
| เสี้ยวหนึ่งของพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ กับเพลง ดอกแก้วกัลยา ภาพที่น่าประทับใจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขณะทรงทรงผูกเชือกรองพระบาทให้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ขอร่วมไว้อาลัยแด่พระองค์ท่านครับ เพลงของคนพิการ เนื้อร้อง/ทำนอง โดย ประภาส ชลศรานนท์ แก้วกัลยาทรงคุณค่าเหนือจิตใจ คือดอกไม้แห่งความรักและการแบ่งปัน *** ดอกไม้ฟ้า แห่งกรุณา ประทานลงมาแสนชื่นใจ ดั่งดอกไม้จากเทวาลัยจากแดนสรวง ขาดแขนขาหรือดวงตามองไม่เห็น ใช่จะลำค็ญใช่จะทุกข์หรือตรอมตรม ซ้ำ *** |
| ความเห็นที่ 1 เนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระพี่นางฯ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วม เวิร์คพอยท์ฯ จัดทำ คุณพระช่วย ตอนพิเศษ ประภาส ชลศรานนท์ แต่งเพลง ดอกแก้วกัลยา ขึ้นทูลเกล้าฯ !!! ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ครั้งแรก เมื่อ บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จัดรายการเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ด้วยการจัดรายการคุณพระช่วยตอนพิเศษ นำเสนอเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะแก่คนพิการ ที่ทรงพระราชทานนามดอกแก้วกัลยา เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แก่คนพิการทั่วประเทศ และนับเป็นเกียรติประวัติที่ ประภาส ชลศรานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเวิร์คพอยท์ฯ ได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณแผ่นดิน โดยการแต่งเนื้อร้อง ทำนองเพลง ดอกแก้วกัลยา ขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระพี่นางเธอ เนื่องในวโรกาสสำคัญนี้ ซึ่งเพลงดอกแก้วกัลยานี้จะได้นำไปเป็นสัญลักษณ์แห่งคนพิการต่อไปอีกด้วย โดยทำการบันทึกตอนสำคัญที่ว่านี้ที่สตูดิโอมนตรี ซ.ลาดพร้าว 101 ซึ่ง คุณปัญญา นิรันดร์กุล และ คุณประภาส ชลศรานนท์ ควบคุมการผลิตด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด เป็นที่น่าปลื้มใจที่ได้รับการร่วมร้อยดวงใจจากจากหน่วยงานต่างๆ เริ่มตั้งแต่สุดยอดฉากที่ถูกเนรมิตรให้เป็นดอกแก้วกัลยาด้วยรูปแบบเส้นสายลายไทย โดย อ.ปัญญา วิจินธนสาร คณะบดีคณะจิตรกรรม ม.ศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งใครเห็นเป็นต้องตะลึงเพราะโดดเด่นสะดุดตาเกินบรรยาย รวมถึงเสื้อผ้าที่ใช้ในการแสดงก็ได้รับการอนุเคราะห์จาก อ.เผ่าทอง ทองเจือ โดยเริ่มช่วงแรกกับคุณพระเชี่ยว ที่ได้รับเกียรติจากท่านประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย คุณณัฐพัชร์ อินทุภูติ และ คุณสุริยัน อริยวงศ์โสภณ รองเลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มาร่วมเล่าเรื่องราวความเป็นมาของดอกแก้วกัลยาอย่างละเอียด ซึ่งจะทำให้คนไทยได้ซาบซึ้งไปกับพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะกับคนพิการทั่วประเทศ จากนั้นในช่วงคุณพระโชว์จะได้พบกับความประทับใจที่ลืมไม่ลงกับการร่วมขับร้องเพลง ดอกแก้วกัลยา ที่ได้รับความร่วมมือระหว่าง สมาคมดนตรีเพื่อคนตาบอด, วงซิมโฟนี่จากกองดุริยางค์ทหารบก และ ราชภัฏสวนดุสิต ที่ส่งน้องๆพิการทางหูมาร่วมแสดงรีวิวประกอบเพลง ส่วนนักร้องนำคือ น้องตั๊ก อธิศรี สงเคราะห์ จากสมาคมดนตรีเพื่อคนตาบอด ปรากฏว่าทันทีที่เสียงเพลงกระหึ่มขึ้น ผู้ชมทั่วทั้งห้องบันทึกเทปที่พากันมาชมภาพการบันทึกเทปพิเศษนี้ต่างเงียบกริบ เพราะเสียงของน้องตั๊กนั้นกังวานใสจนขนลุกซู่ ส่วนซิมโฟนี่วงดุริยางค์ทหารบกนั้นผสมผสานเข้ากับดนตรีไทยได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวทำเอาขนลุกซู่ โดยเฉพาะกับท่อนสำคัญที่ว่า ดอกไม้ฟ้า แห่งกรุณา ประทานลงมาแสนชื่นใจ ดั่งดอกไม้จากเทวาลัยจากแดนสรวง....ดอกไม้ฟ้า แก้วกัลยา แทนใจทั้งดวง แทนความรักความเป็นห่วงความชื่นชม ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นเพลงอันไพเราะนี้หลายฝ่ายต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจเตรียมงานกันอย่างดี ตั้งแต่การกลั่นกรองเนื้อร้อง ทำนอง รวมถึงการซักซ้อมระหว่างวงดนตรีกับนักร้อง เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดเพื่อน้อมถวายแต่พระองค์ท่าน และทั้งหมดนี้นับเป็นภาพสุดประทับใจ ที่รับรองได้ว่าใครที่ได้ฟังจะได้สัมผัสถึงความรักจากใจที่ทุกคนมีต่อพระองค์ ซึ่งทันที่ที่เพลงจบเสียงตบมือดังสนั่นต่อเนื่อง ทำเอานักร้องนักดนตรียิ้มชื่นไปตามๆกัน นับเป็นการร่วมร้อยดวงใจครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนทำเพื่อสมเด็จพระพี่นางฯ โดยเฉพาะโต้โผใหญ่อย่างคุณประภาสนั้นเห็นจะอิ่มเอมใจเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างออกมาดีเยี่ยมสมกับที่ตั้งใจไว้ จากเว็บไซต์ของมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทยครับ http://www.tddf.or.th/news49/newsApril49/news2504491.html |
| ความเห็นที่ 2 น้องตั๊ก นางสาวอธิศรี สงเคราะห์ อายุ 22 ปี นักร้องสมาคมดนตรีเพื่อคนตาบอด หนูร้องเพลงให้กับสมาคมดนตรีคนตาบอด ตั้งแต่สมาคมเริ่มก่อตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ ครั้งแรกที่ได้ทราบว่าตัวเองจะได้ร้องเพลงนี้ก็รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมากค่ะ เพราะทราบว่าเพลงแก้วกัลยา เป็นเพลงที่ คุณประภาส ชลศรานนท์ แต่งขึ้นเพื่อถวายแด่สมเด็จพระพี่นางฯ เนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และยังใช้เป็นสัญญลักษณ์ของคนพิการเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งหนูทราบมาว่าสมเด็จพระพี่นางฯท่านทรงโปรดดนตรีมาก หนูจึงตั้งใจร้องเพลงนี้มากๆค่ะ ให้สมกับที่ได้รับเลือกมาเป็นนักร้องนำ แม้จะใช้เวลาในการซ้อมไม่นานก็ตาม ครั้งแรกที่ได้ฟังเนื้อร้องหนูขนลุกเลยค่ะ เรียกว่าประทับใจจนบอกไม่ถูก เนื้อเพลงสวย ดนตรีสวย ประกอบกันแล้วเป็นเพลงที่ไพเราะมากๆค่ะ ไม่รู้ว่าคุณประภาสแต่งขึ้นได้ยังไง โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า ดอกไม้ฟ้า แก้วกัลยา ประทานลงมาแสนชื่นใจ ฟังแล้วดีจังค่ะ ซึ่งเนื้อหารวมๆในเพลงนั้นฟังแล้วได้กำลังใจมากๆ หนูร้องกี่รอบๆก็รู้สึกว่าชื่นใจ ก็อยากฝากให้คนไทยทุกคนโดยเฉพาะพวกคนพิเศษได้ฟังเพลงนี้นะคะ รับรองได้ว่าต้องชอบและได้กำลังใจกันทุกคนแน่นอนค่ะ
