00001
ไต่ระห่ำวิบาก...กระชากฝันไว้ที่ Mt. Kinabalu ..(ภาค 2 จบ)

เมื่อฉันมีความพยายามฮึดสู้เดินไต่ปีนตามก้อนหินใหญ่สูงขึ้นมาถึงจุดพิชิต Low's Peak ในยอดเขาคินาบาลูได้สำเร็จ นับว่าชนะใจตัวเองใช้เวลาอึด 3 ชั่วโมงก็มีความภาคภูมิใจมากที่คว้าใฝ่ฝันเป็นจริงสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว

ไต่ระห่ำวิบาก...กระชากฝันไว้ที่ Mt. Kinabalu ..(ภาค 2 ) ตอนจบแล้วค่ะ

..."คินาบาลู" เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเวียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งตะหง่านท้าทายผู้กล้าหาญจากทั่วโลกรวมถึงตัวฉันก็เล่นเอาด้วยให้ไปขึ้นไปพิชิต Low's Peak ที่มีความสูง 4,095 เมตร ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติคินาบาลู เมืองโกตาคินาบาลู รัฐซาบาร์ท ในเกาะเบอร์เนียงของดินแดนครึ่งหนึ่งของมาเลเซีย ฉันได้ค้นพบว่า เป็นสถานที่น่าพิศวงและมหัศจรรย์ทางธรรมชาติมีมากมาย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักเดินไต่เขาทั่วโลกเดินทางมาชุมนุมกันที่คินาบาลูเพื่อไปพิชิตที่นี่...ว่า ทริปโหด สวย ดี แต่ได้รับความเจ็บปวดมากหลังจากเดินขาลงมารวม 16 กม. แทบเข่าเดี้ยง - กล้ามเนื้อตึงรุนแรงนอนเจ็บซมไป 3 วันก็หายอาการนี้ เนื่องจากฉันไปเดินไต่ระห่ำหนักไปหน่อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ซ้อมน้อย เพียงลองไปเที่ยวเล่นเพื่อทำสถิติวัดใจสู้(นักวิ่ง) แค่นี้ค่ะ

...ฉันได้มีโอกาสที่ดีกลับมาเล่าสู่กันฟังทั้งอ่านเรื่องราวถึงความงามของธรรมชาติอันหลากหลายในดินแดงที่ไม่ไกลจากบ้านเราสักเท่าใด...นำภาพถ่ายในแผ่นฟิลม์สีธรรมดาที่ฉันเก็บเอามาฝากให้เพื่อนชาวจักรยานทุกท่านได้พบเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติของคินาบาลูด้วยความยินดีค่ะ
By : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:19:12 น. ]


ความเห็นที่ 1

เมื่อเวลา 08.00 น. พวกเราได้ออกจากอุทยานฯ คินาบาลูฝั่งใต้ที่ Mesilau ไปยังอุทยานฯ คินาบาลูฝั่งเหนือที่ Timpohon โดยนั่งรถมินิสปอร์ตของอุทยานฯ จัดไปส่ง

เช้าวันที่ 3 กรกฎาคม 2550 ....วันที่เริ่มเดินทางตื่นเต้นมาก

แฮะๆๆ ลืมเขียนลิ้งค์จากภาคแรกที่ทำไว้คราวหลังที่แล้ว ฉันเร่งเขียนเนื้อหาหนังเน็ตได้ให้เพื่อนรอคอยการกลับมาของฉันเล่นบทโคตรอึดอีกครั้งค่ะ

ใครยังไม่ได้อ่านภาคแรก แล้วฉันทำลิ้งค์กระทู้เดิมที่ ไต่ระห่ำวิบาก...กระชากฝันไว้ที่ Mt. Kinabalu ..(ภาคแรก)

From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:29:44 น. ]


ความเห็นที่ 2

มาถึงหน้าที่ทำการอุทยานฯ Kinabalu Pake Head Quarters ฝั่ง Timpohon ได้พบนักเที่ยวจากหลายประเทศมาชุมนุมนัดหมายกันมีร้อยกว่าคน
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:33:02 น. ]

ความเห็นที่ 3

แผนที่เส้นทางเดินธรรมชาติมี 2 ด้าน และแสดงตั้งที่พักมีหลายหลังเยอะแยะในบริเวณกว้างมากถึง 5 กม.
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:36:10 น. ]

ความเห็นที่ 4

แท็กซี่ที่มาจากตัวเมืองโกตาคินาบาลู สามารถรับส่งวิ่งมาถึงอุทยานฯ คินาบาลูได้โดยเหมาเป็นคันต่อวัน แท็กซี่รุ่นนี้มีคลาสคิดคันเก่าดีค่ะ

*** คิดเหมาแท็กซี่ประมาณ RM 60.00-80.00 แล้วแต่บางคนขับยอมตกลงได้
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:40:39 น. ]


ความเห็นที่ 5

ดอกอะไรไม่รู้ชื่อ ที่ฉันพบเห็นได้ง่ายตามรั้วสวนในอุทยานฯ ข้างล่างนั้น มีดอกบานสีขาวอมชมพูสีสวย ไม่มีกลิ่น (ภาพถ่ายโดย คุณณรงค์ เพื่อนร่วมทริป)
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:44:25 น. ]

ความเห็นที่ 6

เมื่อได้ลงทะเบียนรับบัตรชื่อตัวเองคล้องคอแล้ว คุณคมรัฐ ได้แนะนำไกด์พร้อมลูกหาบมีคนเดียวในร่างเดียวเท่านั้นให้พวกเรารู้จักกัน เขามีชื่อว่าไกด์ "จอห์น" เป็นคนในท้องถิ่นที่นั่น (คนขวามือ) ...โดยคุณณรงค์(คนซ้ายมือ)
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:48:36 น. ]

ความเห็นที่ 7

ก่อนจะขึ้นบนเขา ต้องชั่งน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระที่ส่งให้ลูกหาบรับจ้างแบกของ ฉันเอาเป้สีส้มมาวางบนตาชั่งได้หนัก 3 กก. ต้องจ่าย 210 บาท กิโลกรัมละ RM 7.00 (70 บาท) อย่าเอาของมีค่าใส่ในเป้เด็ดขาด ฉันมีกระเป๋าเล็กอีกชุดใส่เฉพาะของจำเป็นเช่น เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน ฟิล์ม น้ำขวด ขนมเล็กๆ และแบงค์ พาสปอร์ตติดตัวเองเท่านั้น
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 20:53:19 น. ]

ความเห็นที่ 8

รถบัสบริการของอุทยานฯ รับส่งจากหน้า Kinabalu Pake Head Quarters ไปยังประตูทางขึ้น Timpohon มีระยะทางไกลทั้งเนินเหมือนขึ้นดอยสุเทพครึ่งนึงเท่านั้น ใช้เวลามาถึง 15 นาที รถบัสมีหลายเที่ยวตั้งแต่ 07.00 - 17.00 น. เสียค่าบริการคนละ RM 2.50 (25 บาท) บางทีมีคันสุดท้ายเก็บตกนักเที่ยวขาลงหมดแรงจนหัวค่ำก็มีค่ะ
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:05:10 น. ]

ความเห็นที่ 9

ฉันขึ้นไปนั่งท้ายสุดรถบัส มีนักเที่ยวชาวญี่ปุ่น รวมถึงคนต่างชาติพร้อมไกด์ขึ้นรถจนเต็มจะออกไปทันที
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:07:41 น. ]

ความเห็นที่ 10

เมื่อรถบัสมาถึงหน้าด่าน Timpohon แล้วตอนเช้าราวสามโมงครึ่งกว่า เป็นจุดเริ่มต้นเดินสองเท้าขึ้นไปข้างบนยอดเขาอยู่ห่างไกลนั้น
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:09:45 น. ]

ความเห็นที่ 11

เตรียมตัวออกเดินออกทางประตูหลัง แต่ต้องแสดงบัตรคล้องคอให้เจ้าหน้าที่เช็ดชื่อฉันไปได้แล้ว
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:12:18 น. ]

ความเห็นที่ 12

...ฉันได้พบป้ายทำเนียบสถิตินักวิ่งยอดมนุษย์ที่ทำลายสถิติไว้เมื่อ 30 ก.ย.- 1 ต.ค. 2549 มีนักวิ่งจอมอึดจากทั่วโลกมาชิงชัยรับเงินแสนบาทกว่า ในรายการแข่งวิ่งไต่ปีนเขาวิบากระดับโลก คือ CLIMBATHON 2006 ครั้งที่ 20 มีนักวิ่งเข้าร่วมรายการนี้มี 247 คน แยกนักวิ่งชายโอเพ่น 126 คน นักวิ่งหญิงโอเพ่น 51 คน และนักวิ่งประเภททหารผ่านศึก 70 คน

*** เห็นแล้วยอมรับว่า นักวิ่งมืออาชีพชั้นเซียนเก่งมาก ต่างกันกับประเภทวิ่งไต่บันไดตึกสูงอย่างใบหยก 81 ชั้น ก็ห่างกันไกลเยอะแยะค่ะ
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:20:00 น. ]


ความเห็นที่ 13

โฉมหน้านักวิ่งเจ้าของแชมป์ CLIMBATHON KINABALU รักษาแชมป์ไว้ 2 สมัยซ้อน ชื่อ RICARDO MEJIA จากเม็กซิโก เขานักวิ่งอาชีพมีรูปร่างเตี้ยวัยสามสิบสามปีเองค่ะ
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:24:07 น. ]

ความเห็นที่ 14

เมื่อนาย RICARDO MEJIA วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก แบบมาคนเดียวสบายๆ ทำได้สถิติ 2 ชม. 50 นาที 52 วินาที รับเงินไป 450 USD เท่ากับ 1 แสนห้ากว่าบาท

...งานวิ่ง CLIMBATHON KINABALU ที่อุทยานฯ นั้น เป็นประจำทุกปี ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่สุดยอด ยังมีนักวิ่งไม้ประดับเข้าร่วมด้วย ทำได้สุดแค่ 6 ชม.เท่านั้น...ฉันนึกอยากจะวิ่งลงแข่
งเอาด้วย ต้องเริ่มลดน้ำหนักและซ้อมหนักทำได้
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:30:20 น. ]


ความเห็นที่ 15

นักวิ่งทุกคนต้องวิ่งไต่ขึ้นบนยอด Low's Peak เป็นจุดวกกลับที่ กม. 8.5 ภายในวันเดียวต้องวิ่งลงมาข้างล่างด้วย

...ภาพเก็บตกจากเว็บงานวิ่งคินาบาลูปีกลายยกขึ้นมาให้ดูว่า ใช้รอเท้าประเภทไหนที่ว่าขึ้นบนยอดเขาที่มีหินแหลมคม แข็งโป๊กหนัก ฉันจำได้ว่าคุณทรงศักดิ์ TOT เคยเขียนแนะนำเรื่องรองเท้าวิ่งให้ถูกประเภทใช้งานต่างๆ ให้ลุงสมพล
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:34:43 น. ]


ความเห็นที่ 16

วิ่งทางดิ่งลงหน้าผาชันน่าหวาดเสียว ต้องชะลอความเร็ววิ่ง ใช้เท้าแตะเบรกเป็นช่วงๆ ระวังไม่สะดุดก้อนหินก่อนล้มกลิ้งตีลังกาไปตกหน้าผา

...เมื่อฉันได้ทดลองเดินเร็วลงมาปรากฏว่าเจ็บนิ้วเท้าทั้งสองข้าง เพราะใช้รองเท้าวิ่งแบบส้นฟองน้ำบางเบาไปหน่อย ก้าวย่ำก้อนหินแข็งเบรกๆ บ่อย ให้ลงน้ำหนักตัวเองใช้หนักมากไป เลยนิ้วเท้าจะพองโป่งแล้ว
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:40:51 น. ]


ความเห็นที่ 17

การวิ่งไต่ขึ้นบนยอดเขาไปถึงหน้าสโลว์พีค ไปตามเส้นเชือกสีขาวไว้เป็นเครื่องหมายวิ่งไปถูกทาง ทุกคนต้องวิ่งขึ้น 8.5 กม. แล้วลงมาวิ่ง 8.5 กม. แล้วพ้นทางประตู Timpohon แล้ววิ่งต่อทางถนนอีก 5 กม. เข้าเส้นชัยอยู่ที่ ทำการอุทยานฯ ด่านแรกรวม 21 กม. ทำได้เพียง 3-4 ชม. ถ้าบ๊วยก็อยู่ที่ 6-9 ชม.ก็มี งานแข่งมีตั้งแต่เช้า 06.00 - 13.00 น. รับรางวัลตอนบ่ายสองโมง จบงานตอน 15.00 น.เท่านั้น
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:46:34 น. ]

ความเห็นที่ 18

โฉมหน้าผู้ชนะเลิศนักวิ่งฝ่ายชายโอเพ่น มี 3 อันดับ ได้แก่

1. RICARDO MEJIA..............เม็กซิโก........สถิติ 02.50.52 (ยืนกลาง) ได้เสื้อวินเนอร์
2. MIUS BALINTING ...........MAS.............สถิติ 02.51.44 (ยืนซ้าย)
3. SAFREY SUMPING...........MAS.............สถิติ 02.53.22 (ยืนขวา)
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:53:22 น. ]


ความเห็นที่ 19

แล้วหันมาดูฝ่ายหญิงนักวิ่งโอเพ่นสิคะ

1. ANNA PICHTROVA..........CZE............สถิติ 03.08.48 (ยืนกลาง) ได้เสื้อวินเนอร์
2. IVA MILESOVA...............CZE............สถิติ 03.14.42 (ยืนซ้าย)
3. DR. ANGELA MUDGE......เยอรมันนี......สถิติ 03.28.25 (ยืนขวา)
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 21:57:42 น. ]


ความเห็นที่ 20

แผ่นโบชัวร์รายการแข่งวิ่งวิบาก CLIMBATHON KINABALU ครั้งที่ 21 มีกำหนดขึ้นใน 25-26 ส.ค. 2550 ต้องอ่านรายละเอียดให้ดีเสียก่อนค่อยไปสมัครลงเว็บไซต์ได้ที่นี่ http://www.sabahtourism.com/climbathon/

*** ฉันได้ไปสอบถามจนท.ททท.รัฐซาบาร์ทเมื่อวันก่อน(ในกระทู้ภาคแรก) รู้ว่า สมัครคนละ 35 USD พร้อมที่พัก+อาหาร+น้ำ+เสื้อที่ระลึก+ประกาศนียบัตร+เหรียญที่ระลึก (ต้องมาซิวก่อน 100 อันดับ) และส่งเงินค่าสมัครทาง Chaque / Bang Draft Payabie โอนเงินไปก่อน 18 สิงหาคมนี้ การอุบัติเหตุมีรับประกันค่ารักษาพยาบาลให้อยู่แล้วค่ะ
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 22:08:43 น. ]


ความเห็นที่ 21
แผนที่เส้นทางเดินวิ่งตามกิโลเมตรเป็นระยะละ 500 เมตร ขึ้น ทีละจุดพักเท้า ไปถึง 8.5 กม. วิ่งวกกลับที่หน้า Low's Peak ลงมาสุดท้ายที่ทำการ HEADQUARTERS ทั้งสิ้น 21 กม.

จบข่าวเรื่องรายการแข่งวิ่งจบแล้ว

...ลองนึกให้คิดดีแน่ใจว่า การวิ่งแข่งไต่บันไดหิน ไม่เหมือนกับการแข่งวิ่งไต่บันไดตึกระฟ้า เพราะแรงโน้มถ่วงวิ่งบนคินาบาลูสูงชันมากกระชากน้ำหนักตัวเองไม่ไหวหรอกค่ะ อ.โลตัสพูดไม่ผิดเนี่ย..แหละวิ่งทางราบไม่เท่ากันจริงๆ มีแต่เจ็บระบมทั้งตัวไปอีกหลายวันค่ะ

*** ขอพักเขียนไว้ก่อน ค่อยเล่าเรื่องเดินป่าสนุกๆ พรุ่งนี้
...............................................................ฉันต้องไปนอนแล้วนะคะ..ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
From : oiltrips [ 24 ก.ค. 50 - 22:21:30 น. ]


ความเห็นที่ 22

Selamat ....... เข้ามาติดตามภาค 2 ต่อครับ

From : สมพิศ [ 25 ก.ค. 50 - 06:51:22 น. ]

ความเห็นที่ 23
รอชมอยู่เช่นกันค่ะ.....
ภาพและคำบรรยายแจ่มเช่นเคย
From : แบ่มแบ้ม [ 25 ก.ค. 50 - 08:51:38 น. ]

ความเห็นที่ 24

เมื่อคืนนั้นเลยลืมแนบภาพนักจักรยานผสมนักวิ่งกำลังวิ่งไต่ขาลงบนยอดเขาคตินาบาลู เป็นงานแข่งไตรกีฬาแอ้ดชั่นเทรลเวล มีพายเรือ+ปั่นจักรยานขึ้นคินาบาลู+วิ่งไต่ปีนหน้าผาลงมาปั่นจักรยานต่อจบด้วยวิ่งเข้าเส้นชัยไม่ต่ำกว่า 3 - 5 ชม. ประเภททีมเท่านั้น...คงน่าดูแข่งระดับหินๆๆ ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:00:05 น. ]

ความเห็นที่ 25

ดูสิ...กระสอบพาสติก(ผ้าใบ)ข้าวสารของไกด์จอห์นเอามาทำเย็บทำเองเป็นสะพายเป้บรรทุกของหนักได้ 20 โลสบายๆ ฉันลอกวิชาของไกด์จอห์นเอาไปทำที่บ้านด้วย

...ช่วงก่อนพักเที่ยง ฉันตรวจสอบตัวอักษรมีพิมพ์ผิดบางตัวเลยต้องขออภัยด้วย พลั้งมือพิมพ์หลุดไปบ้าง แต่เพื่อนอ่านแล้วก็เข้าใจดีอยู่แล้วค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:04:04 น. ]


