00001
5 เสือ(ภูเขา)ไทยพิชิตเส้นทางโหด สวย ดี ที่เมืองหลวงพระบาง (ภาค 1 )

เสือออยปั่นจักรยานคู่ใจขึ้นเนินระดับสูง 2,000 เมตร ยืนมองเมืองหลวงพระบางอยู่ห่างไกลมาก

...ฮ่ะ แฮ่ม...ต้องขอรายงานมาใหม่มีการปรับปรุงเรื่องนี้ เพิ่งทำเทคนิคอัดรูปลงโพสท์ได้แล้วค่ะ เอ้า มีเรื่องว่า....
....เสือออยได้สานฝันว่าอยากไปเมืองหลวงพระบาง เป็นเมืองมรดกโลกที่น่าเที่ยวมากที่สุด ได้ประสานร่วมมือกับพี่อ้วน อามงคล(ฉายา "หลวงจีนวัดลิ้มเล่งยี่" ) สารวัตรมานพ และลุงสมพล (จากจ.ตรัง) ทั้ง 5 เสือภูเขาชาวไทยได้พิสูจน์ความมหัศจรรย์ของเมืองหลวงพระบางใน 10 วัน ช่วงวันที่ 5 ถึง 14 ธันวาคม 2545 เสือออยนำเรื่องราวที่น่าประทับใจมาให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านด้วยภาพสวยงามค่ะ
By : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 19:57:21 น. ]


ความเห็นที่ 1

อืม...พวกเราผิดหวังมากที่ทางตม.ไทยชายแดนบ้านห้วยโก๋นไม่อนุญาตให้ข้ามแดนได้...

....วันที่ 5 ธ.ค.45 พวกเราทั้ง 4 คน ประกอบด้วยเสือออย พี่อ้วน อาหมง(มงคล) และลุงสมพลลงจากรถบขส.วีไอพีสาย กท-ทุ่งช้าง ที่สถานีรถทุ่งช้าง จ.น่าน เสือออยได้เกิดเอะอะใจพบว่า กระเป๋าท้ายจักรยานสีม่วงข้างซ้ายหายไปหนึ่งใบ พี่อ้วน อาหมง ลุงสมพลได้ยินตกใจเดินสำรวจตามใต้ท้องรถบขส.แล้วหาไม่พบ เสือออยโวยวายว่า ไม่มีเสื้อผ้าดีใส่ไป10วัน พี่อ้วน อาหมงว่าจะช่วยแบ่งเสื้อกางเกงให้ด้วย แต่เสือออยไม่ยอมรับ ร้อนตัวถึงพี่อ้วน อาหมงต้องไปแจ้งนายสถานีรถ เพื่อขอให้สอบถามพนักงานบริการสองคนโทรไปที่ท่ารถเมืองน่าน, อ.ปัว ฯลฯ ปรากฎว่าพนักงานหนุ่มได้หยิบกระเป๋าเสือออยผิดตัวทำตกหล่นที่ อ.ปัว อยู่ห่างอ.ทุ่งช้างประมาณ 25 กม. ต้องให้คนขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างเอากระเป๋าส่งไปคืนที่ร้านอาหารธงสีฟ้าใกล้ๆ สถานีรถบขส. นั้น
...เมื่อได้กระเป๋าสัมภาระคืนมา คนขับมอเตอร์ไซต์แบมือเรียกค่าส่งของ 200 บาท ทำเอาเสือออยตาเหลือกร้อง หย๊า...อาหมงเจรจาต่อรองให้แค่ 150 บาท จึงจ่ายตกลงได้แล้ว "โอย..เงินติดลบย่ะ" เสือออยคร่ำครวญ
...พวกเราได้ปั่นจักรยานไปที่ชายแดนบ้านห้วยโก๋น 48 กม. ก่อนถึงสามแยกทางเข้าชายแดน 7 กม.พี่อ้วนเกิดตะคริวกินน่อง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงถือศีลอด(รามาดอน) นั่งพักรอเสือออยตามาด้วยกัน ค่อยหายอาการตะคริวแล้วจึงลุกขึ้นมาปั่นจักรยานต่อ ตอนเย็นมาถึงจุดริมชายแดนนั้นได้พบสารวัตรมานพ ที่ปั่นมาจากรถไฟเด่นชัย จ.แพร่ ตามารอพบพวกเราครบทั้ง 5 เสือภูไทยด้วย
...ปรากฎว่า เข้าไปไม่ได้แล้ว...เพราะว่าเป็นเส้นทางที่อันตรายมาก ต้องมีหนังสือรับรองจากบริษัททัวร์ลาวมารับก่อน...เอ..ทำยังไงดีคะ...
From : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 20:27:45 น. ]


