00001
Pc งาดำ : วิธีคั่ว & คุณค่าทางอาหาร

web moderator

สืบเนื่องจากกระทู้ เพื่อกระดูก วิ่งบ้าง อย่าขี่จักรยานอย่างเดียว

. . . . ที่ร้านทอดปาท่องโก๋(ตอนเช้า) ในตลาดสมบูรณ์สุข ถนนสามัคคี เขาขายน้ำเต้าหู้ใส่งาดำด้วย ผมเคยขอแบ่งซื้องาดำป่นที่คั่วแล้วมาครั้งละ 5 - 10 บาท ... แต่ระยะหลังมานี้ ผมให้เด็กที่บ้านไปซื้องาดำมาคั่วเอง
- คั่วครั้งแรกก็ไหม้(เนื้อในกลายจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลไหม้)เพราะแกชอบเปิดไฟแรง
- คั่วครั้งที่สองแกรีบดับไฟเตาแก๊สเลยขมเพราะสุกไม่ดี
- คั่วครั้งที่สามแกก็ยังรีบเอาลงครกแล้วตำทันทีเลยยังเปียกน้ำมันงาอยู่เหมือนทุกครั้ง...

วิธีคั่วงาดำ

. . . . เช้าวันนี้ผมไปตลาด ซื้องาดำแบบแพคถุงละครึ่งกิโล 35 บาท (ทั่วไปกิโลละประมาณ 60 บาท) แล้วกลับมาลงมือคั่วเอง แบ่งงาดำเพียง 1 ขีด ลงคั่วไฟอ่อน(มากๆ) ในกระทะอลูมิเนียม ใช้ทัพพีคนถี่ๆ สลับกับยกกระทะส่ายวนให้กระจายทั่วๆ กระทะ พอเม็ดงาดำพองได้ที่ ชิมดูว่าหมดขมและกรอบดีแล้ว ก็ยกลงจากเตาแล้วถ่ายใส่จานใบกว้างๆ เกลี่ยให้กระจายเป็นแพบางๆ พักไว้สัก 15 นาที เมื่อคายความร้อนออกจนอุณหภูมิเย็นลงแล้ว เอาลงตำในครกหินเพียงแค่ให้แหลกทั่วทุกเม็ด ไม่ถึงกับละเอียดมากนัก ก็ได้งาดำป่นที่ร่วน กลิ่นหอมน่ากิน 1 กระปุก...

คุณค่าทางอาหาร

งา : เมล็ดพืชเล็กจิ๋วที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มี 2 แบบ คือ งาดำ และงาขาว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันงาที่ใช้ปรุงอาหารได้ดี เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์
. . . . สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น โปรตีนในงามีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดอะมิโนเมธิโอนีน ในถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนที่จำเป็นตัวนี้น้อย ชาวมังสวิรัติจึงใส่งาลงไปในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้มีสารโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น
. . . . ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น
. . . . งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง อีกทั้งยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง
. . . . เลือกซื้อเมล็ดงาดำและงาขาวที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน เมื่อซึ้อมาแล้วให้เก็บใส่ขวด ปิดฝา เมื่อจะใช้ให้คั่วในปริมาณที่พอใช้ เท่านั้น เพราะถ้าคั่วทิ้งไว้กลิ่นจะไม่หอมและเหม็นหืน
ข้อมูลจาก : http://www.skr.ac.th/Work_M5/food_health/prw/prw.html ...

By : Pc    [ 12 มิ.ย. 46 - 16:04:07 น. ]

ความเห็นที่ 1
ขอบคุณมากครับ ที่เอาความรู้มาแบ่งๆกันครับ เป็นประโยชน์ กับผมโดยตรงเลยครับ
เพราะผมก็เป็นชาวมังสวิรัติคนหนึ่ง
From : P2O5 [ 12 มิ.ย. 46 - 18:11:35 น. ]

ความเห็นที่ 2
ถ้าไม่อยากคั่วเองที่ Carrfour หรือที่ร้านซูเปอร์สโตร์อื่นๆ มีขาย ไปที่ชั้น หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณท์ หรือปั้มบางจากก็มี
From : lotus [ 12 มิ.ย. 46 - 18:36:01 น. ]

ความเห็นที่ 3
จะลองคั่วทานดูบ้างครับ ขอบคุณมากสำหรับสาระดีๆที่นำมาฝากครับ
From : 737 [ 12 มิ.ย. 46 - 18:38:27 น. ]

ความเห็นที่ 4
ที่บ้านก็ทำกินกันบ่อยๆครับ พี่ PC เป็นอาหารทางเหนือ เขาเรียกว่า
ข้าวนึ่งงา วิธีทำงาคล้ายๆ กันครับ แต่ที่บ้าน จะใช้ข้าวเหนียวมาคลุก จิ้ม กับน้ำตาล
เพิ่มรสชาติได้อีกมากเลยครับ
From : Chanchai P. [ 13 มิ.ย. 46 - 08:37:55 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 5 [ 13 มิ.ย. 46 - 10:43:47 น. ]

web moderator


"ตารางแสดงคุณค่าอาหาร" จากอาหาร 100 กรัม ให้แคลเซียมเป็นมิลลิกรัม...
(100 มิลลิกรัม = 1 กรัม; 100 กรัม = 1 ขีดของเครื่องชั่ง; 1,000 กรัม = 1 กิโลกรัม)

คงต้องลองอย่างคุณ Chanchai P. บ้างแล้ว ชอบข้าวเหนียวอยู่เหมือนกัน...

From : Pc    [ 13 มิ.ย. 46 - 10:43:47 น. ]


ความเห็นที่ 6
ขอบคุณ คุณ PC มากครับที่นำสิ่งดี ๆ มาฝาก แต่เอตามตาราง ทำไมงาดำมีแคลเซียมมาก กว่าถั่วดำถึง 10 เท่าทีเดียว 1100 / 110 พวกที่ชอบถั่วดำ(ต้มน้ำตาล) น่าจะหันมาบริโภคงาดำแทนนะ
From : เกษม ฯ [ 13 มิ.ย. 46 - 12:25:56 น. ]

ความเห็นที่ 7
ผมจะซื้องาดำป่น ของกลุ่มมังสวิรัติ สันติอโศก มาโรยข้าวเพิ่มรสชาติเสมอๆ แต่ไม่ค่อยบ่อย วันหลังจะทานให้บ่อยขึ้น มีชาวมังสวิรัติ ที่แข็งแรงๆ รักการขี่จักรยานหลายคน เช่น อาสุทธิชัย หรือคู่ที่ขี่รถ 2 ตอน เขาแข็งแรงดีครับ
From : นายจักรยาน สี(เคย)เหลือง [ 13 มิ.ย. 46 - 23:42:56 น. ]

ความเห็นที่ 8
บัวลอยใส้งาดำในน้ำขิง อร่อยมากครับ ขอบคุณพี่ Pc ครับ
From : น้องเฝือก [ 14 มิ.ย. 46 - 07:33:08 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 9 [ 14 มิ.ย. 46 - 08:01:52 น. ]

web moderator

มีบัวลอยน้ำขิงใส้งาดำ เจ้าหนึ่ง อยู่ในอาคารใหญ่ตรงหัวมุมแรกถึงของตลาดประชานิเวศน์ 1 .. เจ้าอื่นๆ มักจะใช้มันหมูผสมงาให้เกาะเป็นก้อน แต่เจ้านี้ใช้น้ำตาลเป็นตัวประสานแทน อร่อยด้วย ถูกด้วย ลูกโตๆ 4 ลูก 10 บาทเท่านั้น ชาวมังสวิรัติก็กินได้ .. ถ้าคุณ "น้องเฝือก" อยากทานเมื่อไหร่ก็มารับผมสิ จะนำทางไปให้เลี้ยง...

From : Pc    [ 14 มิ.ย. 46 - 08:01:52 น. ]

ความเห็นที่ 10
ขอบคุณมากเลยครับ ผมกำลังต้องการวิธีคั่วงาดำอยู่พอดี บัวลอยน้ำขิงผมก็ชอบเหมือนกัน ปกติจะไปทานที่เยาวราชเพราะไม่ทราบแหล่งอื่น
ปกติเวลาว่างๆ ผมเป็นคนที่ชอบทำอาหาร เคยลองทำบัวลอยน้ำขิง แต่ตอนนี้เลิกล้มความคิดไปแล้ว เพราะทำยากมากๆ รบกวนถามนิดหนึ่งนะครับบัวลอยน้ำขิงที่ตลาดประชานิเวศ 1 ตัวไส้งาดำนี้จะเป็นเหลวๆ ไหลออกมาเวลาเรากัดหรือเปล่าครับ แฮะๆ อยากได้สูตรอ่ะครับ
From : ไมโล [ 15 มิ.ย. 46 - 07:57:59 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 11 [ 15 มิ.ย. 46 - 09:55:58 น. ]

web moderator


บัวลอยน้ำขิงที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 นั้น ไส้งาดำจับตัวกันเป็นก้อนค่อนข้างดี เวลากัดไม่เหลวเล็ดออกมา แต่กลืนแล้วไหลลื่นลงคอไปเลย แม่ค้าเป็นคนจีนอายุราว 50 วันก่อนยืนคุยกัน พี่เขาคงดูออกว่าเราไม่ใช่คนที่คิดจะไปทำขาย เขาเลยอธิบายให้ฟังว่าใช้น้ำตาลทรายเป็นตัวประสาน รายละเอียดมากกว่านี้ คุณไมโลลองขี่จักรยานมาขอสูตรด้วยตัวเองสิครับ จะโทรนัดผมก็ได้ ถ้าว่างจะขี่ไปสมทบ.. แถวนั้นใกล้ตลาด "บองมาร์เช่" ซึ่งมีที่นั่งกินอาหารตลอดแนวริมสระน้ำซึ่งปลูกไม้ประดับไว้งามทีเดียว อาหารจานเดียวมีให้เลือกมากมาย เช่น ข้าวห่อใบบัว ข้าวน้ำพริกลงเรือ ข้าวขาหมู ตือฮวนข้าวเหนียว ขนมจีนผักเยอะๆ โรตีแกงเนื้อ ข้าวยำสงขลา อาหารญวน สเต๊ก และขนมน่ากินอีกหลายเจ้า...

From : Pc    [ 15 มิ.ย. 46 - 09:55:58 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 12 [ 15 มิ.ย. 46 - 10:20:56 น. ]

web moderator


เมื่อพูดถึงตลาด "บองมาร์เช่" แล้ว .. ก็ขอชวนชิมขนมไทยหม้อดินซะทีเดียวไปเลย คือร้าน "จิราภรณ์ขนมไทย" ใครที่ชอบขนมแบบราดน้ำกระทิไม่ควรพลาดเจ้านี้อย่างเด็ดขาด ตามภาพนั้นเป็นช่วงหลังเที่ยงเขาเก็บหม้อดินลงหมดแล้ว ช่วงเช้าเขาเริ่มขายตั้งกะยังไม่แปดโมงดี มีคนตักเป็นเด็กสาวๆ 2 คน หน้าตาแฉล้มแช่มช้อย ผัดแป้งหน้านวลขาวผ่องเป็นยองใย คงถูกใจนักปั่นหนุ่มๆ ในนี้ทีเดียว...
. . . . นอกจากมีตามที่เห็นในภาพแล้ว ช่วงเช้ายังมี เต้าส่วน ลูกเดือยผสมลูกบัว ข้าวโพด ข้าวเหนียวถั่วดำ กับข้าวฟ่างเม็ดเล็กซึ่งหาชิมได้ยากอีกด้วย ถ้าทานที่นั่นตักให้เต็มถ้วยโฟมคิด 10 บาทเท่ากับใส่ถุงกลับบ้าน...
. . . . กระทิสดเจ้านี้หนะ ทั้งเค็ม ทั้งมันกำลังดี แถมยังข้นจนต้องให้ 5 ดาวเลยครับ...

From : Pc    [ 15 มิ.ย. 46 - 10:20:56 น. ]


ความเห็นที่ 13
ก็อยากรู้วิธีคั่วอยู่เหมือนกัน แต่กลัวจะกินไม่ได้ เพราะไม่มีฝีมือ หาซื้อที่เขาทำสำเร็จแล้วแน่นอนกว่าแถวศูนย์การค้าบ้านผมก็มี จะลองกินดู (รู้มานานแล้วแต่ยังไม่อยากกิน)........ฮิ ฮิ..คราวนี้จะได้รู้กัน.....
From : ลุง สมพล Tra. [ 17 มิ.ย. 46 - 22:40:55 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 14 [ 18 มิ.ย. 46 - 10:56:47 น. ]

web moderator

อ.สมพล ครับ...
. . . . แต่ก่อนนี้ความที่ไม่เคยคั่วเอง ก็เลยหาซื้อที่เขาคั่วแล้ว มีอยู่เจ้านึงเป็นงาอบเกลือที่เพื่อนผมซื้อมาฝาก เป็นชนิดไม่บดคือยังเป็นเมล็ดอยู่ ชนิดนี้อยู่ได้นานหน่อย เวลากินก็โรยข้าวโรยน้ำแกงแล้วเคี้ยวไปด้วยกันได้เลย หรือจะตำให้เม็ดพอแตกก็ดี แต่ที่คั่วและบดมาแล้ว ควร(ต้อง)เลือกเจ้าใกล้บ้านที่คั่วใหม่ทุกๆ วัน เพราะกว่าเราจะกินหมดนั้นประมาณ 7-10 วันก็เริ่มหมดความหอม ประมาณ 2 สัปดาห์ก็เริ่มมีกลิ่นหืน ได้ยินเรื่องการบริโภคอาหารเก่าจนเกิดแผลและเชื้อราในลำไส้ซึ่งรักษายากแล้ว ทำให้ต้องปลอดภัยไว้ก่อน
. . . . 2 - 3 วันมานี้ ผมทดลองคั่วงาด้วยไฟอ่อนมากๆ ตอนนี้กำลังสนุกกับการคั่วงา รู้สึกว่าง่ายกว่าปะยางจักรยานเยอะเลย... แต่ยังยากกว่าปอกกล้วยเข้าปากอยู่หน่อยนึง...
. . . . เร็วๆ นี้ ก้อเพิ่งซื้อเครื่องซีลปากถุงพลาสติกให้หลานคนที่ทำขนมครองแครงกรอบ เลยจะลองบรรจุงาคั่วในถุงพลาสติกแล้วซีลเป็นตอนๆ ซัก 3-4 ตอน เพื่อให้เรียบแบนๆ ซึ่งสามารถบรรจุซองสีน้ำตาลขนาด A5 แล้วหยอดตู้ไปรษณีย์ใกล้บ้านส่งแบบเดียวกับซองจดหมายกันกระแทกได้เลย น้ำหนักรวม 100 กรัม ปิดแสตมป์ 3 บาท ถ้าไม่เกิน 250 กรัม ก็เพียง 5 บาทเท่านั้น ถูกกว่าการส่งแบบพัสดุซึ่งคิดค่าส่งกิโลกรัมแรกตั้ง 15 บาท ค่ากล่องอีกเกือบสิบบาท ... ว่าจะส่งไปให้หลายชายที่ อำเภอรัษฎา ซึ่งปวดกระดูกสันหลังตอนล่างแต่ไม่ชอบที่จะคั่วงาทานเอง...

From : Pc    [ 18 มิ.ย. 46 - 10:56:47 น. ]

ความเห็นที่ 15
"ถ้าคุณ "น้องเฝือก" อยากทานเมื่อไหร่ก็มารับผมสิ จะนำทางไปให้เลี้ยง..."

จะนำทางไปให้เลี้ยง หรือจะนำทางไปเลี้ยงให้ครับ...พี่Pc

From : น้องเฝือก [ 2 ก.ค. 46 - 09:15:09 น. ]


Pc
ความเห็นที่ 16 [ 2 ก.ค. 46 - 11:51:49 น. ]

web moderator

การรับเลี้ยงจากคนวัยทำงานนี่ ชื่นใจคนใกล้แก่แน่ๆ เลย...
From : Pc    [ 2 ก.ค. 46 - 11:51:49 น. ]

ความเห็นที่ 17
ลองกินงาดำตามแบบคุณ PC ดู
เลยไปซื้องาดำมา 1/2 กก
ล้างน้ำแล้วสเด็ดล้างในน้ำเกลือต่อ
กรองสเด็ดแล้วใส่ในตู้อบ(ใส่ถาด)
อุณหภูมิ120 30นาที แล้วต่อด้วย
อุณหภูมิ100 1 ชม
ตั้งทิ้งไว้จนเกือบเย็น
ใส่กระปุกมิดชิดเก็บไว้กิน
ได้รู้รสชาติ เค็มๆมันๆหอมกลิ่นงาดีมาก
กำลังทดสอบกินไปเรื่อยๆว่าคุณภาพจะอยู่ได้กี่วัน
From : TIGERSONG [ 3 ก.ค. 46 - 23:24:17 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 18 [ 4 ก.ค. 46 - 00:37:57 น. ]

web moderator

วิธีการของคุณ TIGERSONG คงได้งาที่สะอาดมากเลย แต่อ่านดูแล้วคงจะไม่ตำหรือบดละเอียด คล้ายๆ กับงาดำอบเกลือที่เพื่อนผมเคยให้มาลองชิม ถ้าไม่บดอาจจะอยู่ได้นานเป็นเดือนๆ เลยครับ คุณ TIGERSONG ...
From : Pc    [ 4 ก.ค. 46 - 00:37:57 น. ]

ความเห็นที่ 19
ใช่ครับไม่ได้บด พอเคียวแล้วมันหอมอย่าบอกใครเชียวครับ
From : TIGERSONG [ 4 ก.ค. 46 - 17:41:21 น. ]

ความเห็นที่ 20
อ่านแล้วขอบคุณมากเลย
From : เราชาวหาดใหญ่ [ 27 เม.ย. 47 - 08:17:51 น. ]

ความเห็นที่ 21
ความรู้ที่ให้มาอ่านแล้วจริงทุกประการเลยค่ะ
ฉันกินงาขาวคั่วกับนมจืดพร่องมันเนยวันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-กลางวัน ทุกวัน
พ่อแนะนำให้กิน กินมา 5 ปีแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่รู้ว่า แคลเซียมในงา มีเยอะมาก
ต้องขอบคุณมากนะค่ะ ทีนี้แหล่ะ กระดูกจะได้แข็งแรงๆๆๆๆ
From : Apple++TREK 8000(".)chonburi [ 27 เม.ย. 47 - 18:42:12 น. ]

ความเห็นที่ 22
สงสัยต้องไปหามากิน อิอิ
From : ใหม่ [ 28 เม.ย. 47 - 09:48:16 น. ]

ความเห็นที่ 23
เพื่อนๆที่ไปปั่นแถวสวนรถไฟ ปั่นเสร็จให้ลองไปทานอาหารมังสวิรัตของลุงจำลองดูสิครับ ผมว่าอร่อยและมีประโยชน์มากนะครับ และที่สำคัญ ราคาถูกมาก.....ขอบอก
From : น้องเฝือก [ 28 เม.ย. 47 - 20:33:52 น. ]

ความเห็นที่ 24
ต้องหามากินบ้างแล้ว
From : โน้ต [ 8 มิ.ย. 47 - 15:19:31 น. ]

ความเห็นที่ 25
กินบ้างจิ
From : อุ้ม [ 8 มิ.ย. 47 - 15:20:45 น. ]

ความเห็นที่ 26
อ่านแล้วน่าสนใจ
From : WT:-D [ 8 มิ.ย. 47 - 15:59:39 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 27 [ 9 มิ.ย. 47 - 13:54:57 น. ]

web moderator

วิธีอบงาดำด้วยฝาอบลมร้อน

๑. ใช้งาดำชนิดบรรจุถุงละครึ่งกิโล(๕๐๐ กรัม) ราคาประมาณ ๒๗ - ๓๐ บาท แบ่งมาอบครั้งละ ๒๕๐ กรัม (ถ้าใส่ถาดอบแล้วหนาเกิน ๑ ซม. จะแห้งช้ามาก และต้องเปิดฝาอบเพื่อใช้ทัพพีกลับส่วนข้างล่างที่ยังชื้นให้ขึ้นมาอยู่ข้างบนกันหลายครั้ง)
๒. เอางาดำใส่ในที่กรองกะทิ แล้วร่อนฝุ่นและผงทรายออกให้หมด
๓. เตรียมอ่างใส่น้ำ 2 ลิตร เกลือหยาบ(จะได้ถูกหน่อย) ๑ ช้อนโต๊ะ แล้วเอางาดำ(ทั้งที่กรองกะทิ) จุ่มลงไปล้างในอ่างน้ำเกลือ(รีบเอาขึ้นนะครับ ถ้าแช่ทิ้งไว้นานแล้วอาจเค็มมากไป)
๔. สะเด็ดน้ำให้ไม่หยด แล้วถ่ายงาดำลงในที่ร่อนแป้งแบบอลูมิเนียมกว้างๆ (แมคโครขายที่ร่อนแป้งอลูมิเนียม ถูกกว่าในห้างทั่วไป)
๕. นำที่ร่อนแป้งอลูมิเนียมซึ่งบรรจุงาดำ เข้าอบในฝาอบลมร้อน ตั้งอุณหภูมิ ๑๕๐ องศา (ร้อนกว่านี้ไส้เม็ดงาจะปะทุแตก แล้วจะเก็บไว้ได้ไม่นาน) อบครั้งแรกประมาณ ๒๐ - ๒๕ นาที .. คอยสังเกตว่า.. เมื่อเห็นด้านบนแห้งแล้ว ก้อเปิดฝาอบใช้ทัพพีกลับส่วนข้างล่างที่ยังชื้นให้ขึ้นมาอยู่ข้างบน .. จากนั้นก็ลดอุณหภูมิลงมาที่ ๑๓๐ องศา แล้วอบครั้งที่สองอีกราว ๒๐ - ๒๕ นาที หรือจนกว่างาจะสุกและแห้งดีแล้ว (สังเกตตรงใจกลางถาดใส่งา ถ้าแห้งดีแล้ว ลมร้อนที่พัดเวียนเป็นวงกลม จะหมุนงาให้นูนขึ้นมาตรงใจกลางของถาดอบ)
๖. ถ้าจะตำหรือป่นด้วยเครื่องบด ต้องปล่อยไว้ให้เย็นซะก่อน น้ำมันงาจะได้ไม่จับตัวกันเป็นก้อน แต่ผมชอบแบบเป็นเม็ด นอกจากเก็บใส่ขวดไว้ได้นานกว่าแล้ว ยังเคี้ยวเล่นในยามว่างได้อร่อยกว่าอย่างผง แต่กินเพียงวันละ ๑ - ๒ ช้อนโต๊ะก็พอ เพราะมากไปแล้วอาจร้อนในได้ครับ...
. . . . งาดำ นั้นมิใช่แค่เสริมแคลเซียมหรอกนะครับ.. เพราะมีแคลเซียมอยู่ถึง ๑๑ % (เยอะที่สุดในบรรดาธัญพืช) แถมยังมีแมกนีเซียมอยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสมอีกด้วย (เคยอ่านผ่านตาว่า ถ้ากินแคลเซียมโดดๆ ไปนานๆ อาจกดปริมาณแมกนีเซียมในร่างกายให้มีสัดส่วนต่ำลงจนอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ)

From : Pc    [ 9 มิ.ย. 47 - 13:54:57 น. ]


ความเห็นที่ 28
อยากทราบวิธีทำน้ำงาดำ ที่เขาทำขายกัน แต่อยากทำเอง เพราะเป็นห่วงเรื่องความสะอาด ใครทราบช่วยบอกที(อย่างละเอียดนะ)
From : เหมียว [ 10 มิ.ย. 47 - 21:59:38 น. ]

ความเห็นที่ 29
ถึงคุณเหมียวสูตรในการทำน้ำงาดำนั้นเป็นสูตรเฉพาะแต่ละผู้ผลิต แต่ที่ผมและนักจักรยานในทีม
Bikenet ดื่มทุกวันนั้นรับรองในเรื่องความสะอาดครับ ถ้าสนใจที่จะดื่มน้ำงาดำที่มีคุณค่าทางโภช
นาการ ติดต่อที่ผมได้ตามเบอร์นี้ครับ 09-2164072 (ชีวิน-Bikenet)
From : ชีวิน bikenet [ 10 มิ.ย. 47 - 22:45:37 น. ]

ความเห็นที่ 30
อยากรู้วิธีทำน้ำงาดำค่ะ อยากลองทำเองไว้ดื่ม ใครทราบวิธีทั่วไปในการทำ ไม้ต้องบอกเคล็ดลับก็ได้ค่ะ อยากทราบขั้นตอนการทำค่ะ ถือว่าเป็นวิทยาทานนะคะ
From : เอมี่ [ 14 ก.ค. 47 - 10:35:38 น. ]

ความเห็นที่ 31
น้ำเต้าหู้งาดำ "ออมทรัพย์" มีขายทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 - 09.00 น. และ 17.00 ถึง 21.00 น อยู่ในหมู่บ้านจิระนคร อำเภอเมืองบุรีรัมย์ โทร 017253989
น้ำเต้าหู้ที่เน้นคุณภาพ เพื่อสุขภาพของทุกคน
From : น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์ [ 17 ก.ค. 47 - 22:18:50 น. ]

ความเห็นที่ 32
น้ำเต้าหู้ "ออมทรัพย์" สูตรผสมงาดำ อร่อย หอม มัน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน
เปิดขายทุกวัน อยู่ที่ หมู่บ้านจิระนคร ซอย 2 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สอบถามรายละเอียด 017253989 "น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์"



From : น้ำเต้าหู้ออมทรัพย์ [ 17 ก.ค. 47 - 22:35:13 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 33 [ 18 ก.ค. 47 - 14:10:30 น. ]

web moderator

ไว้ไปบุรีรัมย์เมื่อไหร่จะแวะไปชิมน้ำเต้าหู้ "ออมทรัพย์" สูตรผสมงาดำซักถ้วย... แล้วแม่ค้าตัวน้อยๆ ทั้งสองคนนี้ขี่จักรยานด้วยรึเปล่าล่ะ ถ้าขี่จักรยานด้วยจะช่วยอุดหนุน ๓ ถ้วยเลย...