ความเห็นที่ 26

น้ำตก Carson

...หลังจากตรวจสอบรายชื่อฉันในกลุ่มคุณคมรัฐเรียบร้อยแล้ว เดินออกหลังประตู Timpohon ไป50 เมตรแรก จะมีสะพานข้ามลำธารเล็กๆ ไปยังจุดที่พัก Kandis Shelter จะเป็นทางลงเล็กน้อย เดินไปราว 5 นาที จะได้พบน้ำตก Carson ผ่านสะพานไม้ไปเจอบันไดเป็นทางขึ้นอย่างเดียว ไม่ค่อยจะมีที่ราบสักเท่าใด
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:09:35 น. ]


ความเห็นที่ 27

จุดครึ่งกิโลเมตรแรก (500 เมตร) อยู่ในที่สูงระดับที่ 1,935 เมตร ฉันเดินก้าวเท้าก้าวเข่าสบายไม่เครียดเรื่องอาการปวดเข่ากำเริบอยู่ ต้องระมัดระวังตัวเองตลอดเวลา ไม่ให้มีภาระกับพวกเพื่อนเดินตามหลังด้วย
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:12:48 น. ]

ความเห็นที่ 28

...ที่นี่มีแหล่งดูนกต่างๆ สัตว์ป่าต่างๆ มีโผล่บนยอดต้นไม้สูง ฉันแหงนหน้ามองไม่เห็นชัดเจน เพราะยืนอยู่ที่สูงไกลเห็นตัวนกเล็กนิดเดียว...น่าจะเอากล้องส่องดูนกมาด้วยก็ดีนะ พี่เสืออ้อยเก็บเงินให้ครบสองหมื่นบาทเมื่อไหร่ฉันจะพาไปได้ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:15:58 น. ]

ความเห็นที่ 29

เมื่อฉันเดินขึ้นบันไดหลังกิโลครึ่งแรกไปเจอบันไดสูงชันที่คิดไว้ว่า..ถ้าจะเปิดฉากวิ่งแข่งไล่บี้กันขึ้นบนยอดเขาจะต้องเจอสภาพบันไดแบบนี้ก็เหงื่อแตกแน่นอน
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:18:37 น. ]

ความเห็นที่ 30

มาถึงศาลาพักจุดแรกที่ Kandis Shelter อยู่ก่อนถึงหลักกิโลแรกไป 500 เมตร เห็นมีห้องสุขาให้นักเที่ยวใช้บริการได้

*** เรื่องห้องสุขา ห้องน้ำ จะมีจัดไว้ทุกจุดละ 500 เมตรทุกหลังศาลาพักด้วย
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:21:57 น. ]


ความเห็นที่ 31

ผ่านครึ่งกม.แรกไปถึงหลักกม.ที่ 1 เริ่มนับก้าวเท้าขึ้นไปอยู่ที่สูงเหนือน้ำทะเล 2,039 เมตร ให้ดูที่ป้ายเบ่งบอกมีลูกศรชี้แสดงว่าตรงนี้คุณยืนอยู่ที่นั่นเอง...ฉันอ่านแผนที่นั่นว่ายังอีกไกลมากนัก
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:24:54 น. ]

ความเห็นที่ 32

แฮ่กๆ เจอสภาพขั้นบันไดสูงทั้งชันเรื่อยๆ ขึ้นไปยังจุด Uban Shelter ต่อให้นักวิ่งอย่างฉันต้องรับเบ่งสู้น้ำหนักตัวเองจะไหวไปถึงแค่ไหน...

...สิ่งเคล็ดลับในการเดินขึ้นยอดเขาสูงๆ ว่า ไม่ควรเดินแล้วหยุดพักบ่อยๆ จะทำให้เหนื่อยง่ายเร็วขึ้น หรือถ้านั่งแล้วให้เหยียดขาออกไปตรงๆ ... ไม่งั้น จะเจอตะคริวจะมาหาฉันแน่นอน และใครรู้ตัวว่าเดินช้า ก็ให้เดินอยู่ข้างหลัง จะได้ไม่กดดันเห็นคนเดินขึ้นมาแซงไป...
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:31:23 น. ]


ความเห็นที่ 33

ตามริมแนวเดินป่าธรรมชาติ ได้พบสิ่งสวยงามเป็นดอกไม้เล็กซุกซ่อนตามพุ่มต้นไม้เตี้ยๆ
(ภาพโย คุณณรงค์)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:34:28 น. ]

ความเห็นที่ 34

นับจากหลักกม.ที่ 1.5 อยู่ที่ระดับความสูง 2,164 เมตร ไปยังจุดพัก Lowil Shelter

...ฉันเดินเพลินชมไม้ชมนกชมดอกไม้อยู่คนเดียว ไม่มีหลุดออกจากกลุ่มเดียวกัน เพราะบางคนเดินเร็วเดินช้าแตกกลุ่มไปโดยอภิปรายนั่นแหละ ไม่ต้องกลัวเรื่องหลงทาง มีไกด์จอห์นเดินตามหลังคนสุดท้ายคอยไล่ให้ถึงที่พักบนยอดเขาก่อนจะมืดเร็ว
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:39:52 น. ]


ความเห็นที่ 35

เดินลุยต่อให้ถึงฝั่งบนให้รู้รอดว่า ยอดเขาคินาบาลูอยู่ใกล้ๆกัน แต่เดินอีกไกลอีกนานมั้ย?
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:42:43 น. ]

ความเห็นที่ 36

ดูดีๆๆ สิคะ สังเกตขั้นบันไดข้างล่างที่ฉันยืนอยู่ มีลักษณะเป็นขั้นบันไดสูงราว 1 ฟุตไม้บรรทัด แสดงให้ฉันรู้ว่า การวิ่งขึ้นบันไดแบบนี้มองเห็นเทือกเขาสีเทาอ่อนอยู่ข้างหน้าไปกี่กม.อีก?
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:48:09 น. ]

ความเห็นที่ 37

"บัวแฉก" พืชตระกูลเฟริ์นชื่อ Dipteris Conjugata มีมากดกตามริมทางเดินเท้า
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:50:38 น. ]

ความเห็นที่ 38

เดินตรงที่หลักกม. 2 อยู่ในระดับความสูงที่ 2,250 เมตร ตรงนี้เป็นจุด Lowil Shelter
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:53:23 น. ]

ความเห็นที่ 39

สิ่งแรกที่ฉันได้พบสัตว์น่ารักตัวเชื่องเป็น "กระรอกเบอร์เนียว" เจ้าถิ่นมี 4-5 ตัวชอบมาดักรอขอกินเศษขนมจากนักเที่ยวมาพักศาลาหลังนี้อยู่ที่หลัก กม. 2
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:57:03 น. ]

ความเห็นที่ 40

ตรงข้ามที่พักนั้น จะมีห้องสุขามีห้องเดียวใช้ร่วมกันทั้งชายหญิงด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 10:58:26 น. ]

ความเห็นที่ 41
ขอนู๋ดูด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะพี่oiltrips
From : น้องสาวพี่ค่ะ [ 25 ก.ค. 50 - 11:00:27 น. ]

ความเห็นที่ 42

ฉันเดินไต่ขึ้นตามบันไดชันเรื่อยๆ ผ่านหลักกม.ที่ 2.5 คงสูงที่ 2,350 เมตร เสียงหัวใจเต้นตุ๊บตั๊บโผล่หน้าอกเป็นระรัวๆ ฉันต้องเอามือกุมจับหน้าอกคอยควบคุมจังหวะเสียงหัวใจให้ช้าๆลงๆ ใจเย็นๆ ลงหน่อยเนอะ..เดี๋ยวจะเกิดวูบไปหายใจไม่ออก เพราะระดับน้ำทะเลความสูงยิ่งสูงขึ้นมาก หายใจลำบาก

...สงสัยฉันเดินระห่ำเกินไปไม่ได้พักหยุดเลย...ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:04:16 น. ]


ความเห็นที่ 43

สิ่งสร้างผลงานตามธรรมชาติของต้นเฟริ์นชนิดหนึ่งไม่มีชื่อหรอก ดูแปลกดีค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:06:16 น. ]

ความเห็นที่ 44

...ความกดดันอากาศเบา แสงแดดส่องลงมาข้างล่างกระทบกับร่มต้นไม้ พื้นดิน จะมีควันหมอกไอสีขาวครุ่นลอยขึ้นมากลายเป็นหมอกป่า ฉันเดินผ่านฝ่าหมอกรู้สึกว่า เย็นมาก ทั้งหนาวผิวหนังฉันก็ขนลุกชันขึ้นอ่ะ เหมือนป่าแอร์ช่ำชื่นจัง

(ภาพถ่ายโดย..ยุ่ย เพื่อนร่วมทริป)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:10:51 น. ]


ความเห็นที่ 45

เมื่อเดินผ่านไปหลักกม.ที่ 3.5 ก่อนจะพบทางแยกสองทางนั้นอยู่ข้างหน้า 100 เมตร...จะได้เห็น
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:15:10 น. ]

ความเห็นที่ 46

กล้วยไม้เล็กๆ สีเหลือง อาศัยอยู่ตามพื้นดินข้างล่างซ่อนในพุ่มหญ้า อาจจะเป็น "กล้วยไม้ดิน" เพราะต้นติดอยู่กับพื้นดิน........ใครรู้เรื่องกล้วยไม้เก่งให้บอกมาได้ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:20:30 น. ]

ความเห็นที่ 47

กล้วยไม้ดินสีเหลือง อีกรูปแบบเดียวกัน ........ภาพถ่ายโดย คุณณรงค์
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:23:22 น. ]

ความเห็นที่ 48

ในระหว่างเดินท่ามกลางแมกไม้ดงป่าดิบสมบูรณ์ เหมือนเที่ยวป่าดึกดำบรรพ์ล้านปี ฉันเห็นมีกาฝากกล้วยไม้หายากอยู่ข้างบนกิ่งยอดต้นไม้สูง
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:26:48 น. ]

ความเห็นที่ 49

แฮ่กๆ ๆ ๆ สามคำทีแล้ว เจอทางบันไดหินต่างระดับไต่ขึ้นไปสูงอีกแล้ว...หากจะวิ่งไต่ขึ้นระวังเรื่องข้อเท้าพลิกแพลงได้ทุกวินาที
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:29:20 น. ]

ความเห็นที่ 50

กว่าจะถึงหลักกม.ที่ 4 จุดสูงที่ 2,745 ยิ่งสูงกว่ายอดดอยอินทนนท์ เกือบจะใกล้อีก 2 กม. ถึงที่พักใหญ่ๆ แต่ยังไกลนัก... ตรงนี้เป็นจุด Layang- Layang
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:33:41 น. ]

ความเห็นที่ 51

เดินผ่านป้ายหลักกม.4 ไปเจอทางแยก 2 ทางที่มาจากฝั่ง Mesilau มาบรรจบกับทางเดินตรงของฝั่ง Timpohon ก่อนที่ไปถึง กม. 4.5 นั้น

*** ถ้าจะเดินออกจากฝั่ง Mesilau มาถึงจุดตรงนี้มีระยะทางไกลกว่า ประมาณ 5.5 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ในพื้นที่ Mesilau สวยงามมากกว่าที่นั่น
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:37:26 น. ]


ความเห็นที่ 52

ตรงก๊อกน้ำจุดนี้เป็นน้ำประปาดื่มได้ ปลอดภัย 100 % แต่ฉันดื่มไปแล้วรู้สึกว่ารสน้ำไม่เหมือนกัน เป็นน้ำจากน้ำตกข้างบนอ่ะ

...เมื่อฉันไม่ได้เดินมาจาก ฝั่ง Mesilau นั้น เพราะเลือกเส้นทางฝั่ง Timpohon เพราะเป็นสำรวจทางแข่งวิ่งไต่วิบากเท่านั้นค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:40:58 น. ]

ความเห็นที่ 53

ทางเดินตามบันไดหินไต่ขึ้นเขาเรื่อยๆ ....ขาจะเริ่มอ่อนล้าลงแล้วจ้า..
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:42:40 น. ]

ความเห็นที่ 54

ตามเดินผ่านหลัก กม.ที่ 4 ขึ้นไป จะได้พบดงต้นหม้อแกงลิงขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ห่างใกล้ๆ ที่ฉันมองไม่เห็น คุณคมรัฐ ยืนรอแนบอกให้ฉันมุดรั้วสายไฟแรงสูงลอดเข้าไปเส้นทางแยกอีกหนึ่งจะมีต้นหม้อแกงลิงสีแดงอยู่
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:45:57 น. ]

ความเห็นที่ 55

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์ Nepenthes Xkinaluensis ขนาดใหญ่มาก มีความสวยงามมาก
(ภาพถ่าย..โดย..ยุ่ย)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:49:57 น. ]

ความเห็นที่ 56

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์ Nepenthes มีอายุสีอ่อนขนาดเล็ก กำลังเจริญเติบโตอยู่
(ภาพถ่ายโดย..คุณณรงค์)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:53:31 น. ]

ความเห็นที่ 57

เมื่อต้นหม้อแกงลิงเจริญเติบโตใช้เวลานานเป็นปีๆ จะมีอายุแก่สีแดงเข้มขึ้น ยังมีความเติบโตใหญ่ขึ้นเท่ากับไม้บรรทัด 1 ฟุตก็มีค่ะ
(ภาพถ่าย โดย คุณณรงค์)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:56:09 น. ]

ความเห็นที่ 58

ยังมีดอกไม้เป็นกล้วยไม้อีกชนิดหนึ่งมีลักษณะช่อสีขาว ร่วมกับต้นหม้อแกงลิงด้วยกัน
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 11:58:37 น. ]

ความเห็นที่ 59

กล้วยไม้สีขาว มีชื่อว่าสกุล Coelogyng .........นับว่าเป็นกล้วยไม้ที่ต้องห้ามออกจากอุทยานฯ คินาบาลู (ภาพถ่ายโดย..คุณณรงค์)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 12:01:13 น. ]

ความเห็นที่ 60

ทางเดินบันไดธรรมชาติกลางป่าแคระ ได้พบเพื่อนต่างชาติกำลังเดินลงมาสวนกับฉันส่งยิ้มมิตรไมตรี รู้ว่าเค้าจะกลับบ้านแล้ว
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:37:06 น. ]

ความเห็นที่ 61

โอ่ยๆๆ ..เหนื่อยจัง...เมื่อเดินขึ้นถึงสูงระดับที่ 2,898 เมตรแล้ว จุดหลักกม.ที่ 4.5 (สี่กิโลครึ่ง) ฉันเห็นว่า เหลืออีก 2 กม. จะได้พักผ่อนบ้างเสียที
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:39:23 น. ]

ความเห็นที่ 62

เดินตามต้นไม่หลากสีหลากชนิดที่ไม่เหมือนที่อุทยานเมืองไทย มีใบสองสีผลัดใบ ให้เห็นว่าป่าคินาบาลูมีความอุดมสมบูรณ์ รักษาสภาพที่ดีไว้ตลอดปี
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:42:08 น. ]

ความเห็นที่ 63

เส้นทางเดินธรรมชาติร่มรื่นดีในดงป่าแคระ(ป่าโบราณ) ที่เงียบสงบมาก มีนกโผล่บินว่อนมาใกล้ฉันหยิบกล้องขึ้นถ่ายไม่ทัน เพราะนกรู้ตัวจึงบินหนีไปแล้ว
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:44:27 น. ]

ความเห็นที่ 64

เดินเลยหลักกม.ที่ 4.5 ผ่านไปแล้ว ฉันพยายามพยุงเข่าให้ก้าวเดินเร็วที่สุด แต่หมดแรง จึงหยุดพักบ้าง แค่ 5 นาทีก็ลุยเดินดาหน้าต่อ...นี่ เส้นทางโคตรหินที่คิดไว้หนักใจมาก
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:47:37 น. ]

ความเห็นที่ 65

..จากจุดศาลาพักเหนื่อยตรงที่ Layang-Layang ก่อนจะไปยังจุด Paka Shelter เมื่อพ้นทางแยกมาแล้ว ป่ารอบข้างจะเริ่มเป็นป่าแคระ ต้นไม้จะเล็กลง เมื่อความสูงขึ้น และป่าเขตนี้จะมีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงอยู่มาก ...มองดูป้ายข้างบนมุงหลังคาแสดงว่ามีระยะทางจากแยกทาง 2 เส้นจนถึงศาลาพัก Paka Shelter ประมาณ 1.5 กม. แต่เหนื่อยพอดู จุดนี้มีถ้ำ Paka เล็กๆ อยู่ใกล้ศาลาพัก ฉันไม่ได้เข้าไปดูถ้ำ เพระขาอ่อนจวนจะหมดแรงอ่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:54:14 น. ]

ความเห็นที่ 66

พอหายเหนื่อยแล้ว จึงออกจากศาลาพักไปเดินลัดเลาะตามก้อนหินร่องลำธาร มีความเย็นลงมาอาบเข้าเหมือนห้องแอร์ธรรมชาติ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 15:56:07 น. ]

ความเห็นที่ 67

...มองภาพที่ฉันเห็นกับตาว่า โอ...ป่าแคระเกร็นจริงๆ เหมือนป่าโบราณ แต่คิดหนักใจมากที่ต้องมาเจอสภาพเส้นทางวิ่งสมบุกสมบันเล่นไต่ตามก้อนหินไปข้างบนยอดเขายังไกลมาก....มีหมอกคลุมปกพื้นที่ที่ฉันยืนอยู่บอกว่า หนาวววววว....ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 16:00:20 น. ]

ความเห็นที่ 68

สภาพป่าแคระ ที่มีต้นไม้ยืนลำตัวคดโค้งเหมือนต้นไม้ดัดจริงๆ แต่ดูว่ามีอายุมากถึงหมื่นปีกว่าแล้ว เพราะเคยเป็นป่าดึกดำบรรพ์บนยอดเขาคินาบาลู ได้ผ่านความร้อน ความเย็น มาตลอดยังไม่ตายหรอก ดูสิ ตรงใบไม้มีเขียวสดอยู่ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 16:03:41 น. ]

ความเห็นที่ 69

แฮ่กๆๆๆ เหลืออีก 1 กม. อยู่ข้างหน้า มองเห็นยอดเขาอยู่ใกล้ๆ กัน ฉันมองดูป้ายอ่านลูกศรชี้ปักชี้ว่า ยังไกลอีก.....เข่าจะระเบิดแย่แล้ว
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 16:07:00 น. ]

ความเห็นที่ 70

ลูกแดงส้มชื่ออะไรไม่รู้ ดูเหมือนคล้ายสเบอเตอรี่ป่ามั้ง....(ภาพถ่ายโดย คุณณรงค์)