ความเห็นที่ 2

พี่อ้วน ยืนเต๊ะท่ายกชูสองนิ้วแสดงความมั่นใจว่าต้องผ่านด่านให้ได้ ที่หน้าด่านเชียงของ จ.เชียงราย

...6 ธ.ค.45 หลังจากพวกเราถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ที่ด่านเชียงของ เป็นด่านสากล สะดวกกว่าด่านบ้านห้วยโก๋น โดยมาค้างคืนที่บ้านตามิละของคุณวัชระ ก่อนไปลงทะเบียนพาสปอร์ตแล้วลงเรือเล็กข้ามฝั่งลาวที่ท่าเรือห้วยทราย ขึ้นบกต้องทำพิธีผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อน
From : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 20:37:19 น. ]


ความเห็นที่ 3

พี่อ้วน อาหมง อามานพ และลุงสมพล นั่งบนเรือช้า ที่กำลังวิ่งแล่นในแม่น้ำโขง

...พวกเราได้รับวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ขี่จักรยานไปท่าเรือบั๊ค อยู่ใกล้ท่าเรือห้วยทราย 500 ม. จอดจักรยานไว้เดินขึ้นบันไดข้างบนด่านตรวจ เพื่อซื้อตั๋วลงเรือช้าไปหลวงพระบาง ต้องยื่นพาสปอร์ตให้จนท.ลาวด้วย จ่าย 500 บาท เสร็จแล้วลงมาจูงจักรยานลงเรือลำใหญ่ เอาสัมภาระอยู่ใต้ท้องเรือ ส่วนจักรยานไว้บนหลังคาเรือ เสือออยมองดูรอบข้างตัวเรานั้นได้ว่า มีฝรั่งหลายชาติแบกเป้ใบใหญ่มาก(ของหนักๆ)เดินทางมาลงเรือลำเดียวกันมากกว่าพวกเราแค่ 5 คน
From : oiltrips... [ 8 ม.ค. 46 - 20:50:07 น. ]


ความเห็นที่ 4

เสือออย นั่งในเรือช้าที่มีพวกฝรั่งหัวแดงเต็มไปประมาณ 30 กว่าคน ก่อนออกจากท่าเรือบั๊คตอนสายๆ

...เรือช้า คือเรือโดยสารขนาดใหญ่สามารถรับ 40-50 คน ทั้งรถมอเตอร์ไซต์ จักรยานและเป้ใบใหญ่มากได้ เดินเรือช้าใช้เวลา 2 วัน 1 คืน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลา และต้องการสัมผัสธรรมชาติตามริมแม่น้ำโขง และตามภูเขา แต่มาจอดค้างคืนที่เมืองปากแบง 160 กม. (ทางน้ำนะคะ) นั่งทนตั้ง 7 ชั่วโมง จนก้นแบนแล้วแหละ...
From : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 21:00:47 น. ]


ความเห็นที่ 5

เรือไว วิ่งฉิ่วแซงหน้าเรือช้า เสือออยยังได้ยินเสียงดังมากตั้งแต่ไกล จนแสบหูด้วย
From : oiltrips/เรื่อง-พี่อ้วน/ถ่าย [ 8 ม.ค. 46 - 21:05:59 น. ]

ความเห็นที่ 6
เรือช้ามาถึงท่าเรือเมืองปากแบง ในตอนเย็นประมาณ 4 โมงกว่า


From : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 21:10:25 น. ]