. . . . ในตลาดประชานิเวศน์ ๓ (ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี) ก็มีน้ำเต้าหู้สูตรผสมงาดำอยู่เจ้านึง เจ้าของเป็นคนจีนค่อนข้างสูงอายุ อร่อยดีเหมือนกัน แต่ไม่เล่าวิธีทำให้ฟัง...
. . . . ในตลาดสมบูรณ์สุข ถนนสามัคคี มีน้ำเต้าหู้อีกเจ้า ซึ่งเขาคั่วงาดำเอง(แทบทุกวัน) มีคนมาขอซื้อครั้งละ ๕๐ บาทก็มี ... ผมเคยไปยืนดูลูกน้องเขาคั่วงาด้วยเตาแก๊สปิคนิค เขาปิดแก๊สตรงขอบนอกโดยปล่อยให้มีไฟเฉพาะวงตรงกลาง(ไม่แรงนัก) ... เขาใช้งาดำครั้งละประมาณ ๓ - ๔ ขีด (ไม่เกินครึ่งกิโล) ร่อนฝุ่นทรายออกด้วยที่ร่อนแป้ง(ผมใช้ที่กรองกะทิแบบอลูมิเนียมซึ่งรูใหญ่กว่าที่ร่อนแป้งนิดหน่อย) แต่ไม่ล้างด้วยน้ำเกลือ ... เขาคั่วนานถึง ๑ ชม.เต็มๆ โดยใช้ทัพพีคนตลอดเวลา(หยุดมือเมื่อไหร่ได้กลิ่นไหม้เมื่อนั้น) ... ผมยืนดูอยู่ไม่นาน แต่เขาบอกว่า เมื่องาสุกได้ที่จะโชยกลิ่นหอมไกลไปถึงร้านข้างๆ ที่อยู่ห่างออกไปราว ๕ เมตร พอร้านค้าทุกด้านบอกว่า "หอม" พร้อมๆ กัน ก็เป็นอันว่างาสุกได้ที่แล้ว จากนั้นก็เอาลงจากเตาปล่อยให้เย็นสนิทจึงค่อยนำเข้าเครื่องบด(ตำด้วยครกหินก็ได้)
. . . . ผมกลับมาลองคั่วด้วยวิธีของเขาบ้าง แต่เปิดไฟเตาแก๊สไม่เหมือนเขา คือเปิดแก๊สเบาๆ แต่เปิดทั้งวงในและขอบนอก คั่วไม่หยุดมือเหมือนกัน แต่พอครบชั่วโมงก็มีกลิ่นไหม้หน่อยๆ .. ซึ่งไฟคงรนก้นกระทะทั่วเกินไป ... ผมเลยกลับมาใช้เตาไฟฟ้าแบบฝาอบไอร้อนเหมือนเดิม ... หลังจากร่อนฝุ่นทราย ล้างด้วยน้ำเกลือ(น้ำ ๒ ลิตร : เกลือหยาบ ๑ ช้อนโต๊ะ) แล้วเทลงในที่ร่อนแป้งแบบอลูมิเนียมกว้างๆ ให้หนาไม่เกิน ๒ ซม. ... อบ ๒ ครั้งด้วยอุณหภูมิ ๑๕๐ องศาเซนเซียส ครั้งแรกอบนาน ๓๐ นาที แล้วใช้ทัพพีคนพลิกกลับงาให้ทั่ว ครั้งที่ ๒ อบต่ออีก ๓๐ นาที งาก็จะแห้งดี ปล่อยให้เย็นสนิทแล้วนำเข้าเครื่องบดก็จะได้ "งาดำคั่ว" ที่หอมกรุ่นจริงๆ ครับ...
. . . . ถ้าอบถั่วลิสง ผมใช้อุณหภูมิ ๑๗๐ องศาเซนเซียส ในเวลา ๑ ชม.เหมือนกัน จึงสันนิษฐานว่าระยะเวลาที่จำต้องนานถึง ๑ ชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำให้งาสุกจนได้ที่จนมีกลิ่นหอมกรุ่น

From : Pc    [ 18 ก.ค. 47 - 14:10:30 น. ]

ความเห็นที่ 35
เห็นเค้าทานกัน แต่ไม่ทราบว่าจะมีประโยชน์มากขนาดนี้ ต้องลองบ้างแล้ว ขอบคุณมากค่ะ
From : นครนายก [ 9 ส.ค. 47 - 11:47:52 น. ]

ความเห็นที่ 36
สุดยอดข้อมูลที่ให้ประโยชน์ผมทานประจำเลยอะไรที่มีงาผสมอร่อยมาก....ขอบคุณครับ...ขอให้ชาวเสือทานแล้วสุขภาพจะดียิ่งขึ้นไป....แข็งแรง..แข็งแรง...แข่งจะได้ชัยชนะ....บาย

From : เสือสีคิ้ว [ 10 ส.ค. 47 - 06:42:27 น. ]

ความเห็นที่ 37
มีใครทราบไหมคะว่า งาดำ มีสารยูริคหรือเปล่า คืออยากให้คนที่บ้านทานหนะคะแต่เขามีค่า
ยูริคสูงอยู่แล้ว
From : เกรซ [ 11 ส.ค. 47 - 11:07:44 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 38 [ 11 ส.ค. 47 - 11:51:25 น. ]

web moderator

ผมยังไม่ได้ค้นดูว่า "งาดำ" จัดอยู่ในกลุ่มธัญพืชหรือพืชตระกูลถั่ว แต่น่าจะไม่ใช่อาหารที่มีกรดยูริคสูงอย่างสัตว์ปีก
และที่สำคัญ คือ งาดำมีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งเคยผ่านตาว่าเหมาะกับคนที่ปวดข้อ และช่วยให้เลือดเหลวไม่จับตัวกันเป็นลิ่ม เหมาะกับผู้สูงอายุ ว่างั้นเถอะ...

From : Pc    [ 11 ส.ค. 47 - 11:51:25 น. ]

ความเห็นที่ 39
สนใจมากเลยค่ะ ลองทานแล้วชอบทานไม่หยุด เลยสงสัยว่าทานงาดำเปล่าๆ จำนวนเยอะเหมือนกัน จะทำให้อ้วน (เพราะเห็นว่ามีน้ำมัน) หรือเป็นอันตรายอื่นๆ หรือไม่คะ
From : เกรซ [ 20 ส.ค. 47 - 10:46:24 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 40 [ 20 ส.ค. 47 - 20:38:52 น. ]

web moderator

งาดำคั่ว ๒ ช้อนโต๊ะ มีแคลเซียมพอๆ กับ นมสด ๑ กล่อง (๒๕๐ ซีซี) .. วันนึงทาน ๓ ช้อนโต๊ะก็น่าจะพอ นอกจากกรณีที่แน่ชัดว่าร่างกายต้องการแคลเซียมมากเป็นพิเศษ เช่น บาดเจ็บหรือเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก(หรือกล้ามเนื้อในบางกรณี) หรือมีความดันสูง ฯลฯ .. งายังมีธาตุอาหารอื่นอีกหลายชนิด เท่าที่สังเกต ถ้าทานมากเกินไปก็มีอาการร้อนในได้เหมือนกัน .. แม้ว่าธาตุของบางคนอาจจะร้อนในได้ยาก แต่ถ้าทานมากเกินไป ถ่ายแล้วอาจไม่สวยเหมือนตัวจริงได้เหมือนกันครับ...

From : Pc    [ 20 ส.ค. 47 - 20:38:52 น. ]

ความเห็นที่ 41
อยากทราบวิธีทำน้ำงาดำค่ะ ใครรู้ช่วยบอกหน่อย จะเป็นพระคุณยิ่ง
From : คนรักสุขภาพ [ 30 ก.ย. 47 - 15:44:46 น. ]

ความเห็นที่ 42
พอจะมีตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของ ..งาดำ.. ให้ดูบ้างไหมค่ะ อยากทราบว่าถ้าบริโภคจำนวน 100g จะได้ kcal เท่าไหร่ ใครบอกได้ช่วยหน่อยนะคะ จะทำรายงานค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ

From : ABC [ 5 พ.ย. 47 - 07:18:34 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 43 [ 5 พ.ย. 47 - 13:39:49 น. ]

web moderator


เรียงธาตุอาหารตามลำดับปริมาณแคลเซียมนะครับ ... คุณ ABC เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชมหรือครับ.. nickname นี้ไม่ค่อยคุ้นหน่ะ...

From : Pc    [ 5 พ.ย. 47 - 13:39:49 น. ]

ความเห็นที่ 44
เพิ่งอ่านหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเรื่องโรคมะเร็งหายได้ เขียนโดยคุณหมออารีย์
มีเขียนไว้ว่า งาดำมีไขมัน Omega-3 สูง ซึ่งไขมัน Omega-3 เป็นสาเหตุ
หนึ่งของโรคมะเร็ง และผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง
ตกลงการบริโภคงาดำมีประโยชน์หรือมีโทษกันแน่
ช่วยชี้แนะด้วยครับ
From : TB [ 8 พ.ย. 47 - 18:15:23 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 45 [ 8 พ.ย. 47 - 19:28:33 น. ]

web moderator

ผมเคย save ไฟล์บทความขนาด ๑๕ หน้า A4 ชื่อ "มะเร็ง (ถึงไม่เป็นก็น่าอ่าน...น๊ะ)" ...เป็นเรื่องของนายแพทย์อารีย์ วชิรมโน กับประสบการณ์รักษามะเร็งหายได้ด้วยตัวเอง ... สัมภาษณ์โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ... ผมแนบไฟล์มาใน post นี้ด้วย ลองคลิกดูใน icon รูปแฟ้มไฟไหม้ ... ผมลองใช้คำสั่งค้นหาคำว่า "งา" / "งาดำ" / "โอเมกา" / "Omega" แต่ไม่พบในบทความทั้ง ๑๕ หน้า ... พบแต่ที่คุณหมออารีย์ฯ พูดถึงคนอายุยืนที่สุดในโลกกิน "บัวบก" เป็นอาหารประจำวัน (ซึ่งบางตำราก็ไม่แนะนำให้กินมากเกินไป)... คุณ TB เขียนเล่าประโยคหนึ่งว่า "ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง" แต่ก็ยังอ่านไม่พบเลยว่าคุณหมออารีย์ฯ เป็นโรคมะเร็งเนื่องจากการกินงาดำหรือไม่ (ซึ่งถ้าระบุว่าเป็นเพราะกินงาดำ คงต้องหาข้อมูลกันยกใหญ่ ก่อนที่จะกินต่อหรือเลิกกิน)

คุณ TB ลองคัดลอกบทความหรือข้อความที่ระบุว่า "งาดำมีไขมัน Omega-3 สูง ซึ่งไขมัน Omega-3 เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง และผู้ป่วยโรคมะเร็งควรเลี่ยง" นั้นมาทั้ง paragraph ได้ไหมครับ ... เพื่อนๆ จะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น .. เดี๋ยวนี้มีข่าวว่าสารอาหารชนิดนั้นชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเยอะมาก .. แต่เพิ่งเคยเห็นข้อความที่คุณ TB พูดถึง Omega -3 .. สำหรับงาคั่วนั้น ถ้าซื้อที่คั่วไว้แล้วนานๆ โอกาสที่จะมีเชื้อราก็น่าจะมาก ยิ่งถ้าเป็นเชื้อราตัวเดียวกับในถั่วลิสงก็เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้เช่นกัน .. ผมจึงพูดถึงแต่งาที่คั่วเอง .. ของอย่างนี้ควรอ่านจากผู้เขียนหลายๆ คน คืออ่านทั้งหนังสือที่แพทย์ เภสัชกร นักโภชนาการ และนักวิทยาศาสตร์การอาหารด้วยก็จะมั่นใจมากขึ้น ..
. . . . เราน่าจะกินอะไรด้วยเหตุผลสนับสนุนจากหลายผู้รู้หลายๆ คน มากกว่าจะเลิกกินอะไรด้วยบางประโยคของผู้รู้บางคน .. ลองอ่านหนังสือชื่อ "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" ที่เรียบเรียงโดย รศ.นพ.ดร. สมพงศ์ สหพงศ์ อีกซักเล่มสิครับ...

From : Pc    [ 8 พ.ย. 47 - 19:28:33 น. ]

ความเห็นที่ 46
อ่านจากหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค เรื่อง ยิ้มสู้มะเร็ง ครับ
โดยคุณหมออารีย์ เพิ่งออกวางตลาด
ข้อความว่ายังไง เดี๋ยวผมจะ Post ข้อความจากในหนังสือให้อีกที
From : TB [ 11 พ.ย. 47 - 17:31:32 น. ]

ความเห็นที่ 47
ลูกสาวอายุ 1 ขวบ 2 เดือนชอบทานซุปงาดำมากๆๆเลยไม่ทราบว่าเด็กทานแล้วให้โทษอะไรบ้าง
From : คุณแม่มือใหม่ [ 2 ม.ค. 48 - 23:05:27 น. ]

ความเห็นที่ 48
อยากรู้วิธีล้างงาให้สะอาดก่อนคั่วจังเลยค่ะ ทำงัยถึงจะล้างพวกเศษผงดำออกให้หมดได้ เพราะให้ตะแกรงล้างก็ยังเหลือเศษอยู่ดี ถ้าแช่ไว้นานไอ้สีดำของงาก็จะออกหมด จนเป็นสีขาว

From : เด็กรักสุขภาพ [ 6 ม.ค. 48 - 23:20:56 น. ]

ความเห็นที่ 49
คุณ "เด็กรักสุขภาพ" ใช้ตะแกรงร่อนฝุ่น ผง ทราย ออกซะก่อนสิครับ แล้วค่อยล้างด้วยน้ำเกลือ 1 %

ผมซื้อตะแกรงร่อนแป้งที่มีโครงขอบเป็นอลูมิเนียมมาจากห้าง makro ราคาถูกกว่าที่อื่นหน่อย แต่มันมีตาถี่ละเอียดเกินกว่าที่ผงทรายจะหลุดลอดลงไปได้ .. จึงไปเดินหามาได้จากห้างเซ็นทรัลอีกอัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว มีตาห่างขึ้นมาอีกหน่อย ลักษณะต่างจากอันแรก แผ่นตะแกรงเป็นสแตนเลสย้อยตกท้องช้าง มีขอบเพียงครึ่งนิ้ว เป็นสแตนเลสเหมือนกัน และมีลวดล้อมขอบยื่นออกมาเป็นมือจับคล้ายที่กรองกะทิ..
. . . . อันหลังนี้ใช้ดี ร่อนฝุ่น ผง และทราย ออกได้มาก จะว่าเกือบหมดก็ว่าได้ ถ้าไม่รังเกียจฝุ่นดินที่เหลือติดผิวของงาดำอีกหน่อย ก็เอาไปคั่วหรืออบได้เลย .. แต่ถ้าจะล้างก็หากะละมังที่ใหญ่กว่าตะแกรงซักหน่อย เติมน้ำ 2 ลิตร กับเกลือหยาบ 20 CC. (1 ช้อนโต๊ะพูนๆ) แล้วใช้ตะแกรงใส่งาดำประมาณ 250 - 500 กรัม ลงไปล้างในน้ำเกลือ ยกตะแกรงขึ้น-ลงให้ฝุ่น ผง ทราย ร่วงหลุดลอดตาข่ายลงไป ใช้ทัพพีคนให้ทั่วอีกครั้ง แล้วรีบยกขึ้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง (ถ้าแช่นานเกิน 5 นาที ก็อาจจะเค็ม) ตอนเทน้ำเกลือทิ้งจะเห็นตะกอนดินอยู่ก้นกะละมัง .. ก่อนหรือหลังการล้างด้วยน้ำเกลือไม่จำเป็นต้องล้างด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลืออย่างเดียวก็ล้างฝุ่น ผง ทราย ได้เกลี้ยงเกลา (เคี้ยวไม่เจอทรายแล้ว)

จากนั้นก็เทงาดำใส่ถาดไปตากแดดจนแห้งดี ..
. . . . การคั่ว..ถ้ากลัวไหม้ก็ใช้กระทะหนาๆ ใบใหญ่ซักหน่อย จะได้กระจายความร้อนไม่ให้ร้อนมากเกินไป .. ใช้ไฟอ่อนที่สุด คั่วแบบไม่หยุดมือ คอยสังเกตว่าถ้าร้อนมากจนมีควันลอยขึ้นก็ต้องรีบยกกระทะสูงขึ้นให้ห่างไฟสักครู่ พอควันหยุดลอยจึงค่อยคั่วต่อ และต้องใช้เวลานานประมาณ 1 ชม. จึงจะหอม
. . . . แต่ถ้าใช้วิธีอบก็อบทั้งเปียกๆ ได้เลย .. ครึ่งชั่วโมงแรกตั้งอุณหภูมิที่ 150 องศาเซนเซียส(ตามสูตรของคุณ TIGERSONG) ครบครึ่งชม. ใช้ทัพพีคนงาดำพลิกไปพลิกมาให้ทั่ว แล้วลดอุณหภูมิลงมาที่ 130 องศา อบต่ออีกครึ่งชม. ถ้าแห้งดีและส่งกลิ่นหอมกรุ่นๆ แล้ว ก็ใช้ได้เลยครับ...

From : ชยุต (Pc) [ 7 ม.ค. 48 - 08:08:04 น. ]


ความเห็นที่ 50
เคยทดลองทานเหมือนกันค่ะ ชื่อร้าน"น้ำเต้าหู้พูนสิน1."เขามีน้ำเต้าหู้สูตรธรรมดา,สูตรงาดำ,สูตรชาเขียวแท้ และน้ำฟักทอง ซึ่งเขาทำร้านดูสะอาดดีค่ะ และรสชาติของน้ำเต้าสูตรงาดำของเขาใช้ได้ทีเดียวค่ะ ดิฉันเป็นลูกค้าประจำเลยขอถ่ายรูปร้านมาลงเน็ตเพื่อบอกต่อๆกันค่ะ
(สาขา 1.อยู่หน้าหมู่บ้านพูนสิน1, สาขา2. อยู่ซอยราม 24 (หลังตลาดเสรีท่ารถสองแถว)
From : nut [ 13 ม.ค. 48 - 20:36:49 น. ]

ความเห็นที่ 51

รูปจากกระทู้ข้างบนค่ะ
From : nut [ 13 ม.ค. 48 - 20:43:00 น. ]

ความเห็นที่ 52
ร้านอาหารเพื่อสุขภาพนั้น ค้นหาแหล่งข้อมูลค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่จะแนะนำโดยเอาความอร่อยเป็นตัวตั้ง...
. . . . ขอบคุณคุณ nut ที่ช่วยแนะนำ .. ท่านใดมีร้านเกี่ยวกับ "งาดำ" หรือน้ำเต้าหู้ ก็ช่วยแนะนำเข้ามาอีกเยอะๆ นะครับ จะได้ตามไปชิม... และถ้าคุณผู้อ่านผ่านมาแถว "ตลาดสมบูรณ์ทรัพย์" ถนนสามัคคี (ไม่ไกลจาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ช่วงเช้าจะมีน้ำเต้าหู้อยู่ ๒ เจ้า .. เจ้าดั้งเดิมน้ำเต้าหู้จะข้นอร่อยทีเดียว เป็นรถเข็นอยู่นอกอาคารตลาด(ค่อนไปทางศาลพระพรหม) .. อีกเจ้าอยู่ในหลังคาตลาด น้ำเต้าหู้ข้นน้อยกว่าหน่อย แต่มีงาดำคั่วใหม่ๆ ใส่ให้ด้วย และทอดปาท่องโก๋ขายอยู่ด้วยกัน...

From : ชยุต (Pc) [ 14 ม.ค. 48 - 10:17:42 น. ]

ความเห็นที่ 53
ขอบคุณมากนะคะสำหรับความรู้จะลองไปปฏิบัติดู อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลย
From : ladymoon [ 14 ม.ค. 48 - 20:38:40 น. ]

ความเห็นที่ 55
สายๆ ของวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราฯ ได้ฟัง FM 97.0 Mh ( http://www.trinityradio.com/ ) ได้ยิน ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล พูดถึงสูตร ซุปงาดำ ดังนี้
๑. ต้มข้าวโอ๊ต ๒ ช้อนโต๊ะ ด้วยไฟอ่อน (ให้เดือดเบาๆ ราว ๓ / ๕ นาที ตามชนิดอ่อน / แข็งของข้าวโอ๊ต)
๒. ใส่เกลือ (อย่าเกิน ครึ่ง ช้อนชา)
๓. เติมน้ำเต้าหู้จืด(ชนิดไม่เติมน้ำตาล) ๑ แก้ว (๒๐๐ - ๒๕๐ ซีซี) ตั้งไฟอ่อนต่อไปจนร้อนดี
๔. เติมงาดำคั่ว ๑.๕ ขีด หรือ ๑๕๐ กรัม (คุณหมอพูนพิศไม่ได้พูดถึงว่า ใช้งาอย่างไหน .. คิดว่าใช้งาบดแล้วน่าจะดีกว่า)
๕.๑. ถ้าทำเป็นอาหารคาว เติมน้ำต้มกระดูก ปลา ไก่ ครึ่งแก้ว
๕.๒. ถ้าทำเป็นของหวาน เติมน้ำต้มสุก ครึ่ง แก้ว แล้วปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง
๖. กินได้เลย

From : Pc [ 18 ม.ค. 48 - 10:26:15 น. ]

ความเห็นที่ 56
ต้องการทราบวิธีการปลูก
From : โจ [ 24 ม.ค. 48 - 16:12:24 น. ]

ความเห็นที่ 57
เข้า http://www.google.co.th/ ค้นหาคำว่า "การปลูกงา" ก็ได้มาดังบรรทัดล่าง
http://www.doae.go.th/library/html/detail/nga/index.htm

คุณโจ จะปลูกไว้กินเอง หรือขายด้วยครับ...

From : Pc [ 25 ม.ค. 48 - 13:44:45 น. ]


ความเห็นที่ 58
ปรกติจะใช้น้ำมันงาผัดอาหารทานที่บ้านแทนน้ำมันพืช แต่เพื่อนพึ่งมาทักว่านำมันงาในอุณหภูมิสูงมากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ควรจะผัดด้วยน้ำมันพืชอื่นก่อน เมื่อเสร็จแล้วจึงเหยาะน้ำมันงาลงไปจึงจะได้ประโยชน์ จริงหรือเปล่าคะ ใครทราบช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะ
From : metta [ 29 ม.ค. 48 - 14:04:08 น. ]

ความเห็นที่ 59
เคยลองทำน้ำเต้าหู้งาดำดูแล้ว ปรากฏว่ามีงาดำเหลืออยู่มากและสีก็ไม่ค่อยเห็นว่าผสมงาดำ ขอความอนุเคราะห์วิธีทำเพื่อที่จะทำให้สามีที่ป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่และมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดและไกลตลาดมาก

From : ดิฉันชลบุรี [ 31 ม.ค. 48 - 14:39:33 น. ]

ความเห็นที่ 60
คุณ metta (ความเห็นที่ 58) ... ถ้าเทียบกับน้ำมันมะกอกชนิดสกัดโดยไม่ผ่านความร้อน(EXTRA VIRGIN) ซึ่งเขาก็นำมาปรุงอาหารจำพวกที่ไม่ใช้ความร้อนเพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ... น้ำมันงาก็น่าจะเช่นเดียวกัน คือถ้าสกัดโดยไม่ผ่านความร้อนก็จะมีคุณค่าทางอาหารเหลืออยู่เยอะ เวลานำมาปรุงอาหารถ้าโดนความร้อนเพียงแป๊บเดียวก็น่าจะยังคงคุณค่าทางอาหารอยู่เกือบครบ
. . . . เคยอ่านพบว่า การผัดผักสดด้วยไฟแรงๆ แต่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ นั้น จะได้คุณค่าทางอาหารจากผักมากกว่าการผัดด้วยไฟไม่แรง แต่ใช้ระยะเวลานานๆ ...

คุณ ดิฉันชลบุรี (ความเห็นที่ 59) ... ที่ตลาดประชานิเวศน์ 3 ถนนงามวงศ์วาน (เข้าซอยวัดบัวขวัญ) ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี มีคนจีนสูงอายุทำน้ำเต้าหู้งาดำขายอยู่เจ้านึง รสชาติกลมกล่อม สีก็ค่อนข้างดำ แต่ไม่มีกากงาดำปนอยู่เลย .. นอกจากการควบคุมอุณหภูมิในการต้มได้ดีโดยไม่มีกลิ่นไหม้แล้ว เชื่อว่าเขาคงบดงาดำได้อย่างชนิดละเอียดยิบเลย ครกที่เขาใช้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแบบเดียวกับครกในโรงงานพริกแกง ผมรู้จักกับเจ้าของโรงงานน้ำพริกนิตยา เห็นเขาใช้ครกสแตนเลสชนิดที่มีจานลูกกลิ้งขอบคมๆ หมุนกลิ้งไปในร่องโดยรอบของอ่างสแตนเลส .. เชื่อว่าการทำน้ำเต้าหู้งาดำนั้น คงจะเอางาดำซึ่งคั่วแล้ว มาบดต่อจนละเอียดยิบ นำมาผ่านตะแกรงร่อนแป้ง และอาจจะกรองด้วยผ้าขาวบางอีกทีก็ได้ ... แต่โดยส่วนตัวผมชักชอบสูตร ซุปงาดำ โดย ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล ซะแล้วซีครับ.. เพราะข้าวโอ๊ตนั้นเป็นคาโบไฮเดรทที่ดีมากๆ เลย ผมจำสรรพคุณได้ไม่ทั้งหมด..ที่เด่นก็คือ มีผลต่อการมีอายุยืนครับ...

From : Pc [ 1 ก.พ. 48 - 11:53:25 น. ]


ความเห็นที่ 61
ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้ จะเอาไปบอกคุณแม่ที่เป็นวัยทองที่ต้องการแคลเซียมสูง
From : พูกัน/จานสี [ 10 ก.พ. 48 - 21:38:28 น. ]

ความเห็นที่ 62

ข้าวกล้องปัญจทรัพย์ เคยซื้อมาทานค่ะรสชาติอร่อยและสะดวกด้วยค่ะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติก็ได้นะคะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงอวัยวะภายใน เช่น ตับ ปอด ไต และม้าม
ประกอบด้วย : จมูกข้าวกล้อง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เม็ดบัว ลูกเดือย และงาดำ
ลองโทรไปสอบถามได้นะคะ 02-267-3450-4
หรือ website www.ricespiceandherbs.com
จะมีสินค้าที่ทำจากธัญพืชหลายชนิดเลยค่ะ

From : จี๊ดจ๊ะ [ 17 ก.พ. 48 - 15:08:05 น. ]

ความเห็นที่ 63

ค่ะดิฉันพักอยู่หลังรามและกำลังศึกษาอยู่ที่abacได้มีโอกาสทดลองดื่มน้ำเต้าหู้งาดำที่รามซอย24โดยบังเอิญแต่ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของมันสักเท่าไหร่นักว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร คิดเพียงแต่ว่ากินน้ำเต้าหู้ในช่วงเช้าเพื่อลดอาหารเช้าเท่านั้นแต่ได้โปรตีนเท่ากับเนื้อสัตว์ในมื้อหนึ่ง ส่วนงาดำพอได้clickเข้ามาดูจึงได้รู้ว่ามีประโยชน์มากมายจริงๆขอขอบคุณ web นี้จริงค่ะ ที่ได้ให้สาระอะไรมากมายจริงๆ ดิฉันจึงได้เก็บรูปจากร้านนี้มาเพื่อบอกต่อกันค่ะ(เจ้าของร้านน่ารักม้ากมากพูดจาดีบริการลูกค้าดีมาก เห็นว่าจะพยายามเปิดให้ได้อีกหลายๆร้าน)ก็ขอให้รักษาคุณภาพของอาหารและการให้บริการที่ดีต่อลูกค้าตลอดไปนะค่ะ
From : ลูกค้าabac [ 1 มี.ค. 48 - 11:24:23 น. ]

ความเห็นที่ 64
ถ้าจะแนะนำผลิตภัณฑ์จาก "งา" (ทุกรูปแบบ) ในกระทู้นี้ก็ขอขอบคุณที่ร่วมแจมครับ โดยเฉพาะร้านค้าแบบชาวบ้านๆ ที่ผลิตเองขายเองยิ่งน่ารัก ร้านรถเข็นหรือผลิตภัณฑ์ OTOP ก็จะได้ประโยชน์แก่ชาวบ้านเหมือนกัน .. แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยระบบโรงงานหรือผลิตเพื่อระบบขายตรง ก็กรุณาติดต่อชำระค่าธรรมเนียมในการโฆษณาแนะนำสินค้าที่ webmaster ซะก่อนก็ดีนะครับ

From : Pc [ 1 มี.ค. 48 - 11:45:07 น. ]

ความเห็นที่ 65

แทรกรูปภาพข้างบนค่ะ
From : ลูกค้าabac [ 1 มี.ค. 48 - 12:05:55 น. ]

ความเห็นที่ 66
เคยซื้องาดำสำเร็จรูปมาลองทานจะมีคุณค่าทางสารอาหารเหมือนกับมาคั่วทานเองหรือเปล่าคะ
From : คนรักสุขภสพ [ 8 มี.ค. 48 - 18:33:10 น. ]

ความเห็นที่ 67
งาดำคั่วสำเร็จรูปแบบบดละเอียดน่าจะคงคุณค่าทางอาหารได้ไม่นานเท่าแบบไม่บด งาคั่วสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะกำหนดวันหมดอายุไว้ที่ประมาณ ๓ - ๖ เดือน .. แต่ถ้าคั่วทานเองจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างน้อยๆ ก็ ๒ ประการ คือ
๑. ความหอมน่ากิน ซึ่งจะรู้สึกได้มากหน่อยก็เฉพาะวันแรก ถัดจากนั้นเพียง ๒ - ๓ ก็แตกต่างแล้ว
๒. ความสะอาด ซึ่งเราสามารถคัดเศษกิ่งหรือใบออกก่อนที่จะร่อนผงฝุ่นทราย จากนั้นยังสามารถล้างน้ำเกลือ ๑ เปอร์เซนต์ (ต่อน้ำหนัก) แล้วนำไปตากแดดก่อนคั่วหรืออบ

ส่วนวันหมดอายุที่แท้จริงของงาดำคั่วนั้น ผมยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้อยู่ในมือ การจะคั่วไว้คราวละมากๆ แล้วกินไปจนกว่าจะเริ่มได้กลิ่นหืนนั้นไม่น่าจะเป็นวิธีที่ดี เพราะหลังจากเราเปิดภาชนะบรรจุแล้ว เราไม่อาจรู้ได้ว่าจะเริ่มมีเชื้อราเกิดขึ้นในระยะประมาณกี่วัน และอีกกี่วันที่เชื้อราจะทวีจำนวนขึ้นจนอาจส่งผลกระทบเกี่ยวกับแผลในระบบทางเดินอาหาร .. ฉะนั้น คั่วในปริมาณที่ทานหมดภายในสัปดาห์เดียวก็จะได้งาที่หอมน่ากินอยู่เรื่อยๆ ทำเช่นนี้แล้ว..คุณจะรู้สึกว่า..งาดำคั่วเป็นของกินอร่อยในชีวิตคุณอีกเมนูหนึ่งได้เลยนะครับ...