...เมื่อผ่านไป 5 กม.แล้ว ร่างกายเริ่มจะเหนื่อย พลังงานในตัวฉันอ่อนลงมา หายใจช้าลง มองดูวิวเทือกเขาข้างบนยังอยู่ห่างไกลนัก
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 16:11:30 น. ]


ความเห็นที่ 71
* สถานที่แปลก..ภาพสวย..บรรยายยอดเยี่ยม..ขอบคุณมากหลาน "Oiltrips"

(ลุง..เพิ่งกลับจากไปสำรวจเส้นทางใน "กัมพูชา" และ "ลาว" มาถึงบ้านเมื่อเช้านี้เอง..ก็ได้ดูแต่ต้นจนจบแล้ว)
From : ลุงเนตร [ 25 ก.ค. 50 - 17:24:50 น. ]


ความเห็นที่ 72
เสือออย อย่าเพิ่งหยุด ข้างหลังติด
เดินต่อ เดินต่อ
แค่อ่านก็เหนื่อยด้วยแล้ว
From : รักษ์ [ 25 ก.ค. 50 - 18:05:21 น. ]

ความเห็นที่ 73

ฮึ่ม!! เหลืออีก 500 เมตร จนกว่าจะได้ถึงบ้านพักไม่ไกล้หรอก ตกอยู่ที่ความสูงระดับที่ 3,137 เมตร อากาศเย็น แดดเปรี้ยง ฉันถ่องสังขารไปตามบันไดหินขึ้นเรื่อยๆ เฮ้อๆ เหนื่อยจัง
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:07:50 น. ]

ความเห็นที่ 74

เมื่อฉันเดินผ่านแนวต้นไม้เตี้ย บังเอิญเห็นนกตัวสีเขียวอ่อนบินมาเกาะกิ่งต้นไม้ จึงหยุดนิ่งแอบถ่ายซูมระยะใกล้หน่อยสิ อยากรู้ว่าเป็นนกอะไร??...ฝากมาให้พี่เสืออ้อยช่วยคำตอบได้เปล่าค่ะ ฉันตื่นเต้นดีจังลืมเหนื่อยไปค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:12:15 น. ]

ความเห็นที่ 75

ตัดภาพต่อขยายใกล้เห็นนกสีเขียวตัวนี้ แต่ถ่ายหลังนกไม่รู้ด้วยว่า นกมีลักษณะเป็นนกกินแมลงหรือเปล่าค่ะ ...พี่เสืออ้อยสังเกตนกเขียวจะดีหรือเปล่าค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:14:22 น. ]

ความเห็นที่ 76

แฮ่ก! หมดแรงแล้ว ยอมรับว่า วิ่งไต่ขึ้นม่ายไหว...นี่บันไดสูงชันมากมายเหลือเกิน เลยพักดื่มน้ำอึก 2 ที เสียงหัวใจเต้นระเบิดอยู่แล้ว มือแตะหน้าอกคอยนับถึง 70 ครั้งต่อนาที อู้ยยยย..แรงจังค่ะ

(ภาพถ่ายโดยคุณอรุณี เพื่อนร่วมทริปเดียวกันค่ะ)
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:21:08 น. ]


ความเห็นที่ 77

มองต้นไม้แห้งแล้งยืนไม่ตายหรอกดูยังมีชีวิตอยู่ด้วยเศษตะไคร่ขึ้นเกาะตามผิวกิ่งไม้อยู่..ท้องฟ้าแจ่มใสดีมาก ฝนเดือนนี้ไม่ตกหรอก
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:24:11 น. ]

ความเห็นที่ 78

อีก 20 เมตร อยู่ข้างหน้า..กว่าจะดั้นไปถึงที่พัก Laban Rata Resthouse (เป็นศูนย์บริการท่องเที่ยวจุดเบ็ดเสร็จ ฉันดีใจมากหายเหนื่อย จึงก้าวเดินระห่ำต่อไล่เวลาขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูง 3,272 เมตรแล้ว
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:30:28 น. ]

ความเห็นที่ 79
ใครว่าอ่านเรื่องนี้ก็เหนื่อยแล้วหรือคะ คุณรักษ์....แต่ฉันยังไม่เหนื่อย ต้องทำงานให้เดินเรื่องให้สนุกต่อไปค่ะ....ขอขอบคุณคุณลุงเนตร น้าพิศ คุณแบ่มแบ้ม และคุณน้องสาวพี่ค่ะ

*** เดี๋ยวจะกลับบ้านแล้ว ยังมีเรื่องเล่าต่ออยูบนบ้านพัก Laban Rata Resthouse ว่าเห็นอะไรบ้างอยู่ในบ้านพักหลังนี้ค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 18:35:35 น. ]


ความเห็นที่ 80
ขอบคุณครับเห็น นกแล้ว 1ตัวไม่รู้ว่าเป็น นกอะไร -ดูทรงน่าเป็น นกปรอด หรือ นกเปล้า
แต่อยูไกลและตัวใหญ่อีก.....ไปดูนกกับปั่นเสือดีก๋า ปีน เขาไม่เอา ...ทุกๆ600เมตร ความกดอากาศเปลี่ยนไป 1 Bar อากาศ บ้างตำรา ว่า1000 เมตร ค่อยๆเดิน รีบแล้วหัวใจเต้นแรง
เขาว่าแอร์เอเชีย เที่ยวละ 600 บาทถึงเลย จริงเป่า....สาวน้อยร้อยชั้งก็ไปมา ช่องดูนกพันทิพย์
From : เสืออ้อย [ 25 ก.ค. 50 - 19:05:12 น. ]

ความเห็นที่ 81

เห็นบ้านพัก Laban Rata Resthouse ตั้งอยู่ระยะทางก่อนหลักกม.ที่ 6 มี 3 ชั้น คือ ชั้นล่างเป็นที่พักของไกด์และลูกหาบ ชั้นที่ 2 เป็นร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก ห้องนั่งเล่นกว้าง และชั้นบนสามเป็นห้องพักสำหรับนักเที่ยว หลังนี้อยู่ใกล้เชิงหน้าผาใกล้ยอดเขาคินาบาลูยังไกลอีกตั้ง 3 กม.โน่น

...ฉันใช้เวลาเดินป่าไต่ตามบันไดและก้อนหินมาตั้งแต่ไกลถึง 5.5 กม.กว่า ใช้เวลาหมดไปเกือบ 8 ชม.กว่า บางคนเดินเร็วขึ้นเพียง 5-6 ชม. ...เจอยุ่ยกับอ้อมมาถึงที่พักก่อนฉันใช้เวลา 6 ชม. ถามว่าเจอเพื่อนกลุ่มเรานั้นมาครบหรือยัง? ฉันบอกว่าเดี๋ยวพวกเราจะมาถึงแล้วแหละ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 21:44:40 น. ]


ความเห็นที่ 82

ดุสิที่ป้ายหน้าห้องอาหารนั้นจะมีระบุเวลาเปิด-ปิดตามกำหนดไว้มี 2 ช่วงเท่านั้น และมีเครื่องวัดปรอทแสดงอณุหภูมิเย็นลดลงที่ ลบ 14.5 องศา ฉันรู้สึกว่าหนาวไม่มาก

...ทางประตูเข้าห้องชั้นที่สอง เป็นห้องอาหาร ห้องรับแขก ฉันหลบความเย็นหนาวเข้าไปข้างในนั่งโต๊ะกับคุณอรุณี ยุ่ย อ้อม คุณคมรัฐ ฉันเดินดูของสินค้าต่างๆ ภายในร้านนี้ ราคาค่อนข้างแพงกว่าข้างล่าง ฉันสั่งกาแฟร้อนของแท้ กลิ่นหอม 1 ถ้วย จ่ายไป RM 6.00 เท่ากับเสียไป 60 บาท เล่นดื่มเอาลงคอไปแล้วไม่รู้สึกตัวว่าลืมฟังเสียงหัวใจยังเต้นอยู่ ที่นี่อากาศบนยอดเขาสูงระดับ 3,272 เมตรนั้น จะไม่เป็นปัญหากับระบบเวียนเลือดในร่างกายของฉันไม่อาเจียน ไม่ปวดศรีษะ มีแต่เหนื่อยอ่อนล้าพอไหว...ไหวก็สู้ความอึดจนกว่าจะขาดใจเลยค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 21:59:54 น. ]


ความเห็นที่ 83

คุณคมรัฐบอกให้ฉันเดินต่อขึ้นข้างบนยอดอีก 1 กม.โน่น เพราะได้จองที่พักอีกหลังหนึ่งไปที่ GUNTING LAGADAN HUT อยู่ที่เลยหลักกม.ที่ 6 ฉันเอาเป้สีส้มจากเป้ข้าวสารของไกด์จอห์นขึ้นมาคืนสวมสะพายไหล่หลังเดินออกไปตามคุณคมรัฐ เดินตามบันไดไม้สูงชันขึ้นฉันก็เหนื่อยอีกแล้ว
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 22:09:04 น. ]

ความเห็นที่ 84

...ในที่สุดฉันเดินดั้นด้นหมดแรงไปถึงที่พัก Gunting Lagadan เป็นที่หลับนอนคืนแรกก่อนขึ้นบนพิชิตคินาบาลู ฉันรู้สึกเหนื่อยอ่อนนิดหน่อย คุณคมรัฐกำลังยืนราวระเบียงหน้าบ้านพักรอเพื่อนร่วมทริปได้เดินมาถึงที่นี่แล้วได้ครบทุกคน

*** ที่พัก Gunting Lagadan ตั้งอยู่ระดับสูงที่ 3,322 เมตร อากาศจะเย็นมากถึงหนาวสุดขั้ว ภายในห้องอาบน้ำมีเครื่องทำน้ำร้อนอุ่น และห้องส้วมมีหลายห้องแต่รวมอยู่ได้ทั้งชายหญิงนั่นแหละ และห้องครัวมีเครื่องอุปกรณ์ทำครัวมีให้พร้อม อัตราค่าที่พักตกคืนละ RM 34.00 เท่ากับจ่ายคืนละ 340 บาท ส่วนที่พัก Laban Rata Resthouse ค่าห้องจะแพงค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 22:19:34 น. ]


ความเห็นที่ 85

ไกด์จอห์นแบกสัมภาระของลูกค้าเดินไต่ตามมาหลังฉัน ขึ้นบนบ้านพักส่งของคืนให้ได้ครบทุกคน ไกด์บอกว่าต้องตื่นตี 2 เตรียมตัวออกเดินออกประตูหลังบ้านหลังนี้ ให้เตรียมไฟฉายดีๆด้วย
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 22:26:29 น. ]

ความเห็นที่ 86

ภายในห้องนอนเตียงรวม 6 คน นั้น ฉันเงยหน้าเพดานบนมีป้ายเล็กศรชี้หันไปทางเหนือ คุณคมรัฐบอกว่าเป็นป้ายชี้ทางการทำละหมาดหันไปทางนครเมกะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 22:30:48 น. ]

ความเห็นที่ 87

พวกเราช่วยกันทำกับข้าวมื้อเย็นและมื้อตี 2 คุณคมรัฐเป็นพ่อครัวใหญ่ทำปรุงอาหารปลาทูน่าผัดใส่ชามใหญ่ ฉันหั่นเครื่องเทศหัวหอม พริกแดงล้างผัก เห็ดเสร็จแล้ว ต้องรีบกินข้าวเย็นให้เร็ว เพราะต้องเข้านอนหัวค่ำตื่นตี 2 ขึ้น

*** บ้านพักทุกหลังในเทือกเขาจะมีห้องครัวใหญ่สองโซนแบ่งให้แต่ละกลุ่มจัดจองก่อนหรือทีหลังก็ได้ มีเตาแก็สหุงข้าว หุงน้ำร้อน อุปกรณ์ครัวเพียบ ช้อนส้อมและจานมีเพียงพออยู่แล้ว แต่ห้ามนำเตรื่องครัวออกจากบ้านพัก จะมีเสียค่าปรับ 2 เท่าคือ RM 200 เท่ากับโดนปรับไป 2,000 บาท
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 22:37:56 น. ]


ความเห็นที่ 88

ท้องฟ้าเริ่มใกล้ความมืดเข้าที่ตอน 18.30 น. ฉันกำลังจัดการไฟฉายและเสื้อกันหนาว ฟิลม์ ISO 400 ถ่านใส่กล้องตั้งเวลาไว้ใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เข้านอนทันที หลับไปฝันว่า..ได้ปีนเขาขึ้นไปพิชิตอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือแล้วล่ะ

...พี่เสืออ้อย...เรื่องนกฉันว่ายังมีอีกรูปนกตัวหนึ่งที่ถ่ายใกล้ชัดเจนรอลงสรุปท้ายนะคะ..ตั๋วแอร์เอเซียราคา 600 บาทจริงๆ แต่มีเพิ่มภาษีทั้งรวมใช้จ่ายจริง 2 พันกว่าบาทเอง ฉันใช้จองตั๋วไปกลับทั้งหมดไป 4,920 บาท รวมทั้งทุกอย่างค่ะ

*** ขอพักเขียนไว้ก่อน...ฉันจะไปนอนแล้ว พรุ่งนี้จะเล่าความมันส์ตอนตะลุยปีนหน้าผากลางดึกที่น่าเสียวมากค่ะ
From : oiltrips [ 25 ก.ค. 50 - 22:46:50 น. ]


ความเห็นที่ 89

ก่อนออกจากบ้านพัก Gunting Lagadan ไม่ควรขี้ลืมหยิบบัตรประจำตัวของฉัน(มีชื่อจริงเป็นภาษาอังกฤษประทับกับวันที่มาครั้งแรก) ใส่คล้องคอไว้เดินออกจากประตูหลังไปเดินตามขั้นบันได

...เมื่อฉันถูกปลุกตื่นขึ้นมาตอนตี2 ยังง่วงนอนอยู่ไม่เต็มที่ รีบดื่มโอวัลตินร้อนเสร็จรับขนมปัง 2 แผ่นไว้รองท้อง พวกเรากับไกด์จอห์นได้พากันตามเดินฝ่าความืดมิดชิดแทบมองไม่เห็นร่องหินขวางเท้าสะดุดล้ม ฉันตื่นเต้นดี เสียงหัวใจกระส่ำกระส่ายอยู่ตลอดเวลา

*** หากไม่ได้พกบัตรประจำตัวนักปีนเขาไป จนท.เช็ดข้างบนยอดเขาโน่นจะไม่ให้เข้าประตูสุดท้าย เพราะไม่มีบัตรอนุญาตปีนขึ้นบนยอดเขา Low's Peak ได้หรอกค่ะ

From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 11:38:03 น. ]


ความเห็นที่ 90

...เมื่อฉันได้เดินออกมาตามหลังคุณคมรัฐ และเพื่อนๆ เดินไต่ตามบันไดข้างบนสุดชัน มาถึงจุดหลักกม.ที่ 6.5 ห่างบ้านพัก Gunting Lagadan ไป 500 เมตร (อยู่ที่หลักกม.6) มืดมากมองไม่เห็นวิวทัศน์ แต่ระมัดระวังไม่แหวกเดินนอกเส้นทางที่กำหนดบังคับไว้ เพราะเดินริมแนวเหวชันอยู่ค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 11:44:10 น. ]

ความเห็นที่ 91

เดินขึ้นไป 500 เมตร จะเจอป้ายปักหลักกม.ที่ 7 อ่านลูกศรชี้ว่า ยังเดินไกลอีก 1.5 กม. ข้างหน้า

...พอเดินหมดทางบันไดสุดท้ายแล้ว ต้องเดินไต่ตามก้อนหินต่างระดับปีนหน้าผาขึ้นไปมีระดับความสูงชัน
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 11:47:51 น. ]


ความเห็นที่ 92

ใน ความเห็นที่ 86 น่าจะไม่ถูกต้อง เคยไปครับ ... ทั้งมาเลเซีย และ สิงคโปร์ ในโรงแรมที่มีระดับหน่อย ทุกห้องพักจะมีศรชี้ทางทิศเหนือเหมือนกัน เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้ไม่หลงทิศ และเมืองเมกกะ ก็ไม่ได้อยู่ทางทิศเหนือด้วย

From : พละภูมิ [ 26 ก.ค. 50 - 11:49:15 น. ]

ความเห็นที่ 93

..ช่วงเวลาตี 3 ฉันกำลังเดินขึ้นตะกายปีนก้อนหินตามหน้าผาชันกระดิก เอามือไปคว้าจับเชือกช่วยพยุงน้ำหนักตัวเองก้าวเดินเร็วขึ้นมา เดินไปตามเชือกเรื่อยๆ รู้สึกว่าเดินบนหน้าผาชันยังกะเป็นตุ๊กแกยืนแนวมุมเอียงชัน 70 องศากว่าจะรู้ได้ตัวเองต้องฝึกฝนวิชาไต่อีกมากมายค่ะ

...ตรงนี้หลังหลักกม.7 ขึ้นไป จะเป็นทางไต่ปีนป่ายระยะ 2 กม. ต้องระมัดระวังให้ดีก่อน เพราะมีคนเดินข้างหลังไล่ตามฉันเป็นร้อยคนแล้ว เรียงแถวดาหน้ามุ่งสู่ยอดเขา Low's Peak

(ภาพนี้ ฉันเอากล้องถ่ายให้หนุ่มญี่ปุ่นช่วยถ่ายแทน เพราะพวกเพื่อนเดินแตกแถวหายไปไหนไม่เจอ เลยให้นักเที่ยวยต่างชาติอื่นช่วยกันผลัดถ่ายกันบ้างค่ะ)

** เอ๊ะ!!...อย่าเข้าใจว่าเป็นดวงวิญญาณล่องลอยไปด้วยเสีย เนื่องจากแสงแฟลซถ่ายรูปไปโดนไฟฉายคาดหัวฉันจะกลายเป็นผีล่องลอยไปอ่ะ

From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 11:58:36 น. ]


ความเห็นที่ 94

...เดินไต่มาถึงป้ายหลักกม.ที่ 8 นี่...ฉันรู้สึกว่าเดินคลานเลยผ่าน 1 กม.แล้ว อีกเหลือตั้ง 166 เมตร จะถึงจุดสูงที่สุดอยู่ข้างหน้า มุมมืดมากตรงนี้มองไม่เห็นยอดเขา South Peak อยู่ตรงไหน...เห็นพระจันทร์เต็มดวงอยู่ส่องสว่างพอจะเห็นรองทางเดินตามเชือกขาวได้ชัดเจน

