
| Pc | งาดำ : วิธีคั่ว & คุณค่าทางอาหาร |
|
web moderator | สืบเนื่องจากกระทู้ เพื่อกระดูก วิ่งบ้าง อย่าขี่จักรยานอย่างเดียว . . . . ที่ร้านทอดปาท่องโก๋(ตอนเช้า) ในตลาดสมบูรณ์สุข ถนนสามัคคี เขาขายน้ำเต้าหู้ใส่งาดำด้วย ผมเคยขอแบ่งซื้องาดำป่นที่คั่วแล้วมาครั้งละ 5 - 10 บาท ... แต่ระยะหลังมานี้ ผมให้เด็กที่บ้านไปซื้องาดำมาคั่วเอง - คั่วครั้งแรกก็ไหม้(เนื้อในกลายจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลไหม้)เพราะแกชอบเปิดไฟแรง - คั่วครั้งที่สองแกรีบดับไฟเตาแก๊สเลยขมเพราะสุกไม่ดี - คั่วครั้งที่สามแกก็ยังรีบเอาลงครกแล้วตำทันทีเลยยังเปียกน้ำมันงาอยู่เหมือนทุกครั้ง... . . . . เช้าวันนี้ผมไปตลาด ซื้องาดำแบบแพคถุงละครึ่งกิโล 35 บาท (ทั่วไปกิโลละประมาณ 60 บาท) แล้วกลับมาลงมือคั่วเอง แบ่งงาดำเพียง 1 ขีด ลงคั่วไฟอ่อน(มากๆ) ในกระทะอลูมิเนียม ใช้ทัพพีคนถี่ๆ สลับกับยกกระทะส่ายวนให้กระจายทั่วๆ กระทะ พอเม็ดงาดำพองได้ที่ ชิมดูว่าหมดขมและกรอบดีแล้ว ก็ยกลงจากเตาแล้วถ่ายใส่จานใบกว้างๆ เกลี่ยให้กระจายเป็นแพบางๆ พักไว้สัก 15 นาที เมื่อคายความร้อนออกจนอุณหภูมิเย็นลงแล้ว เอาลงตำในครกหินเพียงแค่ให้แหลกทั่วทุกเม็ด ไม่ถึงกับละเอียดมากนัก ก็ได้งาดำป่นที่ร่วน กลิ่นหอมน่ากิน 1 กระปุก... งา : เมล็ดพืชเล็กจิ๋วที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มี 2 แบบ คือ งาดำ และงาขาว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันงาที่ใช้ปรุงอาหารได้ดี เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์ . . . . สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น โปรตีนในงามีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน ในถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนที่จำเป็นตัวนี้น้อย ชาวมังสวิรัติจึงใส่งาลงไปในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้มีสารโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น . . . . ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น . . . . งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง อีกทั้งยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง . . . . เลือกซื้อเมล็ดงาดำและงาขาวที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน เมื่อซึ้อมาแล้วให้เก็บใส่ขวด ปิดฝา เมื่อจะใช้ให้คั่วในปริมาณที่พอใช้ เท่านั้น เพราะถ้าคั่วทิ้งไว้กลิ่นจะไม่หอมและเหม็นหืน ข้อมูลจาก : http://www.skr.ac.th/Work_M5/food_health/prw/prw.html ... By : Pc [ 12 มิ.ย. 46 - 16:04:07 น. ]
|
