้อย ก็ควรแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้
นานไป จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
จนแก้ไม่ได้เหมือนในกรุงเทพครับ

ผมตั้งใจเขียนเป็นบันทึกทุกวัน
หวังให้เป็นแรงบันดาลใจกับหลายคนที่ไม่เคยคิด จะได้คิด
หลายคนที่สนใจแต่ไม่มั่นใจ จะได้มั่นใจ
หลายคนที่กลัว จะได้กล้า

จักรยานสนุกตรงที่ว่า
เมื่อคุณรู้สึกอยากถอยหลังกลับ คุณจะพบว่าคุณมาไกลไปกว่าครึ่งทางแล้ว
สู้ไปต่อ ดีกว่าถอยหลังกลับครับ

คุณ รตอ.ละม่อม
40 กิโลของคุณ ทำให้ 9 กิโลของผมเป็นเรื่องเด็กๆ ขี่จักรยานเล่นกันไปเลยครับ เยี่ยมจริงๆ ครับ

คุณ คนพเนจร
ขอบคุณสำหรับน้ำใจครับ กลัวว่าแวะไปจริงๆ สาวๆ เจอผมจะตกใจ
คว้าคัทเตอร์ไล่แทงเอาเสียมากกว่า

คุณเสือพงศ์
ผมก็ดีใจที่มีเพื่อนร่วมทางเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ

คุณโก้
เราคนบ้านเดียวกันครับ ว่าแต่เมื่อวานไม่เห็นซิปกางเกงผมใช่ไหมครับ ?

คุณ Joperation
ด้วยความนับถือจริงๆ
ผมยังไม่เห็นเค้าของเส้นทางจักรยานในบ้านเราเลยจริงๆ
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ

คุณสมพงษ์
คนเดียวกับเสือพงษ์ไหมครับ

คุณ pea ssk
ผมก็ไม่ทราบว่าบ้าจักรยานเป็นยังไง แต่ตอนนี้เล็งๆ street bike อยู่
ล้อกลมๆ บางๆ เหมือนเสือหมอบ แฮนด์ตรงเหมือนเสือภูเขา ลวดซี่น้อยๆ ตะเกียบหนาๆ
อานบางๆ ใส่ไฟท้ายดวงเล็กๆ ติดตะแกรงท้ายนะ... โอ...

คุณดำ
รถผมไม่แพงครับ
เจ้าของร้านใจดี อยากให้ขี่ ขายให้ถูกๆ
สีสันธรรมดา ไม่ฉูดฉาด ช่วงนี้ฝนตก มีโคลน มีน้ำกระเด็น
รอพ้นฝนจะติดกระเป๋าหลังครับ

คุณ เหอ เหอ
ลองดูอีกครั้งไหมครับ เราไม่โชคร้ายทุกวันกระมังครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ
โดยเฉพาะ คุณ รตอ.ละม่อม และ paradog สองรอบ
From : เสือพุงขาว [ 6 มิ.ย. 51 - 11:11:13 น. ]


ความเห็นที่ 32
ให้กำลังใจทุกๆท่านเลย มีแต่ได้ครับ แต่อย่าประมาท ต้องมีสติตลอดเวลา เป็นห่วงครับผม......
From : chaigun.nสาย4 [ 6 มิ.ย. 51 - 12:27:38 น. ]

ความเห็นที่ 33
ดีใจจังครับ ที่ผมได้เจอตัวคุณเสือพุงขาวด้วย เมื่อวาน
พอดีเวลาที่เราขับรถไปแล้วเห็นคนขี่เสืออยู่ ก็จะพยายามมองดูว่าเป็นใคร
เผื่อเป็นคนที่เรารู้จัก คราวหน้าจะได้ชวนกันปั่นบ้าง
เห็นคุณเสือพุงขาวไซส์เดียวกันกับผมก็ดีใจ นึกว่าจะมีเสือพุงขาวคนเดียว เพราะผมก็พุงขาว
เหมือนกัน ดีไม่มีพุงผมน่าจะดูป่องกว่าซะอีก อิอิ

ไว้จะแวะมาคุยเรื่อยๆนะครับ
หวังว่าอาทิตย์นี้คงว่าง จะชวนไปปั่นช่วงบ่ายแก่ๆซะหน่อย
....
From : โก้ 089 138 1721 [ 6 มิ.ย. 51 - 12:50:20 น. ]


ความเห็นที่ 34
ปั่นอยู่แถวไหนกันครับ....ส่วนผมพุงดำ..ถ้าเจอขอปั่นด้วยได้ไหมครับ
From : ขาก็ดำเป็นปล้องๆ [ 6 มิ.ย. 51 - 13:50:08 น. ]

ความเห็นที่ 35
**อุปสรรคทำให้เราไม่ประมาท และหาวิธีแก้อุปสรรคนั้น สักวันเชื่อว่าไม่มีอะไรมาปิดกั้นเราได้...ลองหากล่องพลาสติคสักใบพ่วงไว้ท้ายรถก็ได้ กันฝน กันฝุ่น แถมยังใส่ของใช้จำเป็นได้อีก เหมือนอย่างที่เราทำอยู่...อาจจะดูไม่เก๋...แต่ก็เท่ห์ไปอีกแบบนะ ขอบอก..อิอิ.
**เมื่อมีวันที่1 ก็ต้องมีวันที่ 2...จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน และก็แป๊บเดียวก็ปีนึงแล้ว...ปั่นไปเถอะนะคะ...อีกหน่อยเราก็จะมีเพื่อนปั่นกันเยอะแยะ...ขืนช้า..ก็ไม่ใช่ผู้นำแฟชั่นน่ะดิ..เน๊อะ..
From : paradog [ 6 มิ.ย. 51 - 14:13:56 น. ]

ความเห็นที่ 36
จักรยานสนุกตรงที่ว่า
เมื่อคุณรู้สึกอยากถอยหลังกลับ คุณจะพบว่าคุณมาไกลไปกว่าครึ่งทางแล้ว
สู้ไปต่อ ดีกว่าถอยหลังกลับครับ
ชอบประโยคนี้จังเลยครับคุณเสือพุงขาว เจ๋งมากๆ

ปั่นต่อไปนะคะ คิดซะว่าตอนที่คุณปั่นจักรยานไปทำงาน มีเพื่อนๆ อีกหลายคนก็กำลังปั่นไปทำงานด้วยเหมือนกัน เพียงแต่ไปคนละทางกะคุณเท่านั้นเอง....สู้ๆๆ
อันนี้ของคุณparadog ชอบเหมือนกัน อ่านแล้วให้กำลังใจดีมากครับ

ตัวผมเองปั่นไปทำงาน 20 โล
แต่ขากลับตอนเย็นแดดล่มลมตกก็มักปั่นเลยบ้านไปอีก 10 โล แล้วค่อยย้อนกลับ ก็จะเป็น 40 โล
หนุกดีครับ ทำไปเรื่อยๆ แล้วมันจะติดจนเลิกมะด้าย
ถ้าวันไหนฝนตกเอาจักรยานออกไม่ได้นี่จะหงุดหงิดไปเลยล่ะ อิอิ
From : หมอบ [ 6 มิ.ย. 51 - 15:19:49 น. ]


ความเห็นที่ 37

จะแวะมาอ่านเรื่อยๆครับ วันนี้ต้องหอบลูกหอบเมียพาปู่กับย่ากลับไปพักผ่อนวันสุดสัปดาห์ที่บ้าน พรุ้งนี้ถ้าฝนไม่ตกก็จะปั่นจักรยานมาทำงานครับ บ๊ายบายยย
From : รตอ.ละม่อม [ 6 มิ.ย. 51 - 17:03:26 น. ]

ความเห็นที่ 38

วันนี้ ผมต้องทำงานต่อถึงค่ำ...
ถือโอกาส " ไนท์ ทริป "
เพื่อนร่วมทางมีสิบแปดล้อ และรถทัวร์บ้างบางที

ถนนสี่เลน เวลาขี่จักรยานตอนกลางคืน
มันคงกว้างน่าดูนะครับ...

คุณขาดำเป็นปล้องๆ
ด้วยความยินดีครับ แล้วพบกันครับ

คุณ paradog
สารรูปอย่างผม อย่าเอากระป๋องไว้ท้ายรถเลย
ขอเท่แบบกระเป๋าดีกว่ากระป๋องนะ

คุณหมอบ
ผมอยากขี่เสือหมอบจริงๆ ครับ แต่เส้นทางไม่ค่อยอำนวย
กำลังคิดเรื่องวันฝนตกอยู่เหมือนกัน ว่าจะใส่เสื้อกันฝนปั่นจักรยาน
เอาจริงเอาจังไปหน่อยไหม ?

คุณ รตอ.ละม่อม
ขอบคุณครับ มีชีวิตที่น่าอิจฉาจริงๆ นะครับ

From : เสือพุงขาว [ 6 มิ.ย. 51 - 17:19:56 น. ]


ความเห็นที่ 39
เมื่อคืนฝนตกตอนไหนก็ไม่ทราบหลับไม่รู้สึกตัวเลย เช้าวันนี้อากาศสดชื่นไม่ร้อนเท่าไหร่ผมปั่นมาทำงานสบายๆ แย่หน่อยตรงที่ถนนบางช่วงมีน้ำท่วมขังทำให้ต้องปี่นลุยไปช้าๆ พอถึงช่วงในเมืองต้องผ่านตลาดสด(ศาลาน้ำเย็นแถวๆบางขุนนนท์) สภาพถนนค่อนข้างเละเลย ปกติตรงนี้การจราจรและผู้คนจะพลุกผล่านอยู่แล้ว วันนี้เลยต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ไม่วายต้องเจอกับรถสองแถวมหาภัยที่เห็นคนโดยสารโปกเป็นไม่ได้ เหงื่อชุ่มเลย...
From : รตอ.ละม่อม [ 7 มิ.ย. 51 - 08:30:19 น. ]

ความเห็นที่ 40

สี่เลนตอนสองทุ่มกว่าๆ
ช่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจริงๆ

ผมติดกระจกส่องหลัง ยี่ห้อ ซีฟาล(Zefal) รุ่น สอดแนม (spy)
สมชื่อรุ่นจริงๆ มองกระจกทีไร เหมือนแอบดูข้างหลัง
กลางวัน โอเค กลางคืนคงยังไม่ชิน เห็นแต่ไฟรถเป็นจุดๆ

อันที่จริง สะพานก็โอเค ไม่น่ากลัว ไม่สูงเหมือนสะพานพระปิ่นเกล้าฯ
วันไหนจะลองวัดใจไปขึ้นดูอีกสักที
บนสะพานวันนี้ มีรถเบียดให้ตกใจหนึ่งคัน
เดาว่าคงกะระยะพลาด (กะชน แต่พลาด )
รถสองแถวที่นี่ ขี่จักรยานเร็วกว่าครับ

วันเสาร์ถนนโล่ง ฟ้าไม่มีแดด ขี่สบายดีครับ

From : เสือพุงขาว [ 7 มิ.ย. 51 - 09:23:39 น. ]