ความเห็นที่ 92

ใน ความเห็นที่ 86 น่าจะไม่ถูกต้อง เคยไปครับ ... ทั้งมาเลเซีย และ สิงคโปร์ ในโรงแรมที่มีระดับหน่อย ทุกห้องพักจะมีศรชี้ทางทิศเหนือเหมือนกัน เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้ไม่หลงทิศ และเมืองเมกกะ ก็ไม่ได้อยู่ทางทิศเหนือด้วย

From : พละภูมิ [ 26 ก.ค. 50 - 11:49:15 น. ]

ขอขอบคุณคุณพละภูมิทักท้วงติงมา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ ฉันเพิ่งรู้เหมือนกัน แต่รับฟังผิดข้อมูลจึงจะคลาดกันไป จึงขอน้อมนอบด้วยกราบไหว้งามค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 12:07:46 น. ]


ความเห็นที่ 95

...ในท่ามกลางความมืดมิดชิดใกล้เวลาตี 4 ครึ่งกว่า ท้องฟ้าเริ่มจะเปิดม่านบรรยากาศมืดให้สว่างขึ้น ฉันมองเห็นยอดเขา South Peak ค่อนข้างชัดเจนก็ใช่แล้ว.....แนกำลังรวบรวมพละกำลังเร่งไต่ขึ้นมาก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นขอบเส้นบรรยากาศโลก

(ภาพถ่ายโดยคุณอรุณี เพื่อนร่วมทริป)
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 12:14:28 น. ]


ความเห็นที่ 96

เมื่อพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมา แสงสีทองส่องแผ่รังสีกว้าง ในช่วงเช้าตี 5 (ภาพถ่ายโดย..ยุ่ย )

ประวัติของ คินาบาลู

...อุทยานแห่งชาติคินาบาลูนั้น ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1964 โดยมีพื้นที่อาณาเขต 754 ตร.กม. สภาพป่ามีตั้งแต่ป่าฝนไปจนถึงเทือกเขาที่ไม่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ ระยะทางจากที่ทำการอุทยานฯ ไปจนถึงยอดเขาสูงสุด (Low's Peak) ประมาณ 8.5 กม. ซึ่งมีความสูง 4,095 เมตร

...ตามประวัติที่เคยมีการบันทึกมานักเดินทางที่มีอายุมากที่สุดที่ขึ้นยอดเขาได้คือ ชายชาวนิวซีแลนด์ (ไม่ทราบชื่อ) อายุ 83 ปี

...ในแต่ละปีจะมีจัดกิจกรรมกีฬาท้าทายแข่งขันวิ่งขึ้นยอดเขาคินาบาลูเป็นประจำทุกปี นักวิ่งที่ใช้ในเวลาวิ่งขึ้น-ลงเขาน้อยที่สุด จะได้รับรางวัลพร้อมจารึกชื่อผู้ชนะลงบอร์ดสถิติไว้ที่ปากทาง Timpohon

...นอกจากนี้ภูเขาคินาบาลูนี้ได้รับเกียรติให้เป็น มรดกโลก จาก Uneseo อันเนื่องมาจากความหลากหลายทางชีวภาพทั้งด้านสัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่างๆ มากที่สุด
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 12:26:14 น. ]


ความเห็นที่ 97

เมื่อเวลาเช้าราวหกโมงเช้า จะได้เห็นยอดเขา South Peak อยู่ห่างจากข้างบนที่ฉันยืนก่อนจะขึ้นยอดเขา Low's Peak สีบรรยากาศสีม่วงสวยมาก มองเห็นแผ่นดินสองประเทศรวมกันด้วย

การโค้งงอ

...เมื่อแผ่นเปลือกโลกภาคพื้นทวีป 2 แผ่นดินเคลื่อนเข้าหามาชนกันกับแผ่นดินจะถูกกดดันขึ้นให้โค้งงอ ทำให้กลายเป็นแนวเทือกเขาสูง
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 12:32:17 น. ]


ความเห็นที่ 98
เมื่อปีทีแล้วก็ไปมาเหมือนกัน...สุดจะบรรยายในทุกเวลาที่อยู่บนนั้น..แล้วจะเอารูปมาให้ดูบ้าง
From : จักรยานชานเมือง [ 26 ก.ค. 50 - 15:24:03 น. ]

ความเห็นที่ 99

ฉันพยายามปีนไต่ตามก้อนหินมุ่งขึ้นสู่ยอดเขา Low's Peak อีก 95 เมตร ดูห่างไกลกว่าจะก้าวเท้าปีนขึ้นมาอย่างทุเลทุลัก

(ภาพถ่ายโดย คุณณรงค์)
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 18:07:03 น. ]


ความเห็นที่ 100

ท่าน Hugh Low ชาวอังกฤษ (สมัยหนุ่ม) ผู้พิชิตยอดเขาสูงที่สุดของเกาะเบอร์เนียว

ประวัติศาสตร์ที่มาของชื่อยอดเขา Low's Peak

...เป็นชื่อยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาคินาบาลู หากใครได้ยินชื่อนี้ครั้งแรก คงจะสงสัยว่าทำถึงใช้ชื่อนี้ ทั้งที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อันที่จริงชื่อนี้เรียงนามมาจากชือ่ของผู้พิชิตยอดเขาได้เป็นคนแรกตามที่มีบันทึกไว้ Hugh Low เป็นผู้พิชิตเดินขึ้นยอดเขาเป็นคนแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 1851 นอกจากจะได้รับเกียรติในการนำชื่อท่านมาตั้งเป็นชื่อยอดเขาสูงที่สุด และให้ชื่อพันธุ์ไม้อีกหลายชนิดที่ได้รับเกียรติใช้ชื่อของ Hugh Low เป็นคำประกอบท้ายชื่อพันธุ์ไม้ เช่น หม้อข้าวหม้อแกง Nepenthes Lowil ดอกไม้ Ranunculus Lowil เป็นต้น

From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 18:19:54 น. ]


ความเห็นที่ 101

ท่านนายพล Hugh Low วัยชรา

...ท่าน Hugh Low เกิดที่เมือง Clapton ประเทศ England เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 1824 เข้ารับราชการเป็นทหารอังฤกษในสมัยนักล่านิคมอาณาจักร ได้ไปอยู่เกาะเบอร์เนียว ทำการปกครองรัฐซาวัก และรัฐซาบาร์ท ในปี 1847 อยู่ถึง 12 ปีแล้วย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่อิตาลี จนถึงแก่กรรมลงเมื่อวันที่18 สิงหาคม 1905 ที่เมือง Alassio ประเทศ Italy .

*** ขอพักเขียนไว้ก่อน ยังไม่จบ วันนี้มีงานยุ่งมากใช้เวลารายงานน้อยลง ฉันพยายามจะเร่งเขียนให้จบไม่ถึงสิ้นเดือนนี้ค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 18:28:41 น. ]


ความเห็นที่ 102

.....ท่องเที่ยวไปได้กำไรให้ชีวิต
..ได้พบมิตรต่างสไตล์ใจสุขสรรค์
..โลกยังสวยด้วยน้ำใจให้แก่กัน
..ร่วมแบ่งปันสันติสุขทุกข์บ่มี......

From : โหน่ง บ้านปวด [ 26 ก.ค. 50 - 21:05:13 น. ]


ความเห็นที่ 103

ไชโยยยยย...ได้พิชิตสำเร็จแล้ว ยืนอยู่ที่ระดับความสูง 4,095.2 เมตร (ไม่รวมความสูงของตัวฉันเองแค่ 156 ซม.) ฉันไต่ขึ้นมาแทบเหน็ดเหนื่อยมาก นั่งรอเข้าคิวแท่นฐานป้ายปักบ่งบอกที่ว่าสูงที่สุด ถึงได้เวลาเข้าคิวของฉันเอากล้องถ่ายฟิลม์ให้นักไต่เขาผู้ชายญี่ปุ่นช่วยถ่ายให้ฉัน

*** ดูสิ...รอบข้างตัวฉันมีแต่ชุมนุมนักไต่เขามักมายืนออรวมกันจนหาที่นั่งแคบ ต้องไล่คนอื่นให้มุมหน้ากล้องกว้างไปได้ แต่พูดไม่จบก็เล่นกดชัตเตอร์ไปแล้ว..แช๊ะ!!!

***** ใช้เวลาเดินไต่ปีนเขาหน้าผาสูงชันดิกๆ สิก็เสียวใจ ไต่ประมาณ 3 กม. ใช้สถิติไป 3 ชม. เพราะเหนื่อยอ่อนแรง แรงโน้มถ่วงน้ำหนักตัวเอนเอียงข้างหลังไปเดินได้ช้าเหมือนเต่าคลานค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 21:29:35 น. ]


ความเห็นที่ 104

ขอถ่ายอีกครั้งนะคะ...ฉันบอกใบ้ชูนิ้วชี้ตั้ง 1 ให้คนถ่ายเข้าใจดีแล้ว ไม่ว่าการสื่อสารต่างภาษาจากฉันพูดได้กับนักไต่เขาต่างชาติด้วยไม่มีปัญหา (โนพล็อบแรม) ...สังเกตคนข้างซ้ายมือเป็นคนญี่ปุ่นเพื่อนของคนถ่ายที่นั่นดิ เขามีอารมณ์ดีเบิกบานสนุกดี รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจทุกคนก็มีด้วย
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 21:36:47 น. ]

ความเห็นที่ 105

...เมื่อฉันได้ยืนลงจากแท่นฐานป้ายเสร็จแล้วให้คนอื่นคิวยืนต่อไป...หันมานั่งก้อนหินริมหน้าเหวลึกมีรั้วลวดกั้นกันคนตกเขา ...แสงพระอาทิตย์เคลื่อนสูงขึ้น ฉันมองวิวทัศน์รอบเทือกเขาคินาบาลูด้วยความตื่นเต้น เพิ่งมาครั้งแรกได้เห็นโลกกลมครึ่งใบนั่นเอง เพราะจุดยืนที่อยู่ในเส้นสูตรศูนย์ของโลก
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 21:43:08 น. ]

ความเห็นที่ 106

..ลืมไปอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกว่า ขอขอบคุณสาวนักไต่เขาอยู่ข้างหลังขวามือใส่เสื้อกันหนาวสีม่วงชมพูแก่ ฉันเขียนคุยบนกระดาษเล็กให้เธออ่านออกได้ด้วยคำถามสั้นแบบง่าย(ภาษาอังกฤษคุ้นเคย) "วอส นิคเคม อิส ยู?" เธอหน้าบานยิ้มแฉ่งยอมรับเขียนตอบโต้ให้ฉันอ่าน "เธอชื่อ "Arryazua" จากกรุง Kuala Lumpor ชื่อจริงเต็มคือ Sapie Arryazua สาวมุสสิมสวย มีน้ำใจช่วยเหลือฉันตอนตี 3 ทำไฟฉายคาดหัวหักเปราะไปหน่อย (นี่ ไฟฉายของป๊อก แหลมทองให้ยืมน่ะ) เธอเอาไฟฉายตัวเองสลับเปลี่ยนให้ฉันใส่แทน บอกว่า ยู โก อิน ลาว์ส พีค ..หมายถึงเธอบอกให้ฉันไปเจอบนยอดเขา Low's Peak รอด้วย "โอ.เค." ฉันยกนิ้วโป้งยกขึ้นสัญญาณ 'ดีเยี่ยมมาก' เธอถือไฟฉายอีกมือข้างหนึ่งมาด้วยเดินตามหลังฉันไต่เขาขึ้น จนหลงกลุ่มเพื่อนหาไม่เจอเพระมืดมากนั่นดิ ปรากฏว่า เธอไปถึงยอดเขาก่อนที่ฉันไต่ตามมาเจอ "อ้าว...มาตอนไหนเนี่ย??" ฉันยิ้มดีใจมากที่เธอยืนรอคอยฉันอยู่ จึงคุยได้แนบสนิทกันจับมือทักทายมิตรไมตรีดี "ไอ แอม ไทยแลนด์ " ฉันบอกใบ้ว่าเป็นหูไม่ได้ยิน และพูดไม่ได้นั่นดิ เธอเล่นตกตะลึงไม่คิดว่าฉันพูดได้เหมือนคนปกติต่างภาษาเพี้ยนไป...เลยตอบตกลงโอ.เค.รู้เรื่องดีแล้วแหละ ฉันคืนไฟฉายสวยดีราคาแพงของเธอ(ของดีกว่าของป๊อกราคาถูก)ให้มิส Arryazua ไปแล้ว
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:05:50 น. ]

ความเห็นที่ 107

นี่...คือ ยอดเขา John's Peak ตอนที่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ ฉันถ่ายรูปด้วยฟิลม์ไวสูง ISO 400 เก็บตกได้สวยด้วยสีธรรมชาติ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:10:49 น. ]

ความเห็นที่ 108

เมื่อแสงพระอาทิตย์โผล่ขึ้นส่องแสงลงมากระทบหน้า John's Peak สีเงาเคลื่อนลดลงมาข้างล่าง
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:14:39 น. ]

ความเห็นที่ 109

...เงาเคลื่อนลงมาข้างล่างได้เห็นผู้คนอื่นกำลังเดินตามหลังเหมือนมดตัวเล็กไต่ตามก้อนหิน ผู้คนมีพยายามใช้กำลังปีนไต่ขึ้นมาตามเชือกขาวไว้ให้ดึงไปขึ้นบนยอดเขา Low's Peak

....."ท่องเที่ยวไปได้กำไรให้ชีวิต
..ได้พบมิตรต่างสไตล์ใจสุขสรรค์
..โลกยังสวยด้วยน้ำใจให้แก่กัน
..ร่วมแบ่งปันสันติสุขทุกข์บ่มี"......

From : โหน่ง บ้านปวด

ขอขอบคุณสำหรับกลอนแปดให้ฉันได้อ่านเข้าใจความหมายเหมือนภาพคห.ที่ 104 ค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:21:44 น. ]


ความเห็นที่ 110

..มุมมองรอบ 360 องศา บนเทือกเขาคินาบาลูในช่วงเวลาต่างกัน ให้มองกว้างมาก ฉันถ่ายไม่ได้ เพระไม่มีที่ยืนมุมที่ไหนก็หาไม่เจอ....จึงนำเอามาจากเว็บไซต์ของ Molon.de มีอัลบั้มถ่ายรูปสวยกว่าของฉันเยอะแยะ

*** ความเห็นที่ 98 ***
เมื่อปีทีแล้วก็ไปมาเหมือนกัน...สุดจะบรรยายในทุกเวลาที่อยู่บนนั้น..แล้วจะเอารูปมาให้ดูบ้าง
From : จักรยานชานเมือง [ 26 ก.ค. 50 - 15:24:03 น. ]

... เออ...ขอขอบคุณคุณจักรยานชานเมืองแวะมาชมหนังฉันที่เล่นอยู่ และช่วยปะรูปเพิ่มเติมเมื่อไหร่ก็ได้นะคะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:29:01 น. ]


ความเห็นที่ 111

ดอกไม้ที่สามารถยืนอยู่ได้ตลอดปี พบได้เห็นตามบริเวณยอดเขาตั้งแต่ กม.ที่ 7 ขึ้นไป มีมากตามร่องรอยแยก....ยังไม่รู้ชื่อดอกอะไรน่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:33:22 น. ]

ความเห็นที่ 112

ขยายภาพใหญ่ขึ้นมาให้ดูดอกไม้สีขาว ดอกตูมสีแดงด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:38:38 น. ]

ความเห็นที่ 113

คงจะใช่....ดอกเล็กจิ๋วๆ เป็นช่อเดียวกันมีหลายดอก ดอกอะไรไม่รู้ฉันไปค้นชื่อดอกไม้ชนิดนี้ไม่เจอในหนังสือที่ฉันซื้อมา 2 เล่ม

(ภาพถ่ายโดย คุณณรงค์)
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:44:11 น. ]


ความเห็นที่ 114

ประติมากรรมก้อนหินตั้งซ้อนเรียงกัน ที่นักปีนเขาใช้ความคิดทางศิลปะเล่นกันเอง ฉันมองดูเหมือนที่ว่าหินตั้งขึ้นเป็นที่ระลึกผู้เสียชีวิตบนยอดเขาแห่งนี้ก็มี ที่นี่เคยมีคนตกเหวถึงแก่กรรมไปหลายปีแล้ว
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:48:14 น. ]

ความเห็นที่ 115

มุมมองถ่าย Mt. South Peak วิวสวยฝีมือของคุณณรงค์

ที่มาของชื่อ Kinabalu

...มีตำนานอันหลากหลายที่อธิบายถึงที่มาของชื่อ คินาบาลู ตำนานพื้นบ้านได้กล่าวว่า Kinabalu หมายถึง "แม่หม้ายชาวจีน" ซึ่งตำนานไว้ว่า สมัยก่อนกองทัพจีนครองเมืองที่นี่นั่น มีทหารจีนนั่นพยายามจะไปขโมยสมบัติบนยอดเขาที่ถูกปกป้องด้วยมังกร จึงถูกมังกรฆ่าตาย ทำให้ภรรยาของทหารจีนเหล่านี้เป็นแม่หม้าย

...บางตำนานกล่าวว่า Kinabalu อันเพี้ยนมาจากคำว่า Kina Bahru โดยชาวจีนนั้นไม่สามารถอ่านออกเสียงตัวอักษร R ได้จึงมีการอ่านตัวอักษร hr ควบกันเป็น L จึงกลายเป็น Kina balu หมายถึงบรรพบุรุษชาวจีนที่ตั้งถิ่นฐานรกรากกันที่นี่...