| ความเห็นที่ 31 น้ำเต้าหู้งาดำ "ออมทรัพย์" มีขายทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 - 09.00 น. และ 17.00 ถึง 21.00 น อยู่ในหมู่บ้านจิระนคร อำเภอเมืองบุรีรัมย์ โทร 017253989 น้ำเต้าหู้ที่เน้นคุณภาพ เพื่อสุขภาพของทุกคน From : น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์ [ 17 ก.ค. 47 - 22:18:50 น. ] |
| ความเห็นที่ 32 น้ำเต้าหู้ "ออมทรัพย์" สูตรผสมงาดำ อร่อย หอม มัน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน เปิดขายทุกวัน อยู่ที่ หมู่บ้านจิระนคร ซอย 2 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สอบถามรายละเอียด 017253989 "น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์" ![]() From : น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์ [ 17 ก.ค. 47 - 22:35:13 น. ] |
| Pc |
| ||
|
web moderator | ไว้ไปบุรีรัมย์เมื่อไหร่จะแวะไปชิมน้ำเต้าหู้ "ออมทรัพย์" สูตรผสมงาดำซักถ้วย... แล้วแม่ค้าตัวน้อยๆ ทั้งสองคนนี้ขี่จักรยานด้วยรึเปล่าล่ะ ถ้าขี่จักรยานด้วยจะช่วยอุดหนุน ๓ ถ้วยเลย... . . . . ในตลาดประชานิเวศน์ ๓ (ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี) ก็มีน้ำเต้าหู้สูตรผสมงาดำอยู่เจ้านึง เจ้าของเป็นคนจีนค่อนข้างสูงอายุ อร่อยดีเหมือนกัน แต่ไม่เล่าวิธีทำให้ฟัง... . . . . ในตลาดสมบูรณ์สุข ถนนสามัคคี มีน้ำเต้าหู้อีกเจ้า ซึ่งเขาคั่วงาดำเอง(แทบทุกวัน) มีคนมาขอซื้อครั้งละ ๕๐ บาทก็มี ... ผมเคยไปยืนดูลูกน้องเขาคั่วงาด้วยเตาแก๊สปิคนิค เขาปิดแก๊สตรงขอบนอกโดยปล่อยให้มีไฟเฉพาะวงตรงกลาง(ไม่แรงนัก) ... เขาใช้งาดำครั้งละประมาณ ๓ - ๔ ขีด (ไม่เกินครึ่งกิโล) ร่อนฝุ่นทรายออกด้วยที่ร่อนแป้ง(ผมใช้ที่กรองกะทิแบบอลูมิเนียมซึ่งรูใหญ่กว่าที่ร่อนแป้งนิดหน่อย) แต่ไม่ล้างด้วยน้ำเกลือ ... เขาคั่วนานถึง ๑ ชม.เต็มๆ โดยใช้ทัพพีคนตลอดเวลา(หยุดมือเมื่อไหร่ได้กลิ่นไหม้เมื่อนั้น) ... ผมยืนดูอยู่ไม่นาน แต่เขาบอกว่า เมื่องาสุกได้ที่จะโชยกลิ่นหอมไกลไปถึงร้านข้างๆ ที่อยู่ห่างออกไปราว ๕ เมตร พอร้านค้าทุกด้านบอกว่า "หอม" พร้อมๆ กัน ก็เป็นอันว่างาสุกได้ที่แล้ว จากนั้นก็เอาลงจากเตาปล่อยให้เย็นสนิทจึงค่อยนำเข้าเครื่องบด(ตำด้วยครกหินก็ได้) . . . . ผมกลับมาลองคั่วด้วยวิธีของเขาบ้าง แต่เปิดไฟเตาแก๊สไม่เหมือนเขา คือเปิดแก๊สเบาๆ แต่เปิดทั้งวงในและขอบนอก คั่วไม่หยุดมือเหมือนกัน แต่พอครบชั่วโมงก็มีกลิ่นไหม้หน่อยๆ .. ซึ่งไฟคงรนก้นกระทะทั่วเกินไป ... ผมเลยกลับมาใช้เตาไฟฟ้าแบบฝาอบไอร้อนเหมือนเดิม ... หลังจากร่อนฝุ่นทราย ล้างด้วยน้ำเกลือ(น้ำ ๒ ลิตร : เกลือหยาบ ๑ ช้อนโต๊ะ) แล้วเทลงในที่ร่อนแป้งแบบอลูมิเนียมกว้างๆ ให้หนาไม่เกิน ๒ ซม. ... อบ ๒ ครั้งด้วยอุณหภูมิ ๑๕๐ องศาเซนเซียส ครั้งแรกอบนาน ๓๐ นาที แล้วใช้ทัพพีคนพลิกกลับงาให้ทั่ว ครั้งที่ ๒ อบต่ออีก ๓๐ นาที งาก็จะแห้งดี ปล่อยให้เย็นสนิทแล้วนำเข้าเครื่องบดก็จะได้ "งาดำคั่ว" ที่หอมกรุ่นจริงๆ ครับ... . . . . ถ้าอบถั่วลิสง ผมใช้อุณหภูมิ ๑๗๐ องศาเซนเซียส ในเวลา ๑ ชม.