ความเห็นที่ 41
**สงสัยคุณหมอบ ต้องไปติดต่อ วัดถ้ำกระบอกแล้วละ (ไปเลิกติดจักรยานน่ะ อิอิ )ไม่งั้นจะติดมากไปกว่านี้ ชีวิตจะลำบากนะคะ ก็เดี๋ยวนี้บ้านเราฝนตกกันเป็นว่าเล่น หน้าร้อนน้ำยังท่วม ฤดูกาลผันผวนไปหมดแล้ว...
**วันนี้ปั่นกลับจากที่ทำงานตอนเช้า เออแฮะ..ถนนโล่งดีจริงๆ ...ปั่นกลางคืนอย่าลืมอุปกรณ์ไฟหน้า ไฟท้ายด้วยนะกั๊บ...และก็อย่าลืมถอดเก็บตอนจอดด้วย...อิอิ หลายบาท เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ปั่นจักรยาน แพงกว่ารถยนต์ ก็ตรงไฟหายบ้าง เข็มไมล์หายบ้างนี่แหละ...
**คุณเสือพุงขาว เริ่มชินกับการปั่นจักรยานไปทำงานหรือยังคะ...หายตื่นเต้นแล้วอ่ะดิ ที่บอกว่าคนมองกันมากเพราะไม่ได้รูดซิปกางเกงน่ะ ความจริงลืมใส่กางเกงไปทำงานตะหาก ใช่ป่าว อิอิ ย้อเย่น....น่า....
From : paradog [ 7 มิ.ย. 51 - 09:34:04 น. ]

ความเห็นที่ 42

คุณ paradog
ผมปั่นออกกำลังกายมาระยะหนึ่งแล้วครับ
แต่ไม่ได้ขี่มาทำงาน
เพราะกลัวไปต่างๆ นาๆ ทางไกล ฝุ่นควัน และแดดร้อน
พ้นสองวันแรก บอกตัวเองได้เลยว่าน่าจะขี่มาทำงานตั้งนานแล้ว

อุปกรณ์ติดรถ ก็สรรหามาประดับอยู่เรื่อยๆ ครับ
เบาะบาง บันไดคลิปเลส ไมล์วัดหัวใจ
ไฟหน้าเปลี่ยนมาสามชุด ไฟท้ายเปลี่ยนมาสามชุด
ติดกระดิ่งที่ไม่เคยดีด และล่าสุดกระจกรุ่นแอบดูข้างหลัง
นอกนั้นไม่รู้จะเปลี่ยนอะไร ใช้ให้พังก่อน
นี่กระโหลกมีเสียงแต๊กๆ คงเป็นรายการต่อไป

ผมเก็บรถในบ้านครับ จอดข้างนอก กลัวว่าไม่หายแต่ไฟ แต่จะไปทั้งคัน
รอปลอกแขนลายสักเท่ๆ สักคู่ สำหรับแดดร้อนตอนบ่ายๆ ครับ

From : เสือพุงขาว [ 7 มิ.ย. 51 - 11:17:15 น. ]


ความเห็นที่ 43
**เป็นนักปั่นอุปกรณ์ยอดเยี่ยมอีกคนแล้วซินะคะ...เสือภูเขาต้องไม่กลัวแดดค่ะ..แต่จะว่าไปแล้ว การมีขาหลายๆ สีนี่ก็ไม่น่าดูเลยเน๊าะ..กลายเป็นช่วงช่วง โดยไม่รู้ตัวเลย..ตั้งแต่มาอยู่ทางใต้ แล้วยังมาปั่นจักรยานอีก ดำหาที่ติไม่ได้เลยกั๊บ...แต่ก็มีความสุขไปอีกแบบ ที่บางคนหาไม่ได้อย่างเรา เพราะฉะนั้น เรื่องดำเรื่องเล็กค่ะ...
From : paradog [ 7 มิ.ย. 51 - 11:35:54 น. ]

ความเห็นที่ 44
คุณเสือพุงขาวครับ พรุ่งนี้ถ้าว่างแล้วฝนไม่ตก ช่วงสี่โมงเย็น ไปปั่นด้วยกันมั้ยครับ..
From : โก้ 089 138 1721 [ 7 มิ.ย. 51 - 13:48:00 น. ]

ความเห็นที่ 45
ผมดูๆๆแล้วคนจักรยานกับงานสมาชิกเริ่มมากๆๆน่ามีการรวมกลุ่มสักวันรณรงค์ปั่นไปทำงานทุกวันจะได้ช่วยชาติ โลก
From : pea ssk [ 7 มิ.ย. 51 - 15:48:49 น. ]

ความเห็นที่ 46
**เห็นด้วยกะ คห 45 อย่างยิ่ง และก็เห็นด้วยมานานแล้ว แต่จะทำยังให้คนอื่นเห็นเหมือนเราล่ะคะ
From : paradog [ 7 มิ.ย. 51 - 16:09:27 น. ]

ความเห็นที่ 47

คุณโก้ครับ
อย่าว่าบ่ายเบี่ยงอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ
ผมเองยังไม่ทราบเลยวาสี่โมงเย็นพรุ่งนี้ ผมจะอยู่ที่ไหน... วันอาทิตย์ ไม่ใช่ชีวิตของผมครับ
โดยปรกติผมขี่ออกกำลังตอนเช้ามืดครับ แต่ช่วงนี้ไม่ได้ออกไป
ต้องอยู่ซ่อมปั้มน้ำ รั่วมาเป็นเวลาหลายอาทิตย์แล้ว

คุณ pea ssk และคุณ paradog
ดูจากประสบการณ์ ความคิดของตัวผมเองแล้ว เห็นว่ายากครับ
ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าน้ำมันเพียงอย่างเดียว ยังไม่ทำให้ใครฉุกคิดอะไรได้ เรียกว่ายังไม่เดือดร้อน
นอกจากนั้น คนขับรถยนต์ ยังถือว่ามีหน้ามีตา และมีตังค์
วันไหนต้องมาขี่จักรยาน เพื่อนบ้านล้อตายเลยครับ
คนประเทศเรายังรักความสบาย เอาง่ายเข้าว่าอยู่มาก
สตาร์ทรถ เหยียบคันเร่งปรู๊ดเดียวถึง

ทางเดียวคือเริ่มด้วยตัวเองก่อน
ใครเห็นเข้า คนที่ไม่เคยคิดก็จะเริ่มคิด
คนที่สนใจก็จะเริ่มลองทำ
คนที่อยากทำแต่ไม่กล้า ก็จะมาขี่ด้วยกัน
หวังให้เป็นอย่างนั้นครับ

From : เสือพุงขาว [ 7 มิ.ย. 51 - 16:48:59 น. ]


ความเห็นที่ 48
เรื่องการหันมาใช้จักรยานของคนไทยจริงอย่างที่คุณเสือพุงขาวว่าครับ
สาเหตุหลักๆที่ผมปั่นจักรยานมาทำงานก็เพราะอยากสนุกอย่างเดียวนั้นเลย เพราะไม่ค่อยมีเวลาไปออกทริปที่ไหนจึงใช้โอกาสนี้ไปในตัวเท่ากับเราได้วันปั่นจักรยานเพิ่มมาอีก 1วันสำหรับตัวผม ส่วนวันอาทิตย์ถ้าไม่ขี้เกียจก็จะแถมช่วงเช้าๆ 1-2 ชม. หลังจากนั้นก็ใช้เวลากับครอบครัว
From : รตอ.ละม่อม [ 9 มิ.ย. 51 - 08:54:27 น. ]

ความเห็นที่ 49
คนเราที่ยังเป็นปุถุชนมีความเห็นแก่ตัว(มองออกไปจากตน หรือมองเข้ามาที่ตนมาก)ก็คิดและรู้สึกอย่างนี้ละครับ ผมด้วย คือมีหลายอย่างที่ประเสริฐ แต่ปุถุชนทั่วไปยังไม่เข้าใจ และไม่สามารถเข้าใจได้ ผมก็จักรยานนิยมครับ
From : สส [ 9 มิ.ย. 51 - 09:55:16 น. ]

ความเห็นที่ 50
เอ.....วันนี้ไม่มีบันทึกการเดินทางของคุณเสือพุงขาวเหรอเนี่ย
รออ่านอยู่นะครับ จริงๆแล้วถ้ามีภาพประกอบด้วยคงดีกว่านี้นะ
ผมเองก็ปั่นคนเดียว ใช้กล้องคอมแพ็คถ่ายภาพตอนปั่นมาลงที่นี่เหมือนกัน
ลองดูนะครับ แต่อาจจะอันตรายนิดหน่อย ก็ระมัดระวังนิดนึงก็แล้วกัน

อ้อ..อีกนิดนึงครับ
สำหรับท่านที่คิดว่าจะปั่นแบบคุณเสือพุงขาวมาทำงานแล้วอายที่คนมอง
โดยเฉพาะที่ ตจว. นั้น ผมว่า ไม่ต้องอายนะครับ เพราะที่คนมองก็เพราะเค้าอยากรู้ว่า..
คนเท่ห์ๆ ที่ปั่นจักรยานคนนี้เนี่ย เป็นใครต่างหาก อยากทำแบบคนนี้มากเลย
โดยเฉพาะเด็กๆ จะมองด้วยความอิจฉาแกมชื่นชมพวกเราด้วยนะครับ
From : โก้ 089 138 1721 [ 9 มิ.ย. 51 - 10:58:18 น. ]


ความเห็นที่ 51
ผมเองใช้แม่บ้าน สายพาน สามเกียร์ ขี่ไปทำงาน ระยะไปกลับ สี่สิบกม ต้องหาทั่วริ่งแทน เพราะกินแรงมาก รอบไม่เข้ากับขาเลย เกียร์สามหนักมาก หนักกว่าเสืออีก ไม่ไหลลื่นด้วย และโชคช่วย พอจอดรถ สักพัก อาว ยางแปนแต็ดแต๋
From : สมพงษ์ [ 9 มิ.ย. 51 - 13:13:44 น. ]

ความเห็นที่ 52
ขอปรบมือให้เสือพุงขาว และเสือที่ปั่นจักรยานไปทำงานทุกท่านครับ ประเทศเราต้องการคนแบบนี้อีกเยอะ ช่วยกันนะครับ (เสือพุงขาวลงรูปด้วยสิครับอยากเห็น)
From : กบ [ 9 มิ.ย. 51 - 13:44:43 น. ]

ความเห็นที่ 53

คุณโก้
วันนี้ผมขับรถยนต์มาทำงานครับ
เอามาปาดหน้าล้างแค้นพวกบีบแตรใส่ผม วันก่อนๆ
อ่า... ล้อเล่นครับ
แม่บ้านไม่อยู่หลายวัน
ผมต้องสแตนด์บาย รอรับเด็กๆ
ฝนตก แถมมีเด็กสองคน ปั่นไปรับคงไม่สะดวก
แม่บ้านกลับมา ก็จะขี่เหมือนเดิมครับ

เช้านี้ ผมสตาร์ทเครื่อง น้ำมันก็ขึ้นราคาต้อนรับทันที 70 สตางค์
วิทยุเริ่มพูดถึงการขี่จักรยานมาทำงานกันบ้างแล้ว
คิดว่าคงมีเพื่อนขี่จักรยานร่วมทางเพิ่มขึ้นอีกในไม่ช้านี้

วันนี้ขับรถยนต์แล้วคิดถึงจักรยานจริงๆ ไม่ได้สร้างภาพ
จักรยานให้ความรู้สึกสงบ และไม่เร่งร้อน ( คือเร่งไปก็ร้อนเปล่า เหนื่อยด้วย )
และไม่วุ่นวายกับท้องถนนเหมือนรถยนต์

คุณ สส
จักรยานจัดเป็นเรื่องประเสริฐ หรือเรื่องดีหรือเปล่า
หลายคนที่ยังขับรถยนต์ คงมีเหตุผลของแต่ละคนต่างไป
อย่าตัดสินเลยครับ
แต่ผมอ่านที่คุณ สส เขียนแล้วชอบ
เตือนให้คิดถึงเรื่องอื่นๆ ที่เรามองข้ามเพราะไม่เข้าใจ ไม่ใส่ใจ

คุณ รตอ.ละม่อม
คิดถึงการขี่จักรยานสมัยเด็กๆ นั้น ผมสนุกเหลือเกิน
โตมาแล้ว คิดว่าขี่ก็คงไม่สนุกเหมือนก่อน แต่คิดผิด
เรายังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเสมอครับ

คุณสมพงษ์
ผมอ่านแล้วขำ
นึกถึงภาพมิสเตอร์บีน ภาคฮอลิเดย์
ที่โปสเตอร์มีมิสเตอร์บีนปั่นจักรยานแม่บ้านครับ


From : เสือพุงขาว [ 9 มิ.ย. 51 - 14:14:45 น. ]


ความเห็นที่ 54

คุณกบ
อยากเห็นทั้งตัว หรืออยากเห็นแค่พุงขาวๆ ครับ... ?

