00001
จักรยานเสือหมอบทั่วๆไป ทำความเร็วเฉลี่ยได้เท่าไหร่เหรอครับ
ที่ผมอยากได้น่ะมัน 5-6 หมืนเลยอยากถามพี่ๆว่า
จักรยานเสือหมอบคันล่ะ 1-2 หมืนน่ะมันทำความเร็วเฉลี่ยได้ ฝึกดีหน่อย 40km/h
เหมือนกับคันล่ะ 5-6 หมืนรึเปล่าครับ ไม่รวมสปินนะครับ
เพราะจะได้ซื้อคันที่ราไม่แพงมากเกินไปอ่ะครับ มะมีตัง
By : อยากหมอบกำลังเก็บเงิน [ 21 ม.ค. 51 - 21:03:36 น. ]

ความเห็นที่ 1
ถ้าขี่ยาวๆ คงที่ ทางราบ น้ำหนักรถไม่มีผลกับความเร็วเฉลี่ยมากมายครับ

ถ้าขี่ขึ้นเขา หรือ มีการกระชากกระทุ้งกันบ่อยๆ รถเบากว่าจะสบายกว่าครับ

ความเร็วเฉลี่ยก็แล้วแต่คนครับ ส่วนมากปั่นออกทริป ช่วงสบายๆน่าจะอยู่ที่ 35 บวกลบ ถ้าลากกันยาวๆหน่อยก็ 40+ นิดๆ ถ้าโหดๆก็เล่นกัน 50 บวกลบแต่ไม่นานก็ปล่อย(ยกเว้นว่าจะเล่นเกมกันแรงมากๆกะเอาตายไปข้าง) แต่พอปั่นเสร็จเอาไมล์มาดู พบว่ามักจะเฉลี่ยจริงแค่ 28-30 ทั้งนี้เพราะมีช่วงที่ความเร็วลดลงไปมากกว่านั้นอยู่หลายที่

ปั่นไทม์ไทรอัล ทางรบ คงที่ ระยะทาง 12 กม. ในงานเบียงคี่ อันดับต้นๆเล่นกันคงที่ได้ 21 นาทีโดยประมาณ ดังนั้นเฉลี่ยนะจะเป็น 36 กม/ชม โดยประมาณครับ ระดับกลางๆก็อยู่ที่ 30 กม/ชม ครับ
From : giro ดองเค็ม [ 21 ม.ค. 51 - 21:38:22 น. ]


ความเห็นที่ 2
รถถูกรถแพงไม่เกี่ยวหรอกมั้ง อยู่ที่คนขยันซ้อมหรือเปล่ามากกว่า อย่าคาดหวังอะไรมากนักกับรถราคาแพงๆ พวกที่ใช้รถแพงๆ แล้วขี่เร็วๆ ส่วนใหญ่ใจรัก ขี่จริงจัง ขยันซ้อมทั้งนั้น ก็เริ่มจากรถถูกๆ ก่อนทั้งนั้นแหละ พวกเริ่มขี่ก็จับของแพงส่วนมาโดนเพื่อนหลอกมาซื้อ ขี่ได้พักเดียวก็เบื่อ ตามพวกไม่ทัน ของแพงไม่ช่วยอะไรเลย เพื่อนก็รอรับของถูกสบายไป แล้วก็ความเร็วเฉลี่ย 40k/h ขี่ตัองกูเดอฟองแล้วครับ แค่ 26-30 ก็แทบตายแล้วรับรองได้
ซื้อที่เราพอใจ ราคาสบายกะเป๋า ขี่แล้วถูกใจจนรู้สึกว่าเราขี่เร็วไปสำหรับรถคันนี้แล้ว เมื่อนั้นค่อยคิดหาของแพงๆ ใชดีกว่านะครับ ผมขี่มาสี่ปีก็ยังขี่ได้ไม่เต็มคุณภาพรถกระจอกๆ ของผมเลย
From : อ. [ 21 ม.ค. 51 - 23:11:52 น. ]

ความเห็นที่ 3
ถ้ารถดี แรงดี ขยันซ้อมเข้าไว้ รับรองแรงก็ฉุด ขี่เร็วแค่ไหน ก็ยิ้มได้ ไม่เหนื่อยหอบ หายใจทางปากแทบไม่ทัน
From : .. [ 21 ม.ค. 51 - 23:49:31 น. ]

ความเห็นที่ 4
ซื้อตามงบประมาณของเรา และไม่เดือดร้อนกระเป๋า
จะดีที่สุด ซื้อครั้งเดียวจบแล้วใช้ให้คุ้ม
ข้อสำคัญซื้อแล้วต้องมีโอกาสขี่อย่างน้อย
อาทิตย์ละ 2 ครั้งก็ยังดี
รถแพงได้ขี่บ่อยเท่ากับซื้อถูก
รถถูกไม่ได้ขี่ก็ซื้อแพง

From : bb [ 22 ม.ค. 51 - 10:37:47 น. ]

ความเห็นที่ 5
มะช่ายเครื่องยนต์นะ ถาม topspeed เนี่ย งั้นต้องถ้าคนขี่ก่อน ว่ามีกี่แรงม้า แซวเล่นนะคับ ^^"
From : เลิศศักดิ์ [ 22 ม.ค. 51 - 13:10:32 น. ]

ความเห็นที่ 6
ความเร็วที่บอกไม่ใช่ค่า AVS บนหน้าปัดเรือนไมล์ครับ
เป้นค่าที่ทำกันได้ ณ เวลาหนึ่งๆของการขี่ยืนระยะทั่วไปที่กลุ่มทำกันครับ สภาพเส้นทาง ลม มันเป้นปัจจัยที่ทำให้เอา AVS มาคุยกันลำบาก คนกรุงเทพก็บอกว่าปั่น AVS 30-32 คนแม่ฮ่องสอนก็ตกใจว่าทำไมคนกรุงมันแรงจังที่นี่ปั่นแค่ 25 ได้ก็เก่งแล้วเพราะเขาทั้งนั้น