From : Pc [ 8 มี.ค. 48 - 21:34:32 น. ]


ความเห็นที่ 68
อยากทราบชนิดของกรดอะมิโนที่มีในงาดำหรือจากข้อมูลที่เคยมีผู้วิจัยเรื่องนี้แล้วว้ามีกรดอะมิโนกี่ชนิดและตัวใดบ้าง...ขอบคุณครับ
From : ถั่วงอก [ 11 มี.ค. 48 - 12:33:33 น. ]

ความเห็นที่ 69
เคยทานแต่นมถั่วเหลืองผสมงาดำ แต่ยังไม่เคยทานงาดำตามที่ได้อ่านกระทู้มา...จะลองดูครับ
From : ถั่วงอก [ 11 มี.ค. 48 - 12:38:18 น. ]

ความเห็นที่ 70
สารอาหารที่ได้รับจากงาดำนอกเหนือจากที่คุณPcบอกมามีอีกรึเปล่าครับ?ถ้ามีจะมีปริมาณเยอะแค่ใหนครับ?...ต้องขออภัยเข้ามาใหม่ก็เลยมีคำถามมา...ตอนนี้ ชาเขียว กำลังboom แต่ผมสนงาดำมากกว่า...ขอบคุณครับ
From : ถั่วงอก [ 11 มี.ค. 48 - 12:48:00 น. ]

ความเห็นที่ 71
ผมมีงาดำ เคลือบน้ำผึ้ง รับประทานได้เลย ถุงละ 80 บาท สั่ง 12 ถุงค่าส่งฟรี
สั่งได้ที่ คุณ นาถ 06-6008838
From : นาถ [ 2 เม.ย. 48 - 13:41:43 น. ]

ความเห็นที่ 72
ดีใจที่คุณถั่วงอกสนงาดำมากกว่าชาเขียว .. ผมเคยชมรายการทีวีที่ผู้รู้เรื่องวิทยาศาสตร์การอาหารมาคุยเรื่องชาเขียว ผมจำชื่อท่านผู้นั้นไม่ได้แต่ฟังดูแล้วน่าจะรู้เรื่องอาหารทั้งหมวดควบคุมน้ำหนักและหมวดต้านโรคภัยไข้เจ็บ ผู้รู้ท่านนั้นท่านพูดถึงปริมาณชาเขียวที่จะมีผลในการต้านโรคมะเร็งไว้ด้วยว่า ต้องดื่มวันละประมาณ ๑๕ แก้ว จึงจะมีผล .. ทีนี้เรามาลองคิดดูว่า การที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ปริมาณในการบริโภคต่อวัน ฉะนั้น หาก(บางคน)หลงตามโฆษณาและโปรโมชั่นของบรรดาชาเขียวหลากหลายยี่ห้อแล้ว จะทำให้ร่างกายมีภูมิต้านโรคมะเร็งได้จริงไหม และถ้าเกิดมีใครบางคนเข้าใจคลาดเคลื่อนโดยบริโภควันละ ๑๕ แก้วหรือประมาณ ๘ ขวดแล้ว ความทนต่อน้ำตาลของร่างกายจะสามารถรองรับปริมาณน้ำตาลจากชาเขียวทั้ง ๘ ขวดได้ไหม...

ขอความกรุณาท่านผู้รู้ช่วยตอบคำถามของคุณถั่วงอกด้วยว่า :
- มีข้อมูลจากงานวิจัยเรื่องงาดำหรือไม่ว่า มีกรดอะมิโนกี่ชนิด ? และคือกรดอะมิโนตัวใดบ้าง ?
- สารอาหารอื่น(นอกเหนือจากข้อมูลที่ผมได้คัดมาลงไว้แล้ว)ที่ได้รับจากงาดำมีอะไรอีกบ้าง ?

From : Pc [ 4 เม.ย. 48 - 10:38:04 น. ]


ความเห็นที่ 73
อยากทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป็งงาดำว่ามีอะไรบ้าง
From : นิสิตเกษตร [ 18 เม.ย. 48 - 14:48:30 น. ]

ความเห็นที่ 74
ได้อ่านความเห็นต่างๆ แล้วรู้สึกสนใจการรับประทานงาดำ และอยากจะเริ่มรับประทาน อยากให้ผู้มีความรู้ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมค่ะ ว่าถ้าจะนำงาดำบดมาโรยรับประทานร่วมกับข้าว หรืออาหารอย่างอื่นจะทำให้อาหารเสียรสชาดไหมค่ะ และอยากได้วิธีทำน้ำงาดำด้วย ช่วยบอกหน่อยได้ไหมค่ะ
From : puk [ 20 เม.ย. 48 - 10:44:45 น. ]

ความเห็นที่ 75
คำถามของคุณนิสิตเกษตร คงต้องรอผู้รู้มาช่วยตอบ.. ถ้ารอไม่ไหวก็คงต้องถามแผนกเกี่ยวกับโภชนาการใน ม.เกษตรฯ แล้วหละ...

คุณ puk ครับ... ถ้าเป็นงาดำคั่วใหม่ๆ โรยกับข้าวอะไรก็หอมมม... ส่วนน้ำงาดำเคยแต่กินแต่ไม่เคยทำจ้า...

From : Pc [ 20 เม.ย. 48 - 15:00:48 น. ]


ความเห็นที่ 76
ตลาด เคหะบางบัวทองก็มีนำเต้าหู้อร่อยนะ ร้านข้างๆร้านวีดีโอซิทาย่าไส่งาดำ 5บาท อิอิ
From : เคยกิน [ 22 เม.ย. 48 - 17:23:20 น. ]

ความเห็นที่ 77
งาไม่คั่วกินได้ไม๊คะ
From : จ๋า [ 24 เม.ย. 48 - 21:36:51 น. ]

ความเห็นที่ 78
ถ้าไม่ห่วงว่าจะผายลมก็ลองดูสิคร๊าบบ... แต่ก็น่าจะน้อยกว่าถั่วนะ...
From : Pc (ชยุต) [ 24 เม.ย. 48 - 23:42:18 น. ]

ความเห็นที่ 79
ที่ เบตง ก็มีร้านขายซุปงาดำของเค้าอร่อยมากเลย
From : ไจ๋ [ 7 พ.ค. 48 - 19:05:45 น. ]

ความเห็นที่ 80
คุณไจ๋ บอกสั้นจัง .. เลยไม่รู้ว่าอยู่ถนนไหน หรือใกล้ๆ อะไร... เผื่อมีโอกาสลงไปเบตงจะได้แวะไปชิม...

From : Pc [ 7 พ.ค. 48 - 20:55:56 น. ]

ความเห็นที่ 81
อยู่บริเวณกลางเมืองสี่แยกหอนาฬิกา แยกที่จะไปโรงพยาบาลเบตงครับผม

From : ไจ๋ [ 8 พ.ค. 48 - 18:50:07 น. ]

ความเห็นที่ 82
อ้อ..ของเค้ามีซุปถั่วแดงลูกบัว ข้าวโพด ฟักทอง แครอท ลูกเดือย
From : ไจ๋ [ 8 พ.ค. 48 - 18:52:20 น. ]

ความเห็นที่ 83
ลูกชายอายุ 2 ขวบ ทานนมกล่องประเภทถั่วเหลืองทุกยี่ห้อ มีใครการันตีความสะอาดของวัตถุดิบสินค้าพวกนี้บ้าง แล้วอยากทราบว่าพวกงาดำ หรือถั่วเหลืองพอเอามาแปรรูป คุณค่าจะอยู่เท่าเดิมหรือไม่ ไม่อยากให้ลูกทานนมวัว เพราะคนโตเป็นภูมิแพ้ เยอะมาก ใครมีข้อมูลช่วยส่งมาที่ emiexim@yahoo.com หรือจะแนะนำเป็นหนังสือประเภทที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายน่ะค่ะ
From : ญาญ่า [ 12 พ.ค. 48 - 13:07:58 น. ]

ความเห็นที่ 84
คุณ TB ,คุณPC ลองตามLink นี้ดูนะมีเรื่องโอเมก้าแต่เป็นโอเมก้าจากน้ำมันปลามีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการก่อเกิดมะเร็งจากบริโภคโอเมก้าที่ไม่ถูกต้อง <A>http://www.elib-online.com/doctors/food.html#A5</A>

From : jira [ 16 พ.ค. 48 - 22:56:16 น. ]

ความเห็นที่ 85
ร้านสตางค์พูน จำหน่าย : ขนมงา, น้ำมันงา, แชมพูงา, โลชั่นน้ำมันงาผสมขมิ้น, ลูกประคบงาดำ ที่ประตูน้ำเซ็นเตอร์ ชั้น2 บริเวณศูนย์อาหาร โทร.0-1896-5931
From : o [ 6 มิ.ย. 48 - 16:48:24 น. ]

ความเห็นที่ 86
อยากรู้วิธีการทำ นำงาดำ จะนำมาทำสัมมนาค่ะ หรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ งาดำ ก็ได้ค่ะใครมีความรู้ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
From : น้องจ๊ะเอ๋ [ 16 มิ.ย. 48 - 18:13:47 น. ]

ความเห็นที่ 87
อยากรู้ส่วนประกอบของงาดำคับ
From : เอ็ม คับ [ 22 มิ.ย. 48 - 18:55:40 น. ]

ความเห็นที่ 88
ท่านใดพอมีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ ความเห็นที่ 86 - 87 ก็ช่วยให้ข้อมูลด้วยนะครับ...

From : Pc [ 23 มิ.ย. 48 - 12:01:23 น. ]

ความเห็นที่ 89
รับสอนทำน้ำเต้าหู้.........แบบทำขายได้จริงๆๆ.......ในราคา5,500บาท....ทดลองชิมที่..น้ำเต้าหู้(ใบเตย)อิสริยา..ตามตลาดนัดในอำเภอ บ้านฉาง จ.ระยอง(แบบร้อนตักขายถุง 5 บาท)
,,,,มี แบบบรรจุขวดแช่เย็นหลากหลายรสให้เลือก จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง
สนใจติดต่อ thongjok@hotmail.com 09-8925124 9

From : thongjok@hotmail.com [ 13 ก.ค. 48 - 23:22:15 น. ]

ความเห็นที่ 90
เปิดสอนทำน้ำเต้าหู้100% ..สูตร .ใบเตย(อิสริยา)แบบตักขายถุงล่ะ5บาท,,ในราคา5,500บาท...รับรองผลว่าผู้เรียนต้องทำได้จริงๆๆๆและ สามารถประกอบอาชีพได้
......เรามีแบบ บรรจุขวดแช่เย็น..หลากหลายรสให้เลือกในราคาขวดล่ะ 10 บาท,,,,จำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง....ที่.thongjok@hotmail.com ,,,,,,09-8925124 ระยอง ฮิ..
From : น้ำเต้าหู้(ใบเตย)อิสริยา [ 13 ก.ค. 48 - 23:41:21 น. ]

ความเห็นที่ 91
อ่ะ! อ่ะ! .. เอาแค่บอกรสชาติและสถานที่ของกิจการระดับอาชีพในครัวเรือนแบบชาวบ้านๆ หน่ะ .. ถ้าโฆษณาถึงขั้นเปิดโรงเรียนสอนหรือกิจการระดับโรงงาน..หละก้อ.. เดี๋ยวโดนวางบิลค่าโฆษณาไม่รู้ด้วยนะครับ...

From : Pc [ 14 ก.ค. 48 - 09:23:05 น. ]

ความเห็นที่ 92
โครงสร้างของเมล็ดงา
From : นี่ [ 18 ก.ค. 48 - 18:16:53 น. ]

ความเห็นที่ 93
ยว้รพ่เรนสัสสัคสัคสั
From : 1111 [ 7 ส.ค. 48 - 19:19:21 น. ]

ความเห็นที่ 94
ดิฉันไปตลาดเพื่อซื้องาดำ แต่คนขาย(ชายชาวพม่า) ชี้ไปที่ถุงเม็ดแมงรัก ด้วยแสงสว่างไม่พอประกอบกับสายตาดิฉันเริ่มแก่แล้ว พยักหน้าว่า ใช้ (เป็นชนิดตักแบ่งใส่ถุงใส ๆ ขาย 10 บาท)
ดิฉันคั่วไป 6 นาที เอามาชิม กรอบดีแต่ทำไมมันโดยน้ำลายแล้วรื่น ๆ ก็ยังชิมไปเรื่อย ๆ ชักมั่นใจแล้วว่า เฮ้ย นี่มัน เม็ดแมงรักนี่หว่า ดิฉันขอถามว่า เม็ดแมงรักที่เขาใส่น้ำเต้าหู้ต้องนำมาคั่วก่อนหรือเปล่าค่ะ และดิฉันจะนำเม็ดแมงรักคั่วนั้นไปทำอะไรได้บ้างค่ะ
From : อ๊วน [ 22 ส.ค. 48 - 10:43:48 น. ]

ความเห็นที่ 95
เท่าที่เคยนำเม็ดแมงลักมากิน ก็ใช้วิธีแช่ในน้ำ(อุณหภูมิปกติ)เท่านั้นครับ... ถ้าคั่วไปแล้วก็ตัดใจเอาไปทำปุ๋ยเถอะครับ...

From : Pc [ 22 ส.ค. 48 - 15:37:04 น. ]

ความเห็นที่ 96
มีงาดำคั่วบดละเอียด แพ็คสูญญากาศจำหน่าย สำหรับผูั้ั้รักกสุขภาพ
From : พีดี [ 10 ก.ย. 48 - 09:15:55 น. ]

ความเห็นที่ 97
งาเป็นอาหารท่ดีมีประโยชน์ควรหันมารับประทานอาหารจำพวกงาเพื่อลดไขมันแทนการดื่มเหล้าดีกว่า
From : Snowwhrite [ 12 ก.ย. 48 - 14:26:45 น. ]

ความเห็นที่ 98
ผมเปิดเว็บผ่านมาเจอพอดีครับ...และพอดีผมก็เริ่มที่จะทานงาดำคั่วที่มีขายตามห้างสรรพสินค้า เพราะอ่านดูรายละเอียดว่ามีวิตามินอีสูง จึงลองที่จะทานดู เพราะตัวผมเองเป็นภูมิแพ้ทางผิวหนัง ผิวจะแห้ง คัน เป็นผื่นโดยไม่ทราบสาเหตุ...หมอบอกว่าให้สังเกตุว่าแพ้อะไร ก็สังเกตุไม่ถูกครับ ทานยามาหลายปี ทั้งยาฆ่าเชื้อรา ยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบผิวหนัง ยาTAครีม(เป็นยาทาแก้คันที่ผิวหนัง) เวลาอากาศหนาวแห้งจะคันมาก เวลาอากาศร้อนเหงื่อออกก็คันมาก จะคันแบบลึกๆกาวแล้วไม่หายคัน บริเวณที่คันก็ที่หน้า หลัง หน้าอก ท้ายทอย บางที่ก็ตามข้อพับต่างๆ....ถ้าผมจะทานงาดำคั่วไปสักระยะหนึ่งอาการจะดีขึ้นหรือเปล่าครับ หรือทานอะไรตัวอื่นไปควบคู่กับงาดำด้วยหรือเปล่าครับ ถ้าใครพอรู้วิธีที่จะรักษาแบบทานอาหารเป็นยา ช่วยบอกผ่านmailขอผมด้วยนะครับ (แบบราคาถูกนะครับ เพราะเงินเดือนน้อย และต้องส่งเงินให้ที่บ้านที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย จึงมีขอจำกัดเรื่องเงินน่ะครับ) bodin_4410@hotmail....ขอขอบพระคุณไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ
From : ตี๋น้อย [ 11 ต.ค. 48 - 16:25:18 น. ]

ความเห็นที่ 99
ดิฉันอยู่ในช่วงวัยทอง และพบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนจากการตรวจโดยวิธีสแกนกระดูกที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรักษาค่ะ โดยคุณหมอให้ทานยา 1 เม็ด และแคลเซียมเม็ดฟู่วันละ 1 เม็ด ดิฉันกังวลกับผลข้างเคียงของการทานแคลเซียม เลยทานบ้างไม่ทานบ้าง ครบปีคุณหมอจะให้สแกนอีกครั้งค่ะ ดิฉันพยายามทานงาดำ ทั้งในรูปของน้ำเต้าหู้งาดำ และงาดำคั่วสำเร็จรูป เพื่อทดแทนการทานแคลเซียมจะได้ไหมคะ อยากบอกว่าดีใจมากค่ะที่เปิดเจอ website และขอบคุณจริงๆ
From : หญิงวัยทอง [ 12 ต.ค. 48 - 12:26:41 น. ]

ความเห็นที่ 100
มีน้ำเต้าหู้งาดำตรงปากซอยเข้ามศว.ประสานมิตร ฝั่งถ.อโศก ขายทุกเช้าเลย อร่อยมาก
From : หมวย [ 12 ต.ค. 48 - 16:28:03 น. ]

Pc
ความเห็นที่ 101 [ 13 ต.ค. 48 - 13:08:00 น. ]

web moderator

คุณตี๋น้อยถามว่า.. ถ้าใครพอรู้วิธีที่จะรักษาแบบทานอาหารเป็นยา ช่วยบอกผ่าน mail ด้วย
ขอตอบว่า.. ผมไม่ทราบเรื่องการรักษาโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง ผิวแห้ง คัน เป็นผื่น อย่างที่คุณตี่น้อยเป็นอยู่หรอกครับ..
ผมพอทราบว่าพริกเหลือง หรือน้ำแคร็อทคั้น มีวิตามิน A สูงมาก และทราบเพียงว่า
- วิตามิน A มีคุณสมบัติเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์
- ช่วยให้โรคต่างๆ หายเร็วขึ้น เช่น หวัด และการอักเสบของกระดูกและกล้ามเนื้อ
- วิตามิน A ช่วยรักษาสิวและผิวหนังพุพอง
- ช่วยบำรุงสายตา (ป้องกันโรคตาฟาง หรืออาการมองไม่เห็นในเวลากลางคืน)
- ช่วยบำรุงผิว, ผม, ฟัน, เหงือก และเนื้อเยื่อบุผิว
. . . . สำหรับพริกเหลืองนั้น ผมเคยใช้พริกชี้ฟ้าสีเหลือง ๒ ขีด หัวหอมกับกระเทียมอย่างละ ๒ หัว มาอบจนสุก แล้วตำปนกับปลาทู ๑ ตัว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล มะนาว คลุกกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยดี ซึ่งเป็นเมนูที่จะได้กินพริกเหลืองเยอะหน่อย...

คุณ.. หญิงวัยทอง..ครับ...
คนวัยทองกับความหนาแน่นของมวลกระดูกเริ่มจะต่ำนั้นมันเป็นเหตุปัจจัยที่เป็นไปตามวัยครับ
แต่ถ้ามากถึงขึ้นเป็นโรคกระดูกพรุนก็ค่อนข้างเป็นไปก่อนวัยสักหน่อย
ผมไม่ทราบว่าแคลเซียมเม็ดฟู่มีแคลเซียมเกิน 1,000 มิลลิกรัมหรือเปล่านะ ?
เคยเห็นว่า แพทย์ที่จ่ายอาหารเสริม(วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน)นั้น จะไม่จ่ายเฉพาะแคลเซียมโดดๆ แต่จะให้มีแม็กนีเซียมราวๆ ครึ่งของแคลเซียม และมักมีวิตามินควบคู่ไปด้วย ..
ผู้ที่ศึกษาด้านอาหารเสริมเคยเล่าให้ฟังว่า.. ถ้าร่างกายได้รับแต่แคลเซียมโดดๆ ติดต่อกันนานๆ ก็อาจจะกดปริมาณแมกนีเซียมในร่างกายให้ต่ำลงจนอาจมีผลกระทบต่อจังหวะการเต้นของหัวใจได้

ผมเคยสะบัดคอบ่อยๆ จนมีปัญหากระดูกคอทับเส้นประสาทในปี ๔๓ .. ผมไปหาหมอเอายามากินด้วย และซื้อแคลเซียม(ชนิดที่มีแม็กนีเซียมอยู่ด้วย)มากินเองด้วย กินวันละ 4-6 เม็ด กินไป 4 ขวดๆ ละ 500 เม็ด พร้อมกับเลิกการสะบัดคอ... อาการก็ทุเลาลงบ้าง
. . . . ราวมกราฯหรือกุมภาฯ 46 หมอนวดแผนไทยคนหนึ่งแนะผมให้กินงาดำและยังอาสาคั่วงาดำให้ผมกิน ประกอบกับพี่เขยผมซึ่งหายจากอาการกระดูกทับเส้น(บริเวณสะโพกกับขา)และเลิกใช้ไม้เท้าช่วยเดิน บอกว่าที่ ศูนย์สิรินธรฯ ( http://www.snmrc.org/index.php ) ในซอยรพ.บำราศฯ ได้จ่าย PRINCI-B FORT (B1, B6, B12 ชนิดโด๊ซสูง)ให้กิน .. ผมเห็นว่าเป็นวิตามินที่โด๊ซสูงจึงซื้อมากิน 15 วัน (30 เม็ด) และกินงาดำคั่ววันละ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ... อาการก็ดีขึ้นอีกมาก .. อาการปวดร้าวต้นคอ ชาและเย็นวาบๆ ลงไปที่แขน ก็ได้ทุเลาลงอีกมาก .. ไม่ปวดร้าวทุกเช้าให้ทรมานอย่างแต่ก่อนแล้ว
. . . . การกินงาซึ่งเป็นอาหารจากธรรมชาตินั้น ได้อะไรๆ ที่มากกว่าการกินแคลเซียม(เพียงอย่างเดียว)อีกเยอะเลย .. สำหรับยาและแคลเซียมเม็ดฟู่ที่หมอให้มานั้น..คุณ.. หญิงวัยทอง..ควรทานทั้งสองอย่างตามที่หมอสั่ง(เพราะหมอย่อมรู้กว่าเรา) แคลเซียมเม็ดฟู่วันละเม็ดนั้นน่าจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำ .. แต่ถ้าจะหาแหล่งแคลเซียมจากธรรมชาติที่มีแม็กนีเซียมและสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิดหละก้อ.. ขอแนะนำ "งาดำคั่ว" เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ...

From : Pc    [ 13 ต.ค. 48 - 13:08:00 น. ]


ความเห็นที่ 102
ดิฉันอยู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน คนที่นี่เขาทานงาเป็นอาหารหลัก น้ำมันงาใช้ปรุงอาหารแทนน้ำมันพืชชนิดอื่น ( แพงมาก ขวดละร้อยกว่าบาท ) ส่วนใหญ่จะปลูกงาไว้รับประทานเอง ปลอดสารเคมี ปีไหนถ้าได้ผลผลิตมากก็จะนำออกมาขาย ผู้คนไม่ค่อยป่วยเป็นโรคกระดูกหรือโรคหัวใจกันมาก รู้สึกยินดีที่มีคนสนใจบริโภคงากันมากขึ้น เกษตรกรจะได้มีรายได้ ขนมงาผสมข้าวกล้องอร่อยมาก ต้องการทราบข้อมูล ติดต่อได้นะคะ 09 - 7591272
From : พอเพียง [ 16 ต.ค. 48 - 11:34:11 น. ]

ความเห็นที่ 103
ขอขอบคุณพี่ PC เป็นอย่างมากเลยนะครับที่ให้คำแนะนำ และขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อย ....ผมได้ลองทำตามคำแนะนำจากหลายท่านที่ได้รับฟังมา คือ (1.)ผมได้ทานชารางจืดเพื่อถอนพิษจากยาปฏิชีวนะที่ทานมานาน สรรพคุณของชารางจืด เป็นสมุนไพรถอนพิษทั้งปวง(พระธุดงและคนแก่แนะนำมาครับ) (2.)ทานงาดำคั่ววันละ 3 ช้อนโต๊ะ (3.)ทานรำข้าวสาลี หรือ จมูกข้าวสาลี วันละ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ ***ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมานี้ ผมเริ่มทานเป็นประจำ (คิดว่ากำลังทานยาอยู่ แต่เป็นยาสมุนไพรพื้นบ้าน ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะที่เคยทานมา) ประมาณ 1 อาทิตย์ รู้สึกว่าผิวที่เคยคันกลับไม่คันแล้ว รู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้นด้วยครับ ไม่เพลียเมื่อเวลาตื่นนอนในช่วงเช้า (ยกเว้นมีเรื่องเคลียๆคิดตอนเวลานอนแล้วหลับไปทั้งความเคลียนั้น ตื่นมาจะรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย) ....ถ้าใครจะนำสูตรนี้ไปใช่ก็ได้นะครับ ....และขอขอบคุณพี่ PC อีกครั้งนะครับ
From : ตี๋น้อย [ 17 ต.ค. 48 - 13:35:17 น. ]

ความเห็นที่ 104
ยินดีกับสุขภาพของคุณตี๋น้อยด้วยครับ...