เหมือนกัน จึงสันนิษฐานว่าระยะเวลาที่จำต้องนานถึง ๑ ชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำให้งาสุกจนได้ที่จนมีกลิ่นหอมกรุ่น From : Pc [ 18 ก.ค. 47 - 14:10:30 น. ]
|
| ความเห็นที่ 35 เห็นเค้าทานกัน แต่ไม่ทราบว่าจะมีประโยชน์มากขนาดนี้ ต้องลองบ้างแล้ว ขอบคุณมากค่ะ From : นครนายก [ 9 ส.ค. 47 - 11:47:52 น. ] |
| ความเห็นที่ 36 สุดยอดข้อมูลที่ให้ประโยชน์ผมทานประจำเลยอะไรที่มีงาผสมอร่อยมาก....ขอบคุณครับ...ขอให้ชาวเสือทานแล้วสุขภาพจะดียิ่งขึ้นไป....แข็งแรง..แข็งแรง...แข่งจะได้ชัยชนะ....บาย From : เสือสีคิ้ว [ 10 ส.ค. 47 - 06:42:27 น. ] |
| ความเห็นที่ 37 มีใครทราบไหมคะว่า งาดำ มีสารยูริคหรือเปล่า คืออยากให้คนที่บ้านทานหนะคะแต่เขามีค่า ยูริคสูงอยู่แล้ว From : เกรซ [ 11 ส.ค. 47 - 11:07:44 น. ] |
| Pc |
| ||
|
web moderator | ผมยังไม่ได้ค้นดูว่า "งาดำ" จัดอยู่ในกลุ่มธัญพืชหรือพืชตระกูลถั่ว แต่น่าจะไม่ใช่อาหารที่มีกรดยูริคสูงอย่างสัตว์ปีก และที่สำคัญ คือ งาดำมีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งเคยผ่านตาว่าเหมาะกับคนที่ปวดข้อ และช่วยให้เลือดเหลวไม่จับตัวกันเป็นลิ่ม เหมาะกับผู้สูงอายุ ว่างั้นเถอะ... From : Pc [ 11 ส.ค. 47 - 11:51:25 น. ]
|
| ความเห็นที่ 39 สนใจมากเลยค่ะ ลองทานแล้วชอบทานไม่หยุด เลยสงสัยว่าทานงาดำเปล่าๆ จำนวนเยอะเหมือนกัน จะทำให้อ้วน (เพราะเห็นว่ามีน้ำมัน) หรือเป็นอันตรายอื่นๆ หรือไม่คะ From : เกรซ [ 20 ส.ค. 47 - 10:46:24 น. ] |
| Pc |
| ||
|
web moderator | งาดำคั่ว ๒ ช้อนโต๊ะ มีแคลเซียมพอๆ กับ นมสด ๑ กล่อง (๒๕๐ ซีซี) .. วันนึงทาน ๓ ช้อนโต๊ะก็น่าจะพอ นอกจากกรณีที่แน่ชัดว่าร่างกายต้องการแคลเซียมมากเป็นพิเศษ เช่น บาดเจ็บหรือเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก(หรือกล้ามเนื้อในบางกรณี) หรือมีความดันสูง ฯลฯ .. งายังมีธาตุอาหารอื่นอีกหลายชนิด เท่าที่สังเกต ถ้าทานมากเกินไปก็มีอาการร้อนในได้เหมือนกัน .. แม้ว่าธาตุของบางคนอาจจะร้อนในได้ยาก แต่ถ้าทานมากเกินไป ถ่ายแล้วอาจไม่สวยเหมือนตัวจริงได้เหมือนกันครับ... ![]() From : Pc [ 20 ส.ค. 47 - 20:38:52 น. ]
|
| ความเห็นที่ 41 อยากทราบวิธีทำน้ำงาดำค่ะ ใครรู้ช่วยบอกหน่อย จะเป็นพระคุณยิ่ง From : คนรักสุขภาพ [ 30 ก.ย. 47 - 15:44:46 น. ] |