ดังนั้นค่าที่บอก ปั่นสบายๆ 30 คือความเร็วทางราบโดยปกติที่มักจะปั่นยืนพื้นกัน ปั่นที่ 38-40 คือความเร็วที่ทำกันเมื่อตั้งความเร็วขึ้นและคงที่ได้นานตราบที่มีการผลัดกันนำเสมอ และที่ 50+- คือความเร็วกล่มที่ทำกันระยะสั้นเพื่อไล่ หรือหนีชาวบ้าน

คงเป็นความเข้าใจผิดล่ะครับ แต่ผมไม่ค่อยสนใจ AVS ซักเท่าใหร่ จะเอามาคิดก็ต่อเมื่อนำมาพิจารณากับ AVHR เท่านั้น ในสภาพการปั่นจริงถ้าไม่ใช่ไทม์ไทรอัล ความเร็วเฉลี่ยที่ได้จากการนำเวลาและระยะทางมาคำนวนกับ AVS มันไม่สอดคล้องกันเท่าใหร่เพราะช่วงห่างระหว่างความเร็วแต่ละช่วงมันมีผลล่ะครับ

อ้อ.... กลุ่มเสือหมอบเวลาปั่นกันสบายๆสนุกๆ ก็ทำที่ 25-30 ก็มีครับ เดี๋ยวจะหาว่าเล่นกันแต่แรงๆ
From : giro ดองเค็ม [ 22 ม.ค. 51 - 14:17:16 น. ]


ความเห็นที่ 7
เห็นด้วยกับคุณ giro ดองเค็มครับมากๆ ผมเคยเอาทัวริ่ง ดัดแปลงเป็นหมอบ ปั่นจากกทม.ไปเขาใหญ่ av 19-20 ทวนลม+ขึ้นเขา แต่ขากลับได้ av 27 ตามลม+ลงเขา เป็นav ตลอดทางที่ 172 กม. ผมเคยเอาฟูลคาร์บอนที่เพิ่งซื้อมาไว้แขวนดู(ไม่คอยกล้าขี่) ที่ราคาสูงกว่าทัวริ่ง 3-4 เท่า ปั่นไปที่เดียวกัน ก็ได้av ดีกว่านิดเดียว คือ ไป 21 กลับพอๆกับเดิมคือ 27.5-28 (เข้าเมืองแล้วดูไม่ได้เลยครับช้ามาก) ข้อดีเหนื่อยน้อยกว่า แต่ข้อเสียคือมันแพงเกินเหตุ แถมได้ประสิทธภาพกว่าเล็กน้อย ผมแนะนำว่าถ้าขี่เดี่ยวอย่างผม รถไม่ต้องดีมากหรอกครับ ซื้อแพงไปก็ไม่มีประโยชน์ (ผมเคยคิดโง่ๆเองว่ารถแพงขนาดนี้ตูต้องขี่ได้ดีขึ้นอีกเยอะ) คิดว่าคงได้คำตอบบ้าง รถแพงมันจะมีประโยชน์ เมื่อขี่กับกลุ่มที่ใช้รถแพง (ไม่น้อยเนื้อต่ำใจมั้ง) สามารถไล่เข้ากลุ่มนำได้ เมื่อรถแพงเค้าเกิดยิงขึ้นมา (เค้าชอบทำกันเสียด้วย) ส่วนตัวผมที่ว่าแขวนดู เพราะจะพยายามขี่รถถูกไล่แพงให้ทันก่อน ถ้าใช้รถแพง ก็น่าจะสูสีหรือได้เปรียบนิดๆมั้ง(เริ่มคิดโง่ๆอีกแล้ว)
สรุปเองนะครับ
From : ก้อย [ 23 ม.ค. 51 - 00:40:48 น. ]

ความเห็นที่ 8
ผมว่าตอนนี้เสือหมอบแบบคันสำเร็จ ราคาที่เป็นจุดคุ้มทุนที่สุดจะอยู่ราวๆ 35000 - 45000 ครับคือ ได้อะไหล่ที่ดีในระดับแข่งขันเลย ( ประมาณ 105 - Ultigra และได้ 10 Sp ) แต่คงได้เฟรม อลูเกรดใช้ได้ + ตะเกียบคาร์บอน (หรือบางยี่ห้อ + ท่อหลังคาร์บอนด้วย ) ถ้าต่ำกว่านี้จะเป็นลักษณะรถเพื่อการเริ่มต้นมากๆ แต่ถ้างบไม่ถึงจริงๆ ให้ดูรถที่มาพร้อม Tiagra เป็นอย่างน้อยครับ Sora มันอัพยากในอนาคต ส่วนของ Campagnolo ถือว่าได้หมด แต่ถ้าให้ดีๆหน่อยเริ่มดูที่ Veloce ครับ เช่นกันของ Shimano เป็นไปได้ควรเริ่มที่ 105 ครับ

ส่วนมิติและคุณภาพของรถในระดับราคานี้ผมว่าไม่ค่อยต่างกันหรอกครับ ใช้อลูเกรดใกล้ๆกัน ส่วนมิติรถแล้วแต่ยี่ห้อครับ

ทั้งหมดนี้คือประสิทธิภาพของรถและความทนทานนะครับ ส่วนความเร็วในการขี่ อยู่ที่ืตัวเราครับ รถที่มีเฟรมดีมากๆ อาจจะได้เปรียบตอนขึ้นเขา (เพราะเบากว่า) รถที่มีล้อดีๆ อาจจะได้เปรียบตอนลงเขาและทางเรียบที่ความต่อเนื่อง (เพราะดุมลื่นกว่า) แต่รวมๆ แล้วมันนิดหน่อยครับ แรงเราเท่านั้นที่สำคัญ
From : poot [ 23 ม.ค. 51 - 09:14:45 น. ]