ความเห็นที่ 7

มุมมองทิวทัศน์เมืองปากแบง

...ปากแบง หมู่บ้านริมสายแม่น้ำโขง
เมืองท่าเล็กๆ ซ่อนตัวในหุบเขาใหญ่ มีความหมายสำหรับนักเดินเรือ เพราะเป็นจุดแวะพักทางค้างแรม หรือเติมน้ำมัน มีระยะทางครึ่งหนึ่งระหว่างท่าเรือห้วยทราย ถึงท่าเรือหลวงพระบาง 160 กม.
มีร้านอาหาร และที่พักอำนวยความสะดวกหลายแห่งอยู่ใกล้ๆ พวกเราสามารถใช้แบงค์ไทยจับจ่ายได้
เมืองปากแบง เป็นสถานที่เงียบสงบ และมีมุมมองของแม่น้ำที่สวยงามมาก
From : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 21:18:57 น. ]


ความเห็นที่ 8

อาหมงกำลังตรวจตราจักรยานทั้ง 5 คัน บนหลังคาเรือ ต้องทิ้งไว้ 1 คืน ไม่ต้องห่วงเรื่องจักรยานหายนะคะ มีเด็กท้ายเรือนอนเฝ้าทั้งคืนด้วย
From : oiltrips [ 8 ม.ค. 46 - 21:22:48 น. ]

ความเห็นที่ 9

นี่..คือ อ่างดาวเทียม ติดหลังคาทุกเรือนในเมืองปากแบง สามารถรองรับช่อง7สี จากเมืองไทยได้ด้วย ทำให้เสือออยคิดถึงบ้านมาก
From : พี่อ้วน/ถ่าย [ 8 ม.ค. 46 - 21:26:47 น. ]

ความเห็นที่ 10

ผักปลอดสารพิษ ในตลาดตอนเช้าตรู่ที่เมืองปากแบง
From : พี่อ้วน/ถ่าย [ 8 ม.ค. 46 - 21:29:13 น. ]

ความเห็นที่ 11
เห็นภาพแล้วก็ยิ่งอยากไปบ้างครับ แต่ไม่มีใครไปเป็นเพื่อน
From : ตาโจ [ 8 ม.ค. 46 - 22:28:12 น. ]

ความเห็นที่ 12
ดีจังเลยครับ ผมจะมีโอกาสได้ไปบ้างไหมเนี่ย
From : สมพิศ [ 9 ม.ค. 46 - 00:34:57 น. ]

ความเห็นที่ 13
อ่านแล้วหน้าสนุกนะครับ วิวสวย...คงมีโอกาสได้ไปสักวันข้างหน้า รออ่านต่อครับ
From : ก้อง ซานตาครูซ [ 9 ม.ค. 46 - 01:31:01 น. ]

ความเห็นที่ 14
อิจฉาอีกแล้ว ฮือๆๆๆ
From : ชวน [ 9 ม.ค. 46 - 07:14:56 น. ]

ความเห็นที่ 15
ซาหนุกมาก สำหรับผม ชาตินี้ มีบ้างไหม แบบนี้
From : เสือสองลูก [ 9 ม.ค. 46 - 10:58:32 น. ]

ความเห็นที่ 16

ซากเสือปลา เป็นสัตว์ป่าตระกูลแมวตัวใหญ่มากถูกนำมาขายในตลาดเช้าเมืองปากแบง

...โอ้..น่าสลดใจมาก ทำไมสัตว์ป่าที่น่ารัก และหายากมากกลายเป็นผู้ถูกล่าจากชาวบ้านในเมืองปากแบงที่มีอาชีพล่าสัตว์ นำมาเลี้ยงยังชีพเป็นการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม....
...ที่นี่เมืองไทย เสือปลาเป็นสัตว์คุ้มครองประเภทนี้ห้ามล่ายิงสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่ไม่เคยพบเลยค่ะ
From : oiltrips [ 9 ม.ค. 46 - 11:06:20 น. ]