| ความเห็นที่ 42 พอจะมีตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของ ..งาดำ.. ให้ดูบ้างไหมค่ะ อยากทราบว่าถ้าบริโภคจำนวน 100g จะได้ kcal เท่าไหร่ ใครบอกได้ช่วยหน่อยนะคะ จะทำรายงานค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ From : ABC [ 5 พ.ย. 47 - 07:18:34 น. ] |
| Pc |
| ||
|
web moderator | ![]() เรียงธาตุอาหารตามลำดับปริมาณแคลเซียมนะครับ ... คุณ ABC เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชมหรือครับ.. nickname นี้ไม่ค่อยคุ้นหน่ะ... From : Pc [ 5 พ.ย. 47 - 13:39:49 น. ]
|
| ความเห็นที่ 44 เพิ่งอ่านหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเรื่องโรคมะเร็งหายได้ เขียนโดยคุณหมออารีย์ มีเขียนไว้ว่า งาดำมีไขมัน Omega-3 สูง ซึ่งไขมัน Omega-3 เป็นสาเหตุ หนึ่งของโรคมะเร็ง และผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง ตกลงการบริโภคงาดำมีประโยชน์หรือมีโทษกันแน่ ช่วยชี้แนะด้วยครับ From : TB [ 8 พ.ย. 47 - 18:15:23 น. ] |
| ความเห็นที่ 46 อ่านจากหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค เรื่อง ยิ้มสู้มะเร็ง ครับ โดยคุณหมออารีย์ เพิ่งออกวางตลาด ข้อความว่ายังไง เดี๋ยวผมจะ Post ข้อความจากในหนังสือให้อีกที From : TB [ 11 พ.ย. 47 - 17:31:32 น. ] |
| ความเห็นที่ 47 ลูกสาวอายุ 1 ขวบ 2 เดือนชอบทานซุปงาดำมากๆๆเลยไม่ทราบว่าเด็กทานแล้วให้โทษอะไรบ้าง From : คุณแม่มือใหม่ [ 2 ม.ค. 48 - 23:05:27 น. ] |
| ความเห็นที่ 48 อยากรู้วิธีล้างงาให้สะอาดก่อนคั่วจังเลยค่ะ ทำงัยถึงจะล้างพวกเศษผงดำออกให้หมดได้ เพราะให้ตะแกรงล้างก็ยังเหลือเศษอยู่ดี ถ้าแช่ไว้นานไอ้สีดำของงาก็จะออกหมด จนเป็นสีขาว From : เด็กรักสุขภาพ [ 6 ม.ค. 48 - 23:20:56 น. ] |
| ความเห็นที่ 49 คุณ "เด็กรักสุขภาพ" ใช้ตะแกรงร่อนฝุ่น ผง ทราย ออกซะก่อนสิครับ แล้วค่อยล้างด้วยน้ำเกลือ 1 % ผมซื้อตะแกรงร่อนแป้งที่มีโครงขอบเป็นอลูมิเนียมมาจากห้าง makro ราคาถูกกว่าที่อื่นหน่อย แต่มันมีตาถี่ละเอียดเกินกว่าที่ผงทรายจะหลุดลอดลงไปได้ .. จึงไปเดินหามาได้จากห้างเซ็นทรัลอีกอัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว มีตาห่างขึ้นมาอีกหน่อย ลักษณะต่างจากอันแรก แผ่นตะแกรงเป็นสแตนเลสย้อยตกท้องช้าง มีขอบเพียงครึ่งนิ้ว เป็นสแตนเลสเหมือนกัน และมีลวดล้อมขอบยื่นออกมาเป็นมือจับคล้ายที่กรองกะทิ.. |