ความเห็นที่ 9
ใหนๆก็ใหนๆครับเอาความเห้นมาเล่าเผื่อจะช่วยไรได้มั่ง

เดิมผมใช้เฟรมอลู หางคาร์บอน น้ำหนักทั้งคันประมาณ 8 โล ไม่หนักไม่เบา องศาเฟรมแข่งแบบโปรเลยทีเดียว .... บังเอิญไอ้ตัวนี้มันออกแนวไหลเรื่อยเจื้อยไม่ค่อยปรู๊ดปร๊าดพุ่งปรี๊ดเท่าใหร่ เวลาขี่แล้วเลยออกแนวน้อยใจนิดๆครับ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป้นคาร์บอนทั้งคัน น้ำหนักรถทั้งคันหายไปร่วม 7 ขีด .... ผลที่ได้คือมันเบาหวิวมากๆครับเวลาปั่น ไม่ว่าจะเลี้ยว จะจอด จะยก มันเบาไปหมด เวลาขี่กดทีมันก็พุ่งกว่า ขึ้นเนินขึ้นสะพานก็รู้สึกว่ามันเบามากๆสบายเนื้อสบายตัวไปหมด ลองสปรินท์กับกลุ่มก็พบว่ามันโหวงเหวงทันทีเมื่อรแกใช้ เล่นเอาส่ายไปมาเลยครับวันแรกที่ลองโยก ล้อหลังยกทันทีเมื่อลุกแล้วโยกดึงลูกบันได....

ฟังดูก็น่าจะเร็วขึ้นนะครับ แต่จริงๆแล้วแทบไม่ต่างครับ อัตราเร่งมันทำได้ดีกว่า(น้อยนิด)ก็จริงแต่ในการยืนระยะ ด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า และวัสดุที่ค่อนข้างจะ"หนึบ" มันทำให้รถไหลได้แย่ลงครับ ต้องเติมบ่อยกว่าเดิม เจอลมมีผลมากกว่าเดิม ลงสะพานหรือเนินช้ากว่าเดิม เวลาขี่กับกลุ่มต้องหลบลมหัวซุกหัวซุนเพราะเจอลมนิดเดียวมันรู้สึกหนืดทันที....

แต่แลกกับครับ"มันส์"เวลาขึ้นเขา ความมันส์เวลากดให้พุ่ง ความ stiff ที่ไม่แพ้อลูฯ(ในจุดที่ออกแบบมาให้ไม่แพ้เช่นกระโหลก ตะเกียบโซ่ แต่จุดอื่น ย้วยกว่าอย่างรู้สึกได้เลยครับ โดยเฉพาะเมื่อเอาขึ้นเทรนเนอร์จะยิ่งเห้นได้ชัดมากว่ามันไม่ได้แข็งเหมือนอลูฯ แต่ในการใช้งานจริงก็ไม่ได้ให้ผลต่างกันมากมาย) มัน"คุ้มค่างเน" ที่เสียไปมากๆครับ ขี่สนุก มันส์กว่าเดิม ....แต่ไม่ได้แปลว่าทำให้ไปเร็วกว่าเดิมครับ อยากเร็วกว่าเดิมต้อง "ซ้อม"

สรุปนะครับ อยากเร็ว ซ้อมเอาดีกว่าครับ อัพรถ ได้เรื่องของความสนุกมากกว่าสมรรถภาพ(นอกจากจะอัพแบบ Trek 1000 มาเป้น Madone ตีว top ) เราเบากว่าอาจจะพุ่งกว่าถ้า stiff พอกัน แต่เมื่อเจอลม ก็มีผลมากกว่า เมื่อปล่อยไหลก็ไปได้แย่กว่าด้วยนั่นเอง

ปล. ถ้าตัวที่ผมใช้อยู่ เท่าที่ใช้และเจอรีวิวมา มันคือคำจำกัดความของจุดพอดีที่ stiff & lightness มาเจอกันครับ ถ้าอยากเบากว่านี้อีกขีดก็เพิ่มอีกสองเท่า ถ้าเอาราคาเท่านี้ที่เบากว่านี้ยี่ห้ออื่นก็ stiff ไม่เท่า ..... เป็นคาร์บอนที่ไม่เบาหวิว แต่แข็งกดมันส์ในขณะที่ขี่นุ่ม ถ้าอยากได้แข็งกว่านี้นอกจากเพิ่มเงินสองเท่า ก็คงต้องหันไปหาอลูฯหรือยี่ห้ออื่นที่เน้นแข็ง แต่... น้ำหนักก็มากกว่ากันอีกร่วมๆสองขีดครับ .... นี่ขนาดตัวธรรมดา ถ้าเป้นตัวที่ระบุว่า super stiff สำหรับสปรินท์เตอร์โปรทีมนี้ใช้มันจะเป้นยังไงเนี่ย........

คาร์บอน... มันดี อย่าง นี้ นี่ เองงงงง
From : giro ดองเค็ม [ 23 ม.ค. 51 - 11:32:21 น. ]


ความเห็นที่ 10
แนะนำรุ่นให้หน่อยนะครับ สูง 172 อายุจะ 14 ล่ะครับ
ราคาไม่เกิน 50000 ครับ
From : อยากหมอบกำลังเก็บเงิน [ 23 ม.ค. 51 - 18:09:55 น. ]

ความเห็นที่ 11
พี่ giro ดองเค็ม สวัสดีครับผม พงศ์เองครับไม่ได้ไปพระราม 9 ซะนานตอนนี้ยังขี่ที่พระรามเก้าอยู่หรือเปล่าแล้วพี่ผู้หญิงยังขี่อยู่หรือเปล่าพอดีพงจำชื่อไม่ได้ต้องขอโทษที่ครับแล้วจะหาเวลาว่างไปขี่ด้วยครับ แล้วพี่ครับพี่เปลี่ยนรถไหม่แล้วเหรอครับไช้รุ่นไหนยี่ห้ออะไรครับ
From : pong [ 23 ม.ค. 51 - 19:25:34 น. ]

ความเห็นที่ 12
สวัสดีครับน้องพงศ์ ไม่ได้เจอหน้าซะนาน หลังจากคริสต์มาสก็ไปมั่งไม่ไปมั่งครับแต่ก็ไม่ได้ไปปั่นที่ใหนครับ ถ้าว่างเมื่อใหร่ก็ไปที่พระรามเก้าเสมอครับ หลังจากนี้คงไปบ่อยเหมือนเดิมล่ะครับเพราะเริ่มว่างๆได้แล้ว