*** แปลกอ่ะ ฉันไม่เจอสมบัติอยู่บนยอดเขาคินาบาลูมีตรงไหน? นอกจากไม่พบหลักฐานชาวจีนที่เคยมาตั้งรกฐานด้วยการเดินทางของเรือสำเภาจีนเป็นไปได้ค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 22:59:03 น. ]


ความเห็นที่ 116

ไกด์จอห์นกำลังกินข้าวมื้อเช้าอยู่ตรงหน้า Mt. South Peak แบบสบายๆ ฉันยังไม่ได้กินมื้อเช้า เพราะมัวไปถ่ายรูปเก็บมุมตกเยอะแยะ ลืมเวลากินขนมปัง 2 แผ่น

(ภาพถ่ายโดยคุณณรงค์)

*** เหตุใดฉันไม่กินข้าวบนที่นี่ เดินเล่นเพลินนานๆ ไม่ได้นะคะ...เนื่องจากต้องรีบเดินไต่ลงไปยังที่พัก Gunting Lagadan ก่อนเช็ดเอ้าท์ออก 10.00 น. ถ้าปีหน้าไปคินาบาลูอีกครั้ง อยากจะกินข้าวเที่ยงวันอย่างสบายมาก ต้องจองที่พักบน Gunting Lagadan สัก 2 คืนดีกว่าค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 23:06:57 น. ]


ความเห็นที่ 117

เอ้า..มาชมความงามของภาพถ่ายสี(ด้วยฟิลม์) ท้องฟ้าแจ่มใสตอนเช้าจะมีพระจันทร์สีขาวอยู่บนเหนือยอดเขา Mt. John's Peak ...ขณะที่ฉันกำลังเดินไต่ลงมาข้างล่างเดินเที่ยวชมวิวรอบเทือกเขา

**** ขอพักปะภาพไว้สักครู่ด้วย...จะไปนอนแล้วค่ะ....ฉันบอกว่ายังมีภาพสวยอีกมากมายไม่หมดค่ะ
From : oiltrips [ 26 ก.ค. 50 - 23:11:56 น. ]


ความเห็นที่ 118

บนยอดเขา Kinabalu มีบริการเติมพลังงานจากสายฟ้าด้วย หุ.หุ



From : สมพิศ [ 27 ก.ค. 50 - 04:25:38 น. ]


ความเห็นที่ 119

ฉากหลังยอดเขา John's Peak มองดูเส้นเอียงของพื้นหินลาดชัน ผิวหินแกรนิตสีดำเข้มแข็งมาก

บนยอดเขา Kinabalu มีบริการเติมพลังงานจากสายฟ้าด้วย ....แฮะๆๆ กินพลังงานด้วยกินลมเข้าไปในตัวฉันเต็มปอดด้วย ฉันบอกว่า มีแต่เห็นดวงไฟร้อยดวงล่องลอยเดินเรียงแถวขึ้นบนยอดเขา Low's Peak สวยงาม น่าเสียดายกล้องฟิลม์ฉันถ่ายไม่ถึงเพราะอยู่ไกลมาก ความไวฟิลม์ 400 ไม่ถึงหรอกค่ะ ถ้าใช้ไวแสง 3200 มากขึ้นไปจะเห็นได้บนแผ่นกระดาแน่นอนค่ะ
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 10:44:17 น. ]


ความเห็นที่ 120

เมื่อฉันเดินไต่ลงมาจากยอดเขา Low's Peak ด้วยเหนื่อยอ่อนตามเคย เพราะต้องหาจุดตำแหน่งวางเท้าเหยียบก้อนหินที่มั่นคงแข็งดีไม่ตกหล่นไปข้างล่าง

** เส้นทางที่ยากลำบากยิ่งกว่าที่ฉันเดินไต่ขึ้นฝ่าความมืดมามองเห็นแสงขึ้นมาได้พบว่า "ชันดิก" ตั้งไกล 3 กม. ก็หนาวแล้ว..
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 10:50:42 น. ]


ความเห็นที่ 121

เจอป้ายแสดงจุดหลักกม.ที่ 8.5 อยู่ในระดับความสูง 4,008 เมตร จะได้เห็นลายหินเส้นสีขาวบนแผ่นหินแกรนิต
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 10:55:10 น. ]

ความเห็นที่ 122

สังเกตลายสีหินธรรมชาติ มีชื่อตามหลักกรมธรณีชื่อว่า "Aplite [Quartz] Dyke"

ลายหินธรรมชาติ....สีน่าพิศวงบนแผ่นหินปรากฏตามธรรมชาติสร้างขึ้น

...ลายหินสีขาว เป็นเส้นเดิมของหินมีการร่องรอยเคลื่อนต่อของหินอยู่ในระดับความสูงที่ 3,800 เมตรขึ้นไป ซึ่งเป็น Kinabalu Plateau มีอายุราว 35,000 ปี
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 11:02:50 น. ]


ความเห็นที่ 123

..เอ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเส้นสีขาวทำด้วยทาสีพาสติกเบ่งเส้นพรมแดนซิค่ะ..ฉันได้พิสูจน์ด้วยมือลูบผิสเส้นสีขาวที่อย่างเห็นในรูปตรงนี้ว่า ไม่ใช่สีพาสติกหรอก แต่เป็นสีหินธรรมชาติของแท้จริงๆ สัมผัสได้บอกว่า เป็นเส้นเดิมของหินแตกลายด้วยแร่ธาตุต่างๆ ผสมในเนื้อหินเดียวกัน

การเลื่อน (Faulting)

...เมื่อแผ่นเปลือกโลกภาคพื้นทวีปมีการเคลื่อนไถลตัวสวนทางกันในแนวขนาน จะทำให้แผ่นทวีปและเทือกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเดิม และก่อทำให้เกิดแผ่นดินไหว แผ่นหินจะแตกแยกเป็นร่องรอยแยกได้เห็นชัดเจนค่ะ

... ดูดีๆ เห็นไหม? ว่า เส้นทางสีขาวที่เคยเป็นขีดเส้นตรง แต่ผ่านกาลเวลานานนับหมื่นปีไปจะเกิดร่องรอยเคลื่อนต่อแตกขึ้นมาด้วยแรงกดดันมหาศาลของก้อนหินเป็นไปได้

From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 11:11:44 น. ]


ความเห็นที่ 124
ตามติดรอลุ้นนะคะนี่ เจ๋งมากๆค่ะ....
From : แบ่มแบ้ม [ 27 ก.ค. 50 - 15:00:51 น. ]

ความเห็นที่ 125

เส้นเอียง 60 องศา ของลานเดินหน้าผาใกล้ยอดเขา John's Peak อยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนที่ยอดเขาแหลม Low's Peak อยู่ฝั่งขวามือเห็นนิดเดียว

เอ้า...วันนี้ฉันเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ งานเยอะแยะมาก ต้องแบ่งเวลาโพสต์รูปสวยๆ มาฝากให้เพื่อนดูชมความงดงามของเทือกเขาคินาบาลูค่ะ
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:14:55 น. ]


ความเห็นที่ 126

มองดูลาดชันตั้งสูงตะหง่าน ต้องเดินไกลมาก ถ้าเป็นเดินกลางดึกตี 3 จะรู้สึกว่าเดินสะดุดก้อนหินเกือบล้มไป

Ki.....หมายถึงอะไร?

...คำว่า Ki หมายถึง ปรากฏการณืของกำเนิดก้อนหินใหญ่ ซึ่งเทือกเขาแงนี้ จะประกอบไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ และประกอบกับความเชื่อว่ามีวิญญาณสิงสถิตอยู่บนก้อนหินเหล่านั้น จึงทำให้ชื่อเทือกเขาว่า Kinabalu แต่ก็มีชาวดูซุนบางส่วนมีความเชื่อว่า วิญญาณคนตายนั้น ไม่ได้ไปสิงสถิตอยู่บนคินาบาลู แต่วิญญาณเหล่านี้จะสิงสถิตย์อยู่ที่ Sadok - Sadok ซึ่งเป็นเนินเขาใกล้กับหมู่บ้าน Kedamaian บนสันเขาคินาบาลู
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:21:46 น. ]


ความเห็นที่ 127

..เดินลงไปแล้วหันมองดูยอดเขา low's Peak อยู่ไกล ตัวมนุษย์ขนาดเล็กเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาคินาบาลู เพื่อนฉันคนที่เคยไปมาแล้วบอกว่าถ้าเจอฝนตกห่าใหญ่ๆ จะมีอันตรายมาก เพราะกลายเป็นน้ำตกไหลพรากแรงมาก ทางเดินจะลื่นไถลตกลงไปเหวแน่นอน ฝนตกจะแรงมีลมพัดแรง ท้องฟ้าจะปิดมองทางเดินไม่ชัดหรอก หากเจอฝนที่นี่อย่าปีนขึ้นไปบนเด็ดขาด ควรจะเชื่อไกด์เจ้าถิ่นเตือนนักท่องเที่ยวทุกครั้งให้ทราบก่อนค่ะ
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:29:03 น. ]

ความเห็นที่ 128

ฉันเดินไต่ลงตามลาดชันไปถึงหลักกม.ที่ 8 หน้ายอดเขา South Peak จะได้เห็นประเทศพิลิปินส์อยู่ข้างหน้าโน่น เป็นเกาะใหญ่ๆ ท้องฟ้าสดใสดีมาก
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:32:31 น. ]

ความเห็นที่ 129

เดินเข้าไปอ่านป้ายหลักกม.ที่ 8 แสดงความสูงที่ 3,929 เมตร

...อีกตำนานหนึ่งได้กล่าวว่า คินาบาลู มาจากคำว่า nabulu ของชนเผ่าดูซุน (Dusun) ซึ่งหมายถึง สิงสถิตของวิญยาณ(Resting Place of the Deal) แต่จากหลักฐานล่าสุดที่ได้มีบันทึกจากการคุยกับผู้เฒ่าแก่ของชนเผ่าดูซุนที่อาศัยอยู่ที่ Kampung kiau และ Bundu Tuhan ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาคินาบาลู ท่านผู้เฒ่าได้เล่าว่า คำว่า nabulu สำหรับชนเผ่าดูซุนจะหมายถึง หินก้อนใหญ่ที่มีวิญญาณสิงสถิตย์อยู่นั่นเอง
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:40:04 น. ]


ความเห็นที่ 130

ฉันยืนอยู่หน้ายอดเขา South Peak เลยให้คนอื่นช่วยถ่าย แต่กดเบาไปหน่อยแฟลชไม่ขึ้น จึงผลออกมาเห็นในรูปแบบนี้แหละ เงาแผ่กว้างคลุมพื้นหิน

...คนที่ไปถึงมาแล้ว เล่าให้ฟังว่า ระหว่างขึ้นไปบนยอดเขานั้นจะรู้ว่าเป็นชั้น "นรก" เป็นอย่างไร? แต่เมือ่ขึ้นไปถึงยอดเขา Low's Peak ได้ ก็รู้สึกสบายใจทันทีว่า "ชั้นสวรรค์ของจริงจะเป็นอย่างไร?"

*** เทือกเขาคินาบาลู เป็นด่านทดสอบสุดยอดแห่งความหฤโหด ถ้าใครได้ไปถึงยอดเขา Low's Peak ได้ จึงจะถือว่าเป็น "ผู้พิชิตที่แท้จริง"
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:47:08 น. ]


ความเห็นที่ 131

ฉันเดินเลือกมุมโลเกชั่นสวยๆ ที่ไหนดี ต้องตามไปกลุ่ม Arryazua อยุ่ใกล้ๆ กันพอดี

...เมื่อฉันอยู่คนเดียว ไม่มีคนช่วยถ่ายให้ฉัน เลยไปหาเธอคนนั้นเดิม เผื่อเก็บภาพที่ระลึกลงแผ่นฟิลม์
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:51:37 น. ]


ความเห็นที่ 132

ดีใจที่ได้มีคนช่วยถ่ายรูปให้ฉันด้วย........แท็งยู !!
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:53:21 น. ]

ความเห็นที่ 133

ความแข็งแรงของเชือกสีขาว เป็นเครื่องหม่ายชี้นำทางไต่เดินไปสู่ยอดเขา Low's Peak
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:56:27 น. ]

ความเห็นที่ 134

หน้ายอดเขา Donkey's Ears มีลักษณะรูปร่างใบหูลา อยู่ตรงข้ามยอดเขา South Peak
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 18:58:40 น. ]

ความเห็นที่ 135
ขอพักเขียนไว้ก่อน มีธุระพรุ่งนี้ทั้งวัน จนกว่าเย็นๆ จะทยอยรูปลงไปให้ค่ะ
From : oiltrips [ 27 ก.ค. 50 - 19:00:35 น. ]

ความเห็นที่ 136

ยอดเยี่ยมครับ.. รูปสวยมาก.. แต่สงสัยทำไมจึงใช้กล้องฟิล์ม..
คือถ้าเป็นผม ขี้เกียจเอาไปอัด แล้วต้องมาสแกนอีก!! กล้องนิคอน SLR (FM2) พร้อมเล็นส์สองตัวไม่ได้ถูกใช้งานมานานแล้ว
นี่เพิ่งซื้อนิคอน Digital SLR มา

เมื่อคืนได้รับข้อความทางโทรศัพท์จากเสือออย แต่อ่านแล้วไม่เข้าใจครับ ..ได้ส่งอีเมล์ไปถามแล้ว
From : ธานินทร์๙๙ [ 27 ก.ค. 50 - 21:55:57 น. ]


ความเห็นที่ 137
ได้รับอีเมล์ตอบจากเสือออยแล้วครับ ..เข้าใจเรื่องราวแล้ว
ปัญหาคือผมไม่ได้เห็นอีเมล์ฉบับก่อน ที่เสือออยว่าได้ส่งมาขอให้ผมช่วยส่งอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษเพื่อทวงถามไป
พอได้รับข้อความทางโทรศัพท์ให้ยกเลิกจึงงง ปะติดปะต่อเรื่องไม่ถูก.. เมื่อมาได้รับอีเมล์ฉบับวันนี้จึงเข้าใจ
ถ้าผมได้เห็นอีเมล์ฉบับก่อนที่ว่าผมก็ต้องช่วยเขียนส่งไปทวงถามให้แล้วละครับ
มีอะไรจะให้ผมช่วยได้ก็ยินดีเสมอครับ ถ้าอยู่ที่อออฟฟิศก็เร็วหน่อย ถ้าเดินทางอยู่ก็อาจช้าไปวันสองวัน.. ไม่เป็นการรบกวนเลย ไม่ต้องเกรงใจครับ ยินดีช่วยเสมอ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่
(ข้อความทางโทรศัพท์ถ้าต้องเขียนภาษาไทยผมจะเขียนช้ามากจึงไม่ได้ตอบทุกครั้ง แต่ก็พยายาม ..ใช้วิธีเขียนอีเมล์สะดวกกว่า)
From : ธานินทร์๙๙ [ 28 ก.ค. 50 - 10:34:46 น. ]

ความเห็นที่ 138
ผมหาเมล์ฉบับก่อนของเสือออยเจอแล้วละครับ หาแทบแย่ เพิ่งเจอ ส่งมาเมื่อวันที่ ๒๔
ปกติผมใช้ Outlook Express ในระบบ LAN ของบริษัทฯ แต่ปรากฏว่าต้องเข้าไปที่ web access ผ่าน Microsoft Outlook ไปเจอในกล่อง spam งงจริงๆว่าทำไมเป็นอย่างนั้น
ที่ผ่านมาก็เคยเจอของพรรคพวกหลายคนที่เป็นอย่างนั้น เช่นของคุณ Pc
แต่ผมได้คลิกเลือกให้ sender นี้เป็น safe sender แล้ว ..ต้องดูว่าคราวหน้าจะมีปัญหาอีกไหม
From : ธานินทร์๙๙ [ 28 ก.ค. 50 - 11:36:09 น. ]

ความเห็นที่ 139

ทางเดินลงดิ่งไปสุดขอบหน้าผา มองเห็นวิวทะเล เฆมสีขาว และเห็นแผ่นดินประเทศฟิลิปปินส์ได้ชัดเจนด้วย ฉันเดินลงมาตามเส้นเชือกไปเรื่อย....