| ความเห็นที่ 50 เคยทดลองทานเหมือนกันค่ะ ชื่อร้าน"น้ำเต้าหู้พูนสิน1."เขามีน้ำเต้าหู้สูตรธรรมดา,สูตรงาดำ,สูตรชาเขียวแท้ และน้ำฟักทอง ซึ่งเขาทำร้านดูสะอาดดีค่ะ และรสชาติของน้ำเต้าสูตรงาดำของเขาใช้ได้ทีเดียวค่ะ ดิฉันเป็นลูกค้าประจำเลยขอถ่ายรูปร้านมาลงเน็ตเพื่อบอกต่อๆกันค่ะ (สาขา 1.อยู่หน้าหมู่บ้านพูนสิน1, สาขา2. อยู่ซอยราม 24 (หลังตลาดเสรีท่ารถสองแถว) From : nut [ 13 ม.ค. 48 - 20:36:49 น. ] |
ความเห็นที่ 51 ![]() รูปจากกระทู้ข้างบนค่ะ From : nut [ 13 ม.ค. 48 - 20:43:00 น. ] |
| ความเห็นที่ 52 ร้านอาหารเพื่อสุขภาพนั้น ค้นหาแหล่งข้อมูลค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่จะแนะนำโดยเอาความอร่อยเป็นตัวตั้ง... . . . . ขอบคุณคุณ nut ที่ช่วยแนะนำ .. ท่านใดมีร้านเกี่ยวกับ "งาดำ" หรือน้ำเต้าหู้ ก็ช่วยแนะนำเข้ามาอีกเยอะๆ นะครับ จะได้ตามไปชิม... และถ้าคุณผู้อ่านผ่านมาแถว "ตลาดสมบูรณ์ทรัพย์" ถนนสามัคคี (ไม่ไกลจาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ช่วงเช้าจะมีน้ำเต้าหู้อยู่ ๒ เจ้า .. เจ้าดั้งเดิมน้ำเต้าหู้จะข้นอร่อยทีเดียว เป็นรถเข็นอยู่นอกอาคารตลาด(ค่อนไปทางศาลพระพรหม) .. อีกเจ้าอยู่ในหลังคาตลาด น้ำเต้าหู้ข้นน้อยกว่าหน่อย แต่มีงาดำคั่วใหม่ๆ ใส่ให้ด้วย และทอดปาท่องโก๋ขายอยู่ด้วยกัน... From : ชยุต (Pc) [ 14 ม.ค. 48 - 10:17:42 น. ] |
| ความเห็นที่ 53 ขอบคุณมากนะคะสำหรับความรู้จะลองไปปฏิบัติดู อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลย From : ladymoon [ 14 ม.ค. 48 - 20:38:40 น. ] |
| ความเห็นที่ 55 สายๆ ของวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราฯ ได้ฟัง FM 97.0 Mh ( http://www.trinityradio.com/ ) ได้ยิน ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล พูดถึงสูตร ซุปงาดำ ดังนี้ ๑. ต้มข้าวโอ๊ต ๒ ช้อนโต๊ะ ด้วยไฟอ่อน (ให้เดือดเบาๆ ราว ๓ / ๕ นาที ตามชนิดอ่อน / แข็งของข้าวโอ๊ต) ๒. ใส่เกลือ (อย่าเกิน ครึ่ง ช้อนชา) ๓. เติมน้ำเต้าหู้จืด(ชนิดไม่เติมน้ำตาล) ๑ แก้ว (๒๐๐ - ๒๕๐ ซีซี) ตั้งไฟอ่อนต่อไปจนร้อนดี ๔. เติมงาดำคั่ว ๑.๕ ขีด หรือ ๑๕๐ กรัม (คุณหมอพูนพิศไม่ได้พูดถึงว่า ใช้งาอย่างไหน .. คิดว่าใช้งาบดแล้วน่าจะดีกว่า) ๕.๑. ถ้าทำเป็นอาหารคาว เติมน้ำต้มกระดูก ปลา ไก่ ครึ่งแก้ว ๕.๒. ถ้าทำเป็นของหวาน เติมน้ำต้มสุก ครึ่ง แก้ว แล้วปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง ๖. กินได้เลย ![]() From : Pc [ 18 ม.ค. 48 - 10:26:15 น. ] |
| ความเห็นที่ 56 ต้องการทราบวิธีการปลูก From : โจ [ 24 ม.ค. 48 - 16:12:24 น. ] |
| ความเห็นที่ 57 เข้า http://www.google.co.th/ ค้นหาคำว่า "การปลูกงา" ก็ได้มาดังบรรทัดล่าง http://www.doae.go.th/library/html/detail/nga/index.htm คุณโจ จะปลูกไว้กินเอง หรือขายด้วยครับ... |