ความเห็นที่ 17

อาหมง อามานพ กำลังนั่งรอถึงเวลาลงเรือออกจากเมืองปากแบงในตอนเช้า

7 ธ.ค.45 เรื่องตำรวจไกลปืนเที่ยง
...เมื่อวานพวกเรามาถึงเมืองปากแบงแล้ว ขึ้นบกแบกสัมภาระส่วนตัวไปยังเรือนพักดอกคูณ อยู่ห่างท่าเรือแค่ 100 เมตร เห็นเรือนพักราคาถูกๆ มีให้เลือกหลายแห่งตามสบายๆ ที่นั่นมีร้านอาหารดีๆ ....ตอนหัวค่ำ พวกเราเดินสำรวจตามถนนปากแบงไปเจอแผงขายขนมหวานของเด็กสาวน่ารัก อาหมงเลี้ยงขนมวุ้นมะพร้าวถ้วยละ 2,000 กีบ (8 บาท) ให้พี่อ้วน อามานพ เสือออยกินเร็วจนหมดถ้วย "อร่อยดี" เป็นผลงานของเธอทำเองหาเลี้ยงตัวเองได้สบาย ส่วนลุงสมพลไม่ค่อยกินของหวาน...แล้วกลับมาที่พัก สั่งเบียร์ลาว (เบยลาว) เสือออยบอกขอตัวไปก่อนปล่อยให้พวกสี่เสือดื่มเบียร์จนดึกดื่น
8 ธ.ค.45 ...ตื่นเช้าเดินชมภาพชีวิตชาวบ้านเมืองปากแบง พวกเราเก็บกระเป๋าสัมภาระครบชุดเสร็จแล้ว เดินไปยังเรือช้าลำเดิม(เบอร์เดิม) เสือออยกับพี่อ้วนกินขนมปังฝรั่งเศสทรงเครื่อง พร้อมกาแฟลาวรสเข้มดี แล้วเดินกลับมาที่อามานพ มีเจ้าหน้าที่ลาวแต่งกายสีเขียวขี้ม้าเดินมาหาพวกเราได้สอบถามเรื่องพาสปอร์ตลงทะเบียนหรือยัง? แต่พวกเรายังไม่ได้ผ่านหรอก จึงรวบรวมพาสปอร์ต 5 เล่มฝากให้เสือออยไปยื่นคนเดียว แต่ไม่ยอมไป เสือออยลากพี่อ้วนไปด้วยเพื่อจะได้พูดคุยรู้เรื่องบ้าง
...พอไปถึงด่านตรวจนั้น เจ้าหน้าที่หนุ่มได้เรียกเก็บ 25,000 กีบ (100 บาท) เล่นเอาเสือออยตกใจ พี่อ้วนพูดไม่ออกจึงควักแบงค์ไทย 100 บาทจ่ายไปแบบไม่มีปากเสียง เมื่อได้รับพาสปอร์ตตีตราเสร็จแล้ว เดินลงบันไดข้างล่างไปยังเรือ คนขับเรือบอกว่า "ไม่เสียเงินครับ แต่บอกช้าไปแล้วแหละ"...โธ่..ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกๆ พวกเราเสียความรู้สึกด้วย พี่อ้วนบอกว่า รู้สึกไม่ชอบพวกเจ้าหน้าที่จดสถิตินับคนเข้าออกเรื่องบ้าบอๆ นั่นเป็นพวกคอรัปชั่นแท้ๆ นี่...คือ ตำรวจไกลปืนเที่ยง...
From : oiltrips [ 9 ม.ค. 46 - 11:37:19 น. ]


