00001
กลุ่มรวมมิตร.....คุยกันสัพเพเหระ (ภาค ๑๘)


ขออราธนาบารมี คุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก
ได้โปรดดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า

นายสมพิศ เขียวแก้ว
กลุ่มรวมมิตร


By : สมพิศ [ 5 ธ.ค. 50 - 09:48:28 น. ]


ความเห็นที่ 1



เวบไซต์ งานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
-> http://www.80thbirthdayanniversary.go.th/


ชาวกลุ่มรวมมิตร เข้ามาคุยกัน ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อใด .......เรื่องอะไรก็ได้ สัพเพเหระ ครับ



กลุ่มรวมมิตร......คุยกันสัพเพเหระ ภาคก่อนนี้

[เอก] [ทวิ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓] [๑๔] [๑๕] [๑๖] [๑๗]




From : สมพิศ [ 5 ธ.ค. 50 - 09:51:33 น. ]

ความเห็นที่ 2

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ชมภาพวีดีทัศน์
(โปรดคลิกที่รูป)





         “ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวคำอวยพร และขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มา มาเยี่ยม และมาให้พร ทำให้มีกำลังใจ ความจริงการที่ท่านมานี้ เป็นการให้กำลังใจ ที่บอกว่าดูแข็งแรง ดูมี อนามัยที่ดี ความจริงไม่ใช่ ความดีของแพทย์ เป็นความดีของเราที่ ตั้งใจ ที่จะให้แข็งแรง เพื่อที่จะต้อนรับท่านได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแข็งแรงที่จะต้อนรับท่าน ก็จะมาต้อนรับท่านไม่ได้ เพราะว่าเดิน ก็เดิน ขานำไปข้างหน้า ข้างหนึ่ง อีกข้างไปข้างหลัง ไม่ค่อยยอมสามัคคี

         ต้องสามัคคี แล้วก็ได้พูดเมื่อวานซืนนี้ ว่า ทหารก็ตาม พลเรือนก็ตาม ต้องสามัคคี เหมือนขาของเราที่จะต้องเดินสามัคคีกัน หมายความว่า ก้าวไปข้างหน้า แล้วอีกข้างหนึ่ง ก็ยันข้างหลัง และเมื่อยันข้างหลังเรียบร้อยแล้ว ก็ก้าวไปข้างหน้าอีกข้าง อันนี้ก็สามารถเดินได้ แล้วไม่หกล้ม ซึ่งถ้าไม่สามัคคี ก็บอกแล้วว่า ประเทศจะประสบความหายนะ ไม่ได้ใช้คำว่าหายนะ แต่ก็คล้ายกัน ว่าถ้าไม่สามัคคีกัน ไม่ปรองดองกัน ประเทศชาติล้ม ถ้าล้มก็ ผลของการล้มนั้น มีหลายอย่าง ถ้าทางกายก็ ร่างกายกระดูกหัก และต้องเข้ารักษา บางทีรักษานานๆ ไม่มีสิ้นสุด ถ้าไม่ระวังประเทศชาติก็ล่ม เมื่อล่มเราจะไปอยู่ที่ไหน ล่มก็หมายถึงว่า ลงไป จม ล่มจม ถ้าเราไม่ระวังประเทศชาติล่มจม ล่มจมก็หมายความว่า ล่มลงไปในทะเล เพราะว่าเมืองไทยนี้ก็ติดทะเล ถ้าล่มไปล่มมา ก็ลงทะเล

         และสมัยนี้เขาก็ ขู่กันว่า น้ำทะเลจะขึ้น แล้วก็เพราะว่าอากาศมันร้อน แต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้ร้อนจริง มาตั้งแต่ธันวาฯ นี้คนบ่นว่าอากาศเย็น อากาศหนาว ก็ไม่รู้จะเชื่อใครว่า ตอนนี้จะหนาวหรือจะร้อน แต่ว่าคำว่า ร้อน ร้อนจริงๆ คือ เหงื่อออก ร้อน เดือดร้อน ถึงเดือดร้อนมากกว่า ทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี่ก็จะเดือดร้อน ภาษาไทยใช้คำว่า เดือดร้อน ร้อนแล้วเดือด น้ำเดือดมันร้อน อากาศร้อนก็อากาศทำให้เราไม่สบาย ถ้า ไม่สบายแล้ว อยู่ไม่ค่อยได้

         ที่อากาศร้อน ก็เพราะว่าอากาศมันเจอความร้อนของพระอาทิตย์ ซึ่งเมืองไทยก็เคราะห์ดีอยู่เหมือนกันว่า อากาศร้อนไม่ได้เย็น ไม่ได้เย็นเหมือนอเมริกา เดี๋ยวนี้ที่อเมริกากำลังเดือดร้อน เพราะอากาศเย็น อากาศ หิมะตก ซึ่งตามปกติไม่น่าจะตกอย่างนี้ แต่ว่า อเมริกากำลังร้อน เดือดร้อนในความเย็น เมืองไทยนี้ ก็มีความเดือดร้อน ด้วยความเย็นเหมือนกัน แต่ว่าพูดว่าเดือดร้อน เราก็พูดถึงว่าเมืองไทย บ่นว่า เดือด ที่จริงไม่ได้เดือด แต่คนน่ะเดือด คนมันทำเดือด ทำให้คนเดือดร้อน แล้วเวลาเดือดร้อนนี่ มันไม่สบาย น้ำเดือดถึงจะมีประโยชน์ ต้มไข่ได้ แต่ว่าถ้าเดือดเฉยๆ ไม่มีประโยชน์ ทำให้คนเดือดร้อนเนี่ย สิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็เมื่อคนทำให้เดือดร้อน ที่ว่าสิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็บ่น บ่นว่า ประเทศลุกเป็นไฟ ก็ต้องระวังไม่ให้ลุกเป็นไฟ เพราะว่าจะทำให้ล่มจม ล่มจมอย่างนี้ ที่ต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยจะล่ม จะจม ความจริง ยังไม่ล่ม และยังไม่จม แต่ถ้าไม่ระวังก็จะล่ม จม ฉะนั้น ก็จะต้องระมัดระวัง หรือทุกวันนี้ไม่ปรองดองกัน เมื่อไม่ปรองดอง ไม่ปรองดอง ก็มีรู ก็จะล่ม ล่ม จมลงไป

         ที่จริงพยายามจะอุดช่อง ไว้อย่างมาก เช่น น้ำจะท่วม ก็ปิด กั้น ไม่ให้น้ำท่วม แต่ที่เขาทำ น้ำจะท่วม ก็ต้องสูบน้ำออกไปใส่ในทะเล ทะเลก็ มีน้ำมากเกินไป น้ำก็ล้นเข้ามาในพื้นแผ่นดิน แล้ว มันก็ ประเทศชาติก็ล่มจม ฉะนั้น การป้องกันไม่ให้ล่มจม จะต้อง ระวังไม่ให้น้ำขึ้นมากเกินไป ซึ่งถ้าน้ำขึ้นมามากเกินไป ก็ต้องแก้ไข จะแก้ไขนี่ มีหลายวิธี จะต้องทำเขื่อน แต่ว่าเขาด่ากันว่า ถ้าทำเขื่อน เท่ากับประเทศจะจม จมในน้ำ เพราะว่าตั้งเขื่อน น้ำก็ต้องขังเอาไว้ แต่ว่าการขังน้ำ โดยใช้เขื่อน มันมีหลายวิธี ซึ่งบางที ไม่เข้าใจ ทำเขื่อนแล้วก็ น้ำก็ท่วมบางแห่ง แต่ถ้าหากว่าทำเขื่อนแล้ว ไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อนนั้นให้ดี มันก็อาจจะทำให้น้ำท่วม

         อย่างที่เคยพูดถึง เขื่อนป่าสักฯ เขื่อนป่าสักฯ นี้ ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าไม่ได้ทำก็จะ เสียเงินเป็นพันล้านทุกปี แล้วก็เสียเงินอย่างนี้แล้ว ไม่ได้อะไรเลย เดี๋ยวนี้ ที่ได้ทำป่าสักฯ มา ทุกปีมีผลดี คือ ทำการเกษตร กสิกรรมได้ผล แล้วเมื่อได้ผลแล้วก็ได้รายได้ ถ้าไม่ได้ผลก็จะต้อง ก็จะต้อง

         ..นี่เขา (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรฯ) น้ำท่วมทุ่ง นี่อย่างนี้น้ำท่วมทุ่งหรือ นี่เหมือนพ่อเขา พูดมาก ปู่พูดไม่มาก แต่เวลาพูดเขาก็ว่าบ้าง พูดมาก หาว่าน้ำท่วมทุ่ง ไอ้น้ำท่วมทุ่งนี่มันไม่ดี เพราะว่าเวลาท่วมทุ่งได้ทุ่งนั้นทำอะไรไม่ได้ พืชผลต่างๆ ก็เน่า ถ้าพืชผลเน่าก็เท่ากับทำให้ ทำลายพืชผลนั้น ซึ่งตามปกติพืชผลขึ้นมาสามารถที่จะขายได้แต่พืชผลที่เน่า ขายไม่ได้ พืชผลที่เน่าทำให้เสียหาย

         แต่ที่ปลื้มใจที่ป่าสักฯ นี่น้ำท่วมมีบ้างแต่น้อยมาก คือว่า แต่ก่อนนี้ทุกปีต้องเสียเงินเป็นพันล้านสำหรับแก้ไขเรื่องน้ำท่วม เสียหายไปพันล้านไม่มีรายได้เลยมีแต่รายจ่าย ถ้ามีรายได้ก็ไม่เป็นไร น้ำท่วมที่ เวลา มีน้ำท่วมขึ้นมา ความจริงก็มีรายได้เพราะว่า อย่างเช่น ข้าว ถ้าไม่มีน้ำก็แห้ง แห้งผาก ไม่มีผล แต่อย่างไรไม่มีผลอย่างนั้นยังงอกออกมาได้ ก็ยังมีข้าว แต่อย่างถ้าข้าวถูกท่วมและเน่า ต้องเสีย ข้าวนั่นเสีย ไม่ได้ผล มีแต่ทางเสีย ไม่มีทางได้ ฉะนั้นการที่ทำเขื่อนแล้วก็ ไม่มีน้ำท่วม ก็มีจ่ายเงินสำหรับค่าทำเขื่อน แล้วก็มีเสียหายเล็กน้อย จนถึงเดี๋ยวนี้ เมืองไทยก็มีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่ว่าถ้าไม่ได้ทำ โครงการป้องกันไม่ให้น้ำท่วม มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายได้ แล้วอย่างนี้เราก็อยู่ไม่ได้

         อันนี้ พูดเป็นปริศนาว่า ถ้าไม่มีรายได้ ก็ไม่มีรายจ่าย เขาว่าถ้าไม่มีรายได้ ก็ไม่สามารถที่จะจ่ายเพื่ออยู่ดี มีแต่ต้องจ่าย สำหรับป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น ป้องกันแล้ว ไม่มีกำไรเลย มีแต่เสีย ฉะนั้นก็ ที่คนเขาว่า ทำโครงการแล้วก็เสีย จริง เสีย เสียเงิน แต่ว่าไม่เสียผลประโยชน์ ฉะนั้น ก็ต้องคิดดีๆ ว่าที่ได้ทำโครงการนั้น ก็มีจุดประสงค์ที่จะให้มีรายได้ แต่ถ้าพูดอย่างที่เขาพูด จ่ายเงินเยอะแยะ ที่จริงจ่ายแยะ แต่ว่าไม่ได้เสีย เพราะว่ามีรายได้ เวลาพูดกลับไปกลับมาอย่างนี้ท่านก็งง ท่านมองหน้าว่า เอ๊ะจะไปไหน ไปน่ะ ต้องทำโครงการนี้ อะไรก็ตาม ก็จะต้องมีเหตุผล ก็ต้องบริหารงานการให้ดี

         พูดถึงบริหาร ข้างหน้านี้ก็มีฝ่ายที่จะเป็นรัฐบาล รัฐบาลก็คือการบริหาร แต่ว่าบริหารนี้มีทุกอย่าง บริหารโครงการ บริหารกิจการต่างๆ บริหารการเงิน ทุกอย่างจะต้องบริหารให้ดี ฉะนั้นถ้าไม่บริหาร ก็ล่มจม แต่คนที่ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร มีแต่ ตำหนิติเตียนว่าไม่ทำ ที่จริง ฝ่ายบริหารเขาก็ทำ คนที่ติเตียนนั้นก็เป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตรงข้าม มีแต่ทำลาย ฉะนั้น ที่มาเมื่อ 2-3 วันนี้ ชักกลุ้มใจ ที่ฟังวิทยุ ที่เขาพูด พูดว่า เมืองไทยนี่ไม่ก้าวหน้าเลย แต่ความจริงก็ก้าวหน้า ถ้าไม่ทำอะไรเลยป่านนี้ก็ล่มจมแล้ว ถ้าไม่ทำ ก็ล่มจมเหมือนเวลาน้ำท่วม ล่มจม

         นี่พูดถึงน้ำมากเกินไปแล้ว เดี๋ยวหาว่าพูดน้ำท่วมทุ่ง แต่ว่ายังไงก็ตามต้องพูด วันนี้ตั้งใจจะต้องพูด ว่า ถ้าไม่ทำอะไร ทำแต่พูด ก็จะไม่ดี ก็พูดมามากแล้วในทาง คล้ายๆ ปรามไม่ให้พูด แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ท่านเงียบหมด ทุกคนเงียบ ก็หมายความว่า ท่านก็ตั้งใจจะไม่พูด เราก็เห็นว่าท่านไม่พูดเราก็จะไม่พูด แต่ก็พูดมากแล้ว

         แล้วก็ยังไงก็ตาม ก็จะต้อง อธิบายว่า ไปเข้าโรงพยาบาลนี้ เข้าๆ ออกๆ เข้าๆ ออกๆ หนังสือพิมพ์ก็ลง วันนี้เข้า เข้าแต่งสีชมพู ออกมาแต่งสี สีฟ้า เขาเหมือนตำหนิติเตียน ว่าทำไมเปลี่ยน ก็เข้าๆ ออกๆ ก็ต้องเปลี่ยนบ้าง ถ้าเข้าๆ ออกๆ และแต่งเครื่องแบบ มันน่าเบื่อ น่าเบื่อเขาก็ อย่าง อย่างท่านนายกฯ เขาก็แต่งเครื่องแบบ ท่านก็บอก น่าเบื่อ โอ๊ยน่าเบื่อ เบื่อหน้าแล้ว ถ้าเบื่อหน้าก็ไล่ออกซิ ไล่ออก แต่ท่านนายกฯ ไม่ได้ยิน เดี๋ยวหาว่าท่านนายกฯ เดี๋ยวนี้แก่แล้ว เขาว่าแก่ ที่จริงหนุ่ม หนุ่มนิดเดียว ของเราหนุ่มแบบพรุ่งนี้ จะอายุ 80 ไม่นึกเลยว่าจะถึงอายุ 80 80 ก็ใครจะว่าแก่ก็ไม่ว่า ใครตำหนิว่าแก่ ไม่ว่า เพราะว่าแก่จริงๆ แต่คนที่อายุ 60 นี้ไม่แก่ แต่ว่าท่านนายกฯ ก็น่าเบื่อ น่าเบื่อเพราะว่า เจอทีไรก็แต่ง แต่งเครื่องแบบขาวนี่ ความจริงควรจะแต่งสีอื่นบ้าง ของเรา วันนี้ไม่มีขาว สีขาว เป็นสีเหลือง แล้วเนกไทเป็นสีเหลือง แล้วก็มีสีชมพูด้วย ก็หมายความว่า เราก็ เราก็แก่แล้ว ไม่อยากแต่งตัวให้น่าเบื่อ

         วันนี้ก็เตรียมเสื้อคล้ายๆ ท่านองคมนตรี เสื้อเชิ้ตขาว และก็เสื้อ ไม่ใช่ท่านองคมนตรี ประธาน เสื้อสีน้ำเงินแก่ เราก็แต่งสีเทา ที่จริงแต่งงี้ก็ไม่น่าเบื่อ แต่ยังมีเนกไทสีเหลืองให้เก๋หน่อย ยังดีไม่ได้ใส่สีชมพู แต่วันนั้นใส่สีชมพู โหก็ตื่นเต้น เวลาใส่สีชมพูแล้วก็ใส่สีเขียว

         ใส่สีอะไรก็ได้ สีแดงก็ยังได้ สีแดงนี่เป็นกาลกิณีของเรา คนที่ว่าเป็นกาลกิณีของเรา ของเราไม่น่าจะใช้ นี่ยังไงตั้งแต่แม่ ท่านเกิดวันอาทิตย์ ท่านก็สีแดง พี่สาวก็เกิดวันอาทิตย์ พี่ชายก็เกิดวันอาทิตย์ ก็หมายความว่า เป็นสีแดง คนที่รับใช้ก็เกิดวันอาทิตย์ ยังดี ทองแดงนี่ดี ก็ไม่ได้เกิดวันอาทิตย์ เขาเกิดวันเสาร์ ก็เป็นสีม่วง ทองแดงสีม่วง เราก็ไม่เดือดร้อน แต่สีม่วงก็ดี วันก่อนนี้ใส่สีม่วง ก็เลยใส่ได้ทุกอย่าง ไม่เหมือนท่านนายกฯ ใส่เครื่องแบบขาวทุกวัน ทุกครั้ง มันน่าเบื่อ ก็จริง น่าเบื่อ แต่ว่าท่านเรียบร้อย แล้วก็แต่งขาว ท่านทำงานได้ดี ก็เลย ถ้าทำงานได้ดี ก็ไม่น่าเบื่อ

         ท่านผู้หญิงแต่งสีเหลือง สีเหลือง แต่เหลืองอ๋อย สีเหลืองเนี่ย ความจริงตามเรื่อง ต้องเป็นสีค่อนข้างเหลืองอ่อนมาก อย่างวันออก เมื่อวานนี้ใส่สีเหลือง สีเหลืองอ่อน นั่นน่ะเป็นสีเหลืองที่ถูกต้อง เพราะว่าเป็น สีเหลืองที่สว่างของพระจันทร์ ก็บรรยาย นี่เขาให้ มีกระต่ายอยู่ด้วย ก็เลยเป็นสีเหลืองที่ถูกต้อง แต่มาพูดบอกว่า ท่านนายกฯ แต่ง แต่งขาวนี่ ก็ได้เหมือนกัน เพราะว่าวันจันทร์ก็เป็นสีขาวก็มี เพราะฉะนั้นก็จะบอก ใครมาบอกว่าท่านนายกฯ น่าเบื่อ มาบอกว่าน่าเบื่อ น่าเบื่อไม่ได้ แต่งสีขาวสวยมาก ดีมาก แล้วทำงาน อะไรก็คล่องแคล่ว ไม่ใช่ทำงานไม่ดี ทำงานดี สีขาว ก็หมายความว่า หมดจดดี

         แล้วก็ ตั้งแต่ ครั้งแรกที่ คนเขาตำหนิ เมื่อปีที่แล้วไปบอกว่า นายกฯ อายุมาก ก็เปรียบเทียบกับนายกฯ เก่า นายกฯ เก่านั่นน่ะ เขาเด็กกว่า แต่ก็ไม่เท่าไหร่ ก็แก่ นายกฯ กำลังดี 60 กว่าๆ ก็กำลังดี ไม่เหมือนเรา เราแก่เกินไป เราแก่ แล้วก็นี่ท่านประธานองคมนตรีก็ยิ้มๆ บอกว่า ท่านก็แก่กว่า แต่ท่านเก่ง ท่านแก่กว่า ท่านก็แข็งแรง ท่านแข็งแรง 80 กว่านี่ กำลังดี พรุ่งนี้ข้าพเจ้าก็จะ 80 กว่า กำลังหนุ่ม กำลังแข็งแรง คนอื่นไม่แข็งแรง ยังไม่ 80

         พูดถึง 80 ก็มีอยู่ว่า พี่สาวอายุ 84 ท่านค่อนข้างจะแก่ แล้วเมื่อวาน เมื่อวานนี้เราไปเยี่ยม ที่จริงไม่ควรจะ ควรจะมาพักที่สวนจิตรฯ นี่ แต่ท่านไม่สบาย ก็ไม่สบายอยู่มาก ก็ต้องไปให้กำลังใจท่าน วันนี้ก็ไปไม่ได้เพราะว่ามีงาน พรุ่งนี้ก็ไปไม่ได้ มะรืนนี้ก็ไปไม่ได้ แต่ว่าต้องไปเยี่ยม ท่านไม่สบาย

         แต่ว่ามีอยู่ว่า ประชาชนไปเยี่ยมอยู่มากมาย ที่โรงพยาบาล มีประชาชนไปเยี่ยมเต็มลาน ห้องชุมนุมเต็ม ก็เลยทำให้สบายใจว่า มีคนเอาใจใส่ คนที่ไม่สบาย ให้กำลังใจ อันนี้ต้องชมคนไทยว่า คนไหนไม่สบาย ก็ให้กำลังใจ ถึงว่าคนไหนไม่สบาย รู้ว่ามีคนเอาใจใส่ ก็สบาย อย่างที่เข้าโรงพยาบาล ไม่รู้ตัวว่าไม่สบาย เขาหาว่าเราจะแย่ ก็ดูแล คนเขาว่าว่า พิการที่สมอง สมองเรา เราก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไร ทำไปทำมาบอกว่า เป็นที่ลำไส้ เขาบอกว่าพิการ หรือป่วยที่ลำไส้ เขาก็หาใหญ่ ตามธรรมดาลำไส้ที่พิการ เขาจะดูทางซ้าย แต่ว่า ทำไปทำมากลับดูว่าเป็นพิการทางขวา ทางขวาของเรา เขาไปดูทางซ้าย ทางซ้ายไม่มีอะไร เขาก็เคาะใหญ่ เคาะไป ไม่เป็นไร แท้จริงเป็นทางขวา เขาก็บอกว่า ประหลาด ว่าพิการทางขวา

         เรานึกว่าตัวเราเป็นคนประหลาด เวลาดูว่าป่วยทางไหน ก็มาดู ว่าป่วยทางขวา ก็แล้วไป แต่ทีหลังทำไปทำมาก็เรียบร้อย ดูแล้วไม่เป็นแล้ว ไม่เป็นแล้ว เขาก็บอกว่าเป็นที่สมอง เป็นที่สมองไม่ใช่ของเรา เป็นที่สมองของหมอ เพราะเขาว่า เขาว่าพิการ ที่จริงพิการที่สมองของหมอ แล้วเสร็จแล้วไปเข้าเครื่อง เครื่อง ในเครื่องดังป๊องๆๆๆๆ ไม่เป็นอะไร ไม่มีพิการ ก็เลยออกจากโรงพยาบาลดีกว่า ถ้าอยู่ในโรงพยาบาล จะพิการจริงๆ

         เพราะว่าอยู่โรงพยาบาลนี่แย่ เกือบจะเปลี่ยนโรงพยาบาล เปลี่ยนไปโรงพยาบาล ที่อยู่ฝั่งนี้ ไปอยู่ฝั่งโน้น จะเป็นบ้า แล้วก็ เลยนึกไป ไปดูว่าทำไมเป็นบ้า เป็นบ้าเพราะน้ำมันจะท่วม น้ำจะท่วม น้ำมันขึ้นเลย ขึ้นไปขึ้นมา แล้วใครมาบอกว่า น้ำจะท่วม แต่น้ำ ไม่ท่วม เพราะมีโครงการ มีโครงการที่พระประแดง แต่ก็พูดไปพูดมา เขาเอาเรือ ของกองทัพเรือ เขาสร้าง มีเรือใหญ่ เขาบอกว่าให้ไปเรือนี้ ก็เอาเรือนั้นมาจอด เรือสวยด้วย ก็เลยร่ำลือกันใหญ่ว่าพรุ่งนี้จะเสด็จฯ

         เรายังไม่ไป เพราะว่ามีงาน มีงานตลอดปี ตลอดทั้งเดือน ก็เลยต้องปฏิเสธ เขาบอกว่า ไม่ใช่พรุ่งนี้หรอก มะรืนนี้สิไป ไป บอกว่าจะไป จะไปเยี่ยมโครงการที่พระประแดง บอกว่ายังไม่ไป ไม่เชื่อ แต่ทำไปทำมาก็เชื่อ เรือไม่เอามาแล้ว ไม่งั้นเอาเรือมาจอด เอาเรือมาจอดให้เราไป เราก็เลยบอกว่า เรือนี่ใช้น้ำมัน เปลืองน้ำมันเหมือนกัน แต่เราจะใช้ไบโอดีเซล เขาบอกว่าใช้ไม่ได้ ถ้าใช้ไม่ได้ เราไม่ไป แต่เรือ เรือที่เป็นเรือแท็กซี่ เขาใช้ไบโอดีเซลได้ เดี๋ยวนี้กำลังพัฒนาไบโอดีเซล เพราะว่าถ้าใช้ดีเซล เปลือง แล้วก็ดีเซลจะหมดโลกแล้ว แต่ไบโอดีเซลของแบบฝรั่งมัน 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง หมายความว่าไบโอเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เราไม่ยอม เราจะใช้ไบโอดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าดีเซลแบบไบโอ แบบพืช ใช้ 100 เปอร์เซ็นต์

         อย่างคราวก่อนนี้ไป แล้วก็นายกฯ ใช้ไบโอ 100 เปอร์เซ็นต์ ไบโอ ใช้น้ำมัน น้ำมันแบบก๊าซโซฮอล์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เขาใช้ ขึ้นภูเขา ขึ้นตรงเขื่อน ขึ้นชัน ก็ไปได้ดี รถใช้น้ำมัน ก๊าซโซฮอล์แบบของเรา ก็ขึ้นได้ดี แต่ว่าอาจจะมีน้อยหน่อย ราคาถูกกว่า ถูกกว่าดีเซลเดี๋ยวนี้ ก็ใช้ดีเซลแบบก๊าซโซฮอล์ มาตอนนี้จะใช้ดีเซลแบบน้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์ม 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ใช้ได้ ไม่ต้องใช้ดีเซลสั่งมาจากเมืองแขก เพราะว่าถ้าเราใช้ดีเซลจากเมืองแขก อีกหน่อยก็หมด อีกหน่อยหมด เดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ เขาก็ไม่ใช้ แต่จะเก็บเอาไว้สำหรับมาขายให้เรา เราต้องเสียแพงๆ

         เราจะใช้ไบโอดีเซลแบบน้ำมันปาล์มที่เราปลูกเอง เราปลูกเองอาจจะมีน้อยหน่อย ก็ใช้น้อย อย่าไปฟุ่มเฟือยใช้มากเกินไป น้ำมัน ใช้น้อยๆ หน่อย แต่เราจะมี มีใช้ ปลูก ต้นปาล์ม แล้วมามาทำเชื้อเพลิง ต้นปาล์ม มาทอด มาทอดปลา ทอดอะไรต่างๆ ได้ แล้วก็มาใส่ในรถดีเซล ได้ใช้แล้ว ก็ใช้ได้ มันวิ่งช้าหน่อย วิ่งช้า ก็ไม่เป็นไร เราอย่าเร่งรีบ ชีวิตอย่าให้เร่งรีบมากเกินไป แต่ราคาก็ถูก ฉะนั้น ถือหลักว่า ใช้ของราคาไม่แพงเกินไป อาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับไฮสปีดดีเซล แต่ก็ไปได้ ก็ขอให้คิดว่าทำอะไร ต้องประหยัด คนก็ว่า ประหยัดๆ ดีกว่าไม่มีเลย ถ้าไม่มี ถ้าไม่มีดีเซล เราก็ต้องไปซื้ออยู่ดี

         เราไปซื้อ ก็มี 2 แห่งที่เขาขายเป็นสำคัญ ก็คือของแขก คือของฝรั่ง ของฝรั่งก็คืออเมริกัน เขาไม่ ของอเมริกันเขาไม่ค่อยขาย เขาบอกไม่มี แท้จริงเขามีเยอะ แต่ว่าเขาไม่ขายเพราะว่า เขาเก็บเอาไว้มาขายให้เราแพงๆ ที่จริงน้ำมัน จะเป็นดีเซล หรือน้ำมันเบนซิน มันราคาไม่ถึงที่ที่เขาขายกัน จนกระทั่งเขาแย่เพราะว่า เขาขายแพงเหลือเกิน เลยขายไม่ได้ ขายไม่ออก บางทีต้อง ลดราคา เพราะฉะนั้น เราซื้อน้ำมันราคาถูกของเราเอง ถูกกว่าของฝรั่ง ของแขก แล้วก็อาจจะคุณภาพ คือกำลังน้อยกว่าดีเซล ที่ขุดจากดิน แต่ที่จริงที่ขุดจากดินนั้นน่ะ ราคาไม่น่าจะแพงอย่างนั้น แต่เราโลภอยากได้น้ำมันที่มีกำลัง ก็เลยยอมเสียเงิน เสียเงิน ซึ่งเราควรจะไปใช้อย่างอื่น

         ฉะนั้นก็ การที่เราเสียรู้ทั้งฝรั่ง ทั้งแขก เสียเงินให้เขา ฝรั่งกับแขก เขาได้เงินเยอะๆ ก็ไปซื้ออาวุธ เขาสลับสู้รบกันเอง อิรัก เขาก็มีน้ำมันมาก แต่ว่าเขาไม่ขาย เขาไม่ขายเพราะว่าเขาขายไม่ได้ ไม่มีโรงที่จะกลั่น ก็ขายให้เรา แล้วเราเอามากลั่น แล้วเราก็ขายให้แขก แต่เขาซื้อในราคาถูก เขาขายในราคาแพง ไอ้นี่มันไม่ค่อยถูกหลักของการค้า การค้าที่รัฐบาลมีผู้เชี่ยวชาญการค้า ต้องขายอะไรให้ราคาแพงจะได้มีกำไร แล้วซื้อในราคาถูก แต่เราทำตรงข้าม เราซื้ออะไรราคาแพง เราขายราคาถูก อย่างนี้เราแย่ เพราะเรา เราไม่มี ไม่มีทางที่จะขายอะไรราคาแพง เพราะเขาก็ต้องบอก อู้..เขาขาดทุน เวลาไปที่ร้านเขาก็บอก ผม..ขาดทุน เป็นเสียงภาษาแขก เสียงภาษาจีน ภาษาฝรั่ง เขาก็ต้องบอกเขาขาดทุน ถ้าเราขายในราคาแพง โห..มันแพงเกินไป แล้วก็เลยซื้อไม่ได้ เขาบอกเขาซื้อไม่ได้ เพราะว่าเวลาจะซื้อเขา เขาก็ขายไม่ได้ เขาขาดทุน

         ที่จริงเราคนไทยนี่ เราใจดีเกินไป เรายอมขาดทุนเรื่อย ความจริงถ้า ถ้าเราขายอะไรไม่ให้ขาดทุน ซื้ออะไรไม่ให้ขาดทุน เรารวย เมืองไทยนี้รวย แต่ว่า เราใจดีเกินไป ต่างประเทศเขาบอกเขาขาดทุน เราก็ลงท้ายก็เดี๋ยวเชื่อเขา ไม่ดี เราขาดทุนไม่ได้ ไม่รู้รัฐบาลชุดนี้จะ จะซื้ออะไรขายอะไรให้ขาดทุน หรือเปล่า แต่ก่อนนี้ ขาดทุนเสมอ ฉะนั้นก็ เราก็จะต้องพยายามจะทำอะไรที่เราไม่ขาดทุน คือทำเอง ต้องทำเอง

         แล้วที่รัฐบาลสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงเนี่ย หมายความว่า เราไม่ทุกข์ว่าเขาจะว่าว่าเราเอากำไรมากเกินไป เราไม่เอากำไรมาก เราไม่ทำให้ขาดทุน เราไม่ทำให้มี กำไรมากเกินไป เพราะเราขายกันเอง ก็กันเอง ก็ไม่ต้องขายแพง กันเองไม่ต้องซื้อแพง ฉะนั้นน่ะ เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายความว่า ขาดทุน ขาดทุนก็ขาดทุน แต่ว่า ขาดทุน กำไร ของเราเอง กันเอง

         นี่พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงมาหลายปีแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจกัน เพิ่งมาเข้าใจเดือนหนึ่ง สองเดือนนี่ ฉะนั้นก็ ขอให้ไปศึกษาต่อในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงคืออะไร ไม่ใช่เพียงพอ คือว่าไม่ได้หมายความว่าให้ทำกำไรเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง ทำกำไรก็ทำ ถ้าเราทำกำไรได้ดี มันก็ดี แต่ว่าขอให้พอเพียง คือถ้าเอากำไรหน้าเลือดมากเกินไป มันไม่ใช่พอเพียง

         นักเศรษฐกิจก็ว่า พระเจ้าอยู่หัวฯ นี่ คิดอะไรแปลกๆ ก็แปลกสิ ขายไม่ให้ได้กำไร ซื้ออะไรไม่ขาดทุน เป็นเศรษฐกิจพอเพียง คือไม่ต้อง ไม่ต้องหน้าเลือด แล้วไม่ใช่ ไม่ใช่จะมีกำไรมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ให้พอเพียง

         ไม่ใช่เรื่องของการค้าเท่านั้นเอง เป็นเรื่องของการพอเหมาะพอดี เราทำพอเหมาะพอดี ก็ดี พูดไปพูดมา เรื่อง เดี๋ยวก็จะเกิดเอา