ดอกแก้วกัลยา เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนาม เพื่อเป็นดอกไม้แห่งสัญญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนพิการ ซึ่งดอกแก้วกัลยาประดิษฐ์ขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการในศูนย์ส่งเสริมอาชีพของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งที่มาของดอกแก้วกัลยานั้นเป็นดอกไม้ในจินตนาการ มาจากดอกไม้ 2 ชนิดด้วยกันคือ ดอกแก้ว และดอกแก้วเจ้าจอม ที่มีกลีบดอกสีฟ้าคราม ซึ่งดอกแก้วทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นดอกไม้ยืนต้นที่แข็งแรง ใบสวยงาม ออกดอกเป็นพวง ให้ความหมายเปรียบเทียบประดุจคนเราทุกคนมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้นความหมายโดยรวมของดอกแก้วกัลยานั้นคือ ดอกไม้จากนางแก้ว ที่มีน้ำพระหฤทัยสดใส ให้แสงสว่างอบอุ่นกับมวลหมู่คนพิการในแผ่นดินไทย ดั่งน้ำพระหฤทัยจากองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ครับ |
| ความเห็นที่ 3 สวัสดีปีใหม่ครับพี่ธานินทร์ From : Tam081-343-6644 [ 3 ม.ค. 51 - 00:48:53 น. ] |
| ความเห็นที่ 4 ร่วมน้อมรำลึกถึง..พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าชมพระราชประวัติ ภาพพระราชกรณียกิจ และร่วมลงนามรำลึก http://www.hrh84yrs.org/ From : พูนศักดิ์ [ 3 ม.ค. 51 - 09:33:34 น. ] |
ความเห็นที่ 5 ![]() เมื่อวาน ( 2 ม.ค.51 ) ดูถ่ายทอดสดทาง ช่อง 9 ตั้งแต่ 6 โมงเย็นกว่าจนถึง 5 ทุ่มกว่า ยิ่งดูยิ่งซาบซึ้งหลับไม่ลงเลย... From : โทโรมาน [ 3 ม.ค. 51 - 14:33:04 น. ] |
| ความเห็นที่ 6 สวัสดีครับ คุณ Tam, คุณพูนศักดิ์, และคุณโทโรมาน ผมก็ดูช่อง 9 นั่นแหละครับ จึงได้ทราบเรื่องต่างๆ รวมทั้งเพลง "ดอกแก้วกัลยา" จึงไปค้นหาข้อมูล From : ธานินทร์๙๙ [ 3 ม.ค. 51 - 22:13:51 น. ] |
| ความเห็นที่ 7 พระกรณียกิจต่อพสกนิกรสุดมากล้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสนพระทัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ได้โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเยี่ยมเยียนและสงเคราะห์ราษฎรผู้ยากไร้ในท้องถิ่นทุรกันดาร และได้ทรงอุทิศพระองค์ในกิจการของมูลนิธิแพทย์อาสาสมัครสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจให้แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือนที่ปฏิบัติราชการตามชายแดน นอกจากนี้ ยังทรงสนพระทัยในปัญหาของชุมชนแออัด ทรงรับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมเข้าอยู่ในพระอุปถัมภ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ยังได้ทรงอุปถัมภ์มูลนิธิ สงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน ราชินีมูลนิธิ เป็น (จากนสพ."ไทยรัฐ" วันนี้) |
| ความเห็นที่ 8 สำหรับเด็กและเยาวชน ที่มีความสามารถทางวิชาการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงสนพระทัยโครงการสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ โดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินจากกองทุนสมเด็จย่า เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ด้วยทรงตระหนักว่า การพัฒนาประเทศในอนาคต ย่อมต้องใช้ความสามารถเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมากและทรงแสดงความยินดีทุกครั้งที่ผู้ไปแข่งขันได้รับรางวัลกลับ From : ธานินทร์๙๙ [ 3 ม.ค. 51 - 22:21:47 น. ] |
| ความเห็นที่ 9 มูลนิธิ พอ.สว. พระกรณียกิจเพื่อผู้ป่วยยากไร้ 02.54 น. เช้าตรู่ของวันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นวันที่พสกนิกรไทยทั่วหล้าต่างโศกเศร้าอาลัยเมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ หลังจากที่เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ย้อนกล่าวถึงพระจริยวัตร และพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพสกนิกรไทยทุกคนว่า นอกจากจะทรงสนพระทัยและมีพระอัจฉริยภาพเป็นเลิศทั้งในด้านการอ่าน-เขียน การกีฬา การถ่ายภาพ ด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์โบราณคดีแล้ว ยังทรงสนพระทัยในสวัสดิภาพของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมและพระราชทานพระอนุเคราะห์แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในท้องถิ่นทุรกันดารมาโดยตลอด ยังประโยชน์ให้ชาวไทยผู้อาศัยอยู่ในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดาร มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ดังจะเห็นได้จากโครงการในพระอุปถัมภ์หลากหลายโครงการทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา อาทิ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (พอ.สว.) แห่งประเทศไทย, มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนาการมาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย มูลนิธิขาเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เป็นต้น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จแปรพระราชฐานและประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงค ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณถึงความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นขัดสนในเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคเมื่อยามเจ็บไข้ของตำรวจตระเวนชายแดนและราษฎรทั่วไปที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารเรื่อยมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้ชื่อย่อว่า พอ.สว. ขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 โดยเชิญชวนนายแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ในพระองค์เดินทางไปทำการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในหมู่บ้านที่ห่างไกลทุรกันดาร ต่อมาได้พัฒนาและเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับจน มีพอ.