From : Pc [ 17 ต.ค. 48 - 19:30:57 น. ]

ความเห็นที่ 105
ขอบคุณค่ะ
From : PAT [ 31 ต.ค. 48 - 23:08:32 น. ]

ความเห็นที่ 106
ผมได้อ่านข้อความของเหล่าสมาชิกอาหารเพื่อสุขภาพ ขอเล่าประวัติเพียงคร่าว ๆ ผมเคยขายซุปงาดำ และซุปอื่น ๆ อีกหลายชนิด แต่การที่จะขายอาหารประเภทนี้ ผมคิดว่าถ้าขายแล้วไม่มีซุปงาดำ แสดงว่าร้านอาหารนั้น เป็นเพียงร้านที่เห็นคนอื่นขายและอยากจะขายบ้างเท่านั้น ผมหมกมุ่นอยู่กับการทำซุปงาดำประมาณ 1 ปี จนประสบผลสำเร็จ แต่ด้วยไม่มีเวลาทุ่มให้กับสิ่งนี้
และประสบการณ์ด้านการจัดการธุรกิจของผมมีไม่เพียงพอ แต่ทุกอย่างอยู่ในหัวสมองสนใจติดต่อ 065279713 (รับสอน ไม่แพง)

From : หน่ยหนองเสือ [ 20 พ.ย. 48 - 21:19:20 น. ]

ความเห็นที่ 107
อยากรู้ว่างาขี้มอด(รู้จักไหมครับ) มีน้ำมันกี่เปอร์เซ็นต์ครับ

aek_haa@hotmail.com
From : นักศึกษา [ 21 พ.ย. 48 - 16:22:40 น. ]


ความเห็นที่ 108
ไปทำบุญที่วัดศรีบุญเรือง(แยกลำสาลี)บังเอิญได้ไปชิมน้ำเต้าหู้อร่อยมากๆขอบอก(มีประโยชน์ด้วย)คนขายก็พูดจาเพราะ ดีนะอิ่มบุญ+สุขภาพดี

From : คนชอบน้ำเต้า [ 29 พ.ย. 48 - 16:08:34 น. ]

ความเห็นที่ 109
คือทางกระผมทำการผลิตเองโดยนำงาที่ปลอดสารพิษ หรืองาที่ปลูก
โดยธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี หรือปุ๋ยเคมี มาทำการสกัดเอาน้ำมันออกมาโดยใช้กรรมวิธีธรรมชาติล้วน ๆไม่ได้ผ่านความร้อน จึงทำให้ได้คุณค่าของน้ำมันงาดิบที่บริสุทธิ์ ที่สุด กลิ่นจะหอม
เหมาะสำหรับใช้ ประเภททา นวด ถู แก้ปวดข้อ กระดูก โรคเกาต์ อัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ กล้ามเนื้อ และรูมาติซึม น้ำมันงาบริสุทธิ์ อุดมไปด้วย วิตามีน อี , เอ ,บี1-บี 2 เลซิติน และสารอาหารอื่นๆ วิตามีน อี มีคุณสมบัติ ในการฟื้นฟูสภาพผิวให้เต่งตึง ช่วยทำให้ผิวนุ่มลบรอยเหี่ยวย่น นอกจากนั้น วิตามีน อี ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เส้นประสาท ภายใต้ผิวหนัง ใช้น้ำมันงา นวดบริเวณผิวหน้า เพื่อบำรุงทิ้งไว้ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำอุ่นเช็ด ใช้น้ำมันงา นวดบริเวณที่เกิดอาการบวมช้ำ เคล็ดขัดยอกแล้วใช้ผ้าพันไว้ จะช่วยให้หายเร็วขึ้น และใช้ประกอบในการทำเครื่องสำอาง เช่น ทำสบู่ ครีมบำรุงผิว ผม
ครีมล้างหน้าลิปสติก ฯลฯ สำหรับการประกอบอาหารนั้นควรทำให้น้ำมันสุกก่อน
ใช้หมักหมู ไก่ จะมีกลิ่นหอมของงา ทำให้เนื้อนุ่มนะรับประทานยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทำหมูกะทะ ถ้าหมักกับเครื่องเทศแล้ว เวลาย่างจะมีกลิ่นของน้ำมันงา หอมมากขึ้น
ด้วยน้ำมันงาบริสุทธิ์ ซึ่งมี Linolenic, Oleic ในปริมาณสูง วิตามิน อี (Vitamin E) ตามธรรมชาติและ สารแอนตี้ออกซิเด็นท์ อื่น ฯ (Anti - Oxidant) เพื่อบำรุงผิวและลบร้อยเหี่ยวย่น ของผิวหนังได้ถ้าใช้เป็นประจำ------
เรื่องราคา
จะขายส่งอยู่ที่ ลิตรล่ะ 350 บาท 1 ลิตรมี 2 ขวด บรรจุในกล่อง ( รับส่งทั่วประเทศไทย )
กระบวนการผลิตนั้นรับรองบริสุทธิ์ได้มาตราฐาน อย.
ถ้าสนใจก็โทรมาคุยได้ครับที่ 0-1387 –1982 ตลอดเวลาครับ
คุณเอ็ม มายสุ อีเมล์ m989@chaiyo.com อีเมล์ jomint003@yahoo.com

From : เอ็ม [ 30 พ.ย. 48 - 15:13:38 น. ]

ความเห็นที่ 110
อยากได้รูปภาพการทำน้าเต้าหู้ งาดำด้วย
From : อยากรู้ [ 6 ธ.ค. 48 - 13:38:17 น. ]

ความเห็นที่ 111
ขอบคุณค่ะที่เอาเรื่องดี ๆ มาบอกกัน ทุกวันนี้ก็ทานงาดำเป็นประจำค่ะ ทั้งน้ำปั่นที่ผสมงาดำกับฟักทองหรือเผือกก็ได้ค่ะ ลองหาทานกันดูค่ะ รับลองอร่อยแน่ แต่ต้องเป็นสูตรที่ใส่นนข้นจืดด้วยนะ หนูทานบ่อยมาก จนพี่สาวกับพี่ชายทักเลยค่ะว่าผมดำมาก แล้วก็หน้าขาวขึ้นด้วย สิวก็หายไปด้วยน่ะ ดีจริง ๆ เลย ขนาดเริ่มทานได้ไม่ถึง 2 อาทิตย์เลย ขอบคุณ คุณ
From : แวน [ 10 ธ.ค. 48 - 16:02:34 น. ]

ความเห็นที่ 112
อยากทราบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์จะรับประทานงาดำได้ไหม? และรู้มาว่างาสามารถนำมาสกัดน้ำมันได้ แต่ผลิตภัณฑ์งาสำเร็จรูปที่บรรจุซองที่รับประทานได้เลย(ซื้อมาจากร้านขายอาหารธัญพืช ตรงข้ามโรงพยาบาลเด็ก) มีข้อมูลเขียนไว้ที่หน้าซองว่า ลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ถ้างามีน้ำมันแล้วจะลดได้หรือ? ใครทราบบ้างโปรดให้คำตอบด้วย
From : วรรณเพ็ญ [ 15 ธ.ค. 48 - 09:36:31 น. ]

ความเห็นที่ 113
อยากได้วิธีทำงาดำ เป็นขนมหรืออาหารหลายๆชนิดอ่ะครับ
ถ้าได้จะขอบคุณมากเลยครับ
From : เนคุง [ 15 ธ.ค. 48 - 10:44:37 น. ]

ความเห็นที่ 114
คนเป็นโรคเก๊าท์รับประทานงาดำได้ และดีด้วยครับ...
. . . . รศ.นพ.ดร. สมพงศ์ สหพงศ์ เรียบเรียงไว้ในหนังสือ "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" ว่า.. ถ้าจะอธิบายเรื่องของไขมันกันอย่างง่ายๆ ก็แบ่งไขมันออกได้เป็นสองชนิด คือ ไขมันชนิดอิ่มตัวและชนิดไม่อิ่มตัว ไขมันชนิดอิ่มตัวมักได้มาจากไขมันสัตว์ มีลักษณะแข็งหรือเป็นก้อนแม้แต่ในอุณหภูมิปกติ ตัวอย่างเช่น เนยแข็ง เนยเหลวหรือที่เราเรียกกันว่า เนยสด น้ำมันหมูทั้งที่เหลวและที่อัดกันเป็นก้อนที่เรียกว่า ลาร์ด (lard) มาการีนแข็ง ชิ้นไขมันจากสัตว์และไข่ โดยเฉพาะในไข่แดง พวกนี้มีไขมันที่ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูง อาหารหรือขนมที่มีไขมันชนิดนี้อยู่ เช่น ช็อกโกแลต ไอศกรีม เค้ก และขนมทำด้วยแป้งนำไปอบที่เรียกว่า พาสตรี (pastry) อาหารและขนมพวกนี้ที่ทำเป็นอุตสาหกรรมและวางขายโดยทั่วไปนั้น จะมีไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่สูงมาก
. . . . ส่วนไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ยังแบ่งออกได้เป็นสองชนิด คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (mono-unsaturated fats) และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated fats) พวกแรกแทบจะไม่มีบทบาทอะไรกับปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด เพราะสภาพความเป็นกลางที่ทั้งไม่เพิ่มและไม่ลดคอเลสเตอรอล
. . . . ส่วนไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนนั้น เป็นไขมันชนิดที่สำคัญต่อร่างกายมากที่สุด ทั้งช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยการทำงานของอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกาย และช่วยสร้างเซลล์ร่างกายขึ้นใหม่ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนมีลักษณะเหลวแม้แต่ในอุณหภูมิที่เย็นกว่าปกติ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่ได้จากพืชและปลา เช่น น้ำมันจากถั่วเหลือง น้ำมันจากเมล็ดข้าวโพด น้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันจากเม็ดและดอกคำฝอย ปลาและน้ำมันจากตับปลา ปัจจุบันนี้มีมาการีนหรือเนยเทียมและน้ำมันสลัดหลายยี่ห้อในท้องตลาดที่ผลิตโดยมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนเป็นส่วนประกอบ....
. . . . กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดไลโนเลอิก (linoleic acid) กรดไลโนเลนิก (linolenic acid) และกรดอะแรกคิโดนิก (arachidonic acid) กรดไขมันเหล่านี้มักรวมเรียกว่า วิตามินเอฟ (F) แต่ถึงแม้จะมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายวิตามิน แต่มันไม่ใช่วิตามิน และปัจจุบันนี้โภชนาการไม่นิยมใช้ชื่อวิตามินเอฟกันแล้ว
(จาก: หนังสือ "น้ำมันปลา น้ำมันลดไขมัน" ที่เรียบเรียงโดย รศ.นพ.ดร. สมพงศ์ สหพงศ์)

คุณวรรณเพ็ญ ครับ... แม้หนังสือดังกล่าวจะไม่กล่าวถึงน้ำมันงา แต่เอกสารทางวิชาการระบุไว้ว่า น้ำมันงามี "ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน" อยู่มาก ไขมันชนิดนี้ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดให้ต่ำลงครับ...

From : Pc [ 15 ธ.ค. 48 - 21:40:35 น. ]


ความเห็นที่ 116
เคยเห็นคุณยายนำงาดำมาล้างแล้วตากแดด เสร็จแล้วก็นำไปคั่วนิดๆ เอามาปั้นเป็นผงๆ
แล้วก็มาโรยข้าวกิน หรือผสมกินกับน้ำเต้าฮู้ก็ลองถามดูว่าคืออะไร
ยายก็บอกว่ากินบำรุงเส้นผมนั้นก็หมายความว่างาดำสามารถบำรุงเส้นผมให้ดำมันได้ใช่ไหมคะ
แล้วงาดำกับงาขาวแตกต่างกันอย่างไรใครทราบรบกวนบอกต่อด้วยนะคะ

From : โบว์ [ 3 ม.ค. 49 - 15:04:55 น. ]

ความเห็นที่ 117
ตามที่คุณPC(ความคิดเห็นที่ 114) ได้ให้ข้อมูลมา ขอขอบคุณมาก ๆ แต่เท่าที่ได้ทราบมาว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ ห้ามรับประทานพวกพืชเมล็ดแห้ง(ถั่วต่างๆ) งาดำจัดอยู่ในประเภทนี้หรือไม๋คะ?
From : วรรณเพ็ญ [ 5 ม.ค. 49 - 16:10:38 น. ]

ความเห็นที่ 118
คุณวรรณเพ็ญ ลองถามหมออีกครั้งสิครับว่า.. สิ่งที่มีมากในพืชเมล็ดแห้ง(ถั่วต่างๆ) ซึ่งผู้ป่วยโรคเก๊าท์ไม่ควรรับประทานนั้นคืออะไร ? .. จะได้แคบลงมาหน่อย .. ถ้าเราทราบชื่อสิ่งนั้นก็มีเป้าหมายในการค้นหาได้ว่า สิ่งนั้นมีในงามากน้อยเพียงใด..

ลองอ่านเกี่ยวกับ "สารยูริค" และ "พิวรีน ( purine )" ในลิ้งค์เหล่านี้ดูสิครับ เห็นชื่ออาหารที่เกี่ยวกับถั่ว แต่ไม่มีการกล่าวถึง "งา" นะครับ..
http://www.geocities.com/HotSprings/Bath/8143/homedisease.html
http://www.redcross.or.th/pr/pr_news.php4?db=3&naid=647
http://www.geocities.com/CollegePark/Union/4033/gout.html

การที่หมอห้ามรับประทานอาหารอะไร เราน่าจะหมายถึงเฉพาะสิ่งที่หมอพูดถึง .. พูดอีกทีก็คือ อะไรที่หมอยังไม่ห้ามก็น่าจะรับประทานได้...

From : Pc [ 5 ม.ค. 49 - 22:11:33 น. ]


ความเห็นที่ 119
คุณPCคะ มีสูตรน้ำเต้าหู้งาดำไม๊คะ อยากทำทานเองที่บ้านให้ลูกกับสามีได้กิน โดยส่วนตัวชอบน้ำเต้าหู้ทานทุกวัน ถ้าได้ผสมงาดำด้วยคงจะดี ใครมีสูตรช่วยบอกต่อกันด้วยนะคะ uh_ananya@yahoo.com ค่ะ
From : อุ๊ค่ะ [ 17 ม.ค. 49 - 14:32:36 น. ]

ความเห็นที่ 120
ตอบคุณอุ๊ค่ะ..

มีแต่สูตร "ซุปงาดำ" อยู่ในความเห็นที่ 55
ผมยังไม่เคยเห็นการน้ำเต้าหู้งาดำ เข้าใจว่าคงต้องคั่วงาดำซะก่อนอยู่ดี .. และคงต้องบดละเอียด กับกรองด้วยผ้าขาวบางอีกที เพราะสังเกตเห็นว่า น้ำเต้าหู้งาดำที่ขายโดยทั่วไป จะไม่มีกากงาดำเหลือค้างอยู่ในน้ำเต้าหู้เลย .. แต่ถ้าเป็นน้ำเต้าหู้ในงาดำคั่วบดก็จะมีผงงาดำที่บดแล้วปนอยู่ด้วยครับ...

From : Pc [ 17 ม.ค. 49 - 21:21:53 น. ]


ความเห็นที่ 121
ขออนุญาตินำข้อคสามบางส่วนไปแปะบลอค ให้เพื่อนๆอ่านกันนะคะ มีสูตรซุปงาดำมาฝากด้วยค่ะ

ซุปงาดำ อาหารสุขภาพสำหรับคุณที่คุณรัก
งาดำ 1 ส่วน
ข้าวเหนียว 1 ส่วน
น้ำเปล่า 3 ส่วน
น้ำตาล
วิธีทำ
1.นำงาดำและข้าวเหนียวมาทำความสะอาด
2.นำข้าวเหนียวงาดำและน้ำตามอัตราส่วนมาบดด้วยกันให้ละเอียด
3.ใช้ผ้าขาวแยกกากออก กรองเอาแต่น้ำ
4.นำน้ำที่กรองได้ไปต้มจนเดือดแล้วเติมน้ำตาลชิมรสชาติตามชอบ
แค่นี้ก็จะได้อาหารมากคุณค่าทานที่ง่ายและย่อยง่าย อีกทั้งรสชาติดีด้วยค่ะ

http://spaces.msn.com/members/PeaceStar77/

From : โอ๋ [ 26 ม.ค. 49 - 14:46:32 น. ]


ความเห็นที่ 122
วิธีทำน้ำมันงา ดูที่นี่
http://www.maehongsontravel.com/th/pangmoo.html
และ http://www.tei.or.th/PliBai/th_plibai58_namsaibaimaikhew.html
ประโยชน์ http://elib.fda.moph.go.th/library/fulltext1/public/picture.asp?temp=12545
From : ดำ [ 27 ม.ค. 49 - 13:50:05 น. ]

ความเห็นที่ 123
เรียน คุณ Pc ดิฉันขอสอบถามว่า สำหรับหญิงวัยทอง อายุห้าสิบปีและไม่มีประจำเดือนแล้วสามปีและมีอาการ
ปวดหลัง ปวดเข่าและที่อื่นๆ จึงไปพบแพทย์และได้รับ
การตรวจเอ็กซเรย์เยอะมากหลายสิบที่ตามกระดูกโดย
เฉพาด้านหลังทั้งหมดตั้งแต่คอลงไปถึงก้นกบ หมอฝรั่ง
เป็นผู้มีประสบการณ์สูงมากของออสเตรเลียมากว่าสี่สิบปี
เค้าบอกว่าแค่ดูเอกซเรย์ก็รู้ได้ว่ากระดูกบางและเริ่มพรุนแล้ว
โดยเฉพาะต้นคอมีบางข้อเสื่อม มิหน้าเล่าถึงปวดคอมากจน
บางคั้งคอแข็งมากและบางข้อกระดูกสันหลังก็เสื่อมช่วง
สะบักหลัง มิหน้าเราถึงปวดหลังตรงสะบักตามเอกซเรย์
ออกมา และเราก็ปวดตรงเอวมาก หมอบอกว่าตามฟิมเอกซเรย์
ตรงช่วงต่อระหว่างปลายกระดูกสันหลังกับข้อแรกของก้นกบ
ก็เสื่อม ซึ่งอาการปวดตามที่ต่างๆ ตอนแรกเราไม่ได้บอกหมอ
ตรงๆว่าตรงไหน แต่พอเอกซเรย์ออกมา หมอพูดได้ตรงทุกจุดเลย
ทีนี้จะขอถามคุณ Pc ว่าถ้าจะออกกำลังวิ่งแต่วิ่งในน้ำ จะได้ผลไหม
เพราะว่าเริ่มออกกำลังกายโดยการขี่จักรยาน ปรากฏว่าปวดเอวมากกว่า
เดิมโดยเฉพาะถ้าวันไหนขี่ไปทางที่ขรุขระหรือทางไม่เรียบจะรู้สึกว่า
ก้นกระแทกกับเบาะนั่งบ่อยๆและปวดเอวมาก จึงหยุดขี่จักรยานหันไป
ว่ายน้ำแทนแต่ใช้วิธีวิ่งเร็วในน้ำ เพื่อไม่ให้หัวเข่าที่ปวดอยู่โดนแรงกระ
แทกปวดเกินกว่านี้ วิธีนี้ถูกต้องหรือไม่ถาจะวิ่งในน้ำ เพราะน้ำช่วยพยุง
น้ำหนักตัวไม่ให้ลงกระแทกพื้นมากเกินไป ไม่รู้คิดผิดวิธีหรือเปล่า
ช่วยแนะนำด้วยเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และเกี่ยวกับอาหารด้วยว่า
จะต้องทานอะไรบ้างเพื่อให้กระดูกกลับมาหนาแน่น ถึงไม่หนาแน่น
ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมแต่ก็ขอให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ยังดี หมอฝรั่งจะ
ไม่ค่อยจ่ายยาหรือวิตามินให้ เค้าเพียงแต่บอกสั้นๆว่ากินอาหารดีๆนะ
และออกกำลังด้วย แต่ก็ให้ยาเสริมFosamax มากินอาทิตย์ละหนึ่งเม็ด
เท่านั้น หมอบอกว่ายานี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายได้ใช้แคลเซียมไป
เสริมให้กระดูกกลับมาแน่นเหมือนเดิมแต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่ากับ
กระดูกแน่นอน ขอความกรุณาคุณพีซีช่วยแนะนำด้วยนะคะตามที่
ถามด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ(ตลอดสี่สิบปีไม่เคยออกกำลังกาย
เลย นั่งทำแต่งาน) ขอให้คุณพีซีเจริญๆรวยๆค่ะและแข็งแรงที่สุดใน
โลกค่ะและอายุสองร้อยปีค่ะ
From : คุณกระดูกพรุน [ 30 ม.ค. 49 - 08:05:21 น. ]

ความเห็นที่ 124
คุณกระดูกพรุน อวยพรผมซะเยอะเลย แต่ผมมิใช่ผู้รู้เรื่องความหนาแน่นของมวลกระดูกหรอกนะครับ
. . . . เมื่อปี ๔๓ ผมเคยมีอาการปวดเนื่องมาจากกระดูกมาก่อน ถึงไม่ได้ตรวจละเอียดแต่ก็ปวดหลายจุดคล้ายๆ กัน เคยตื่นนอนตอนเช้าแล้วปวดร้าวตั้งแต่ คอ ไหล่ แขน ลงไปถึงปลายมือ ปวดมากจนแทบร้องโอยก็ว่าได้ .. หลังจากไปพบแพทย์และรับยามาทานแล้ว ก็พยายามหาความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของกระดูกกับแคลเซียม เมื่อได้พบคุณค่าทางอาหารของ "งา" จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง และเพื่อให้ง่ายต่อการสื่อความเข้าใจมาแบ่งปันกัน จึงขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ...

  • พบว่างาดำคั่ววันละ ๑ - ๓ ช้อนโต๊ะ ให้ผลดีกว่าทั้ง นมสด และแคลเซียมแมกนีเซียมชนิดเม็ด (ระยะแรกควรกินงาดำเพียงวันละ ๑ - ๓ ช้อนชา เมื่อร่างกายชิน กินแล้วไม่รู้สึกร้อนใน จึงค่อยเพิ่มปริมาณ)
  • การออกกำลังกายที่มีแรงกดต่อกระดูกช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกได้ ควรเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งช้าๆ ปั่นจักรยานทางเรียบ และโยคะ สำหรับท่ากายบริหารของโยคะนั้น สามารถช่วยยืดกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ หลัง ไหล่ และลดอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ดีทีเดียว
  • การที่เพิ่งเริ่มปั่นจักรยานแล้วปวดเอว คงเพราะกล้ามเนื้อหลังยังไม่แข็งแรง หรือขนาดจักรยานใหญ่ไป ทำให้แฮนด์ไกลมือจนต้องเอื้อม(ถ้าแฮนด์ใกล้มือจะปวดหลังตอนบน) แต่ก็เป็นเรื่องที่สามารถพัฒนากล้ามเนื้อหลังให้ค่อยๆ แข็งแรงเพิ่มขึ้นได้ ถ้าไม่ถึงกับทรมานก็น่าจะหาที่ปั่นทางเรียบๆ หน่อย ในสวนสาธารณะบางแห่งก็อนุญาตให้ปั่นจักรยานได้ ปั่นแล้วพักเป็นช่วงๆ แล้วกล้ามเนื้อหลังจะแข็งแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ .. การสร้างกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงได้เร็ว ลองนอนคว่ำแล้วยกศีรษะและไหล่ขึ้น-ลงวันละ ๑๐ ครั้งสิ ทำหลังตื่นนอนตอนเช้าก็ดีครับ
  • การปั่นจักรยานนั้นดีตรงที่ช่วงขี่วอร์มก็ทำได้ง่าย ขี่ต่อเนื่องก็ขี่ได้นานโดยไม่เหนื่อยหนักอย่างการวิ่ง ขี่ให้เหนื่อย(ขนาดยังพอร้องเพลงได้บ้าง)ต่อเนื่องราว ๑๕ - ๒๐ นาที ก็ถือเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกแล้ว ซึ่งช่วยให้ปอดและหัวใจแข็งแรงขึ้นด้วย .. การเพิ่งเริ่มออกกำลังกายนั้นถ้าสามารถผ่านความรู้สึกช่วง "ก่อนเหนื่อย" ได้ คราวต่อๆ ไปก็จะไม่ค่อย "ถอดใจ" .. ถ้าขี่จักรยานบ่อยๆ แล้วจะรู้สึกได้ว่า จักรยานเป็นกีฬาที่สามารถเหนื่อยได้วันละเป็นสิบครั้ง ยิ่งขี่ยิ่งทนเหนื่อยได้นานครับ...
  • ผมเคยปวดเข่าเนื่องมาจากการกระแทก และนั่งที่โต๊ะทำงานนานเกินไป นวดน้ำมันและประคบร้อนก็ยังไม่หาย หลังจากไปพบแพทย์ด้านกระดูกและรับยามากิน จึงทุเลาลงจนเกือบปกติ .. การวิ่งน่าจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าขาและน่อง ส่วนการบริหารเข่านั้นน่าจะเป็นท่านั่งห้อยขาโดยหาถุงทรายมัดถ่วงบริเวณข้อเท้าแล้วยกเท้ายื่นไปข้างหน้า(ขึ้น-ลง) .. ค่าใช้จ่ายในการจัดหาถุงทรายน่าจะน้อยกว่าค่าเข้าฟิตเน็ตครับ...
  • การยกน้ำหนักท่าละ ๑๐ - ๑๕ ครั้ง (ระยะแรกต้องใช้ดรัมเบลล์เบาๆ ) ช่วยบริหารกล้ามเนื้อไหล่ แขน มือ และข้อมือ ได้ดี และน่าจะเพิ่มความแข็งแรงให้แก่กระดูกด้วย
  • การออกกำลังกายที่ดีและจ่ายไม่แพงนั้น มักได้ผลและไปด้วยกันได้นาน จะพูดว่ายั่งยืนก็ได้ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม:
แนะนำท่าบริหาร ก่อนขี่จักรยาน
ปวดแถวหัวเข่า

ลองทำดูนะครับ ได้ผลอย่างไรก็กลับมาเล่าสู่กันฟังบ้าง .. ผมเองก็ยังปวดบางแห่งอยู่บ้าง แต่ก็พยายามกินงา กับออกกำลังกาย และกายบริหารอยู่เรื่อยๆ เผลอห่างสิ่งไหนก็ยังปวดเมื่อยเหมือนกันครับ...

