00001
Pc งาดำ : วิธีคั่ว & คุณค่าทางอาหาร

web moderator

สืบเนื่องจากกระทู้ เพื่อกระดูก วิ่งบ้าง อย่าขี่จักรยานอย่างเดียว

. . . . ที่ร้านทอดปาท่องโก๋(ตอนเช้า) ในตลาดสมบูรณ์สุข ถนนสามัคคี เขาขายน้ำเต้าหู้ใส่งาดำด้วย ผมเคยขอแบ่งซื้องาดำป่นที่คั่วแล้วมาครั้งละ 5 - 10 บาท ... แต่ระยะหลังมานี้ ผมให้เด็กที่บ้านไปซื้องาดำมาคั่วเอง
- คั่วครั้งแรกก็ไหม้(เนื้อในกลายจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลไหม้)เพราะแกชอบเปิดไฟแรง
- คั่วครั้งที่สองแกรีบดับไฟเตาแก๊สเลยขมเพราะสุกไม่ดี
- คั่วครั้งที่สามแกก็ยังรีบเอาลงครกแล้วตำทันทีเลยยังเปียกน้ำมันงาอยู่เหมือนทุกครั้ง...

วิธีคั่วงาดำ

. . . . เช้าวันนี้ผมไปตลาด ซื้องาดำแบบแพคถุงละครึ่งกิโล 35 บาท (ทั่วไปกิโลละประมาณ 60 บาท) แล้วกลับมาลงมือคั่วเอง แบ่งงาดำเพียง 1 ขีด ลงคั่วไฟอ่อน(มากๆ) ในกระทะอลูมิเนียม ใช้ทัพพีคนถี่ๆ สลับกับยกกระทะส่ายวนให้กระจายทั่วๆ กระทะ พอเม็ดงาดำพองได้ที่ ชิมดูว่าหมดขมและกรอบดีแล้ว ก็ยกลงจากเตาแล้วถ่ายใส่จานใบกว้างๆ เกลี่ยให้กระจายเป็นแพบางๆ พักไว้สัก 15 นาที เมื่อคายความร้อนออกจนอุณหภูมิเย็นลงแล้ว เอาลงตำในครกหินเพียงแค่ให้แหลกทั่วทุกเม็ด ไม่ถึงกับละเอียดมากนัก ก็ได้งาดำป่นที่ร่วน กลิ่นหอมน่ากิน 1 กระปุก...

คุณค่าทางอาหาร

งา : เมล็ดพืชเล็กจิ๋วที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มี 2 แบบ คือ งาดำ และงาขาว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันงาที่ใช้ปรุงอาหารได้ดี เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์
. . . . สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น โปรตีนในงามีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน ในถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนที่จำเป็นตัวนี้น้อย ชาวมังสวิรัติจึงใส่งาลงไปในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้มีสารโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น
. . . . ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น
. . . . งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง อีกทั้งยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง
. . . . เลือกซื้อเมล็ดงาดำและงาขาวที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน เมื่อซึ้อมาแล้วให้เก็บใส่ขวด ปิดฝา เมื่อจะใช้ให้คั่วในปริมาณที่พอใช้ เท่านั้น เพราะถ้าคั่วทิ้งไว้กลิ่นจะไม่หอมและเหม็นหืน
ข้อมูลจาก : http://www.skr.ac.th/Work_M5/food_health/prw/prw.html ...