อันที่จริง เสือพุงขาว ผันมาจาก เสือภูเขาครับ
เสือภูเขา --> เสือภูขาว --> เสือพูขาว --> เสือพุงขาว
ตัวจริง พุงไม่ขาวเท่าไร พุงพลุ้ยหน่อยๆ ด้วยซ้ำ

ภาพถ่ายชัดๆ นั้น ก่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆ มากมาย
บ้างก็ดี บ้างก็ร้าย
ขอให้ภาพของผม ต่างกันไปในความคิดของแต่ละคนดีกว่าครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ

From : เสือพุงขาว [ 9 มิ.ย. 51 - 14:23:16 น. ]


ความเห็นที่ 55
หวัดดีครับ ผมว่าคุณคิดละเอียดดีเล่าเรื่องน่าอ่านครับ
แต่ชีวิตมันคงไม่เลวร้ายขนาดนั้นนะผมว่า ใครจะมองยังไงก็ชั่งเขา ยิ้มอย่างเดียวพอ
ถ้าไม่อยากรอติดไฟแดง ก็จูงหรือขี่ข้ามทางม้าลายเลยครับ ที่สำคัญอย่าประมาท
From : CML [ 9 มิ.ย. 51 - 16:46:59 น. ]

ความเห็นที่ 56
เพิ่งเข้ามาเห็นครับ ผมก็อยู่สารคาม สวัสดีพี่โก้ด้วยครับ ผมเชี่ยวครับ
ตอนนี้เข้ามาเรียน ในสารคามแล้วครับ ว่างๆคงจะได้เจอกันเน้อครับ
From : เชี่ยว บรบือ แก๊น-ล่อนDirt [ 9 มิ.ย. 51 - 18:54:19 น. ]

ความเห็นที่ 57
ขอบคุณคุณเสือพุงขาวที่เตือน(ส่วนทีน่าเตือน)และที่เข้าใจ(ด้านบวก) เรื่อง"ประเสริฐ"ของดไว้ก่อนครับ
มาคิดดูก็ทำ(อย่างคุณและหลายๆคน)ดีกว่าพูด(...อย่างผม) ผมก็เพิ่มเริ่มปั่นต้นปีนี้เอง เดือนที่แล้วพยายามเอาจักรยานมาทำงานได้ไม่ถึงสิบว้นก็กลับไปขับรถยนต์(ทุกวัน)โดยอ้างว่าฝนอาจจะตกเจ้านายอาจจะมองว่าเวอร์เลยผัดผ่อนไปว่าจะเอาจริงหลังหน้าฝน จะเอาตัวเองให้ได้ก่อนค่อยว่ากับคนอื่นทีหลัง ...ก็ตนเองยังเอาใจ(ความคิด ความอาย ความติดสบาย...ของผมคนเดียวนะครับ)ยากปานนี้
From : สส [ 9 มิ.ย. 51 - 19:15:58 น. ]

ความเห็นที่ 58
อ้าวเชี่ยว...หวัดดีๆ มาอยู่ในเมืองแล้วใช่ป่ะ
พี่กำลังประกอบรถ Dirt ใกล้ลงตัวแล้ว แล้วเดี๋ยวเราไป survey ทำสนามกันนะ
แล้วโทรคุยกันนะน้อง
From : โก้ 089 138 1721 [ 9 มิ.ย. 51 - 20:52:38 น. ]

ความเห็นที่ 59

เช้านี้ ผมส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนเรียบร้อย
ก็เตรียมตัวขับรถยนต์มาทำงาน
ยังไม่ทันออกจากบ้าน ก็เปลี่ยนใจเข้าเกียร์ถอยหลัง

วันนี้ ดูท่าฝนคงไม่ตกแน่
ฟ้าใสๆ แดดอ่อนๆ อย่างนี้

โดดงานดีกว่า...

เอ๊ย! ไม่ใช่ ๆ
ผมจะขังตัวเองอุดอู้อยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ทำไม... ?
ผมคิดถึงจักรยาน และการขี่ไปทำงานจริงๆ ครับ
เป็นความจริงที่ไม่ได้สร้างภาพหรือดัดจริตใดๆ
อากาศข้างนอก สำหรับต่างจังหวัดแล้ว...
แม้จะมีฝุ่นบ้าง แต่สดชื่นกว่าแอร์คอนดิชั่นเป็นไหนๆ

ผมเก็บรถเรียบร้อย เปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ทเป็นเสื้อยืด
รัดข้อเท้า สวมหมวก สวมถุงมือ สะพายเป้
แล้วคว้าจามิสรุ่นเฮฟวี่เวท ( เวลายกมันหนักมั่กๆ แต่ปั่นแล้วโอเค )
ขี่ปร๋อออกจากบ้าน

คุณ CML พูดถูก...
วันนี้ ผมมองทุกคนที่คิดว่ามองผม
น้องผู้หญิงผมยาวในชุดกีฬาของมหาวิทยาลัย
ขี่จักรยานสวนทางมา ผมรู้สึกไปว่าเธอจ้องมองผมมาแต่ไกล
ถ้าวันก่อนๆ ผมคงหลบตา
แต่วันนี้ ผมมองจนสวนกันใกล้ๆ จึงเห็นว่าเธอยิ้ม ( ให้ผม ?!?!?!? )
ผมใจหายวาบ ก้มมองซิปกางเกงตัวเองทันที
เปิดอีกหรือเปล่าวันนี้ ? แต่ก็เรียบร้อยดี
ผมจะยิ้มตอบ ก็คล้อยหลังไปแล้ว...

อา... นี่ถ้ายังไม่แต่งงาน โลกคงชื่นบานกว่านี้เยอะ...

หลังจากนั้น ผมมองทุกคนในรถทุกคัน
รถยนต์ มอเตอร์ไซค์สวนมา ผมมองทุกคัน
แล้วก็พบว่า อันที่จริงแล้ว ไม่มีใครมองใครกันสักเท่าไรเลย
มีมองมาบ้าง เหมือนคิดว่ารู้จัก เหมือนสงสัย
ก็แค่นั้น...

วันนี้ ผมมาสายกว่าทุกวัน
แต่ถึงที่ทำงานไม่สาย ( ถ้าไม่เกินแปดโมงครึ่ง ทุกคนยังยิ้มให้อยู่ )
เพราะผมมาสายจนเขาเข้าที่ทำงานกันหมด
หรือเพราะน้ำมันแพง คนจึงหันมาใช้รถสาธารณะกันมากขึ้นก็ไม่ทราบ
วันนี้ เหมือนไม่ค่อยมีรถ ถนนโล่งขี่สบาย อากาศดี ไม่มีฝุ่น
จะมีก็รถกระบะคันหนึ่ง ที่มาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ
โคลนติดเต็มล้อ และกระเด็นไปทั่ว
ผมเพิ่งรู้ว่าโคลนจากล้อ ไม่กระเด็นไปข้างหลังอย่างเดียวเหมือนที่เข้าใจ
มันกระเด็นไปข้างๆ ด้วย
ก็โดนไปนิดหน่อย พอคันๆ
ผมไม่โกรธ ผมก็เคยขับรถล้อเปื้อนโคลนอย่างนี้
และแน่นอน... เศษหินเศษโคลนต้องกระเด็นใส่ใครบ้างล่ะน่า...

น้องเชี่ยว...
ขอบคุณที่แวะเข้ามา... ว่าแต่รถ Dirt คืออะไรรึ ?
มาจาก Dirty ?

คุณ สส
อย่าเรียกว่าเตือนเลยครับ คุยกันเท่านั้น
อ่านจากที่เขียน เชื่อว่าเป็นผู้มีวุฒิภาวะพอสมควร ผมจึงกล้าคุยไปอย่างนั้น
แล้วคุยกันอีกครับ

คุณ CML
วันนี้ผมยิ้มแล้วครับ แต่ไม่ทัน ?
หลังจากนั้นก็พยายามร้องเพลง
แต่ไม่ไหว... จุก !
วันนี้ทำอาหารเช้าให้เด็กๆ เอง เหลือเยอะ ต้องเก็บกวาด...



From : เสือพุงขาว [ 10 มิ.ย. 51 - 09:11:06 น. ]


ความเห็นที่ 60
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมลองปั่นเสือหมอบจากแถวม.ใหม่ ไปบ้านพ่อแม่ที่อำเภอนาเชือกนะครับ ประมาณ 70 กม. ถนนเรียบดีตลอดทาง บรรยากาศร่มรื่น แต่พอไปถึงบ้านก็โดนบ่นอีกแล้ว.. ว่าทำไมทำให้ตัวเองลำบากได้ขนาดนั้น
From : นาย [ 10 มิ.ย. 51 - 11:52:52 น. ]

ความเห็นที่ 61
"นาย" ที่บ้านบ่นก็ยิ้มรับอย่างเดียวครับ เราได้สุขภาพและความสุขก็โอเคแล้วล่ะ
เจอคนสารคามเข้าอีกคนแล้วสิเนี่ย..อีกหน่อยจะตั้งกระทู้รวมคนสารคามดีกว่าแฮะ
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
From : โก้ 089 138 1721 [ 10 มิ.ย. 51 - 13:58:01 น. ]

ความเห็นที่ 62
วานนี้ผมนั่งแท็กซี่มาทำงาน เพราะรถเข้าอู่ซ่อม ผมคิดมาหลายทีแล้วว่าจะลองขี่จักรยานมาทำงานดู แต่ก็กลัวไม่ไหว คิดแล้วคิดอีกก็ไม่สู้ จนสุดท้ายเอาก็เอาวะ เพราะไหนๆก็ไม่มีรถแล้วนี่

พี่ที่ทำงานผมมีจักรยานอยู่คันหนึ่ง ตัวแกอ้วนๆ ท่าทางน่าอึดอัด แต่พอแกขี่จักรยานทำไมแกดูเท่ขึ้นเป็นกอง ท่าทางแกมีความสุขมาก บ้านแกอยู่ห่างที่ทำงานประมาณสิบก้าว ผมเลยขอยืมจักรยานแกกลับบ้าน แกก็ดีใจหาย ให้ยืมหมวก ให้ยืมไฟเหน็บเข็มขัด ให้ยืมสายรัดข้อเท้า อะไรมันจะมีอุปกรณ์เยอะแยะปานนั้นก็ไม่รู้ แกบอกให้ผมใช้จาน 1 เวลาขึ้นสะพาน จานคืออะไรผมยังไม่รู้เลย แกก็ชี้ให้ดูว่านี่จาน นี่เฟือง ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจักรยานมันจะมีเรื่องเยอะขนาดนี้