         เราสร้างเรือ เราสร้างเรือให้พอเพียง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง นั่นน่ะ มันไม่พอเพียง มันเล็กเกินไป ยังเล็กเกินไป ก็อาจจะ ควรจะใหญ่กว่าหน่อย แต่ถ้าใหญ่เกินไป ไม่พอเพียง ถ้าเล็กเกินไปก็ไม่พอเพียง ที่เขาจะทำน่ะ เรือที่เขาจะทำ เรือดำน้ำ เรือดำน้ำดำลงไป ไปปักเลนเลย เดี๋ยวเขาโกรธเอา ว่าเรือแล่นๆ ไป ลงไป ดำน้ำ ไม่พอ ใครมาเครื่องบิน เห็นแจ๋วเลย ต้องไปจมเลนถึงจะไม่เห็น แล่นๆ ไปปัก ปักเลน ถ้าอยากไปที่ที่ลึก ก็ไปอยู่นอกเส้น ก็รู้สึกว้าเหว่ ไกลไป ไอ้เรือ เรือดูแลใกล้ฝั่งนี่ดีกว่า แต่ลำที่เราสร้าง ก็ใช้ได้ดีแล้ว แต่ที่ควรจะสร้างต่อไปให้ใหญ่กว่านี้สัก ใหญ่กว่านี้หน่อย แต่ตอนนี้ก็คงไม่มีเงินแล้ว ต้องใหญ่กว่าหน่อย เพราะว่าถ้าไม่ใหญ่พอ จะไม่สามารถที่จะปฏิบัติการ อย่างต่อเนื่อง

         แต่ว่า นี่พูดกลายเป็นราชการลับ ที่พูดราชการลับว่า จะซื้อเรือของรัสเซีย เรือที่เขาสร้างใหม่ ใหญ่กว่าที่เราสร้างไม่มาก นั่นจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าซื้อของรัสเซียราคาไม่ถึงครึ่งของเยอรมัน ของอเมริกัน อเมริกันก็โกรธแน่ ถ้าเราไปซื้อของรัสเซีย ลองไปดู ลองไปดูเรือของรัสเซีย แต่เขาอาจจะไม่ขายให้ก็ได้ ลงท้ายทำไมทำมา เขาอาจจะขายให้ราคาแพง แต่ความจริงก็ควรจะขายเรา ขายเรา ไปขอเขาดู มัน ของรัสเซียดีจริงๆ แต่รู้ไม่ได้เดี๋ยว เขาขายให้เราลำโปเกโปเก ก็ได้

         นี่พูดไม่ได้ ความลับราชการ แต่เมืองไทยความลับราชการก็เผยเรื่อย เผยความลับราชการ ก็ไม่รู้ละ นะทองแดง ถ้าเผยความลับราชการก็อาจจะ อาจจะดีก็ได้ เพราะว่าความลับราชการก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี ยังไงก็ จะทำอะไรก็มาเผยกันหมดก็ได้ ทุกกองทัพ กองทัพเรือ ก็มีเรือดำน้ำ กองทัพอากาศ ก็มีเรืออะไร สมัยใหม่นี่ แต่เดี๋ยวนี้เขาเกิดจะมาซื้อลำนิดเดียว แต่ราคาแพงเหมือนลำใหญ่ แต่ตอนนั้นจะซื้อลำใหญ่ราคานิดเดียวเหมือนลำเล็ก

         แต่ว่า แต่ก่อนนี้จะซื้อเครื่องบินลำใหญ่ ในราคาของลำเล็ก ก็ชอบกลอยู่นะ ก็รัสเซียเหมือนกันนะ ทำไปทำมาจะซื้อเรือรัสเซีย เรือบินรัสเซีย เราไม่เห็นด้วย แต่จะซื้อเรือ เรือน้ำรัสเซีย ก็น่าใช้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็ได้ชวนกันซื้อเครื่องบิน อย่าซื้อเรื่องบินรัสเซีย ซื้อเรือรัสเซีย ไม่ใช่ ไม่อย่างงั้นจะชนกัน เรือของรัสเซีย เรือน้ำของรัสเซีย เข้าใจว่าดี เรือบินของรัสเซีย เข้าใจว่าใช้ไม่ได้ ลองไปดู

         นี่ นานๆ ทีได้พบกัน ก็ต้องปรารภ ว่าอะไรควรจะทำ ไม่ควรจะทำ เรือบิน ก็ดูตกลงกันแล้ว แต่ถึงเวลาได้เรือบินมา ก็อาจจะล้าสมัยแล้ว 2 ปีกว่าจะได้ 2 ปีคงล้าสมัยแล้ว เรือบินไม่ใช่รัสเซีย เรือบินของสวีเดนนะ ก็ ดูดีเพราะว่าลำมันไม่ใหญ่ กองทัพบกก็ จะไปซื้อรถ รถล้าสมัย ล้าสมัยเหมือนกัน

         ไม่รู้ว่า คนไทยนี่ ชอบซื้ออะไรล้าสมัย แต่เอามาเล่นก็ดีเหมือนกัน รถถังล้าสมัย แต่เมืองไทยนี่ใช้รถถัง ทันสมัย มันใช้ไม่ได้ มันจมเลน จมเลนแล้วก็ ถ้าจมเลนปั๊บก็ มันก็หมดสมัย มันลำบากที่จะ ซื้อ เดี๋ยวนี้จะซื้อ รัฐบาลก็หมดสมัยแล้ว อีกหน่อยก็หมดสมัย อีกไม่กี่เดือนก็หมดสมัย เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่ เขาซื้อ เขาซื้อรถถัง รถอะไรนั่น แต่อย่างนี้มาแนะนำการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กลางที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ก็ใหญ่กว่าสภาฯ คนมากกว่า มีคนตั้ง 20,000 คน ลงท้าย เขาฟังข้างนอก เขาก็งง ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร

         ยังไงก็ตาม ที่พูดอย่างนี้นะให้เห็นว่าเราต้องคิดดีๆ ว่าจะซื้อ จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จะซื้อยังไง รู้สึกว่าท่านก็ คงงงหมดแล้ว ว่าไม่ได้พูดถึงพลเรือน ว่าจะซื้ออะไร มีแต่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ต้องซื้อ ต้องมี เพราะว่าเดี๋ยวนี้ น้ำท่วม ก็ใช้กองทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไปช่วยชาวบ้าน สำหรับพวกพลเรือนไม่มี ไม่มีอาวุธที่จะไปช่วยพวกที่เดือดร้อน พวกที่ต้องการใช้ เรียกว่าอาวุธสำหรับช่วยประชาชน ยังไงก็พลเรือนก็ต้องมีอาวุธละกัน

         แต่ก่อนนี้พูดถึงตำรวจ เป็นกองทัพ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่เป็นแล้ว แต่ว่าต้องใช้อาวุธ สำหรับช่วยชาวบ้าน ยังไงก็ คงต้อง คงต้องเลิกพูด เพราะว่าถ้าพูดมาก เดี๋ยวท่านก็งงว่า จะมาใช้เงินเยอะแยะ ไหนๆ เรารวยแล้ว

         เดี๋ยวนี้เรารวย เงิน เงินบาทมีราคาสูง สูงเกินไปก็ใช้ซิ เงินบาทสูงเกินไปก็ใช้ ใช้ในที่ที่ควร ไม่ทราบ เราเดี๋ยวนี้ไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นที่หมอเขาว่า สมองเราฝ่อ แต่เรารู้สึกสมองเราไม่ฝ่อ แต่เขาว่าเราฝ่อ ฟังว่า รัฐบาล หรือเมืองไทย ประชาชน มีเงินเยอะ มีเงินเกินนะ ก็ใช้สิ

         เขาหาว่าเราเศรษฐกิจพอเพียง คำว่าพอเพียง ถ้ามีเงินก็ต้องใช้ ไม่ใช่ขี้เหนียว ถ้ามีเงิน ไม่ต้องขี้เหนียว ซื้อไปเถิด อะไรก็ตาม เครื่องบิน เรือ รถถัง ซื้อ ถ้ามีเงินเยอะ ก็ถือว่าสนับสนุนให้จ่าย เดี๋ยวนี้เขาก็ ในหนังสือพิมพ์เห็นว่า เขาสนับสนุนให้จ่าย ถ้ามีก็จ่าย แต่ถ้าไม่มีก็ระงับหน่อย มันเป็นอย่างนี้ คนเราก็พูดเกินไปเสมอ อย่าให้เขา ตอนนี้ ที่ท่านมาให้พรให้ อวยพร ก็นับว่าดีมาก ทำให้มีกำลังใจ

         แต่ไม่ทราบว่าคิดถูกหรือไม่ถูกเพราะว่า ท่านไม่ได้บอกอะไร เรามีเงินเยอะใช่ไหม ดูท่าทางว่า approve ว่า มีเงินเยอะ ก็ถ้ามีเงินเยอะก็จ่าย ใช้เงินให้สมกับที่เรามีเงิน ถ้าไม่มีเงินแล้วจ่ายจะอันตราย แต่ถ้ามีเงินและไม่จ่ายก็อันตรายเหมือนกัน เพราะว่า คนที่มีเงินแล้วไม่จ่าย หมายความว่า จะเก็บไว้ทำอะไร บางคนมีเงินแล้วไม่จ่าย ให้คนอื่นจ่าย ก็หมายความว่า คนที่ไม่มีเงินบอก ใช้เงินเถอะ เพื่อที่จะได้กำไร คนที่มีเงินยิ่งอยาก อยากได้กำไร อย่างนี้ไม่ดี

         ฉะนั้นก็ต้อง คนที่มีเงินก็จ่าย แล้วก็ช่วยคนที่ไม่มีเงิน นี่ รู้สึกตัวว่าพูดอะไรที่ถูกต้อง คนที่มีเงินต้องจ่าย คนที่ไม่มีเงินต้องไม่จ่าย แต่คนเขาคิดตรงข้าม คนที่ไม่มีเงินต้องจ่าย อย่างสมัยนี้ คนไม่มีเงิน ให้ใช้เงิน ใช้เงินมากๆ เพราะว่าถ้าคนไม่มีเงินใช้เงินมากๆ ก็ต้องไปกู้ คนที่มีเงินมากๆ ก็ได้กำไร ไม่พอเพียง

         ก็ยังไงก็ ขอให้ที่ท่านมานี่ ได้ผลไปคิด ให้ไปคิดว่าควรจะทำอะไร แล้วท่านก็มีความคิดดีอยู่แล้ว ก็อย่าไป ที่พูดว่า อย่าไปมีปมด้อยว่าไม่มีความคิด ซื้อเรือ ซื้อเครื่องบิน ซื้อรถถัง ก็ไปซื้อเถอะ เรือน่ะ สร้างเองน่ะ ให้เขาสร้าง เรืออันไหนที่สร้างไม่ได้ ไปสร้างที่อื่น แล้วก็ไปสร้างที่ๆ เขาแล่นๆ ไปนั่นนะ มันคลอนหมด ไปซื้อเรือที่แล่นๆ น่ะ จะไปสู้กับเขาไม่ได้ เพราะว่ามันคลอนหมด สร้างเองดีกว่า นี่เขางงว่าทำไม ยุให้สร้างเรือ สร้างเรือเอง ให้คุณภาพดี ไม่ให้คลอน แต่ก็ต้องมีเงินไปสร้างเอง มันตก

         ก็ยังไงก็ คง พูดมากเกินไป ทองแดงก็เมื่อย แต่พูดอะไรก็เห็นด้วยนะ อ้าว ยัง ยังไม่ไป ยังไม่ไป ก็ขอบใจที่ท่านมา ขอให้ท่านสามารถที่จะมีจิตใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง แล้วก็เพื่อที่จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ก็จะเป็นประโยชน์แก่ท่านเอง ก็ขอขอบใจ อีกทีที่มา"


คัดลอกข้อความบางส่วนมาจาก ผู้จัดการออนไลน์ 4 ธันวาคม 2550 21:33 น.

“ในหลวง” ทรงย้ำคนไทยปรองดอง-ยึดหลักพอเพียง ไม่ขาดทุนเสียรู้ฝรั่ง
-> http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000143982


From : สมพิศ [ 5 ธ.ค. 50 - 10:01:59 น. ]

ความเห็นที่ 3

สวัสดีครับพี่สมพิศ และพี่ๆรวมมิตรทุกท่าน ...ทำดีเพื่อพ่อ...

From : Real 912 [ 5 ธ.ค. 50 - 11:49:07 น. ]

ความเห็นที่ 4

เข้ามาสวัสดี และ ทักทาย เพื่อน ๆ ชาวรวมมิตร ทุก ๆ ท่าน ต่อจากคุณเรียว นะครับ วันนี้ออกปั่นแต่เช่าไปไหว้พ่อทีวัดเจ้าอามละครับ ก็เลยปั่นเดี่ยวเที่ยววันพ่อสะเลย จากวัดเจ้าอาม ก็วัดชีปะขาว วัดสุวรรณ วัดระฆัง วัดราชสิทธิ์ วัดท่าพระ วัดคูหาสวรรค์ วัดบางแวก วัดปากน้ำ ถึงบ้านได้ระยะทาง 35 กม. วันนี้อิ่มอร่อย ได้ไหว้พ่อ ไหว้พระหลายวัดเลยครับ
From : วิโรจน์ [ 5 ธ.ค. 50 - 13:24:45 น. ]

ความเห็นที่ 5

วัดอรุณ ฯ อีกวัดที่ไป และ นี่ก็ดอกต้นสาละ ที่วัดอรุณ ฯ ครับ
From : วิโรจน์ [ 5 ธ.ค. 50 - 13:28:38 น. ]

ความเห็นที่ 6
สวัสดีครับพี่วิโรจน์ ดอกต้นสาละเหมือนพวกการ์ตูนเลย
From : Real [ 5 ธ.ค. 50 - 14:50:52 น. ]

ความเห็นที่ 7

สวัสดีครับน้าโรจน์

สวัสดีครับคุณเรียว

From : สมพิศ [ 5 ธ.ค. 50 - 15:10:10 น. ]


ความเห็นที่ 8
-สวัสดีครับพี่สมพิศ
-สวัสดีครับคุณเรียว อาทิตย์ไหนว่าง ๆ เปลี่ยนบรรยากาศมาปั่นด้านวัดใหม่ผดุงเขต ตลาดน้ำลำพญา ไทรน้อย บ้างซิครับ
-สวัสดีครับน้าสมหมาย เป็นไงบ้าง เข้ามาคุยกันบ้างซิครับ เก็บตัวเงียบเลย เพื่อน ๆ คิดถึงจ้า
From : วิโรจน์ [ 5 ธ.ค. 50 - 17:38:44 น. ]

ความเห็นที่ 9



         “ข้าพเจ้ามีความปีติ ชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ท่านทั้งหลายพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ขอบพระทัยและขอบใจในคำอวยพรอันเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต และความหวังดี ขอทุกท่านจงได้รับพรและไมตรีของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน

         บ้านเมืองจะมีความมั่นคงเป็นปกติสุขอยู่ได้ก็ด้วยนานาสถาบันอันเป็นหลักของประเทศ และคนไทยทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานปรองดองกันดี และรู้จักปฏิบัติหน้าที่ให้ประสาน ส่งเสริมกัน ความพร้อมเพรียงของทุกฝ่าย ทุกคน ที่มีความสำนึกแน่ชัดในหน้าที่ความรับผิดชอบ และตั้งใจปฏิบัติตนปฏิบัติงานให้ดี ให้ประสานสอดคล้องกันนี้ จัดเป็นความสามัคคีอย่างหนึ่ง คือความสามัคคีในชาติ ทุกคนในชาติจะได้ตั้งตน ตั้งใจให้อยู่ในความสามัคคีดังกล่าว ประโยชน์และความสุขจะบังเกิดขึ้นพร้อมทั้งแก่ส่วนตัว และส่วนรวม ประเทศชาติของเราจะสามารถรักษาความเป็นปกติ มั่นคง พร้อมทั้งพัฒนาให้รุดหน้าไปได้ดังปรารถนา

         ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสวัสดี สวัสดิ์พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิ์แก่กันทุกเมื่อได้"


คลิกที่นี่ เพื่อฟังพระราชดำรัส

คัดลอกข้อความบางส่วนมาจาก ผู้จัดการออนไลน์ 5 ธันวาคม 2550 10:08 น.

“ในหลวง” ตรัส “ขอบใจ” ทรงย้ำให้สามัคคีเพื่อประโยชน์ชาติ
-> http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000143834


From : สมพิศ [ 5 ธ.ค. 50 - 18:43:36 น. ]

ความเห็นที่ 10
สวัสดีครับเข้ามาอ่านเฉยๆ
From : B2M [ 5 ธ.ค. 50 - 19:33:21 น. ]

ความเห็นที่ 11
สวัสดีพี่สมพิศและเพื่อนๆครับ
From : NTi [ 5 ธ.ค. 50 - 19:38:41 น. ]

ความเห็นที่ 12
สุขสันค์วันพ่อ......แด่ชาวรวมมิตรทุกท่านเน่อ...
From : หนูเบนท์ [ 5 ธ.ค. 50 - 21:09:21 น. ]

ความเห็นที่ 13
หวัดดีครับทุก ๆ คน
น้าสมหมายเป็นยังไงบ้างครับหวังว่าจะได้ปั่นจักรยานด้วยกันต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ
From : eak 0818256xxx [ 5 ธ.ค. 50 - 21:37:23 น. ]

ความเห็นที่ 14

สวัสดีครับทุกๆท่าน ขอบคุณพี่สมพิศสำหรับลิงค์ในหลวง

ช่วงนี้ไม่ได้ไปไหนเลย เพราะยุ่งๆครับ คำชวนพี่วิโรจน์ก็น่าสนใจนะพี่สมพิศ

From : choo_bma [ 5 ธ.ค. 50 - 23:01:29 น. ]


ความเห็นที่ 15

สวัสดีครับทุกท่าน

* คุณชูอยากจะไปไหนล่ะ ? จะได้กระซิบขอคุณ NTi ช่วยนำทางให้
* เสียใจกับคุณ B2M และคุณเอกด้วยที่ไม่ได้ไปห้วยแม่ขมิ้น
* คุณหนูเบนท์คงกำลังยุ่ง ๆ อยู่กับเพื่อนร่วมงานใหม่ที่แม่ริม

* ฮัลโหล !! น้าสมหมายถ้าเข้ามาช่วยแสดงตัวตนหน่อยจ้า


From : สมพิศ [ 6 ธ.ค. 50 - 08:47:06 น. ]


ความเห็นที่ 16


ดาวน์โหลดอัลบั้มภาพ ๘๐ ปีเฉลิมพระเกียรติ จากสำนักพระราชวัง
-> http://www.palaces.thai.net/

From : สมพิศ [ 6 ธ.ค. 50 - 08:59:24 น. ]


ความเห็นที่ 17
ขอบคุณพี่สมพิศที่นำสิ่งที่ดีมาฝากพวกเรา .. ขอสวัสดีรอบวงเลยนะครับเพื่อนๆ เดือนสุดท้ายของปีนี้แล้วนะครับนี่ มันเร็วเนาะจะขึ้นปีใหม่อีกแล้ว หรือว่าเราปั่นช้าลงเลยรู้สึกเวลามันไปเร็ว อิอิ..
..ถึงน้าหมาย อย่าเพิ่งไปไหนนะ น้านี่โชคดีจริงๆได้ใช้ล้อใหม่ อิอิ..
From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 6 ธ.ค. 50 - 10:18:51 น. ]

ความเห็นที่ 18

* สวัสดีครับ..เพื่อน ๆ ชาวจักรยาน"รวมมิตร"ทุกท่าน..อยู่ดี..มีสุข..นะครับ.
From : ..ลุงเนตร.. [ 6 ธ.ค. 50 - 10:42:01 น. ]

ความเห็นที่ 19

สวัสดีครับ!!!!....เข้ามาทักทายแล้วครับพี่น้องชาวรวมมิตรทุกท่าน ช่วงนี้ยังคงเลียแผลใจช้ำยิ่งกว่าล้อรถที่พังไปอีก นี้คือหน้าตารถคันใหม่ มันแปลงร่างมาจากรถหมอบคันเก่า ตั้งใจเป็นรถจ่ายกับข้าว ครั้นแต่งไปแต่งมาเริ่มจะไม่มั่นใจว่าจะนำไปจ่ายกับข้าวเสืยแล้ว มันคงดีเกินที่จะนำไปจอดทิ้งเอาไว้ เดียนี้โจรมันชุมยิ่งกว่ายุงสะอีก..เออะ....ละเหี่ยใจ...

เมื่อคืนวันที่4 ธันวาคม ใครได้ไปดูพลุกันบ้างยกมือขึ้น ถ้าใครยังไม่ได้ดูลองเข้าไปดูในนี้ครับ http://www.nokkum.com/webboard1/QAview.asp?id=20 ผมไปถ่ายมา มีอยู่หลายภาพแต่ให้ชมแค่นี้ก่อน
From : สมหมาย ชารัตน์ [ 6 ธ.ค. 50 - 11:11:14 น. ]


ความเห็นที่ 20
สวัสดีชาวรวมมิตรทุกท่านค่ะ
เข้ามาทักทายเฉยๆๆ

From : กะปิ [ 6 ธ.ค. 50 - 13:21:36 น. ]

ความเห็นที่ 21


(update 16 ธันวาคม 2550)


วันนี้ มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครับ http://www.seagames2007.th/th/index.php

From : สมพิศ [ 6 ธ.ค. 50 - 18:25:00 น. ]

ความเห็นที่ 22
เหมาะเลยครับน้าหมาย เมอริด้า คันนี้จ่ายกับข้าวได้สบายมาก ว่าง ๆ ไปจ่ายกับข้าวกันที่นครปฐม หรือ สุพรรณ ฯ กันเป่าละ ใจพร้อมกายพร้อมเมื่อไร เปิดทริปจ่ายกับข้าวได้เลยนะครับ
From : วิโรจน์ [ 6 ธ.ค. 50 - 19:06:03 น. ]

ความเห็นที่ 23
น้าหมาย
พี่วิโรจน์ชวนไปจ่ายตลาด....อย่าลืมแวะมาจ่ายที่ตลาดวโรรสเน้อ...ของกิ๋นบ้านเฮาเหลือเอาเตอะนาย...ล้วนสะปะมากมีแต้ๆ หนา..
From : หนูเบนท์ [ 7 ธ.ค. 50 - 06:09:02 น. ]

ความเห็นที่ 24


น้าสมหมายเริ่มมีแขกเหรื่อไปเยือนกันมากหน้าหลายตาขึ้นทุกวัน

แม่กลองจัดงานเทศกาลกินปลาทูระหว่างวันที่ 7 ถึง 16 ธันวาคมนี้ น่าจัดทริปนะครับ

น้าอ้อยเขาเคยนำทริปให้กลุ่มรวมมิตรมาแล้ว
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=73137

From : สมพิศ [ 7 ธ.ค. 50 - 06:26:26 น. ]


ความเห็นที่ 25
ถึงน้าหมาย..ช่วงนี้ผมและเพื่อนๆได้มีโอกาสได้ขึ้นบก เห็นน้าช่วงนี้ยังคงเลียแผลใจช้ำยิ่งกว่าล้อรถที่พังไปอีก จึงอยากจะช่วยน้าโดยอุทิศร่างกายในส่วนที่เป็นโปรตีน แคลเซียม ไอโอดีน ฯลฯ ไขมันเรามีน้อยเพราะเราออกกำลังกายกันเป็นประจำ ถ้ามีก็เป็นไขมันส่วนที่ดีนะ ซึ่งมันจะทำให้น้ารู้สึกสดชื่นกระปี้กระเป่ราได้ พวกเราเกิดมาครั้งเดียวแต่เราก็อยากให้น้ามีความสุข ขอให้น้ายกหูโทรศัพท์โทรไปหาพี่สมพิศ แล้วบอกว่าจะเอารถจ่ายกับข้าวไปแม่กลองกัน...แค่นี้น้าก็จะได้เจอพวกเรา....อิอิ
From : ฑูรย์ บางสีทอง [ 7 ธ.ค. 50 - 09:41:55 น. ]

ความเห็นที่ 26
กว่าจะได้มีเพื่อนใหม่จากเว็บ Hi 5 ไปเจอกระทู้เก่าของฉันเรื่อง คินาบาลู ถูกดึงขึ้นบอร์ดของ Jasmin ฉันเลยกลับไปติดต่อขอขอบคุณเธอแนะนำเรื่องของฉันค่ะ

เรื่อง ..คุณอยู่บนยอดเขาแล้ว..กระนั้นหรือ... งานกวีของมิส Jasmin จากเมืองยะลา
From : oiltrips [ 7 ธ.ค. 50 - 09:46:33 น. ]


ความเห็นที่ 27



เชิญดาวน์โหลดหนังสือภาพ พระราชาผู้เป็นหนึ่งในโลก ไฟล์ .pdf ขนาด 3.77 MB -> Download โปรดคลิกที่รูป

From : สมพิศ [ 7 ธ.ค. 50 - 10:06:35 น. ]


ความเห็นที่ 28
ฉันสนใจอยากไปเที่ยวเทศกาลกินปลาทู และช้อปปิ้งปลาทูไปฝากแมวด้วย ต้องดูก่อนว่าฉันมีเวลาว่างไหม ค่อยโทรตามเสือท้อป ลูกแม่กลองค่ะ


ปลาทูทอดชุบแป้งเกล็ดหิมะ


ปลาทูฉู่ฉี่


ปลาทูซาเดี๊ยะของลุงเกษม...ชักจะสั่ง 1 จานให้ด้วยค่ะ

From : oiltrips [ 7 ธ.ค. 50 - 10:08:05 น. ]


ความเห็นที่ 29
น้าพิศค่ะ วันนี้ฉันไม่อยู่หน้าจอคอมพ์ตอนเย็นเลิกงานจะออกไปเชียงใหม่ 3 วัน กลับเช้าวันอังคารจะเคลียร์งานเขียนเรื่อง "อลัน เบท" และผจญภัยบินสู่ท้องฟ้าค่ะ

From : oiltrips [ 7 ธ.ค. 50 - 10:16:31 น. ]

ความเห็นที่ 30

น้องออย .... พรุ่งนี้เช้ามืดผมก็จะไปปั่น ตจว. 3 วัน ห้ามถามว่าไปปั่นที่ไหน ส่วนตั๊ว..ส่วนตัว อิ..อิ

From : สมพิศ [ 7 ธ.ค. 50 - 10:47:52 น. ]

ความเห็นที่ 31
สวัสดีครับ พี่สมพิศฯ และชาวรวมมิตรทุกๆ ท่านครับ ปลาทูน่ากินจัง ถ้าไปอย่าลืมกินเผื่อด้วยน๊ะหมู่นี้ไปไหนไกลๆไม่ได้ ผบ.ทบ.ไม่ค่อยสบาย ต้องทำหน้าที่ลูกผู้ชายตัวจริงครับ....
From : ชัยวัฒน์ K. [ 7 ธ.ค. 50 - 16:36:37 น. ]

ความเห็นที่ 32

สวัสดีครับ คิดถึงอานแข็งๆตะแบงก้นจังเลย

อิจฉาความเป็นส่วนตัว(ว่ะ)

From : choo_bma [ 7 ธ.ค. 50 - 21:18:51 น. ]


ความเห็นที่ 33

ขอบใจที่อิจฉา ...... ฝากบ้านด้วยนะ ZZzzzz

From : สมพิศ [ 7 ธ.ค. 50 - 21:54:54 น. ]


ความเห็นที่ 34

สุดแผ่นดินที่เมืองเทพ ........ เสาร์-อาทิตย์ที่ 8 - 9 ธันวาคม 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=197085

From : สมพิศ [ 10 ธ.ค. 50 - 14:01:22 น. ]


ความเห็นที่ 35
น้าพิศ...ฉันได้รับเมล์วันนี้(ใช้เน็ตอยู่เมืองเชียงใหม่) เลยมาบอกให้น้าพิศช่วยแจ้งกำหนดนัดหมายให้วันไหนดีจะไปหาคุณหมู-คุณวรรณที่บ้านวรฉัตรอยู่ไม่ไกลสนามม้านางเลิ้งค่ะ

From: Orawan Othong
Sent: Sat 12/08/07 2:56 AM
To: Sirin Kumwong
สวัสดีจ้ะ เสือออย ที่คิดถึง

วรรณกับหมูได้เข้าไปดูภาพและอ่านเรื่องราวในลิงก์ที่เสือออยกับคุณสมพิศทำไว้ ขอบคุณมากๆค่ะ

ดูแล้วอยากจะเก็บภาพทุกๆภาพเอาไว้จัง คุณหมูชอบภาพที่มีภาพของคุณพ่อมากๆ

เรามาพบกัน นั่งกินข้าวกันดีไหมค่ะ วรรณพักอยู่ที่บ้านวรฉัตร เพชรบุรี ซอย 6 ไกล้สี่แยกอุรุพงษ์ ที่หน้าเพชรบุรีซอย 6 เป็นปั้มน้ำมันคาลเทกซ์และธนาคารกรุงเทพ เดินเข้าซอยมาร้อยเมตร เห็นตู้โทรศัพท์ แล้วเลี้ยวซ้ายตรงตู้โทรศัพท์ จะเห็นตึกแปดชั้น ชั้น ๑ ของตึกมีร้านอาหารอร่อยๆ แม่ครัวน่ารักมาก ถ้าเสือออยและคุณสมพิศมีเวลาว่างวันหยุดนี้หรือวันไหนที่สะดวก มาพบกันนะค่ะ และขอความกรุณาเอาซีดีภาพทุกภาพที่ขึ้นโพสต์ในกระทู้มาให้ด้วยจักขอบพระคุณยิ่งค่ะ

คิดถึงเสมอค่ะ
ด้วยรัก
วรรณกับหมู

...น้าพิศคิดอย่างไรให้เวลาไหนและวันไหนเป็นวันหยุดจะโทรไปบอกคุณหมูคุณวรรณหรือเปล่าค่ะ?
From : oiltrips [ 10 ธ.ค. 50 - 14:56:09 น. ]


ความเห็นที่ 36

* สวัสดีครับ..ชาวรวมมิตร..ทุกท่าน..อย่าลืมนะครับ "ยิ่งปั่น ยิ่งแข็งแรง ยิ่งดีทั้งสุขภาพกายและใจ"
From : ..ลุงเนตร.. [ 10 ธ.ค. 50 - 21:24:21 น. ]

ความเห็นที่ 37
ปลาทูดูน่าทานมากครับ
From : lotus [ 10 ธ.ค. 50 - 22:11:23 น. ]

ความเห็นที่ 38

น้องออย.....เรื่องทานข้าวกับคุณหมูคุณวรรณช่วงนี้ยังไม่สะดวกครับ ส่วนภาพทั้งหมดที่ถ่ายไว้น้องออยช่วยปั่นจักรยานมารับที่ทำงานผมได้ไหม (โพสต์บอกล่วงหน้า 1 วัน) แล้วจะเลี้ยงมื้อเที่ยงเหมือนเดิม

ยิ่งปั่นยิ่งแข็งจริงครับลุงเนตร แต่ผมไม่ค่อยได้ปั่นสักเท่าใด พอมาปั่นยาว ๆ เกือบแย่แต่ไม่ฝืนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ขึ้นรถดีกว่า

เทศกาลกินปลาทู "2 ตัว 40 บาท" อาทิตย์ที่ 16 วันสุดท้ายครับอาจารย์โล ....... หาคนนำทริปบ่ได้ครับ

From : สมพิศ [ 11 ธ.ค. 50 - 06:30:57 น. ]


ความเห็นที่ 39

ยามเย็นได้นั่งเครื่องไมโครไลท์ลอยฟ้าชมเมืองดอยสะเก็ด ลมแรงยิ่งบินสูงดีค่ะ

น้าพิศ...ไม่ไปตามนัดใช่ไหมค่ะ ตกลงให้ฉันไปคนเดียวนัดทานอาหารกับคุณวรรณ+คุณหมูไปก่อนค่ะ เรื่อง"ส่วนภาพทั้งหมดที่ถ่ายไว้น้องออยช่วยปั่นจักรยานมารับที่ทำงานผมได้ไหม" แปลว่าให้ฉันไปหาน้าพิศ หรือไปหาคุณวรรณ คนไหนก่อน? จะได้แผ่นซีดีกลับมาก่อนค่ะ

เมื่อฉันอ้อนคุณหนูเบนท์จัดการส่งไปกับนักบินมืออาชีพพาฉันบินสูงเหนือเขื่อนดอยสะเก็ด อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กลับมาแล้วต้องทำการบ้านหาแผนที่ PointAsia มาเทียบกันด้วย เที่ยวบินครั้งนี้หมดเงินไป 2,800 บาทค่ะ
From : oiltrips [ 11 ธ.ค. 50 - 11:16:24 น. ]


ความเห็นที่ 40
เสือออย
ยินดีที่ใช้เวลาในวันหยุดที่ผ่านมาหาประสบการณ์ในชีวิตให้กับตัวเอง....กลุ่มนักบินเชียงใหม่ยังมีอีกกลุ่มที่ใช้ร่มบินท่องเที่ยว....เป็นเหมือนพวกเราใช้จักรยาน...วันๆ ต้องหาเรื่องบินไม่งั้นไม่แฮ๊ปปี้เด๋ววันหลังมาจะพาไปบินนะน่าจะฟรีด้วย...เพราะได้ติดต่อมิสเตอร์จอนห์ ไว้แล้ว...ว่ารับได้..แต่ต้องหัดวิ่งตอนเท็คออฟ และตอนแลนดิ้งนิดหน่อยเท่านั้น...