By : Pc    [ 12 มิ.ย. 46 - 16:04:07 น. ]

<<หน้าก่อน     ,     หน้าถัดไป>>
ความเห็นที่ 31
น้ำเต้าหู้งาดำ "ออมทรัพย์" มีขายทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 - 09.00 น. และ 17.00 ถึง 21.00 น อยู่ในหมู่บ้านจิระนคร อำเภอเมืองบุรีรัมย์ โทร 017253989
น้ำเต้าหู้ที่เน้นคุณภาพ เพื่อสุขภาพของทุกคน
From : น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์ [ 17 ก.ค. 47 - 22:18:50 น. ]

ความเห็นที่ 32
น้ำเต้าหู้ "ออมทรัพย์" สูตรผสมงาดำ อร่อย หอม มัน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน
เปิดขายทุกวัน อยู่ที่ หมู่บ้านจิระนคร ซอย 2 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สอบถามรายละเอียด 017253989 "น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์"



From : น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์ [ 17 ก.ค. 47 - 22:35:13 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 33 [ 18 ก.ค. 47 - 14:10:30 น. ]

web moderator

ไว้ไปบุรีรัมย์เมื่อไหร่จะแวะไปชิมน้ำเต้าหู้ "ออมทรัพย์" สูตรผสมงาดำซักถ้วย... แล้วแม่ค้าตัวน้อยๆ ทั้งสองคนนี้ขี่จักรยานด้วยรึเปล่าล่ะ ถ้าขี่จักรยานด้วยจะช่วยอุดหนุน ๓ ถ้วยเลย...

. . . . ในตลาดประชานิเวศน์ ๓ (ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี) ก็มีน้ำเต้าหู้สูตรผสมงาดำอยู่เจ้านึง เจ้าของเป็นคนจีนค่อนข้างสูงอายุ อร่อยดีเหมือนกัน แต่ไม่เล่าวิธีทำให้ฟัง...
. . . . ในตลาดสมบูรณ์สุข ถนนสามัคคี มีน้ำเต้าหู้อีกเจ้า ซึ่งเขาคั่วงาดำเอง(แทบทุกวัน) มีคนมาขอซื้อครั้งละ ๕๐ บาทก็มี ... ผมเคยไปยืนดูลูกน้องเขาคั่วงาด้วยเตาแก๊สปิคนิค เขาปิดแก๊สตรงขอบนอกโดยปล่อยให้มีไฟเฉพาะวงตรงกลาง(ไม่แรงนัก) ... เขาใช้งาดำครั้งละประมาณ ๓ - ๔ ขีด (ไม่เกินครึ่งกิโล) ร่อนฝุ่นทรายออกด้วยที่ร่อนแป้ง(ผมใช้ที่กรองกะทิแบบอลูมิเนียมซึ่งรูใหญ่กว่าที่ร่อนแป้งนิดหน่อย) แต่ไม่ล้างด้วยน้ำเกลือ ... เขาคั่วนานถึง ๑ ชม.เต็มๆ โดยใช้ทัพพีคนตลอดเวลา(หยุดมือเมื่อไหร่ได้กลิ่นไหม้เมื่อนั้น) ... ผมยืนดูอยู่ไม่นาน แต่เขาบอกว่า เมื่องาสุกได้ที่จะโชยกลิ่นหอมไกลไปถึงร้านข้างๆ ที่อยู่ห่างออกไปราว ๕ เมตร พอร้านค้าทุกด้านบอกว่า "หอม" พร้อมๆ กัน ก็เป็นอันว่างาสุกได้ที่แล้ว จากนั้นก็เอาลงจากเตาปล่อยให้เย็นสนิทจึงค่อยนำเข้าเครื่องบด(ตำด้วยครกหินก็ได้)
. . . . ผมกลับมาลองคั่วด้วยวิธีของเขาบ้าง แต่เปิดไฟเตาแก๊สไม่เหมือนเขา คือเปิดแก๊สเบาๆ แต่เปิดทั้งวงในและขอบนอก คั่วไม่หยุดมือเหมือนกัน แต่พอครบชั่วโมงก็มีกลิ่นไหม้หน่อยๆ .. ซึ่งไฟคงรนก้นกระทะทั่วเกินไป ... ผมเลยกลับมาใช้เตาไฟฟ้าแบบฝาอบไอร้อนเหมือนเดิม ... หลังจากร่อนฝุ่นทราย ล้างด้วยน้ำเกลือ(น้ำ ๒ ลิตร : เกลือหยาบ ๑ ช้อนโต๊ะ) แล้วเทลงในที่ร่อนแป้งแบบอลูมิเนียมกว้างๆ ให้หนาไม่เกิน ๒ ซม. ... อบ ๒ ครั้งด้วยอุณหภูมิ ๑๕๐ องศาเซนเซียส ครั้งแรกอบนาน ๓๐ นาที แล้วใช้ทัพพีคนพลิกกลับงาให้ทั่ว ครั้งที่ ๒ อบต่ออีก ๓๐ นาที งาก็จะแห้งดี ปล่อยให้เย็นสนิทแล้วนำเข้าเครื่องบดก็จะได้ "งาดำคั่ว" ที่หอมกรุ่นจริงๆ ครับ...
. . . . ถ้าอบถั่วลิสง ผมใช้อุณหภูมิ ๑๗๐ องศาเซนเซียส ในเวลา ๑ ชม.เหมือนกัน จึงสันนิษฐานว่าระยะเวลาที่จำต้องนานถึง ๑ ชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำให้งาสุกจนได้ที่จนมีกลิ่นหอมกรุ่น