ผมออกจากที่ทำงาน 2 ทุ่มครึ่งกว่าๆ กล้าๆกลัวๆ ออกจากซอยได้ก็เลี้ยวขึ้นสะพาน ใจผมเต้นตึ๊กๆแต่ก็หมุนแฮนด์มาเบอร์ 1 ขึ้นมาถึงกลางสะพานได้ ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วก็พุ่งลงมาจากสะพานอย่างน่าหวาดเสียว ไม่รู้ทำไมรถถึงมีไม่มากเหมือนวันที่ผมขับรถก็ไม่รู้ มันดูโล่งๆ ไหลๆ ยังไงก็ไม่รู้ ผมเลยเร่งปั่นให้ไปตามกระแสรถ ไปลงอุโมงค์ คราวนี้สบายขึ้น ไม่กลัวเหมือนที่สะพาน แต่ผมเหนื่อยแล้ว ก็แข็งใจปั่นให้ถึงอพาร์ตเม้นต์ ผมโทรบอกแฟน แฟนผมบอกว่า ขึ้นแท็กซี่ไม่ดีกว่าหรือ เขาเป็นห่วงผม ผมโทรบอกพี่เจ้าของรถ แกว่าผมไปเร่งทำไม กล้ามเนื้อนะไม่ใช่เครื่องยนต์ แกบอกให้ผมปั่นตามกำลังตัวเองไม่ต้องเร่ง แต่ผมไม่รู้ว่าจะยังอยากขี่จักรยานอยู่อีกหรือเปล่า
From : โจ้ [ 10 มิ.ย. 51 - 19:18:17 น. ]


ความเห็นที่ 63
เช้านี้ผมตื่นมา ยังคิดไม่ตกว่าจะขี่จักรยานไปดีหรือเปล่า รถก็ต้องเอาไปคืนพี่เขา เข็ดที่ขี่มาเมื่อคืนก็เข็ด อยากขี่อีกก็อยาก รำๆจะใช้น้องให้มันขี่ไปให้แล้วผมจะขึ้นแท็กซี่ไปอยู่แล้ว ผมเลยเก็บชุดทำงานใส่เป้ใส่เสื้อยืดแล้วขี่จักรยานออกมา เช้านี้ผมมาทางใหม่ เลียบทางรถไฟมาเพราะทางนี้ไม่มีรถยนต์ พอถึงที่ทำงานเหงื่องี้ท่วมตัว ผมไปอาบน้ำแต่งตัว พี่เจ้าของรถถามผมว่า เข็ดหรือยัง ผมยังไม่รู้เลย รอดูเย็นนี้ดีกว่าว่าจะเอาอีกไหม มันเหนื่อยจริงๆครับ มันดีที่เหงื่อออก แต่มันเหนื่อย
From : โจ้ [ 10 มิ.ย. 51 - 19:24:56 น. ]

ความเห็นที่ 64
**ว๊า...เราไม่ใช่คนสารคามอ่ะ ...สงสัยต้องย้ายวิกซะแล้วจิเนี่ย..อิอิ...
**ทำไมคนที่เห็นเราปั่นจักรยานถึงคิดว่าเราลำบาก....ตัวเราเองไม่รู้สึกว่าลำบากซักนิด เน๊อะ...มีความสุขมากกว่าเดิมซะอีก ไม่เชื่อลองให้คนใกล้ชิดมาปั่นจักรยานดูซิ เค้าจะได้มีความสุขเหมือนพวกเราไง...
From : paradog [ 10 มิ.ย. 51 - 22:03:05 น. ]

ความเห็นที่ 65
ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณโก้ ผมเป็นคนสารคาม แต่ส่วนมากสถิตอยู่บางกอกซะมากด้วยภารกิจการงาน สักปีสองปีคงไปหาลงทุนทำอะไรแถวมอใหม่นั่นแหละครับ
เมื่อวานพาพ่อ (อายุ 63 กว่าแล้ว) กับหลานไปเลือกเสือภูเขามาได้คนละคัน ตอนนี้เป็นเพื่อนปั่นไปด้วยกันได้แล้ว ท่าทางเหมือนจะชอบด้วย จะดูต่อไปว่าจะปั่นได้นานแค่ไหน ถ้ามีพ่อปั่นด้วยแม่คงไม่บ่นแล้วมั๊ง แค่ผมบอกว่าตอนนี้อยู่กทม. ก็ปั่นจักรยานไปไหนมาไหนตลอด เหมือนขาดจักรยานไม่ได้เลย เดินไม่ถนัด ได้จูงจักรยานไปด้วยก็ดี 55 เวลาต้องไปธุระเรื่องงานแถวภูเก๊ต, เชียงใหม่ ยังแอบเอาจักรยานใส่รถทัวร์ไปด้วย ตอนว่างก็เอาออกมาปั่นเที่ยว สบายใจ
แต่ก่อนเคยหัวเราะเพื่อนที่คิดจะปั่นจักรยานนะ เพื่อนระแวกแถวบ้านเค้าบ่นๆ เรื่องรถติดทำงานก็ไม่ไกล 5-6 กม. น่าจะหาจักรยานปั่นไปดีกว่า หลังจากนั้นก็เห็นเค้าสนุกอยู่กับจักรยานคนเดียว เจอตอนไหนก็อยู่บนหลังอาน ตอนนี้ผ่านไป 6 ปีแล้ว เค้าก็ยังสนุกกับจักรยาน
เราเสียอีกที่เริ่มช้าไปปั่นมาได้แค่ 4 เดือนเอง แค่นี้จากที่คิดว่าตัวเองอ่อนแอ เจ็บออดๆแอดๆ สองสามวันเป็นไข้ทีนึง 4 เดือนผ่านมาไม่เคยได้ทานยาแก้ไข้ แก้หวัดอะไรเลยด้วยซ้ำ หาเหตุผลอื่นคงไม่มีนอกจากไอ้เจ้าจักรยานนี้เอง
เริ่มอยากให้คนใกล้ตัวได้ลองจักรยานบ้าง แต่ผู้หญิงมีเหตุผลสารพัด แดดร้อน เหงื่อออก รถไม่สวย เดี๋ยวน่องโป่ง ฯลฯ .... (แสดงว่ามีเหตุผลอีกร้อยแปดที่จะไม่ปั่นนั่นแหละ)
ชอบนะ..เห็นผู้หญิงปั่นจักรยาน
From : นาย [ 11 มิ.ย. 51 - 07:29:02 น. ]

ความเห็นที่ 66
ได้ดูโฆษณาหนังใหม่ที่ แบรด พิตต์ ปั่นจักรยานใส่สูทแล้ว เห็นบอกจะฉายประมาณเดือนสิงหา น่าจะสนุกนะครับ คนคงหันมาปั่นจักรยานกันเยอะเชียวละ
......เพิ่งโหลดหนัง Finland มาดูเรื่องนึง ชื่อเรื่อง Cyclemania เป็นเรื่องของคนบ้าจักรยาน คงเหมาะกับพวกเรานะครับ 555
From : Cyclemania.. [ 11 มิ.ย. 51 - 07:39:36 น. ]

ความเห็นที่ 67
คุณ Cyclemania.. ของ link หนังเรื่องนั้น บ้างสิครับ อยากดู
From : ขอบคุณครับ [ 11 มิ.ย. 51 - 08:19:50 น. ]

ความเห็นที่ 68
แหม...คุณ paradog คร้าบบบบ บังเอิญน่ะครับ ที่เจอคนสารคามในนี้หลายคน
ผมยินดีคุยด้วยกับทุกคนคร้าบบบ...เพราะกระทู้นี้หัวข้อก็คือ บันทึกการปั่นไปทำงาน
ของคุณเสือพุงขาวเค้า...ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านในนี้เลย และก็หวังว่า พวกเราทั้งมือใหม่ มือเก่า
คงไม่อายที่จะขี่จักรยานไปทำงานกัน เพราะความอายนั้น สรุปแล้วก็คือ "เราคิดไปเอง" ครับ

...เอ...แต่ว่า วันนี้ผมเองก็ไม่ได้ขี่จักรยานมาทำงานนะเนี่ย...เพราะต้องออกไปหาลูกค้าต่างอำเภอ
555+

โชคดีครับทุกๆคน
From : โก้ 089 138 1721 [ 11 มิ.ย. 51 - 12:24:22 น. ]


ความเห็นที่ 69
เผอิญโหลดได้จากเว๊บ www.mininova.org เป็นเว๊บ Torrent นะครับ ลองหาดู
***เรื่องนี้ ผมโหลดเป็นอาทิตย์กว่าจะได้ครบ ถ้าอยากได้จริงผมส่งไปรษณีย์ให้ได้นะครับ มีหนังเกี่ยวกับจักรยานหลายเรื่องเหมือนกัน เรื่องนี้เป็นภาษาฟินแลนด์เลยละ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง.. ดูแล้วยังสนุก ถ้ารู้เรื่องคงสนุกกว่านี้เยอะ
***ช่วงแรกบ้าจักรยานใหม่ๆ โหลดเก็บไว้หมด สร้างแรงบันดาลใจนะครับ (...ฮึกเหิมๆ....)
From : Cyclemania [ 11 มิ.ย. 51 - 12:24:26 น. ]

ความเห็นที่ 70
*** วันนี้ลองใช้จักรยานปั่นไปทำงาน
*** เผอิญเป็นงานที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลนะครับ ใช้จักรยานไม่ค่อยสะดวกนักเพราะต้องหอบเอกสาร หอบเสื้อสูทหอบชุดครุยพะรุงพะรัง พอดีได้กระเป๋าใบใหญ่ประมาณที่พวก Bike Messenger ของฝรั่งใช้กันมาใบนึง ใส่ของที่ว่ามาได้ครบ สะพายหลังแล้ว ไม่หนัก คล่องตัวดี เลยเกิดพุทธิไอเดียว่าน่าจะลองปั่นจักรยานไปศาลซะเลย เพราะปกติไปก็ใกล้ๆ ระยะทางไม่เกิน 5 กม. ไปถึงยังต้องเสียเวลาหาที่จอดรถอีกตะหาก ถ้าไปช้านี่เลิกคิดไปเลย หาที่จอดรถไม่ต่ำกว่าชม. แต่วันนี้ โห... ทำไมใช้เวลาเร็วยังงี้ปั่นไปไม่ถึงครึ่งชม. ไปถึงฝากจักรยานไว้ที่ยามล็อกอย่างดี สะพายกระเป๋าขึ้นศาล คนอื่นมองตาแป๋วเลย สงสัยคงคิดว่าไอ้นี่บ้าหรือเปล่าหว่า... เสร็จจากศาล ก็ปั่นเที่ยวในย่านที่รถติดเยอะๆ สีลม สาทร แล้วแวะกลับมาบ้าน
**** ภูมิใจจัง วันนี้เราลดการใช้น้ำมัน ลดมลพิษ ไปได้นิ๊ดนึงก็ยังดี
**** ที่สำคัญเวลาเดินทาง ไป-กลับ บวกเวลาเถลไถลนี่ เร็วกว่าเอารถไปเองอีก
**** ข้อเสียอย่างเดียว เหงื่อโชก....
**** ทางแก้ไปล้างหน้าแล้วไปนั่งในห้องแอร์ ก็ยังสดชื่นไม่เหนียวเหนอะเท่าไหร่
สบายใจครับวันนี้
From : cyclemania [ 11 มิ.ย. 51 - 12:47:15 น. ]

ความเห็นที่ 71
* เข้ามาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นกระทู้ที่ดีมีสาระ ขอให้ชาวจักรยานเข้ามาแชร์ประสบการณ์และชวนกันปั่นจักรยานไปทำงานกันมาก ๆ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของผู้ปั่นเอง

* ในอดีตผมก็เคยปั่นจักรยานไปทำงานเหมือนกัน จาก "โพธิ์สามต้น ฝั่งธน ไปทำงานที่ โรงงานมักกะสัน ประตูน้ำ" ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ถึงปลดเกษียณเมื่อปี ๒๕๔๖ ขอบอกเพียงสั้น ๆ ว่า "สบม."
(หลังจากที่ทนปั่นผ่านพ้นสภาวะลำบากทั้งปวงไปได้แล้ว)

* ปัจจุบันก็ยังปั่นออกกำลังกายและท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ อายุ ๖๕ ปี แล้ว ร่างกายยังแข็งแรง เจาะเลือดตรวจสุขภาพดีทุกอย่าง..สบายดี.