From : หนูเบนท์ [ 11 ธ.ค. 50 - 14:27:55 น. ]

ความเห็นที่ 41
รับทราบแล้วคุณหนูเบนท์ ข้าขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์มิสเตอร์จอนห์ด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 11 ธ.ค. 50 - 15:13:49 น. ]

ความเห็นที่ 42
พี่หนูเบนท์ สนใจอยากบินด้วยคนนะ จะรับฝากตัวเป็นลูกศิษย์เพิ่มอีกคนได้ป่าวค่ะ
From : กะปิ [ 11 ธ.ค. 50 - 16:41:40 น. ]

ความเห็นที่ 43

ต้องเซ็นต์ชื่อก่อนบินเหมือนโดดร่มหรือเปล่าครับ



From : สมพิศ [ 11 ธ.ค. 50 - 17:20:01 น. ]


ความเห็นที่ 44

ผมกลัวความสูงครับ



From : สมพิศ [ 11 ธ.ค. 50 - 17:22:08 น. ]


ความเห็นที่ 45
เอึ๊กๆ ๆ เห็นต้องไปเซ็นต์ลงใบประกันชีวิต(โฆษณานกแสก)ไว้ก่อน เพราะเครื่องร่อนไม่มีชุดร่มชูชีพให้โดดลงคูน้ำก่อน ถ้าเครื่องยนต์ดับลงจะหล่นชัวร์ค่ะ
From : oiltrips [ 11 ธ.ค. 50 - 17:28:03 น. ]

ความเห็นที่ 46

บินวันพ่อที่พืชสวนโลก โดย: นักบินแก่

สวัสดีน้าสมพิศ เสือออย & กะปิ
ถ้าจะบินเครื่องบินอย่างเสือออยบินเขาทำเป็นธุระกิจ...มีรับประกันอุบัติเหตุ..แฮะๆ ต้องเช็นชื่อตามใบสมัครใจบิน...แต่ถ้าจะบินร่มบิน..อันนี้ไม่เป็นธุรกิจบินกันสนุกๆ บินกันทุกวันบริการทั้งงานของานจ้างไปได้หมด..ทั้วแคว้นแดนลานนา...

หนูกะปิ
อยากจะบินก็มาแอ่วได้เน้อ....วันก่อนก็บินงานขอที่พืชสวนโลก...เสร็จแล้วก็มีงานเลี้ยงต้อนรับนักบินเก่าจากปางมะผ้าที่หวนกลับมาสู่โลกแห่งการบินที่ร้านอิ่มปลาเผา ถนนคันคลองชลฯ ไม่ไกลจากปากทางเข้าพืชสวนโลก


From : หนูเบนท์ [ 11 ธ.ค. 50 - 18:45:10 น. ]


ความเห็นที่ 47

ทัศนียภาพมุมสูง บริเวณจัดงานพืชสวนโลก ภาพโดย : นักบินแก่
From : หนูเบนท์ [ 11 ธ.ค. 50 - 18:47:48 น. ]

ความเห็นที่ 48

ภาพมองไกลบริเวณจัดงานพืชสวนโลก ภาพโดย : นักบินแก่
From : หนูเบนท์ [ 11 ธ.ค. 50 - 18:50:14 น. ]

ความเห็นที่ 49

เสือออย หนูกะปิ
เหล่านักบินร่ม...ลงมาเลี้ยงต้อนรับ....มีมิสเตอร์จอนห์ นั่งคนแรกขวามือเน้อ...ตัวใหญ่ร่มใหญ่พร้อมบินได้สองคน...
From : หนูเบนท์ [ 11 ธ.ค. 50 - 18:55:38 น. ]

ความเห็นที่ 50

อ้อ !! คุณหนูเบนท์บินร่มบิน (Paramotor) ด้วยหรือครับ ถ้าเป็นผมคงได้ทำฝนเทียมแน่เลย

ผมนั่ง ฮ.ครั้งแรกของ กฟผ. ตอนเช้าบินชมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ตอนสายบินกลับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (นนทบุรี) เกิดเหตุฉุกเฉินต้องลงกลางทุ่งนา พอลงเสร็จกัปตันชงกาแฟมาปลอบขวัญ เขาบอกว่าเหมือนนั่งทับลูกระเบิด คือเครื่องโอเวอร์ฮีต แต่ภายหลังการตรวจซ่อมพบว่าเกจ์เสีย อิ..อิ

From : สมพิศ [ 11 ธ.ค. 50 - 20:49:30 น. ]


ความเห็นที่ 51
จริงสิ...เห็นตัวมิสเตอร์จอนห์แล้ว จะพูดสอนวิธีเล่นพารามอเตอร์บินกับฉันได้ยังไงค่ะ? แล้วเขาหนักเท่าไหร่มาเทียบกับฉันหนักตั้ง 70 กก.แล้วค่ะ
From : oiltrips [ 11 ธ.ค. 50 - 21:55:43 น. ]

ความเห็นที่ 52

สวัสดียามเช้า...น้าสมพิศ & เสือออย และชาวรวมมิตรทุกท่าน

น้าสมพิศ...ถ้าจะพูดถึงกีฬาการบินหนูเบนท์ก็เข้าสู่วงการมาเป็นสิบปีแล้ว...เริ่มจากเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ มาร่มบิน และรวมหุ้นกันซื้อเครื่องอุลตร้าไลท์ มาบินเล่นกัน..และชอบขอบินเครื่องเกษตรที่เขาปลดระวางให้ชมรมอนุรักษ์อากาศยานที่เชียงใหม่ เครื่องตกตายไปทีเดียว 6 คนแล้ว..พวกที่เหลือก็ยังบินกันจนบัดนี้...

ระยะหลังเห็นสัจจะธรรมเลยหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน...จึงทำให้การบินเป็นกิจประจำลดน้อยลงไม่ยกเครื่องขึ้นรถไปบินเหมือนคว้าจักรยานไปปั่นอีก..นานๆ ทีปีหนก็จะไปร่วมกิจกรรมสักครั้ง..แต่ก็ยังไม่ทิ้งเพื่อนๆ ในวงการบิน..

เสือออย
มิสเตอร์จอนห์ น่าจะหนักประมาณ 90 โล...นะ..รวมน้ำหนักเสือออยด้วย เครื่องและร่มเขายกลอยได้สบาย..แต่ตอนไปบินวันเด็กที่ปางมะผ้า..ดันไปชนกันฝูงวัวที่กินหญ้าอยู่ข้างลำน้ำ...อิอิ..สาเหตุโฉบลงไปดูเพื่อนที่เครื่องดับ..วัวเกินตกใจวิ่งสวนทางมาไม่รู้กฏจราจร..

From : หนูเบนท์ [ 12 ธ.ค. 50 - 08:47:51 น. ]


ความเห็นที่ 53
ขอบคุณพี่หนูเบนท์ที่ให้ข้อมูล ไว้จะไปแอ๋วเหนือตามคำเชิญอ่ะนะ
แล้วก็จะไปบินๆๆๆกับเขาด้วย
From : กะปิ [ 12 ธ.ค. 50 - 12:04:37 น. ]

ความเห็นที่ 54

* เสียวจัง..ใครมาจ้างหมื่นหนึ่ง..ให้ขึ้นไปนั่งแบบหลานออย..ลุงขอบอก..ไม่เอาแบบไม่ต้องคิดเลยแหละ ยิ่งให้บินเอง ยิ่งโนเวย์ เซกู๊ดบาย แน่ ๆ
From : ..ลุงเนตร.. [ 12 ธ.ค. 50 - 12:44:05 น. ]

ความเห็นที่ 55

สวัสดีค่ะชาวรวมมิตรทุกๆท่าน...เพิ่งจะหายจากไข้หวัดใหญ่ ซึ่งช่วงนี้กำลังระบาด ที่ทำงานมีแต่คนหัวเราะใส่ (แบบโสหน้าหน้า...) เพราะเป็นคนปั่นจักรยานแทบจะทุกอาทิตย์ ออกกำลังกายทุกวัน เลือกทานอาหารที่ดี ๆ ปรากฎว่าเป็นไข้.....ขอให้ทุก ๆ ท่านดูแลตัวเองเด้อค่ะ......อากาศเปลี่ยนแปลง..เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น...

Welcome Home ค่ะ เวช.....
เพิ่งรู้ว่าเวชกลับมาจากสวีเดน เลยคุยกันเกือบชั่วโมง...พรุ่งนี้เห็นว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ เลยส่งไม้ต่อให้อ้ายหนูเบนท์...พาแอ่วเจียงใหม่โตยเน้อเจ้า...กลับจากเจียงใหม่เมื่อใดส่งข่าวมาโตยเน้อ...จะได้จัดทริปไปปั่นจักรยานด้วยกันบ้าง...คิดถึงตอนไปทริปบางคล้า หน้า แขน ขาแดงเป็นลูกตำลึงเลย...เห็นว่าลุงเสมถอดปลอกแขนให้เวชใส่ จำได้อย่างนี้แหละ...อิอิ...

From : ลูน [ 12 ธ.ค. 50 - 20:21:29 น. ]

ความเห็นที่ 56
วันนี้ฉันถีบเจ้ามดแดง2 ไปงานพระราชทานพระเพลิงศพบิดาของหัวหน้างานของฉันเองที่วัดชลประทานฯ เสร็จแวะกราบไหว้หลวงพ่อท่านปัญญานันทภิกขุอยู่ข้างเมรุนั้น พอฉันถีบจักรยานออกจากวัดชลประทานฯ ไปทางตรงสู่สะพานพระราม7 ในระหว่างทางใกล้สี่แยกแคลาย ฉันปั่นหน้าคร่ำเครียดอย่างเมามัน ไม่รู้ว่ามีคนขี่มอเตอร์ไซค์ประกบติดข้างหลังมีสองคนจ้องหน้าฉัน แต่ฉันไม่สนกำลังปั่นวิ่งบนถนนติวานนท์อยู่เลยนึกได้ว่าสองคนเป็นใครเนี่ย....ที่แท้เป็น "เอ๊ะ!!! คุณนายปากเกร็ดแอบตามสะกดรอยหลังฉันด้วย"...กริ๊ดๆๆๆ ฉันตกใจอ้าปากหวอ เห็นหน้าคุณสุธีรัชขับมอเตอร์ไซค์สะกดรอยไปฉันด้วย...เอ๋อ...ไปไหนของคุณนายปากเกร็ดช่วยตอบให้ฉันทราบด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 12 ธ.ค. 50 - 21:00:49 น. ]

ความเห็นที่ 57
สวัสดีครับคุณลูน หายป่วย หายไข้ สุขภาพแข็งแรง โดยเร็ว นะครับ นึกว่าจะได้ประกบขาแรงทริปท่าคา หนีไปประชุมอีกซะนี่ ปล่อยให้คุณปกรณ์ยางแตกแล้วแตกอีก แล้วเจอกัน
ทริปรวมมิตรนะครับ
From : วิโรจน์ [ 12 ธ.ค. 50 - 22:07:59 น. ]

ความเห็นที่ 58

ทีแรกนึกว่าป่วยหนี 200 โล ที่แท้ก็หมองูนี่เอง......หายแล้วไปปั่นดีกว่าครับคุณลูน

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม ...............ไปตลาดน้ำวัดลำพญา

06.30 น. ล้อหมุนที่สี่แยกไฟแดงบางกรวย

มื้อเช้าข้าวแกงทางเข้าวัดใหม่ผดุงเขต (ข้ามสะพานเลยโรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ ร้านอยู่ขวามือ) ...... ตบท้ายด้วยกาแฟที่วัดใหม่

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 08:23:47 น. ]


ความเห็นที่ 59

กลุ่มชาวจักรยาน
จาก กทม.ลำปาง ในเมืองเชียงใหม่ และสวีเดน มารวมกันเพื่อพิชิตดอยผ้าห่มปก ที่อัทยานแห่งชาติแม่ฝาง จำนวนเกินครึ่งร้อย ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกก่อนออกเดินทาง
From : หนูเบนท์ [ 20 พ.ย. 48 - ]

คุณลูน...
ขอบคุณหลายที่แจ้งข่าวการปิ๊กบ้านของคุณเวช...และว่าจะมาเชียงใหม่ช่วงนี้น่าสงสัยว่าจะมาปั่นขึ้นดอยผ้าห่มปกย้อนอดีตอีกกระมัง....ปีนี้พบกันที่เดิมวันที่ 15 ธ.ค.50 เวลา 08.00 น ...ยินดีต้อนรับคุณเวชสู่เมืองลานนา...ถึงแล้วเอิ้นหาจิ้มเน้อ...

From : หนูเบนท์ [ 13 ธ.ค. 50 - 11:36:24 น. ]


ความเห็นที่ 60

กลุ่มชาวจักรยาน...ก่อนขึ้นดอยผ้าห่มปกเมื่อปี 2548
ส่วนภาพบนเป็นภาพคุณเวชกับกลุ่มสุดท้ายแวะพักระหว่างทาง....
From : หนูเบนท์ [ 13 ธ.ค. 50 - 11:46:01 น. ]

ความเห็นที่ 61

สวัสดีค่ะชาวรวมมิตร....
ขอบคุณพี่วิโรจน์สำหรับคำอวยพรให้หายไข้....ขนาดไปลำพญาพี่สมพิศยังจัดไปเฉียดวัดใหม่เลย..สงสัยไปรับทีมวัดใหม่แน่ๆ... ทริปวันเสาร์นี้พี่สมพิศบอกว่าเป็นทริปคนป่วยและคนชรา...555...ตอนนี้อากาศดีหน้าหนาวเหมาะกับการปั่นจักรยานมาก...อย่าได้พลาด...

อ้ายหนูเบนท์...สงสัยเตรียมฟุต ฟิต ฟอ ไฟกับชาวสวีเดน....ขอให้ปั่นให้ม่วน ๆ เด้อค่ะ..

From : ลูน [ 13 ธ.ค. 50 - 14:35:48 น. ]


ความเห็นที่ 62
อย่างนั้น ขอร่วมทริปของคนป่วย คนชรา ด้วยคนค่ะ
ไม่ทราบว่าผ่านซอยไทรม้ารึป่าวค่ะ ตรงที่เคยนัดกันไปร้านแปโภชนา
โดนที่บ้านทิ้งให้เฝ้าบ้านคนเดียว เซ็งเลยเรา หนีไปปั่นเที่ยววันหนึ่ง
อีกวันจะไปนอนบ้านเสือออย ตอนเช้าค่อยเข้าทำงานดีกว่า
From : กะปิ [ 13 ธ.ค. 50 - 16:58:10 น. ]

ความเห็นที่ 63

เอาข่าวมาบอกค่ะ อย่าลืมดูด้วยนะคะ
4 ทุ่ม 14 ธันวาคม นี้ ชมฝนดาวตกเจมินิดส์
4 ทุ่ม 14 ธ.ค. นี้ คนไทยไม่ควรพลาด! ชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ฝนดาวตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบป
เผยปีนี้สภาพอากาศดี คาดเห็นฝนดาวตกได้ตลอดคืน เฉลี่ยสูงสุด 80-100 ดวง/ ชั่วโมง
นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์(LESA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่ปรากฏขึ้นทุกปี มีจำนวนมาก และเกิดในช่วงที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสม โดยจะปรากฏให้เห็นในช่วงวันที่ 6-19 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งจะเป็นช่วงหน้าหนาว ปลอดฝน โดยในปีนี้
From : กะปิ [ 13 ธ.ค. 50 - 17:38:02 น. ]

ความเห็นที่ 64

เอาข่าวมาบอกค่ะ อย่าลืมดูด้วยนะคะ
4 ทุ่ม 14 ธันวาคม นี้ ชมฝนดาวตกเจมินิดส์
4 ทุ่ม 14 ธ.ค. นี้ คนไทยไม่ควรพลาด! ชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ฝนดาวตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบป
เผยปีนี้สภาพอากาศดี คาดเห็นฝนดาวตกได้ตลอดคืน เฉลี่ยสูงสุด 80-100 ดวง/ ชั่วโมง
นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์(LESA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่ปรากฏขึ้นทุกปี มีจำนวนมาก และเกิดในช่วงที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสม โดยจะปรากฏให้เห็นในช่วงวันที่ 6-19 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งจะเป็นช่วงหน้าหนาว ปลอดฝน โดยในปีนี้คนไทยจะสามารถเห็นฝนดาวตกจำนวนมากที่สุดในคืนวันที่ 14 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป โดยมีจำนวนฝนดาวตกสูงสุด 80-100 ดวง/ชั่วโมง มีเรเดียนท์อยู่ใน "กลุ่มดาวราศีเมถุน" หรือ "กลุ่มดาวคนคู่" (Gemini) ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ครั้งนี้ เชื่อว่าจะไม่ทำให้นักดูดาวต้องผิดหวัง เพราะได้ติดตามดูฝนดาวตกเจมินิดส์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งแต่ละครั้งพบดาวตกไม่ต่ำกว่า 100 ดวง
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ควรเฝ้าดูในย่านชานเมือง หรือบริเวณที่ไม่มีแสงไฟรบกวน และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองหากลุ่มดาวคนคู่ ด้วยการสังเกตดาวอังคารซึ่งมีลักษณะสว่างสีส้มแดงเป็นหลัก เมื่อมองลงมาด้านล่างหรือบริเวณใกล้เคียงจะพบกลุ่มดาวคนคู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นดาวฤกษ์ 2 ดวงอยู่ด้วยกัน หรือหากไม่สามารถกำหนดทิศได้ให้ลองนอนเอาหัวชนกันเป็น 4 มุมเพื่อจะได้เห็นทั่วท้องฟ้าทำให้ไม่พลาดในการชม อีกทั้งยิ่งดึกมากดาวคนคู่จะลอยสูงขึ้น สามารถตกกระจายได้บริเวณกว้างขึ้น ทำให้มีโอกาสเห็นดาวตกมาก ขึ้นด้วย
อย่างไรก็ดีปีนี้นับเป็นโอกาสอันดีในการสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ เนื่องจากดวงจันทร์ตกในช่วงหัวค่ำ ทำให้สามารถสังเกตการณ์ฝนดาวตกได้ตลอดคืน ซึ่งหากพลาดในปีนี้อาจจะต้องรอถึงปีพ.ศ. 2552 เนื่องจากปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะถูกแสงจันทร์บดบังสูง
ด้านสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เชิญชวนผู้ที่สนใจ
From : กะปิ [ 13 ธ.ค. 50 - 17:39:26 น. ]

ความเห็นที่ 65
สวัสดีครับพี่สมพิศ คุณลูน กะปิ และ เพื่อน ๆ ชาวรวมมิตร อดอีกแล้ววันเสาร์เสียดายมากๆ ครับ ช่วงนี้เป็นคนธุระเยอะจริง ๆ ธุระของ ผบ.ทั้งนั้น ผมเป็นแค่พลขับอย่างเดียว ไว้พบกันนะครับ ขอให้ปั่นให้สนุก และ ปั่นด้วยความปลอดภัยนะครับ
From : วิโรจน์ [ 13 ธ.ค. 50 - 17:45:41 น. ]

ความเห็นที่ 66

เมื่อมีการเปิดศึกชิงเข็มขัดแชมป์โลกจักรยานระหว่าง oiltips VS ลุงนำชัย

ฉันอยากได้เส้นหนึ่งมาเอาด้วยค่ะ แต่ลุงนำชัยบอกว่ามีเส้นเดียวเท่านั้นไม่ขายน่ะ.........มีใครสนใจมาต่อลุงนำชัยไหมค่ะ?

น้าพิศ ฉันได้เคลียร์ไล่เรียงภาพออกมาที่เหลือจากกล้องน้าพิศมาใส่กระทู้ฉันอันเดิมให้หมดแล้วค่ะ
From : oiltrips /เรื่อง - ภาพ/สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 18:06:40 น. ]


ความเห็นที่ 67

น้าพิศ....ฉันได้สมัครสมาชิกเว็บ Youtube แล้ว กำลังทดลองเอาวีดีโอใส่โหลดฝากลิ้งค์ไว้ยังไม่รู้ว่าจับถูกหรือจับผิดต้องปรับใหม่อีก จนกว่าจะได้เปิดกระทู้ชมรายการชีวิตที่เลือกได้ แล้วน้าพิศเปิดซีดีดูออกได้เปล่า เป็นอย่างไรค่ะ
From : oiltrips /เรื่อง - ภาพ/สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 18:10:04 น. ]

ความเห็นที่ 68

ขอบคุณครับน้องออยที่ช่วยโพสต์แทน

น้องกะปิ วันเสาร์ไปตลาดน้ำวัดลำพญาไม่ผ่านรัตนาธิเบศร์ครับ ..... ขอให้มาที่จุดนัดพบสี่แยกไฟแดงบางกรวย (ถนนนครอินทร์ตัดกับถนนบางกรวย-ไทรน้อย) เวลา 06.30 น. ล้อหมุน

หรือไปรอพบ 06.35 น. บนถนนราชพฤกษ์ ด้านใต้ของวงเวียน (มุ่งหน้าถนนบรมราชชนนี) ผมจะไปลอดใต้สะพานก่อนถึงร้านข้าวแกงปักษ์ใต้แม่แดง.....แล้วพบกันครับ


From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:11:30 น. ]


ความเห็นที่ 69


ขณะนี้ ที่ กฟผ.มีงานแข่งขันกีฬาสี ระหว่างวันที่ 12 - 14 ธันวาคม พรุ่งนี้มีขบวนพาเหรดและตอนเย็นมีงานเลี้ยงสังสรรค์

ส่วนวันที่ 13 - 14 จัดงาน ชีววิถีรวมใจ เทิดไท้มหาราชา

ทั้งสองงานจัดสถานที่แยกจากกัน และมีงานออกร้านอีกด้วย ใครสนใจจะมาเที่ยวก็ขอเชิญครับ

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:18:01 น. ]


ความเห็นที่ 70


มีแขกมาเยือนถึงที่ทำงาน

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:19:00 น. ]

ความเห็นที่ 71


ปั่นเจ้าม้านิลมาเสียด้วย

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:19:56 น. ]

ความเห็นที่ 72


ได้เดินดูของเพียงเล็กน้อย เพราะเขากำลังจะเก็บแล้ว

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:21:19 น. ]

ความเห็นที่ 73


สนใจอะไรหนอ ?

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:22:29 น. ]

ความเห็นที่ 74


คงไม่ใช่เก็บพริกนะ

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:23:29 น. ]

ความเห็นที่ 75

รับน้ำฟรี 1 ขวดแล้วปั่นกลับบ้านราชวิถี

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:24:44 น. ]

ความเห็นที่ 76


ลืมรูปครับ

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:26:46 น. ]

ความเห็นที่ 77

ของจริงสวยมากครับ

From : สมพิศ [ 13 ธ.ค. 50 - 20:30:13 น. ]


ความเห็นที่ 78
ช่วงนี้ผมก็ระคายคอนิดหน่อยครับ เป็นก่อนปั่นไปเชียงใหม่แล้ว ปั่นแล้วก็หายเป็นในวันที่ 4 แต่กลับถึงบ้าน ลูกชายเป็นหวัดลงคออีก ไอครอกๆ ผมก็พลอยติดไปด้วย ขนาดออกกำลังทุกวัน แข็งแรงโคตรๆ ยังไม่พ้นอาการหวัดลงคอเลยครับ แต่ไข้ไม่มีเท่านั้น

ผมไม่เป็นหวัดมาหลายปีแล้ว ปีนี้เพิ่งเป็น สงสัยมันระบาดแยะ เพราะที่ทำงานก็มีคนไอครอกๆ เหมือนกัน ผมแค่ระคายคอ เสมหะแยะ ต้องถ่มออกมานานๆ ครั้ง ไม่ถึงกับไอ พันคอมา 3 วันแล้ว นอนก็พันคอให้อุ่นไว้ ไม่พันคอตอนปั่นจักรยานในห้อง fitness เท่านั้น
From : lotus [ 13 ธ.ค. 50 - 22:41:02 น. ]


ความเห็นที่ 79
เหมือนผมครับวันศุกร์ก่อนนอนกลืนน้ำลายแล้วเริ่มเจ็บคอ วันเสาร์มีเสมหะ วันอาทิตย์มีไข้นิดๆ วันจันทร์มีน้ำมูก วันอังคารเริ่มดีขึ้น วันพุธหาย ...ที่ทำงานเป็นกันเพียบต้องลาหยุด แต่ผมโชคดีที่ออกกำลังกายมั้ยงั้นซมกว่านี้
From : Real [ 14 ธ.ค. 50 - 07:28:57 น. ]

ความเห็นที่ 80

ระยะนี้ไม่สบายกันหลายคน อ่านแล้วรู้สึกเริ่มเจ็บคอแล้วครับ

From : สมพิศ [ 14 ธ.ค. 50 - 08:35:44 น. ]

ความเห็นที่ 81
นี่...โฉมหน้า "แม่เทา" แมวฉันเลี้ยงไว้ และชอบนอนบนเตียงฉัน เพื่อรอการกลับมาของแม่ฉันออกจากรพ.เมื่อไหร่?

ระยะนี้รู้สึกสบาย ไม่มีไข้หวัด ไม่มีไอแค่กๆ วันนี้ฉันต้องเฝ้าบ้านอยู่คนเดียวปิดร้านขายของชำ ขณะนี้แม่ฉันได้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้วนอนพักที่รพ.วชิระพยาบาลอยู่ค่ะ ไม่มีกังวลใจให้ฉันคิดหนักหรอก นอกจากแมวสองตัวก็มีรู้สึกเรียกร้องหาแม่ฉันด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 14 ธ.ค. 50 - 10:32:30 น. ]


ความเห็นที่ 82

นี่...โฉมหน้า "แม่เทา" แมวฉันเลี้ยงไว้ และชอบนอนบนเตียงฉัน เพื่อรอการกลับมาของแม่ฉันออกจากรพ.เมื่อไหร่?

เผลอลืมแนบไฟล์ส่งไประงับไม่ทันอ่ะ เลยส่งใหม่ต่อค่ะ
From : oiltrips [ 14 ธ.ค. 50 - 10:33:44 น. ]


ความเห็นที่ 83
สวัสดีครับคุณสมพิศและชาวรวมมิตรทุกคน
From : โกโก้ [ 14 ธ.ค. 50 - 11:52:34 น. ]

ความเห็นที่ 84
สวัสดี พี่สมพิศ พี่วิโรจน์ เสือออย อ.โล และคนอื่นๆๆ
พี่สมพิศต้องขอโทษด้วยที่เสาร์นี้ไปร่วมทริปไม่ได้ พอดีพี่ชายเชาบอกว่าต้องไปไหว้(วิญญาณ)พ่อที่บ้านพี่สะใภ้คนโตนะ อยู่จอมทอง เลยต้องขอบายทริปนี้กะทันหัน
รอไปทริปหน้าค่ะ
วันนี้อย่าลืมดูฝนดาวตกด้วยนะคะ
From : กะปิ [ 14 ธ.ค. 50 - 12:16:25 น. ]

ความเห็นที่ 85

เรื่องต้นไม้กินแมลงที่ฉันกำลังจะเลี้ยงไว้ในบ้าน ฉันค้นหาชื่อเรียงนามของต้นแปลกประหลาดจากตลาดเช้าวันอาทิตย์ในเมืองโกตาบารู เห็นราคาถูกแค่ 50 บาท ( 5 ริงกิต) พอกลับมาตามหา "ต้นซาราซีเนีย" Sarracenia เป็นพืชกินแมลงในกรุงเทพก็พบว่ามีราคาแพงสมควรที่ 1,000 บาท โห...........แพง ถ้าน่าจะไปซื้อหิ้วกลับมาได้มั้ง แต่ปัญหากับด่านตรวจสนามบินมาเลเซียไม่ให้หิ้วกลับกรุงเทพหรือเปล่า? ใครรู้ตอบช่วยฉันทีค่ะ

ปีใหม่ ฉันยังไม่มีแผนไปเที่ยวไกลๆ ก้อไปช้อปปิ้งหนังสือกันดีกว่า หรืออาจจะไปฟาร์มพืชกินแมลงที่ ซ.พหลโยธิน 54 เพื่อดูงานศึกษาต้นไม้ค่ะ
From : oiltrips [ 14 ธ.ค. 50 - 12:18:31 น. ]


ความเห็นที่ 86

ข่าวด่วน !!


ศาลปกครองสูงสุดตัดสิน ปตท.โอนระบบท่อก๊าซคืนคลังแต่ไม่เพิกถอนจากตลาดหุ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษา คดีที่กลุ่มเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคยื่นฟ้องให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) 2 ฉบับที่ใช้ในการแปรรูปบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 และ พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลา ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าพ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2544 ได้โอนอำนาจการเวนคืนที่ดินตามพ.ร.บ.การปิโตรเลียม ให้กับบริษัท ปตท. ซึ่งมีสถานะเป็นนิติบุคคลเอกชนทั้งที่อำนาจเวนคืนที่ดินเป็นอำนาจมหาชนของรัฐแม้ต่อมาคณะรัฐมนตรีจะออกพ.ร.ฎแก้ไขจำกัดอำนาจของบริษัท ปตท.ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธานในการกำหนดอำนาจการเวนคืนที่ดินจะต้องตราเป็นพ.ร.บ.ไม่ใช่อำนาจของฝ่ายบริหารให้การออกพ.ร.ฎ. ดังนั้นพ.ร.ฎ.ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับที่ดินที่มีการเวนคืนจากจังหวัดระยองจนถึงจังหวัดสมุทราปราการจำนวน 106 แปลง เนื้อที่ประมาณ 32 ไร่ เพื่อวางระบบท่อก๊าซเป็นการใช้อำนาจมหาชนของรัฐในการเวนคืนดังกล่าวที่ดินที่เวนคืนจึงเป็นสมบัติสาธารณะของแผ่นดินเป็นที่ราชพัสดุ แต่บริษัท ปตท. มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชนการจะโอนที่ดินไปให้บริษัท ปตท.ได้จะต้องตราเป็น พ.ร.บ.เท่านั้น ดังนั้นที่ดินดังกล่าวต้องอนกลับคืนให้เป็นของกระทรวงการคลัง ซึ่งทางบริษัท ปตท.ก็ได้ทำหนังสือแสดงเจตจำนงค์ที่จะคืนที่ดินดังกล่าวให้กับกระทรวงการคลัง

สำหรับกรณีโครงการขนส่งระบบท่อก๊าซทั้งหมด 3 โครงการ คือ ระหว่างบางปะกง-ราชบุรี, ชายแดนไทยพม่า-จ.ราชบุรี และ จ.ราชบุรี-อ.วังน้อย จ.อยุธยา เป็นการใช้อำนาจมหาชนในการวางท่อก๊าซเหนือที่ดินของเอกชน ซึ่งระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ต่างๆเป็นการสร้างติดตรึงกับที่ดินไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยง่ายระบบท่อก๊าซทั้งหมดจึงเป็นสมบัติสาธารณะของแผ่นดินจึงต้องโอนให้เป็นทรัยพสิทธิ์ของกระทรวงการคลัง


ส่วนพ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลา ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544 ศาลปกครองพิพากษาเห็นว่าการออกพ.ร.ฎ.ดังกล่าวเห็นชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากคำพิพากษาดังกล่าวบริษัทปตท.ยังคงเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปได้ แต่ต้องโอนที่ดินและระบบท่อก๊าซให้กับกระทรวงการคลัง


มติชน วันที่ 14 ธันวาคม 2550 - เวลา 12:12:56 น.
-> http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=945

From : สมพิศ [ 14 ธ.ค. 50 - 12:45:11 น. ]


ความเห็นที่ 87
พูดเรื่องเป็นหวัดผมก็เป็น เริ่มตอนที่ปั่นไปดูพลุที่นางเลิ้งรถยนต์เยอะมากมีแต่ควันพิษกลับมาแสบคอมาก อีก2วันต่อมากลายเป็นหวัดต้องไปหาหมอนี่ก็ยังกินยาอยู่เลย ดีที่ไม่มีไข้ที่น่ารำคาญที่สุดคือไอมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน

From : B2M [ 14 ธ.ค. 50 - 12:47:09 น. ]

ความเห็นที่ 88


ศาลสั่งแยกกิจการท่อก๊าซออกจากบริษัท ปตท.

ตุลาการศาลปกครองสูงสุด องค์คณะที่ 2 ประกอบด้วย นายจรัล หัตถกรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ตุลาการเจ้าของสำนวน นายธงชัย ลำดับวงศ์ นายเกษม คมสัตย์ธรรม นายชาญชัย แสวงศักดิ์ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลปกครองสูงสุด รวมกับพวกอีก 4 คน เป็นผู้ร่วมแถลงสำนวนคดี โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่สาเหตุที่ศาลรับคำฟ้องคดีที่มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ขอให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลาการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ทั้งๆ ที่คดีนี้พ้นจากกำหนดคดีที่ฟ้องแล้ว หรือคดีหมดอายุความแล้ว เนื่องจากศาลเห็นว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับประโยชน์ของสาธารณะ ตลอดจนกระบวนการพิจารณาการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นบริษัทจำกัดมหาชนนั้น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท ซึ่งได้แก่ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และนายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ชอบด้วยกฎหมาย แม้ว่าทั้งสองบุคคลนี้จะเป็นผู้ถือหุ้น เพราะการเป็นผู้ถือหุ้นภายหลังจากเป็นคณะกรรมการนั้น ไม่มีความผิด

ขณะที่การรับฟังความคิดเห็น หรือการทำประชาพิจารณ์ มีการเผยแพร่และรับฟังข้อมูลที่เพียงพอต่อการออกกฎหมายแปรรูป ปตท.แล้ว ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า กระบวนการเหล่านี้ดำเนินการอย่างถูกต้อง

ส่วนการพิจารณาในประเด็นสิทธิและประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการโอนสิทธิ์ที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ จากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หลังการแปรรูปนั้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกรรมสิทธิ์จากการเวนคืนที่ดิน การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่ราชพัสดุ และที่ดินของรัฐ หากจะมีการโอนให้แก่เอกชนนั้น จะต้องตรากฎหมายขึ้นมารองรับ แต่การแปรสภาพการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั้นเป็นไปตามกฎหมายเอกชน จึงไม่เข้าข่ายที่จะรับสิทธิ์ดังกล่าว

ส่วนประเด็นการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า น่าจะไม่มีการยกเลิกพระราชกฤษฎีกาทั้ง 2 ฉบับ แต่อาจจะให้มีการแยกในส่วนของกิจการท่อก๊าซออกจากการดำเนินงานของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 ธันวาคม 2550 12:24 น.
-> http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000148231

เปิดข้อเท็จจริง ... ทำไมต้องเอา ปตท. คืนมา
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2550 23:39 น.
-> http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000148105

From : สมพิศ [ 14 ธ.ค. 50 - 12:53:41 น. ]


ความเห็นที่ 89

เป็นหวัดกันเยอะเลย..ต้องหมั่นล้างมือให้สะอาด เพราะป้องกันการติดเชื้อจากเสมหะ น้ำลาย ที่ปนเปื้อนจากการสัมผัสลูกบิดประตู และที่ๆ ใช้ร่วมกันกับผู้อื่น...ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ...พวกเรานักกีฬามักจะฟื้นในเวลาอันรวดเร็ว....