From : Pc    [ 18 ก.ค. 47 - 14:10:30 น. ]

ความเห็นที่ 35
เห็นเค้าทานกัน แต่ไม่ทราบว่าจะมีประโยชน์มากขนาดนี้ ต้องลองบ้างแล้ว ขอบคุณมากค่ะ
From : นครนายก [ 9 ส.ค. 47 - 11:47:52 น. ]

ความเห็นที่ 36
สุดยอดข้อมูลที่ให้ประโยชน์ผมทานประจำเลยอะไรที่มีงาผสมอร่อยมาก....ขอบคุณครับ...ขอให้ชาวเสือทานแล้วสุขภาพจะดียิ่งขึ้นไป....แข็งแรง..แข็งแรง...แข่งจะได้ชัยชนะ....บาย

From : เสือสีคิ้ว [ 10 ส.ค. 47 - 06:42:27 น. ]

ความเห็นที่ 37
มีใครทราบไหมคะว่า งาดำ มีสารยูริคหรือเปล่า คืออยากให้คนที่บ้านทานหนะคะแต่เขามีค่า
ยูริคสูงอยู่แล้ว
From : เกรซ [ 11 ส.ค. 47 - 11:07:44 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 38 [ 11 ส.ค. 47 - 11:51:25 น. ]

web moderator

ผมยังไม่ได้ค้นดูว่า "งาดำ" จัดอยู่ในกลุ่มธัญพืชหรือพืชตระกูลถั่ว แต่น่าจะไม่ใช่อาหารที่มีกรดยูริคสูงอย่างสัตว์ปีก
และที่สำคัญ คือ งาดำมีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งเคยผ่านตาว่าเหมาะกับคนที่ปวดข้อ และช่วยให้เลือดเหลวไม่จับตัวกันเป็นลิ่ม เหมาะกับผู้สูงอายุ ว่างั้นเถอะ...

From : Pc    [ 11 ส.ค. 47 - 11:51:25 น. ]

ความเห็นที่ 39
สนใจมากเลยค่ะ ลองทานแล้วชอบทานไม่หยุด เลยสงสัยว่าทานงาดำเปล่าๆ จำนวนเยอะเหมือนกัน จะทำให้อ้วน (เพราะเห็นว่ามีน้ำมัน) หรือเป็นอันตรายอื่นๆ หรือไม่คะ
From : เกรซ [ 20 ส.ค. 47 - 10:46:24 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 40 [ 20 ส.ค. 47 - 20:38:52 น. ]