From : ..ลุงเนตร.. [ 11 มิ.ย. 51 - 12:49:58 น. ]


ความเห็นที่ 72
สำนวนดีมากมายครับ เป็นสิ่งที่ผมยังทำไม่ได้สักที มันอาย...อะไรว้า
ไม่นานมานี้ระหว่างขับรถเก๋งฝ่ารถติดแถวๆ ปทุมวัน มีผู้หญิงรูปร่างสันทัด
สวมเสื้อทำงาน กางเกงผ้าขายาว สะพายเป้ สวมหมวกรูพรุน จูงบรอมตันสีเขียวคันสวยข้ามถนน เธอก็ขี่จักรยานมาทำงานเหมือนกัน วันนั้นรู้สึกชื่นชมคุณมากๆ เผื่อคุณเข้ามาอ่านครับ
From : เปี๊ยก [ 11 มิ.ย. 51 - 13:31:07 น. ]

ความเห็นที่ 73

คุณ paradog
ผมเข้าใจดีว่าแซวกันเล่น
แต่ปล่อยให้จังหวัดเป็นเพียงเขตแบ่งพื้นที่ อย่าให้เป็นเขตแบ่งมิตรภาพในหมู่เราเลยครับ

ผมพยายามบันทึกทุกวัน เช้าบ้าง สายบ้าง... บ่ายก็มีบ้างอย่างวันนี้
อยากให้หลายคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มีความมั่นใจที่จะขี่
เขียนไปเขียนมา มีคนจับได้ว่าอยู่ที่ไหน
ใครอยู่ใกล้ ก็ผ่านเข้ามาทักกันเท่านั้นเองครับ

เห็นคุณ cyclemania เล่าให้ฟังว่าวันนี้ลองปั่นไปทำงานดู
หากเป็นผลพวงจากบันทึกนี้
ผมก็ดีใจมากๆๆๆๆๆ ครับ

หนักใจที่คุณโจ้ ไม่รู้โอเคหรือเปล่า
หายเงียบไปเลย

ผมตั้งใจจะไม่โน้มน้าว ไม่ส่งเสริม และไม่มีอคติ
อยากให้ทุกคน อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ เกิดความคิด และตัดสินใจด้วยตัวเอง
เนื่องจากแต่ละคน มีเหตุผลและความเหมาะสมต่างกันไปครับ

อ้อ ! เช้านี้ ผมต้องเดินทางไกล
ไม่ได้ขี่จักรยานมาครับ

สวัสดีลุงเนตรครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ


From : เสือพุงขาว [ 11 มิ.ย. 51 - 13:51:11 น. ]


ความเห็นที่ 74
**ช่วยดีใจหน่อยค่ะ เคยทำเรื่องถึง ผอ.ขอที่จอดจักรยานในโรงพยาบาล ตอนนี้ได้ข่าวว่า ผอ.สั่งให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการให้แล้ว อิอิ....ไช..โย้.....แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะเป็นที่จอดจริงๆ ตอนนี้จอดแอบข้างฝาอยู่เลย....ยังดีกว่าไม่มีที่จอดแหละน่า...ผอ. น่ารักจัง เห็นใจเรา...ต่อไปคงมีคนปั่นจักรยานมาทำงานกันมากขึ้นแล้วละ...
**ท่านเสือพุงขาว...ล้อเล่นน่ะค่ะ ....แวะเวียนมาอ่านอยู่เรื่อย แต่บางทีไม่มีเวลาเขียนข้อความน่ะ ไม่ว่ากันนะ...บอกแล้วว่ามิตรภาพบนหลังเสือมีมากกว่าที่คิด...
**ยินที่ที่ได้รู้จักคุณโก้กั๊บ...คงไม่รังเกียจที่จะรู้จักผู้หญิงปั่นจักรยานไปทำงานเพิ่มอีกซักคนนะ
From : paradog [ 11 มิ.ย. 51 - 14:53:05 น. ]

ความเห็นที่ 75
ไม่ได้แวะเข้ามาหลายวัน โอ้โห มีเพื่อนๆ เข้ามาแชร์ความเห็นเพิ่มตั้งเยอะแน่ะ

วันนี้ผมก็ปั่นมาทำงานเหมือนเดิม หลังจากที่ติดฝนไม่ได้ปั่นไปหลายวัน

เอาใจช่วยคุณโจ้ด้วยอีกคนครับ
From : หมอบ [ 11 มิ.ย. 51 - 14:53:58 น. ]


ความเห็นที่ 76
แหล่มครับ
From : หมวด [ 11 มิ.ย. 51 - 15:43:46 น. ]

ความเห็นที่ 77
ยินดีคร้าบบบบ คุณ paradog
พวกเราก็ตั้งชื่อกลุ่มขึ้นมาเลยสิครับ เอ...ชื่ออะไรดีน้าาาา อ่ะผมคิดให้ก่อนก็แล้วกัน
"กลุ่มคนขยัน ปั่นมาทำงาน" ดีมั้ยครับ ใครคิดชื่อเท่ห์ๆได้ ไทย/อังกฤษ ก็ลองบอกมาดู
ชื่อที่ผมตั้งดูยังไม่ลงตัวไงไม่รู้สิ อิอิ
From : โก้ 089 138 1721 [ 11 มิ.ย. 51 - 15:50:31 น. ]

ความเห็นที่ 78
ท่านเสือพุงขาว...ขอบคุณครับที่ยิ้มให้กัน ถ้าปั่นสวนกันเมื่อไรผมจะได้ไม่ยิ้มเก้อ เพราะเห็นบางคนหน้าตาเคร่งเครียดจัง ผมคิดว่าปั่นไปมันได้ผ่อนคลายดีนะ ถึงกินเข้าไปจนจุก ขี่ไปพักเดียวย่อยหมดแล้ว
From : CML [ 11 มิ.ย. 51 - 16:36:12 น. ]

ความเห็นที่ 79

คุณ paradog อย่าเพิ่งดีใจ
ผอ. อาจจะหักมุมชนิดคาดไม่ถึง
สั่งให้คนเขียนข้างกำแพงที่จอดรถอยู่ตอนนี้ว่า "ที่จอดจักรยาน กรุณาพิงไว้ให้เรียบร้อย"
ก็กำแพงเดิม จอดอย่างเดิม แต่มีป้าย...

คุณ CML
ยิ้มอาจจะเกิดจากเอนดรอฟีนครับ
ตอนนี้ ผมชอบมาก หายใจได้ลึกกว่าเดิม สดชื่นกว่าเดิมมากครับ
โชคดีอย่างหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด

From : เสือพุงขาว [ 12 มิ.ย. 51 - 09:33:38 น. ]


ความเห็นที่ 80
**โห...ท่านเสือพุงขาว...เหี่ยวเลยอ่ะ...แต่ใสเจีย เสียใจด้วยนะคะ เพราะพี่ที่ร่วมโครงการด้วยกันบอกว่า ตอนนี้เหลือแต่เลือกสถานที่เท่านั้น ก็สั่งดำเนินการต่อได้เลย อิอิ...ฮั่นแน่..มีคนกำลังอิจฉาเราแน่ๆ เลย ที่จะมีที่จอดรถ ( จักรยาน )เป็นของตัวเองแล้ว
**ขอบคุณ คุณโก้ที่ช่วยตั้งชื่อกลุ่มให้นะคะ ตั้งเผื่อไว้หลายๆ ชื่อนะ อีกหน่อยจะส่งเข้าประกวดชิงรางวัล 555
**มีเสือท่านใดอยู่แถว ๆอนุสาวรีย์ชัยฯบ้างป่าวคะ หรือรู้จักที่พักแถวๆ นั้นก็ได้ มีเรื่องจะรบกวนหน่อยจ้ะ...ด่วนหน่อยนะ ( พอรู้ว่ามีเรื่องรบกวน ไม่มีใครให้เรารบกวนเลย แง..แง...)
From : paradog [ 12 มิ.ย. 51 - 10:02:56 น. ]

ความเห็นที่ 81
กว่าสามทศวรรษที่แล้ว สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนสตรีบนถนนเจริญประเทศ เชียงใหม่ ปั่นจักรยานจากบ้านย่านวังสิงห์คำ มาแวะรับเพื่อนครูอีกคนที่ตรอกเล่าโจ้ แล้วปั่นไปรร.ด้วยกัน

สองทศวรรษหย่อนๆ ต่อมา ปั่นจักรยานจากบ้านย่านสะพานพระรามหก เลี้ยวไปจังหวัดนนทบุรี (ถนนพิบูลย์สงคราม) ไปส่งลูกที่โรงเรียนย่านบางโพ

พอมีสะพานพระรามเจ็ด เคยลองปั่นจักรยานมาทำงานที่ออฟฟิสแถว 5 แยกลาดพร้าว แต่ทำได้แค่ไม่กี่วันก็ถอดใจ กลัว รถเยอะจริงๆๆๆ

เดี๋ยวนี้ทำได้แค่ติดตามเรื่องราวของคนรักจักรยาน-- คนปั่นจักรยาน จากเว้ปนี้บ้าง เว้ปโน้นบ้าง เท่าที่เวลาเอื้ออำนวยให้ แต่จากนี้ไปคงจะแวะมาตามอ่านเรื่องราวของคุณพุงขาวและเพื่อนๆที่ปั่นจักรยานไปทำงานกัน...คงจะเปิดอีกหลายห้องเหมือนเสือสาวชวนคุยและ ฯลฯ น่ะ
From : :9: [ 12 มิ.ย. 51 - 16:01:07 น. ]


ความเห็นที่ 82
ช่วงนี้ดูบอลดึกทุกวัน เช้าปั่นไปทำงาน เพลียๆ เหมือนกันนะเนี่ย
เพื่อนๆ ก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

คุณ paradog ผมอยู่รังสิตน่ะครับ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ชัยนัก มีไรให้ช่วยก็บอกได้ครับ ถ้าช่วยได้ยินดีเสมอครับ


From : หมอบ [ 13 มิ.ย. 51 - 08:25:53 น. ]


ความเห็นที่ 83

ผมสวมเสื้อยืดแขนสั้นขี่มาสองสัปดาห์ มาเช้ากลับบ่าย แดดกำลังเปรี้ยงๆ
ยังไม่มีใครทักว่าผมคล้ำขึ้น ผมเองก็ว่าไม่
แดดสองโมงเช้าไม่ร้อนนัก
สังเคราะห์แสงสร้างวิตามิน D โดยไม่ทรมานเท่าไร
ตอนบ่ายขี่ตามพระอาทิตย์ แดดเฉียงๆ มาจากด้านหลัง เงาตกตรงหน้าพอดี
วันไหนกลับเย็น กลับค่ำ ยิ่งสบาย

เมื่อวานกับวันนี้ ผมตั้งใจออกเดินทางในช่วงปรกติเหมือนที่เคยขับรถยนต์
Rush hour ที่นี่ รีบๆ เร่งๆ กันช่วง 7:30 - 8:00
อยากรู้ว่าจักรยานจะเป็นยังไง
และตอนนี้ติดไฟแดง ผมก็ไม่เขิน
ไม่ก้มหน้าแล้ว