From : Pc [ 30 ม.ค. 49 - 11:33:24 น. ]


ความเห็นที่ 125
ขอขอบพระคุณ คุณ Pc มากๆนะคะในคำแนะนำที่ให้ มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ที่ช่วยชี้ทางเบื้องต้นว่า
จะเดินไปทางไหนดี ตั้งแต่นี้ไปจะเริ่มปฏิบัติจริงจังซะทีเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมถึง
ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตามค่ะ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย วันนี้ก็ไปหาหมอกายภาพบำบัดตามหมอประจำตัวสั่ง
ให้ไป ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งในการสอบถามประวัติความเป็นมาก่อนมีอาการเจ็บปวดว่าไปทำอะไรมาบ้าง
และหมอนักกายภาพบำบัดก็เริ่มจับและกดกระดูกแต่ละข้อตั้งแต่กระดูกคอข้อแรกไล่ลงไปถึงก้นกบและ
ให้บอกทุกครั้งว่าที่กดแต่ละครั้งเจ็บไหม ถ้าเจ็บก็หมอ ๆ จะบันทึกในรูปภาพกระดูกว่าเราเจ็บข้อไหน
บ้าง ละเอียดดีมากเลยค่ะและให้เราทำตามท่าบริหารต่างๆที่หมอทำให้ดู พอทำเสร็จเรารู้สึกดีมากเลย
หายปวดทุกจุดเลย แต่หมอบอกว่าถ้ากลับไปบ้านแล้วอาจเริ่มปวดที่จัดและกดกระดูกให้วันนี้ ถ้าไม่
ปวดมากก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าปวดชนิดทนไม่ได้ให้รีบโทรมาที่โรงพยาบาลเพื่อจะได้เอารถพยาบาลไปรับ
บริการดีมากๆเลยค่ะ ถามเราซะละเอียดยิบเลยเพื่อหมอจะได้คลำทางถูกค่ะเค้าบอกเราอย่างนั้นและ
เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะกดตรงไหนบ้างและรักษาตรงไหนบ้าง ตอนที่นั่งพิม์อยู่นี้เริ่มปวดแล้วค่ะ
และขอขอบพระคุณอีกครั้งนะคะ จะรายงานเป็นระยะๆให้ทราบถึงความคืบหน้าค่ะเพื่อเป็นประโยชน์
แก่ผู้อื่นด้วยที่มีอาการแบบดิฉันและเพื่อให้คนที่เริ่มจะวัยทองได้เตรียมตัวด้วยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นใน
อนาคตเพื่อจะได้เตรียมพร้อมแก้ไขไว้่ก่อนค่ะ (ถ้าหายแล้วจะเปลี่ยนชื่อตัวเองจากคุณกระดูกพรุนมา
คุณประสบความสำเร็จ ค่ะ)
From : คุณกระดูกพรุน [ 30 ม.ค. 49 - 14:11:59 น. ]

ความเห็นที่ 126

เรียนคุณกระดูกพรุน...

ผมขอเสริมคุณPcอีกนิดครับว่า...หาแดดอุ่นอุ่นตอนเช้าหรือตอนบ่ายบ้างครับ....จะได้รับวิตามินดี....ตัวนี้ต้องคู่กับคัลเซี่ยมที่รับทานหรือได้จากอาหาร...ช่วยให้การดูดซึมคัลเซี่ยมดีขึ้นครับ....
From : น้าเป็ด [ 31 ม.ค. 49 - 09:24:58 น. ]


ความเห็นที่ 127

อุ๊ยท่านนี้เดินออกกำลังทุกเช้าเอาผักไปขายที่ตลาด...เดินช้ามั่นคงไม่เร็ว....สิ่งที่ได้ประจำวันคือได้งาน....(เงินด้วย).....ได้ออกกำลัง.....ได้รับวิตามิน ดี ....ในระหว่างทางเหนื่อยก็นั่งพัก...ระยะทางที่เดินต่อวันนะหรือ....ประมาณว่า
From : น้าเป็ด [ 31 ม.ค. 49 - 09:35:45 น. ]

ความเห็นที่ 128

จากบ้านไปที่ตลาด ระยะทาง 1.5 กม.ครับ....อายุปัจจุบันนี้ เกือบ 80 แล้วครับ....ที่สำคัญอย่ากลัวแดด(หมายถึงแดดตอนเช้ากับตอนบ่าย)...

คุณทวดผมสมัยท่านมีชีวิตอยู่นั้นจะเดินตามหลังฝูงวัวควายและจดบันทึกทุกอย่างว่าสัตว์พวกนี้กินหญ้าอะไรบ้าง.....ผมไม่มีความรู้ครับตรงนั้น.....แต่มารู้ตอนหลังว่าคัลเซี่ยมมีมากในผักสีเขียว..และ+แสงแดด

เหมือนกับที่ผมคุยกับอุ๊ยท่านนี้...ผมถามว่าสุขภาพดีจังเลย....ไม่ทราบกินยาอะไรบ้าง....แกยิ้มยิ้มบอกว่ายายกินแต่ผักแต่หญ้าแหละลูกหลานเอ๊ยย....

ผมขอเสริมตรงนี้อีกนิดครับว่า....กรุณาอย่าเครียดกับงาน....ร่างกายจะทำงานเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ....อยากร่างกายแข็งแรงไม่เจอเรื่องกระดูกพรุนไวเกินไป....(อย่างของคุณเพิ่ง 50 และ 47 หมดเมน...ผมว่าเร็วไปครับ)...ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ....ช่วงสามทุ่มตอนหลับสนิทนั้น...กระบวนการทางร่างกายกำลังทำงานซ่อมสร้างเนื้อเยื่อและเซลล์กันอุตลุตทีเดียว......

คืนนี้ผมขอให้คุณหลับฝันดีครับ
ไปละ
น้าเป็ด
From : น้าเป็ด [ 31 ม.ค. 49 - 09:49:37 น. ]


ความเห็นที่ 129
ต้องขอขอบพระคุณคุณน้าเป็ดเป็นอยางสูงที่กรุณาแนะนำสิ่งดีๆให้ ที่ออสเตรเลียหาแดดไม่ค่อยเจอโดยเฉพาะหน้าหนาว ขนาดเที่ยงวันยังเย็นเฉียบเลยค่ะ
อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์พยายามดักมัน(หมายถึงแสงแดด)ตอนเช้า ก็ไม่ได้เลย ท้องฟ้าจะอึมครึม
พอเที่ยงมันร้อนจ้ามากๆสามสิบห้าดีกรีเลย พอรอเย็นๆหน่อยจะออกไปนั่งตากแดดที่สนามหญ้า
ตอนสามโมงเย็นยังร้อนจัดมากๆ สักสิบนาทีแดดหายทันทีไม่เจอเลย ลมมาแรงมากและฝนตก
ในซิดนีย์วันหนึ่งมีสามฤดูค่ะ ดิฉันกำลังวางแผนจะย้ายออกไปอยู่แบบชนบท ปลูกผักกินเองค่ะ
อาจเป็นปีหน้าค่ะ ต้องรอจนกว่าหมอประจำตัวจะบอกว่ากระดูกที่พรุนกลับมาเต็มแล้ว เพราะหมอ
ฝรั่งประจำตัวบอกว่าจากการดูผลเอกซเรย์นั้นเพิ่งเริ่มต้นๆ จากนี้ไปอีกหกเดือนกระดูกจะกลับมา
ปรกติเหมือนกันโดยหมอคนนี้เก่งมาก ประสบการณ์สี่สิบกว่าปีแล้วเรื่องกระดูกพรุนสำหรับสตรี
แกบอกว่าดูเอกซเรย์ปั้บบอกได้เลยว่ากระดูกพรุนไม่พรุน หลังจากนั้นดิฉันลองไปหาหมอไทยหน้า
อ่อนมากสงสัยเพิ่งจบ ดิฉันเอาเอกซเรย์ให้ดูแกไม่ยอมดูและไม่สนใจ แกบอกว่าต้องการดูการวัด
ความหนาแน่นของมวลกระดูกมากกว่า อุตส่าห์นั่งรอสี่สิบนาทีแต่พบหน้าแค่สองนาทีเท่านั้น ผิดกับ
หมอฝรั่งนั่งคุยด้วยโดยไม่สนใจว่าจะนานแค่ไหน คุยและตอบทุกคำถามจนเราพอใจ แต่หมอไทยไม่
ยอมคุยด้วย บอกว่ายังไม่คุยอะไรทั้งนั้นจนกว่าคุณจะเอาผลวัดมวลกระดูกมาให้ดู พอเราอ้าปากจะถามอะไรก็เดินหนีไปเรียกคนไข้คนอื่น นี่แหล่ะหมอไทยเข็ดแล้วค่ะ
สงสัยไม่อยากเจอคนไข้คนไทยมั้ง เรารึอุตส่าห์ดีใจตื่นเต้นที่จะได้คุยภาษาไทยกับหมอไทย
หรือไม่งั้นก็ไม่ค่อยอยากรักษาเท่าไรเพราะเบิกจากรัฐฯซึ่งจ่ายแทนเราไม่เท่าไร แต่ถ้าเป็น
คลีนิคส่วนตัวจุคุยดีคุยนานค่ะ สงสัยประเด็นนี้มากกว่าค่ะ เพราะคลีนิคที่นี่ีมีสองแบบค่ะ
แบบคนไข้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าตรวจ รัฐฯจ่ายแทน หมอจะทำเรื่องเบิกเอง รับไม่มากอาจจะแค่$15-25
ต่อคนไข้หนึ่งคน เวลาไม่เกินสิบห้านาทีมั้ง แต่ถ้าเป็นคลินิคที่คนไข้ต้องจ่ายเงินเลยนั้น ค่าตรวจ
ประมาณ $65 ต่อหนึ่งครั้ง โดยตรวจอย่างเดียวอาการเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าต้องถึงขั้นไปโรงพยาบาล
ก็แค่เขียนใบสั่งให้ไปโรงพยาบาลเอง หรือต้องกินยา ก็เขียนใบสั่งซื้อยาให้ไปร้านขายยาเอง เพราะ
ที่ประเทศนี้ หมอตามคลีนิคจะมีหน้าที่แค่ตรวจเบื้องต้นเท่านั้น เราไม่มีสิทธิ์ตรงไปโรงพยาบาลเอง
ถ้าไม่มีใบสั่งจากหมอตามคลีนิค ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุ ขอจบแค่นี้ก่อนนะคะ ขอให้คุณน้าเป็ด
สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ จะได้มีข้อมูลอะไรดีๆมาฝากให้ทุกท่านได้อ่านกันไปนานๆค่ะ สวัสดีค่ะ
และขอขอบพระคุณคุณน้าเป็ดมากๆอีกครั้งนะคะ และคุณพีีซีอีกครั้งด้วยค่ะ ดิฉันว่าการคุยกับพวก
คุณๆทั้งหลายๆในเว็บไซต์ดีกว่าเสียอีก เพียงแต่ว่าหมอเขามีความรู้ด้านวิชาการเท่านั้น แต่จิตใจ
สู้พวกคุณไม่ได้ดอกค่า และขอความกรุณาคุณน้าเป็ด คุณพีซี และทุกๆท่านช่วยส่งข้อมูลเข้ามาอีก
นะคะ เพื่อจะได้ความรู้หลายแง่หลายมุมค่ะ
From : คุณกระดูกพรุน [ 4 ก.พ. 49 - 09:08:22 น. ]

ความเห็นที่ 130

คุณกระดูกพรุนครับ

ปัจจุบันนี้โลกมันแคบและมีแหล่งให้เข้าไปเรียนรู้มากมายอย่างหนึ่งที่เห็นเห็นกันอยู่....คือคิดอะไรไม่ออกบอกกูเกิ้ลนะครับ....ผมเชื่อว่าคุณคงเข้าไปค้นหามาบ้างไม่มากก็น้อยหละ...

การรักษาแนวใหม่หรือที่เรียกกันว่ายุคไฮเทคนั้นมันพัฒนาไปมากจนตามไม่ทัน....คนเราจึงอายุยืนกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว....ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ....ส่วนที่เล่าใหเฟงตอนเด็กเด็กนั้นคืออยากให้ไม่เครียดและทำใจให้สบาย....พอมารู้ว่าใกล้จะกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งแล้วพลอยรู้สึกดีใจ...สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน....หมอและยาของเขาคงดี....แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าจะดีด้วยคือคุณมองโลกในแง่ดี....+กับจิตใจดีด้วย.....จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว...เขาว่ามานานแล้วครับ

เวลาทวดเขาจะรับรักษาคนไข้..มานึกดูย้อนไปอีกทีเห็นแล้วเหนื่อยแทน....ความจำต้องดีมากใครเป็นใครลูกเต้าเหล่าใครมาจากไหนครอบครัวทำอาชีพอะไรมีรายได้ประมาณเท่าใดใครเคยป่วยไข้อย่างไรในแตะละครอบครัวในแต่ละวันแต่ละราย.....ผมว่าแสนจะเหนื่อยเหน็ดนะครับ....แต่เห็นทวดมีความสุขดี....คนนั้นเคยหายด้วยยาตัวไหนวิธ๊ใด...นานช้าแค่ไหน...จำได้หมด...มีบันทึกช่วยจำบ้างแต่เป็นเรื่องของตัวยาและใบสั่งยา(เมื่อก่อนเรียกเทียบยา)...

พอมาถึงการตรวจขั้นต้นมีทั้งจับ กด บีบ คลำ ขึ้นอยู่กับแต่ละอาการ.....มีดูสีหน้า สีผิวหนัง มีดมด้วยจมูกด้วย....มีกลิ่นอะไร ที่ตัวคนไข้(ซึ่งคนไข้ไม่รู้หรือไม่ค่อยสังเกตุ)....เป็นต้น

เล่าให้ฟังเฉยเฉยครับ....ปัจจุบันที่เห็นทันสมัยก้าวหน้าเพราะมนุษย์รู้จักการพัฒนาจากอดีตในสิ่งที่ผมกล่าวมานี้ไปเป็นระบบที่ทันสมัยกันหมดแล้ว....วิเคราะห์วิจัย...กันมากมายมหาศาล..ไม่รู้จักจบสิ้น....

อย่างไรก้ดีหากเรามีส่วนให้ใครได้หายจากการเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจก็น่าจะช่วยกัน....สังคมจะดีขึ้นมาทันตาเห็น....ดูอย่างคุณเล่ามาสิครับ....หมอไทยแท้แท้ยังทำตัวอย่างนี้เลย...มันน่าสักป้าบมั๊ยล่ะครับ....ปล่อยแกไปเถอะ...หมอดีดีในโลกนี้ยังมีอีกเยอะ....

กลับมาเล่ามาคุยกันใหม่ตอนที่อะไรกลับมาทำให้คุณดีขึ้นแล้วนะคุณกระดูกพรุน....และพยายามอย่าให้หกล้มนะ.....กระดูกยิ่งบางบางอยู่....หากแดดมันจ้าไป....หลบใต้ร่มเงาไม้แทนและใช้เวลาต่อครั้งให้สั้นลงก็ได้.....ส่วนทานคัลเซี่ยมเสริมนั้นช่วยได้ครับ....เวลาที่เหมาะเขาแนะนำทานพร้อมอาหารมื้อสำคัญของคุณ......และอีกครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน....อันนี้สำคัญ...

ทานอาหารครบหมู่นอกจากผักเขียวเขียวแล้ว เนื้อแดงทุกชนิดใช้ได้เหมือนกัน....แต่ไม่ใช่เนื้อที่มันผสม...ที่นั่นมีเสต็กอร่อยดังดังที่ร้านไหนมั่งลองไปทานไปชิมดูนะครับ....บรรยากาศดีดี บางทีชีวิตมันรื่นรมย์เข้าท่าครับ....

ไม่มีอะไรทำหมูปิ้งแบบบ้านเราเข้าท่าดีเหมือนกัน...แหะแหะ.....พูดแล้วหิวเลยครับ...
ไปละ
น้าเป็ด
From : น้าเป็ด [ 4 ก.พ. 49 - 22:16:15 น. ]


ความเห็นที่ 131
ไม่ทราบว่าคุณกระดูก(เริ่มหาย)พรุนมีปัญหาในการดูดซึมแคลเซียมหรือปล่าวนะครับ ถ้ามีก็ลองกลับไปกินของวัยเด็กสิครับ .. น้ำมันตับปลา .. แม้จะมีวิตามิน A น้อย แต่วิตามิน D ในน้ำมันตับปลามื้อละ 2 เม็ดนั้นช่วยการดูดซึมแคลเซียมในแต่ละวันได้เป็นอย่างดีเลยครับ .. หลายคนอาจมองข้ามไปว่า.. น้ำมันตับปลาเป็นของเด็ก เพราะมองแต่ปริมาณวิตามิน A .. จนลืมโฟกัสไปที่วิตามิน D .. กว่าจะเอะใจก็ล่วงเลยเวลาที่วิตามิน D จะได้มีโอกาสแสดงฝีมือมาซะนานเลย...

From : Pc [ 5 ก.พ. 49 - 09:42:43 น. ]

ความเห็นที่ 132
คือว่าดิฉันอาจจะบอกเล่าไม่ละเอียดเกี่ยวกับหมอฝรั่ง คืออย่างนี้เมื่อวันที่สามมกราคมปีนี้เอง มีเวลาว่าง
ก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่ไปหาหมออย่างจริงจังในเมื่อเราก็รักษาฟรีทุกอย่าง ทำไมปล่อยให้ร่างกายทรุด
โทรม เจ็บปวดไปทุกส่วนของร่างกาย ทำไมทนอยู่ได้ถ้าเกิดตรวจพบทีหลังมันจะสายไปนะ พอคิดได้
ก็เดินออกจากบ้านไปพบหมอทันทีซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้าน บอกหมอว่าเรามีอาการปวดหลังมานาน และเริ่มปวดเข่า ปวดคอ พอหมอฝรั่งได้ิยินดีเช่นนั้นก็ถามคำเดียวว่าหมดประจำเดือนแล้วใช่ไหม
พอเราบอกว่าหมดแล้ว หมอฝรั่งก็สั่งไปตรวจเอกซเรย์ทันทีภายในวันเดียวกัน ได้ผลออกมารุ่งขึ้น
ก็เอาไปให้หมอฝรั่งดูผล หมอฝรั่งดูเสร็จบอกได้เลยว่ากระดูกเริ่มบางและเริ่มพรุน จึงเขียนสั่งให้ไป
ซื้อยา หมอฝรั่งบอกว่าจากนี้ไปอีกหกเดือน รับรองว่าเราจะมีกระดูกที่แข็งแรงขึ้นเหมือนเดิมปรกติ
ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ กินยาอย่างเคร่งครัดและ ตรงต่อเวลา ห้ามกินๆหยุดๆหรือเว้นระยะ
ผิดจากทีแรกที่เริ่มต้นกินยา และกินอาหารที่มีแคลเซียมเยอะๆ ท่านเป็นหมอที่มีอารมณ์ดีมากอายุ จะเจ็ดสิบแล้วยังดูแข็งแรงและหนุ่ม เดินตัวตรงดีจัง เวลาเห็นคนไข้จะทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส คุยได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องส่วนตัว การกีฬา หรือแกไปฮอลิเดย์ก็จะเ่ล่าให้ฟัง กันเองกับคนไข้ทุกคน ไม่ว่าชาติไหนเข้ามา เราบอกว่ามีอยู่วันหนึ่งเราเจ็บป่วยอยากจะถามหมอแต่เป็นวันหยุด คลีนิค แกบอกว่าทำไมไม่โทรหาที่มือถือล่ะ หมอยินดีตอบคำถามไม่ว่าจะอยู่ระหว่างฮอลิเดย์ก็ตาม (ดูซินี่หมอฝรั่งน่ารักดีจังเลย แต่ผิดกับพี่ไทยตามที่เล่าให้ฟังค่ะ)
เมื่อสองปีก่อน ดิฉันก็ได้ไปหาหมอไทยและเล่าอาการทุกอย่างเหมือนที่เล่าให้หมอฝรั่งฟัง
พอหมอไทยฟังจบบอกดิฉันว่าไม่มีอะไรหรอก คุณคงทำงานมากไปเลยปวดเมื่อยและล้า บอกแค่นี้จริง
ๆแล้วถามว่าจะซื้อวิตามินมากินดีไหม หมอไทยบอกว่าก็แล้วแต่คุณนะ ถ้าคุณน้าเป็ดฟังแล้วรู้สึกไงคะ
กับการที่เราไปหาหมอแล้วได้คำตอบแบบนี้ และบอกเราว่าหมอมีคนไข้คนอื่นรออยู่ ถ้ามีอาการมากขึ้น
ก็มาอีกนะ จบกลับบ้านโดยไม่ได้ไอเดียอะไรเลย เราก็เลยปล่อยตัวเรื่อยมาสองปีเพราะหมอไทยบอก
ว่าไม่มีอะไรเราก็เชื่อ แล้วเป็นไงล่ะ ณ วันนี้กระดูกเราพรุนแล้ว นี่ดีนะที่ตัดสินไปหาหมอฝรั่งอีกครั้ง
เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว ถ้าเรายังคงยึดหมอไทยที่บอกเราว่าไม่มีอะไร ปีหน้าเราอาจกระดูกหักทั้ง
ตัวก็ได้ใครจะรู้ จริงไหมคะ เพื่อนฝรั่งสอนมาว่าอย่าพยายามเชื่อคนเดียว ต้องพยายามหาหมออื่นด้วย
ฉะนั้นจึงขอขอบคุณคุณน้าเป็ดด้วยที่เป็นกำลังใจล่วงหน้าว่าจะหายค่ะ ขอบพระคุณค่าะ
From : คุณกระดูกพรุน [ 5 ก.พ. 49 - 21:58:25 น. ]

ความเห็นที่ 133
ค่ะ ดิฉันคิดว่ามีปัญหาเรื่องการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายไม่ดีเท่าที่ควร เพราะระบบฟันการเคี้ยว ไม่ดีด้วยค่ะเพราะดิฉันคิดว่าก่อนหน้านี้ดิฉันก็กินอาหารที่มีแคลเซียมเยอะ โดยเฉพาะพวกปลา ดิฉันกินวันเว้นวันเลย เพราะชอบปลามาก ไม่ค่อยกินเนื้อสัตว์อื่น หรืออาจเป็นเพราะตลอดชีวิตที่
ผ่านมาไม่ยอมเจอแดดเลย หลบตลอดชีวิตจริงๆค่ะ เห็นแดดยังกะเป็นผีแน่ะกลัวมาก เพิ่งจะมาค้นคว้า
ทราบว่าต้องได้วิตามินดีจากแสงแดดช่วยให้แคลเซียมทำงานได้ดี ตอนนี้วิ่งหาแต่แดดตอนเช้ากับ
ตอนเย็น แต่กลับหาไม่ค่อยได้เพราะจะเริ่มเข้าหน้าหนาวมั๊ง ดิฉันวางแผนจะย้ายไปอยู่ชนบทและแถบ
เหนือขึ้นไปของประเทศจะร้อนพอๆกับประเทศไทยค่ะหรืออาจจะร้อนกว่าบางวันซะด้วยซ้ำไปค่ะ แถบ
นั้นจะปลูกพืชผักคล้ายๆไทยเยอะมากค่ะ ดิฉันจะลองถามหมอฝรั่งประจำตัวของดิฉันดูว่า จะขอเสริม
น้ำมันตับปลาด้วยได้ไหม นอกจากยาประจำที่หมอสั่ง (ยาประจำที่หมอสั่งเป็นยาดีที่สุดเวลานี้ ราคา
มาก ถ้าอยู่เมืองไทยคงซื้อไม่ไหวค่ะ 4 เม็ด $55 ($55 x 30 บาท = 1,650 บาท ราคาเม็ดละ412.50 บาท)
โชคดีที่รัฐฯออกให้ ไม่งั้นก็คงตายแน่เลยค่ะ ถ้าเรากินยาประจำอยู่แล้ว เราจะต้องถามหมอที่สั่งเรากิน
ว่าเราจะเพิ่มอื่นๆได้ไหมค่ะ ที่นี่จะสำคัญมากเรื่องจะเสริมยาอื่นๆหรือวิตามินอื่นค่ะ แต่สำหรับคนที่
ปรกติจะซื้อวิตามินกินเองก็ไม่ว่ากัน ตัวใครตัวมัน ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
From : คุณกระดูกพรุน [ 5 ก.พ. 49 - 22:24:43 น. ]

ความเห็นที่ 134
ทานงาดำกันแล้ว ก็อย่าลืมอาหารหลัก 5หมู่ด้วยนะคะ
From : janne [ 7 ก.พ. 49 - 05:07:28 น. ]

ความเห็นที่ 135
คุณกระดูกพรุนครับ

ขอให้หายโดยไวครับ....จิตใจแจ่มใสนำมาซึ่งสุขภาพดี...มีอารมย์ปลอดโปร่ง...วิตามินและอาหารเสริมจำเป็นแล้วครับในวัยทอง....อย่างไรก็ดีคำว่าเดินสายกลาง....ไม่เคยล้าสมัยเลย..
มีหลายอย่างหลายชนิดที่กินมากไปแล้วเกิดสะสมขึ้นในร่างกาย....บางอย่างไม่มีโทษแต่บางอย่างมีโทษ....ต้องระมัดระวังครับ.....เช่น เอ, อี, คัลเซี่ยม เป็นต้น

กินผักกินหญ้า(ถ้าร่างกายปรกตินะ)ก็พอแล้ว.....กินผักกินหญ้า=อาหารธรรมดาสามัญ...นะครับ
ไปก่อนละครับ
ไปละ
น้าเป็ด
From : น้าเป็ด [ 8 ก.พ. 49 - 05:12:53 น. ]


ความเห็นที่ 136
ดีมากขอขอบคุณที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องงาดำ
From : คนพิษณุโลก [ 20 ก.พ. 49 - 21:38:10 น. ]

ความเห็นที่ 137
ทุกๆสิ่งในโลกก็ล้วนมีทั้งคุณและโทษอยู่ด้วยกัน อยากจะฝากไว้ว่า งาดำก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีนัก เมื่อคำนึงถึง Antinutritional factor ที่สำคัญคือ Phytic acid ซึ่งมีอยู่มากในงาดำ โดยสารนี้เป็นสารที่ทำให้ความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายต่ำลง เพราะฉะนั้น เมื่อนึกถึงอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมนั้น ควรกินให้หลากหลายเพื่อความพอเพียงต่อร่างกาย ในวันๆหนึ่ง ก็กินทั้งปลา(ที่กินก้างได้ด้วย) กินงาดำ ดื่มนม หรือแคลเซียมเม็ดๆก็ได้ เพื่อที่จะได้ปริมาณแคลเซียมที่ควร และลดปริมาณ phytic acid ที่จะสามารถพบได้นอกจากในงาดำแล้ว ก็ยังมีในผักต่างๆอีกด้วย (ชดเชยๆกันน่ะค่ะ)
From : miruku_maedchen [ 24 ก.พ. 49 - 16:56:04 น. ]

ความเห็นที่ 138
นอกจากนี้นะคะ ควรเทียบปริมาณที่บริโภคด้วย จากตารางข้างต้นเห็นว่า เป็นตารางเทียบจากอาหาร 100 กรัม ถ้าคุณต้องการแคลเซียมอย่างเห็นผลจากงาดำจริง คุณก็ต้องกินทีนึงเป็นขีด (ต้องกินเยอะมากๆ) ในขณะที่ถ้ากินแคลเซียมจากแหล่งอื่นแล้ว เช่น ผักต่างๆ ตามตาราง เมื่อมาคิดแล้วแค่กินผักตามปกตหรือมากกว่านิดหน่อย ิก็น่าจะได้รับแคลเซียมที่พอเพียงต่อร่างกายต่อวันแล้วไม่ใช่หรือคะ (ความคิดนี้คือ อ่านแล้วคิดตามตารางที่เป็นความเห็นที่ 5) ผู้รู้ช่วยอธิบายหน่อยค่ะ
ในความเห็นของดิฉัน คิดว่าการที่ร่างกายได้รับอาหารครบถ้วน 5 หมู่ในปริมาณและสัดส่วนที่พอเหมาะกับสภาพของร่างกายและได้รับอาหารจากแหล่งที่หลากหลาย (ต้องปลอดภัยด้วยนะ) บวกกับการออกกำลังกาย แค่นี้เราก็มีสุขภาพดีได้แล้ว.. อีกอย่าง สุขภาพใจดี ก็สุขภาพกายดี เพราะฉะนั้นก็อย่ากังวลกับคุณ+โทษของ "งาดำ" มากเกินไปเลย นอกจากจะชอบกินงาดำจริงๆก็อีกเรื่องนึง

From : miruku_maedchen [ 24 ก.พ. 49 - 23:10:53 น. ]

ความเห็นที่ 139

จากตารางในความเห็นที่ 5 แสดงให้เห็นว่า "งา" มีแคลเซียมสูงเป็นอันดับแรก
หมายความว่า การจะได้แคลเซียมในปริมาณที่เท่ากัน ต้องกินพืชชนิดอื่นมากกว่างาครับ
และการกินงาดำเพียงมื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ ก็ได้ผลแล้ว .. คุณ miruku_maedchen อย่ากินทีนึงเป็นขีดๆ นะ เพราะนอกจากร้อนในแล้ว จะถ่ายดำอีกด้วย
งามีแคลเซียมมากกว่าแคลเซียมในนมวัวถึง 6 เท่า .. นั่นหมายถึงกินงาเพียง 1 ใน 6 ของนมวัวก็ได้แคลเซียมเท่ากับการกินนมวัวครับ...