web moderator

งาดำคั่ว ๒ ช้อนโต๊ะ มีแคลเซียมพอๆ กับ นมสด ๑ กล่อง (๒๕๐ ซีซี) .. วันนึงทาน ๓ ช้อนโต๊ะก็น่าจะพอ นอกจากกรณีที่แน่ชัดว่าร่างกายต้องการแคลเซียมมากเป็นพิเศษ เช่น บาดเจ็บหรือเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก(หรือกล้ามเนื้อในบางกรณี) หรือมีความดันสูง ฯลฯ .. งายังมีธาตุอาหารอื่นอีกหลายชนิด เท่าที่สังเกต ถ้าทานมากเกินไปก็มีอาการร้อนในได้เหมือนกัน .. แม้ว่าธาตุของบางคนอาจจะร้อนในได้ยาก แต่ถ้าทานมากเกินไป ถ่ายแล้วอาจไม่สวยเหมือนตัวจริงได้เหมือนกันครับ...

From : Pc    [ 20 ส.ค. 47 - 20:38:52 น. ]

ความเห็นที่ 41
อยากทราบวิธีทำน้ำงาดำค่ะ ใครรู้ช่วยบอกหน่อย จะเป็นพระคุณยิ่ง
From : คนรักสุขภาพ [ 30 ก.ย. 47 - 15:44:46 น. ]

ความเห็นที่ 42
พอจะมีตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของ ..งาดำ.. ให้ดูบ้างไหมค่ะ อยากทราบว่าถ้าบริโภคจำนวน 100g จะได้ kcal เท่าไหร่ ใครบอกได้ช่วยหน่อยนะคะ จะทำรายงานค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ

From : ABC [ 5 พ.ย. 47 - 07:18:34 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 43 [ 5 พ.ย. 47 - 13:39:49 น. ]

web moderator


เรียงธาตุอาหารตามลำดับปริมาณแคลเซียมนะครับ ... คุณ ABC เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชมหรือครับ.. nickname นี้ไม่ค่อยคุ้นหน่ะ...

From : Pc    [ 5 พ.ย. 47 - 13:39:49 น. ]

ความเห็นที่ 44
เพิ่งอ่านหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเรื่องโรคมะเร็งหายได้ เขียนโดยคุณหมออารีย์
มีเขียนไว้ว่า งาดำมีไขมัน Omega-3 สูง ซึ่งไขมัน Omega-3 เป็นสาเหตุ
หนึ่งของโรคมะเร็ง และผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง
ตกลงการบริโภคงาดำมีประโยชน์หรือมีโทษกันแน่
ช่วยชี้แนะด้วยครับ
From : TB [ 8 พ.ย. 47 - 18:15:23 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 45 [ 8 พ.ย. 47 - 19:28:33 น. ]

web moderator

ผมเคย save ไฟล์บทความขนาด ๑๕ หน้า A4 ชื่อ "มะเร็ง (ถึงไม่เป็นก็น่าอ่าน...น๊ะ)" ...เป็นเรื่องของนายแพทย์อารีย์ วชิรมโน กับประสบการณ์รักษามะเร็งหายได้ด้วยตัวเอง ... สัมภาษณ์โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ... ผมแนบไฟล์มาใน post นี้ด้วย ลองคลิกดูใน icon รูปแฟ้มไฟไหม้ ... ผมลองใช้คำสั่งค้นหาคำว่า "งา" / "งาดำ" / "โอเมกา" / "Omega" แต่ไม่พบในบทความทั้ง ๑๕ หน้า ... พบแต่ที่คุณหมออารีย์ฯ พูดถึงคนอายุยืนที่สุดในโลกกิน "บัวบก" เป็นอาหารประจำวัน (ซึ่งบางตำราก็ไม่แนะนำให้กินมากเกินไป)... คุณ TB เขียนเล่าประโยคหนึ่งว่า "ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง" แต่ก็ยังอ่านไม่พบเลยว่าคุณหมออารีย์ฯ เป็นโรคมะเร็งเนื่องจากการกินงาดำหรือไม่ (ซึ่งถ้าระบุว่าเป็นเพราะกินงาดำ คงต้องหาข้อมูลกันยกใหญ่ ก่อนที่จะกินต่อหรือเลิกกิน)