รถเยอะจริงๆ โอเปคคิดว่าน้ำมันสี่สิบบาทจะทำให้คนไทยสะดุ้งรึ?
ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์แน่นถนนไปหมด
ปั้มก็ยังแน่นเหมือนเดิม
บนถนนแน่นๆ ผมกลับรู้สึกสบาย
มีเกราะป้องกันเป็นมอเตอร์ไซค์หนึ่งเลน ก่อนจะเป็นเลนสำหรับรถยนต์
ขับกันมา ขี่กันไป แบ่งกันได้อย่างชัดเจนดี

ผมฮัมเพลงเบาๆ ในความเร็วเกือบสามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
นึกถึงเวลาเดียวกันนี้ ที่ผมเคยขับรถยนต์
ผมจะรู้สึกรำคาญรถที่ขับช้าๆ และอยู่ด้านขวาของถนน
เสียงเครื่องยนต์ และบรรยากาศ ทำให้รู้สึกว่าต้องเร่งรีบ
บนจักรยานผมกลับไม่รู้สึกว่าต้องรีบไปไหน
แม้จะขี่ไปเรื่อยๆ แบบนี้ ผมก็ยังถึงที่ทำงานไม่สาย
และที่แน่ๆ ผมเก็บเงินแปดสิบบาทค่าน้ำมันไว้ในกระเป๋าแล้ว
ซื้อไอติมกินกับลูกๆ ตอนเย็นๆ สบายกว่า

จะมีที่ไม่สบาย ก็สะพานข้ามแม่น้ำ
เมื่อไรเขาจะทำราวสะพานหนาๆ กว้างๆ สักที
เป็นโครงเหล็กแบบนี้ เผลอมองลงไปทีไร เสียวชมัดยาด
แล้วยังไงก็ไม่รู้ มองทีไร จะเซเข้าหาราวสะพานทุกทีสิน่า...

ถึงตรงนี้ ผมก็ยังคิดว่าจักรยานไม่ได้เหมาะกับทุกคน
แต่ด้วยระยะทาง เวลา การใช้ชีวิต ผมว่าเหมาะสำหรับผม
มีบ้างที่มีปัญหา ยางแตก ฝนตก แต่ก็ไม่ได้บ่อย
แต่แม้ว่าจะมีบ่อย ในที่สุดแล้ว ก็คงหาวิธีแก้ได้เอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมยังต้องใช้รถยนต์อยู่
เพียงแต่ตอนนี้ ไม่ใช่ทุกวันแล้วครับ


From : เสือพุงขาว [ 13 มิ.ย. 51 - 09:56:18 น. ]


ความเห็นที่ 84
สวัสดีครับ แวะมาอ่าน วันนี้กลับบ้านแล้ว พรุ้งนี้ปั่นมาทำงานได้สนุกอีกวัน ใส่ยางในตราอูฐแบบอย่างหนามาใช้ มั่นใจขึ้นเยอะเลยผม ใช้เคนด้ามันบางเกินไปนิดๆหน่อยๆก็รั่วแล้ว
From : รตอ.ละม่อม [ 13 มิ.ย. 51 - 10:37:09 น. ]

ความเห็นที่ 85
**ขอบคุณค่ะ คุณหมอบ...เนื่องจากว่าเดือนหน้า (กรกฎาคม)จะต้องไปอบรมที่โรงพยาบาลราชวิถึ 1 เดือนเต็มค่ะ กำลังหาหอพักที่อยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาล( ชนิดที่ว่าไม่ต้องขึ้นรถเมล์เลยน่ะค่ะ อิอิ ประหยัด) ติดต่อไปหลายที่ตั้งแต่ปลายเดือนทื่แล้ว ก็บอกว่าใกล้ๆจะไปแล้วค่อยโทรฯไปติดต่ออีกที เมื่อวันเสาร์ อาทิตย์ที่แล้ว โทรฯไปอีก เต็มซะแล้วอ่ะค่ะ เลยเป็นปัญหาว่ายังหาที่พักไม่ได้เลย จะต้องไปถึง กทม วันที่ 30 นี้แล้วกั๊บ...ถ้าพอมีที่พักที่ท่านรู้จัก กรุณาแนะนำหน่อยค่ะ เพราะเบอร์โทรฯที่ได้มา ก็จาก Internet ไม่ทราบว่ามีที่พักที่ไม่ได้ลงใน net แล้วยังมีห้องพักว่างบ้างหรือเปล่า น่ะค่ะ ไม่ทราบจะรบกวนไปหรือเปล่าคะ เพราะรังสิตก็ไม่ได้ใกล้จากอนุสาวรีย์ซักเท่าไหร่ เกรงใจค่ะ แต่ไม่รู้จะทำไงแย้วววว ไม่ไปก็ไม่ได้ ไม่มีที่พักก็ไม่ได้เหมือนกัน..ไปตั้งเดือน...
**ขอโทษที่ใช้พื้นที่ของเสือพุงขาวในเรื่องส่วนตัวหน่อยนะคะ มืด 360 องศาแล้วอ่ะ
From : paradog [ 13 มิ.ย. 51 - 12:57:15 น. ]

ความเห็นที่ 86

ไม่มีอะไรเป็นของเรา ไม่มีอะไรเป็นของผม
ผมก็อาศัยเว็บเขา เข้ามาคุยเหมือนกัน
ไม่ต้องขอโทษครับ

อนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นย่านจอแจ เกสท์เฮาส์ หอพักหาลำบาก
แต่น่าจะพอหาได้ ถ้าเป็นคนในละแวกนั้น
ลองดูแถวสะพานควาย นั่งรถเมล์เพียงต่อเดียวก็ถึง หรือรถไฟฟ้าก็สะดวก
ลึกจากนั้นเป็นสุทธิสาร แต่เป็นย่านคนกลางคืน
ผู้หญิงตัวคนเดียวอาจไม่ค่อยสะดวกใจ

คุณ paradog กำลังคุยกับชนกลุ่มน้อย
แถมอาศัยอยู่มหาสารคามเป็นส่วนใหญ่
ผมแนะนำให้ตั้งหัวข้อใหม่
จะได้แจงรายละเอียดได้ที่หัวกระทู้ชัดเจน
ใครผ่านไปผ่านมา จะได้ช่วยหาให้ก่อนสิ้นเดือนครับ

คุณ paradog นิสัยไม่ดีเหรอครับ
เขาถึงส่งมาอบรม...


From : เสือพุงขาว [ 13 มิ.ย. 51 - 14:12:00 น. ]


ความเห็นที่ 87
คุณ paradog เป็นคริสต์หรือเปล่าครับ
ลองติดต่อสำนักกลางนักเรียนคริสเตียนดูไหมครับ
อยู่ตรงสะพานหัวช้างน่ะครับ

ที่อยู่ 328/2 ถ.พญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
ติดต่อ นายบุญรัตน์ บัวเย็น,นายสุรกิจ กมลรัตน์
เบอร์ติดต่อ 02-2150628, 02-2144150
ประเภท หอพัก
ราคา 3,950 - 3,950 บาท
สถานศึกษาใกล้เคียง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ค่าประกัน 3950

เดี๋ยวถ้ามีที่อื่นที่ผมนึกออกจะมาบอกอีกนะครับ (ช่วงนี้ไม่ได้เข้าเมืองกับเขาเลย)

คุณ รตอ.ละม่อม ครับ ช่วงก่อนหน้านี้ผมก็ยางรั่วเป็นกิจวัตรเลย ปะจนเบื่อ แต่กรณีผมเปลี่ยนยางนอกใหม่เลย ซื้อคอนติมาใช้ คุ้มดีครับ ยังไม่รั่วอีกเลย

คุณเสือพุงขาวนี่มีลีลาการเขียนชวนอ่านดีนะครับ อ่านเพลินไม่มีเบื่อเลย

เอ้อ ผมสังเกตว่าการปั่นจักรยานไปทำงานกับการปั่นทริปนั้น การปั่นไปทำงานยางจะสึกมากกว่า
เกี่ยวกันไหมครับ เพราะปั่นไปทำงานจะเป็นช่วงที่รถหนาแน่น เบรคบ่อยมาก ไม่ค่อยได้ปล่อยไหลยาวๆ แบบปั่นทริป (หรือว่าผมคิดไปเองหว่า)
From : หมอบ [ 13 มิ.ย. 51 - 15:32:21 น. ]


ความเห็นที่ 88
เอ....ที่พักแถวอนุสาวรีย์งั้นเหรอ
ลอง search หาแถวซอยอารีย์ ดูสิครับ เอาแบบ service apartment คงจะดีกว่า
มีอีกที่นึงที่เคยเห็น เป็นคอนโดอยู่หลังห้างโรบินสันเก่าครับ ที่นั่นมีห้องเยอะมาก
แต่โทษที ผมจำชื่อไม่ได้ ท่านใดทราบก็วานช่วยๆกันทีนะ แถวนั้นผมว่าอพาร์ทเม้นท์เยอะนะ
From : โก้ 089 138 1721 [ 13 มิ.ย. 51 - 17:05:44 น. ]

ความเห็นที่ 89
**ขอบคุณทุกๆ ท่านที่พยายามช่วยเหลือค่ะ...กำลังพยายามอยู่เหมือนกันค่ะ
**ไปคนเดียวจริงๆ ซะด้วย แถมนิสัยก็ไม่ค่อยดี เค้าก็เลยต้องส่งไปอบรมไกลๆ บ้านหน่อย...แย่จัง
**ต้องการที่ใกล้ๆ โรงพยาบาลมีหลายเหตุผลค่ะ เช่น ประหยัด ไม่ต้องเสียค่ารถเมล์ ไม่เสียเวลารอรถเมล์ด้วย และก็เนื่องจากเข้าฤดูฝน เวลาฝนตก คงวิ่งแข่งกันขึ้นรถเมล์ลำบาก จะลงก็ยังลำบากอีก...เดินกางร่มไปเรียนเลยจะดูดีกว่ามั๊งคะ...
**ไม่อยากตั้งกระทู้ใหม่น่ะค่ะ รู้สึกเกรงใจเค้า เพราะไม่เกี่ยวกับจักรยานเลยนี่นา ยังพอมีเวลา อิอิ ยังใจเย็นอยู่อีกนะเนี่ย....
From : paradog [ 13 มิ.ย. 51 - 19:32:11 น. ]

ความเห็นที่ 90

วันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้ามืดเลยเลย ต้องขับรถมาทำงาน อดสนุกเลย บรรยากาศตามทางดูเหงาๆ เมื่อวานตอนเย็นผมดูข่าวทีวีเห็นคนเวียดนาม ขี่รถจักรยานใช้ถนนร่วมกันกับรถอื่นๆดูกลมกลืนกันมากดูๆแล้วเค้าใช้ถนนแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกันจริงๆไม่มีไบค์เลนด้วยปั่นกันกลางถนนเลย มีสารพัดรถเต็มไปหมดเรียกว่านัวเนียเลยล่ะ ดูแล้วน่าปวดหัว แต่เค้าว่าอุบัติเหตุมีน้อยมากน้อยกว่าบ้านเราอีก เหลือเชื่อ !! ระหว่างทางฟัง จส100 ได้ข่าวว่ามีคนขับรถกระบะแล้วไปจอดกลางสะพานจากนั้นก็กระโดดลงที่ถนนข้างล่างเข้าว่าสะพานนี้สูงราวๆตึก 15 ชั้น เบื้องต้นรายงานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย น่าเศร้านะครับพักนี้ข่าวฆ่าตัวตายมากขึ้น ขอให้พวกเราทุกคน อย่าจน อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าเครียจ กันนะครับ โชคดีปลอดภัยกันทุกคน
From : รตอ.ละม่อม [ 14 มิ.ย. 51 - 08:23:05 น. ]

ความเห็นที่ 91

วันเสาร์แสนสำราญของผม...
รถไม่เยอะ... ถนนโล่งงงงงงง...