พี่สมพิศ พรุ่งนี้มีปิดทริปหรือเปล่า หากมี นี่เลย....ช่อชำมะเลียง บางบัวทอง...อาหารดีราคาถูก ดนตรีเพราะ บรรยากาศดี...เหมาะสำหรับหน้าหนาวมาก...

From : สาวบางบัวทอง [ 14 ธ.ค. 50 - 12:55:44 น. ]


ความเห็นที่ 90
ไปเจอข่าวดีสำหรับนักปั่นข้ามประเทศใช้วีซ่าเดียวเที่ยวสองประเทศเอามาปะไว้ตรงนี้ค่ะ

ไทย-เขมรเดินหน้า 'วีซ่าเดียวเที่ยว 2 ประเทศ'


ด่านปอยเปตเป็นทางผ่านที่ใหญ่ที่สุดจากไทยไปยังกัมพูชา อีกไม่นานนักท่องเที่ยวที่ขอวีซ่าเข้าไทยจะสามารถเดินทางต่อไปยังกัมพูชาได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศนั้นอีก ไทย-กัมพูชา กำลังจะเซ็นความตกลงเรื่องนี้สัปดาห์หน้า (ภาพจากเว็บpbaseคอม)

ผู้จัดการรายวัน -- ไทยและกัมพูชากำลังจะเซ็นความตกลงฉบับหนึ่งเพื่อให้พลเมืองของประเทศที่สามสามารถเดินทางเข้าสองประเทศนี้ได้ด้วยการขอวีซ่าเพียงครั้งเดียว (Single Visa) ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน

...นายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย มีกำหนดเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-17 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะมีการลงนามในความตกลง "วีซ่าครั้งเดียวเที่ยว 2 ชาติ" ดังกล่าว

...ปฏิบัติการระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นการปฏิบัติแนวคิดเกี่ยวกับการออกวีซ่า ณ จุดเดียว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่าน 5 ประเทศกลุ่มยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyarwady-Chaopraya-Mekong Economic Cooperation Strategy- ACMECS) ซึ่งประกอบด้วยไทย กัมพูชา พม่า ลาวและเวียดนาม ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

...ความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชาจะเป็นการนำร่อง และ จะมีสมาชิก ACMEC อื่นๆ อีก 2 ประเทศดำเนินการตาม อธิบดีกรมสารนิเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.) โดยไม่ได้ระบุชื่อ 2 ประเทศดังกล่าว

...ไทยกับกัมพูชานั้นมีจุดดึงดูดการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป้นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่าย นายธฤตกล่าว

...ความคิดเกี่ยวกับ ACMEC Single Visa เป็นความริเริ่มของประเทศไทยที่ต้องการจะเห็นความร่วมมือด้านการเดินทางท่องเที่ยวและด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในอนุภาคแม่น้ำอิรวดี-เจ้าพระยาและแม่โขง

...อย่างไรก็ตามหลังการเซ็นความตกลงแล้ว กระทรวงมหาดไทยยังจะต้องพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองสามารถปฏิบัติได้ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง นายธฤตกล่าว

...ยังไม่ทราบในรายละเอียดว่าจะมีการปฏิบัติอย่างไรเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าของไทยและกัมพูชา รวมทั้งยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะมีการแบ่งปันรายได้จากค่าธรรมเนียมนี้อย่างไรหรือไม่

...แต่การออกวีซ่าตามความตกลง Single Visa นี้จะไม่บังคับใช้กับพลเมืองของไทยและกัมพูชา ซึ่งเมื่อต้องเดินทางเข้าประเทศหนึ่งจะต้องขอวีซ่าตามปกติต่อไป และ ยังไม่ทราบว่าจะมีการเจรจาเพื่อยกเว้นวีซ่าระหว่างกันหรือไม่

...ประเทศไทยได้มีความร่วมมือในการยกเว้นวีซ่าให้พลเมือง 7 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ยกเว้นกัมพูชาและพม่า

...เรื่องดังกล่าวจะต้อง "ดูในหลายมิติพร้อมๆ กันไป เรื่องประสานข้อมูล เรื่องโครงข่ายพร้อมๆ กันไป.. เรื่องการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ความสะดวกอาจจะส่งผลได้หลายๆ อย่าง" นายธฤตกล่าว

...รมว.การต่างประเทศของไทยมีกำหนดพบหารือกับ รองนายกรัฐมนตรี รมว.การต่างประเทศกัมพูชา นายฮอร์นัมฮง และ เข้าเยี่ยมคำนับสมเด็จเดโชฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาด้วย

...ตามกำหนดการที่ "ผู้จัดการรายวัน" ได้รับนั้น ไม่มีวาระการหารือในประเด็นอื่นๆ ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นความเห็นที่ยังคงแตกต่างกันเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนบริเวณปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก รวมทั้งปัญหาเขตน่านน้ำทับซ้อน

...แต่อธิบดีกรมสารนิเทศกล่าวว่า โดยปกติรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันสามารถจะหยิบยกเรื่องราวอื่นๆ ขึ้นหารือกันได้ทุกเรื่อง

...นอกจากปัญหาที่เกี่ยวกับแนวเขตแดนแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาได้พัฒนาในทางบวกมาเรื่อยๆ ในช่วงปีใกล้ๆ นี้ สองประเทศมีความร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งด้านกลาโหม สาธารณสุข การศึกษา ไทยยังได้ช่วยกัมพูชาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งด้วย

...วันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทยได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่งแรงสูงเพื่อนำไปใช้ในเมืองเสียมราฐ (Siem Reap) อันเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่สำคัญ กับเมืองศรีโสภณ (Sisophon) จ.บ้านใต้มีชัย (Banteay Meanchey) หรือ บันเตียเมียนเจย ที่อยู่ใกล้กับชายแดนไทย

...ปฏิบัติการนี้เป็นความตกลงความร่วมมือระหว่างสองประเทศ เพื่อบรรเทาความขาดแคลนไฟฟ้าในกัมพูชาในขณะที่ระบบสายส่งไฟฟ้ายังไปไม่ทั่วถึง

...ในอนาคตอันใกล้นี้ฝ่ายไทยจะจัดหากระแสไฟฟ้าให้แก่กัมพูชาเพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปใช้ในเมืองพระตะบอง (Battambang) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง ทั้งนี้เป็นรายงานของนิตยสารข่าวภาษาฝรั่งเศสกัมโบดจ์ซวาร์ (Cambodge Soir).

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2550 11:07 น.

ความจริง...ฉันได้รับคำชักชวนจากป้อม(เพื่อนคนใหม่นักแบกเป้เดินค้นหามรดกโลก) มาบอกว่าอยากให้ฉันช่วยเรื่องวางแผนเส้นทางไปเสียมเรียบด้วยไปช่วงสงกรานต์ปี 2551 แต่ฉันยังหาที่คิวลงปฏิทินไม่ว่าง ต้องรอดูที่ข่าวว่าเปิดวีซ่าลดราคาหรือวีซ่าฟรีก็ไปได้ชัวร์ ปกติเคยจ่ายค่าวีซ่ากัมพูชาครั้งละ 1,000 บาท อยากได้ผ่านวีซ่าฟรีคงเข้าเที่ยวทำรายได้มหาศาลให้กัมพูชาแน่นอนในอนาคตค่ะ
From : oiltrips [ 14 ธ.ค. 50 - 14:59:35 น. ]


ความเห็นที่ 91
เสือออย จะไปนครวัด แนะนำให้พักอยู่หลายวันหน่อย ดูปราสาท ให้ครบๆทั่วๆ เน้นทุกปราสาทให้คุ้มนะ แล้วถ่ายรูปมาแบ่งกันดูนะ นจเคยไปบางปราสาทเขาปิดไม่ได้ให้เราเข้า มีปราสาทนึงซุ้มประตูเป็นครุทตัวใหญ่มากๆๆๆสยายปีกสูงใหญ่เป็นทวารบาลสวยมากๆ แต่เขาปิดไม่มีนักท่องเที่ยว คณะที่ไปก็ไม่จอดแวะด้วย ..... เนี่ยถ้ามีโอกาสจะไปใหม่ไม่ใช่รีบๆดูแบบคราวก่อน
เพื่อนที่ไปทำร้านอาหารที่นั่นแนะนำว่าถ้าจะไปหลายคนอยู่หลายวันให้เช่าบ้าน จะคุ้มกว่านอนเก้สเฮ้าส์...
From : นจ [ 15 ธ.ค. 50 - 09:42:16 น. ]

ความเห็นที่ 92
น้าเจ.....เคยไปดูของจริงมาแล้วหรือค่ะ...บอกได้ไหมว่าปราสาทตรงไหน? ที่มีครุฑยักษ์อยู่ตามระเบียงกำแพง ฉันจะแปลงกายเป็นลาร่า เดอะทรูมไรเดอร์ไปขุดขุมทรัพย์สถานโบราณให้ดู


ผังเมืองปราสาทหินอาณาจักรจัมปูเจียในพื้นที่มี 25,000 ไร่ มีแหล่งโบราณสถานกระจายไปทั่วจังหวัดเสียมเรียบมีไม่ต่ำกว่า 600 แห่ง จะให้ฉันไปหาครุฑยักษ์ที่ไหนค่ะ?

มีเพื่อนของน้าเจไปเปิดร้านอาหารมีบริการที่พักด้วยหรือ? เคยมาเที่ยวครั้งแรกก็เห็นมีร้านอาหารคนไทยมีห้องพักคืนละ 650 บาท มีจักรยานให้เช่า(ยืม) ขี่ไปดู....
น้าเจ...ขอที่อยู่ของเจ้าบ้านให้ฉันด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 15 ธ.ค. 50 - 11:00:26 น. ]


ความเห็นที่ 93
ไม่รู้ที่อยู่จดไว้นานแล้วหายไปไหนไม่รู้ เพื่อนไปเป็นพ่อครัว เช่าบ้านอยู่ เขาแนะนำว่าให้เช่าบ้านราคาไม่แพงบ้านชาวบ้านไม่หรู เดือนละ1000บาทมั้ง เขาบอกว่าถูกดีทำอะไรกินเองอยู่ได้หลายคนหลายวัน ยิ่งเราเอาจักรยานไปสะดวกเลย
ครุท ที่วันนั้นนั่งรถผ่านไป มีตัวเดียวแต่สวยใหญ่มากจากพื้นถึงเพดานซุ้มประตู แล้วนนจซอกแซกไปกะเพื่อนเขมร เจอปราสาทอีกใหญ่มาก อยู่ในผังระวางแผนที่ออย แต่เหมือนวัดพระแก้ว
มากกว่า ใหญ่เท่าสนามฟุตบอลย่อมๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวอีกด้วย เปลี่ยวมากไปหลายที่ที่สวยงามตื่นตา แต่ร้อนและเหนื่อย หวาดๆ แต่บางคราวรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยถ้าไปคนเดียว เดินจนหลงหาทางออกไม่เจอหิวน้ำ เพื่อนเขมรบอกชื่อเป็นภาษาเขมร นจไมสนใจจำชื่อหรอก หวาดๆสะมากกว่าเลยไม่ค่อยเห็นสวยงาม เพื่อนเขมรบอกอย่าบอกว่าเป็นคนไทยนะให้บอกเป็นญี่ปุ่นจะปลอดภัยกว่า ถ้าไปเป็นกลุ่ม ไม่ซอกแซกไปจะดีกว่า นี่นจซนไปหน่อย มีเพื่อนเขมรดีๆค้นหาชื่อที่อยู่ก่อนนะนานมากแล้ว
From : นจ [ 15 ธ.ค. 50 - 11:25:08 น. ]

ความเห็นที่ 94
งั้น....ฉันอยากได้เพื่อนเขมรของน้าเจคนเดียวก้อรับได้...แต่ว่าน้าเจมีจดชื่อที่อยูเขาไว้หรือเปล่าค่ะ ? ฉันไม่อยากจ้างไกด์เขมรเพราะเรื่องมาก..โดยเฉพาะฉันชอบไปอ่านคัมภีร์สันฤกตบนลานหินตรงนี้ ไม่มีใครยอมแปลภาษาไทยให้ค่ะ
From : oiltrips [ 15 ธ.ค. 50 - 11:47:23 น. ]

ความเห็นที่ 95
ว้าว ว้าว ว้าว น้าเจมีเพื่อนเขมรด้วย ดีเลย ฝากน้าเจถามเพื่อนน้าหน่อยซิ ปวดหัว่ อ่ะ ภาษาเขมร เขาว่า ระทมกบาล หรือ กบาลระทม กันแน่ ผมยังสับสนอยู่เลย ฝากด้วยนะน้า แล้วที่เพื่อน ๆ เรียกน้าว่านินจาเจ ก็ต้องเปลี่ยนใหม่แล้วซินี่ ขะแมไบค์ จะดีหรือเป่าน้า ล้อเล่งนะ อย่าโกรธละ
From : Viroj [ 15 ธ.ค. 50 - 14:22:38 น. ]

ความเห็นที่ 96
ไปคันหาที่อยู่ไม่พบนะออย เนื่องจากไม่ค่อยอยู่บ้าน เขาให้นามบัตรไว้ไม่รู้อยู่ไหนแล้วหาไม่เจอ
อย่างไรเสียในหัวน้า คนเขมรไว้ใจยากนะ น้าถูกหลอกไปหลายเงินให้ไปดมปลาเหม็นๆ ที่โตนเล
ถามว่าเพื่อนเขมรทำไม ไม่คุ้มครอง เพื่อนตอบว่า เขากลัวพวกเขมรด้วยกันจะทำร้าย เลยปล่อยให้หลอกเงินน้าไป ระวังไว้ด้วยก็แล้วกัน คนเขมรไม่ชอบคนไทย ที่เขาทำดีเพราะเขาเห็นเงินเรา
From : นจ [ 15 ธ.ค. 50 - 21:20:37 น. ]

ความเห็นที่ 97

ขอบคุณครับน้าเจที่ให้ข้อคิด ที่คนเขมรไม่ชอบคนไทยเพราะเรื่องพระยาละแวกหรือเขาพระวิหารล่ะ

From : สมพิศ [ 16 ธ.ค. 50 - 09:15:27 น. ]

ความเห็นที่ 98

เช้าวันนี้เปิดคอมพ์ขึ้นมาเล่นเอาตกอกตกใจหมดเลย พอเปิดสวิตช์ กดปุ่มเปิดเครื่องแล้วก็หันหลังเข้าครัวไปตักข้าวมานั่งหน้าจอ จู่ ๆ คอมพ์มันพูดเจื้อยแจ้ว ...... เฮ้ย !! อะไรหว่าโดน (Virus) เข้าแล้ว ฟังก็ไม่ได้ศัพท์เพราะไม่รู้เรื่อง ก็มันเป็นภาษาอังกฤษอ่ะ ผบ.ผมเขาได้ยินแว่ว ๆ ก็ตกใจนึกว่าปฏิวัติ (ปฏิวัติเดี๋ยวนี้ต้องมีภาษาอังกฤษ )...... ผมจัดการกดปุ่ม Prt Scr SysRq เพราะกลัวมันหายไปต่อหน้าต่อตา (ตามรูปข้างบน) ที่นี้ก็ต้องเดือดร้อนพระเจ้ากู gle หาข้อมูล แต่พอรู้ว่ามันคืออะไรก็นั่งหัวเราะเอิ้ก ๆๆๆๆ ไม่ใช่ผมโง่นะครับ เพราะผมไม่รู้ต่างหาก ...... มันชื่อ Narrator เป็นโปรแกรมช่วยเหลือคนสายตาไม่ดี ทดลองเปิดดูได้ที่ Start -> All Programs -> Accessories - Accessibility - Narrator แต่ผมยังตะหงิด ๆ อยู่ มันขึ้นมาว่าเราสายตาไม่ดี ..... ทดลองเปิดมาแล้วก็ปิดไปไม่งั้นมันพากษ์ไม่หยุดเน้อ

From : สมพิศ [ 16 ธ.ค. 50 - 10:32:40 น. ]


ความเห็นที่ 99
จริงสิ...ฉันไม่นึกว่าเคยได้ยินว่ามีศาลเตี้ยไม่สามารถตกลงกันได้มีมวยรุมทืบแน่นอน

...น้าเจ น้าพิศมองเห็นหน้าตาฉันเป็นสาวญี่ปุ่นจริงเปล่าค่ะ? บอกมาซิค่ะ ถ้า YES ๆๆๆ ไม่มีปัญหาแต่ต้องหัดพูดภาษาญี่ปุ่นไปด้วยค่ะ

ฉันจะระมัดระวังใช้เงินกับคนเขมรใกล้ตัว แม้จ้างไกด์ตามนักเขียนชื่อ ยอดชาย เจ้าของเล่มคู่มือเที่ยวนครธม นครวัต บอกฉันให้ตามที่อยู่คู่มือหาไกด์คนเขมรไม่ยาก คุณยอดชายจะติดต่อให้เอง...ฉันจะไปลุยถิ่นเมืองพระนครคนเดียวเองค่ะ น้าเจไม่ต้องหาให้เหนื่อยหรอก ขอขอบคุณที่ให้ข้อคิดเตือนใจนักเที่ยวโดนเพื่อนเขมรนักต้มค่ะ
From : oiltrips [ 16 ธ.ค. 50 - 15:16:49 น. ]


ความเห็นที่ 100
ตอบพี่สมพิศ เขมร(โดยเฉพะคนรุ่นอายุ304050)ไม่ชอบคนไทยนั้นไม่ผิดหรอก (เขมรที่ดีๆก็มีนะแต่ที่บอกไว้เพื่อให้ระวัง พอดีไปเจอเขมรที่เขามีประสบการณ์ชีวิตไม่ดีกะคนไทย)ไม่ใช่เรื่องพระยาละแวกหรือเขาพระวิหาร หรือดาราไทย(ครานั้นถึงขั้นอพยพคนไทยหนีกลับมา) แต่เป็นเรื่องเขมรอพยพ ฟังเพื่อนเขมรเล่าน่าสงสารมาก เขาพูดไทยได้เพราะมาอยู่ศูนย์อพยพตั้งแต่เด็ก ระหว่างที่ครอบครัวหนีมาทรัพย์สินที่ขนมาถูกคนไทยปล้นชิงพี่สาวถูกข่มขืน บ้างคนก็ถูกทารุณหรือถูกฆ่า ระหว่างอยู่ศูนย์ก็ต้องเอาตัวรอดลำบากสารพัด ผมเล่าเรื่องละเอียดไม่เก่งนะ เขาพาไปบ้านเขาด้วย แต่คนละแวกบ้านเขาไม่ชอบ น้าเจพูดภาษาอังกฤาและเขาบอกว่าเป็นญี่ปุ่นรอดตัวไป เขาบอกว่าอย่าเที่ยวซนไปเรื่อยเปื่อยแบบฝรั่ง อันตราย อย่าออกนอกเขต ที่นักท่องเที่ยวไป เรื่องนี้นานหลายปีแล้ว
ขาไปเหมารถจากด่านปอยเปตไปกันเอง ติดต่อไว้สี่พันบาท พอจะขึ้นรถมีหน้าม้ามาบอกว่าค่ารถหกพัน ถ้าไม่ให้หกพัน ไม่มีรถ ทั้งๆที่รถก็จอดอยู่ตรงนั้นคนขับรถนั่งเงียบเลยมาเฟียเถื่อนมันรับเงินเราแล้วมันจ่ายให้คนรถสี่พันเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองสองพัน
From : นจ [ 16 ธ.ค. 50 - 18:22:14 น. ]

ความเห็นที่ 101


ไม่ค่อยเจอ น้าเจเลย หนุ่มหน้าสวย..ฟังเรื่องของเราบ้าง ขอแจม..อิอิ..

ปี 2002 พวกเราออกจากโรงแรมที่เสียมเรียบเพื่อจะขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปตลาด MC รับจ้างคันหนึ่งมารับเราบอกว่า ยี่สิบบาทต่อคน ยังไม่ทันไร มาอีกคันหนึ่งบอกว่า สิบบาทต่อคน เราจึงเลือกคันหลัง แล้วคันที่มาก่อนก็ขับรถไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....

ปรากฎการณ์นี้จึงยกเอาเป็นตัวอย่างให้ นักศึกษาป.โท ในชั้นเรียนว่า หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองไทย จะเป็นอย่างไร...นักศึกษาตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ชกกันเลย ครับอาจารย์"....

อ่านแล้วคิดต่ออีกสักนิด แล้วจะเข้าใจ....


From : ลูน [ 16 ธ.ค. 50 - 21:55:31 น. ]


ความเห็นที่ 102


ฝากให้น้าสมพิศและคณะ....
ตะวันตกดิน@Sihanu vill
From : ลูน [ 16 ธ.ค. 50 - 22:01:35 น. ]

ความเห็นที่ 103

Sihanoukville http://www.sihanoukville-cambodia.com/

From : เจ้าเก่า [ 16 ธ.ค. 50 - 22:26:48 น. ]

ความเห็นที่ 104
อ้าว พี่ลูน พี่ปกรณ์ไปเสียมเรียบมาแล้วไม่ได้ถีบจักรยานหรือค่ะ ฉันเอาจักรยานไปเที่ยวที่เสียมเรียบทำตูดระบมเจ็บ 150 กม.มาแล้ว เดี๋ยวหารูปเก่ามาปะให้ดูตอนที่ฉันเป็นลาร่าถีบจักรยานผ่านประตูนครวัตค่ะ

ฉันได้สั่งฝากพี่เรียวไปกรุงเวียงจันทน์ในปีใหม่ได้มีเวลาแวะซื้อปฏิทินลาวชุดนางงามปี 2008 ไป 1 ชุด ถ้าน้าพิศเอาก็ไปบอกพี่เรียว ถ้าคุณธานินทร์๙๙ไม่อยู่ค่ะ
From : oiltrips [ 17 ธ.ค. 50 - 09:46:09 น. ]


ความเห็นที่ 105
ตัวอย่างรูปนางงามสาวลาวที่ได้รับถ่ายแบบลงปฏิทินปี 2551 โดยเบยลาวค่ะ

..ฉันกำลังฝากพี่เรียวไปกรุงเวียงจันทน์หาซื้อปฏิทินที่ขายชุด 100 บาท ไม่ใช่แจกฟรีหรอกค่ะ
From : oiltrips [ 17 ธ.ค. 50 - 10:10:19 น. ]


ความเห็นที่ 106

อยากได้เหมือนกันครับน้องออย ....... แต่ถ้าเอาเข้าบ้านแล้วคนในบ้านคงไม่อยากให้ออกมาปั่นจักรยาน เปิดดูในเวบ ดีกว่าปลอดภัยไร้กังวล อิ..อิ

From : สมพิศ [ 17 ธ.ค. 50 - 11:43:31 น. ]

ความเห็นที่ 107

http://www.youtube.com/watch?v=Yuh325bmY-w&feature=related

เห็นเขาขับรถกันในเมืองแล้วเสียววูบเลยครับคุณลูน





From : สมพิศ [ 17 ธ.ค. 50 - 11:52:27 น. ]

ความเห็นที่ 108
ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน...ถ้าพี่เกษมฯ อยู่คงต่อเพลงเก่าๆ นี้ได้เนอะ...
From : หนูเบนท์ [ 17 ธ.ค. 50 - 13:07:02 น. ]

ความเห็นที่ 109
เพลง......................มนต์เมืองเหนือ
คุณครูไพบูลย์ บุตรขัน แต่งทำนอง และคำร้อง
คุณครูสมยศ ทัศนพันธ์ ขับร้องต้นฉบับ

ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน ลมฝนบนฟ้าผ่าน ฟ้ามองดั่งม่านน้ำตา
น้ำฝนหล่นจากฟากฟ้า ขังแก่งเหมือนแอ่งน้ำตาไหลตกจากผาแว่วฟัง

ป่าเหนือเมื่อไปได้พบมา เมืองเหนือเมื่อน้ำบ่า เลาะธารซ่านซ่าเคล้าดัง
น้ำไหลไปหลากมากครั้ง หมุนวนสายชลเหมือนดังไหลหลั่งเป็นวังน้ำวน

ริมฝั่งวังน้ำค่ำลงคงมีแสงจันทร์ คืนหนึ่งคืนนั้นพบกันน้องเอยสองคน
เมืองเหนืออนงค์นั้นคงมีมนต์ เป่าหัวใจเสียจนก่นให้ใฝ่ฝัน

แอ่วสาวเจ้าวอนอ้อนน้ำคำ จนสูรย์ลอยคล้อยต่ำสายัณห์เย็นย่ำทุกวัน
แล้วไฉนจะให้ลืมนั้น แม้นใครได้ไปเที่ยวพลัน หลงมั่นในเมืองเหนือเอย

เอ.. แต่ว่าหน้าดอกไม้บานเริ่มหน้าหนาวหน้านี้ใช่ไหมครับ.. คุณหนูเบนท์.. แล้วทำไม
"...ฟ้ามองดั่งม่านน้ำตา น้ำฝนหล่นจากฟากฟ้า ขังแก่งเหมือนแอ่งน้ำตาไหลตกจากผาแว่วฟัง
ป่าเหนือเมื่อไปได้พบมา เมืองเหนือเมื่อน้ำบ่า เลาะธารซ่านซ่าเคล้าดัง
น้ำไหลไปหลากมากครั้ง หมุนวนสายชลเหมือนดังไหลหลั่งเป็นวังน้ำวน..."

ผิดฤดูไปซะงั้น
จับผิดเล่นๆนะครับ.. ไม่ซีเรียสอะไร.. นึกสนุกอย่างนี้เอง

From : ธานินทร์๙๙ [ 17 ธ.ค. 50 - 16:05:02 น. ]


ความเห็นที่ 110

เสือออยวันมะรืนนี้ผมไปเวียงจันทน์ จะลองหาปฏิทินลาวมาให้
ถ้าจะเอาไว้ดูข้อมูลวันเทศกาลต่างๆก็น่าจะใช้ของใครก็ได้นะครับ ไม่ต้องเป็นของเบยลาวก็น่าจะได้ แบบแจกฟรีน่าจะมีเยอะแยะ

From : ธานินทร์๙๙ [ 17 ธ.ค. 50 - 16:09:36 น. ]

ความเห็นที่ 111
เย้ๆๆ ฉันอยากได้ปฏิทินลาวจริงสักชุดเดียว ไว้นัดมารับด้วยตนเองค่ะ
From : oiltrips [ 17 ธ.ค. 50 - 16:14:15 น. ]

ความเห็นที่ 112

(แกล้ง)เขียนผิด ได้ผลเลย 555.....
ขอบคุณ คุณเจ้าเก่า ที่ส่ง link มาให้ เป็นเวบที่ดีมาก ......
จากการดูลายมือ...คุณเจ้าเก่าอายุหกสิบแม่นบ่....ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้คียง 555...

From : ลูน [ 17 ธ.ค. 50 - 21:43:42 น. ]

ความเห็นที่ 113


พี่สมพิศ....ถนนเป็นแบบนี้ ทางเรียบ ไม่วุ่นวาย ส่งข่าวแค่นี้ก่อนเด้อค่ะ....
น้องออย พี่มีลูกศิษย์เป็นพยาบาลทำงานอยู่โรงพยาบาลเสียมเรียบ 2 คน (สอน Measurement and Evaluation in Nursing Education) ...เขาก็เชิญไปเที่ยวอยู่....
From : ลูน [ 17 ธ.ค. 50 - 22:05:08 น. ]

ความเห็นที่ 114
หวัดดี คุณลูน พี่ปกรณ์ พี่สมพิศ และทุกท่าน
จะไปเสียมเรียบกันเมื่อไรหรือครับ อยากไปด้วยนะ
ผมไปมานานแล้วถนนเป็นลูกรังคราวนั้น
ต่อมารัฐบาลไทยกะญี่ปุ่นช่วยกันสร้างทางดีๆ
From : นจ [ 18 ธ.ค. 50 - 09:13:58 น. ]

ความเห็นที่ 115
น้าเจจะไปเสียมเรียบกันเมื่อไหร่อย่าลืมลากฉันไปด้วยซิ มีหนังสือตำราเขียนภาษาเขมรใช้อยู่ค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 09:32:52 น. ]

ความเห็นที่ 116
พี่ธานินทร์๙๙
ขอบคุณหลายที่ต่อเพลงมนต์เมืองเหนือจนจบ...แถมมีประวัติคนแต่งและนักร้องมาให้ทราบด้วย....ก็เห็นซีเรียสเรื่องบ้านพี่เมืองน้อง.... เลยนึกสนุกอย่างนี้เอง



From : หนูเบนท์ [ 18 ธ.ค. 50 - 09:51:53 น. ]


ความเห็นที่ 117
เมื่อไหร่น้าเจเตรียมไปขุดหาครุฑยักษ์ในปราสาทตรงไหน พาฉันไปดูด้วยสิค่ะ

หนังใหม่ ฉันยังไม่ได้ไปดูตอนนี้ รอวันหยุดจึงจะไปดูให้มีเรื่องราวสารพัดค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 09:55:31 น. ]


ความเห็นที่ 118
น้องออย พี่มีลูกศิษย์เป็นพยาบาลทำงานอยู่โรงพยาบาลเสียมเรียบ 2 คน (สอน Measurement and Evaluation in Nursing Education) ...เขาก็เชิญไปเที่ยวอยู่....
From : ลูน [ 17 ธ.ค. 50 - 22:05:08 น. ]

ขอขอบคุณค่ะที่พี่ลูนแนะนำหาเพื่อนให้ แต่เธอพูดเขียนไทยได้หรือเปล่าค่ะ? ถ้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ในเวลาราชการพยาบาล ไม่มีเวรก็ยิ่งดีไปได้ค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 09:57:52 น. ]


ความเห็นที่ 119

ลองดูในเว็บนี้ครับ.. คุณหนูเบนท์
http://www.websuntaraporn.com/suntaraporn/board/posting.asp?GID=902

ความเห็นที่ 3
เชื่อไหมครับว่า ตอนที่แต่งเพลงนี้น่ะ ครูไพบูลย์ ยังไม่เคยขึ้นเหนือเลย
© บุหรงทอง 26 กุมภาพันธ์ 47 เวลา 11:33 น.

ความเห็นที่ 4
ถูกต้องแล้วครับ ที่ว่าครูไพบูลย์ฯ แต่งเพลงมนต์เมืองเหนือ ได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง แต่ท่านไม่เคยไปเที่ยวเมืองเหนือเลย นี่เป็นความจริง ทั้งนี้เพราะท่านเป็นอัจฉริยะทางด้านการดนตรีนั่นเอง เพลงของครูไพบูลย์ฯ ท่านจะแต่งเองทั้งเนื้อร้องและทำนอง มีเป็นร้อยๆเพลงที่ดัง และทำให้สามารถสร้างนักร้องได้เป็นสิบๆคน เช่น ศรคีรี ศรีประจวบ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ฯ เพลงดังๆของท่านก็มี เพลงฝนเดือนหกม มนต์รักลูกทุ่ง (เป็นเพลงเอกในภาพยนต์เรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ไพวัลย์ ลูกเพชร เป็นผู้ขับร้อง) เพลง ลานรักลั่นทม เพลง กลิ่นเกล้า( ที่ขึ้นต้นด้วย " พริ้วไผ่หลู่ลม ยืนชมขอบคันนา ไกลสุดตาฟ้าแดงเรื่อ..." ร้องครั้งแรกโดย คุณนริศ อารีย์) เพลง มนต์รักอสูร (ร้องคู่โดย วินัย จุลบุษปะ และทัศนัย ชอุ่มงาม ) ฯลฯ ครูไพบูลย์ฯ ท่านเกิดมาค่อนข้างอาภัพ เนื่องจากท่านป่วยเป็นโรคเรื้อน ได้เงินมาเท่าใด ก็ต้องนำเอาไปเป็นค่ารักษาโรคนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ดีขึ้น จนวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านถึงแก่กรรมในราวปี 2514
© อ๋อย 9 ตุลาคม 47 เวลา 13:39 น.