คุณ TB ลองคัดลอกบทความหรือข้อความที่ระบุว่า "งาดำมีไขมัน Omega-3 สูง ซึ่งไขมัน Omega-3 เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง และผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง" นั้นมาทั้ง paragraph ได้ไหมครับ ... เพื่อนๆ จะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น .. เดี๋ยวนี้มีข่าวว่าสารอาหารชนิดนั้นชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเยอะมาก .. แต่เพิ่งเคยเห็นข้อความที่คุณ TB พูดถึง Omega -3 .. สำหรับงาคั่วนั้น ถ้าซื้อที่คั่วไว้แล้วนานๆ โอกาสที่จะมีเชื้อราก็น่าจะมาก ยิ่งถ้าเป็นเชื้อราตัวเดียวกับในถั่วลิสงก็เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้เช่นกัน .. ผมจึงพูดถึงแต่งาที่คั่วเอง .. ของอย่างนี้ควรอ่านจากผู้เขียนหลายๆ คน คืออ่านทั้งหนังสือที่แพทย์ เภสัชกร นักโภชนาการ และนักวิทยาศาสตร์การอาหารด้วยก็จะมั่นใจมากขึ้น ..
. . . . เราน่าจะกินอะไรด้วยเหตุผลสนับสนุนจากหลายผู้รู้หลายๆ คน มากกว่าจะเลิกกินอะไรด้วยบางประโยคของผู้รู้บางคน .. ลองอ่านหนังสือชื่อ "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" ที่เรียบเรียงโดย รศ.นพ.ดร. สมพงศ์ สหพงศ์ อีกซักเล่มสิครับ...

From : Pc    [ 8 พ.ย. 47 - 19:28:33 น. ]

ความเห็นที่ 46
อ่านจากหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค เรื่อง ยิ้มสู้มะเร็ง ครับ
โดยคุณหมออารีย์ เพิ่งออกวางตลาด
ข้อความว่ายังไง เดี๋ยวผมจะ Post ข้อความจากในหนังสือให้อีกที
From : TB [ 11 พ.ย. 47 - 17:31:32 น. ]

ความเห็นที่ 47
ลูกสาวอายุ 1 ขวบ 2 เดือนชอบทานซุปงาดำมากๆๆเลยไม่ทราบว่าเด็กทานแล้วให้โทษอะไรบ้าง
From : คุณแม่มือใหม่ [ 2 ม.ค. 48 - 23:05:27 น. ]

ความเห็นที่ 48
อยากรู้วิธีล้างงาให้สะอาดก่อนคั่วจังเลยค่ะ ทำงัยถึงจะล้างพวกเศษผงดำออกให้หมดได้ เพราะให้ตะแกรงล้างก็ยังเหลือเศษอยู่ดี ถ้าแช่ไว้นานไอ้สีดำของงาก็จะออกหมด จนเป็นสีขาว

From : เด็กรักสุขภาพ [ 6 ม.ค. 48 - 23:20:56 น. ]

ความเห็นที่ 49
คุณ "เด็กรักสุขภาพ" ใช้ตะแกรงร่อนฝุ่น ผง ทราย ออกซะก่อนสิครับ แล้วค่อยล้างด้วยน้ำเกลือ 1 %