เปลี่ยนรถแล้วครับ เปลี่ยนเฟรมและชุดแฮนด์ คอแฮนด์ หลักอาน เป็น 928 T ตัวใหม่ครับ พอดีเห็นว่าไซส์มาพอดี และเจ้า FG-Lite ปีล่าสุด มันหนักกว่าตัวปีตำนานอีกขีดกว่า เพราะอะไรไม่รู้ได้ครับมันพุ่งไปเป็น 1150-1180 กรัมเสียแล้ว .... ไม่คุ้มค่าเปลี่ยครับ(คันเดิม 1450 กรัม ถ้าเสียเงินอีกเพื่อได้มาแค่นี้ ไม่เวิร์ค) แถมราคาปีใหม่นี้จะสูงกว่าเดิมเล็กน้อย ทำให้คิดว่าเพิ่มงบลงทุนเพิ่มไปเลยเล่น 928 T ได้คาร์บอนที่ stiff ดี น้ำหนัก 950-980 กรัม คิดว่าเวิร์คครับ คันเดิมกำลังหาทางโพสขายอยู่นี่ล่ะครับจะได้เอาเงินไปเก็บเติมส่วนที่เอามาซื้อเฟรมใหม่เกินงบไปเสียที .....

น่าเสียดายไม่ไปแข่งงาน Fondo สนุกมากครับ ทริปหน้า Bianchi Club ได้ยินว่าไปราชบุรีแต่จะใช่โป่งกระทิงหรือไม่นั้นไม่ทราบได้ครับ ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ รอหลังงานเขาค้อฯ ก่อนครับ

พี่แป๋มยังปั่นอยู่ครับ เน้นใจเข้าว่า แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ออกทริปสบายๆสู้กับเสือหมอบปั่นเที่ยวพอได้แล้วครับ .... ที่พระรามเก้าก็ยังคงมีคนมาปั่นเยอะเหมือนเดิมครับ ถ้ามาก็แวะทักทายกันได้ครับ อย่างน้อยๆ สุดสัปดาห์นี้และหน้า ไปแน่นอน ... วันที่ 2 กุมภาพันธ์คงไม่ได้ไปครับ ไปวันที่ 3 กุมภาพันธ์ สัปดาห์สุดท้ายของกุมภาพันธ์ก็คงไม่ได้ไปครับ ที่เหลือถ้าไม่ทับกับทริปปั่น ก็ไปแน่นอนครับ เพราะหลังๆร้างมาหลายสัปดาห์ อ่อนแอไปมากต้องไปหาทางซ้อมเพิ่มแล้วครับ
From : giro [ 23 ม.ค. 51 - 20:18:23 น. ]


ความเห็นที่ 13
giro ดองเค็ม ตอบเรื่องเฟรมคาร์บอนได้ถูกใจผมจัง อัตราเร่งดีขึ้นนิดเดียว โดยเฉพาะเวลาโดนลม มันต้องเติมจนแปลกใจในความเหนื่อย ลงเขาก็เช่นกันช้ากว่าอลูพอควร ใหม่ๆแทบจะขายเลย แต่พยายามหาว่ามันดีกว่าอลูตรงไหน แต่สุดท้าย (ขี่ไป 4-5 ครั้ง) ภาพรวมของมันก็รู้สึกว่าดีกว่าอลู (โครตธรรมดาของผม) พอสมควร สรุปแขวนไว้ก่อนเหมือนเดิมครับ และขี่อลูโครตธรรมดาต่อไป
From : ก้อย [ 23 ม.ค. 51 - 20:54:21 น. ]

ความเห็นที่ 14

มีแต่ไอ้พวก ขี้คุย ไอ้ที่บอกปั่นได้ 50+ นะ
จริงอยู่ ได้ 50+ แต่ถ้าปั่นต่อเนื่อง นาน 5 นาที หอบ DAG แล้ว
แค่ 35 ก็หรู แล้ว

ปั่นแข่งกันดีกว่า..............



From : RABBIT [ 24 ม.ค. 51 - 08:35:15 น. ]


ความเห็นที่ 15
วันนี้บังเอิญอารมณ์ไม่ค่อยดีเสียด้วย
"จริงอยู่ ได้ 50+ แต่ถ้าปั่นต่อเนื่อง นาน 5 นาที หอบ DAG แล้ว
"

ก็บอกแล้วว่าปั่นกันแป้บเดียว... แล้ว ถ้าจะปั่นกันแบบนี้กลุ่มต้องผลัดกันลากหรือมีการยิงซ้ำยิงซ้อนกันตลอดเวลาลากความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ.... คนที่เหลือก็ดูดตามกลุ่มไปก็จะค้างได้นานกว่าปั่นคนเดียวและมีโอกาสจะเหวี่ยงขึ้นไปความเร็วสูงขึ้นได้ เหตุการณ์พวกนี้หน้าเส้นก็เห้นกันเยอะแยะ เวลาแข่งทัวร์ไล่กันก็มีให้เห้น เอาเข้าจริง... ทริปเสือหมอบงานใหญ่ๆกลุ่มที่เล่นกันมันส์ๆก็มีความเร็วแบบนี้กันบ้าง.....