นี่แหละ คุณครูไพบูลย์ท่านแต่งเพลงนี้โดยที่ท่านยังไม่เคยขึ้นไปเมืองเหนือเลย ท่านจึงไม่รู้ว่า "ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน" นั้น เป็นช่วงที่หมดฝนแล้ว ไม่ใช่หน้าฝน ไม่ใช่ฤดูที่ "เมืองเหนือเมื่อน้ำบ่า เลาะธารซ่านซ่าเคล้าดัง"

เย้าเล่นนะครับ ผมโตทัน ตอนยุคท้ายๆของครูไพบูลย์ฯนั้น จำได้ว่าบ้านท่านอยู่แถวปทุมวัน ที่ยังไม่มีสยามสแควร์ บริเวณแถวนั้นยังเป็นหนองน้ำสลับกับพงหญ้า มีต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม ส่วนใหญ่เป็นต้นก้ามปู สองข้างถนนยังมีคูคลอง จริงๆแล้วผมนับถือความสามารถในการแต่งเพลงของท่านมาก

From : ธานินทร์๙๙ [ 18 ธ.ค. 50 - 10:20:44 น. ]


ความเห็นที่ 120


สวัสดีครับ.. คุณลูน.. จากเว็บไซต์ในความเห็นที่ 103 ผมก็เพิ่งทราบว่าแถวสีหนุวิลล์ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศชายทะเลชั้นดี
เคยทราบแต่ว่ามีท่าเรือ ที่อิตาเลียนไทยฯได้มีส่วนร่วมสร้างเมื่อเร็วนี้

แต่ที่แน่ๆคือเกาะใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน ตอนใต้ลงมา ที่ปลายล่างแหลมเปี๊ยบเหมือนปลายหมุดปัก ในความเห็นที่ 107 ของพี่สมพิศนั้นระบายสีเหลืองเช่นเดียวกับสีของเวียดนาม ดูแล้วเกาะนี้อยู่ใกล้แผ่นดินกัมพูชามากกว่า แต่เป็นของเวียดนาม เป็นเกาะใหญ่มาก อาจจะใกล้เคียงกับเกาะภูเก็ต ชื่อเกาะฟูกว๊อก หรือฟูก๊ก ได้ยินว่าธรรมชาติสวยงามมาก ทางการเวียดนามจัดงบก้อนใหญ่กำลังจะเนรมิตพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทันสมัย กะให้เป็นคู่แข่งของเกาะต่างๆของไทยเราเลย เช่นจะมีการสร้างสนามบินนานาชาติใหม่ให้ใหญ่โต เสือออยลองบินไปดูใกล้ๆสิครับ
From : ธานินทร์๙๙ [ 18 ธ.ค. 50 - 11:04:48 น. ]


ความเห็นที่ 121
ถ้าเมื่อคุณธานินทร์๙๙เรียกฉันไปประจำการขับเครื่องบินกูลเอธิ์ทบินไปดูเกาะ Dao Phu Quoc อยู่ภาคใต้สุดของเวียตนามที่มีรอยตะเข็บน่านน้ำกัมพูชา เอามาปะแผนที่ให้ดูว่าเกาะนี้มีสนามบิน Truong Am แต่ยังไม่รู้ว่าสร้างสนามบินใหญ่แห่งใหม่ที่ไหนหว่า....เดี๋ยวจะไปดูแผนที่ดาวเทียมก่อนค่ะ

แผนที่เกาะ Dao Phu Quoc มีความคล้ายคลึงเกาะภูเก็ต แต่ใหญ่กว่าภูเก็ตค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 11:25:29 น. ]


ความเห็นที่ 122
ที่นี่ มีเรือโบ๊ตสายด่วนไปเกาะ Dao Phu Quoc

เหมือนเรือด่วนสายชุมพร-เกาะเต่าค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 11:32:02 น. ]


ความเห็นที่ 123

เกาะนี้ มีรูปปั้นนางเงือก เป็นสัญญลักษณ์ เหมือนที่แหลมสมิหลา สงขลาค่ะ

ที่มาจาก http://vngold.com/pq/index2.html แต่ไม่มีแปลภาษาไทยให้อ่านอ่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 11:48:49 น. ]


ความเห็นที่ 124

รอเดี๋ยวจะบินไปแล้ว....จะมองเห็นเกาะ Dao Phu Quoc อยู่ตำแหน่งตรงไหน? ค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 12:52:00 น. ]

ความเห็นที่ 125

เริ่มบินจากสุดแหลมของฝั่งไทยชายแดนบ้านหาดแหลม อ.คลองใหญ่ จ.จันทบุรี ผ่านน่านน้ำทะเลกัมพูชา ไปถึงเกาะ Dao Phu Quoc ฝั่งเวียตนามโน้น
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:28:12 น. ]

ความเห็นที่ 126

จะเห็นเกาะ Dao Phu Quoc ชัดเจนอยู่ใต้แผ่นดินกัมพูชา แต่เดิมเคยเป็นของกัมพูชามาก่อน เมื่อมีสงครามเกิดขึ้นเป็นการทำศึกแย่งเกาะใหญ่ทั้งสองฝ่าย แต่ฉันไม่พบข้อมูลประวัติศาสตร์บนเกาะนี้เลยค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:31:16 น. ]

ความเห็นที่ 127

เมื่อไปดูสนามบินแห่งใหม่ที่คุณธานินทร์๙๙ พูดถึงนั้น มีตำแหน่งเครื่องบินสีน้ำเงินวางปักลงจุดตำแหน่งผิดที่ ฉันได้ทำการปรับปักเข็มหมุดเหลืองลงถูกสนามบิน Duong Dong ให้แล้วค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:34:42 น. ]

ความเห็นที่ 128

นี่ ฉันเอาเข็มหมุดเหลืองปักลงให้ดูตำแหน่งสนามบินให้เสร็จแล้วค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:36:41 น. ]

ความเห็นที่ 129

ฉันขับเครื่องบินเล็กกำลังจะร่อนลงรันเวย์ข้างหน้าใกล้ขอบชายหาดทะเล พบว่าถนนรันเวย์มีความกว้าง-ยาวมากทีเดียว และทางยาวกว่ารันเวย์สุวรรณภูมิค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:39:58 น. ]

ความเห็นที่ 130

จะลงรันเวย์ถึงภาคพื้นดินแล้ว วิ่งไปยาวราวสิบโลเมตรกว่า จะได้เห็นที่ทำการสนามบินใหม่อยู่ซ้ายมือค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:42:27 น. ]

ความเห็นที่ 131

เห็นแล้วมีหลังคาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ สงสัยเป็นที่ทำการสนามบินแห่งใหม่ Duong Dong เกิดขึ้น ไม่ใช่สนามบิน Truong Am หรอกค่ะ

ฉันไม่เคยไปเที่ยวเกาะ Dao Phu Quoc ที่เวียตนามใต้สุด เอาไว้เมื่อไหร่จะมีแผนลุยหาปราสาทบนเกาะนี้ ก็พบข้อมูลท่องเที่ยวมีอยู่ด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:47:37 น. ]


ความเห็นที่ 132

คุณธานินทร์๙๙ ค่ะ ฉันไปทำแผนที่เกาะ Dao Phu Quoc ให้เสร็จแล้ว บอกจุดตำแหน่งพิกัดอยู่ที่ 10 13' 30.85" N 103 57' 40.70" E หาไม่ยาก แต่ไม่มีข้อมูลจำเพาะสนามบินใหม่ที่มีข่าวค่ะ

*** จบเล่าเรื่องเกาะ Dao Phu Quoc เสร็จแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานต่อค่ะ ***
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 13:54:46 น. ]


ความเห็นที่ 133

...เมื่อฉันนึกได้ไปค้นหาโปรแกรมทัวร์สามชาติ ระหว่าง จ.ตราด - เกาะกง กัมพูชา - เกาะฟูก๊วก เวียตนาม ชักจะสนใจเอามาให้ดูตัวอย่างจัดทัวร์ 5 วันขึ้นไปค่ะ

เมืองสีหนุวิลล์ - กรุงพนมเปญ - โฮจิมินท์ซิตี้
ตกปลาที่เกาะใต้ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ
อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลเลิศรส

โปรแกรมการเดินทาง

เดินทางระหว่างวันที่ 7-11 เมษายน 2549

วันแรก (วันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2549)

ตราด - สีหนุวิลล์
06.00 น. - รับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน
บริเวณท่าเรือแหลมงอบ จังหวัดตราด
07.00 น. - เดินทางออกจากท่าเรือแหลมงอบ จังหวัดตราด
ล่องเรือสู่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา

กลางวัน
รับประทานอาหารที่ภัตตาคาร ชเนเมียะในสีหนุวิลล์
นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก Sokha Beach Resort & Spa

บ่าย
18.30น. - รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคาร ตุเลเมกง
(เป็นภัตตาคารของนักุรกิจไทยในกรุงพนมเปญ)
เลือกรับประทานอาหารสไตล์ซีฟู๊ด กุ้งแม่น้ำเผา
อาหารทะเลสดๆได้อย่างจุใจ

20.30น. - จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมพนมเปญ
พักผ่อนตามอัธยาศัย
20.00น. - นำคณะเดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

ชมสถานที่ตากอากาศของจังหวัดสีหนุวิลล์ ที่มีชื่อเสียงและสวยงามมากที่สุดของประเทศกัมพูชา
สัมผัสความโดดเด่นทางธรรมชาติ ตื่นตากับท้องทะเลสีคราม ท้องฟ้าสีสดใส และหาดทรายขาวละเอียด
ระยิบระยับ ท่ามกลางทรัพยากรที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม จนยากจะหักใจลืม

* นำคณะเข้าเยี่ยมชมงานและรับฟังการบรรยาย
สรุปการดำเนินงานของท่าเทียบเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์

18.00น. - รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ริมชายหาด
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง (วันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2549)
สีหนุวิลล์ - กรุงพนมเปญ

07.00น. - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
สดชื่นกับบรรยากาศยามเช้าท่ามกลางกลิ่นไอธรรมชาติ
09.00 น. - เดินทางออกจากสีหนุวิลล์ มุ่งสู่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
สัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์สดชื่นตามธรรมชาติ
ระหว่างการเดินทางเข้าเมืองหลวงของประเทศกัมพูชา

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารเพรสซิเด้นซ์
ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงพนมเปญ
ทางด้านความเป็นเลิศด้านรสชาติของอาหาร

บ่าย
เที่ยวชมกรุงพนมเปญ สัมผัสวัฒนธรรมอารยธรรมอันเก่าแก่
ซึ่งสืบทอดมาอย่างช้านานจากวัฒนธรรมของขอม
โบราณ แวะช๊อปปิ้งเลือกซื้อหาของฝากของที่ระลึก
โปสการ์ด ภาพถ่าย เพื่อเป็นของฝาก ถึงคนที่ท่านคิดถึง

วันที่สาม (วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2549)

กรุงพนมเปญ-บ่อเวิด-โฮจิมินท์

07.00 น. - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
08.00 น. - เตรียมเดินทางไปชายแดนที่บ่อเวิด
ชมทัศนียภาพความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชาตลอดสองข้างทาง

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวันที่บ่อเวิด ที่แสนจะถูกปากกับธรรมชาติที่ถูกใจ
จัดทำเอกสารข้ามแดนจากกัมพูชา เพื่อท่องเที่ยวสู่เมืองโฮจิมินท์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม
เตรียมออกเดินทางข้ามแดนสู่เมืองโฮจิมินท์ ซิตี้ ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชของ
ประเทศเวียดนาม นำคณะเดินทางเช็คอินเข้าสู่ที่พักโรงแรม คอนติเนนทัลใจกลางเมืองโฮจิมินท์ ซิตี้

19.00น. - รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารลอยน้ำล่องตามสายน้ำของแม่น้ำไซง่อน
ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก

วันที่สี่ (วันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2549)
โฮจิมินท์ -หมู่เกาะฟูก๊วก

06.00 น. - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
07.00น. - เตรียมเดินทางออกสู่สนามบินเพื่อท่องเที่ยวสู่เกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมที่พักบนเกาะฟูก๊วก
เตรียมเดินทางลงเรือเพื่อท่องเที่ยวสู่ทะเลใต้ ณ หาดเซาว์บีช แหล่งตกปลาที่มีชื่อเสียงที่สุด
ของเกาะฟูก๊วก ดั่งสวรรค์ของนักตกปลา และสัมผัส ลุ้นระทึกกับการตกปลาด้วยตัวท่านเอง ที่นี่

* รับฟังการบรรยายสรุปถึงลู่ทางและนโยบายที่สนับสนุนนักลงทุนต่างประเทศของประเทศเวียดนาม

18.00น. - รับประทานอาหารค่ำ สนุกกับการปิ้ง ย่างอาหารทะเลสดๆ
บริเวณริมชายหาดไซง่อน-ฟูก๊วก รีสอร์ท เช็คอินเข้าสู่ที่พัก

วันที่สี่ (วันอังคารที่ 11 เมษายน 2549)

07.00น. - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
กับบรรยากาศที่ผ่อนคลายสุดแสนจะสบายยามเช้า
08.00น. - เที่ยวตลาด DUONG DONG ซึ่งเป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่สำคัญ
เลือกซื้อของที่ระลึก โปสการ์ด ภาพถ่าย เพื่อเป็นของฝาก ถึงคนที่ท่านคิดถึง
09.30น. - เตรียมเดินทางออกสู่สนามบินเพื่อกลับสู่เมืองโฮจิมินท์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม

กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวันที่เมืองโฮจิมินท์ ซิตี้ แวะช๊อปปิ้งเลือกซื้อหาของฝากของที่ระลึก
โปสการ์ด ภาพถ่าย เพื่อเป็นของฝาก ก่อนที่จะเดินทางกลับ

เย็น
18.00น. - รับประทานอาหารค่ำที่เมืองโฮจิมินท์ ซิตี้ คลุกเคล้าบรรยากาศในยามค่ำคืน
ของเมืองแห่งประวัติศาสตร์
19.00น. - เตรียมเดินทางออกสู่สนามบินในเมืองโฮจิมินท์ ซิตี้
21.00น. - บินลัดฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ
22.00น. - ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม

ราคาทัวร์รวม 29,900 บาทต่อคน

ค่าเรือโดยสารและเรือตกปลา / ค่าอาหารที่ระบุในรายการ / ค่ารถบัสนำเที่ยว
ค่าตั๋วเครื่องบิน / ค่า ต.ม. เข้าประเทศเขมร

ค่าโรงแรมที่พัก 4 คืน (พักคู่) / พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 6,000 บาท / ค่า ต.ม. เข้าประเทศเวียดนาม
ค่าประกันภัยส่วนบุคคล / ค่าทิปคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น

ราคาทัวร์ไม่รวม

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ , ค่าโทรศัพท์ ,
ค่าซักรีด / ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เอกสารประกอบการเดินทาง
หนังสือเดินทาง (PASSPORT)

หมายเหตุ
กำหนดตารางเวลาการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

* เฉพาะกลุ่มศึกษาดูงาน
* รับจำนวน 60 ท่านเท่านั้น

ติดต่อขอข้อมูลเพื่อร่วมเดินทางได้ที่
หอการค้าจังหวัดตราด
เลขที่ 87/5 ถ.วิวัฒนะ ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด 23000
โทรศัพท์ (039) 520430 , 521275
แฟกซ์ (039) 525232 E-mail : info@totalplus.co.th

มีใครยกมือขึ้นสนใจไปว่ายน้ำทะเลกันไหม ถ้าเป็นฉันหิ้วจักรยนไปขี่รอบเกาะได้ ต้องเลือกเอาเกาะฟูก๊วกอย่างเดียว ใช้งบไม่ถึง 2 หมื่นบาท เนื่องจากค่าที่พักโรงแรมริมทะเลรอบเกาะฟูก๊วกมีราคาแพงสุดค่ะ
From : oiltrips [ 18 ธ.ค. 50 - 14:24:36 น. ]


ความเห็นที่ 134

วันนี้ ..... ผู้จัดการออนไลน์แนะนำ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

ปีใหม่ไปแล้วกลุ่มรวมมิตรจะจัดทริปทำบุญ 9 วัด คิดว่าคงจะเป็นย่านตลิ่งชัน บรรยากาศยังน่าเที่ยวอยู่ครับ



เล็กๆ แต่เป็นกันเอง ที่ "ตลาดน้ำคลองลัดมะยม"

โดย หนุ่มลูกทุ่ง



บรรยากาศของตลาดน้ำคลองลัดมะยม

ในเขตตลิ่งชันนี้ นอกจากจะมีตลาดน้ำตลิ่งชันที่เป็นตลาดน้ำชื่อดังแล้ว ยังมีตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งในเขตตลิ่งชันที่แม้จะมีขนาดเล็กกว่า แต่ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยกว่า ตลาดน้ำตลิ่งชัน สักเท่าไร นั่นก็คือ "ตลาดน้ำคลองลัดมะยม" ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับถนนกาญจนาภิเษก เป็นตลาดน้ำเปิดใหม่ที่แม้จะเพิ่งเปิดได้เพียง 3 ปีเท่านั้น แต่ก็มีคนให้ความสนใจเข้ามาแวะเวียนกันมากมายอีกด้วย

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาฉันก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมมาด้วยเช่นกัน และได้พบกับ "ลุงชวน ชูจันทร์" ประธานประชาคมตลาดน้ำคลองลัดมะยม จึงได้รู้ถึงที่มาของตลาดน้ำแห่งนี้ว่า ด้วยความที่ลุงชวนเป็นคนที่อยู่ในแถบคลองลัดมะยมมาตั้งแต่เกิด และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในแถบคลองที่แย่ลงๆ เรือกสวนไร่นาเริ่มหดหายไป สิ่งแวดล้อมความสะอาดในคลองลดน้อยลงทุกที รวมไปถึงสภาพของสังคมและชุมชนที่เริ่มแปรเปลี่ยนไป เพราะไม่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวลงของคลองลัดมะยมอีกต่อไป ลุงชวนจึงเริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง เริ่มจากลงมือพายเรือเก็บขยะในคลองเพียงคนเดียวก็เคย ไปจนถึงพยายามก่อตั้งตลาดน้ำขึ้น




ชาวสวนนำดอกกล้วยไม้จากสวนของตัวเองมาขาย

"ความคิดที่จะทำตลาดน้ำก็มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนก็มาช่วยกันทำ ทำกันเองทุกอย่าง ออกทุนสร้างเอง โชคดีที่ไม่ต้องเสียเงินเช่าที่เพราะเป็นที่ของเรา แต่ตลาดน้ำนี้ก็จะช่วยให้คนในคลองได้มีที่สำหรับขายสินค้าในสวนเล็กๆ น้อยๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงมากขึ้น อีกทั้งเวลานักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลาดน้ำ มาเห็นบ้านเรือนริมคลองแล้วพูดชมว่าน่าอยู่ ก็จะทำให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขามี เกิดความคิดอยากจะรักษาคลองให้สะอาดสวยงามอย่างนี้ต่อไป" ลุงชวนบอกฉัน

พูดคุยกับลุงชวนสักแป๊บหนึ่งก็แยกย้ายมาสำรวจตลาดน้ำคลองลัดมะยม หากเทียบกับตลาดน้ำที่อื่นๆ ตลาดน้ำคลองลัดมะยมแห่งนี้ก็จะดูเป็นน้องเล็ก ด้วยขนาดของตลาดที่ค่อนข้างจะเล็ก แต่แม้จะเล็กก็อัดแน่นไปด้วยอาหารการกินมากมาย ทั้งหมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ขนมจีน ขนมนมเนยอย่างไอศกรีม ขนมถ้วย ขนมลูกชุบ น้ำผลไม้ ฯลฯ เลือกกินกันไม่ถูก




ในวันเสาร์อาทิตย์ ผู้คนจะมากินและเที่ยวที่ตลาดน้ำกันแน่นขนัด

รวมไปถึงยังมีสินค้าประเภทดอกไม้กล้วยไม้ พืชผักสดเขียวน่ากินต่างๆ แต่ที่ประทับใจก็คือ ฉันเห็นร้านค้าร้านหนึ่งวางพืชผักสมุนไพรจำพวกเครื่องทำต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดเอาไว้ เหลียวมองหาคนขายก็ไม่เจอ เห็นแค่เพียงป้ายติดไว้ว่า "กี่บาทก็ซื้อได้ 1, 2, 3 บาท หยิบเอาไปแต่พอใช้" มารู้ทีหลังว่านี่คือร้านของลุงชวนนั่นเอง

บรรยากาศของตลาดน้ำคลองลัดมะยมที่ฉันชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือบรรยากาศของความเป็นกันเองของพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เนื่องจากลุงชวนบอกว่า พ่อค้าแม่ขายที่นี่ก็เป็นคนในคลองถึงกว่าร้อยละ 80 วันธรรมดาก็จะทำสวนหรือทำอาชีพปกติไป ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็จะเอาผลผลิตจากบ้านจากสวนมาขาย หรือทำขนมทำกับข้าวเตรียมออกมาขายกันตามฝีมือให้ลูกค้าที่มาเที่ยวได้ชิมกัน




พายเรือออกมาให้อาหารปลาที่วัดศิริก็ได้

ฉันนึกถึงที่ลุงชวนเล่าให้ฟังว่า แม้ตลาดน้ำที่นี่จะเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 3 ปี แต่ลูกค้าก็พอใจ แม้ว่าของกินอาจจะไม่มากไม่หลากหลายเท่าที่อื่น แต่ก็ยังมีความเป็นธรรมชาติ สงบร่มเย็น ซึ่งเมื่อฉันได้มาสัมผัสแล้วก็เห็นด้วยกับลุงชวน เพราะใกล้ๆ กับตลาดน้ำนี้ยังมี "สวนเจียมตน" ซึ่งเป็นสวนไม้ยืนต้นร่มครึ้มและไม้จำพวกสมุนไพร คนที่สนใจต้นไม้ใบหญ้าก็สามารถเข้าไปเดินดูกันได้ เพราะภายในสวนจะมีป้ายอธิบายต้นไม้หลายๆ ต้น และหากเดินลึกเข้าไปด้านในก็จะเจอกับมีเวทีกลางที่เอาไว้จัดกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งยังมีมุมห้องสมุดเล็กๆ ให้เด็กๆ มานั่งอ่านหนังสือกันด้วย

แต่ที่ไม่อยากให้พลาดหากเข้าไปในสวนเจียมตนก็คือการพายเรือเล่นในคลอง หากใครคนไหนพอจะมีพื้นฐานการพายเรือก็พายไปเองได้เลย หรือถ้าไม่มั่นใจก็สามารถให้เด็กๆ ที่รอให้บริการอยู่แถวนั้นเป็นนายท้ายเรือให้ก็ได้ จะพายเล่นเย็นๆ ใจ พายไปมาในคลอง หรือจะพายไปให้อาหารปลาที่ท่าน้ำวัดศิริที่อยู่ใกล้ๆ กันก็ได้ ไม่เสียค่าบริการ แต่จะบริจาคให้เป็นค่าเสื่อมราคาหรือให้เป็นสินน้ำใจแก่เด็กท้ายเรือที่พายเรือจนแขนปูดเท่าไรก็ได้ตามสะดวก




ชวน ชูจันทร์

แต่นอกจากจะมีเรือพายแล้ว หากใครต้องการนั่งเรือยนต์เพื่อชมบรรยากาศสองฝั่งคลองก็ได้เช่นกัน โดยเส้นทางที่เรือจะวิ่งนั้นก็มีหลายเส้นทางด้วยกัน เส้นทางไหว้พระ 9 วัดก็มี หรือจะนั่งไปถึงตลาดนัดสนามหลวง 2 นั่งไปถึง บ้านพิพิธภัณฑ์ หรือจะนั่งไปโผล่ที่ ตลาดน้ำตลิ่งชัน เลยก็ได้ บางเส้นทางก็สามารถแวะลงไปชมสวนกล้วยไม้ ไปให้อาหารปลา หรือจะแค่นั่งชมบ้านสองฝั่งคลองก็ได้ ราคาก็แล้วแต่ระยะทางที่เรือจะวิ่งไป (ประมาณ 300-600 บาท)

ฉันไปนั่งเรือชมสองฝั่งคลองในช่วงสายๆ กลับมาที่ตลาดน้ำอีกทีผู้คนก็ไม่รู้มาจากไหนกันมากมายกำลังยืนเลือกซื้ออาหารกันอยู่ บ้างก็กำลังนั่งลิ้มรสอาหารอยู่ที่โต๊ะอย่างสบายอารมณ์จนฉันอดไม่ได้ต้องไปหาอะไรถ่วงท้องกับเขาบ้าง




นั่งเรือยนต์ชมชีวิตบ้านเรือนริมคลอง

และถ้าอิ่มท้องกันแล้วก็อย่าลืมออกมาเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของถนนเพื่อข้ามไปดู "พิพิธภัณฑ์บ้านหัตถกรรม" ของลุงสุรชัย รุณบุญรอด ที่จัดแสดงเรือจำลองฝีมือของคุณลุงเอง แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แต่ก็มีแบบจำลองเรือต่างๆ ให้ดูหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรือผีหลอก เรือท่าฉลอม เรือหางแมงป่อง เรือใบ ฯลฯ น่าสนใจไม่น้อย

เห็นนักท่องเที่ยวมาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมกันมากมายขนาดนี้แล้วก็ชื่นใจแทนลุงชวนคนต้นคิดเรื่องตลาดน้ำ ยิ่งตอนนี้ตลาดน้ำที่นี่ก็ได้รับรางวัลชุมชนท่องเที่ยวดีเด่นในกรุงเทพมหานครจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ยิ่งน่าชื่นใจเข้าไปใหญ่ที่ในกรุงเทพฯ ก็ยังมีชุมชนน่ารักๆ ที่ต้องการจะรักษาความเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของพื้นที่เอาไว้ให้มากที่สุด




ร้านขายอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกกิน

นักท่องท่องเที่ยวคนไหนที่ได้เข้าไปเยี่ยมเยือนก็อย่าลืมช่วยคนในชุมชนรักษาสิ่งแวดล้อมกันด้วย ตลาดน้ำคลองลัดมะยมจะได้น่ารักอย่างนี้ไปอีกนานๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"ตลาดน้ำคลองลัดมะยม" ตั้งอยู่ที่ 30 หมู่ 15 ถนนบางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ตลาดน้ำจะมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เริ่มตั้งแต่ประมาณ 09.00-15.00 น. การเดินทางไปตลาดน้ำคลองลัดมะยม ให้วิ่งมาตามถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑล จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนกาญจนภิเษก (บางแค-บางบัวทอง) จะผ่านปั๊มน้ำมันเอสโซ่ (ปั้มที่ 1) ปั๊มเจ็ท และปั๊มเอสโซ่ (ปั๊มที่ 2) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างปั๊มเอสโซ่ที่ 2 ปากซอยเขียนว่าเป็นทางลัดสู่จรัญสนิทวงศ์ 35 วิ่งเข้ามาในซอยประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะเห็นตลาดน้ำคลองลัดมะยมอยู่ทางซ้ายมือ มีที่จอดรถได้สะดวก สอบถามโทร. 08-9215-2659


แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

รำลึกอดีตวัยเด็กที่ "บ้านพิพิธภัณฑ์"
เพลิดเพลินเจริญใจ...ในตลาดน้ำตลิ่งชัน



โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2550 15:13 น.
-> http://manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9500000149963

From : สมพิศ [ 18 ธ.ค. 50 - 19:25:02 น. ]


ความเห็นที่ 135
พี่ธานินทร์๙๙
ขอบคุณที่แนะนำบ้านคนรักสุนทราภรณ์ เข้าไปในทำเนียบคนรักสุนทราภรณ์..เรียงตามวันที่ที่ลงทะเบียนหลังสุด พบพี่ธานินทร์ 49 ชาย อายุ 52 ปี 8 เดือน (140 คลิก) เป็นแฟนพันธ์แท้ระดับดีมาก...

From : หนูเบนท์ [ 19 ธ.ค. 50 - 09:17:31 น. ]

ความเห็นที่ 136
มีข่าวดีมาบอกว่าปีหน้าจะได้สำรวจปั่นจักรยานไปฝั่งเกาะกง โดยนั่งเรือโบ๊ทข้ามไปเกาะฟูก๊วกได้ค่ะ

ถนนไทยเกาะกง-สีหนุวิลล์เปิดใช้ปีหน้า


ถนนเชื่อมชายแดนไทย 3 สาย ที่สร้างด้วยความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากไทย โดยสายแรกเกาะกง-สีหนุวิลล์ ทางตอนใต้ จะเปิดใช้การได้ในต้นปี 2551 นี้ อำนวยความสะดวกแก่การขนส่งสินค้า การเดินทางท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ

..ถนนเชื่อมชายแดนไทย 3 สาย ที่สร้างด้วยความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากไทย โดยสายแรกเกาะกง-สีหนุวิลล์ ทางตอนใต้ จะเปิดใช้การได้ในต้นปี 2551 นี้ อำนวยความสะดวกแก่การขนส่งสินค้า การเดินทางท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ

..การก่อสร้างถนนหมายเลข 48 ความยาว 149 กิโลเมตร เส้นทางลัดจากชายแดนไทย ผ่าน จ.เกาะกง ไปยังเมืองท่าสีหนุวิลล์ สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากประเทศไทย คาดว่าจะแล้วเสร็จ สมบูรณ์และเปิดใช้การในต้นปีหน้านี้

..ถนนเลข 48 จะไปเชื่อมต่อกับทางหลวงสาย 4 (พนมเปญ-สีหนุวิลล์) ที่เมืองสเรอัมเบล (Sre Ambel) จึงเป็นทางลัดในการเดินทางและขนส่งจากชายแดนไทยไปยังเมืองหลวงกัมพูชาอีกด้วยอีกด้วย

.."ถนนสร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงสะพานหนึ่งหรือสองแห่งที่มีปัญหาเรื่องเสาเข็มเนื่องจากเจอชั้นหินข้างล่าง ทำให้การก่อสร้างล่าช้า" แต่ทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือน ก.พ. 2551 เจ้าหน้าที่ของไทยเปิดเผยเรื่องนี้ในกรุงพนมเปญเมื่อวันจันทร์ (17 ธ.ค.)

..ถนนเลข 48 จะอำนวยความสะดวกแก่การท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือเป็นเงินให้เปล่าเพื่อก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ 3-4 แห่ง ส่วนหนึ่ง และเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำรวม 867 ล้านบาท เริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2547

..นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว.ต่างประเทศของไทยเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ 2 วันระหว่างวันที่ 16-17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการหารือความสัมพันธ์ร่วมมือสองฝ่าย รวมทั้งมีการเซ็นความตกลงร่วมมือเกี่ยวกับการขอวีซ่าครั้งเดียวเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปได้ทั้งสองประเทศ

..“เมื่อการเดินทางในประเทศเพื่อนบ้านสะดวกเราก็จะได้ประโยชน์ด้วย ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย” นายนิตย์กล่าว

..รัฐบาลไทยยังให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาในการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 67 จากชายแดนช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ไปยังเมืองเสียมราฐ รวมระยะทาง 151 กม. ด้วยวงเงินกู้ 1,300 ล้านบาท การก่อสร้างเริ่มมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.2548 คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2552

..ทางเลข 67 จะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกที่สำคัญระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยไปยังแหล่งมรดกโลกนครวัด รวมทั้งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ

..รมว.ต่างประเทศไทยกล่าวว่า นอกจากเส้นทางคมนาคมเหล่านี้แล้ว ยังได้หยิบยกความร่วมมือเกี่ยวกับการก่อสร้างพื้นฐานอื่นๆ หารือกับผู้นำกัมพูชาอีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากกัมพูชายังมีเส้นทางรถไฟที่ขาดหายไปความยาวประมาณ 200 กม.จากกรุงพนมเปญไปยังชายแดนเวียดนาม

..เส้นทางรถไฟดังกล่าวอยู่ในโครงการทางรถไฟสายเอเชีย จากสิงคโปร์ไปยังเมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนในการก่อสร้าง

..รัฐบาลไทยยังได้ตกลงในหลักการจะให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาในการสร้างถนนหมายเลข 68 จากชายแดนไทยด้าน ช่องจอม จ.สุรินทร์ ผ่านพื้นที่ จ.อุดรมีชัย (Oddor Mean Chey) ไปเชื่อมกับทางหลวงเลข 6 (ปอยเปต-เสียมราฐ) ที่เมืองกระลัญ (Kralanh)

..ถนนเลข 68 มีความยาวเกือบเท่าๆ กับถนนเลข 67 (ช่องสะงำ-เสียมราฐ) และ กำลังอยู่ในช่วงการสำรวจความเหมาะสม คาดว่าจะใช้เงินกู้จากไทยประมาณ 1,500 ล้านบาท รมว.ต่างประเทศไทยกล่าว

..ไทย-กัมพูชายังมีความร่วมมืออีกหลายด้านที่ยังประโยชน์ให้แก่ทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่กัมพูชาในอัตราเท่าๆ กับที่จำหน่ายภายในประเทศ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าในกัมพูชาปัจจุบันเป็นอย่างมาก

..ไทยได้เริ่มปล่อยกระแสไฟฟ้าให้แก่กัมพูชาในวันที่ 23 พ.ย.ปีนี้ เพื่อนำไปใช้ในเมืองศรีโสภณ จ.บ้านใต้มีชัย (บันเตียเมียนเจย) และเมืองเสียมราฐ ต่อไปยังจะจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้ในเมืองพระตะบอง เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอีกด้วย.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2550 20:21 น.