ความเห็นที่ 18
8 ธ.ค.45 เรือช้ามาถึงท่าเรือเมืองหลวงพระบางแล้ว

...เรือช้าออกจากเมืองปากแบงเวลาประมาณ 8.30 น. ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวแรงมากเหมือนนั่งเรือคายักล่องแก่งสนุกดี สูดอากาศบริสุทธิ์ดีมาก ไปถึงท่าเรือเมืองหลวงพระบางตอนเย็น 4 โมง ผ่านหน้าวัดถ้ำติ่งด้วยอยู่ห่าง 30 กม. เห็นมีที่ท่าเรือข้ามฟากไปได้ พวกเราได้ขึ้นบกต้องรอกระเป๋าสัมภาระให้ครบทั้งจักรยานด้วย รีบจัดกระเป๋าติดท้ายจักรยานให้เสร็จแล้ว ค่อยปั่นเสือคู่ใจเที่ยวหาที่พักก่อนใกล้โพล้ค่ำแล้ว
...ในระหว่างพวกเราขี่ตระเวนหาที่พักยังไม่เจอ(ราคาแพงเป็นดอล่าร์ไม่เอา) มีหนุ่มคนหนึ่ง(คนพื้นที่)ขับมอเตอร์ไซต์มาหาพวกเรา เขากล้าเสนอตัวว่า แนะนำที่พักมีห้องว่างหลายห้องในราคาถูกสุด พวกเราปรึกษาว่า เอายังไงดี, จะตกลงได้รึเปล่า? อามานพตอบ โอเคง่ายมาก จึงพาพวกเราปั่นผ่านสนามกีฬาเมืองหลวงพระบางเลี้ยวซ้ายถนนภูว่าวไปเล็กน้อยก็ถึงที่พัก เป็นเรือนพักสินไชย อยู่ตรงข้ามเรือนพักแก้วปทุม เสือออยมองสภาพเรือนพักเป็นบ้านเก่าแก่มาก สองชั้น บริเวณกว้างมาก เสือออยเข้าห้องพักรู้สึกพอใจมาก หนุ่มเฝ้าเรือนพักสามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจนดี เสือออยฟังออกง่ายมาก....พี่อ้วนบอกให้รีบอาบน้ำเร็วไปกินข้าวมื้อแรกได้เลย....
From : oiltrips [ 9 ม.ค. 46 - 12:01:19 น. ]


ความเห็นที่ 19
ความเห็นที่18 ขอโพสท์รูปใหม่ค่ะ
From : oiltrips [ 9 ม.ค. 46 - 12:05:34 น. ]

ความเห็นที่ 20
ผมเคยคุยกับเฮียหมงและคุณอ้วน ตอนร่วมทริปซำเหมากาญจนบุรี แกเล่าเรื่องที่จะไปปั่นแถบทิเบตให้ฟัง ก็นึกว่าจะไปที่นั่นเลย ไม่นึกว่าจะมาปั่นเที่ยวแถวๆหลวงพระบาง คุยกับแกสนุกดีครับ มีความรู้สึกอิจฉา อยากมีโอกาสได้ปั่นหาประสพการณ์อย่างนี้บ้าง อย่างหนึ่งที่จะต้องทำให้เป็นไปอย่างปกติก่อนสำหรับการเดินทางไกลๆ คือการกินง่ายๆนอนง่ายๆครับ ผมนึกถึงตอนแกเล่าช่วงนอนในป่าตามลำพังแล้วนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นผมจะข่มตาหลับอย่างไร ที่ต้องนอนอยู่คนเดียว รุ่งเช้าคงปั่นจักรยานไม่ไหวแน่
From : วรวิทย์ [ 9 ม.ค. 46 - 22:02:29 น. ]

ความเห็นที่ 21
วิวสวยครับ ขอบคุณมากครับ
From : น้องเฝือก [ 9 ม.ค. 46 - 22:13:26 น. ]

ความเห็นที่ 22

แผนที่ประเทศลาว เส้นทางที่ขี่จักรยานจากเมืองหลวงพระบางลงมาเมืองกำแพงเวียงจันทร์ รวมระยะทางประมาณ 385 กม. (ทางบก) และทางเรือช้า 307 กม.
From : oiltrips [ 10 ม.ค. 46 - 12:04:36 น. ]

ความเห็นที่ 23

มื้อค่ำแรกที่ร้านอาหารบิวสะท้อน ได้พบสาวน้อยสวยมีน้ำใจบริการดีทำให้พวกเราประทับใจ...