ผมซื้อตะแกรงร่อนแป้งที่มีโครงขอบเป็นอลูมิเนียมมาจากห้าง makro ราคาถูกกว่าที่อื่นหน่อย แต่มันมีตาถี่ละเอียดเกินกว่าที่ผงทรายจะหลุดลอดลงไปได้ .. จึงไปเดินหามาได้จากห้างเซ็นทรัลอีกอัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว มีตาห่างขึ้นมาอีกหน่อย ลักษณะต่างจากอันแรก แผ่นตะแกรงเป็นสแตนเลสย้อยตกท้องช้าง มีขอบเพียงครึ่งนิ้ว เป็นสแตนเลสเหมือนกัน และมีลวดล้อมขอบยื่นออกมาเป็นมือจับคล้ายที่กรองกะทิ..
. . . . อันหลังนี้ใช้ดี ร่อนฝุ่น ผง และทราย ออกได้มาก จะว่าเกือบหมดก็ว่าได้ ถ้าไม่รังเกียจฝุ่นดินที่เหลือติดผิวของงาดำอีกหน่อย ก็เอาไปคั่วหรืออบได้เลย .. แต่ถ้าจะล้างก็หากะละมังที่ใหญ่กว่าตะแกรงซักหน่อย เติมน้ำ 2 ลิตร กับเกลือหยาบ 20 CC. (1 ช้อนโต๊ะพูนๆ) แล้วใช้ตะแกรงใส่งาดำประมาณ 250 - 500 กรัม ลงไปล้างในน้ำเกลือ ยกตะแกรงขึ้น-ลงให้ฝุ่น ผง ทราย ร่วงหลุดลอดตาข่ายลงไป ใช้ทัพพีคนให้ทั่วอีกครั้ง แล้วรีบยกขึ้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง (ถ้าแช่นานเกิน 5 นาที ก็อาจจะเค็ม) ตอนเทน้ำเกลือทิ้งจะเห็นตะกอนดินอยู่ก้นกะละมัง .. ก่อนหรือหลังการล้างด้วยน้ำเกลือไม่จำเป็นต้องล้างด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลืออย่างเดียวก็ล้างฝุ่น ผง ทราย ได้เกลี้ยงเกลา (เคี้ยวไม่เจอทรายแล้ว)

จากนั้นก็เทงาดำใส่ถาดไปตากแดดจนแห้งดี ..
. . . . การคั่ว..ถ้ากลัวไหม้ก็ใช้กระทะหนาๆ ใบใหญ่ซักหน่อย จะได้กระจายความร้อนไม่ให้ร้อนมากเกินไป .. ใช้ไฟอ่อนที่สุด คั่วแบบไม่หยุดมือ คอยสังเกตว่าถ้าร้อนมากจนมีควันลอยขึ้นก็ต้องรีบยกกระทะสูงขึ้นให้ห่างไฟสักครู่ พอควันหยุดลอยจึงค่อยคั่วต่อ และต้องใช้เวลานานประมาณ 1 ชม. จึงจะหอม
. . . . แต่ถ้าใช้วิธีอบก็อบทั้งเปียกๆ ได้เลย .. ครึ่งชั่วโมงแรกตั้งอุณหภูมิที่ 150 องศาเซนเซียส(ตามสูตรของคุณ TIGERSONG) ครบครึ่งชม. ใช้ทัพพีคนงาดำพลิกไปพลิกมาให้ทั่ว แล้วลดอุณหภูมิลงมาที่ 130 องศา อบต่ออีกครึ่งชม. ถ้าแห้งดีและส่งกลิ่นหอมกรุ่นๆ แล้ว ก็ใช้ได้เลยครับ...

From : ชยุต (Pc) [ 7 ม.ค. 48 - 08:08:04 น. ]


ความเห็นที่ 50
เคยทดลองทานเหมือนกันค่ะ ชื่อร้าน"น้ำเต้าหู้พูนสิน1."เขามีน้ำเต้าหู้สูตรธรรมดา,สูตรงาดำ,สูตรชาเขียวแท้ และน้ำฟักทอง ซึ่งเขาทำร้านดูสะอาดดีค่ะ และรสชาติของน้ำเต้าสูตรงาดำของเขาใช้ได้ทีเดียวค่ะ ดิฉันเป็นลูกค้าประจำเลยขอถ่ายรูปร้านมาลงเน็ตเพื่อบอกต่อๆกันค่ะ
(สาขา 1.อยู่หน้าหมู่บ้านพูนสิน1, สาขา2. อยู่ซอยราม 24 (หลังตลาดเสรีท่ารถสองแถว)
From : nut [ 13 ม.ค. 48 - 20:36:49 น. ]