และที่คุณ miruku_maedchen เขียนว่า "Phytic acid มีอยู่มากในงาดำ โดยสารนี้เป็นสารที่ทำให้ความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายต่ำลง" นั้น .. คุณ miruku_maedchen เพียงแต่พูดลอยๆ แต่มิได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลมาเปรียบเทียบให้เห็นด้วยว่า มีมากหรือน้อยกว่าพืชผักอะไรบ้าง..
การหลีกเลี่ยงการกินพืชผักที่มีสารบางอย่างที่ขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียมนั้น ควรหลีกเลี่ยงเฉพาะพืชผักที่มีแคลเซียมต่ำ ซึ่ง "งา" มิได้อยู่ในกลุ่มนั้นครับ..

คุณ miruku_maedchen สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับสารบางอย่างที่ขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียมได้ใน link นี้ครับ
http://www.qru.ac.th/courseware/science/4031102/lesson1/lesson1.9.html

From : Pc [ 25 ก.พ. 49 - 21:22:47 น. ]


ความเห็นที่ 140
ว้าว ขอบคุณนะคะ
แล้วเด๋วไว้หาหลักฐานที่อ้างอิงได้ถึงปริมาณ Phytic acid ที่อ่านง่ายๆ จะมาโพสต์ไว้ให้ดูกันนะคะ
From : miruku_maedchen [ 26 ก.พ. 49 - 14:52:49 น. ]

ความเห็นที่ 141
หลังจากที่ได้อ่านแล้ว คุณผู้รู้ช่วยขยายความของ Phytic acid ให้อีกหน่อยได้มั้นคะ เพราะว่าที่ให้ http://www.qru.ac.th/courseware/science/4031102/lesson1/lesson1.9.html นี่มา ก้อไม่ได้บอกอะไรที่ดูจะเป็นสาระเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของงาดำกับไฟเทต (รวมถึงผักอื่นๆด้วย) สักเท่าไหร่ (ตอบไม่ตรงคำถามนะค่ะ)
From : miruku_maedchen [ 26 ก.พ. 49 - 14:56:48 น. ]

ความเห็นที่ 142
อ่านในความเห็นที่ 137 - 138 ยังนึกว่าคุณ miruku_maedchen มาช่วยให้ความรู้
ถ้าต้องการรู้เกี่ยวกับ Phytic acid ก็ค้นหาด้วย Google สิครับ มีผู้รู้โดยตรงเขียนไว้อีกเยอะเลย...
แล้วถ้าเจอที่เกี่ยวกับ "งา" ก็ช่วยโยง link มาให้เพื่อนๆ อ่านกันบ้างนะครับ...

From : Pc [ 26 ก.พ. 49 - 21:07:58 น. ]

ความเห็นที่ 143
ok.. that's fine.. Mr.PC.
First, I thought that this forum was really useful and interesting.. but from now, I should re-think that it only "seems" to be useful..
Thanks for all the waste information. I am very dissappointed.

For information of phytic acid , all I need is Discussion, you know, just a discussion. I don't want to think of it alone for this is not my question myself because I learnt that now there are many studies which emphasized the disadvantages of phytic acid in cereals. I just think that it would be good if normal people can gain the knowledge, new or un-reveal one.. But, finally I found that no-one even you, Mr.PC whom I think you are a pro, care about the truth, the truth of what we eat, of what we decide to let them go through our body... And, none of the post-messages didn't mention about Phytic acid.. if you, mr. Pc, have already a knowledge of this point.. why don't you share to others... The same opinion, everything has two-sides.. even your Black Sesame...

(I'm sorry that I used improper language in previous posts)
From : miruku_maedchen [ 26 ก.พ. 49 - 22:23:45 น. ]


ความเห็นที่ 144
ก็ต้องขอขอบคุณคุณ miruku_maedchen ที่กรุณาติงให้คำนึงถึงสาร Phytic acid .. อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้เข้ามาอ่านเกิดความปลอดภัยในการบริโภค "งา" มากขึ้น
ขอบคุณสำหรับความเห็นที่ 143 ครับ..

พักนี้ผมมัวแต่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง (และแดจังกึม ด้วย ) เลยไม่ค่อยมีเวลาตอบอย่างพิถีพิถัน ฉะนั้น หากพิมพ์คำตอบห้วนไปบ้างก็ต้องขออภัยด้วยครับ..

ขอเรียนต่อทุกท่านที่เข้ามาอ่านว่า กระทู้นี้เป็นกระทู้เก่า เมื่อมีผู้ตั้งคำถาม กระทู้ก็จะห้อยอยู่ด้านล่าง ไม่ค่อยมีคนเห็น ประกอบกับเวปนี้มิใช่เวปเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การอาหารโดยตรง จึงไม่ค่อยมีใครเข้ามาช่วยตอบ แม้ผมจะมิใช่ผู้รู้ในสาขานี้ แต่คำนึงถึงความร้อนอกร้อนใจของผู้ถาม จึงพยายามค้นหาข้อมูลมาบอกต่อ(โดยอ้างอิงที่มาตามสมควร) ที่ทำอย่างนี้..เพราะผมเองก็เคยมีและยังมีปัญหาสุขภาพอยู่บ้างเช่นเดียวกัน ถามเขาบ้างตอบเขาบ้างตามประสาคนเคยป่วยครับ...

From : Pc [ 27 ก.พ. 49 - 10:00:19 น. ]


ความเห็นที่ 145
ผมลองทำทานเองโดยคั่วงาดำผสมกับงาขาวอย่างละครึ่งเท่าๆกันแล้วคั่วประมาณ 3 นาทีกลัวจะไหม้นะครับเลยหยุด ทิ้งให้หายร้อนเดียวปากพองแล้วทาน อร่อยดีครับมันมันส์ดีครับเพื่อสุขภาพอีกด้วย นี่มาเจอเว๊บนี่เข้าหลังจากพิมพ์คำว่า งา อยากทราบว่ามีประโยชน์อะไรอีกบ้างที่นอกจากเป็นไปในทางหลักวิชาการ แบบภูมิปัญญาชาวบ้านมีคุณประโยชน์อะไรอีกบ้างนะครับ
From : วรภัทร ตรึกธรรม [ 10 มี.ค. 49 - 13:07:14 น. ]

ความเห็นที่ 146
เคยทานงาดำที่คั่วแล้ว แบบเค็ม ๆมัน ๆ ไม่ได้ตำละเอียดน๊ะค๊ะ เป็นเม็ด ไม่ทราบว่ามีวิธีการอย่างไร เพราะหลานตอนอายุ 3 ขวบชอบกินและเด็ก ๆก็ชอบกินกัน แต่พอไม่มีรสชาติอย่างที่บอกไม่ค่อยกินเลยค่ะ พี่สาวซื้อมาจากงานที่เขาจัด ไปหาซื้อก็ไม่เคยเจอ ช่วยบอกทีค่ะ ลองทำมันก็ไม่ได้อย่างที่ต้องการไม่มีรสชาดอย่างที่บอกสงสัยว่าเขาทำอย่างไรช่วยบอกทีค่ะ
From : กก [ 14 มี.ค. 49 - 23:43:03 น. ]

ความเห็นที่ 147
ตอบคุณ กก ... ที่ถามมานั้นมีข้อมูลอยู่ใน ความเห็นที่ 17 และ ความเห็นที่ 27 แล้ว มีข้อความตามนี้ครับ...

ความเห็นที่ 17
ลองกินงาดำตามแบบคุณ Pc ดู
เลยไปซื้องาดำมา 1/2 กก
ล้างน้ำแล้วสะเด็ดล้างในน้ำเกลือต่อ
กรองสะเด็ดแล้วใส่ในตู้อบ(ใส่ถาด)
อุณหภูมิ 120 ํ เป็นเวลา 30 นาที
แล้วต่อด้วยอุณหภูมิ 100 ํ อีก 1 ชม.
ตั้งทิ้งไว้จนเกือบเย็น
ใส่กระปุกมิดชิดเก็บไว้กิน
ได้รู้รสชาติ เค็มๆ มันๆ หอมกลิ่นงาดีมาก
กำลังทดสอบกินไปเรื่อยๆ ว่าคุณภาพจะอยู่ได้กี่วัน
From : TIGERSONG [ 3 ก.ค. 46 - 23:24:17 น. ]

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ความเห็นที่ 27
วิธีอบงาดำด้วยฝาอบลมร้อน

๑. ใช้งาดำชนิดบรรจุถุงละครึ่งกิโล(๕๐๐ กรัม) ราคาประมาณ ๒๗ - ๓๐ บาท แบ่งมาอบครั้งละ ๒๕๐ กรัม (ถ้าใส่ถาดอบแล้วหนาเกิน ๑ ซม. จะแห้งช้ามาก และต้องเปิดฝาอบเพื่อใช้ทัพพีกลับส่วนข้างล่างที่ยังชื้นให้ขึ้นมาอยู่ข้างบนกันหลายครั้ง)
๒. เอางาดำใส่ในที่กรองกะทิ แล้วร่อนฝุ่นและผงทรายออกให้หมด
๓. เตรียมอ่างใส่น้ำ 2 ลิตร เกลือหยาบ(จะได้ถูกหน่อย) ๑ ช้อนโต๊ะ แล้วเอางาดำ(ทั้งที่กรองกะทิ) จุ่มลงไปล้างในอ่างน้ำเกลือ(รีบเอาขึ้นนะครับ ถ้าแช่ทิ้งไว้นานแล้วอาจเค็มมากไป)
๔. สะเด็ดน้ำให้ไม่หยด แล้วถ่ายงาดำลงในที่ร่อนแป้งแบบอลูมิเนียมกว้างๆ (แมคโครขายที่ร่อนแป้งอลูมิเนียม ถูกกว่าในห้างทั่วไป)
๕. นำที่ร่อนแป้งอลูมิเนียมซึ่งบรรจุงาดำ เข้าอบในฝาอบลมร้อน ตั้งอุณหภูมิ ๑๕๐ องศา (ร้อนกว่านี้ไส้เม็ดงาจะปะทุแตก แล้วจะเก็บไว้ได้ไม่นาน) อบครั้งแรกประมาณ ๒๐ - ๒๕ นาที .. คอยสังเกตว่า.. เมื่อเห็นด้านบนแห้งแล้ว ก้อเปิดฝาอบใช้ทัพพีกลับส่วนข้างล่างที่ยังชื้นให้ขึ้นมาอยู่ข้างบน .. จากนั้นก็ลดอุณหภูมิลงมาที่ ๑๓๐ องศา แล้วอบครั้งที่สองอีกราว ๒๐ - ๒๕ นาที หรือจนกว่างาจะสุกและแห้งดีแล้ว (สังเกตตรงใจกลางถาดใส่งา ถ้าแห้งดีแล้ว ลมร้อนที่พัดเวียนเป็นวงกลม จะหมุนงาให้นูนขึ้นมาตรงใจกลางของถาดอบ)
๖. ถ้าจะตำหรือป่นด้วยเครื่องบด ต้องปล่อยไว้ให้เย็นซะก่อน น้ำมันงาจะได้ไม่จับตัวกันเป็นก้อน แต่ผมชอบแบบเป็นเม็ด นอกจากเก็บใส่ขวดไว้ได้นานกว่าแล้ว ยังเคี้ยวเล่นในยามว่างได้อร่อยกว่าอย่างผง แต่กินเพียงวันละ ๑ - ๒ ช้อนโต๊ะก็พอ เพราะมากไปแล้วอาจร้อนในได้ครับ...
. . . . งาดำ นั้นมิใช่แค่เสริมแคลเซียมหรอกนะครับ.. เพราะมีแคลเซียมอยู่ถึง ๑๑ % (เยอะที่สุดในบรรดาธัญพืช) แถมยังมีแมกนีเซียมอยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสมอีกด้วย (เคยอ่านผ่านตาว่า ถ้ากินแคลเซียมโดดๆ ไปนานๆ อาจกดปริมาณแมกนีเซียมในร่างกายให้มีสัดส่วนต่ำลงจนอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ)

From : Pc [ 9 มิ.ย. 47 - 13:54:57 น. ]

From : Pc [ 15 มี.ค. 49 - 09:48:56 น. ]


ความเห็นที่ 148
ขอบคุณมาก ๆค่ะจะไปลองทำดูแล้วจะมาบอกค่ะ
From : กก [ 15 มี.ค. 49 - 23:19:10 น. ]

ความเห็นที่ 149
ตอบคำถามความคิดเห็นที่77งาดำทานแบบไม่คั่วไม่ได้ค่ะเพราะมีรสชาติที่ขมฝาดและเราก็จะไม่ได้คุณค่าทางอาหารจากงาดำอย่างเต็มเพราะถ้าเราคั่วน้ำมัมในงาดำจะออกมาซึ้งทำให้เราได้รับประโยชน์จากสารอาหารนี้แต่ถ้าไม่คั่วน้ำมันงาจะมีน้อยค่ะ
From : dr. [ 11 เม.ย. 49 - 22:15:46 น. ]

ความเห็นที่ 150
งาดำทำให้ผมยาวไว้ไหมเนี้ย
From : 007 [ 28 เม.ย. 49 - 11:53:53 น. ]

ความเห็นที่ 151
ดีจังนะคะมีคนที่รักสุขภาพเยอะแบบนี้คะ..สำหลับงาดำนั้นที่บ้านหนู่ก็ชอบกันมากคะและมีสูตรเฉพาะมาจากเมือจีนสามารถทำงาบดละเอียดที่หอมมากทานผสมกับนมอร่อยมากๆเลยคะตอนนี้กะว่าจะทำเป็นอาชีพเสริมแล้วคะถ้าเพื่อนสนใจอยากให้ลองเอาไปชิมกันดูคะ ติดต่อได้ที่ 015583455 คะรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆคะ
From : sine_mafai@yahoo.co.th [ 19 พ.ค. 49 - 11:22:28 น. ]

ความเห็นที่ 152
หนูเป็นคนรักสุขภาพมากเลยค่ะเพราะกลัวอ้วนมาก ๆค่ะหนูใช้วิธีทานธัญพืช ธัญหารเป็นหลักชนิดที่ว่าทานแทนข้าวเลยค่ะและงาดำก้อเป็นอีกอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของหนูที่หนูทานแทนข้าวเลยค่ะทานได้ตลอดเพราะมันทำให้หนูไม่อ้วนค่ะ
From : คนกลัวอ้วน [ 25 พ.ค. 49 - 19:06:50 น. ]

ความเห็นที่ 153

..ผมหงอกตั้งแต่เด็ก ( กรรมพันธ์ ) กำลังลองกินงาดำ อร่อยดีครับ...

.. โอวัลตินกล่องนึง อุ่นร้อนใส่งาดำ 2 - 3 ช้อน ( กะกินอิ่มด้วย ) ดกกิน หอมอร่อย ..

.. ผมเป็นโรคหลอดเลือดด้วย ( อัมพฤกษ์ ) ไม่ทราบกินเยอะเป็นไรไม๊ ?..

.. งาดำผมว่าเค็มๆมันส์ๆ กินง่าย ถ้าไม่มีผลข้างเคียงอื่น คงต้องกินประจำ ( ผมติดอร่อยครับ ) ..
From : ดำ [ 26 พ.ค. 49 - 22:13:17 น. ]


ความเห็นที่ 154
ที่จริง search หาวิธีทำน้ำ (ซุป) งาดำ แล้วมาเจอเว็บนี้เข้าเลยตามอ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ ได้ประโยชน์ดีค่ะ ได้วิธีทำน้ำงาดำด้วย แถมได้ความรู้เรื่องงาคั่วด้วย ก็ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ค่ะ
เคยไปซื้อน้ำงาดำที่ร้านโกลเด้นท์เพลทที่สีลมครั้งหนึ่งอร่อยมาก แล้วไม่ได้ผ่านไปอีกเลย ก็อยากลองทำกินเองค่ะ
From : p_k [ 28 พ.ค. 49 - 12:31:06 น. ]

ความเห็นที่ 155
ขอบคุณค่ะตอนนี้ทานอยู่บ้างแต่ไม่บ่อยเมื่อทราบอย่างนี้แล้วจะทานทุกวันค่ะ

From : อ้อม [ 6 ก.ค. 49 - 16:39:06 น. ]

ความเห็นที่ 156
อยากทราบว่ายาสระผมงาดำทำยังไง

From : เด็กทำโครงงาน [ 27 ก.ค. 49 - 11:01:49 น. ]

ความเห็นที่ 157
งาดำมีโทษอย่างไร ถ้าเรากินเข้าไปมากๆ
From : งาดำ [ 4 ส.ค. 49 - 13:54:18 น. ]

ความเห็นที่ 158
คุณPC คะ งาดำเมื่อกินเข้าไปมากๆ จริงหรือเปล่าที่เขาบอกว่าไขมันในเส้นเลือดจะสูง เกิดโทษต่อร่างกายหรือเปล่า ช่วยตอบทีนะคะ
From : P.... [ 4 ส.ค. 49 - 14:04:38 น. ]

ความเห็นที่ 159
คุณ P.... ลองย้อนกลับไปอ่านในความเห็นแรกสิครับ...

ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น

กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวนั้น เป็นชนิดดีที่สามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้ จึงไม่ทำให้เพิ่มไขมันในเส้นเลือด มีแต่จะทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลง...
สามารถอ่านเรื่อง ไขมันชนิดอิ่มตัวและชนิดไม่อิ่มตัว เพิ่มเติมได้นะครับ...

From : Pc [ 4 ส.ค. 49 - 22:02:00 น. ]


ความเห็นที่ 160
พี่พีซีคะ คุณนุ้ยเพิ่งคั่ว และ ป่น มาฝากให้ พ่อโรจคลุกข้าวกินค่ะ
เมื่อก่อน ตอนแม่โรจยังมีชีวิตอยู่ โรจยังไปหาซื้องาดำมาคั่วและป่นให้แม่กินอยู่เลย ก็ อร่อยดีนะคะ
From : โรจนา. [ 5 ส.ค. 49 - 20:51:02 น. ]

ความเห็นที่ 161
ดิฉันเป็นนศ.ปีที่1ค่ะเพิ่งรู้จักคุณประโยชน์ของงาดำจึงลองนำมาคั่วและรับประทานดูตอนนี้เริ่มรับประทานมาประมาณ1อาทิตย์แล้วค่ะตอนแรกที่ไม่ทานเพราะว่ากลัวอ้วนเพราะในพวกเมล็ดธัญพืชมักมีไขมันมากแต่เท่าที่ทานงาดำมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อ้วนขึ้นเลยนะคะ
และที่สำคัญหนูอยากให้พี่หาประโยชน์ดีๆจากพวกธัญพืชมาฝากอีกมากๆ ขอบคุณค่ะ
From : ทองใจ [ 14 ส.ค. 49 - 11:13:55 น. ]

ความเห็นที่ 162

ได้ประโยชน์มากเลยนะ ควรสนับสนุนให้บริโภคกันมาก ๆ ที่อุดรธานี ก็มีผู้ปั่นจักรยานกันมากพอสมควร รักสุขภาพกันทั่วหน้าเลย
From : เพื่อนปั๊บ [ 15 ส.ค. 49 - 15:55:27 น. ]

ความเห็นที่ 163
การได้รับCacium เข้าสู่ร่างกายที่ดีนั้นจะต้องมี Magnisum รวมอยู่ด้วยในอัตรา 2 :1 ร่างกายจึงจะสามารถนำไปใช้ได้ ถ้าไม่เข้าในลองนึกถึงถ้าเราจะทำน้ำในห้องทดลองเราต้องใช้ H สองอะตอม บวกกับ O หนึ่งอะตอม ถึงจะได้น้ำหนึ่งหยด (H2O)
วันนี้เวลาน้อย เดี๋ยวมีเวลาจะเอาแง่มุมที่เรายังไม่ค่อยรู้กันนำมาเสนออีก จะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากพวกที่หลอกรวงผู้บริโภคตาดำๆ อย่างเราๆ
From : ข้าวหลาม [ 17 ส.ค. 49 - 07:15:07 น. ]

ความเห็นที่ 164
จะไปยากอะไรล่ะครับ คุณก็หางาดำมา+ข้าวสาร(ผมกินข้าวกล้อง)คุณต้องการใส่
งาในอัตราส่วนเท่าไรก็ผสมกับข้าวได้ตามใจคุณไม่ต้องไปหาอาหารเสริมที่ผสมงาดำ
เพราะเขาใส่ในปริมาณที่น้อยอัตราส่วนแคลเซี่ยมก็ต้องน้อยตาม จริงไหม
From : 1234 [ 24 ส.ค. 49 - 23:15:12 น. ]

ความเห็นที่ 165
อยากรู้คุณค่าของเนื้อสัตว์และผักชนิดต่างๆ

From : เบลล์ [ 27 ส.ค. 49 - 14:07:06 น. ]

ความเห็นที่ 166
อยากรู้คุณค่าของเนื้อสัตว์และผักชนิดต่างๆ

From : เบลล์ [ 27 ส.ค. 49 - 14:14:06 น. ]

ความเห็นที่ 167
สสสสสสสส
From : ววววว [ 31 ส.ค. 49 - 18:12:49 น. ]

ความเห็นที่ 168
ใครทราบบ้างว่า บัวลอยไส้งาป่น แต่อยู่ในน้ำถั่วแดงบดมีขายที่ไหนบ้างใน กทม. (ไม่ชอบน้ำขิงไม่งั้นจะตามน้องเฝือกไปด้วยแล้ว) แนะนำด้วยครับ
From : คุณเต๋อ [ 1 ก.ย. 49 - 09:03:20 น. ]

ความเห็นที่ 169
อยากทราบวิธีปลูกค่ะ ลองปลูกดูไว้ทานในครอบครัวค่ะวิธีปลูกง่ายๆ มีป่ะค่ะอยากมีผมสวยมากๆเลยค่ะ
From : แนน ชลบุรี [ 10 ก.ย. 49 - 09:37:19 น. ]

ความเห็นที่ 170
หนูโดนรถชนที่ขา กระดูกร้าว กับ เส้นเอ็นขาด หมอบอกว่าให้ทานแคลเซียมเยอะๆ ไม่รู้จะทานอะไร เพราะไม่รู้ว่าแคลเซียมมีอยู่ในอะไรบ้าง จนเพิ่งมารู้วันนี้ว่างาดำมีแคลเซียมเยอะ หนูโดนรถชนตั้งแต่ 26สค. จะเอาเฝือกออก 26 กย. ถ้าหนูเริ่มทานงาดำตั้งแต่วันนี้จนถึงเฝือกออก มันจะได้ผลให้กระดูกแข็งแรงเร็วไหม๊ค่ะ


ตอบ.................... น้องเคฟ โคราช
โดยข้อมูลที่สืบค้นมา เป็นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
จึงเชื่อว่า ถ้าน้องเคฟฯ เริ่มกินงาดำตั้งแต่วันนี้ ก็น่าจะส่งผลให้กระดูกเริ่มแข็งแรงขึ้นภายใน ๑ เดือน
ระยะสองสามวันแรก ก็กินวันละ ๑ ช้อนโต๊ะ
เมื่อร่างกายคุ้นเคยกับงาดำแล้ว ก็จะสามารถกินได้วันละ ๓ ช้อนโต๊ะโดยไม่มีอาการร้อนใน
และควรกินวันละ ๑ ช้อนโต๊ะต่อเนื่องไปอีกสัก ๓ เดือน เพื่อให้ปริมาณแคลเซียม(และแมกนีเซียม)ในร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสม ....................Pc


From : เคฟ โคราช [ 21 ก.ย. 49 - 16:13:01 น. ]

ความเห็นที่ 171

ความเห็นที่171
ไม่เคยมีความรู้เรื่องคุณประโยชน์ของ "งาดำ"แต่ชอบกินเพราะติดกลิ่นหอมของงาคั่วมาก ชอยโรยกินกับขนม น้ำเต้าหู้และกินกับกาแฟแทนขนมปังตอนเช้า ถึงกับกินเป็นอาหารว่างเหมือนแทะเมล็ดฟักทอง
จนมาสังเกตุเห็นว่าอาการชามือเท้าหายไป ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ประสาทก็ไม่รู้สึกมึนเมา จนน่าแปลกใจ จึงเที่ยวสืบเสาะสอบถามถึงคุณประโยชน์ของงาที่กินเข้าไปแทบทุกวัน(ในระยะนี้) จนเปิดพบเรื่องงาดำของคุณPcจึงอยากรู้และทดลองให้มากกว่านี้
From : แม่ก้ามปู [ 24 ก.ย. 49 - 02:57:39 น. ]

ความเห็นที่ 172
ตอบ.................... น้องเคฟ โคราช
โดยข้อมูลที่สืบค้นมา เป็นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
จึงเชื่อว่า ถ้าน้องเคฟฯ เริ่มกินงาดำตั้งแต่วันนี้ ก็น่าจะส่งผลให้กระดูกเริ่มแข็งแรงขึ้นภายใน ๑ เดือน
ระยะสองสามวันแรก ก็กินวันละ ๑ ช้อนโต๊ะ
เมื่อร่างกายคุ้นเคยกับงาดำแล้ว ก็จะสามารถกินได้วันละ ๓ ช้อนโต๊ะโดยไม่มีอาการร้อนใน
และควรกินวันละ ๑ ช้อนโต๊ะต่อเนื่องไปอีกสัก ๓ เดือน เพื่อให้ปริมาณแคลเซียม(และแมกนีเซียม)ในร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสม ....................Pc
----- ๑ ช้อนโต๊ะที่ว่านี่เป็นงาดำแบบคั่วออกมาเป็นเม็ดๆ หรือว่าเป็นงาดำแบบตำค่ะ ถ้าทานแบบเม็ดๆ เลยจะเป็นไรไหม๊ค่ะ
From : น้องเคฟ [ 25 ก.ย. 49 - 10:49:34 น. ]

ความเห็นที่ 173

ตอบ.................... น้องเคฟ

๑ ช้อนโต๊ะที่ว่านั้น หมายถึงงาดำคั่วแบบป่นแล้ว ตำด้วยครกหินจะสะดวก ไม่ต้องละเอียดมากนัก จะได้มีสภาพเป็นกากใยอาหารด้วย

แต่ถ้าฟันฟางของน้องเคฟยังดีอยู่ จะเลือกกินแบบที่ยังเป็นเม็ดๆ อยู่ก็ดีเหมือนกัน .. ซึ่งแบบเป็นเม็ดๆ นี้ หลังจากร่อนทรายออกแล้ว ล้างด้วยน้ำเกลือ ๑ % อีกครั้ง จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งหรือนำลงคั่วด้วยไฟอ่อน(มากๆ)เลยก็ได้ คั่วประมาณ ๒๕ นาทีก็พอ ซึ่งงาจะส่งกลิ่นหอมแล้ว ระหว่างคั่วถ้ามีควันเห็นได้ชัดต้องยกกระทะให้พ้นไฟสัก ๒๐ วินาที ไม่งั้นเนื้องาจะกลายจากขาวเป็นสีน้ำตาลไหม้ .. การล้างด้วยน้ำเกลือจะช่วยให้มีรสเค็มนิดๆ แต่อย่าเคี้ยวเพลินจนเกิน ๓ ช้อนโต๊ะนะ ถ้าระบบย่อยไม่หมดเดี๋ยวจะเห็นสีดำแบบแยกส่วนตอนเข้าห้องน้ำ...