อ่านไม่กระจ้างเองครับแล้วมาทำโวยวาย บอกแล้วว่าเป้นความเร็ว"เฉลี่ย" ณ. ช่วงเวลาหนึ่งเพราะปั่นเสือหมอบไม่ว่าจะเที่ยวหรือปั่นแข่ง ผมไม่เห้นความจำเป้นจะต้องมานั่งคิด AVS ตลอดทริปมานั่งคุยกันว่าจบทริปได้ AVS เท่าใหร่ มันไม่มีประโยชน์ อ้างอิงอะไรไม่ได้ มีแต่มานั่งคุยกันว่าช่วงนี้ไล่อย่างไร ช่วงนี้เล่นกันยังไง ความสนุกสนานของการขี่อยู่เปน้ช่วงๆ แล้วก็มาคุยกันรวมๆ

เกิดมาไม่เคยได้ยินว่า "เฮ้ย ปั่น AVS เฉลี่ยตลอดทั้งวันเท่าไหร่วะเพื่อน?" แล้วมานั่งทับผมกันที่ทศนิยมเนี่ยนะ ..... มันสนุกตรงใหนครับท่าน ผมว่าเสือหมอบมันสนุกตรงความเป้น"เกม"ของมัน มีกลุ่ม มีการไล่ มีการหนี ดังนั้นความเร็วไม่คงที่ตลอดเวลา ผมเคยแต่หลังซ้อมมีการบ่นว่า "โห ช่วงกลางพ่อก็ลากกัน 40 แล้ว แถมตอนหลังมีกระชากไปอีก 50 ใครจะไปตามเอ็งได้วะ" .....

ไม่แข่งด้วยครับ ผมมันไม่เก่งขนาดปั่นเฉลี่ย 35 ตลอดทริปครับ ขอยอมแพ้
From : giro [ 24 ม.ค. 51 - 13:41:23 น. ]


ความเห็นที่ 16
ผมมองตรงข้ามกับคุณ giro เรื่องความเร็วเฉลี่ยครับ
เนื่องจากว่าผมซ้อมปั่นคนเดียวหลังเลิกงาน บนเส้นทางเดิมๆ จันถึงศุกร์ ระยะทางรวม30กม
หนึ่งในตารางการซ้อมของผมคือพยายามทำเวลาให้ดีกว่าครั้งก่อน โดยไม่สนใจ max. speed แต่จะดูว่าวันนี้เฉลี่ยแล้วปั่นได้ความเร็วเฉลี่ยเท่าไหร่

ประเด็นผมคือ average speed เป็นตัวเลขที่ผมนำมาพิจารณาในการซ้อมด้วย ว่าวันนี้ซ้อมเสร็จแล้วผลเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ สำหรับผมยิ่งตัวเลขนี้มากผมยิ่งมีความสุขครับ
From : อิ อิ อิ [ 24 ม.ค. 51 - 17:00:27 น. ]


ความเห็นที่ 17
เรียนคุณ อิ อิ อิ
เห็นด้วยครับในกรณีปั่นคนเดียว เส้นทางเดิม loop เดิม เพราะส่วนตัวผมเองตอนเวลาซ้อมปั่นคนเดียวก็จะพิจารณาจาก AVS กับ AVHR ควบคู่กันไปด้วย แต่นั้นก็แปลว่าต้องเป้นการซ้อมแบบ non-interval ด้วยนะครับ พวกซ้อมปั่นแช่ลากความเร็วคงที่นานๆ ซ้อมสร้างความทนทานนานๆ ซ้อม tempo นานๆ ไม่ใช่ซ้อม interval หรือ ออกทริป/แข่งขัน

ผมมาเอะใจได้เมื่อกี้ตอนซ้อมปั่น interval ว่าหลังๆไม่ได้เช็ค AVS มาซักพักเพราะไปสนใจอยู่กับ interval แบบต่างๆ สนใจโซนเป้าหมายและเวลาที่ทำ สนใจการฟื้นตัว แม้ว่า รnterval ของผมจะเน้นไปที่ VO2max (เพราะแข่ง TT ที่ผ่านมาทำได้ .... ห่วย มากกก) แต่มันก็คือ interval ทีระดับ power zone ทำให้ไม่ได้มองที่ค่าเฉลี่ยใดๆเลย หลังเลิกซ้อมก็ไม่เคยเอาไมล์มาดู

เวลาไปที่พระรามเก้าถ้าปั่นคนเดียวก็เน้นไปที่ interval มากกว่า แบ่งเส้นทางออกแล้วลากแต่ละช่วงในความหนักต่างๆเป้นเซ็ทๆไป ถ้าปั่นกับกลุ่มก็ไม่ต้องพูดถึงครับ มันไม่ได้คงที่อะไรเลย อันที่จริงผมไม่ได้สนใจ maz เลย(และพี่ๆคนอื่นๆก็ไม่ค่อยได้ยินคนพูดกันนัก) ส่วนมากจะว่ากันที่"ช่วง"ของเส้นทางที่ดูจะซ้อมกันจนชินว่าช่วงใหนเป้นความหนักเท่าใดแล้วเอาความเร็วของเซ็ทนั้นๆมาว่ากันมากกว่า....

แต่ในกรณีปั่นคนเดียว เห้นด้วยอย่งไม่เถียงครับ ว่าค่า AVS มันมีผลกับ performance จริงๆ โดยเฉพาะกับเส้นทางที่ซ้อมอยู่ตลอดเวลา เวลาผมไปขึ้นเขาใหญ่คนเดียวก็ดูค่านี้ด้วย.... แต่ถ้าปั่นกลุ่มก็ยังคิดว่าไม่จำเป็นนักครับ และ ปั่นกลุ่ม... ถ้าแข็งแรงพอ มันส์กว่าแน่นอนครับ

...แต่ไม่แน่พวกขา ไทม์ไทรฯ กับ ไตรฯ อาจจะเห้นไม่เหมือนกันก็ได้ครับ ลางเนื้อชอบลางยา และ ต่างสไตล์ก็ต่างมุมมองกัน ผมจึงมาบอกว่า.... แล้วแต่กรณีแล้วกันครับ
From : giro [ 24 ม.ค. 51 - 19:10:36 น. ]


ความเห็นที่ 18
คุณ giro
ช่วยสอนหลักการซ้อมไต่เขาหน่อยครับ
เรื่องการแบ่งโซนหัวใจขอข้ามนะครับ เพราะไม่มี HRM
เพิ่งเริ่มซ้อมไต่เขาได้สองวัน ขาขึ้นใช้เกียร์เบาตลอด ไม่ได้ยืนโยก
ซ้อมเสร็จ ไม่ค่อยเหนื่อยเลย เหมือนกับว่าไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่
เอ๋! หรือว่าต้องใช้ HRM มาเป็นตัวคุม?
From : อิ อิ อิ [ 24 ม.ค. 51 - 21:51:39 น. ]