เช้านี้ พอเลี้ยวขึ้นถนนสี่เลนปั๊บ... สายตาก็เห็นปุ๊บ
อ๊ะ... เสือภูเขา !
---- พบเสือภูเขาสีเงิน ---- กำลังเคลื่อนที่ ---- ระยะร้อยเมตร ---- ทิศทางสิบสองนาฬิกา
บรรจุกระสุน เตรียม... ยิง...
เอ๊ย ไม่ใช่
ขายาว รองเท้าหุ้มส้น แบบนี้ไม่ได้ขี่ออกกำลังกายแล้ว
ขี่ไปทำงานแน่นอน

... โฮะ โฮะ... หรืออ่านกระทู้เรา เลยตามมาดักเจอ...
... สงสัยตูดังแน่วุ๊ย งานนี้...

หลังจากเลิกฟุ้งซ่าน จึงเร่งฝีเท้าปั่นเข้าไปเทียบ
พบว่ามีอาวุโสกว่าผมพอสมควร
ผมไม่อยากให้ท่านพบประสบการณ์แย่ๆ
ที่ต้องมาตกใจกับหน้าตาท่าทางประหลาดๆ ของผมแต่เช้า
จึงทักไปสั้นๆ ว่า "สวัสดีครับ" แล้วยิ้มให้ก่อนจะแซงขึ้นหน้าไป
ซึ่งก็จริงดังคาด
ผมสังเกตุว่าท่านตกใจเล็กน้อย
แต่ก็ยังตอบตามหลังผมมาด้วยน้ำเสียงใจดีมีอัธยาศัย
ผมไม่หันหลังกลับ แต่ชูมือข้างหนึ่งขึ้นโบกเบาๆ แทนคำตอบรับ
ผมจำมาจากในหนังฝรั่งหลายเรื่อง
ชูมือโบกเบาๆ อย่าหันหลังกลับไปมอง
ท่านี้แหละ... เท่สุดๆ

ฉุกคิดได้ว่า ทำไมเราไม่ดูแลเสียหน่อย
ปั่นมาจากไหน จะไปไหน มีน้ำท่า ขาดเหลืออะไรไหม
แต่ถึงตอนนี้ก็ปั่นเลยมาไกลโข จวนจะขึ้นสะพานอยู่รอมร่อ
เจ็บใจที่มัวแต่คิดจะเท่... ไม่เข้าท่า
แต่ผมเห็นมีกระเป๋าหน้า สวมหมวกแก็ป
เดาว่าคงมาขี่สำรวจเส้นทาง จึงเลือกเอาเช้าวันเสาร์
และคงเตรียมตัวมาอย่างดี

ขับรถยนต์ เราคงไม่มีโอกาสทักทายกันแบบนี้
และแน่นอน ขับรถยนต์เสื้อเราก็ไม่เปียกอย่างนี้เหมือนกัน

เย็นนี้ฝนจะตกไหมหว่า...?


From : เสือพุงขาว [ 14 มิ.ย. 51 - 08:48:35 น. ]


ความเห็นที่ 92

ไม่ทันได้ทักทายผู้กองเลย...

อรุณสวัสดิ์ เช้าวันเสาร์ครับ


From : เสือพุงขาว [ 14 มิ.ย. 51 - 08:56:19 น. ]


ความเห็นที่ 93
อรุณสวัสดิ์ ครับ จริงครับท่าโปกมือทักทายนี่เท่ห์ จริงๆ 555
สมัยก่อน(หลายปีแล้ว)จำได้ว่าเรื่อง การทักทายไม่ทักทักทายกันตอนปั่นมาเจอเคยเป็นประเด็นในเวปนี้เหมือนกัน สำหรับผมจะทักทุกคนนะไม่ว่าจะตามหรือส่วนกัน และเข้าใจว่าบางท่านไม่สามารถทักตอบเราได้เพราะ เหนื่อยครับเลยพูดไม่ออก แต่ก็มีรอยยิ้มกลับมา กับมองไม่เห็นเพราะอยู่เลนคนละฝั่งสมาธิอาจอยู่กับถนน ก็มีบ้างที่เจอหน้าใหม่ๆ ก็จะสอบถามพอเป็นข้อมูลว่าไปไหน มาจากไหน อะไรทำนองนั้นเดี๋ยวนี้มีคนขี่จักรยานเยอะขึ้นจริงๆ รู้สึกอบอุ่นดีครับ วันไหนปั่นออกมาไม่เจอใครนี่สิ เริ่มรู้สึกแปลก
From : รตอ.ละม่อม [ 14 มิ.ย. 51 - 09:31:31 น. ]

ความเห็นที่ 94
**คห 90 ถ้าเป็นเรา คงไม่เอารถกระบะไปจอดกลางสะพานหรอก พอฆ่าตัวตายแล้วใครจะขับกลับล่ะ น่าจะนั่งรถเมล์มาลงตีนสะพาน แล้วเดินมาโดนน้ำจะดีกว่า....และถ้าเป็นเรา เราจะขายกระบะซะ แล้วซื้อจักรยาน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเติมน้ำมันแพงๆ แถมยังมีเงินเหลืออีก และเราก็คงไม่โดดสะพานตายหรอก เฉียวอ่ะ เป็นโรคกลัวความสูงซะด้วย...เฮ้อ..ชีวิตหนอชีวิต กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ แล้วต้องมาตายหนีปัญหาไปซะอีก คนข้างหลังจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย....เมื่อเช้ามีดวันจันทร์ที่ผ่านมา มีน้องที่ทำงานยิงตัวตายเหมือนกัน ช่างใจเด็ดกันจัง...บรื๋อววววว
**วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน แต่มีงานให้ทำที่บ้านเยอะแยะเลย....เหนื่อยกว่าไปทำงานอีกอ่ะ...ไม่รู้ว่าเย็นนี้จะมีแรงปั่นไปชมวิวรึป่าว...อิจฉาคนได้ปั่นไปทำงานจังวุ๊ย....
From : paradog [ 14 มิ.ย. 51 - 15:30:06 น. ]

ความเห็นที่ 95
"สวัสดีรอบห้องคร๊าบ" จริงๆแล้วเข้ามาอ่านตั้งแต่วันแรกที่เปิดกระทู้ แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรเพราะฝนตกไม่ค่อยได้ปั่นไปทำงานเนื่องจาก อยู่กทม.ครับเกิดและโตที่นี่ บ้านไม่มีรถยนต์ มีแต่รถเครื่องและรถถีบ ฐานะเกือบจะปานกลาง อาศัยบ้านพ่อแม่(จะบอกทำไมเยอะเนี่ย 555)
พอได้อ่านแล้วรู้สึกได้ว่าสำนวนอ่านง่ายน่าติดตาม มีเว้นวรรคและขึ้นบรรทัดใหม่ ยิ่งน่าอ่านเพราะมันไม่ปวดตามาก(สายตาก็เอียง)
คุณparadogได้ที่พักหรือยังล่ะเนี่ย(ถามเหมือนจะช่วยเลยแฮะ)เมื่อก่อนทำงานอยู่แถวซอยรางน้ำก็ผ่านโรงพยาบาลราชวิถีนะ แต่เดี่ยวนี้โดนย้ายสาขาไม่ได้ผ่านไปอีกเลยครับ จำได้ว่าถนนเส้นหน้าโรงพยาบาลรถเยอะมากทั้งช่วงเวลาไปและกลับ(เมื่อสองปีที่แล้ว) ถ้าไม่รู้จะหาที่พักยังไงก็ลองโพสตั้งกระทู้ถามไปเลยก็ได้ครับ ไม่มีอะไรเสียหายนี่ครับ เอ..แต่ต้องถามที่หน้าใหนล่ะเนี่ย?

เมื่อวานเกิดความฮึกเหิมและฝนไม่ตกก็เลยเอาซะหน่อยปั่นไปทำงานซะให้สมกับที่เอาเงินโบนัสไปซื้อรถถีบมาเพื่อใช้ในการนี้โดยเฉพาะ คิดไว้ตั้งแต่สองปีที่แล้วว่าวันจันทร์เอารถเครื่องขนเสื้อผ้าไป อังคาร-ศุกร์ใช้รถถีบ เสาร์ใช้รถเครื่องไปขนกลับ แต่เอาเข้าจริง ตื่นสาย...จบข่าว
ถนนในกทม.โดยเฉพาะเลนซ้ายสุดมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่(ไม่ต้องพูดถึงฟุตปาทที่เอาไว้ขายของ,ป้ายโฆษณา,เสาไฟฟ้าป้ายรถเมล์) ถ้าฝนตกน้ำก็ระบายช้า ตะแกรงฝาท่อ บางทีมีรถวิ่งย้อนศรมาด้วย ลื่นล้มแป้ดไปก็เจ็บตัว ถ้าร้ายหน่อยก็ลุ้นเอาว่ารถที่ตามมาเป็นรถอะไร... ชีวิตต้องเสี่ยงครับ แต่เราก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง เตรียมตัวให้พร้อม รถพร้อม ไปได้!! (จริงๆก็ปั่นไปทำงานมาได้หลายครั้งแล้วแต่ไม่ค่อยต่อเนื่องเพราะที่ทำงานมีเวรหยุดแบบว่าบางอาทิตย์ทำงาน3วันหยุด1วัน ทำ2หยุด1 ทำ5หยุด2 ก็งงเหมือนกัน จะสะพายเป้ใส่ชุดไปกลับทุกวันมันก็หนักอยู่ ปั่นไม่ถนัดด้วย มีตื่นสายบ้าง มีฝนตกบ้าง สุดท้ายเอาตามสะดวก อ้างเข้าไป!!)