*** มีใครเสนอให้ฉันไปสำรวจทางทัวร์ริ่งสายใหม่ไม่ซ้ำกันนดีไหมค่ะ
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:01:41 น. ]


ความเห็นที่ 137

นี่..โปสการ์ดจากเมืองเสียมเรียบเมื่อ 6 ปีที่แล้วตอนที่ฉันไปเที่ยวกับคณะอาพัลลภ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจ.พิษณุโลกได้พาถีบ 154 กม. ไปดูปราสาทหินนครธม นครวัต เมื่อตุลา 2544 เสียเงิน 12,000 เรียล เท่ากับ...กี่บาท(จำไม่ได้) ฉันลืมนับเลขไปตั้งแต่นานแล้วค่ะ
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:06:07 น. ]

ความเห็นที่ 138

สวัสดีครับ เสือออย พี่สมพิศ คุณหนูเบนท์
สงสัย "ธานินทร์ 49 ชาย อายุ 52 ปี 8 เดือน" จะเป็นคนละคนกับ "ธานินทร์๙๙" หรือเปล่าก็ไม่รู้สิครับ ลดอายุผมไปเยอะเลย

ขอบคุณเสือออยครับ สำหรับข้อมูลละเอียดที่ผมก็ไม่เคยทราบมาก่อน ผมอาจจะได้มีโอกาสไปถ้าบริษัทฯมีงานที่นั่น
เพิ่งได้เข้ามาดู เพราะเมื่อคืนผมไปดูหนัง ELIZABETH the Golden Age รอบพิเศษ (รอบทั่วไปคงจะเริ่มฉายสุดสัปดาห์นี้) กลับบ้านดึก แล้วต้องตื่นแต่มืดมาเวียงจันทน์
เดี๋ยวจะหาปฏิทินลาวให้เสือออยครับ.. ผมคงค้างที่เวียงจันทน์คืนนึง

From : ธานินทร์๙๙ ณ เวียงจันทน์ [ 19 ธ.ค. 50 - 11:07:40 น. ]


ความเห็นที่ 139

ส่งโปสการ์ดแจ้งข่าวให้แม่ที่บ้านทราบก่อนว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ไม่ต้องห่วงฉันสบายดีค่ะ

งานสะสมโปสการ์ดจากต่างประเทศที่ฉันไปเที่ยวมาก็ซื้อแสตมป์และรูปภาพสวยส่งไปให้เพื่อนหรือตัวเองเก็บไว้ค่ะ
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:08:47 น. ]


ความเห็นที่ 140

เอามาให้น้าเจดูสิ...รู้ได้ว่าเมื่อปี 2544 ตอนที่ฉันฮิตหนัง Tomb Raider เลยแปลงกายเป็น Lara Croft ถีบจักรยานไปลุยเมืองเสียมเรียบค่ะ
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:12:53 น. ]

ความเห็นที่ 141

เข้าไปดูนางอัปสราตามาปราสาทหินมีทุกแห่ง แต่ไม่เคยเห็นครุฑยักษ์ที่น้าเจบอกไว้
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:16:08 น. ]

ความเห็นที่ 142

เห็นมีแต่บรรดานางรำอัปสรากำลังเต้นระบำเรียงแถวซ้าย-ขวาพร้อมกัน มองดูภาพแกะสลักหินนูนสูงอย่างประณีตเยี่ยมมาก ..ภาพนี้ที่ฉันถ่ายเข้าไปคนเดียวตามลำพังด้วยระมัดระวังคนเขมรแอบดูลับหลังฉันได้
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:19:32 น. ]

ความเห็นที่ 143

งานถ่ายภาพให้ดูมีศิลปะสวยที่ฉันสร้างไว้หลายรูปค่ะ
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:20:56 น. ]

ความเห็นที่ 144

ลองมาบอกใบ้ให้เพ่งสายตาจ้องรูปลายเส้นเป็นตัวนักบวชพราหมณ์นั่งดัดเข่า แต่ฉันเห็นมีสี่ขาเป็นไปได้ไง....ช่วยพิจารณาให้ดูด้วยค่ะ...ภาพนี้อยู่ตามเสาระเบียงภายในปราสาทบายน
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:23:50 น. ]

ความเห็นที่ 145

เสาหลักกิโลเมตรอยู่สามแยกทางไปสองสถานที่อยู่ไม่ไกลนัก ให้เลือกทางไหนดิ...ดูชื่อสถานที่ที่จะไปเสียบเรียบ 12 กม. หรือ อังเกอร์ (นครธม) 6 กม. ถ้าไปไม่ถูกถามชาวบ้านร้านอาหารริมถนนก็บอกให้นำทางไปถูกค่ะ

*** จบเล่าเรื่องย้อนอดีตตามล่าหน้ากากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปราสาทบายน เมื่อ 19-24 ตุลา 2544 สมัยที่ฉันยังเป็นเด็กซนเหมือนน้าเจค่ะ
From : oiltrips [ 19 ธ.ค. 50 - 11:28:18 น. ]


ความเห็นที่ 146
อ้าว...ไม่มีใครอยู่บ้านรวมมิตรเนี่ย....น้าเจ น้าพิศ หายไปไหนมา ฉันรอคุณธานินทร์๙๙กลับจากกรุงเวียงจันทน์ วันนี้เริ่มร่ายโพสต์กระทู้เปิดใหม่เรื่องทริปเช่าจักรยานไปถีบเที่ยวเล่นที่เมืองเว้ค่ะ
From : oiltrips [ 20 ธ.ค. 50 - 09:30:06 น. ]

ความเห็นที่ 147

เช่าจักรยานไปถีบเที่ยวเมือง HUE in Vietnam ตอน 1


Booking ต่อภาค 2 ไว้แล้วครับน้องออย

From : สมพิศ [ 20 ธ.ค. 50 - 10:48:20 น. ]


ความเห็นที่ 148

เสาดินนาน้อย จ.น่าน ภาพโดย : เกษม ฯ

พี่เกษมฯ
ไปแอ่วเมืองน่าน..น่าจะเกิดจากลมเปลี่ยนทิศ เลยหันหัวเรือจากปาย ไปแอ่วน่านซะเลย...ขออนุญาตเอาไปโชว์ในกระทู้ใหม่ ตอน 89 เน้อ...

From : หนูเบนท์ [ 20 ธ.ค. 50 - 14:49:48 น. ]


ความเห็นที่ 149

ผมกลับมาแล้วครับ.. เสือออย.. ไปที่นั่นก็ยุ่งมาก.. ปฏิทินที่พรรคพวกรับปากจะเอามาให้ก็ยังไม่ได้.. สองรายบอกว่าทางโรงพิมพ์ล่าช้า ยังไม่เอามาส่ง.. ครั้นผมจะออกไปหาซื้อตามตลาดก็ไม่มีเวลาเลย.. แต่ไปเที่ยวหน้าจะได้มาหลายชุดแน่นอน.. ขึ้นอยู่กับว่าจะไปอีกเมื่อไรเท่านั้น.. อาจจะเป็นสัปดาห์หน้าก็ได้ หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่เกินกลางเดือนมกรา.. แต่ผมจะเอาฉบับที่เป็น electrinic file หน้าเดียว มาแปลงเป็น JPG โพสต์ให้ในนี้ก่อนได้.. ตอนนี้กำลังจะขอให้เขาส่งอีเมล์มาให้

From : ธานินทร์๙๙ [ 20 ธ.ค. 50 - 16:17:48 น. ]

ความเห็นที่ 150
ตอนนั้นเสือออยผอมเพรียวหน้าดูจริงๆ
From : lotus [ 20 ธ.ค. 50 - 20:50:22 น. ]

ความเห็นที่ 151
สวัสดีครับพี่สมพิศ..เนื้อหาสาระ.. ความรู้.. เทคโนโลยี.. อัดแน่นเช่นเคยครับ.. ติดตามกระทู้มาตลอด
From : ดาบโต้ โข่ไท [ 20 ธ.ค. 50 - 22:22:57 น. ]

ความเห็นที่ 152
สวัสดีครับ พี่ธานินทร์99 พี่สมพิศ พี่สมหมายและชาวรวมมิตรทุกๆท่าน
From : หนุ่ย 2 K [ 21 ธ.ค. 50 - 07:49:53 น. ]

ความเห็นที่ 153

สวัสดีครับน้าหนุ่ย 2 K

สวัสดีครับดาบโต้ ...... ขอบคุณที่เข้ามาเยือนครับ ตั้งใจไว้ว่าสักวันหนึ่งจะไปร่วมปั่นด้วย อยากไปเที่ยว อช.รามคำแหง อยากปีนขึ้นเขาหลวงครับ

From : สมพิศ [ 21 ธ.ค. 50 - 10:08:01 น. ]


ความเห็นที่ 154

เวบมาสเตอร์แนะนำ Key word " site:thaimtb.com " สำหรับค้นหาข้อมูลใน ThaiMTB จาก Google ครับ

ลองใช้แล้วดีมากครับ เช่น กลุ่มรวมมิตร คุยกันสัพเพเหระ site:thaimtb.com


ปล. มีเทคนิคอีกอย่างที่ผมชอบตั้งค่าที่ Google ให้ "แสดงผลในหน้าต่างใหม่ของเบราเซอร์" และ "ให้แสดงจำนวนผลลัพธ์ของการค้นหาต่อหน้า 100" แล้วคลิก "บันทึกการตั้งค่าไว้" ไม่ต้องเสียเวลาคลิก "ถัดไป" บ่อย ๆ ครับ




From : สมพิศ [ 21 ธ.ค. 50 - 10:21:06 น. ]


ความเห็นที่ 155
น้าสมพิศ ผลการค้นหามีเท่านี้หรือมากกว่าได้อีก อ่ะอ่ะ..ทดลองวิชาตามพระอาจารย์โน


From : หนูเบนท์ [ 21 ธ.ค. 50 - 18:52:28 น. ]


ความเห็นที่ 156

ผมทดลองเพิ่ม "หนูเบนท์" เป็น หนูเบนท์ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ เชียงใหม่ site:thaimtb.com ครับ -> เชิญคลิกเข้าไปชมได้

ทำอย่างไรถึงจะให้ Google เรียตามลำดับได้น้อ

From : สมพิศ [ 21 ธ.ค. 50 - 19:42:53 น. ]


ความเห็นที่ 157
วันนี้เลิกงานเร็วขึ้น ฉันได้ไปหาแม่ที่รพ.วชิระ เพื่อติดตามผลการผ่าตัดน่าพอใจและปลอดภัยดี อาการไม่หนักใจหรอก ตอนนี้พักรักษารอแผลในช่องท้องหายก่อนหมอให้อยู่ต่อ 3 วันหลังเลือกตั้ง 24 ธ.ค.ก็ได้กลับบ้านซ.จรัญฯ เดิม หัวหน้าที่ทำงานฉันได้มาเยี่ยมแม่ฉันเอาชุดกระถางชุดรังนกของแท้ 12 ขวดใหญ่มาให้ด้วยค่ะ...ฉันมาบอกน้าพิศทราบแล้วว่า ฉันไม่กังวลใจ รู้สึกสบายดีขึ้นมาก กลับไปเร่งปั่นงานเขียนกระทู้ตกค้างเหลือ 3-4 เรื่องดองไว้

...แฮ่กๆๆ จะเหนื่อยจริงๆ ต้องทนเอาหน่อยเถอะ จนถึงวันสุดท้ายสิ้นปีใหม่เตรียมปิดต้นฉบับทิ้งหนีไปเที่ยวพักผ่อนคนเดียวก็สบายมากค่ะ
From : oiltrips [ 21 ธ.ค. 50 - 23:57:45 น. ]


ความเห็นที่ 158

ขอบคุณครับน้องออย ฝากคิดถึงแม่ด้วยนะ ขอให้แม่หายเร็ว ๆ ผมคงไม่ได้ไปเยี่ยมหรอกงานมันยุ่ง ๆ อยู่ หยุดสามวันนี่ก็หอบงานมาด้วยจะมีอารมณ์ทำหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้สึกเพลีย ๆ จนขี้เกียจปั่นจักรยาน

From : สมพิศ [ 22 ธ.ค. 50 - 00:06:15 น. ]

ความเห็นที่ 159


ในยุคที่เริ่มเล่นอินเตอร์เนทใหม่ ๆ เวบ Search ที่รู้จักและใช้บริการประจำก็คือ Yahoo ภายหลังจึงมี Google เข้ามาแข่งขัน และ Google เป็นที่นิยมมากกว่าเพราะสามารถใช้ภาษาไทยเป็น Key word ได้

วันนี้ได้เข้าไปดู Yahoo อีกครั้ง ปรากฏว่าเปลี่ยนโฉมไปแล้ว สามารถใช้ภาษาไทยเป็น Key word ได้ และให้มีการตั้งค่าที่ดูเหมือนจะคล้ายคลึงกับ Google ผมว่าดีนะครับจะได้มีเวบ Search ภาษาไทยให้เลือกใช้อีกเวบหนึ่ง

-> http://th.search.yahoo.com/
-> http://th.yahoo.com/ (มีโฆษณา ข่าว และอื่น ๆ อีกมาก)

ใครถนัดภาษาอังกฤษก็ยังคงมีอยู่ครับ
-> http://www.yahoo.com/

From : สมพิศ [ 22 ธ.ค. 50 - 09:30:23 น. ]


ความเห็นที่ 160
น้าสมพิศ
ขอบคถุณหลายที่หาลูกเล่น และตัวช่วยดีๆ มาให้ทดลองเล่นกัน....ขอบคุณหลายๆ
From : หนูเบนท์ [ 22 ธ.ค. 50 - 20:58:16 น. ]

ความเห็นที่ 161

สาหวัดดีเจ้า...

ขออภัยคะหายไปเสียเนิ่นนาน ช่วงหลัง ๆ ก่อนจะเดินทางมาเมืองไทยงานเยอะมากคะ แก้ตัวอีกแย้ว แต่เยอะจริง ๆ คะ ดีใจได้กลับบ้านเฮา...

เพิ่งถึงบ้านคะจากชม. ต้องขอขอบพระคุณพี่ลูนกับพี่ปกรณ์มาก ๆ นะคะที่แนะนำศูนย์วิจัยที่ดอยปุย ให้พวกเวชได้พาพ่อกับภรรยาใหม่แกไปเที่ยวกัน เดินกันทั้งวัน พี่วิศิษฐ์น่ารักและใจดีมากคะ คุยสนุก หัวเราะรื่น เราเดินอยู่ในศูนย์วันนั้นทั้งวัน ได้ความรู้เยอะแยะ แบบว่าน่าจะพกสมุดบันทึกเล็ก ๆ ไปจดด้วย น่าจะดี

อ่า..และต้องขออภัยหนูเบนท์ต่วยเน้อ ข้าเจ้าหามีเบอร์ของหนูเบนท์ไม่ ได้แต่แหงนมองขึ้นไปทางดอยผ้าห่มปกนะคะ เพราะปีนี้เวชคงไม่มีแรงปั่นถึงแน่เลยคะ เวลาก็หามีไม่เพราะต้องคอยดูแลพวกเขาด้วยคะ

ดีใจคะที่ได้พบคุณแม่ยังสาวแห่งเชียงใหม่ไบค์ และคุณแหม่ม เชอร์รี่ไบค์ พวกเราชาวจักรยานนี่นะ พบกันก็ครั้งสองครั้งแต่พอได้มาพบกันอีกก็ให้รู้สึกเหมือนเป็นญาติสนิทที่รู้จักกันมานาน ดีใจจังเลยคะ

ว่าแต่พี่ลูน ไว้พวกเวชส่งพ่อกับเอด้ากลับบ้านสวีเดนก่อนนะคะ แล้วเราหาโอกาสไปปั่นกัน วันนี้ขอตัวก่อนนะคะ ม่ายไหวแล้วคะ

From : เวช [ 23 ธ.ค. 50 - 00:48:27 น. ]


ความเห็นที่ 162

ด้วยความยินดีค่ะเวช....ส่ง link กระทู้นี้ให้พี่วิศิษฐ์แล้ว....
จะรอเวชมาปั่นจักรยานกับพวกเราค่ะ...อย่างไรก็ตามอาจจะได้ไปปั่นด้วยกันที่สวีเดนก็ได้นะ อิอิ....ไม่รู้จะปลีกตัวได้หรือเปล่า...555...
From : พี่ลูน [ 23 ธ.ค. 50 - 11:05:00 น. ]

ความเห็นที่ 163

สวัสดีครับ ทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะ คุณเวช จากสวีเดน
...ผมหายไปจากกระทู้ กลุ่มรวมมิตรคุยสัพเพเหระเสียนานเนื่องจากตกกระทู้ เพราะหลังจากพา ผบ.และลูก ๆ ไปเที่ยวน่านมาสามวัน กลับมาเข้าเนตก็เปิดดูกระทู้ที่เคยเปิดดูไว้แล้ว ไม่เห็นกระทู้นี้ยังสงสัยอยู่ว่า หายไปไหนกันหมด กว่าจะเจอก็เข้าไปหน้าที่ 6 แล้ว ต้องขออภัย
...ขอให้คุณแม่น้องออยหายเป็นปรกติเร็ว ๆ นะครับ
...ช่วงนี้ไม่ได้ปั่นจักรยานเลย มัวแต่จะเอาดีทางกอลฟ์ดูแล้วมันไม่น่าจะยากแต่ทำอย่างไรก็ไม่ได้ดีดังหวัง คงต้องกลับมาปั่นจักรยานเหมียนเดิมซะแล้ว
...ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีความสุข หวังสิ่งใดให้ได้ดังหวังทุกประการนะครับ
...ไม่ได้โม้เสียนาน อึดอัดน่าดู ขอโม้เรื่องไปเที่ยวน่าน สักนิด ...เช้าวันที่ 7 ขับรถออกจากบ้านประมาณ 07.00 น. ถึงพิษณุโลก สิบเอ็ดโมงกว่า ๆ แวะไหว้พระพุทธชินราช


From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:18:27 น. ]


ความเห็นที่ 164

หลังจากนั้น พาลูก ๆ รวมทั้งลูกแม่ยายไปนั่งห้อยขากินก๋วยเตี๋ยว ริมน้ำน่าน
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:34:15 น. ]

ความเห็นที่ 165

อิ่มหนำสำราญแล้วเดินทางต่อไป แพร่ ผ่านอุตรดิตถ์ ผ่านเขาพลึง แวะพักตรงที่ชมวิวข้างทางซะหน่อย เพราะอีกไม่ไกลก็จะถึงเมืองแพร่แล้ว
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:39:14 น. ]

ความเห็นที่ 166

สั่งลาบเหนือใส่มะแขว่น มาลิ้มรสซะหน่อย ...เจอน้องคนเสริฟหน้าตาหวาน เลยขอถ่ายภาพแล้วชมว่าคิ้วดกดีจังนะหนู ...น้องเขาบอกว่าไม่ได้ดกแค่คิ้วนะฮ้า ...ฟังมันพูซี 555
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:42:39 น. ]

ความเห็นที่ 167

หลังจากนั้นขับรถมาถึงเด่นชัย เลี้ยวซ้ายพา ผบ. ไปไหว้พระธาตุสุโทน ฯ เห็นเขาว่า(ผบ.ว่า)เหมือนชะเวดากอง เมืองไทย
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:45:09 น. ]

ความเห็นที่ 168

เหมือนอย่างไร ผมก็ไม่รู้ เพราะว่าไม่เคยไปชะเวดากอง
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:46:19 น. ]

ความเห็นที่ 169

เสียดายภาพข้างบนมีป้ายโฆษณา เสียความรู้สึก...หลังจากไหว้พระธาตุเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ ซึ่งสวยงามมาก พื้นเป็นหินแกรนิตใสเป็นกระจบเลย
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:52:05 น. ]

ความเห็นที่ 170

เสร็จแล้วเสี่ยงทาย โดยอุ้มพระ....แล้วแต่อธิษฐาน ว่าจะให้หนักหรือเบา ผมอธิษฐานถ้าสำเร็จขอให้อุ้มขึ้นทั้งสามองค์ เวลายกกลัวไม่ได้ดังอธิษฐาน จึงออกแรงเต็มที่ทั้งสามองค์ ก็ยกขึ้นทั้งสามองค์ แต่พอเสร็จแล้วรู้สึกปวดไหล่เลย...ถ้าไปอธิษฐานใหม่ขอให้หนักยกไม่ขึ้นดีกว่าจะได้ไม่ต้องออกแรงมาก สอบถามพระท่านแล้วท่านบอกว่าแต่ละองค์หนักต่างกัน 1/2 กก. เอ...แต่เห็นผู้หญิงที่เสี่ยงทายก่อนหน้าเห็นยกขึ้นแบบสบาย ๆ นะ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 13:56:41 น. ]

ความเห็นที่ 171

เสร็จจะไหว้พระธาตุสุโทนมงคลคีรี ก็เข้าเมืองแพร่ เพื่อนพาไปพักโรงแรมใหม่คล้าย ๆ รีสอร์ท อยู่ตรงทางเลี่ยงเมืองไปน่าน (แยกบ้านฝ้าย) ชื่อว่าโรงแรมเดอะนอร์ทเทิร์นวิล ห้องเตียงคู่ ราคา 400 บาท ใช้บัตรข้าราชการป่าไม้ ลดเหลือ 360 บาท ต่อห้อง ...ที่หลับที่นอนสะอาดใช้ได้
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:01:20 น. ]

ความเห็นที่ 172

ที่นี่เสียแต่ว่าไม่มีอาหารบริการ มีแต่น้ำชากาแฟให้ชงดื่มกันเองตอนเช้า
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:03:43 น. ]

ความเห็นที่ 173

ดื่มน้ำชากาแฟแล้ว... เพื่อนมารับไปกินโจ๊ก ต้มเลือดหมู ในตลาด แล้วไปไหว้พระที่โรงเรียนป่าไม้แพร่(หลวงพ่อพระพุทธวิชิตมาร ฯ ) ถิ่นเก่าเพื่อเป็นสิริมงคล
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:11:30 น. ]

ความเห็นที่ 174

แวะดูอาคารเก่า ๆ ...อาคารนี้เมื่อก่อนเป็นโรงอาหาร
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:12:44 น. ]

ความเห็นที่ 175

อาคารเรียน แต่เดี๋ยวนี้เป็นที่พัก สำหรับผู้ที่มาฝึกอบรมของกรมป่าไม้
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:14:27 น. ]

ความเห็นที่ 176

ระลึกถึงความหลังแล้ว ไปไหว้พระธาตุช่อแฮ ซึ่งกำลังบูรณะองค์พระธาตุ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:16:43 น. ]

ความเห็นที่ 177

จากพระธาตุ มองกลับไปตรงบันไดที่ขึ้นมา ตรงกับถนนที่ตรงมายังพระธาตุ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:19:44 น. ]

ความเห็นที่ 178

ออกจากพระธาตุช่อแฮ ขับรถไปทางน่าน ผ่านแพะเมืองผี เลยพา ผบ.และลูก ๆ ไปดูซะหน่อย
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:21:34 น. ]

ความเห็นที่ 179

ชมแล้วก็ขับรถมุ่งตรงไปอำเภอเวียงสา แล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอนาน้อย เพราะเพื่อนมีบ้านอยู่ที่นั่น สั่งอาหารและเครื่องดื่มรอไว้แล้ว ...จัดการกับอาหารเที่ยงเสร็จจอดรถ ไปกับรถเพื่อน ขึ้นดอยเสมอดาว ที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:25:44 น. ]

ความเห็นที่ 180

ขึ้นไปบนยอดเนิน มองลงไปข้างล่างเห็นลำน้ำน่าน
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:26:59 น. ]

ความเห็นที่ 181

มองกลับไปยังที่จอดรถ และที่กางเต้นท์
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:30:21 น. ]

ความเห็นที่ 182

มองไปข้าง ๆ เห็น ผมหัวสิงห์
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:31:40 น. ]

ความเห็นที่ 183

หลังจากนั้น ไปที่ผาชู้ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า เจ้าจ๋วง มีหญิงคนรักสองคน คือ สาวจันทน์ผา และสาวเอื้อง แต่ความรักไม่ลงตัวตัดใจไม่ได้ เจ้าจ๋วงเลย ขึ้นไปบนหน้าผานี้แล้วกระโดดลงมา เลือดสาดกระจาย กลายเป็นต้นจ๋วง หรือต้นสนเขา สาวจันทน์ผา ก็กระโดดตาม กลายเป็นต้นจันทน์ผา สาวเอื้องก็ตายตาม โดดลงมาเกิดเป็นต้นกล้วยไม้....ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่า ทางเหนือเขาเรียกผาจู้ คือหน้าผามาชนกัน แต่เรียกเพี้ยนไปเป็นผาชู้
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:36:03 น. ]

ความเห็นที่ 184

ที่นี่มีสายธงชาติ ที่ยาวที่สุดในโลก ไม่รู้ว่ายาวเท่าไร ก็เล่นไปปักเสาธงชาติไว้ที่ยอดผาชู้นี่ ชักธงชาติทีหนึ่งไม่รู้ต้องเปิดเพลงชาติกี่เที่ยวธงถึงจะถึงยอดเสา
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:38:31 น. ]

ความเห็นที่ 185

หลังจากนั้นแวะชมเสาดิน ที่ อ.นาน้อย ลักษณะคล้ายแพะเมืองผีที่แพร่ แต่นักธรณีวิทยาเขาบอกว่าที่นี่อายุมากกว่า
.... ขอพักการโม้เรื่อง "พาครู(เมียสอนทุกเรื่อง)ไป ภูคา" ไว้แค่นี้ก่อน ต้องไปสังเกตการณ์ การเลือกตั้ง เพราะ บ่ายสามโมงแล้ว แล้วจะมาโม้ต่อครับ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 14:43:13 น. ]

ความเห็นที่ 186

สวัสดีครับพี่เกษม ฯ นานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านสำนวนของพี่ครับ ..... ผมชอบรูปนี้จัง อิ..อิ

สวัสดีครับคุณเวช พี่ลูน

From : สมพิศ [ 23 ธ.ค. 50 - 15:16:08 น. ]


ความเห็นที่ 187

http://www.nationchannel.com/special/2007/election50/

ผล Exit Polls ครับ

From : สมพิศ [ 23 ธ.ค. 50 - 15:25:47 น. ]


ความเห็นที่ 188
[img+"http://thaimtb.com/webboard/392/196086-61.jpg"]

ผมก็ชอบรูปนี้ สองตายาย ยิ้มแย้มให้กันและกัน
ขอให้พี่เกษมและคุณครูมีความสุขตลอดปีใหม่ ปลาศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีแรงไปเที่ยวบ่อยๆ
From : lotus [ 23 ธ.ค. 50 - 16:06:53 น. ]


ความเห็นที่ 189

ผมก็ชอบรูปนี้ สองตายาย ยิ้มแย้มให้กันและกัน
ขอให้พี่เกษมและคุณครูมีความสุขตลอดปีใหม่ ปลาศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีแรงไปเที่ยวบ่อยๆ

จะพิมพ์ = แต่เพี้ยนเป็น + รูปเลยไม่ออก

From : lotus [ 23 ธ.ค. 50 - 16:08:11 น. ]


ความเห็นที่ 190

ขอบคุณครับ อาสมพิศ และอาจารย์โลตัส
...ในภาพถ้าเป็นปลากัด คงเป็นเรื่อง เพราะปลาแค่มันจ้องกันก็ตั้งท้องได้ ...แต่นี่เป็นคนแก่ ๆ พ้นวัยเจริญพันธุ์ไปแล้ว จ้องหน้ากันก่อนที่จะเริ่มต้นเถียงกันต่อก็เท่านั้นเอง 555
...กลับจากเสาดิน เพื่อนบังคับให้นอนที่บ้าน อ.นาน้อย... มีการจัดเลี้ยง พร้อมคาราโอเกะ ที่สนามหน้าบ้าน ...ความจริงอยากนอนให้ได้บรรยากาศแบบธรรมชาติมากกว่า แต่ทำไงได้เพื่อนชวนแล้ว พอน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าปาก จะนอนที่ไหนก็มิใช่เป็นปัญหา
From : เกษม [ 23 ธ.ค. 50 - 20:37:28 น. ]

ความเห็นที่ 191

ที่อำเภอนาน้อย ตอนเช้าหมอกลงมากเลย เพราะอยู่ในหุบเขา นี่เกือบแปดโมงแล้วหมอกยังลงหนาเลย
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 20:39:22 น. ]

ความเห็นที่ 192

...ออกจากนาน้อย กลับไปทางเวียงสา ทางเก่าที่เข้ามาเมื่อวาน ห่างนาน้อยประมาณ 12 กม. ผ่านหน่วยพัฒนาต้นน้ำห้วยสามสบ แวะทักทายเพื่อน ซึ่งเป็นหัวหน้าอยู่ที่นั่น สักหน่อย...พอดีเพื่อนก็มีเพื่อนมาเยี่ยมเหมือนกัน ผมก็เลยต่อด้วยข้าวต้มไปอีกสองถ้วยอิ่มสบายท้อง
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 20:48:01 น. ]

ความเห็นที่ 193

เมืองน่านผมไม่ได้มานานมากแล้ว จำทางไม่ได้ ต้องอาศัยเพื่อนพาไป ...ก่อนเข้าเมืองน่านมีเขาอยู่ทางขวามือเป็นที่ตั้งของพระธาตุเขาน้อย เพื่อนพาแวะไปไหว้พระธาตุ และชมทิวทัศน์ตัวเมืองน่าน
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 20:51:23 น. ]

ความเห็นที่ 194

คนแก่นี่มันแย่จริง ๆ จะพิมพ์ว่า ก่อนเข้าเมืองน่านมีเขาอยู่ทางซ้ายมือ ดันพิมพ์ผิดเป็นขวามือ เป็นอย่างนี้ประจำ
...เพื่อนพาไปชมพิพิธภัณฑ์ น่าน ไปดูงาช้างดำ และอื่น ๆ เสียดายภายในเขาไม่ให้ถ่ายภาพ ดูแล้วไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ขนาดกล้องผมยังมีโปรแกรมถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์มาให้ จึงไม่มีภาพภายใน
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:04:27 น. ]

ความเห็นที่ 195

บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ มีวัดน้อยที่เขาว่าเล็กที่สุดในประเทศไทย (ไม่ใช่ผมว่านะ)
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:07:04 น. ]

ความเห็นที่ 196

นี่ไงที่เขาว่าไว้
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:07:58 น. ]

ความเห็นที่ 197

จากนั้นเพื่อนพาไปไหว้ศาลหลักเมือง ที่วัดมิ่งเมือง ศิลปปูนปั้นสวยจริง ๆ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:09:44 น. ]

ความเห็นที่ 198

อีกภาพ
From : . [ 23 ธ.ค. 50 - 21:10:43 น. ]

ความเห็นที่ 199

หลังจากนั้นเพื่อน ก็พาไปไหว้พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายของ ผบ. ผมที่จะไปไหว้พระธาตุตามปีเกิด ดีนะถ้าตรงกับพระธาตุชะเวดากอง ผมได้ไปเที่ยวพม่าแล้ว
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:13:30 น. ]

ความเห็นที่ 200

หลังจากไหว้พระธาตุก็ใกล้เที่ยงแล้ว เพื่อนและภรรยาขอตัวไปงานเลี้ยงแต่งงานของเพื่อน เราลากันที่นี่ ...ต้องขอบคุณเพื่อนและครอบครัวที่ให้การต้อนรับอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่รู้ว่าเพื่อนมากรุงเทพฯ เราจะต้อนรับได้ดีเท่ากับที่เราไปหาเพื่อนที่น่านหรือเปล่า ขอบคุณ ครับขอบคุณ ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:21:31 น. ]

ความเห็นที่ 201

พอเพื่อนกลับไปแล้ว เราก็เตรียมตัว พาครูไปภูคา ...อนิจาผมไม่รู้ทางที่จะไป อ.ปัว เพราะป้ายบอกทางไม่เห็นมี สอบถามเจ้าถิ่นข้างทางบอกให้ขับตรงไปเลย ...ตรงไปได้ไม่เท่าไรเจอสามแยก งงล่ะซี เลี้ยวซ้ายไว้ก่อน จอดถามข้างทางอีก ก็บอกว่า ตรงไปเลย..มันน่าโมโหจริง ๆ ตรงอะไรของมันวะ ไปได้หน่อยเจอสามแยกอีก เลยจอดซื้อส้มสีทองแล้วถามพ่อค้าขายส้ม บอกให้เลี้ยวขวาแล้วตรงไป ....ผบ.ชักยั๊วะทำไมไม่ศึกษาเส้นทาง บอกกลับบ้านดีกว่า สถานการณ์เริ่มตึงเครียด มาเจอสี่แยกอีกไม่เห็นมีป้ายบอก ว่า อ.ท่าวังผา และ อ.ปัวไปทางไหน แข็งใจเลี้ยวซ้ายไปทางสนามบิน พอเลี้ยวไปก็เจอป้ายบอกทาง ....โล่งอกไปที ไม่อย่างนั้นเสร็จแน่งานนี้ เพื่อนอีกคนหนึ่งอยู่ที่แพร่ แต่ไปธุระที่ท่าวังผา โทรมาถามเพราะซื้อข้าวหลามที่อร่อยที่สุดในโลกไว้รออยู่ที่ท่าวังผา พร้อมทั้งเก็บพุทรายักษ์ และมะเฟืองยักษ์ ในไร่ที่ไต้หวันมาปลูกไว้ เพื่อฝากไปเป็นเสบียงกลางทาง กว่าจะเจอเพื่อนที่ อ.ท่าวังผา ก็เลยเที่ยงมามากแล้ว จากท่าวังผาไปปัวอีกไม่ไกล เราเลยไปกินข้าวเที่ยงกันที่ รีสอร์ทปัว อยู่บนเนินเขาชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นหิว ซะจนลืมถ่ายรูป
...หลังจากกินข้าวบ่ายเสร็จ เพื่อนอุตส่าห์ขับรถนำไปส่งถึงดอยภูคาซึ่งห่างจาก อ.ปัว 26 กม. นั่นไงเห็นขับนำอยู่ข้างหน้านั่นมั๊ง
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:33:33 น. ]