ความเห็นที่ 51

รูปจากกระทู้ข้างบนค่ะ
From : nut [ 13 ม.ค. 48 - 20:43:00 น. ]

ความเห็นที่ 52
ร้านอาหารเพื่อสุขภาพนั้น ค้นหาแหล่งข้อมูลค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่จะแนะนำโดยเอาความอร่อยเป็นตัวตั้ง...
. . . . ขอบคุณคุณ nut ที่ช่วยแนะนำ .. ท่านใดมีร้านเกี่ยวกับ "งาดำ" หรือน้ำเต้าหู้ ก็ช่วยแนะนำเข้ามาอีกเยอะๆ นะครับ จะได้ตามไปชิม... และถ้าคุณผู้อ่านผ่านมาแถว "ตลาดสมบูรณ์ทรัพย์" ถนนสามัคคี (ไม่ไกลจาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ช่วงเช้าจะมีน้ำเต้าหู้อยู่ ๒ เจ้า .. เจ้าดั้งเดิมน้ำเต้าหู้จะข้นอร่อยทีเดียว เป็นรถเข็นอยู่นอกอาคารตลาด(ค่อนไปทางศาลพระพรหม) .. อีกเจ้าอยู่ในหลังคาตลาด น้ำเต้าหู้ข้นน้อยกว่าหน่อย แต่มีงาดำคั่วใหม่ๆ ใส่ให้ด้วย และทอดปาท่องโก๋ขายอยู่ด้วยกัน...

From : ชยุต (Pc) [ 14 ม.ค. 48 - 10:17:42 น. ]

ความเห็นที่ 53
ขอบคุณมากนะคะสำหรับความรู้จะลองไปปฏิบัติดู อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลย
From : ladymoon [ 14 ม.ค. 48 - 20:38:40 น. ]

ความเห็นที่ 55
สายๆ ของวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราฯ ได้ฟัง FM 97.0 Mh ( http://www.trinityradio.com/ ) ได้ยิน ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล พูดถึงสูตร ซุปงาดำ ดังนี้
๑. ต้มข้าวโอ๊ต ๒ ช้อนโต๊ะ ด้วยไฟอ่อน (ให้เดือดเบาๆ ราว ๓ / ๕ นาที ตามชนิดอ่อน / แข็งของข้าวโอ๊ต)
๒. ใส่เกลือ (อย่าเกิน ครึ่ง ช้อนชา)
๓. เติมน้ำเต้าหู้จืด(ชนิดไม่เติมน้ำตาล) ๑ แก้ว (๒๐๐ - ๒๕๐ ซีซี) ตั้งไฟอ่อนต่อไปจนร้อนดี
๔. เติมงาดำคั่ว ๑.๕ ขีด หรือ ๑๕๐ กรัม (คุณหมอพูนพิศไม่ได้พูดถึงว่า ใช้งาอย่างไหน .. คิดว่าใช้งาบดแล้วน่าจะดีกว่า)
๕.๑. ถ้าทำเป็นอาหารคาว เติมน้ำต้มกระดูก ปลา ไก่ ครึ่งแก้ว
๕.๒. ถ้าทำเป็นของหวาน เติมน้ำต้มสุก ครึ่ง แก้ว แล้วปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง
๖. กินได้เลย

From : Pc [ 18 ม.ค. 48 - 10:26:15 น. ]

ความเห็นที่ 56
ต้องการทราบวิธีการปลูก
From : โจ [ 24 ม.ค. 48 - 16:12:24 น. ]

ความเห็นที่ 57
เข้า http://www.google.co.th/ ค้นหาคำว่า "การปลูกงา" ก็ได้มาดังบรรทัดล่าง
http://www.doae.go.th/library/html/detail/nga/index.htm

คุณโจ จะปลูกไว้กินเอง หรือขายด้วยครับ...