ความเห็นที่ 19
ขอถามเรื่องส่วนตัวนิดครับ
คุณ giro นี่-เด็ก ไอดี จุฬา รุ่นหกห้าเป่าคับ
คุ้นๆน่ะ
From : ตั้ม [ 25 ม.ค. 51 - 01:13:20 น. ]

ความเห็นที่ 20
ความเห็นที่ 19
ขอถามเรื่องส่วนตัวนิดครับ
คุณ giro นี่-เด็ก ไอดี จุฬา รุ่นหกห้าเป่าคับ
คุ้นๆน่ะ
From : ตั้ม [ 25 ม.ค. 51 - 01:13:20 น. ]

นั่นใคร เปิดเผยตัวออกมา... 555+ ใช่ครับ ถาปัดรุ่น 65 ภาค ID ปีละคอนอาละดินกับตะเกียงไม่วิเศษ ครับ ถ้ารุ่นเดียวกัน .... ระบุด้วยนะครับว่าตั้มใหน หลายตั้มเหลือเกิน ตั้มตะวัน ตั้มนรก ..... อีกอย่าง ที่พระรามเก้า เจอรุ่นน้องปั่นเสือหมอบชื่อ กบ รหัส 43 ภาค สถ. ครับ


ตอบ คุณ อิ อิ อิ
ผมขออ้างอิงจากบทความที่เคยอ่านนะครับ เพราะก็ไม่ได้ปั่นเก่งกาจอะไรนัก เรื่องการซื้อขึ้นเขาเค้าให้ซ้อมแบบง่ายๆโดยไม่มีอุปกรณ์ดังนี้ครับ

ให้แบ่งเขาออกเป็นเนินๆไป อย่ามองทั้งลูก
๐เนินสั้นแต่ชันมากๆ ให้นั่งซอยด้วยเกียร์เบาๆรอบขา 85+ กะว่าถึงยอดเนินเหนื่อยสุดๆพอดี กะเวลาไม่เกิน 1 นาทีถึงยอด สิ่งที่ได้คือ VO2max และการรับมือกรดแลคติก ความเหนื่อยจะอยู่ในพาวเวอร์โซนโดยประมาณ หลังจากพ้นยอดเนิน ควงเบาๆต่อไปเพื่อกำจัดกรดแลคติก
๐เนินไม่ชันมาก แต่ยาววววว สุดสายตา.... ขึ้นด้วยเกียร์หนักหน่อย ยืนโยกไปเรื่อยๆ ยาว 2-5 นาที ความเหนื่อยประมาณกลางๆ สุดยอดเนินแล้วลงนั่งซอยพักสบายๆ สิ่งที่ได้คือการทำงานที่ระดับ lactate แต่ในขณะที่โยกร่างกายสามารถลำเลียงออกได้พร้อมๆกับการสร้าง(ถ้าหนักเกินจะลำเลียงออกไม่ได้ดังนั้นต้องระวังให้ความหนักอยู่ที่ระดับพอดีๆโยกไปเรื่อยๆได้) สิ่งที่ได้คือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบกำจัดกรด

...ว่าแต่ไปขึ้นที่ใหนมาครับ ถ้าเขาใหญ๋ขึ้นซอยไปแล้วไม่เหนื่อยเลยเนี่ย แสดงว่าทนมากล่ะครับ ผมไปขึ้นไม่เคยไม่เหนื่อยซักครั้ง เหนื่อย อิ๊บอ๋าย ทุกที ยิ่งขึ้นฝั่งปากช่องหลังอาหารเช้ามีย้อนศรปล่อยออกทางปากที่โค้งนรกขอบปูนอีกต่างหาก ทางปราจีน ขึ้นยังไงๆ ก็หนึ่งชั่วโมงยี่สิบกว่าๆทุกที พอขึ้นจริงๆก็ไม่ได้คิดถึงว่าเนินยาวเนินเล็กหรอกครับ มันก็ต่อสู้ไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง

ยังคิดถึงเส้นทางซ้อมสมัยอยู่เมืองมะกันที่ทั้งรอบมีเนินสั้น เนินยาว เนินซึม สลับกันให้เล่นเป็น interval ได้.....

ค่อนะครับ ...ก็มีอีกสำนักที่เน้นความ"แข็งแรง" พี่ๆหลายท่านเค้าขึ้นกันด้วยจานใหญ่ครับ... ผมเคยลองทีนึง ปวดเข่าไปอีกสามวัน โกเหลียงแกขึ้นเขาใหญ่จานธรรมดา เฟือง 21 ก็ขึ้นได้ ตอนนี้มีดีวีดีของ Spinnerval กับ Train Right เรื่องขึ้นเขาแต่ไม่เคยเอามาซ้อมครับ เปิดดูผ่านๆก็เน้นไปที่ความแข็งแรงของขาโดยอัตราทดหนักเป็นเซ็ทๆสลับพัก และ รอบขาค่อนข้างสูงที่ระดับเหนื่อยอิ๊บอ๋ายนานๆ แล้วพักแป๊บเดียวสลับๆกันไป มันมียืนโยกบนเทรนเนอร์ด้วยครับผมจึงไม่เอามาฝึก เสียดายจักรยาน...