ความเห็นที่ 202

ถึงด่านเก็บเงิน ของอุทยานเพื่อนเจ้าถิ่นจอดเจรจานิดหนึ่งแล้วก็นำเข้าไป โดยไม่ได้เสียค่าธรรมเนียม เรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าที่พักบนอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเต็มหมด รวมทั้งบ้านพักรับรอง แต่เพื่อนที่แสนดีก็อุตส่าห์โทรไปบอกหน่วยต้นน้ำ ที่เลยดอยภูคาขึ้นไปหน่อยหนึ่งให้เตรียมที่พักไว้ให้ พร้อมอาหาร เราเข้าไปดูที่พักก่อน บ้านพักใช้ได้ เขาเตรียมให้เราสองห้อง แต่เราพ่อแม่ลูก นอนรวมห้องเดียวกันเพราะอบอุ่นดี ที่นี่มีแต่บรรยากาศป่าธรรมชาติ มีการปลูกเสริมป่า โดยปลูกต้นชมพูภูคาไว้หลายร้อยต้น
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:42:21 น. ]

ความเห็นที่ 203

ดูที่พักแล้ว ตกลงว่าพักกันได้ เราก็ไปชมดอยภูคาว่าสวยขนาดไหน
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:45:08 น. ]

ความเห็นที่ 204

บริเวณบ้านพัก
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:46:19 น. ]

ความเห็นที่ 205

ถ้าถามว่าสวยไหม ก็ต้องตอบว่าสวย แต่ถ้าถามผมว่าถ้าไม่พาครอบครัวไปจะไปไหม ก็ต้องตอบว่าไม่ไป แต่ถ้าถามว่าถ้าไม่พาครอบครัวไป แต่ปั่นจักรยานไปจะไปไหม ตอบว่าไป..555
...ว่าแล้วก็ถ่ายภาพรวมกับครอบครัวซะหน่อย ให้เพื่อนถ่ายให้ แต่ไม่ได้ถ่ายภาพเพื่อน ลืมไป 555
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:49:53 น. ]

ความเห็นที่ 206

...เขาเล่าว่าอีกแล้ว ว่าถ้ามาดอยภูคา ไม่ได้ขึ้นไปไหว้เจ้าหลวงภูคา และชมต้นชมพูภูคา ที่พบเป็นต้อนแรก ก็ไม่ไม่ได้ พาครูไปภูคา เลยขับรถต่อขึ้นไปอีกประมาณ 8 กม. มั๊ง ก่อนถึงมีสถานที่กางเต้นท์ ลานดูดาว เราก็เลยแวะตุนเสียงเสียหน่อย ก็ไม่มีอะไรมากมายมีแต่เขากับเขา ไม่มีเรา
ที่นี่มีต้นชมพูภูคา ที่สมเด็จพระพี่นางเธอ ฯ ทรงปลูกไว้ ดูใบใกล้ ๆ หน่อยว่าเป็นอย่างไร
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:55:00 น. ]

ความเห็นที่ 207

ชักมั่วแล้วเพราะง่วงนาน ลงแบบช้าจริง ๆ ลงความเห็นหนึ่งไปหารูปแล้วย่อ ทีละรูปเลยช้ามาก ๆ ...ข้างบนจะเขียนว่าก็ไปไม่ถึงดอยภูคา ไปพิมพ์อะไรก็ไม่รู้ ช่างมันเถอะ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:58:40 น. ]

ความเห็นที่ 208

เลยลานดูดาวขึ้นไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึง ศาลเจ้าหลวงภูคา
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 21:59:53 น. ]

ความเห็นที่ 209

...ต้นชมพูภูคา ที่ค้นพบต้นแรกตายไปแล้ว เพราะคนที่ไปชมชอบ ไปลูบไปคลำ ล้วง แคะ แกะ เกา เหลือต้นเล็กอีกไม่นานคงกลับบ้านเก่า ถ้าไม่ป้องกันไว้ดี ๆ
From : เกษม ฯ [ 23 ธ.ค. 50 - 22:02:49 น. ]

ความเห็นที่ 210

รุ่งขึ้นเราลงดอยกันตั้งแต่ตีครึ่ง เพื่อเดินทางกลับ ช่วงบนดอยไม่มีหมอก แต่พอลงมาถึงพื้นราบแถว อ.ปัว หมอกหนามาก ขับรถต้องเปิดไฟหน้า และลดความเร็ว มีหมอกตลอดทางจนถึงน่าน เรามาแวะที่แพร่กินข้าวเช้า แวะเด่นชัยซื้อของฝาก แล้วมุ่งกลับ กทม. ถึงบ้าน 17.00 น. รวมระยะทางเดินทางครั้งนี้ 1700 กม. คงจบเรื่อง พาครูไปภูคา แต่เพียงเท่านี้ครับ ราตรีสวัสดิ์
From : เกษมสำราญเหมือนดอกไม้บานยามดึก [ 23 ธ.ค. 50 - 22:08:40 น. ]

ความเห็นที่ 211

ดีจังครับ.. พี่เษมฯ.. ได้พาครอบครัวไปเที่ยวที่สวยๆ.. ผมละชอบแบบนั้นจัง แต่ไม่ค่อยมีโอกาส
ดูรูปที่เอามาฝากและอ่านคำบรรยายก็สัมผัสบรรยากาศได้ระดับหนึ่งแล้ว.. ขอบคุณครับ

From : ธานินทร์๙๙ [ 23 ธ.ค. 50 - 22:47:42 น. ]

ความเห็นที่ 212


The way she moves her hips, to her fingertips, ...ลีลาสะโพกไหว เรียงไล่ถึงปลายนิ้ว
I feel I'm heaven bound ..................................พาใจพี่วาบหวิว ซ่านสุขสู่สวรรค์
And when she starts to sway, I've gotta say .......ครั้นน้องเริ่มเยื้องย่าง โยกร่างส่ายไปพลัน
She really moves the grass around ....................บรรดาหญ้าเขียวนั้น ตื่นตัวกันพลันเปรมปรีด์

ยังมีอีกหลายรูปครับ.. อยากดูไหม?? (อุตส่าห์แปลเนื้อเพลงที่ร้องนั้นเองด้วยนะ)

From : ธานินทร์๙๙ [ 23 ธ.ค. 50 - 23:11:21 น. ]


ความเห็นที่ 213
Elvis มาเองเลยหรือนี่ เล่นกลอนแปลซะด้วย 555
From : lotus [ 24 ธ.ค. 50 - 02:15:25 น. ]

ความเห็นที่ 214


สวัสดีคะลุงเสม พี่สมพิศ อาจารย์โล พี่ธานินทร์...
ใคร ๆ ก็ชอบภาพนี้ของลุงแซม ดูสายตาซิ.....ซึ้งสุด สุด....ก่อนหน้านี้มีกิจกรรมอะไรหรือเปล่า..555....คนถ่ายภาพ...น่าจะเป็นลูก ๆ จับภาพได้เก่งจริงๆ...

สุดยอดค่ะพี่ธานินทร์๙๙...ลีลาสะโพกไหว เรียงไล่ถึงปลายนิ้ว...ใช้คำ "เรียงไล่"....ไม่ธรรมดา 555...


From : ลูน [ 24 ธ.ค. 50 - 08:42:18 น. ]


ความเห็นที่ 215


พี่ธานินทร์เจ๋งกว่า Dancer ก็งามอีหลี

From : สมพิศ [ 24 ธ.ค. 50 - 09:51:42 น. ]


ความเห็นที่ 216

พิสูจน์เอ็กซิตโพล ...... เลือกตั้ง ส.ส. อาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2550
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=200089

ขอโทษด้วยครับที่ชวนแวะเข้าเวอร์ชั่นเลือกตั้งอยู่เรื่อย

From : สมพิศ [ 24 ธ.ค. 50 - 10:06:43 น. ]


ความเห็นที่ 217
...สวัสดีหลังเลือกตั้ง ครับ ทุก ๆ ท่าน
...ในความเห็น สุดท้าย เรื่อง"พาครูไปภูคา" ผมตั้งใจจะเล่าว่าเราลงดอยกันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง แต่พิมพ์ตกหล่นไป เป็น ตีครึ่ง 555
...ขอบคุณพี่ธานินทร์ ๙๙ สำหรับภาพสวย ๆ น่ารัก ผมก็ชอบจังเลย ดูรูปที่เอามาฝากและอ่านบทร้อยกรองแปลเนื้อเพลง ก็สัมผัสบรรยากาศได้เป็นอย่างดี.. ขอบคุณครับ
...ขอบคุณอาสมพิศ สำหรับสาระน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
...ขอบคุณ คุณลูนที่ชมว่าภาพดูแล้วซึ้ง สุด ๆ ขอเรียนตามตรงว่าไม่ได้มีกิจกรรมพิเศษอะไร ก็แค่ชงกาแฟให้ ผบ.เท่านั้นแหละ(หน้าที่ประจำอยู่แล้ว) เจ้าลูกชายมันกำกับบทให้มองตากันให้ดูซึ้ง ๆ หน่อย แต่เราทั้งสองทำไม่ได้จึงต่างคนต่างกลั้นหัวเราะ ภาพเลยออกมาอย่างนั้น ...555 แต่แค่รอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะของ ผบ. ก็ทำให้ผมรู้สึกดีมาก ๆ แล้ว " I fell in love with you watching Doi Phuca "
From : เกษม ฯ [ 24 ธ.ค. 50 - 11:36:08 น. ]

ความเห็นที่ 218


สวัสดีครับ.. พี่เษมฯ.. สำหรับรูปซึ้งๆของผมนั้นต้องไตร่ตรองดูก่อน ว่าจะเหมาะที่จะเอามาโพสต์ให้ดูได้บ้างหรือเปล่า
สวัสดีครับ.. พี่สมพิศ.. กระทู้นั้นเลยต้องหยุดการโพสต์ไป.. ดูจากกระทู้ต่างๆเท่าที่ผ่านมานั้นคนชอบทักษิณก็ชอบสุดหัวใจ คนเกลียดก็เกลียดเข้ากระดูกดำ แล้วก็มีทั้งสองฝ่ายพอๆกัน (เหมือนกับที่ผลการเลือกตั้งสส.ระบบสัดส่วนออกมาพอๆกัน) จะห้ามไม่ให้สองฝ่ายใช้ถ้อยคำเสียดสีถากถางหรือปะทะกันคงห้ามไม่ได้
ดูตุ๊กตาหุ่นเอลวิสนั้นแล้ว เสื้อที่ผมใส่ก็คล้ายอยู่มาก มีเข็มขัดคาดที่ชายเสื้อเหมือนกันซะด้วย แว่นตาก็พอไปกันได้ แต่ผมไมได้ลงทุนไปตัดกางเกงขาบานมาใส่
สวัสดีครับ.. คุณลูน, อ.โลฯ ทีแรกผมจะแปลเป็นร้อยแก้วง่ายๆ แต่นึกแล้วไม่ให้อารมณ์คล้อยตามเลย จึงพยายามทำเป็นร้อยกรอง ที่ไม่มีความชำนาญเลย ระดับมือหัดใหม่จริงๆ ส่วนถ้อยคำสำนวนนั้นก็มีบ้างที่กลอนพาไป
ที่โพสต์ไปนั้นเป็นเพียงเสี้ยวเดียว ยังมีอีกหลายส่วน ทั้งรูป(จากการแสดงบนเวทีเมื่อคืนวันศุกร์) และทั้งบทร้อยกรอง อาจจะเอามาโพสต์ทั้งหมดหรือเลือกบางส่วน

From : ธานินทร์๙๙ [ 24 ธ.ค. 50 - 14:20:33 น. ]

ความเห็นที่ 219
เห็นแล้วเอวิสธานินทร์๙๙ตัวจริง...เพิ่งรู้วันนี้เอง...ไว้ทีหลีงจะไปให้คเช่วยลงเซ็นต์ปฏิทินกรุงเวียงจันทน์ปี 2551 ให้ฉันด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 24 ธ.ค. 50 - 18:04:28 น. ]

ความเห็นที่ 220

ใกล้สนธยาที่ดอยผ้าห่มปก

สวัสดีชาวรวมมิตรทุกท่าน
ข่าวว่าคุณเวชบุกเชียงใหม่ เป็นเวลาเดียวกับทริปประเพณีปั่นขึ้นดอยผ้าห่มปก...หนูเบนท์ไปและคาดว่าคุณเวชคงกลับมาแก้มือ...หลังจากกินบ๊วยคราวก่อน...สุดท้ายด้วยหน้าที่รับผิดชอบของคุณเวชเลยทำให้ไม่มีโอกาส...ไม่เป็นไรโอกาสหน้ายังมีเนอะ...

From : หนูเบนท์ [ 24 ธ.ค. 50 - 21:17:46 น. ]


ความเห็นที่ 221

หนูเบนท์คะ เวชก็ยังนึกอยู่ว่าอุตส่าห์มาทันพวกเราปั่นขึ้นดอย แต่ก็ไม่สามารถ ก็ขอครองบ๊วยต่อละกันคะ 555

พี่ลูนจะเอาจักรยานไปสวีเดนด้วยหรือคะ ไม่ต้องเอาไปก็ได้คะ เพราะที่สต๊อกโฮล์มมีจักรยานให้เช่าอยู่เหมือนกันคะ ถ้าได้ปั่นด้วยต้องน่าสนุกน่าดูเลยคะ ตอนมิย.เป็นช่วงที่เขาปั่นรอบทะเลสาปพอดีเลยคะพี่ลูน ไปด้วยกันมั๊ยคะ อิอิ..ตัวเวชเองยังไม่ได้คิดเลยว่าจะไปปั่นกับเขาหรือเปล่าแต่ถ้าพี่ลูนไปเวชก็ไปด้วยนะคะ

ลุงเสม..เวชก็ชอบภาพนั้นคะ น่ารักจังเลย เวชกับโจคิมไม่ค่อยได้จ้องหน้ากันอย่างนั้นมานานละ เดี๋ยวต้องพริ้นท์ให้ดูเสียหน่อย ช่วงนี้ก็ได้แต่คุยกันว่า "พรุ่งนี้จะทำอะไรกันจะไปไหนกัน" บางทีเหมือนไม่ได้พักผ่อน เฮ่อ.. อิจฉาลุงเสมได้ไปเที่ยวถึงน่าน

เสือออยก็เที่ยวเก่งจริง ๆ เลย อิจฉา ๆ ๆ ๆ คะ

คุณธานินทร์คะ ไม่ได้คุยกันเสียนาน กลับมาก็ไม่ค่อยได้เข้าเน็ต เท่ห์มากคะชุดเอลวิส

ขอสวัสดีตบท้ายถึงเพื่อน ๆ ชาวรวมมิตรตรงนี้เลยละกันนะคะ วันนี้ขอตัวก่อนนะคะ วันนี้พาพวกเขาไปเที่ยวอยุธยาคะ กลับมาได้ไม่นานก็พาออกไปกินก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยว หมูแดง แล้วก็มานั่งเช๊คเน๊ตนี่ละคะ

เสาร์ 5 - อาทิตย์ 6 มีไปปั่นไหนกันหรือเปล่าคะ เวชจะพยายามทำตัวให้ว่าง พวกเวชยังไม่ได้ทำธุระของพวกเราเองเลยคะ กลัวว่าจะไม่มีเวลาแถมเกรง ๆ ด้วยว่าจะปั่นไม่ไหวเท่านั้นเองนะคะ เพราะไม่ได้จับจักรยานมาเลยตั้งแต่มิย. คิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคนเลยคะ

From : เวช [ 24 ธ.ค. 50 - 22:07:56 น. ]


ความเห็นที่ 222

ครึ่งทางที่ดอยผ้าห่มปก

คุณเวช
จุดครึ่งทางนี้เคยนั่งหมดแรง....และถ่ายรูปกะคุณเวชเมื่อปีก่อนโน้นปีนี้เขาพัฒนาทำทางใหม่...จากเช้าปั่นขึ้นไปได้ 8 กม. ได้เวลาทานข้าวเที่ยง....อีก 8 กม. ปีนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งหนีบ๊วยได้สำเร็จ...

From : หนูเบนท์ [ 25 ธ.ค. 50 - 09:38:23 น. ]


ความเห็นที่ 223
กว่าจะปิดท้ายเรื่องจิตรกรผู้กล้าหาญทิ้งฝีเท้าวาดไว้บนฝาผนังเพดานที่จักรพรรดิไค ดิงห์ยอมทรงพระราชทานอภัยให้ด้วยความทึ่งของจิตรกรชื่ออะไรเอ่ย? ...ลองโปรดอ่านในที่นี่ คลิ้ก

เช่าจักรยานไปถีบเที่ยวเมือง HUE in Vietnam ตอน 1

แฮ่กๆ เมื่อวานฉันยุ่งกำการบ้านใหญ่ยังไม่หมด...ต้องหยุดเขียนกระทู้ปั่นเรื่อง ไปถีบจักรยานวิ่งเข้า-ออกโรงพยาบาลวชิระบ่อยๆ คุณแม่ฉันกำลังจะหายดีขึ้นแต่เดินได้ช้า มะรืนนี้จวนออกโรงพยาบาลได้แล้วค่ะ จึงมาบอกขอขอบคุณน้าพิศส่งอวยพรส่งกำลังใจให้คุณแม่ฉันได้ฟื้นแล้ว ทางบ้านพี่ติ๋ว ณ เชียงใหม่โทรมาบอกให้ฉันพาคุณแม่ไปพักผ่อนที่เชียงใหม่ด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 25 ธ.ค. 50 - 13:46:52 น. ]


ความเห็นที่ 224
วันนี้มีข่าวเรื่องเกาะฟุก๊วกที่คุณธานินทร์๙๙ พูดถึงเรื่องนี้อยู่ ฉันไปเจอข่าวในเว็บผู้จัดการจึงได้มาบอกว่า เดี๋ยวนี้เกาะฟุก๊วกมีความก้าวหน้าในการท่องเที่ยวและธุรกิจปรับตัวเร็วขึ้น ..มีใครกล้าลงทุนไปเช่าที่ดินบนหมู่เกาะเล็กๆ ในรอบเกาะฟุก๊วกสนใจมั้ย..ต้องรีบเก็บเงินเป็นก้อนใหญ่ไว้รอ 10 ปีข้างหน้าเอาไปลงทุนได้ทันทีค่ะ

เวียดให้เช่าเกาะอ่าวไทยพัฒนาคู่ฟุก๊วก


ทางการเวียดนามประกาศพัฒนาฟุก๊วกขึ้นเทียบชั้นภูเก็ต สมุย หรือ บาหลี ในอีก 10 ปีข้างหน้า

ผู้จัดการรายวัน-- ทางการเวียดนามได้ให้นักลงทุนเอกชนเช่าเกาะนับสิบแห่งรอบๆ เกาะฟุก๊วกในเขตอ่าวไทยของ จ.เกียนยาง (Kien Giang) นับเป็นความคืบหน้าล่าสุดในแผนพัฒนาฟุก๊วก (Phu Quoc) เกาะใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นปลายทางท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคภายในปี 2563

...ขณะเดียวกันทางการได้เปิดสำนักงานบริการการลงทุนขึ้นที่ฟุก๊วก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน สำนักงานแห่งนี้มีอำนาจในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้แก่โครงการลงทุนโดยตรงอีกด้วย ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์ไซ่ง่อนไทมส์

...นอกจากฟุก๊วกแล้ว นอกชายฝั่ง จ.เกียนยาง ยังมีเกาะใหญ่น้อยอีกจำนวนมาก สื่อของทางการรายงานก่อนหน้านี้ว่า มีนักลงทุนหลายสิบรายแสดงความจำนวนขอเช่าเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ส่วนใหญ่มักจะมีโครงการก่อสร้างสถานกาสิโนรวมอยู่ด้วย

...ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ อีก แต่ไซ่ง่อนไทมส์กล่าวว่า ทางการจังหวัดได้อนุมัติให้นักลงทุนในประเทศเช่าเกาะบางแห่งไปแล้ว รวมทั้งเกาะใหญ่อีกแห่งหนึ่งนอกชายฝั่ง อ.ห่าเตียน (Ha Tien)

...นอกจากนั้นทางการกำลังพิจารณาให้เอกชนเช่าเขตป่าบนเกาะรวมเนื้อที่ประมาณ 80,000 เฮกตาร์ (500,000 ไร่) เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทั้งนี้เป็นการเปิดเผยของนายเลมิงหว่าง (Le Minh Hoang) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการท่องเที่ยวจังหวัด


ภาพถ่ายเมื่อกลางปี 2550 นี้ไม่นานอาจจะไม่ได้เห็นหาดทรายธรรมชาติเช่นนี้ การลงทุนกำลังหลั่งไหลเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง (ภาพ:เว็บ immobilien.คอม)

..."เราจะให้นักลงทุนทั้งชาวเวียดนามและต่างชาติเช่าเขตป่า เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ" นายหว่างกล่าว

...แต่นี้เป็นต้นไป โครงการลงทุนต่างๆ บนเกาะอ่าวไทยจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานบริการการลงทุนฟุก๊วก ซึ่งมีอำนาจเทียบเท่ากับสำนักงานส่งเสริมการลงทุนของจังหวัด และยังได้รับมอบอำนาจพิเศษให้สามารถพิจารณาออกใบอนุญาตการลงทุนได้ในขอบเขตที่แน่นชัด

...หน่วยงานใหม่นี้ยังมีอำนาจในการวางแผนพัฒนาเกาะทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ออกใบอนุญาตลงทุน พิจารณาออกใบอนุญาตการตั้งสำนักงานการค้าของต่างประเทศ รวมทั้งออกใบอนุญาตทำงานให้แก่ชาวต่างชาติ

...สำนักงานบริการการลงทุนฟุก๊วกได้รับการก่อตั้งขึ้นมาตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีเวียดนามเหวียนเติ๋นยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) ที่ต้องการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เมื่อเดินทางไปถึงฟุก๊วก สำนักงานนี้จะเริ่มให้บริการในต้นปีหน้า เจ้าหน้าที่ของ จ.เกียนยางกล่าว

...เมื่อปี 2548 รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศแผนแม่บทพัฒนาฟุก๊วกให้เป็น "ไข่มุกแห่งเอเชีย" เป็นปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวให้ได้ 2-3 ล้านคนในปี 2563

...มีนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากเสนอโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นับร้อยโครงการ รวมเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ ในนั้นจำนวนหนึ่งผ่านการอนุมัติในขั้นหลักการ แต่ถึงปัจจุบันมีเพียง 14 โครงการเท่านั้นที่ได้รับใบอนุญาตให้ลงทุนได้


วันนี้ริมหาดฟุก๊วกหลายแห่งเริ่มรีสอร์ตพื้นเมืองผุดขึ้นแห่งแล้วแห่งเล่า (ภาพ: www.travelblog.org)

..."แต่เราคาดว่าโครงการลงทุนอีกจำนวนมากจะได้รับใบอนุญาตในปีหน้า" ไซ่ง่อนไทมส์อ้างคำกล่าวของนายฝั่มหวูห่มง์ (Pham Vu Hong) ผู้อำนวยการสำนักงานบริการการลงทุนฟุก๊วก

...หลายโครงการที่ได้รับใบอนุญาตจะเริ่มการก่อสร้างในต้นปี 2551 รวมทั้งรีสอร์ทหรูขนาดใหญ่มูลค่า 1,600 ล้านดอลลาร์ของกลุ่มสตาร์เบย์ (Starbay Holdings Limited) จากฮ่องกง กับรีสอร์ท-สนามกอล์ฟ ของรัฐวิสาหกิจไซ่ง่อนทัวริสต์ (Saigon Tourist Holding Company) ด้วย

...ตามรายงานของสื่อทางการ เมื่อต้นปีนี้รัฐบาลเวียดนามยัง ได้อนุมัติโครงการลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ของบริษัท ร็อกกิงแฮม แอสเสท แมเนจเมนต์ (Rockingham Asset Management) จากสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาศูนย์การท่องเที่ยว

...กลุ่มลงทุนจากสหรัฐฯ กำลังจะเข้าไปก่อสร้างโรงแรมกับรีสอร์ตระดับหรู วิลล่า แหล่งบันเทิง สนามกีฬา ซึ่งรวมทั้งสนามกอล์ฟ 36 หลุม สนามรถแข่ง โรงเรียนการโรงแรมและการท่องเที่ยว และสถานบริการท่องเที่ยวอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

...การก่อสร้างทั้งโครงการจะแล้วเสร็จและเปิดบริการได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2568 ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ (Tuoi Tre)

...ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนาม กองทุนสวิส (Trustee Suisse) จะลงทุน 2,600 ล้านดอลลาร์ก่อสร้างเขตที่อยู่อาศัยบนเกาะฟุก๊วก โดยใช้ชื่อว่า “ไข่มุกเอเชีย” หรือ Asian Pearl ประกอบด้วย อาคารศูนย์กลางการเงิน เขตอาคารที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว โรงแรมและวิลล่าระดับหรู


เมื่อ 3-4ปีก่อนมีไม่กี่คนที่เคยได้ยินชื่อ "ฟุก๊วก" วันนี้ไม่ได้เป็นเกาะลี้ลับอีกต่อไป แต่เป็นปลายทางท่องเที่ยวของคนจากทั่วโลกอีกแห่งหนึ่งในเขตอ่าวไทย

...ฟุก๊วกอยู่ห่างจากชายฝั่ง จ.เกียนยาง ราว 150 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงบินไปยังประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์

...ในเดือน เม.ย.ปีนี้ คณะกรรมการประชาชน จ.เกียนยาง ได้เสนอต่อกระทรวงแผนการและการลงทุน ให้มีการเปิดบินเชื่อมเกาะฟุก๊วกกับประเทศเพื่อนบ้านคือ ไทย กัมพูชา ลาวและสิงคโปร์ และเปิดรับเที่ยวบินของสายการบินอื่นๆ จากประเทศเพื่อนบ้านด้วย

...กลุ่มลงทุนจากสหรัฐฯ กำลังจะเข้าไปก่อสร้างโรงแรมกับรีสอร์ตระดับหรู วิลล่า แหล่งบันเทิง สนามกีฬา ซึ่งรวมทั้งสนามกอล์ฟ 36 หลุม สนามรถแข่ง โรงเรียนการโรงแรมและการท่องเที่ยว และสถานบริการท่องเที่ยวอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

...การก่อสร้างทั้งโครงการจะแล้วเสร็จและเปิดบริการได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2568 ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ (Tuoi Tre)

...ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนาม กองทุนสวิส (Trustee Suisse) จะลงทุน 2,600 ล้านดอลลาร์ก่อสร้างเขตที่อยู่อาศัยบนเกาะฟุก๊วก โดยใช้ชื่อว่า “ไข่มุกเอเชีย” หรือ Asian Pearl ประกอบด้วย อาคารศูนย์กลางการเงิน เขตอาคารที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว โรงแรมและวิลล่าระดับหรู

...ฟุก๊วกอยู่ห่างจากชายฝั่ง จ.เกียนยาง ราว 150 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงบินไปยังประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์

...ในเดือน เม.ย.ปีนี้ คณะกรรมการประชาชน จ.เกียนยาง ได้เสนอต่อกระทรวงแผนการและการลงทุน ให้มีการเปิดบินเชื่อมเกาะฟุก๊วกกับประเทศเพื่อนบ้านคือ ไทย กัมพูชา ลาวและสิงคโปร์ และเปิดรับเที่ยวบินของสายการบินอื่นๆ จากประเทศเพื่อนบ้านด้วย

...ปัจจุบันสนามบินฟุก๊วกรับได้เพียงเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก เช่น ATR72 แต่ทางการกำลังเร่งการก่อสร้างสนามบินเดื่องโต๋ (Duong To) ที่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ถึงระดับโบอิ้ง 747


โครงการลงทุนโรงแรม-รีสอร์ทหรู สนามบิน สวนสนุก กระทั่งกาสิโน รวมทั้งการพัฒนาแห่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ (ภาพ: www.panoramio.com)

...ตามรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเอ็กซ์เพรส สนามบินเดื่องโต๋ จากการลงทุนร่วมกันของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ อังกฤษและเยอรมนี ด้วยมูลค่าก่อสร้าง 187.5 ล้านดอลลาร์ จะมีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ (800 เฮกตาร์) รับผู้โดยสารได้ปีละประมาณ 1 ล้านคน

...ตามแผนแม่บทนั้น สนามบินเดื่องโต๋จะเป็น "ประตูเข้าประเทศ" อีกแห่งหนึ่ง เช่นเดียวกันกับท่าเรืออันเทย (An Thoi) ที่จะเป็นประตูเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทางอ่าวไทย

...ทางการเวียดนามยังมีแผนการพัฒนาเกาะกล้า (Con Dao) ให้เป็นศูนย์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศอีกแห่งหนึ่งในประเทศ ถัดจากเกาะฟุก๊วก (Phu Quoc)

...กล้าเป็นเกาะใหญ่อันดับ 2 ของเวียดนาม ตั้งอยู่ปลายสุดของแหลมญวนในเขตทะเลจีนใต้ อยู่ห่างชายฝั่ง จ.บ่าเหรียะ-หวงเต่า (Bad Raving Tao) ราว 185 กิโลเมตร ในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอีกสายหนึ่งของทวีปเอเชีย.

**** โดย ผู้จัดการออนไลน์ วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2550 ดูข่าวเนื้อหาใน http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9500000153026
From : oiltrips [ 25 ธ.ค. 50 - 16:17:42 น. ]


ความเห็นที่ 225
ขอบคุณเสือออยที่นำมาบอกกล่าวครับ.. ที่ผมเอ่ยถึงเกาะนี้แต่แรกนั้นก็เพราะบริษัทฯได้เข้าไปหาลู่ทางทำอะไรที่นั่น ในฐานะเอกชนไทยต้องแข่งกับชาติอื่น.. และได้ยินเรื่องราวในทำนองเดียวกันกับในรายงานข่าวที่เสือออยเอามาบอกกล่าว.. ดังนั้น รายงานข่าวนี้ก็เป็นการยืนยันว่าเรื่องที่ผมได้ยินมานั้นถูกต้อง

ส่วนเรื่องรายงานทริปเช่าจักรยานปั่นเที่ยวเมืองเว้นั้น แน่นไปด้วยสาระความรู้ ขอชมว่ายอดเยี่ยมครับ ครบปีพอดีจากรายงานทริปเวียงจันทน์ที่แน่นไปด้วยสาระเช่นกัน
From : ธานินทร์๙๙ [ 25 ธ.ค. 50 - 22:23:49 น. ]


ความเห็นที่ 226

พนักงานรัฐวิสาหกิจพึงระวัง !! อาจจะตายน้ำตื้นก็ได้นะครับ

From : สมพิศ [ 26 ธ.ค. 50 - 12:41:14 น. ]


ความเห็นที่ 227
ตั๋วเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวในจีน ขึ้นชื่อ “แพงที่สุดในโลก”
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 ธันวาคม 2550 08:58 น.


อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว-มณฑลซื่อฉวน(เสฉวน)


ตัวอย่างใบตั๋วในอุทยานฯ จิ่วไจ้โกว มีแบบนี้ ดูว่า "แพงมากที่สุดในโลก"

ไชน่านิวส์ – ถ้าหากจะลองเปรียบเทียบค่าครองชีพของจีนในทุกๆด้านแล้ว จะพบว่าอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ ทว่าหากเป็นเรื่องของบัตรผ่านประตูเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจีนนั้น ปัจจุบันได้ขึ้นชื่อว่า “แพงที่สุดในโลก” เพราะแหล่งท่องเที่ยวในจีนที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมแบบสาธารณะทั่วไปนั้นนับว่าน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

...ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวรายหนึ่งในปักกิ่ง กล่าวว่า ตั๋วมีราคาแพงมาก และเป็นราคาที่สูงเกินกำลังของนักท่องเที่ยวหลายคนที่จะรับได้ และส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการลดลงตามไปด้วย โดยทั่วไปแล้วจะมีรายได้จากสัดส่วนที่นักท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อของเป็นหลัก ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาการท่องเที่ยวประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาสังกัดสำนักงานคณะรัฐมนตรี ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบรายได้ของประชาชนทั่วไปแล้ว พบว่าการที่ราคาตั๋วมีเพดานราคาที่สูงเกินไปจะส่งผลเสียทั้งระบบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมาก

...ในรายงานเผยว่า ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ชาวต่างชาติจำนวนมากต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นราคาที่แพงจนเกินไป เพราะเมื่อเทียบกับราคาตั๋วของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในต่างประเทศ กลับมีราคาที่ถูกกว่ามาก อาทิ ราคาตั๋วผู้ใหญ่ในการเข้าชม พระราชวังบักกิ้งแฮมอยู่ที่ 12 ปอนด์ ( ประมาณ 840 บาท) หากครอบครัวหนึ่ง 3 คน เข้าชมพร้อมกันราคาตกราว 30 ปอนด์( 2,100 บาท) ซึ่งราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับราคาเบียร์ในอังกฤษ 2 แก้ว ทั้งนี้สถานที่ท่องเที่ยวมากมายในประเทศ เกาหลีใต้หรือสหรัฐอเมริกา แทบจะเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าชมได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

...อย่างไรก็ตามนักวิชาการประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาฯ ยังคงย้ำว่า การที่ราคาตั๋วในสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งมีราคาแพงนั้น เนื่องจากต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในการเข้าชม เพื่อรักษาไว้ซึ่งทัศนียภาพที่สวยงาม

...ทั้งนี้การที่ประเทศตะวันตกมีความเจริญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะมีการจัดการระบบการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่วิสัยทัศน์แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งในจีนยังคงให้ความสำคัญแค่ราคาบัตรที่เข้าชมเพียงอย่างเดียว


ผู้คนนับหมื่นกว่าคนเข้าประตูชมความงามอย่างแน่หนาขึ้นค่ะ ลอกภาพมาจาก trekkingthai

เปรียบเทียบราคาบัตรผ่านประตู สถานที่ท่องเที่ยวของจีนและต่างประเทศ

...อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว : ฤดูท่องเที่ยว 220 หยวน (1012 บาท) . ราคาค่านำยานพาหนะเข้า 90 หยวน....(ไม่รู้ว่าจักรยานจะเสียเงินไหม?)
พระราชวังโปตะลา เมืองลาซา ทิเบต : ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นไป ในฤดูท่องเที่ยว
ปรับเป็น 200 หยวน (จากเดิม 100 หยวน)
ภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น : ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ภูเขาฮัลลาซาน เกาหลีใต้ : ไม่เสียค่าใช้จ่าย
พระราชวังเครมลิน รัสเซีย : 150 รูเบิล (ประมาณ 192 บาท)
พระราชวังลูฟ ฝรั่งเศส : 8.5 ยูโร ( ประมาณ 425 บาท)

ภาพเสริมปะตัวอย่างดูความสวยงามที่น่าจะไปเที่ยวเมืองจีนมั้ยค่ะ


มีป้ายแทรกภาษาไทยขึ้นเผื่อนักเที่ยวคนไทยมาเที่ยวอุทยานฯ จิ่วไจ้โกว ด้วย


ชมวิวสวยในหน้าหนาว.......ชักอยากจะไปเที่ยวจัง

ที่มาจากกระทู้นักเที่ยวแบกเป้ไปดู "จิ่วไจ้โกว" มาแล้วดูที่
-------->>> [[ อุทยานสวรรค์...จิ่วไจ้โกว ]] <<<---------

มีใครกล้ายกมือขึ้นไปปั่นจักรยานเข้าจิ่วไจ้โกวหรือเปล่าค่ะ....
From : oiltrips [ 26 ธ.ค. 50 - 16:03:41 น. ]


ความเห็นที่ 228
Elvis, the King never dies จริงๆ ยังมีคนชอบอีกมากมาย ผมก็ชอบครับ

น้องออย เที่ยวเก่งจริงๆ ผมมันแก่แล้ว ขอเที่ยวในไทยให้ทั่วๆ ก่อน ต่างประเทศก็เคยไปมาหลายแล้ว ค่อนข้างจะเบื่อ แต่ลาวบ้านใกล้ เพิ่งไปครั้งเดียวเอง สิงคโปร์ 3 ครั้ง จีน 2 ญี่ปุ่น มาเลย์ และอินโดนีเซีย 1 ครั้ง
พม่า เขมร เวียตนาม ยังไม่เคย

อีก 5 ปีผมเกษียณ คงมีโอกาสปั่นจักรยานไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน

From : lotus [ 27 ธ.ค. 50 - 01:03:45 น. ]


ความเห็นที่ 229

ในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2551 ขอให้ทุกๆท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมบูรณ์พูนสุข ทั้งด้านสุขภาพอนามัย ด้านครอบครัว และหน้าที่การงาน คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ

From : choo_bma [ 27 ธ.ค. 50 - 10:34:44 น. ]

ความเห็นที่ 230


ผมไปเวียงจันทน์มาอีกเมื่อวาน ไปเช้ากลับดึก เอาปฏิทินลาวมาฝากเสือออยแล้ว ขอที่อยู่ทางไปรษณีย์หน่อยครับ จะส่งไปให้ เป็นปฏิทินตั้งโต๊ะของบริษัทน้ำเทิน 2 แบบเดือนละแผ่น เป็นรูปสวยๆของน้ำเทิน และเด็กๆชาวบ้านที่น่ารัก
ส่วนถ้าจะดูข้อมูลวันหยุดเทศกาลก็ดูปฏิทินข้างบนได้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ.. อ.โลฯ.. ผมจะหาเวลาโพสต์รูปเด็ดๆเพิ่มอีก

From : ธานินทร์๙๙ [ 27 ธ.ค. 50 - 10:39:35 น. ]


ความเห็นที่ 231
เพิ่งส่งเมล์ไปให้คุณธานินทร์๙๙ แล้ว ขอขอบคุณที่มาบอกค่ะ
From : oiltrips [ 27 ธ.ค. 50 - 18:32:17 น. ]

ความเห็นที่ 232

... ชาวไม้ค้ำตะวันขออวยพรปีใหม่มายัง กลุ่มรวมมิตร ครับ ...

From : กลุ่ม " ไม้ค้ำตะวัน " [ 28 ธ.ค. 50 - 11:47:35 น. ]


ความเห็นที่ 233


สวัสดีปีเก่าครับกลุ่ม "ไม้ค้ำตะวัน"

เทศกาลปีใหม่ไม่ได้ไปต่างจังหวัดครับ อยู่ว่าง ๆ จึง Search หาโปรแกรมมาใช้งาน ลองนำ AVG Anti Spyware มาใช้ เป็นโปรแกรม Freeware ครับ ดาวน์โหลดจากที่นี่ -> http://download.teenee.com/scanvirus/62.html มี crack มาใหด้วย ลองทำตามขั้นตอนดู อ้อ !! ก่อนใช้งานก็ควรจะ Update ก่อนดีกว่าครับ

From : สมพิศ [ 30 ธ.ค. 50 - 11:41:36 น. ]


ความเห็นที่ 234
วันนี้ไม่ได้ไปกินปลาเมืองสิงห์บุรี เพราะตื่นสายเกือบเที่ยงแล้ว เมื่อกลางดึกเดินเล่นช้อปปิ้งแหลกในโลตัสตอนเที่ยงคืน กลับบ้านคนเดียวเดิน 2 กม. ตามริมถนนจรัญฯ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกลับมาถึงบ้านแล้วก็ล้มนอนคาเตียงหลับลึกไหลไป จนแมวมาปลุกตื่นสาย

.. ปีใหม่ไม่ได้ไปต่างจังหวัดเหมือนของน้าพิศ อยู่บ้านเฉยๆ เล่นกับแมวสองตัว ออกไปช้อปปิ้งของปีใหม่ต่อแถวเยาวราชกลางคืนตามเคย เอาม้านิลขี่ไปด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 30 ธ.ค. 50 - 19:29:01 น. ]


ความเห็นที่ 235
สวัสดีปีใหม่ ชาวกลุ่มรวมมิตรครับ ขอให้ สุขภาพร่างกาย สมาชิก กลุ่มรวมมิตร แข็งแรง เงินทอง ไหลเข้ากระเป๋า ไม่ขาดสาย ความโชคดี โชคลาภ มาอยู่กับตัว นะครับ ส่วนโรคภัยไข้เจ็บ ความ ไม่ดีทั้งปวง ขอให้ ทิ้งไว้ ในปี นี้ให้หมดครับ จะไม่ตามไปปีหน้า ปีนี้มีอะไร ไม่สมหวัง ปีหน้า ลอง ตั้ง ใจ ทำใหม่ ขอให้ประสบผลสำเร็จ ทุกประการ เทอญ
สวัสดี อาสมพิศ อาเกษม อาธานินทร์ พี่ลูน อ.lotus พี่ออย คุณchoo_bma พี่ หนูเบนท์ อีกรอบครับ ขอภัย ที่ไม่ ค่อย เข้ามาคุย บังเอิญ วันนี้ ได้ยึด โน๊ตบุ๊ค ก้องฮ่องกง มาใช้เลย มา เปิดกระทู้ ได้
พี่ออย ผมเอง ก็ยอมรับ ว่า ค่า เข้าชมสถานที่ ท่องเที่ยว ที่จีน แพงมากๆ เหมือนกัน แต่ ราคา พระราชวังโปตาลา มันก็ ยัง ร้อยหยวนอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ราคาสองร้อยหยวนนี่ คือ ค่า นายหน้ามั๊ง ครับ เพราะ โดยเฉพาะ หน้า ท่องเที่ยวแล้ว ผมเคยเดินผ่าน ตอน ตี สามตี สี่ เห็น ยืน นั่ง นอน รอซื้อตั๋ว เข้า ชมเลยทีเดียว ก้องฮ่องกง ลองเข้าไปถาม คนแรกว่า มารอตั้งแต่ เมื่อไหร่ เขาบอกว่า รอตั้งแต่ สองทุ่มแนะ แต่บางคน มาเขาแถว รอซื้อ เพื่อเอาไปขายต่อ ราคาเลยสูง มากๆ ตามบริษัททัวร์ ถ้าไปซื้อ ก็อาจแพงด้วยเช่นกัน
แต่ก็มีตำรวจ มาตรวจ ว่า มีใคร มาซื้อ เพื่อเข้าจริงๆ หรือว่า เอาไปขายต่อเหมือนกัน แต่ก็ปราบไม่หมด ถ้า จะมา และ ไม่ต้องแย่งซื้อ บัตร เข้าชม ก็ต้อง ช่วง หน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วง โลซีซั่น นะครับ
อย่างวัดโจคัง ยังต้องเสีย ค่าเข้า ตั้งเจ็ดสิบหยวน แล้ว วัดอื่นๆ รอบนอก ประมาณ วัด ล่ะ ห้าสิบหยวน กว่าจะเที่ยวหมด เงินหมด อดกลับบ้าน แน่ๆ เลย อิอิ
ช่วงที่ผมปั่นจักรยานมา ลาซา นั้น ผ่าน สภานที่ แปลก ก้องเลย เข้าไปดู ก็แปลกใจ ไม่ มีใครเก็บเงิน เพราะ ห้องจำหน่ายบัตร ไม่มีใคร เลย พอชม เสร็จ ก้องเลย บอก ว่า วันนี้เหนื่อย หาพัก บ้านชาวบ้านที่จะอยู่ที่นั้นแล้วกันแล้วกัน ก็ไปหา เช่า ที่พัก แต่มันแพง เกิน ไป เลย กลับ มีคนวิ่งตามมา บอกว่าต้องจ่ายค่าเช่า อ้าว ก้องก็งง มีด้วยเหรอ แต่ก้องบอกไม่ต้องสน ให้ปั่น ต่อ พอถึงทางออก เขาผูกเชือกปิดทางออกไว้ เลย ส่วนก้อง รถเบากว่า แทรก ช่องเล็กๆ ออกไปก่อน ส่วนผมตามหลัง รถหนัก หนี ไม่ทัน เลย ต้องจอด แหะๆ (ในใจคิดว่า ถ้าเป็นรถเปล่า คงปั่น เร็วๆ แล้ว สไลด์ ลอดเชื่อก ไปเลย) ก้อง ก็มาคุยว่า ทำแบบนี้ก็ไม่ถูก ต้อนเข้า ไม่เก็บเงิน ไม่มีใครดูแล แต่ พอตอนออก จะมาเก็บเงิน เหมือนโดนกลับดักเลย สุดท้าย ก็ได้ออกจากที่นั่น โดยไม่ต้องจ่าย เลย แล้ว ไปหาที่กางเต้นท์ อีก สิบกิโล ข้างหน้า
เที่ยว ที่ไหน ไม่สุข เท่าเที่ยวบ้านเรา(ที่ไทย) จริงๆ นะครับ ไม่ต้องลำบาก ที่ไทยก็มีที่สวยๆ อีกเยอะแยะ รอเราเขาไปเยี่ยม สัมผัสอยู่ เห้อ คิดถึงไทยจริง
ช่วงนี้ ก็ไม่ค่อยสบาย ไข้ขึ้นมาสี่วันแล้ว ยังไม่หายดี เพราะ ก้องฮ่องกง นะแหละ ชวนนอนดึก วันก่อนไม่สบาย ก็ ได้นอน แค่ สี่ชั่วโมงและก็ตื่นตามเวลาประจำผม ช่วงเที่ยง(นอนแปดโมงเช้า) ออกไปปั่นออกกำลังกาย (ปกติจะปั่นกับนักปั่นสวีดเดน แต่วันนั้นเขาอู้ไม่มาปั่นด้วย) ปั่นไปได้ สิบโล อ้วกออกมาตั้ง สอง ครั้ง (เสียดายข้าวผัด ที่กินจัง ฮื่อๆๆ) ยังไม่มีอาการอะไรแรง อาการที่มีอยู่แล้ว ก็ แค่ ไอ กับน้ำมูกเท่านั้น แต่ไม่มีไข้อะไร ปั่นต่อ อีกห้ากิโล รู้สึก ทำไม แรงมันตกลง ยังไม่เอะใจ ไปปั่นขึ้นเขาอีกสาม กิโล รู้สึก ทำไมวันนี้ปั่นขึ้น มันปวดข้อ พับทุกส่วน จนมาถึง ร้าน สปินน์ จอดจักรยาน ยังไม่มีแรง เลย และในที่สุด ก็ต้องมานั่งขดตัว ทั้งหนาว สั่น ตัวร้อน ไข้ขึ้น ปวดหัว สารพัด
ช่วงนี้อาการดีขึ้น แต่ ยังไม่พร้อมปั่น ก็คาดว่า ภายในสองวัน คงออกไปซ่าได้ แน่ๆ อิอิ ผมคิดว่า ตั้งแต่ไม่ได้ปั่นกับกลุ่มรวมมิตร นี่แรงตกลงเยอะเลย สมัยออกทริป ทั้ง ตากแดกเป็นวัน (แดดเดียว) ตากฝน(น้องฝน)เป้นชั่วโมง ไม่เคยเป็นไข้หรือหวัดเลย หรือ จะมี ก็นิดหน่อย แต่แทบไม่พึ่งยา นอนสักพัก ก็หายแล้ว แต่เดียวนี้สิ แย่จัง ถ้าได้กลับไทยจะมีโอกาส ไปปั่นตาม ทริป กลุ่มรวมมิตรไหว มั๊ยหล่ะนี่ อิอิ
หว่าพิมพ์มาเยอะแล้ว เดี๋ยวอ่านกัน ตาลายอีก ขนาดผมพิมพ์ไปยังตาลายเลย ฮ่ะๆๆ ว่างๆ มาคุยใหม่แล้วกันนะครับ
From : โอ๊ตนนท์ [ 30 ธ.ค. 50 - 20:57:26 น. ]

ความเห็นที่ 236

เมื่อวานตอนเช้า ปั่นรถพับไปส่งเพื่อน ๆ ที่ปั่นโครงการ ฯ เมาไม่ขับ กรุงเทพฯ - เวียงจันทน์ ที่เสาชิงช้า
From : เกษมฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 20:59:19 น. ]

ความเห็นที่ 237

พบเพื่อน ๆ มากมายหลายคน พอได้เวลารองผู้ว่า กทม. มากล่าวเปิดโครงการฯ
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:00:43 น. ]

ความเห็นที่ 238

...ผมไปดักรอถ่ายภาพขบวน ตรงเสาชิงช้า รออยู่นานทำไมไม่เห็นขบวนมา มีมาอยู่คันเดียวเป็นนักจักรยานอาชีพ
...โผล่หน้าไปดูตรงเต้นท์พิธี อ้าวเขาไปกันหมดแล้ว เขาออกไปทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 555 เราหนอเรา
...หลังจากนั้นแวะไปซื้อหมูอบที่ตลาดราชบพิธ ให้ ผบ. แล้วปั่นกลับบ้าน
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:03:51 น. ]

ความเห็นที่ 239

ตอนบ่าย พา ผบ. และลูก ๆ ไปเที่ยวสวนสามพราน และ ดูหุ่นขี้ผึ้ง เพราะซื้อบัตรในงานท่องเที่ยวของ ททท.ไว้จวนจะหมดอายุอยู่แล้ว
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:06:31 น. ]

ความเห็นที่ 240

ที่สวนสามพรานมีแสดง ศิลปวัฒนธรรมไทย ค่าเข้าชมการแสดง ท่านละ 450 บาท แต่บัตรเรายังไม่หมดอายุจึงไม่ต้องเสียสตางค์ ถ้าเสียก็คงไม่ได้เข้าไปดู เพราะส่วนใหญ่เขาจะแสดงให้ฝรั่งได้ดูศิลปวัฒนธรรมแบบไทย ๆ บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ การแสดงส่วนใหญ่เราคนไทยก็คุ้น ๆ กันอยู่แล้ว
...เริ่มต้นด้วยการติดตะกร้อ
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:09:52 น. ]

ความเห็นที่ 241

บรรเลงเพลงด้วยเครื่องดนตรีไทย มีเพลงฝรั่งบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง เอาใจแขกต่างชาติ เหมือนโหมโรงเรียกคนดู
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:11:17 น. ]

ความเห็นที่ 242

บวชนาค
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:12:12 น. ]

ความเห็นที่ 243

แห่นาค ใช้ช้างร่วมแสดงด้วย ผมเข้าไปชมช้าเลยต้องถ่ายภาพห่างไปหน่อย
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:14:16 น. ]

ความเห็นที่ 244

การแสดงของแต่ละภาค ...เกี่ยวเถอะนะแม่เกี่ยว
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:15:32 น. ]

ความเห็นที่ 245

ดูสาวชาวนาใกล้ ๆ หน่อยดีกว่า
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:16:41 น. ]

ความเห็นที่ 246

กระบี่ กระบอง และฟันดาบ
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:18:00 น. ]

ความเห็นที่ 247

มวยไทย
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:19:13 น. ]

ความเห็นที่ 248

แห่ขันหมาก
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:20:24 น. ]

ความเห็นที่ 249

แต่งงาน รดน้ำสังข์
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:21:32 น. ]

ความเห็นที่ 250

ตีกลองสบัดชัย (ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า)
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:22:30 น. ]

ความเห็นที่ 251

การแสดงภาคใต้
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:23:23 น. ]

ความเห็นที่ 252

ทางเหนือ ฟ้อนเล็บ
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:24:11 น. ]

ความเห็นที่ 253

ภาคกลาง แล้วต่อด้วยภาคอีสาน
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:25:31 น. ]

ความเห็นที่ 254

ลาวกระทบไม้ ชุดนี้สุดยอด ผมนี้เสียวกลัวขาขาว ๆ จะถูกไม้กระทบ จะเสียของซะหมด555
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:27:17 น. ]

ความเห็นที่ 255

นอกจากนี้ก็มีการแสดงอีกหลายอย่าง แสดงประมาณชั่วโมงหนึ่ง การแสดงก็จบลง คนดูปรบมือโดยเฉพาะ ผบ.ผม ชอบใจ ที่ได้ลากตัวผมไปดูด้วยได้
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:29:44 น. ]

ความเห็นที่ 256
concept เดิมไม่เปลี่ยนเหมือน 20 ปีที่แล้ว อาจปรับปรุงนิดๆ หน่อยๆ
From : lotus [ 30 ธ.ค. 50 - 21:30:06 น. ]

ความเห็นที่ 257

เด็ก ๆ โบกมือลา
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:30:54 น. ]

ความเห็นที่ 258

ขอดูเจ้าบ่าว เจ้าสาว ใกล้ ๆ หน่อย
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:31:43 น. ]

ความเห็นที่ 259

หลังจากนั้นไปดูการแสดงของช้าง นิดหน่อย
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:32:35 น. ]

ความเห็นที่ 260

เจ้าตัวนี้เอาหัวงัดซุงที่ยืนกระเด็นไปกลางบ่อ น้ำกระจาย ฝรั่งฝั่งตรงข้ามแตกฮือ เสร็จแล้วลงไปลุยในน้ำงัด ซุงขึ้นมาที่เก่า น้ำกระจายขึ้นมาทางผม ต้องแตกฮือเหมือนกัน
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:35:07 น. ]

ความเห็นที่ 261

ดูมันนั่ง ไม่รู้ว่าจะเจ็บตูดหรือเปล่า
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:35:50 น. ]

ความเห็นที่ 262

เจ้าตัวนี้ นั่งเต๊ะท่าให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป น่าสงสารมันจัง
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:36:55 น. ]

ความเห็นที่ 263

...ฝรั่งถ่ายรูปกับมันไม่เสร็จสักที ที่สงสารก็เพราะมันปวดอึเต็มที่ ควาญไม่ให้มันลุก เลยต้องนั่งถ่ายอย่างนั้น ดูที่ก้นมันซี
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:39:33 น. ]

ความเห็นที่ 264

ออกจากสวนสามพรานประมาณ บ่ายสี่โมง ไปชมหุ่นขี้ผึ้ง ที่ กม. 31 ถนนบรมราชชนนี ราคาเข้าชม เด็กสิบบาท ผู้ใหญ่ 50 บาท แต่ของเรามีบัตรที่ซื้อไว้อยู่แล้ว
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:42:28 น. ]

ความเห็นที่ 265

เข้าไปก็เจอ ชุดแรก เหมือนเสมียน นั่งจดชื่อลงทะเบียน
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:43:48 น. ]

ความเห็นที่ 266

หลังจากนั้นก็เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:44:52 น. ]

ความเห็นที่ 267

องค์นี้หลวงปู่ชา
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:45:37 น. ]

ความเห็นที่ 268

องค์นี้ หลวงพ่อเกษมเขมโก องค์ถัดไปน่าจะเป็นหลวงปู่เทศก์
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:46:51 น. ]

ความเห็นที่ 269

หลวงปู่ทวด
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:47:39 น. ]

ความเห็นที่ 270

ราชวงค์จักรี
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:49:15 น. ]

ความเห็นที่ 271

สมเด็จย่า
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:50:06 น. ]

ความเห็นที่ 272

ขึ้นไปชั้นสอง
...เจอหุ่นครูเอื้อ สุนทรสนาน นึกถึงเพลง พระเจ้าทั้งห้า ที่ตอนหนึ่งร้องว่า "พระที่ห้ามีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินซอสุดรักไวโอลิน เหนือสินอื่นใด ขอฝากเพลงร้องให้เสียงนั้นก้องตลอดไป อนุสรณ์ฝากไว้ จากหัวใจสุนทราภรณ์"
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:53:25 น. ]

ความเห็นที่ 273

บุคคลสำคัญของโลก มหาตมะคานธี
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:55:25 น. ]

ความเห็นที่ 274

คนนี้คงไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร เพราะท่านคงรู้อยู่แล้ว (คือผมกลัวพิมพ์ชื่อท่านผิดน่ะ)
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:56:25 น. ]

ความเห็นที่ 275

นี่อีกท่านหนึ่ง
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:57:11 น. ]

ความเห็นที่ 276

บางห้องไม่ให้ถ่ายภาพ เช่นห้องนี้แต่บอกผมช้าไปซะแล้ว
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 21:59:06 น. ]

ความเห็นที่ 277

ห้องนี้เรื่องพระอภัยมณี
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:00:10 น. ]

ความเห็นที่ 278

ผลงานของสุนทรภู่
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:00:49 น. ]

ความเห็นที่ 279

ห้องนี้ การเล่นไทย ...หมากรุก...ผมนึกสนุก เขามีหุ่นอยู่สาม ผมเลยไปยืนนิ่ง ๆ เพิ่มไปอีกคน เพราะได้ยินกลุ่มสาว ๆ เดินตามมาข้างหลัง ให้เจ้าลูกชายเป็นหน้าม้ายืนถ่ายภาพ กลุ่มสาว ๆ เข้ามาชมใกล้ ๆ ผมก็ขยับตัว เล่นเอาตกใจไปตาม ๆ กัน 555
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:03:49 น. ]

ความเห็นที่ 280

หัวล้านชนกัน
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:05:30 น. ]

ความเห็นที่ 281

จ้ำจี้มะเขือเปาะ กระเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอากระจกที่ไหนส่อง เยี่ยม ๆ มอง ๆ นกขุนทองร้องวู้
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:06:55 น. ]

ความเห็นที่ 282

ขี่ม้าส่งเมือง
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:07:47 น. ]

ความเห็นที่ 283

เสร็จจากดูหุ่นแล้ว เกิดอาการหิว ลูกสาว บอกว่าเพิ่งได้รับโบนัสมา เป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง เราไปกินกันที่ร้าน น้ำเพียงดิน อยู่ถนนอุทยาน ตรงใกล้ถนนพุทธมณฑล สายสาม คนเยอะมาก แต่ไหน ๆ ก็จอดรถแล้ว นั่งรออยู่ครึ่งชั่วโมงจึงมีโต๊ะว่าง ดูบรรยากาศเขาดีนะ
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:10:33 น. ]

ความเห็นที่ 284

...อาหารก็ใช้ได้ ราคาพอสมควร แต่ถ้าปั่นจักรยานไปคนเดียว ผมแวะร้านอาหารตามสั่งแบบสิ้นคิด กระเพราไก่ไข่ดาว น่าจะอิ่มสบายท้องสบายกระเป๋ากว่า ....สวัสดีปีเก่าต้อนรับปีใหม่ครับทุก ๆ ท่าน
From : เกษม ฯ [ 30 ธ.ค. 50 - 22:15:18 น. ]

ความเห็นที่ 285

ลุงเษมฯ กลมกลืนดีจริง ๆ นี่ถ้าไม่บอกไว้ก่อนผมก็นึกว่ามีหุ่นอยู่ 4 ตัว


From : วิทย์ [ 31 ธ.ค. 50 - 00:20:27 น. ]


ความเห็นที่ 286

หวัดดีปีใหม่ "น้าสมพิศและสมาชิกกลุ่มรวมมิตร " ...

... ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2551 ขออ้างคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิในสารภพ ที่ท่านเคารพและศรัทธา ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสพความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงและเป็นที่รักของทุกๆ คน ... ตลอดไป /ณวัฒน์ฯ


From : TigerSmile'Hy [ 31 ธ.ค. 50 - 09:37:54 น. ]


ความเห็นที่ 287
ที่มันกลมกลืนคือ คนเล่นผอม ไม่มีพุง คนดูสองคนพุงยื่นมาพอๆ กัน มิน่า สาวถึงตกใจที่หุ่นขยับได้ 555

ขอบคุณครับ สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ผมอยู่บ้านเฝ้าทีวี แก่แล้วไม่ไปไหนครับ
From : lotus [ 31 ธ.ค. 50 - 20:15:28 น. ]


ความเห็นที่ 288

พี่สมพิศ ฉลองส่งท้ายปีเก่า ไม่มีเกมส์ให้เล่นอีกเหรอ ๕๕๕

เทียบเวลา .... ๒๑.๐๐.๐๐ น.


From : วิทย์ [ 31 ธ.ค. 50 - 20:58:33 น. ]


ความเห็นที่ 289

เตรียมตัว Count Down !!

21.09.00


From : วิทย์ [ 31 ธ.ค. 50 - 21:09:00 น. ]


ความเห็นที่ 290
ก๊ากๆๆ ลุงเกษมยังยืนอยู่ห้องหุ่นขี้ผึ้งหรือเปล่า เดี๋ยวหนูจะไปดูของจริงในพรุ่งนี้นะคะ..

...ลุงเกษมไม่รู้จักชื่อเรียงนามในคห.ที่ 274 หนูรู้จักท่านประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) เป็นผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา ท่านเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๐๙ ในกระท่อมไม้ซุงใกล้เมืองฮอดเกนวิลล์ (Hodgenville) รัฐเคนตั๊กกี้ (Kentucky) เป็นบุตรของโธมัส (Thomas) และ แนนซี่ แฮงส์ ลินคอล์น (Nancy Hanks Lincoln) ในปี ค.ศ. ๑๘๔๒ ได้แต่งงานกับ แมรี่ ทอดด์ (Mary Todd) มีบุตร ๔ คน ประธานนาธิบดีลินคอล์น ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ค.ศ. ๑๘๖๕

...ท่านเป็นประธานาธิบดีคนที่ ๑๖ ของสหรัฐอเมริกา สังกัดพรรครีพับลิกัน (ค.ศ. ๑๘๖๑ – ๑๘๖๕) นโยบายเลิกระบบทาสของลินคอล์น เป็นเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองในอเมริกา ระหว่างรัฐทางภาคเหนือ กับ รัฐทางภาคใต้ ท่านได้รับสมญาว่าเป็น ประธานาธิบดีผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา

วาทะลินคอล์น

“Government of the people, by the people and for the people
shall not perish form the earth.”

Gettysburg Oration

แปลว่า

“รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน จะต้องไม่สูญสลายไปจากโลกนี้”
สุนทรพจน์ที่เมืองเก็ตตี้สเบอร์ก

***********************************************************************
แล้วอีกท่านรูปหนึ่งในคห.ที่ 275 ที่หนูรู้จักและคุ้นเคยชื่อเรียงนามว่า "เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล" นายกรัฐมนตรีวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งประเทศอังกฤษ

...วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) รัฐบุรุษอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๗๔ ณ ปราสาทเบลนไฮม์ (Blenheim Palace), วูดสต๊อก (Woodstock), ออกฟอร์ดเชียร์ (Oxfordshire) เป็นหลานของ จอห์น เชอร์ชิล (John Churchill) ดยุคที่ ๑ แห่ง มาร์ลโบโรจ (Marlborough) เชอร์ชิลเป็นนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย คือ ระหว่าง ปี ค.ศ. ๑๙๔๐ – ๑๙๔๕ และระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๕๑ – ๑๙๕๕

...ท่านได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถภาพ ความเป็นผู้นำอันหาได้ยาก อีกทั้งความสามารถอันยอดเยี่ยมในฐานะนักพูด เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล (Sir Winton Churchill) มีส่วนช่วยในการนำชัยชนะมาสู่ฝ่ายพันธมิตร ด้วยการรักษากำลังใจของฝ่ายอังกฤษ และ รักษาเอกภาพ ของฝ่ายพันธมิตร จน ฝ่ายพันธมิตร ได้ชัยชนะเหนือ ฝ่ายอักษะ วินสตัน เชอร์ชิล ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ค.ศ. ๒๔๖๕

...งานเขียนชิ้นสำคัญๆ ได้แก่ “สงครามโลกครั้งที่สอง” (ค.ศ. ๑๙๔๘ – ๑๙๕๓) “ประวัติศาสตร์ ประชากรผู้พูดภาษาอังกฤษ" (ค.ศ. ๑๙๕๖ – ๑๙๕๘) เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ในปี ค.ศ. ๑๙๕๓

เซอร์ วินสตัน (เลียวนาด สเปนเซอร์) เชอร์ชิล (๑๘๗๔ – ๑๙๖๕)

"ระหว่างมีชีวิตอยู่ เป็นชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด",
"เป็นนักยุทธศาสตร์ที่มีพรสวรรค์",
"เป็นผู้นำสงครามที่บันดาลกำลังใจ,
"เป็นนักพูดที่ยอดเยี่ยม",
"เป็นนักวาดภาพที่สามารถ",
"เป็นนักเขียนที่มีสำนวนโวหารเป็นเยี่ยม พร้อมทั้งมีสำนึกทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง",

(จากสารานุกรมชีวประวัติแคมบริดจ์)

ที่มาจากเว็บ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่ลุงเกษมไปดูมาแล้วให้อ่านที่ http://www.rosenini.com/thaihumanimagery/018.htm ค่ะ

From : oiltrips [ 31 ธ.ค. 50 - 22:06:00 น. ]


ความเห็นที่ 291
เหอๆๆ โอ๊ตนนท์ป่วยตอนนี้ยังไม่มีแรงซ่าขึ้นหรือไง....ตอนนี้ฉันบอกว่าแรงตกไปเยอะ เหมือนเป็นลูกบ๊วยคนสุดท้ายในการออกทริปส่งพี่เรียวนั่นดิ ทำให้ฉันรู้สึกว่า "หมด(แรง)ลายสิงห์ร้ายในอดีตหล่นไปแล้ว" ...เพราะน้ำหนักขึ้นผิดปกติ การปั่นไม่ออกดีขึ้นหรอก ยังมีอาการโอลออเวอร์อ่อนลงไปเยอะแยะ ฉันต้องหาทางคืนกลับมาเป็นนักแข่งไม่ทิ้งลายเสือเดิมให้ได้ค่ะ แง้งๆๆ ฉันเสียใจย่ะ
From : oiltrips [ 31 ธ.ค. 50 - 22:15:30 น. ]

ความเห็นที่ 292
วันนี้ฉันออกไปช้อปปิ้งใช้เงินจ่ายเยอะไปหมดเกือบห้าร้อยบาทแล้ว เป็นค่าหนังสือตำราฝึกเขียน-อ่านภาษาจีนกลาง 2 เล่ม พร้อมภาษาอังกฤษฉบับนักเดินทาง 1 เล่ม และคู่มือเที่ยวมาเก๊าด้วยตนเอง 1 เล่ม เพื่อมีแผนออกทริปไปลุยเกาะมาเก๊า 5 วัน ต้องใช้ภาษาจีนกลาง และจีนกวางตุ้งให้แม่นยำก่อนออกเดินทางคนเดียวตามคู่มือเที่ยวมาเก๊าด้วยตนเองทำได้ค่ะ
From : oiltrips [ 31 ธ.ค. 50 - 22:22:53 น. ]

ความเห็นที่ 293


สวัสดีปีใหม่ครับ

ผมเปิดกระทู้สัพเพเหระ ภาค ๑๙ ไว้แล้วครับ
-> http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=201628

From : สมพิศ [ 1 ม.ค. 51 - 03:14:03 น. ]



กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