สว. ประจำจังหวัดรวม 50 จังหวัดทั่วประเทศ และเพิ่มภารกิจมากขึ้น จากการเป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ ก็มีแพทย์ทางอากาศ หรือ แพทย์ทางวิทยุ ช่วยรักษาทางวิทยุ ช่วยนำผู้ป่วยบางประเภทมารักษายังโรงพยาบาลจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งออกค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย เป็นต้น และในปี พ.ศ. 2517 ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จดทะเบียนเป็น มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 โดยทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ ด้วย สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ได้โดยเสด็จฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีในกิจการของ พอ.สว. มาตลอด ตั้งแต่ครั้งยังเป็น หน่วยแพทย์พอ.สว. จนกระทั่งเป็นมูลนิธิพอ.สว. จะปรากฏเห็นกันโดยทั่วไปว่าทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ทรงนำหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปทำการตรวจรักษาผู้ป่วย ณ หมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร และในบางรายได้ทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระราชานุเคราะห์ส่งต่อไปรักษา ณ โรงพยาบาลในส่วนจังหวัดหรือกรุงเทพฯ ส่วนมาก จะเห็นว่าเสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์ เพราะเป็นถิ่นทุรกันดาร บางแห่งไม่มีทางรถยนต์ มีแต่ทางเท้า แต่ก็มีประชาชนมาเฝ้าฯ รับเสด็จฯ และมาขอรับการตรวจอย่างเนืองแน่น ทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารดีขึ้นตามลำดับ จำนวนผู้มาเฝ้าฯ กลับเพิ่มทวีขึ้น เพราะพวกเขาเจริญขึ้นทั้งทางสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่มากขึ้น จึงมารับการตรวจรักษาน้อยลง จวบจนเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์ จึงทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์ กล่าวได้ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ มูลนิธิ พอ.สว. ไม่ใช่เป็นเพียง พระราชมรดก แต่ทรงเห็นแก่สุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนา คน ของประชาชนคนไทย ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เขตแดนที่มีความเจริญน้อยกว่าเป็นสำคัญ ด้วยพระเมตตาจะให้พวกเขาเหล่านั้นมีชีวิต มีวิญญาณสมกับเป็น คน มีคุณภาพชีวิต มีครอบครัว มีสังคมที่มีความสุข นับเป็นน้ำพระหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง โดยมิได้คิดถึงพระองค์เองเลยสักนิดว่าจะต้องทรงงาน ต้องทรงตรากตรำพระวรกายมากเพียงใด เพียงเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขสมบูรณ์เท่านั้น (จาก เดลินิวส์) |
| ความเห็นที่ 10 สำนักข่าวเอพีให้รายละเอียดเกี่ยวกับพระประวัติเพื่อเชิดชูพระปรีชาสามารถและพระกรุณาธิคุณต่อคนไทยมากเป็นพิเศษ โดยระบุว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงสนพระทัยในศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะการละคร และดนตรีคลาสสิค อันเป็นรสนิยมส่วนพระองค์ที่บ่มเพาะมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เหมือนกับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯตรัสได้ถึง 5 ภาษา ทรงรักการเดินทางท่องเที่ยว ทรงบันทึกการเดินทางทุกครั้งไว้ซึ่งต่อมามีการรวบรวมเป็นเล่มหนังสือได้หลายเล่ม ทรงเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้มีจริยวัตรเรียบง่าย ไม่หรูหราฟุ้งเฟ้อ ถึงกับตรัสไว้ในการสัมภาษณ์เมื่อปี 2543 ว่า ไม่ทรงโปรดงานกาลาดินเนอร์ เพราะน่าเบื่อ เอพีระบุไว้ตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ตรัสถึงพระองค์และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชฯเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และยังใช้ชีวิตอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ไว้ว่า ทั้ง 3 พระองค์อยู่ในประเทศเล็กๆ เป็นเพียงแค่ นายและนางสาวธรรมดาๆ ไม่ใช้เจ้าชายเจ้าหญิง บางคนไม่ได้ทราบว่าทั้ง 3 พระองค์เป็นเชื้อพระวงศ์ จึงทรงปฏิบัติพระองค์ดุจเดียวกับเด็กชาวสวิสทั่วไป ทำให้ทรงได้เรียนรู้วิถีชีวิตสามัญของสามัญชนไปด้วย เอพีระบุว่า ทรงเป็นองค์อุปถัมภกขององค์กรเพื่อการกุศลด้านสาธารณสุขอยู่อย่างน้อย 5 องค์กร ทรงให้เหตุผลต่อการให้ความสนพระทัยในเรื่องดังกล่าวไว้ว่า เพราะพระบิดาเป็นแพทย์ พระมารดาเป็นพยาบาล ที่ส่งผลสืบเนื่องมายังพระองค์ให้ใส่พระทัยในงานด้านนี้ พระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ยาวนานในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย ได้เห็นว่ามีอะไรอีกมากมายต้องทำในทุกๆ ด้าน จาก http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01for01030151&day=2008-01-03§ionid=0104 |
| ความเห็นที่ 11 ...ผมและเพื่อนๆคณะรณรงค์เมาไม่ขับทราบข่าวพระองค์ท่านช่วงเช้าขณะกำลังออกจากที่พักที่อุดรฯ ทุกคนเสียใจอย่างสุดซึ้งและติดตามข่าวตลอด ...ขอบคุณพี่ธานินทร์๙๙ สำหรับข้อมูลครับ From : Real [ 3 ม.ค. 51 - 23:08:59 น. ] |
| ความเห็นที่ 12 ขอบคุณพี่ธานินทร์๙๙ สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจ... วันนี้ผมมีโอกาสไปถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง มาแล้วครับ รายละเอียดอยู่ในกระทู้โต๊ะกาแฟฯ เชิญ click ที่นี่เพื่อดู -> แผนที่และพิกัด (อยู่ในความเห็นที่ 673 นะครับ) From : ชยุต (Pc) [ 3 ม.ค. 51 - 23:16:45 น. ] |
| ความเห็นที่ 13 20jan ขอแต่งกลอนเพื่อสรรเสริญเชิดชูพระพี่นางนางฟ้าไทย ดังนี้ เทพจักรีพระพี่นางเทิดราชา ทรงปรีชาวิทย์พุทธศิลป์มากสาขา เป็นนะรานะคะรินทร์วัฒน์กัลยา นำพิทยาช่วยประชาไทยอนันต์ .......ไทยจดจำแก้วกัลยานิรันดร......... From : 20janกลอนสรรเสริญพระพี่นาง [ 4 ม.ค. 51 - 10:56:06 น. ] |
| ความเห็นที่ 14 ยอดเยี่ยมเลย.. ขอบคุณครับ.. คุณ 20jan (ชื่อนี้มีความหมายถึงวันเกิดหรือเปล่า??)