พร้อมแล้วก็ไหว้หลวงปู่บนหิ้งพระ ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และไหว้บ้านก่อนออกเดินทาง(ส่วนแม่ไม่ได้ไหว้เพราะยังไม่ตื่น) เริ่มปั่นออกมาจากบ้านผ่านป้ายรถเมล์คนมองเพียบมีทั้งเด็กประถม,มัธยม,สาวมหาลัย,สาวออฟฟิศ ก็ปั่นนิ่งๆไปเก็บอาการเหนื่อยไว้หน่อย นึกถึงเทคนิคดูดีแบบในโฆษณาก็ต้องคิดว่าตัวเองดูดีไว้ก่อน 555 ปั่นเลาะซ้ายไปเรื่อยจากแยกบางพลัด เลี้ยวขวาเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งสู่สะพานพระราม7(อัดขึ้นสะพานสนุกมากกก)แต่ตอนลงเราต้องตรงไป ซึ่งช่องตรงไปมันอยู่เลนกลางๆ ก็ต้องมองกระจกข้างก่อนแล้วก็หันไปดูอีกทีถ้าโล่งก็อัดออกขวาต่อ แต่ส่วนใหญ่ไม่โล่งก็มีเสียจังหวะกันไป แล้วรอบขาก็จะเงอะงะเลยทีนี้เพราะทางมันลาดลง
ถนนเส้นนี้ตรงไปแยกวงศ์สว่าง ก็จอดติดไฟแดงพร้อมรถเครื่องทั้งหลาย ไอ้ที่ควันขาวก็ขาวโขมงโฉงเฉงซะนึกว่าขายไก่ย่าง ไอ้ที่สูบบุหรี่ก็สูบไปเสร็จแล้วก็ดีดก้นทิ้งลงพื้นพร้อมพ่นน้ำลายปรี๊ด (บรรยายซะไม่อยากร่วมทางด้วยเลยใช่มั้ย) ไฟเขียวปั่นต่อ ตอนนี้ก็พอจะมีฟุตปาทให้พอขึ้นได้บ้างแต่จะมีสุนัขอยู่สองตัว (เคยโดนวิ่งไล่อยู่เลยจำได้) เลยไม่ขึ้นดีกว่า จนมาแยกประชานุกูลก็ติดไฟแดงอีกรอบมาถึงตรงนี้แดดเริ่มร้อนละประมาณ7โมง สภาพแวดล้อมคล้ายกับแยกที่ผ่านมา พอไฟเขียวก็ตรงไปอีกจนไปทะลุหมู่บ้านกลางเมืองวิ่งเลียบทางรถไฟโลคอลโรด ถนนตรงนี้ตรงๆ โล่งๆ ยาวๆ แต่มีลมต้าน มีแรงเท่าไหร่อัดเข้าไป จานหน้าใหญ่สุดจานหลังเล็กสุด มันมากๆ(วิ่งได้35ก็สุดของผมแล้ว แป๊บเดียวด้วย555) มาถึงทางแยกจะเจอป้ายห้ามตรงและห้ามเลี้ยวขวา แต่...ผมก็ลงเข็นเลี้ยวขวาไปพร้อมๆกับคนที่เดินข้ามทางรถไฟวัดเสมียนนารีนั่นแหละ แล้วก็ออกสู่ถนนวิภาวดียกขึ้นสะพานลอยข้ามฟากมาลงอีกฝั่งนึง ถึงที่ทำงานพอดี สิ้นสุดการเดินทางสำหรับขามา
**ป้ายรถเมล์ทั้งสองฝั่งนี้คนเยอะมากๆ ไม่อายครับไม่ได้ทำอะไรผิด แต่...มีเขินบ้างเวลามองไปสบสายตาสาวมหาลัยและสาวออฟฟิศ(ที่เหมือนกับกำลังคิดว่าไอ้นี่มันบ้าหรือเพี๊ยนกันแน่ฟะ)555**
ถึงที่ทำงานก็ตอกบัตรเข้างาน จอดรถให้เพื่อนๆพี่ๆจนถึงหัวหน้าแซวก่อน แล้วเค้าก็จะมาเล่นรถเราปั่นไปปั่นมา ถามนู่นนี่นั่น ระหว่างนี้เราก็อาบน้ำเปลี่ยนชุด ออกไปหาข้าวเช้ารับประทานในซอยกลับมาเก็บรถจอดเข้าที่ ล็อคด้วยสลิงซะหน่อย จะได้อุ่นใจ

ส่วนขากลับแล้วแต่อารมณ์และสภาพแวดล้อมอาจมีอ้อมไปปั่นเล่นบ้าง ระหว่างทางเจอชาวจักรยานที่ปั่นไปทำงานบ้าง ก็ทักทายกันจอดคุยกันบ้าง แนะนำเส้นทางให้เราบ้าง ชวนเราไปออกทริปด้วยบ้าง รู้สึกดีมากๆ ปกติไม่ค่อยทักคนอื่นที่ไม่รู้จักก่อนคือมันทำตัวไม่ถูกน่ะ ไม่รู้เค้าจะตอบเรากลับไหมกลัวเก้อว่างั้น แต่เดี่ยวนี้ยิ้มให้ก่อนเลย ถ้าเค้ายิ้มตอบก็ชื่นใจแล้ว(จริงๆอยากตะโกนทักสวัสดีครับดังๆ แต่ลิ้นมันจุกอยู่)
อ่อ..สะพานพระปิ่นเกล้า สูงชันจริงๆครับ ไหล่ทางก็ปูดๆ เคยปั่นอัดขึ้นไปตอนเช้าๆวันอาทิตย์บ้าง มันค่อนข้างอันตราย รถวิ่งกันเร็วโดยเฉพาะรถเมล์ ถ้าไปเจอช่วงรถเยอะๆก็ใช้แบกขึ้นบันไดแทน คืออยู่กทม.บ้านไม่มีรถเก๋งขนจักรยาน ก็หาที่ซ้อมปั่นยาวๆแบบปลอดภัยยากหน่อย
แล้วจะเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆครับ
ปั่นต่อไปเถอะ ทาเคชิ อิ๊ อิ๊ อิ๊ อิ๊ (แถมเอคโค่ให้)
From : แจ๊คครับ [ 14 มิ.ย. 51 - 23:00:52 น. ]


ความเห็นที่ 96
ผมก็ปั่นไปทำงานทุกวันครับ เย็นมาก็เปลี่ยนชุดที่ทำงานเพื่อออกทริปกับเพื่อน ๆ ได้เลย ทำให้เราบริหารเวลาได้ดีมากครับ......เย็นออกทริป 17.30 น. ขอเชิญเพื่อน ๆ อุตรดิตถ์ มาปั่นจักรยานไปทำงานด้วยกันครับ...ช่วงเย็นจะได้เจอกัน....
From : ส.ธ.ก.ส.อุตรดิตถ์ [ 15 มิ.ย. 51 - 11:13:31 น. ]

ความเห็นที่ 97
**ขอบคุณค่ะคุณแจ๊ค สำหรับคำแนะนำ ได้ที่พักแล้วค่ะ แต่ต้องยอมจ่าย 2 เดือนทั้งที่อยู่จริงแค่เดือนเดียว เพื่อจองห้อง ทำไงได้ล่ะ ไม่ใช่คนกุงเต้ปนี่นา จะได้มีที่พักไม่ต้องเสียตังค์ เฮ้อ...อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปซะหมด สมัยนี้ เน๊าะ...
**วันนี้ปั่นไปสงขลามาอ่ะ อิอิ ( จากหาดใหญ่จ้ะ ...เดี๋ยวมีบางคนเข้าใจผิด คิดว่าปั่นจากกุงเต้ป...) แดดร้อนชะมัด โอ้...แม่เจ้า...หน้าแดงเป็นลูกตำลึงเลยอ่ะ
**ไชโย้...พรุ่งนี้ได้ปั่นไปทำงานอีกแล้ว ดีใจจังเยยยยย
From : paradog [ 15 มิ.ย. 51 - 14:15:43 น. ]

ความเห็นที่ 98

อ่านของคุณแจ็คแล้วขำ...
กว่าจะออกจากบ้านได้ ต้องตระเวนไหว้ไปทั่ว
เรียกกำลังใจ...
ยังดีว่าไม่ต้องจุดธูป...

ด้วยความนับถือครับ
อยู่กรุงเทพแล้วปั่นไปทำงาน... แค่มีฝีมือยังไม่พอ
ต้องใจเด็ด ใจกล้าด้วย
เส้นทางที่เล่ามา ผมคงเลี้ยวรถกลับตั้งแต่เชิงสะพานพระรามเจ็ดแล้ว
อันตรายเหลือเกิน

ผมอยากเปลี่ยนหัวกระทู้จัง...
ผมว่ามีหลายคนขี่ไปทำงาน
ชวนมาเขียนบันทึกด้วยกันดีกว่า
ผมเขียนคนเดียว
เส้นทางก็สั้น ซ้ำเดิมทุกวัน สิบวันก็จืดแล้ว

ถ้าหลายเรื่อง หลายลีลา จากหลายคนเขียน
คนอ่านจะสนุกดี...
จะได้อยากขี่กันเยอะๆ

From : เสือพุงขาว [ 16 มิ.ย. 51 - 08:34:44 น. ]


ความเห็นที่ 99
ปั่นจักรยานไปทำงานเหมือนกัน แต่ไม่ได้ใส่ชุดจักรยานค่ะ ถ้าใส่เดี๋ยว ผอ.เขต ต๊กกะใจ เลยแต่งชุดทำงานปั่นไปเลย โชคดีที่เดี๋ยวนี้หน่วยงานราชการเค๊าให้นุ่งกางเกงทำงานได้ บางครั้งต้องใส่เสื้อสูทปั่นจักรยาน คนก็มองเหมือนกัน เค๊าคงรู้สึกว่ามันขัดๆลูกกะตา
From : เสือจอมเปิ่น (ปุ่นปุ๊น) [ 16 มิ.ย. 51 - 15:21:29 น. ]

ความเห็นที่ 100
เฮ .......ในที่สุดก็ได้เพื่อน ติดไม้ติดมือกันไป ยินดีด้วยคร้าบบบบบ.
From : เสือเข้ [ 16 มิ.ย. 51 - 17:11:18 น. ]

ความเห็นที่ 101

คุณเสือจอมเปิ่น (ปุ่นปุ๊น)

ไม่ขัดลูกกะตาหรอกครับ
เพียงไม่ชินตาเท่านั้น

ผมสวมหมวกจักรยานรูพรุนๆ ทรงลูกหนำเลี๊ยบวันแรก
ก็ชั่งใจอยู่นาน...
"เห็นหัวตัวเองแล้วตูยังขำเลย...
ชาวบ้านชาวช่องเขาจะคิดยังไงวะเนี่ยะ"( ขออภัย ขอใช้คำว่า "วะ" เพื่ออรรถรส )

ทุกวันนี้ หากใครเข้ามาใกล้พอที่จะเห็นลวดลายบนหมวกผม
จะพบว่าลวดลายที่เห็น เกิดจากสติกเกอร์ตัวการ์ตูน ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาต่างๆ
ที่ลูกสาวผมเดคเคอเรทไว้ให้อย่างวิจิตร
ไม่แกะออก และไม่อายแล้วครับ

ความรู้สึกถึงวันนี้
"ประหยัด" ไม่ใช่เหตุผลหลักอย่างเดียวของการขี่จักรยานมาทำงานครับ

"สนุก" เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งอาจจะตรงกับอีกหลายๆ คน
"ออกกำลังกายในเวลาจำกัด" ในกระทู้นี้ มีคนคิดอย่างนั้นครับ ย้อนกลับไปอ่านดูได้
แต่สำหรับผมเอง
"ความคุ้มค่า" เป็นสิ่งที่ผมคิด
เราจำเป็นต้องขับรถยนต์ไหม
เราเสียค่าน้ำมันโดยไม่จำเป็นไหม
เราขับรถยนต์อย่างทุกวันนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำ

เราไม่มีทางเลือกหรือ ?
เราไม่กล้าแตกต่างหรือ ?

ผมไม่ได้บอกว่าจักรยานดีที่สุด
หลายคนอาจมีทางเลือกที่เหมาะกับตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นคาร์พูล รถสาธารณะ หรือแม้แต่เดิน...
ขอเพียงแต่เราคิด
คิดว่าเหมาะสมแล้ว ดีแล้ว เหมาะกับเราแล้ว
เลือกใช้ให้คุ้มค่าครับ

ผมคงจบกระทู้นี้ดื้อๆ อย่างนี้
เนื่องจากดูแล้ว ผมไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นตูมตาม
ปล่อยให้คนอื่นๆ ที่มีเรื่องราว เรื่องเล่า และความคิดหลากหลาย
เริ่มต้นกระทู้ใหม่ๆ มันส์ๆ ดีกว่า

แล้วผมจะแวะเข้าไปทักทาย

ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ

From : เสือพุงขาว [ 17 มิ.ย. 51 - 09:21:50 น. ]



กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