เอ้อ...เข้าใจแล้วค่ะ คุณธานินทร์๙๙ ยังมีอีกซองหนึ่งเพิ่งส่งล่าสุดตอนบ่ายสองโมงกว่าเผื่อทดสอบลองส่ง(มีเรื่องคุยอีก)ไปโดยไม่ตกในกล่องสแปมอีก เพราะบางครั้งส่งแนบลิ้งค์หรือรูปไปจะมีปัญหาซองอีเมล์ไม่ถึงมือคุณธานินทร์๙๙เป็นไปได้ค่ะ
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 21:32:57 น. ]


ความเห็นที่ 140

ฉันเดินลงมาหันไปข้างบนเหมือนเดินมาตั้งแต่ไกลจากยอดเขา Low's Peak ดูแผ่นก้อนหินกว้างใหญ่มาก
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 21:38:47 น. ]

ความเห็นที่ 141

...เดินลงมาถึงหลักกม.ที่ 7+500 ม. ตอนที่ฉันเดินฝ่ามืดมองหาป้ายกม.7.5 ไม่เจอเดินไต่ลากเชือกตามไปข้างบนอีกไกลเพียง 1.5 กม.จะถึงยอดเขา Low's Peak อยู่ข้างบนเห็นได้แต่หัวยอดเขาเล็กนิดๆเอง

สภาพภูมิประเทศ

...เทือกเขาคินาบาลู เกิดจากหินภูเขาไฟที่ทำการยกตัวขึ้นจากพื้นเปลือกโลก และทำการประกอบกันเป็นรูปร่างเมื่อประมาณ 40 ล้านปีก่อน ซึ่งบริเวณภูเขาจะประกอบไปด้วยหินแกรนิตเป็นส่วนใหญ่ โดยบริเวณเทือกเขานี้จะมีผิวปกคลุมไปด้วยหินแกรนิตหนาถึง 150 ตร.กม.
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 21:46:57 น. ]


ความเห็นที่ 142

...ทางดิ่งชันลงหน้าเหวแผ่กว้างมาก ถ้าคิดจะเอาจักรยาน Down Hill ไปวัดท้าลงมาข้างล่างเป็นหน้าผาชันเอ่ะ นึกได้ว่าเบรคจักรยานจะไม่หยุดหรอก เพราะเส้นแนวลาดชันจะเอียงชันมาก ก้อนหินจะลื่นๆ จริงค่ะ

ความเห็นที่ 136
...ยอดเยี่ยมครับ.. รูปสวยมาก.. แต่สงสัยทำไมจึงใช้กล้องฟิล์ม..
คือถ้าเป็นผม ขี้เกียจเอาไปอัด แล้วต้องมาสแกนอีก!! กล้องนิคอน SLR (FM2) พร้อมเล็นส์สองตัวไม่ได้ถูกใช้งานมานานแล้ว...นี่เพิ่งซื้อนิคอน Digital SLR มา
From : ธานินทร์๙๙ [ 27 ก.ค. 50 - 21:55:57 น. ]

ที่จริงๆ ฉันเคยบอกพี่เสืออ้อยมาก่อนหน้ากระทู้เดิมภาค 1 นั้น พูดเรื่องล้างฟิลม์ออกมาแล้วให้แปลงแผ่นฟิลม์ลงแผ่นซีดีรอมได้ 9 ม้วนต่อ 1 แผ่นพอดี เป็นภาพต้นฉบับจริงๆ มีขนาดใหญ่มาก ขี้เกียจไปทำสแกนเดอร์เอง เพราะเวลาไม่มีทำ จึงไปให้ร้านถ่ายรูปช่วยแปลงฟิลม์เป็นซีดีได้ด้วยคิดค่าแปลงม้วนละ 30 บาท จุได้เต็ม 9 ม้วน เสร็จแล้วฉันเอาไปปรับต่อตัด/บีบภาพไฟล์ไม่เกิน 64 KB ฉันเสียเงินค่าอัดรูปกระดาษและล้างฟิลม์พร้อมแปลงซีดีหมดไปเกือบพันบาทพอดี ฉันว่าทำไปเพื่อความสะดวกสบายในการอัดขยายปรับภาพลงเน็ตได้เร็วขึ้นค่ะ

From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 21:59:01 น. ]


ความเห็นที่ 143

พอลงมาข้างล่างจากหน้าผาจะรู้สึกก้าวเท้าแตะเบรกบ่อยๆ จนหัวนิ้วโป้งเท้าเริ่มเจ็บขึ้นมา เนื่องจากน้ำหนักตัวเดินจะโน้มเอียงลงไป เลยลดความเร็วก้าวเดินช้าลงหน่อย ตีนรองเท้าวิ่งมีร่องรอยขีดข่วนของก้อนหินคมมาก

คุณธานินทร์๙๙ ฉันบอกว่าเลือกใช้ฟิลม์สีธรรมดาจึงจะดีกว่า ถ่ายผลออกมาในกระดาษสีฟ้าและวิวทัศน์จะดูสีสดมากสวยกว่า Digital เพราะกระดาษของ Digital ถ่ายออกมาเป็นสีส่วางไปหน่อย ที่ดีคือไม่เปลืองถ่าน Digital ทำงานกินแบตหมดเร็ว ของฉันใช้กล้องฟิลม์ใช้ถ่านทนทานนานเป็นเดือนๆ ดีกว่า แต่จ่ายเยอะจึงคุ้มค่าได้ดีค่ะ
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:12:22 น. ]


ความเห็นที่ 144

มองมุมด้านหนึ่งเป็นทางลงไถลไปไกล...ลานหินกว้างมีรูปเส้นขอบโค้งหงาย
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:17:52 น. ]

ความเห็นที่ 145

เดินลงมาผ่านหลังยอด Donkey's Ears ก่อนจะหายลับไปด้วยเดินไต่ลงข้างล่างสุด

...ซึ่งหากเราได้ขึ้นบริเวณยอดเขาจะสังเกตุแนวหินแกรนิตนี้ได้ตลอดแนวภูเขา อายุของภูเขาลูกนี้นับว่า ใหม่มาก ...ถ้าเทียบภูเขาลูกอื่นๆ ในโลก และยังมีความเจริญเติบโตอยู่โดยจะมีความสูงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5 มิลลิเมตรนั่นเอง
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:23:23 น. ]


ความเห็นที่ 146

ฉันเดินตามหลังผู้คนอื่นไปลงหน้าผาดิ่งชัน เร่งเวลาเร็วขึ้น แต่เดินช้าลง ฉันเดินเพลินชมทัศนียภาพสวยและกว้างมาก มองดูท้องฟ้าจะดีมาก
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:27:12 น. ]

ความเห็นที่ 147

ฉันยืนอยู่ตรงนี้ หันมองข้างหลังปรากฏว่ายอดเขาทั้ง 3 ชื่อที่กล่าวมาก็หายลับไปแล้ว เมื่อเดินลงมาความสูงระดับต่ำลงมา....ฉันว่าเดินฝ่าความมืดมากจะได้รู้สึกเดินชันสูงทั้งไกลอีกเรียกว่า "ทางชันดิก"

ภูมิอากาศ

...บริเวณยอดเขานั้น จะมีอากาศหนาวเย็นตามความสูงที่เพิ่มขึ้น และอากาศค่อนข้างเปลี่ยนแปลงเร็ว ตรงบริเวณยอดเขาลมค่อนข้างจะแรงจัด เนื่องจากไม่มีต้นไม้เป็นแนวกันลม
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:34:05 น. ]


ความเห็นที่ 148

เดินไต่ลงมาเห็นบ้านหลังนั้น ที่จุด Sayat - Sayat เป็นบ้านพักของจนท.อุทยานฯ และเป็นที่จุดเช็ดอิน-เอ้าท์ ตั้งอยู่ที่หลักกม.7
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:39:51 น. ]

ความเห็นที่ 149

ฉันเดินก้าวเท้าเหยียบลงกับก้อนหินต่างระดับอย่างระมัดระวังไม่ให้เท้าพลิก เข้าไปข้างในด่านตรวจเช็ดเอ้าท์ออกไป

***จุดเช็ดอิน-เอ้าท์ มีสองแห่งจากด่านประตู Timpohon และด่านประตู Sayat - Sayat
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:44:37 น. ]


ความเห็นที่ 150

...ฉันขอให้จนท.เช็ดเอากระดาษที่มีรายชื่อกลุ่มฉันอยู่ในชุดที่ 2 ล่างสุดเห็นชื่อตัวเองฉันได้เช็ดผ่านเข้า-ออก 2 ครั้ง เพื่อให้จนท.เช็ดจะส่งข้อมูลรายงานนี้ผ่านวิทยุมือถือส่งชื่อไปให้ที่ด่าน Timpohon และที่ทำการอุทยานฯ (สำนักงานใหญ่) เพื่อจัดพิมพ์ชื่อผู้พิชิตบนใบเกียรติบัตรผู้พิชิต Low's Peak สำเร็จ

*** เช็ดเข้า-ออกได้ทุกครั้งทุกคนด้วย ถ้าเกิดไม่ครบในบัญชีรายชื่อผู้ออกมายังไม่เข้าอินนั้น จนท.จะส่งคนออกตามหาผู้คนหลงหายบนยอดเขาได้แน่นอนค่ะ
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 22:52:52 น. ]


ความเห็นที่ 151

...เมื่อฉันได้แจ้งชื่อตัวเองว่าผ่านขากลับมาแล้วให้เช็ดเอ้าท์ไป จากด่าน Sayat-Sayat เป็นสถานที่ทำการเช็ด Check Point สำหรับผู้จะขึ้นบนยอดเขา Low's Peak ถ้ามีบัตรคล้องคอติดตัวไปด้วย...สังเกตุห้องสี่เหลี่ยมฝาสังกะสีเขียวสดนั่นเป็นห้องสุขาใช้งานได้ทุกคนด้วย

*** กรณีขี้ลืม / ไม่ได้เอาบัตรคล้องคอติดไป...จะเข้าด่านตรงนี้ไม่ได้ จนท.ไม่อนุญาตให้ผ่านประตูหลังนี้ค่ะ

.....................ขอพักเขียนไว้ก่อน...พรุ่งนี้ฉันว่างทั้งวัน จะหาเวลาว่างมารายงานต่อค่ะ
From : oiltrips [ 28 ก.ค. 50 - 23:00:19 น. ]


ความเห็นที่ 152

เมื่อฉันเดินออกจากด่าน Sayat-Sayat ไปจะได้เห็นวิวทัศน์สวยงาม ยืนอยู่ที่ระดับสูง 3,668 เมตร
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 19:51:23 น. ]

ความเห็นที่ 153

โอ๊ะ!! เห็นป้ายคำเตือนอันตราย ให้ความระมัดระวังการโรยเชือกห้อยโหนลงหน้าผาขาลงระดับชันมาก

...เอ...เมื่อคืนวันนั้นที่ฉันไต่ปีนหน้าผามองหาเชือกสีขาวอยู่ตรงไหน เลยไปจับเชือกดึงขึ้นมาปรากฎว่าดึงหนักๆ ไต่ขึ้นมาแทบเข่าอ่อน เพราะใช้เท้ายันไต่หน้าผาหินเรียบๆ ปีนไปอย่างระวังคนข้างหลังตามดันไล่ขึ้นด้วย
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 19:58:38 น. ]


ความเห็นที่ 154
ดูแล้ว ฉันก็ชอบบ้าง แต่ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับจักรยานฉันว่านะ และฉันว่ากล้อง ที่ถ่ายเป็นกล้องฟิลม์ใช่มั้ยถ้าฉันดูไม่ผิด ยังไงถ้าอยากประหยัดฉันว่า น่าจะใช้กล้อง digital นะ
From : rm [ 29 ก.ค. 50 - 20:03:54 น. ]

ความเห็นที่ 155

นี่แหละ...ทางชันลงเสียวให้คนอื่นเล่นไต่ลงไปข้างล่างด้วยคลานมือเท้าย้อนลงอย่างช้าๆ

...เปล่า!!! ฉันไม่ได้เป็นโรคความกลัวที่สูง แต่มองดูด้วยความสงสัยว่า ถ้าเป็นนักวิ่งแข่งจริงๆ จะวิ่งลงไปเล่นจับโหนเชือกไต่ไปอย่างรวดเร็ว อาจจะเบียดคู่แข่งไปทำอย่างไร?....ต้องระมัดระวังในการใช้โรยเชือกไต่หน้าผาลงไป ฉันยืนรอคิวหลังคนอื่นลงไปก่อนเพียงระยะห่างๆ กันพอสมควร
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:08:31 น. ]


ความเห็นที่ 156

เอ้อ...ไม่ใช่กระโดดหน้าผาหรอกค่ะ ...ไกด์ชายช่วยกันจับมือนักเที่ยวหญิงคนหนึ่งค่อนข้างกลัวนิดหน่อยจึงเดินช้าไปตามก้อนหินที่พอจะวางเท้ายันไว้ได้ แล้วหันหลังจับเชือกไต่ลงไป

ความเห็นที่ 154
ดูแล้ว ฉันก็ชอบบ้าง แต่ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับจักรยานฉันว่านะ และฉันว่ากล้อง ที่ถ่ายเป็นกล้องฟิลม์ใช่มั้ยถ้าฉันดูไม่ผิด ยังไงถ้าอยากประหยัดฉันว่า น่าจะใช้กล้อง digital นะ
From : rm [ 29 ก.ค. 50 - 20:03:54 น. ]

เอ่อ...ขอขอบคุณที่คุณ rm เข้ามาดูด้วยฉันบอกว่า "ใช่...ฉันใช้กล้องฟิลม์เก่าๆ จริง" แต่ไม่ได้ซื้อกล้องใหม่ digital ต้องรอไปก่อนจนกว่าฉันได้ใช้งานใหม่เมื่อไหร่ ส่วนเรื่องจักรยานในคินาบาลูก็มีทริปปั่นไป 70-100 กม.ด้วย มีกลุ่มจักรยานเล็กๆ ที่ฉันเดินตามหาไม่เจอ เห็นมีแต่บริษัททัวร์ในเมืองโกตาคินาบาลูมีรับจัดทริปจักรยานไปอุทยานฯ คินาบาลู ฉันไม่ได้เอาจักรยานไปขี่เล่นด้วย มีนักปั่นไทยคนที่ได้ไปคินาบาลูคือ คุณสว่าง ทองดี ที่เคยเขียนบทความเรื่องจักรยานเที่ยวคินาบาลูในสปอร์ตสตรีทเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ไม่ได้แบกจักรยานไปเหมือนกับฝรั่งแบกจักรยานขึ้นบนยอดเขาคินาบาลูค่ะ

*** หากเป็นฉันเอาจริงก็เอาจักรยานไปคินาบาลูจริงๆ ต้องหาช่วงวันและเวลาลางาน(ราชการ)ยาวไม่ได้ ต้องเลือกเอาเทศกาลสงกรานต์ไปได้สวย แต่จองที่พักบนยอดเขาคินาบาลูเต็มตลอดเดือนทำยากได้ จึงจัดการจองที่พักล่วงหน้าเป็น 3-6 เดือนกว่าจะได้แล้วค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:28:38 น. ]


ความเห็นที่ 157

เมื่อเจอทางลงหน้าผาลาดชันเอียง 70-80 องศาโดยประมาณที่คิดไว้ ทางเดินไม่ลื่นๆ หรอก ถ้าเป็นหน้าฝนตกลงมาก็ลื่นจริงๆ มีอันตรายมากด้วย
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:32:33 น. ]

ความเห็นที่ 158

...ทางเดินไต่หน้าผาแนวชันมาก ...ฉันนึกได้ว่าตอนมืดมากมองข้างล่างไม่เห็นเลย มีแต่เดินไต่เรียงแถวตามนักไต่เดินริมหน้าผาไป ถ้าไม่จับเชือกเส้นนี้ มีหวังจะ "ร่วง" ลงไปข้างล่างเป็นเหวแน่นอนค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:36:28 น. ]

ความเห็นที่ 159

ขยายภาพตัดให้ดูชัดๆ ว่า ทางเดินริมหน้าผาไปตามร่องหินแยกพอจะวางเท้ายันไว้ได้ค่ะ

...เดินขาลงมาตรงนี้จะได้พบต้นไม้แคระที่ปกคลุมริมหน้าผา มักจะยืนอยู่ได้ตลอดปีมีความสดดี แต่บนยอดสุดจะไม่มีต้นไม้ยืนนั้น
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:41:17 น. ]


ความเห็นที่ 160

เชือกเส้นใหญ่พอจะกำมือจับไว้ได้ดี มีตัวหมุดติดไว้อย่างแข็งแรงดี มั่นใจ คงทน สามารถรับน้ำหนักคนเดินไต่เป็นร้อยๆ คนได้สบายๆ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:44:13 น. ]

ความเห็นที่ 161

หันมาข้างหลัง...เห็นคนเดินตามหลังฉัน ดูเสียวจริง ถ้าเป็นกลางคืนมืดแบบนี้คงรู้ว่า ไม่จับเชือกเส้นนี้ แล้วจะมีรู้สึกเป็นอย่างไร....
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:48:43 น. ]

ความเห็นที่ 162

ฉันยืนรีรอตรงนี้มองหาก้อนหินไม่เจอตำแหน่งจุดวางเท้าตรงไหนดี เล่นเอาไต่ลงมาไม่ได้ จึงร้องเรียกไกด์ Anddy (คนที่ดูแลฉันตลอดเส้นทาง)ที่อยู่ข้างล่างห่าง 15 เมตรนั่น ฉันบอกให้สอนวิธีไต่ปีนลงมาอย่างไร? ไกด์ Anddy ได้ยินแล้วรีบไต่ขึ้นมาแบบมืออาชีพ โห...เร็วจัง..ฉันตกตะลึงเชื่อเหลือ

...ไกด์ Anddy สอนทำสาธิตเดินจับเชือกไต่ปีนลงมาอย่างปลอดภัยด้วยเท้ายันหน้าผาชันไปอย่างช้าๆ ฉันเข้าใจวิธีไต่ลงมาอย่างไ ถ้าคิดจะแข่งวิ่งขึ้น-ลงมาเจอทางอัตรายแบบนี้ ถือว่าทริปนี้เป็นการเดินสำรวจเล่นๆ แค่นี้ค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 20:57:08 น. ]


ความเห็นที่ 163

พอลงจากหน้าผาหินสุดท้ายแล้ว ฉันเดินลงไปตามขั้นบันไดก้อนหิน พบว่าเห็นสภาพต้นไม้บริเวณนี้เป็น พรรณไม้แคระ ตระกูลต้น "ซา"
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:00:58 น. ]

ความเห็นที่ 164

เดินเข้าไปหาต้นไม้นั้น อยากรู้ว่าเป็นต้นอะไรก็ถ่ายให้ลุงเกษมดูด้วยค่ะ

ต้นซายัต - ซายัต

...ชื่อพรรณไม้แคระ ตระกูลต้นซาชนิดหนึ่งที่สามารถขึ้นอยู่ได้ในระดับสูงเฉลี่ย 3,000 เมตรขึ้นไป จนถึงยอดเขาคินาบาลู
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:05:31 น. ]


ความเห็นที่ 165

ภาษามาเลย์เรียกชื่อดอกไม้บนยอดเขาคินาบาลูว่า "Schima breuifolia"

... ฉันลองดมกลิ่นดอกไม้แล้วว่าไม่มีกลิ่นหอม สามารถยืนอยู่ได้ไม่มีน้ำเลี้ยงในหน้าร้อน มีแต่ฝนตกมาช่วยต้นไม้ได้ชุ่มชื่น
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:11:23 น. ]


ความเห็นที่ 166

เดินลงมาตามขั้นบันไดไม้แคบ ลงมาที่หลักกม. 6.5 อยู่ในระดับคงที่ 3,426 เมตร ใกล้ที่พัก Gunting Lagadan ข้างล่าง อีก 300 เมตร

ลืมไปบอกว่าภาพคห.ที่ 165 เป็นของฝีมือคุณณรงค์ ถ่ายภาพดอกไม้ด้วยถ่ายมาโครซูมได้ค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:16:45 น. ]


ความเห็นที่ 167

ฉันเดินพ้นทางประตูด้านหลังบ้านพัก Gunting Lagadan มองดูข้างบนยอดเขา Donkey's Ears อยู่ไกลลิบๆ รู้สึกว่าเดินมาตั้งไกลนัก 3 กม.มั้ง ...สังเกตประตูมีกุญแจล็อกด้วยแต่ไม่รู้เวลาปิดลงเมื่อไหร่
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:21:12 น. ]

ความเห็นที่ 168
..ตัวอย่างภาพโปสการ์ดรูปเทือกเขาคินาบาลูที่ฉันได้ไต่ปีนหน้าผาจากบ้านพัก Gunting Lagadan ไปยังด่านเช็ด Sayat-Sayat ไปถึงยอดเขา Low's Peak มีความยาวไต่ประมาณ 4 กม.