|
| ความเห็นที่ 15 "กษัตริย์-ผู้นำ"30ประเทศ เทิดพระพี่นางฯ ทำประโยชน์เพื่อผู้ยากไร้ จักรพรรดิญี่ปุ่นส่งพระราชสาส์นไว้อาลัย เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 4 มกราคม สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ, มกุฎราชกุมารนะรุฮิโตะและเจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายา, เจ้าชายอะกิชิโนะ ฟุมิฮิโตะ และเจ้าหญิงอะกิชิโนะ คิโกะ พระชายา และเจ้าชายฮิตะชิ มะซะฮิโตะ พระอนุชาของสมเด็จพระจักรพรรดิและเจ้าหญิงฮิตะชิ ฮะนะโกะ พระชายา ได้ส่งพระราชสาส์นแสดงความไว้อาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นายธฤตกล่าวอีกว่า พระราชสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, เชค ซอบะห์ อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต, เชค ซัลมาน บิน ฮามัด อัล คอลิฟะห์ มกุฎราชกุมารบาห์เรน และ เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด อัล คอลิฟะห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ยังได้มีพระราชสาส์นแสดงความไว้อาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ด้วยเช่นกัน 30ปท.ร่วมส่งพระราชสาส์น-สาส์น นอกจากนี้ ยังได้มีสาส์นจากผู้นำประเทศต่างๆ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้แก่ นายจูมมะลี ไซยะสอน ประธานแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายอัลฮาจิ อุมารู มุซา ยาร์อดัว ประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย นายกิริยา ปราสาท โคอิราลา นายกรัฐมนตรีเนปาล นางโนลีน เฮเซอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติและเลขาธิการบริหาร คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ยูเอ็น-เอสแคป) โดยข้อความส่วนใหญ่กล่าวเทิดพระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถึงการทรงงานที่เป็นคุณประโยชน์แก่ผู้ยากไร้ ด้านสาธารณสุขและการศึกษา โดยขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับพระราชสาส์นและสาส์นจาก 30 ประเทศ และ 1 องค์กร อย่าง ไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก 90 แห่ง ยังเปิดให้ประชาชนมาลงนามไว้อาลัยด้วยซึ่งจะรวบรวมรายชื่อของผู้แทนของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ต่อไป "จิกมี"ส่งพระราชสาส์นไว้อาลัย นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้ (4 มกราคม) สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ส่งพระราชสาส์นถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความเสียใจ และไว้อาลัยการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สวัสดีครับ.. คุณเรียว.. ขอบคุณครับ.. คุณชยุต) |
| ความเห็นที่ 16 เนื้อเพลง : แสงหนึ่ง (เพลงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางฯ) รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่ ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่ว่าสำหรับเรานั้น... เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่สำหรับเรานั้น... เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
|
| ความเห็นที่ 17 คนไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ (บทเรียนจากความจริง กับ ดร.จีระ) เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551 คนไทยทั้ง 64 ล้านคน ต้องสูญเสียที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ภายใต้ความเศร้าสลดของประชาชนชาวไทย แต่ก็มีความปลื้มปีติ ภาคภูมิใจ ที่ได้เรียนรู้พระราชประวัติของพระองค์ท่านที่ได้ทรงทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ และแก่คนไทยอย่างมากมาย มหาศาล สร้างความยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และในระดับนานาชาติ ความดี จะเห็นชัดๆ ต่อเมื่อชีวิตของคนเราหมดลมหายใจ สิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำมานั้น มีคุณค่าอย่างมหาศาล ซึ่งบางเรื่องผมเองก็ไม่ทราบมาก่อน เช่น * ในสมัยที่ทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงเรียนปริญญาตรีทางเคมี และได้ที่ 3 ของนักเรียนมัธยมปลายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ * พระองค์ทรงโปรดกีฬาหลายประเภท และสนับสนุนกีฬามาตลอดโดยเฉพาะกีฬาเปตองและแบดมินตัน * พระองค์เก่งเรื่องดนตรี โดยเฉพาะ ไวโอลิน * และพระองค์สนใจปรัชญา ของนักปราชญ์ ฝรั่งเศสหลายๆ คน และนำมาแปลเป็นภาษาไทย เผยแพร่ให้คนไทยจำนวนมากได้อ่าน ส่วนอื่นๆ ที่คนไทยรับทราบแล้ว และจะขอย้ำก็คือ ท่านทรงเป็นนักวิชาการที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะทรงให้เวลากับการการสอนและการบริหารอยู่ตลอดเวลา ทรงเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงที่ผมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงดูแลมูลนิธิ พอ.สว. เพื่อสืบสานงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อย่างต่อเนื่อง มูลนิธินี้ ปัจจุบันมีอาสาสมัครแพทย์ กว่า 50,000 คน ทรงเป็นนักการทูตที่ยิ่งใหญ่ สร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะใช้วิชาการ และศิลปวัฒนธรรม เป็นตัวประสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ช่วยเหลือ มูลนิธิการกุศล ในหลายๆ ด้าน ทำให้ผู้ตกทุกข์ได้ยากได้ใช้ประโยชน์ แต่ผมจะขออนุญาตพูดถึงประสบการณ์ที่ผมได้ใกล้ชิด มาตลอดกว่า 20 ปี ที่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท เรื่องแรกที่ผมได้รับใช้ คือ ประมาณกว่า 20 ปี คุณหญิงอัมพร มีศุข ในนามสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมนานาชาติเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบทที่ประเทศไทย โดยมีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงเป็นองค์ประธานเปิด และเป็น Keynote Speaker ซึ่งคุณหญิงอัมพร ได้เชิญผม และ ศ.ดร.วิทิต มันตาภรณ์ เป็นผู้ร่วม ถวายคำแนะนำเกี่ยวกับ Keynote Speech ของพระองค์ท่าน ผมจำได้ว่าท่านให้ความสนใจ เอาใจใส่ ใน Speech ครั้งนั้นมาก Speech นั้น จะเน้นเรื่องความเหลื่อมล้ำของคนเมืองและคนชนบท เน้นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มาเป็นตัวอย่าง ผมคิดว่า แนวคิดอันหนึ่งที่ผมได้รับจากพระองค์ท่านก็คือ ท่านไม่ได้ให้เราเรียนจากทฤษฎีเท่านั้น ให้ดูจากข้อเท็จจริงด้วย ซึ่งอาจจะเป็นอิทธิพลที่ผมทำมาใช้ทฤษฎี 2 R's คือ Reality มาจากท่าน ท่านทรงให้คุณหญิงอัมพร มีศุข ศ.ดร.วิทิต มันตาภรณ์ และผม ตามเสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจการบิน ไปทอดพระเนตรโครงการหลวงต่าง ๆ ในต่างจังหวัดทั้งวัน แล้วกลับมาร่าง Speech ผมยังเด็กอยู่ในช่วงนั้น ผมได้เห็นประชาชนชาวบ้านมารับเสด็จพระองค์ท่านอย่างมีความสุข และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้อย่างมาก ประสบการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผม ได้นำความรู้ไปสู่ความจริง Speech ที่ท่านได้ทรงบรรยายได้รับการแก้ไขจากพระองค์ท่านอย่างละเอียด อีกประการหนึ่ง การเป็นพระอาจารย์ของท่านที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นผมเป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนแรก มีความรู้สึกว่า งานที่สถาบันฯ จัด โดยเฉพาะครั้งแรก เป็นงานระดับ International ซึ่งมีองค์กรวิชาการจากสหราชอาณาจักร Crown Agents มาร่วมจัด มีนักธุรกิจ ข้าราชการจากทั่วโลก กว่า 100 คน ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ พระองค์ท่านทรงพระกรุณาเสด็จมาองค์เป็นประธานเปิด และเป็น Keynote ในงานของพวกเรา สร้างความปลื้มปีติให้แก่ชาวสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการสร้าง Brand ให้เห็นว่า สถาบันฯ แห่งนี้ ทำงานใหญ่ได้ และพระองค์ท่านได้ทรงพระกรุณาเสด็จมาเปิดงานด้วย ทำให้เป็นการเสริมสถานะของสถาบันทรัพยากรมนุษย์สูงขึ้นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นชาวต่างประเทศที่มากว่า 100 คนจากทั่วโลกได้เห็นพระปรีชาสามารถในพระราชดำรัสเป็นภาษาอังกฤษของพระองค์ท่าน มีสาระที่น่าสนใจอย่างยิ่ง งานที่สถาบันทรัพยากรมนุษย์ของผมได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านหลายครั้ง ในปี 1994 เป็นงานที่สถาบันฯ ได้ร่วมมือกับ SASAKAWA Foundation ได้เชิญผู้นำของรัฐบาลเวียดนามกว่า 50 คน มาฝึกการเรียนที่ ธรรมศาสตร์ 5 อาทิตย์ เราได้เน้นวิชา เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจเสรี วิชาทรัพยากรมนุษย์ พระองค์ท่านเสด็จมาทรงเป็นประธานปิดงานที่โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมสัมมนาชาวเวียดนาม กว่า 50 คน มีความปลื้มปีติเพราะได้รับประกาศนียบัตรจากพระองค์ท่าน ซึ่งทำให้แนวคิดเรื่อง การทูตภาคประชาชน (People to People Diplomacy) เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา มีอิทธิพลต่อผมในการตั้งมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ คุณงาม ความดี และความสามารถของพระองค์ท่าน ในมุมเล็กๆ ที่ผม และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สัมผัส ได้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศมหาศาล ยุคต่อไปนี้ เป็นยุคที่จะต้องสร้างความดีให้สังคมไทยต่อไป คนไทยทุกคน ต้องคิด และรู้จักวิเคราะห์ให้ดี จีระ หงส์ลดารมภ์ |
| ความเห็นที่ 18 ลืมอ้างอิง ค.ห.17 จากนี่ http://www.naewna.com/news.asp?ID=89524 ค.ห.16 http://www.naewna.com/news.asp?ID=89446 ค.ห.15 http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0101050151&day=2008-01-05§ionid=0101 From : ธานินทร์๙๙ [ 5 ม.ค. 51 - 10:50:24 น. ] |