....พวกเราขี่จักรยานมากินข้าวที่ร้านบิวสะท้อน ตรงข้ามร้านขายเครื่องเงินอันลือชื่อในเมืองหลวงพระบาง และข้างร้านอาหารวิวแคมของ อยู่ริมแม่น้ำโขงเมืองหลวงพระบาง ใกล้ย่านบ้านเจ๊ก สั่งอาหารตามเมนูหลายอย่างเช่น ยำสลัดหลวงพระบาง, ข้าวผัดปู, สเต็กวัว, เบยลาว(เบียร์ลาวค่ะ), ชเวปส์มะนาว ฯลฯ หมดไป 76,000 กีบ (304 บาท) เสือออยเป็นคนจ่ายให้แบงค์ไทยพันบาทไป ทอนกลับมาได้แบงค์ลาวหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสี่พันกีบ (696 บาท) พี่อ้วน อามานพ อาหมง ลุงสมพลจ้องเสือออยด้วยตาแววเป็นมันว่า..โห้! เสือออยเป็นเศรษฐีทันตาเลย ขอแลกแบงค์มั่งสิ...เสือออยยอมแลกแบงค์ให้คนละเท่ากันจนหมดกะเป๋าตังแล้ว ช่วงนี้อัตราเงินลาวพุ่งแรงขึ้นที่ 250 กีบ/1 บาท เมื่อปีที่แล้วอัตราแลกได้ 220 กีบ/1 บาท
From : oiltrips [ 10 ม.ค. 46 - 12:22:39 น. ]


ความเห็นที่ 24

จุดชมวัดแรกที่วัดธาตุหลวง (คนไทยเรียก วัดมหาธาตุ)

8 ธ.ค.45 พวกเราตื่นเช้าๆ ขี่จักรยานออกจากเรือนพักสินไชย ไปเที่ยววัดแรกที่ วัดธาตุหลวง อยู่หลังสนามกีฬาเมืองหลวงพระบาง วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 (ค.ศ.1548) ตามคำสั่งของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์องค์แรกครองเมืองหลวงพระบาง แห่งอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งมีรูปแกะสลักไม้ใส่บานประตู บานหน้าต่าง ในนิทานชาดกเรื่อง ท้าวสุธน-นางกินรี และนายพราน ทำด้วยทาสีทองสวยงาม ศิลปะแบบนี้คือ สกุลช่างพ่อเฒ่าเพียตัน ช่างประจำราชสำนักหลวงพระบาง ข้างหลังมีพระธาตุขนาดสูงใหญ่ อยู่หลังพุทธสีมานั้นคือ สกุลช่างสถาปัตยกรรมสิมต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ยอดทรงระฆังกลมประดับเศวตฉัตร มีการบูรณะเพิ่มเติมภายหลังหลายครั้งจนผิดแปลกไปจากรูปทรงเดิม
From : oiltrips [ 10 ม.ค. 46 - 12:37:00 น. ]


ความเห็นที่ 25

ช่อฟ้า บนหลังคาโบสถ์วัดมหาธาตุ (ธาตุหลวง) คนชาวลาวเรียกว่า "โห่ง"
From : พี่อ้วน/ถ่าย [ 10 ม.ค. 46 - 12:40:12 น. ]

ความเห็นที่ 26

เสือออยนั่งจ้องแม่ค้าทำ "เฝอ" คือก๋วยเตี๋ยวเส้นลอดช่องสีขาวใส่เครื่องในรสอร่อยดี ราคา 5,000 กีบ (จ่ายแบงค์ไทย20 บาทได้) ร้านนี้ไม่มีชื่อหรอก ตั้งอยู่ถนนริมแม่น้ำโขง และติดข้างร้านกาแฟประชานิยม ตรงข้ามท่าเรือหลวงพระบาง
From : พี่อ้วน/ถ่าย [ 10 ม.ค. 46 - 21:12:46 น. ]

ความเห็นที่ 27

พี่อ้วน อามานพ ยกแก้วกาแฟลาว (โกบี่) ในร้านกาแฟประชานิยม ข้างร้านก๋วยเตี๋ยว

....พวกเราทั้งห้าคนไปกินเฝอ (ก๋วยเตี๋ยวลาว) ที่หลังตลาดดารา อยู่ถนนริมแม่น้ำโขงใกล้ท่าเรือหลวงพระบาง เลยมากินเฝอสุดอร่อยจนอิ่มแล้ว แยงไม่พออิ่มก็ลุกจากม้านั่งข้ามไปนั่งดื่มกาแ