...โปสการ์ดรูปนี้ที่ฉันได้ซื้อมาใบละ 0.90 เซ็นต์ ปิดแสตมป์ราคา 0.90 เซ็นต์ ที่ฉันเกิดความสงสัยทำไมโปสการ์ดไม่มาถึงบ้านฉันเกือบเป็นเดือนๆ เลยตั้งกระทู้ประกาศตามหาเพื่อนนักแบกเป้สะพายโลกใน

ขอสอบถามเพื่อนทุกท่านที่ไปคินาบาลูส่งโปสการ์ดติดแสตมป์ถึงเมืองไทยกี่วันค่ะ

เอ้อ..คุณธานินทร์๙๙ เรื่องนี้ที่ฉันเขียนเมล์ไปหาคุณธานินทร์ฉบับวันก่อนนั้น กลายเป็นเรื่องที่ฉันดีใจมากในกระทู้ข้างล่างเปิดประเด็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ

สืบเนื่องจากกระทู้ที่ 95731 เรื่องโปสการ์ดจากอุทยานแห่งชาติ Kinabalu

ตอนนี้ฉันได้รับความร่วมมือจากพวกนักแบกเป้สะพายโลกใน trekkingthai เพื่อสืบหาข้อมูลเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:43:19 น. ]


ความเห็นที่ 169

ลองเปรียบเทียบเรื่องระยะทางกับความสูงของ ยอดเขาคินาบาลู กับ ยอดเขาโมโกจู (อุทยานฯ แม่วงก์ กำแพงเพชร-นครสวรรค์) ให้เห็นความแตกต่างกันมากในเรื่องเวลาเดินป่า 2 วัน 1 คืน นอกจาดเรื่องการหายใจในการเดินขึ้นบันไดสูงชันจะมีเสียงหัวใจเต้นเร็วมากเกือบระเบิดหน้าอกแน่น...

*** ระดับความสูงของยอดดอยอินทนนท์ มีสูง 2,565 เมตร ห่างจากยอดเขาคินาบาลูเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 21:52:47 น. ]


ความเห็นที่ 170

...ฉันได้เดินลงมาถึงบ้านพัก Gunting Lagadan เพื่อเตรียมเก็บเสื้อผ้าและสัมภาระต่างใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน ไปนั่งกินข้าวมื้อสายๆ ให้อิ่มท้อง ยังนั่งเขียนโปสการ์ด 3 ใบด้วยกัน(มีเวลาน้อย) ...ก่อนออกเเช็ดเอ้าท์ออกจากห้องตอน 10.30 น.

*** บ้านพักทุกหลังในบริเวณอุทยานฯ มีจัดผ้าห่มสองผืน เตียงนอนรวม 4 - 6 - 8 เตียงคู่แล้วแต่ละห้อง ถ้าหนาวจัดมากจะต้องเดินลงไปที่ Laban Rata Rerthouse เช่าผ้าห่ม ถุงนอน หมวกคลุมหัว หมอน มีให้เช่าอยู่ด้วย และบ้านหลังนี้มีห้องครัวใหญ่ 2 ชุด มีอุปกรณ์ทำครัวให้พร้อมกันอยู่แล้ว แต่เวลาต้มน้ำร้อนต้องนั่งเฝ้ากาน้ำร้อนประจำกลุ่มเรานั่น กลัวคนอื่นมาเอาไปใช้ก่อน

**** ถ้าใครขโมยหรือหยิบของจากห้องครัวของอุทยานฯ คินาบาลูเป็นที่ระลึก มีโทษปรับ RM 200 เท่ากับชดใช้ 2 พันบาทค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 22:03:23 น. ]


ความเห็นที่ 171

..เดินออกจากบ้านพัก Gunting Lagadan แล้วลงมายังบ้านพัก Laban Rata Rerthouse เพื่อคืนกุญแจห้องพักเสร็จแล้ว ไปยืนสูดอากาศแจ่มใสดี บนลานวอลเล่ย์บอลที่สูงที่สุด

** เอาล่ะ ...ขอพักไว้ก่อนนะคะ...ฉันจะไปนอนก่อน และนั่งโต๊ะเขียนปรับแก้ไขหน้าสุดท้ายเหลื่อไม่กี่หน้าใกล้จบภาค 2 แล้ว พรุ่งนี้มาเล่าต่อค่ะ
From : oiltrips [ 29 ก.ค. 50 - 22:09:36 น. ]


ความเห็นที่ 172
หลังจากเสร็จภารกิจไต่ปีนเขาพิชิตยอดเขา Low's Peak ได้สำเร็จดีทุกคนได้ทั้งหมด 13 คน รวมถึงคุณคมรัฐ ผู้นำทริปถ่ายเก็บที่ระลึกไว้ในเว็บ Trekkerhut .คอม

...เมื่อขาลงเขา ฉันเอาเป้สีส้มไปให้ไกด์จอห์นเก็บใส่เป้กระสอบข้าวเหมือนเดิม
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:01:23 น. ]


ความเห็นที่ 173

...ในระหว่างเดินไต่บันไดลงมาพบลูกหาบหนุ่ม(คนพื้นที่)แบกของหนักเป็นที่รางท่อส่งน้ำอลูมิเนียมน้ำหนักมากเดินขึ้นสวนกับฉันลงมาต้องระวังไม่ให้ชนกัน เพราะทางเดินแคบต้องรอลูกหาบแบกของใหญ่เดินขึ้นมาก่อน ฉันก็ได้เห็นลูกหาบหญิงอึดเก่งกว่าฉันเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ...โอ...อึดเก่งจัง
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:08:27 น. ]

ความเห็นที่ 174

...บางทีมีลูกหาบขนของใหญ่มากแบกถังพาสติกน้ำหนักมากเดินไต่ขึ้นข้างบนที่พัก Laban Rata Rerthouse เพื่อรองรับนักเที่ยวใช้ห้องสุขาเพิ่มขึ้น.....รายได้ของลูกหาบทำเงินได้มาก สามารถรับงานแบกของเล็กหรือใหญ่เดินขึ้นลงบ่อยๆ ในแต่ละวันได้หนึ่งคนต่อ 2 วันเท่านั้น (ภาพนี้คัดมาจากเว็บงานวิ่งไต่เขาคินาบาลูปีกลาย)
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:17:35 น. ]

ความเห็นที่ 175

ต๋อย...เพื่อนร่วมทริปฉันกวักมือเรียกให้ฉันบอกว่ากล้องดิตัจแบตหมดแล้วถ่ายต่อไม่ได้ ฉันถ่ายให้เก็บตกไปแล้ว..เดินลงมาตามแนวป่าไม้แคระ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:24:28 น. ]

ความเห็นที่ 176

...เดินลงมาเรื่อยๆ ฉันมองหาต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงอยู่แถวหลักกม.ที่ 4.5 จึงจะได้พบเห็นตามริมทางเดินอยู่ตรงข้ามรั้วสายไฟแรงสูง แต่ฉันเข้าไม่ถึงดู ใช้กล้องซูมช่วยขยายเห็นต้นหม้อแกงลิงมีความอุดมสมบูรณ์มีมากในป่าเขตนี้
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:27:51 น. ]

ความเห็นที่ 177

เดินทางเรียบไปตามป้ายชี้นำทางลง Timpohon อยู่ข้างหน้า

...ระหว่างทางลงมาเจอเพื่อนร่วมเดินทางขึ้นมาหลายหน้าหลายตา(ต่างชาติ) ต่างคนต่างทักทายกับฉันว่า "คุณมาจากไหนครับ" "อีกไกลไหม? กี่กม.ครับ" ฉันได้ยินพอจะแปลภาษาฟุดฟิดออกบ้าง เลยบอกใบ้พยักหน้า "Yes! To going 2 Km. ค่ะ" ยกนิ้วชู 2 นิ้วให้ดู แฮะๆๆ อย่าเพิ่งท้อใจซี ควรพูดคุยให้กำลังใจให้นักเที่ยวมีพลังใจที่เหลืออยู่บ้างค่ะ ....บอกว่า อีกเหลือแค่ 2 กม.จะถึงบ้าน Laban Rata Rerthouse แล้ว

...ฉันมักจะได้ยินภาษาต่างชาติพูดกันแสดงความห่วงใย และให้กำลังใจกันและกันเป็นอย่างดี ด้วยส่งรอยยิ้มความเป็นมิตรสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ ค่ะ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:37:32 น. ]


ความเห็นที่ 178

ตามเส้นทางเดินป่าธรรมชาติอันร่มรื่นสบายๆ ฉันเดินแหงนหน้ามองหานกอะไรที่บินผ่านมั้ย...
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:39:34 น. ]

ความเห็นที่ 179

...กว่าจะเดินลงมาพักแข้งขาเมื่อยแล้ว จึงไปนั่งพักศาลาหลักกม.ที่ 2 เหมือนเดิมที่เจอกระรอกน้อยเจ้าถิ่นน่ารัก ออกมาต้อนรับอย่างใกล้ชิดกัน ดูเจ้าตัวนั้นไม่กลัวผู้คนอื่นด้วย ชอบออกมาขอกินเศษอาหารจากผู้คนมาพักตรงนี้ค่ะ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:43:09 น. ]

ความเห็นที่ 180

กระรอกคินาบาลู มีตัวเล็กทั้งใหญ่ ฉันเห็นรอบข้างศาลาพักกม.2 จะมี 4-5 ตัว วิ่งไวมาก เจ้าตัวนี้หันมาจ้องหน้าฉัน ชูหางฟู่ จ้องหน้าฉันรู้สึกว่า มีขนมปังในฉันกำลังกินอยู่...เลยแบ่งปันให้เจ้ากินด้วยกัน
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:46:31 น. ]

ความเห็นที่ 181

ขยายภาพให้ชัดเจนว่า กระรอกจิ๋วเบอร์เนียวมีชื่อว่า Plain Pygmy Squirrel เป็นสัตว์ป่าประจำอุทยานฯ คินาบาลู
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:49:26 น. ]

ความเห็นที่ 182

...พอได้ออกจากศาลาพักกม.2 อำลาเจ้ากระรอกน่ารัก ฉันเดินลงไปตามเส้นทางเดิม ก่อนที่จะใกล้หลักกม. 1.5 ทันใดมีนกตัวเล็กบินลงมาเกาะรากต้นไม้ใกล้ฉันเดินผ่านพอดีอยู่ห่างเพียง 2 เมตร จึงเดินหยุดแกล้งยืนแข็งเป็นต้นไม้เพื่อล่อให้นกเข้ามาใกล้นิดเดียวกว่าจะคว้ากล้องมาถ่ายเก็บนกได้แล้ว

พี่เสืออ้อย...อยู่ไหนค่ะ !!!

...ฉันบอกว่าเห็นภาพนกอะไรตัวนี้มีขนาดเล็กคล้ายนกกระจอกบ้านเรา แต่นกคินาบาลูตัวนี้อ้วนกว่า...พี่เสืออ้อยรู้ว่าเป็นนกอะไรค่ะ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 11:56:14 น. ]


ความเห็นที่ 183

นี่..คือ..นกจับแมลงหน้าผากขาวลาย คล้ายนกกระจอกไทย (ภาพนี้คัดมาจากคุณคนหาดใหญ่ใน Trekkingthai)

...เป็นนกชนิด Whitebrowod Shortwing มีลักษณะปีกสันสีน้ำเงินออกเหลือง ลายจุดขาว ตัวอ้วนกว่า ตาโปนกลมๆดำๆ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 12:03:21 น. ]


ความเห็นที่ 184

อีกด้านหนึ่งของนกกินแมลงตัวนี้ชัดเจนเหมือนในภาพคห.ที่ 182 ที่ฉันถ่ายมาข้างล่างได้แค่นี้ก็ใช่ ตัวเดียวกันด้วย (ภาพนี้คัดมาจากคุณคนหาดใหญ่ใน Trekkingthai)

...แล้วพี่เสืออ้อยว่าอย่างไรค่ะ ..........บอกมั่งดิค่ะ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 12:06:52 น. ]


ความเห็นที่ 185

ใบเกียรติคุณผู้พิชิตยอดเขา Low's Peak พิมพ์สี่สี ภาพนูนสวยดีด้วย

จบทริปไต่ระห่ำสุดท้ายจน...หมดแรงแล้ว

...เวลา 16.20 น. ฉันเดินไต่ลงมาอย่างช้าๆ ด้วยอ่อนเพลียใกล้จวนหมดแรง ยังไหว...ขึ้นบันไดเข้าประตูด่าน Timpohon แจ้งจนท.อุทยานฯ เช็ดชื่อฉันได้เอ้าท์ไปแล้วเรียบร้อยแล้ว เห็นคุณคมรัฐ ยืนบนหลังระเบียงศาลาพักจุดชมวิวข้างบน ฉันนั่งลงม้านั่งยาวคอดื่มน้ำเยอะ รอเพื่อนร่วมทริปเดินมาได้ครบทุกคนจะได้รับใบเกียรติผู้พิชิตสำเร็จด้วยปลื้มใจมาก

*** เอ้อ...มีเสียค่าธรรมเนียมสำหรับพิมพ์ชื่อผู้เข้าร่วมในใบเกียรติผู้พิชิต โดยมีไกด์ประจำกลุ่มเป็นผู้รับรอง และจนท.ประจำด่านทั้ง 2 แห่งเช็ดได้ครบจุดถ้วนแล้ว เสียค่าใบละ Rm 10.00 สำหรับปก 4 สี เท่ากับใบละ 100 บาท และใบเกียรติสีขาว-ดำ ออกให้ผู้ที่ไปไม่ถึงยอดเขา Low's Peak นั้น จะเอาจ่าย RM 5.00 เท่ากับจ่าย 50 บาทค่ะ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 12:19:52 น. ]


ความเห็นที่ 186

เย้ๆๆ ได้โปสการ์ดตัวเองกลับมาแล้ว หลังจากรอคอยการเดินทางโปสการ์ดใช้เวลา 22 วันเชียว

อำลาจากเมืองโกตาคินาบาลู

...ก่อนที่จะจากกันฉันได้กล่าวกับไกด์ John และ Anddy ด้วยจับมือมิตรภาพที่ดี ได้บอกว่า คราวหน้าจะได้เจอกันอีกแน่นอน ฉันโบกมือ ไกด์สองคนก็โบกมือตอบให้..บายๆๆ พวกเราได้ออกจากอุทยานฯ คินาบาลูด้วยรถตู้คนขับหน้าเดิม กลับสู่เมืองโกตาคินาบาลู เข้าที่พักโรงแรมพาร์ค อยู่หลังตลาดพิลิปปินส์

...เวลาทุ่มหนึ่ง พวกเราเดินไปรับประทานมื้อค่ำสุดท้ายเป็นอาหารทะเลล้วนๆ เห็นมีปลาหมึกหอมใหญ่ปิ้ง ปลา(อะไรไม่รู้)ย่างสุกดี ฉันกินไป 2 จาน พวกเราคุยกันอย่างครึกครื้นสนุกดี พอกินอิ่มท้องแล้วเดินกลับไปที่พักเดิม แต่ฉันขอคุณคมรัฐว่า ขอแวะซื้อของแพล็บเดียว ชะแว่บไปหลังตลาดพิลิปปินส์ ฉันเดินคนเดียวเล่นช้อปปิ้งของฝากกลับบ้านได้ไม่มากไม่หนัก
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 13:01:12 น. ]


ความเห็นที่ 187

เกาะเบอร์เนียว อยู่ในกลางมหาสมุทร มีสามประเทศในเกาะนี้คือ บรูไน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

กลับบ้านแล้ว

...ตี 4 กว่า ฉันถูกตื่นขึ้นมาจัดการเป้ลงเรียบร้อยแล้ว ขึ้นแท็กซี่ออกจากโรงแรมพาร์ค ไปยังสนามบินโกตาคินาบาลู เข้าอิน 06.30 น. เครื่องบินได้บินสู่น่านฟ้า เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ฟ้าสดใส ฉันสั่งกาแฟบนเครื่องบินจ่าย RM 6.00 เท่ากับค่ากาแฟถ้วย 60 บาท พออยู่เหนือระดับ 30,000 ฟุต มักจะเกิดสั่นไหวเหมือนถูกกระแทกลมอากาศแปรปรวน เล่นเอาฉันตกใจหัวใจตุบตั๊บ คุณคมรัฐบอกเป็นเรื่องปกตินั่นแหละ เลี้ยงขนมที่เหลือจากทริปมีเยอะให้ฉันกินตามสบาย เผลอหลับไป เมื่อแอร์โฮเต็ลสาวสวยปลุกฉันบอกว่า "ถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วนะคะ" ฉันตื่นขึ้นมาโอยๆๆๆ เจ็บกล้ามเนื้อระบมทั้งสองขาเดินเป๋ ทำไงดีขึ้นรถเมล์ยูโรไม่ได้เลย เครื่องบินแตะรันเวย์เวลา 08.25 น. เร็วกว่ากำหนดไว้ที่เดิม ฉันอำลาเพื่อนๆร่วมทรปิได้แยกย้ายกลับบ้านตัวเอง ที่เหลือฉันกับคุณคมรัฐ ไปทางอนุสาวรีย์ชัยด้วยขึ้นรถเมล์ยูโรสายสุวรรณภูมิ-อนุสาวรีย์ชัย แล้วแยกย้ายกันแนไหว้มือลาคุณคมรัฐเสร็จพิธีแล้ว
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 13:13:49 น. ]


ความเห็นที่ 188
ขอขอบคุณสำหรับทริปคินาบาลู

1. คุณคมรัฐ พิชิตเดช ..........ผู้นำทริปที่ซื้อไอติมบนเกาะมานูกันให้ฉันกินด้วย

2. คุณณรงค์..เพื่อนร่วมทริปส่งแผ่นซีดีอัลบั้มภาพสวย
3. คุณอรุณี...เพื่อนร่วมทริปส่งแผ่นซีดีอัลบั้มภาพสวย
4. คุณปาริชาติ (ยุ่ย).....เพื่อนร่วมทริปส่งแผ่นซีดีอัลบั้มภาพสวยเพื่อเก็บความทรงจำไว้มากมาย
5. ไกด์ Anddy สอนสาธิตไต่ปีนหน้าผาได้แม่นยำ
6. คุณหนิง คุณบี คุณอ้อม คุณต๋อย คุณบอล คุณพี่หวาน ที่เป็นเพื่อนร่วมทริปคุยกันได้เป็นกันเองอย่างมิตรภาพที่ดีค่ะ

...อีกคนหนึ่งที่ฉันกำลังติดตามหาเธอเจ้าของไฟฉายคาดหัวให้ฉันยืมใช้...
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 13:22:59 น. ]


ความเห็นที่ 189

เข้ามาอ่านต่อแล้วครับ.. รับทราบคำตอบเรื่องการใช้กล้องฟิล์ม.. เรื่องโปสการ์ดที่เสือออยโพสต์ไว้บนเว็บบอร์ด
http://www.trekkingthai.com/board/show.php?Category=trekking&forum=2&No=96710
และ..เรื่องที่แย้มๆไว้ในกระทู้กลุ่มรวมมิตรว่าเล็งที่เที่ยวลำดับต่อไปไว้แล้ว.. รอลุ้นครับ ว่าที่ไหน

From : ธานินทร์๙๙ [ 30 ก.ค. 50 - 13:32:53 น. ]

ความเห็นที่ 190

..สำหรับคนสุดท้ายที่ฉันอยากจะขอขอบคุณเธอมีชื่อว่า Sapie Arryazua จากกรุง Luala Lumpur ประเทศ Malaysia (คนนี้ที่ฉันกำลังติดตามหาที่อยูอีเมล์จนได้เจอรูปในเว็บของมาเลเซียแล้ว)

Hello, Miss Sapie Arryazua.