| ความเห็นที่ 19 ขอบคุณมากครับที่อ่านกลอนผม20jan อยากให้ทุกคนจดจำแบบอย่างพระพี่นางให้ได้ดีที่สุดเพราะ วิธีมุ่งมั่นเพื่อสังคมของพระพี่นางคือวิธีแบบอย่างแบบหนึ่งที่จะนำพาปวงประชาไปสู่สวรรค์เป็นนางฟ้าและเทพบุตรเทพธิดาได้ในปรโลกสวรรค์ โดยประเทศไทยและราชวงศ์ไทยก็พ้นภัยในโลกคนต่อไป แม้เราจะยังทำดีไม่เท่ากับพระพี่นางก็ตาม.. 20jan ชื่อนี้ เป้นคำที่ผมชอบส่วนตัวครับ .........เป็นคำที่แฝงเชิดชูบุคคลและองค์กรอื่นที่เกิดวันนี้หลายท่านครับที่ผมรุ้จัก.แต่โลกธุรกิจไม่สนใจ... ขอให้คนอ่านกลอนได้ประสบโชคดีจากพระพี่นางนางฟ้าไทยกันบ้างนะครับ อย่าเขินนะครับว่า เรามีพระพี่นางเป็นนางฟ้าให้แก่เด็กไทยเรา.......เห็นโทรทัศน์ใช้คำว่านางฟ้าน้อยมากครับ From : 20jan [ 7 ม.ค. 51 - 10:30:56 น. ] |
| ความเห็นที่ 20 ขอบคุณมากครับที่อ่านกลอนผม20jan อยากให้ทุกคนจดจำแบบอย่างพระพี่นางให้ได้ดีที่สุดเพราะ วิธีมุ่งมั่นเพื่อสังคมของพระพี่นางคือวิธีแบบอย่างแบบหนึ่งที่จะนำพาปวงประชาไปสู่สวรรค์เป็นนางฟ้าและเทพบุตรเทพธิดาได้ในปรโลกสวรรค์ โดยประเทศไทยและราชวงศ์ไทยก็พ้นภัยในโลกคนต่อไป แม้เราจะยังทำดีไม่เท่ากับพระพี่นางก็ตาม.. 20jan ชื่อนี้ เป้นคำที่ผมชอบส่วนตัวครับ .........เป็นคำที่แฝงเชิดชูบุคคลและองค์กรอื่นที่เกิดวันนี้หลายท่านครับที่ผมรุ้จัก.แต่โลกธุรกิจไม่สนใจ... ขอให้คนอ่านกลอนได้ประสบโชคดีจากพระพี่นางนางฟ้าไทยกันบ้างนะครับ อย่าเขินนะครับว่า เรามีพระพี่นางเป็นนางฟ้าให้แก่เด็กไทยเรา.......เห็นโทรทัศน์ใช้คำว่านางฟ้าน้อยมากครับ From : 20jan [ 7 ม.ค. 51 - 10:31:03 น. ] |
| ความเห็นที่ 21 ขอบคุณมากครับที่อ่านกลอนผม20jan อยากให้ทุกคนจดจำแบบอย่างพระพี่นางให้ได้ดีที่สุดเพราะ วิธีมุ่งมั่นเพื่อสังคมของพระพี่นางคือวิธีแบบอย่างแบบหนึ่งที่จะนำพาปวงประชาไปสู่สวรรค์เป็นนางฟ้าและเทพบุตรเทพธิดาได้ในปรโลกสวรรค์ โดยประเทศไทยและราชวงศ์ไทยก็พ้นภัยในโลกคนต่อไป แม้เราจะยังทำดีไม่เท่ากับพระพี่นางก็ตาม.. 20jan ชื่อนี้ เป้นคำที่ผมชอบส่วนตัวครับ .........เป็นคำที่แฝงเชิดชูบุคคลและองค์กรอื่นที่เกิดวันนี้หลายท่านครับที่ผมรุ้จัก.แต่โลกธุรกิจไม่สนใจ... ขอให้คนอ่านกลอนได้ประสบโชคดีจากพระพี่นางนางฟ้าไทยกันบ้างนะครับ อย่าเขินนะครับว่า เรามีพระพี่นางเป็นนางฟ้าให้แก่เด็กไทยเรา.......เห็นโทรทัศน์ใช้คำว่านางฟ้าน้อยมากครับ From : 20jan [ 7 ม.ค. 51 - 10:31:16 น. ] |
| ความเห็นที่ 22 เชิญร่วมออกความเห็นครับ พาดหัว นสพ.สมัย 2493 เกี่ยวกับ "พระพี่นาง" http://www.getmorestudio.com/samesky/index.php?showtopic=50 |
| ความเห็นที่ 23 เขาไปดูแล้วครับ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=thewebboard&topic=18 ผมไม่เห็นด้วยกับ"เจตนา"ของผู้ที่ใช้ชื่อว่า"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในกระทู้ทั้งสาม |
| ความเห็นที่ 24 สื่อมวลชน(บางคน)ที่ชอบเขียนเรื่อง gossip มักมองหาแต่จุดอ่อนของผู้หญิงมาเขียน แต่ใช่ว่าลูกเมียหรือมารดาของเขาเหล่านั้น จะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิ่งที่เขานำมาเขียน ซึ่งถ้ามองอย่างแยกแยะบุคคลตามวัยและถิ่นที่อยู่แล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะแปลกที่ตรงไหน gossip ใน ThaiSoftware Dictionary แปลว่า คนปากมาก, คนชอบพูดชอบนินทาอย่างผู้หญิง, เรื่องซุบซิบ, การสนทนาถึงเรื่องคนโน้นคนนี้, พูดกล่าวขวัญถึงเรื่องคนอื่น, นินทา, คุยกัน อ่านคำแปลแล้วก็ไม่ต่างจากคอลัมนิสต์สาย gossip ในนสพ.เลย บุคคลที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งประกอบคุณงามความดีทั้งเพื่อสังคม การศึกษา ศาสนา และสิ่งแวดล้อม ย่อมได้รับการสรรเสริญเป็นธรรมดา วันนี้ทำให้ต้องค้นหาบางประโยคจากหนังสือ "วาทะคานธี" ที่แปลโดย กรุณา - เรืองอุไร กุศลาสัย ได้มาดังนี้ การทำลายเป็นเรื่องง่าย แต่การสร้างต้องใช้ความสามารถและรอบคอบอย่างมากมาย มองหาคำกลอนอีกสักบท ก็ไปเห็น "มองแต่แง่ดีเถิด" ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ลองอ่านดูนะครับ เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนที่ดีเขามีอยู่ |
| ความเห็นที่ 25 ก็เห็นด้วยกับธานินทร์99 ครับ..... เรื่องภาพโป๊นั้น ผมไม่ค่อยใส่ใจครับ... เป็นเรื่องธรรมชาติทั่วไป และพระพี่นางก็สำรวมระวังกายใจมากขึ้นตลอดมา ภาพในหลวงตอนหนุ่มใส่กกน. ผมก็อยากเห็น แต่ไม่เคยเห็น...เป็นธรรมชาติครับ ต้องขออนุญาติจากเจ้าของภาพก่อนเสมอเพื่อ นักข่าวจะมาแอบใช้ภาพขายไม่ได้ทุกครั้ง เป้นต้น เพียงแต่หลักการภาพโป๊ของผมที่สำคัญคือ ภาพต้องดูมีศิลป์ และบริสุทธิ์ใจไม่หวังเงินชื่อเสียงจากภาพโป๊ใดใด และที่สำคัญ เจ้าของภาพ ต้องไม่ได้พยายามหละหลวมถ่ายภาพโป๊เพื่อกระตุ้นอารมณ์มวลชน และภาพโป๊ต้องไม่ยั่วยวนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำไทย พระนางเจ้าไทยโบราณสมัยสุโขทัยก็แต่งชุดมิดชิดน้อยกว่าสมัยนี้มาก เป็นต้น คนไทยไม่ได้คิดว่าภาพโป๊นั้นเลวร้ายหมดหรอกครับ..สำหรับภาพโป๊ของคนที่เป็นสาธารณะ ประชาชนคนไทยต้องดูที่เจ้าของภาพด้วยว่าตอนไม่โป๊มีนิสัยและคุณธรรมอย่างไรประกอบด้วย จะยังไม่ด่วนตัดสินตามหนังสือพิมพ์ทันที แต่จะหาข้อมูลเพื่อแย้งกับหนังสือพิมพ์ไว้กรณีต้องลงโทษหนังสือพิมพ์ด้วยถ้าไม่ได้ภาพมาอย่างถูกกฏหมายทุกกรณี**** เรื่อง เกี่ยวกับการลอบปลงพระชนม์ร.8 ก็ให้ตัดสินตามหลักฐานเท่าที่มีครับ เพื่อให้ราชวงศ์และประชาชน สบายใจและประเทสไทยมั่นคงด้วยระบบกฏหมายที่ใช้หลักฐานเท่าที่มีมากที่สุดที่หาได้...