From : Pc (ชยุต) [ 25 ก.ย. 49 - 13:55:12 น. ]


ความเห็นที่ 174
อยากได้ตารางคุณค่าทางโภชนาการของวุ้นมะพร้าว ขอบคุณค่ะ
From : พรเพ็ญ [ 2 ต.ค. 49 - 15:24:15 น. ]

ความเห็นที่ 175
เมื่อ4เดือนที่แล้วถูกรถชนขาหัก แต่พอมากินงาทุกวันรู้สึกเลยว่าไม่เจ็บปวดที่ขา คะ
From : หนิง [ 17 ต.ค. 49 - 12:44:28 น. ]

ความเห็นที่ 176
รับประทานงาดำมานานหลายปีแล้วเพราะทราบมาว่ามีแคลเซียมสูงมาก ปกติทานนมไม่ได้
น้ำหนักจะขึ้นก็เลยต้องหาตัวช่วยอย่างอื่น และวิธีการทำคือซื้อแบบงาดิบที่ยังไม่คั่วของตราเกษตรคั่วครั้งละ 7 ถุง ไม่ได้ล้างฉีกถุงแล้วลงกะทะคั่วเลยแล้วเก็บใส่ตู้เย็นไว้ส่วนหนึ่งและแบ่งบางส่วนที่เอาไว้เฉพาะที่รับประทานไม่ได้แช่ตู้เย็นทุกวันๆละ 2 ช้อนโต๊ะ และเคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับงาดำใน www.google ว่ากินงาดำมากเกินไปก็จะทำให้ปริมาณไขมันในเลือดสูงขึ้นได้
ก็เลยข้องใจว่าปริมาณการรับประทานที่ถูกต้องเท่าไหร่กันแน่ และวิธีการทำที่บอกมานี้จะมีอันตรายหรือไม่เพราะว่าไม่ได้ล้างด้วยน้ำเกลือแล้วตากแห้งเลย คุณPC ช่วยตอบคำถามให้ด้วยนะ
From : CM [ 16 พ.ย. 49 - 15:47:28 น. ]

ความเห็นที่ 177
อยากเรียนถามท่านอาจารย์และท่านผู้รู้ว่าเหตุใดคนที่กลุ่มเลือด เอบี จึงไม่ควรรับประทานธัญพืชพวกงาดำ เม็ดทานตะวัน และน้ำมันจากเม็ดทานตะวันครับ
ขอบพระคุณครับ
From : นายเอบี [ 21 พ.ย. 49 - 21:07:44 น. ]

ความเห็นที่ 178
ขอบคุณค่ะได้รับความรู้มากเลยค่ะ
From : นครสวรรค์ [ 22 พ.ย. 49 - 13:21:47 น. ]

ความเห็นที่ 179

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบและรักสุขภาพ คิดว่าอะไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับร่างกายเราปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ "คำว่าใบไม้แก่ไม่จำเป็นต้องร่วงหล่นก่อนเสมอไป ใบไม้อ่อนก็ร่วนหล่นลงได้ถ้าเราไม่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ" วันก่อนมีโอกาสแวะเวียนไปแถว สมก.ที่สี่แยกเกษตร มีนายแพทย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่าท่านทาน" งาดำ" เป็นประจำเพราะว่ามีแคลเซี่ยมสูงมากๆ แต่มีวิธีการกินที่แตกต่างจากคนอื่นคือท่านจะทานผสมกับโปรตีน วิตามินบี และวิตามินซีของนิวทรีไลท์ ผสมกับน้ำ 200 cc.พร้อมน้ำแข็งเกร็ดเขย่าผสมรวมกัน รสชาติหวานอร่อย และมีประโยชน์มากมาย และประโยชน์ที่ได้รับพบว่ามีกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ 9 ชนิดครบถ้วน ทำให้ร่างกายเราสดชื่นไม่อ่อนเพลีย โดยเฉพาะคนที่ทำงานดึกใช้สมองหนัก หรือทำงานเป็นกะ ทำOT ป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากการบริโภค ดื่มกิน เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ และยังการันตีอีกว่าชาวมังสวิรัติทานได้ 100% ลองทานดูน่ะค่ะ (จากคุณสุกัญญาค่ะ 085-5110845)
From : สุกัญญา [ 22 พ.ย. 49 - 13:45:19 น. ]

ความเห็นที่ 180
แนะวิธีการกินงาดำแบบง่ายและสามารถรับประทานได้ทุกวันแต่ไม่ทราบว่าจะยุ่งยากไปหรือเปล่านะค๊ะ กินโดยการคั่วแล้วบดให้ละเอียดใส่กระปุกไว้ ตื่นตอนเช้ารับประทานพร้อมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ขนาด 1 ช้อนโต๊ะ ฉันสังเกตุตัวเองรูสึกว่ามีผมขึ้นเยอะมากเลย คือปกติเป็นคนผมน้อยแต่ตอนนี้มีผมขึ้นเป็นลูกผมมาก ๆ เลย และผมไม่แตกปลายด้วยถึงจะไดผมทุกครั้งที่สระก็ตาม และมีความรู้สึกว่าจะไม่ปวดเมื่อยตามร่างกาย เมื่อก่อนจะเป็นแต่ตอนนี้หายแล้ว จึงขอขอบคุณผู้ที่ให้ข้อมูลมาในเวป จะเปิดอ่านเป็นประจำ แต่ไม่เคยแสดงความคิดเห็นใด ๆ ขอคุณคะ

From : ครูสาว [ 29 ม.ค. 50 - 13:35:05 น. ]

ความเห็นที่ 181
ฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินอาหารประเภทธัญพืชมากๆเพราะคิดว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกาย(บางที่ฉันก็คิดว่ามันช่วยฉันในการลดความอ้วนด้วยละ)ชอบกินทั้งงาขาวและงาดำเลยละค่ะ
From : เด็ดเชียงใหม่ [ 31 ม.ค. 50 - 16:06:55 น. ]

ความเห็นที่ 182
คือดิฉันชอบทานน้ำงาดำมาก จะซื้อจากแถวบางรักมาทานทุกวันวันละ 1 ถุง= 1 แก้ว ทานทุกวันอยากทราบว่า จะทำให้เกิดโทษหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมาว่างาดำ มีไขมันสูง
ช่วยตอบด่วนนะคะ คือว่าข้องใจมากๆ
From : นางสาวงาดำ [ 24 เม.ย. 50 - 01:23:46 น. ]

ความเห็นที่ 183
ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก(แต่เป็นน้ำมันที่มีประโยชน์) จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น

การที่งาดำมีน้ำมันมากนั้น มิได้หมายความว่ามีไขมันสูง เพราะสิ่งที่อยู่ในน้ำมันงา คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว(ไขมันชนิดดี) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล

ในน้ำงาดำ ๑ ถุง มีน้ำมันงาเป็นสัดส่วนเพียงกะจิ๊ดเดียวของน้ำมันพืชที่อาจบริโภคได้ต่อวัน ฉะนั้นการดื่มน้ำงาดำวันละ ๑ แก้วนั้น นอกจากไม่เสี่ยงต่อไขมันชนิดไม่ดีแล้ว ยังไม่น่ามีผลทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดเลยครับ

From : ชยุต (Pc) [ 24 เม.ย. 50 - 11:55:34 น. ]

ความเห็นที่ 185
พี่ แล้วตอนเรา ขั่ว นี้ งาดำมันมีกลิ่นหอมของมันออกหรือ ยังครับ ผมคั่ว 3 รอบแต่ยังไม่แน่ใจว่ามันสุกยัง
From : นุ๊กเกอร์ เด็กอยากสูง [ 25 เม.ย. 50 - 22:34:54 น. ]

ความเห็นที่ 186
กลิ่นของงาดำเวลาสุกนั้น หอมกรุ่นๆ ไม่รุนแรงนัก .. เอาเป็นว่า ถ้าคั่วครั้งละไม่เกิน ๒๕๐ กรัม ไฟอ่อนสุด ประมาณ ๒๕ นาทีก็สุกแล้วหละ
ยิ่งถ้าระหว่างคั่วมีควันลอยขึ้นมาเห็นชัด แสดงว่าร้อนจัดไป ต้องยกกระทะให้สูงจากไฟสักครู่ พอควันจางแล้วค่อยคั่วต่อ
งาดำที่คั่วได้ที่ดี ไส้ในสีขาวจะยังเป็นสีขาว แต่ถ้าร้อนจนควันขึ้นนานๆ ไส้ในสีขาวอาจไหม้จนกลายเป็นสีน้ำตาลได้ครับ

From : ชยุต (Pc) [ 26 เม.ย. 50 - 09:33:14 น. ]

ความเห็นที่ 187
เราซื้องาดำมายังไม่กล้าขั่วเลยค่ะ... วันหน้าต้องลอง
From : t-stretch [ 26 เม.ย. 50 - 14:05:20 น. ]

ความเห็นที่ 188
อยากรู้วิธีสกัดน้ำมันจากงา เผื่อรองทำเองดูบ้าง งาดำคั่วบดผสมจมูกข้าวสาลีคั่วบด ใช้ผสมอาหารหรือเครื่องดื่ม ช่วยให้หายจากอาการปวดข้อ โดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า ดีมาก ๆ
From : supot amed [ 29 เม.ย. 50 - 10:52:35 น. ]

ความเห็นที่ 189
ดิฉันซื้องาดำผงสำเร็จรูปจากกลุ่มอาชีพสหกรณ์ อุษาอาหารเจ ของจ.อุดรธานี อยากทราบว่าถ้าเราซื้อกินอย่างนี้กินทุกวัน วันละ 2 เวลา จะดีมั้ยค่ะ
From : อยากสุขภาพดี [ 13 มิ.ย. 50 - 17:10:58 น. ]

ความเห็นที่ 190
ถามมาว่า... กินวันละ 2 เวลา จะดีไหม...
ก็ขึ้นกับว่าแต่ละเวลานั้นกินเข้าไปเท่าไหร่ด้วยนะครับ ..
เริ่มใหม่ๆ ก็ลองกินวันละ 1 มื้อๆ ละ 1 ช้อนโต๊ะ ไปสัก 1 สัปดาห์
พอร่างกายคุ้นเคยแล้ว ก็เพิ่มเป็นวันละ 2 - 3 มื้อ
แต่อย่างไรก็ตาม.. ควรสังเกตธาตุของตัวเองด้วยว่า กินแล้วมีอาการร้อนในง่ายหรือเปล่า
ถ้าเป็นคนที่ร้อนในง่าย ก็ลองสังเกตดูว่าลดลงเหลือวันละมื้อแล้วจะพอดีไหม...

From : ชยุต (Pc) [ 13 มิ.ย. 50 - 21:55:08 น. ]

ความเห็นที่ 191
อยากทราบข้อมูลการนำงาดำมาเสิมในขนมอบและขนมไทยค่ะ ถ้ามีข้อมูลช่วยส่งมาให้ที่เมลล์ giad_28@hotmail.comนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะจะนำมาทำโปรเจคนะค่ะ
From : นักศึกษาfood [ 14 มิ.ย. 50 - 14:24:45 น. ]

ความเห็นที่ 192
จุ๋มกับแฟนก็ทานงาดำของอุษาอาหารเจ เป็นสินค้าโอทอปจังหวัดอุดร เนื่องมาจากแฟนอ้วนเพื่อนแนะนำให้ทาน ปรากฎว่าน้ำหนักลดลงและหายจากอาการปวดขา เลยแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ทำงานทานดู ทุกคนที่ทานชอบมาก จุ๋มทานแล้วก็หายปวดขา น้ำหนักลงนิดหน่อย แต่เส้นผมสวยดกดำขึ้น(คนอื่นบอกนะไม่ได้คิดเองค่ะ)
From : จุ๋มคนรักษาหุ่น [ 6 ก.ค. 50 - 08:33:10 น. ]

ความเห็นที่ 193
การทำความสะอาดเมล็ดงาต้องใช้อุณหภูมิเท่าไหร่

From : john [ 25 ก.ค. 50 - 10:28:52 น. ]

ความเห็นที่ 194
คุณ john ครับ .. ผมทำความสะอาดเมล็ดงาด้วยการร่อนฝุ่นแล้วนำไปล้างในน้ำเกลือ ดังนี้...
๑. ใช้งาดำชนิดบรรจุถุงละครึ่งกิโล(๕๐๐ กรัม) ราคาประมาณ ๒๗ - ๓๐ บาท แบ่งมาอบครั้งละ ๒๕๐ กรัม (ถ้าใส่ถาดอบแล้วหนาเกิน ๑ ซม. จะแห้งช้ามาก และต้องเปิดฝาอบเพื่อใช้ทัพพีกลับส่วนข้างล่างที่ยังชื้นให้ขึ้นมาอยู่ข้างบนกันหลายครั้ง)
๒. เอางาดำใส่ในที่กรองกะทิ แล้วร่อนฝุ่นและผงทรายออกให้หมด
๓. เตรียมอ่างใส่น้ำ 2 ลิตร เกลือหยาบ(จะได้ถูกหน่อย) ๑ ช้อนโต๊ะ แล้วเอางาดำ(ทั้งที่กรองกะทิ) จุ่มลงไปล้างในอ่างน้ำเกลือ(รีบเอาขึ้นนะครับ ถ้าแช่ทิ้งไว้นานแล้วอาจเค็มมากไป)

ส่วนอุณหภูมิความร้อนนั้น ใช้ในการอบให้สุก ผมเคยเขียนไว้แล้วครับ คลิกดูที่นี่ -> ความเห็นที่ 27

From : ชยุต (Pc) [ 26 ก.ค. 50 - 07:17:40 น. ]


ความเห็นที่ 195

สองสามปีก่อนหน้านี้ผมไปตรวจร่างกายประจำปี
ปกติจะเป็นคนที่มีคอเลสเตอรอลและไตรกรีเซอร์ไรด์สูงมาก .. ประมาณ 290 โดยเฉลี่ยทั้งสองตัว
เป็นเช่นนี้มาทุกปี ..
แต่ครั้งที่ไปตรวจครั้งนั้น (สอง สามปีก่อน) คุณหมอบอกว่า(คือหลังจากผลเลือดออกมาแล้ว) เลือดของคุณไม่ต้องเข้าlab ก็เห็นผลแล้ว คือประมาณว่าตั้งอยู่ในหลอด ไขมันก็แยกชั้นลอยตัวให้เห็นแล้ว !
(คุณหมอเปรียบเทียบให้เห็นครับว่า ไขมันในเลือดของผมสูงมากกกกก จนน่ากลัว)
ทั้งคลอเลสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์ 350 และ 399 ตามลำดับ
ตกใจครับ ..
เฉียดตาย ใครเห็นผลเลือดตัวเองขนาดนี้ไม่ตกใจให้รู้ไปครับ ...
ก็เลยรีบทบทวนดูว่าปีที่ผ่านมากินอะไรลงไป ไขมันในเส้นเลือดถึงได้พุ่งปรี๊ดผิดปกติเพียงนี้ ..
ปรากฎว่า .. ปีที่มาผมต้องขับรถส่งของหนักมากและทุกๆวันผมต้องกินกาแฟกระป๋องเป็นประจำ
ก็มีสิ่งนี้นี่แหละที่แปลกปลอมเข้ามาในปีนั้น ..ผลก็เลยเป็นอย่างนี้ ชัวร์เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

ก็ในกาแฟกระป๋องเนี่ย โห .. ครีมเทียมล้วนๆ เอามันเข้าว่า แล้วเป็นไงล่ะครับ.. ซึมเข้าเลือดเลยความมัน
คุณๆผู้ปกครองต้องระวังเรื่องนี้กับบุตรหลานให้มากๆนะครับ .. โดยเฉพาะพวกนมข้นหวานตรามง ตราแมวหรือตราดอกไม้อะไรก็แล้วแต่ หวานมัน ข้น เนี่ยซึมเข้าเลือดแล้วออกยากนะครับ ..
ผู้ใหญ่ก็เช่นกันเวลาชงกาแฟเนี่ยถ้าลด ละ เลิก เจ้าครีมเทียมได้ก็ดีนะครับชีวิตจะไม่มีเลือดมันครับ

ถ้าต้องการความหวานแนะนำใช้น้ำผึ้งดีกว่าครับ
ถ้าอยากมันใช้ (แต่อย่ามันดีกว่าครับ) เลี่ยงไม่ได้ก็ผสมน้ำเต้าหู้แบบเข้มข้นหรือนมสดก็ได้แทนครีม

ถึงตอนนี้ ...
คุณหมอจัดการสั่งยาลดไขมันให้ด่วนเลยครับ ..
แต่อนิจจา .. ปกติผมไม่เคยแพ้ยาอะไรเลยในชีวิต ..
ต้องมาแพ้เจ้ายาลดไขมันในเส้นเลือดเม็ดกระจิ๋ว (แต่โตกว่าเม็ดงา) ..
ทานแล้วแพ้ตัวขึ้นผื่นแดง ..
ก็เลยต้องงดครับ ..
แต่ก็ยังโชคดีครับที่ช่วงนั้นการเมืองยุ่งเหยิงมีเหตุให้ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ทุกวัน ..
ก็มาสะดุดที่สกู้ปข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเข้า .. แต่จำไม่ได้จริงๆว่าหัวอะไร
เอาว่า สกู้ปนี้ไม่เกี่ยวการเมืองเลยแต่เกี่ยวกับอดีตนักการเมืองผู้รักษาศีลแปดทานมังสวิรัติแต่มีที่มีทาง
ทำไร่ทำสวนอยู่ที่กาญจนบุรี .. ปลูกงาเป็นร้อยไร่หรือพันไร่ไม่แน่ใจครับ
แต่ผมสนใจว่า .. งา ธัญญพืชเม็ดจิ๋วเนี่ย
มันต้องมีอะไรดีๆอยู่แน่ๆ ถึงได้ปลูกกันมากมายขนาดนั้น ...
ก็เริ่มอ่าน ศึกษากว้างๆและมาสะดุดที่งาเนี่ย .. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ดีมากๆ ..
จากนั้นผมตัดสินใจเริ่มทานงาวันละ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ ... งดกาแฟกระป๋องและครีมเทียมรวมทั้งกะทิเด็ดขาด
(กะทิทานบ้างก็ดีนะครับแต่ไม่ควรทานเกินเดือนละขนมครก4ฝาเอ้า6ฝาก็ได้เดี๋ยวซื้อไม่ครบสิบบาท )
งดสิ่งมัน มัน 1ปีพร้อมๆกับทานงาไปด้วย .. ผลปรากฎว่า ระดับไขมันในเส้นเลือดและไตรกรีเซอไรด์ของผมลดลงมาเหลือเพียง 230 และ 250 ตามลำดับครับ ..
อ๊ะ อ๊ะ ใช่ครับยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่ก็จริง
แต่ผมสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองแล้วว่างาสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
โดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี .. ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นแล้วเอามาขายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในราคาที่แพง ..และสะสมในตับ ในไตของเรา
ทุกวันนี้ผมใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลและทานงาเกือบทุกวัน ..
สุขภาพร่างกายแข็งแรงนอนถอดเสื้อสบายมาก หวัดก็ไม่เป็นมาเกือบ2ปีแล้วครับ

ต้องขอขอบคุณธรรมชาติและที่ตั้งประเทศไทย ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรหลากหลาย..
ทำให้เรามีสมุนไพรดีๆที่ทรงคุณค่า ( ถ้าเราเรียนรู้ที่จะใช้ ) ทำให้ผมไม่ต้องกินยาเคมีอีกต่อไป ..
และ
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของเจ้าของกระทู้ด้วยครับที่ช่วยกรุณาค้นคว้าหาข้อมูลมาเผยแผ่ให้รับรู้ในวงกว้าง
บุญรักษาครับ
ขอบคุณครับ
From : ส่องทางทั่วไป [ 7 ส.ค. 50 - 21:47:24 น. ]


ความเห็นที่ 196
ขอบคุณคุณ "ส่องทางทั่วไป" ที่นำประสบการณ์ดีๆ มาแบ่งปัน
ขอความใฝ่ในธรรมจงดลให้คุณ "ส่องทางทั่วไป" พบเหตุปัจจัยที่ทำให้หายจากโรคาพยาธินะครับ

From : ชยุต (Pc) [ 8 ส.ค. 50 - 20:46:28 น. ]

ความเห็นที่ 199
ชอบครับ
From : . [ 10 ส.ค. 50 - 17:24:12 น. ]

ความเห็นที่ 200
ของโปรด...
ขอบคุณข้อมูลดีๆจากทุกท่านคะ
From : แมวยิ้ม [ 12 ส.ค. 50 - 12:01:34 น. ]

ความเห็นที่ 201
มีเคล็ดลับดี ๆมาบอกเคยปฎิบัติกับตัวเองตอนนี้ได้ผล 100%ใครที่ต้องการลดน้ำหนักตัวโดยไม่ต้องใช้ยาตอนเช้าน้ำอุ่น1แก้วกับงาดำป่นละเอียด1ช้อนโต๊ะ ทิ้งช่วงซักระยะใข่ต้ม 1ฟองตามด้วยน้ำเป็นอาหารมื้อเช้า มื้อเที่ยงผลไม้ที่มีวิตมินซีมากคือ ฝรั่ง ส่วนมื้อเย็นผลไม้หรือมะเขือเทศปั่นละเอียดตามด้วยงาดำป่น1ช้อนโต๊ะ ตอนนี้พี่ทำอยู่ 1เดือนเต็ม ๆน้ำหนักลด 4 ก.ก.ไม่เชื่อลองทำดู พี่เมื่อก่อน 58-59 ก. ตอนนี้เหลือ 54 ก. ผลไม้เปลี่ยนตามความชอบแต่งดผลไม้รสหวานจัด
ลองทำดู ใข่ที่พี่กิน วันเว้นวันไม่กินทุกวัน

From : ครูสาว [ 31 ส.ค. 50 - 14:36:22 น. ]

ความเห็นที่ 202
คุณแม่เป็นเบาหวานจะทานงาดำเพื่อลดไขมันในเส้นเลือดได้รึป่าวค่ะ
From : ลูกแม่ [ 7 ก.ย. 50 - 11:00:57 น. ]

ความเห็นที่ 203
ใครพอจะมีวิธีการทำงาดำผงสำเร็จรูปบ้างครับ แบบที่เขาใช้ชงน้ำร้อนดื่มอะครับ
tj_niceday@yahoo.co.th
From : TJ [ 19 ก.ย. 50 - 19:02:55 น. ]

ความเห็นที่ 204
ถ้าซื้อแบบตามห้างมากินก็ได้ประโยชน์เหมือนกันใช่มั้ยครับ
From : Kan [ 24 ก.ย. 50 - 17:08:05 น. ]

ความเห็นที่ 205
If you have a lot of sesame pack (Ready to eat) from the market you should be aware about sodium chloride (salt) because it will make you as kidney like me. So you'd better make it.