.........Thanks a Lot, You are very Good to me. I don't know how to repay you!

I would like to say once again..." Thank you so much for your kindness."

Please pass on my regards to Arryazua.

Best wishes,

Oiltrips. ( Miss. Sirirntr Khumwong) From BANGKOK, THAILAND

From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 13:36:17 น. ]


ความเห็นที่ 191

ตั๊กแตนตำข้าวในอุทยาน Point ตัวนี้ไม่กลัวคนตัวใหญ่ ทำท่าจะกระโดดใส่กล้องคุณอรุณี เพื่อนร่วมทริปถ่ายเก็บมาปิดท้ายให้จบเสร็จแล้วค่ะ

***** จบบริบูรณ์ ***** ด้วยน้ำใจเพื่อนร่วมทริปทุกคนเป็นมิตรภาพที่ดีค่ะ******

แหะๆ ยังมีภาพถ่ายเก็บตกยังทยอยต่อไป เพราะฉันไปเห็นอะไรบ้างเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนค่ะ ....โปรดติดตามภาพต่อไปนะคะ
From : oiltrips [ 30 ก.ค. 50 - 13:42:38 น. ]


ความเห็นที่ 192
ขอบคุณน้องออย เอาสิ่งดีๆ มาให้เราชมกัน
From : lotus [ 30 ก.ค. 50 - 14:06:07 น. ]

ความเห็นที่ 193
ตามลุ้นตั้งแต่ต้นจบ ยอดมากค่ะ
ถ้ามีอะไรดีๆ นำมาแบ่งปันกันอีกนะคะ จะรอค่ะ
From : แบ่มแบ้ม [ 30 ก.ค. 50 - 14:54:33 น. ]

ความเห็นที่ 194
เหนื่อยครับ..ตามชมยังเหนื่อยเลยคุ้มค่ากับการรอชมครับขอขอบคุณมากนะครับ
From : เสือวังสะพุง [ 30 ก.ค. 50 - 16:52:29 น. ]

ความเห็นที่ 195

หวัดดีจ๊ะออย ช่วงนี้เวชหามีเวลาว่างไม่ ปั่นก็ไม่ได้ปั่นเพราะฝนตก คือช่วงซัมเมอร์เพื่อนที่ทำงานหยุดกันเยอะ งานก็เลยเยอะสำหรับคนที่ไม่ได้หยุดอย่างเวชนี่แหละ เพราะต้องการเก็บวันหยุดไปใช้ตอนสิ้นปี เลยต้องทำงานช่วงนี้ เห่อ..เบื่อ อยากไปเที่ยวอย่างเสือออยมั่งอะ

เสือออยถ่ายภาพได้สวยมากเลยนะ ภาพแรกเนี่ยสีสรรสดใสเสื้อสีเหลืองตัดกันกับท้องฟ้าสีฟ้าได้ชัดแจ๋วเลย ท่าทางน่าสนุกมากเลยนะ คราวหน้าออยจะวิ่งขึ้นใช่มะ เดี๋ยวเวชไปเป็นกองเชียร์ละกัน เรื่ืองวิ่งไม่ค่อยถนัดคะ เดี๋ยวเวชคงต้องไปละคะ วันนี้วันจันทร์ต้องทำถึงสองทุ่มนะคะ คิดถึงเสมอนะ คอยเข้ามาอ่านเรื่อย ๆ แต่ไม่สามารถเีขียนภาษาไทยได้เท่านั้นเอง แล้วคุยกันใหม่คะ

From : เวช [ 30 ก.ค. 50 - 21:18:25 น. ]


ความเห็นที่ 196
นกสวยดี แต่ไม่รู้จัก --ตั๊กแตนตำข้าว-ขาหน้าสองข้างมีความไวมากกว่าแมงวันและสามารถจับแมงวันกินได้ทัน --เมืองไทยที่--มหาลัยทางภาคอีสาน กำลังทดลองเพาะเลี้ยง เพื่อส่งออกแต่เป็นพวกตั๊แตนกิ่งไม้-สีแบบกิ่งไม้แห้ง ลำตัวเล็กเท่าก้านไม้ขีด ส่งจีน รับซื้อโลละแสนบาท เอาไปทำยาแก้แผลในท้องได้ -ข่าวว่าอย่างนั้น--วันหยุดปั่นไปไทรโยคมาไปนอนหลังทาง รถไฟที่สุดทางพอดี-สายน้ำตกนะ
From : เสืออ้อย [ 31 ก.ค. 50 - 08:55:01 น. ]

ความเห็นที่ 197
ยอดเยี่ยมครับ
From : tukbb [ 31 ก.ค. 50 - 12:44:44 น. ]

ความเห็นที่ 198

พี่เสืออ้อย...นี่...เป็นตัวสตั๊ฟฟ์แมลงมีปีกขนาดใหญ่ประเภทตั๊กแตนชนิดต่างๆ ที่มีตัวใหญ่ทั้งยาวเป็นฟุตไม้บรรทัดก็มี บางเรียกว่า "ตั๊กแตนกิ่งไม้" อยู่ภายในห้องแสดงนิทรรศการด้านมานุษยวิทยา ก่อนที่ฉันเตรียมตัวเดินป่าส่องหานกส่องแมลงในอุทยานฯคินาบาลู ฉันบอกว่าไม่เคยเห็นตั๊กแตนประหลาดหรือตั๊กแตนกิ่งไม้มีที่ไหน ฉันมีภาพถ่ายเมื่อ 10 ปีก่อนที่อุทยานแห่งชาติฯ ใกล้เมืองตาก จับตั๊กแตนกิ่งไม้ได้แต่ไม่ชัดเพราะหน้ากล้องผิดโฟกัสเสียศูนย์อ่ะ

พี่เสืออ้อย วันหยุดวันพระสองซ้อนฉันไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย มีแต่เดินที่โลตัสไปเล่นช้อปปิ้งของใช้เครื่องไฟฟ้าของฉันจ่ายไปวันเดียวเสีย 1,584 บาท เพราะช่วงนี้ขาลงเยอะทำให้ฉันไม่ได้ขี่จักรยานเที่ยวกับกลุ่มอื่นค่ะ
From : oiltrips [ 31 ก.ค. 50 - 21:36:48 น. ]


ความเห็นที่ 199

อีกตัวประหลาดเป็นแมลงอะไรไม่รู้ว่าเป็นผีเสื้อหรือตั๊กแตนไหน? และด้วงยักษ์แห่งคินาบาลู มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเรา.........(ภาพคห.ที่ 198 และภาพนี้โดยคุณอรุณี ใช้กล้องดิตัจค่ะ)

ขอขอบคุณสำหรับน้า lotus คุณแบ่มแบ้ม และคุณ tukbb ที่เข้ามาชมต่อเนื่องด้วยค่ะ
From : oiltrips [ 31 ก.ค. 50 - 21:42:23 น. ]


ความเห็นที่ 200

สตั๊ฟฟ์ผีเสื้อใหญ่บนคินาบาลู มีขนาดใหญ่ และสวยงามกว่าค่ะ..(ภาพโดยคุณอรุณี)

...แต่ไม่สามารถเีขียนภาษาไทยได้เท่านั้นเอง แล้วคุยกันใหม่คะ
เอ้อ...คุณเวช ...ไม่เป็นไร ให้เขียนภาษาอังกฤษแทนก็อ่านออกได้ค่ะ ถ้ามีเวลานิดเดียวก็ได้ อีกไม่กี่วันคงเจอกันที่ไหนดี ให้โทรมาบอกได้ค่ะ

ความเห็นที่ 194
เหนื่อยครับ..ตามชมยังเหนื่อยเลยคุ้มค่ากับการรอชมครับขอขอบคุณมากนะครับ
From : เสือวังสะพุง [ 30 ก.ค. 50 - 16:52:29 น. ]

ขอขอบคุณคุณเสือวังสะพุงติดตามจนเหนื่อยแทนฉันด้วยค่ะ...ฉันไม่เหนื่อยหรอก ยังมีเรื่องสนุกมากมายจริงๆ ไม่ใช่มานั่งโม้แหลกนะคะ
From : oiltrips [ 31 ก.ค. 50 - 21:49:57 น. ]


ความเห็นที่ 201

นั่งดูภาพที่เสือออยแนบมานี่แล้วทำให้อยากเดินลุยขึ้นเขาบ้างจัง อยู่แถวนี้คงต้องไปที่นอร์เวย์เพราะมีภูเขาสูงกว่าที่สวีเดนเยอะ แต่ยังไม่ไปตอนนี้ละคะ ขอรอให้เสือออยยั่วด้วยภาพให้สะใจก่อน คือตอนที่เวชแว่บเข้ามาอ่านก็คือตอนที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ให้ข้อมูลผู้มาใช้บริการนะคะ บางทีเขียนยังไม่เสร็จก็ต้องปิดไปก่อน ก็เลยอ่านไปเรื่อย ๆ ดีก่า แล้วก็กลับมาเขียนที่บ้าน เสือออยเยี่ยมมากเลย อยากแข็งแรงเท่าเสือออยจังเลย ช่วงนี้เวชแย่เลย ฮึดไม่ขึ้นเลยอะ งานเยอะด้วยมั้งเพราะเพื่อน ๆ เขายังไม่กลับมาจากลาพักร้อนกัน เฮ้อ...ถ้าสิงหาไม่ได้เจอกันก็ไปเจอกันตอนสิ้นปีเลยนะ เสือออย ไปทานข้าวก่อนละ

From : เวช [ 31 ก.ค. 50 - 23:57:37 น. ]

ความเห็นที่ 202
เขาคินาบาลู...เคยอ่านเจอในนิยายเผ่ามนุษย์กินคน...มาเจอเรื่องจริงที่น่าตื่นเต้นจากปากของเสือออย...ทำให้อยากไปแอ่วตะหงิด...อืมจดไว้ในโปรแกรมก่อนเน้อ..
From : หนูเบนท์ [ 1 ส.ค. 50 - 10:05:18 น. ]

ความเห็นที่ 203

คุณหนูเบนท์ ให้อ่านข้อมูลเรื่องเผ่ากินคนโดยล่าหัวคนเป็น (ดูจากภาพประกอบก็รู้ดีอยู่ค่ะ) ในที่ ที่นี่ข้อมูลชนเผ่าล่าหัวมนุษย์

ดูภาพข้างล่างเป็นชนเผ่ากินคนในปัจจุบันยังมีเหลืออยู่บางคนเท่านั้น

..เรื่องเผ่ากินคนบนเกาะเบอร์เนียวก็ใช่ มีตัวจริงในอดีตเมื่อ 100 ปีผ่านไปแล้ว ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งเที่ยวใหม่เปิดเข้าหมู่บ้านชนเผ่ากินคนได้ โดยไม่มีการจับหัวคนเป็น มีแต่รับการสักลายของแท้เป็นของจริงค่ะ
From : oiltrips [ 1 ส.ค. 50 - 10:52:08 น. ]


ความเห็นที่ 204
คือนักสู้ นักเดินทาง นักผจญภัย...ยิ่งใหญ่
นักกีฬา นักล่าฝัน อันแสนใกล...ถ่ายทอด
จิตมุ่งมั่น สวยแกร่ง จากภายใน...งามปลอด
สูงเพียงใด ไต่ถึงยอด เยี่ยมแท้...เสือออย

From : อันทะโต ภิกขุ [ 1 ส.ค. 50 - 21:01:53 น. ]

ความเห็นที่ 205

อะฮ้า.. เป้าหมายต่อไปของเสือออยคืออัครา ทัชมาฮาล นั่นเอง..

บทกวีอิสระของ"อัณฑะโต"นี่มันเยี่ยมเรี่ยมเร้จริงแฮะ

From : ธานินทร์ ไม่เต็มร้อย @คำม่วน [ 1 ส.ค. 50 - 21:33:27 น. ]


ความเห็นที่ 206

ขอขอบคุณสำหรับกวีของคุณอันทะโต ภิกขุ เขียนให้ฉันได้อ่านรู้สึกว่าดีค่ะ

ใช่...เพิ่งรู้มาจากหนังสือเล่มที่ซื้อเมื่อวานก็บอกว่าไปคนเดียวง่ายมาก จึงวางแผนเกริ่นไว้ก่อนค่ะ คุณธานินทร์ ไม่เต็มร้อย@คำม่วน
From : oiltrips [ 2 ส.ค. 50 - 16:57:20 น. ]


ความเห็นที่ 207

.......เพราะมันสูง จึงจูงใจ ให้ใฝ่หา..
...เพราะมันท้า จึงพาใจ ให้ใฝ่ถึง..
...เพราะมันสวย จึงพาใจ ใฝ่คะนึง..
...เพราะคิดถึง จึงต้องมา (คิ) นาบาลู....

.......เหนื่อยนักพักก็หาย พอผ่อนคลายอยากไปอีก...
From : โหน่ง บ้านปวด [ 2 ส.ค. 50 - 21:54:56 น. ]


ความเห็นที่ 208
เจ๋งอ่ะ....สุดยอดไปเลย
From : backpack_girl@hotmail.com [ 9 ส.ค. 50 - 13:31:23 น. ]

ความเห็นที่ 209
เก่งนะ สุดยอดๆๆๆเลยครับ
From : บอยเพื่อนรุ่นเดียวกันไง [ 13 ส.ค. 50 - 16:06:18 น. ]

ความเห็นที่ 210

เสือออยเก่งมาก ๆ เลย ได้ข่าวว่าจะไปเที่ยวอินเดียอีกเหรอ เดี๋ยวนี้เที่ยวเก่งจังนะ แต่เอ ตกลงจะไปอินเดียหรือเวียดนามก่อนละ ขอบคุณสำหรับโปสการ์ดนะจ๊ะ ได้ตั้งนานแล้วละ เอ.. เวชเคยบอกแล้วใช่มะ ยอดคนนับถือจริง ๆ เห็นออยออกไปทำกิจกรรมแบบนี้ทำให้เวชอยากออกไปทำอะไร ๆ ที่ตัวเองอยากทำเหมือนกันนะ เพียงแต่รอเวลาและอากาศเท่านั้นเอง อ้างไปเรื่อยแหละ ... แล้วคุยกันใหม่คะ

From : เวช [ 14 ส.ค. 50 - 03:54:55 น. ]

ความเห็นที่ 211

ขอขอบคุณสำหรับสาวbackpack_girl และคุณบอยเพื่อนรุ่นเดียวฉันจำได้แม่นยำที่เข้ามาอ่านด้วยค่ะ

อิ อิ คุณเวช ตอนนี้ฉันไม่ได้ขี่จักรยานเที่ยวไกลนานแล้ว เก็บตัวอยู่บ้านเฉยๆ แล้วกำลังซุ่มออกกิจกรรมคนเดียวไปทำที่อื่นโดยไม่ได้นัดหมายกัน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนกิจกรรมของเล่นใหม่คือ เล่นปีนป่านพิชิตยอดเขาสูงที่ว่าสูงสุดที่ไหนก็ไปร่วมกับกลุ่มนักแบกเป้ขาอึด เพราะฉันต้องเรียนรู้ต่อสู้อุปสรรคอื่นที่มีทำไม่ได้ต้องฝ่าความอึดสู้เอาชนะจิตใจฉันได้แค่ไหนค่ะ...คำสั่งสอนจากไกด์คือ ห้าม"บ่น"เรื่อยๆ ไปหาว่าสร้างลำบากและอึดใจมีสิทธิจะโดนทอดทิ้งกลางป่าตายแน่นอนค่ะ

เรื่องทริปอินเดียต้องเก็บพับไว้ ปีนี้อาจจะไปเวียตนามแบบแบกเป้ขาลุยไปลำพังคิดว่าจะลากคุณยุ่ยเพื่อนร่วมทริปคินาบาลูที่สามารถพูดภาษาเวียตนามได้ เธอมีญาติอยู่เวียตนามด้วย ยุย่เคยรบเร้าให้ฉันไปพิชิตยอดเขาฟาซิปันที่เมืองซาปาด้วยกัน ฉันคิดเรื่องลางานราชการทำได้ยาก ขืนเลียนแบบหมวดเจี๊ยบไงค่ะ
From : oiltrips [ 14 ส.ค. 50 - 17:19:54 น. ]


ความเห็นที่ 212
รูปน่ากลัวจัง หวาดเสียวววววว
From : Pinnyada [ 18 ส.ค. 50 - 08:05:31 น. ]

ความเห็นที่ 213

ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี
From : ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี [ 20 มี.ค. 51 - 11:42:04 น. ]


กระทู้เก่าในกระดานเดิมไม่สามารถโพสเพิ่มเติมได้อีก
ขอเชิญไปใช้งานที่ กระดานข่าวรุ่นใหม่ นะครับ