ถ้าอนาคตยังมีใครลอยนวลอยู่ ก็ยังจับได้ตลอดเท่าที่เจอหลักฐานไหม่อีก...ผมเชื่อว่าคนปลงพระชนม์ร.8นั้น ยิ่งสร้างหลักฐานหนาหนาโยนให้คนอื่นรับผิดแทนตนเองมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีจิตบาปหนาเห็นแก่ตัวสุดสุดสะสมในใจที่วางแผนให้คนบริสุทธิ์อื่นรับผิดแทนตัวได้ตลอด มันก็เท่ากับคนปลงพระชนม์ร.8มีแผนตั้งใจฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างอ้อมอ้อมเพิ่มขึ้นนั่นเองแทนการฆ่าตัวเอง ตายไปต้องได้รับผลบาปอยุ่ดีในปรโลกเมื่อถึงเวลาตามกฏกรรมข้ามชาติเฉพาะตน ......แต่หลักกฏหมายไทย ให้มั่นคงตามหลักฐานไว้ ต้องแข็งที่สุดเพื่ออนาคตประเทศเป็นไหญ่หลัก ถ้าสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่าศาล ก็เอาไปเสนอศาลและสื่อมวลชนเพื่อเทียบกันจริงซิครับ ไม่ใช่หาหลักฐานได้อ่อนกว่าแล้วไปโทษว่าหลักฐานของศาลใช้ไม่ได้......ผมคนไทยคิดแบบนี้ครับ มาแต่วัยรุ่นเลย เพื่อทำตามหลักการความมั่นคงของประเทศเป็นไหญ่ และ ยังไง คนผิดลอยนวลบางคนยังต้องได้รับผลบาปเพิ่มที่มีเจตนาทำแผนหวังให้คนอื่นตายแทนตัวเองหลังตายด้วยอยุ่ดีในชาติหน้าของเขาเอง. ผมก้ชอบกลอนของ20jan ครับ จะช่วยเผยแพร่เยอะเยอะเรื่องดีดี ขอจบเท่านี้ครับ From : wellpoint [ 8 ม.ค. 51 - 13:14:14 น. ] |
| ความเห็นที่ 26 ก็เห็นด้วยกับธานินทร์99 ครับ..... เรื่องภาพโป๊นั้น ผมไม่ค่อยใส่ใจครับ... เป็นเรื่องธรรมชาติทั่วไป และพระพี่นางก็สำรวมระวังกายใจมากขึ้นตลอดมา ภาพในหลวงตอนหนุ่มใส่กกน. ผมก็อยากเห็น แต่ไม่เคยเห็น...เป็นธรรมชาติครับ ต้องขออนุญาติจากเจ้าของภาพก่อนเสมอเพื่อ นักข่าวจะมาแอบใช้ภาพขายไม่ได้ทุกครั้ง เป้นต้น เพียงแต่หลักการภาพโป๊ของผมที่สำคัญคือ ภาพต้องดูมีศิลป์ และบริสุทธิ์ใจไม่หวังเงินชื่อเสียงจากภาพโป๊ใดใด และที่สำคัญ เจ้าของภาพ ต้องไม่ได้พยายามหละหลวมถ่ายภาพโป๊เพื่อกระตุ้นอารมณ์มวลชน และภาพโป๊ต้องไม่ยั่วยวนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำไทย พระนางเจ้าไทยโบราณสมัยสุโขทัยก็แต่งชุดมิดชิดน้อยกว่าสมัยนี้มาก เป็นต้น คนไทยไม่ได้คิดว่าภาพโป๊นั้นเลวร้ายหมดหรอกครับ..สำหรับภาพโป๊ของคนที่เป็นสาธารณะ ประชาชนคนไทยต้องดูที่เจ้าของภาพด้วยว่าตอนไม่โป๊มีนิสัยและคุณธรรมอย่างไรประกอบด้วย จะยังไม่ด่วนตัดสินตามหนังสือพิมพ์ทันที แต่จะหาข้อมูลเพื่อแย้งกับหนังสือพิมพ์ไว้กรณีต้องลงโทษหนังสือพิมพ์ด้วยถ้าไม่ได้ภาพมาอย่างถูกกฏหมายทุกกรณี**** เรื่อง เกี่ยวกับการลอบปลงพระชนม์ร.8 ก็ให้ตัดสินตามหลักฐานเท่าที่มีครับ เพื่อให้ราชวงศ์และประชาชน สบายใจและประเทสไทยมั่นคงด้วยระบบกฏหมายที่ใช้หลักฐานเท่าที่มีมากที่สุดที่หาได้...ถ้าอนาคตยังมีใครลอยนวลอยู่ ก็ยังจับได้ตลอดเท่าที่เจอหลักฐานไหม่อีก...ผมเชื่อว่าคนปลงพระชนม์ร.8นั้น ยิ่งสร้างหลักฐานหนาหนาโยนให้คนอื่นรับผิดแทนตนเองมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีจิตบาปหนาเห็นแก่ตัวสุดสุดสะสมในใจที่วางแผนให้คนบริสุทธิ์อื่นรับผิดแทนตัวได้ตลอด มันก็เท่ากับคนปลงพระชนม์ร.8มีแผนตั้งใจฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างอ้อมอ้อมเพิ่มขึ้นนั่นเองแทนการฆ่าตัวเอง ตายไปต้องได้รับผลบาปอยุ่ดีในปรโลกเมื่อถึงเวลาตามกฏกรรมข้ามชาติเฉพาะตน ......แต่หลักกฏหมายไทย ให้มั่นคงตามหลักฐานไว้ ต้องแข็งที่สุดเพื่ออนาคตประเทศเป็นไหญ่หลัก ถ้าสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่าศาล ก็เอาไปเสนอศาลและสื่อมวลชนเพื่อเทียบกันจริงซิครับ ไม่ใช่หาหลักฐานได้อ่อนกว่าแล้วไปโทษว่าหลักฐานของศาลใช้ไม่ได้......ผมคนไทยคิดแบบนี้ครับ มาแต่วัยรุ่นเลย เพื่อทำตามหลักการความมั่นคงของประเทศเป็นไหญ่ และ ยังไง คนผิดลอยนวลบางคนยังต้องได้รับผลบาปเพิ่มที่มีเจตนาทำแผนหวังให้คนอื่นตายแทนตัวเองหลังตายด้วยอยุ่ดีในชาติหน้าของเขาเอง. ผมก้ชอบกลอนของ20jan ครับ จะช่วยเผยแพร่เยอะเยอะเรื่องดีดี ขอจบเท่านี้ครับ From : wellpoint [ 8 ม.ค. 51 - 13:14:27 น. ] |
| ความเห็นที่ 27 เห็น workpoint เอาเพลงแก้วกัลยามาให้โหลดอีก เชิญโหลดและฟังเพลงได้ที่ http://www.workpoint.co.th/newsInfo/gawglalaya.html โหลดเพลงที่ http://www.workpoint.co.th/newsInfo/01 Track 01 3.m4a From : กะปิ [ 8 ม.ค. 51 - 15:07:56 น. ] |