อ้อ... เวลาโยก โค้ชในดีวีดีบอกว่าให้ "ดึง" แฮนด์ ไม่ใช่ "กด" แฮนด์ เท้าขวากดบันได ดึงแฮนด์ขวาพร้อมกับดึงเท้าซ้าย เพราะถ้ากด น้ำหนักเราส่วนหนึ่งไปลงด้านหน้า เสียน้ำหนักไปเปล่าๆแทนที่จะไปลงที่เท้าทั้งหมดครับ

ทั้งหมดนี้เป็นทฤษฏีครับ ผมค้นพบว่า สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเราๆ ซ้อมน้อยทฤษฏีเยอะ สู้ซ้อมเยอะทฤษฏีน้อยไม่ได้ แต่ให้ดีที่สุดคือ ซ้อมเยอะทฤษฏีเยอะครับ
From : giro [ 25 ม.ค. 51 - 15:36:51 น. ]


ความเห็นที่ 21
ผมเคยปั่นทางชัน 30 องศาครับ ใช้ความเร็ว ประมาณ 80 กิโล/ชม. เร็วครับบังคับรถลำบากมาก
แฟนบอกว่าอันตราย อย่าปั่นแบบนั้นอีก
From : ปั่นลงเนินอันตรายจริงๆ [ 26 ม.ค. 51 - 14:58:42 น. ]

ความเห็นที่ 22
ผมน่ะ ถ้าปั่นอ่ะครับ ตอนเรียนจะขึ้น ม.2 แล้วระยะทางไป โรงเรียนก็ประมาน 15 โลครับ
ถ้าได้สักคันปั่นไป โรงเรียนสบายๆ เลยครับ เพราะจักรยานเสือภูเขา ปั่นวันล่ะ 10 โลสบายครับ
แล้วก็เดิน 5 โล+ ครับ ประจำประจำ
From : คนตั้งกระทู้นี้ครับ [ 26 ม.ค. 51 - 17:31:20 น. ]

ความเห็นที่ 23
ยกตัวอยา่งจากการซ้อมวันนี้นะครับ
ปั่นไปทั้งหมด 70 กม. ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ถ้าหารกันดื้อๆก็จะได้ ความเร็วเฉลี่ย 28 กม/ชม ครับ
แต่บนไมล์ค่า AVS ออกมาได้ 26.7 กม/ชม. สูงสุดทำได้(แค่) 54.5 กม/ชม. ในขณะที่จับจากระยะปั่นโดยทั่วไปความเร็วกลุ่มอยู่ที่ 30-34 กม/ชม. ช่วงขากลับ(มอเตอร์เวย์)ที่ทำความเร็วสูงกัน อยู่ที่ประมาณ 40 กม/ชม. นานเท่าใหร่ไม่ทราบได้แต่ทางช่วงนั้นมัน 2 โลโดยประมาณ พอวันกลับสปินเบาๆกันมาก็ราวๆ 25-28 กม/ชม. วันนี้ลมค่อนข้างดี(หลัง 10 โมงเช้า) ด้านที่ลมส่งความเร็วสูงกว่าอีกด้านประมาณ 5 กม/ชม. เลยทีเดียว ถ้านับเอาหัวกลุ่มน่าจะมีแตะ 60 กม/ชม. กันอย่งไม่น่าประหลาดใจครับ เพราะผมขึ้น 54 แล้ว แต่ก็ยังเห็นข้างหน้าปลิวหายไปเรื่อยๆ....แต่เป้นช่วงซํก 15 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น

นั่งสังเกตุมาบอกครับ

อีกอย่างนะครับ ... ถ้าปั่นแบบนี้(มีระยะเร่ง ผ่อน ปล่อย อัด) ได้เฉลี่ย 28 สำหรับการปั่นอีกแบบที่ไม่เร่ง ไม่อัด ใส่ไปเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ สามารถทำ 28 ได้โดยเหนื่อยน้อยกว่ามากครับ เพียงแต่ในสถานการณ์จริงๆ เสือหมอบไม่ได้ปั่นกันแบบคงทีนี่ครับ นอกจากเล่นไตรกรฬา หรือ ปั่น TT อย่างเดียว
From : giro [ 26 ม.ค. 51 - 21:00:37 น. ]


ความเห็นที่ 24
เฮ้ย!โส---นี่กุเอง...ตั้มตะวัน จำกันได้เป่าวะ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆ
กุสิงห์เสือหมอบเหมือนกันเว่ยยย
แต่กุปั่นอยู่บ้านนอกน่ะ
ส่วนมากซ้อมคนเดียว ทั้งเมืองปั่นกันอยู่สามคน...ตายไปคนเมื่อเดือนที่แล้ว..เหลือสอง
พากุไปปั่นกะพวกพี่ๆพระรามเก้าหน่อยดิ
เคยได้ยินคำล่ำรือในความแรงจัด----อยากลองด้วย
วันไหนเข้ากรุงจะหิ้วเสือหมอบไปด้วย
From : ตั้ม ตะวัน [ 27 ม.ค. 51 - 00:25:51 น. ]

ความเห็นที่ 25
วันนี้ดูถ่ายทอดปั่นแบบทีมที่การ์ต้า..แต่ละทีมความเร็วเฉลี่ย 50 ขึ้นทั้งนั้นครับ....
From : อ่อนล้า [ 27 ม.ค. 51 - 19:40:33 น. ]

ความเห็นที่ 26
ตั้มตะวัน ที่ตีกลองเหมือนกันด้วยหรือเปล่า?? อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น

เอางี้ๆ เข้าไปที่
http://www.thairb.com/forum/
ส่วนมากสิงอยู่ที่นั่นกับพี่ๆน้องๆพระรามเก้าซึ่งสนุกสนานเฮฮาทั้งซ้อมปั่นและออกทริปกันเรื่อยๆ ถ้าจะมาวันใหนยังไงก็บอกมาก่อนแล้วกันเพราะถึงแม้ว่าจะไปปั่นที่ชมรมทุกสัปดาห์เท่าที่จะทำได้ แต่ก็มีบางสัปดาห์ที่ไปออกทริป หรือติดธุระไม่ได้ไปอยู่บ้าง ที่แน่ๆพวกทริป Bianchi หรือ On The Road ก็ไปหมดแน่นอน สนใจไปก็ไม่เลวนัก เพราะพี่บางคนแกมาจากเชียงใหม่เพื่อร่วมทริปยังไมเลยนะนั่น

มาทักทายน้อง สถ. หน่อยก็ดี จำไม่ได้หรอกว่าใคร รหัส 43 ชื่อกบ น่าขะค้นกันมากกว่าเพราะอยู่ตึกเดียวกัน ขาแรงใช้ได้เลย ยกทีบินประจำรายนี้