From : Niranam [ 9 ต.ค. 50 - 18:01:10 น. ]

ความเห็นที่ 206
เป็นกระทู้ที่ดี ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดี ๆ ที่มีต่อเพื่อนพ้องชาวไทยให้มีสุขภาพดี ขณะเขียนนี้ก็เพิ่งคั่วงาดำนั่งทานเล่นอยู่ค่ะ เลยมีโอกาสเข้ามาอ่านดู ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ
From : tanya [ 16 ต.ค. 50 - 14:35:34 น. ]

ความเห็นที่ 207
เด้ะรีดแยปีเเพ้ปป้รีผหดเเรเด ขอบคุนดี
From : 123 [ 17 ต.ค. 50 - 08:39:51 น. ]

ความเห็นที่ 208
ขอขอบคุณ คุณ PC ที่ให้ข้อมูลดี ๆ ค๋ะ เป็นกระทู้ที่ดีมาก ๆ ได้รับประโยชย์เยอะเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
From : คนสะสมแคลเซียม [ 9 ธ.ค. 50 - 20:37:03 น. ]

ความเห็นที่ 209
ผมรู้สึกปวดเข่าจากหกล้มและน้ำหนักตัวมาก นอนกลางคืนปวดเส้นเอ็นใต้ข้อพับเข่าและร้อนเหมือนไฟลวก นอนกลางคืนทรมานมากได้ซื้อน้ำมันเหลืองทานวดเพื่อบรรเทาได้บ้างได้รับข้อมูลจากเพื่อนคุยให้ฟ้งเรื่องการทานงาดำเลยตัดสินใจซื้อมาทานจากร้านอาหารเพื่อสุขภาพพร้อมกับน้ำเต้าหู้ทานเป็นอาหารเย็นและงดทานอาหารมื้อเย็นภายใน2อาทิตย์รู้สึกดีขึ้นมากนอนไม่ปวดตามเส้นเอ็นมากเกินไป และ ตามข้อรู้สึกดีขึ้นมาก และได้มาอ่านข้อมุลอันมีประโยชน์จากเว๊บไซด์จึงรู้สึกมั่นใจในการทานงาดำมากขึ้นแต่ก็ยังกังวลเรื่องผลข้างเคียงหรือโทษเพราะยังไม่ทราบชัดเจนจึงเรียนขอความรู้จากเพื่อนสมาชิกช่วยบอกแหล่งข้อมูลที่จะทราบเรื่องโทษของงาดำเพื่อจะได้ระวังในการทานให้เหมาะกับวัยขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ......ครูเกาะภาคใต้
From : gotee_066@hotmail.com [ 14 ธ.ค. 50 - 18:57:57 น. ]

ความเห็นที่ 210
ผมรู้สึกปวดเข่าจากหกล้มและน้ำหนักตัวมาก นอนกลางคืนปวดเส้นเอ็นใต้ข้อพับเข่าและร้อนเหมือนไฟลวก นอนกลางคืนทรมานมากได้ซื้อน้ำมันเหลืองทานวดเพื่อบรรเทาได้บ้างได้รับข้อมูลจากเพื่อนคุยให้ฟ้งเรื่องการทานงาดำเลยตัดสินใจซื้อมาทานจากร้านอาหารเพื่อสุขภาพพร้อมกับน้ำเต้าหู้ทานเป็นอาหารเย็นและงดทานอาหารมื้อเย็นภายใน2อาทิตย์รู้สึกดีขึ้นมากนอนไม่ปวดตามเส้นเอ็นมากเกินไป และ ตามข้อรู้สึกดีขึ้นมาก และได้มาอ่านข้อมุลอันมีประโยชน์จากเว๊บไซด์จึงรู้สึกมั่นใจในการทานงาดำมากขึ้นแต่ก็ยังกังวลเรื่องผลข้างเคียงหรือโทษเพราะยังไม่ทราบชัดเจนจึงเรียนขอความรู้จากเพื่อนสมาชิกช่วยบอกแหล่งข้อมูลที่จะทราบเรื่องโทษของงาดำเพื่อจะได้ระวังในการทานให้เหมาะกับวัยขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ......ครูเกาะภาคใต้
From : gotee_066@hotmail.com [ 14 ธ.ค. 50 - 18:58:46 น. ]

ความเห็นที่ 211
กินเกินวันละ ๓ ช้อนโต๊ะ ก็อาจร้อนในได้เหมือนกันครับ

From : ชยุต (Pc) [ 15 ธ.ค. 50 - 15:06:56 น. ]

ความเห็นที่ 212
งาดำบดแล้วมีสารอัลฟ่าทอกซิล จริงหรือไม่
From : sfboony@yahoo.com [ 16 ธ.ค. 50 - 21:43:01 น. ]

ความเห็นที่ 213
เชื้อราอัลฟาทอกซินมักพบในถั่วลิสงและข้าวโพดมากกว่าในงาหลายเท่า
เราจึงน่าจะข้ามการตั้งโจทก์ว่า "อะไรจะมีเชื้อราอัลฟาทอกซินบ้าง ?"
มาเป็นว่า "ทำอย่างไรที่จะไม่ให้มีเชื้อราอัลฟาทอกซินในงา ?" นะครับ
แล้วจะได้คำตอบทั้งเร็วกว่า ง่ายกว่า และเข้าสู่วิธีปฏิบัติได้เลย

ควรซื้องาดำถุงละ ๕๐๐ กรัม แบ่งออกมาล้างและคั่วเองครั้งละ ๒๕๐ กรัม
คั่วเสร็จแล้วเคี้ยวทั้งเมล็ดก็ได้ หรือจะแบ่งส่วนหนึ่งไปบดก็ได้
ควรเก็บใส่ขวดปิดฝาสนิทตั้งไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทได้ดี ปราศจากความชื้น
และควรกินให้หมดภายใน ๑ เดือน แต่กลิ่นหอมของงาจะรู้สึกได้มากในสัปดาห์แรก

ป.ล. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ควบคุมดูแลและสุ่มตรวจเป็นระยะอยู่แล้ว
ฉะนั้น ถ้ารู้จักเลือกซื้องาจากผู้ผลิตที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. ก็จะปลอดภัยครับ

From : ชยุต (Pc) [ 17 ธ.ค. 50 - 09:01:09 น. ]


ความเห็นที่ 214

วันนี้คุณ "หนูน้อยหมวกแดง" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ได้แวะมาสวัสดีปีใหม่
และเล่าว่าตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น เห็นกระปุกงาวางอยู่บนโต๊ะในร้านอาหารจำพวกบ๊ะหมี่
ลูกค้าสามารถจับเดือยบนฝาหมุนเพื่อบดงาให้ร่วงลงในชามอาหารได้เลย
คุณ "หนูน้อยหมวกแดง" จึงไปหาซื้อในย่านที่มีของขายคล้ายๆ ย่านสำเพ็งของบ้านเรา
เจอกระปุกที่ว่านี้จึงซื้อกลับมา และแบ่งมาฝากผม ๑ ชิ้นด้วย
กระปุกแบบมีฝาบดนี้ จะช่วยให้เราได้กินงาซึ่งเพิ่งบดใหม่ๆ ทุกมื้อ
การไม่บดงาเก็บไว้นานๆ ช่วยถนอมได้ทั้งกลิ่นหอมของเนื้องา และน้ำมันงาจะไม่เกิดกลิ่นหืน
ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับผู้ที่นิยมบริโภคงาคั่ว จึงนำมาบอกต่อ
เผื่อว่าจะมีการผลิตจำหน่ายในบ้านเราบ้าง จะได้หาซื้อได้ง่ายขึ้น

และเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขอหยิบยกคำกลอนของท่านเจ้าคุณเที่ยง วัดระฆัง
มาแทนคำอวยพรแก่ท่านที่นิยมบริโภคงาทุกๆ ท่าน รวมทั้งคุณ "หนูน้อยหมวกแดง" ด้วย ดังนี้

. . . . . ๒๕๕๑ ศกใหม่ในปีนี้
จงเปรมปรีดิ์ด้วยรักสมัครสมาน
สามัคคีทุกคนวิมลมาน
ร่วมสืบสานชาติไทยให้เจริญ
กระจายรักทั่วแผ่นดินไม่สิ้นสุด
เทพมนุษย์ร่วมกันกล่าวสรรเสริญ
รู้รักรู้อภัยกำไรเกิน
สุดประเมินราคาค่ามากมาย
. . . . . รักตนสงวนตนให้พ้นผิด
รักชีวิตเว้นห่างทางฉิบหาย
รักญาติสงเคราะห์ญาติมิคลาดคลาย
รักสหายเอื้อเฟื้อคอยเกื้อกูล
รักอาชีพการงานบริหารกิจ
ตริพินิจค่ำเช้ามิเปล่าสูญ
หมั่นอบรมฝึกตนพ้นอาดูร
ความสมบูรณ์แห่งสติดำริทำ

. . . . . รักบ้านเมืองป้องกันขันสู้ศึก
หมั่นรำลึกถึงชาติพระศาสนา
มิให้ใครย่ำยีเที่ยวบีฑา
ต้องรักษาสุดถิ่นแผ่นดินไทย
รักปู่ย่าตายายสายโลหิต
ญาติสนิทเมตตาจะหาไหน
ต้องเอื้อเฟื้อเกื้อกูลพูนอำไพ
มีจิตใจยึดมั่นกตัญญู
. . . . . รักบดินทร์ราชามหากษัตริย์
เสาเอกรัฐปกครองมองสวยหรู
จงทำดีเทิดไท้ไว้ชื่นชู
พระองค์อยู่ชาติไทยชัยชโย
รักเอกราชอธิปไตยใจต้องสู้
กับศัตรูระรานพาลโมโห
คอยจ้วงจาบชักใยทำใหญ่โต
ยั่วโทโสจงระงับดับเวรภัย

. . . . . รักเจ้าขุนมูลนายหมายประจบ
คอยเคารพพูดจาอย่าสงสัย
ท่านชี้เสือเป็นแมวเชื่อแนวนัย
ห้ามวิจัยสืบต่อข้อเท็จจริง
รักลูกน้องบริวารประสานจิต
สุจริตกายใจไม่สุงสิง
ไม่ลับหลังกลับกลอกหลอกเหมือนลิง
ไม่ทอดทิ้งยามลำบากทุกข์ยากจน
. . . . . รักภูเขาป่าไม้ไพรพฤกษา
รักทุ่งนาท้องฟ้าเวหาหน
รักพระจันทร์ดาวทองผ่องเบื้องบน
รักเมฆฝนตกกระหน่ำชุ่มฉ่ำใจ
รักสัตว์เล็กสัตว์น้อยกุ้งหอยปลา
รักธาราตีฟองละอองใส
รักคลื่นมหาสมุทรสุดกว้างไกล
รักหลงใหลแผ่นดินถิ่นแหลมทอง

. . . . . ปีใหม่แม้ใครใคร่ในทรัพย์สิน
ให้ไหลรินเทมาดังห่าฝน
ตื่นได้แสนหลับได้หมื่นชื่นกมล
เงินทองล้นกลาดเกลื่อนเหมือนตาบัว
รวยเหลือกินเหลือใช้ในเชิงรุก
สงบทุกข์เลวร้ายหายปวดหัว
งดลัทธิหลีกเลาะเฉพาะตัว
ทำบุญทั่วบริสุทธิ์ดุจพ่อคูณ
. . . . . ปีเก่าใหม่ไม่ท้อก็พอกัน
งานร้อยพันหามหาบตราบชีพสูญ
พบผิดหวังครั้งคราอย่าอาดูร
เสริมเพิ่มพูนความขยันหมั่นทำกิน
คนขยันปีเก่าใหม่ไม่สับสน
สู้ผจญภารกิจนิจสิน
เทิดทูนชาติศาสนาเป็นอาจิณ
ทุ่มชีวินรักงานปานดวงใจ
. . . . . จงมั่งคั่งสมังคีมีสมบัติ
สารพัดลาภยศเกียรติสดใส
มีอำนาจชื่อเสียงเกริกเกรียงไกร
พรปีใหม่สัมฤทธิ์สมจิตปอง
กำแพงเงินกำแพงงานผ่านตลอด
ผลเยี่ยมยอดคุ้มตนมิหม่นหมอง
บุญกุศลศีลธรรมค้ำประคอง
ญาติพวกพ้องแลตนพ้นยากจน ฯ

จาก: หนังสือแจกของคณะ ๔ ชื่อ "กวีธรรมสาธก"
โดย พระเทพวิสุทธิเมธี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.๙) วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

From : ชยุต (Pc) [ 1 ม.ค. 51 - 21:36:15 น. ]

ความเห็นที่ 215


สวัสดีครับชยุต (Pc)

รับคำอวยพรแก่ท่านผู้ที่ให้....สาธุ สาธุ

หวัดดีสำหรับวันแรกของการทำงาน........

สดใส....ร่าเริง....ในการทำงานตลอดๆๆ ครับผม


From : ko-kim [ 2 ม.ค. 51 - 05:18:37 น. ]


ความเห็นที่ 216
อยากทราบว่างาดำที่แพ็คสำเร็จรูป เช่น ตราไร่ทิพย์ งาแบบนั้นต้องนำมาล้างก่อนคั่วหรือเปล่าคะ หรือคั่วได้เลย
From : กิ๊บ [ 17 ม.ค. 51 - 16:15:05 น. ]

ความเห็นที่ 217
เท่าที่เคยคั่วเอง จะนำงามาใส่ตะแกรงร่อนซะก่อน จะเห็นฝุ่นดินและทรายเม็ดเล็กๆ ร่วงหลุดออกมา
เมื่อนำไปล้างในน้ำเกลือ โดยใช้น้ำ ๒ ลิตร ต่อเกลือ ๑ ช้อนโต๊ะ ( ๑ เปอร์เซ็นต์) จะเห็นเศษดินเล็กน้อยที่ก้นภาชนะ
แต่ถ้าจะร่อนอย่างเดียวแล้วคั่วเลยก็ได้ ซึ่งถ้าร่อนฝุ่นผงออกได้มาก เวลาเคี้ยวก็จะไม่เจอเศษเม็ดทรายครับ

From : ชยุต (Pc) [ 17 ม.ค. 51 - 18:16:45 น. ]

ความเห็นที่ 218
คือว่ามีปัญหาเรื่องผมบาง(ผมร่วง)น่ะค่ะเเล้วมีคนเเนะนำให้กินงาดำ...
เเล้วก็ยังไม่รู้ว่ากินยังไงเลยเซร์ทไปๆมาๆก็เลยมาเจอกระทู้ที่คุณPcลงไว้เกี่ยวกับงาน่ะค่ะ
ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มกินเลยค่ะ พอดีเพิ่งจะคั่วเสร็จ(ตามวิธีของคุณPc เเต่ก่อนคั่วไม่ได้ร่อนอะไรออกเลย คงไม่เป็นไรหรอกมั่ง...เนอะ)
คืออยากทราบว่าที่เค้าบอกว่าช่วยให้ผมขึ้นใหม่ที่จริงป่าวคะ?
เเล้วมันขึ้นเเต่ผมหรือว่าขนที่อื่นๆเช่นขนขาขนเเขนนี่ขึ้นด้วยมั๊ยคะ? เเบบว่าไม่อยากให้มันยาวไปกว่านี้อ่ะค่ะ ยิ่งถ้ามันดกดำเงางาม(อิอิ)เหมือนผมนี่เเย่เลย...
ปล.คืออันนี้เซร์ทหายังไงก็ไม่เจอน่ะค่ะ ยังไงรบกวนคุณ Pc ช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

From : sun flower [ 23 ม.ค. 51 - 02:47:37 น. ]

ความเห็นที่ 219
คุณ sun flower กินไปได้เลยครับ...
ผมกินบ้างเว้นบ้างมาหลายปีแล้ว ขนขาขนแขนไม่ได้ดกดำเงางามมากไปกว่าที่เคยเป็นเลย...

From : ชยุต (Pc) [ 23 ม.ค. 51 - 07:39:11 น. ]

ความเห็นที่ 220
ขอบคุนคุณPcที่ช่วยตอบ...
ตอนนี้จะได้ไม่ต้องกังวลเวลากินค่ะ
เเล้วถ้าจะให้ดีเนี่ยต้องกินตอนเช้าหรือว่าตอนเย็นคะ?
ขอบคุนค่ะ
From : sunflower [ 23 ม.ค. 51 - 22:06:40 น. ]

ความเห็นที่ 221
เเหะๆมีอีกคำถามนึงค่ะ
พอดีไปอ่านเจอข้อความนี้มาค่ะ เเล้วคิดว่าถ้าลองทำดูก็ไม่เสียหายอะไร เเต่ข้องใจว่าน้ำมันงาเคี่ยวเป็นยังไงคะ? เเล้วน้ำมันงาที่ใช้ใช่เเบบที่เราเอามาทำกับข้าวรึป่าว คือไม่รู้จริงๆค่ะ...
-แก้ปัญหาผมร่วง ใช้น้ำมันงาเคี่ยว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาทาบริเวณที่ผมร่วง วันละหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งผมเริ่มขึ้น

ขอโทดที่รบกวนนะคะ/ ขอบคุนค่ะ
From : sunflower [ 23 ม.ค. 51 - 23:31:15 น. ]


ความเห็นที่ 222
ถาม : เเล้วถ้าจะให้ดีเนี่ยต้องกินตอนเช้าหรือว่าตอนเย็นคะ?
ตอบ : ถ้าจะให้ดี คุณ sunflower ก็กินทั้งเช้าและเย็นสิครับ!

สำหรับเรื่องการเคี่ยวน้ำมันงา ถามได้ครับ .. แต่ตอบไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้จริงๆ
เพียงแต่เคยซื้อน้ำมันงาครั้งหนึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ทำนองเดียวกับ OTOP จากภาคเหนือนำมาออกงานที่รามฯ ๒
เป็นน้ำมันงาแบบข้นใสคล้ายน้ำมันมะพร้าว สีเหลืองอ่อนๆ บรรจุขวดเล็กๆ ประมาณ ๑๕๐ ซีซี
นำมาผสมยาหม่องขวดใหญ่ชนิดร้อนมาก ทานวดบริเวณที่ปวดเมื่อย ได้ผลค่อนข้างเร็ว
แต่ไม่แน่ใจว่าสูตรเดียวกับน้ำมันงาที่ใช้ทำกับข้าวหรือเปล่า จึงไม่กล้าใช้ทำกับข้าว
ถ้าจะใช้ทำกับข้าว ควรซื้อน้ำมันงาชนิดใช้ทำกับข้าวโดยตรงจากซุปเปอร์มาเก็ต น่าจะปลอดภัยกว่า
เราไม่เข้าใจขั้นตอนการสกัดว่าแตกต่างกันอย่างไร จึงไม่ควรนำมาใช้ปนเปกันนะครับ
อย่างเช่นน้ำมันมะกอกในร้านขายยาซึ่งใช้ชโลมเส้นผมก่อนสระผม ก็ไม่น่าจะสะอาดพอที่จะนำมาทำกับข้าว
ส่วนน้ำมันงาชนิดที่ใช้ทำกับข้าวนั้น จะนำมาใช้ทาผิวหรือบริเวณที่ผมร่วงได้หรือไม่ ผมยังไม่เคยลอง
คือ เพียงไม่แน่ใจว่าขั้นตอนการสกัดจะเหมือนกันหรือไม่ และจะมีความเข้มข้นเหมาะสมหรือไม่
แต่ของที่กินได้ก็น่าจะนำมาใช้ทาได้ด้วย (อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ)

เอาเป็นว่า ถ้าคุณ sunflower ใช้แล้วได้ผลประการใด ก็ช่วยเล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วยนะครับ

From : ชยุต (Pc) [ 24 ม.ค. 51 - 17:45:31 น. ]


ความเห็นที่ 223
งาขาวกับงาดำ คุณสมบัติเหมือนกันหรือเปล่าค่ะ ถ้าไม่มีงาดำ จะทานงาขาวแทนได้หรือเปล่า
From : AA [ 3 ก.พ. 51 - 17:21:54 น. ]

ความเห็นที่ 224
ข้อมูลเปรียบเทียบคุณสมบัติของงาขาวกับงาดำ .. ยังไม่มีครับคุณ AA

From : ชยุต (Pc) [ 3 ก.พ. 51 - 23:44:10 น. ]

ความเห็นที่ 225
อยากได้วิธีสกัดน้ำมันงาค่ะ ช่วยส่งมาหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

From : Nong-Maynalux@hotmail.com [ 16 ก.พ. 51 - 13:43:56 น. ]

ความเห็นที่ 226
เป็นลูกค้าประจำอยู่ตลาดบองมาร์เช่ เหมือนกันค่ะ ชอบบรรยากาศ ดูแบบสบายๆ ต้นไม้เยอะดี มีสระบัวด้วย อาหารก็หลากหลาย แต่ที่ทานเป็นประจำก็คือร้าน ก๊วยจับ เค้าให้เครื่องเยอะ น้ำซุบเข้มข้น อร่อย แล้วก็ร้อนหอยทอด อันนี้ชอบมากๆ น้ำจิ้มรสจัดไม่เหมือนที่อี่น แต่ถ้าเป็นขนม ก็ต้องร้านขนมไทย ป้าบังอร เป็นลูกค้ากันมาตั้งแต่เปิดตลาด ร้านนี้จะมีขนมหน้าตาแปลกๆที่ไม่เคยเห็นเจ้าไหนขายมาก่อน ไปแล้วต้องสั้งกลับบ้านเป็นประจำคือ ขนมดาวล้อมเดือน จะเป็นบัวลอยลูกกลมๆแล้วมีไส้อยู่ข้างใน เหมือนกับขนมเทียนไส้เค็ม ใส่พริกไทยด้วยนิดๆ เวลาทานจะหอมๆ มีหลากสี สวยงาม น้ำกะทิก็โรยงาขาวคั่ว เพิ่มความหอม อร่อยมากๆ ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสก็ลองแวะไปชิมกันนะจ๊ะ
From : นิดหน่อย [ 19 ก.พ. 51 - 13:23:44 น. ]

ความเห็นที่ 230
เพิ่งเริ่มกิน บัวลอยน้ำขิง มาได้ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ เพิ่งมาสังเกตว่าผมตัวเองดำ แล้วก็นิ่มขึ้น
ก็เลยมานึกได้ ว่าเป็นเพราะบัวลอยน้ำขิงที่กินทุกวันหรือเปล่า ตอนที่กินคิดอย่างเดียวค่ะว่าอร่อย ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ ผิวยังไม่ค่อยเห็นผลนะคะ เพราะเป็นคนผิวแห้งมาก แต่ได้ผลกับเส้นผมจริงๆค่ะ อ้อ ร้านที่ซื้อ อยู่ตลาดบางบัวทองค่ะ คนขายยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี ถึงแม้น้ำขิงจะหวานไปนิดก็ตาม แฮ่ แฮ่
From : . [ 6 มี.ค. 51 - 12:47:48 น. ]

ความเห็นที่ 231
เครื่องซีลถุงขนม ซื้อได้ที่ไหนค่ะ ช่วยแนะนำด้วย อาจเป็นของมือสอง
ก็ได้ค่ะ
From : น้ำหวาน [ 7 มี.ค. 51 - 15:21:48 น. ]

ความเห็นที่ 232
นำมันงาสามารถสกัดได้จากการหีบเย็นครับ สามารถนำมาปรุงอาหาร หรือนวดบำรุงผิว แต่สำหรับนำมันงาที่ขายทั่วไปจะมีกลิ่นหอมรุนแรง แบบนั้นคือการนำงาไปคั่วก่อนครับ นะมาปรุงอาหารจีนและญี่ปุ่น ซึ่งงาแต่ละที่จะมีขนาดและกลิ่นที่แตกต่างกัน
From : . [ 19 เม.ย. 51 - 12:47:38 น. ]

ความเห็นที่ 233
งาขาว คืองาดำที่นำไปฟอกสีครับ ส่วนงาขาวจริงๆแล้วจะมีสีเหลืองอ่อนๆครับ
ใครสนใจเรื่องงาหรือ อาหารสุขภาพ หรืออยากซื้อนำมันงาหีบเย็น (ไม่ผ่านขั้นตอนทางเคมี)ไปใช้ ทานหรือทาผิว เข้าไปดูได้ที่ http://www.khaokhonaturalfarm.com/ หรือหน้าร้านอยู่ที่ถนนเทียมรวมมิตร (แถวรัชดา) ตรงกันข้ามสยามนิรมิตร อยู่ในปั้มนำมันบางจาก ใครสนใจเรียนเชิญนะครับ
From : ย้งยี้ [ 19 เม.ย. 51 - 12:55:47 น. ]

ความเห็นที่ 236
ขอบคุณมากครับ คุณพี่

From : @nba@ [ 7 มิ.ย. 51 - 13:24:00 น. ]

ความเห็นที่ 237
อยากทราบตารางเทียบค่าไขมันและคุณค่าทางโภชนาการ จากเนื้อสัตว์ต่างๆ(และปลาต่างๆ) ครับ
From : ผู้สว. [ 19 มิ.ย. 51 - 21:38:51 น. ]

ความเห็นที่ 239
กินงาดำแล้วอ้วนไหมค่ะ ฮิฮิฮิ
From : พัฒน์นรี [ 26 มิ.ย. 51 - 17:15:45 น. ]

ความเห็นที่ 240
กระทู้ 5 ปี ยอดมาก
ข้าน้อย กินข้าวกล้องกะงาดำมา 30 ปีแล้ว ข้าวกล้องนั้นกินได้ตลอดไม่เลิกแต่งากินไม่ได้ตลอด
ใครกินได้นับถือเลย และอย่าได้ลืมว่าหากท่านไม่ออกกำลังกายต่อให้กินงาวันเป็นถ้วย นมเป็นถังก็เอาแคลเซี่ยมไปใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย ให้ออกกำลังกายแบบ High-Impact หรือมีการกระแทกบ้างจึงจะดี ตามผลงานวิจัยเมื่อเร็วๆนี้ High impact exercise is more beneficial than dietary calcium ก็คือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกได้ประโยชน์มากว่าให้แคลเซี่ยมเสียอีก ขออ้างอิงลิ้งค์นี้ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18291744 และเปรียบเที่ยบกิจกรรมกับลิงค์นี้ http://depts.washington.edu/bonebio/ASBMRed/exercise.html
From : น้ำกร่อย [ 27 มิ.ย. 51 - 21:46:11 น. ]

ความเห็นที่ 241
อยากได้หนังสือที่เกี่ยวกับประโยชน์ของงาดำค่ะ...จะหาได้ที่ไหน ไปดูที่ร้านหนังสือมาหลายที่แล้วไม่มีเลย...ช่วยหาให้หน่อยนะค่ะ..
From : indy-girl@hotmail.com [ 8 ก.ค. 51 - 13:12:42 น. ]

ความเห็นที่ 242
อยากทราบการทำน้ำเต้าหู้สามสี


From : *** [ 9 ก.ค. 51 - 20:22:07 น. ]


ความเห็นที่ 243
ผมเพิ่งจะเริ่มทานงาดำคั่วป่นสำเร็จรูป (ที่ซื้อจาก Villa Market) ได้ประมาณ 1 เดือน โดยนำมาผสมกับ เนื้อปลาTuna Sandwich (รินน้ำเกลือในกระป๋องออกให้หมดแล้วยีเนื้อปลาให้ละเอียด ใส่น้ำมันมะกอก(ที่ใช้ปรุงอาหาร) ตามด้วย sandwich spread โรยด้วยงาดำคั่วป่น แล้วคลุกเคล่าให้เข้ากัน ใส่กล่อง plastic เก็บไว้ในตู้เย็น ตอนเช้าก็เอามาทาขนมปังทานเป็นอาหารเช้า ผลที่ได้ทันตาเห็นครับ ... ผมของผมหนาขึ้น และยาวเร็วขึ้น เล็บก็ต้องตัดเร็วขึ้นกว่าปกติ คงเป็นผลจาก calcium ที่มีอยู่ในงาดำนี่เอง
From : ปณตพงศ์ [ 13 ก.ค. 51 - 15:22:25 น. ]

ความเห็นที่ 244
รับประทานงานดิบๆได้หรือเปล่า โดยไม่ต้องทำให้สุก
From : KJ [ 21 ก.ค. 51 - 14:07:30 น. ]

ความเห็นที่ 247
ดิฉันทุกใจมากไปหาหมอมาพบว่าเป็นกระดูกเสื่อม ทั้ง ๆ ที่ อายุเพิ่ง40 เอง ลูกก็ยังเล็กอยู่
ช่วยแนะนำเรื่องอาหารการกินหน่อยสิคะว่าอะไรช่วยเรื่องดูกเสือมบ้างคะ
From : นู่แหม่ม [ 29 ก.ค. 51 - 11:16:57 น. ]

ความเห็นที่ 248
ตอบคุณ นู่แหม่ม
กินงาดำคั่วนี่แหละครับ ดีที่สุดแล้ว
มีแคลเซียมธรรมชาติอยู่ถึง 11 % และมีแมกนีเซียมอยู่ด้วยพร้อมสรรพ
ปกติ ร่างกายต้องการแคลเซียมในอัตราส่วนประมาณ 2-3 ส่วน ต่อแมกนีเซียม 1 ส่วน
ฉะนั้น จึงไม่ต้องกังวลว่า ร่างกายจะได้รับแคลเซียมมากกว่าแมกนีเซียมจนเกินไป
และจะไม่มีปัญหาเรื่องแคลเซียมไปกดปริมาณแมกนีเซียม จนเป็นผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

วิธีอบหรือคั่วงาดำ ย้อนกลับไปดูในความเห็นเก่า ตาม link เหล่านี้นะครับ

ความเห็นที่ 27
ความเห็นที่ 49
ความเห็นที่ 173
ความเห็นที่ 194

ทานเป็นประจำ แล้วจะรู้สึกได้ว่า งาดำคั่วนั้นทั้งหอม ทั้งอร่อย และช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระดูกเสื่อมได้ในระดับที่น่าพอใจทีเดียว
ถ้า 3 ช้อนโต๊ะทำให้ร้อนใน ก็ลดลงเหลือ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
ถ้ายังร้อนในก็หยุดกินสัก 1 - 2 วัน แล้วค่อยเริ่มใหม่
แต่ละคนอาจกินได้ในจำนวนที่ไม่เท่ากัน คงขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละคน

ขอให้มีกำลังใจ และตั้งใจฟื้นฟูสุขภาพนะครับ

From : ชยุต (Pc) [ 29 ก.ค. 51 - 12:54:25 น. ]


ความเห็นที่ 249
เพิงเปิดมาเจออยากกินมากเลยบ้วลอยน้ำขิงที่อร่อยจริงๆว่างๆต้องรบกวนคุณPcช่วยสงเคราะห์แล้วล่ะอาทิตย์ที่3สิงหาเลยไหมค่ะ
From : [ 30 ก.ค. 51 - 11:48:53 น. ]

ความเห็นที่ 250
เพิงเปิดมาเจออยากกินมากเลยบ้วลอยน้ำขิงที่อร่อยจริงๆว่างๆต้องรบกวนคุณPcช่วยสงเคราะห์แล้วล่ะอาทิตย์ที่3สิงหาเลยไหมค่ะ
From : [ 30 ก.ค. 51 - 11:56:39 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