From : Pc [ 25 ม.ค. 48 - 13:44:45 น. ]


ความเห็นที่ 58
ปรกติจะใช้น้ำมันงาผัดอาหารทานที่บ้านแทนน้ำมันพืช แต่เพื่อนพึ่งมาทักว่านำมันงาในอุณหภูมิสูงมากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ควรจะผัดด้วยน้ำมันพืชอื่นก่อน เมื่อเสร็จแล้วจึงเหยาะน้ำมันงาลงไปจึงจะได้ประโยชน์ จริงหรือเปล่าคะ ใครทราบช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะ
From : metta [ 29 ม.ค. 48 - 14:04:08 น. ]

ความเห็นที่ 59
เคยลองทำน้ำเต้าหู้งาดำดูแล้ว ปรากฏว่ามีงาดำเหลืออยู่มากและสีก็ไม่ค่อยเห็นว่าผสมงาดำ ขอความอนุเคราะห์วิธีทำเพื่อที่จะทำให้สามีที่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่และมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดและไกลตลาดมาก

From : ดิฉันชลบุรี [ 31 ม.ค. 48 - 14:39:33 น. ]

ความเห็นที่ 60
คุณ metta (ความเห็นที่ 58) ... ถ้าเทียบกับน้ำมันมะกอกชนิดสกัดโดยไม่ผ่านความร้อน(EXTRA VIRGIN) ซึ่งเขาก็นำมาปรุงอาหารจำพวกที่ไม่ใช้ความร้อนเพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ... น้ำมันงาก็น่าจะเช่นเดียวกัน คือถ้าสกัดโดยไม่ผ่านความร้อนก็จะมีคุณค่าทางอาหารเหลืออยู่เยอะ เวลานำมาปรุงอาหารถ้าโดนความร้อนเพียงแป๊บเดียวก็น่าจะยังคงคุณค่าทางอาหารอยู่เกือบครบ
. . . . เคยอ่านพบว่า การผัดผักสดด้วยไฟแรงๆ แต่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ นั้น จะได้คุณค่าทางอาหารจากผักมากกว่าการผัดด้วยไฟไม่แรง แต่ใช้ระยะเวลานานๆ ...

คุณ ดิฉันชลบุรี (ความเห็นที่ 59) ... ที่ตลาดประชานิเวศน์ 3 ถนนงามวงศ์วาน (เข้าซอยวัดบัวขวัญ) ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี มีคนจีนสูงอายุทำน้ำเต้าหู้งาดำขายอยู่เจ้านึง รสชาติกลมกล่อม สีก็ค่อนข้างดำ แต่ไม่มีกากงาดำปนอยู่เลย .. นอกจากการควบคุมอุณหภูมิในการต้มได้ดีโดยไม่มีกลิ่นไหม้แล้ว เชื่อว่าเขาคงบดงาดำได้อย่างชนิดละเอียดยิบเลย ครกที่เขาใช้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแบบเดียวกับครกในโรงงานพริกแกง ผมรู้จักกับเจ้าของโรงงานน้ำพริกนิตยา เห็นเขาใช้ครกสแตนเลสชนิดที่มีจานลูกกลิ้งขอบคมๆ หมุนกลิ้งไปในร่องโดยรอบของอ่างสแตนเลส .. เชื่อว่าการทำน้ำเต้าหู้งาดำนั้น คงจะเอางาดำซึ่งคั่วแล้ว มาบดต่อจนละเอียดยิบ นำมาผ่านตะแกรงร่อนแป้ง และอาจจะกรองด้วยผ้าขาวบางอีกทีก็ได้ ... แต่โดยส่วนตัวผมชักชอบสูตร ซุปงาดำ โดย ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล ซะแล้วซีครับ.. เพราะข้าวโอ๊ตนั้นเป็นคาโบไฮเดรทที่ดีมากๆ เลย ผมจำสรรพคุณได้ไม่ทั้งหมด..ที่เด่นก็คือ มีผลต่อการมีอายุยืนครับ...

From : Pc [ 1 ก.พ. 48 - 11:53:25 น. ]



กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