086 5040 751
From : giro [ 27 ม.ค. 51 - 19:58:55 น. ]


ความเห็นที่ 27
ใช่คับ---ตั้มนั้นแหละ.....บังเอิญจิงๆว่ะ
ว่าแต่พวกพี่พระรามเก้าเค้าซ้อมกันทุกวันปะ?
ตอนขี่ใหม่ๆ นึกห้าว เลยไปลองกะพี่พระรามห้า............จ๋อยสนิท..ปลิวหายตั้งแต่หก-เจดโลแรก
ตอนนี้คิดว่าดีขึ้น เลยอยากเช็คอีกทีว่าจะตามพี่ๆไปได้มากแค่ไหน ( กุเคยลงรายการชิงถ้วยพระราชทาน เขาขี่กันร้อยแปดสิบโล กุไปได้แค่แปดสิบแม่มตะคริวกิน ออกจากการแข่งขันพร้อมมม...เลยคิดว่าอย่าไปแหยมกะพวกทีมชาติเลยว่ะ ลองตามพระรามเก้าให้ติดก่อนแล้วค่อยคิดใหม่)

ทริปเบียงคี่นั้นอยากไปร่วมอยู่...ว่าแต่ต้องใช้รถของทีซีเอป่าวอะ ขี่เทรคอยู๋ตอนนี้
มีน้องอีกคน ปีหกหก ชื่อยิม---ขานั้นเล่นไตรกีฬา และช่วงหนึ่งซ้อมที่พระรามเก้าเปนประจำ เจอกันมั่งปะ?
มีโอกาสได้เจอกันแน่นอนเว่ย......เข้ากรุงแล้วเด่วโทรไปหา
From : ตั้ม [ 28 ม.ค. 51 - 00:56:59 น. ]


ความเห็นที่ 28
พระรามเก้า โดยหลักๆคนจะเยอะ(มาก)วันอาทิตย์ จะสนุกสนานกันเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าสัปดาห์ใหนพี่นุ หรือพวกแรงๆอย่างทีมต่างๆหรือเจ้ายอดมาเล่นที่นี่ยิ่งมันส์มาก.... ส่วนวันเสาร์จะเป็นหน้าเดิมๆน้อยหน่อยแต่ก็ยังนับได้กว่า 20 คัน วันอังคาร กับ พฤหัส ก็พอมีไปปั่นบ้างแต่น้อยหน่อย นอกนั้นมีประปรายตามใจรัก

พระรามเก้าทางมันวนๆรอบละ 10 กิโลเอง ดังนั้นมันจะมีทั้งปั่นเร็ว ปั่นช้า ปั่นกลุ่ม ปั่นเดี่ยว อยากจะลักไก่เข้ากลุ่มกันเมื่อใหร่ก็ตามสะดวก มันเลยง่ายๆสนุก ไม่งั้นปั่นกลุ่มอื่นหลุดแล้วง หลุดยาว ยิ่งถ้าไม่รู้ทางด้วยยิ่งซวย หลงแน่นอน

ส่วนทริปเบียงคี่ ถ้าเป็น On The Road ก็ยี่ห้อใหน ค่ายใหน รถอะไรก็ได้ จะรถพับ รถไม่พับ เสือหมอบ เสือภูเขา จ่ายตลาด ก็เอามาออกได้ทั้งนั้น คนเยอะมากสารพัดหลายหลากที่มาทั้งพระรามเก้า(หลายท่าน) สวนธน(เหลืองพรึ่บ) ส่วนมากมีสองกลุ่มคือกลุ่มจำกัดความเร็ว 20-30 กับอีกกลุ่มปล่อยเต็มที่ บรรยากาศก็เป็นการซ้อมที่ดี ไม่โหดเท่าแข่งหรอก
ถ้าเป้น Bianchi Club อันนี้ต้องเป็นค่ายของ TCA เพราะเป็นกิจกรรมการตลาดของแกทำให้ลูกค้าน่ะ คนจะไม่เยอะเท่า On The Road แต่ก็สบายๆกว่าความเร็ว 25-30 เป็น่ส่วนมากจะมีปล่อยฟรีบ้างอยู่ตามช่วงที่นัดกันใว้ก็ใส่ได้เต็มที่

ถ้ามาได้ก็ตามๆข่วงมาได้เลย ส่วนมากจะเอารถไปต่อรถตู้บ้านโกเหลียง(ลาดพร้าว 101) สบายๆดี ส่วนพระรามเก้าก็ฟังดูเหมือนจะไปยากแต่พอไปเจอซักครั้งจะอ๋อ ว่ามันไปง่ายมาก ที่จอดรถพร้อมห้องน้ำและอาหารอร่อยราคากันเอง ช่วงนี้คนจะเยอะหน่อยเพราะเตรียมไปเขาค้อกัน หลังจากนี้ก็จะเริ่มๆเตรียมสำหรับ EGAT กันต่อแล้ว ถ้าอยากแข่งงานพวกนี้น่าจะน่าเล่นกว่างานจองสมาคมฯน่ะ เพราะสบายๆกว่า รุ่นทั่วไปแม้จะเป็นทีมสโมสรแรงๆ แต่ก็สามารถแข่งได้ทุกวันแม้จะเวลาขาด ลุ้นได้เป็นเสตจๆไม่ใช่ว่าขึ้นรถจบกัน ..... พระรามเก้าเท่าที่คุยเห้นว่าไปกันเกือบยกชมรม

อ้อ... ส่วนมากเห้นหลายๆคนจะมีรถหลากยี่ห้อกันและจะยอมซื้อเบียงคี่/จามิส/ดูคาตี้ ใว้ออกทริปกับ TCA กันนะ พี่ๆบางคนก็มี Trek และ Bianchi หารุ่นประหยัดๆใว้ซักคันก็ไม่เลว
From : giro [ 28 ม.ค. 51 - 12:35:40 น. ]



กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