| ความเห็นที่ 58 ปรกติจะใช้น้ำมันงาผัดอาหารทานที่บ้านแทนน้ำมันพืช แต่เพื่อนพึ่งมาทักว่านำมันงาในอุณหภูมิสูงมากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ควรจะผัดด้วยน้ำมันพืชอื่นก่อน เมื่อเสร็จแล้วจึงเหยาะน้ำมันงาลงไปจึงจะได้ประโยชน์ จริงหรือเปล่าคะ ใครทราบช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะ From : metta [ 29 ม.ค. 48 - 14:04:08 น. ] |
| ความเห็นที่ 59 เคยลองทำน้ำเต้าหู้งาดำดูแล้ว ปรากฏว่ามีงาดำเหลืออยู่มากและสีก็ไม่ค่อยเห็นว่าผสมงาดำ ขอความอนุเคราะห์วิธีทำเพื่อที่จะทำให้สามีที่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่และมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดและไกลตลาดมาก From : ดิฉันชลบุรี [ 31 ม.ค. 48 - 14:39:33 น. ] |
| ความเห็นที่ 60 คุณ metta (ความเห็นที่ 58) ... ถ้าเทียบกับน้ำมันมะกอกชนิดสกัดโดยไม่ผ่านความร้อน(EXTRA VIRGIN) ซึ่งเขาก็นำมาปรุงอาหารจำพวกที่ไม่ใช้ความร้อนเพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ... น้ำมันงาก็น่าจะเช่นเดียวกัน คือถ้าสกัดโดยไม่ผ่านความร้อนก็จะมีคุณค่าทางอาหารเหลืออยู่เยอะ เวลานำมาปรุงอาหารถ้าโดนความร้อนเพียงแป๊บเดียวก็น่าจะยังคงคุณค่าทางอาหารอยู่เกือบครบ . . . . เคยอ่านพบว่า การผัดผักสดด้วยไฟแรงๆ แต่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ นั้น จะได้คุณค่าทางอาหารจากผักมากกว่าการผัดด้วยไฟไม่แรง แต่ใช้ระยะเวลานานๆ ... คุณ ดิฉันชลบุรี (ความเห็นที่ 59) ... ที่ตลาดประชานิเวศน์ 3 ถนนงามวงศ์วาน (เข้าซอยวัดบัวขวัญ) ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี มีคนจีนสูงอายุทำน้ำเต้าหู้งาดำขายอยู่เจ้านึง รสชาติกลมกล่อม สีก็ค่อนข้างดำ แต่ไม่มีกากงาดำปนอยู่เลย .. นอกจากการควบคุมอุณหภูมิในการต้มได้ดีโดยไม่มีกลิ่นไหม้แล้ว เชื่อว่าเขาคงบดงาดำได้อย่างชนิดละเอียดยิบเลย ครกที่เขาใช้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแบบเดียวกับครกในโรงงานพริกแกง ผมรู้จักกับเจ้าของโรงงานน้ำพริกนิตยา เห็นเขาใช้ครกสแตนเลสชนิดที่มีจานลูกกลิ้งขอบคมๆ หมุนกลิ้งไปในร่องโดยรอบของอ่างสแตนเลส .. เชื่อว่าการทำน้ำเต้าหู้งาดำนั้น คงจะเอางาดำซึ่งคั่วแล้ว มาบดต่อจนละเอียดยิบ นำมาผ่านตะแกรงร่อนแป้ง และอาจจะกรองด้วยผ้าขาวบางอีกทีก็ได้ ... แต่โดยส่วนตัวผมชักชอบสูตร ซุปงาดำ โดย ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล ซะแล้วซีครับ.. เพราะข้าวโอ๊ตนั้นเป็นคาโบไฮเดรทที่ดีมากๆ เลย ผมจำสรรพคุณได้ไม่ทั้งหมด..ที่เด่นก็คือ มีผลต่อการมีอายุยืนครับ... |