| ความเห็นที่ 28 ขอบคุณมากครับ คุณชยุต คุณ wellpoint และคุณกะปิ (คุณ 20jan ครับ.. วันที่ 20 มกราคม เท่าที่ผมจำได้ เป็นวันที่ประธานาธิบดีอเมริกันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งมาในสมัยปกติมาทุกสมัย ตั้งแต่ผมเริ่มติดตามการเมืองมาครั้งที่ JFK เข้ารับตำแหน่ง ตอนนั้นผมอายุ 16-17 ได้ละมัง ในเดือนมกราคมปีหน้า (2009) ประธานาธิบดีคนใหม่ของอเมริกาก็คงสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 อีกเช่นกัน ..นอกจากนั้น 20 มกราคมเป็นวันกองทัพลาว.. ผมมีเหตุผลที่จำเรื่องดังกล่าวได้ครับ) ผมไม่เคยได้ยินชื่อ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มาก่อนหน้านี้เลย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สมศักดิ์เป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์ไทยยุคใกล้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง สมศักดิ์มีผลงานการศึกษาค้นคว้าและการตีความประวัติศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เช่นใน เหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8, การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, เหตุการณ์ 14 ตุลา, เหตุการณ์ 6 ตุลา และรัฐประหาร พ.ศ. 2549 งานส่วนใหญ่มีการเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต เช่น บทความในเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท ด้วยมุมมองที่แหลมคม และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชื่อ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จึงมักจะเป็นชื่อแรกๆเสมอเมื่อมีวิวาทะในประเด็น สังคมนิยม ลัทธิมาร์กซ์ ปัญญาชน โดยเฉพาะประเด็นการเคลื่อนไหวของขบวนการฝ่ายซ้ายไทย เนื้อหา [ซ่อน] ปัจจุบัน สมศักดิ์ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชา ประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [แก้] ผลงาน [แก้] หนังสือ [แก้] บทความ
|
| ความเห็นที่ 29 เพลง ดอกแก้วกัลยา ครับ |
| ความเห็นที่ 30 ขอบคุณครับ.. พี่สมพิศ.. From : ธานินทร์๙๙ [ 11 ม.ค. 51 - 10:20:29 น. ] |
| ความเห็นที่ 31 คุณธานินทร์99 คุณมีข้อมูลไหมครับว่า สถาบันการเงินเพื่อธุรกิจระดับโลกและระดับประเทศใดที่ได้ก่อตั้งเมื่อ20 มกราคม บ้างครับและยังมั่นคงมาถึงทุกวันนี้.......รบกวนหน่อยนะครับและวันที่20มกราคมมีนักเศรษฐศาสตร์ผลงานบุกเบิกระดับนานาชาติไหมครับที่เกิดวันนี้ วันที่20 มกราคมมีแต่เรื่องการเมืองกองทัพ ผมไม่ค่อยชอบเลยครับ อีกเรื่องครับ คุณธานินทร์99 พอบอกได้ไหมครับว่า ห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้งเปิดครั้งแรกเมื่อ2490นั้นวันเดือนอะไรและกลุ่มบริษัทพ่อแม่สูงสุดของkuok group of robert kuok ในมาเลย์เซีย ก่อตั้งเมื่อใด ผมเข้าใจว่าคุณผ่านชีวิตมานานมาก และมีสังคมสะสมมาก อาจจะช่วยบอกข้อมูลเหล่านี้ได้ครับ ผมยังหาไม่ได้เลยครับ......ยังไงก็ช่วยตอบหน่อยนะครับ บางข้อก็ยังดีครับ ........และผมอยากให้20jan แต่งกลอนเชิดชูและอาลัยพระพี่นางเพิ่มขึ้นอีก1 บท หวังว่า20jan จะลองพิจารณาดูนะครับ ถ้าเป็นไปได้............ ขอแสดงความจริงใจต่อทุกคนในเวปครับ From : เพชรน้ำค้าง [ 15 ม.ค. 51 - 10:45:11 น. ] |
| ความเห็นที่ 32 ข้อมูลที่คุณ"เพชรน้ำค้าง"ถามนั้น ผมไม่ทราบเลยครับ คงต้องหาจาก internet เช่นที่พอหาได้ (ออกจะเป็นอเมริกันสักหน่อย เพราะเว็บไซต์ที่เจอนั้นเป็นอเมริกัน) วันเกิดของบุคคล http://www.brainyhistory.com/daysbirth/birth_january_20.html เหตุการณ์ต่างๆ http://www.brainyhistory.com/days/january_20.html รายละเอียดเจาะลึกของเหตุการณ์ต่างๆ |
| ความเห็นที่ 33 เรื่องห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง ที่เพิ่งฉลองครบ ๖๐ ปีไปนั้น ในเอกสารต่างๆมีบันทึกไว้แต่เพียงว่าร้านแรกเปิดเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๐ ดังที่คุณเพชรน้ำค้างว่าไว้ โดยไม่มีใครจำได้หรืออ้างอิงได้ ว่าวันที่เท่าไรเดือนอะไร มารู้วันที่เปิดที่แน่นอนเมื่อย้ายมาเปิดร้านที่สองเพราะขยายกิจการ ไปอยู่ที่ตึกสามคูหา อยู่ระหว่างตรอกโรงภาษีกับตรอกชาร์เตอร์แบ๊งค์ ถนนเจริญกรุง เลขที่ 1262-1266 เปิดเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ http://thairetailer.com/history.php http://www.thaiechamber.com/cms/documentstorage/com.tms.cms.document.Document_b6cc9e33-c0a81019-1439bd90-e6c8128a/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882%5B1%5D.doc เรียกได้ว่านับแต่ปี 2507 เป็นต้นมา ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของไทยเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่าสู่ยุคใหม่ จากธุรกิจกงสีหรือธุรกิจครอบครัวก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในรูปแบบศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า |
| ความเห็นที่ 34 แล้ว ห้างเซ็นทรัล สาขาแรกคือ วังบูรพา เปิดวันเดือนอะไรของปี2499 ครับ.... คุณธานินทร์99ช่วยบอกหน่อยนะครับ .... คำถามข้ออื่นตอบไม่ได้ก็ข้ามไปเลยครับ แต่ปี2499เซ็นทรัลวังบูรพาน่าจะมีรายละเอียดตรงนี้มาก นะครับ.......ลืมถามตรงนี้ไปครับ From : ขอบคุณอีกที [ 15 ม.ค. 51 - 17:16:08 น. ] |
| ความเห็นที่ 35 ขอบคุณครับ..พี่ธานินทร์๙๙ ที่นำข้อมูลดีดีมาฝากเสมอๆ.. From : น้าเป้า [ 15 ม.ค. 51 - 21:51:09 น. ] |
| ความเห็นที่ 36 สวัสดีครับ.. น้าเป้า.. ไม่ค่อยได้เจอบนเว็บบอร์ด ![]() สำหรับคำถามในความเห็นที่ 34 ผมได้ลองค้นหาข้อมูลแล้วครับ ปรากฏว่าไม่สามารถหาคำตอบได้ |
| ความเห็นที่ 37 เพลงเพราะมากเลยค่ะ~ From : .... [ 29 ม.ค. 51 - 21:13:30 น. ] |
